290
ดราม่าไม่ดราม่า

โดนรุมจนเถียงสู้ไม่ได้!!สาวกจานบินส่งหลังไมค์ด่าพระสงฆ์ “ดอกทอง” !!!

มาอีกแล้วจ้ะดราม่าที่เวลาเขียนแล้วมันชวนให้นรกกินกบาลซะเหลือเกิน จะอะไรซะล่ะ ก็ดราม่าเรื่องพระเรื่องเจ้าเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ

แต่งานนี้หลวงพี่ควงอมยิ้มออกมาซัดกับฆราวาสสาวกจานบินกลางกระทู้เลย แค่นี้ก็คงนึกภาพกันออกแล้วนะเธอว์ว่าจะมันส์สัดขนาดไหน

….

เรื่องก็มีอยู่ว่า

….

มีอมยิ้มชื่อว่า sirnitfi มาตั้งกระทู้ให้ห้องศาสนา (ที่แมร่งไม่ค่อยจะสันติสุขเท่าไหร่เลย) ถามถึงโครงการบวชพระแสนรูปที่เจอในเน็ท

พี่แกก็คาใจว่าทำไมไอ้โครงการนี้ถึงกำหนดไว้ว่าใครไม่จบ ม.3 ไม่มีสิทธิมาบวชนะยะ ก็เลยมาตั้งกระทู้ถามไว้อย่างที่เห็นนี่แหล่ะ

งานนี้เป็นการบวชพระ 100000 รูปทั่วประเทศ ซึ่งดันมีกฏระเบียบไว้ดังนี้

๑. ผู้อุปสมบทต้องเป็นชายแท้จบการศึกษา ม. ๓ ขึ้นไป
และมีอายุระหว่าง ๒๐ – ๖๐ ปี
๒. ผู้อุปสมบทต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองหรือผู้รับรองเป็นลายลักษณ์อักษร
๓. ผ่านการสัมภาษณ์และสอบขานนาคจากคณะกรรมการฯ ที่วัดพระธรรมกาย หรือผู้นำบุญในจังหวัดของท่าน
๔. ผู้อุปสมบทต้องสามารถเข้าอบรมได้ตลอดระยะเวลาการอบรม
๕. ผู้อุปสมบทต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี พร้อมที่จะรักษาระเบียบวินัยได้
๖. สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัว เช่น ลมชัก โรคเบาหวาน โรคจิตประสาท โรคไต
โรคหอบหืด ต้องไม่ติดยาเสพติด
๗. ผู้อุปสมบทต้องเป็นผู้อยู่ง่ายกินง่าย ไม่เลือกอาหาร ให้เป็นภาระต่อตนเองและผู้อื่น
๘. ผู้อุปสมบทต้องไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายในลักษณะทุพพลภาพ
๙. ต้องมีคุณสมบัติผู้บวชตามกฎมหาเถรสมาคม และไม่มีรอยสักอันไม่เหมาะสม ( เห็นชัดเจนเมื่อห่มจีวร )

ไอ้ตรงที่มีปัญหาก็คือกำหนดวุฒิการศึกษานี่แหล่ะ แถมมีวัดจานบินเป็นโต้โผอีกเลยยิ่งเป็นชนวนดราม่าเลยเธอว์

แล้วก็มีอมยิ้มชื่อว่า อวิชชาภิกขุ ซึ่งอมยิ้มนี้ไม่ใช่คนทั่วไปว่ะเธอว์ แต่เป็นหลวงพี่รูปหนึ่งซึ่งบวชมาเป็นสิบพรรษาแล้วด้วยนะจ๊ะ

หลวงพี่ก็ออกมาให้ความเห็นว่าที่จังหวัดกระผมก็มีบวชนะ แถมเจ้าคณะเป็นแม่งานเองซะด้วยล่ะเธอว์ แต่กระผมมาสืบรู้เอาทีหลัง

ว่างานนี้วัดจานบินเป็นตัวต้นคิด รองเจ้าคณะเลยถอนตัวไม่เอาด้วย เลยแตกคอกันเพราะเจ้าคณะดันอุ้มวัดจานบินเอาซะเองว่ะ

หลวงพี่เล่นออกโรงด่าเจ้าคณะแบบนี้ อมยิ้มชื่อ “สิงห์ทอง” เลยอดรนทนไม่ได้ เอารายชื่อพระผู้ใหญ่ในโครงการทั้งหมดมาแปะเลย

แล้วบอกว่าถ้ามีปัญหานัก “แก” ก็ตามไปจัดการด่าแมร่งให้หมดเลยละกันนะ รวมทั้งคนที่บวชให้แกด้วยนะ อย่าลืมไปซะล่ะ :mrgreen:

(เยรสกาแม่….เรียกพระสงฆ์ว่าแกเลยเรอะเมิง… :evil: )

แล้วอีตาสิงห์ก็ตอบเจ้าของกระทู้กลับว่า แล้วมันมีปัญหาตรงไหนวะ อยากเป็นพระแล้วทำไมไม่เสือกเรียนให้จบ ม.3 ล่ะเมิง !!!

ฝ่ายหลวงพี่โดนขึ้นแกขึ้นฉันเข้าไปก็ยังเย็นอยู่ ออกมาบอกว่าโยมมึงน่ะ ทำไมทำเป็นโกรธไปได้จ๊ะ อาตมาไม่ได้ไปเหยียบหางซะหน่อย

ทาง จขกท. เค้าก็อยากรู้เพราะว่ากีดกันแบบนี้มันผิดพระวินัย ส่วนพระที่บวชให้อาตมาก็ม่องเท่งเป็นขี้เถ้าไปนานแล้วล่ะโยมมึง

คุณพี่จิตซังกะบ๊วยก็ออกมายืนยันอีกคนว่ากีดกันการศึกษาแบบนี้มันผิดธรรมวินัยเต็มๆตรีนเลยนะว้อย อย่าเสือกเติมพระวินัยเองสิวะ

อีตาสิงห์ก็ออกมาเถียงว่า พระวินัยไม่มีแล้วจะทำไมวะ ก็กรูไม่อยากให้ไอ้พวกเดนคนที่ไม่จบ ม.3 มาบวชให้รกวัดไงล่ะเมิง :x

แถมกลับไปด่าหลวงพี่อีกว่าคนอย่างกรูเนี่ยนะจะมาใช้อารมณ์กับ “คนอย่างแก” หัดใช้สมองตรองดูตามหลักศาสนามั่งนะว้อย !!

(เยรสกาแมรรรรร่……ถ้านรกมีจริงเมิงโดนแดกตั้งแต่หัวกบาลยันหัวกระดอแหงเลยว่ะเฮ้ย :evil: )

คุณพี่จิตซังกะบ๊วยก็ยังไม่เข้าใจตรรกกะของไอ้สิงห์ทองว่ะเธอว์ ถามย้ำอีกทีว่า “พระวินัย” เนี่ย เขียนเติมได้เหรอวะห๊ะ ????

(ปล. อีตาสิงห์นี่ไม่ใช่พระนะเธอว์ ตอนแรกสาวแว่นก็หลงนึกว่าเป็นพระเหมือนกัน นึกว่าจะได้ดูพระตีกัน แต่ตอนหลังเค้าบอกว่าไม่ใช่)

ฝ่ายตาสิงห์ก็เถียงกลับว่าพระวินัยเติมไม่ได้ แต่ระเบียบการมันแก้ไขได้ว้อย แต่กรูก็จำไม่ได้นะว่าข้อไหน แห่ะๆๆ :lol:

แล้วยังตอกกลับคนที่มาตำหนิเรื่องพูดกับหลวงพี่ไม่เพราะว่ากรูไม่สนหรอกว้อย มันหน้าไหนบังอาจมาขวางโครงการมหาเทพของกรู

มันผู้นั้นต้องโดนกรูตามล้างผลาญให้สาสมแก่ใจ ไม่ว่าจะเป็นพระสมองนิ่มอย่างมันกรูก็ไม่ไว้หน้าหรอกว้อย ใครมีปัญหามั๊ยวะ !!!!

ต่อมาประเด็นก็เริ่มเปลี่ยนมาด่าวัดจานบินกันมากขึ้น เพราะว่าอีตาสิงห์ทองทำตัวซะชัดเจนว่าเป็นสาวกวัดนี้ระดับไก่ย่างฝังขนเพชรแหงๆ

อมยิ้มนี้ก็เริ่มสงสัยว่าปีที่แล้วก็มหกรรมตักบาตร ปีนี้แมร่งก็มีมหกรรมบวชเป็นแสนๆรูป แมร่งกรูว่าบวชแก้บนให้ใครบางคนรึเปล่าวะเนี่ย

ฝ่ายตาสิงห์ก็มาตอบว่า งานนี้วัดจานบินไม่ใช่คนจัดนะว้อย แค่คอยประสานงานเฉยๆ (เหรออออ ???) แล้วก็ลากไปว่าที่จัดบวชเนี่ย

เพราะพวกกรูไม่อยากเป็นคนชั้นต่ำแล้วไงว้อย (เกี่ยวเชี่ยไรวะเนี่ย) แถมทิ้งท้ายไว้ว่า “แมวห่าอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็นก็พอ”

เริ่มงงๆกับอีตานี่แล้วว่ะ ช่วงหลังๆสงสัยแมร่งเมาหมัด เริ่มตอบแบบ “ไปไหนมากระเจี๊ยวยาวสามวาสองศอก” :lol:

อมยิ้มนี้ได้ทีเลยย้อนว่า ไหงพูดงี้ล่ะไอ้แสรด แมวห่าอะไรก็ได้เหรอวะ แล้วทีเมิงเสือกบอกมาได้ไงว่าแมวไร้การศึกษาเมิงไม่เอา !!!

แล้วก็มีคนออกมาด่าตาสิงห์ทำนองเหมารวมว่า ไอ้พวกสาวกจานบินห่าเหวนี่แมร่งสันดานแบบนี้ทุกตัวเลยเหรอไงวะเนี่ย

ตาสิงห์เลยออกมาวีนแตกอีกดอกว่าพวกเมิงจะเกรียนไปถึงไหนกันวะ ไม่ได้แหกตาดูเหรอไงที่กรูบอกว่าวัดกรูไม่เกี่ยวว้อย

แถมกรูก็ไม่ใช่คนของวัดนะว้อย กรูเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานเฉยๆ พวกเมิงเข้าใจกันมั่งสิวะ ไอ้พวกเกรียนนรกชังเอ๊ย !!!

แหมมม ออกหน้าขนาดนี้เมิงบอกไม่ใช่สาวกเหรอว่ะเนี่ย อมส้นตรีนธรรมโมะชัยโยโห่ฮิ้วมาบอกคนเค้าก็ไม่เชื่อมั๊ง :evil:

ฝ่ายทางหลวงพี่หลังจากสงบจิตใจแล้วก็ออกมาวิเคราะห์ว่าท่าทางไอ้สิงห์ทองนี่แมร่งจริงๆคงเป็นแค่ขี้ข้าพวกนักการเมืองแหงๆเลยว่ะ

อำนาจตัวมันก็คงไม่มีแต่อาศัยเกาะง่ามตรีนลูกพี่มันเบ่งไปวันๆ แถมดีไม่ดีนะ อาตมาว่าไอ้นี่แมร่งต้องเป็นเกย์เหมือนแอดมินบางเว็บเหงๆ

เอาเป็นว่าโยมทั้งหลายอย่างไปถือสาแมร่งเลยละกัน ไอ้พวกสาวกวัดนี้กำลังตกมัน เพราะช่วงนี้ผลประโยชน์เริ่มไม่มั่นคงเหมือนเดิมว่ะ

(เยรสสสส……หลวงพี่ก็ด่าแรงเหมือนกันนี่หว่า :evil: )

หลังจากหวงพี่วิเคราะห์ไปไม่นานก็โดนดีว่ะเธอว์ ไอ้สิงห์ทองแมร่งเล่นหลังไมค์ไปด่าพระเอาซะงั้นเลยว่ะเฮ้ย แสรดดดด :evil:

หลวงพี่เอาหลังไมค์มาแฉว่าโดนมันหลังไมค์มาด่าว่ามีปัญหาอะไรกับวัดกรูนักหนาวะห๊ะ โครงการดีๆแบบนี้ยังไงกรูก็เอาว้อย

เมิงมันพวกชอบเอาดีใส่ตัวแต่เอาชั่วใส่คนอื่นนี่หว่า ระวังตัวไว้เถอะวะ ตายโหงตายห่าไปแมร่งจะกลายเป็น “ดอกทอง”

เยรสตาเป็ดเอ๊ยยยย…กรูงงกับตรรกะมึงซะจริงๆว่ะ จะด่าพระทั้งทีเสือกด่าดอกทอง ทำไมต้องคำนี้วะกรูไม่เก็ท :evil:

หลังจากตาสิงห์ออกหน้ามาด่าทั้งพระทั้งฆราวาสไปแบบดุเดือด โต้กลับทุกหมัดไม่มีถอย รวมถึงตามไปตอดต่าหลังบ้านอีกต่างหาก

ทางคุณพี่จิตซังกะบ๊วยก็ตอกย้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจด้วยคำถามเดิมว่า “ตกลงมึงจะบอกมั๊ยเนี่ยว่าทำไมต้องจบม.3ถึงบวชได้วะ”

โดนคำถามชัดเจนแบบนี้เข้าไปตาสิงห์ยืดออกตอบอย่างมั่นใจว่า “กรูก็ไม่รู้ว่ะ เจ้านายเค้าจัดกันมา กรูแค่ลิ่วล้อ” :evil:

ให้ตายโหงตายห่าสิวะ เล่นเอาใบ้แดกกันไปทั้งแถบ สรุปแล้วที่เมิงตอบๆมาตั้งแต่ต้นเนี่ย จริงๆแล้วเมิงไม่รู้เชี่ยอะไรเลยใช่มั๊ยวะห๊ะ

สรุปแล้วเรื่องนี้แมร่งก็คือสาวกเกรียนๆออกมาปกป้องท่านเจ้าลัทธินั่นเองว่ะเธอว์ อีตา จขกท. แมร่งก็นั่งสงสัยต่อไป

เพราะไม่มีใครตอบได้ซะทีว่าตกลงแล้วทำไมต้องจำกัดการศึกษาของคนจะบวชด้วย ไอ้คนปกป้องก็ยังไม่รู้เลยเธอว์

แต่สาวแว่นเสียดายสุดเลยว่ะ เพราะตอนแรกนึกว่าตาสิงหทองแมร่งเป็นพระซะอีก กะว่าดราม่าพระตีกันแมร่งสนุกแหงๆ

ดูเอาละกันว่ะเธอว์ ทีแรกกะจะเอารูปนี้ขึ้นหัวข่าวแล้วด้วย มารู้ตอนหลังแมร่งไม่ใช่พระ เซ็งเป็ดเลยกรู :evil:

จะยังไงก็ตาม จะพระกับพระ หรือชาวบ้านกับพระ มันก็เกิดดราม่าอยู่ดี เชิญเธอว์ไปเสพย์กับแบบเต็มๆได้ที่กระทู้เลยย่ะ โฮะๆๆ

:grin: :grin: :grin:

ทำไมบวชพระต้องจบม.๓
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y8762312/Y8762312.html

Holysai cookie DVDr2u rama8
yuki

248 Responses to “โดนรุมจนเถียงสู้ไม่ได้!!สาวกจานบินส่งหลังไมค์ด่าพระสงฆ์ “ดอกทอง” !!!”

  • 201
    xxx:

    ยูไม่รู้อะไร ไอจาบอกให้จานบินนี่จะพายูรอด ตอน 2012 น้ำท่วมโลก รัดบานไทยมาสร้างไว้ ใครทำบูญซ้อตั๋วไว้จะได้ขึ้นบินไปนอกโลกจ๊ะ

  • 202
    จากผ่านมาเป็นสถิตดราม่า:

    ที่ 2 หน้าใหม่ :twisted:
    ฮาเรปบน=__= :grin:

  • 203
    Not ครับ:

    เรปแรกหน้าสอง คิดได้ยังไงครับ :grin:

    เยี่ยมมาก !! :evil:

  • 204
    masa:

    ทั้งสาวกทั้งวัดนี้สร้างชื่อเสียได้เรื่อยๆว่ะครับ :cry:
    สรุปแม่มไม่รู้เขี้ยไรเลยเสือกออกตัวน่าเอาส้นตรีนอาตมาไปแดรกแบบที่สาวแว่นบอกจริงๆว่ะเธอว์ :twisted:
    แต่ผมสังสัยอย่างนึงทำไมเรียก จานบิน วะวานผู้รู้ช่วยบอกที
    โหสิๆ :evil: :evil: :evil:

  • 205
    Love Drama ค่อดๆ:

    ดีนะที่ไม่บอกว่าต้องจบ ป.ตรี :grin:

  • 206
    Sleeping`Cat:

    จะบวชก็ต้องท่องบทขอบวชให้ได้ เพราะอย่างนั้นจึงคนบวชจึงต้องอ่านออกเขียนได้ เป็นเหตุผลรองรับว่าทำไมถึงต้องรีเควสต์ คนจบ ม. 3 ที่เป็นการศึกษาขั้นต่ำของปัจจุบันนี้ (มั้ง)

    :cool:

  • 207
    opt:

    masa wrote:

    ทั้งสาวกทั้งวัดนี้สร้างชื่อเสียได้เรื่อยๆว่ะครับ
    สรุปแม่มไม่รู้เขี้ยไรเลยเสือกออกตัวน่าเอาส้นตรีนอาตมาไปแดรกแบบที่สาวแว่นบอกจริงๆว่ะเธอว์
    แต่ผมสังสัยอย่างนึงทำไมเรียก จานบิน วะวานผู้รู้ช่วยบอกที
    โหสิๆ

    ดูสิ่งก่อสร้างเขาสิเธอว์ ไม่จานบินก็หัวนมสีทอง

    http://www.thaklong-phathumtani.go.th/file_travel/f2dB2bwat.jpg

  • 208
    นายปังปัง:

    Sleeping`Cat wrote:

    จะบวชก็ต้องท่องบทขอบวชให้ได้ เพราะอย่างนั้นจึงคนบวชจึงต้องอ่านออกเขียนได้ เป็นเหตุผลรองรับว่าทำไมถึงต้องรีเควสต์ คนจบ ม. 3 ที่เป็นการศึกษาขั้นต่ำของปัจจุบันนี้ (มั้ง)

    จบ ป.4 ก็อ่านหนังสืออกแล้วพ่อคุณ คนสมัยก่อนจบ ป.4 เก่งๆมีเยอะไป :grin:

  • 209
    นายปังปัง:

    xxx wrote:

    ยูไม่รู้อะไร ไอจาบอกให้จานบินนี่จะพายูรอด ตอน 2012 น้ำท่วมโลก รัดบานไทยมาสร้างไว้ ใครทำบูญซ้อตั๋วไว้จะได้ขึ้นบินไปนอกโลกจ๊ะ

    :grin: :grin: :grin: :grin: :grin:

  • 210
    ไข่ตุ๋นนอก:

    Sleeping`Cat wrote:

    จะบวชก็ต้องท่องบทขอบวชให้ได้ เพราะอย่างนั้นจึงคนบวชจึงต้องอ่านออกเขียนได้ เป็นเหตุผลรองรับว่าทำไมถึงต้องรีเควสต์ คนจบ ม. 3 ที่เป็นการศึกษาขั้นต่ำของปัจจุบันนี้ (มั้ง)

    จำได้ว่าเราก็อ่านหนังสือออกเป็นเรื่องเป็นราวดีตั้งแต่ยังเรียนไม่จบประถมแล้วนะ = =;;

    ข้องใจตรงไอ้วุฒิม.3นี่เหมือนกัน ถ้ามันจะมีคำอธิบายอะไร(ที่ฟังแล้วเข้าท่า)ก็อยากรู้อยู่นะ

  • 211
    zetarn:

    แล้วคนรุ่นก่อนที่ไม่ได้จบ ม.3 มาแต่คิดจะบวชด้วยจะให้ทำไงฟะ! ไม่ต้องบวชเลยงั้นสินะ? :mrgreen:
    แถวบ้านญาติผมมีครอบครัวนึง สมาชิกในบ้านเสียหมดแล้ว เหลือเจ้าตัวอายุ 60~70 แ้ล้ว ทางบ้านเลยทำบุญด้วยการเป็นประธานบวชให้ แล้วเจ้าตัวก็กะไม่สึกเลยนะเว่ยเฮ่ย! แล้วทำไมเขาถึงบวชได้ฟะ ไม่เห็นต้องจบ ม.3 ห่ะอะไีรเลย :???:

  • 212
    ครูกุ๊ก:

    สิงห์ดอกทองอะไรนี่เลวได้ใจมากๆๆๆวะ นรกกินหัวสถานเดียวเท่านั้น :|

  • 213
    ZerosS:

    ๑. ผู้อุปสมบทต้องเป็นชายแท้จบการศึกษา ม. ๓ ขึ้นไป
    และมีอายุระหว่าง ๒๐ – ๖๐ ปี
    อันนี้ที่ดราม่า…..

    ๒. ผู้อุปสมบทต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองหรือผู้รับรองเป็นลายลักษณ์อักษร
    ๒๐ – ๖๐ ปี…ต้องมีผู้ปกครอง? กำพร้าห้ามบวช? 20 ปีบรรลุนิติภาวะแล้วต้องขออนุญาติใครหว่า
    สมมุติอายุ 50 ปี ต้องไปขุดกระดูกบุพการีมาพิมพ์ลายนิ้วมืออนุญาติ? :grin:

    ๓. ผ่านการสัมภาษณ์และสอบขานนาคจากคณะกรรมการฯ ที่วัดพระธรรมกาย หรือผู้นำบุญในจังหวัดของท่าน
    โนคอมเมนท์-..- เรียกกว่าจะบวชแต่กูไม่ให้บวชมึงอด… :mrgreen:

    ๔. ผู้อุปสมบทต้องสามารถเข้าอบรมได้ตลอดระยะเวลาการอบรม
    ห้ามป่วย ห้ามมีธุระ กุเรียกต้องมา…. :?:

    ๕. ผู้อุปสมบทต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี พร้อมที่จะรักษาระเบียบวินัยได้
    เห็นดีเห็นงามด้วยข้อนี้… :|

    ๖. สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัว เช่น ลมชัก โรคเบาหวาน โรคจิตประสาท โรคไต
    โรคหอบหืด ต้องไม่ติดยาเสพติด
    ไม่มีโรคประจำตัว…นี่จะเอาพระสงฆ์ไปทำงานรึ แค่ไม่เป็นโรคติดต่อก็พอแล้ว… :arrow:

    ๗. ผู้อุปสมบทต้องเป็นผู้อยู่ง่ายกินง่าย ไม่เลือกอาหาร ให้เป็นภาระต่อตนเองและผู้อื่น
    น่าจะจบแค่ ผู้อุปสมบทต้องเป็นผู้อยู่ง่ายกินง่าย ที่เหลือไม่น่าใส่อ่านแล้ว ดูทุเรศ :cry:

    ๘. ผู้อุปสมบทต้องไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายในลักษณะทุพพลภาพ
    สรุปมึงจะเอาพระสงฆ์ไปทำงานจริง ๆ ใช่ไหม…
    หรือจะเอาไปฝึกเป็นนักบินอวกาศขับจานบินวะ :twisted:

    ๙. ต้องมีคุณสมบัติผู้บวชตามกฎมหาเถรสมาคม และไม่มีรอยสักอันไม่เหมาะสม ( เห็นชัดเจนเมื่อห่มจีวร )
    ก็เข้าใจ สักรูปผู้หญิงโป๊ไว้ก็อดบวช…. :twisted:

  • 214
    蓬莱山:

    ที่กฎเยอะแบบนี้ไม่แปลกหรอก เพราะ เคยมีครั้งนึง ของซักโครงการ นี่แหละ ที่มีไปบวชแล้วไปพี้ยากันหลังวัด – - (มีไถเงินกันด้วยนะเธอว์) เลยค่่อนข้างต้องคัดคนบวชน่ะนะ
    (เวลาบวชหมู่จำนวนมากๆแบบนี้ ก็มีกฎแบบนี้ตลอดแหละสมัยนี้น่ะ ไม่ใช่เฉพาะจานบินหรอกเน่อ)

  • 215

    蓬莱山 wrote:

    ที่กฎเยอะแบบนี้ไม่แปลกหรอก เพราะ เคยมีครั้งนึง ของซักโครงการ นี่แหละ ที่มีไปบวชแล้วไปพี้ยากันหลังวัด – – (มีไถเงินกันด้วยนะเธอว์) เลยค่่อนข้างต้องคัดคนบวชน่ะนะ
    (เวลาบวชหมู่จำนวนมากๆแบบนี้ ก็มีกฎแบบนี้ตลอดแหละสมัยนี้น่ะ ไม่ใช่เฉพาะจานบินหรอกเน่อ)

    ไม่จริง ที่อุปสมบทหมู่แล้วมีกฎเกณฑ์นอกเหนือจากที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ ก็มีแต่ไอ้ลัทธิจานบินลวงโลกนี่แหละ ที่อื่นเขาก็ตามปกติกัน ส่วนเรื่องพี้ยามันเป็นเรื่องส่วนบุคคล แล้วทำไมขนาดอีธัมมชโย หรือนายไชยบูลย์เจ้าลัทธิ ตอนเรียนอัสสัม ล่อตูดกันหลังห้องเรียน บราเด้อร์ยังมาแจมละ

  • 216
    ฟุง:

    อยากรู้จริงๆว่าทำไมไอ้สำนักจานบินเหี้ยนี่ มีแต่คนรวยๆบ้าบอไปเข้า แม่เล่าให้ฟังว่ามีคนจากสำนักนี้ชอบไปซื้อตัวคนดัง หรือพวกผู้นำหมู่บ้่านให้มานับถือแล้วแดกทั้งหมู่บ้านยาวๆ :evil: :evil: :evil: :evil:

  • 217
    BANG:

    เกลียดแอดมินพันทาง wrote:

    蓬莱山 wrote:
    ที่กฎเยอะแบบนี้ไม่แปลกหรอก เพราะ เคยมีครั้งนึง ของซักโครงการ นี่แหละ ที่มีไปบวชแล้วไปพี้ยากันหลังวัด – – (มีไถเงินกันด้วยนะเธอว์) เลยค่่อนข้างต้องคัดคนบวชน่ะนะ
    (เวลาบวชหมู่จำนวนมากๆแบบนี้ ก็มีกฎแบบนี้ตลอดแหละสมัยนี้น่ะ ไม่ใช่เฉพาะจานบินหรอกเน่อ)

    ไม่จริง ที่อุปสมบทหมู่แล้วมีกฎเกณฑ์นอกเหนือจากที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ ก็มีแต่ไอ้ลัทธิจานบินลวงโลกนี่แหละ ที่อื่นเขาก็ตามปกติกัน ส่วนเรื่องพี้ยามันเป็นเรื่องส่วนบุคคล แล้วทำไมขนาดอีธัมมชโย หรือนายไชยบูลย์เจ้าลัทธิ ตอนเรียนอัสสัม ล่อตูดกันหลังห้องเรียน บราเด้อร์ยังมาแจมละ

    ยืนยันครับ ไม่งั้นทำไมวัดอื่นเด็กกำพร้าจบ ป.4 บางคนถึงสามารถบวชได้ครับ มันเป็นแค่ตรรกะที่จะคัดคนมีเงินของลัทธิจานบินนั้นเท่านั้นแหระครับ

  • 218
    bmjas:

    :grin: :grin: :grin: :grin:

    5555555

    ดราม่านี้ รูปประกอบ เยี่ยมมากๆ

  • 219
    NepGellutic:

    ชอบรูปประกอบมากมายครับ :grin:

  • 220
    โอโล่:

    ดูดีๆแม่ง failด้วยนะ บวชอายุ20-60ยังจะเอาลายเซ็นผู้ปกครอง :lol:

  • 221
    DJNY:

    คนไม่จบ ม. 3 เป็นกากสังคมหมดเลยอ่ะเด่ะแบบนี้ คนไม่มีตังเรียนหมดสิทธิ์บวชแน่ ๆ :lol:

  • 223
    Iseria Queen:

    แค่ด่าพระก็เหี้ยแล้ว ไอ้เวรนี่ :x

    พ่อแม่ ปู่ ย่า ตายายกรุไม่จบมอ 3 เหมือนกันว่ะ จบแค่ปอ 4 ทำไมยังส่งลุกเรียน ทำประดยชนืเพื่อสังคมได้มากมาย

  • 224
    หอยหลอด:

    @ DJNY:
    ก็แหงล่ะ ไม่จบมอสามก็แสดงว่า ไม่มีตังค์เรียน ไม่มีตังค์เรียนแล้วจะเอาตังค์ที่ไหนบริจาคสร้างจานบิน

    แม่ง อุปทานหมู กูทึ่งการตลาดวัดนี้จริง ๆ

  • 225
    แอดมิน FC:

    เข้ามาฮา คห.นึงบอกไม่รับแมวไม่จบม.3 ฮาตรัสๆ :grin: :grin: :grin:

    วัดจานบินนี่ ดูยังไงก็กะทำธุรกิจวะเธอว์ เสื่อม :o

    ปล.เหมือนเห็นสาวแว่นแอบตอดแอดมินไป 1 ดอก :twisted:

  • 226
    lajef:

    เอ่อ…สมัยก่อนพระมีหน้าที่ต้องดูแลผู้คน
    เมื่อชาวบ้านมีปัญหาก็มักมาปรึกษาพระไม่ใช่หรอ(คาดว่าสมัยนี้ก็ไม่น่าจะต่างกันมาก)
    ดังนั้นผู้ที่จะเป็นพระก็ควรที่จะมีความรู้ในระดับนึงนะ.. :?:

  • 227
    zeth:

    ความรู้นิดนึง

    กรณี20แล้วไม่จำเป็นขออนุญาตใครนั้น ตามกฎหมายไม่ถึงครับ แต่ตามวินัยนี่ถ้าไม่ขออนุญาตพ่อแม่ผู้ปกครองก่อนนี่ฟาวล์ทันทีครับ

    กรณีที่ตายไปหมดแล้วก็ไม่เป็นไร

  • 228
    tebarskirt:

    แหมๆๆๆ อย่าทะเลาะกัน ไม่น่ารักเลย
    ;-)

  • 229
    lizzy:

    แหม ไม่รู้หรอว่าเขาเรียก “บริษัทจานบิน” นะเธอว์ มิใช่วัดนะจ๊ะ..นะจ๊ะ….

    อยากได้แหวนส้มตำป้ะ..ทำบุญดิๆๆ เดี๋ยวได้แหวนไก่ย่างด้วยนะ :twisted: :twisted:

  • 230
    คนเคยบวช:

    สาเหตที่ต้องรับเด็ก ม.3 ขึ้นไป
    1.เขากลัวเด็กโดดเรียนมาบวชครับ
    2.ระยะเวลาที่บวชนั้นสั้น การดูแลจัดระเบียบเด็กเล็กในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้เสียเวลาปฏิบัติธรรมไป มาก อันจะทำให้คนบวชไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดที่ควรจะพึงได้ ในครั้งนี้จึงจำกัดวุฒิ (ปกติจะรับเด็กเล็กในช่วงภาคฤดูร้อน เพราะมีเวลามากกว่า และจำนวนผู้บวชน้อยกว่า พระอาจารย์สามารถดูแลได้ทั่วถึงกว่า)

  • 231
    Zerok:

    :grin: :grin: :grin: :grin: :grin: :grin: :grin:

    ระดับไก่ย่างฝังขนเพชร

    เยดเขร้

    555555

  • 232
    BANG:

    คนเคยบวช wrote:

    สาเหตที่ต้องรับเด็ก ม.3 ขึ้นไป
    1.เขากลัวเด็กโดดเรียนมาบวชครับ
    2.ระยะเวลาที่บวชนั้นสั้น การดูแลจัดระเบียบเด็กเล็กในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้เสียเวลาปฏิบัติธรรมไป มาก อันจะทำให้คนบวชไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดที่ควรจะพึงได้ ในครั้งนี้จึงจำกัดวุฒิ (ปกติจะรับเด็กเล็กในช่วงภาคฤดูร้อน เพราะมีเวลามากกว่า และจำนวนผู้บวชน้อยกว่า พระอาจารย์สามารถดูแลได้ทั่วถึงกว่า)

    ไม่ใช่ครับ เค้าบอกว่าจบขั้นต่ำ ม.3ครับ หมายถึงผู้ใหญ่ที่จบแค่ ป.4 ก็บวชไม่ได้ครับ แล้วก็อย่างที่ผมบอกไป สมัยพุทธกาล พระองคุลีมารก็บวชได้ แล้วนิกายนี่ทำไมไม่ปฏิบัติตามรอยพระองค์ครับ ตั้งกฏเลือกคนผิดปกติวินัยสงค์หลายข้อเกินไปครับ

  • 233
    R-Hoy:

    นิกายนี้ นี่ยังดีกำหนดแค่ ม.3
    เผลอๆต่อไปขอใบรับรองเงินเดือนผู้ปกครองด้วยนะเออ
    บริจาคเงินกี่บาท ได้สวรรค์กี่ level ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้อยู่ชั้นสูงๆ

