ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

เอดส์ไม่เท่ากับHIV!!!

 photo HON Garena  photo Banner200
 photo PB Garena

image

เรื่องมันมีอยู่ว่าวันก่อนซีรี่ยส์ฮอร์โมนซีซั่นสาม เขานำเสนอประเด็นเกี่ยวกับตัวละครคนนึง

ที่ติดเชื้อ HIV ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งประเด็นที่ซีรี่ยส์นำเสนอแม่งดีงามมากครัช

เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อ HIV และโรคเอดส์ให้สังคมเข้าใจได้ดีมาก

ในเพจของช่องวัน เขาก็โพสภาพของซีรี่ยส์นี้แล้วให้ความรู้ว่า ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นเอดส์

และเรากับผู้ติดเชื้อ HIV ก็สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างแฮปปี้ทรีเฟรนด์

image

image

แฟนๆละครเรื่องนี้ก็เข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างล้นหลาม ซึ่งอ่านจากคอมเม้นท์ส่วนมากแล้ว

เห็นได้ชัดเจนว่า คนไทยส่วนมาก ยังแยกระหว่าง HIV กับ เอดส์ ไม่ได้ว่ามันแตกต่างกันยังไง

มีชาวเน็ทคนนึงสงสัยว่า ติดเชื้อ HIV ก็เท่ากับเป็นเอดส์เต็มๆแล้วไม่ใช่เรอะ

image

แฟนละครตอบว่า HIV ไม่ใช่เอดส์นะ คนละอันกัน แต่คนที่ติดเชื้อ HIV ต้องกินยาต่อเนื่องถึงจะไม่เป็นเอดส์

image

ชาวเน็ทรายเดิมก็เถียงว่า HIV มันก็เอดส์นั่นแหละ แต่หมอบอกให้สังคมเข้าใจว่ามันคนละอันกัน

เพราะไม่อยากให้คนที่ติดเชื้อคิดมาก หรือไม่อยากให้สังคมรังเกียจคนเป็นโรคนี้มากกว่าม้าง

image

แฟนละครก็อธิบายว่าเชื้อ HIV มันทำให้กลายเป็นโรคเอดส์ได้ ถ้าคนๆนั้นไม่รับการรักษา

แต่ถ้ากินยาต้านไวรัสให้สม่ำเสมอ รักษาสุขภาพให้ดีๆ คนๆนั้นก็ไม่เป็นโรคเอดส์นะ

image

ชาวเน็ทรายเดิมก็ยังคงปกใจเชื่อว่านี่ไง ก็เพราะหมออยากให้คนไข้รักษาสุขภาพดีๆ

ไม่อยากให้เครียดมาก ก็เลยบอกให้เขาเข้าใจว่า HIV กับเอดส์มันคนละอันกันมั้ง

image

แฟนละครก็ยังอธิบายต่อว่ามันเป็นคนละอันกันจริงๆนะ เอดส์มันคือภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ

แต่ถ้าติดเชื้อ HIV แล้วกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ ระดับไวรัสในเลือดก็จะต่ำ ภูมิคุ้มกันก็จะดี แล้วจะเป็นเอดส์ได้ไง

image

ชาวเน็ทคนนึงชื่อนาย Rapp โพล่งขึ้นมาว่า จะติดเชื้อหรือเป็นเอดส์ มันก็ความหมายเดียวกันอยู่ดีนี่หว่า

image

แฟนละครก็ด่าหมอนี่ว่าคนละความหมายกันเว้ย มึงอย่ามาโชว์โง่แถวนี้สิวะ

image

นาย Rapp ก็แขวะแฟนละครว่ากรูโง่ก็ได้จ้ะ แหม่ แต่เอดส์ มันคือระยะนึงของการติดเชื้อ HIV

ถ้าจะบอกว่าสังคมไม่ควรมองว่าผู้ติดเชื้อ HIV น่ารังเกียจ มึงก็ควรจะบอกสังคมว่า

ผู้ติดเชื้อที่กลายเป็นเอดส์ ก็ไม่น่ารังเกียจเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีการแพทย์ล้ำหน้าไปมาก

ขนาดคนที่เป็นเอดส์แบบงอมพระราม เรายังสามารถรักษาให้กลับมาดีดังเดิมได้เลยนี่นา

image

แฟนละครก็แย้งว่า HIV คือเชื้อไวรัส แต่เอดส์ คืออาการที่เกิดจากเชื้อ HIV ระยะท้ายๆ

มันต้องแยกออกจากกันดิ จะเอามารวมกันได้ไงเพราะความหมายมันต่างกันชัดเจน

image

นาย Rapp ตอบว่าไม่ต่างกันดิ เพราะ เอดส์ มันถือเป็นอาการและอาการแสดง (spectrum) ของการติดเชื้อ HIV

มันขึ้นอยู่กับว่าผู้ติดเชื้อคนนั้นมีระดับเชื้อไวรัส และภูมิต้านทานมากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้นเอง

image

ขนาดช่องวันยังลงมาแจม อธิบายว่า เอดส์กับ HIV ไม่เหมือนกันนะเออ

image

นาย Rappก็แย้งทางช่องวันว่า ทางผู้จัดละครต่างหากที่ควรไปศึกษามาใหม่

แทนที่จะบอกว่ามันคือคนละอันกัน ทำไมไม่อธิบายว่า

เอดส์คืออาการระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ HIV จนภูมิต้านทานต่ำและติดเชื้อฉวยโอกาสแทนวะ

image

ที่ผ่านมาเห็นสภากาชาดพยายามเลี่ยงการเรียกผู้ติดเชื้อว่าคนเป็นเอดส์เพราะมันฟังดูน่ากลัว

แต่พวกมึงปฎิเสธความจริงได้เหรอว่าถ้ารักษาการติดเชื้อ HIV ไม่ดี คนติดเชื้อก็เป็นเอดส์ได้

หรือในทางกลับกัน ถ้าคนป่วยเอดส์ได้รับการรักษาดีๆ ก็กลับมาเป็นผู้ติดเชื้อ HIV ที่ไม่แสดงอาการได้เหมือนกัน

image

image

แทนที่จะเลี่ยงบาลีไปเรียกว่าผู้ติดเชื้อ HIV ว่าพาหะ สู้ยอมรับกันตรงๆดีกว่าไหมว่ามันคือการติดเชื้อ HIV

image

ชาวเน็ทคนนึงที่เห็นด้วยกับนาย Rapp ก็บอกว่าคนไทยก็งี้แหละ ชอบเลี่ยงบาลีกันจนชิน

แต่ไม่ว่ามึงจะเรียกคนเป็นเอดส์ หรือผู้ติดเชื้อ HIV คนๆนั้นก็มีเชื้ออยู่ในตัวเหมือนกัน

ต่อให้เมิงเล่นคำยังไงก็ไม่ช่วยอะไรหรอกว่ะ ที่สำคัญคือควรให้ความรู้ว่าควรปฎิบัติกับผู้ติดเชื้อยังไงมากกว่า

image

แฟนละครก็เถียงว่ามันเล่นคำตรงไหนวะ ที่ละครนำเสนอก็ถูกต้องแล้วไง เพราะ HIV กับ เอดส์ มันเป็นคนละอย่างกันจริงๆ

และที่ละครนำเสนอก็เพราะอยากให้คนดูรู้ว่าคนติดเชื้อ HIV ไม่จำเป็นต้องเป็นเอดส์หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

image

แต่คนที่ไม่เข้าใจก็ยังแขวะแฟนละครว่า ถ้ามึงบอกว่ามันแตกต่างกัน มึงลองเอาเชื้อ HIV ไปฉีดใส่ร่างกายมึงมั่งมั้ยล่ะ

ยังไงก็ไม่มีทางเป็นเอดส์ ก็พวกมึงบอกเองนี่ว่าเอดส์กับ HIV มันคนละอันกัน

image

แฟนละครก็ชักฉุน บ่นว่ามึงพูดเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย การที่พวกกรูบอกว่า HIV กับเอดส์มันต่างกัน

พวกกรูต้องพิสูจน์ด้วยการเอาเชื้อ HIV ฉีดเข้าตัวเหรอวะ พูดเหี้ยอะไรออกมาวะตรรกะพิลึกพิลั่นฉิบหาย

image

ที่ละครเรื่องนี้พยายามนำเสนอ ไม่ใช่การเลี่ยงบาลี แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองของคนไทย

ที่คิดมาตลอดว่าติดเชื้อ HIV ต้องเป็นเอดส์ สภาพผอมกรังโรครุมเร้าแบบที่ละครเรื่องอื่นๆนำเสนอ

เออ มึงพูดถูกที่บอกว่าเราไม่ควรรังเกียจคนเป็นเอดส์ด้วยเพราะมันรักษาได้

แต่คนที่รู้อย่างเอ็งมีซักกี่คน ตอนนี้คือคนส่วนมากเข้าใจว่าติดเชื้อ HIV แล้วต้องเป็นเอดส์ทุกคน

และเป็นแล้วจะมีอาการร้ายแรงถึงตาย ที่ละครเรื่องนี้สื่อคืออยากให้คนรู้ว่ามันไม่ถึงขนาดนั้น

ต่อให้ติดเชื้อ HIV ถ้ารักษาให้ดีๆคุณก็ไม่ตาย คือละครเขาอยากให้คนตระหนักว่า

คนที่ไม่ติดเชื้อก็ไม่รังเกียจ ไม่หวาดกลัวคนติดเชื้อ ส่วนคนที่ติดเชื้อก็ควรรักษาให้ดีจะได้ไม่ถึงขั้นเป็นเอดส์ไง

image

ฝั่งที่เห็นด้วยกับนาย Rapps ก็แขวะแฟนละครว่าพวกมึงเลิกโลกสวยซักทีเถอะ

ชาวบ้านอย่างพวกกรู ไม่สนใจหรอกว่าพวกมึงติดเชื้อระยะไหน มีอาการแสดงรึเปล่า

กรูสนใจแค่ว่ามึงติดเชื้อหรือไม่เท่านั้น การที่ละครเรื่องนี้เล่นคำว่า เอดส์ กับ HIV มันแตกต่างกัน

ก็เพื่อทำให้ความหมายมันดูเบาลง คนจะได้ยอมรับผู้ติดเชื้อมากขึ้น แล้วมันไม่ใช่การเล่นคำตรงไหนวะ

หรือถ้ามึงบอกว่ามันแตกต่างกัน แล้วไงต่อ มึงจะปฎิบัติกต่อคนที่ติดเชื้อกับคนที่เป็นเอดส์ต่างกันรึไง

image

image

ฝั่งแฟนละครก็เถียงรัวๆว่าทำไมพวกมึงไม่เข้าใจซักทีวะว่าที่ละครเขาพยายามสร้างความเข้าใจแบบนี้

เพราะที่ผ่านมาคนติดเชื้อถูกสังคมตรีตราว่าน่ารังเกียจ มันก็ต้องเริ่มแก้ไขโดยปรับความคิดก่อนว่า

ผู้ติดเชื้อไม่ได้น่ารังเกียจอย่างที่คนไทยเข้าใจ มึงคิดว่าระหว่างคำว่า คนเป็นเอดส์ กับผู้ติดเชื้อ คนฟังเขาอยากได้ยินคำไหนมากกว่ากันล่ะ

image

ฝั่งที่เห็นด้วยกับ Rapps ก็แขวะว่า แหม่ คำว่าเอดส์มันแรงไป งั้นเปลี่ยนเป็นติดเชื้อ HIV แทนก็แล้วกัน ซอฟท์กว่ากันเยอะ

เอ้ย ไม่สิ ต้องบอกว่ามันคนระยะกัน ถึงจะติดเชื้อตัวเดียวกันแต่เป็นคนละโรคกันเว้ย ใช่ป่ะละ

image

แฟนละครก็ด่าพวกนี้ว่า ควยจริมๆ กรูล่ะเบื่อไอ้พวกที่เถียงแบบไม่มีความรู้ฉิบหาย

คนเขามาอธิบายกันขนาดนี้ มึงยังจะแถว่ามีความพยายามเลี่ยงบาลี ระหว่างเอดส์กับการติดเชื้อ HIV อีกเหรอวะ

แน่จริงมึงไปหาหลักฐานมาให้พวกกรูดูเลยดีกว่า ว่ามีหมอของสถาบันไหนเขาเปลี่ยนนิยามของสองคำนี้แล้วหรือยัง

image

image

แฟนละครอีกคนอธิบายว่า โรคต่างระยะกันมันก็ต้องเรียกแตกต่างกันก็ถูกแล้ว

ถ้ามันเกิดจากเชื้อตัวเดียวกัน แล้วต้องเหมาว่าทุกระยะคืออย่างเดียวกันหมด

แปลว่ามึงต้องเหมารวมว่า คนที่มีอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย (SIRs)

กับคนที่ติดเชื้อในกระแสเลือด ถือเป็นโรคเดียวกัน หรือคนที่ไตเสื่อมยังไม่มาก

กับคนที่เป็นไตวายระยะสุดท้าย ต้องถือว่าเป็นอย่างเดียวกันงั้นสิ

กรูไม่ขอเหมารวมแบบพวกมึงดีกว่า สำหรับกรู คนติดเชื้อ HIV กับเอดส์ ถือว่าเป็นคนละอันกันว่ะ

image

หลังจากนั้นชาวเน็ทก็เถียงกันรัวๆว่า เอดส์ กับผู้ติดเชื้อ HIV มันคืออย่างเดียวกันหรือคนละอย่างกัน กันแน่

ดราม่านี้ขอปิดท้ายด้วยการตูนให้ความความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อ HIV กดเข้าไปอ่านในลิงค์นี้กันได้เลยครัช

https://nuutmeaw.wordpress.com/2012/07/27/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9-4/

imageimage

แต่ประเด็นที่มันเถียงกันในดราม่านี้น่าสนใจตรงที่ว่า ละครเรื่องนี้ต้องการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้ติดเชื้อ HIV ที่ถูกต้องต่อสังคมไทย

เพราะที่ผ่านมา ละครไทยมักนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้ติดเชื้อ HIV ประมาณนี้ครับ….

image

อันนี้เป็นภาพจากละคร เพื่อนรักเพื่อนริษยา ในภาพนั่นคือเมนทอร์คริสครับ สภาพแบบนี้เรียกว่า เอดส์

ซึ่งเด๋วนี้ยังพอให้เห็นบ้างประปราย พบในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้เข้ารับการรักษา ไม่ได้กินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ

ที่ผ่านมา คนก็จะติดตาภาพแนวๆนี้ว่าน่ากลัว น่ารังเกียจ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน

ยาต้านไวรัสพัฒนามาไกลมาก ประสิทธิภาพสูง ผลข้างเคียงต่ำ คนที่กินยาต้านสม่ำเสมอ

ก็จะเหมือนพ่อพละในฮอร์โมนซีซั่นสามนั่นล่ะครับ คือรูปร่างหน้าตาประมาณนี้เลย

image

ไม่แตกต่างอะไรกับคนปรกติทั่วไปเลย ไม่แน่ว่าคนที่เดินสวนไปสวนมากับเราทุกวันอาจจเป็นผู้ติดเชื้อก็ได้

แต่คนส่วนมากก็ยังคงทำเหมือนพละ คือต้องปกปิดความจริงที่ว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อ

เพราะกลัวสังคมจะรังเกียจ ดีที่ละครนำเสนออกมาได้ดีมาก ทั้งเรื่องรายละเอียดของโรค

และเรื่องของการติดต่อของเชื้อตัวนี้ที่ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ไม่ใช่ว่าใช้ชีวิตร่วมกัน

ใช้ของใช้ร่วมกัน ใช้ช้อนกลางร่วมกัน แล้วจะติดเชื้อซักหน่อย ดูส้มส้มเป็นตัวอย่าง

image

ซึ่งก็ถือเป็นก้าวแรกในการทำให้สังคมเข้าใจผู้ติดเชื้อ HIV มากขึ้น

ก็เป็นไปได้ว่าด้วยอาณิสงค์จากละครเรื่องนี้ อาจทำให้ผู้ติดเชื้อกล้าเปิดเผยตัว

และใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างปรกติสุข ไม่ต้องกังวลใจที่ต้องปิดบังความจริงจากคนรอบข้างไปเรื่อยๆ

แต่ในก้าวถัดไป สิ่งที่นาย Rapp พูดมาในดราม่านี้มันก็มีประเด็นอยู่

เพราะแม้แต่คนที่ติดเชื้อ HIV และไม่ได้รับการรักษาจนถึงขั้นเป็นเอดส์แล้ว

แต่หากมารับการรักษากับแพทย์ กินยาต้านไวรัส รักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาสให้ดีๆ

เชื่อไหมครับว่าสภาพแบบเมนทอร์คริสในภาพข้างล่างนี้ก็สามารถกลับมาสวยเช้งดังเดิมได้

ถ้าละครซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลกับคนไทยมหาศาล ช่วยกันนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้กับสังคมเรื่อยๆ

image

วันที่สังคมจะเข้าใจโรคนี้อย่างถ่องแท้ จนไม่รังเกียจทั้งผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการและผู้ติดเชื้อจนถึงระยะเอดส์ น่าจะอยู่อีกไม่ไกล

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร พวกเธอว์จงตามไปเสพในเพจนี้โดยพลัน!!

https://www.facebook.com/gmmonetv/photos/a.120621398095486.24211.120618248095801/558064194351202/?type=3&permPage=1

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Ads  photo banner200 Ads
 photo Ads60090
 
Comments
แว้งมาดู
1

ทำให้มันดูสวยงาม เด็กจะได้ไม่กลัว เพราะเห็นว่ามันสวยงาม แล้วเด็กไทยก็จะส่ำส่อนมากขึ้น เพราะเห็นภาพว่า โรคร้ายนี่มันไม่ได้น่ากลัว
แทนที่จะทำให้มันดูน่ากลัวๆ เข้าไว้ เด็กๆ และเยาวชน จะได้ห่างไกลมัน นี่เหมือนทำให้วัยรุ่นเข้าใจผิด คิดว่ามันไม่ร้ายแรง

2

เบื่อมากไอ้พวกที่รู้มาผิดๆแล้วมาชี้หน้าด่าชาวบ้านว่าโลกสวยแบบพร่ำเพรื่อเนี่ย

HIV มันก็ยังเป็น HIV เว่ย ถ้าตราบใดที่มันยังไม่ถึงขั้นแสดงอาการ (AIDS) เหมือนเวลามึงเล่นเกม RPG แล้วมึงตีบวกอัพเวล Avatar มากๆจนมันเปลี่ยนชื่อหรือลักษณะ Avatar ไปเลยนั่นแหละ แม่งต่างกันเยอะ ถ้าพวกมึงยังอยากจะมีจักรวาลหมุนรอบตัวเอง กูจะเรียกงี้อ่ะ พวกมึงจะทำไม ก็มันโรคเดียวกัน(แต่คนละขั้น) อันนั้นก็เชิญพวกมึงตามสบาย ไว้มึงได้เป็นจริงๆมึงจะเข้าใจเอง เวลาที่คนอื่นๆรู้ว่ามึงเป็น HIV แต่คนอื่นๆล้อมึงว่าไอ้เอดส์ เพราะเข้าใจว่าเป็นโรคเดียวกันแถมเอดส์เรียกง่ายกว่าเยอะ 😆

3

*ต่อจากเม้นท์บน*
กูก็เป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อ HIV นั่นแหละ แต่กูกินยาต้านบวกกับไปหาหมอประจำ ดูแลตัวเองตลอด ทุกวันนี้ชีวิตกูก็ปกติดีนะ มีงานดีๆทำ มีบ้านมีรถ มีแฟน(อีกสองปีจะแต่งกันละ)ที่รักและเข้าใจกู มีเพื่อนและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ที่เข้าใจโรคนี้ สุดท้ายนี้ขอฝากถึงคนที่เป็น HIV ท่านอื่นๆว่า โรคนี้มันไม่หายขาดก็จริง แต่เราสามารถยับยั้งไม่ให้มันโตไปกว่านี้ได้ ยาน่ะกินๆไปเถอะ หมอก็มีไปหาเลย อย่าอายอย่าหมดหวัง อย่าให้ชีวิตพังเพราะโรคๆเดียว

4

ไม่เคยดูฮอร์โมนเลยนะ แต่รู้สึกภาคนี้จะมีเนื้อหาสาระกว่าภาคแรกรึเปล่า ภาคแรกดูในตัวอย่างเหมือนจะเอากันท่าเดียว

5

โดนแผ่เมตตาตายห่าไปเลย
หนังแม่งมั่วจริงๆ

6

ถ้าคิดตามตรรกะของของพวกโง่นี่ แปลว่าไวรัสตับอักเสบซี กับโรคมะเร็งตับ มันก็โรคเดียวกันกระมัง

7

ก็พอเข้าใจนะว่ามันเป็นอาการคนละระยะกัน และก็เข้าใจนะว่าพยายามรณรงค์ให้ไม่รังเกียจผู้ป่วย
แต่ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าอะไร ประเด็นที่คนกลัวกันคือเป็นแล้วมันไม่หาย
ถึงจะรักษาอาการไว้ได้ก็มีค่าใช้จ่ายมากอยู่ดี ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรับได้กับโรคนี้
ถ้าคุณไม่กลัวก็เรื่องของคุณ คนที่กลัวและระมัดระวังก็ไม่ผิด
ความเห็นใจก็ดีมันไม่ใช่เหตุผลที่จะไปดูถูกคนที่ไม่เห็นด้วย

ผ่านมา
8

เงินไม่ค่อยมี
ติดโรคแล้วไม่มีเงินค่ายาค่ารักษาสุขภาพ
มันก็คือคนป่วยใกล้ตายนั่นละ
ถ้ารวยก็ว่ากันไปอีกอย่าง
มีเงินโลกก็สวยอะนะ

9

แว้งมาดู wrote:

ทำให้มันดูสวยงาม เด็กจะได้ไม่กลัว เพราะเห็นว่ามันสวยงาม แล้วเด็กไทยก็จะส่ำส่อนมากขึ้น เพราะเห็นภาพว่า โรคร้ายนี่มันไม่ได้น่ากลัว
แทนที่จะทำให้มันดูน่ากลัวๆ เข้าไว้ เด็กๆ และเยาวชน จะได้ห่างไกลมัน นี่เหมือนทำให้วัยรุ่นเข้าใจผิด คิดว่ามันไม่ร้ายแรง

อ่านบ้างมั้ย? เขาอุตส่าเขียนมาให้อ่านตั้งหลายบรรทัดนี่ไม่ได้คิดจะอ่านบ้างเลยใช่มั้ย? HIV แม่งเป็นเชื้อไวรัส ซึ่งนานวันเขาพอเชื้อแม่งเข้าไปแดกเม็ดเลือดขาวหมดจนภูมิคุ้มกันต่ำเขาก็จะเรียกมันว่าภาวะเอดส์ สรุปคือ 1.มึงเข้าใจผิด เค๊? แล้ว 2.ก็คือเค้าไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดเพื่อให้เหล่าเด็กขี้เงี่ยนหันมาปี้สดกันมากขึ้นแต่เขาให้ความรู้กับประชาชนก็เพื่อกลุ่มคนที่เขาไม่ได้เลือกที่จะอยู่ในภาวะเสี่ยงแต่ “เสือก” ติดเชื้อมาจากปัจจัยอื่น เช่นบุพการีมีเชื้อ โดนข่มชืน โดนโรคจิตวิ่งเอาเข็มแทง ผัวหรือเมียออกไปสำส่อนแล้วเอามาติด หรืออะไรก็แล้วแต่ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ผิดอะไร และถึงจะเป็นกลุ่มคนที่ติดมาเนื่องจากอยู่ในภาวะเสี่ยงก็ตามแต่การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องมันก็ทำให้เขาเหล่านี้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น “ตามระดับที่มันควรจะเป็น” ไม่ใช่แม่งรังเกียจยังกับเป็นฝีดาษเป็นปอบงี้ ไอ้ห่ายังไงเขาก็คนเว้ย

10

ถึงการติดเชื้อ HIV โดยที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคเอดส์ จะดูรุนแรงต่างกัน

…แต่ จงตระหนักถึงปัญหาการติดเชื้อและการแพร่ขยายของตัวเชื้อครับ ปัจจุบันการติดเชื้อตัวนี้ทั่วโลกกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆจนเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก และทางกรมควบคุมเอดส์ก็พึ่งจัดงานเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเอดส์และHIVเมื่อวันที่1ธันวาซึ่งเป็นวัดเอดส์โลกที่ผ่านมา แน่นอนว่าเขาก็รนรงค์ให้คนปฎิบัติกับผู้ติดเชื้อและคนเป็นโรคแบบเดียวกับคนปกติ แต่สุดท้ายยังไงก็ควรรู้ไว้ว่า ลักษณะการแพร่กระจายของเชื้อของทั้ง การติดเชื้อHIV และ การเป็นโรคAIDS มันเหมือนกัน เพราะยังไงมันเป็นเชื้อตัวเดียวกันอยู่ดี

11

Floyd wrote:

*ต่อจากเม้นท์บน*
กูก็เป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อ HIV นั่นแหละ แต่กูกินยาต้านบวกกับไปหาหมอประจำ ดูแลตัวเองตลอด ทุกวันนี้ชีวิตกูก็ปกติดีนะ มีงานดีๆทำ มีบ้านมีรถ มีแฟน(อีกสองปีจะแต่งกันละ)ที่รักและเข้าใจกู มีเพื่อนและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ที่เข้าใจโรคนี้ สุดท้ายนี้ขอฝากถึงคนที่เป็น HIV ท่านอื่นๆว่า โรคนี้มันไม่หายขาดก็จริง แต่เราสามารถยับยั้งไม่ให้มันโตไปกว่านี้ได้ ยาน่ะกินๆไปเถอะ หมอก็มีไปหาเลย อย่าอายอย่าหมดหวัง อย่าให้ชีวิตพังเพราะโรคๆเดียว

ยินดีด้วยครับ :smile:

ดงบังวงแตก
12

Floyd wrote:

*ต่อจากเม้นท์บน*
กูก็เป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อ HIV นั่นแหละ แต่กูกินยาต้านบวกกับไปหาหมอประจำ ดูแลตัวเองตลอด ทุกวันนี้ชีวิตกูก็ปกติดีนะ มีงานดีๆทำ มีบ้านมีรถ มีแฟน(อีกสองปีจะแต่งกันละ)ที่รักและเข้าใจกู มีเพื่อนและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ที่เข้าใจโรคนี้ สุดท้ายนี้ขอฝากถึงคนที่เป็น HIV ท่านอื่นๆว่า โรคนี้มันไม่หายขาดก็จริง แต่เราสามารถยับยั้งไม่ให้มันโตไปกว่านี้ได้ ยาน่ะกินๆไปเถอะ หมอก็มีไปหาเลย อย่าอายอย่าหมดหวัง อย่าให้ชีวิตพังเพราะโรคๆเดียว

เปลี่ยนเป็นอย่าให้ชีวิตพังเพราะคำว่า “ประมาท” คำเดียวดีกว่ามั้ย?

กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงติดเชื้อจริงมั้ยหรือเป็นเรื่องแต่ง อยู่ดีๆจะมาแต่งเรื่องลงเนทว่ามึงติดเชื้อแล้วมีแฟนกำลังจะแต่งงานจะได้สร้างแรงบันดาลใจใครๆก็ทำได้ แต่ความจริงเป็นไงไม่มีใครรู้

แล้วถ้าอยู่ดีๆมึงจะมาบอกว่ามึงไม่ได้ประมาท แต่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเจอเหตุไม่คาดฝันจนทำให้เป็น มึงก็มโนขึ้นมาได้อีกนั่นแหล่ะ ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากตัวมึงเอง

แต่จากสถิติ ส่วนใหญ่คนที่ติดเชื้อตัวนี้ แม่งก็เพราะเงี่ยนจนหน้ามืดทั้งนั้นแหล่ะ ถุงยางไม่กี่บาทไม่ซื้อ ดันชอบสดๆ

13

@ ดงบังวงแตก:
จะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของมึง ถ้าจับผิดกูแล้วชีวิตมึงจะดีขึ้นก็เชิญตามสบาย กูเองก็ไม่ได้อยากบอกชาวบ้านเขาหรอก กูไม่ใช่คนที่จะไปมั่วหญิงที่ไหน เอาเถอะบอกมึงไปก็คงไม่เชื่อ ถือซะว่ากูกำลังเดินผ่านกองขี้หมา กูจะเหยียบหรือเดินผ่านมันก็ยังอยู่ที่เดิม

Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann