ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

ชอบโชว์ฝรั่ง!?

 photo BeeTalk Garena

image

เรื่องมันมีอยู่ว่าที่เว็บพันทิปมีอมยิ้มคนนึงชื่อ “ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” มาตั้งกระทู้บ่นกระปอดกระแปด

เกี่ยวกับศิลปินชาวต่างชาติคนนึงที่กำลังจะมาเปิดการแสดงในประเทศไทย ศิลปินคนนั้นมีนามว่า “Dita Von Teese”

image

เธอคนนี้เป็นนักเต้นระบำแนว burlesque ชาวอเมริกา burlesque ความหมายตามพจนานุกรมหมายถึงการแสดงล้อเลียน

แต่ในนิยามของวัฒนธรรมอเมริกา การแสดงประเภทนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับ “ระบำเปลื้องผ้า”

แต่สิ่งที่ทำให้การแสดงประเภทนี้แตกต่างไปจากการเต้นจ้ำบ๊ะของบ้านเรา นั่นคือการเต้นระบำแนว burlesque นั้น

ต้องมีโครงเรื่องหลัก นักเต้นระบำสวมบทเป็นตัวละครที่มีบทบาท มีการจัดวางองค์ประกอบของฉาก ดนตรี

:roll: และท่วงท่าในการเปลื้องผ้าอย่างเหมาะสม ให้ระบำนี้สื่อออกมาในเชิงล้อเลียนหรือเสียดสี ไม่ส่อไปในทางอนาจาร

ภาพซ้าย Dita Von Teese ภาพขวาตัวอย่างการเต้นระบำ burlesque

image image

credit : http://www.newsonbeauty.net/2012/10/happy-birthday-dita-von-teese-in-10.html

และ http://en.wikipedia.org/wiki/Neo-Burlesque

:cry: จขกท ก็บ่นๆว่าพอกรูได้ข่าวว่า Dita จะมาเปิดการแสดงในประเทศไทย กรูถึงกับกลุ้มเลยว่ะ

กรูไม่เข้าใจเลยว่าเมืองไทยสมัยนี้มันยอมรับการแสดงโชว์ประเภทนี้ไปแล้วรึไง

ตอนแรกกรูนึกว่าเขาจะมาเต้นระบำไร้สาระเฉยๆ แต่พอกรูลองหาข้อมูลในเชิงลึก

ว่าไอ้ burlesque มันคืออะไร ปรากฏว่ามันไม่ต่างอะไรไปจากพวกเต้นจ้ำบ๊ะเลยนี่หว่า

ระบำจ้ำบ๊ะพรรค์นี้จะปล่อยให้ออกมาแสดงอย่างโจ่งแจ้งในประเทศไทยได้ยังไงกันวะ

มันไม่สมควรจะมาอยู่ในที่แจ้ง แต่มันควรจะอยู่ในที่ลับอย่างผับบาร์แถวรัชดา สีลม เท่านั้น!!

กรูเศร้าใจเหลือเกินที่นายทุนบางกลุ่มมันคิดจะบ่อนทำลายศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของคนไทย

เอาระบำจ้ำบ๊ะมาแสดงในไทยอย่างโจ๋งครึ๋ม โดยอ้างความเป็นศิลปะมาบังหน้า

ถ้าเราให้การยอมรับการแสดงโชว์ประเภทนี้ อีกหน่อยเราก็ต้องยอมรับพวกสาวเต้นจ้ำบ๊ะตามผับบาร์

ว่าการเต้นระบำลามกอนาจารของพวกมันเป็นศิลปะประจำชาติด้วยน่ะสิวะ พวกมึงลองคิดดูนะเว้ย

ถ้าสังคมยอมรับการแสดงประเภทนี้เมื่อไหร่ อนาคตลูกหลานเราลำบากแน่ว่ะ

:razz: หรือพวกมึงอยากเห็นลูกหลานของเราเอาดีด้านเต้นจ้ำบ๊ะ แก้ผ้าโชว์จิ๋มให้คนทั้งโลกดูวะ?

image

:lol: ชาวพันทิปก็แย้ง จขกท ว่ามึงอย่าพูดแบบนั้นซี่ มึงดูการแสดงของ Dita แล้วหรือยัง

กรูว่ามันไม่ลามกอนาจารเลยนะ ถึงเธอจะแก้ผ้า แต่ลีลาการเปลื้องผ้าของเธอมันอาร์ทโคตรๆ

การแสดงแบบนี้มันต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้เหมือนพวกเต้นจ้ำบ๊ะตามสถานเริงรมณ์นะเว้ย

image

 :smile: คลิปตัวอย่างการแสดงของ Dita ลองดูแล้วพิจารณากันเอาเองนะครัฟว่ามันอนาจารหรือไม่

:lol: ชาวพันทิปอีกคนก็บอกว่าถ้าลูกสาวกรูจะเอาดีด้านเต้นระบำ burlesque เหมือน Dita กรูว่ากรูยอมรับได้ว่ะ

เพราะมันเป็นศิลปะชั้นสูงที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ มึงอย่าเอาไปเทียบกับการเต้นจ้ำบ๊ะแถวรัชดาเลย

มันคนละเกรดกันเห็นๆ กรูว่า จขกท แม่งหัวโบราณเกินไปนะ สงสัยเกิดมาชาตินี้

มึงคงไม่เคยเห็นการแสดงแนวๆนี้มาก่อน รู้มั้ยว่าเพราะผู้ใหญ่หัวโบราณอย่างมึงนี่แหละ

ที่ทำให้วงการศิลปะของไทยไม่เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศซักที

image

:lol: ถ้ามึงมองให้มันเป็นศิลปะ มันก็เป็นศิลปะ จะมองว่าการแก้ผ้าเป็นเรื่องลามกอนาจารไปหมดได้ไงวะ

สมัยโบราณหลายๆอารยธรรมทั่วโลกเขาก็แก้ผ้าหรือนุ่งน้อยห่มน้อยกันทั้งนั้น

มันเป็นเรื่องของความแตกต่างด้านวัฒนธรรมว่ะ แต่ถ้ามึงเอาแต่ปิดหูปิดตา

ไม่ยอมรับวัฒนธรรมต่างชาติ ได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆว่าเราเป็นชาติที่มีจริยธรรมสูงส่งที่สุดในโลก

จึงไม่ควรไปสนใจวัฒนธรรมชาติอื่น แล้วเมื่อไหร่ประเทศไทยจะได้เปิดหูเปิดตาและหลุดจากกะลาซักทีวะ

image

:mrgreen: จขกท มึงบอกว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่มีศีลธรรมจริยธรรมอันดีงาม มึงไม่รู้จริงๆเหรอคะ

ว่าเมืองไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกด้านการ “ค้าบริการทางเพศ”

ไม่ใช่แค่นั้นนะ ประเทศไทยยังมีสถิติเด็กท้องก่อนวัยอันควรสูงติดอันดับต้นๆของโลกเลยนะเธอว์

image

:???: แต่อมยิ้มอีกฝ่ายก็เห็นด้วยกับ จขกท แย้งว่าพวกมึงจะไปเห็นดีเห็นงาม

กับการเต้นจ้ำบ๊ะของฝรั่งทำไมวะ หรือพวกมึงเป็นขี้ข้าฝรั่งกันไปหมดแล้ว

ฝรั่งมันทำห่าอะไรพวกมึงก็เห็นว่ามันดีงามไปหมดทุกอย่าง ใจคอพวกมึง

จะให้เด็กไทยที่เติบโตในเมืองศุนย์กลางพุทธศาสนาของโลก

มันเห็นว่าการเต้นจ้ำบ๊ะเป็นเรื่องปรกติจริงๆน่ะเรอะ

image

:mrgreen: จขกท ก็มาผสมโรงว่าสังคมไทยสมัยนี้แม่งก็เป็นซะอย่างนี้นี่แหละ ฝรั่งมันเอาอะไรมาเผยแพร่นิดหน่อย

คนไทยก็จำฝังหัวแล้วว่าที่ฝรั่งเอามาเผยแพร่มันเป็นเรื่องดี ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

กรูว่าเมืองไทยอาจจะตกเป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรมของฝรั่งในอีกไม่ช้านานว่ะครับ

image

:???: ชาวพันทิปก็แย้ง จขกท ว่า ฝรั่งเขามองอวัยวะในร่างกายเป็นศิลปะ การเอาอวัยวะมาโชว์แบบนี้ก็เป็นการโชว์ศิลปะ

กรูไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลย ขนาดสิ่งก่อสร้างหรือรูปเคารพแถบบ้านเราบางอันยังได้ต้นแบบจากหีๆควยๆซะด้วยซ้ำ

image

image

:x ถ้ามึงไม่อยากให้วัฒนธรรมต่างชาติเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยจริงๆ ก็ปิดประเทศไปเลยสิวะ

ทุกวันนี้จากประเทศกำลังพัฒนา เราเปลี่ยนมาเป็นประเทศหยุดพัฒนาตั้งนานแล้ว

และอีกไม่นานกรูว่ามันคงจะกลายเป็นประเทศพัฒนาถอยหลังลงคลองอย่างที่มึงต้องการแน่ๆ

image

จขกท ก็ถามว่าถ้าการดูระบำจ้ำบ๊ะของฝรั่งมันทำให้ชาติเราพัฒนา หรือมึงจะบอกว่า

ศิลปะที่งดงามไทยอย่างโขน ลิเก มันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาติเราด้อยพัฒนาวะห๊ะ!?

:razz: มึงหาว่าคนที่ดูระบำจ้ำบ๊ะของฝรั่งเป็นอารยชน แต่คนดูโขน ลิเก เป็นพวกคนป่าบาบาเรี่ยนเรอะ?

image

ชาวพันทิปได้ยิน จขกท พูดเช่นนั้นก็ถาม จขกท ว่ามีใครหน้าไหนในกระทู้นี้บอกว่าการดูโขน ลิเก

:o เป็นเรื่องด้อยอารยะตั้งแต่เมื่อไหร่วะ กรูเห็นมีแต่มึงนี่แหละที่พล่ามอยู่คนเดียว

image

:???: ไม่ว่าจะเป็นศิลปะของชาติไหนก็ช่างแม่งสิ ใครชอบแบบไหนก็ดูไป จะชอบทั้งสองแบบก็ไม่เห็นจะแปลก

เพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยมทางศิลปะ แต่ถ้ามึงอยากยัดเยียดรสนิยมส่วนตัวให้ชาวบ้านคลั่งวัฒนธรรมไทย

และกีดกันวัฒนธรรมต่างชาติไม่ให้แพร่เข้ามาในสังคมไทยเหมือนมึง กรูว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกว่ะ

image

:razz: แต่ จขกท ก็ยังคงยืนกรานว่าเราไม่ควรยอมรับการเต้นจ้ำบ๊ะของ Dita โว้ย กรูไม่ได้มีปัญหากับรสนิยมของพวกมึง

แต่กรูกำลังมีปัญหากับทัศนคติของสังคมต่างหาก พวกมึงลองคิดดูสิวะว่าถ้าลูกหลานเรา

มันเข้าใจว่าการเต้นระบำจ้ำบ๊ะแบบ Dita เป็นเรื่องที่น่าชืนชม น่ายกย่อง แล้วไปเอาดีด้านนั้นเหมือน Dita บ้าง

ลูกหลานเราจะถูกสงคมดูถูกเหยียดหยามกันขนาดไหน พวกมึงรู้จักหนังเรื่อง “จันดารา” มั้ยวะ

ถ้าการแสดงของ Dita เป็นศิลปะ จันดาราก็เป็นศิลปะเหมือนกันว่ะ แต่กรูเห็นคนไทยด่าหนังเรื่องนี้ตอนเข้าโรงตั้งเยอะแยะ

ส่วนใหญ่ก็วิจารณ์หนังเรื่องนี้ว่ามีฉากลามกอนาจารเยอะ แต่ถ้าเปลี่ยนให้ Dita มาแสดงหนังเรื่องจันดาราบ้าง

:mrgreen: กรูอยากรู้จังว่าสังคมไทยที่นับถือฝรั่งยังกับเทพเจ้า ยังจะครหาหนังเรื่องจันดาราว่าลามกอนาจารอีกรึไม่!?

image

:lol: อมยิ้มที่เห็นด้วยกับ จขกท ก็บอกช่ายๆ พวกมึงจะเอาคำว่าศิลปะมาเป็นข้ออ้างให้กับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้หรอกนะ

ต่อให้มันเต้นระบำได้งามหยด มีเพลงประกอบโคตรไพเราะ มีเนื้อเรื่องประกอบการเต้นที่จรรโลงสังคม

แต่ยังไงซะมันก็แก้ผ้าอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่ามันจะแก้ผ้าแบบมีศิลปะหรือไม่มีศิลปะผลลัพท์แม่งก็เหมือนกันอยู่ดี

ถึงฝรั่งมันจะนับว่าการแสดงนี้ศิลปะ แต่จำเป็นด้วยเหรอที่คนไทยจะต้องนับว่ามันเป็นศิลปะตามก้นฝรั่งมัน

ศิลปะหลายๆแขนงที่มีอยู่ในโลกนี้ คนไทยไม่จำเป็นต้องยอมรับก็ได้ ถ้ามันขัดกับศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของสังคมไทย

image

ศิลปะอย่างการเต้นระบำเปลื้องผ้านั้นมันเป็นศิลปะที่หมิ่นเหม่อต่อศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของสังคมไทย

:mrgreen: ศิลปะที่หมิ่นเหม่เช่นนี้ อย่างมากมันก็เป็นได้แค่ศิลปะชั้นเลวที่เข้าถึงแค่กระพี้ของศิลปะเท่านั้น

image

อมยิ้มชื่อ Yoharee ก็แย้งความเห็นเหล่านี้ว่าครั้งนึง ศ.ศิลป์ พีระศรีเคยกล่าวว่า

“พวกเธอต้องเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ก่อน แล้วจึงเรียนศิลปะ”

กรูมองว่าคำคมประโยคนี้มันหมายความว่าศิลปะคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนความเป็นมนุษย์ของศิลปินคนนั้นให้สังคมได้เห็น

ไม่ว่าการสะท้อนตัวตนจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม แต่ถ้าคนดูรู้สึกหัวใจพอโต รู้สึกว่าได้รับสุนทรียะจากผลงานนั้นๆ

:shock: ก็ถือว่านั่นคือศิลปะแล้ว ถ้าพวกมึงจะเถียงกันว่าศิลปะแบบไหนเป็นศิลปะชั้นสูงหรือชั้นต่ำ

image

:arrow: กรูว่าเถียงกันอีกสิบชาติก็ไม่จบว่ะ แต่พวกมึงน่าจะเอาการแสดงของ Dita มาถกเถียงกันในแง่มุมที่ว่า

การแสดงของเธอได้ถ่ายทอดอะไรให้กับคนดูบ้าง เกิดสุนทรียะอะไรจากการเสพผลงานของเธอบ้าง

และมันตรงกับเจตนารมภ์ของ Dita ที่ต้องการสะท้อนตัวตนของเธอให้คนดูรับรู้ผ่านการแสดงนั้นๆหรือไม่

ถ้าสิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อมันตรงกับสิ่งที่คนดูรับรู้ก็ถือว่าโอเคแล้วนี่หว่า

แล้วคนนอกที่ไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าชมการแสดงของเธอจะไปเสือกกับเขาทำไมวะ

image

:mrgreen: จขกท ตอบว่ากรูก็ไม่ได้อยากให้ถกเถียงกันในประเด็นที่ว่ามันเป็นศิลปะชั้นสูงหรือชั้นต่ำหรอกว่ะ

แต่กรูอยากถามคนที่รับผิดชอบจัดการแสดงของเธอว่า พวกมึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมไทยยังไง

พวกมึงพร้อมจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ ถ้าเกิดค่านิยมเต้นเปลื้องผ้าเกิดฮิตติดลมบนในสังคมไทยขึ้นมา

ใครจะหาว่ากรูล้าหลังคลั่งชาติถ่วงความเจริญก็เรื่องของพวกมึง แต่ถ้าการมีรสนิยมด้านศิลปะในความคิดของพวกมึง

มันแปลว่ากรูต้องยอมรับการแสดงอุบาทว์ๆที่แก้ผ้าโชว์จิ๋มให้คนดูแบบนี้ กรูขอเป็นกบในกะลาต่อไปดีกว่าว่ะ

เชิญพวกคนมีรสนิยมเข้าใจศิลปะอย่างพวกมึงดูระบำแก้ผ้าอุบาทว์ๆนี่ต่อไปก็ให้หนำใจ

แต่ถ้าวันหลังลูกหลานมึงเกิดอยากเอาดีในวงการนี้มั่ง ก็อย่ามาร้องไห้คร่ำครวญทีหลังก็แล้วกันว่ะสัส!!

image

:arrow: บัตรผ่านคนนึงก็สะกิดเตือน จขกท เบาๆว่ามึงใจเย็นๆหน่อย อย่าเอาอคติของมึงมาปะปนกับเรื่องศิลปะดิวะ

หัดยอมรับมุมมองความเห็นและวัฒนธรรมของชาติอื่นบ้าง ถึงมึงจะต่อต้านการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตก

แต่มึงควรจะยอมรับความจริงกันได้แล้วว่านี่คือโลกยุคโลกาภิวัตณ์ ไม่ใช่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างที่พวกมึงมโนกันไปเอง

image

บัตรผ่านชื่อชะนีไทยไร้ที่ยืนที่เข้าข้าง จขกท อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูก็ตอบว่าไม่มีใครมโนว่า

ตอนนี้คือยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นหรอกย่ะ เพราะถ้าตอนนี้เป็นรัตนโกสินทร์ตอนต้นจริงๆ

:mrgreen: ไอ้พวกคนไทยขายชาติที่ตามตูดฝรั่งต้อยๆอย่างพวกมึงคงโดนจับไปตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรตั้งนานแล้ว

image

อมยิ้มคนนึงก็แย้งว่าคนไทยสมัยก่อนเขาก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องแก้ผ้านี่หว่า

:arrow: ยกตัวอย่างเช่นภาพฝาผนังในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น กรูเห็นเขาก็นั่งแก้ผ้าเปลือยอกกันทุกคนเลยนี่หว่า

image

:twisted: ชะนีไทยไร้ที่ยืนก็ตอกกลับไปว่าผู้หญิงไทยสมัยก่อนที่นั่งเปลือยอกมันมีแต่ชนชั้นต่ำทั้งนั้นล่ะย่ะ

ชนชั้นสูงเขาไม่เปลือยอกกันแบบนั้นหรอก อีกอย่างคนไทยยุคนั้นก็ไม่ได้เปลือยอกกันตลอดเวลา

แต่เขาเปลือยอกกันในวาระที่จำเป็นเช่นตอนอาบน้ำ คลอดลูก หรือ เวลาที่จะเย็ดกันเท่านั้นนะยะ

image

image

ภาพสาวไทยที่ฝรั่งถ่ายภาพเอาไว้ตอนมาเทีย่วไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นว่ะครับ

:evil: ไหนวะที่ว่าสาวไทยสมัยนั้นเปลือยอกเฉพาะตอนเอากันหรือตอนอาบน้ำเท่านั้น

image image image

credit : http://thaiwomantalks.com/2011/05/01/toplessness-in-thai-culture-the-mammary-truth/

:o อมยิ้มบางคนก็ค่อนขอด จขกท และคนที่เห็นด้วยว่าพวกมึงนี่มันโลกแคบจริงๆ

ทุกวันนี้โลกมันหมุนไปข้างหน้าทุกวัน แต่พวกมึงยังจะเอากะลามาครอบหัว

แล้วปิดหูปิดตาอยุ่แต่ในกะลาจริงๆเหรอวะ มึงรู้มั้ยเนี่ยว่าสมัยนี้เด็กไทยอายุ 14-15

แม่งก็ท้องป่องกันถ้วนหน้าแล้ว กะอีแค่โชว์เปลื้องผ้านิดๆหน่อยๆทำไมพวกมึงดันรับไม่ได้วะเนี่ย

image

image

ชะนีไทยไร้ที่ยืนก็ถามกลับว่าแล้วการที่พวกมึงสนับสนุนให้อี Dita มาแสดงเปลื้องผ้าในไทย

มันช่วยลดปัญหาเด็กท้องในวัยเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่วะคะ การที่พวกกรูพยายาม

:???: ปกป้องวัฒนธรรมอันดีงามของไทย มันเกี่ยวห่าอะไรกับปัญหาเด็กท้องในวัยเรียนมิทราบ

image

อมยิ้มอีกคนเสริมประเด็นนี้ว่าในเมื่อคนที่อยากดูระบำเปลื้องผ้าจนควยสั่นอย่างพวกมึง

รู้อยู่แก่ใจว่าทุกวันนี้ปัญหาท้องในวัยเรียนของไทยแม่งเข้าขั้นโคม่า แต่มันจำเป็นด้วยเหรอวะ

:o ที่พวกมึงต้องซ้ำเติมปัญหานี้ให้มันหนักยิ่งขึ้น โดยสนับสนุนระบำเปลื้องผ้าให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

image

:???: ฝ่ายที่เห็นต่างกับ จขกท และลูกหาบก็แย้งว่าคนที่ซื้อตั๋วราคาแพงเข้าไปดูการแสดงของ Dita

เขาก็ซื้อตั๋วเข้าไปเสพงานศิลป์กันทั้งนั้น มึงคิดว่ามีใครซื้อตั๋วราคาแพงระยับ

เข้าไปดูการแสดงของเธอว์เพื่อชักว่าวแกล้มระบำด้วยเหรอวะ วันนี้กรูเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยว่ะ

ว่าทำไมเว็บไซท์อื่นๆเขาถึงได้ขนานนามเว็บพันทิปว่าสังคมโลกสวย

พวกมึงไม่เข้าใจเหรอวะว่ามนุษยชาติประกอบด้วยหลายชนชาติ หลายเผ่าพันธ์

และแต่ละชนชาติก็มีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกันไป มึงจะมาบังคับให้ชาตอื่นๆ

เขามีค่านิยมเหมือนกับพวกคลั่งวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยอย่างพวกมึงได้ไง

พวกมึงอย่ามาโมเมหาว่าคนที่มองการแสดงของ Dita เป็นศิลปะว่าเป็นพวกที่บ่อนทำลายศีลธรรมของสังคมไทยสิวะ

image

อีกอย่างการแสดงของ Dita เขาก็จัดเป็นที่เป็นทางในสถานที่ของเขา แถมค่าตั๋วก็แพงฉิบหาย

คงไม่มีพ่อแม่คนไหนเสียเงินแพงๆเพื่อจูงลูกเข้าไปดูการแสดงของเธอหรอกว่ะ

คนที่ลงทุนควักกระเป๋าซื้อตั๋วเข้าชมการแสดงของเธอได้ ก็ต้องเป็นคนที่สนใจการแสดงประเภทนี้จริงๆจังๆเท่านั้น

ส่วนไอ้พวกผู้ชายขี้เงี่ยนทั้งหลาย ก็คงไม่มาดูโชว์ของ Dita เพื่อแก้เงี่ยนหรอกว่ะ เพราะตั๋วแม่งแพงฉิบหาย

มิหนำซ้ำยังมีตัวเลือกที่ราคาถูกกว่าเช่นลงอ่างหรือนวดกระปู๋ที่สนนราคาไม่กี่บาท แล้วเขาจะมาดูโชว์นี้ทำไมวะ

ดังนั้นกรูคิดว่า Dita เขามีสิทธิที่จะจัดการการแสดงในไทยทุกประการว่ะ แต่ถ้าพวกมึงยังยืนกรานว่า

การแสดงของ Dita มันต่ำช้าหยาบโลนไม่เหมาะกับประเทศที่มีศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามเช่นประเทศไทย

กรูก็ขอเชิญให้พวกมึงช่วยกันหิ้วน้ำมันก๊าดคนละลิตร ล้านคนก็ล้านลิตร

:evil: แล้วเอาไปเผาอาบอบนวดที่มีอยู่กราดเกลื่อนทั่วกรุงเทพให้เป็นจุลให้หมดเลยสัส

image

จากนัน้ทั้งสองฝ่ายก็เถียงกันไปมาว่าการแสดงของ Dita มันเหมาะสมกับประเทศที่มี

ศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามเช่นประเทศไทยหรือไม่ ตั้งแต่เขียนดราม่ามา

แอดมินจำไม่ได้แล้วว่ากรูพิมพ์คำว่า “ศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงาม” มากี่ร้อยหนแล้ว

:cool: เอียนคำนี้ฉิบหายเลยว่ะ ขอตัวไปอ้วกเอาศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามลงชักโครกแป้บ….

tumblr_mbfy4rpCBL1rndrth

อาห์ มาว่ากันต่อดีกว่า แอดมินอ่านความเห็นของคนไทยผู้เปี่ยมล้นไปด้วยจริยธรรมและศีลธรรมอันดีงามในกระทู้นี้แล้ว

สงสัยจังว่าถ้าไอ้พวกนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ และได้เห็นงานศิลปะระดับโลก อย่าง เดวิด ของมิเกลันเจโล

หรือ รูปปั้นวีนัส (Venus de Milo ) ไอ้พวกนี้มันจะหยิบค้อนปอนด์ไปทุบงานประติมากรรมเหล่านี้

:grin: ในข้อหาเป็นภัยต่อศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของสังคมไทยรึเปล่าวะเนี่ย

image image

credit : http://en.wikipedia.org/wiki/Venus_de_Milo

http://en.wikipedia.org/wiki/David_(Michelangelo)

แอดมินว่าเรื่องของวัฒนธรรมเนี่ย เราไม่ควรจะปล่อยให้คนไทยแค่ไม่กี่คน

มาตัดสินแทนคนไทยทั้งประเทศว่า ศิลปะ วัฒนธรรม  ที่คนไทยสมควรเสพมันควรจะเป็นแบบไหน

เพราะมึงไม่สามารถปิดกั้นไม่ให้คนไทยรับวัฒนธรรมต่างๆที่มีอยู่ทั่วโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ได้หรอกว่ะ ไม่ว่าจะปิดกั้นยังไง

แต่ถ้าสื่อเช่นโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ทเข้าถึง เขาก็หาทางเสพวัฒนธรรมอื่นได้อยู่ดี มีหนทางเดียวที่ทำได้คือ

ปิดประเทศ เซ็นเซอร์สื่อ ปิดกั้นช่องทางแสดงความเห็นอย่างเสรีในเน็ทแบบเกาหลีเหนือแม่งเลย

ดังนั้นในเมื่อไม่มีทางปิดกั้นได้ ก็ต้องปล่อยให้วัฒนธรรมต่างๆแพร่เข้ามาตามหนทางของมัน

ถ้าสมมุติว่าวัฒนธรรมไทยจะเสื่อมสูญ เพียงเพราะคนไทยรับวัฒนธรรมอื่นๆเข้ามาอยู่ในสังคมไทย

สาเหตุที่วัฒธรรมไทยจะเสื่อมสูญนั้น ก็คงไม่ได้เป็นเพราะวัฒนธรรมต่างชาติมันมีเสน่ห์เย้ายวนใจน่าหลงไหล

:lol: แต่เป็นเพราะวัฒนธรรมไทยต่างหากที่อ่อนแอ อ่อนยวบยาบราวกับมะเขือเผาต่างหาก

ถ้าไม่อยากให้วัฒนธรรมไทยโดนกลืน แทนที่จะไปปิดกั้นให้คนไทยอยู่ในกะลาทั้งปีทั้งชาติ

สู้ไปทำให้วัฒนธรรมไทยของเราเข้มแข็งพอที่จะแข่งขันในตลาดโลกได้เหมือนวัฒนธรรมชาติอื่นๆไม่ดีกว่าเหรอวะครับ

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? การแสดงของ Dita จะทำให้สังคมไทยที่มีระบำจ้ำบ๊ะอยู่ตามสถานเริงรมณ์

มีโชว์พ่นปิงปองที่ฝรั่งเห็นแล้วต้องตาค้าง มีอ่างอบนวดที่ติดป้ายว่าห้ามขายประเวณี

มีเด็ก ม.ต้นที่อัพคลิปสวิงกิ้งเกลื่อนเน็ท มีนักศึกษาที่รับจ๊อบเป็นเด็กร้านนวดปู๋เป็นร้อยเป็นพัน

มีระดับของจริยธรรมและศีลธรรมอันดีงามลดน้อยถอยลงไปจากปัจจุบันหรือไม่?

;-) พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!

เดี๋ยวนี้สังคมไทยยกย่อง “ระบำเปลื้องผ้า” ให้เป็นศิลปะชั้นสูงแล้วหรือ?

http://www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C12951260/C12951260.html

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Ads  photo banner200sell_zps244b34f7.jpg
 photo Ads
 
Comments
CAMEL best QUALITY
101

มันเคยทำงานศิลปะเปล่าวะ มึงเป็นใครวะ เก่งขนาดไหน รูดีขนาดไหน มาบอกว่าอันไหนเป็นศิลปะอันไหนเป็นขยะ น้ำหน้าอย่างมึงน่ะ เผลอๆไม่ได้ดูโขนดูลิเกเพราะชื่นชมด้วยซ้ำ มึงดูเพราะมึงจะสร้างไอคอนของตัวเองให้เป็น คนไทยรักศิลปะไทยรึเปล่าก็ไม่รู้

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 76 Thumb down 4
102

วัฒนธรรม เพีย เพี่ย เพี้ย เพี๊ย เพลีย :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 3
เหอ เหอ
103

ไม่แน่ว่า จขกท. ตาก็ดู “แรงเงา” มือก็พิมพ์ตอบกระทู้อยู่ ก็เป็นด้ายยยยยย……..

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 39 Thumb down 1
104

peaw wrote:

ที่พวกฝรั่งจัญไร ทำคลิปล้อเลียนนายกพ่นปิงปอง ไอ้จขกท ไม่ไปด่าล่ะ
มาด่าอะไรไร้สาระแบบนี้ คิดวิเคราะห์แยกแยะเป็นมั้ย
ระหว่างนายกถูกทำให้เสื่อมเสีย กับมีฝรั่งมาแสดงระบำศิลปะ

ตกลงพ่นปิงปองมันแปลว่าอะไรวะ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 33 Thumb down 1
105

กุรู้สึกว่า่ มันก็อารมณ์เดียวกับศิลปะอย่าง “ภาพวาดเปลือย ”
ต่างกันตรงขยับได้เท่านั้นเอง

:cry: :cry: :cry: :cry:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 24 Thumb down 0
106

กุไม่ขอเรียกพวกนี้ว่าโลกสวยหรือโลกอุดมคติห่าอะไรหรอก แม่งก็แค่ไอ้พวกขี้ป็อดกลัวความเปลี่ยนแปลง

พวกโลกสวยคือพวกมองโลกเป็นอุดมคติสวยงาม ทุกคนเป็นคนดีมีจริยธรรมต่อกัน ทุกคนมีมิตรไมตรีต่่อกัน ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับเรื่องศิลปะ เมืองพุทธ หรือการโชว์นมเลย ไอ้พวกนี้มันคือพวกที่ต้องการให้วัฒนธรรมไทยเหมือนสมัยที่แม่งอยู่ทุกอย่าง แต่ไม่รู้จะอ้างห่าอะไรขึ้นมาพูด จะอ้างสมัยก่อน อ้าว สมัยก่อนเสือกเปลือยอก จะอ้างเรื่องความถ่อย อ้าว แม่งเสือกทำมาซะหรูไฮคลาส กุไม่รู้จะอ้างอะไร อ้างวัฒนธรรมละกัน

กับไอ้พวกนี้ถ้ามึงไปบอกมันว่าวัฒนธรรมไทยจริงๆ แม่งมันเกิดมาเปลือยอก มันจะเกิดอาการช็อตครับ เพราะมันเข้าใจว่าโลกเกิดพร้อมมัน โลกเริ่มต้นตอนมันเกิด โลกหมุนรอบตัวมัน แล้วยุคสมัยที่มันเกิดมาใหม่ๆ คือยุคสมัยที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ อะไรที่อยู่ในสมัยนั้น ทั้งกลอนสี่ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ทั้งดนตรี คือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ คือมึงไม่ได้มองห่าอะไรไปถึงอุดมคติหรือศีลธรรม หรือความสงบสุขของบ้านเมืองหรอก มึงก็แค่กลัวว่าถ้าโลกมันเปลี่ยนมึงจะไม่คุ้น แค่นั้นแหละ อย่าอ้างเลย

คนโลกสวยจริงๆ มองอุดมคติจริงๆ น่ะ มันจะมองว่าต่อให้เปลือยอกแต่งตัวยังไงไปก็ไม่ข่มขืนกันหรอก คนทุกคนเป็นคนดียับยั้งชั่งใจได้ คนมองโลกอุดมคติน่ะจะมองว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปยังไง ไม่ยึดติดกับเรื่องโบราณ มองแต่อุดมคติเท่านั้น ส่วนไอ้พวกที่ออกมาเย้วๆ กันในกระทู้นี้อ่ะ มันไม่ได้คิดถึงอุดมคติ ความสงบสุข หรือความสวยงามของโลกหรอก มันก็แค่คิดว่า “กุอยากให้โลกเป็นเหมือนสมัยกุเกิดใหม่ๆ” แค่นั้นจริงๆ ไม่ว่าโลกสมัยนั้นจะดีหรือไม่ดี มีไรควรตัดทิ้ง มีไรแย่ มีไรดี มันไม่สน มันสนแค่มันคุ้นเคยแล้วสบายใจกับโลกสมัยก่อน เท่านั้นเองจริงๆ

อย่าใช้คำว่า “โลกสวย” กับพวกนี้ มันดีเกินไป โลกสวยควรสงวนให้คนที่มองโลกดีเกินไป ไม่ใช่มีไว้ใช้กับคนที่แค่ต้องการแช่แข็งโลกโดยไม่สนใจความสวยงามอุดมคติห่าเหวอะไรใดๆ แค่เห็นแก่ตัวอยากอยู่ในโลกในกฎที่ตัวเองถนัดเท่านั้นเอง

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 170 Thumb down 2
หมอกี๊ด ๆ ๆ กี๊ ๆ ๆ
107

จริต…ทำให้คนคิดไม่เหมือนกัน…

:arrow:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
ของเหลวสีขาวขุ่น
108

ตรรกะแบบไอ้ จขกท นี่แหละคือหนึ่งในคุณสมบัติถุงมือช้าง

ทำไมคนพรรค์นี้มันชอบคิดว่าใครๆต้องคิดเหมือนมันอยู่ตลอดวะ “กูจะเอาแบบนี้ พวกมึงก็ต้องคิดเหมือนกูเพราะกูพอใจว่ะ ใครคิด
ไม่เหมือนกู แม่งชั่ว แม่งเลวต้องตัดหัวเสียบประจานแล้วเอาศพไปฝังนอกประเทศไทยอันสวยงามของกู”

กูว่ามึงบ้าแล้วว่ะ ดูละครหลังข่าวจนสมองกลายเป็นโกโก้ครั้นไปหมด

อีกอย่างที่กูสงสัยมานานคือแม่งทำไมแม่งชอบอ้างคำว่าเมืองพุทธจังวะ แม่งไม่รู้จริงๆเหรอวะว่าประเทศไทยมันไม่ใช่เมืองพุทธมาตั้ง
นานแล้ว กูล่ะขำชิบหายพุทธเหี้ยไรแม่งไหว้ผีไหว้เทพไหว้เจลลดไข้ เห็ดงอกเป็นรูปมือยันพีระมิดจานบินก็ไหว้ แล้วเสือกกล้าพูดอีก
ว่าเป็นศูนย์กลางพุทธ กูว่าถ้าจะมีประเทศที่ควรจะได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางพุทธจริงๆประเทศนั้นน่าจะเป็นทิเบตมากกว่า

ส่วนประเด็นเรื่องศิลปะ เอาเข้าจริงๆกูว่ามันหมดความชอบธรรมที่จะตัดสินว่าอะไรศิลป์ไม่ศิลป์ตั้งแต่มันพูดคำว่าเป็นศิลปะชั้นต่ำแล้วว่ะ
ศิลปะก็คือศิลปะ มันมีชั้นสูงชั้นต่ำที่ไหนวะ ถ้ามันอนาจารจริงกูว่ามันโดนเก็บไปตั้งแต่อยู่บ้านเมืองมันแล้ว ไม่ต้องรอให้มาไทยหรอก
แม่งรู้เลยไอ้ จขกท นี่แม่งไม่ได้รู้เหี้ยไรเกี่ยวกับศิลปะซักนิด ก็แค่อยากโชว์ศีลธรรมหลังคีย์บอร์ดมากกว่า แถมเสือกไปว่าคนสมัยก่อน
ที่เปลือยอกว่าเป็นคนชั้นต่ำอีก กูอยากรู้จริงๆว่าอะไรทำให้คนพวกนี้คิดว่าตนเองมีสิทธิตัดสินความสูงต่ำให้กับคนอื่น

สัด กูละเซ็งกับไอ้คนเมืองพุทธพวกนี้จริงๆ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 112 Thumb down 2
109

ไอ้ห่าน ถ้าจะมีใครไปดูเพราะเงี่ยน เปิด AV เล่นว่าวอยู่บ้านดีกว่าครับ
อีกอย่างโชว์เปลื้องผ้าเต้นด้วยท่วงท่าศิลปะเนี่ย มันยังดูดีกว่าท่าเต้นยั่วบางที่ในไทยเยอะ
อย่าหลับหูหลับตานึกเอาเองว่าวัฒนธรรมของเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
มันเปลี่ยนมาตั้งนานแล้วล่ะ แค่หลายๆคนยังไม่ยอมรับมันแค่นั้นเอง

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 32 Thumb down 0
110

เคยอ่านมาจากไหนซักที่จำไม่ไ่ด้ละ เป็นตลกร้ายของฝรั่ง เค้าว่ากันว่า

“สมัยที่พระเจ้าสร้างโลกขึ้นมา พระเจ้าก็หยิบเอาของดี ทรัพยากรธรรมชาติ หย่อนลงแต่ละประเทศ ประเทศละอย่าง2อย่างก็ว่ากันไป พอมาถึงประเทศไทย พระเจ้าสะดุดเขา(เทือกเขาอะไรลืมไปแล้ว) ทำให้ของดีที่อยู่ในมือหล่นลงประเทศไทยซะเกือบหมด ประเทศอื่นๆก็แย้งขึ้นมาว่าพระเจ้าลำเอียง พระเจ้าเลยสร้างคนไทยขึ้นมาเพื่อทำลายสิ่งดีๆ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติซะ ประเทศอื่นๆจะได้หมดปัญหา(แค่หยิบคืนขึ้นมามันยากนักหนาเหรอวะ)”

แรกๆก็รู้สึกว่าเหมือนมันดูถูกคนไทยชิบหาย แต่มาระยะหลังๆ แม่งเริ่มรู้สึกว่ามันเปรียบเทียบได้ถูกจริงๆ ไม่ไ่ด้อยากจะดูถูกชาติพันธุ์ตัวเองอ่ะนะ แต่ มันจนปัญญาจะแก้ตัวแทน จะปิดหูปิดตาหรือดัดจริตแบบคนอื่นเค้าก็ทำไม่เป็นว่ะ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 97 Thumb down 0
111

:cool: กูเคยห้ามวัฒนธรรมต่างชาติไม่ให้เข้ามา ใด้ด้วยหรอวะ ทุกวันนี้กูจะออกเป็นเกาหลี แล้ว สัส

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 11 Thumb down 0
112

บอกแล้วว่าศิลปะน่ะมันอยู่ที่การตีความ+รสนิยมส่วนตัวของผู้เสพ จะเอารสนิยมก็ตัวเองมาตัดสินว่าอะไรคือขยะ อะไรคือศิลปะไม่ได้หรอก

อีกฟากหนึ่งของโลก อาจจะมีคนที่คือว่าไอ้พุดร้องเพลงเพราะกว่าพอล แมคคาร์ทนีย์ หรือ วิทนีย์ ฮุสตันก็ได้ :smile:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 0
113

พวกที่บอกว่าเมืองไทยเมืองพุทธๆ เมืองพุทธมันมีอะไรดีกว่าเมืองศาสนาอื่นวะ จริยธรรมเหรอมึงแน่ใจเหรอ กูว่านี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการเหยียดชนชาติอื่นแล้วยกหางตัวเองของคนไทย ถ้าจะมีอะไรที่คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ กูว่าการหลอกตัวเองนี่แหละวะคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 62 Thumb down 1
114

วัฒนธรรมไม่ได้อ่อนแอ คนต่างหากที่จิตใจอ่อนแอ คิดแต่ด้านมืดด้านลบ :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 0
บร๊ะเจ้า
115

สงสัยอยู่อย่าง
สมมติถ้ามีคนไทยเอาไปแสดงใน Thai got talent
คนไทยด้วยกันเองจะมองว่าเป็น ศิลปะ หรือ อนาจาร หว่า ???

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 1
116

เสื้อผ้าที่เอ็งใส่ คอมที่เอ็งใช้ โทรศัพท์ที่เอ็งโทร ทีวีที่เอ็งดู รถที่เอ็งขับ. ก็ของต่างชาติออกแบบทั้งนั้น อย่ามาซึนโลกสวยเอ๊ย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
117

มันดูเป็นการแสดงศิลปะมากกว่าการเอานมวาดภาพของไทยว่ะ :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 17 Thumb down 0
118

เบื่อพวกโลกสวยจริงๆวะ

ว่ากันตรงๆ ถ้าเด็กมันจะเอาอย่างนะมีเยอะแยะ หมออ่างงี้ รายได้สูงโครต ไซน์ไลน์งี้เลียนแบบเพื่อนหรือมีคนชวนทำ ฯลฯ

จะมีซะกี่คนวะ คิดว่าระบำเปลืองผ้าเงินดี?

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
119

แล้วแบบนี้พวกเพลงของ จ๊ะคันหู มันจะบอกว่าอะไรหว่า :smile: :smile: :smile:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
120

… ผมอยากดูนม … ผมว่าเป็นศิลปะ … ผมให้ผ่านครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
กุผิดปกติป่ะวะ
121

บอกตรงๆ กุดูแล้วของกุขึ้นว่ะ :roll:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 7
122

ดูคลิปแล้วพบว่า กรูไม่เข้าใจว่ะ น่าเบื่อฉิบ ไม่ใช่ทางกรูลาก่อน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
123

This is it:
November 26, 2012 at 2:42 am 106

กุไม่ขอเรียกพวกนี้ว่าโลกสวยหรือโลกอุดมคติห่าอะไรหรอก แม่งก็แค่ไอ้พวกขี้ป็อดกลัวความเปลี่ยนแปลง

พวกโลกสวยคือพวกมองโลกเป็นอุดมคติสวยงาม ทุกคนเป็นคนดีมีจริยธรรมต่อกัน ทุกคนมีมิตรไมตรีต่่อกัน ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับเรื่องศิลปะ เมืองพุทธ หรือการโชว์นมเลย ไอ้พวกนี้มันคือพวกที่ต้องการให้วัฒนธรรมไทยเหมือนสมัยที่แม่งอยู่ทุกอย่าง แต่ไม่รู้จะอ้างห่าอะไรขึ้นมาพูด จะอ้างสมัยก่อน อ้าว สมัยก่อนเสือกเปลือยอก จะอ้างเรื่องความถ่อย อ้าว แม่งเสือกทำมาซะหรูไฮคลาส กุไม่รู้จะอ้างอะไร อ้างวัฒนธรรมละกัน

กับไอ้พวกนี้ถ้ามึงไปบอกมันว่าวัฒนธรรมไทยจริงๆ แม่งมันเกิดมาเปลือยอก มันจะเกิดอาการช็อตครับ เพราะมันเข้าใจว่าโลกเกิดพร้อมมัน โลกเริ่มต้นตอนมันเกิด โลกหมุนรอบตัวมัน แล้วยุคสมัยที่มันเกิดมาใหม่ๆ คือยุคสมัยที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ อะไรที่อยู่ในสมัยนั้น ทั้งกลอนสี่ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ทั้งดนตรี คือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ คือมึงไม่ได้มองห่าอะไรไปถึงอุดมคติหรือศีลธรรม หรือความสงบสุขของบ้านเมืองหรอก มึงก็แค่กลัวว่าถ้าโลกมันเปลี่ยนมึงจะไม่คุ้น แค่นั้นแหละ อย่าอ้างเลย

คนโลกสวยจริงๆ มองอุดมคติจริงๆ น่ะ มันจะมองว่าต่อให้เปลือยอกแต่งตัวยังไงไปก็ไม่ข่มขืนกันหรอก คนทุกคนเป็นคนดียับยั้งชั่งใจได้ คนมองโลกอุดมคติน่ะจะมองว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปยังไง ไม่ยึดติดกับเรื่องโบราณ มองแต่อุดมคติเท่านั้น ส่วนไอ้พวกที่ออกมาเย้วๆ กันในกระทู้นี้อ่ะ มันไม่ได้คิดถึงอุดมคติ ความสงบสุข หรือความสวยงามของโลกหรอก มันก็แค่คิดว่า “กุอยากให้โลกเป็นเหมือนสมัยกุเกิดใหม่ๆ” แค่นั้นจริงๆ ไม่ว่าโลกสมัยนั้นจะดีหรือไม่ดี มีไรควรตัดทิ้ง มีไรแย่ มีไรดี มันไม่สน มันสนแค่มันคุ้นเคยแล้วสบายใจกับโลกสมัยก่อน เท่านั้นเองจริงๆ

อย่าใช้คำว่า “โลกสวย” กับพวกนี้ มันดีเกินไป โลกสวยควรสงวนให้คนที่มองโลกดีเกินไป ไม่ใช่มีไว้ใช้กับคนที่แค่ต้องการแช่แข็งโลกโดยไม่สนใจความสวยงามอุดมคติห่าเหวอะไรใดๆ แค่เห็นแก่ตัวอยากอยู่ในโลกในกฎที่ตัวเองถนัดเท่านั้นเอง

เห็นด้วยอย่างแรงครับเปลี่ยนจากเรียกพวกโลกสวยเป็นพวกโลกนิ่งดีกว่าไหมนี่ :twisted: :twisted: :twisted:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 2
124

ศิลปะกับอนาจารมันมีแค่เส้นศีลธรรมบางๆคั่นไว้ แต่ไม่ใช่จะแยกไม่ออกซะทีเดียว ส่วนตัวกรูดูภาพนู๊ดเพราะดูรูปร่างกล้ามเนื้อองค์ประกอบของร่างกายท่าทาง กรูดูหนังโป๊เพื่อชักว่าว 2อย่างนี้เกือบจะเหมือนกันแต่ต่างกันที่องค์ประกอบของการสื่อสาร แต่บางคนแยกไม่ออกระหว่างศิลปะกับอนาจารเห็นมันแก้ผ้าเหมือนกันมันโป๊เหมือนกันมันต้องเป็นอย่างเดียวกัน บางครั้งก็น่าสงสารคนพวกนี้นะถ้าเขาเป็นแบบนี้จริงๆเหมือนกับเป็นพวกเสพบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้อยู่รอดเท่านั้นกินข้าวแค่ให้อิ่มไม่เคยรู้รสเลยว่าถ้าตั้งใจเคี้ยวไปสักพักข้าวมันจะมีรสหวาน แต่สำหรับบางคนที่รู้เปรี้ยวรู้หวานแต่ดัดจริตพวกนี้น่าหมั่นใส้ เหมือนกับพึ่งจะชักว่าวเสร็จแล้วบอกคนอื่นว่าหนังโป๊เป็นสิ่งไม่ดียังไงยังงั้น

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 0
ปลาทูถาก
125

ยิงปิงปองคืออะไร บอกหนูทีเถอะ สงสัยมานานละ ขอแบบอธิบายละเอียดยิบๆนะ

ปล.ถึงจะเป็นเด็กก็มีหัวคิดว่ะ ไม่จำเป็นต้องโตแล้วคิดอะไรถูกหมด แม่ง กูดูหนังโป๊ แต่กูไม่ได้ทำตามละกัน ไอ้ซั้ซ :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
แฟนคลับจ่า
126

กรูขอแตกประเด็นหน่อยนะ คือกรูคิดเหมือนจ่า คือว่า Dita เนี่ย ไม่ใช่ระบำอนาจารอะไรหรอก

แต่กรูสงสัยว่าทีไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนท์ ชาวพันดริฟก็ด่าเอาๆ กรูล่ะงง มาตรฐานของชาวพันดริฟที่อยู่ตรงไหนวะ :evil: :evil: :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
127

งานนี้เฉยๆกับการแสดงอ่ะครับ สวยดีนะ เป็นอาร์ตมาก และก็ไม่ปลุกอารมณ์ด้วย :|

หรือตรูไม่สนสาวฝรั่งหว่า :twisted:

ใครจะดูก็ดูได้เนอะ ผมคงไม่ไปดูหรอก เพราะไม่ได้มีรสนิยมศิลปะแบบนี้

แต่พวกที่บอกว่า “กรี๊ด รับไม่ได้เคอะ นี่มันกระหรี่แดนซ์ชัดๆ” :shock:

ขออัญเชิญไปทัวร์พัทยาซักปีนึงนะฮัพ จะได้รู้ว์ว่ากระหรี่แดนซ์ของจริงเป็นอย่างไร :cool:

ปล. ผมไม่เคยไปอ่ะแต่เคยเห็นพวกวีดีโอคลิปแล้วเออ ต่างกับงานนี้ลิบลับ :evil: :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 0
128

สวยอ่ะ ดูแล้วรู้สึกถึงอารมณ์ของนักแสดงที่แสดงความรู้สึกของเพลงออกมาได้อย่างเต็มที่ (แหม เพลง the guy who takes his time นะยะ ไม่ใช่บางระจัน) ก็ดู sensual ดีออก สื่อนัยยะว่าทำไมคนร้องถึงรู้สึกว่าผู้ชายที่ช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าผู้ชายตุ้งแช่เยอะ ออกแนว sexual นิดๆ แต่ไม่อนาจารอ่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 0
129

….ใช่….. สิ่งใดเมื่อมันกลายเป็นของ “ธรรมดา” ในสังคมแล้ว….. มันก็จะกลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ไปในที่สุด….

….แล้วมานั่งเฝ้า นั่งบ่นเหม็นกลิ่นน้ำเสียหน้าหมู่บ้าน ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เห็นว่าการทิ้งขยะลงคลองหน้าหมู่บ้าน นั้น เป็นเรื่อง “ธรรมดา” แท้ๆ ….

….เรากำลังก้าวสู่อนาคต…… แต่อนาคตแบบใดละ? ที่เรากำลังก้าวไปหา…… ทั้งที่ทิศทาง และสิ่งซึ่งกำลังก้าวไปนั้น….. ก็คือขาของ “พวกเรา” เอง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 6
130

รูปผู้หญิงไทยสมัยก่อนคนแรก
.
เป็นชนชั้นสูงไม่น้อย
.
เพราะถ่ายรูปปอเตรทแล้วมีโ๊ต๊ะมีผ้า มีของวางอยู่บนโต๊ะ
.
ไม่ใช่ชนชั้นล่างหรือชั้นต่ำแต่อย่างใด

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 36 Thumb down 0
น้องม.ปลายฉีดเปปทีนเข้าเส้นเลือด
131

กะลา… กะลาเต็มพันทิพย์เลย :evil: :evil: :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
132

:???: :???: :???: :???: มึงคิดว่าฝรั่งแต่งโป้ คนไทยแต่งมิดชิดหรอว่ะ

กูว่าจริงๆแล้วเราเพิ่งจะมีวัฒนธรรมรักนวลสงวนตัว ก็ตอนที่ล่าอนานิคมนี้แหละว่ะ เราต้องเปลี่ยนให้คิดแบบฝรั่ง
แต่ของไทยแท้ๆมึงไปศึกษาพงศาวดาร(ที่ประวัติศาสตร์ชาติไทย แม่งมีคนเขียนแค่คนเดียว) ว่าสมัยก่อนนี้สลับคู่นอนกันให้มันส์

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 17 Thumb down 0
133

กับร่างกายที่เกิดมาโดยธรรมชาติสภาพ คนที่กระแดะรับไม่ได้กับความงามของรูปลักษณ์ที่แท้จริงอันเป็นผลจากวิวัฒนาการ ศิลปะต่อคนพวกนี้ก็คือมายาคติอันไร้ความจีรัง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 2
134

ให้กรูตอบจากใจเลยนะ ดราม่านี้
- การแสดงต่างกับจ้ำบ๊ะยังไง? กรูก็ไม่รุ้ว่ะ เพราะกรูไม่เคยดูจ้ำบ๊ะ แต่ให้กรูว่า มันเป็นศิลปะหรือเปล่า กรูก็ว่าไม่รุ้เหมือนกันว่ะ กรูดูแล้วไม่เข้าใจว่ามันสื่ออะไร สะท้อนอะไร เสียดสีอะไร ทำเพื่ออะไร ทำให้คนเต้นเป็นศิลปินยังไง เพราะมันก็คล้ายๆกับที่กรูดูในหนัง แล้วมีตัวละครชายอ้างปากค้างและสื่อไปในทางนั้นมากกว่า ตกลงมันคืออะไรกันแน่วะ จะบอกว่าศิลปะ…ส่วนตัวกรูว่ามันใช่เหรอวะ????
แบบนี้มันก็คงตามที่ว่า ใครอยากจะอ้างว่าศิลปะก็อ้างได้ ใครจะอ้างอนาจารก็อ้างได้เหมือนกันน่ะเด่ะ

- เด็กท้องรับได้ แต่โชว์แค่นี้รับไม่ได้
คนพิมพ์ออกมาเนี่ย รู้ได้ไงว่า คนที่เขาต่อต้านโชว์นี้รับเรื่องเด็กท้องได้วะ??? กรูถามแบบตัวๆเลยนะ นี่มันเป็นการจับแพะชนแกะ หาเหตุผลอะไรไม่รู้มาอ้าง และเป็นการเอาเรื่องการเหยียดหยามมาเป็นปิดปากคนอื่น ถ้ามีคนออกมารับไม่ได้เรื่องเด็กท้องก็คงโดนเหล่าคนโลกสวย โลกสกปรก (กรูยกทั้งสองอย่างแหล่ะ เพราะแม่งเริ่มไม่เข้าใจนิยามคำนี้ว่ะ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ชี้นิ้วด่ากัน ทั้งที่มันก็เข้าตัวเองทั้งนั้น) โจมตีว่า นี่คือความจริงของสังคมต้องรับให้ได้ คือมรึงบังคับให้คนอื่นรับได้ แล้วเอามาอ้าง กรูว่าแบบไหนกันแน่ว่ะ ที่คือเกาหลีเหนือเนี่ย คนคิดต่างกับตัวเอง จะไม่ได้เกิดเพราะอะไรกันแน่???

จะหาว่ากรูเป็นพวกหยุดวัฒนธรรมก็ได้นะ เพราะกรูงงไปหมดแล้วว่ะ ว่าอะไรคือศิลปะไม่เป็นศิลปะ และกรูคงโดนพวกมรึงยำตีน หาว่าทำให้ประเทศหยุดพัฒนา
ซึ่งส่วนตัวกรูนะ การเอาของพวกนี้เข้ามาแสดง กรูเฉยๆมาก ใครอยากดูก็ดูไป แต่ไอ้การจะบังคับให้ทุกคนคิดว่านี่คือศิลปะ พวกมรึงต้องยอมรับกรูว่า “เว่อร์” ว่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 11 Thumb down 3
135

จขกท. มันใช้ทีวี ธานินทธ์หรือเปล่า วะ ?
มือถือของต่างชาติมันก็คงไม่ใช้ ใช้โทรศัพท์ตู้หยอดเหรียญแน่ๆ

แม่งชาตินิยม สร้างภาพว่าตัวเองรักวัฒนธรรมไทยโคตรๆ

อยากรู้ว่ามันแต่งบทร้อยกรอง แต่งกาพย์ญานี 11 ทุกวันหรือเปล่า ?
หรือแม่งใช้ใบตองรองข้าวกินทุกมื้อ ? ใช้กะลาตักน้ำอาบจากตุ่มมังกร

ตอนนี้ วัฒนธรรมฝรั่ง อย่าง การใช้ช้อนส้อม , ตะเกียบ , การนั่งเก้าอี้ นั่งโต๊ะ นอนเตียง , นั่งขี้บนชักโครก , ใส่รองเท้าหนัง สวมเสื้อเชิ๊ต ฯลฯ มันของต่างชาติล้วนๆ ก็น่าจะปฏิเสธให้หมด กลับมาใช้ชีวิตคนไท้ คนไทย ให้สมใจอยากมัน

กูว่า คงจะต้องนุ่งโจงกระเบน ทำนา กินปลาย่างทุกมื้อ เก็บผักมาต้มกินกับหม้อดิน

เนี่ยแหละ วัฒนธรรมไทยแท้ๆ ตั้งแต่โบราณจนถึง ร.5 เค้า ปฏิวัติวัฒนธรรมนั่นแหละ คนไทยถึงค่อยใส่เสื้อผ้ากัน ปรกติแม่งใส่กันซะที่ไหน ใส่กันเฉพาะคนรวยโคตรๆ เท่านั้นแหละ คนไทยเดิม แม่งก็เดิน topless เต้านมยานกันทุกคน ตีนเปล่าอีก

ถุย…วัฒนธรรมฝรั่งเค้ามาเปิดแสดง คนสนใจดู แม่งก็ระดับไฮโซทั้งนั้น ห่า…เค้าไม่ได้เปิดฉายตอนสองทุ่มทางฟรีทีวีนะสัส…..

ถ้าแม่งไปนั่งค้นจริงๆ วัฒนธรรมไทย แม่งเพิ่งจะมาเมคกันตอน สมัย ร.4 – ร.5 นี่เอง ทั้งโขน ลิเก ลำตัด แหล่ ฉ่อย ฯลฯ เพิ่งมาทั้งนั้น
เทียบอะไรกับวัฒนธรรมฝรั่ง มันมีมาเป็นพันปีแล้ว เสือกไปดูแคลว่ามันอนาจาร

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 34 Thumb down 1
136

Mafiya wrote:

peaw wrote:
ที่พวกฝรั่งจัญไร ทำคลิปล้อเลียนนายกพ่นปิงปอง ไอ้จขกท ไม่ไปด่าล่ะ
มาด่าอะไรไร้สาระแบบนี้ คิดวิเคราะห์แยกแยะเป็นมั้ย
ระหว่างนายกถูกทำให้เสื่อมเสีย กับมีฝรั่งมาแสดงระบำศิลปะ

ตกลงพ่นปิงปองมันแปลว่าอะไรวะ

:shock: :shock: แม้ง ลองgoogle คำว่าพ่นปิงปองดิ :shock: :shock: :shock:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
137

ถ้าการที่เจ๊คนนั้นมาแสดงที่ไทยแล้วทำให้ลูกหลานเราเลียนแบบ
….. มันเป็นการดูถูกทางอ้อม ว่าลูกหลานประเทศที่เจ๊คนนั้นไปแสดง เลียนแบบระบำเปลืองผ้ากันหมดแล้ว
หรือ ประเทศของเจ๊คนนั้นผู้หญิงมีแต่นักระบำเปลืองผ้า หรือ….
ลูกหลานประเทศไทยไร้สมอง ไร้ความคิด วิจารณญาณ สิ่งถูกผิดวะ :o :o
ไม่เข้าใจศีลธรรม วัฒนธรรมดีงาม ในความคิดของ จขกท.เลย
มันเคยเข้าไปศึกษาจิตรกรรมฝาพนังของไทยบ้างมั้ย
รวมถึงเรื่องที่ผู้หญิงสมัยก่อนโชว์นม มันเรื่องปกติ
ทำไมกรูคุ้นๆว่า ที่เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าทั้งตัวเป็นเพราะคนไทยจะทำตามฝรั่งให้ดูมีอารยธรรมขึ้นมาวะ :grin:
ไม่มีข้อมูลนะ แต่สงสัยว่าประเทศของเจ๊คนนั้นที่มาแสดง อัตราท้องก่อนแต่ง กะหรี่ น้อยกว่าหรือมากกว่าของประเทสโลกสวย

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 36 Thumb down 0
138

คนลามกน่ะเห็นอะไรก็ลามกไปหมด เพราะในหัวมันคิดอะไรๆก็เป็นเรื่องลามกจกเปรตได้ทั้งนั้น

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 19 Thumb down 0
139

นางในวรรณคดี เสียหีตั้งแต่อายุเท่าไหร่ (ขุนช้าง – ขุนแผน)
สันดารตัวผู้ที่แค่อยากห๊ ในวรรณคดีก็มากมาย (พระอภัยมณี)
สันดานฉิบหายในวรรณคดีก็มากมี (พระอภัยมณี)
รูปวาดเปลื้องออกของรูปลายไทย ก็ใช่น้อยที่ไหน
ทุกอย่างล้วนอยู่ในวัฒนธรรมไทย…
เราไม่ได้เพิ่งยกย่องหรอก เรายกย่องมานวนแล้ว
นานกว่าที่พ่อคุณจะเกิดอีก เพราะฉะนั้นอย่ามาบอกว่าเดี๋ยวจะแปดเปื้อนเลย
มันฟังแล้วดูตลก ฟังแล้วดูน่าทุเรศยังไงชอบกล

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 32 Thumb down 0
140

ถ้าจำไม่ผิด การใส่เสื้อเป็นวัฒนธรรมของต่างชาตินิ
ร.5 ทรงต้องการให้่เราทันสมัยขึ้น เลยสั่งให้ผู้ที่จะ
เข้าเผ้าทุกคนต้องใส่เสื้อ เพราะฉะนั้นอยากอนุรักษ์วัฒนธรรม
กันจริง ๆ เราควรรนรงณ์ให้ทุกคนถอดเสื้อเดินไปเดินมาครับ :roll: :roll:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 0
141

จขกท.คงจะเป็นแฟนคลับของบิลลี(เหมือนจ่า :idea: )น่ะครับ เลยรับไม่ได้ :grin:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
เอมิลี่สีเลือด
142

รู้สึกเฉยๆว่ะ :cry:
สงสัย threshold กรูจะสูงลิบเพราะดูของพวกนี้มาเยอะ
ถ้ามันยิ่งสูงมากไปกว่านี้กรูจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศป่าววะเนี่ย
แบบ มีผู้หญิงมาช่วยตัวเองต่อหน้ากรูก็ยังเฉยฉิบ
จ่าช่วยกรูด้วย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 1
143

กรูว่าไม่สนุก น่าเบื่อฉิบหาย เงี่ยนก็ไม่เงี่ยน สวยก็ไม่สวย ลงทุนแค่นี้แต่ค่าบัตรมันเท่าไหร่
ที่คิดในใจคือพวกที่ไปดูแม่งก็แค่อยากโชว์ว่าตัวเองมีรสนิยม(ตรงไหน) หละว้า

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 7
Eสาวน่อง3ล้อ
144

สมัยกูอยู่ปี1…………ต้องdrawingกร้ามเนื้อมนุษย์ อาจารย์(คิดว่าเพราะตอนนั้นอ.เป็นฝรั่งด้วยแร่ะ)จ้างนักมวยมาทาน้ำมันตามตัวซะมันแผล่บ สำคัญตรงแก้ผ้าหมดเลยแล้วมายืนเบ่งกร้าม อารมณ์ประกวดชายงามให้พวกกูเขียนรูปกัน ถามว่ากูอายมั้ย? แน่นอนหน้าแดงเลือดสูบฉีดชิบหาย (แต่ห้องมันมืดนะมองก็ไม่ชัดหรอก ถ้าไม่เพ่ง :twisted: ) ………แต่แค่ผู้ชายมาแก้ผ้าต่อหน้า ก็ไม่ได้ทำให้กูบ้าหน้ามืดตามัวขนาดจะกระโดดเข้าไปปล้ำมันหรอกว่ะ!!

คือ อารมณ์คนเราเกือบทุกคนก็มีความคิด ก็มีบรรทัดฐานป่ะว่ะ แบบ……..มันอยู่ที่เลี้ยงดูป่ะ ถ้าได้รับการสอนกันมาอย่างจริงจัง รึ ดีพอ ไม่ว่าเด็กผู้หญิงแมร่งจะชื่นชมหลงไหลดีต้ามากแค่ไหน มันก็จะมีจุดพอดีของมันอยู่เองแร่ะ ถ้าสังคมบ้านเมืองเรายังมองเรื่องแบบนี้ล่อแหลมอยู่ เด็กมันก็จะไม่แสดงออกถึงความชื่นชอบขนาดจะลุกมาแก้ผ้าเดินไปเซเว่นตามดีต้าหรอกค่ะคุณ ส่วนเด็กผู้ชายถ้าบ้านมัน พ่อมันสอนมาดีพอไม่ว่าจะดูหนังโป๊กี่ตู้คอนเทนเนอร์ แมร่งก็ไม่ทำให้มันเหี้ยขนาดออกไปอาละวาดไล่ข่มขืนผู้หญิงหรอกว่ะ………………ถ้าลูกหลานตัวเอง สอนเองไม่ได้ ไม่ต้องมีโชว์เปลื้องผ้าของดีต้า ไม่ต้องมีโอปป้าจากเกาหลี ไม่ต้องมีเกมส์ ไม่ต้องมีหนังโป๊ ไม่ต้องมีละครรุนแรงๆอย่างแรงเงา เด็กมันก็ไม่ได้ดีไปซักเท่าไหร่หรอก เพราะแมร่งไม่มีใครสอนให้ใช้ความคิด ใช้สมองให้เป็น

“ถ้าเด็กจะเสียอย่าโทษใคร ก็ผู้ใหญ่มันไม่ใส่ใจจะดูแลเอง” :o :o :o :o :o :o

ปล.อีชะนีไทยไร้ที่ยืน เถียงข้างๆคูๆ แบบไม่มีความรู้ (ในทุกด้านด้วยไม่ใช่แค่ ศิลปะ) สุดๆ!
ล่าสุดในพันดริฟ คนเค้าเอือมไม่อยากต่อปาก-ต่อคำกับนาง แต่…….นางแมร่งคิดว่าเค้าเถียงสู้ไม่ได้ เค้ายอมแพ้ว่ะค่ะ! :?:
ดีใจใหญ่เลย “กูชนะ” ไม่มีใครกล้าเถียงกรู!! :evil: :evil: ตายห่าค่ะมีคนแบบนี้เยอะมั้ยเนี่ยในพันดริฟ??? :evil: :evil: :evil:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 36 Thumb down 0
เอมิลี่สีเลือด
145

GhostEye wrote:

….ใช่….. สิ่งใดเมื่อมันกลายเป็นของ “ธรรมดา” ในสังคมแล้ว….. มันก็จะกลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ไปในที่สุด….
….แล้วมานั่งเฝ้า นั่งบ่นเหม็นกลิ่นน้ำเสียหน้าหมู่บ้าน ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เห็นว่าการทิ้งขยะลงคลองหน้าหมู่บ้าน นั้น เป็นเรื่อง “ธรรมดา” แท้ๆ ….
….เรากำลังก้าวสู่อนาคต…… แต่อนาคตแบบใดละ? ที่เรากำลังก้าวไปหา…… ทั้งที่ทิศทาง และสิ่งซึ่งกำลังก้าวไปนั้น….. ก็คือขาของ “พวกเรา” เอง

นั่นก็ใช่ เรื่องความคุ้นชิน เห็นด้วย
แต่เรื่องนี้ผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ใช่การแสดงที่สื่อด้านกามารมณ์+เป็นการแสดงในสถานที่ปิด
ถ้าเทียบกันแล้ว ดูโคโยตี้ ดูMVบางเพลง ผมยังแข็งนะครับ แต่ดูนี่ผมง่วงครับ = =
ไปจัดการน้องโคก่อนจะดีกว่ามั้งครับ ถูกกว่า หาได้ง่ายกว่า Xกว่าดูแล้วของขึ้น มีให้เลือกมากมาย แถมมีการ”ขาย”ด้วย
หรือคุณเห็นว่าโดโยตี้มัน”เป็นเรื่องธรรมดา”ไปแล้ว

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 0
146

เวลากูตีกะหรี่

เห็นลีลา ท่าทางของแต่ละตัว

เห็นนม หี แตด ของแต่ละนาง

ผสมผสาน ท่าทางเวลาเย็ดกันพร้อมเสียงกระเส่าของพวกมัน

นั่นแหละสุดยอดศิลปะของกู

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 10
147

ไอ้พวกสำเร็จความไคร่ทางศิลธรรมมาอีกแล้วหว่ะ 555555

ปล.ขอบคุณดราม่านี้ที่ทำให้รู้จักคียืเวิอดหาหนังเอ็กเพิ่มอีกหนึง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
148

อ่านผิดจาก Dita เป็น DotA :shock: :shock: :shock:
สงสัยกรูต้องให้จ่าตรวจตรวจตา ทำ visual test ดูว่ายังได้ 20/20 รึเปล่า :| :|

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 0
149

จ่ารู้ไรป่ะ
ดราม่าอันไหนมีคลิปแนบมาด้วย
กูอ่านไม่ได้ซักอัน ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ไอโฟนห่า
คลิปแม่งยาวววววว บังหมดเลย
พูดจิง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
150

ไม่รู้ว่าเป็นศิลป์มั้ย ตากูไม่ถึง แต่ดูแล้วก็ไม่เห็นมีอารมณ์ทางเพศอะไร แต่ที่น่าจะเพลาๆลงบ้างน่าจะเป็นเรื่องที่ชอบดูถูกวัฒนธรรมตัวเองกับดูถูกเรื่องความไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครมาก่อน พอเห็นประเด็นนี้โดนเสียดสีเมื่อไหร่ กูรู้สึกสะอิดสะเอียนชิบหายกับคนที่พูด กูรู้ว่าเราเคยเป็นเมืองขึ้นพม่า แต่อย่าดูถูกประเทศตัวเองให้มากนัก ถ้าคนสมัยนั้นมองเราอยู่บนฟ้า คงน้ำตาร่วงเป็นน้ำตกเลยว่ะ ไม่ใช่อะไร กูแค่เสียดายชีวิตคนที่ตาย นี่กูอุตส่าห์ตายเพื่อจะมาได้ยินมึงพูดกันอย่างนี้เรอะ ไม่ควรยกยอตัวเองมากไป แต่ก็อย่าดูถูกกันนัก ถ้าบอกว่าปล่าวไม่ได้ดูถูก ก็ลองถามใจตัวเองดูด้วยว่าคิดเหมือนที่พูดหรือปล่าว หรือพูดเอามันอย่างเดียว ถ้าไม่ ก็ดีไปฮะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 4
ติ่ง เกาหมี
151

เคยดูภาพชุดร.5ประพาสต้นมั้ย ทรงฉายภาพสาวมีอันจะกินเมืองเพชรกำลังเปลือยอกน่ะ :twisted:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 0
152

@ ragingraven:

เข้าใจที่พูดทุกประการ บางทีกรูก็สงสัยเหมือนกันว่าการดูถูกประเทศตัวเองมันทำให้รู้สึกดีหรือว่าอะไร
แต่กรูยังเชื่อนะว่า มีคนสองประเภท คือดูถูกพูดแบบเอามันส์ กับรู้สึกสิ้นหวังจริงๆ
ตอนแรกกรูก็คิดว่าแบบที่สองเยอะว่ะ แต่ไปๆมาๆรู้สึกไม่ใช่ล่ะ หลังๆมาแบบที่หนึ่งเยอะกว่า
เพราะหลายครั้งที่อ่านแล้ว รู้สึกคนพูดมันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดีประเสริฐซะมากกว่าอ่ะนะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
153

:smile: ก็ศูนย์กลางของจักรวาล อยู่ที่ประเทศไทยไง

ใครๆเขาก็รู้นี้

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
154

http://en.wikipedia.org/wiki/Fig_leaf

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
155

Pinkfloydz wrote:

จ่ารู้ไรป่ะ
ดราม่าอันไหนมีคลิปแนบมาด้วย
กูอ่านไม่ได้ซักอัน ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ไอโฟนห่า
คลิปแม่งยาวววววว บังหมดเลย
พูดจิง

เคยถามไปแล้ว อิจ่าบอกว่าเป็นเพราะ wp touch ครัฟ
ตอนแรกกะด่าไอฟงเต็มที่ 5555555555555

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
156

เอมิลี่สีเลือด wrote:

GhostEye wrote:

….ใช่….. สิ่งใดเมื่อมันกลายเป็นของ “ธรรมดา” ในสังคมแล้ว….. มันก็จะกลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ไปในที่สุด….
….แล้วมานั่งเฝ้า นั่งบ่นเหม็นกลิ่นน้ำเสียหน้าหมู่บ้าน ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เห็นว่าการทิ้งขยะลงคลองหน้าหมู่บ้าน นั้น เป็นเรื่อง “ธรรมดา” แท้ๆ ….
….เรากำลังก้าวสู่อนาคต…… แต่อนาคตแบบใดละ? ที่เรากำลังก้าวไปหา…… ทั้งที่ทิศทาง และสิ่งซึ่งกำลังก้าวไปนั้น….. ก็คือขาของ “พวกเรา” เอง

นั่นก็ใช่ เรื่องความคุ้นชิน เห็นด้วย
แต่เรื่องนี้ผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ใช่การแสดงที่สื่อด้านกามารมณ์+เป็นการแสดงในสถานที่ปิด
ถ้าเทียบกันแล้ว ดูโคโยตี้ ดูMVบางเพลง ผมยังแข็งนะครับ แต่ดูนี่ผมง่วงครับ = =
ไปจัดการน้องโคก่อนจะดีกว่ามั้งครับ ถูกกว่า หาได้ง่ายกว่า Xกว่าดูแล้วของขึ้น มีให้เลือกมากมาย แถมมีการ”ขาย”ด้วย
หรือคุณเห็นว่าโดโยตี้มัน”เป็นเรื่องธรรมดา”ไปแล้ว

….ผมสงสัยเรื่องความเจริญเช่นกัน….. ต่างชาติเขาเห็นเป็นเรื่องปกติ… จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเห็นมันเป็นเรื่องปกติ? ต่างชาติเขาเติบโตไปอย่างไร? จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเติบโตไปอย่างเขา?

….คิดจะก้าวเดินตามชาวต่างชาติ…. ยังไงซะก็สามารถทำได้แค่เพียงตะเกียดตะกายไปเหยียบให้ได้ในจุดที่เขาเคยเหยียบเพียงเท่านั้น… ทำได้เพียงเิติบโตในแบบเขา… แล้วความเป็นตัวตนของเราละ….. อยู่ที่ใด? เพราะในช่วงที่พยายามจะจ้ำเรือให้ทันเขานั้น.. เราได้ทิ้งสิ่งต่างๆ ลงทะเลไปมากมาย……. ในตอนนี้…คงจะต้องมานั่งเถียงกันแล้วกระมัง.. ว่า “อะไรละ….? คือตัวตนเรา”

….สังคมไทยในตอนนี้… เราเอาแต่เปิดรับสิ่งต่างๆ อย่างไร้สติและปัญญา……… จึงเป็นแหล่งหากินชั้นยอดของผู้ที่มองเห็นซึ่งโอกาสที่จะตักตวง…

….เพียงแค่เป่าหูนิดเดียว นอกจากจะได้ผู้ติดตามที่สื่อสัตย์แล้ว ยังได้แนวป้องกันที่แข็งขัน ซึ่งสามารถจะต่อยตีทุกอย่างที่มากระทบต่อสิ่งที่เขาเชื่อ แม้แต่คนในชาติเดียวกันเองก็ตาม

….คนที่พอจะมีปัญญาก็กลับช่วยซ้ำเติมด้วยการถุยน้ำลายใส่ปัญหา หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงยกไปเกี่ยวกับเรื่องอื่น เช่น ไปทำ นู้น ทำนีั่ก่อนจะดีกว่าไหม เป็นต้น โดยที่ไม่มีใครพยายามจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเลยซักคน

….ท้ายที่สุดก็ฆ่ากันเองในชาติ ส่วนคนมีชีวิตอยู่กลางสมรภูมิ ก็พยายามวิ่งไล่ตามแสงสว่างที่เขาเกี่ยวไว้กับตะขอเพื่อเป็นเหยือล่อเบ็ดตกปลา

….เพราะเราเอาแต่เฝ้ามองสิ่งที่ปราถนา… แต่ไม่เคยมองดูที่เท้าของตนเอง……. เรายังอ่อนแอเกินไป…………

….ในฐานะของคนตัวเล็ก…. โลกจะเป็นอย่างไร? สังคมหรือประเทศชาติจะเป็นเช่นไร….? สำคัญอยู่ที่ “ตัวคุณเลือกที่จะเป็นแบบไหน?” และ “คุณเลือกที่จะทำสิ่งใด?” เพราะ “คุณก็คือก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางของก้าวต่อไป.. ที่จะเดินไปสู่อนาคตเช่นกัน…”

….ผมเพียงตั้งคำถาม………. ส่วนคุณจะเห็นว่าสิ่งใดสมควร… ก็ตามแต่เถิด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 8
157

@ ไพร่:
อีกหนึ่งเสียง
ไปไปมามา กูก็เห็นพวกทำเป็นชอบดูถูกประเทศตัวเองให้รู้สึกว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐประเสริฐศรีมากกว่าที่จะเป็นไปแนวทางที่อยากจะชี้ให้เห็นถึงปัญหา พร้อมทั้งแก้ปัญหาอีกว่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
สุธิพงศ์
158

พวกที่บอกว่า แต่งตัวมิดชิด ชายไม่ถูกเนื้อต้องตัวหญิง ไม่มีเรื่องชู้สาวตอนวัยรุ่น เป็น “วัฒนธรรมไทยอันดีงาม”
มันคงไม่รู้หรอกว่า พวกนี้น่ะ วัฒนธรรมอังกฤษทั้งนั้น

วัฒนธรรมเรื่องการปิดกั้นเรื่องเพศทุกอย่าง เสื้อผ้าต้องปิดขาอ่อน ไหล่ ให้หมดพวกนี้มันคือวัฒนธรรมวิคตอเรียนทั้งนั้นแหละ
เกิดที่อังกฤษ และเพิ่งจะเข้ามาไทยเมื่อไม่ถึงสามร้อยปีมานี่เอง
แน่นอนฝรั่งเค้าใช้วัฒนธรรมนี้ไปซักพักก็รู้ตัวว่ามันงี่เง่า แทนที่จะมีประโยชน์กลับทำให้คนหื่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เลยเลิกใช้ไป แต่คนบางประเทศแถวนี้ก็หลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าประเทศเราเป็นอย่างนี้มาเป็นพันปี

วัฒนธรรมไทย “แท้” น่ะ วัยรุ่นใส่เกาะอก ผู้หญิงมีลูกแล้วเปลือยอกเดิน ถูกใจผู้หญิงคนไหนก็ไปฉุดจากเรือน อึ้บกันตั้งแต่อายุสิบสาม สีกาแอบไปเอากับพระกลางกุฏิ ไม่เชื่อลองไปอ่านวรรณคดีเก่า ๆ ดูก็ได้

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 27 Thumb down 0
159

แฟนคลับจ่า wrote:

กรูขอแตกประเด็นหน่อยนะ คือกรูคิดเหมือนจ่า คือว่า Dita เนี่ย ไม่ใช่ระบำอนาจารอะไรหรอก

แต่กรูสงสัยว่าทีไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนท์ ชาวพันดริฟก็ด่าเอาๆ กรูล่ะงง มาตรฐานของชาวพันดริฟที่อยู่ตรงไหนวะ

เอาง่ายๆนะเว้ย ไอ้ไทยแลนด์ก้อตทาเล้นท์น่ะ ถ้าเขาเอานมวาดรูปอย่างเดียว รูปที่วาดสื่อความหมายอะไรบางอย่างกูว่ามันเป็นศิลปะ แต่นี่เอาสีราดเอานมแปะถูๆ 2-3 รอบรูปห่าไรก็ไม่รู้ แล้วหันหน้ามาเต้นนี่เพื่อไรวะ ถ้าไม่มีไอ้หันหน้ามาเต้นนี่กูยังพอกัดฟันให้เป็นศิลปะได้อยู่วะ แต่โชว์ดิต้านี้มันก็กึ่งๆระหว่างศิลปะกับอนาจาร ก็แล้วแต่คนคิดเห้อะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 1
160

พูดตามตรงนะ ระบำเปลื้องผ้าเนี้ย ไม่ได้ทำให้ควยกูแข็งเลยสักนิด :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
161

ปลาทูถาก wrote:

ยิงปิงปองคืออะไร บอกหนูทีเถอะ สงสัยมานานละ ขอแบบอธิบายละเอียดยิบๆนะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 0
เข้ามาฮา
162

GhostEye wrote:

เอมิลี่สีเลือด wrote:
GhostEye wrote:
….ใช่….. สิ่งใดเมื่อมันกลายเป็นของ “ธรรมดา” ในสังคมแล้ว….. มันก็จะกลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ไปในที่สุด….
….แล้วมานั่งเฝ้า นั่งบ่นเหม็นกลิ่นน้ำเสียหน้าหมู่บ้าน ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เห็นว่าการทิ้งขยะลงคลองหน้าหมู่บ้าน นั้น เป็นเรื่อง “ธรรมดา” แท้ๆ ….
….เรากำลังก้าวสู่อนาคต…… แต่อนาคตแบบใดละ? ที่เรากำลังก้าวไปหา…… ทั้งที่ทิศทาง และสิ่งซึ่งกำลังก้าวไปนั้น….. ก็คือขาของ “พวกเรา” เอง
นั่นก็ใช่ เรื่องความคุ้นชิน เห็นด้วย
แต่เรื่องนี้ผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ใช่การแสดงที่สื่อด้านกามารมณ์+เป็นการแสดงในสถานที่ปิด
ถ้าเทียบกันแล้ว ดูโคโยตี้ ดูMVบางเพลง ผมยังแข็งนะครับ แต่ดูนี่ผมง่วงครับ = =
ไปจัดการน้องโคก่อนจะดีกว่ามั้งครับ ถูกกว่า หาได้ง่ายกว่า Xกว่าดูแล้วของขึ้น มีให้เลือกมากมาย แถมมีการ”ขาย”ด้วย
หรือคุณเห็นว่าโดโยตี้มัน”เป็นเรื่องธรรมดา”ไปแล้ว

….ผมสงสัยเรื่องความเจริญเช่นกัน….. ต่างชาติเขาเห็นเป็นเรื่องปกติ… จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเห็นมันเป็นเรื่องปกติ? ต่างชาติเขาเติบโตไปอย่างไร? จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเติบโตไปอย่างเขา?
….คิดจะก้าวเดินตามชาวต่างชาติ…. ยังไงซะก็สามารถทำได้แค่เพียงตะเกียดตะกายไปเหยียบให้ได้ในจุดที่เขาเคยเหยียบเพียงเท่านั้น… ทำได้เพียงเิติบโตในแบบเขา… แล้วความเป็นตัวตนของเราละ….. อยู่ที่ใด? เพราะในช่วงที่พยายามจะจ้ำเรือให้ทันเขานั้น.. เราได้ทิ้งสิ่งต่างๆ ลงทะเลไปมากมาย……. ในตอนนี้…คงจะต้องมานั่งเถียงกันแล้วกระมัง.. ว่า “อะไรละ….? คือตัวตนเรา”
….สังคมไทยในตอนนี้… เราเอาแต่เปิดรับสิ่งต่างๆ อย่างไร้สติและปัญญา……… จึงเป็นแหล่งหากินชั้นยอดของผู้ที่มองเห็นซึ่งโอกาสที่จะตักตวง…
….เพียงแค่เป่าหูนิดเดียว นอกจากจะได้ผู้ติดตามที่สื่อสัตย์แล้ว ยังได้แนวป้องกันที่แข็งขัน ซึ่งสามารถจะต่อยตีทุกอย่างที่มากระทบต่อสิ่งที่เขาเชื่อ แม้แต่คนในชาติเดียวกันเองก็ตาม
….คนที่พอจะมีปัญญาก็กลับช่วยซ้ำเติมด้วยการถุยน้ำลายใส่ปัญหา หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงยกไปเกี่ยวกับเรื่องอื่น เช่น ไปทำ นู้น ทำนีั่ก่อนจะดีกว่าไหม เป็นต้น โดยที่ไม่มีใครพยายามจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเลยซักคน
….ท้ายที่สุดก็ฆ่ากันเองในชาติ ส่วนคนมีชีวิตอยู่กลางสมรภูมิ ก็พยายามวิ่งไล่ตามแสงสว่างที่เขาเกี่ยวไว้กับตะขอเพื่อเป็นเหยือล่อเบ็ดตกปลา
….เพราะเราเอาแต่เฝ้ามองสิ่งที่ปราถนา… แต่ไม่เคยมองดูที่เท้าของตนเอง……. เรายังอ่อนแอเกินไป…………
….ในฐานะของคนตัวเล็ก…. โลกจะเป็นอย่างไร? สังคมหรือประเทศชาติจะเป็นเช่นไร….? สำคัญอยู่ที่ “ตัวคุณเลือกที่จะเป็นแบบไหน?” และ “คุณเลือกที่จะทำสิ่งใด?” เพราะ “คุณก็คือก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางของก้าวต่อไป.. ที่จะเดินไปสู่อนาคตเช่นกัน…”
….ผมเพียงตั้งคำถาม………. ส่วนคุณจะเห็นว่าสิ่งใดสมควร… ก็ตามแต่เถิด

ตอบปัญหาข้อแรก “ต่างชาติเห็นเป็นเรื่องปกติ” คุณก็ต้องมองว่าที่ว่าปกติมันปกติเช่นไร คนต่างชาติเห็นคนเปลือยทำไมถึงเฉยๆ แต่ไทยไม่สามารถอยู่เฉยได้ ทำไมต้องโยงไปเรื่องกามารมณ์แทบจะเสี้ยววินาทีแรกที่รับรู้ สาเหตุมันคงไม่ได้มีแค่ปัจจัยภายนอกแล้วหละ หรือถ้าคุณจะมองแค่ปัจจัยภายนอกโดยไม่มองปัจจัยภายในว่าส่วนผสมของปัญหามันก็อยู่ที่คนด้วย มันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่ต้องการ “การแช่แข็ง” นั่นแหละ หากว่าคนไทยสามารถก้าวข้ามการกระตุ้นทางกามารมณ์ได้เช่นเดียวกับคนเหล่านั้น คำถามคือมันจะดีกว่าไหม? หรือมันจะดีกว่าที่เรายังทำตัวเป็นอนารยชนที่เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งแล้วเกิดกำหนัดแต่เพียงสถานเดียว? คุณเก็บไปคิดเอาเองก็ได้มั้งครับ

ผมไม่เถียงเรื่องรับวัฒนธรรมจากต่างชาติเพราะมันก็เห็นกันอยู่และโลกสมัยนี้มันก็เชื่อมถึงกันหมดแล้ว บางอย่างก็ยังไม่เหมาะสมเช่นในกรณีนี้(แต่ผมไม่ได้คัดค้าน) แต่ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมเพราะมันขัดแย้งกับวัฒนธรรม แต่วุฒิภาวะทางสังคมของเรามันยังต่ำ และทางแก้ไขในมุมมองของผมคือการยกระดับ “วุฒิภาวะของสังคมโดยรวม” ไม่ใช่การคัดกรองสื่อหรือวัฒนธรรมที่ควรเสพ เพราะมันทำไม่ได้ ถึงทำได้ มันก็ได้ไม่นานเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากพื้นฐานของอิสรภาพ และเราไม่ใช่ King of the world ที่จะไปควบคุมกระแสของวัฒนธรรมโลกให้เป็นไปตามที่เราคิด ชอบ หรือ เชื่อ

ส่วนเรื่องตัวตนของเรา ถ้าจะหมายถึง อัตตลักษณ์ แล้วล่ะก็ มันคนละเรื่องกับการปิดกั้นและคัดกรองเลยครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพวกนี้ จริงๆมันก็แค่ “ภาพลักษณ์” อันที่จริงผมก็ไม่แปลกใจที่คนไทยจะห่วงภาพลักษณ์ขนาดนั้น เพราะมันก็เป็นมาตั้งนานแล้ว แต่ถ้าจะเหมารวมเอาว่า ภาพลักษณ์ คือตัวตนของเรา ผมว่ามันไม่ใช่แล้วหละ ในความเปลี่ยนแปลงผมว่าเราก็ยังเป็นเรา ไม่ว่าภาพลักษณ์จะเปลียนแปลงไปมากขนาดไหนก็ตาม

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
163

xorn wrote:

ปลาทูถาก wrote:

ยิงปิงปองคืออะไร บอกหนูทีเถอะ สงสัยมานานละ ขอแบบอธิบายละเอียดยิบๆนะ

ดูคลิปแล้ว มันทำได้ไงวะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
164

น้าค่อมเขาก็เคยบอกแล้วนะว่า “การซั่มกันมันเป็นศิลปะ”

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
165

เข้ามาฮา wrote:

GhostEye wrote:

เอมิลี่สีเลือด wrote:
GhostEye wrote:
….ใช่….. สิ่งใดเมื่อมันกลายเป็นของ “ธรรมดา” ในสังคมแล้ว….. มันก็จะกลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ไปในที่สุด….
….แล้วมานั่งเฝ้า นั่งบ่นเหม็นกลิ่นน้ำเสียหน้าหมู่บ้าน ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เห็นว่าการทิ้งขยะลงคลองหน้าหมู่บ้าน นั้น เป็นเรื่อง “ธรรมดา” แท้ๆ ….
….เรากำลังก้าวสู่อนาคต…… แต่อนาคตแบบใดละ? ที่เรากำลังก้าวไปหา…… ทั้งที่ทิศทาง และสิ่งซึ่งกำลังก้าวไปนั้น….. ก็คือขาของ “พวกเรา” เอง
นั่นก็ใช่ เรื่องความคุ้นชิน เห็นด้วย
แต่เรื่องนี้ผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ใช่การแสดงที่สื่อด้านกามารมณ์+เป็นการแสดงในสถานที่ปิด
ถ้าเทียบกันแล้ว ดูโคโยตี้ ดูMVบางเพลง ผมยังแข็งนะครับ แต่ดูนี่ผมง่วงครับ = =
ไปจัดการน้องโคก่อนจะดีกว่ามั้งครับ ถูกกว่า หาได้ง่ายกว่า Xกว่าดูแล้วของขึ้น มีให้เลือกมากมาย แถมมีการ”ขาย”ด้วย
หรือคุณเห็นว่าโดโยตี้มัน”เป็นเรื่องธรรมดา”ไปแล้ว

….ผมสงสัยเรื่องความเจริญเช่นกัน….. ต่างชาติเขาเห็นเป็นเรื่องปกติ… จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเห็นมันเป็นเรื่องปกติ? ต่างชาติเขาเติบโตไปอย่างไร? จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเติบโตไปอย่างเขา?
….คิดจะก้าวเดินตามชาวต่างชาติ…. ยังไงซะก็สามารถทำได้แค่เพียงตะเกียดตะกายไปเหยียบให้ได้ในจุดที่เขาเคยเหยียบเพียงเท่านั้น… ทำได้เพียงเิติบโตในแบบเขา… แล้วความเป็นตัวตนของเราละ….. อยู่ที่ใด? เพราะในช่วงที่พยายามจะจ้ำเรือให้ทันเขานั้น.. เราได้ทิ้งสิ่งต่างๆ ลงทะเลไปมากมาย……. ในตอนนี้…คงจะต้องมานั่งเถียงกันแล้วกระมัง.. ว่า “อะไรละ….? คือตัวตนเรา”
….สังคมไทยในตอนนี้… เราเอาแต่เปิดรับสิ่งต่างๆ อย่างไร้สติและปัญญา……… จึงเป็นแหล่งหากินชั้นยอดของผู้ที่มองเห็นซึ่งโอกาสที่จะตักตวง…
….เพียงแค่เป่าหูนิดเดียว นอกจากจะได้ผู้ติดตามที่สื่อสัตย์แล้ว ยังได้แนวป้องกันที่แข็งขัน ซึ่งสามารถจะต่อยตีทุกอย่างที่มากระทบต่อสิ่งที่เขาเชื่อ แม้แต่คนในชาติเดียวกันเองก็ตาม
….คนที่พอจะมีปัญญาก็กลับช่วยซ้ำเติมด้วยการถุยน้ำลายใส่ปัญหา หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงยกไปเกี่ยวกับเรื่องอื่น เช่น ไปทำ นู้น ทำนีั่ก่อนจะดีกว่าไหม เป็นต้น โดยที่ไม่มีใครพยายามจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเลยซักคน
….ท้ายที่สุดก็ฆ่ากันเองในชาติ ส่วนคนมีชีวิตอยู่กลางสมรภูมิ ก็พยายามวิ่งไล่ตามแสงสว่างที่เขาเกี่ยวไว้กับตะขอเพื่อเป็นเหยือล่อเบ็ดตกปลา
….เพราะเราเอาแต่เฝ้ามองสิ่งที่ปราถนา… แต่ไม่เคยมองดูที่เท้าของตนเอง……. เรายังอ่อนแอเกินไป…………
….ในฐานะของคนตัวเล็ก…. โลกจะเป็นอย่างไร? สังคมหรือประเทศชาติจะเป็นเช่นไร….? สำคัญอยู่ที่ “ตัวคุณเลือกที่จะเป็นแบบไหน?” และ “คุณเลือกที่จะทำสิ่งใด?” เพราะ “คุณก็คือก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางของก้าวต่อไป.. ที่จะเดินไปสู่อนาคตเช่นกัน…”
….ผมเพียงตั้งคำถาม………. ส่วนคุณจะเห็นว่าสิ่งใดสมควร… ก็ตามแต่เถิด

ตอบปัญหาข้อแรก “ต่างชาติเห็นเป็นเรื่องปกติ” คุณก็ต้องมองว่าที่ว่าปกติมันปกติเช่นไร คนต่างชาติเห็นคนเปลือยทำไมถึงเฉยๆ แต่ไทยไม่สามารถอยู่เฉยได้ ทำไมต้องโยงไปเรื่องกามารมณ์แทบจะเสี้ยววินาทีแรกที่รับรู้ สาเหตุมันคงไม่ได้มีแค่ปัจจัยภายนอกแล้วหละ หรือถ้าคุณจะมองแค่ปัจจัยภายนอกโดยไม่มองปัจจัยภายในว่าส่วนผสมของปัญหามันก็อยู่ที่คนด้วย มันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่ต้องการ “การแช่แข็ง” นั่นแหละ หากว่าคนไทยสามารถก้าวข้ามการกระตุ้นทางกามารมณ์ได้เช่นเดียวกับคนเหล่านั้น คำถามคือมันจะดีกว่าไหม? หรือมันจะดีกว่าที่เรายังทำตัวเป็นอนารยชนที่เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งแล้วเกิดกำหนัดแต่เพียงสถานเดียว? คุณเก็บไปคิดเอาเองก็ได้มั้งครับ

ผมไม่เถียงเรื่องรับวัฒนธรรมจากต่างชาติเพราะมันก็เห็นกันอยู่และโลกสมัยนี้มันก็เชื่อมถึงกันหมดแล้ว บางอย่างก็ยังไม่เหมาะสมเช่นในกรณีนี้(แต่ผมไม่ได้คัดค้าน) แต่ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมเพราะมันขัดแย้งกับวัฒนธรรม แต่วุฒิภาวะทางสังคมของเรามันยังต่ำ และทางแก้ไขในมุมมองของผมคือการยกระดับ “วุฒิภาวะของสังคมโดยรวม” ไม่ใช่การคัดกรองสื่อหรือวัฒนธรรมที่ควรเสพ เพราะมันทำไม่ได้ ถึงทำได้ มันก็ได้ไม่นานเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากพื้นฐานของอิสรภาพ และเราไม่ใช่ King of the world ที่จะไปควบคุมกระแสของวัฒนธรรมโลกให้เป็นไปตามที่เราคิด ชอบ หรือ เชื่อ

ส่วนเรื่องตัวตนของเรา ถ้าจะหมายถึง อัตตลักษณ์ แล้วล่ะก็ มันคนละเรื่องกับการปิดกั้นและคัดกรองเลยครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพวกนี้ จริงๆมันก็แค่ “ภาพลักษณ์” อันที่จริงผมก็ไม่แปลกใจที่คนไทยจะห่วงภาพลักษณ์ขนาดนั้น เพราะมันก็เป็นมาตั้งนานแล้ว แต่ถ้าจะเหมารวมเอาว่า ภาพลักษณ์ คือตัวตนของเรา ผมว่ามันไม่ใช่แล้วหละ ในความเปลี่ยนแปลงผมว่าเราก็ยังเป็นเรา ไม่ว่าภาพลักษณ์จะเปลียนแปลงไปมากขนาดไหนก็ตาม

….เอาเข้าจริงๆ ใช่ว่าทุกคนจะมองเห็นร่างเปลือยแล้วจะเกิดอารมกันทั้งหมด สำหรับเรื่องนี้ นอกจากประเด็นเรื่องกามแล้วมันยังมีประเด็นของคำว่า “สมควร” ด้วยอีก

….คุณบอกว่า “จะดีกว่าไหม? หากเราก้าวข้ามตรงส่วนนี้ไป”…. เรามีอารยะ “ที่จะแยกแยะเปลือกนอกออกได้…… เหมือนชนชาวต่างชาติผู้เจริญแล้ว”

….แล้วพวกเรา… มีวุฒิภาวะที่พร้อมแล้วหรือยัง? ที่จะรับมัน?

….การแสดงแนวเปลือยโป้ ในกรณีนี้แม้ว่าจุดประสงค์ของมันจะไม่ใช่เพื่อทางกามก็ตาม แต่ “มันสมควรแล้วหรือ? ที่การแสดงพวกนี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ในสังคมของเรา?”

….นอกจากนั้นแล้ว “มันสมควรแล้วหรือที่เราจะต้องเจริญในแบบเขา?”

….หากเราพยายามที่จะก้าวตามเขา เราก็จะทำได้เพียงก้าวได้เท่ากับเขา ซึ่งเขาก็จะก้าวไปเืรื่อยๆ แล้วเราก็จะต้องก้าวตามเรื่อยๆ เช่นกัน…..

….มันไม่ใช่การแช่แข็ง แต่มันคือการ “เลือก” เราเห็นสิ่งใดๆ…. ใช่ว่าเราจะต้องเป็นเช่นนั้นไปซะทั้งหมด…….

….เพราะ “เราก็คือตัวของเรา” ฉนั้นแล้วบางอย่าง “มันก็อาจจะดี” และบางอย่าง “มันก็อาจจะไม่ดี” หากเราจะนำมาใช้เช่นกัน ,แต่ปัจจุบัน…. “เราคือใคร? เราเป็นอะไร? เรามีอะไรบ้าง? เราอยากจะเป็นเช่นไร?” ยังแทบจะตอบไม่ได้เลย

….ที่คุณบอกว่ามันเป็นแค่คือ “ภาพลักษณ์” แต่…. หากว่าสิ่งใดๆ เป็นเรื่อง “ธรรมดา” เมื่อไร….. มันจะไม่ได้เกาะอยู่ที่เปลือกนอก แต่จะฝั่งตัวลึกจนไปถึงรากเลยทีเดียว… จากนั้นก็จะมีกลไกหลายอย่าง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจซึ่งจะแสวงหาผลประโยชน์จากมัน โดยจะช่วยนำเสนอสิ่งเหล่านั้นสู่สังคมมากยิ่งขึ้น

….เรามีวัฒนธรรมเช่นไร? แล้วตอนนี้พวกเราเป็นแบบไหน? และโลกหรือสังคมภายนอกเป็นอย่างไร? แล้วเราจะต้องเป็นอะไร?

….ผมแค่ตั้งคำถาม…. ส่วนคุณจะเห็นว่าสิ่งใดสมควร… ก็ตามแต่เถิด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
166

GhostEye wrote:

….ผมสงสัยเรื่องความเจริญเช่นกัน….. ต่างชาติเขาเห็นเป็นเรื่องปกติ… จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเห็นมันเป็นเรื่องปกติ? ต่างชาติเขาเติบโตไปอย่างไร? จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเติบโตไปอย่างเขา?

….คิดจะก้าวเดินตามชาวต่างชาติ…. ยังไงซะก็สามารถทำได้แค่เพียงตะเกียดตะกายไปเหยียบให้ได้ในจุดที่เขาเคยเหยียบเพียงเท่านั้น… ทำได้เพียงเิติบโตในแบบเขา… แล้วความเป็นตัวตนของเราละ….. อยู่ที่ใด? เพราะในช่วงที่พยายามจะจ้ำเรือให้ทันเขานั้น.. เราได้ทิ้งสิ่งต่างๆ ลงทะเลไปมากมาย……. ในตอนนี้…คงจะต้องมานั่งเถียงกันแล้วกระมัง.. ว่า “อะไรละ….? คือตัวตนเรา”

….สังคมไทยในตอนนี้… เราเอาแต่เปิดรับสิ่งต่างๆ อย่างไร้สติและปัญญา……… จึงเป็นแหล่งหากินชั้นยอดของผู้ที่มองเห็นซึ่งโอกาสที่จะตักตวง…

….เพียงแค่เป่าหูนิดเดียว นอกจากจะได้ผู้ติดตามที่สื่อสัตย์แล้ว ยังได้แนวป้องกันที่แข็งขัน ซึ่งสามารถจะต่อยตีทุกอย่างที่มากระทบต่อสิ่งที่เขาเชื่อ แม้แต่คนในชาติเดียวกันเองก็ตาม

….คนที่พอจะมีปัญญาก็กลับช่วยซ้ำเติมด้วยการถุยน้ำลายใส่ปัญหา หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงยกไปเกี่ยวกับเรื่องอื่น เช่น ไปทำ นู้น ทำนีั่ก่อนจะดีกว่าไหม เป็นต้น โดยที่ไม่มีใครพยายามจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเลยซักคน

….ท้ายที่สุดก็ฆ่ากันเองในชาติ ส่วนคนมีชีวิตอยู่กลางสมรภูมิ ก็พยายามวิ่งไล่ตามแสงสว่างที่เขาเกี่ยวไว้กับตะขอเพื่อเป็นเหยือล่อเบ็ดตกปลา

….เพราะเราเอาแต่เฝ้ามองสิ่งที่ปราถนา… แต่ไม่เคยมองดูที่เท้าของตนเอง……. เรายังอ่อนแอเกินไป…………

….ในฐานะของคนตัวเล็ก…. โลกจะเป็นอย่างไร? สังคมหรือประเทศชาติจะเป็นเช่นไร….? สำคัญอยู่ที่ “ตัวคุณเลือกที่จะเป็นแบบไหน?” และ “คุณเลือกที่จะทำสิ่งใด?” เพราะ “คุณก็คือก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางของก้าวต่อไป.. ที่จะเดินไปสู่อนาคตเช่นกัน…”

….ผมเพียงตั้งคำถาม………. ส่วนคุณจะเห็นว่าสิ่งใดสมควร… ก็ตามแต่เถิด

มันไม่จำเป็นจะต้องก้าวเดินตามต่างชาติ แต่มันก็ต้องมีเหตุผลถ้าเราจะเลือกเดินทางของเราเอง ไม่ใช่เลือกทำเพราะ “นี่คือตัวตนชั้น”

ตัวตนที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ประโยชน์ และยังทำให้ตัวเองเดือดร้อน มันไร้คุณค่าที่จะรักษา ถ้าตัวตนของเราเป็นตัวขัดขวางความเจริญ เราก็ไม่ต้องรักษามัน จะมีประโยชน์อะไรถ้าตัวตนของประเทศไทยคงอยู่ ยังทำนาด้วยควาย กินข้าวด้วยมือเปล่า ใช้ระบบศักดินา ใช้ระบบชนชั้น ซึ่งเป็นตัวตนเดิมตั้งแต่สมัยกรุงศรี รักษาตัวตนไว้ได้ แต่แล้วประชาชนอดตายเดือดร้อนทุกข์ยาก

เมื่อเราเห็นวัฒนธรรมต่างชาติ เราต้องถามก่อนเลยว่า “มันมีประโยชน์มั้ย มันดีกว่าที่เราใช้อยู่มั้ย” ถ้าดีกว่า ก็นำมาใช้ ถ้ามันแย่กว่า ก็ไม่ต้องใช้ แค่นั้นจบ อย่าง ร. 5 ท่านก็มองว่าการกินข้าวด้วยช้อนส้อม การไม่เปลือยอก มันมีประโยชน์และมีคุณค่ากว่าสิ่งที่เราทำมา ก็ต้องเปลี่ยน แต่อะไรที่มันไม่ดี หรือไม่ได้มีประโยชน์กว่าตัวตนเดิม อย่างเช่นการจับมือทักทายแทนการไหว้ ท่านก็ไม่เอามา จริงๆ มันก็แค่นั้นแหละ

ผมไม่ชอบการอ้างตัวตนเป็นเหตุผลที่เราไม่รับวัฒนธรรมต่างชาติ ถ้าคุณบอกว่าวัฒนธรรมเค้ามันไม่ดี ไม่เหมาะกับบ้านเรา ผมรับฟังได้ ว่ากันไปตามเหตุตามผล แต่ถ้าอ้างเหตุผลว่า “ก็ตัวฉันเป็นยังงี้” ผมว่ามันไร้สาระสิ้นดี และแม่งปิดกั้นตัวเองโคตรๆ

ถ้าประเทศไทยไม่เลิกทาส เพราะบอกว่านี่คือตัวตนของไทย คุณยอมรับได้หรือไม่
ถ้าประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้ง เพราะบอกว่านี่คือตัวตนของไทย คุณยอมรับได้หรือไม่
ถ้าประเทศไทยกดขี่ผู้หญิง เพราะบอกว่านี่คือตัวตนของไทย คุณยอมรับได้หรือไม่

ไอ้ที่บอกว่าเราไม่ยอมรับเพราะไทยเรามีวัฒนธรรมดีงามอยู่แล้ว มันก็ครือเดียวกันนั่นแหละครับ

การอ้างความเป็นตัวตนของตัวเองเป็นเหตุผลที่ไม่ยอมพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง แม่งไร้สาระและโง่สิ้นดี ลองเทียบ เอาเป็นตัวบุคคล ถ้าคุณมีลูก แล้วลูกไม่ทำงานทำการ นอนอยู่บ้านตลอดไม่ยอมเปลี่ยนตั้งแต่เด็ก โตแล้วก็ไม่ยอมพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วเค้าตอบว่า “นี่แหละ ตัวตนหนู ถ้าหนูเปลี่ยนก็ไม่ใช่ตัวหนูสิ” แม่งดูโง่ไร้สาระมั้ยล่ะครับ คุณยอมรับได้มั้ยล่ะครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 0
167

คือมึงดูแรงเงากันรึป่าววะ กูมั่นใจว่ามนุษย์โลกแช่แข็งแม่งต้องดูแรงเงา กูเปรียบเทียบในภาษาแรงเงาให้ก็ได้
ดูอย่างอีนังมุตตาสิ แม่มันทั้งสั่ง ทั้งห้าม ทั้งด่า ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชาย ออกมาขายของนิดหน่อยก็ด่าว่าแรด สุดท้ายเป็นไง มันเลยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องผู้ชาย คิดว่าผู้ชายดีเหมือนในนิยายไปซะหมด ลงเอยด้วยการเป็นเมียน้อย ท้องไม่มีพ่อ และฆ่าตัวตาย

มันฟังดูคุ้นๆมั้ย สิ่งที่มึงกำลังพยายามปกป้องแบบไม่ลืมหูลืมตา มันไม่ใช่วิธีทางที่ถูกที่ควรเลย ปัญหาไม่ได้แก้ได้ด้วยการซุกสาเหตุเอาไว้ใต้พรม แต่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจกับมันต่างหาก

แล้วนี่กูเขียนให้ใครอ่าน มนุษย์โลกแช่แข็งแม่งคงมาอ่านคอมเม้นในดราม่านี่อยู่หรอกนะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 16 Thumb down 0
มาดาไรก้า
168

สุธิพงศ์ wrote:

พวกที่บอกว่า แต่งตัวมิดชิด ชายไม่ถูกเนื้อต้องตัวหญิง ไม่มีเรื่องชู้สาวตอนวัยรุ่น เป็น “วัฒนธรรมไทยอันดีงาม”
มันคงไม่รู้หรอกว่า พวกนี้น่ะ วัฒนธรรมอังกฤษทั้งนั้น
วัฒนธรรมเรื่องการปิดกั้นเรื่องเพศทุกอย่าง เสื้อผ้าต้องปิดขาอ่อน ไหล่ ให้หมดพวกนี้มันคือวัฒนธรรมวิคตอเรียนทั้งนั้นแหละ
เกิดที่อังกฤษ และเพิ่งจะเข้ามาไทยเมื่อไม่ถึงสามร้อยปีมานี่เอง
แน่นอนฝรั่งเค้าใช้วัฒนธรรมนี้ไปซักพักก็รู้ตัวว่ามันงี่เง่า แทนที่จะมีประโยชน์กลับทำให้คนหื่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เลยเลิกใช้ไป แต่คนบางประเทศแถวนี้ก็หลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าประเทศเราเป็นอย่างนี้มาเป็นพันปี
วัฒนธรรมไทย “แท้” น่ะ วัยรุ่นใส่เกาะอก ผู้หญิงมีลูกแล้วเปลือยอกเดิน ถูกใจผู้หญิงคนไหนก็ไปฉุดจากเรือน อึ้บกันตั้งแต่อายุสิบสาม สีกาแอบไปเอากับพระกลางกุฏิ ไม่เชื่อลองไปอ่านวรรณคดีเก่า ๆ ดูก็ได้

ตามนั้น

:idea: :idea: :idea:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
อีแอดมิน
169

โถ..ๆ ถ้าอย่างงั้นมิงเลิกอัพรูปโป๊ขึ้นเว็ปได้แล้ว ไอ้จขกท.. กุรุมิงอยากให้ไปฉายในรัชดาเพราะมิงจะได้ออฟมาอึ๊บใช่มะ :grin:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
170

This is it wrote:
มันไม่จำเป็นจะต้องก้าวเดินตามต่างชาติ แต่มันก็ต้องมีเหตุผลถ้าเราจะเลือกเดินทางของเราเอง ไม่ใช่เลือกทำเพราะ “นี่คือตัวตนชั้น”

ตัวตนที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ประโยชน์ และยังทำให้ตัวเองเดือดร้อน มันไร้คุณค่าที่จะรักษา ถ้าตัวตนของเราเป็นตัวขัดขวางความเจริญ เราก็ไม่ต้องรักษามัน จะมีประโยชน์อะไรถ้าตัวตนของประเทศไทยคงอยู่ ยังทำนาด้วยควาย กินข้าวด้วยมือเปล่า ใช้ระบบศักดินา ใช้ระบบชนชั้น ซึ่งเป็นตัวตนเดิมตั้งแต่สมัยกรุงศรี รักษาตัวตนไว้ได้ แต่แล้วประชาชนอดตายเดือดร้อนทุกข์ยาก

เมื่อเราเห็นวัฒนธรรมต่างชาติ เราต้องถามก่อนเลยว่า “มันมีประโยชน์มั้ย มันดีกว่าที่เราใช้อยู่มั้ย” ถ้าดีกว่า ก็นำมาใช้ ถ้ามันแย่กว่า ก็ไม่ต้องใช้ แค่นั้นจบ อย่าง ร. 5 ท่านก็มองว่าการกินข้าวด้วยช้อนส้อม การไม่เปลือยอก มันมีประโยชน์และมีคุณค่ากว่าสิ่งที่เราทำมา ก็ต้องเปลี่ยน แต่อะไรที่มันไม่ดี หรือไม่ได้มีประโยชน์กว่าตัวตนเดิม อย่างเช่นการจับมือทักทายแทนการไหว้ ท่านก็ไม่เอามา จริงๆ มันก็แค่นั้นแหละ

ผมไม่ชอบการอ้างตัวตนเป็นเหตุผลที่เราไม่รับวัฒนธรรมต่างชาติ ถ้าคุณบอกว่าวัฒนธรรมเค้ามันไม่ดี ไม่เหมาะกับบ้านเรา ผมรับฟังได้ ว่ากันไปตามเหตุตามผล แต่ถ้าอ้างเหตุผลว่า “ก็ตัวฉันเป็นยังงี้” ผมว่ามันไร้สาระสิ้นดี และแม่งปิดกั้นตัวเองโคตรๆ

ถ้าประเทศไทยไม่เลิกทาส เพราะบอกว่านี่คือตัวตนของไทย คุณยอมรับได้หรือไม่
ถ้าประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้ง เพราะบอกว่านี่คือตัวตนของไทย คุณยอมรับได้หรือไม่
ถ้าประเทศไทยกดขี่ผู้หญิง เพราะบอกว่านี่คือตัวตนของไทย คุณยอมรับได้หรือไม่

ไอ้ที่บอกว่าเราไม่ยอมรับเพราะไทยเรามีวัฒนธรรมดีงามอยู่แล้ว มันก็ครือเดียวกันนั่นแหละครับ

การอ้างความเป็นตัวตนของตัวเองเป็นเหตุผลที่ไม่ยอมพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง แม่งไร้สาระและโง่สิ้นดี ลองเทียบ เอาเป็นตัวบุคคล ถ้าคุณมีลูก แล้วลูกไม่ทำงานทำการ นอนอยู่บ้านตลอดไม่ยอมเปลี่ยนตั้งแต่เด็ก โตแล้วก็ไม่ยอมพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วเค้าตอบว่า “นี่แหละ ตัวตนหนู ถ้าหนูเปลี่ยนก็ไม่ใช่ตัวหนูสิ” แม่งดูโง่ไร้สาระมั้ยล่ะครับ คุณยอมรับได้มั้ยล่ะครับ

:————————————————:

….ในกรณีนี้ผมเป็นฝ่ายตอบคำถามซินะ

….คุณ This is it สิ่งใดที่ไร้ค่า หาใช่ว่าสิ่งนั้นจะไร้ซึ่งคุณค่าไม่…. แต่มันคือตัวของเราเองต่างหาก…. ที่ไม่อาจจะมองเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆ ได้…. เพราะมันก็เป็นแค่เพียงการตีคุณค่าเพียงเท่านั้น…

….บ้านของเราเก่าโทรม โบราณ แต่ก็หาใช่ว่าเราจะต้องทุบบ้าน หรือรื้อโครงบ้านใหม่ให้เป็นเหมือนกับคนข้างบ้านไม่….. การใช้ไม้มันดูแลรักษายาก แต่ปัจจุบันมีหนทาง มีเครื่องไม้เครื่องมือมากมาย ที่จะช่วยทำให้บ้านของเราเด่นสง่าขึ้น

….แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่รูปทรงแบบชาวตะวันตก แต่เมื่อผู้คนเดินผ่านก็ต่างต้องพากันสะดุดตาเข้ากับเรือนไม้หลังงามของเรา…. เพราะมัน “แตกต่าง” เพราะมันมี “เอกลักษณ์”

….ตามตรง…. ผมแอบคิดเช่นกันว่าค่านิยมการรับวัฒนธรรมต่างชาติ มันก็เริ่มตั้งแต่สมัย ร.5 เป็นหลัก แต่นั่นเราจำเป็นต้องทำเพื่อรักษาเอกราช…. หลังจากนั้นก็ “กลายพันธุ์” เป็นความ “เห่อ” ดังที่ปรากฏให้เห็นทั่วไปในปัจจุบัน… ทั้งความ “เห่อ” ระดับประเทศ และความ “เห่อ” ระดับคนในประเทศ

….คุณ This is it ถูกต้องยุคสมัยมันเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป… แต่คุณทราบไหม? ว่ายุคสมัยนี้ ด้วยพลังอำนาจแห่งสารสนเทศที่ก้าวหน้า… สิ่งที่ตามมาก็คือ มันทำให้เรามี “หนทาง” และมี “โอกาส” มากมายที่จะไปให้ถึง “จุดหมาย” หากเรามีปัญญาที่จะคิดออก…

….เช่นนั้นแล้ว…. จึงสำคัญอยู่ที่….. “จุดมุ่งหมายของเรานั้น คือ สิ่งใด” ต่างหาก

….การคงตัวตนของเรานั้น ไม่ใช่การคงทุกอย่างให้อยู่เช่นเดิม แบบนั้นแหละที่เรียกว่า “การแช่แข็ง” แต่สิ่งที่เราสมควรจะคงไว้นั้นก็คือ “เอกลักษณ์”

….ซึ่งก็อย่างที่กล่าวเอาไว้ว่่าคงจะต้องมาเถียงกันยาว….. เพราะปัจจุบันนี้… “อะไรคือเอกลักษณ์ของประเทศไทย” เรา…. ยังแทบจะตอบไม่ได้เลย

….ผมเห็นด้วยกับคุณเช่นกันว่าอะไรบางอย่างเราสมควรที่จะต้อง “เปลี่ยนแปลง”

….แต่บางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงนั้น… มัน “สมควรแล้วหรือไม่?” ที่เราจะก้าวเดินไป

….สิ่งต่างๆ ที่เป็นแค่เพียงความคิด ถกเถียงกันให้ตายไม่อาจจะบอกผลลัพธ์ชัดเจนได้ จนกว่ามันจะเกิดขึ้นจริงครับ…..

….ซึ่งเมื่อสิ่งนั้นๆ เกิดขึ้นแล้ว…. มันจะส่งผลกระทบต่อเนื่่องเป็นลูกโซ่ ยาวนาน และกว้างความมากเกินกว่าจะคาดคิดได้….

….ทุกอย่าง ย่อมมีผลตามมาเสมอ….

….แล้วคุณละ? เห็นสมควรแล้วหรือไม่?

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 8
เถียงไปเถอะ
171

มองไปด้วยใจที่ปล่อยวางครับ มันเป็นเช่นนั้นเอง สิ่งนี้เกิดมีได้เพราะสิ่งนี้นี้เกิด สิ่งนี้ดับไปได้เพราะสิ่งนี้นี้ดับ อะไรที่มองแล้วไม่ดีก็อย่าไปเกลือกกลั้วเป็นพอครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
172

กุดูคลิปล่ะสวยงามมากครับ โดยเฉพาะนมกะก้น น่าจับมาตีจิงๆ :roll:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
173

GhostEye wrote:

….แล้วคุณละ? เห็นสมควรแล้วหรือไม่?

สำหรับผม ผมเห็นว่าสมควร ตามด้านบนที่คุณเขียนมุ่งเน้นไปที่จุดมุ่งหมายใช่มั้ย จุดมุ่งหมายที่ผมต้องการคือการก้าวเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับ ภูมิคุ้มกัน วุฒิภาวะ และ วิจารณญาณ และผมไม่คิดว่าการเก็บตนเองไว้ใน “ห้องปลอดเชื้อ” มันจะเสริมสร้างคุณสมบัติเหล่านี้ได้ ส่วนเรื่องตัวตนนั้น ผมไม่เคยสนใจเลย เพราะอะไรเหรอครับ เพราะผมเห็นว่ามันก็เด่นชัดใน “สันดาน” ของประชากรในประเทศดีอยู่แล้ว โดยที่แทบจะไม่ต้องไปมองถึงวัฒนธรรมหรือวิถีปฏิบัติของประเทศเลยแม้แต่นิดเดียว :smile:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
174

นี่ถ้าเพื่อนไอ้พวกโลกสวยแมร่งไปเมืองนอก แล้วถ่ายรูปเดวิดหรือวีนัสแล้วโพสในเฟสบุ๊ก สงสัยไอ้พวกนี้แมร่ง unfriend แหงๆ เพราะว่าเสือกโพสรูปที่เสื่อมต่อต่อมศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของพวกแมร่ง :shock:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
175

คุGhostEye wrote:

….ในกรณีนี้ผมเป็นฝ่ายตอบคำถามซินะ

….คุณ This is it สิ่งใดที่ไร้ค่า หาใช่ว่าสิ่งนั้นจะไร้ซึ่งคุณค่าไม่…. แต่มันคือตัวของเราเองต่างหาก…. ที่ไม่อาจจะมองเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆ ได้…. เพราะมันก็เป็นแค่เพียงการตีคุณค่าเพียงเท่านั้น…

….บ้านของเราเก่าโทรม โบราณ แต่ก็หาใช่ว่าเราจะต้องทุบบ้าน หรือรื้อโครงบ้านใหม่ให้เป็นเหมือนกับคนข้างบ้านไม่….. การใช้ไม้มันดูแลรักษายาก แต่ปัจจุบันมีหนทาง มีเครื่องไม้เครื่องมือมากมาย ที่จะช่วยทำให้บ้านของเราเด่นสง่าขึ้น

….แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่รูปทรงแบบชาวตะวันตก แต่เมื่อผู้คนเดินผ่านก็ต่างต้องพากันสะดุดตาเข้ากับเรือนไม้หลังงามของเรา…. เพราะมัน “แตกต่าง” เพราะมันมี “เอกลักษณ์”

….ตามตรง…. ผมแอบคิดเช่นกันว่าค่านิยมการรับวัฒนธรรมต่างชาติ มันก็เริ่มตั้งแต่สมัย ร.5 เป็นหลัก แต่นั่นเราจำเป็นต้องทำเพื่อรักษาเอกราช…. หลังจากนั้นก็ “กลายพันธุ์” เป็นความ “เห่อ” ดังที่ปรากฏให้เห็นทั่วไปในปัจจุบัน… ทั้งความ “เห่อ” ระดับประเทศ และความ “เห่อ” ระดับคนในประเทศ

….คุณ This is it ถูกต้องยุคสมัยมันเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป… แต่คุณทราบไหม? ว่ายุคสมัยนี้ ด้วยพลังอำนาจแห่งสารสนเทศที่ก้าวหน้า… สิ่งที่ตามมาก็คือ มันทำให้เรามี “หนทาง” และมี “โอกาส” มากมายที่จะไปให้ถึง “จุดหมาย” หากเรามีปัญญาที่จะคิดออก…

….เช่นนั้นแล้ว…. จึงสำคัญอยู่ที่….. “จุดมุ่งหมายของเรานั้น คือ สิ่งใด” ต่างหาก

….การคงตัวตนของเรานั้น ไม่ใช่การคงทุกอย่างให้อยู่เช่นเดิม แบบนั้นแหละที่เรียกว่า “การแช่แข็ง” แต่สิ่งที่เราสมควรจะคงไว้นั้นก็คือ “เอกลักษณ์”

….ซึ่งก็อย่างที่กล่าวเอาไว้ว่่าคงจะต้องมาเถียงกันยาว….. เพราะปัจจุบันนี้… “อะไรคือเอกลักษณ์ของประเทศไทย” เรา…. ยังแทบจะตอบไม่ได้เลย

….ผมเห็นด้วยกับคุณเช่นกันว่าอะไรบางอย่างเราสมควรที่จะต้อง “เปลี่ยนแปลง”

….แต่บางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงนั้น… มัน “สมควรแล้วหรือไม่?” ที่เราจะก้าวเดินไป

….สิ่งต่างๆ ที่เป็นแค่เพียงความคิด ถกเถียงกันให้ตายไม่อาจจะบอกผลลัพธ์ชัดเจนได้ จนกว่ามันจะเกิดขึ้นจริงครับ…..

….ซึ่งเมื่อสิ่งนั้นๆ เกิดขึ้นแล้ว…. มันจะส่งผลกระทบต่อเนื่่องเป็นลูกโซ่ ยาวนาน และกว้างความมากเกินกว่าจะคาดคิดได้….

….ทุกอย่าง ย่อมมีผลตามมาเสมอ….

….แล้วคุณละ? เห็นสมควรแล้วหรือไม่?

เอาคำถามนี่ผมงงว่าสมควรในเรื่องอะไรล่ะครับ

ส่วนเรื่องจุดมุ่งหมายและเอกลักษณ์ คุณมองถึงเอกลักษณ์ชาติไง มันเลยตอบไม่ได้

ถ้าคุณลองมองว่าชาติมันก็กะอีแค่คนมารวมตัวกันล่ะครับ ดังนั้นเอกลักษณ์ของชาติ ก็คือเอกลักษณ์ของคนทุกคนในชาติรวมกัน เอกลักษณ์ของแต่ละคน ก็คือสิ่งที่แต่ละคนในชาติมีสิทธิ์เลือกได้เองว่าอยากจะเป็นอะไร อยากจะมีตัวตนแบบไหน อยากจะทำอะไรให้ตัวเองได้ประโยชน์ ทุกคนมีอิสระที่จะเลือกทั้งสิ้น ตราบใดที่มันยังไม่ไปทำร้ายผู้อื่นหรือทำผิดกฎหมาย

ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือก มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ข้อมูล ว่าวัฒนธรรมหรือสไตล์หรืออะไรก็ตามในโลกนี้มันมีอะไรบ้าง แล้วก็นำมาผสมรวมกับสิ่งที่ตัวเองเป็น สิ่งที่ตัวเองชอบ เกิดเป็นอะไรซักอย่าง แต่ละคนก็มีสไตล์มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่คนไหนจะเลือก สุดท้ายมันรวมกันก็เกิดเอกลักษณ์ของชาติบางอย่างเอง

ตรงข้าม แนวคิดของคุณที่ว่าชาติไทยจะต้องมีจุดมุ่งหมาย จะต้องกำหนดก่อนว่าเอกลักษณ์ของเราคืออะไร มันเหมือนการยัดเยียดเอาความคิดของคนไม่กี่คนไปกำหนดว่า วัฒนธรรมไทยต้องเป็นยังงั้นยังงี้เท่านั้นนะ ผมก็ต้องถามอีกล่ะว่า แล้วใครล่ะครับ ที่จะมีสิทธิ์กำหนดตรงนี้แทนคนไทยทุกคในชาติ?

ถ้าเป็นประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันกำหนด ก็ไม่จำเป็นต้องไปป้องกันหรือกำหนดจุดมุ่งหมายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายสไตล์และวัฒนธรรมส่วนตัวของคนในชาติทุกคน มันก็จะรวมตัวกันเป็นอะไรซักอย่างออกมาอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ไอ้พวกแช่แข็งประเทศเค้าจะยอมรับได้หรือเปล่า ถ้าสุดท้ายมันรวมตัวออกมาเป็นอะไรที่แม่งไม่คุ้นเคยเลยซักนิด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
เซ็งว่ะ
176

ไปดูโคโยตี้ดีกว่า

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
177

เว็บจ่าเริ่มถูกดูดกลืนด้วยศิลปะและวัฒนธรรมของเว็บพันดริฟท์แล้ว :grin: :grin: :grin: :grin: :grin:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
178

ทะเลาะกันไร้สาระ ต่างคนต่างมุมมอง หากอยากปกป้องสังคม จงดูแลตนเองและครอบครัวก่อน :twisted:
=w= โลกสวยไม่สวยก็ช่าง คนเราสมัยนี้ไม่มีการคุมจิตไง :twisted:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
179

เราเป็นผู้หญิงเรายังอยากดูเลย สวยมากเลยอ่ะ :|

คนไทยก็เงี้ย ห้ามนู่นกลัวนี่ ดัดจริตไปหมด แต่กะหรี่เกลื่อนเมือง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
180

Mr.NoName wrote:

GhostEye wrote:

….แล้วคุณละ? เห็นสมควรแล้วหรือไม่?

สำหรับผม ผมเห็นว่าสมควร ตามด้านบนที่คุณเขียนมุ่งเน้นไปที่จุดมุ่งหมายใช่มั้ย จุดมุ่งหมายที่ผมต้องการคือการก้าวเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับ ภูมิคุ้มกัน วุฒิภาวะ และ วิจารณญาณ และผมไม่คิดว่าการเก็บตนเองไว้ใน “ห้องปลอดเชื้อ” มันจะเสริมสร้างคุณสมบัติเหล่านี้ได้ ส่วนเรื่องตัวตนนั้น ผมไม่เคยสนใจเลย เพราะอะไรเหรอครับ เพราะผมเห็นว่ามันก็เด่นชัดใน “สันดาน” ของประชากรในประเทศดีอยู่แล้ว โดยที่แทบจะไม่ต้องไปมองถึงวัฒนธรรมหรือวิถีปฏิบัติของประเทศเลยแม้แต่นิดเดียว

….ขอบคุณที่ยังตีความออกครับ

….เรื่องตัวตน และสันดารนั้น….. มันก็สืบเนื่องมาจากเรื่องเล็กๆ นี่แหละ….. ที่มันจะลุกลาม กลืนกิน และสืบทอดไปสู่รุ่นอื่นๆ จากความอันตราย…. ของคำว่า.. “ธรรมดา” ซึ่งหากจะให้เรียกด้วยคำสวยขึ้นแล้ว… มันก็คือสิ่งที่จะกลายเป็น “ค่านิยมทางสังคม” ซึ่งอาจจะเติบโตเป็นสิ่งอื่นได้อีก….

….ดังที่ได้บอกไว้ด้านบน…. ไม่สามารถที่จะบอกได้อย่างแน่นอนหลอกว่าแนวคิดอันไหน มันจะส่งผลที่ดี หรือไม่ดีอย่างไร…. จนกว่ามันเกิดขึ้นแล้วนั้นแหละ

….ฉนั้นคิดจนหัวแตกไปก็เท่านั้น ใครเห็นสิ่งใด “สมควร” หากจะเป็นบุญกับประเทศ ถ้าคนๆ นั้นมีจุดมุ่งหมายที่ดี…… ก็เดินไปเถอะ เพียงแต่…. ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ว่า “ทุกอย่างย่อมมีผลกระทบตามมาเสมอ” ซึ่งมันอาจจะกว้าง และลึกเกินกว่าที่เราจะคาดคิดก็เป็นได้….

This is it wrote:

เอาคำถามนี่ผมงงว่าสมควรในเรื่องอะไรล่ะครับ

ส่วนเรื่องจุดมุ่งหมายและเอกลักษณ์ คุณมองถึงเอกลักษณ์ชาติไง มันเลยตอบไม่ได้

ถ้าคุณลองมองว่าชาติมันก็กะอีแค่คนมารวมตัวกันล่ะครับ ดังนั้นเอกลักษณ์ของชาติ ก็คือเอกลักษณ์ของคนทุกคนในชาติรวมกัน เอกลักษณ์ของแต่ละคน ก็คือสิ่งที่แต่ละคนในชาติมีสิทธิ์เลือกได้เองว่าอยากจะเป็นอะไร อยากจะมีตัวตนแบบไหน อยากจะทำอะไรให้ตัวเองได้ประโยชน์ ทุกคนมีอิสระที่จะเลือกทั้งสิ้น ตราบใดที่มันยังไม่ไปทำร้ายผู้อื่นหรือทำผิดกฎหมาย

ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือก มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ข้อมูล ว่าวัฒนธรรมหรือสไตล์หรืออะไรก็ตามในโลกนี้มันมีอะไรบ้าง แล้วก็นำมาผสมรวมกับสิ่งที่ตัวเองเป็น สิ่งที่ตัวเองชอบ เกิดเป็นอะไรซักอย่าง แต่ละคนก็มีสไตล์มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่คนไหนจะเลือก สุดท้ายมันรวมกันก็เกิดเอกลักษณ์ของชาติบางอย่างเอง

ตรงข้าม แนวคิดของคุณที่ว่าชาติไทยจะต้องมีจุดมุ่งหมาย จะต้องกำหนดก่อนว่าเอกลักษณ์ของเราคืออะไร มันเหมือนการยัดเยียดเอาความคิดของคนไม่กี่คนไปกำหนดว่า วัฒนธรรมไทยต้องเป็นยังงั้นยังงี้เท่านั้นนะ ผมก็ต้องถามอีกล่ะว่า แล้วใครล่ะครับ ที่จะมีสิทธิ์กำหนดตรงนี้แทนคนไทยทุกคในชาติ?

ถ้าเป็นประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันกำหนด ก็ไม่จำเป็นต้องไปป้องกันหรือกำหนดจุดมุ่งหมายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายสไตล์และวัฒนธรรมส่วนตัวของคนในชาติทุกคน มันก็จะรวมตัวกันเป็นอะไรซักอย่างออกมาอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ไอ้พวกแช่แข็งประเทศเค้าจะยอมรับได้หรือเปล่า ถ้าสุดท้ายมันรวมตัวออกมาเป็นอะไรที่แม่งไม่คุ้นเคยเลยซักนิด

….ในย่อหน้าที่ 1 2 3 มันทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า… “นี่ซินะความคิดอิสระอย่างชนรุ่นใหม่…. อิสระภาพที่รู้สึกว่าตนไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งใด”

….ชาติเป็นของเราส่วนหนึ่ง เราจะทำอะไรกับชาติก็ได้ ทุกคนมีอิสระที่จะกระทำสิ่งใดๆ ครับ

….แต่… ไม่ว่าคุณจะตระหนักถึงมันหรือไม่…. ทุกอย่างที่จะกระทำลงไปนั้น…. มันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นเสมอ…..

….คำว่า “จุดมุ่งหมาย” ที่ผมกล่าวไป… ไม่ใช่ “จุดมุ่งหมายของประเทศ” แต่เป็น “จุดมุ่งหมายของตัวคุณต่างหาก” ที่คุณจะทำในสิ่งใด….

….คุณกล่าวได้ถูกต้องส่วนหนึ่ง เรื่องประเทศเป็นแค่จุดรวมกันของกลุ่มชน แต่….ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของคนหลายจะกลายเป็นจุดมุ่งหมายของประเทศนะ… มันคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำเหล่านั้นต่างหาก ที่จะกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของประเทศ

….ผมละสลดใจกับบรรทัดหนึ่งของคุณจริงๆ ที่ว่า “ส่วนเรื่องจุดมุ่งหมายและเอกลักษณ์ คุณมองถึงเอกลักษณ์ชาติไง มันเลยตอบไม่ได้” ตัวผมเองก็เช่นกัน…. เรา… ไม่อาจจะตอบได้ว่า “เอกลักษณ์ของชาติเรา” คืออะไรได้……

….ยังไม่รู้จักตัวเองเลย….. แล้วจะก้าวเดินกันไปได้เยี่ยงไร……

….ความอิสระที่จะคิด ที่จะกระทำ…. ขออนุญาติยกตัวอย่าง เช่น… เรื่องศาสนา ที่มีีความเชื่อโบราณ คร่ำครึก และบางอย่างไม่อาจจะพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบของโลกสมัยใหม่ โลกในยุคของเหตุผลและความอิสระ

….หากเราทิ้งมันไป หรือตัดส่วนความเชื่องมงายโง่ๆ เหล่านั้นออกไปแล้ว…. “สังคมยุคใหม่สังคมนี้ ก็จะขาด “สิ่งที่ทำให้คนละอายต่อบาป” ไปอีกอย่างหนึ่ง”

….ซ้ำร้ายหากตัดทิ้งไปทั้งศาสนาแล้ว “สังคมนั้นๆ ก็จะ”ขาดจุดยึดเหนี่ยว” ไปสิ่งหนึ่ง”

….ด้านบนเพียงแต่ยกตัวอย่างลอยๆ เท่านั้นว่า…… ทุกสิ่ง… มีผลกระทบตามมาเสมอ…. ไม่ว่าคุณจะคิดถึงมันหรือไม่ก็ตาม…..

….หากจะไปยังหนทางแห่งความอิสระ…. อิสระแบบไหน? อิสระแบบใด? หรือครับ?

….สิ่งที่สังคมของเราในปัจจุบันนี้คาดมากที่สุด… ก็คือ “จิตสำนึก” มันคือ…. การตระหนักถึงในสิ่งใดๆ……. เพราะปัจจุบัน… ทุกคนล้วนแล้วแต่คิดถึงแต่ตนเองเพียงเท่านั้น…..

….หากจะบอกว่า นี่แหละคือโลกยุคปัจจุบัน….. ที่เรากำลังจะก้าวเดินไป…….. น่าอนาจใจ…. ก็สิ่งที่ก้าวเดินไปนั้น… มันก็คือขาของพวกเราเองไม่ใช่หรือไง?

….ผมแค่ตั้งคำถาม… จะคิด…. หรือจะทำสิ่งใด…….. ก็สุดแล้วแต่เถอะ…

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 3
หอeเท่าฝาตีน
181

Flnex wrote:

เคยอ่านมาจากไหนซักที่จำไม่ไ่ด้ละ เป็นตลกร้ายของฝรั่ง เค้าว่ากันว่า
“สมัยที่พระเจ้าสร้างโลกขึ้นมา พระเจ้าก็หยิบเอาของดี ทรัพยากรธรรมชาติ หย่อนลงแต่ละประเทศ ประเทศละอย่าง2อย่างก็ว่ากันไป พอมาถึงประเทศไทย พระเจ้าสะดุดเขา(เทือกเขาอะไรลืมไปแล้ว) ทำให้ของดีที่อยู่ในมือหล่นลงประเทศไทยซะเกือบหมด ประเทศอื่นๆก็แย้งขึ้นมาว่าพระเจ้าลำเอียง พระเจ้าเลยสร้างคนไทยขึ้นมาเพื่อทำลายสิ่งดีๆ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติซะ ประเทศอื่นๆจะได้หมดปัญหา(แค่หยิบคืนขึ้นมามันยากนักหนาเหรอวะ)”
แรกๆก็รู้สึกว่าเหมือนมันดูถูกคนไทยชิบหาย แต่มาระยะหลังๆ แม่งเริ่มรู้สึกว่ามันเปรียบเทียบได้ถูกจริงๆ ไม่ไ่ด้อยากจะดูถูกชาติพันธุ์ตัวเองอ่ะนะ แต่ มันจนปัญญาจะแก้ตัวแทน จะปิดหูปิดตาหรือดัดจริตแบบคนอื่นเค้าก็ทำไม่เป็นว่ะ

ใช่เลยๆ คือแบบว่ามันแก้ตัวไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะคิดอย่างไรให้แย้งเขาได้ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นกับตัวผมทุกวันๆ เพราะมีโอกาสใกล้ชิดชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานกับมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ เขาเองเห็นการทำงานของบุคลากรไทยเรา ความคิดของเรา การสื่อสารของเรา การวางแผน ฯลฯ แล้วนางก็คงอึดอัดใจ หงุดหงิด บางครั้งนางก็พูดกระแทกแดกดันมาบ้างซึ่งบุคลากรส่วนใหญ่ฟังไม่รู้เรื่อง (ภาษาอังกฤษ) ไอ้เราฟังรู้เรื่องแต่ครั้นจะไปเถียงอะไรเขามันลำบาก เพราะเราเห็นความผิดของฝ่ายเราเอง….. เฮ้อ…เหนื่อยใจ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
182

:shock: เอาตามจริงนะ เราดูคลิป แล้วไม่เข้าใจในสิ่งที่สื่ออ่ะ…. :!:

แต่ดูแล้ว……นางก็ไม่ใช่ยั่วนะ เหมือนมีจังหวะ ชั้นเชิง ซะมากกว่า

ใครลองอธิบายสิ่งที่จะสื่อที

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
183

:shock: เอาตามจริงนะ เราดูคลิป แล้วไม่เข้าใจในสิ่งที่สื่ออ่ะ…. :!:

แต่ดูแล้ว……นางก็ไม่ใช่ยั่วนะ เหมือนมีจังหวะ ชั้นเชิง ซะมากกว่า

ใครลองอธิบายสิ่งที่จะสื่อ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
Internet Hate Machine
184

@ GhostEye:

…..ขออนุญาตนอกเรือง…..แต่ว่า…..
…..จุด…………….เยอะมาก…………………………………………………
…..อ่านแล้ว……….เหนื่อย…………
…..ต้อง……
…..พัก……………….
…..หาย………ใจ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…..บ่อย………………………………………………………………………………………………………………………..

/จบแล้ว ขอโทษที่รบกวน โปรดรับชมสิ่งที่น่าสนใจต่อไปได้/

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
185

GhostEye wrote:

….ในย่อหน้าที่ 1 2 3 มันทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า… “นี่ซินะความคิดอิสระอย่างชนรุ่นใหม่…. อิสระภาพที่รู้สึกว่าตนไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งใด”

….ชาติเป็นของเราส่วนหนึ่ง เราจะทำอะไรกับชาติก็ได้ ทุกคนมีอิสระที่จะกระทำสิ่งใดๆ ครับ

….แต่… ไม่ว่าคุณจะตระหนักถึงมันหรือไม่…. ทุกอย่างที่จะกระทำลงไปนั้น…. มันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นเสมอ…..

….คำว่า “จุดมุ่งหมาย” ที่ผมกล่าวไป… ไม่ใช่ “จุดมุ่งหมายของประเทศ” แต่เป็น “จุดมุ่งหมายของตัวคุณต่างหาก” ที่คุณจะทำในสิ่งใด….

….คุณกล่าวได้ถูกต้องส่วนหนึ่ง เรื่องประเทศเป็นแค่จุดรวมกันของกลุ่มชน แต่….ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของคนหลายจะกลายเป็นจุดมุ่งหมายของประเทศนะ… มันคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำเหล่านั้นต่างหาก ที่จะกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของประเทศ

….ผมละสลดใจกับบรรทัดหนึ่งของคุณจริงๆ ที่ว่า “ส่วนเรื่องจุดมุ่งหมายและเอกลักษณ์ คุณมองถึงเอกลักษณ์ชาติไง มันเลยตอบไม่ได้” ตัวผมเองก็เช่นกัน…. เรา… ไม่อาจจะตอบได้ว่า “เอกลักษณ์ของชาติเรา” คืออะไรได้……

….ยังไม่รู้จักตัวเองเลย….. แล้วจะก้าวเดินกันไปได้เยี่ยงไร……

….ความอิสระที่จะคิด ที่จะกระทำ…. ขออนุญาติยกตัวอย่าง เช่น… เรื่องศาสนา ที่มีีความเชื่อโบราณ คร่ำครึก และบางอย่างไม่อาจจะพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบของโลกสมัยใหม่ โลกในยุคของเหตุผลและความอิสระ

….หากเราทิ้งมันไป หรือตัดส่วนความเชื่องมงายโง่ๆ เหล่านั้นออกไปแล้ว…. “สังคมยุคใหม่สังคมนี้ ก็จะขาด “สิ่งที่ทำให้คนละอายต่อบาป” ไปอีกอย่างหนึ่ง”

….ซ้ำร้ายหากตัดทิ้งไปทั้งศาสนาแล้ว “สังคมนั้นๆ ก็จะ”ขาดจุดยึดเหนี่ยว” ไปสิ่งหนึ่ง”

….ด้านบนเพียงแต่ยกตัวอย่างลอยๆ เท่านั้นว่า…… ทุกสิ่ง… มีผลกระทบตามมาเสมอ…. ไม่ว่าคุณจะคิดถึงมันหรือไม่ก็ตาม…..

….หากจะไปยังหนทางแห่งความอิสระ…. อิสระแบบไหน? อิสระแบบใด? หรือครับ?

….สิ่งที่สังคมของเราในปัจจุบันนี้คาดมากที่สุด… ก็คือ “จิตสำนึก” มันคือ…. การตระหนักถึงในสิ่งใดๆ……. เพราะปัจจุบัน… ทุกคนล้วนแล้วแต่คิดถึงแต่ตนเองเพียงเท่านั้น…..

….หากจะบอกว่า นี่แหละคือโลกยุคปัจจุบัน….. ที่เรากำลังจะก้าวเดินไป…….. น่าอนาจใจ…. ก็สิ่งที่ก้าวเดินไปนั้น… มันก็คือขาของพวกเราเองไม่ใช่หรือไง?

….ผมแค่ตั้งคำถาม… จะคิด…. หรือจะทำสิ่งใด…….. ก็สุดแล้วแต่เถอะ…

ข้อแรกคือผมเป็นอิสระชน แต่การกล่าวหาว่าทำอะไรก็ได้โดยไม่รับผิดชอบต่อสวนรวมก็เกินไปครับ

แต่คุณคาดผิดอย่าง ผมไม่ได้แอนตี้ศาสนา ตรงข้าม ผมต้องการให้มีการเจียระไนและ “พัฒนา” ศาสนาครับ ผมชอบศาสนา แต่ไม่ได้ชอบศาสนาในแง่ที่ว่ามันเป็นคำสอนที่ตายตัว ผมชอบศาสนาพุทธ แต่ผมก็มองต่อไปอีกว่าพุทธนั้นบางอย่างมันผิดหรือเปล่า หรือบางอย่างมันสืบทอดมาความหมายไม่ตรงหรือเปล่า เราต้องเจียระไน พัฒนาและเปลี่ยนแปลงพุทธหรือเปล่า ไอ้วิธีการที่ใช้ผีใช้เทวดาขู่ให้คนละอายต่อบาป มันยังได้ผลในยุคนี้อยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนมันซะ

ทั้งหมดที่ผมเคยพูด แม่งไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับการละทิ้งของเก่าที่มันดี แต่คำว่าอิสระของผมคือ เราต้องมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับสิ่งเก่าๆ อยู่เสมอ และถ้ามันไม่ดีตรงไหน ก็ต้องพัฒนาเสมอ แค่นั้นเองครับ

แน่นอนในการพัฒนานั้นรวมไปถึงพัฒนจริยธรรม แนวคิด กฎหมาย หรืออะไรต่างๆ ที่เป็นส่วนรวมด้วย ไม่ใช่แค่พัฒนาตนเอง กุศโลบายโบราณที่มันถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล คนรู้ทันหมด ก็ต้องถูกแทนที่ด้วยกุศโลบายแบบใหม่ๆ ที่น่าจะให้ได้ผลดีกว่า ผมถึงได้พูดไงว่าการเปลี่ยนแปลงมันไม่จำเป็นจะต้องทำไปเพราะเห็นแก่ตัว ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนมากที่ผมเจอ จะชอบเอามาโยงว่าเด็กรุ่นใหม่เห็นแก่ตัว

ยกตัวอย่างคนรู้จักผมคนนึงเป็น Atheist คือไม่นับถือศาสนาอะไรเลย แต่ทำงานให้มูลนิธิ Give และเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนในหลายๆ อย่าง แต่เค้าไม่เชื่อในผี พุทธ หรืออะไรเลย ถามว่าเค้าเป็นอิสระชนมั้ย ใช่แน่นอน แต่มันไม่ได้แปลว่าเค้าเห็นแก่ตัว ตรงข้าม เค้าทำให้คนอื่นมากกว่าคนนับถือพุทธและเชื่อผีสางเทวดาหลายคนเสียอีก

ที่ผมยกคนนี้ขึ้นมาเพื่อบอกว่า อิสระชน แม่งไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับการอิสระแล้วเห็นแก่ตัวเลยซักนิด มันเป็นแค่การฉีกกรอบเดิมๆ ออกไปเท่านั้นเอง ส่วนคนที่เห็นแก่ตัว ต่อให้นับถือศาสนา ก็เลวได้ แดงไบเล่ นักเลงโบราณ ก็สักยันต์และเลื่อมใสศาสนาทั้งสิ้น

—————-

ส่วนเรื่องอัตลักษณ์ผมจะเสริมอีกอย่าง ถ้าคุณต้องการรักษาวัฒนธรรมไทย คุณก็ต้อง “Work out” ให้มันคงอยู่

คือถึงพวกคนรักตัวตนรักชาติทั้งหลาย กุขอให้พวกมึงทั้งหลายไปดูประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลีเป็นตัวอย่าง ประเทศเค้าทำการรักษาวัฒนธรรม โดยไม่เห็นต้องไปปิดกั้นการหลั่งไหลของตะวันตกเลย ซึ่งแม่งไม่ได้ทำยากเชี่ยไรเลย เค้าก็แค่จัดโปรโมตคาบูกิ ละครเกาหลี ทำให้การเข้าวัดปีใหม่เป็นเรื่องสนุก ทำให้เทศกาลโน่นนี่นั่นที่สืบทอดกันมาเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ มีในการ์ตูน ละคร ยกย่องและบริจาคเงินให้แก่คนที่รักษาวัฒนธรรม จะเห็นว่าคนชงชาญี่ปุ่น มักจะเป็นคนที่รวย เค้าไม่ได้สนับสนุนด้วยปาก แต่เค้า “ลงมือทำ” ว่ะครับ

กุเชื่อว่าวัฒนธรรมไทยก็ทำได้ในแบบเดียวกันว่ะ ถ้ามึงทำให้โขนเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงได้ ทำให้หนังตะลุงเป็นการแสดงที่สนุก มีคนอุดหนุน ทำให้คนที่รักษาวัฒนธรรมอยู่ดีกินดี มันก็จะคงอยู่เอง เหมือนที่จ่าบอกเลย คือพวกมึงเองนั่นแหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้วัฒนธรรมไทยแม่งอ่อนแอปวกเปียกยิ่งกว่ามะเขือเผา

การกระทำมันสำคัญกว่าคำพูด ถ้ามึงปากพูดว่าคนไทยต้องรักษาประเพณี ปากสั่งเด็กรุ่นหลังว่าต้องรักษาๆๆๆๆๆ แต่ตัวมึงเองก็นั่งดูละครน้ำเน่า ใส่เสื้อผ้าฝรั่ง แดกเบียร์จิบไวน์ มันจะได้ผลเหี้ยอะไร ส่วนญี่ปุ่น เค้าไม่ต้องสอนเลยว่ะครับ คนแก่ของเค้าไม่พูดเหี้ยอะไรเลย แค่ “ทำ” ให้ดูว่าเค้ารักวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริงๆ มันเลยแข็งแกร่งไง

เมื่อไหร่พวกมึงถึงจะเข้าใจวะว่ามึงทำอะไรก็ได้ยังงั้น ไม่ว่ามึงจะพูดห่าอะไรพูดให้ตัวเองดูดียังไง มันก็ไม่ช่วยเหี้ยไรขึ้นมาหรอก มึงจะสั่งเด็กหรือด่าฝรั่งจนกล่องเสียงพัง แต่ถ้าตัวมึงเองก็ขี้เกียจลงมือ “ทำ” การรักษาวัฒนธรรมไทย มันก็ไม่มีวันคงอยู่หรอกเว้ย ไอ้ที่จะคงอยู่อ่ะ คือของที่มึง “ทำ” ทั้งนั้น ละครน้ำเน่า, ผัวเมียตบตี, Sotus, เส้นสาย ของพวกนี้ที่ผู้ใหญ่ท่านปากว่ารังเกียจ แต่เสือกลงมือทำ พวกนี้นี่แหละที่จะคงอยู่ในสังคม ส่วนไอ้ของที่ผู้ใหญ่ท่านปากว่าชอบ แต่ไม่คิดจะลงมือทำห่าอะไรเลย มันก็จะต้องตายไปจากสังคมไทยในอีกไม่ช้าครับ

ท่านคิดจะใช้แค่ “ปาก” ในการห้ามการหลั่งไหลของวัฒนธรรมเหรอครับ ตลกมากเลยว่ะครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
186

เฮ้ย เมียเก่าพี่มาริลีน แมนสัน ไอดอลกูนี่หว่า

มึงอยากรู้ว่าเป็นใครก็จงไปเชิร์ตในอากู๋ซะ เพลงแมร่งมันส์มาก(แนะนำสวีตดรีม)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
187

การโชว์นี้ก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าจริงๆ แล้วต่างชาติเค้าคิดกันยังไง ไอ้ที่เรามองว่าเค้ารับกันได้นี่เรามโนกันไปเองหรือเปล่า

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
จ่านึก
188

ควยโด่เลยกู สัส

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
189

เอางี้ดีกว่า เรื่องของเรื่องเนี่ย ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นไทยอะไรเลย
ถ้าแค่ไปดู จินตลีลา ดังกล่าวตามทีข่าวว่ามาแล้วจะกลายเป็นพวกบ่อนทำลายความเป็นไทยผมก็เห็นว่ามัน “คนละเรื่องกัน”
ผมว่าต่อให้อนาคต คนเราแม่งเดินแก้ผ้ากันกลางถนนได้ แม่งก็เดินแก้ผ้ากันแบบคนไทยทำกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นปัญหาเดียวมันคือสิ่งที่เรียกว่า “จริต” ครับ

ครั้งหนึ่งเราเคยถูกฝรั่งสร้างจริตให้เราว่า คนที่เปลือยร่างกายท่อนบนเป็นอนารยชน
ครั้งหนึ่งเราเคยมีผู้นำคนหนึ่งสร้างจริตให้เราว่า ประชากรทุกคนมีหน้าที่เชิดชูชาติและความเป็นไทย
ฯลฯ

และถึงวันนี้ สาเหตุที่หลายๆคนไม่รู้ว่าอะไรคือ “ไทย” เพราะเราถูกลากให้เดินตามจริต คนไทยต้องเป็นอย่างนั้น คนไทยต้องเป็นอย่างนี้ แล้วก็ควบคุมด้วยค่านิยมสังคม มันเหมือนภาพลวงตาน่ะทั้งๆที่ทุกคนก็มีความเป็นไทยอยู่ในตัวชนิดเต็มเปี่ยมแต่กลับมองไม่เห็นมันซะงั้น คุณ GhostEye ครับ ผมว่าคุณกำลังหลงทางระหว่างอะไรคือ “จริต” และอะไรคือ “ความเป็นไทย” นะครับ ซึ่งในกรณีนี้ การที่คุณบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจก่ออันตรายเพราะการเปลี่ยนแปลงของ “ค่านิยมสังคม” สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่ามันตกอยู่ในอันตรายคือ จริต ไม่ใช่ ความเป็นไทยนะครับ ถ้าอย่างนั้นถ้าผมบอกว่า การที่เราใส่เสื้อใส่กางเกงตามฝรั่ง = หมดความเป็นไทย มันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ? :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
190

อีคนตั้งกระทู้ ที่ตั้งถามนี่มัน โง่เง่าดักดานจริงๆ :grin:

ถ้าคิดว่า การแก้ผ้ามันจะเป็นเรื่องอนาจาร เปลือยไร้ศิลปะ หรือเป็นเรื่องลามก จกเปรต

อีเจ้าของกระทู้นี้ มึงอย่าเย็ดกับใครนะ ถ้ามึงเปลือยผ้าเย็ดแสดงว่ามึงเป็นคนลามกจกเปรต
ห้ามแก้ผ้าอาบน้ำด้วยสัส เพราะมึงกำลังเปลื้องผ้า ลามก

ศีลธรรมควยถอกของมึงเก็บเอาไว้ในหัวกบาลเน่าๆของมึงเถอะ :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
191

คลิป Dita ที่กุดูไป โดนกลบกับคลิปยิงปิงปองซะแล้วว่ะ

ฮา จนลืม คลิป Dita เลยแม่ง 5555+ :cool:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
I'm not offended
192

เมืองที่ส่งเสริมให้ผู้อาศัยเจริญรุ่งเรือง ย่อมเป็นแหล่งรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย การที่เมืองๆหนึ่งปิดกั้นวัฒนธรรมใดๆไม่ให้แสดงออก ก็เท่ากับว่าเมืองนั้นๆไม่สนับสนุนให้ผู้อาศัยเจริญรุ่งเรือง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
193

This is it wrote:

GhostEye wrote:
ข้อแรกคือผมเป็นอิสระชน แต่การกล่าวหาว่าทำอะไรก็ได้โดยไม่รับผิดชอบต่อสวนรวมก็เกินไปครับ

แต่คุณคาดผิดอย่าง ผมไม่ได้แอนตี้ศาสนา ตรงข้าม ผมต้องการให้มีการเจียระไนและ “พัฒนา” ศาสนาครับ ผมชอบศาสนา แต่ไม่ได้ชอบศาสนาในแง่ที่ว่ามันเป็นคำสอนที่ตายตัว ผมชอบศาสนาพุทธ แต่ผมก็มองต่อไปอีกว่าพุทธนั้นบางอย่างมันผิดหรือเปล่า หรือบางอย่างมันสืบทอดมาความหมายไม่ตรงหรือเปล่า เราต้องเจียระไน พัฒนาและเปลี่ยนแปลงพุทธหรือเปล่า ไอ้วิธีการที่ใช้ผีใช้เทวดาขู่ให้คนละอายต่อบาป มันยังได้ผลในยุคนี้อยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนมันซะ

ทั้งหมดที่ผมเคยพูด แม่งไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับการละทิ้งของเก่าที่มันดี แต่คำว่าอิสระของผมคือ เราต้องมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับสิ่งเก่าๆ อยู่เสมอ และถ้ามันไม่ดีตรงไหน ก็ต้องพัฒนาเสมอ แค่นั้นเองครับ

แน่นอนในการพัฒนานั้นรวมไปถึงพัฒนจริยธรรม แนวคิด กฎหมาย หรืออะไรต่างๆ ที่เป็นส่วนรวมด้วย ไม่ใช่แค่พัฒนาตนเอง กุศโลบายโบราณที่มันถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล คนรู้ทันหมด ก็ต้องถูกแทนที่ด้วยกุศโลบายแบบใหม่ๆ ที่น่าจะให้ได้ผลดีกว่า ผมถึงได้พูดไงว่าการเปลี่ยนแปลงมันไม่จำเป็นจะต้องทำไปเพราะเห็นแก่ตัว ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนมากที่ผมเจอ จะชอบเอามาโยงว่าเด็กรุ่นใหม่เห็นแก่ตัว

ยกตัวอย่างคนรู้จักผมคนนึงเป็น Atheist คือไม่นับถือศาสนาอะไรเลย แต่ทำงานให้มูลนิธิ Give และเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนในหลายๆ อย่าง แต่เค้าไม่เชื่อในผี พุทธ หรืออะไรเลย ถามว่าเค้าเป็นอิสระชนมั้ย ใช่แน่นอน แต่มันไม่ได้แปลว่าเค้าเห็นแก่ตัว ตรงข้าม เค้าทำให้คนอื่นมากกว่าคนนับถือพุทธและเชื่อผีสางเทวดาหลายคนเสียอีก

ที่ผมยกคนนี้ขึ้นมาเพื่อบอกว่า อิสระชน แม่งไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับการอิสระแล้วเห็นแก่ตัวเลยซักนิด มันเป็นแค่การฉีกกรอบเดิมๆ ออกไปเท่านั้นเอง ส่วนคนที่เห็นแก่ตัว ต่อให้นับถือศาสนา ก็เลวได้ แดงไบเล่ นักเลงโบราณ ก็สักยันต์และเลื่อมใสศาสนาทั้งสิ้น

—————-

ส่วนเรื่องอัตลักษณ์ผมจะเสริมอีกอย่าง ถ้าคุณต้องการรักษาวัฒนธรรมไทย คุณก็ต้อง “Work out” ให้มันคงอยู่

คือถึงพวกคนรักตัวตนรักชาติทั้งหลาย กุขอให้พวกมึงทั้งหลายไปดูประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลีเป็นตัวอย่าง ประเทศเค้าทำการรักษาวัฒนธรรม โดยไม่เห็นต้องไปปิดกั้นการหลั่งไหลของตะวันตกเลย ซึ่งแม่งไม่ได้ทำยากเชี่ยไรเลย เค้าก็แค่จัดโปรโมตคาบูกิ ละครเกาหลี ทำให้การเข้าวัดปีใหม่เป็นเรื่องสนุก ทำให้เทศกาลโน่นนี่นั่นที่สืบทอดกันมาเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ มีในการ์ตูน ละคร ยกย่องและบริจาคเงินให้แก่คนที่รักษาวัฒนธรรม จะเห็นว่าคนชงชาญี่ปุ่น มักจะเป็นคนที่รวย เค้าไม่ได้สนับสนุนด้วยปาก แต่เค้า “ลงมือทำ” ว่ะครับ

กุเชื่อว่าวัฒนธรรมไทยก็ทำได้ในแบบเดียวกันว่ะ ถ้ามึงทำให้โขนเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงได้ ทำให้หนังตะลุงเป็นการแสดงที่สนุก มีคนอุดหนุน ทำให้คนที่รักษาวัฒนธรรมอยู่ดีกินดี มันก็จะคงอยู่เอง เหมือนที่จ่าบอกเลย คือพวกมึงเองนั่นแหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้วัฒนธรรมไทยแม่งอ่อนแอปวกเปียกยิ่งกว่ามะเขือเผา

การกระทำมันสำคัญกว่าคำพูด ถ้ามึงปากพูดว่าคนไทยต้องรักษาประเพณี ปากสั่งเด็กรุ่นหลังว่าต้องรักษาๆๆๆๆๆ แต่ตัวมึงเองก็นั่งดูละครน้ำเน่า ใส่เสื้อผ้าฝรั่ง แดกเบียร์จิบไวน์ มันจะได้ผลเหี้ยอะไร ส่วนญี่ปุ่น เค้าไม่ต้องสอนเลยว่ะครับ คนแก่ของเค้าไม่พูดเหี้ยอะไรเลย แค่ “ทำ” ให้ดูว่าเค้ารักวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริงๆ มันเลยแข็งแกร่งไง

เมื่อไหร่พวกมึงถึงจะเข้าใจวะว่ามึงทำอะไรก็ได้ยังงั้น ไม่ว่ามึงจะพูดห่าอะไรพูดให้ตัวเองดูดียังไง มันก็ไม่ช่วยเหี้ยไรขึ้นมาหรอก มึงจะสั่งเด็กหรือด่าฝรั่งจนกล่องเสียงพัง แต่ถ้าตัวมึงเองก็ขี้เกียจลงมือ “ทำ” การรักษาวัฒนธรรมไทย มันก็ไม่มีวันคงอยู่หรอกเว้ย ไอ้ที่จะคงอยู่อ่ะ คือของที่มึง “ทำ” ทั้งนั้น ละครน้ำเน่า, ผัวเมียตบตี, Sotus, เส้นสาย ของพวกนี้ที่ผู้ใหญ่ท่านปากว่ารังเกียจ แต่เสือกลงมือทำ พวกนี้นี่แหละที่จะคงอยู่ในสังคม ส่วนไอ้ของที่ผู้ใหญ่ท่านปากว่าชอบ แต่ไม่คิดจะลงมือทำห่าอะไรเลย มันก็จะต้องตายไปจากสังคมไทยในอีกไม่ช้าครับ

ท่านคิดจะใช้แค่ “ปาก” ในการห้ามการหลั่งไหลของวัฒนธรรมเหรอครับ ตลกมากเลยว่ะครับ

….เรื่องศาสนา.. ผมอุสาใช้คำว่า “ยกตัวอย่าง” กำกับทั้งหน้าและหลัง….. อีกทั้ง….. คุณทำให้ผมกลับไปอ่านทวนสิ่งที่พิมพ์อีกหลายรอบ ผมก็คิดว่า… ผมไมไ่ด้ระบุบตรงไหนเลยนี่หว่า ว่าคุณเป็นพวกต่อต้านศาสนา = =a

….เอาเข้าจริงๆ จากในทุกโพส ผมไม่เคยกำหนดว่าใครจะต้องทำสิ่งใด คุณ This is it คุณจะยึดตามแนวคิดแห่งความอิสระ ก็ทำตามที่คุณคิดเถอะ

….แต่ผมอยากจะให้คำนึงถึง 2 ข้อคือ
1) จุดมุ่งหมายของตัวคุณเอง

….คำว่าอิสระของคุณมันคือสิ่งใด? อิสระในแบบไหน? อย่างไร? มันเป็นคำถามที่คุณจะต้องตอบตัวเอง ไม่ใช่ผม

2) ผลกระทบ

….ทุกสิ่งย่อมมีผลกระทบตามมาเสมอ ไม่ว่าคุณจะคำนึงถึงมันหรือไม่ก็ตาม

:———————————————-:

….ความอิสระในการตั้งคำถามต่อสิ่งเดิม เป็นแนวคิดที่น่าประทับใจมากครับ มีความคิดแรกเริ่มที่เหมือนกัน แต่ส่วนหลังจากนั้นมันอาจจะเป็นเส้นทางที่แตกต่างระหว่างคุณกับผมก็ได้มัง

….หากสิ่งใดที่เห็นว่ามันไร้ประโยชน์แล้ว เราก็สมควรที่จะเปลี่ยนใหม่

….ซึ่งผมก็ได้บอกไปแล้วว่า โลกปัจจุบันนี้มันมี “โอกาส และ ทางเลือก” ที่เปิดกว้างเสมอ ขึ้นกับว่าเราจะมองเห็นมันหรือไม่…

….ในเมื่อเรามีบ้านของเราอยู่แล้ว…… ผมอยากเลือกที่จะพยายามปรับปรุงมัน มากกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงมันนะ…… จุดนี้มันเป็นเรื่องของความคิดที่แตกต่าง เถียงกันไปก็โลกแตกเปล่าๆ

:———————————————-:

….ผมชอบประโยชน์หนึ่งของคุณมากเลย คือ “เค้าไม่ได้สนับสนุนด้วยปาก แต่เค้า “ลงมือทำ” ว่ะครับ”

….ฮ่าฮ่า….. ใช่…… ก็ประเทศเรา… มีใครทำอะไรจริงจังบ้าง…..? เพราะส่วนใหญ่จะชอบเล่นบทเทวดา อยากได้แต่ไม่อยากทำกันทั้งนั้น หลายๆ ก็คนพยายามจะรักษาสิ่งที่ดี แต่พอดีว่าหากทำแล้ว… ขอโทษนะครับ มันอดตายวะครับ ก็เลยเลิกลากันไปหลายต่อหลายเจ้า

….จุดนี้มันก็มองได้อีกหลายมุม อดตาย.. ทำไมเขาถึงอดตาย? เพราะขาดทุน ขาดเงิน แล้วทำไมถึงขาดเงิน ก็เพราะไม่มีลูกค้า และลูกค้าคือใคร? แล้วทำไมลูกค้าถึงไม่ซื้อ ไม่สนับสนุน?

….เห่อ…. คนแก่ของบ้านเมืองเราหลายคน.. ก็ “ทำ” ให้เห็นดังเช่นประเทศที่คุณระบุบมานั้นแหละ… แต่พอดีว่าคนส่วนใหญ่ของเรา ไม่สนใจที่จะมองต่างหาก….

….แต่เอาเถอะ.. การมีแนวคิดเช่นนั้นก็ดี แต่ตรงจุดนั้น มันเกินกว่าที่ตัวคนๆ เดียวจะทำไหว ก็ดีขอให้เก็บมันไว้จนกว่าจะมีโอกาส เพราะหลายคน… เลือกที่จะไม่ทำมัน

Mr.NoName wrote:

เอางี้ดีกว่า เรื่องของเรื่องเนี่ย ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นไทยอะไรเลย
ถ้าแค่ไปดู จินตลีลา ดังกล่าวตามทีข่าวว่ามาแล้วจะกลายเป็นพวกบ่อนทำลายความเป็นไทยผมก็เห็นว่ามัน “คนละเรื่องกัน”
ผมว่าต่อให้อนาคต คนเราแม่งเดินแก้ผ้ากันกลางถนนได้ แม่งก็เดินแก้ผ้ากันแบบคนไทยทำกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นปัญหาเดียวมันคือสิ่งที่เรียกว่า “จริต” ครับ

ครั้งหนึ่งเราเคยถูกฝรั่งสร้างจริตให้เราว่า คนที่เปลือยร่างกายท่อนบนเป็นอนารยชน
ครั้งหนึ่งเราเคยมีผู้นำคนหนึ่งสร้างจริตให้เราว่า ประชากรทุกคนมีหน้าที่เชิดชูชาติและความเป็นไทย
ฯลฯ

และถึงวันนี้ สาเหตุที่หลายๆคนไม่รู้ว่าอะไรคือ “ไทย” เพราะเราถูกลากให้เดินตามจริต คนไทยต้องเป็นอย่างนั้น คนไทยต้องเป็นอย่างนี้ แล้วก็ควบคุมด้วยค่านิยมสังคม มันเหมือนภาพลวงตาน่ะทั้งๆที่ทุกคนก็มีความเป็นไทยอยู่ในตัวชนิดเต็มเปี่ยมแต่กลับมองไม่เห็นมันซะงั้น คุณ GhostEye ครับ ผมว่าคุณกำลังหลงทางระหว่างอะไรคือ “จริต” และอะไรคือ “ความเป็นไทย” นะครับ ซึ่งในกรณีนี้ การที่คุณบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจก่ออันตรายเพราะการเปลี่ยนแปลงของ “ค่านิยมสังคม” สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่ามันตกอยู่ในอันตรายคือ จริต ไม่ใช่ ความเป็นไทยนะครับ ถ้าอย่างนั้นถ้าผมบอกว่า การที่เราใส่เสื้อใส่กางเกงตามฝรั่ง = หมดความเป็นไทย มันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?

….ก็จริงนะ รู้สึกว่าจะแตกประเด็นบานปลายมากไปนิด ขอบคุณมากครับ แต่ผมยังสงสัยอีกนิดหน่อยคือ…

….ครั้งก่อนเราเคยนั้น เราเคยนี่ น่ะใช่

….ว่าแต่ปัจจุบันนี้… เราจะเป็นเช่นไรต่อไป?

….เช่นนั้นแล้ว….. “คนไทย” ในรูปแบบของเรา เป็นแบบใด?

….เราจะทำสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น

….สิ่งที่ผมอยากพูดมีแค่ 2 เรื่องคือ 1) จุดมุ่งหมาย และ 2) ผลกระทบ

….ปัจจุบัน มาจากอดีต และอนาคตจะเป็นเช่นไร…. ก็คือการเริ่มออกก้าวเดินจากปัจจุบัน ซึ่งสิ่งที่จะก้าวไปนั้น ก็คือขาของเราเองนี่แหละ

….ถึงอนาคตคนทั้งโลกจะเดินแก้ผ้า ว่าแต่… ทำไมเราจะต้องเดินแก้ผ้าอย่างเขาด้วยละ? หรือว่าแค่เพราะคนทั้งโลกเป็นแบบนั้นเพียงเท่านั้น = =a

….ประกอบกับแนวคิดของคุณ This is it มันไม่ใช่ตั้งคำถามแค่แต่เรื่องในอดีต แต่มันคือการตั้งคำถามต่อปัจจุบัน และต่ออนาคตด้วย…

….นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากถาม แค่ถามมิใช่บังคับ หรือยัดเยียดความเห็นแต่อย่างใด

….ส่วนคำตอบ จะตอบหรือไม่ก็ได้ เพราะมันรู้สึกว่าจะออกมาไกลไปละ ,ขอโทษด้วยครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
194

ตัวตนของศิลปะวัฒนธรรมไทย

ขนบทำเนียบ จารีต ประเพณีไทย

นั้น ไซร้

”มีไว้ใช้ด่าคนอื่น”

นี่หรือเมืองตุ๊ด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
195

อ้อเพราะศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของสังคมไทย เมิงเลยเซ็นเซอร์ หุ้นกายวิภาคมนุษย์ ในรายการฉลาดเหี้ยๆ ซินะ :cool:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
196

ชอบ Dita เห็นครั้งแรกใน CSI :roll:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
197

กูเป็นผู้หญิง แต่กูชอบ Dita Von Teese โครตๆเลยอะ
กูมองเป็นศิลปะนะ แบบ Betty Page ดู Vintage และเซ็กซี่
เคยฟังสัมภาษณ์เขาก็บอกว่าแนวคิดของเขา คือ
การแสดงพลังของเพศหญิงผ่านการแสดง
ซึ่งกูประทับใจมาก
โดยเฉพาะการแสดงที่เขาเต้นในแก้วมาร์ตินี่นะสุดยอด
ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องไปดู
บัตรไม่ถูก ใจไม่รักไปดูไม่ได้หรอก
แต่กูจะไป!!!

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
198

เขาจะโกรธไหม :oops: ถ้าเขารู้ว่าวัฒนธรรมโบราณอันดีงามที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน แม่งถูกอุปโลก(เรียกหรูๆก็ปฏิรูป)ขึ้นใหม่ตอนจอมพล ป. เอง :lol:

ใส่เสื้อ แดกผัดไทย เลิกแดกหมาก ยืนเคารพธงชาติ เปิดเพลงสรรเสริญในโรงหนัง ใช้”สวัสดี”ในการทักทาย เรียกทุกชนชาติในแผ่นดินสยามว่า “คนไทย” :cool: :idea:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
ผ่านมาได้ยินเพลงนี้
199

คนที่ตั้งกระทู้ด่า ยังนั่งดูAVชักว่าวหน้าคอมอยู่เล้ย :grin: :grin: :grin: :grin:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
ขงเบ้ง แห่งดินแดนตะวันออก
200

:o บอกได้คำเดียวว่า “ดักดาน” สัสัๆ :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann