ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

หมอชุดดำ!!

 photo HON Garena  photo Banner200
 photo PB Garena

image

อันนี้ไม่ดราม่าแต่ขอเขียนถึงข่าวที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ช่วงนี้ซักหน่อยนะครับ

มันคือข่าวที่ว่ามีแพทย์จำนวนหนึ่งแต่งชุดดำออกมาเดินขบวนประท้วง

ขับไล่ รมต.ที่มีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนแพทย์ทั่วประเทศ

image

http://www.thairath.co.th/content/pol/334898

จากเดิมที่จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายตามความกันดารและอายุราชการ

จะเปลี่ยนมาใช้การจ่ายค่าตอบแทนตามปริมาณงานที่ทำหรือ P4P แทน

P4P ที่ว่าก็ตรงตามชื่อครับ คือเป็นระบบที่เอางานของแพทย์ พยาบาล ทันตะ เภสัช

มาคำนวนเป็นแต้ม ยิ่งงานหนัก งานยาก ก็จะได้แต้มมากขึ้น

แล้วค่อยเอาแต้มนั้นไปคำนวนเป็นค่าตอบแทนอีกทอดนึง

image

credit : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=576485512362813&set=a.576471042364260.1073741828.576376985706999&type=1&theater

ประเด็นที่แพทย์กลุ่มนึง นำโดยชมรมแพทย์ชนบทออกมาเดินขบวนขับไล่ในหนนี้

เหตุผลที่ฝ่ายประท้วงอ้างก็คือ การยกเลิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย จะเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจ

ทำให้แพทย์ขาดแรงจูงใจที่จะมาทำงานในพื้นที่ชนบทอันทุรกันดารเพราะค่าตอบแทนได้ไม่แตกต่างกับแพทย์ในเมืองเลย

อันนี้คงต้องยกปัญหาของวงการแพทย์ในปัจจุบันมาพูดถึงเสียก่อน ปัญหาทุกวันนี้คือทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

พยายามดึงให้หมออยู่ใน รพช ด้วยเกมเดียวกับ รพ เอกชน นั่นคือพยายามดันค่าตอบแทนแพทย์ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

ชมรมแพทย์ชนบทเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีที่พยายามเพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ตามชนบทมานานมาก

มองในแง่นึงมันก็เป็นเรื่องดีที่เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์พวกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ยิ่งหมออยู่ชนบทนาน

ก็ยิ่งได้ค่าตอบแทนตรงนี้มากขึ้น ตามกฏเดิมใครอยู่เกินสี่ปีขึ้นไป ได้เงินเพิ่มห้าหมื่นบาท

หมอตาม รพช ถ้าอยู่เกิน 4 ปี ส่วนมากรายได้แสนขึ้นทุกคน ซึ่งอันนี้นี่ล่ะที่เป็นปัญหา

เพราะรัฐบาลไม่มีปัญญาหาเงินมาสนับสนุนค่าตอบแทนตรงนี้ได้หมด

ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ไม่มีเงินจ่ายเงินก้อนนี้ให้หมอทั้งประเทศ

ติดเงินอยู่เกือบปี จนมีเจ้าหน้าที่ลาออกไปพอสมควรเพราะไม่มีเงินจะแดกข้าว

พอเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เอาเงินมาจ่ายให้บางส่วน

แต่จ่ายได้ไม่หมดอยู่ดี จ่ายได้แค่ครึ่งนึงที่เหลือให้เอาเงินบำรุงของแต่ละ รพ จ่ายกันเอง
ทีนี้ปัญหาคือ รพ ทั่วประเทศส่วนมากอยู่ในภาวะตัวแดง คือขาดทุนอยู่แล้ว

หรือไม่ก็มีแววจะขาดทุนในอนาคตแหงๆ เพราะเงินรายหัวของประชากรที่ควรจะปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ

รัฐบาลกลับให้เงินรายหัวของประชากรคงที่ ในขณะที่ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์มันถีบตัวสูงขึ้นทุกปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง http://www.healthfocus.in.th/content/2012/11/1767

รพ ที่เงินบำรุงไม่ค่อยจะมี พอเอาเงินออกมาจ่ายค่าตอบแทนแพทย์ ก็ถังแตกกันถ้วนหน้าน่ะสิครับ

