เรื่องมันมีอยู่ว่าที่เว็บผู้จัดการเขาไปสัมภาษณ์เสี่ยตันในประเด็นที่คนสงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า
เสี่ยตันจะให้เงินอัดฉีดเป็นขวัญกำลังใจแก่นักกีฬาพาราลิมปิคที่คว้าเหรียญทองกลับประเทศไทย
เหมือนตอนเสี่ยตันประกาศอัดฉีดสิบล้านบาทให้นักกีฬาโอลิมปิคที่ได้เหรียญทองหรือไม่
เสี่ยตันแกก็ให้สัมภาษณ์สื่ออย่างตรงไปตรงมาว่างานนี้เสี่ยตันไม่จ่ายนะครับ
credit : http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000109020&CommentPage=5&#Comment
รายละเอียดเต็มๆเชิญไปอ่านกันในเว็บผู้จัดการกันเอาเองนะครับ แต่สรุปคร่าวๆคือเสี่ยแกบอกว่าไม่มีนโยบายสนับสนุนการกีฬาเป็นหลักตั้งแต่ต้น
ตอนที่อัดฉีดเงินให้นักกีฬาโอลิมปิคเป็นล้านนั้น เพราะเสี่ยแกอยากเอาเงินสิบล้านมาล่อให้นักกีฬามีเรี่ยวแรง
จะได้คว้าเหรียญทองโอลิมปิคกลับประเทศไทยให้ชาวบ้านชาวช่องเขาภูมิใจ ส่วนใครจะมองว่าแกสร้างภาพ ทำการตลาดก็ตามใจ
แต่เสี่ยตันแค่อยากทำธุรกิจให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าคนรวยไม่ควรขี้เหนียว แต่ควรใจป้ำคือทำธุรกิจไปด้วยทำประโยชน์ให้ผู้อื่นไปด้วยพร้อมๆกัน
ส่วนเรื่องเหรียญทองพาราลิมปิคนั้น เสี่ยตันแกอธิบายว่าไม่อัดฉีด เพราะเราทำบุญทุกวัดไม่ได้ เสี่ยตันมีลูกมีเมีย
มีลูกน้องและบริษัทให้ดูแล จะให้จ่ายหมดทุกงานได้ไง ดังนั้นแกจะเลือกทำในสิ่งที่แกอยากทำเท่านั้น
อ่านบทความจบ แอดมินว่าเสี่ยตันแกก็ตรงไปตรงมาดีนะ จ่ายก็จ่าย ไม่จ่ายก็ไม่จ่ายและให้เหตุผลชัดเจนดี
ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อมีคนไม่พอใจบทสัมภาษณ์ของเสี่ยตันและวิจารณ์เสี่ยแกว่า ที่ไม่อัดฉีดให้นักกีฬาพาราลิมปิค
เพราะสังคมไทยไม่ค่อยสนใจการแข่งขันนี้ เรตติ้งมันไม่ค่อยดี เมิงก็เลยไม่รู้จะอัดฉีดไปทำไมเพราะไม่มีผลด้านการตลาดใช่มั้ยล่ะ
ที่เมิงบอกว่าจะทำบุญทุกวัด นั่นคือมึงหมายความว่ามึงจะทำบุญกับวัดที่คนเข้าเยอะๆ
ชาวบ้านชาวช่องเขาจะได้เห็นกันทั่วๆว่ามึงไปทำบุญที่วัดนั้นมาใช่หรือไม่!?
ถ้าวัดที่เมิงจะทำบุญมันไม่โด่งดังมีชื่อเสียงระดับโลก และเอามาใช้สร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวมึงไม่ได้ มึงก็จะไม่ทำบุญที่วัดนั้นใช่ป่ะ?
ฝ่ายที่เข้าข้างเสี่ยตันก็เถียงว่าพวกมึงที่ด่าๆเขาเนี่ย มีใครทำบุญเท่าเสี่ยตันแกบ้างวะ?