    ก็เอาเหอะวะ คนมีเงินแต่ขาดที่พึ่งทางใจ เสียเงินไปแล้วใจมีที่ยึดมันก็ยังดีกว่าอยู่ไปอย่างไร้ความรู้สึก ไร้จุดหมายชีวิต
    บางคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงิน เพื่อเอาไปซื้อ level มันก็ดีนะครับ ไม่ได้เป็นเศษสังคม
    แต่ผมกลัวว่าจะมีพวกบางส่วนทำงานฉ้อโกงชาวบ้าน แล้วเอาไปซื้อ level นี่ดิ เพราะนิกายนี้ไม่ได้สอนนะครับ
    เค้าเน้นการบริจาค เงินมาจากไหนไม่สน

    ผมเคยอคติกับศาสนาอื่น ที่คิดว่า อะไรวะทำบาปมาสารภาพแล้วก็หลุดพ้นแล้ว มีคนมารับบาปแทน
    แต่นะ อย่างน้อย ศาสนานั้นเค้ามีหลักคำเดียวสั้นๆ ให้รักเพื่อนมนุษย์ ซึ่งครอบคลุมได้กว้างเลย ทำดีกับเพื่อนมนุษย์ เผื่อแผ่ ไม่เอาเปรียบ มีน้ำใจ ให้โอกาส โอ้ย เยอะแหละเลย
    พอมาเจอนิกายนี้ ที่อ้างว่าเป็นพุทธ ผมก็ว่า อยากให้คนนิกายนี้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาที่ผมว่ายังจะดีกว่า

    ตัวผมเองหนะ เป็นแค่ พุทธ ในทางเอกสารราชการ ผมไม่เชื่อบางอย่าง
    เช่น พระสงฆ์ ซึ่งหลายรูปบิดเบือน ธรรมปิฎก กันเป็นกิจวัตร หากินกับการเข้าวัด เลยหาที่ผมนับถือไม่ได้
    ไปงานศพ แต่ละที เห็นพระนั่งหม้อ แขกที่มาในงาน นั่งจ้องระหว่างสวด เห็นแล้วอนาถ

  • 234
    bababooo:

    ทุกอย่างมีเหตุ และ มีผลครับ

    เรืองบริจาค ว่า ทำใมต้องเยอะๆ ก็มีเหตุผลครับ

    เรื่อง ว่า ทำใมต้องเป็น จานบิน ก็มีเหตุผลครับ

    แต่ไม่ขอกล่าวเพราะ คนไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจจริงๆครับ

    ส่วนคนที่เค้า บริจาคให้ถึงขนาดนั้น ทำใมถึงบริจาค

    ถ้า เค้าไม่ได้รับรู้ถึง เหตุ ผล ล่ะครับ ย้ำนะครับ ว่าเป็น เหตุและผลจริงๆ ไม่ใช่คำสอน หรือ ความเชื่อ หรือ ไสยศาสตร์ แต่เป็น เหตุและผล ซึ่ง พวกคุณๆทั้งหลายไม่ต้องสนใจหรอกครับ ถึงเวลาก็รู้เอง

    ส่วนเรื่อง ทำใม ต้อง ม.3

    จริงๆแล้ว มากกว่า ม.3 อีกนะ จริงๆแล้ว ป.ตรี ด้วยนะครับ

    เพราะ ว่า หากคุณ จบแค่ ไก่กา แล้ว มาบวช คุณจะไม่มีความรู้ เรื่องทางโลกอะไรเลย แล้วคุณจะสอน อะไรให้กับคนทางโลก แล้วคุณจะมีความรู้อะไรติดตัว หากคุณจำต้อง สึกออกไปกลางคัน

    เท่านี้ล่ะครับ คือ เหตุ และ ผล ว่าทำใมต้อง จบ สูงๆ

  • 235
    Northtempest:

    พระไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องทางโลกมากก็ได้ครับ
    คนมาหาพระมาปรึกษาเรื่องทางธรรม เรื่องทางจิตใจ
    ของแบบนี้มันอยู่ที่การฝึกปฏิบัติในขณะที่เป็นพระ ไม่ใช่ความรู้ทางโลกจะมาช่วยได้
    (เห็นๆอยู่ว่าคนรียนสูงเกรียนๆมีถมไป)เพราะฉะนั้นการศึกษายังไม่ถือว่ามีส่วนทั้งหมดซะทีเดียว
    พระที่ดีในปัจจุบันก็ไม่ได้เรียนจบสูงบางรูปไม่จบม.3ด้วยซ้ำไปก่อนที่จะบวช
    แต่หลังจากบวชเรียนแล้วก็ช่วยเหลือให้คำแนะนำกับญาติโยมได้ เป็นที่เคารพมากมาย

    พระต้องมี wis มากกว่า int ครับ (เหมือนในเกมเลยเนอะ) :twisted:

  • 236
    paitan:

    @ masa:
    บวชแล้วได้ศึกษาธรรมะถูกต้อง ทำเพื่อศาสนา ก็ต้องดีอยู่แล้ว
    ได้ยินว่ามีพระมหาเถระเข้าร่วม มากมาย น่าจะ ดี อย่างน้อย ก็ได้ใช้เวลาใช้ชีวิต ศึกษาธรรมะ แทนที่จะไป คลุกเคล้ากับ กระแสโลก เช่น ทุนนิยม การหลงเลือกขั้ว เป็นต้น แค่ เดือน ครึ่งเดือน จะ ล้างสมอง ผ่ากิเลสได้แค่ไหนกัน ให้ทำตามธรรมพื้นฐานให้เป็นนิสัยได้ก็ดีมากแล้ว :|

  • 237

    ยักยอกเงินบริจาควัด ปาราชิก แต่ ไม่ยอมสึก???

    ศาลสั่งจำหน่ายคดีวัดพระธรรมกาย หลัง อสส.ยื่นคำร้อง ขอถอนฟ้อง“พระธัมมชโย” กับศิษย์ ฐานยักยอกเงินบริจาควัดกว่า 35 ล้าน ยกเหตุจำเลยคืนเงินวัดกว่า 950 ล้าน ทั้งยังเผยแผ่ศาสนาตามพระไตรปิฎก ตามพระลิขิตพระสังฆราชแล้ว ขณะที่คดีธรรมกายอีก 3 สำนวน อัยการพร้อมยุติคดีสั่งไม่ฟ้อง

    เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ศาลโดยนายสุนพ กีรติยุติ ผู้พิพากษาอาวุโส และองค์คณะ ออกนั่งบัลลังก์ มีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องในคดีดำหมายเลขที่11651/2542 และคดีดำหมายเลข 14735/2542 ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย หรือนายไชยบูลย์ สิทธิพล อายุ 62 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และนายถาวร พรหมถาวร อายุ 57 ปี ลูกศิษย์คนสนิท เป็นจำเลยที่ 1-2

    ทั้งนี้ เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานและสนับสนุนเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานและสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

    โดยร่วมกันยักยอกทรัพย์ และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกาย จำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายมูล จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร จำเลยที่ 2
    และเงินจำนวน 29,877,000 บาท ไปซื้อที่ดินเนื้อที่ 902 ไร่เศษ ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร และ ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ. เพชรบูรณ์ โอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ 2

    คดีนี้เรืออากาศโทวิญญู วิญญกุล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2549 สรุปว่า ตามที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2542 และวันที่ 16 ธันวาคม 2542 ตามลำดับ โดยกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันกระทำผิด

    โจทก์ขอเรียนว่า การดำเนินคดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 กับพวก ไม่ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีว่า ความบิดเบือนพระพุทธธรรมคำสั่งสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็นการทำให้สงฆ์ที่หลงเชื่อคำบิดเบือนแตกแยกออกไปกลายเป็นสองฝ่าย มีความเข้าใจความเชื่อถือ พระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำให้สงฆ์แตกแยกเป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งปัจจุบันและอนาคตที่หนัก ส่วนที่มิใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้องคือ ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที ไม่ได้คิดให้มีโทษเพราะคิดในแง่ยกประโยชน์ให้ว่า ในชั้นต้นหากมิใช่มีเจตนาถือเอาสมบัติของวัดเป็นของตนจริงๆ แต่ เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะที่เป็นพระคืนให้แก่วัด ก็แสดงชัดแจ้งว่าต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอม เป็นพระด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสียให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา

    บัดนี้ข้อเท็จจริงในการเผยแผ่คำสอน ปรากฏจาก อธิบดีกรมการศาสนา ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เลขาธิการมหาเถรสมาคม และ เจ้าคณะภาค 1 ว่า ในปัจจุบันจำเลยที่ 1 กับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนา ตรงตามพระไตรปิฎก และนโยบายของคณะสงฆ์??? ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกิจการของศาสนา ทั้งของคณะสงฆ์ ภาครัฐ และเอกชนจำนวนมาก

    สำหรับในด้านทรัพย์สินนั้น ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 กับพวก ได้มอบทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งมีทั้งที่ดินและเงินจำนวน 959,300,000 บาท คืนให้แก่วัดพระธรรมกาย การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 กับพวก จึง เป็นการปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ครบถ้วนทุกประการแล้ว???

    ขณะเดียวกัน ขณะนี้บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติทุกหมู่เหล่า เห็นว่าหากดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในศาสนจักร โดยเฉพาะพระภิกษุ สามเณร และประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ที่นับถือศาสนาพุทธ และไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

    อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้ถอนฟ้องคดีนี้ ดังนั้น โจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ทุกข้อกล่าวหา ขอศาลโปรดอนุญาต เมื่อศาลได้สอบถามว่าจำเลยทั้งสองจะคัดค้านหรือไม่ ซึ่งจำเลยทั้งสองแถลงว่า ไม่คัดค้าน พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง ก่อนศาลมีคำพิพากษา โดยอ้างเหตุดังข้างต้น เมื่อจำเลยทั้งสองไม่คัดค้านที่โจทก์ถอนฟ้อง จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 ศาลจึงอนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยทั้งสองและจำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความของศาลอาญา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ได้มีการสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย ซึ่งที่ผ่านมามีการสืบพยานไปแล้วเกือบ 100 ครั้ง เหลือการสืบพยานอีกเพียง 2 ครั้ง ในวันที่ 23-24 สิงหาคม นี้ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อธิบดีอัยการคณะกรรมการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การถอนฟ้องคดีก่อนศาลจะมีคำพิพากษา สามารถทำได้ ซึ่งในอดีตอัยการสูงสุด เคยยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแล้วเช่น ความผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ คดีกบฏ ผู้ก่อการร้าย

    สำหรับคดียักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกาย ที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญามีเพียง 2 คดีเท่านั้น คงเหลือสำนวนคดียักยอกทรัพย์ที่รอการสั่งคดีในชั้นอัยการอีก 3 สำนวน ได้แก่
    - 1.คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ นางกมลศิริ คลี่สุวรรณ และนายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิค ลูกศิษย์คนสนิท เป็นผู้ต้องหา ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันเบียดบังนำเงินวัดจำนวน 95 ล้านบาทเศษไปซื้อที่ดิน
    - 2.คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ นางสงบ ปัญญาตรง นายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิค และนายชาญวิทย์ ชาวงษ์ ลูกศิษย์คนสนิท เป็นผู้ต้องหา เบียดบังเงินจำนวน 845 ล้านบาทเศษ และ
    -3.คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ร่วมกับนายเทิดชาติ ศรีนพรัตน์ นายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิค และนางอมรรัตน์ สุวิพัฒน์ หรือสีกาตุ้ย ลูกศิษย์คนสนิท ผู้ต้องหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

    โดยเมื่ออัยการสูงสุดมีนโยบายให้ถอนฟ้อง การสั่งคดีของพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ก็จะต้องมีความเห็นให้ยุติการสั่งคดีไว้ เนื่องจากการดำเนินคดีจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 78 และ 128 โดยเมื่อยุติการสั่งคดีก็ต้องถือว่าคดีนี้สิ้นสุดลงตามกระบวนการทางกฎหมายทันที ซึ่งจำเลยทั้งสองได้คืนที่ดินและเงินที่ก่อความเสียหายรวมมูลค่า 959,300,000 บาท ให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว

  • 238

    สะเก็ดข่าวศาสนาตลอดปี 2549 โดย…ปี้ส่าง

    อัยการสูงสุดถอนฟ้องธัมมชโย

    เป็นข่าวใหญ่โตสุดท้ายก่อนอวสานรัฐบาลทักษิณ ถูกจัดเรตติ้งเป็นข่าวดังอันดับ 2 ของประเทศไทย ในปี 49 ความดังที่ว่านี้มีหลายสาเหตุ ทั้งจากเหตุที่ท่านธัมมชโยเป็นเจ้าอาวาสวัดที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย มีทรัพย์สินมากที่สุดถึงหลายหมื่นล้าน กิ่งก้านสาขาก็มากมายทั้งในและต่างประเทศ มีการออกนิตยสาร สื่อสาร เว๊บไซต์ แม้กระทั่งมีดาวเทียมเป็นของตนเอง พระธัมมชโยไม่ต้องอาศัยใครช่วยโฆษณาก็สามารถออกอากาศได้ตามใจปรารถนา ศาสนิกหรือก็ล้นวัด ขนาดว่าที่ดินนับพันๆ ไร่ที่ซื้อไว้นั้น เชื่อไหมว่าจัดงานใหญ่เข้าจริงๆ ปรากฏว่า “ไม่พอจอดรถ” ถ้าไม่มีชนักติดหลังเรื่อง สร้างสัทธรรมปฏิรูปเมื่อปี 2542 แล้วละก็ ธัมมชโยคงลอยไกลไปจนถึงระดับสันตะปาปาแห่งนครรัฐวาติกันนั่นทีเดียว แต่โบราณว่า ถ้าบุญญาวาสนาไม่ถึงก็อย่าเขย่งเท้าเดินเลย ปวดเสียเปล่า ประเดี๋ยวเขาก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า ดังนั้น เรื่องนี้ต้องขยาย…

    กล่าวกันตามที่เห็นและเป็นไป ปี้ส่างมิได้มีอคติกับท่านธัมมชโยเป็นการเฉพาะ ผลงานการสร้างวัดก็ดี สำนักเรียนก็ดี หนังสือหนังหาก็ดี ที่วัดพระธรรมกายทำออกมานั้น ยอมรับว่าดูดีกว่าผลงานของวัดในประเทศไทยหลายหมื่นวัด อาจจะรวมทั้งวัดบวรนิเวศวิหาร วัดมหาธาตุ วัดสระเกศ พวกนี้ด้วย แต่ที่ต้องออกมาตราหน้าอย่างรุนแรง ก็เพราะพฤติกรรมของคณะวัดพระธรรมกาย ต่อกรณี ที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน นครปฐม ท่านได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่วัดพระธรรมกายได้ออกเอกสารระบุว่า “พระนิพพานเป็นอัตตา” นั่นแหละ

    ในฐานะที่พระธัมมชโยเป็นถึงพระราชาคณะเจ้าอาวาสมีพระมากที่สุดในประเทศไทย ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่า “เป็นนักปราชญ์” ในทางพระศาสนาด้วยผู้หนึ่ง ซึ่งคุณสมบัติดังว่ามานี้ เมื่อมีหนังสือท้วงติงจาก พระเดชพระคุณพระพรหมคุณาภรณ์ ซึ่งท่านได้เขียนอย่างสุภาพ ยกหลักฐานต่างๆ ทั้งในพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา เป็นต้น มาเทียบเคียงเพื่อให้สาธุชนได้ใช้ตรวจสอบลัทธิธรรมกาย ตอนนั้น เราคาดหวังว่าจะได้เห็น “การชี้แจงอย่างสุภาพเหมาะสมกับภูมินักปราชญ์เจ้าสำนักใหญ่ระดับโลกของ
    พระธัมมชโย”

    แต่เปล่าเลย ธัมมชโยนอกจากจะมุดหัวอยู่แต่ในกุฏิ ไม่ยอมชี้แจงแถลงไขในเรื่องที่ตัวเองกระทำลงไปแล้ว ยังให้สมุนบริวารออกเอกสารโจมตีพระเดชพระคุณพระพรหมคุณาภรณ์อย่างข้างๆ คูๆ ใช้นามแฝงว่า “ชมรมสามเหล่าทัพ” บ้าง ว่า “ดร.เบญจ์ บาระกุล” บ้าง ส่วนตัวเองนั้นก็ใส่แว่นตาดำนั่งรถเข็นไปขึ้นศาล อ้างว่าป่วย ! แสดงความอ่อนแอให้คนเห็นในท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติเกี่ยวกับตัวเองและสำนักเรียน ไม่มีความองอาจ ขาดความเป็นนักปราชญ์หรือผู้ดี ไม่มีการกระทำอย่างลูกผู้ชาย นี่แหละคือตัวจริงเสียงจริงของธัมมชโย ซึ่งต้องกับโบราณภาษิตที่ว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” แต่สถานการณ์สำหรับธัมมชโยนั้นกลับกลายเป็นสร้าง “โมฆบุรุษ” ไปอย่างที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

    พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.9)
    วัดญาณเวศกวัน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
    บุคคลที่พระธัมมชโยและเหล่ากัลยาณมิตรต้องคิดถึงไปจนวันตาย

    หลังจากตะลอนขึ้นศาลสงฆ์และศาลอาญามาตั้งแต่ปี 2542นั้น ธัมมชโยก็ให้เหล่ากัลยาณมิตรวัดพระธรรมกายออกมาส่งเสียง “ขอความเป็นธรรม” เป็นระยะๆ อ้างว่าทำคุณงามความดีเพื่อประเทศชาติศาสนามามากมาย ควรจะนิรโทษกรรมท่านธัมมชโยเสีย แต่กระพรวนบนคอแมวนั้น นอกจากจะหาหนูใจกล้านำไปผูกได้ยากแล้ว หนูตัวที่จะนำกระพรวนออกก็ยิ่งหาได้ยากกว่า ดังนั้นคดีดัง “ธรรมกาย” เมื่อเข้าสู่ศาลอาญาแล้ว ตามหลักก็จำเป็นต้องดำเนินการไปจนสิ้นสุดกระบวนการ ซึ่งประมาณว่า คดีนี้จะสิ้นสุดในประมาณปลายปี 2549 แต่จะออกลูกผีหรือลูกคนก็ไม่มีใครทายใจศาลอาญาได้

    การที่คดีอาญาของพระธัมมชโยจะเดินไปสุดทางนั้น แปลได้ 2 ความหมาย คือ 1.ถ้ารอด ก็เท่ากับว่าธัมมชโยเสมอตัว แต่ที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมานานถึง 7 ปีนั้น ก็นับว่าเป็นเคราะห์กรรมมหันต์ และ 2.ถ้าศาลพิพากษาว่าธัมมชโยผิด ก็หมายถึงว่าต้องติดคุก ซึ่งพระที่ต้องคดีอาญาถึงติดคุกนั้นตามกฎหมายไม่สามารถจะเอาเข้าคุกทั้งผ้าเหลืองได้ ต้องเปลื้องผ้าเหลืองออกเสียก่อน หมายถึงว่า พระธัมมชโยต้องสึกสถานเดียว !

    แต่ปัญหามันมิได้มีเพียงเท่านั้น เพราะท่านธัมมชโยนั้นเป็นถึงระดับปรมาจารย์ เป็นผู้ก่อตั้งวัดจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก วัดพระธรรมกายตั้งแต่เกิดจนโตขึ้นมาได้ทุกวันนี้นั้นก็เพราะท่านธัมมชโย การจับพระธัมมชโยสึกจึงเป็นการทำลายวัดพระธรรมกายจนถึงรากถึงโคน เพราะถ้าไม่มีพระธัมมชโย รับรองว่ากัลยาณมิตรคุมกันไม่ติดแน่ แต่ในฐานะที่วัดพระธรรมกายนั้นใหญ่โตรโหฐาน มีสาวกนับแสน การจะจับเจ้าสำนักสึกจึงมิใช่เรื่องง่าย รับรองว่าจลาจลแน่ แต่เหนือนิติศาสตร์ก็ยังมีรัฐศาสตร์ ซึ่งตรงนี้อัยการสูงสุดได้นำมาทำเป็นลูกกุญแจดอกที่สอง สำรองไว้ไขความสำหรับการไว้ชีวิตพระธัมมชโยและคณะวัดพระธรรมกายในครั้งนี้

    ความเก่งกาจระดับซูเปอร์เซียนของทีมกฎหมายวัดพระธรรมกายนั้น ต้องขอยกนิ้วให้ว่า “ยอดเยี่ยมระดับโลก” ขอโฆษณาไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ถ้าใครไหนต้องคดีอะไร ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ก็ขอให้ไปติดต่อท่านธัมมชโยเพื่อขอให้ทีมทนายมาช่วยว่าความให้ เพราะไม่น่าเชื่อว่า เรื่องใหญ่ระดับประเทศนั้น ทนายความทีมนี้สามารถปลดชนวนระเบิดปรมาณูลูกใหญ่ ขนาดสามารถทำลายอาณาจักรธรรมกายหลายหมื่นล้าน ให้หมดฤทธิ์ลงได้อย่างง่าย โดยใช้กุญแจดอกที่ชื่อว่า “สมานฉันท์” ผ่านมือนักปลดชนวนคดีทางการเมืองชื่อก้องโลก “ทักษิณ ชินวัตร”

    ทีมกฎหมายวัดพระธรรมกาย ใช้ตรรกวิทยาที่ว่า ในเมื่อไม่มีหนูตัวไหนเป็นใจอยากไปปลดกระพรวนบนคอแมวออก ก็เห็นจำเป็นต้องใช้หนูตัวเดิมที่เอากระพรวนผูกคอแมวไว้นั่นแหละ ซึ่งในการฟ้องร้องต่อศาลอาญานั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดจึงถูกกำหนดให้เป็นหนูตัวที่ต้องไปดึงเอากระพรวนบนคอแมวคือศาลอาญาออกมา เพราะผู้ผูกย่อมรู้ทางแก้ และสมการนี้แหละที่ทำให้วงการนักกฎหมายไทยต้องตะลึงเป็นคำรบสอง รองมาจากคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผ่านมาด้วยวาทะว่า “บกพร่องโดยสุจริต” นั่นเอง

    ลำดับเหตุการณ์ระทึกใจในการ “ปลดชะนวนระเบิดวัดพระธรรมกาย” นั้นมีดังนี้

    1. วันที่ 18 กรกฎาคม 2549 กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดจัดงาน “รวมใจทุกศาสนา พัฒนาท้องถิ่นไทย ถวายองค์ราชา ครองราชย์ 60 ปี” ที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี มีการเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ไปเป็นองค์ปาฐก

    2. วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2549 ศาลอาญารัชดา โดยนายสุนพ กีรติยุติ ผู้พิพากษาอาวุโส และองค์คณะ ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำสั่งอนุญาตให้ “ถอนฟ้อง” คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และลูกน้องคนสนิท ตกเป็นจำเลยในข้อหายักยอกทรัพย์ เงินบริจาควัดมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท

    โดยศาลอ้างเหตุผลว่า

    1. เพราะว่าจำเลยได้คืนทรัพย์สนที่ฉ้อโกงมาจากวัดพระธรรมกาย จำนวน 1,000 ล้านบาท คืนให้แก่วัดหมดแล้ว2. ถ้าหากดำเนินคดีนี้ให้สิ้นสุด อาจจะเกิดความแตกแยกระหว่างพุทธศาสนิกชน ที่สังคมตั้งคำถามก็คือว่า การที่อัยการออกหน้าดึงเรื่องกลับมาจากศาลในครั้งนี้ ถ้าไม่มีคนที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่งสัญญาณให้แล้ว ลำพังอัยการจะกล้าหาญกระทำการเองหรือ หรือ ถ้าคิดจะทำ ทำไมไม่ทำตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ปล่อยให้คดีค้างคาศาลมานานถึง 7 ปีได้อย่างไร และทำไม พอทักษิณกลับจากวัดพระธรรมกายได้ เพียง 35 วัน ศาลก็ออกนั่งบัลลังก์สั่งถอนคดีตามคำขอของอัยการ ?????

    ปิดท้ายรายการด้วย นายถวิล สมัครรัฐกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ออกมาประกาศว่า “เมื่อศาลสั่งจำหน่ายคดีอาญาแล้ว คดีทางสงฆ์ก็ถือว่าสิ้นสุดไปด้วย” แปลว่า สำเร็จ พระธัมมชโยพ้นบ่วงกรรมแล้ว บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย โดยไม่ต้องผ่านศาลไหนให้ตัดสินทั้งสิ้น ใช้ระบบ “ลอบบี้” หรือวิ่งเต้นมันจนวินาทีสุดท้ายนี่แหละ ตำราจีบของแม๊กอินทอชเขาว่า “ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก” และมันก็เป็นทฤษฎีที่ยังเวิร์คอยู่ ใครไม่เชื่อก็ดูเอาเองเถิด

    เรื่องนี้ในแวดวงพุทธศาสนิกชนคนไทยที่สนใจเรื่องหวยเรื่องเบอร์มากกว่าเรื่องพระธรรมวินัย ก็คงไม่มีใครคิดว่า “มันสลักสำคัญอะไร” เรื่องหลวงพี่น้ำฝนศิษย์หลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม โดนห้ามให้หวยนั้นยังใหญ่กว่าเสียอีก เรื่องสำคัญระดับ “นักปราชญ์ทะเลาะกัน” นี้ จึงมีเพียงนักปราชญ์ไม่กี่คนเท่านั้นที่สนใจให้ความสำคัญ เชื่อไหมว่าถ้าปี้ส่างไม่นำเรื่องนี้มาฉายซ้ำ หลายคนดูเหมือนจะลืมเลือนไปแล้ว ที่ต้องบันทึกร่วมไว้ในหน้าเดียวกันก็คือว่า ผลงานการหลุดคดีนี้ของพระธัมมชโยนั้น นักปราชญ์ทางศาสนาเขาจัดให้เป็นผลงาน “โบว์ดำ” ชิ้นสุดท้ายของรัฐบาลทักษิณก่อนจะสิ้นอำนาจด้วย

  • 239
    นายไก่อู:

    คือได้ข่าวจากญาติๆมาว่าถ้าไปบวชจะได้ปัจจัยองค์ละ 5000 บาท เลยเริ่มสงสัยว่ามีใครมาจ้างให้บวชเหรอ แล้วปกติเวลาบวชเค้าบวชด้วย”ใจ”หรือ”ปัจจัย”
    อีกทั้งมีการโฆษณาอาทิ บวช100000รูปจะได้ลงกินเนสบุค ไม่ทราบว่าจะทำให้ลงไปเพื่ออะไรครับ

    ปล.พอดีผมไม่ได้เป็นสมาชิกpantipฝากสมาชิกที่สงสัยเรื่องเดียวกัน ตั้งกระทู้ถามให้ทีก็ดีนะครับ

  • 240
    เนตรวงแหวน:

    @ คนเคยบวช:
    เรื่องป้องกันเด็กนั้น เค้าป้องกันที่คุณสมบัติข้อ “อายุ” อยู่แล้วครับ
    ดังนั้นเรื่อง “วุฒิการศึกษา” จึงเป็นประเด็น… :|

  • 241
    สามจุด:

    ชอบจัง “วัดจานบิน”
    เคยกลับกรุงเทพฯเที่ยวบินหัวค่ำ ตอนลงดอนเมือง
    มองเห็นจานบินส่งสัญญาณวาบๆ สงสัยวัดนี้ติดต่อกะเอเลี่ยนอยู่แน่ๆ :twisted: :twisted: :twisted:

  • 242
    sailormoon:

    โอ้ว เพิ่งเคยเห็นว่ะค่ะว่ารูปร่างหน้าตาวัดมันเป็นแบบนี้
    นี่กะจะบินหนีเอาตัวรอดกันตอน 2012 ชิมิห์?? :grin:

  • 243
    เอส เอง ครับ:

    Sleeping`Cat wrote:

    จะบวชก็ต้องท่องบทขอบวชให้ได้ เพราะอย่างนั้นจึงคนบวชจึงต้องอ่านออกเขียนได้ เป็นเหตุผลรองรับว่าทำไมถึงต้องรีเควสต์ คนจบ ม. 3 ที่เป็นการศึกษาขั้นต่ำของปัจจุบันนี้ (มั้ง)

    สมัยผมบวช พระที่บวชรุ่นเดียวกันอ้นหนังสือไม่คล่องหลายรูปครับ เราก็ช่วยกันหัดขานนาคด้วยวิธีท่องจำ ก็ผ่านมาด้วยดีครับ

    ไม่เห็นต้องจบ ม.๓

  • 244
    Chiyuri:

    ขำอันนี้อะ…

    bababooo wrote:

    ทุกอย่างมีเหตุ และ มีผลครับ

    เรืองบริจาค ว่า ทำใมต้องเยอะๆ ก็มีเหตุผลครับ
    เรื่อง ว่า ทำใมต้องเป็น จานบิน ก็มีเหตุผลครับ
    แต่ไม่ขอกล่าวเพราะ คนไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจจริงๆครับ

    ***ก็ไม่เห็นมีใครออกมาอธิบายซะที สรุปว่า ทุกคน(นอกจากพวกตัวเอง) โง่ ไม่มีทางเข้าใจเหตุผล?

    ส่วนคนที่เค้า บริจาคให้ถึงขนาดนั้น ทำใมถึงบริจาค
    ถ้า เค้าไม่ได้รับรู้ถึง เหตุ ผล ล่ะครับ ย้ำนะครับ ว่าเป็น เหตุและผลจริงๆ ไม่ใช่คำสอน หรือ ความเชื่อ หรือ ไสยศาสตร์ แต่เป็น เหตุและผล ซึ่ง พวกคุณๆทั้งหลายไม่ต้องสนใจหรอกครับ ถึงเวลาก็รู้เอง

    ***เหมือนข้างบน
    อีกอย่าง ไม่เคยได้ยินคำสอนไหนในพุทธศาสนาบอกว่าบริจาคเงินมากๆ แล้วจะได้ขึ้นสวรรค์นะ (แถมไม่มีเงินก็ผ่อนได้อีกต่างหาก จำได้ขึ้นใจเลย เพราะมีคนมาชวนเองตั้งแต่สิบปีก่อนโน้นแล้ว)

    ส่วนเรื่อง ทำใม ต้อง ม.3

    จริงๆแล้ว มากกว่า ม.3 อีกนะ จริงๆแล้ว ป.ตรี ด้วยนะครับ
    เพราะ ว่า หากคุณ จบแค่ ไก่กา แล้ว มาบวช คุณจะไม่มีความรู้ เรื่องทางโลกอะไรเลย แล้วคุณจะสอน อะไรให้กับคนทางโลก แล้วคุณจะมีความรู้อะไรติดตัว หากคุณจำต้อง สึกออกไปกลางคัน
    เท่านี้ล่ะครับ คือ เหตุ และ ผล ว่าทำใมต้อง จบ สูงๆ

    ***ที่มาบวช ไม่ใช่เพื่อมาศึกษาธรรมะหรอกเหรอ? ถ้าอยากมีความรู้เรื่องทางโลก ไปเรียน ม.ปลาย เรียนวิชาชีพอะไรโน่นถึงจะถูก มาบวชเพื่อเรียนไปสอนเรื่องทางโลกเนี่ยนะ? ยิ่งฟังยิ่งงงอะ…

    ที่สำคัญ โดยส่วนตัว ไม่เชื่อว่าคนเรียนจบปริญญาปุ๊บ จะฉลาดกว่าคนที่จบประถม (มีความรู้มากกว่าไม่ได้หมายความว่าฉลาดกว่านะจ้ะ) ดังนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกำหนดระดับการศึกษา

  • 245
    กวาง:

    :oops:
    ผมจะดูดวงให้ทุกคนนะครับ ทุกคนนี้ล้วนตายหมด เพราะฉะนั้นเรียบทำความดีเถอะครับ เดี๋ยวเราก็ตายจากโลกใบนี้ไปแล้ว แต่ว่าท่านที่ว่าให้วัดเนี่ย ตายแล้วไปไหนอันนี้อีกอย่างนะครับ ตอนเป็นมนุษย์เค้าเรียกท่าน แต่พอละโลกไป กลัวเค้าจะเรียก สัตว์นรกนะครับ บ่คุ้มเลย วิบากกรรมเกิดจาก ทางกาย ทางวาจา และทางใจครับ

  • 246
    tip:

    ช็อกกกกกกกกกกก พึ่งรู้ว่าพระก็เล่นกระทู้ได้!! จะว่าโง่หรือหลังเขาก็ไม่ว่าน่ะ แต่พึ่งรู้จิงๆ

  • 247
    ผ่านมาว่ะครับ:

    หัวนมทอง

    เคี๊ยกกกกกกกกกกกกกกกกกกก :twisted:

  • 248
    กรูเองครับ:

    :o วัดทำไมกวย ย่อมมีแต่คนหัวกวยไป :evil:

Leave a Reply

Ads
pcd ksw hobikore Porar
link พันธมิตร
petdo หรอยกู เฟลสาด โฮสลุงไบ เว็บเดียวเอาอยู่!!
Social network

Tweeeet
counter
free counters