รู้หรือไม่ว่าค่าตอบแทนของแพทย์นี่เอาเฉพาะเบี้ยเลียงเหมาจ่ายของหมอสามคน

มันสามารถเอาไปจ่ายค่าแรง จนท “ทั้ง” รพ ได้เกือบทั้งปีเลยทีเดียว
ทีนี้เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง รพ ในเมือง กับ รพช (รพ ชุมชน) กันบ้าง

รพช มันห่างไกลสังคม กันดารกว่า รพ ในเมืองก็จริง แต่งานที่ทำใน รพช เทียบกับ รพ ในเมืองแล้ว

มันน้อยกว่ากันเยอะครับ รพ ในเมืองที่เยอะและคนไข้แออัดยัดเยียดมาก

ยกตัวอย่างเช่น รพ จังหวัดหลายๆแห่งวอร์ดอายุรกรรมรองรับผู้ป่วยได้ 30 เตียง

แต่ต่อเตียงยาวไปถึงระเบียง คนไข้หกสิบคนแทบทุกวัน หรือตรวจไข้ที่แผนกผู้ป่วยนอกวันนึงเกือบสองร้อยคน

ข้อดีของ รพ ในเมืองก็คือใกล้ความเจริญมากกว่า ได้เที่ยว ได้ทำนู่นนี่มากกว่า รพช

สรุปคือทั้ง รพท รพศ รพช มีจุดดีจุดด้อยต่างกันไป

แต่ปัญหาคือค่าตอบแทนแพทย์ใน รพช มันสูงกว่า รพท รพศ แบบเว่อร์มากๆ
เป็นผลจากการผลักดันของชมรมแพทย์ชนบทในหลายๆปีที่ผ่านมา

ทำให้ค่าตอบแทนแพทย์ใน รพช สูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ จนมันไม่สมดุลย์กัน

เกินกว่าที่ทรัพยากรของระบบจะรับไหว มันเป็นไปตามที่ รมต ให้สัมภาษณ์

ที่เขาว่าระบบมันเดินหน้าไปไม่ได้ เงินค้างที แพทย์ก็ต้องรวมตัวไปก่อม๊อบกดดันรัฐบาล

ให้จ่ายค่าตอบแทนที เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆระบบจะพังทลายเอาในอีกไม่นาน
ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยลดค่าตอบแทนแพทย์ คือเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย

จากเดิมที่ให้แบบกินเปล่าตามสองปัจจัย คือความห่างไกล และอายุงาน

เปลี่ยนมาเป็นสองปัจจัย คือความห่างไกลและปริมาณงานที่ทำ หรือ P4P

ถ้าเป็นระบบเดิมจะคิดค่าตอบแทนแพทย์ดังในตารางข้างล่างนี้

image

รวมๆแล้วรายได้ของแพทย์ไทยใน รพช ของรัฐ จะประกอบด้วย

เงินเดือน ประมาณ 14000-15000 ค่าไม่เปิดคลินิคส่วนตัว 10000

ค่าเวรอันนี้มากน้อยตามจำนวนเวร แต่ส่วนมากก็ประมาณ 4-5หมื่นบาท

ที่เหลือเป็นเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่กันดาร

จะมีรายได้ตกเดือนละเก้าหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าเป็นแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่นั้นนานๆ

เช่น ผู้อำนวยการ รพ. ที่อยู่มาเกิน 4 ปี ก็จะมีรายได้ถึบขึ้นไปเป็นเดือนละ แสนสอง

ซึ่งกลุ่มนี้นี่แหละที่เป็นปัญหา เพราะจะสูญเสียรายได้ทันทีถ้าปรับการจ่ายค่าตอบแทนเป็น P4P

เนื่องจาก ผอ. รพ.หลายๆแห่งที่เคยเห็นมา ไม่ทำงานตรวจคนไข้ว่ะครับ ทำงานบริหารอย่างเดียว

บางคนก็เอาเวลาราชการไปเตะบอล แข่งกีฬาจังหวัดก็มี แล้วปล่อยให้หมอรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบ

รับหน้าที่ตรวจคนไข้ไปตามยถากรรม ปัญหานี้มันทำให้ปริมาณคนไข้ที่หมอแต่ละคนต้องตรวจมันเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากผู้อำนวยการ รพ. ที่อาวุโสและอยู่กินเงินเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายจำนวนมากเหล่านี้มันไม่ฟังค์ชั่นนั่นเอง

คนพวกนี้แหละที่เป็นปัญหามานาน และจะเสียรายได้จำนวนมากถ้าจ่ายค่าตอบแทนตามระบบใหม่

ในขณะที่หมอชนบทที่ทำงานตรวจคนไข้จริงๆ ค่าตอบแทนที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ไม่ค่อยมีผลกระทบหรอก

เพราะถ้าหมอชนบทจะลาออกเพราะค่าตอบแทนสู้เอกชนไม่ได้ เขาลาออกกันไปนานแล้ว

ที่อยู่นี่คือเขาอยู่กันได้ด้วยค่าตอบแทนระดับนี้ ขอแค่จ่ายให้สม่ำเสมอก็พอ ไม่ใช่ติดหนี้แล้วจ่ายกันข้ามปีแบบที่ผ่านๆมา

ตามที่ดูรายละเอียดของ P4P มา  ณ ปัจจุบันยังไม่ได้ยกเลิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายว่ะครับ

แต่ลดลงบางส่วนประมาณครึ่งนึง  จากนั้นก็เพิ่มเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนมาให้อีกส่วนคือ P4P

อันนี้ยิ่งทำงานเยอะ  ตรวจคนไข้เยอะ ก็ยิ่งได้มากขึ้น ซึ่งอันนี้ก็มีคนทักท้วงว่าถ้าทำแบบนั้น

หมอที่หน้าเงินมากๆ มันไม่ตรวจคนไข้แบบสั่วๆ คนละสามสิบวิ

แล้วเกณฑ์คนไข้มาตรวจกันวันละหลายร้อยคนหรอกเหรอ จะได้ตังค์เยอะๆไง?

คือเขามีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ กับเพดานบนสุดที่จะจ่ายเงินค่าตอบแทน P4P เอาไว้แล้วครับ

ต่อให้ตรวจจนมือหงิกวันละ 200-300 คน เต็มที่มันก็ได้แค่เพดานบนที่กำหนดเอาไว้เท่านั้นแหละ

ดังนั้นแทนที่จะมองว่าเป็นการกระตุ้นให้แพทย์หิวเงินมากขึ้น เราควรจะมองว่ามันเป็นการเกลี่ยรายได้

ให้หมอที่ทำงานเยอะ ผ่าตัดเยอะ ตรวจคนไข้ มีรายได้ตามงานที่ทำลงไปอย่างยุติธรรมมากกว่า

ในขณะที่หมอที่ไม่ได้ทำงาน นั่งๆนอนๆเกาตูดเซ็นเอกสารอย่างเดียว ก็จะได้ค่าตอบแทนน้อยลงไปด้วย ชะละล่า

 

การปรับการจ่ายค่าตอบแทนเป็น P4P มันจะทำให้หมอใน รพท รพศ ได้ค่าตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เพราะงานล้นอยู่แล้ว  ในขณะที่ รพช อาจได้น้อยกว่า แต่ก็มีเงินจากค่ากันดารที่ลดลงมาถัวเฉลี่ยแทน

วิธีนี้ดีตรงที่ทำให้การกระจายค่าตอบแทนของแพทย์มันเกลี่ยกันเสมอภาคมากขึ้น

image

วิชาชีพอื่นก็ได้ผลประโยชน์ไปด้วย เช่น พยาบาล เขาจะได้ค่าตอบแทนตามที่ควรได้จาก P4P

ควรรู้ว่าวิชาชีพพยาบาลนี่เป็นวิชาชีพที่สำคัญมากแถมยังงานหนักบรรลัยเลย
ทุกวันนี้ค่าตอบแทนของแพทย์ชนบทมันไม่สมเหตุสมผลครับ อย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้นว่า

มันเป็นการเรียกร้องจากชมรมแพทย์ชนบทในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

ทำให้ค่าตอบแทนของแพทย์ชนบทสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ ขนาดไม่ต้องทำงานตรวจ

นั่งเซ็นเอกสารอย่างเดียว ขอแค่อยู่พื้นที่นั้นมานาน คุณก็ได้เงินไปกินนิ่มๆเดือนละแสนกว่าบาทแล้ว

แต่วิชาชีพอื่น แทบจะไม่ได้เงินก้อนนี้เลย หรือได้น้อยมาก เช่นพยาบาลได้แค่พันห้าเท่านั้น

ทั้งที่วิชาชีพเหล่านี้ก็งานหนักและเสียสละไม่แตกต่างกัน สาเหตุเป็นเพราะค่าตอบแทนของแพทย์

ได้สูบเอาทรัพยากรส่วนมากของระบบสาธารณะสุขไทยไปหมดแล้ว

ดังนั้นแทนที่แพทย์จะอ้างว่า ฉันเสียสละฉันทุ่มเทนะ ฉันเรียนมาสูง เรียนมาตั้งหกปีเชียวนะพี่ชาย

และพยายามรักษาเงินก้อนที่ตัวเองได้มาโดยไม่สมเหตุสมผลนี้เอาไว้อย่างสุดชีวิต

บางทีแพทย์อาจจะควรเหลียวกลับไปมองเพื่อนร่วมวิชาชีพ ที่ฟันฝ่ามาด้วยกัน

เช่น พยาบาล เภสัช ทันตะ ที่ยืนท้องกิ่ว ท้องร้องจ๊อกๆอยู่เบื้องหลัง

ในขณะที่แพทย์ฟาดเค้ก “งบประมาณสาธารณสุข” มาฟาดจนพุงกางอยู่คนเดียว

จริงๆแล้วค่าตอบแทนของวิชาชีพเหล่านี้ที่ว่ามามันก็น้อยกว่าเอกชนทั้งนั้นแหละ

แต่มีเฉพาะของแพทย์วิชาชีพเดียว ที่มันโดดสูงกว่าชาวบ้าน ดังนั้นถ้าจะให้ดี

เราก็ควรจะเกลี่ยค่าตอบแทนที่สูงเกินไปให้ลดลงมาหน่อย ให้มีงบประมาณเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพบ้าง

จากนั้นค่อยรวมตัวกันเป็นองค์กรสหวิชาชีพ เรียกร้องให้เพิ่มค่าตอบแทนทุกคนอย่างเท่าเทียมและสมเหตุสมผลไม่ดีกว่ารึ

ที่เห็นคนออกมาประท้วงนี่ก็ใช่ว่าหมอ พยาบาล ทันตะ เภสัช จะไม่เห็นด้วยกับ P4P ไปเสียหมดทุกคน

คนที่เห็นด้วยก็มีอยู่เยอะแยะ แต่ไม่ออกข่าวเหมือนกับที่แพทย์ชนบทแต่งชุดดำมาเดินชบวนประท้วงก็เท่านั้นเอง

imageimage

แต่ก็ใช่ว่าผมจะเห็นด้วยกับระบบ P4P ไปเสียหมด ถ้ามันจัดสรรคะแนนไม่เข้าท่า

หรือเอาเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายออกไปทั้งหมด คิดแต่ P4P อย่างเดียว มันก็อาจจะเกิดปัญหาในอนาคตได้

แต่ถ้าปรับปรุงให้มันดีๆ อนาคตมันอาจจะเป็นทางออกนึงในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของไทยก็ได้ว่ะครับ

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Ads  photo banner200 Ads
 photo Ads60090
 
Comments
201

งงแต่กะไอ้คนที่บอกว่าทำงานชั่วโมงเท่ากันก็น่าจะได้เงินเดือนเท่ากันนี้ซิ ไม่รู้ว่าเอาง่ามเท้าส่วนใหนคิด แล้วตัวเนื้องานความยากลำบกในการทำงาน ความรับผิดชอบของงาน นี้ไม่สำคัญเลยเนอะ

202

หมอลดลงเยอะๆดี คนจะได้เลิกพล่ามหมอต้องน้อยๆจะได้มีคุณภาพ ควยเหอะพวกมึงไม่ได้อัจฉริยะอะไรหรอกว้าหลงตัวเองชิบเป๋ง คนที่เข้ามหาลัยแล้วปรับตัวเก่งเกรดดีกว่าพวกสอบได้คะแนนเจ๋งๆเยอะแยะไป

แต่การนี้ประชาชนคงต้องสละชีพเล็กน้อยเพื่อการเปลี่ยนแปลงของมวลรวม ซึ่งหากคนที่ซวยนั้นจะเป็นกูก็ไม่ขอเสียใจสักนิดหว่ะ 😮