เสี่ยตันแกทำอะไรผิด แกอัดฉีดให้นักกีฬาโอลิมปิคหนนึงเป็นสิบล้าน แล้วแกจะคาดหวังผลการตลาดจากการอัดฉีดของแกบ้างไม่ได้เลยรึไง
อย่าว่าแต่เสี่ยตันเลย เวลาพวกมึงทำบุญทำทานพวกมึงให้เขาเปล่าๆหรืออธิษฐานในใจขอให้ได้บุญกุศลเยอะๆกันแน่วะ?
แล้วพวกมึงไปเสือกเชี่ยอะไรกับการตลาดของเสี่ยตันกันจัง ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องแดกชาเขียวอิชิตันสิวะ
เงินก็เงินของเขา การตลาดก็เรื่องของเขา พวกมึงที่เอาแต่ด่าเสี่ยแกเนี่ยกรูสงสัยจริงๆว่าพวกมึงเสียผลประโยชน์อะไรจากการตลาดของเสี่ยตันรึเปล่าวะ?
ฝ่ายที่วิจารณ์เสี่ยตันก็เถียงกลับว่า เออ ที่มึงพูดมามันก็ถูก เงินมันก็เงินของเสี่ยตัน
แต่ถ้ามันเอาเงินก้อนนั้น ไปสร้างภาพให้ประชาชนเข้าใจว่ามันเป็นคนดีที่ทุ่มเทเพื่อสังคม
ทั้งๆที่มันแค่เกาะกระแสสังคมหาช่องทางโฆษณาสินค้าของตัวเอง พวกกรูก็มีสิทธิที่จะวิจารณ์ไม่ใช่เหรอวะ?
คือมึงจะทำการตลาดยังไงก็ทำไปเหอะ แต่อย่ายกหางตัวเองว่าทำเพื่อสังคมทั้งๆที่มึงกำลังหาแดกกับสังคมไทยอยู่เลยว่ะ
ที่เว็บพันทิปก็มีคนเอาประเด็นนี้มาเล่าสู่กันฟังเช่นกัน ฝ่ายที่เชียร์เสี่ยตันก็เข้าข้างเสี่ยตันว่า
เสี่ยแกไม่ได้ทำอะไรผิด เงินของเขา ถ้าเขาไม่ให้ก็เรื่องของเขาสิวะ
แต่ถ้าใครอยากอัดฉีดให้นักกีฬาพาราลิมปิคนักก็ไปอัดฉีดกันเองเด่ะ
ส่วนไอ้พวกที่ตำหนิเสี่ยตันน่ะ พวกมึงลองถามตัวเองดูเหอะว่ามึงช่วยอัดฉีดให้นักกีฬาพาราลิมปิคไปแล้วกี่สตางค์!!
ถ้าเสี่ยตันอัดฉีดให้นักกีฬาพาราลิมปิค อีกหน่อยมีแข่งขันห่าเหวอะไรคนก็คงเฮโลมาขอเงินจากเสี่ยตันทุกงานเลยน่ะสิวะ
ฝ่ายที่วิจารณ์เสี่ยตันก็บอกเสี่ยตันผ่านกระทู้นี้ว่ามึงยอมรับมาตรงๆเถอะเสี่ย ว่ามึงอัดฉีดเงินให้นักกีฬาโอลิมปิค
ก็เพื่อโปรโมทตัวเองให้ชื่อเสียงโด่งดังมากขึ้น จะได้เป็นผลดีต่อยอดขายของชาเขียวอิชิตันตามไปด้วย
คือที่เสี่ยทำแบบนี้กรูว่ามันก็ไม่ผิดนะ มันเป็นเรื่องของการตลาดนั่นแหละ แต่ถ้าจะเสี่ยอยากช่วยเหลือสังคมจริงๆ
ทำไมเสี่ยตันไม่ลองบริจาคเงินแบบเงียบๆโดยไม่หวังชื่อเสียงแบบปิดทองหลังพระดูมั่งวะ
กองเชียร์เสี่ยก็ถามกลับว่าเขาจะปิดทองหลังพระหรือปิดทองหน้าพระก็เรื่องของเขาสิวะ
แล้วมึงแน่ใจได้ไงว่าเสี่ยแกไม่เคยปิดทองหลังพระ บางทีเสี่ยแกอาจจะเคยบริจาคแบบเงียบๆ
แต่พวกมึงไม่รู้เพราะว่าเสี่ยแกไม่ได้เอาการบริจาคในลักษณะนั้นมาโปรโมทก็เป็นได้นะเว้ย!!
อมยิ้มคนนึงก็ยืนยันในประเด็นนี้ว่าเสี่ยตันแกก็เคยปิดทองหลังพระเหมือนกันนะมึง
อย่างตอนเสี่ยแกไปแจกรางวัลให้คนซื้อชาเขียวที่บุรีรัมย์ คนได้รางวัลแกซื้อชาเขียวจากร้านที่คนขายเป็นผู้พิการ
พอเสี่ยตันเห็นแบบนั้นแกควักตังค์ให้ผู้พิการในร้านขายของชำทันทีสองแสนบาทเลยนะ
จากนั้นกองเชียร์ของเสี่ยตันก็เข้าข้างเสี่ยตันรัวๆว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของเสี่ยตันเลยซักนิด
เขาจะจ่ายเงินอัดฉีดหรือไม่ก็เรื่องของเขา พวกมึงไปเสือกอะไรด้วยวะ
เขาอยากจะทำบุญวัดหรูหรือทำบุญกับวัดในถิ่นทุรกันดารก็เรื่องของเขา
แต่คงไม่มีใครที่มีปัญญาทำบุญทุกวัด และตักบาตรให้พระทุกรูปได้อย่างที่พวกมึงต้องการหรอกว่ะ
แล้วพวกมึงจะไปโทษเสี่ยตันว่าไม่อัดฉีดให้นักกีฬาโอลิมปิคเพราะข่าวไม่ดังทำไม ในเมื่อคนไทยอย่างพวกมึง
ก็ไม่สนใจจะดูการแข่งขันพาราลิมปิคกันซักคนเลยนี่หว่า แล้วพอพวกมึงไม่ดูเขาแข่งกัน
มันก็ไม่เกิดกระแสสังคม แล้วเสี่ยตันเขาจะอัดฉีดให้กับการแข่งขันพาราลิมปิคที่เงียบฉี่ยังกับเป่าสากไปทำไมวะ?
กรูล่ะเบื่อคนไทยอย่างพวกมึงที่พอเห็นคนทำดีให้กับสังคมหนนึง แล้วพวกมึงก็ไปยัดเยียดว่า
มันเป็นหน้าที่ที่คนๆนั้นจะต้องบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคมไทยต่อไปเรื่อยๆจนวันตายฉิบหายเลยว่ะ
ฝ่ายที่วิจารณ์เสี่ยตันก็โต้กลับว่าเสี่ยแกไม่อัดฉีดให้มันไม่ผิดก็จริง แต่มันทำให้พวกกรูผิดหวังโคตรๆเลยว่ะ
พวกกรูผิดหวังที่ครั้งหนึ่งเสี่ยตันแกเกาะกระแสที่สังคมไทยกำลังเห็นใจนักกีฬาโอลิมปิคมาโฆษณาให้ตัวเองเป็นที่ชื่นชม
กรูว่ากรูจะเลิกแดกชาเขียวอิชิตันแล้วว่ะ เพราะกรูเบื่อไอ้พวกที่ทำบุญเฉพาะวัดดังๆ
สู้สิงห์ก็ไม่ได้ พวกมึงรู้มั้ยว่าสิงห์เขาทำบุญไม่เลือกวัด ไม่เอาหน้า และทำต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน
ถ้าไม่ได้การสนับสนุนจากสิงห์น่ะเหรอ อย่าว่าแต่เงินอัดฉีดเลย กระทั่งค่าเดินทางไปแข่งขันพาราลิมปิคยังไม่มีซะด้วยซ้ำ
ที่อมยิ้มคนนี้พูดเขาหมายถึงสิงห์ และเครือข่ายภาคีอีกหลายองค์กร เช่นเดอะมอลล์ ที่ปิดทองหลังพระ
ออกงบสนับสนุนให้นักกีฬาพาราลิมปิคได้ฝึกซ้อมและได้ไปแข่งขันที่ต่างประเทศมายาวนานหลายปีโดยไม่เคยเอาประเด็นนี้มาใช้เพื่อโฆษณาตัวเองครับ
ใครสนใจเชิญไปอ่านกันได้ที่ข่าวนี้เลยเด้อ http://www.dailynews.co.th/article/630/153240
อมยิ้มคนนึงก็แขวะเสี่ยตันว่ามันจะให้เงินอัดฉีดหรือไม่ให้ก็เรื่องของมัน แต่การที่มันแสดงออกอย่างนอกหน้า
ตั้งแต่เอาเงินมาวางกองบนโต๊ะแล้วถ่ายรูปโชว์ จนถึงการที่มันวิ่งโร่ออกสื่อและเอาเช็คเงินอัดฉีดไปมอบให้นักกีฬาถึงที่
และพูดปาวๆว่าที่มันทำไปทั้งหมดเพราะอยากให้กำลังใจนักกีฬา แต่พอมาวันนี้มันกลับอ้างนู่นอ้างนี่สารพัด
อ้างว่ามีลูกเมียต้องเลี้ยงดูเอย มีลูกน้องมีบริษัทต้องดูแลเอย ทำบุญทุกวัดไม่ได้เอย แบบว่ากรูฟังแล้วรับไม่ได้จริงๆว่ะ
ที่ผ่านมาเสี่ยตันสร้างภาพว่าตัวเองเป็นคนใจดี ใจป้ำ คือกรูก็เข้าใจอ่ะนะว่าที่ทำไปทั้งหมดมันเพื่อผลทางการตลาดล้วนๆ
แต่ถ้าเสี่ยตันเป็นคนดีมีน้ำใจเหมือนที่พยายามสื่อให้สังคมรับรู้จริงๆ การให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆกับนักกีฬาผู้พิการ
มันน่าจะเข้าท่ากว่าการอัดฉีดให้นักกีฬาที่ครบ 32 และมีคนพร้อมจะอัดฉีดให้เขาอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ
คือไม่ต้องถึงกับทำบุญทุกวัดหรอกนะ แต่ทำบุญกับวัดที่ไม่ดังไม่มีชื่อเสียงและขาดแคลนจริงๆบ้างก็ได้นี่หว่า
อมยิ้มคนนึงบอกว่ากรูชื่นชมคนดี แต่คนที่เสแสร้งว่าตัวเองเป็นคนดี และอาศัยภาพลักษณ์นั้นหาประโยชน์ใส่กระเป๋าตัวเอง กรูรับไม่ได้จริงๆว่ะ
มึงจะทำการตลาดยังไงกรูไม่ว่า แต่อย่าเอาความเป็นคนดีมีน้ำใจจอมปลอมของมึงมาหาแดกกับพวกกรูจะได้ไหม
ที่มึงให้สัมภาษณ์ว่าอยากสร้างกระแสให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ทำความดีให้สังคมเหมือนมึงน่ะ มึงรู้ตัวมั้ยครับเสี่ยตัน
ว่ามึงกำลังทำร้ายสังคมทางอ้อม โดยการตอกย้ำให้สังคมไทยเห็นว่าเรากดขี่และไม่เคยให้โอกาสผู้พิการในประเทศไทยเลย
คนที่มีความสุขกับการทำดีเพื่อสังคมจริงๆน่ะ เขาบริจาคกันอย่างเงียบๆว่ะ และเขาก็มีความสุขกับการบริจาคเงียบๆแบบนั้น
ไม่ได้มีความสุขจากการที่คนแชร์ภาพตอนกำลังแจกเงินอัดฉีดไปทั่วเน็ท โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาเลยซักบาทเหมือนมึง!!
ฝ่ายกองเชียร์เสี่ยตันก็ด่ากลับว่าพวกมึงจะโลกสวยกันไปถึงไหนวะ คนทำดีมันต้องปิดทองหลังเพราะเท่านั้นหรือไง
เสี่ยตันแกไม่มีสิทธิทำดีแล้วโฆษณาปาวๆให้ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่วบ้างรึไงวะ?
พวกมึงจะคลั่งโลกในอุดมคติกันไปถึงไหน แล้วการอัดฉีดแบบเอาหน้าของเสี่ยตันมันทำให้ใครเสียหายวะ
นักกีฬาก็ได้ตังค์ โรงพยาบาลทหารผ่านศึกก็ได้ตังค์ กรูไม่เห็นว่าจะมีใครเสียผลประโยชน์เพราะการตลาดของแกซักคน
แต่พวกมึงที่ออกมาดิ้นกันพราดๆแม่งยังกับว่าเสี่ยตันแกไปควักกระปุกพวกมึงมาอัดฉีดให้นักกีฬาซะงั้น
หนก่อนเสี่ยตันแม่งใจป้ำถึงขั้นอัดฉีดเป็นเงินทั้งหมด 35 ล้านบาท นี่ยังไม่พออีกเหรอวะ
ใจคอพวกมึงอยากให้เสี่ยตันแกอัดฉีดให้นักกีฬาพาราลิมปิคจนหมดตัวเลยรึไง
จากนั้นฝ่ายกองเชียร์เสี่ยตันก็รุกกลับและถามอีกฝ่ายรัวๆว่าพวกมึงมีปัญญาบริจาคได้เท่าเสี่ยแกป่ะ
ถึงเสี่ยแกจะการตลาด แต่อย่างน้อยแกก็ทำดีเพื่อสังคมไทย แล้วพวกมึงล่ะ
ทำห่าอะไรให้กับสังคมไทยบ้าง นอกจากเห่าอยู่หน้าจอเป็นนักเลงคีย์บอร์ดไปวันๆ
มีผู้พิการท่านนึงแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้เอาไว้น่าสนใจมาก
เขาบอกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสี่ยตันหรอกว่ะ แต่อยู่ที่คนไทยอย่างพวกมึงทุกคนนั่นแหละ!!
ลองถามใจตัวเองดูเหอะว่าทุกวันนี้พวกมึงเคยสนใจและให้การยอมรับผู้พิการบ้างมั้ย
พวกมึงเคยบริจาคเงินให้มูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้พิการบ้างรึเปล่า?
ผู้พิการที่ไปแข่งพาราลิมปิคเขาก็ดีใจที่ได้เหรียญรางวัล แต่ที่เขาอยากได้ที่สุด
มันไม่ใช่เงินอัดฉีดจากเสี่ยตันหรอกว่ะ พวกเขาแค่ต้องการมีที่ยืนในสังคม
คือให้พวกมึงยอมรับเขาและให้สิทธิเขาเท่าเทียมกับคนปรกติในสังคมไทยบ้างก็เท่านั้นเอง
ถ้าพวกมึงอยากจะให้การอัดฉีดการสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิคจริงๆแล้วล่ะก็
ไม่ต้องไปกดดันให้เสี่ยตันแกจ่ายเงินอัดฉีดหรอกว่ะ ขอแค่พวกมึงให้ความสนใจ
สื่อมวลชนให้พื้นที่กับข่าวกีฬาพาราลิมปิคมากขึ้น และสังคมไทยให้การต้อนรับพวกเขาเวลากลับบ้าน
เหมือนกับที่พวกมึงให้การต้อนรับนักกีฬาที่ได้เหรียญโอลิมปิคบ้างพวกกรูก็พอใจแล้ว!!
หลังจากนั้นชาวเน็ทก็วิพากษ์วิจารณ์เสี่ยตันกันไปต่างๆนานา ล่าสุดหลังจากถูกกดดันอย่างหนัก
เสี่ยตันก็ประกาศจะมอบเงินอัดฉีดให้นักกีฬาพาราลิมปิคเป็นจำนวนเงินดังต่อไปนี้
งานนี้เห็นใจเสี่ยตันว่ะ จริงๆแล้วไม่ใช่หน้าที่ของแกที่จะต้องอัดฉีดให้กับนักกีฬาพาราลิมปิคเลย
แต่หลังจากกระแสสังคมกดดันและเรียกร้องมากๆเข้า เสี่ยตันก็อัดฉีดเงินรางวัลให้กับนักกีฬาพาราลิมปิคที่สร้างชื่อให้ประเทศไทยในที่สุด
ประเด็นทื่เราควรเรียนรู้จากดราม่านี้คือสังคมไทยแม่งเป็นสังคมที่แปลกประหลาดโคตรๆ
เวลาเราเห็นคนๆนึงทำเรื่องดีๆให้กับสังคมคนไทยก็จะยกย่องเชิดชูคนๆนั้นราวกับเป็นเทวดา
แถมยังอวยคนๆนั้นสุดชีวิต ใครที่อาจหาญวิจารณ์การกระทำของคนๆนั้นก็จะถูกรุมสับจากแฟนคลับผู้คลั่งไคล้จนปางตาย
แต่ถ้าไอด้อลคนนั้นไม่สามารถรักษามาตรฐานความดีของตัวเองเอาไว้ได้ คือทำเรื่องไม่ดีหรือดีน้อยกว่าที่สังคมคาดหวังปุ๊บ
สังคมไทยก็พร้อมจะฉุดกระชากไอด้อลคนนั้นลงมาจากหิ้งและรุมกระทืบเขาเหมือนหมาข้างถนนในพริบตา
การตลาดของเสี่ยตันที่ผ่านมา แกใช้วิธีการเอาภาพลักษณ์ความเป็นคนดีมีน้ำใจ ใจป้ำ เอื้อเฟื้อของตัวเองไปผูกกับแบรนด์อิชิตัน
ซึ่งก็ได้ผลอย่างยอดเยี่ยม แบรนด์ที่เพิ่งจะเกิดใหม่ได้ไม่นานกลับแข่งขันอย่างสูสีกับแบรนด์โออิชิที่มีรากฐานมั่นคงโคตรๆ
แต่ดราม่าที่เราเห็นกันอยู่คือความเสี่ยงอย่างยิ่งยวดที่เสี่ยตันกำลังแบกรับอยู่ เสี่ยตันมีทางเลือกเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น
คือทำสิ่งที่สังคมไทยถูกใจต่อไปเรื่อยๆ และต้องทำให้มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นไปเรื่อยๆ การตลาดของเสี่ยตันจึงจะเดินหน้าต่อไปได้
แต่ถ้าเสี่ยตันหยุดหรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นคนดีของเสี่ยตันพังทลายเมื่อไหร่
สิ่งที่จะย่อยยับตามมาก็คือแบรนด์อิชิตันของเสี่ยแกนั่นเอง นี่อาจจะเป็นเหตุผลนึงที่ไม่มีบริษัทไหนในธุรกิจเดียวกัน
ใช้วิธีการตลาดแบบที่เสี่ยตันแกกำลังทำอยู่ หรือพูดง่ายๆว่าเสี่ยตันแกประมาทสังคมไทยมากเกินไปว่ะ
เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แอดมินว่าเสี่ยตันแกคงกลับไปนอนก่ายหน้าผากแล้วคิดสิบตลบว่า
การตลาดที่ผ่านมาของกรูมันเหมาะสมกับประเทศนี้รึเปล่าวะเนี่ย? ไม่แน่ว่าอนาคตเราอาจจะเห็นแนวทางการตลาดของเสี่ยตันที่เปลี่ยนไป
คือหันไปแข่งขันกับชาเขียวยี่ห้ออื่นในด้านราคา คุณภาพ มากกว่าที่จะเน้นการ CSR อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้
หรือไม่เราก็อาจจะเห็นเสี่ยตันหมดเนื้อหมดตัว เพราะต้องอัดฉีดให้กับนักกีฬาซีเกม เอเซี่ยนเกม บลาๆทั้งปีทั้งชาติก่อนก็ได้นะพวกเธอว์ (ฮา)
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? เสี่ยตันจะหมดตัวเพราะอัดฉีดให้กับสังคมไทยหรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
เปิดใจ “ตัน ภาสกรนที” พาราลิมปิก ผมไม่ให้ครับ !!
http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S12609676/S12609676.html
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตันจะให้ไม่ให้หรอก แต่อยู่ที่พวกคุณนั่นแหละ!
http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S12606636/S12606636.html





























ให้เงิน = โธ่ทำบุญเอาหน้า หวังผล ทางธุรกิจ

ไม่ให้เงิน = สองมาตราฐาน ไม่มีผลประโยชน์
กลับมาให้เงิน = โธ่ ทนกระแสสังคมไม่ไหว
สัด กรูงงกับตรรกะ แบบนี้จริงๆวะ