เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องก้นครัว มีอมยิ้มคนนึงชื่อ “Tookkuขยี้หมียักษ์” เธอมาตั้งกระทู้บ่นว่า
เมื่อวันก่อนเธอว์กับเพื่อนๆอีกสิบกว่าคนไปแดกกาแฟกันที่ร้านกาแฟสตาร์บ๊วคหลังเลี้ยงงานวันเกิด
เพื่อน ของ จขกทบางส่วนก็ไปดูสินค้าตรงชั้นวางแก้ว ส่วนที่เหลือกับ จขกท ก็ยืนเลือกเมนูว่าจะแดกอะไรกันดี
ทันใดนั้นพนักงานของร้านชื่อนาย ช. ก็บอกกับจขกทและเพื่อนๆว่า..
“จะสั่งเครื่องดื่มหรือจะซื้อแก้ว กรุณาทำทีละอย่างเพราะผมคนเดียวดูไม่ทัน เดี๋ยวของมันจะผิดพลาด ช่วยวางแก้วลงก่อนได้ไหม?”
จขกท เล่าว่าอีตา ช. คนนี้มันพูดกับพวกเธอว์ด้วยน้ำเสียงกระด้างปานน้ำล้างหีย่าทวดไม่มีผิด
จากนั้นพอได้รับกาแฟ จขกท กับเพื่อนๆก็มานั่งซุบซิบกันว่าที่อีตา ช. มันพูดมันหมายความว่าอะไรฟะ?
ที่มันพูดแบบนั้นแปลว่ามันหาว่าพวกเราเป็นขโมยที่มีเจตนาจะจิ๊กแก้วสตาร์บั๊คกลับบ้านใช่มั้ย!?
แก้วที่ จขกท หมายถึงคือ tumbler แปลว่าแก้วน้ำที่มีก้นหนาและไม่มีหูจับ
ที่ร้านสตาร์บัคออกแบบมาให้พกพาสะดวก และช่วยรักษาอุณหภูมิของกาแฟในแก้ว
ตัวอย่าง tumbler จากเว็บสตาร์บ๊วคครับ
:cool: จขกท มันตีความคำพูดของนาย ช.เป็นการกล่าวหาว่า จขกท กับเพื่อนๆจะขโมยแก้วกลับบ้านได้ไงวะนั่น?
ด้วยความขัดใจโคตรๆ หลังจากแดกกาแฟเสร็จ พอกลับถึงบ้าน จขกท ก็จัดหนักให้นาย ช คนนั้น
โดยเข้าไปโพสข้อความร้องเรียนที่แฟนเพจสตาร์บ๊วค และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกับที่เล่าในกระทู้ห้องก้นครัวเป๊ะๆ
จขกท โวยว่าพนักงานข้างร้านหล่อนมันหาว่าพวกชั้นจ้องจะขโมยแก้วรึไง
เอ็งบอกให้พวกชั้นดูแก้วหลังสั่งกาแฟเสร็จก่อน แปลว่ามึงหาว่าพวกกรูคิดจะขโมยแก้วกลับบ้านตอนมึงกำลังยุ่งๆใช่มั้ย?
ถ้าพนักงานคนเดียวไม่มีปัญญาดูแลลูกค้าสิบคนพร้อมๆกันแล้วล่ะก็ เอ็งก็ปิดร้านกาแฟ
แล้วไปเปิดร้านขายของชำซะเถอะย่ะ!! แล้วหัดสั่งสอนอีตา ช. นั่นด้วยนะยะว่าอย่าริดูถูกลูกค้า
คิดว่าพวกชั้นเป็นลูกค้ากระจอกๆรึไงพวกชั้นแต่ละคนน่ะมีแก้วสตาร์บั๊คจำนวนเท่าไหร่มึงรู้มั้ย
ต่อให้พวกมึงเอาแก้วจากทั้งสิบสาขามารวมกัน ก็ยังไม่ถึงครึ่งนึงของที่พวกชั้นมีเลยนะยะ!!
ย้อนกลับมาที่กระทู้ห้องก้นครัวกันต่อ จขกท ก็บ่นต่อว่าชั้นกับเพื่อนๆเนี่ยเป็นคอกาแฟสตาร์บ๊วคตัวยงเลยนะยะ
ไม่ว่าแก้วกาแฟที่ร้านมันขายจะมีหน้าตาเป็นยังไง ขายที่ประเทศไหน อิชั้นกับเพื่อนๆไปกว้านซื้อมาสะสมหม้ด!!
มันแปลว่าชั้นกับเพื่อนๆน่ะรักกาแฟสตาร์บัํคโคตรๆ ไม่มีทางที่พวกชั้นจะขโมยแก้ว
หรือสร้างความรำคาญให้กับพนักงานขายแน่ๆ มีแต่ไอ้พนักงานคนนั้นนั่นแหละที่มันจ้องจับผิดพวกอิชั้นไปเองอยู่คนเดียว
แต่ถึงพวกชั้นจะเป็นแฟนตัวยงของสตาร์บ๊วค แต่พวกชั้นก็ไม่ได้ต้องการการบริการที่วิเศษวิโสกว่าชาวบ้าน
ขอแค่บริการให้ได้มาตรฐานเดียวกับกันทุกๆคนก็พอใจแล้ว แต่นาย ช นี่สิที่มันบริการได้ต่ำกว่ามาตรฐานโคตรๆ
ถ้ามึงไม่มีปัญญาทำตามเจตนารมภ์ของผู้ก่อตั้งสตาร์บ๊วค ก็เชิญมึงรีบไสหัวลาออกแล้วไปขายเต้าฮวยแทนเถิดค่ะ
ปล.นอกจากจะร้องเรียนสตาร์บ๊วคสาขาประเทศไทยแล้วชั้นยังร้องเรียนไปถึงสาขาแม่ที่อเมริกาด้วยนะตัวเธอว์!!
ล่าสุด จขกท ได้รับคำตอบจากสตาร์บ๊วตสาขาประเทศไทยแล้ว เขาขอโทษ จขกท ที่ไม่ประทับใจการให้บริการ
และมอบบัตรแดกฟรีให้สองใบ แต่ธอว์กับเพื่อนๆไม่ต้องการบัดแดกฟรีว่ะค่ะ เอาบัตรแดกฟรีมาแล้วจะมีประโยชน์อะไร
ถ้าไอ้พนักงานขายชื่อนาย ช. คนนั้นมันยังทำพฤติกรรมถ่อยๆใส่ลูกค้าอยู่ร่ำไป!?
พวกชั้นรู้นะยะว่านาย ช . อะไรนี่มันมีเรื่องมีราวกับลูกค้าแบบนี้มาหลายหนแล้ว แต่ขนาดมันมีเรื่องบ่อยอย่างนี้
มันยังไม่เข็ดหลาบแถมยังทำตัวแบบเดิมเด๊ะๆใส่พวกชั้น มันแปลว่าสตาร์บ๊วคแม่งไม่อบรมสั่งสอนพนักงานในร้านเลยนี่หว่า
ดังนั้นบัตรแดกฟรีของมึงน่ะเอาคืนไปเถอะค่ะ ที่ชั้นต้องการมีประการเดียวเท่านั้นคือให้มึงลงโทษนาย ช ให้สาสม!!
ชาวก้นครัวฟังที่ จขกท ร่ายยาวจบก็แสดงความเห็นกันไปต่างๆนานา มีทั้งฝ่ายที่เข้าข้าง จขกท และเข้าข้างนาย ช
อมยิ้มคนนึงบอกกับ จขกท ว่าที่นาย ช. มันมีทีท่าระแวงกลัว จขกท กับเพื่อนจะจิ๊กแก้วกลับบ้าน
อาจเป็นเพราะมันเคยมีคนจิ๊กแก้วในร้าน แล้วพนักงานของสตาร์บ๊วคต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าสินค้าที่ถูกขโมย
ก็เลยทำให้นาย ช.มันหวาดระแวงเกินไปหน่อยจนประสาทแดกก็เป็นได้นะ
ฝ่ายที่เข้าข้าง จขกท ก็เถียงกลับว่าต่อให้มันระแวงกลัวโดนขโมยของ แต่ทำไมมึงถึงไม่หัดพูดกับลูกค้าให้มันดีๆกว่านี้ล่ะยะ!!
อมยิ้มคนนึงถาม จขกท ว่ามึงต้องการอะไรจากสตาร์บ๊วคคะ อยากให้ร้านเขาไล่นาย ช ออก
เพียงเพราะให้บริการไม่ถูกใจมึงเนี่ยนะ? มึงไม่คิดบ้างเหรอคะว่าเขาก็ต้องทำมาหาแดกเหมือนกัน
ถ้ามึงหาเรื่องให้เขาโดนไล่ออกเพราะสาเหตุแค่นี้ แล้วเขาจะเอาเงินที่ไปไหนไปเลี้ยงดูครอบครัว
หัดเห็นใจอาชีพให้บริการกันบ้างเถิดค่ะ ใช่ว่าคนเราทุกคนจะมีเงินเหลือเฟือพอที่จะซื้อกาแฟแก้วละสองร้อยกว่าบาทแดกเหมือนมึงนะคะ!!
จขกท ก็ตอบกลับไปว่าถ้าร้านสตาร์บ๊วคเฉดหัวไอ้หมอนี่ออกจากงานก็ไม่เลวนะคะ เพราะสันดานอย่างนี้อย่าไปหาเงินเลี้ยงใครเลยค่ะ
ขนาดหน้าที่ของตัวเองยังทำไม่ได้แล้วมึงจะมีปัญญาไปรับผิดชอบชีวิตของลูกเมียได้ยังไง?
พวกชั้นเป็นลูกค้าของมันแท้ๆมันยังกล้าดูถูกได้ลงคอ แล้วลูกเต้าเหล่ากอของมัน
มิโดนนาย ช เรียกมาด่าว่าให้สำนึกบุญคุณที่มันเลี้ยงดูทั้งวันทั้งคืนเลยรึไงคะ!?
ว่าแต่ทำไมมึงถึงได้เข้าข้างมันจัง ไม่ทราบว่ามึงเป็นพวกเดียวกับมันรึเปล่าคะเนี่ย?
จำไว้นะคะ ต่อให้มึงจะยากจนข้นแค้นแค่ไหน
แต่มึงก็ไม่มีสิทธิเอาความยากจนของมึงมาเป็นข้ออ้างทำร้ายผู้อื่นนะคะ
ต่อให้มึงไม่มีปัญญาแดกกาแฟแก้วละสองร้อยกว่าบาทเหมือนอิชั้น
แต่มึงก็ไม่มีสิทธิที่จะปัดความรับผิดชอบที่กวนตีนใส่พวกอิชั้นเหมือนกัน!!
อมยิ้มที่เข้าข้าง จขกท ก็เห็นด้วยบอกว่าถ้าชีวิตมึงดราม่าอนาถาถึงเพียงนั้น
ก็ลาออกจากงานแล้วไปสมัครประกวดไทยแลนด์ก้อททาเล้นท์ซะไป๊!!
ถ้ามึงมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ มีลูกเมียให้ดูแล ก็หัดให้บริการ จขกท เขาให้ดีๆห่นอยสิวะ
ไม่ใช่ทำตัวกากส์ๆบริการเขาอย่างสิ้นคิดจนถูกร้องเรียนให้ไล่ออกแบบนี้!!
ฝ่ายที่เห็นใจนาย ช ก็ถาม จขกท ว่ามึงจะเว่อร์ไปไหมวะ กะอีแค่บริการไม่ถูกใจแค่นี้ถึงกับจะให้ไล่ออกเลยเรอะ
กรูว่ามึงหัดเข้าวัดเข้าวาฟังเทศน์ฟังธรรมให้จิตใจมันมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาซะบ้างก็ดีนะเว้ย!!
ฝ่ายที่เข้าข้าง จขกท ก็ด่าความเห็นพวกนี้ว่ากรูล่ะเบื่อไอ้โลกสวยอย่างพวกมึงฉิบหายเลยว่ะ
มึงจะธรรมะธรรมโมพุทธโธสังโฆให้เพื่อนมนุษยืก็หัดมีเหตุผลกันมั่งเถอะว่ะ ไม่ใช่เมตตาพร่ำเพรื่อไปเรื่อย
การที่ จขกท เขาออกมาติเตียนการให้บริการกากส์ๆของนาย ช มันเป็นเรื่องที่ดีนะเว้ย
เพราะถ้าร้านเอาความเห็นของ จขกท ไปปรับปรุงก็จะทำให้การบริการดีขึ้น ผลประโยชน์ก็ตกแก่ผู้บริโภคอย่างพวกเรานี่แหละ
แต่เถ้าเราเอาแต่หยวนๆบอกว่าเรื่องนิดๆหน่อยๆน่าจะให้อภัยไม่ควรเอาเรื่องกัน เหมือนที่คนมักง่ายอย่างพวกมึงพล่ามมา
บ้านเมืองของเรามันก็จะไม่พัฒนาซักทีเพราะพวกมึงเอาแต่หยวนๆกันอยู่นั่นแหละ
ส่วน จขกท ก็ตอบความเห็นที่เข้าข้างนาย ช ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างที่พวกมึงพูดมานะคะ
ถ้าเกิดพวกมึงโดนพนักงานของสตาร์บ๊วคหาว่าเป็นขโมย มึงจะยังคิดว่ามันเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยรึเปล่าวะคะ?
จริงๆแล้วไม่ต้องถึงกับไล่มันออกจากงานก็ได้ค่ะ ขอแค่เฉดหัวมันไปทำงานล้างแก้วล้างจานหลังร้าน
ไม่ต้องมาทำงานบริการลูกค้าที่เค้าทเตอร์อีกตลอดชาติก็พอ หรือจะจัดการขั้นเด็ดขาดยังไงก็ได้
ขอแค่ให้ทางสตาร์บ๊วคลงมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้มันจางหายไปเหมือนกลิ่นตดต้องลมก็พอแล้วค่ะ
ชาวก้นครัวที่หมั่นไส้ จขกท ก็ค่อนขอดเธอว์ว่าสงสัยชีจะลืมตัว คิดว่าตัวเองกลายเป็นพระเจ้า
ที่สามารถบงการชีวิตของใครก็ได้ เพียงเพราะชีแดกกาแฟแก้วละสองร้อยกว่าบาทว่ะ
บางคนก็บ่นใส่ จขกท ว่าถ้ามึงไม่พอใจนาย ช ทำไมมึงถึงไม่ตำหนิเขาตอนนั้นเลยล่ะ
หรือมึงจะเรียกผู้จัดการร้านมาเฉ่งกันสดๆเลยก็ได้ ไม่ใช่มาร้องเรียนกันทีหลังในเฟซบุ๊ค
แถมพอเขาขอโทษมึงก็แล้ว ให้บัตรแดกฟรีกับมึงก็แล้ว มึงยังไม่พอใจอีกเรอะ? จะเอาให้นาย ช มันโดนไล่ออกให้ได้เลยรึไง?
จขกท ก็ตอบว่าชั้นก็ไม่เคยนึกว่าตัวเองจะกลายเป็นพระเจ้าเพียงเพราะแดกกาแฟแก้วละสองร้อยกว่าบาทหรอกนะ
ต่อให้ชั้นแดกกาแฟราคาถูกกว่านี้ แต่นาย ช มันก็ควรจะให้บริการชั้นในฐานะลูกค้าเหมือนๆกัน
ที่ชั้นไล่เบี้ยมันก็ไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ ชั้นแค่ต้องการให้มันได้รับบทเรียนจากการกระทำของตัวเองเท่านั้น!!
อมยิ้มชื่อ “คุณปลาทอง” ก็บอกกับ จขกท ว่ามึงนี่ล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ
ในเมื่อมึงร้องเรียนไปทางสตาร์บ๊วคแล้ว เขาจะจัดการลงโทษนาย ช ยังไงก็เรื่องของเขา
ถ้าเขาแค่คาดโทษมันหรือลงโทษสถานเบาก็เป็นสิทธิของเขา เอ็งไม่มีสิทธิไปกำหนดว่าควรจะลงโทษมันยังไงนะเฟ้ย!!
แต่ถ้าเอ็งคิดว่าการลงโทษของสตาร์บ๊วคมันเบาเกินไปจนทำให้เอ็งไม่พอใจที่ไม่ได้เห็นความทุกข์ทรมานของนาย ช
เอ็งก็เลิกแดกสตาร์บ๊วคซะสิวะไม่เห็นมันจะยากตรงไหน แต่การโวยวายที่นาย ช โดนลงโทษน้อยเกินไป
แล้วทำหนังสือร้องเรียนไปทางสตาร์บ๊วคสาขาแม่ให้ลงโทษพนักงานตัวเล็กๆอย่างนาย ช หนักยิ่งขึ้นนี่กรูว่ามันล้ำเส้นเกินไปหน่อยแล้วว่ะ
จขกท ตอบว่าต่อให้มันล้ำเส้นชั้นก็ขอล้ำด้วยความเต็มใจค่ะว่ะ เพราะชั้นไม่อยากเห็นสตาร์บ๊วคมันแก้ปัญหาอย่างมักง่าย
ที่ชั้นมาตั้งกระทู้ประจานมันก็เพราะอยากให้สตาร์บ๊วคมันรู้สำนึกว่าพฤติกรรมเหียกๆของพนักงานแค่คนเดียว
มันสามารถทำให้แบรนด์ของมันตกต่ำได้ถึงเพียงไหน ดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ถือว่าสตาร์บ๊วคน่าจะได้บทเรียนจากกรณีนี้ว่ะค่ะ
นายปลาทองก็ถาม จขกท ต่อว่ามึงก็ร้องเรียนไปที่สตาร์บ๊วคสาขาประเทศไทยแล้วไม่ใช่เรอะ
แล้วเอ็งยังต้องการอะไรจากเขาอีกวะอยากให้มันโดนไล่ออกให้ได้เลยรึไง
สตาร์บ๊วคสาขาประเทศไทยเขาคงจะจัดการลงโทษนาย ช กันเองเป็นการภายใน
ไม่ว่าจะลงโทษสถานเบาหรือสถานหนักจนถึงขั้นไล่ออกมันก็เป็นเรื่องของเขา เอ็งไม่มีสิทธิไปก้าวก่ายนะเว้ย
คือไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กๆหรือบริษัทใหญ่ยักษ์ระดับโลก มันก็มีระเบียบขั้นตอนในการร้องเรียนกันทั้งนั้น
ในกรณีนี้ถ้าเอ็งไม่พอใจนาย ช. ก็ร้องเรียนไปที่สตาร์บั๊คประเทศไทยก็ถือว่าถูกต้องแล้ว
ถ้าเป็นกรู กรูก็ร้องเรียนเหมือนกัน แต่หลังจากบริษัทรับเรื่องร้องเรียนไปแล้วเขาจะตรวจสอบกันยังไง
จะออกมาตรการแก้ไขปัญหายังไงอันนี้ผู้บริโภคอย่างเราไม่มีสิทธิก้าวก่ายแล้ว
ที่เอ็งบอกว่าสตาร์บ๊วคประเทศไทยเพิกเฉยต่อปัญหานี้น่ะมันจริงแน่เรอะ บางทีเขาอาจจะสอบสวนกันภายในไปแล้ว
แต่เขาคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องหยุมหยิมก็เลยลงโทษตักเตือนนาย ช สถานเบาเท่านั้นก็เป็นได้นะ
แต่ถ้าหากปัญหาหยุมหยิมเล็กๆน้อยๆอย่างกรณีของ จขกท กับนาย ช ที่พูดจาขัดหูเอ็งนิดๆหน่อยๆ
ยังต้องร้องเรียนไปถึงผู้บริหารที่สาขาแม่แล้วเราจะมีระบบและขั้นตอนการร้องเรียนกันไปทำไม
อีกหน่อยไม่ว่าเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งขนาดไหนก็ต้องร้องเรียนไปที่ผู้บริหารของสาขาแม่หมดทุกเรื่องเลยรึไงวะ
ถ้าเอ็งเป็นสาวกของกาแฟสตาร์บ๊วตจริงๆ เอ็งก็ควรจะศรัทธาในระบบรับเรื่องร้องเรียนและยอมรับการวินิจฉัยของบริษัทเขาสิวะ
จขกท ก็แก้ตัวว่าชั้นก็ไม่ได้อยากให้นาย ช มันโดนไล่ออกสถานเดียวนะคะ แต่ถ้ามันโดนไล่ออกก็ดีเหมือนกัน
ประเด็นคือชั้นจะร้องเรียนไปที่สตาร์บั๊คสาขาไหนมันก็เรื่องของชั้น ไม่เห็นว่ามันจะล้ำเส้นตรงไหน
วันนี้สตาร์บัํคสาขาประเทศไทยได้ติดต่อมาหาพวกชั้นแล้ว และชี้แจงว่าได้ทำการคาดโทษนาย ช มันเรียบร้อย
ถ้ามันยังมีพฤติกรรมแบบนี้อีกรับรองว่าหนหน้าโดนไล่ออกจากงานจริงๆแน่ แค่นี้ล่ะค่ะที่พวกชั้นต้องการ!!
รับรองว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมันคงเข็ดขยาดและไม่กล้าดูถูกลูกค้าอย่างพวกชั้นเป็นหนที่สองแน่ๆ
แต่หลังจากนั้นนายปลาทอง กับ จขกท ก็เถียงกันไปมาไม่ยอมจบสิ้นว่าการร้องเรียนไปถึงสตาร์บ๊วคสาขาแม่ที่อเมริกามันเว่อร์เกินไปรึไม่
ส่วนอมยิ้มคนอื่นๆที่มึงดูดราม่าอยู่ก็วิจารณ์กันไปต่างๆนานา หลายๆคนก็เริ่มสงสัยว่านาย ช. มันหาว่า จขกทเป็นขโมย จริงๆเรอะ
ถ้ามีลูกค้าเข้ามาในร้านพร้อมๆกันหลายๆคน ถ้าพนักงานมันจะกลัวโดนขโมยของก็เป็นเรื่องปรกตินี่หว่า
ต่อให้ จขกท กับเพื่อเป็นคอกาแฟไฮโซที่มีแก้วสตาร์บ๊วคเป็นสิบเป็นร้อยๆแก้วตุนไว้ที่บ้าน
แต่ไม่ได้แปลว่าลูกค้าคนอื่นๆมันจะไฮโซและมีแก้วกาแฟล้นบ้านเหมือนพวกเอ็งไปหมดทุกคนนะเว้ย
บ้างก็ถาม จขกท ว่ามึงคิดไปเองรึเปล่าเนี่ยว่านาย ช มันหาว่าเอ็งคิดจะขโมยแก้ว
เท่าที่ชั้นอ่านมายังไม่เห็นว่ามันจะกล่าวหาว่าเอ็งเป็นขโมยเลยซักคำ กรูว่าบางทีลูกค้ามันก็เยอะเกินไปหน่อยนะ
กะอีแค่กาแฟแก้วละสองร้อยกว่าบาท พวกมึงคิดว่าแดกกาแฟราคาแพงแล้วจะกลายเป็นเทพเจ้า
ที่ทำห่าอะไรก็ได้และด่าว่าพนักงานเหมือนหมูหมาโดยไม่จำเป็นต้องมีความเห็นอกเห็นใจพนักงานเขามั่งเลยเหรอวะ!?
ถ้ามึงรักร้านกาแฟสตาร์บ๊วคจริงๆ มึงก็ควรจะติเตียนพนักงาน ณ เวลานั้น และเรียกผู้จัดการมาสั่งสอนมัน
ไม่ใช่เอามาร้องเรียนในเฟซบุ๊คแถมยังบานปลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงสาขาแม่ที่อเมริกา
ถ้าคนรักร้านกาแฟสตาร์บ๊วคเป็นอย่างมึงเยอะๆ กรูว่าเจ้าของบริษัทแม่งคงกลุ้มใจตายห่าเลยว่ะ
ดราม่าเรื่องนี้ไม่รู้จะสรุปยังไงดีว่ะ เพราะอ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ
ตูยังมองไม่ออกเลยว่านาย ช มันไปกล่าวหาว่า จขกท คิดจะขโมยแก้วตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ต่อให้ร้องเรียนไปที่สาขาแม่ที่อเมริกา แล้วสาขาแม่เสือกบ้าจี้รับเรื่องมาตรวจสอบ
สุดท้ายมันก็ต้องส่งเรื่องกลับมาให้สาขาประเทศไทยเป็นคนตรวจสอบอยู่ดี
ดังนั้นแอดมินคิดว่าการร้องเรียนไปที่สาขาแม่ของ จขกท แม่งเวิ่นเว้อเกินความจำเป็นไปหน่อยว่ะ
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? กาแฟสตาร์บ๊วคมันอร่อยตรงไหนวะ
กรูว่าแดกกาแฟโบราณแกล้มปาท่องโก๋ร้อนๆแม่งอร่อยกว่ากันเย้อะ!!
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
พนักงานสตาร์บัค พูดเหมือนลูกค้าจะขโมยของ เกินไปนะคะ
http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D12439839/D12439839.html
credit ภาพกาแฟจาก http://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=561750&page=50





























เป็นกูนะ ให้แมร่งร้องเรียนให้เต็มที่ แล้วเอาไปลงข่าวแล้วประกาศชื่อพร้อมรูปคนร้องเรียนดูสิใครมันจะโดนด่าเยอะกว่ากัน เอาให้แมร่งเดินเข้าร้านแล้วมีแต่คนมองให้แมร่งอาย