203

แหม่ เรื่องนี้ ตรงตามสายงานเลยนะครับจ่า

คันทรี่แมน
204

รู้แต่ back office ทำงาน แต่เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายหาย

แต่ก็ต้องทำ

205

:mrgreen: :mrgreen:
เรื่องนี้เป็นกลางๆ นะ
แต่ถ้าดูในฐานะคนไข้ถ้าหมอมันรีบทำเอาเป้าเอายอดเอาเงิน
อย่างทำฟันเนี่ย ถ้าพลาดมันติดตัวไปตลอดชีวิต ของแบบนี้
สรุปเหี้ยทั้งหมอและ รัฐบาลคับ

206

ที่ต้องปกป้อง เงินก้อนนั้นสุดชีวิตนั้น จ่าต้องเห็นใจหมอพวกนั้นเขาด้วยนะครับ

ค่าที่ก็ต้องผ่อนรายเดือนเป็นงวดๆ ค่ารถหรู ค่าบ้าน เพราะมีเงินได้ถึงเป็นหลักแสน ถึงสามารถแบกรับค่าผ่อนสินค้าพวกนี้ไหว ถ้าเงินลดก็โดนยึดหมดสิครับ

จะไปว่าหมอเค้าเรื่องนี้ก็ไม่ได้ ในเมื่อเงินเดือนเค้าเท่านี้ เค้าวางแผนใช้เงินแบบนี้ไว้แล้ว แต่จู่ๆ โดนปรับลดเงินก็งานเข้าสิครับ ไม่แปลกที่จะไม่ยอม ไปว่าเค้าก็ไม่ได้ด้วย

➡ ➡ ➡ ➡

207

ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรจะให้ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้เพราะว่าไม่ได้สนใจเงินก้อนนี้เท่าไรอยู่แล้ว อาจจะเพราะตัวเองยังใหม่ยังทำงานไม่ถึง 3 ปีด้วยซ้ำ และยังไม่เก่งเลยคิดว่าจ้างยังไม่ค่อยจะคุ้มกับเงินเดือนด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็เลยตั้งเป้าว่าซักวันจะคุ้มเงินให้ได้ แล้วอีกเรื่องคือเพราะอาชีพที่ทำมันก็ไม่ได้เงินส่วนนี้เยอะอะไรไม่ได้เป็นแพทย์ ทันตแพทย์ ยังไม่ได้ทำเพราะยังใหม่อยู่ยังอยู่ในช่วงฝึกงานที่ทำงานใหม่ที่เขาทำ P4P เลยนั่งดูคนอื่นทำแล้วก็มองเห็นว่า

ข้อเสีย
1. คนทำเสียเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาทีในการสรุปข้อมูลแต้มดังกล่าว พูดถึงคนทำงานจริง 30 นาทีก็ทำอะไรได้หลายงาน
ตอนมองคนเขาวุ่นวายกับการทำมีความรู้สึกว่า เสียเวลาจริง ๆ ถ้าตรวจคนไข้ได้เกือบ 10 คนแล้วไม่ใช่หรือ หรือถ้ามาสอน
งานเราก็ได้ 2-3 งานแล้่ว หรือถ้าเป็นตอนที่เราทำงานที่รพ.เล็ก ๆ สามารถสรุปรายงานได้ 1 รายงานเพื่อเอาเป็นแนวทาง
ที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนไข้แล้วไม่ใช่หรือ ลองคิดดู เวลาเขียน P4P สำหรับคนทำงานจริง สมมุติว่าเร็วขึ้นคนละ
15 นาที ปีหนึ่งเสียเวลาไปประมาณ 3600 นาที ไม่นับรวมวันหยุด แต่ก็นะถ้าต้องทำเราก็เก็บไปทำที่บ้านดีกว่า
2. มีคำพูดติดปากของคนทำงานว่า “วันนี้ได้แต้มเท่าไร” “วันนี้แต้มไม่ถึง” ฟังแล้วมันรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ั ไม่สบายหู
3. มีคำบ่นกันว่า “งานที่เคยช่วยกันทำพอมันไม่แต้มตอนนี้เลยไม่มีคนทำ ต้องมานั่งทำคนเดียว”
4. เนื่องจากเป็นคนที่ยังฝึกทดลองงานเลยยังไม่มีงานแน่นอนเลยช่วยคนอื่นไปทั่ว ก็จะเกิดคำพูดว่า “อย่ามาแย่งงานทำ”
หน้าชาเล็ก ๆ อะ พึ่งรู้ว่าช่วยคนอื่นทำมันผิดด้วย ก็ที่ทำงานเดิมไม่เห็นเขาต้องมาแบ่งงานกันทำทุกคนช่วยกันนี่หว้า
5. คนสอนไม่มีเวลาสอนคนทำงานใหม่เพราะต้องไปทำแต้ม
6. การทำเกณฑ์ถ้ายังต้องทำต่อควรปรับปรุง เพราะแบ่งเกณฑ์มั่วมาก วัดค่าของงานแต่ละคนออกมาเป็นแต้มได้ไม่ดี
อย่างงานบางอย่างมีราว ๆ 10 ขั้นตอนในคนไข้ 1 คน กับ อีกคนงาน 2-3 ขั้นตอนในคนไข้ 1 คน แต่ใช้เกณฑ์นับคนไข้
เหมือนกัน ดูแล้วมันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไร ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเน้นด้วยปริมาณคนไข้…..สรุปเน้น”ปริมาณ”หรือเน้น”คุณภาพ”
7. อันนี้ย้อนถึงรพ.เดิมที่เคยทำงาน อย่างนี้แพทย์ที่ทำหน้าที่บริหารก็ต้องลงมาจับคนไข้ มากขึ้น ซึ่งปกติกว่าท่านจะเข้าไป
เซนต์เอกสารตอนบ่ายเพื่ออนุมัติค่ายา วัสดุการแพทย์ ครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ หรือเอกสารอื่น ๆ ปกติก็ช้าอยู่แล้วเพราะต้องไปประชุมบ่อย ๆ ก็ยิ่งไม่ต้องทำอะไรแล้ว หนังสือราชการก็ออกช้าขึ้น ถ้าช้าขึ้นสงสัยนั่งร้องไห้งานเสร็จแต่ไม่ออกก็โดนหน่วยราชการที่ต้องส่งรายงานหาว่าเราเพิกเฉย ไม่ทำงาน ทั้งที่บางครั้งเสร็จตั้งแต่วันแรกที่หนังสือมาถึงด้วยซ้ำ หนังสือราชการ
บางอย่างออกแค่ 5 นาทีก็เสร็จแล้วด้วยซ้ำ (ออกแนวคิดไปเองแฮะอันนี้ทั้งที่ยังไม่เห็นกับตา)

ข้อดี
1. มีคนจับงานบางอย่างจริงจังมากขึ้นไม่เกี่ยงกันแย่งกันทำที่มีแต้ม ทำให้งานส่วนนั้นเดิน
2. งบน้อยลง (หรือเปล่าไม่รู้) เพราะไม่ได้เป็นคนคิดงบเลยไม่แน่ใจว่ามันจ่ายน้อยลงขนาดไหน

ตอนนี้ยังเห็นข้อชัด ๆ ข้อเดียวเพราะว่ายังไม่ได้ไปจับจริงจัง ถ้ามีข้ออื่นก็ช่วยกันแจงด้วยเราจะได้ตาสว่าง
จริง ๆ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไรคิดว่า ได้ก็เอาไม่ได้ก็ไม่สนใจเท่าไรอยู่แล้ว ถึงเขาตัดไปไม่ให้เลย เราก็ไม่เดือดร้อนเพราะมันแค่นิดเดียว (แต่ก็เข้าใจนะว่าหลายคนมีภาระ ขนาดทำงานเดียวกันเขายังบ่นเลยว่าถ้าตัดงบไปก็ลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ละคนมีวิถีชีวิตต่างกัน เลยรู้สึกว่าคนไข้คนหนึ่งที่ไม่มีรายได้ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกตินี้สุดยอดจริง ๆ ทำไ่มต้องผ่อนรถ ทำไมต้องผ่อนบ้าน ทำไมต้องจ่ายค่ามือถือ ทำไมต้องเอาเงินเข้าธนาคารเป็นเงินค่าประกันชีวิต ทำไมต้องซื้อของสะสมที่ได้แค่ตั้งโชว์ บางอย่างถามว่าตัวเองหยุัดได้หรือเปล่าก็ตอบได้ไม่เต็มปากเช่นกัน) แต่แอบคิดว่าความต่างของตัวเงินมันพลาดมาตั้งแต่แรกแล้วถ้าสมัยก่อนมันไม่ได้ตั้งมาขนาดนี้ตอนนี้มันก็จะไม่เกิดขึ้น งบมันเลยหมด ไม่เชื่อไปลองดูแพทย์ ทันตแพทย์เทียบกับวิชา่ชีพอื่นซิ ต่างกันกี่เท่าเมื่ออยู่เกิน 10 ปี ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุและผลของมัน
ตอนนี้แค่รู้สึกว่า ทำไม ไม่ถามคนไข้มั้งว่าต้องการอะไร ชอบไหมบริการที่เกิดขึ้นเมื่อมี P4P เกิดขึ้นแล้ว
ถ้าดีขึ้นเราก็จะเลิกติแล้วก็ทำมันต่อไป ก็เท่านั้น

208

ftee 😡 😡 😡 😡 😡

Death stalker
209

คืออย่างนี้ใช่ไหม หมอคนไหนตรวจคนไข้ มากกว่าก็จ่ายเพิ่ม อย่างนี้มันจะตั้งใจรักษาคนไข้เรอะ
มันจะเปลี่ยนเป็นปริมาณมากกว่าน่ะสิ หมอดีมีไม่กี่คนหรอก ส่วนมากเห็นเม็ดเงินแม่งตาโตทั้งนั้น
เป็นกูถ้าเงินมหาศาลก็เอา แต่นั่นคือกูเป็นแพทย์ และถ้ารายได้ไม่ดี คนมันคงไม่แห่เรียนหมอหรอก
เมื่อก่อนหมอคงขาดแคลนแต่จรรยาบรรณสูง แต่เดี๋ยวนี้หมอเกลื่อน จะหาแพทย์ดีๆได้ขนาดไหนวะ
อย่างบางคลีนิกมันเอายาจิบแก้ไอ มาให้กูแด กแม่ง รสชาติเหมือนยาแก้วไอตราเสือดาวเป๊ะ ขายให้กูขวดตั้งร้อยกว่าๆ แดกไปยังไม่รู้สึก พอๆกับยาน้ำตราเสือดาวนั่นแหละเหยด เข้

210

แต่ที่แน่ๆ ภาระมาตกที่ประชาชนตาดำๆ เพราะ หมอก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งย่อมมีกิเลสเป็นธรรมดา จะมีสักกี่คนที่ทำงานโดยไม่หวังความกว้าวหน้า
แล้วที่เคยคุยกับ พยาบาลวิชาชีพมาน่ะ เห็นบอกว่าเคยทำระบบนี้มาแล้วด้วยน่ะ 😥

211

ให้มันไปแล้วจะไปปรับแม่งคงทำใจลำบาก
ใครๆ แม่งก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น เฮ้อ

คำว่าเพื่อชาติ มันคงไกลตัวไป สำหรับคนยุคนี้

elliPsisjacKKi
212

กูก้ไม่รู้ว่ามันดีป่าวนะเเต่งานหนักเรียนหนักนี่ของจิง ตอนนี้กุปี 2 สอบทีกุเกือบตาย กว่าจะเรียนจบ6ปี special นี่ก้เฮ้อ.. เวรกรรม ยังไงกุว่าถ้าประเทศไทยมีรัฐบาลที่ดีไม่โกงกินประชาชน มันก้คงจาดีกว่านี้ไนด้านรายได้ไนหลายๆเรื่องเเละไนหลายๆอาชีพเหมือนประเทศอื่นเค้า เหมือนกุพูดไม่ตรงประเด็นนะเเต่รู้สึกงี้จิงๆ 😥

213

หมอเขาก็ทำมาหากินนะครับ มีความอย่างเหมือนคนธรรมดาล้ะพี่น้อง คนเรียนหมอเพราะเงินเดือนสูง…..

214

พ่อ. มึง. ตายย. อ่อ กุว่ามึงอิจฉาเค้าวะ แล้วตัวมึงไม่ได้ดีเหมือนคนอื่นเค้ามึงเลยต้อง มาคอยดููถูกคนที่เค้า เก่งกว่ามึง ดีกว่ามึง 😀 @ Bee:

215

หมอ พานิช เยอะครับทุกวันนี้

ถ้าสนิทกับพยาบาลลองถามๆดู ก็ได้ เรื่องหมอชอบหาตังกับคนไข้
วงการ การแพทย์ และมากทุกวันนี้ การทำแบบนี้อาจจะเหลือแต่หมอที่ อยู่เพราะใจจริงก็ได้

แบบนักเรียนหมอที่เข้าตรวจ เขาห้ามเรียกค่าบอริการรึ ห้ามเกิน 50 บ. ก็เรียกซะ 100 รึไงนี่หละ

อ.หมอ ดันไม่เก็บ พยาบาลเลยถาว่าทำไม่ไม่เก็บคะ อ. อ.หมอบอก ไม่เป็นไรหรอกพี่ 50 บาท ผมไม่รวยกับมันหรอก 555

ผมเคยรับการรักษากับ อ.หมอ คนนี้
พยาบาลบอก แกเคยเข้าเคส ผ่าตัดรายคาเป็น แสน ไม่เอาตัง ซ้ำไปเดินเรื่องลดค่ารักษาให้คนไข้ด้วย

ผมแค่เอาเรื่อง ด้านดี้/ไม่ดีของหมอที่ ผ่านประสบการณ์ ของผมมาเล่าให้ฟัง ผมว่าทุก อาชีพ มีทั้งคนดี – ไม่ดี

ผมโชคดีหน่อยไม่ค่อยเจอ พวกหมอ หมอ พานิช

สำหรับเรื่องนี้ไม่มีความเห็นครับ อิอิ

216

ทำไรไม่ได้ครับ ถ้าหมอไม่รักษา คนไข้ก้ตาย หมอเลยมีสิทธิ์เรียกเงินได้เยอะกว่า :sad: :smile: 😈 😡

กุ๊กกิ๊ก
217

มันมีปัญหาที่ระบบคิดคะแนนอย่างรุนแรงครับ คิดเล็กคิดน้อย
สมมุติเอาให้เห็นภาพ เอาภารโรงเป็นหมอ
ภารโรงต้องกวาดใบไม้ให้ครบ 20 ใบ ถึงจะได้ 1 คะแนน
ถ้ากวาดเจอขวดน้ำจะบวกไปอีก 2 คะแนน

คือหมอทำงานแต่ต้องมาจดอะไรยิบย่อยมันใช่เหรอ นี่คือประเด็น

อยากเป็นหมอ!!
218

😈 😈 😈

ถ้าจบไปแล้วลำบาก ไม่รวย จะมีคนแย่งกันเรียนขนาดนี้เรอะ 😈 😈 😈

ที่บอกลำบากๆๆ จนๆๆ อะ มันมีลู่ทางหาตังอย่างอื่นอีกเยอะ

แห่สอบ แห่เรียนกันเต็มที่เลยจ้า

219

สวัสดีครับ ส่วนตัวไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล เเต่เเม่เป็น ผมเองเคยนั่งคีย์ข้อมูลลงระบบ p4p ให้เเม่ อยากบอกว่า ปวดใจมาก
ระบบมันไม่เอื้ออำนวยในการทำงานจริงเเต่อย่างใด นั่งทำให้เเม่ ไป 2 ชม กะ เเค่ ข้อมูล 1 เดือน ผมว่า เลิกเถอะครับ
เเพทย์ พยาบาล เค้ามีหลายๆ อย่างให้ทำมากกว่ามานั่ง key data ที่ เวลา save ก้ ไม่ save ให้นะครับ งงกะระบบมันมาก

หรือ ถ้า ไม่เลิก ก้ ควร ปรับปรุงระบบ ให้มันดีกว่านี้น่ะครับ ให้มัน ease of use ต่อ ผู้ใช้ให้มากที่สุด

พูดแล้วโมโห

ปล. หน้าจะเอาระบบ นี้ให้พวก นักการเมืองไปด้วยเลย —ไปเป็นประธารเปิดงานนู่นี่นั้น ติดลบ 500 เเต้ม เเต่ เข้าประชุมสภาได้ 2000 เเต้มไรเเบบนี้

220

ส่วนตัวผมอยากได้ระบบคล้ายๆ P4P นะ แต่ให้คนไข้เป็นคนประเมิณความพึงพอใจ

ถ้าหมอพูดคุยดี ไม่มาหึ่มแฮ่ใส่ รักษาดี ดูแลดี โอเคเอาไป 5 ดาว หมอก็ได้ค่าตอบแทนเยอะหน่อย

Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann