ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

พริตตี้รัฐบาล!!

 photo HON Garena  photo Banner200
 photo PB Garena

image

เรื่องมันมีอยู่ว่าที่เพจของ ดร.เจิมสาก สื่อมวลชนชื่อ(เคย)ดัง เขาเอาภาพพริตตี้มาโพส

และเขียนข้อความบรรยายภาพพริตตี้เหล่านี้ว่าทำไมถึงต้องใช้พริตตี้มาขายรถด้วย?

พริตตี้ก็เหมือนกัน ทำไมถึงยอมให้เขาใช้เรือนร่างของพวกเธอขายควบรถยนต์

:mrgreen: แค่นั้นไม่พอ ดร.เจิมสากยังพูดถึงทักษิณว่า ระบบทักษิณก็ใช้พริตตี้เหมือนกันใช่มั้ย!?

image

:smile: แอดมินเข้าใจว่า ดร.เจิมสากแกต้องการจะพาดพิงนายกปูที่นอกจากจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

ยังรับบทพริตตี้ที่ทำหน้าที่คอยประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลด้วยนั่นเอง แอดมินว่ามันก็ไม่แปลกนะ

เพราะสมัยที่พี่มาร์คเป็นนายก ช่วงนั้นพี่มาร์คก็ทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลควบอีกตำแหน่งเหมือนกัน (ฮา)

แฟนคลับของจารย์เจิมสากก็เข้ามาแสดงความเห็นกัน ส่วนมากก็เห็นด้วยกับจารย์เจิมสาก

บอกว่าเด็กไทยสมัยนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ เพราะสื่อมวลชนตัวดีมันโฆษณาอาชีพพริตตี้ให้เด็กรู้จักมากเกินไป

😯 เด็กไทยที่อยากได้เงินเยอะแต่งานสบายมันถึงได้กระสันต์อยากจะเป็นพริตตี้จนตัวสั่น

image

😕 บางตนก็สงสัยอาชีพพวกนี้มันแตกต่างกับกะหรี่ยังไงฟะ

image

กรูอยากรู้นักว่าถ้าพ่อแม่ของอีพริตตี้พวกนี้มาเห็นภาพถ่ายของลูกสาวตัวเอง

😮 มันจะรู้สึกภาคภูมิใจกับหน้าที่การงานที่ลูกเต้ามันทำอยู่มั้ย?

image

บางคนก็บ่นว่าทำไมกระทรวงวัฒนธรรมมันไม่ออกมาห้ามปรามหรือกวาดล้างอาชีพพริตตี้มั่งว้าาาา

image

อาห์ ความงามอย่างไทยมันสูญสิ้นไปจากชาติเราจนหมดแล้วใช่มั้ย

เหลือแต่อีพวกที่งามอย่างลาวเท่านั้น อิชั้นไม่อยากให้ลูกเต้าเติบโตมาในสังคมไทยที่กำลังก้าวลงเหว

:sad:  เพราะลืมเลือนอัตลักษณ์ความงามแบบไทยๆไปจนหมดสิ้นฉิบหายเลยค่ะ

image

แอดมินไม่รู้ว่าอีลูกหาบจารย์เจิมสากคนนี้มันตีความคำว่า “งามอย่างลาว” ยังไง

แต่โดยส่วนตัวถ้าสาวไทยจะหันไปเอาดีตามค่านิยมความงามแบบลาว ตามที่เห็นในภาพข้างล่างนี้

:roll: แอดมินก็ยินยอมพร้อมใจโดยไม่มีคำโต้แย้งใดๆแม้แต่คำเดียวว่ะ แอร๊ยยยยยย

image image

credit ภาพจากเพจสมาคนคนรักสาวลาวแห่งประเทศไทย

https://www.facebook.com/lovelikelao?fref=ts

แต่ชาวเน็ทที่ไม่เห็นด้วยกับจารย์เจิมสากก็แย้งว่าพริตตี้เขาไม่ได้ขายเรือนร่างควบรถยนต์นะมึง

😕 หรือจารย์เจิมสากแกคิดว่าถ้าซื้อรถในงานมอเตอร์โชว์แล้ว สามารถเคลมพริตตี้ไปอึ๊บเป็นของแถมได้วะ

image

😡 พวกมึงพูดกันแรงเกินไปหน่อยรึเปล่า มึงเอาที่ไหนมาพูดว่าพริตตี้พวกนี้ “ขาย” วะ

image

พริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์กับพริตตี้รัฐบาลอย่างนายกปูมันคนละประเด็นกันเลยนะมึง

😕 พริตตี้มอเตอร์โชว์เหล่านี้เขาทำมาหากินโดยสุจริต มึงจะเอาไปเปรียบเทียบกับขี้ข้าแม้วอย่างอีปูได้อย่างไร

image

พริตตี้เขาทำมาหาแดกโดยสุจริต ไม่ได้ไปคดโกงใคร เจ้าของงานมอเตอร์โชว์เขาจ่ายค่าจ้างให้

😆 น้องๆพริตตี้ก็รับเงินแล้วโชว์ตัวตามงานมอเตอร์โชว์ กรูไม่เห็นมันจะผิดกฏหมายหรือผิดศีลธรรมตรงไหนเลยว่ะ

image

:roll: ถึงพริตตี้จะแต่งตัววับๆแวมๆไปบ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องของเขา เป็นเครื่องแบบในการทำมาหาแดกของเขา

พวกมึงไปเสือกเชี่ยอะไรด้วย ถึงงานของเขาจะไม่ถูกจริตไอ้ไทยที่มีระดับจริยธรรมสูงส่งอย่างพวกมึง

แต่อย่างน้อยมันก็เป็นอาชีพสุจริตที่เลี้ยงดูพ่อแม่ได้โดยไม่ต้องปล้นจี้ใครกินก็แล้วกัน

image

:mrgreen: แล้วพวกมึงล่ะเป็นใครวิเศษวิโสมาจากไหน ถึงได้เที่ยวไปตัดสินชาวบ้านชาวช่องว่าอาชีพที่เขาทำอยู่มันเหี้ย

ถ้าพวกมึงคิดว่าอาชีพพริตตี้มันลามกจกเปรต เพราะพวกมึงเห็นพริตตี้แล้วเงี่ยนจนควยโด่ก็เรื่องของมึง

แต่ถ้าพวกมึงทำเป็นสูงส่งเสียเต็มประดาแล้วตัดสินว่าพริตตี้เป็นอาชีพชั้นต่ำแล้วล่ะก็

กรูว่าคนที่ต่ำตมที่สุดคงเป็นไอ้พวกโลกสวยที่ศีลธรรมคับปากอย่างพวกมึงมากกว่าว่ะ

image

➡ แฟนคลับของจารย์เจิมสากก็แย้งว่าจารย์เขาก็ไม่ได้ว่าร้ายอาชีพพริตตี้นะเว้ย เขาแค่สงสัยว่า

ทำไมถึงต้องขายพริตตี้ควบรถใหม่ป้ายแดงด้วยก็เท่านั้นเอง มันก็เหมือนกับปืนกระบอกนึง

ที่สามารถใช้เป็นอาวุธฆ่าคนหรืออาวุธของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้ พริตตี้เองก็เหมือนกัน

ในฐานะที่พริตตี้เป็นมนุษย์คนนึง มันก็ควรจะมีอาชีพที่มีคุณค่ามีความหมายสำหรับพวกเขามากกว่านี้ไม่ใช่เรอะ

image

:mrgreen: แล้วไอ้พวกที่ไปงานมอเตอร์โชว์ มันไปเพื่อซื้อรถหรือเพื่อไปดูพริตตี้กันแน่วะ

image

ชาวเน็ทก็แย้งลูกหาบของจารย์เจิมสากว่าที่เขาต้องเอาพริตตี้หน้าตาน่ารัก

👿 มาโชว์คู่รถในงานมอเตอร์โชว์ ก็เพราะมันถูกจริตเพศผู้ทั้งหลายที่ไปเดินงานมอเตอร์โชว์น่ะสิวะ

image

😈 มึงลองคิดดูสิว่าระหว่างซุ้มรถที่มีพริตตี้ กับอีกซุ้มที่มีอาซิ่มใส่เสื้อคอกระเช้า

ยืนถือถุงกระสอบสีรุ้งเคี้ยวหมากหงับๆข้างรถราคาสิบล้าน ซุ้มไหนจะมีคนสนใจมากกว่ากันฟะ!!

image

😡 จากนั้นชาวเน็ทก็รุมสวดจารย์เจิมสากว่าเสียทีที่มึงเป็นถึงระดับอาจารย์ผู้ทรงภูมิความรู้

เป็นถึงด๊อกเตอร์คนนึง แต่ทำไมมึงถึงได้ดูถูกดูแคลนเพศแม่ของมึงจังวะ?

พริตตี้เขาไม่ได้ขายตัว เขาแค่ขายหน้าตาและความสามารถของเขาเท่านั้น

image

😛 ลูกหาบของจารย์เจิมสากก็แขวะพวกที่ด่าจารย์ว่าพวกมึงมันขี้ข้าทักษิณทั้งนั้น

ที่จารย์เขาบอกว่าพริตตี้พวกนี้ “ขาย” จารย์แกไม่ได้หมายความว่าพริตตี้ขายตัว

แต่เขาหมายถึงขายรูปร่างหน้าตา ซึ่งมันผิดต่อจารีตประเพณีอันดีงามของสังคมไทยสุดๆ

สังคมไทยสมัยนี้แม่งไม่จิตสำนึกเอาเสียเลยว่าเรื่องแบบนี้มันขัดกับอัตลักษณ์ความงามแบบไทยโคตรๆ

image

:mrgreen: ถ้าผู้ชายมันอยากจะซื้อรถจริงๆ มันไม่สนใจรูปร่างหน้าตาของพริตตี้พวกนี้หรอกค่ะ

เพราะเขาดูที่คุณภาพของรถยนต์คันนั้นเป็นหลัก ไม่มีใครเขาตัดสินใจซื้อรถคันนั้น

เพียงเพราะมีผู้หญิงยืนแก้ผ้าอยู่ข้างรถหรอกน่า คนซื้อเขาขี่รถยนต์นะยะไม่ได้ขี่พริตตี้!!

แทนที่พวกมึงจะเอาแต่แก้ตัวแทนอีพริตตี้ว่ามันมีสิทธิทำมาหากินโดยสุจริต

พวกมึงควรจะคิดให้ดีว่าการทำมาหาแดกของพริตตี้มันเป็นสิ่งที่ดีงามต่อสังคมไทยหรือไม่

ไม่ใช่เอะอะก็เรียกร้องสิทธิเสรีภาพลูกเดียว ส่วนจริยธรรมศีลธรรมจะเป็นยังไงก็ช่างหัวแม่มัน!!

image

😈 ไอ้พวกที่ด่าจารย์เจิมสากน่ะ กรูว่าถ้าพวกมึงมีลูกสาว พวกมึงก็คงจะจับลูกสาวไปแก้ผ้าหาเงินเลี้ยงดูตัวเองแน่ๆเลยว่ะ

อาชีพพริตตี้มันไม่มีอะไรเสียหายก็จริง แต่อีพวกพริตตี้ที่ใส่เสื้อผ้าวับๆแวมๆจนแทบจะแก้ผ้าต่างหากที่กรูรับไม่ได้

พริตตี้มันเป็นอาชีพที่ต้องมีจิตสำนึกสาธารณะรู้จักรับผิดชอบต่อสังคมเหมือนกับดารา

ถ้าพวกมึงด่าดาราที่เลี่ยงภาษี แล้วทำไมกรูจะด่าพริตตี้ที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมั่งไม่ได้วะคะ

image

😮 ชาวเน็ทที่รุมจวกจารย์เจิมสากก็แย้งลูกหาบว่าพวกกรูไม่ใช่ขี้ข้าทักษิณนะสัส

จะเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทยกรูก็ไม่เอาทั้งนั้น มึงอย่าเหมารวมว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับมึงเป็นพวกเสื้อแดงสิวะ

ประเด็นมันอยู่ที่จารย์เจิมสากนั่นแหละ เพราะเรื่องที่แกพูดมามันต่ำกว่าวุฒิการศึกษาของแกโคตรๆเลยว่ะ

image

😕 กรูไม่เข้าใจเลย ไอ้อาจารย์เจิมสากมึงจะพาดพิงอาชีพพริตตี้หาพ่อมึงหรือ

ถ้ามึงอยากด่าอีนายกปูมึงก็ด่าอีปูตรงๆไปเลยสิวะ จะลากพริตตี้ในภาพมาดูถูกเหยียดหยาม

เพื่อกระทบชิ่งไปหาอีปูทำไม แทนที่มึงจะด่าอีนายกปูคนเดียว มันกลับกลายเป็นว่ามึงกำลังสร้างความไม่พอใจ

และพลอยทำให้พริตตี้กับคนที่เกี่ยวข้องในแวดวงเขาเกลียดชังมึงซะเปล่าๆ

image

😮 ถ้าจารย์เจิมสากไม่ชอบอีปู คิดว่าการบริหารบ้านเมืองของพริตตี้ปูมันห่วยแตก

มึงก็เอาอีปูมาด่าให้สะใจแล้วเอาความบกพร่องด้านนโยบายของมันมาชี้ให้เห็นกันจะๆเลยสิวะ

ทำไมมึงต้องพาดพิงพริตตี้แถมยังกล่าวหาว่าพริตตี้ “ขาย” ควบรถยนต์ด้วย

แบบนี้มันทำให้พริตตี้เขาเสียหายนะโว้ย แล้วการเอาภาพของผู้หญิงคนนึงมาประจาน

โดยที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่  มันเป็นสิ่งที่ผู้ชายที่มีกระปู๋ห้อยโตงเตงสมควรทำเหรอวะ?

image

:mrgreen: ส่วนอีลูกหาบที่เข้าข้างจารย์เจิมสากและบอกว่าพริตตี้แต่งตัวโป๊ไม่เหมาะสมกับศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย

พริตตี้เหล่านี้เขาแต่งตัววับๆแวมๆไปเดินในวัดวาอารามรึไงวะคะ? กรูเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้

เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น ไม่เคยเห็นใครทำให้เกิดภาพบัดสีในที่สาธารณะเลยซักครั้ง

ถ้าพวกมึงดัดจริตอยากอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยในอุดมคติของพวกมึงนัก

ก็เชิญพวกมึงไปรณรงค์ให้นักศึกษาไทยเลิกใส่กระโปงสั้นจุ๊ดจู๋หรือใส่เสื้อรัดนมจนคับติ้วก่อนเถอะค่ะ!!

image

😆 มีชาวเน็ทคนนึงได้วิเคราะห์การกระทำของจารย์เจิมสากเอาไว้ว่า ที่จารย์กำลังทำอยู่

คือจารย์แกเป็นพวกที่คิดว่าท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ที่โลกหมุนไปข้างหน้าทุกวินาที

สังคมไทยอาจจะไม่มีกำลังพอที่จะหมุนตามความก้าวหน้าของประชาคมโลกได้

ดังนั้นไหนๆก็ไล่ตามชาวบ้านไม่ทันแล้ว ก็แช่แข็งให้มันอยู่กับที่โดยยกข้ออ้างเดิมๆ

เช่น วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย มาใช้เป็นข้ออ้างในการแช่แข็งสังคมไทยจะดีกว่า

เพราะถ้าสังคมไทยก้าวหน้าตามประชาคมโลก คนที่เคยมีบทบาทในการชี้นำมวลชน

ในสังคมไทยยุคเก่าที่ยังติดอยู่ในจารีตเดิมๆอย่างจารย์เจิมสากจะไม่หลงเหลือที่ยืนในสังคม

จารย์เจิมสากก็เลยพยายามโยนหินถามทางเพื่อหยั่งเสียงแนวคิดแช่แข็งวัฒนธรรมไทย

:smile: เพื่อที่ว่าคนเคยดังอย่าจารย์จะได้กลับมามีบทบาทในการชี้นำสังคมอีกครั้ง

จริงๆแล้วการที่จารย์ต้องการจะอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทยเอาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด

แต่เราไม่ควรจะอนุรักษ์มันไว้จนไล่ตามประเทศอื่นๆที่ก้าวไปข้างหน้าทุกวินาทีไม่ทัน

กรูจึงขอวิงวอนให้จารย์เจิมสาก อย่าได้เอาความต้องการที่จะมีที่ยืนในสังคมไทย

มาฉุดรั้งให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าช้ากว่านี้เลยว่ะ (ทุกวันนี้ก็แทบจะเหมือนเต่าคลานอยู่แล้ว)

image

image

ในเวลาต่อมา พริตตี้คนนึงที่ถูกจารย์เจิมสากพาดพิง ก็เข้ามาแจ้งให้จารย์เจิมสากทราบว่า

การที่มึงเอาภาพของนู๋มาโพสแบบนี้มันทำให้นู๋เสียหาย ถ้ามึงไม่ยอมออกมาขอขมาแต่โดยดี

:mrgreen: รับรองว่าเด๋วมึงกับนู๋ได้เจอกันในศาลด้วยคดีหมิ่นประมาทแน่นอนค่ะ

image

พริตตี้คนนี้ยังกล่าวอีกว่างานพริตตี้ที่เธอทำมันไม่ผิดกฏหมาย งานมอเตอร์โชว์มีมาไม่รู้ตั้งกี่ปีแล้ว

และอาชีพพริตตี้ก็ถือกำเนิดมาพร้อมๆกับงานมอเตอร์โชว์นั่นแหละ ถ้าอาชพีนี้มันเลวทรามบัดซบนัก

ทำไมถึงไม่มีใครตรากฏหมายให้อาชีพพริตตี้มันเป็นอาชีพไม่สุจริตซักทีล่ะ

ถึงพริตตี้อย่างพวกเธอ จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาในการทำงาน แต่พวกเธอไม่ได้ใช้รูปร่างหน้าตาอย่างเดียว

พวกเธอต้องใช้สมองในการนำเสนอข้อมูลด้วย ถ้าคิดว่าอาชีพพริตตี้มันทำกันง่ายๆ

แค่รูปร่างหน้าตาดีก็ทำได้ทุกคน ก็ลองมาตามติดชีวิตพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ดูซักครั้ง

😡 แล้วพวกมึงจะเข้าใจว่าอาชีพพริตตี้ที่พวกมึงคิดว่ามันเลวทรามนักที่จริงแล้วมันเป็นยังไง!?

image

แต่อนิจจา ลูกหาบของจารย์เจิมสาก ก็ยังคงค่อนขอดพริตตี้เหล่านี้ว่า

😈 สงสัยมันจะไม่มีปัญญาทำอาชีพอื่น ก็เลยต้องเอาเรือนร่างมาขายแลกเงินเพื่อไม่ให้อดตายอยู่ดี

image

ดราม่านี้เขียนๆไปแล้วก็ชวนให้สงสัยว่าสิ่งที่ไอ้ไทยบางคนที่ยึดติดกับจารีต

และประเพณีอันดีงามของไทย คาดหวังจากพริตตี้งานมอเตอร์โชว์คืออะไร?

👿 พวกมึงอยากเห็นพริตตี้นุ่งสไบคาดกระโจมอกข้างรถรุ่นใหม่ราคาหลักล้านรึไงวะ?

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? อาชีพพริตตี้มีศักดิ์ศรีด้อยกว่าคนจบด๊อกเตอร์หรือไม่?

😉 พวกเธอว์จงตามไปเสพในเพจเหล่านี้โดยพลัน!!

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=375002909257598&set=a.207688522655705.48384.181318038626087&type=1&theater

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=375002835924272&set=a.207688522655705.48384.181318038626087&type=1&relevant_count=1

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=375002885924267&set=a.207688522655705.48384.181318038626087&type=1&relevant_count=1

https://www.facebook.com/FHM.Beer/posts/171726462951619

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Ads  photo banner200 Ads
 photo Ads60090
 
Comments
101

เสื่อมมานานละ อีโก้เต็มจนล้น มีแต่โพสรูปเรียกร้องความสนใจ ไม่ต่างอะไรกับเพจขยะต่อต้านเสื้อแดงเพจอื่นๆ นึกว่าเปนถึงด๊อกจะมีอะไรน่าดูกว่านี้ในเพจ แต่ก็นะ มันมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องนี่นะ หึหึ 💡
ไปอ่านของด๊อกศักดิ์อีกคนดีกว่า แม้แนวคิดไม่ตรงกัน แต่อ่านแล้วก็ยังประเทืองสมองกว่าเยอะว่ะ 😆

102

เจิมสาก!!! 😡

คือแรกๆ โคตรวิชาการ จนต้องนั่งฟัง เพื่อแยกแยะเลยล่ะ 👿

แต่หลังๆมา ความเกลียด+ริษยาของเจิมสากมันเยอะเกิน มันกลั้นไม่อยู่ 👿

จนต้องเหน็บแหนมพาดพิงแขวะๆ ❗

ตรงๆก็คือ จะด่านายกฯ ว่าเป็นเหมือนคนขายตัว เหมือนที่เอกยุทธ อัญชัญบุตรด่าน่ะแหละ 😕

แต่มันก็กลัวจะโดนถล่ม เลยพาดพิงพริตตี้ และก็อ้างศีลธรรมอันดีงามไปอีก 😆

เกลียดคำว่าศีลธรรมอันดีงามจัง ไอ้ไทยเอ้ย!!! 😛

อย่ามาเจิกศักดิ์นะฮะ ขอร้อง!!! 😮

103

ตรรกะสลิ่ม คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือ ฟรายแดง

บ้องหรอย
104

มันเป็นจุดขายของเจิมสัตว์ไง
ขายขี้หน้าให้วงศ์ตระกูล 😀 😀 😀

คนตายแถวๆนี้แหละ
105

อ่านแล้วคิดได้ว่า

“ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ไดโนเสาร์เมืองไทยปรับตัวโดยการแช่แข็งโลกซะเพื่อจะได้อยู่รอดต่อไป”

—-โดยกรูเอง 😆 😆 😆 😆

อ้างรักษาวัฒนธรรมเก่าๆไม่ใช่เพราะดีห่าอะไรนักหรอก(แต่อันที่ดีๆก็มีบ้าง) แต่เพราะว่าพวกแก่ๆที่หวงอำนาจหลายตัว “เคยมีอำนาจชี้นิ้วสั่งคนได้” ในยุคสมัยแบบนั้น พอโลกเปลี่ยนไปอำนาจก็หดหายคนใหม่ขึ้นมาแทน ถ้าอยากมีอำนาจต่อก็มีทางเดียวคือ โจมตีทุกอย่างที่ทำให้โลกเจริญยอมให้โลกหยุดพัฒนา ดีกว่ายอมเสียอำนาจ เรียกได้ว่า “ยอมเป็นผู้นำในประเทศที่ใกล้ล่มสลาย ดีกว่ายอมอยู่อย่างไร้ค่าในโลกที่เจริญแล้ว” 😥 😥 😥 😥

พริตตี้ก็เหมือนเซลส์ มีหน้าที่ขายของ+ประชาสัมพันธ์ในตัว ถ้าหน้าตาอย่างกะปลาบู่ชนเขื่อนถามจริงจะขายของออกเรอะ ที่เจิมสากโจมตีพริตตี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกเพราะลูกเล่น”จำเลยของสังคม”มันก็มีอยู่แค่นี้ หาอะไรที่มั่นใจว่าสังคม(แค่ส่วนนึงก็พอ)ไม่ชอบและเข้าใจยากๆและมีแต่พวกรุ่นใหม่เยอะๆ ยกมาเป็นประเด็นแล้วอัดให้เละซะ เท่านี้ก็เป็นผู้อาวุโสที่ดูดีและเป็นผู้ชี้นำสังคมได้แล้วง่ายปะ 😈 😈 😈 แต่อนิจจาพริตตี้สมัยนี้จบปริญญากันส่วนใหญ่ฉลาดพอที่จะรู้ว่าพวกตนโดนโจมตีเพราะอะไรแล้วจะแก้เกมส์ยังไง ผลก็เลยเป็นแบบดราม่านี้ ตัวอย่างที่ดีก็ป้าเบียบที่โดนถอนหงอกกระจุยเกือบหมดหัวไปก่อนหน้านี้ไง 😀 😀 😀

พวกสาวกก็นะพอเห็นไม่ตรงกันก็โยนให้เป็นศัตรูทันที ไม่เข้าใจเลยว่า”พวกตรงกลาง”มันไม่อยากยุ่งทั้ง2ฝั่ง ทำแบบนี้เรื่อยๆรู้ตัวอีกทีก็คงเป็นตอนที่โดนยำเละไปล่ะ
คำว่า “แยกมิตร แยกศัตรู” มันไม่ได้แปลว่าไม่ใช่มิตรข้า=ศัตรู แต่ใช้สำหรับแยกแยะ 1ใครคือมิตร(พวกเดียวกัน) และ2ใครคือศัตรู(ที่ต้องตีกันให้ตายข้าง) รวมถึงประเภทที่3 แม้ไม่ใช่มิตรแต่ก็ไม่ใช่ศัตรู(แค่ความเห็นไม่ตรงกันเฉยๆแต่ไม่ถึงขนาดต้องตีกันให้ตายไปข้าง)

ถ้าแยกเป็น จะมีศัตรูแค่พวกที่2 แต่ถ้าสลิ่มแตกมะไหร่มันจะกลายเป็น 1 vs 2+3 ทันที(ให้ตายก็ไม่ชนะแถมโดนยำเละอีกตะหาก) 😀 😀 😀

ปล. การที่เจิมสากและอื่นๆออกมาดิ้นแทบเป็นแทบตายนี่คงแปลได้ว่าถึงจุดเปลี่ยนของยุคสมัยแล้ว ถ้าค่อยๆเปลี่ยนทีละนิดๆคงไม่มีไรมาก แต่บ้านเราโดนแช่แข็งมาตั้งหลาย10ปี พอโลงน้ำแข็งแตกก็เปลี่ยนแบบก้าวกระโดดเลย ตัวอย่างที่ดีก็ ADSL โดนทะลวงคอขวดทีเน็ทบ้านพัฒนาไปตั้งเท่าไหร่(เน็ทที่แรงขึ้น=HDDที่เต็มเร็วขึ้นจนเผาลงแผ่นไม่ทัน 😈 😈 )

106

Saikoro wrote:

@ จ่าโว้ย:
ถ้าจะเอามาขายสวยขายหล่อมันก็เรื่องนึงไง แต่ประเด็นกุเนี่ย…
คือกุจะบอกว่า กุมีคนรุจักที่เป็นพริตตี้เยอะมาก(แต่ก็ไม่มากเกินไปหรอก) ลำพังชีวิตปกติมันก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกะคนทั่วไปหรอก มีบ้ามีฮาเหมือนกัน แต่จะมีพวกแห่แหน ไม่ได้กินดมกลิ่นก็ยังดี คอยตามชาบู คอยป้อยอ คลอเคลีย พูดอะไรก็เห็นดีเห็นงามไปหมด คือมันดับเบิ้ลสแตนดาร์ททันทีเลยไง อิพวกนี้บางคนที่เหลิงๆหน่อยนี่เกเรลำพองเลย
ประเด็นที่กุจะบอกเกี่ยวกับอาชีพพริตตี้ในความหมายที่กุไม่ชอบคือ มันเกิดค่านิยมรุนแรงและชัดเจนไปน่ะ ว่าต้องสวยถึงจะเป็นที่ยอมรับ เป็นใบเบิกทาง คนเบื้องหลังมันน่าสงสารอ่ะ เก็ทป่ะ

อันนี้มันอยู่ที่สันดานคนเลียเลยครับ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความสวยความงาม แค่มึงมีตังค์ มีชื่อเสียง มึงก็แทบจะเป็นพระเจ้าแล้วเวลาย่างกรายไปทางไอ้พวกชอบเลียทั้งหลาย เอาง่ายๆ ว่า แค่มึงอยู่ใกล้แล้วมีรัศมีออร่าอะไรซักอย่างเปล่งปลั่ง ไอ้พวกนี้จะเข้ามาอยู่ใกล้ๆ มึงทันที ไอ้ค่านิยมนี้มันอยู่ที่ตัวเองว่ะครับ

107

จะโจมตีใครคิดซักนิด จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

จ๋านึก
108

กูเห็นหน้าอีพวกด่าพริตตี้แต่ละตัวแม่งปลวกสัส

อิจฉาเค้าละมังวะ

109

หลังๆมามึงก็เป็นติ่งนะไอ้จ่า

แล้วยังเสือกจะแขวะนู่นนี้ คนที่มึงเอามาเขียนยำในดราม่ามึงก็คัดแต่คนที่มึงไม่ชอบ

มึงยังมีหน้ามาบอกอีกหรอว่ามึงเขียนเพื่อตีแผ่สังคม

กูเป็นกลางและเฉยๆมากเรื่องฝั่งเรื่องสี

แต่อ่านมาโดยเฉพาะสิบกว่าเรื่องหลังๆนี้ รู้ได้เลยมึงฝักไฝ่อะไร

กูว่าการตีแผ่สังคมมันเป็นข้ออ้างของมึงมากกว่า

มึงใช้เว็บดราม่า(ที่ทำกูอ่านจนติด) มาระบายความเกลียดของมึงว่ามึงเกลียดใคร ฝั่งไหน มึงก็เอาเขามาด่า

ลูกเพจมึงก็เฮโลกันไป ตามที่มึงเขียนไว้ อ่านก็รู้ว่าดราม่านี้มึงเข้าข้างใคร

ความเห็นไหนไม่ถูกจริต ไม่ถูกใจพวกมึง ก็พากันโหวตลบ เช่น ความเห็นของกูอันนี้เป็นต้น

แต่กูอยากให้มึงมาอ่านนะไอ้จ่า

กูคือ mr.1
110

ควยฉิบหายเลยวะโยม

ไอ้จ่าเด่วนี้มึงใช้อะไรคัดสรรดราม่าวะ

นำเสนอเข้าข้างแต่พวกควายแดง สลิ่ม

กูอ่านแต่สามย่อหน้าก็รู้แล้วว่ามึงเข้าข้างฝ่ายไหน

ไม่มีดราม่าพลิก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

จืดเหี้ยๆ

ถ้าดราม่านี้ถึง 300 ตอมเม้น กูงดโพส 1 อาทิตย์

กาแฟดีต้องกาแฟยาราไนก้า
111

นักดาบเตี้ยแบนซึน wrote:

พริตตี้ กับการเมือง ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย
แต่ก็เอามาเกี่ยวกันได้
“ดอกเตอร์เลยทีเดียว”

ดร ดี ๆ มีเยอะครับ
ต้องบอกว่า เจิมสากเลยทีเดียว

112

ผู้หญิง ทรัพย์ อยู่ที่รูป :roll: :roll:
ผู้ชาย รูปอยู่ที่ทรัพย์ 😎 😎 😎

113

ผู้หญิง ทรัพย์ อยู่ที่รูป :roll: :roll:
ผู้ชาย รูปอยู่ที่ทรัพย์ 😎 😎

114

กูคือ mr.1 wrote:

ควยฉิบหายเลยวะโยม

ไอ้จ่าเด่วนี้มึงใช้อะไรคัดสรรดราม่าวะ

นำเสนอเข้าข้างแต่พวกควายแดง สลิ่ม

กูอ่านแต่สามย่อหน้าก็รู้แล้วว่ามึงเข้าข้างฝ่ายไหน

ไม่มีดราม่าพลิก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

จืดเหี้ยๆ

ถ้าดราม่านี้ถึง 300 ตอมเม้น กูงดโพส 1 อาทิตย์

ถ้าความโง่ไม่ได้ครอบงำจนแยกแยะสีไม่ออกแล้ว …

ประเด็นเรื่องนี้ มันอยู่ที่ “ที่ ดร. มันพูดมา เกี่ยวอะไรกับพริตตี้?” พริตตี้ขายตัวหรือ?

ไม่ได้มีอะไรแดง หรือ เหลือง หรือ สลิ่มเลย

แบบนี้ คงโดนล้างสมองมาจนเห็นอะไรแดงๆไม่ได้ ต้องไล่ขวิดตลอด จนไม่ทันจับใจความห่าอะไรเลย …

👿 👿 👿

กาแฟดีต้องกาแฟยาราไนก้า
115

ฺBank wrote:

กูคือ mr.1 wrote:
ควยฉิบหายเลยวะโยม
ไอ้จ่าเด่วนี้มึงใช้อะไรคัดสรรดราม่าวะ
นำเสนอเข้าข้างแต่พวกควายแดง สลิ่ม
กูอ่านแต่สามย่อหน้าก็รู้แล้วว่ามึงเข้าข้างฝ่ายไหน
ไม่มีดราม่าพลิก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง
จืดเหี้ยๆ
ถ้าดราม่านี้ถึง 300 ตอมเม้น กูงดโพส 1 อาทิตย์

ถ้าความโง่ไม่ได้ครอบงำจนแยกแยะสีไม่ออกแล้ว …
ประเด็นเรื่องนี้ มันอยู่ที่ “ที่ ดร. มันพูดมา เกี่ยวอะไรกับพริตตี้?” พริตตี้ขายตัวหรือ?
ไม่ได้มีอะไรแดง หรือ เหลือง หรือ สลิ่มเลย
แบบนี้ คงโดนล้างสมองมาจนเห็นอะไรแดงๆไม่ได้ ต้องไล่ขวิดตลอด จนไม่ทันจับใจความห่าอะไรเลย …

พวกนี้ต้องส่งตัวไปบำบัดแล้วครับจะได้ไม่เป็นภาระของสังคม ถ้าปล่อยมันความเครียด เกลียดชังเข้ามาก ๆ ซักวันอาจเอากาแฟราดหัวใคร หรือเอาปืนออกมายิงชาวบ้านตาดำ ๆ ได้

116

aboutpop wrote:

ตรรกะสลิ่ม คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือ ฟรายแดง

ตรรกะควายแดง คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือสลิ่ม

กูคนไทย
117

สัดเจิมสาก สัดแม้ว อิสัดปู เหี้ยอะบิสิด ควยสนทิ ไอ้ควายจะตุพร สุเทพหัวควย
พวกเหี้ยพันทะมารปิดสนามปิน นปชจัญไรเผาเมือง สลิ่มควาย

ทายสิกูสีอะไร

ตอแหลแลนด์
118

——ตามอ่านมาก็เยอะ

—–ไม่เคยเห็น ฝั่งแดง มันจะออกพูด ให้เกลียด ฝั่งเหลืองเลยสักครั้ง
—–มีแต่บอกให้เข้าใจให้ข้อมูล เพื่อให้รู้

——แต่เห็นแต่ฝั่งเหลือง แม่งออกมาบอกให้เกลียด ให้ฆ๋า ให้ทำร้าย
—— เอาข่าวมั่ว ๆ จับผิดเรื่องโง่ ๆ มาหาเรื่องตลอด แม่งไม่เคยมีหลักฐานห่าอะไร

——แต่ก็ูเห็นฝั่งเหลือง บอกตัวเองเป็น คนดีตลอดเลย เป็นคนดี ต้องเอาเก้าอี้ฟาดคนอื่น ตลอด
——ฝั่งแดง ไม่เห็นมันจะออกมาบอกตัวเองเป็นคนดีเลย แต่ก็ไมเห็นไปทำร้ายใคร
——พอแดงเอาหลักฐานมายืนยัน เหลืองแม่งก็ไม่ฟัง ยังเอากาแฟไ่ล่สาด ขับไล่ออกนอกประเทสซะงั้น

——แม่งประเทศนี้ คนดี แม่งเจ๋งจริง ๆ จนตอนนี้ ใครแม่งเป็น คนแบ่งแยกประเทศกันแน่ฟะ

119

ดูจากหัว cover เฟสอาจารย์แก สงสัยว่าน่าจะตกเป็นถุงมือช้าง แถมมีสองตัวด้วย 😈

120

โลกสวยดีจังพริตตี้แต่งตัวโป้หน่อยนี่ด่าสาดเสียเทเสีย
ทีตัวละครหญิงในละครไทยมันแทบจะแก้ผ้าแถมยังมีทั้งตบกันแย่งดุ้น ทั้งพระเอกข่มขืนนางเอกทำไมม่มีใครด่ามั้งวะ

ปล.พวกที่แขวะพริตตี้ว่าไม่รักษาวัฒนธรรมไทยเชิญพวกมึงไปรณรงค์ให้คนไทยแก้ผ้านุ่งผ้าถุงผืนเดียวพอนะครับ
วัฒนธรรมไทยสมัยก่อนเขานุ่งแค่นั้นแหละ ไอ้ที่ให้แต่งตัวมิดชิดนี่เรารับมาจากฝรั่งทั้งนั้นแหละครับ

121

กูว่าอีพวกลูกหาบเจิมสากที่ออกมาด่าๆมันคงอิจฉามากกว่าว่ะ ตัวมันเองคงไม่หน้าสวยรูปร่างดีพอจนมีคนจ้าง เลยด่าอาชีพพริตตี้ซะเลย ช่ะล่ะล่า 😡

122

อุตส่าเป็นถึงด๊อกเตอร์ มึงมาเทียบงี้ได้ไงวะิ 😛 😛 😛

พริตตี้ฉลาดกว่านายกตั้งเยอะสาดดดดดดดด 😮 😮 😮

123

พริตตี้ก็อาชีพสุจริตไอเหี้ย หาว่าขายแต่หน้าตา 😮 แม่งก็ต้องมีึความสามารถพูดเก่ง เสนอขาย ไม่ใช่สวยไม่มีสมอง ถ้าแม่งใช้ตรรกกะงี้ ดารานักแสดง แอร์โฮสเตส แม่งก็ขายแต่หน้าตางี้เหรอ
ทำอะไรกูว่าหน้าตาดีก็มีส่วนแหละ เวลาขายของ พวกฝ่ายขาย หน้าตาดีึคุยเก่งๆ ก็ทำให้ขายสินค้าเพิ่มเรื่องธรรมดา

ศาสดาแห่งบ้านสวนเบอร์มิวด้า
124

ประเทศนี้แบ่งคนออกเป็น 2 ประเภท

1.ควายแดง
2.ควายเหลือง
3. some men just want to watch the world burn (กู)

😀

เอมิลี่สีเลือด
125

ชื่ออาชีพก็บอกอยู่แล้วว่าต้อง พริตตี้
พวกอักลี่มันเลยขอแขวะบ้างไรบ้างตามประสา”คน”
แต่เรื่องเหลืองแดงนี่มาไงวะ ชักเริ่มเอือมดราม่าสองสีนี้ ไม่จรรโลง
ดราม่าเหี้ยกัดเหี้ยชัดๆ

คนตายแถวๆนี้แหละ
126

Verde wrote:

โลกสวยดีจังพริตตี้แต่งตัวโป้หน่อยนี่ด่าสาดเสียเทเสีย
ทีตัวละครหญิงในละครไทยมันแทบจะแก้ผ้าแถมยังมีทั้งตบกันแย่งดุ้น ทั้งพระเอกข่มขืนนางเอกทำไมม่มีใครด่ามั้งวะ
ปล.พวกที่แขวะพริตตี้ว่าไม่รักษาวัฒนธรรมไทยเชิญพวกมึงไปรณรงค์ให้คนไทยแก้ผ้านุ่งผ้าถุงผืนเดียวพอนะครับ
วัฒนธรรมไทยสมัยก่อนเขานุ่งแค่นั้นแหละ ไอ้ที่ให้แต่งตัวมิดชิดนี่เรารับมาจากฝรั่งทั้งนั้นแหละครับ

ก็เพราะคนดูละครมีเยอะ(มาก)ไง 😆 ถ้าซี้ซั้วไปจุดประเด็นเรื่องนั้นรับรองศพไม่สวยยิ่งกว่าประเด็นพริตตี้อีก พวกนี้มันก็เหมือนเด็กปอดแหกหาแต่คู่ชกที่ชกกลับไม่ได้ จะได้มั่นใจว่าชนะชัวร์+ไม่เจ็บตัว ราวๆนั้น 😈 😈

127

ถ้าหน้าตาดีอย่างเดียวก็ขายได้ ตรูจะขวนขวายพาตัวละครในเกมไปฝึกทักษะการพูด ไหวพริบ ความจำ การแสดง การร้อง การเต้นไปทำไม เสียทั้งเงินทั้งพลังงาน ดีไม่ดีค่าอารมณ์ลดอีก ต้องเสียตังส์พาไปออกเดทให้อารมณ์ดีอีก 👿

เอมิลี่สีเลือด
128

กูคนไทย wrote:

สัดเจิมสาก สัดแม้ว อิสัดปู เหี้ยอะบิสิด ควยสนทิ ไอ้ควายจะตุพร สุเทพหัวควย
พวกเหี้ยพันทะมารปิดสนามปิน นปชจัญไรเผาเมือง สลิ่มควาย
ทายสิกูสีอะไร

ไม่รู้ แต่น่าจะสีเดียวกับกรู 555+ 👿
หาดีไม่ได้สักตัว ไม่รู้จะไปอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกมันทำไม
กรูขอเป็นข้ารองบาท ฝุ่นใต้ตีน ดีกว่าเป็นขี้ข้าไอ้พวกนี้

เอมิลี่สีเลือด
129

“ฝั่งแดง ไม่เห็นมันจะออกมาบอกตัวเองเป็นคนดีเลย แต่ก็ไมเห็นไปทำร้ายใคร”
เออ เนอะ พวกที่ทำร้าย หรือด่า ปากหมา บลาๆ แดงเทียมทั้งหมด เมพสลัด
ถ้าเมิงไม่เลือกฟังแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะ มันเหี้ยกันทั้งคู่แหละ

130

optimus wrote:

aboutpop wrote:

ตรรกะสลิ่ม คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือ ฟรายแดง

ตรรกะควายแดง คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือสลิ่ม

ผิดแระ ตรรกกะแดง คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู คือแดงเทียมตะหาก ฟายเอ้ย

จ่าแหลม
131

พริตตี้ก็ดีกว่านักวิชาการบางคนนะ

พวกโง่แล้วขยัน
เยอรมันบอกว่า ควรนำไปฆ่าทิ้งให้หมด โดยเฉพาะนักวิชาการขยันพูด

กุเอง
132

กูคือ mr.1 wrote:

ควยฉิบหายเลยวะโยม

ไอ้จ่าเด่วนี้มึงใช้อะไรคัดสรรดราม่าวะ

นำเสนอเข้าข้างแต่พวกควายแดง สลิ่ม

กูอ่านแต่สามย่อหน้าก็รู้แล้วว่ามึงเข้าข้างฝ่ายไหน

ไม่มีดราม่าพลิก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

จืดเหี้ยๆ

ถ้าดราม่านี้ถึง 300 ตอมเม้น กูงดโพส 1 อาทิตย์

อันอื่นปล่อย ขอแย้งอย่างเดียว ถ้ามืงจะไม่โพส 1 อาทิตย์ หรือซัก 1 ชาติ ก็เรื่องของมืง ตามสบาย 😈

133

มีแต่คนมาแก้ต่างให้พริตตี้ ไม่มีใครมาแก้ต่างให้ยิ่งลักษณ์มั่งเหรอ

ตามหารักแร้
134

ขอขอบคุณดราม่านี้ทำให้กูรู้ว่า มีเพจ “สมาคนคนรักสาวลาวแห่งประเทศไทย” เพราะกูอยากมองสาวลาวมากกว่าสาวไทย 😈

เห็นนักศึกษาใส่ผ้าถุงแล้วน่ารักโครต น่าทนุถนอม เว้นแต่นักศึกษาไทยเห็นแล้ว ….. มากกว่า ➡

ป.ล.ไม่เกี่ยวกับดราม่าเลย ❗

135

กุก็ไม่ได้ว่าอาชีพนี้มันไม่ดีอะไรหรอกนะ
แต่กุอยากรู้ว่าอาชีพนี้มันทำมาเพื่ออะไร เพื่อดึงดูดชายกลัดมันให้เข้าไปดูรถที่เขาขาย(หรือดูนม)
เผื่อจะได้มีลูกค้า(?)ให้มากขึ้นเหรอ มันเลยกลายเป็นว่า ทำซุ้มขายรถเฉยๆไม่ได้ ต้องมีพริตตี้มายืนข้างรถ
กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีไปซะอย่างงั้น แล้วคนที่ไปมอเตอร์โชว์ทั้งหลายเนี่ย คนสนใจรถจริงๆไปกี่กัน%เอง
กุเห็นพวกเงี่ยนไปดูพริตตี้ซะเยอะ พวกตากล้องอยากลองฝีมือ บลาๆ ไม่ได้สนใจเรื่องรถสักนิด
ย้ำนะว่ากุไม่ได้ดูถูกพวกพริตตี้ กุไม่คิดว่ามันเป็นอาชีพที่เสียหาย
แต่กุเบื่อพวกการตลาดมากกว่าว่ะ

ผีสิง
136

เออ ผมำได้ว่า ชุดที่ใช้ใส่ในงานเนี่ย เจ้าของบูทจะเป็นคนจัดให้ไม่ใช่เรอะ
ถ้าะบ่นว่าชุดโป้เกิน โน่น มึงไปบ่นค่ายรถที่เลือกชุดให้ใส่โน่น พริิตตี้ไม่พอใจชุดก็ไม่รับงานได้เหมือนกันนะเออ(แต่อาจมีประวัติ)

กุ๊กกู๋
137

พริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ กุยังเฉยๆ
แต่ในงามเกม เมิงจะมีพริตตี้ทำเจี้ยไรว่ะ สัส กุไปซื้อเกม ซื้อของ พบปะสังสรรค์คุยเรื่องเกมส์กับเพื่อนๆ
ไม่ได้ไปแก้เงี่ยนโว้ยยยยย!!!!!!!!

138

ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อกลุ่มคนที่มาแสวงหาประโยชน์เข้าตัว
เข้าครอบครัว จนพุงกาง ทำทุกสิ่ง เพื่อยักย้ายถ่ายเทประโยชน์ชาติเป็นประโยชน์ตน

นั่นรึ ประชาธิปไตยของเมิง เมื่อพวกเมิงคิดว่าชาติ เป็นของทุกคน
ความมั่นคงของชาติก็ไม่ควรเป็นของตระกูล ที่คุณก็รู้ว่าใคร มากอบโกยเอาง่ายๆเหมือนกัน

แบบนี้เขาเรียก …. ประชาธิปตวยหัวไค

139

และสัส กุยังใช้บริการ 3g ที่ให้บริการใด้ก่อนประมูลอีกว่ะ

และกูยังน้ำตาเล็ดกับค่าบริการที่กูต้อง ขับรถแอบเจ้านาย ไปจ่ายเดือนละสองสามรอบ
ทั้งที่แม่มรวมยอดมาคิดครั้งเดียว แม่มมันก็ไม่ตายนี่หว่า จะรีบตัดเบอร์กูไปทำไมวะ

สัสที่กุต้องโดนมันระงับโทรออก ทั้งที่เมื่อวานกูก็ไปจ่ายเงินแม๊บๆ
กูรู้ยอดรวมที่ต้องจ่ายแต่สัส พนง.มันบอก ไม่รู้ค่ะ ว่าหน้าบ้านนอกอย่างเมิง ต้องจ่ายกี่บาทต่อรอบบิล
มันบอก กูต้องจ่าย ห้าร้อย แต่อีกวัน แม่มตัดโทรออก กูมีเงินพอจ่าย แต่มันบอกไม่รู้ว่ากูต้องจ่ายเท่าไร

เร็วจริง แรงจริง โหดจริง ฟรห . gpHfc,j wvhmydKbo

ถุงควยช้าง
140

เจิมสัด ตรรกระเหี้ย

สลิ่มเชลีย อวดอ้าง

ใครคิดต่างกรู มันคือ ควายแดง

แม้นพวกกรูผิด เงียบกริบ โทษใคร…

กลอนจัญไรควายสลิ่มแต่งเอง สดๆ

141

กรูเซ็งพวกตากล้องที่ถ่ายพริตตี้มากกว่าว่ะ กรูจะดูรถแม่งเสือกให้กรูหลบก่อน แถมแม่งมารุมถ่ายเป็นฝูง กรูจะถ่ายรถกรูก็อายว่ะ กลัวถูกเหมารวมกับไอ้พวกนี้ เลยต้องรอให้พริตตี้ออกไปก่อนถึงค่อยไปดูรถ

142

เรื่องที่เถียงกัน ต่างคนต่างมอง เถียงกันไปก็ไม่จบหรอก

แต่ประเด็นคือ เขาอ่านจับใจความยังไงวะนั่น?

ที่ผมอ่านของดร.แล้วเท่าที่ผมเข้าใจคือ “ทำไมขายรถถึงต้องมีพริตตี้?” ก็แค่นั้น แล้วก็ไปเปรียบเทียบกับการเมืองต่อ ไม่ได้ดูถูกอาชีพอะไรเลย หรือผมโง่เอง ที่คิดเองเออเองไม่ได้? จริงอยู่ว่ามันมีข้อความที่สามารถส่อให้คิดอย่างงั้นได้ แต่คนที่ไม่คิดจะจับผิดก็ไม่มีทางเห็นหรอก

รู้สึกว่าเห็นดราม่าหลายเรื่องแล้วนะ ที่เกิดจากคนเราอ่านจับใจความไม่รู้เรื่อง – -*

143

TSKMASTER wrote:

เรื่องที่เถียงกัน ต่างคนต่างมอง เถียงกันไปก็ไม่จบหรอก
แต่ประเด็นคือ เขาอ่านจับใจความยังไงวะนั่น?
ที่ผมอ่านของดร.แล้วเท่าที่ผมเข้าใจคือ “ทำไมขายรถถึงต้องมีพริตตี้?” ก็แค่นั้น แล้วก็ไปเปรียบเทียบกับการเมืองต่อ ไม่ได้ดูถูกอาชีพอะไรเลย หรือผมโง่เอง ที่คิดเองเออเองไม่ได้? จริงอยู่ว่ามันมีข้อความที่สามารถส่อให้คิดอย่างงั้นได้ แต่คนที่ไม่คิดจะจับผิดก็ไม่มีทางเห็นหรอก
รู้สึกว่าเห็นดราม่าหลายเรื่องแล้วนะ ที่เกิดจากคนเราอ่านจับใจความไม่รู้เรื่อง – -*

มึงอ่านตกไปประโยคนึงนะ “ทำไมเธอยอมใช้เรือนร่างขายควบรถยนต์” พ่องซื้อรถงานมอเตอร์เอ็กโปงานไหนวะ ซื้อรถแล้วได้พริตตี้ควบคู่มาด้วย = =”

144

Bud_Sob wrote:

กุก็ไม่ได้ว่าอาชีพนี้มันไม่ดีอะไรหรอกนะ
แต่กุอยากรู้ว่าอาชีพนี้มันทำมาเพื่ออะไร เพื่อดึงดูดชายกลัดมันให้เข้าไปดูรถที่เขาขาย(หรือดูนม)
เผื่อจะได้มีลูกค้า(?)ให้มากขึ้นเหรอ มันเลยกลายเป็นว่า ทำซุ้มขายรถเฉยๆไม่ได้ ต้องมีพริตตี้มายืนข้างรถ
กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีไปซะอย่างงั้น แล้วคนที่ไปมอเตอร์โชว์ทั้งหลายเนี่ย คนสนใจรถจริงๆไปกี่กัน%เอง
กุเห็นพวกเงี่ยนไปดูพริตตี้ซะเยอะ พวกตากล้องอยากลองฝีมือ บลาๆ ไม่ได้สนใจเรื่องรถสักนิด
ย้ำนะว่ากุไม่ได้ดูถูกพวกพริตตี้ กุไม่คิดว่ามันเป็นอาชีพที่เสียหาย
แต่กุเบื่อพวกการตลาดมากกว่าว่ะ

กูตอบไปแล้ว แต่จะตอบอีกก็ได้ พริตตี้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ อธิบายรายละเอียดตัวสินค้า หรือบางทีก็เป็นตัวสร้างกระแสดึงดูดโดยจัดกิจกรรมให้คนมาดู ซึ่งบางทีแค่ยืนเฉยๆ มันก็เรียกคนมาได้เยอะอยู่แล้ว อ๊ะๆ แล้วอย่าบ่นนะว่าไอ้พวกที่เข้าไปมุงดูนมนี่ไม่มีประโยชน์ ขอตอบว่ามีนะครับ ยิ่มีคนสนใจเยอะมากเท่าไรจะเกิดปฎิกิริยานึงต่อฝูงชนมากขึ้นเท่านั้นคือ ไทยมุง (ฝรั่งมุง ญี่ปุ่นมุงก็มี) ทีนี้ช่วงพีคแบบนี้ พริตตี้เก่งๆ บางคนจะรีบอัดข้อมูลใส่คนดูครับ แต่บางทีก็แค่ให้มุงเฉยๆ แล้วแต่เหตุการณ์

ถ้ามึงไม่เชื่อ มึงลองไปถามน้องเค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เขาดูแลอยู่ตอนนั้นสิ รับรองเค้าจะรุมกันให้ข้อมูลมึงเลยแหละ

ปล.ทำไมกูถึงรู้ ก็กูเคยมีเมียเป็นพริตตี้เอ็มซีนะสิ 😆

145

สงสัยอย่าง
พริตตี้แต่งตัวโชว์นิดๆหน่อยๆ เจิมฯออกมาด่ากระทบชิ่งสาดเสียเทเสีย
ทีนางในวรรณคดีไทย เห็นรูปวาดที่ไหนๆแม่งเปลือยอกทั้งนั้น ไม่เห็นแม่งเอามาด่ากระทบชิ่งบ้างเลย

ประเทศเทย เจริญเข้าไปนะถ้านักการเมืองมันยังทำตัวเหี้ยๆ เน้นโจมตีเพื่อชิงอำนาจ แต่ไม่เน้นการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติแบบนี้

146

😐 กูชอบพริ้ตตี้ลาวมากกว่า

ชายในชุดพี่หมี
147

ถ้ามันมีค่ายไหนขายรถแถมพริตตี้จริงนี่ คงจะรวยไม่ใช่น้อย แน่นอน กรูก็ซื้อ

ok เข้าเรื่อง

ระบบที่ดีของ ‘จารย์ นี่ต้องใช้กระเทยยืนขายรถสินะ ถึงจะถูกจริตกระมัง ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่เชิงผู้ชาย
คาดว่าแกคงออกมาบอกว่าเสื่อมเสียไม่ได้แล้ว

ลองอ่านดู
148

ไม่แปลกที่เจิมสากจะออกมาด่า เพราะดูรวมๆแล้วนิสัยของเจิมสากกูว่ามันไม่ใช่ผู้ชายแน่ๆว่ะ เป็นอะไรคงรู้ๆกัน
นิสัยแขวะเก่งพาดพิงกระทบชิ่งเก่ง ผู้ชายมันไม่ถนัดกันหรอกยกเว้นแต่มันจะไม่ใช่ผู้ชาย

เฉลยให้ก็ได้ว่านิสัยแบบนี้นิสัยกระเทยชัดๆ

149

ชุกวู่ ปัดว้อง ไซร้หนอน ขัดจรวด ฉลามตกใจ ประสานฟ้าดิน ยิงเมือก ตำลึง ขุดน้ำบ่อน้อย

💡
นี่เป็นประโยคที่พอกุได้ดูรูปน้องๆ เรื่องจารย์แกหายไปจากหัวเลย ปล่อยจารแม่งแก่ตายไปเหอะ พรุ่งนี้แหละมั้ง 😎

แต่ว่ามันยังมีอยู่อีกหรอวะ พวกที่คิดว่าพริตตี้เอาแต่ยืนสวย แสดงว่าแม่งไม่เคยออกจากกะลาไปมอเตอร์โชว์ไปหาความเจริญในสังคมภายนอกเลยสิเนี่ย อืมมมมม อีกพวกที่ยังมีความคิดโง่ๆที่ว่าพริตตี้เหมือนขายตัวนี้ก้ รีบๆแก่ตายตามจารย์แกไปด้วยเลยก็ดีนะ
พรุ่งนี้เลยก็ยิ่งดี 😀 ตอนตายออกมาตายนอกกะลานะ เด๋วเน่าตายคากะลา จะไม่มีใครเหลียวแล 😀

150

FFFF wrote:

อุตส่าเป็นถึงด๊อกเตอร์ มึงมาเทียบงี้ได้ไงวะิ
พริตตี้ฉลาดกว่านายกตั้งเยอะสาดดดดดดดด

😀 😀 😀 😀 😀
กุชอบเม้นนี้สุดละ 😀 😀 😀

วาปมาเสพ
151

จริงๆมันก็มีส่วนจริงอยู่บ้างไอ้ที่ฝั่งตรงข้ามพูดมาน่ะ กูไปงานมอเตอร์โชว์กูก็ไปส่องนมส่องตูดนั่นแหละ เพราะน้ำหน้าอย่างกูถ้าจะถอยรถยนต์ชนิดกิ๊กๆป้ายแดงเลย วิธีเดียวคือกูต้องปล้นว่ะ และกูก็ไม่ได้รู้เรื่องรถยนต์เลยซักกะติ๊ด ไอ้แรงช้างม้าวัวควาย ทวินแคม 18 วาล์ว หัวฉีดเทอร์โบ แอโร่ไดนามิค ห่าเหวอะไรเนี่ย ให้น้องพริตตี้แม่งสาธยายอีก 10 รอบกูก็ไม่รู้เรื่องหรอกว่ะ เพราะกูไม่ได้ใฝ่ทางออโต้โมบิลซักเท่าไหร่ ขับแม่งอย่างเดียว พังก็เอาแม่งไปซ่อม สรุปคือกูก็ออกมายอมรับตรงๆว่ากูไปเดินดูมอเตอร์โชว์เพราะแรงขับทางเพศล้วนๆว่ะ ถ้าเมื่อไหร่กูแอ็คคุยเรื่องรถงูๆปลาๆ หรือแอคชิวๆใส่พริตตี้แบบพี่ไม่คิดลึก ขอบอกไว้เลยว่าขณะนั้นกูกำลังตอแหลครับ 😈

ไม่รู้ กูเมา
152

หรือ wrote:

ลูกเพจมึงก็เฮโลกันไป ตามที่มึงเขียนไว้ อ่านก็รู้ว่าดราม่านี้มึงเข้าข้างใคร

ความเห็นไหนไม่ถูกจริต ไม่ถูกใจพวกมึง ก็พากันโหวตลบ เช่น ความเห็นของกูอันนี้เป็นต้น

เอ้า

กูกดลบมึงนี่กูผิดเหรอ?

มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของกูไม่ใช่เหรอที่จะกดลบมึงอ่ะ ไอ้เย็ดครก!!

ปุ่มมันก็มีทั้งบวกทั้งลบ คนเค้าก็เลือกกดกันเอง

ความเห็นมึงไม่ถูกใจคนอื่น แล้วโดนกดลบ มึงก็อย่างอแงว่ะ

หมวยลำเค็ญ
153

พวกที่ด่าพริตตี้
1. โลกสวย 1%
2. ไม่มีเหี้ยไรไปโชว์เหมือนเค้า 99% :smile:

บัตรผ่านโพสไม่ได้
154

สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา 😛
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ 👿

…รึมันชอบแบบจ่าวะ 😀

imoutoจงเจริญ
155

กูว่าเเล้วพวกเเม่งต้องตีกันเรื่อง สี

เห็นคำว่า ปู มาร์ค ทักษิณ เป็นไม่ได้

พวกควายเเดงได้ทีเห็นมีสลิ่มเปิดประเด็น ก็เอาด่าสลิ่มกันใหญ่

ส่วนกูน่ะเหรอ กูพวกสลิ่มว่ะ เเล้วกูขอประกาศอีกครา

ควายเเดงอย่างพวกเมิงมันเป็นประชาชนชั้นสวะ ไม่มีทางเทียบขี้เล็บพวกกูได้หรอก

มีดีก็เเค่จำนวนเท่านั้นเเหละ ไอ้พวกของ mass product เอ้ยยยย 555555555555

กูจะดูถูกเมิง มีไรไหมสาดไอ้พวกสวะเเดง อย่างพวกเมิงแค่โยนเศษเงินให้ก็ลิ้นโผล่กันหมดเเล้ว

ประชาธิปไตยเรอะ ถุยยยยยยยยย ถุยยยยยยยย ถุยยยยยยยย ไปแดกเมนส์สีแดงก็แม่เมิงไป

156

ใครว่าอีจ่า”แดง” วะ อีจ่าแมร่งสีม่วงตะหาก 😈 😈 😈

วาปมาเสพ
157

บัตรผ่านโพสไม่ได้ wrote:

สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ

…รึมันชอบแบบจ่าวะ

ขอเถียงว่ะ
1. ถ้าไม่มีพริตตี้แล้วขายไม่ออก โชว์รูมรถ – เต๊นท์รถแม่งคงเจ๊งกันเป็นแถบๆแล้วเพราะไม่มีคนซื้อ
2. ต่อให้มีพริตตี้มากกว่า สวยกว่า Xกว่า มาในงานมอเตอร์โชว์กูก็คิดว่ายอดขายแม่งก็ยังคงอยู่ในระดับเดิมอยู่ดี เพราะยังไงซะคนดูกับคนซื้อแม่งก็คนละคนกันอยู่ดี

จะบอกว่าพริตตี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการส่งเสริมการขาย มันก็ต้องมองที่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจ กูก็บอกเลยว่าแม่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะปัจจุบันพริตตี้แม่งคือสัญลักษณ์ของมอเตอร์โชว์ไปแล้ว
2. ถ้าต้องการทางด้านรายได้ กูมองว่าล้มเหลว เพราะนอกจากอาหารตาแล้ว พริตตี้มันก็เซลล์ขายรถเราดีๆนี่เอง(อันที่จริงจะเอาเซลล์มาขายก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก) ซึ่งอัตราการซื้อมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยเอ็กซ์เซ็กส์บอมบ์ของพริตตี้ แต่อยู่ที่เงินและความต้องการของลูกค้าต่างหาก เพราะรถมันไม่ได้แจกฟรี

158

วาปมาเสพ wrote:

บัตรผ่านโพสไม่ได้ wrote:
สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ
…รึมันชอบแบบจ่าวะ

ขอเถียงว่ะ
1. ถ้าไม่มีพริตตี้แล้วขายไม่ออก โชว์รูมรถ – เต๊นท์รถแม่งคงเจ๊งกันเป็นแถบๆแล้วเพราะไม่มีคนซื้อ
2. ต่อให้มีพริตตี้มากกว่า สวยกว่า Xกว่า มาในงานมอเตอร์โชว์กูก็คิดว่ายอดขายแม่งก็ยังคงอยู่ในระดับเดิมอยู่ดี เพราะยังไงซะคนดูกับคนซื้อแม่งก็คนละคนกันอยู่ดี
จะบอกว่าพริตตี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการส่งเสริมการขาย มันก็ต้องมองที่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจ กูก็บอกเลยว่าแม่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะปัจจุบันพริตตี้แม่งคือสัญลักษณ์ของมอเตอร์โชว์ไปแล้ว
2. ถ้าต้องการทางด้านรายได้ กูมองว่าล้มเหลว เพราะนอกจากอาหารตาแล้ว พริตตี้มันก็เซลล์ขายรถเราดีๆนี่เอง(อันที่จริงจะเอาเซลล์มาขายก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก) ซึ่งอัตราการซื้อมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยเอ็กซ์เซ็กส์บอมบ์ของพริตตี้ แต่อยู่ที่เงินและความต้องการของลูกค้าต่างหาก เพราะรถมันไม่ได้แจกฟรี

เอิ่มมึงมองสถานณ์การณ์มั่งดิ โชว์รูมรถ เต้นท์รถ มันตั้งห่างกันไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันมึงเดินเข้าไปมันก็มีพนักงานขายออกมาแนะนำอยู่แล้ว

แต่ในสถาณการณ์งานเอ็กโปคืองานจัดแสดงสินค้าอย่างนึง ซึ่งมันจะมีสินค้ามากระจุกตัวอยู่ที่ๆ เดียวกัน ซึ่งคนเดินไปมาได้ทั่วถึงอยู่แล้ว เกิดมีค่ายรถใดค่ายรถหนึ่งจัดกิจกรรมดึงดูดความสนใจอยู่ค่ายเดียว แต่ค่ายรถที่เหลือไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย มึงคิดว่าบริษัทไหนจะชนะในการประชาสัพันธ์สินค้าของตัวเอง

แต่ทำไมต้องเลือกพริตตี้ หน้าตาดีๆ ข้อแลก ระหว่างคนหน้าธรรมดาๆ บ้านๆ (งดกระทบกระทั่งคนหน้าตาไม่ดี) กับคนสวยๆ มึงอยากมองใครแน่นอนร้อยทั้งร้อยม่างก็อยากมองคนหน้าตาดีอยู่แล้ว ถ้าเกิดค่ายรถจ้างคนหน้าบ้านๆ มากับอีกค่ายจ้างคนหน้าตาดีกว่า แม้รถจะเหี้ยแค่ไหนกูว่าคนมันก็ต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแน่ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้า ถ้าอะไรคนสนใจเยอะๆ โอกาสที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารย่อมมีมากกว่า

ทำไมใช้ผู้หญิงไม่ใช้ผู้ชายมั่ง ถ้ามึงถามมาแบบนี้กูว่ามึงไม่ใช่ชายแท้แล้วว่ะอาจจะเป็นชายเหหนือชายก็ได้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ชายนะเว้ย แม้ผู้ชายจะเข้มแข็ง แต่ถ้าผู้ชายมาเจอลูกอ้อนของผู้หญิงมึงคิดว่าจะไม่ใจอ่อนมั่งหรือ

ส่วนไอ้ที่ให้เสนอตามความต้องการลูกค้า พริตตี้เค้าก็ยืนหัวโด่ให้มึงถามไง ถ้ามึงถามเค้าก็ตอบมึงเองแหละ นี่มึงไม่ถามเค้าจะพูดให้มึงฟังทำไมเล่า รายละเอียดมันเยอะนะเว้ย(รถน่ะ) ถ้ามึงไม่ถูกใจมึงก็ไปแล้วที่เค้ามาทำเนี่ยเกิดมึงไปถามข้อมูลแต่มึงไม่ชอบแต่ถ้าเพื่อนมึงเกิดชอบรถค่ายนั้นมาถามมึงก็กลายเป็นมึงเผยแพร่ข้อมูลต่อไปอีกเท่ากับว่ามีคนสนใจพริตตี้เลยหาเรื่องคุยด้วย คุยจบไม่ติดใจเดินออกมาเจอเพื่อนมาปรึกษามึงให้ข้อมูล เพื่อนไปซื้อ พริตตี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตั้งแต่ให้ข้อมูลแก่มึงแล้ว ที่เหลือเป็นแรงกระเพื่อมของข่าวสาร

ส่วนเรื่องจำนวนพริตตี้หรือเซ็กซี่กว่าอะไรทำนองนี้มันก็แค่การเลือกใช้สื่อที่มีพลังมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง อย่างค่าบเบนท์เลย์ รถราคา 25 ล้านคนชาวบ้านไม่มีตังซื้อแน่แต่มีพริตตี้ระดับสวยสุดในงานอยู่ อาจจะมีคนที่มีตังในระดับนั้นสนใจเข้าไปถามข้อมูลแล้วตัดสินใจซื้อก็ได้

ความสามารถของพริตตี้ ไม่ใช่ ที่การให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์อย่างเดียวแต่อยู่ที่ฝีปากในการชักจูงให้ลูกค้าเสียเงินด้วยว่ะครับ ซึ่งเป็นสกิลของแม่ค้าดีๆ นี่เอง(แต่คนที่ทำหน้าที่ชักจูงจะไม่ใช่พริตตี้นะ รู้สึกจะเป็นเอ็มซีซะส่วนมากฝีปากดีชิบหายฟังแล้วเคลิ้ม)

ตอนตี้
159

พริตตี้น่าสงสารนะ ทำงานก็เหนื่อย แถมยังเหมือนโดนคนดูถูกอีก

ประเทศนี้ผู้หญิงเสียเปรียบจริง ๆ

ตอนตี้
160

อันนี้จริง @ R4R:

ไม่รู้ กูเมา
161

imoutoจงเจริญ wrote:

กูว่าเเล้วพวกเเม่งต้องตีกันเรื่อง สี

เห็นคำว่า ปู มาร์ค ทักษิณ เป็นไม่ได้

พวกควายเเดงได้ทีเห็นมีสลิ่มเปิดประเด็น ก็เอาด่าสลิ่มกันใหญ่

ส่วนกูน่ะเหรอ กูพวกสลิ่มว่ะ เเล้วกูขอประกาศอีกครา

ควายเเดงอย่างพวกเมิงมันเป็นประชาชนชั้นสวะ ไม่มีทางเทียบขี้เล็บพวกกูได้หรอก

มีดีก็เเค่จำนวนเท่านั้นเเหละ ไอ้พวกของ mass product เอ้ยยยย 555555555555

กูจะดูถูกเมิง มีไรไหมสาดไอ้พวกสวะเเดง อย่างพวกเมิงแค่โยนเศษเงินให้ก็ลิ้นโผล่กันหมดเเล้ว

ประชาธิปไตยเรอะ ถุยยยยยยยยย ถุยยยยยยยย ถุยยยยยยยย ไปแดกเมนส์สีแดงก็แม่เมิงไป

สลิ่มผู้เจริญ สาธุ.. ถุ๊ย!!

สัสสัสสัส
162

กูชอบ พริตตี้ :roll:
ถ้ากูมีลุกสาว กูก็จะให้มันไปเป็นพริตตี้(ถ้ามันอยากเป็นอ่ะนะ) 😐
กูไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน 😐
ดีกว่ามาโพสรูป(เซ็กซี่)ลงเฟส ไม่ได้ตังค์สักบาท 😮 สัส 😮

163

ไอ้เจิมสาด มิงนิมันทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูลมิงเองจริงๆ กี่เรื่องแล้วหละที่ทำประเทศไทย ล้าหลัง มิงนิต่ำกว่ากระหรี่อีกนะ พริตตี้ยังสูงกว่ามิงเยอะเค้างดงาม แถมไม่ทำร้ายประเทศ เหมือนมิงหรอก 😎

บ้องหรอย
164

@ imoutoจงเจริญ:
แค่ชื่อมึงก็บ่งบอกตัวตนมึงละ ไอ้คุคลั่งน้องสาว
มึงจะอวดอ้างสรรพคุณอันล้ำเลิศของมึง ก่อนอื่นงัดหมาออกจากปากก่อนเหอะว่ะ
เพราะมีคนสมองกลวงอย่างมึงนี่ไง คนที่เขาไม่เห็นด้วยกับแดงถึงไม่ชอบถูกเรียกว่าสลิ่ม
แม่ง โดนล้างสมองกันมาเป็นทอดๆ แล้วก็เอามายัดเยียดใส่หัวคนอื่น

ถ้ามึงไม่มีข้อโย้แย้งห่าอะไรกับหัวดราม่า แล้วจะมาด่าเอามันแบบนี้
มึงกลับไปสาวหนอนกับโดหื่นน้องสาวของมึงอยู่บ้านเหอะไป๊ 😮 😮 😮

165

โถ แค่เห็นชื่อคนๆนี้กูก็ขยะแขยงแล้วว่ะ (อันนี้แอนตี้ส่วนตัว)

ตอนกูเด็กๆ พ่อกูชอบรายการขอคิดด้วยคนของคนนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เลยลากกูไปนั่งในห้องส่งด้วยแล้วกูจำได้จนฝังใจจนถึงตอนนี้ ตอนช่วงพักเบรกแม่งเสือกถามพ่อกูว่าทำไมลูกสาวกัดเล็บ

บราๆๆ งู้นงี้งั้น พ่อกูก็ไปไม่ถูกดิแม่งแล้วไม่ได้ถามค่อยๆนะ แล้วพ่อกูต้องพูดออกไมค์

กูแบบ ไม่มีคำถามเชี่ยะแม่งจะถามแล้วเหรอว่ะ กูละโคตรเกลียดแม่งเข้าเส้นเลยว่ะ ตอแหลแม่งก็ที่1

166

optimus wrote:

aboutpop wrote:

ตรรกะสลิ่ม คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือ ฟรายแดง

ตรรกะควายแดง คิดไม่เหมือนกูหรือพวกกู มันคือสลิ่ม

สรุป แม่งคือเหมือนกันแหล่ะ แค่ยืนคนละข้าง แล้วชี้นิ้วด่ากันเอง ทั้งที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าด่าตัวเองอยู่ด้วย 😯

167

Bud_Sob wrote:

กุก็ไม่ได้ว่าอาชีพนี้มันไม่ดีอะไรหรอกนะ
แต่กุอยากรู้ว่าอาชีพนี้มันทำมาเพื่ออะไร เพื่อดึงดูดชายกลัดมันให้เข้าไปดูรถที่เขาขาย(หรือดูนม)
เผื่อจะได้มีลูกค้า(?)ให้มากขึ้นเหรอ มันเลยกลายเป็นว่า ทำซุ้มขายรถเฉยๆไม่ได้ ต้องมีพริตตี้มายืนข้างรถ
กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีไปซะอย่างงั้น แล้วคนที่ไปมอเตอร์โชว์ทั้งหลายเนี่ย คนสนใจรถจริงๆไปกี่กัน%เอง
กุเห็นพวกเงี่ยนไปดูพริตตี้ซะเยอะ พวกตากล้องอยากลองฝีมือ บลาๆ ไม่ได้สนใจเรื่องรถสักนิด
ย้ำนะว่ากุไม่ได้ดูถูกพวกพริตตี้ กุไม่คิดว่ามันเป็นอาชีพที่เสียหาย
แต่กุเบื่อพวกการตลาดมากกว่าว่ะ

กรูเห็นด้วยว่ะ สุดท้ายก็คล้ายๆกับโฆษณาเมื่อก่อนที่อะไรนะเกี่ยวกับรณรงค์อ่ะ
มีพวกนักการตลาดมานั่งคุยกันว่า จะทำยังไงถึงเรียกคนมาเยอะๆ คนหนึ่งก็เลยเสนอเอาผู้หญิงสวยๆ มานั่งน้อยห่มน้อยสิ คนจะได้แห่มาดู พวกที่เหลือก็เริ่มทำหน้าหื่น บอกว่าดีๆ ให้มีโชว์เต้นอะไรๆด้วย
แม่บ้านชงชาเลยกระแทกถ้วยกาแฟใส่บอกว่า นี่มันก็คือการเห็นผู้หญิงเป็นแค่ที่ระบายทางเพศเท่านั้น
แต่อย่างว่าว่ะ ต่างฝ่ายต่างพอใจ พูดไปก็เท่านั้น

จิบชายามดราม่า
168

กูอ่านดูมันไม่เกี่ยวกับควายแดงกับสลิ่มนะ
มีแต่พวกความเห็นเหี้ยๆถือโอกาสทั้งนั้นแหละ 😆

กาแฟมั้ยสาด
169

กุว่าสลิ่ม เดิมทีมันไม่ใช่คำด่านะเว้ย มันก็แค่หมายถึงหลากสีเองนี่หว่า 💡

ทีหลังๆมันเปลียนเป็นคำด่าน่ะ เพราะสลิ่มมันทำตัวกากไร้สมองเองหรือเปล่าวะ? 😎 😎

170

แต่พริตตี้รัฐบาลเค้าไม่ค่อยมีข้อมูลมาตอบน่ะสิครับ แถมไม่ค่อยไวด้วย ไม่ไวไม่ว่าแต่ข้อมูลเพี้ยนตลอด

171

สำหรับผมพริตตี้=กระหรี่ จริงๆ ตอนงานเลิกแม่งก็ ขายตัวให้กับเสี่ยที่มาดู งานแต่ค่าตัวอีกพริตตี้พวกนี้แม่งแพงกว่าหมอนวดเยอะแต่
จะพริตตี้ จะหมอนวด มันก็กระหรี่หมด กระหรี่แท้ๆด้วย จ่าก็เคยบอกอีพวกนวดปู๋ทั้งหลายมันก็พริตตี้ทั้งนั้น

พริตตี้ไม่ใช่นางแบบคับมันก็แค่อีตัวไว้แถมรถ

นางแบบโชว์สินค้าเสื้อผ้าคืออาชีพอย่างหนึ่งที่มีหน้าที่โชว์เสื้อผ้าและสินค้าให้เด่นที่สุดและใช้ว่าสวยแล้วจะเป็นนางแบบได้

หรือเทียบกับ เลเยอร์คอสเพล์ก็ไม่ใช่ คอสเพลย์มันเป็นงานอดิเรกที่ทำเพราะใจรัก(อีพริตตี้งานเกมก็ไม่นับนะ) แต่พริตตี้มีบทบาทเดียวคือ เอาหีถูรถในงานมอเตอร์โชว์

งานมอร์เตอร์โชว์เขามีไว้โชว์รถ กุมาดูรถ มาดูเทคโนโลยี ไอเดีย ดีไซค์ สมถภาพรถ มาซื้อรถในราคาโปรโมชั่น ไม่ได้มาดูพริตตี้เอาหีมาถูรถ ผมว่างานมอร์เตอร์โชว์มีพริตตี้เนี้ยเลิกเหอะ แล้วจัดงานพริตตี้โชว์ ประมูลพริตตี้เลยตอนเย็นก็เอาไปซำให้หนำใจแล้วตอนเช้าค่อยเอามาคืน

ส่วนเจ๊ปู เจ๊เขามันก็ตุ๊กตาโชว์ ของแท้แน่นอนทำไรไม่ได้เลยจริงๆ การตัดสินใจทุกอย่างจากพี่ชายทั้งนั้น ส่วนมาร์กไม่เหมือนกันคับมาร์กพอมีปากมีเสียงบางมีดื้อไม่ทำบ้าง

172

กูคือ mr.1 wrote:

ควยฉิบหายเลยวะโยม

ไอ้จ่าเด่วนี้มึงใช้อะไรคัดสรรดราม่าวะ

นำเสนอเข้าข้างแต่พวกควายแดง สลิ่ม

กูอ่านแต่สามย่อหน้าก็รู้แล้วว่ามึงเข้าข้างฝ่ายไหน

ไม่มีดราม่าพลิก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

จืดเหี้ยๆ

ถ้าดราม่านี้ถึง 300 ตอมเม้น กูงดโพส 1 อาทิตย์

ขอแนะนำให้หัดรับสารให้ครบนะครับ เผื่อระดับความเข้าใจจะสูงขึ้น
ยุคนี้ข่าวสารข้อมูลมันไร้พรมแดน ใครจะหาข้อมูล
หรือปล่อยข้อมูลจริงเท็จมันง่ายเสียยิ่งกว่าต้มมาม่า
อ่านสื่อแล้วกรองสาส์น สมองจะได้มีแต่ข้อมูลที่มีสาระ
ไม่ใช่แค่รักใครเกลียดใคร ไม่รับความจริง
หนักแผ่นดิน เปลืองออกซิเจนประเทศชาติครับ
😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐 😐

ออกพญา otacool
173

เหวย เหวย ไอ้ไพร่ เมิงเอาอีพริกอีตี้ไปเปรียบเทียบกับแม่หญิงยิ่งลักษณ์ได้อย่างไรเล่า

แม่หญิงยิ่งลักษณ์เป็นกัลยานีผู้งามพร้อม ทั้งสง่า และสูงส่ง หาใช่หญิงไร้ยางอายเปิดผ้าผ่อนเผยเรือนร่างยั่วเย้าบุรุษแลกเบี้ยอัฐิมาประทัง

หากอ้ายอีไพร่สถุลตัวใดยังว่าร้ายให้แม่หญิงเสื่อมเกียรติ กูจักจับมาโบยตีด้วยหางกระเบนเสียให้จักได้เข็ดหลาบ

พริกแกงเดือด
174

พริตตี้คืองานสบาย ?? สบายบ้านป้าเธอหรือ

กว่าจะสวยได้แบบนี้ ต้องหมดไปเท่าไหร่ ลองมาดูที่บ้านของคนเป็นพริตตี้มั้ย ไม่ใช่ว่าใช้แค่แป้งเย็นตางู สบู่ตรานกแก้วแล้วหน้าจะสวยผิวจะเนียลใสได้นะ

ไหนจะต้องควบคุมน้ำหนัก ทานอาหารแบบคนอื่นก็ไม่ได้ กว่าจะหุ่นดี กว่าผมจะเป๊ะ หน้าจะเนียล ถ้าคิดว่าทำง่ายๆก็ลองดูเด้ สวยแบบโลกจริง กับสวยแบบรีทัชด้วยโฟโตช๊อปมันใช้ความพยายามต่างกันนะ

อ้อ ไม่ใช่โชว์สวยอย่างเดียว ต้องยืนเมื่อยทั้งวัน พูดอธิบายทั้งวัน แล้วบางทีก็ต้องใส่ส้นสูง แล้วรู้ไว้หน่อยเถอะว่าส้นสูงเนี่ย สุดยอดของเครื่องทรมาณมนุษย์เลย ยืนทั้งวัน + ส้นสูง นี่นรกดีๆนี่เอง 😛

ไม่ได้อยากจะพูดมาก แต่อยากบอกว่าทุกอาชีพมันก็ลำบากเหมือนกันหมด ไม่ใช่พูดแต่ว่าโชว์สวยอย่างเดียว แต่เบื้องหลังกว่าจะสวยเนี่ย ………เยอะ !!!!

175

ควย 😮
มันทะเลาะกันเรื่องพริตตี้แต่จะหาเรื่องลากเข้าการเมืองกันอย่างเดียว
แต่ไอ้ เจิมสาก ก็ทำเรื่องชั่วมาหลายรอบแล้วเห็นคราวก่อนก็ตัดต่อภาพ
สงสัยต้องได้เข้าซังเตสักวันแน่ๆ

ปล.กูให้อีกเสียงเลย จ่าแม่งสีม่วง ไม่ใช่เหลืองแดงห่าเหวไรหรอก 😀

หัวขวด
176

พวกคลั่งสี สลิ่ม แม่งอ่านก็ยังแปลความหมายไม่ออก

ความอคติบังตาจนใจมืดบอด

พยายามแบ่งแยกเป็นเรื่องสี

ทั้งๆที่เจตนาดราม่ามันเหยียดเรื่องเพศ การทำงานของสตรี

กาแฟดีต้องกาแฟยาราไนก้า
177

imoutoจงเจริญ wrote:

กูว่าเเล้วพวกเเม่งต้องตีกันเรื่อง สี
เห็นคำว่า ปู มาร์ค ทักษิณ เป็นไม่ได้
พวกควายเเดงได้ทีเห็นมีสลิ่มเปิดประเด็น ก็เอาด่าสลิ่มกันใหญ่
ส่วนกูน่ะเหรอ กูพวกสลิ่มว่ะ เเล้วกูขอประกาศอีกครา
ควายเเดงอย่างพวกเมิงมันเป็นประชาชนชั้นสวะ ไม่มีทางเทียบขี้เล็บพวกกูได้หรอก
มีดีก็เเค่จำนวนเท่านั้นเเหละ ไอ้พวกของ mass product เอ้ยยยย 555555555555
กูจะดูถูกเมิง มีไรไหมสาดไอ้พวกสวะเเดง อย่างพวกเมิงแค่โยนเศษเงินให้ก็ลิ้นโผล่กันหมดเเล้ว
ประชาธิปไตยเรอะ ถุยยยยยยยยย ถุยยยยยยยย ถุยยยยยยยย ไปแดกเมนส์สีแดงก็แม่เมิงไป

ดีแล้วที่ คนส่วนใหญ่ไม่เลือกพวกสลิ่มไว้บริหารประเทศ ไม่งั้นประเทศไทยคงมีคุกauswitch ผุดขึ้นในหลาย ๆ จุดในประเทศแน่ ๆ

ฉะนั้นความเห็น ผมยังคงเดิมคือ พวกนี้ต้องส่งบำบัดครับ หายแล้วต้องกินยาต่อเนื่อง ไปตลอดชีพ แล้วให้พกหนังสือ “การปกครองระบอบประชาธิปไตย” ติดตัวไว้ ก่อนจะออกความเห็นอะไรให้อ่านก่อนซัก 2-3 รอบ จะได้เข้าใจ

วาปมาเสพ
178

จ่าโว้ย wrote:

วาปมาเสพ wrote:

บัตรผ่านโพสไม่ได้ wrote:
สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ
…รึมันชอบแบบจ่าวะ

ขอเถียงว่ะ
1. ถ้าไม่มีพริตตี้แล้วขายไม่ออก โชว์รูมรถ – เต๊นท์รถแม่งคงเจ๊งกันเป็นแถบๆแล้วเพราะไม่มีคนซื้อ
2. ต่อให้มีพริตตี้มากกว่า สวยกว่า Xกว่า มาในงานมอเตอร์โชว์กูก็คิดว่ายอดขายแม่งก็ยังคงอยู่ในระดับเดิมอยู่ดี เพราะยังไงซะคนดูกับคนซื้อแม่งก็คนละคนกันอยู่ดี
จะบอกว่าพริตตี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการส่งเสริมการขาย มันก็ต้องมองที่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจ กูก็บอกเลยว่าแม่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะปัจจุบันพริตตี้แม่งคือสัญลักษณ์ของมอเตอร์โชว์ไปแล้ว
2. ถ้าต้องการทางด้านรายได้ กูมองว่าล้มเหลว เพราะนอกจากอาหารตาแล้ว พริตตี้มันก็เซลล์ขายรถเราดีๆนี่เอง(อันที่จริงจะเอาเซลล์มาขายก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก) ซึ่งอัตราการซื้อมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยเอ็กซ์เซ็กส์บอมบ์ของพริตตี้ แต่อยู่ที่เงินและความต้องการของลูกค้าต่างหาก เพราะรถมันไม่ได้แจกฟรี

เอิ่มมึงมองสถานณ์การณ์มั่งดิ โชว์รูมรถ เต้นท์รถ มันตั้งห่างกันไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันมึงเดินเข้าไปมันก็มีพนักงานขายออกมาแนะนำอยู่แล้ว

แต่ในสถาณการณ์งานเอ็กโปคืองานจัดแสดงสินค้าอย่างนึง ซึ่งมันจะมีสินค้ามากระจุกตัวอยู่ที่ๆ เดียวกัน ซึ่งคนเดินไปมาได้ทั่วถึงอยู่แล้ว เกิดมีค่ายรถใดค่ายรถหนึ่งจัดกิจกรรมดึงดูดความสนใจอยู่ค่ายเดียว แต่ค่ายรถที่เหลือไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย มึงคิดว่าบริษัทไหนจะชนะในการประชาสัพันธ์สินค้าของตัวเอง

แต่ทำไมต้องเลือกพริตตี้ หน้าตาดีๆ ข้อแลก ระหว่างคนหน้าธรรมดาๆ บ้านๆ (งดกระทบกระทั่งคนหน้าตาไม่ดี) กับคนสวยๆ มึงอยากมองใครแน่นอนร้อยทั้งร้อยม่างก็อยากมองคนหน้าตาดีอยู่แล้ว ถ้าเกิดค่ายรถจ้างคนหน้าบ้านๆ มากับอีกค่ายจ้างคนหน้าตาดีกว่า แม้รถจะเหี้ยแค่ไหนกูว่าคนมันก็ต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแน่ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้า ถ้าอะไรคนสนใจเยอะๆ โอกาสที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารย่อมมีมากกว่า

ทำไมใช้ผู้หญิงไม่ใช้ผู้ชายมั่ง ถ้ามึงถามมาแบบนี้กูว่ามึงไม่ใช่ชายแท้แล้วว่ะอาจจะเป็นชายเหหนือชายก็ได้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ชายนะเว้ย แม้ผู้ชายจะเข้มแข็ง แต่ถ้าผู้ชายมาเจอลูกอ้อนของผู้หญิงมึงคิดว่าจะไม่ใจอ่อนมั่งหรือ

ส่วนไอ้ที่ให้เสนอตามความต้องการลูกค้า พริตตี้เค้าก็ยืนหัวโด่ให้มึงถามไง ถ้ามึงถามเค้าก็ตอบมึงเองแหละ นี่มึงไม่ถามเค้าจะพูดให้มึงฟังทำไมเล่า รายละเอียดมันเยอะนะเว้ย(รถน่ะ) ถ้ามึงไม่ถูกใจมึงก็ไปแล้วที่เค้ามาทำเนี่ยเกิดมึงไปถามข้อมูลแต่มึงไม่ชอบแต่ถ้าเพื่อนมึงเกิดชอบรถค่ายนั้นมาถามมึงก็กลายเป็นมึงเผยแพร่ข้อมูลต่อไปอีกเท่ากับว่ามีคนสนใจพริตตี้เลยหาเรื่องคุยด้วย คุยจบไม่ติดใจเดินออกมาเจอเพื่อนมาปรึกษามึงให้ข้อมูล เพื่อนไปซื้อ พริตตี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตั้งแต่ให้ข้อมูลแก่มึงแล้ว ที่เหลือเป็นแรงกระเพื่อมของข่าวสาร

ส่วนเรื่องจำนวนพริตตี้หรือเซ็กซี่กว่าอะไรทำนองนี้มันก็แค่การเลือกใช้สื่อที่มีพลังมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง อย่างค่าบเบนท์เลย์ รถราคา 25 ล้านคนชาวบ้านไม่มีตังซื้อแน่แต่มีพริตตี้ระดับสวยสุดในงานอยู่ อาจจะมีคนที่มีตังในระดับนั้นสนใจเข้าไปถามข้อมูลแล้วตัดสินใจซื้อก็ได้

ความสามารถของพริตตี้ ไม่ใช่ ที่การให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์อย่างเดียวแต่อยู่ที่ฝีปากในการชักจูงให้ลูกค้าเสียเงินด้วยว่ะครับ ซึ่งเป็นสกิลของแม่ค้าดีๆ นี่เอง(แต่คนที่ทำหน้าที่ชักจูงจะไม่ใช่พริตตี้นะ รู้สึกจะเป็นเอ็มซีซะส่วนมากฝีปากดีชิบหายฟังแล้วเคลิ้ม)

ประเด็นแรกคือกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ชาย เจอผู้หญิงแล้วใจอ่อน แต่กูถามเล่นๆว่ารถมันฟรีหรือไง หรือคิดว่ามันจะเอารถเก่ามือสองมาขายกัน เดินผ่านพี่สนใจมั้ยคะจ๊ะจ๋า ซื้อหน่อยนะๆ ราคาแม่งปาไปล้านกว่า เออ กูคงใจอ่อนขายบ้านมาซื้อหรอกนะครับ(ดีไม่ดีขายแล้วยังไม่พอเงินดาวน์เลยมั้ง)

ถึงพริตตี้จะมีสกิลขายของ(ซึ่งอันที่จริงเซลล์มันก็มี แถมมีเยอะกว่าเพราะบริษัทจะต้องอบรมด้านการขายโดยตรง)แต่ของที่ขายมันไม่ใช่ของที่วางขายกับร้านแบกะดิน หรือร้านโชว์ห่วย เดินมาร้านข้างบ้าน ป้าๆ โตโยต้าคันนี้เท่าไหร่ เอาคันนึงดิ มันคงไม่ยังงั้น กูถึงได้บอกไงครับว่ากลุ่มคนซื้อ กับ กลุ่มคนดูน่ะมันคนละคนกัน เพราะสินค้าราคาสูงเป็นสินค้าที่คนตั้งใจจะมาซื้ออยุ่แล้ว ไม่ได้เดินๆอยู่นึกจะซื้อก็เอ๊าซื้อหน่อยดีกว่าเหมือนซื้อลูกอมโอเล่ซะที่ไหน กูถึงได้บอกไงครับว่าไม่มีพริตตี้แม่งก็ขายออกอยู่ดี ถ้ามันมีลูกค้าที่จะซื้อแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในเมื่อพริตตี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของงานมอเตอร์โชว์ไปแล้ว จะไม่มีก็ไม่ได้ ส่งเสริมด้านภาพลักษณ์ และ ประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าจะบอกว่ามันส่งผลกับยอดขายโดยตรงกูว่ามันก็ไม่ใช่อยู่ดีครับ

ต่อให้เอากระเทย เอาเกย์ เอาห่าอะไรก็แล้วแต่มาขาย มันก็ขายออกอยู่ดี่ ส่วนใหญ่ที่มันต่างคือความรู้สึกของคนซื้อในช่วงประชาสัมพันธ์แค่นั้นเอง

โฉมฉาย
179

@ Lunae:
ดูท่าแล้วติด Star Project สินะ สินะ :roll:

บังเอิญผ่านมาแถวนี้
180

วาปมาเสพ wrote:

จ่าโว้ย wrote:

วาปมาเสพ wrote:

บัตรผ่านโพสไม่ได้ wrote:
สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ
…รึมันชอบแบบจ่าวะ

ขอเถียงว่ะ
1. ถ้าไม่มีพริตตี้แล้วขายไม่ออก โชว์รูมรถ – เต๊นท์รถแม่งคงเจ๊งกันเป็นแถบๆแล้วเพราะไม่มีคนซื้อ
2. ต่อให้มีพริตตี้มากกว่า สวยกว่า Xกว่า มาในงานมอเตอร์โชว์กูก็คิดว่ายอดขายแม่งก็ยังคงอยู่ในระดับเดิมอยู่ดี เพราะยังไงซะคนดูกับคนซื้อแม่งก็คนละคนกันอยู่ดี
จะบอกว่าพริตตี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการส่งเสริมการขาย มันก็ต้องมองที่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจ กูก็บอกเลยว่าแม่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะปัจจุบันพริตตี้แม่งคือสัญลักษณ์ของมอเตอร์โชว์ไปแล้ว
2. ถ้าต้องการทางด้านรายได้ กูมองว่าล้มเหลว เพราะนอกจากอาหารตาแล้ว พริตตี้มันก็เซลล์ขายรถเราดีๆนี่เอง(อันที่จริงจะเอาเซลล์มาขายก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก) ซึ่งอัตราการซื้อมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยเอ็กซ์เซ็กส์บอมบ์ของพริตตี้ แต่อยู่ที่เงินและความต้องการของลูกค้าต่างหาก เพราะรถมันไม่ได้แจกฟรี

เอิ่มมึงมองสถานณ์การณ์มั่งดิ โชว์รูมรถ เต้นท์รถ มันตั้งห่างกันไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันมึงเดินเข้าไปมันก็มีพนักงานขายออกมาแนะนำอยู่แล้ว

แต่ในสถาณการณ์งานเอ็กโปคืองานจัดแสดงสินค้าอย่างนึง ซึ่งมันจะมีสินค้ามากระจุกตัวอยู่ที่ๆ เดียวกัน ซึ่งคนเดินไปมาได้ทั่วถึงอยู่แล้ว เกิดมีค่ายรถใดค่ายรถหนึ่งจัดกิจกรรมดึงดูดความสนใจอยู่ค่ายเดียว แต่ค่ายรถที่เหลือไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย มึงคิดว่าบริษัทไหนจะชนะในการประชาสัพันธ์สินค้าของตัวเอง

แต่ทำไมต้องเลือกพริตตี้ หน้าตาดีๆ ข้อแลก ระหว่างคนหน้าธรรมดาๆ บ้านๆ (งดกระทบกระทั่งคนหน้าตาไม่ดี) กับคนสวยๆ มึงอยากมองใครแน่นอนร้อยทั้งร้อยม่างก็อยากมองคนหน้าตาดีอยู่แล้ว ถ้าเกิดค่ายรถจ้างคนหน้าบ้านๆ มากับอีกค่ายจ้างคนหน้าตาดีกว่า แม้รถจะเหี้ยแค่ไหนกูว่าคนมันก็ต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแน่ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้า ถ้าอะไรคนสนใจเยอะๆ โอกาสที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารย่อมมีมากกว่า

ทำไมใช้ผู้หญิงไม่ใช้ผู้ชายมั่ง ถ้ามึงถามมาแบบนี้กูว่ามึงไม่ใช่ชายแท้แล้วว่ะอาจจะเป็นชายเหหนือชายก็ได้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ชายนะเว้ย แม้ผู้ชายจะเข้มแข็ง แต่ถ้าผู้ชายมาเจอลูกอ้อนของผู้หญิงมึงคิดว่าจะไม่ใจอ่อนมั่งหรือ

ส่วนไอ้ที่ให้เสนอตามความต้องการลูกค้า พริตตี้เค้าก็ยืนหัวโด่ให้มึงถามไง ถ้ามึงถามเค้าก็ตอบมึงเองแหละ นี่มึงไม่ถามเค้าจะพูดให้มึงฟังทำไมเล่า รายละเอียดมันเยอะนะเว้ย(รถน่ะ) ถ้ามึงไม่ถูกใจมึงก็ไปแล้วที่เค้ามาทำเนี่ยเกิดมึงไปถามข้อมูลแต่มึงไม่ชอบแต่ถ้าเพื่อนมึงเกิดชอบรถค่ายนั้นมาถามมึงก็กลายเป็นมึงเผยแพร่ข้อมูลต่อไปอีกเท่ากับว่ามีคนสนใจพริตตี้เลยหาเรื่องคุยด้วย คุยจบไม่ติดใจเดินออกมาเจอเพื่อนมาปรึกษามึงให้ข้อมูล เพื่อนไปซื้อ พริตตี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตั้งแต่ให้ข้อมูลแก่มึงแล้ว ที่เหลือเป็นแรงกระเพื่อมของข่าวสาร

ส่วนเรื่องจำนวนพริตตี้หรือเซ็กซี่กว่าอะไรทำนองนี้มันก็แค่การเลือกใช้สื่อที่มีพลังมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง อย่างค่าบเบนท์เลย์ รถราคา 25 ล้านคนชาวบ้านไม่มีตังซื้อแน่แต่มีพริตตี้ระดับสวยสุดในงานอยู่ อาจจะมีคนที่มีตังในระดับนั้นสนใจเข้าไปถามข้อมูลแล้วตัดสินใจซื้อก็ได้

ความสามารถของพริตตี้ ไม่ใช่ ที่การให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์อย่างเดียวแต่อยู่ที่ฝีปากในการชักจูงให้ลูกค้าเสียเงินด้วยว่ะครับ ซึ่งเป็นสกิลของแม่ค้าดีๆ นี่เอง(แต่คนที่ทำหน้าที่ชักจูงจะไม่ใช่พริตตี้นะ รู้สึกจะเป็นเอ็มซีซะส่วนมากฝีปากดีชิบหายฟังแล้วเคลิ้ม)

ประเด็นแรกคือกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ชาย เจอผู้หญิงแล้วใจอ่อน แต่กูถามเล่นๆว่ารถมันฟรีหรือไง หรือคิดว่ามันจะเอารถเก่ามือสองมาขายกัน เดินผ่านพี่สนใจมั้ยคะจ๊ะจ๋า ซื้อหน่อยนะๆ ราคาแม่งปาไปล้านกว่า เออ กูคงใจอ่อนขายบ้านมาซื้อหรอกนะครับ(ดีไม่ดีขายแล้วยังไม่พอเงินดาวน์เลยมั้ง)

ถึงพริตตี้จะมีสกิลขายของ(ซึ่งอันที่จริงเซลล์มันก็มี แถมมีเยอะกว่าเพราะบริษัทจะต้องอบรมด้านการขายโดยตรง)แต่ของที่ขายมันไม่ใช่ของที่วางขายกับร้านแบกะดิน หรือร้านโชว์ห่วย เดินมาร้านข้างบ้าน ป้าๆ โตโยต้าคันนี้เท่าไหร่ เอาคันนึงดิ มันคงไม่ยังงั้น กูถึงได้บอกไงครับว่ากลุ่มคนซื้อ กับ กลุ่มคนดูน่ะมันคนละคนกัน เพราะสินค้าราคาสูงเป็นสินค้าที่คนตั้งใจจะมาซื้ออยุ่แล้ว ไม่ได้เดินๆอยู่นึกจะซื้อก็เอ๊าซื้อหน่อยดีกว่าเหมือนซื้อลูกอมโอเล่ซะที่ไหน กูถึงได้บอกไงครับว่าไม่มีพริตตี้แม่งก็ขายออกอยู่ดี ถ้ามันมีลูกค้าที่จะซื้อแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในเมื่อพริตตี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของงานมอเตอร์โชว์ไปแล้ว จะไม่มีก็ไม่ได้ ส่งเสริมด้านภาพลักษณ์ และ ประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าจะบอกว่ามันส่งผลกับยอดขายโดยตรงกูว่ามันก็ไม่ใช่อยู่ดีครับ

ต่อให้เอากระเทย เอาเกย์ เอาห่าอะไรก็แล้วแต่มาขาย มันก็ขายออกอยู่ดี่ ส่วนใหญ่ที่มันต่างคือความรู้สึกของคนซื้อในช่วงประชาสัมพันธ์แค่นั้นเอง

@178 มรึงคิดง่ายๆนะคับ ว่าถ้ามันไม่ช่วยยอดขาย บริษัทมันจะจ้างมาทำห่าอะไร ไม่ใช่ถูกๆนะคัฟ พริตตี้เนี้ย

ปักสาขาวใหญ่
181

มันจะมีอะไร

อีพวกผู้หญิงที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่าแล้วก็เอาจุดเด่นของผู้หญิงคนอื่นๆ มาเป็นข้อโจมตี

สังเกตุได้ว่าคำด่านี่แหละคือสิ่งที่พวกมันต้องการ คือเหมือนเป็นปม

ด่าเค้าว่าใช้หน้าตา + ความสบายหาเงิน + อยากได้เงินง่ายๆ => เห็นได้ชัดว่าอีคนนี้มันอิจฉาที่พริตตี้ได้ในสิ่งที่มันต้องการทุกอย่าง

หน้าตานี่เลือกไม่ได้ว่ะ เกิดมาสวยช่วยไม่ได้ แม่งเกิดมาหน้าตาเหียกแถมขี้อิจฉา สกปรกทั้งใจสกปรกทั้งกาย

อยากหาเงินสบาย? มึงไปลองยืนวันละ 8 ชม. ก็ได้ กูเป็นผู้ชายยืนแค่บนรถเมล์ก็จะตายห่าละ นี่แสดงว่ามันอยากสบายจนลืมคิด

อยากได้เงินง่ายๆ? ใครไม่อยากได้บ้างวะ แต่พริตตี้เค้าทุนมาดีโว้ย ถ้ามึงทำไม่ได้ก็ขายความสามารถดิ แต่คงไม่มีทั้งสองอย่างล่ะ เลยคอยแสดงความริษยา

182

คนที่ออกมาด่าพริตตี้เอาเข้าจริงๆก็ไม่มีตังค์ซื้อรถกันหรอก เป็นส่วนใหญ่เลยนะครับ
คนที่เค้าจะซื้อรถเค้าก็คิดแต่เรื่องรถครับ เค้าไม่มานั่งดูนั่งวิจารณือะไรแบบนี้หรอกครับ

183

เด่วนะกูถามไรก่อน
ที่เอาพริตตี้มาไม่ใช่เพราะว่า
ผู้ชายชอบมองของสวยๆงามๆหรอ ถึงเอาพริตตี้มา
ส่วนตัวกูไปดูรถเปนหลัก แต่ถ้าเหนพริตตี้ ก้มอง ถ้าไม่ถูกใจ ก้เลิกมอง แค่นี้

แล้วพวกแม่งมีสิทธิอะไรไปดูถุกชาวบ้าน กุก้เข้าใจนะว่าคนมันมีอคติกับฝ่ายนั้น
แต่เอาพริตตี้ที่ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้ไปเปรียบเทียบเพื่อ?

แล้วการที่ทำมาหากินเปนพริตตี้เนี้ย มันงานสบายได้เงินง่ายหรอ
ถ้ามึงไม่สวย ไม่หุ่นดี จะได้เปนพริตตี้มั๊ย?
ก้ไม่ได้ เพระางั้น ผู้หญิงก้ต้องดูแลตัวเองให้ดูดี ถึงจะเปนพริตตี้ได้
พวกผู้ชายไม่รู้หรอก ว่าในแต่ละวันของชะนีทั้งหลาย นางมีเครื่องประทินโฉมตั้งเท่าไร!!!
ให้โต๊ะไปตัวนึงยังวางไม่พอ…
แล้วคิดว่ามันง่ายนักหรอ ที่จะสวยพอจะเปนพริตตี้ได้

แล้วกูก้เบื่อ พวกที่มีฝักฝ่าย มีสีนั้นนี้
การที่มีสีนั้น สีนี้ แม่งก้คือการที่เห็นแก่ตัวเอาแต่พวกตัวเอง
สรุปแล้วแม่งก้สันดานเลวกันทุกสี
เพระาถ้ามึงต้องการจะทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ
ทุกๆคนก้ไม่มีสี แต่เปนคนไทยทุกคน

184

หรือมึงอยากให้พริตตี้หน้าเหมือนตุ๊กกี้
กูคนนึงล่ะที่จะวิ่งหนี 😈

นี้ไม่ใช่ว่าเปนวิธีระบายความเงี่ยนของท่านสมสากรึป่าว
กลัวสำลักนมตายเลยรีบพิมระบายออกมา 😀 😀 😀

185

ไม่อยากหมุนไปตามโลกก็ปล่อยเขาไปเหอะ ยังไงโลกก็หมุนอยู่ดี(ถ้าเราไม่ปิดประเทศไปซะก่อนนะ) 😆 😆 กระแสโลกมันเชื่อมกันทั่วโลก ดูการแต่งตัวก็ได้ ไอ้พวกที่ด่ายุคปัจจุบันอนุรักษ์วัฒนะธรรมน่ะ มีใครใส่ชุดอนุรักษ์ไทยเต็มขั้นอย่างสไบเดินถนนมั่งมั้ย ไม่มี๊ :smile: :smile: :smile: พอกระแสสังคมมันเยอะจนกลบพวกไม่หมุนตามโลก เขาก็จะถูกบังคับให้ปรับตัวเองแหละ 😐 😐 😐 แต่ระหว่างก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงก็คงปวดหัวตามไทยสไตล์ล่ะนะ 😀 😀 😀

186

วาปมาเสพ wrote:

จ่าโว้ย wrote:

วาปมาเสพ wrote:

บัตรผ่านโพสไม่ได้ wrote:
สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ
…รึมันชอบแบบจ่าวะ

ขอเถียงว่ะ
1. ถ้าไม่มีพริตตี้แล้วขายไม่ออก โชว์รูมรถ – เต๊นท์รถแม่งคงเจ๊งกันเป็นแถบๆแล้วเพราะไม่มีคนซื้อ
2. ต่อให้มีพริตตี้มากกว่า สวยกว่า Xกว่า มาในงานมอเตอร์โชว์กูก็คิดว่ายอดขายแม่งก็ยังคงอยู่ในระดับเดิมอยู่ดี เพราะยังไงซะคนดูกับคนซื้อแม่งก็คนละคนกันอยู่ดี
จะบอกว่าพริตตี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการส่งเสริมการขาย มันก็ต้องมองที่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจ กูก็บอกเลยว่าแม่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะปัจจุบันพริตตี้แม่งคือสัญลักษณ์ของมอเตอร์โชว์ไปแล้ว
2. ถ้าต้องการทางด้านรายได้ กูมองว่าล้มเหลว เพราะนอกจากอาหารตาแล้ว พริตตี้มันก็เซลล์ขายรถเราดีๆนี่เอง(อันที่จริงจะเอาเซลล์มาขายก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก) ซึ่งอัตราการซื้อมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยเอ็กซ์เซ็กส์บอมบ์ของพริตตี้ แต่อยู่ที่เงินและความต้องการของลูกค้าต่างหาก เพราะรถมันไม่ได้แจกฟรี

เอิ่มมึงมองสถานณ์การณ์มั่งดิ โชว์รูมรถ เต้นท์รถ มันตั้งห่างกันไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันมึงเดินเข้าไปมันก็มีพนักงานขายออกมาแนะนำอยู่แล้ว

แต่ในสถาณการณ์งานเอ็กโปคืองานจัดแสดงสินค้าอย่างนึง ซึ่งมันจะมีสินค้ามากระจุกตัวอยู่ที่ๆ เดียวกัน ซึ่งคนเดินไปมาได้ทั่วถึงอยู่แล้ว เกิดมีค่ายรถใดค่ายรถหนึ่งจัดกิจกรรมดึงดูดความสนใจอยู่ค่ายเดียว แต่ค่ายรถที่เหลือไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย มึงคิดว่าบริษัทไหนจะชนะในการประชาสัพันธ์สินค้าของตัวเอง

แต่ทำไมต้องเลือกพริตตี้ หน้าตาดีๆ ข้อแลก ระหว่างคนหน้าธรรมดาๆ บ้านๆ (งดกระทบกระทั่งคนหน้าตาไม่ดี) กับคนสวยๆ มึงอยากมองใครแน่นอนร้อยทั้งร้อยม่างก็อยากมองคนหน้าตาดีอยู่แล้ว ถ้าเกิดค่ายรถจ้างคนหน้าบ้านๆ มากับอีกค่ายจ้างคนหน้าตาดีกว่า แม้รถจะเหี้ยแค่ไหนกูว่าคนมันก็ต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแน่ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้า ถ้าอะไรคนสนใจเยอะๆ โอกาสที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารย่อมมีมากกว่า

ทำไมใช้ผู้หญิงไม่ใช้ผู้ชายมั่ง ถ้ามึงถามมาแบบนี้กูว่ามึงไม่ใช่ชายแท้แล้วว่ะอาจจะเป็นชายเหหนือชายก็ได้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ชายนะเว้ย แม้ผู้ชายจะเข้มแข็ง แต่ถ้าผู้ชายมาเจอลูกอ้อนของผู้หญิงมึงคิดว่าจะไม่ใจอ่อนมั่งหรือ

ส่วนไอ้ที่ให้เสนอตามความต้องการลูกค้า พริตตี้เค้าก็ยืนหัวโด่ให้มึงถามไง ถ้ามึงถามเค้าก็ตอบมึงเองแหละ นี่มึงไม่ถามเค้าจะพูดให้มึงฟังทำไมเล่า รายละเอียดมันเยอะนะเว้ย(รถน่ะ) ถ้ามึงไม่ถูกใจมึงก็ไปแล้วที่เค้ามาทำเนี่ยเกิดมึงไปถามข้อมูลแต่มึงไม่ชอบแต่ถ้าเพื่อนมึงเกิดชอบรถค่ายนั้นมาถามมึงก็กลายเป็นมึงเผยแพร่ข้อมูลต่อไปอีกเท่ากับว่ามีคนสนใจพริตตี้เลยหาเรื่องคุยด้วย คุยจบไม่ติดใจเดินออกมาเจอเพื่อนมาปรึกษามึงให้ข้อมูล เพื่อนไปซื้อ พริตตี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตั้งแต่ให้ข้อมูลแก่มึงแล้ว ที่เหลือเป็นแรงกระเพื่อมของข่าวสาร

ส่วนเรื่องจำนวนพริตตี้หรือเซ็กซี่กว่าอะไรทำนองนี้มันก็แค่การเลือกใช้สื่อที่มีพลังมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง อย่างค่าบเบนท์เลย์ รถราคา 25 ล้านคนชาวบ้านไม่มีตังซื้อแน่แต่มีพริตตี้ระดับสวยสุดในงานอยู่ อาจจะมีคนที่มีตังในระดับนั้นสนใจเข้าไปถามข้อมูลแล้วตัดสินใจซื้อก็ได้

ความสามารถของพริตตี้ ไม่ใช่ ที่การให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์อย่างเดียวแต่อยู่ที่ฝีปากในการชักจูงให้ลูกค้าเสียเงินด้วยว่ะครับ ซึ่งเป็นสกิลของแม่ค้าดีๆ นี่เอง(แต่คนที่ทำหน้าที่ชักจูงจะไม่ใช่พริตตี้นะ รู้สึกจะเป็นเอ็มซีซะส่วนมากฝีปากดีชิบหายฟังแล้วเคลิ้ม)

ประเด็นแรกคือกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ชาย เจอผู้หญิงแล้วใจอ่อน แต่กูถามเล่นๆว่ารถมันฟรีหรือไง หรือคิดว่ามันจะเอารถเก่ามือสองมาขายกัน เดินผ่านพี่สนใจมั้ยคะจ๊ะจ๋า ซื้อหน่อยนะๆ ราคาแม่งปาไปล้านกว่า เออ กูคงใจอ่อนขายบ้านมาซื้อหรอกนะครับ(ดีไม่ดีขายแล้วยังไม่พอเงินดาวน์เลยมั้ง)

ถึงพริตตี้จะมีสกิลขายของ(ซึ่งอันที่จริงเซลล์มันก็มี แถมมีเยอะกว่าเพราะบริษัทจะต้องอบรมด้านการขายโดยตรง)แต่ของที่ขายมันไม่ใช่ของที่วางขายกับร้านแบกะดิน หรือร้านโชว์ห่วย เดินมาร้านข้างบ้าน ป้าๆ โตโยต้าคันนี้เท่าไหร่ เอาคันนึงดิ มันคงไม่ยังงั้น กูถึงได้บอกไงครับว่ากลุ่มคนซื้อ กับ กลุ่มคนดูน่ะมันคนละคนกัน เพราะสินค้าราคาสูงเป็นสินค้าที่คนตั้งใจจะมาซื้ออยุ่แล้ว ไม่ได้เดินๆอยู่นึกจะซื้อก็เอ๊าซื้อหน่อยดีกว่าเหมือนซื้อลูกอมโอเล่ซะที่ไหน กูถึงได้บอกไงครับว่าไม่มีพริตตี้แม่งก็ขายออกอยู่ดี ถ้ามันมีลูกค้าที่จะซื้อแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในเมื่อพริตตี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของงานมอเตอร์โชว์ไปแล้ว จะไม่มีก็ไม่ได้ ส่งเสริมด้านภาพลักษณ์ และ ประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าจะบอกว่ามันส่งผลกับยอดขายโดยตรงกูว่ามันก็ไม่ใช่อยู่ดีครับ

ต่อให้เอากระเทย เอาเกย์ เอาห่าอะไรก็แล้วแต่มาขาย มันก็ขายออกอยู่ดี่ ส่วนใหญ่ที่มันต่างคือความรู้สึกของคนซื้อในช่วงประชาสัมพันธ์แค่นั้นเอง

คือถ้ามึงมีความสนใจในรถรุ่นนั้นอยู่แล้วและศึกษามาดีแล้ว มันก็ไม่จำเป็นต้องไปถามข้อมูลอะไรอีกแล้วนี่โว้ย ควยกูบอกว่าาพริตตี้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ มึงอ่านเข้าใจมั้ยไอ้ควาย มึงไปถามข้อมูลกับพริตตีั้แต่มึงไม่คิดซื้อกูก็บอกไปแล้วว่าพริตตี้มันทำหน้าที่สมบูรณ์ไปแล้ว มึงไปศึกษาเรื่องพฤติกรรมของคนแบบ first impress ว่า First Impression

คนโบราณชอบพูดคำว่า “ถูกชะตา” ประมาณว่าแค่ได้เห็นหน้าก็รู้สึกสนิทสนมชอบพอ สมัยนี้มีคำว่า First Impression หรือ “ความรู้สึกประทับใจเมื่อแรกพบ” เป็นคำเดียวกัน และมีความหมายที่อธิบายได้ไม่แตกต่างกันใครๆ ก็ต้องการเช่นนี้ไม่ใช่หรือคะ เมื่อต้องไปเจอใครก็อยากให้เขาชอบเรา และหากชอบเสียตั้งแต่แรกก็เป็นเรื่องง่ายที่จะสานความประทับใจนั้นให้ยืนยาวและ
แน่นแฟ้นต่อไป มีความหมายต่อการดำรงชีพ อาชีพ และการได้พบกับมิตรแท้ในชีวิตเราจะสร้างความน่าประทับใจในยามแรกพบ (กับผู้อื่น หรือผู้อื่นมาพบ)

ซึ่งหน้าตาก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ถ้ามึงเลือกคนมาประชาสัมพันธ์มาสองคนทุกอย่างเหมือนกันหมด คนนึงหน้าตาดี อีกคนหน้าตาเหี้ยสุดขั้วอย่างที่มึงบอก พฤติกรรมของคนที่ไม่เคยเจอกันมักจะชอบมองผู้ที่สวยงามหล่อเหลาก่อนอยู่แล้ว ( เรื่องแบบนี้มันเป็นสัญชาติญาณการเลือกเผ่าพันธุ์ ถ้าอยากรู้ไปหาของ ดร.ฟอล์ย) แน่นอนถ้าคนทั่วมีตัวเลือกก็จะต้องเลือกไปอยู่ใกล้ของสวยงามก่อนถ้าเลือกได้ แล้วถ้ามองในแง่ผู้จัดจ้าง ถ้าซับเจ็คไหนให้ผลดีกว่าผู้นั้นชนะ มันก็ถูกต้องแล้วที่มันจะเป็นผู้ชนะ ไม่งั้นอาชีพฟร้อนท์ที่จำเป็นต้องพบปะลูกค้า หรืออาชีพอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการดึงดูดด้วยแรงขับทางเพศแม่งก็ไม่ต้องมีละวะ

ส่วนโฆษณาที่มึงยกมาตลกโคตรๆ เลยว่ะจับนั่นชนนี่เพื่อให้ตัวเองถูกมั่วไปหมดกูขำนะเนี่ย ผลงานโฆษณานี้ทำขึ้นด้วยการสร้างความขบขันและก่อให้เกิดการจดจำในตัวสินค้า ไม่ได้เกี่ยวกับตัวของเซลล์ในนั้นเลยซักนิด

มึงอ่านข้อความกูเข้าใจมั้ย พริตตี้มันไม่ได้มุ่งทำงานเพื่อให้ขายรถออกเพราะมันไม่ใช่เซลล์ไงไอ้ควาย หรือมึงมึงยังไม่เข้าใจว่าการเผยแพร่ข้อมูลแบบฝังหัวมันเป็นยังไงกูจะอธิบายให้ละกันเผื่อรอยหยักในสมองมึงจะเพิ่มขึ้นมามั่ง

การโฆษณาเดิมทีไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้่คนต้องมุ่งเข้ามาซื้อสินค้า แต่เพื่อแค่ให้คนรู้จักแบรนด์ว่ามีอยู่ในหัว ซึ่งการทำงานของสมองมันจะนึกถึงข้อมูลที่ผ่านเข้ามาได้บ่อยๆ ซ้ำๆ ได้ดีกว่าข้อมูลที่นานๆ จะได้รับมา ดังนั้นสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคปัจจุบันคือ ทีวี และอินเตอร์เน็ต เพราะในสถานการณ์ที่นั่งอยู่บ้านสื่อพวกนี้ต่อตรงไปถึงผู้รับข่าวโดยตรง แต่ในฮอลแสดงสินค้าการประชาสัมพันธ์คือจุดประสงค์หลัก ถามหน่อยมีใครมั่งแม่งเข้าไปงานมอเตอร์โชว์ไปซื้อรถแล้วได้ขับรถออกมาเลยมั่งไมมีนะเว้ยรถเปิดรุ่นใหม่ ข้อมูล ที่ไหนครบถ้วนสมบูรณ์สุด ไม่ใช่ในเน็ตนะขอบอกเพราะในเน็ตมึงไม่ได้เห็นสินค้าจริงๆ ไม่ได้เข้าไปสัมผัสรถไม่ได้ลองนั่งไม่ได้ลองความรู้สึกต่อรถรุ่นนั้นๆ และมันก็กลับมาที่จุดเดิมอีกครั้งใครจะเป็นผู้ประชาสัมพันธ์บรรยายข้อมูลรถ และต้องจัดกิจกรรมเพื่อดึงความสนใจ ดึงสายตามา เซลล์ขายสินค้าทำได้ครับ แต่ทำได้ไม่ดีเท่าพริตตี้แค่นั้นเอง หรือเคยเห็นเซลล์ขายรถออกมาเต้นประกอบเพลงก่อนหันมาบรรยายข้อมูลให้ผู้เข้ามาชมฟัง ถ้าเต้นคนมามุงเป็นสิบ กับไม่เต้นแต่กระจายข้อมูลได้แค่ทีละคนสองคนในแง่การขายรถอาจจะขายได้ แต่ในแงการประชาสัมพันธ์ตกกระจุยว่ะ

แต่ถ้ามึงยังจะคิดว่าพริตตี้มีหน้าที่ขายรถต่อไปกูก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันเรื่องของมึง

187

เชี่ยพิมพ์ตก ดร.ซิกมุน ฟอล์ย

เซ็งว่ะ
188

อยากลองพริตตี้ซักครั้งว่ะ หลายๆครั้งยิ่งดี :roll:

189

เซลขายรถที่เป็นผู้หญิง ขายรถได้มากกว่าผู้ชายอีก

น้ำลายตัวเองอร่อยมั้ยจ๊ะ
190

ควายเหลืองดิ้นพล่าน แถไปเรื่อย เห็นแล้วขำ
😈 😈 😈 😈 😈 😈

แล้วแต่..
191

อุ้ย…..ทำไมควายแดงขี้ข้าทั้งหลายดิ้นพล่านๆทั่วเว็บเลยว้า…..ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กร๊วกคุง
192

เบื้องลึกแล้ว เค้าอิจฉาที่พริตตี้สวยกว่า

193

เคยทำงานร่วมกับพริตตี้และMCครั้งนึง ต้องเตรียมข้อมูลต่าง ๆของสินค้าให้ก่อนจะเริ่มงานมีเวลาเพียงแต่2-3วัน

หลังจากเริ่มงานแล้ว พวกเค้าก็จะสร้างแรงดึงดูดให้คนมาสนใจในสินค้า ครั้งเล่นเกมส์ พูดโฆษณาต่างๆทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพูดกันแทบทั้งวัน

ไม่ใช่แต่ยืนเฉย ๆ บางคนทักษะการพูดและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำได้ดีมาก ทั้ง ๆที่ปกติไม่เคยรู้จักสินค้าชนิดนี้เลย

ผมถามหน่อย คนสวยอย่างเดียวทำแบบนี้ได้มั๊ยครับ

งานนี้มันเป็นศาสตร์และศิลป์นะครับ ไอ้พวกหัวถั่ว 😮

มันคือส่วนหนึ่งชองวิชาการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์

วาปมาเสพ
194

จ้าโว้ย wrote:

วาปมาเสพ wrote:

จ่าโว้ย wrote:

วาปมาเสพ wrote:

บัตรผ่านโพสไม่ได้ wrote:
สลัด!!! เหยียดเพศไม่ลืมหูลืมตา
คิดว่ามอเตอร์โชว์เอาเก้งกวางและนักกล้ามล่ำบึกเอาดุ้นมานาบรถจะมีคนไปซื้อรึไงฟระ
…รึมันชอบแบบจ่าวะ

ขอเถียงว่ะ
1. ถ้าไม่มีพริตตี้แล้วขายไม่ออก โชว์รูมรถ – เต๊นท์รถแม่งคงเจ๊งกันเป็นแถบๆแล้วเพราะไม่มีคนซื้อ
2. ต่อให้มีพริตตี้มากกว่า สวยกว่า Xกว่า มาในงานมอเตอร์โชว์กูก็คิดว่ายอดขายแม่งก็ยังคงอยู่ในระดับเดิมอยู่ดี เพราะยังไงซะคนดูกับคนซื้อแม่งก็คนละคนกันอยู่ดี
จะบอกว่าพริตตี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการส่งเสริมการขาย มันก็ต้องมองที่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจ กูก็บอกเลยว่าแม่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะปัจจุบันพริตตี้แม่งคือสัญลักษณ์ของมอเตอร์โชว์ไปแล้ว
2. ถ้าต้องการทางด้านรายได้ กูมองว่าล้มเหลว เพราะนอกจากอาหารตาแล้ว พริตตี้มันก็เซลล์ขายรถเราดีๆนี่เอง(อันที่จริงจะเอาเซลล์มาขายก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก) ซึ่งอัตราการซื้อมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยเอ็กซ์เซ็กส์บอมบ์ของพริตตี้ แต่อยู่ที่เงินและความต้องการของลูกค้าต่างหาก เพราะรถมันไม่ได้แจกฟรี

เอิ่มมึงมองสถานณ์การณ์มั่งดิ โชว์รูมรถ เต้นท์รถ มันตั้งห่างกันไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันมึงเดินเข้าไปมันก็มีพนักงานขายออกมาแนะนำอยู่แล้ว

แต่ในสถาณการณ์งานเอ็กโปคืองานจัดแสดงสินค้าอย่างนึง ซึ่งมันจะมีสินค้ามากระจุกตัวอยู่ที่ๆ เดียวกัน ซึ่งคนเดินไปมาได้ทั่วถึงอยู่แล้ว เกิดมีค่ายรถใดค่ายรถหนึ่งจัดกิจกรรมดึงดูดความสนใจอยู่ค่ายเดียว แต่ค่ายรถที่เหลือไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย มึงคิดว่าบริษัทไหนจะชนะในการประชาสัพันธ์สินค้าของตัวเอง

แต่ทำไมต้องเลือกพริตตี้ หน้าตาดีๆ ข้อแลก ระหว่างคนหน้าธรรมดาๆ บ้านๆ (งดกระทบกระทั่งคนหน้าตาไม่ดี) กับคนสวยๆ มึงอยากมองใครแน่นอนร้อยทั้งร้อยม่างก็อยากมองคนหน้าตาดีอยู่แล้ว ถ้าเกิดค่ายรถจ้างคนหน้าบ้านๆ มากับอีกค่ายจ้างคนหน้าตาดีกว่า แม้รถจะเหี้ยแค่ไหนกูว่าคนมันก็ต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแน่ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้า ถ้าอะไรคนสนใจเยอะๆ โอกาสที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารย่อมมีมากกว่า

ทำไมใช้ผู้หญิงไม่ใช้ผู้ชายมั่ง ถ้ามึงถามมาแบบนี้กูว่ามึงไม่ใช่ชายแท้แล้วว่ะอาจจะเป็นชายเหหนือชายก็ได้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ชายนะเว้ย แม้ผู้ชายจะเข้มแข็ง แต่ถ้าผู้ชายมาเจอลูกอ้อนของผู้หญิงมึงคิดว่าจะไม่ใจอ่อนมั่งหรือ

ส่วนไอ้ที่ให้เสนอตามความต้องการลูกค้า พริตตี้เค้าก็ยืนหัวโด่ให้มึงถามไง ถ้ามึงถามเค้าก็ตอบมึงเองแหละ นี่มึงไม่ถามเค้าจะพูดให้มึงฟังทำไมเล่า รายละเอียดมันเยอะนะเว้ย(รถน่ะ) ถ้ามึงไม่ถูกใจมึงก็ไปแล้วที่เค้ามาทำเนี่ยเกิดมึงไปถามข้อมูลแต่มึงไม่ชอบแต่ถ้าเพื่อนมึงเกิดชอบรถค่ายนั้นมาถามมึงก็กลายเป็นมึงเผยแพร่ข้อมูลต่อไปอีกเท่ากับว่ามีคนสนใจพริตตี้เลยหาเรื่องคุยด้วย คุยจบไม่ติดใจเดินออกมาเจอเพื่อนมาปรึกษามึงให้ข้อมูล เพื่อนไปซื้อ พริตตี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตั้งแต่ให้ข้อมูลแก่มึงแล้ว ที่เหลือเป็นแรงกระเพื่อมของข่าวสาร

ส่วนเรื่องจำนวนพริตตี้หรือเซ็กซี่กว่าอะไรทำนองนี้มันก็แค่การเลือกใช้สื่อที่มีพลังมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง อย่างค่าบเบนท์เลย์ รถราคา 25 ล้านคนชาวบ้านไม่มีตังซื้อแน่แต่มีพริตตี้ระดับสวยสุดในงานอยู่ อาจจะมีคนที่มีตังในระดับนั้นสนใจเข้าไปถามข้อมูลแล้วตัดสินใจซื้อก็ได้

ความสามารถของพริตตี้ ไม่ใช่ ที่การให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์อย่างเดียวแต่อยู่ที่ฝีปากในการชักจูงให้ลูกค้าเสียเงินด้วยว่ะครับ ซึ่งเป็นสกิลของแม่ค้าดีๆ นี่เอง(แต่คนที่ทำหน้าที่ชักจูงจะไม่ใช่พริตตี้นะ รู้สึกจะเป็นเอ็มซีซะส่วนมากฝีปากดีชิบหายฟังแล้วเคลิ้ม)

ประเด็นแรกคือกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ชาย เจอผู้หญิงแล้วใจอ่อน แต่กูถามเล่นๆว่ารถมันฟรีหรือไง หรือคิดว่ามันจะเอารถเก่ามือสองมาขายกัน เดินผ่านพี่สนใจมั้ยคะจ๊ะจ๋า ซื้อหน่อยนะๆ ราคาแม่งปาไปล้านกว่า เออ กูคงใจอ่อนขายบ้านมาซื้อหรอกนะครับ(ดีไม่ดีขายแล้วยังไม่พอเงินดาวน์เลยมั้ง)

ถึงพริตตี้จะมีสกิลขายของ(ซึ่งอันที่จริงเซลล์มันก็มี แถมมีเยอะกว่าเพราะบริษัทจะต้องอบรมด้านการขายโดยตรง)แต่ของที่ขายมันไม่ใช่ของที่วางขายกับร้านแบกะดิน หรือร้านโชว์ห่วย เดินมาร้านข้างบ้าน ป้าๆ โตโยต้าคันนี้เท่าไหร่ เอาคันนึงดิ มันคงไม่ยังงั้น กูถึงได้บอกไงครับว่ากลุ่มคนซื้อ กับ กลุ่มคนดูน่ะมันคนละคนกัน เพราะสินค้าราคาสูงเป็นสินค้าที่คนตั้งใจจะมาซื้ออยุ่แล้ว ไม่ได้เดินๆอยู่นึกจะซื้อก็เอ๊าซื้อหน่อยดีกว่าเหมือนซื้อลูกอมโอเล่ซะที่ไหน กูถึงได้บอกไงครับว่าไม่มีพริตตี้แม่งก็ขายออกอยู่ดี ถ้ามันมีลูกค้าที่จะซื้อแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในเมื่อพริตตี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของงานมอเตอร์โชว์ไปแล้ว จะไม่มีก็ไม่ได้ ส่งเสริมด้านภาพลักษณ์ และ ประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าจะบอกว่ามันส่งผลกับยอดขายโดยตรงกูว่ามันก็ไม่ใช่อยู่ดีครับ

ต่อให้เอากระเทย เอาเกย์ เอาห่าอะไรก็แล้วแต่มาขาย มันก็ขายออกอยู่ดี่ ส่วนใหญ่ที่มันต่างคือความรู้สึกของคนซื้อในช่วงประชาสัมพันธ์แค่นั้นเอง

คือถ้ามึงมีความสนใจในรถรุ่นนั้นอยู่แล้วและศึกษามาดีแล้ว มันก็ไม่จำเป็นต้องไปถามข้อมูลอะไรอีกแล้วนี่โว้ย ควยกูบอกว่าาพริตตี้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ มึงอ่านเข้าใจมั้ยไอ้ควาย มึงไปถามข้อมูลกับพริตตีั้แต่มึงไม่คิดซื้อกูก็บอกไปแล้วว่าพริตตี้มันทำหน้าที่สมบูรณ์ไปแล้ว มึงไปศึกษาเรื่องพฤติกรรมของคนแบบ first impress ว่า First Impression

คนโบราณชอบพูดคำว่า “ถูกชะตา” ประมาณว่าแค่ได้เห็นหน้าก็รู้สึกสนิทสนมชอบพอ สมัยนี้มีคำว่า First Impression หรือ “ความรู้สึกประทับใจเมื่อแรกพบ” เป็นคำเดียวกัน และมีความหมายที่อธิบายได้ไม่แตกต่างกันใครๆ ก็ต้องการเช่นนี้ไม่ใช่หรือคะ เมื่อต้องไปเจอใครก็อยากให้เขาชอบเรา และหากชอบเสียตั้งแต่แรกก็เป็นเรื่องง่ายที่จะสานความประทับใจนั้นให้ยืนยาวและ
แน่นแฟ้นต่อไป มีความหมายต่อการดำรงชีพ อาชีพ และการได้พบกับมิตรแท้ในชีวิตเราจะสร้างความน่าประทับใจในยามแรกพบ (กับผู้อื่น หรือผู้อื่นมาพบ)

ซึ่งหน้าตาก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ถ้ามึงเลือกคนมาประชาสัมพันธ์มาสองคนทุกอย่างเหมือนกันหมด คนนึงหน้าตาดี อีกคนหน้าตาเหี้ยสุดขั้วอย่างที่มึงบอก พฤติกรรมของคนที่ไม่เคยเจอกันมักจะชอบมองผู้ที่สวยงามหล่อเหลาก่อนอยู่แล้ว ( เรื่องแบบนี้มันเป็นสัญชาติญาณการเลือกเผ่าพันธุ์ ถ้าอยากรู้ไปหาของ ดร.ฟอล์ย) แน่นอนถ้าคนทั่วมีตัวเลือกก็จะต้องเลือกไปอยู่ใกล้ของสวยงามก่อนถ้าเลือกได้ แล้วถ้ามองในแง่ผู้จัดจ้าง ถ้าซับเจ็คไหนให้ผลดีกว่าผู้นั้นชนะ มันก็ถูกต้องแล้วที่มันจะเป็นผู้ชนะ ไม่งั้นอาชีพฟร้อนท์ที่จำเป็นต้องพบปะลูกค้า หรืออาชีพอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการดึงดูดด้วยแรงขับทางเพศแม่งก็ไม่ต้องมีละวะ

ส่วนโฆษณาที่มึงยกมาตลกโคตรๆ เลยว่ะจับนั่นชนนี่เพื่อให้ตัวเองถูกมั่วไปหมดกูขำนะเนี่ย ผลงานโฆษณานี้ทำขึ้นด้วยการสร้างความขบขันและก่อให้เกิดการจดจำในตัวสินค้า ไม่ได้เกี่ยวกับตัวของเซลล์ในนั้นเลยซักนิด

มึงอ่านข้อความกูเข้าใจมั้ย พริตตี้มันไม่ได้มุ่งทำงานเพื่อให้ขายรถออกเพราะมันไม่ใช่เซลล์ไงไอ้ควาย หรือมึงมึงยังไม่เข้าใจว่าการเผยแพร่ข้อมูลแบบฝังหัวมันเป็นยังไงกูจะอธิบายให้ละกันเผื่อรอยหยักในสมองมึงจะเพิ่มขึ้นมามั่ง

การโฆษณาเดิมทีไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้่คนต้องมุ่งเข้ามาซื้อสินค้า แต่เพื่อแค่ให้คนรู้จักแบรนด์ว่ามีอยู่ในหัว ซึ่งการทำงานของสมองมันจะนึกถึงข้อมูลที่ผ่านเข้ามาได้บ่อยๆ ซ้ำๆ ได้ดีกว่าข้อมูลที่นานๆ จะได้รับมา ดังนั้นสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคปัจจุบันคือ ทีวี และอินเตอร์เน็ต เพราะในสถานการณ์ที่นั่งอยู่บ้านสื่อพวกนี้ต่อตรงไปถึงผู้รับข่าวโดยตรง แต่ในฮอลแสดงสินค้าการประชาสัมพันธ์คือจุดประสงค์หลัก ถามหน่อยมีใครมั่งแม่งเข้าไปงานมอเตอร์โชว์ไปซื้อรถแล้วได้ขับรถออกมาเลยมั่งไมมีนะเว้ยรถเปิดรุ่นใหม่ ข้อมูล ที่ไหนครบถ้วนสมบูรณ์สุด ไม่ใช่ในเน็ตนะขอบอกเพราะในเน็ตมึงไม่ได้เห็นสินค้าจริงๆ ไม่ได้เข้าไปสัมผัสรถไม่ได้ลองนั่งไม่ได้ลองความรู้สึกต่อรถรุ่นนั้นๆ และมันก็กลับมาที่จุดเดิมอีกครั้งใครจะเป็นผู้ประชาสัมพันธ์บรรยายข้อมูลรถ และต้องจัดกิจกรรมเพื่อดึงความสนใจ ดึงสายตามา เซลล์ขายสินค้าทำได้ครับ แต่ทำได้ไม่ดีเท่าพริตตี้แค่นั้นเอง หรือเคยเห็นเซลล์ขายรถออกมาเต้นประกอบเพลงก่อนหันมาบรรยายข้อมูลให้ผู้เข้ามาชมฟัง ถ้าเต้นคนมามุงเป็นสิบ กับไม่เต้นแต่กระจายข้อมูลได้แค่ทีละคนสองคนในแง่การขายรถอาจจะขายได้ แต่ในแงการประชาสัมพันธ์ตกกระจุยว่ะ

แต่ถ้ามึงยังจะคิดว่าพริตตี้มีหน้าที่ขายรถต่อไปกูก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันเรื่องของมึง

ควยไหมครับ? ก็กูก็เขียนอยู่ไงว่าพริตตี้ไม่ได้มีหน้าที่ขายยรถ ไม่ได้อะไรมากมายกับยอดขาย มันก็แค่ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ แล้วมึงจะมาเถียงกับกูในมุมมมองเดียวกันทำส้นตีนอะไรตัังเป็นหน้าๆวะ 😎

195

บอกตามตรงว่างงมากกับไอ้คุณเจิมสากเนี่ย ถ้าบอกว่าพริตตี้ขายเรือนร่างเป็นอาชีพชั้นต่ำ แล้วดาราที่ขายรูปร่างหน้าตาล่ะ???

ปักสาขาวใหญ่
196

Xenon wrote:

บอกตามตรงว่างงมากกับไอ้คุณเจิมสากเนี่ย ถ้าบอกว่าพริตตี้ขายเรือนร่างเป็นอาชีพชั้นต่ำ แล้วดาราที่ขายรูปร่างหน้าตาล่ะ???

คนไทยสมัยก่อนจึงชอบด่าว่า “เต้นกินรำกิน”

ซึ่งคิดด้วยตรรกะอย่างผมแล้ว ผมยังไม่เข้าใจว่าเต้นกินรำกินแล้วยังไงหว่า ยังหาข้อเสียไม่เจอ

หรือว่ามันจะทำให้กินลำบากขึ้น?

เข้าใจว่าคงเหมือนกับพวกที่ชอบด่าตุ๊ดว่าเลวแบบเหมารวมมั้ง

บ้องหรอย
197

@ ปักสาขาวใหญ่:
เพราะมันปลูกฝังกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วไงไอ้เรื่องดูถูกสาขาวิชาอาชีพที่ทำแล้วไม่รวย ไม่ได้ชื่อเสียง ไม่ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์
ทุกวันนี้เด็กมันเลยต้องแย่งกัน เหยียบหัวกัน เพื่อจะได้มาแค่เกรดในแผ่นกระดาษ เพื่อแลกกับสิ่งที่พ่อแม่ตั้งความหวังไว้
โดยที่ไม่ได้ถามซักนิดเลยว่าเรียนจบไปเด็กมันอยากจะโตไปทำอาชีพอะไร หรือถนัดด้านไหน

198

@ กูคนไทย:
‘สีเดียวกับผมคับ’ เกลียดแม่งประท้วงเหมือนกัน เกลียดแม่งปิดสนามบิน(แรกแห่งความลำบาก) เกลียดแม่งเผาเมืองมาก(ล่าสุดแห่งความลำบาก) หากินกันสุตจริตก็ลำบาก(ตามปกติแล้ว) อยู่ดีๆไม่ชอบให้คนอื่นลำบากตามไปด้วยละมั้ง(ที่ก่อม็อบเล่นกีฬาสีหน่ะ)

199

Adromalech wrote:

@ กูคนไทย:
‘สีเดียวกับผมคับ’ เกลียดแม่งประท้วงเหมือนกัน เกลียดแม่งปิดสนามบิน(แรกแห่งความลำบาก) เกลียดแม่งเผาเมืองมาก(ล่าสุดแห่งความลำบาก) หากินกันสุตจริตก็ลำบาก(ตามปกติแล้ว) อยู่ดีๆไม่ชอบให้คนอื่นลำบากตามไปด้วยละมั้ง(ที่ก่อม็อบเล่นกีฬาสีหน่ะ)

กุว่าคนอย่างพวกเมิงนี่แหละ ไร้ค่าและสวะยิ่งกว่าเหลืองแดงซะอีก

คนอย่างพวกเมิงถึงจะล้มหายตายจากไปสักกี่พันกี่หมื่นก็ไม่มีผลอะไรกับหน้าประวัติศาสตร์เลยสักนิด

เมิงคิดว่าพวกเมิงเติบโตขึ้นมาบนประเทศที่มีประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยความสันติสุขหรือไงวะ

ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นการทำสงครามกับพม่ารามัญ หรือการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในหมู่ชนชั้นปกครองไทยด้วยกันเอง

แต่สุดท้ายผู้ที่ชนะนี่แหละที่จะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์และมีอำนาจในการชี้ทิศทางให้กับประเทศ

กุไม่สนใจหรอกเว้ยว่าพวกเมิงจะชิบหายย่อยยับยังไงกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง

กุรู้แต่ว่าสิ่งที่กุทำจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานคนไทยต่อไปในอนาคตเท่านั้น

ลูกหลานของคนไทยจะต้องได้รับสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ จะต้องมีสิทธิ์บนแผ่นดินนี้อย่างเท่าเทียมในฐานะคนไทย

ดังวาทะของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

“รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จะไม่มีวันสาบสูญไปจากประเทศนี้”

พวกเมิงจำไว้

200

ดราม่าเกี่ยวกับพริตตี้เนี่ยสังเกตุมาหลายรอบละ พวกที่ออกมาด่าเนี่ยหน้าตาไม่ดีสักคน 5555+

Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann