ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

[วันนี้ไม่มีดราม่ามันส์ๆเบย]โซเชี่ยเน็ทเวิร์ค!!

 photo HON Garena  photo Banner200
 photo PB Garena

dramaarticle (2)

 

การกดแชร์กดไลค์ ถึงแม้จะไม่ใช่อาชญากรรม แต่มีคนใช้พื้นที่อินเตอร์เน็ทและโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คในการก่ออาชญากรรมเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ประเด็นที่สำคัญคือเงื้อมมือของกฏหมายยังเอื้อมไปลากตัวคนพวกนี้มาลงโทษไม่ได้

ยกตัวอย่าง เช่น แฟนเพจแห่งนึงที่เอาภาพของเด็กทารกที่มีความพิการแต่กำเนิด และเด็กคนนี้เสียชีวิตไปนานแล้ว
มาโพสในเพจของตนโดยอ้างว่าถ้ากดแชร์และกดไลค์
เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนี้จะได้รับความช่วยเหลือจากชาวเน็ทในรูปแบบของเงินบริจาค

มิหนำซ้ำแอดมินเพจยังเอาเลขที่บัญชีธนาคารมาประกาศให้คนบริจาคเข้าบัญชีนี้เพื่อช่วยเหลือเด็กน้อย
โดยหารู้ไม่ว่า บัญชีนั้นก็คือบัญชีธนาคารส่วนตัวของแอดมินเพจนั่นเอง
หลังจากความจริงถูกตีแผ่ แอดมินเพจก็ลบภาพดังกล่าว และปิดเพจไประยะเวลานึง
จนกระทั่งคนลืมเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าตัวจึงกลับมาเปิดเพจใหม่อีกครั้ง

นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการใช้ “ไลค์” และ “แชร์” ในการก่ออาชญากรรมไซเบอร์

อีกหนึ่งตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยในปัจจุบันคือการใช้โซเชี่ยลเน็ทเวิร์คเพื่อการ “กลั่นแกล้ง”
หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า “internet Bully”  สมมุติว่าคุณมีคนที่เหม็นขี้หน้าอยู่คนนึง และคุณต้องการจะทำลายชีวิตของมันให้ย่อยยับ คุณจะทำยังไง?
จะหยิบขี้ไปปาใส่หน้าบ้านมันรึ? เหม็นเกินไป หรือจะให้จ้างคนไปฆ่ามันให้แดดิ้น? ก็คงไม่ดี แบบนั้นตำรวจอาจสาวมาถึงตัวได้ง่ายๆ
ใช้เฟซบุ๊คกับกระแสสังคมเล่นงานมันให้ตายทั้งเป็นดีกว่า สะใจดีแถมเรายังปลอดภัยโคตรๆด้วย

face

วิธีการก็ง่ายดายเหลือแสน แค่คุณเอาภาพของใครซักคนที่เหม็นขี้หน้ามาโพส
แล้วกุเรื่องว่าคนในภาพนั้นมันเป็นพวกล้มเจ้า ล้มสถาบัน คิดล้มล้างพุทธศาสนา หรือเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อความศรัทธาของคนไทย
ขอให้เป็นเรื่องที่สะกิดความรู้สึกหรือขัดแย้งกับจริยธรรมพื้นฐานของคนไทย เท่านี้ชาวเน็ทก็พร้อมจะก่นด่าสาปแช่งคนในภาพนั้นโดยไม่สนใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จโดยทันที

กรณีที่น่าสนใจรายนึง เป็นคลิปวีดีโอของเด็กชายวัยรุ่น อายุประมาณเด็กมัธยมปลายคนนึง
เนื้อหาในคลิป เป็นประเด็นเกี่ยวกับการดูหมิ่นและจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์  คนไทยดูคลิปนี้จบก็ไม่พอใจ แชร์คลิปพลางก่นด่าเด็กวัยรุ่นในคลิปพลางนับหมื่นนับแสนหน
มีคนขุดคุ้ยชื่อนามสกุล บ้านเลขที่ ของเด็กวัยรุ่นคนนี้มาประจานเพื่อหวังให้ฝูงชนที่กำลังโกรธแค้น ทำลายชีวิตของเด็กคนนี้จนย่อยยับอัปปางเลยก็มี
น่าเสียดายที่ฝูงชนเหล่านั้นไม่ฉุกคิดซักนิดเลยว่า คลิปวีดีโอที่มีเนื้อหาจาบจ้วงนั้น เสียง กับ ปาก ของเด็กในคลิปมันไม่ตรงกัน

หลังจากสืบหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็พบต้นตอของคลิปดังกล่าวว่าเป็นมายังไง
เรื่องของเรื่องคือ เมื่อปีสองปีก่อน เด็กวัยรุ่นคนนั้นเขาเคยคุยผ่านทางแคมฟรอกกับชายคนนึง
คุยไปคุยมาพบว่าคู่สนทนามีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
เด็กวัยรุ่นคนนี้ก็เลยพิมพ์ด่าคู่สนทนาและด่าทอต่อว่าอีกฝ่ายผ่านทางแคมฟรอก คู่สนทนาก็เลยอัดคลิปของเด็กวัยรุ่นคนนี้เอาไว้ แล้วเอาไปพากย์เสียงซะใหม่
ให้เนื้อหาที่เด็กวัยรุ่นพูดเปลี่ยนจากการด่าทอคู่สนทนา กลับกลายเป็นด่าทอสถาบันซะงั้น

กว่าความจริงจะปรากฏคนก็ด่าด่าสาปแช่งและขู่ฆ่าเด็กหนุ่มคนนี้นับหมื่นนับแสนหนแล้ว และคลิปดังกล่าวก็ยังคงวนเวียนอยู่ในอินเตอร์เน็ทจวบจนถึงทุกวันนี้

วันดีคืนดีถ้ามีคนไปพบเห็นคลิปนั้นแล้วเอามาแชร์เมื่อไหร่ เด็กหนุ่มก็จะถูกสังคมรุมประณามจนอ่วมอีกเป็นหนที่สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด ไม่รู้จักจบสิ้น

กรณีของเด็กหนุ่ม เป็นการกลั่นแกล้งในอินเตอร์เน็ทด้วยเจตนาของคนๆเดียว
แต่ในบางครั้ง การกลั่นแกล้งทางอินเตอร์เน็ทอาจเกิดขึ้นโดยฝีมือของฝูงชน ที่ถูกปลุกนิสัยบางอย่างที่ฝังรากอยู่ในสันดานดิบของคนไทยมาช้านานนั่นคือ “ความหมั่นไส้”

ยกตัวอย่างเช่น เร็วๆนี้มีเด็กสาวหน้าตาดาษๆคนนึง เธอชอบถ่ายภาพตัวเองด้วยสมาร์ทโฟน
แล้วใช้โปรแกรมในมือถือ ทำให้หน้าตาของเธอดูน่ารักกว่าความเป็นจริงมาก เพื่ออัพลงในเพจส่วนตัวของเธอ ชาวเน็ทก็พากันชื่นชมคลั่งไคล้สาวน้อยคนนี้
จนกระทั่งแฟนเพจของเธอมีคนกดไลค์หลายแสนคน กลายเป็น “เน็ทไอดอล” ที่มีคนรู้จักมากในอันดับต้นๆคนนึง
จนมีคนหมั่นไส้จับผิดภาพถ่ายของเธอว่าหลายๆภาพที่เห็นมันมีอาการ “เบี้ยว” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลลัทธ์ที่ได้จากการแต่งภาพด้วยโปรแกรมบางอันในสมาร์ทโฟน

13764543121376454320l

ชาวเน็ทพอรู้ว่าภาพถ่ายหน้าตาน่ารักของเน็ทไอดอลคนนี้เป็นภาพที่ใช้โปรแกรมแต่งภาพ
ก็พากันรุมถล่มราวกับเน็ทไอด้อลคนนี้เป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายก็มิปาน
เป็นที่มาของ hashtag #เอื้อยร้องไห้ทำไม #เอื้อยโลกเบี้ยว #เอื้อยบ้านเบี้ยว
ใครสนใจเชิญไปอ่านได้ที่ hashtag เหล่านั้นทั้งในเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์

ตอนนี้ท่านผู้อ่านคงจะพอเข้าใจคอนเซ็ปท์ของการกลั่นแกล้งในงอินเตอร์เน็ทกันบ้างแล้ว
ต่อมา เราจะพาทุกท่านไปพูดคุยกับชายหนุ่มคนนึงที่ตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งในอินเตอร์เน็ท
เขาคนนี้มีชื่อว่า “ปกรณ์ โพธิ์แสงดา”  มีอาชีพเป็นนักดนตรี

ปกรณ์เล่าว่าเรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เขาทำคลิปสอนการตีคาฮองซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ลงเว็บยูทิวป์

http://www.youtube.com/watch?v=YugVTiaTe_E

 

ชาวเน็ทก็ให้ความสนใจคลิปนี้พอสมควร มียอดวิว ณ ปัจจุบันราวๆเกือบแปดหมื่นวิว

มี user คนนึงชื่อ “Prajan1986” เซฟคลิปการตีคาฮองของปกรณ์ไปอัพใหม่ในแชนเนลของตน
ปกรณ์เห็นเข้าก็ไปทักท้วง Prajan1986 ว่านี่คลิปของตูนะ กรุณาลบคลิปนี้ด้วย
หรือไม่ถ้าอยากจะเผยแพร่คลิปต่อ ก็กรุณาให้เครดิตว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทำคลิปนี้ขึ้นมา ทำให้ Prajan1986 ไม่พอใจที่ถูกปกรณ์ทักท้วงเรื่องเครดิต
ประจวบกับช่วงนั้น กำลังมีดราม่าเกี่ยวกับนักร้องสมัครเล่นคนนึงชื่อ “พุดชี่”

นายพุดชี่คนนี้มักจะอัพคลิปร้องเพลงของตน ที่มีทำนองโหยหวน
ราวกับเสียงหมาติดเป้งก็มิปาน ลงในเฟซบุ๊คและยูทิวป์อยู่เป็นประจำ
ช่วงนั้นความเห็นของชาวเน็ทเกี่ยวกับนายพุดชี่คนนี้ก็แตกเป็นสองเสียง
ฝั่งนึงก็ด่านายพุดชี่ว่าเสียงเหมือนหมาหอนแบบนี้ จะทู่ซี้ร้องเพลงไปทำไม
อีกฝั่งนึงก็เถียงแทนนายพุดชี่ว่าถึงเสียงเขาจะเหมือนหมาหอนแต่เขาก็ตั้งใจร้องเพลงจริงๆนะ
แล้วชาวเน็ททั้งสองฝั่งก็เถียงกันเอาเป็นเอาตายเกี่ยวกับประเด็นนี้

Prajan1986 ก็เลยฉวยโอกาสนี้ อัดเสียงด่านายพุดชี่รัวๆ แล้วเอาไฟล์เสียงของตน
ไปทำคลิปวีดีโอ โดยเอาภาพถ่ายของนายปกรณ์มาใส่ในคลิปนี้
และเอาคลิปลงเผยแพร่ในเว็บยูทิวป์เพื่อให้คนเข้าใจผิดว่า นายปกรณ์เป็นคนด่าพุดชี่เสียเอง

ชาวเน็ทที่เข้าข้างนายพุดชี่ เห็นคลิปนี้เข้าก็รุมก่นด่าสาปแช่งนายปกรณ์เป็นอันมาก
มิหนำซ้ำนายพุดชี่เองยังเอาคลิปนี้ไปเผยแพร่ในแฟนเพจของเขา
จนคนที่สนับสนุนนายพุดชี่เข้าใจผิด และไปรุมด่านายปกรณ์หนักกว่าเดิมเสียอีก

be59c4bf36ccac3b3343ebb338d01f3d

นายปรณ์จึงทำคลิปขึ้นมาเพื่อชี้แจงว่า ตูไม่ใช่คนด่านายพุดชี่นะ ลองฟังเสียงในคลิปดูให้ดีๆสิ
จะพบว่าเสียงในคลิปด่านายพุดชี่ที่อ้างภาพนายปกรณ์ มันไม่ใช่เสียงของนายปกรณ์ซักหน่อย

แต่ถึงกระนั้น ชาวเน็ทก็ยังคงด่านายปกรณ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับนายพุดชี่จวบจนถึงปัจจุบัน มีการแชร์คลิปที่แอบอ้างเป็นนายปกรณ์ด่าพุดชี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทบถึงชีวิตจริงของนายปกรณ์ มีคนที่รู้จักกันมาต่อว่านายปกรณ์บ่อยๆว่าไปด่านายพุดชี่ทำไม
ขนาดตอนที่นายปกรณ์กำลังเล่นดนตรี หรือไปเดินห้างแถวสยาม ก็ถูกคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่มาก่อน เข้ามาชี้หน้าด่านายปกรณ์เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง

นายปกรณ์จึงตัดสินใจไปร้องเรียนกับ ICT ให้ช่วยจัดการปัญหาเรื่องนี้ และหาทางเอาผิดกับ Prajan1986 ที่กุเรื่องให้ร้ายเขาตามกฏหมาย

156c880b39952593854c2b6b55518f80

แต่ทว่าผ่านไปสองปีนับตั้งแต่วันที่ ICT รับเรื่องของนายปกรณ์ไป
คดีนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และคลิปให้ร้ายนายปกรณ์ก็ยังคงลอยนวลจนถึงทุกวันนี้

นายปกรณ์ฝากเตือนชาวเน็ททุกคนผ่านบทความนี้ว่า ให้ระวังการโพสข้อมูลลงโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คให้ดี
เพราะทุกวันนี้การใช้โซเชี่ยลเน็ทเวิร์คของคนไทย มันทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายมากๆ
และชาวเน็ทบางคน มีความสุขในการใช้โซเชี่ยลเน็ทเวิร์คเพื่อทำร้ายคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ให้ได้รับความทุกข์ทรมานในชีวิต โดยอาศัยชาวเน็ทคนอื่นๆที่เข้าใจผิดเป็นเครื่องมือ
และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเป็นที่พึ่ง
ให้กับประชาชนในยามเดือดร้อนได้เลยซักหน่วยงานเดียว

ใครสนใจอยากให้กำลังใจหรือพูดคุยกับนายปกรณ์ เชิญได้ที่ @iNattt  นะครับ

 

วันนี้ไม่มีดราม่ามันส์ๆเบยยยยยย

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Ads  photo banner200 Ads
 photo Ads60090
 
Comments
อ่านไว้
1

ยิ่งเน็ตเข้าถึงง่าย ก็ยิ่งมีแต่พวกแบบนี้มากขึ้นๆ คนดีในเน็ตมีประมาณ 20% ล่ะมั้ง = =?

2

Prajan1986 นี่เลวมากเลยนะนั่น น่าติดคุกเป็นที่สุด 😎

3

ถ้าอยู่ในสังคมไทยหวังพึ่งกฎหมายคุ้มครอง ไม่น่าจะรอด ต้องพึ่งตัวเองก่อน น่ะจ๊ะ , 😮 😮 😮 😮 😮 ครวยยย

4

อยากเป็นคนดีทำยังไง กดไลค์กดแชร์
อยากเป็นคนดีทำยังไง เติมท้ายประโยคด้วยรักพ่อ
อยากเป็นคนดีทำยังไง ใส่ร้ายคนอื่นว่าล้มเจ้าให้ตัวเองดูดีเป็นฮีโร่

แหม่ … 👿 👿 👿

5

สงสารคนที่ถูกเอารูปมาหากินมากๆ
โดนด่า โดนสาปแช่งโดยไม่รู้เรื่องใดๆ
😥

6

อยุ่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อบ

7

สรุปง่ายๆ คนไทยสมัยนี้ไม่ค่อยใช้ ค.ว.ย. 😈 😈 😈

8

เงินไม่มา งานไม่เดิน

เกรียนมาก
9

💡 😆 💡 ไอprajan1986 เกรียนทุกเรื่องชอบก๊อปคลิป

10

อ่านแล้วนึกถึงดราม่า ลุงยามเยิ้บหมา ยิ่งคนที่ไม่เล่นเน็ทนี่กลายเป็นจำเลยสังคมง่ายๆ เลย

11

….หลายคนหวาดกลัวอาวุธเคมี ระเบิดนิวเครียต่างๆ แต่หากรู้ไหมว่าปัจจุบันนี้ สิ่งที่ทรงอนุภาพมากที่สุดคือ…. “สารสนเทศ”

….เพราะมันทำให้เราสามารถยิงระเบิดนิวเครีย และอาวุธเคมี ไปลบประเทศๆ หนึ่งให้หายไปจากแผนที่โลก โดยที่ประชาชนของเราสรรเสริญให้แก่ความชิบหาย ของผู้คนที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า แต่เข้าใจว่ามันคือ “ศัตรู”

….เราเกิดขึ้นมาในยุคที่สำคัญ…… เพราะมันคือการช่วงชิงอำนาจทางสารสนเทศกันระหว่าง “ผู้บริโภค” – “พ่อค้า” – “นักปกครอง”

….ถ้าพ่อค้า ได้อำนาจนี้ไป พวกเขาจะขยายความสามารถทางธุรกิจจากการแบ่งปันทางผลประโยชน์ เกิดกลายเป็นเครือข่ายการค้าขายที่ครอบคลุม ส่วนผู้บริโภคก็จะได้รับซึ่งความประทับใจ และการบริการที่แปลกใหม่ ตรงใจ แต่ไม่ว่ามันจะดีเพียงใด จริงๆ แล้วก็คือการแสวงหาหนทางทางการค้าขายเพียงเท่านั้น

….ยิ่งถ้าพวกนักปกครองได้ไปยิ่งแล้วใหญ่ เพราะปัจจุบันการเมืองต้องการสิ่งใดจากประชาชนละ?

….ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการสร้างรอยยิ้มแก่ผู้บริโภค หรือประชาชนแล้วเก็บเกี้ยวแสวงหาผลประโยชน์ คือ การสร้างฝัน สร้างค่านิยม ปลูกฝังความเชื่อ ต่างคนต่างชักจูง ต่างคนต่างปลูกฝัง กลายเป็นเกมช่วงชิงผลประโยชน์ที่เล่นกับชีวิตและอนาคตของคน

….โดยที่พวกเราทั้งๆ ที่เป็นกลุ่มที่มีจำนวนเยอะมากที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 2 กลุ่ม แต่กลับมีอำนาจทางการต่อรองสิ่งใดๆ ได้น้อยที่สุด เพราะขาด “พลัง” และไร้ซึ่ง “ภูมิคุ้มกัน”

….หากแต่ถ้าอำนาจทางสารสนเทศตกอยู่ในมือของผู้บริโภคมากๆ จะทำให้พวกเรามั่นคงมากยิ่งขึ้น เหตุเพราะบุคคลทั้ง 2 จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยปัจจัยหลักจากพวกเราทั้งคู่ ในขณะที่พวกเราหากเข้มแข็งมากเพียงพอ ก็จะมีกำลังที่จะสามารถร่วมกำหนดสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากกลุ่มทั้ง 2 ได้ แทนที่จะเป็นเพียงฝ่ายรับอย่างเดียวดังเช่นที่เคย

….และในยุคสมัยนี้ 2 กลุ่มนั้น ยังไม่สามารถจะเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่เจริญรุกหน้าได้ดีเท่ากับกลุ่มผู้บริโภค แต่อนิจจาพวกเรากลับใช้อำนาจที่วิ่งผ่านหน้าทุกวัน เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการเบียดเบียนผู้อื่น ทะเลาะดราม่ากันไปวันๆ ท้ายที่สุดเมื่อใดที่กลุ่มคนอีก 2 กลุ่มก้าวตามมาทัน…

….เกลียดกันให้ตาย กอบโกยกันแค่ไหน… ก็โดนจับเข้าคอกเดียวกันทั้งหมดอยู่ดี…………

12

:smile:

“ไม่จำเป็นต้องโพสลงเน็ททุกเรื่อง”

บุรุษท่านนึงกล่าวไว้
😐

ทองประศรี
13

แล้วทำไมปกรณ์ไม่ฟ้องศาล หมิ่นประมาทในคดีอาญาล่ะ?
ฟ้องไอซีทีให้หีแหกไปทั้งชาติจนญาติตายหมด
ก็ไม่ได้ยินแม้เสียงตดประจันหรอกว่ะ

ยอมเสียเงิน เสียเวลายื่นฟ้องไปเรื่อยๆ
ไปร้องเรียนองค์กรสิทธิมนุษยชนฯลฯ
ไปออกทีวีฯลฯ
สะใจชีวิต…

ถูกใส่ร้ายแบบนี้เป็นกูจะดิ้นให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
มีเพื่อนฝรั่งกูจะจ้างเขียนคอลัมน์ในนสพ.ต่างชาติด่าศาลไทยด้วยถ้าไม่ดำเนินการฟ้องให้กู

กูจะฟ้องให้ประจันมันไม่หมดแค่ตัว จะขูดไปถึงเถ้ากระดูก 18 ชั่วโคตรเลย
ถ้าเป็นกู… :mrgreen:

14

ปัญหาเกรียนที่เก่งเหลือเกินเวลาบนอินเตอร์เน็ต แก้ได้อย่างชะงัดนักเมื่อเจอส้นตีนในชีวิตจริง

อย่าไปหวังพึ่ง ICT ให้เสียเวลา

15

prajan1986 แม๊งก็ร่างแยกไอ้คนที่ถูกด่าในคลิปที่มันอัพนั้นหล่ะ

ออกทะเล
16

โลกยุคใหม่ ตื่นจากเตียงมาเล่นคอม เล่นโทรศัพ อยากเเดกไรก็โทรสั่ง อยากได้อะไรก็เสิร์ชหาในเน็ต อยากหาความรู้ก็เสิร์ชเน็ต อีกไม่นานก็คงไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านพอดี ทำไรก็ทำได้ที่บ้าน มันอาจจะเป็นสังคมเเบบนี้ก็ได้นะ ในอนาคต (ออกทะเล ฮ่าๆ)

ไปสะเเล้ว
17

โลกยุคใหม่ ตื่นจากเตียงมาเล่นคอม เล่นโทรศัพ อยากเเดกไรก็โทรสั่ง อยากได้อะไรก็เสิร์ชหาในเน็ต อยากหาความรู้ก็เสิร์ชเน็ต อีกไม่นานก็คงไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านพอดี ทำไรก็ทำได้ที่บ้าน มันอาจจะเป็นสังคมเเบบนี้ก็ได้นะ ในอนาคต (ออกทะเล ฮ่าๆ) 👿

18

เมื่อวัตถุ พัฒนา แต่คุณธรรมกลับ สวนทาง 😥

19

Dorozo wrote:

prajan1986 แม๊งก็ร่างแยกไอ้คนที่ถูกด่าในคลิปที่มันอัพนั้นหล่ะ

อ่านหนังสือไม่ครบอีกและ เลื่อนไปอ่านแล้วพิจารณา timeline ใหม่ดิ๊

20

อันตรายจริงๆ 👿

21

คนไทยมันหาเรื่องพอดีไม่ได้ ต้องตามกระแสตามแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ที่ตามๆ กันอยู่นี่มันเชี่ยอะไร

อย่างเฟสบุ๊กนี่กูขอด่า กูใช้ (ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่) blog ต่างประเทศตั้งแต่คนไทยยังไม่รู้จัก facebook เขียนห่าไร? เรื่องบ้าบอหมาแมว ปล่อยมุก อะไรก้ตามแต่ที่ไม่ต้องสาวมาให้ถึงตัวกู ทั้งๆ ที่กูรู้ว่าคนที่อ่าน blog กูอยู่คนละทวีปกับกูก้ตาม มันเป็นมาตั้งแต่คอมกากๆ เครื่องนึงราคาครึ่งแสน อาจารย์ที่สอนก้พร่ำบอกว่าใน internet มึงจะโกหกโกเจ็ดอะไรก็ได้ แกยังแชทแอ๊บเป็นเด็กสาวม.ปลายวัยกะเตาะให้ดูเล้ย (ตัวจิงเป็นผู้ชายอายุ 40 ก่าๆ) นั่นแหละ ถ้ามึงไม่จำเป็นอะไรชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร เลขบัตรมึงก็ไม่ต้องโพสให้ใครดู แล้วเพื่อนกูคนนึงก้เสือกเข้าห้องแชทไปถามการบ้าน แถมให้เบอร์ติดต่อด้วย เออเจอกูด่าเช็ดเม็ด นี่ยังดีนะที่เฮียคนนั้นเค้าก็เตือนว่าไม่ควรทำมันไม่เหมาะสม ถ้าเจอคนไม่ดีมึงอาจจะโดนหลอกปล้น ฆ่า ข่มขืนเอาได้

facebook เกี่ยวเชี่ยไรด้วยวะ? เกี่ยว กูเคยเข้ามาสมัครมันตั้งแต่ตอนเข้ามาแรกๆ เมื่อหลายปีก่อน เพราะเพื่อนบน blog เค้าก้ไปสมัครๆ ไว้ แถมเพื่อนกู (ในชีวิตจริง) ก็บอกว่าใช้อยู่ เออลองก็ได้วะ แต่อาจจะไม่ค่อยมีอะไรโพส เพราะคนละคอ คนละกลุ่มกับเพื่อนบน blog แม่เจ้า มันขอเลขบัตรปชชกูว่ะ ใส่ชื่อมั่วก็ไม่ได้แม่งตรวจอีก ไม่ต้องแระอีดอก ขนาด paypal ตอนนั้น ไม่มีภาษาไทย ต้องส่งหนังสือยินยอมให้ใช้บัญชีกับธนาคารสาขาอเมริกายังไม่เคยขอเลขปชชกูเลย ไอ้ห่าลาก คงมีคนโวยหลังจากนั้นแหละถึงไม่ต้องใส่ตอนสมัครแล้ว กูไม่ได้ตามข่าว

หลังจากนั้นหลายปีที่ทำงานให้ add กลุ่มจะได้ติดต่อกันได้ถ้ามีสถานการณ์ฉุกเฉิน น้ำท่วม ม๊อบเผานั่งยางแถวที่ทำงานก็ว่าไป เออต้องกลับมาเปิด แหนะเสือกถามอีก กูอยู่ไหน ทำงานที่ไหน โรงเรียนอะไร จบรึยัง บลาๆๆๆ มึงจะเอาไปทำเหี้ยอะไร blog ที่กูใช้ก้มีให้ใส่แหละ แต่ไม่ใส่ก้ไม่เดือดร้อน นี่แม่งเตือนกูอยู่ได้ว่าใส่ไม่ครบๆ ห่า

ไอ้ใช้ตามข่าวตามตัวก๊วนๆ ทั้งหลายมันก็ดี สะดวก แต่ไอ้ความสะดวกที่ใช้จนเกินพอดีนี่มันจะย้อนกลับมาฆ่าพวกมึงได้ คิดซักนิดก่อนจะแชร์ ดูซักนิดก่อนจะโพส อะไรที่อยู่ในบ้าน อะไรที่สำคัญ อะไรที่ไม่ควรจะให้อยู่ประจานให้ชาวโลกเค้าดูก็อย่าไปโพส

หนูแถวนี้
22

คือขอนอกเรื่องหน่อยนะ จ่าน่าจะเอาหน้า “วันนี้ไม่มีดราม่ามันส์ๆเลย” ขึ้นหน้าแรกนะ 😳
คือแบบว่าเนื้อหาสาระดีๆ คนควรรู้ มาหลบอยู่ในหลืบ ต้องคลิกแบนเนอร์ วันนี้ฯ ถึงจะเห็นว่ามีอัปเดต 😎
เอามาแทนที่หรือใส่รวมกับ petdonew ที่แทบจะไม่อัปเดตแล้วจะได้เปล่า 😎
(ปล. ผมไม่ได้เล่นเฟส ไม่รู้ว่าจ่าอับส่วนๆนี้ลงเฟสด้วยเปล่า ยังไงก็ขออภัย 😯 )

23

ไปสะเเล้ว wrote:

โลกยุคใหม่ ตื่นจากเตียงมาเล่นคอม เล่นโทรศัพ อยากเเดกไรก็โทรสั่ง อยากได้อะไรก็เสิร์ชหาในเน็ต อยากหาความรู้ก็เสิร์ชเน็ต อีกไม่นานก็คงไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านพอดี ทำไรก็ทำได้ที่บ้าน มันอาจจะเป็นสังคมเเบบนี้ก็ได้นะ ในอนาคต (ออกทะเล ฮ่าๆ)

มันมีไปแล้วที่เมกา เปนพวกขายของบนอีเบย์ ของก้โทรสั่ง ส่งมาถึงบ้าน แล้วก้ไปโพสขาย ขายได้ก้สั่งพวกอุปกรณ์ห่อพัสดุจากไปรษณีย์ บริการส่งถึงบ้านเหมือนกัน แ็พ็คเสดก้โทรให้พนักงานมาเอาไปส่งให้ วันๆมันก้นั่งอยู่หน้าคอม
ขอบอกผ้าอนามัยมันยังซื้อกันออนไลน์ เพราะอะไร มันบ่นรถติด (ถ้าดูดีๆ กทม.บ้านเราแม่งรถติดกว่าของบ้านมันเยอะ) ค่าน้ำมันไม่คุ้ม บลาๆ สั่งทางเนทจ่ายตัง นั่งกระดิกตีนรอ เด๋วก้มีคนมาส่งถึงบ้านสบายกว่าเยอะ แต่มันใช้ไม่ได้กะคนไทย พวกโกง ขายของปลอม โก่งราคามันเยอะ

วัน จี้จี้
24

@ หนูแถวนี้:

เห็นด้วย วันนี้ไม่มีมาม่ามันๆ คลิกอ่านยากไม่หน่อย ไม่ค่อยเห็น น่าจะย้ายไปทีที่เห็นง่ายหน่อย ชอบอ่านนะ สนุกกว่าเรื่องอื่นๆอีก

25

ผมเป็นคนนึงที่โดนเรื่องแบบนี้มาแล้วครับ จนทำให้ผมถึงขั้นเรียนไม่จบ โดนคนนู้นคนนี้ด่าว่าเรียนไม่จบ บลาๆ ๆ ๆ ทั้งที่มันก็ไม่ได้เป็นความผิดผมเลย สาเหตุเริ่มจากการหมั่นใส้ (ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่เข้าใจว่ามันหมั่นใส้เรื่องอะไร) เริ่มด่าแชกันในเฟซ แล้วผลก็คือชีวิตในโรงเรียนผมพัง แล้วก็ไม่เหลืออะไรเลย

จะว่ากุตกยุคกุก็ยอม
26

นี่คือสาเหตุที่ผมไม่เล่นเฟส
แค่ไลน์อย่างเดียวก็มากพอแล้ว

Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann