
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขากำลังมีดราม่าภายในเกี่ยวกับกรณีที่กลุ่ม “นิติราด”
ออกมาเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 ที่เกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ต่อมาทาง มธ.ก็มีมติออกมาว่าจะไม่ให้กลุ่มนิติราดจัดกิจกรรมเสาวนา หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองใน มธ.อีกต่อไป
เพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงหากมีการปะทะกัน ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนให้แก้ไข 112 และกลุ่มที่คัดค้านการแก้ไข 112
ทำให้มีนักศึกษาส่วนนึงไม่พอใจ ออกมาประท้วงมติของคณะกรรมการ มธ. องค์การนักศึกษามาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ อมธ.
ก็เป็นองค์กรนึงที่ออกมาคัดค้านมติของมหาลัย ต่อมาดร.สมคิด อธิการบดีของ มธ. ได้เอาจดหมายจากรองอุปนายก อมธ. มาโพสในเฟซบุ๊ค
เนื้อหาในจดหมายก็ประมาณว่าเนื่องจากใน มธ. ตอนนี้มันดราม่ากันเหลือเกิน ทาง อมธ.สาขาท่าพระจันทร์
จึงขอเสนอให้ทางมหาลัยจัดโหวตแม่งเลย ว่านักศึกษา มธ.อยากให้นิติราดมาจัดกิจกรรมในพื้นที่มหาลัยรึไม่!?
เพื่อแสดงให้เห็นกันไปเลยว่านักศึกษาส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมติของมหาลัย ที่ห้ามนิติราดจัดกิจกรรมใน มธ.!!

ท่านอธิการก็เอาจดหมายนี้มาโพสในเฟซบุ๊คแล้วบอกว่า เย้เย รองอุปนายก อมธ. เขาส่งจดหมายมาเสนอให้โหวตตัดสิน
แถมยังบอกว่านักศึกษาส่วนใหญ่ใน มธ.เห็นด้วยกับมติของมหาลัยด้วยแหละพวกเธอว์

ชาว มธ.ก็เข้ามาแสดงความเห็นกัน หลายๆคนก็บอกว่าเห็นด้วยนะ จัดโหวตกันไปเลยดีกว่าจะได้จบๆกันซะที
![]()
ท่านอธิการก็อธิบายว่าถ้า อมธ.อยากให้จัดโหวตว่าควรให้นิติราดมาทำกิจกรรมในมหาลัยมั้ย
ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เพราะ มธ.เนี่ยเป็นมหาลัยที่มีเสรีภาพอัดแน่นทุกตารางนิ้วเลยนะเธอว์!!

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อมีคนทักท่านอธิการว่าการที่ อมธ.ส่งจดหมายยื่นข้อเสนอให้จัดโหวต
มันแปลว่านักศึกษา มธ.ส่วนมากเห็นด้วยกับมติของมหาลัยได้ยังไงวะครับ?
อมธ.มันเป็นตัวแทนเสียงส่วนใหญ่ของนักศึกษาทั้งมหาลัยไปตั้งแต่เมื่อไหร่!?
ทั้งๆที่เวลาเลือกตั้ง อมธ.แต่ละครั้งก็มีนักศึกษาแค่หยิบมือที่ออกมาใช้สิทธิใช้เสียง!!

ในเวลาเดียวกัน อุปนายกของ อมธ.ก็โพสในเฟซบุ๊คของตัวเองว่าไอ้จดหมายที่อ้างว่า อมธ.ส่งให้ทั่นอธิการนั่นมันมาจากไหนวะ?
ขนาดกรูเป็นอุปนายก อมธ.กรูยังไม่รู้เลยว่ามันไปร่างจดหมายฉบับนี้กันตั้งแต่ตอนไหน?!
และกรูขอยืนยันว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของรองอุปนายกเท่านั้น!! ไม่ใช่มติของ อมธ.โว้ย!!

ต่อมารองอุปนายก อมธ.ก็มาแสดงความเห็นในภาพของทั่นอธิการ และบอกว่าจดหมายฉบับนี้เนี่ย
มันเป็นจดหมายที่ออกจากที่ประชุม อมธ.และได้รับการลงความเห็นอย่างถูกต้องจากหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่จดหมายแสดงความเห็นส่วนตัวของกรูแค่คนเดียวเท่านั้นอย่างที่อุปนายกมากล่าวหา!!

อุปนายกก็โต้กลับว่ามึงอ้างว่ามีการลงมติที่ประชุมก่อนออกจดหมายฉบับนี้
แล้วทำไมกรูที่เป็นอุปนายกถึงไม่รู้ว่ามันไปลงมติกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? แน่จริงมึงก็เอารายละเอียดมาให้กรูดูเด๊ะ
ว่าพวกมึงไปลงมติกันที่ไหน มีใครเข้าร่วมองค์ประชุมบ้าง แล้วประธานการประชุมที่ควรจะเป็นกรูมันหายหัวไปอยู่ไหน!?
แล้วไม่ทราบว่ามึงเอาความชอบธรรมอะไรมาออกหนังสือฉบับนี้วะ? เพราะมึงเป็นแค่รองอุปนายก
ที่ได้รับแต่งตั้งจากอุปนายก ไม่ใช่อุปนายกที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากชาว มธ.อย่างพวกกรูซักหน่อย!!
และกรูรู้นะเว้ยว่ามึงเอาชื่อของ อมธใไปทำกิจกรรมต่างๆโดยพลการหลายหนแล้ว แต่ที่กรูไม่พูดจนถึงป่านนี้
ก็เพราะกรูยังเกรงใจมึงอยู่บ้าง แต่ถ้าหากทำเป็นไม่เห็นหัวกันแบบนี้ถ้าเกิดมีคนเข้าไปตรวจสอบโครงการพวกนั้นย้อนหลัง
กรูว่าพวกมึงคงได้เจ๊งบ๊งหรือไม่ก็โดนแจ้งความกันถ้วนหน้าแหงมๆเลยว่ะ!!

จากนั้นอุปนายกก็ประกาศว่าจดหมายฉบับดังกล่าวเป็นแค่ความเห็นของรองอุปนายกคนเดียว
ไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับมติของ อมธ เลยซักนิด!! และที่มีคนอ้างว่านักศึกษาทั้ง มธ. เห็นด้วยกับมติของมหาลัยก็ไม่เป็นความจริง!!
เพราะยังไม่ได้จัดโหวตกันเลยว่าเห็นด้วยหรือไม่ แล้วมึงจะไปรู้ผลล่วงหน้าได้ยังไงวะ?
สรุปว่าเป็นการกระทำที่แอบอ้างเอาชื่อของ อมธ.ไปใช้ เพื่อทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดนั่นเอง!!

พอชาวเน็ทเห็นอุปนายก อมธ.ออกมาแย้งเช่นนั้นก็ซุบซิบกันไปมา บ้างก็บอกว่า
สรุปแล้วไอ้จดหมายนั่นมันเกิดจากท่านอธิการกับรองอุปนายกคิดเองเออเองเหรอวะเนี่ย?
![]()
บ้างก็ยุอุปนายกว่าลองส่งเรื่องนี้ให้มติชนเอาไปแฉผ่านสื่อดูสิเธอว์!!
![]()
ทันใดนั้นเอง!! ทั่นอธิการก็ปรากฏตัวในเฟซบุ๊คของอุปนายก!! และถามว่าพวกเอ็งทำอะไรกันอยู่วววว!!
พวกเอ็งกำลังวางแผนการอะไร? จะเอาเรื่องนี้ไปแฉให้สื่อรู้งั้นเหรอวะ? ตูเพิ่งรู้นะเนี่ยว่า อมธ.มันทำตัวกันแบบนี้!!

คนที่เสนอให้อุปนายกเอาเรื่องไปฟ้องสื่อก็ตอบทั่นอธิการว่าตูเด็กมธ.
แต่ตูไม่ใช่ อมธ.ว่ะครับ แถมคนอื่นๆที่เสนอก็ไม่ใช่เด็ก มธ.ซะด้วยซ้ำ

ทั่นอธิการก็บ่นต่อว่าทำไมรองอุปนายกจะเขียนจดหมายส่งให้ตูไม่ได้ฟะ?
ไหนพวกเอ็งอ้างว่า มธ.แห่งนี้เป็นดินแดนที่มีเสรีภาพแฝงทุกตารางนิ้วไม่ใช่เรอะ?

อุปนายกก็ตอบทั่นอธิการว่าได้สิวะ ทำไมจะไม่ได้!! แต่ถ้ารองอุปนายกจะร่างจดหมายส่งให้เอ็ง
ต้องส่งในนามของตัวเอง ไม่ใช่ในนามของ อมธ.ทั้งๆที่ยังไม่ได้ผ่านมติที่ประชุมโว้ย!!
![]()
ชาวเน็ทก็แสดงความเห็นว่าประเด็นง่ายๆแค่นี้ทำไมทั่นอธิการถึงไม่เข้าใจวะครับ?
ลองคิดดูสิฟะว่าถ้ามีใครซักคนในบรรดาคณะผู้บริหารเขียนจดหมายส่งให้สื่อโดยอ้างว่า
จดหมายฉบับนั้นเป็นความเห็นของคณะผู้บริหารทั้งมหาลัย พวกเอ็งจะถือว่าจดหมายฉบับนั้นมันเหมาะสมมั้ย?

ทั่นอธิการก็ตอบกลับไปว่ากะอีแค่เรื่องแค่นี้ทำไมตูจะไม่เข้าใจวะครับ ตูรู้น่าว่าจดหมายฉบับนั้นมันเป็นแค่ความเห็นส่วนตัว
แต่มันเป็นถึงความเห็นของรองอุปนายก อมธ.ที่ทำหนังสือราชการส่งมาถึงตูเลยนะเฟ้ย!!
คนอย่างรองอุปนายกน่ะเขากล้าที่จะเปิดเผยตัวตน ไม่เหมือนพวกเอ็งที่แอบแสดงความเห็น
กันอย่างลับๆล่อๆในเฟซบุ๊ค แถมยังยุให้สื่อเล่นงานอธิการบดีของมหาลัยตัวเองหรอกโว้ย!!

ชาวเน็ทชื่อ “Patcharee” ก็ถามทั่นอธิการกลับไปว่าถ้ารองอุปนายกมันอยากแสดงความเห็นส่วนตัว
ก็ให้มันเขียนจดหมายธรรมดาโดยใช้ชื่อตัวเองเด่ะ จะมาอ้างชื่อของ อมธ.ให้คนสับสนทำไม?

แถมในจดหมายที่ทั่นอธิการมันก็ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนด้วยนะว่ามันเขียนถึงทั่นในนามของ อมธ.!!

แต่ทั่นอธิการก็ไม่สนใจ พูดซ้ำพูดซากในประเด็นเดิมๆว่าตูซาบซึ้งถึงทรงในเลยว่ะครับ
ที่ได้รับรู้ว่ามีคนใน มธ.อย่างทั่นอุปนายก ริอาจไปเรียกสื่อมาเล่นงานอธิการของมหาลัยตัวเอง!!

Patcharee ก็บอกกับทั่นอธิการว่าพูดให้อยู่ในประเด็นหน่อยค่ะท่านอธิการ อย่าแถจนซี่โครงแหกสิคะ!!
![]()
คนที่ยุให้เอาเรื่องไปฟ้องสื่อก็บอกกับทั่นอธิการว่าตูเป็นคนยุเฟ้ย ไอ้อุปนายก อมธ มันไม่เกี่ยว
และที่ตูเสนอไปเพราะอยากให้เรื่องหยุมหยิมอย่างประเด็นนี้กลายเป็นข่าวขึ้นมา
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันกำลังจะกลายเป็นข่าวใหญ่เพราะความดันทุรังของทั่นอธิการซะแล้วว่ะครับ

ทั่นอธิการก็ชี้หน้าประณามลูกอีช่างยุคนนั้นว่ามึงมันไม่กล้าเปิดเผยตัวตน!! เหมือนกับอี patcharee ไม่มีผิด!!

อี Patcharee ที่โดนทั่นอธิการพาดพิงก็สะดุ้งโหยง!! และถามทั่นอธิการว่าไอ้คนนั้นมันเหมือนกับกรูตรงไหนวะคะ!?
![]()
ทั่นอธิการก็ไม่ยอมตอบคำถาม เอาแต่หัวร่อฮาๆและตอบกลับไปว่าพวกเอ็งพูดจาอะไรก็หัดรับผิดชอบกันมั่งสิวะ!!

ชาวเน็ทก็แขวะทั่นอธิการกลับไปว่าเอ็งก็เหมือนกันว่ะครับ หัดรับผิดชอบคำพูดของตัวเองบ้าง
ไม่ใช่เอาแต่แขวะชาวบ้านชาวช่องว่าแสดงความเห็นโดยไม่กล้าเปิดเผยตัวตน
และการกระทำแบบนี้แถวบ้านกรูเขาเรียกกันว่าเกรียนว่ะครับ!!

จากนั้นคนที่ถูกหาว่าไม่ยอมเปิดเผยตัวตน ก็ท้าทั่นอธิการว่าถ้าเอ็งอยากให้ตูเปิดเผยตัวตนก็ได้โว้ยครับ!!
เอารหัสนักศึกษาของกรูไปเลย กรูพูดอะไรกรูก็พร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบในเรื่องที่กรูได้พูดออกไป
แต่ถ้ามันทำให้มึงไม่พอใจ ก็เชิญใช้อำนาจอธิการมาเล่นงานกรูได้ตามสบาย!!

ชาวเน็ทคนอื่นๆก็มาแก้ตัวแทน Patcharee ว่าอีคนนี้มันปิดบังตัวตนตรงไหนวะครับ?
ชื่อที่เขาใช้เล่นเฟซบุ๊คนั่นก็ชื่อจริงของเขา แล้วทั่นอธิการรู้มั้ยว่าเธอคนนี้ก็เป็นศิษย์เก่า มธ.
ปัจจุบันเธอทำงานในแวดวง NGO และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการ
ดังนั้นทั่นอธิการ มึงช่วยเลิกกล่าวหาชาวบ้านมั่วๆซั่วๆว่าแสดงความเห็นโดยปิดบังตัวตนได้แล้วว่ะครับ!!

ทั่นอธิการก็แก้ตัวว่าพวกเอ็งอ่านข้อความของกรูให้แตกสิวะครับ!!
ประเด็นคือรองอุปนายก อมธ มันเขียนจดหมายส่งถึงตูอย่างเป็นทางการ
โดยบอกว่านักศึกษา มธ.ส่วนมากเห็นด้วยกับมติของมหาลัย กรูก็แค่เอาข้อความในจดหมายมาบอกต่อ
และตูยังไม่ได้อ้างเลยซักคำว่าที่รองอุปนายกเขียนเอาไว้ในจดหมายฉบับนั้นเป็นเรื่องจริง!!

Patcharee และชาว มธ.คนอื่นๆก็ถามกลับไปว่าแล้วทั่นอธิการล่ะคะ
อ่านจับใจความประเด็นที่พวกกรูพูดกันอยู่รู้เรื่องแล้วรึยัง?

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าทั่นอธิการอ้างว่านักศึกษาเห็นด้วยรึไม่?
แต่มันอยู่ที่ว่าไอ้จดหมายฉบับนั่นมันเป็นแค่ความเห็นส่วนตัว!!
ไม่ได้เขียนในนามของ อมธ.ทั้งหมดโว้ย!! แถมยังถามกลับไปว่าแล้วทั่นอธิการรู้ได้ไงวะ?

ว่าจดหมายฉบับนั้นมันเป็นความเห็นส่วนตัวในเมื่อมันเขียนอย่างเป็นทางการโคตรๆ
แถมยังใช้คำแทนตัวว่าเป็น อมธ.ตลอดทั้งฉบับ แถมยังใช้กระดาษติดตราของ อมธ. ด้วยนะ!!

ต่อมาทาง อมธ.ก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจดหมายฉบับที่ทั่นอธิการเอามาโชว์นั้น
ไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับ อมธ.เลย!! ไม่เคยมีการเอาเนื้อหาในจดหมายนั้นผ่านมติที่ระชุมของ อมช.ด้วยซ้ำ
แถมไอ้คนที่ร่างจดหมายส่งให้ทั่นอธิการน่ะมันก็ไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารของ อมธ.ด้วย
ดังนั้นจึงสรุปว่ามันเป็นแค่ความเห็นของคนร่างจดหมายแค่คนเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับ อมธ. เลยซักนิด

สรุปว่าทั่นอธิการเอาความเห็นแบบส่วนตั๊วส่วนตัว ของใครก็ไม่รู้ซักคนใน อมธ.ที่ไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญอะไร
มาโชว์ให้ชาวบ้านเห็นว่าอู้วววว มีคนส่งจดหมายมาบอกว่าเห็นด้วยกับเค้าตั้งหนึ่งคนแน่ะ!! อย่างงั้นเรอะ…?
จริงๆแล้วข้อเสนอที่ว่าให้ชาว มธ.ลงมติกันภายในมหาลัยว่าจะให้นิติราดจัดงานเสวนาในนั้นต่อไปมั้ย?
ก็ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับ มธ.ดีนะ แต่ขนาดรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
อย่างจดหมายที่สนับสนุนให้มีการลงประชามติแม่มยังมั่วกันแหลกลาญขนาดนี้
แอดมินก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะว่าถ้าโหวตกันออกมาจริงๆแล้วมันจะมั่วขนาดไหน
และชาว มธ.จะยอมรับผลการโหวตที่เริ่มต้นจากความมั่วนิ่มของคนไม่กี่คนได้หรือไม่?
อีกประเด็นที่สำคัญคือเวลาคนเราถกเถียงกัน มันไม่สำคัญหรอกว่าคนๆนั้นเป็นใคร
เปิดเผยตัวตนหรือใช้นามแฝง? เป็นนักศึกษาตัวเล็กๆหรือเป็นอธิการตำแหน่งใหญ่โต
เพราะสุดท้ายแล้วมันก็วัดกันที่คำพูดและความคิดที่ออกมาจากปากและสมองสองกลีบของเราเท่านั้น
ว่ามันสมเหตุสมผลตรงประเด็นหรือไม่? ถ้าความเห็นนั้นมันสมเหตุสมผลและมีตรรกะแม่นยำ
ถึงแม้คนพูดจะเป็นเกรียนเห่อหมอย แต่คำพูดของเขาก็สามารถฟังดูน่าเชื่อถือได้
ขณะที่ถึงแม้จะเป็นครูบาอาจารย์ แต่ถ้าพูดจาวกไปวนมาไม่มีหลักการมั่นคงตรรกะเหมือนร่วงหล่นไปอยู่ในโถส้วม
แม้คนพูดจะแก่หัวหงอกแล้ว แต่เขาก็อาจเสียหมาตอนแก่และไม่มีใครเชื่อขี้ปากของเขาได้เช่นกัน
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? มีคนแอบใช้แอคเค้าท์ท่านอธิการมาเกรียนแตกในเฟซบุ๊คใช่มั้ย?
พวกเธอว์จงตามไปเสพใน url เหล่านี้โดยพลัน!!
ภาพจดหมายจากทั่นอธิการ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=329912157053567&set=a.285957184782398.73947.100001043551826&type=1&theater
อุปนายกแถลง
https://www.facebook.com/ohkub/posts/10150665304003939
แถลงการณ์ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=323454834357993&set=a.209343805769097.45235.174453505924794&type=1&theater








































ส่วนตัวจะไปมองแค่คนที่ใช้ กม. ว่าไม่ดีอย่างเดียวไม่ได้หรอก
ในเมื่อมันเป็น ระบอบประชาธิปไตยโดยมี K เป็นอาวุธ เนี่ย
คุณก็ต้องมองไปถึงศาลยุติธรรมด้วย ว่ามันยุติธรรมจริงหรือเปล่า
ในเกมการเมืองมันไม่มี 1+1=2 อยู่แล้ว จะคิดว่าฉันไม่ได้ทำ ไม่มีสิทธิติดคุก มันออกจะโลกสวยไปหน่อย
ไม่งั้นพวกนักการเมืองจะจ้างพวกซุปเปอร์ทนายไว้ใช้งานกันทำไม?
ถ้าเป็นเช่นนั้น ปลดอาวุธแล้วมาวัดกันตรงๆดีกว่าไหม?
ส่วนตัวผมมองว่ากลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมันคิดอย่างนี้มากกว่า
…
ยังมีควายอีกหลายตัวที่แยกแยะไม่ออกระหว่าง “การแก้ไขกฎหมาย” กับ “การล้มเจ้า”
ไอ้พวกที่หาว่าการแก้112 เป็นการล้มเจ้า…มึงเคยไปอ่านม.112 มารึยัง?
ไปหาอ่าน 112 132 133 135 มาตราใกล้เคียงมานะ…
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
ลมปากคนช่างน่ากลัว สามารถทำสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก สิ่งถูกให้เป็นสิ่งผิดได้
เสืี่อมตั้งแต่น้ำขึ้นให้รีบดอยแล้ว
ส่วนการชี้แจง ต้องมาชี้แจงใน status ผม ไม่ใช่ไปขึ้น status ใหม่ ซึ่งท่างอุปนายกก็ได้ทำเช่นนั้นแล้ว
คงจะทันได้ชี้แจงอยู่หรอก โดนลบแน่ๆ ไม่ต้องเดา เสรีภาพทุกตารางนิ้ว ฮ่า ฮ่า
อ๊ะ ผมไม่ใช่ อมธ. นะ จารย์อย่าทำผม
ไอ Schweid
สัดดอกนี่สงสัยเป็นแค่เกรียนสวะ
กุลิสให้แล้ว และเมิงควรรู้ไว้ประดับสมองหมาของเมิง คุณเด็ก มธ. (เก๊)
-เปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย
-เป็นผู้สำเร็จราชการแทนรัชกาลที่ 8
-ก่อตั้งขบวนการเสรีไทย อันทำให้ประเทศรอดพ้นจากการเป็นประเทศแพ้สงคราม
-ก่อตั้งแบงค์ชาติ
-เป็นผู้นำเอาวิชากฎหมายและการปกครองมาสอนเป็นคนแรก
-เป็นรัฐบุรุษอาวุโส อันเป็นตำแหน่งที่สูงสุดของไทย
-ได้รับการยอมรับจากยูเนสโก้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก”
อันนี้แค่คร่าวๆ นะที่เหลือไปหาอ่านในวิกิ กุก็จำได้ไม่หมดเอามาจากวิกิบ้าง เพราะมันเยอะโครตๆๆ
กุไม่ใช่เด็ก มธ. นะแต่กุเคารพท่านปรีดีมาก เอาจริงๆ หนังสือประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ม. ต้น ยัน ม. ปลาย มีเขียนไว้หมด เมิงผ่านมาโดยที่ไม่รู้ว่าท่านทำไรบ้าง กุว่าเมิงนี่โครตง่าวเลยว่ะ
ให้กุทายนะเมิงคงเรียนไม่จบ เพราะกุเชื่อว่าคนที่จบจาก มธ. ไม่มีใครไม่รักท่านปรีดีหรอก
เมิงจะมาเถียงสีข้างถลอกก็เรื่องของเมิง แต่บอกให้รู้ไว้นะ คนที่ปิดตัวเองไม่ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่นมันก็แค่ “ไอโง่” คนหนึ่งเท่านั้น
ดราม่านี้ไม่เกี่ยวกับ 112 แต่คนคอมเม้นแม่งมาอ่านแล้วทะเลาะกัน
ยังมาว่าเวปดราม่าเป็นควายแดงอีก ไม่พอใจก็อย่าเข้าเว็ปมาสิวะ
ปัญหาที่นิติราษฎ์เสนอแก้มาตรา112 เป็นเรื่องเล็กไปเลย เพราะยังไม่แก้จริงตอนนี้
แต่ตอนนี้ปัญหาที่ใหญ่มากๆ ที่โดนกระแสมาตรา112กลบคือ การแก้รัฐธรรมนูญ
ถ้าเขาแก้ตามที่นิติราษฎร์เสนอคือ
1.ยุบองค์อิสระ ถ้ายุบไม่ได้ก็ให้สภาเลือก
2.ยุบส.ว.ให้มีสภาเดียว
3.ประธานศาลฎีกาต้องมาจากสภารับรอง
นี่แหละครับเรื่องใหญ่ของจริง
นี่เรื่องไอ้กงที่มันหมิ่นแบบละเอียด ออกจากกะลา เลิกมาม่าเถอะ กูขอร้องงงงงง
http://webboard.serithai.net/topic/2955-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%87-sms/
ความผิดฐานหมิ่นประมาท ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ก็มักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกลั่นแกล้งกัน
นักการเมืองก็มักจะใช้มาตรา 326 นี้ เป็นเครื่องมือโต้ตอบ ทำลายความน่าเชื่อถือ หรือแม้กระทั่งเพื่อแก้เกี้ยวทางการเมือง
ทำไมไม่เสนอให้มีการแก้ไขด้วยล่ะครับ ในเมื่อมันก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเหมือนกัน
แต่น่าแปลกทำไมมันและพวกมึงถึงมองไม่เห็น
Prinny wrote:
ทำไมต้องแยกด้วยวะ? ในเมื่อท่านปรีดี เป็นตัวอย่างของถูกกระทำโดย “การใช้สถาบันโจมตีผู้อื่น”ของพรรคแมลงสาบ และในปัจจุบัน มาตรา112 ก็เป็นเครื่องมืออยู่นี่ยังไงล่ะวะ มันเรื่องเดียวกัน ที่จะให้แก้ๆเนี่ย
ศาลควรจะตัดสินอย่างเป็นธรรมและเป็นกลางที่สุด
ถ้าศาลไม่เที่ยง คนไม่เชื่อศาล จนกลายเป็นมหาชนศาลเตี้ย มันก็จะวุ่นวายโคตรๆ
ทุกปีท่านไปให้โอวาทผู้พอพากษาทุกครั้งให้ทำหน้าที่ให้ดี
ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ศาลทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่ได้โดนเงินซื้อได้
เรื่องคนไม่ศรัทธาเจ้าหน้าที่จะไม่เกิดเลย
อย่าให้มันกลับไปเป็นศาลเตี้ยเลยเถอะ สาธุ
ตรรกะวิบัติ นายเขย่าก่อนแดก (เอ็งควรทำก่อนโพสจริง ๆ)
ร่างฯใหม่ยังไม่เห็นแล้วรู้ได้ไงว่าให้คนด่าในหลวงได้วะ ???
กฎหมายก็คือกฎหมาย ในหลวงก็คือในหลวง
กฎหมายห่วย ไม่เท่ากับ ในหลวงไม่ดี
แล้วพวกเอ็งมองกันยังไงว่า แก้กฎหมาย = ล้มเจ้าวะ !?
ให้มันเห็นก่อนเด่ะว่า “จะแก้ท่าไหน” แล้วค่อยวิจารณ์-ด่า
นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะออกมาเป็นไง ร้อนกันเป็นยวง
ใครมันเป่าหูมาเนี่ย?? หรือกลัวไม่มีเครื่องมือใช้ใส่ความคนอื่นดิสเครดิตไง ??
เด็กสร้างบ้าน wrote:
ใช่ค่ะ เราคิดอย่างงั้น
อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ร้อยเปอเซนต์ อาจจะยากลำบาก ก็ต้องพยายามค่ะ
nunee wrote:
ส้นตีนอ่ะ ใครไม่เห็นด้วยกะมรึง มรึงสวมมงกุฏให้มันเป็นอีกฝ่ายหมด เพราะคนแบบมรึงนี่หล่ะ ประเทศไทยเราถึงทะเลาะกันไม่เลิก
มรึงเก่งนักหรอ มรึงแน่นักหรอ มรึงเกลียดพวกแดง นักใช่ป่ะ มรึงไม่แยกประเทศไปเลยหล่ะ อ่อ เดี๋ยวพวกมรึงก็หาว่ากรูเนรคุณแผ่นดิน คิดแยกประเทศอีก ควายเอ้ย
มรึงเก่งนักฉลาดนักก็หัดมองให้รอบด้านหน่อย อย่ามองแต่มุมของมรึง คนที่เค้าจงรักภักดีต่อในหลวงกว่ามรึง แต่ไม่แสดงออกก็มี อีกอย่างพวกที่ปากก็บอกปาวๆ ว่าจงรักภักดี แต่วันๆไม่ทำอะไร จ้องจะหาเรื่องทะเลาะกับคนอีกกลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างกับกลุ่มตัวเองแบบมรึง จนทำให้ประเทศย่ำต๊อกอยู่กับที่มานานแบบมรึงเนี่ย คงไม่ใช่จงรักภักดีแล้วหล่ะ
สุดท้ายในเมื่ออยู่ด้วยกันดีๆไม่ได้ แถมจะแยกกันอยู่ก็ไม่ได้อีก ก็อยู่กันไปแบบเกลียดๆกันนี่หล่ะ มันสะใจดี
อ่าขอเข้าเรื่อง 112 กับที่นิติราฏษ์จะแก้หน่อยนะครับ สรุปสั้นๆได้ใจความ
1. แก้เรื่องจำนวนโทษ จากกระทงละ 5 ปี (ถ้าจำไม่ผิด) เป็น
1.1 กรณีผู้เสียหายเป็นพระมหากษัตริย์ จำคุก 2 ปี
1.2 กรณีผู้เสียหายเป็นพระราชินี จำคุก 1 ปี
1.3 กรณีผู้เสียหายเป็นพระบรมวงศานุวงค์ จำคุก 6 เดือน
1.4 ถ้าเป็นการโฆษณา ให้เพิ่มโทษที่ 1.1 กับ 1.2 ขึ้นอย่างละปี
1.5 ความจริงมีเรื่องโทษปรับด้วยแต่ของสำคัญอยู่ที่จำคุกมากกว่า
2. มีการให้สำนักราชเลขาธิการเป็นผู้กล่าวโทษ ไม่ใช่บุคคลทั่วไป เพื่อป้องกันมีคนเอาไปใช้มั่วซั่ว
นี่คือตัวใหม่ที่เขาให้เปลี่ยนครับผม
จะเห็นได้ว่ายังมีการคาดโทษอยู่แม้จะเบาลง แต่ถามจริงๆคือ ถึงมันจะแค่หกเดือน แต่คนดีๆคนไหนอยาก
จะไปนอนคุกเล่นกันละท่านๆ
สำหรับทางนี้มีความคิดแบบนี้เพิ่มเติมครับ
1. ประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะแจ้งเบาะแส หรือตั้งข้อสงสัย(ไม่ใช่กล่าวโทษ) กับผู้ที่เขาได้พบปะว่า อาจจะมี
ความคิดอาฆาตต่อสถาบัน
2. เมื่อได้รับแจ้งความแล้วก็มีการสืบสวนก่อนสอบสวนว่า คนๆนี้มีพฤติกรรมดังกล่าวจริงหรือไม่ (แล้วแต่เทคนิค)
3. เมื่อสามารถหาหลักฐานชัดแจ้งได้ว่า “คนๆนี้มีพฤติกรรมจ้องอาฆาตแก่สถาบัน” เช่น โพสข้อความหมิ่นด้วยตนเอง
หรือกด LIKE ใน Facebook กับข้อความหรือรูปหมิ่นโดยตรง โดยมิได้กดให้กับข้อความอื่นหรือรูปอื่นใดที่อยู่ใน “เพจเดียวกัน”
แล้วมี Link ไปกระทบกับเพจนั้นๆพอดี และไม่บ่อยเกินจนเป็นที่น่าสงสัย “เช่นกดทุกวัน หรือวันเว้นวัน” เพื่อให้
เสมือนกับตัวเองกด Like ให้กับแนวคิดอื่นๆของเพจนั้น
4. หากข้อ 3 ชัดเจนก็ให้จับกุมและลงโทษตามกฏหมายทันที
5. กรณีข้อ 3 ไม่ชัดแจ้ง หรือมีการพิสูจน์แล้วว่า “ไม่ได้มีความคิดหมิ่นสถาบัน” ก็ให้สืบสวนกลับไปว่า ผู้นำข้อความมาแจ้งนั้น
เกี่ยวข้องอะไรกับผู้ถูกกล่าวหา หากพิสูจน์ว่า “ผู้แจ้งนั้นมีความต้องการกลั่นแกล้ง หรือทำร้ายผู้ถูกกล่าวหา” ให้แจ้งความกลับ
ในข้อหา “เอาสถาบันอันทรงเกียรติ เป็นเครื่องมือใส่ร้ายผู้อื่น” แต่ให้ใช้โทษระดับเดียวกัน
6. หากข้อ 5 ไม่ชัดแจ้ง แต่เป็นการ “แจ้งความเพราะเข้าใจผิด” หรือ “ได้รับการบอกเล่ามา” ให้ยกเว้นความผิดตามข้อ 5
เอาล่ะ ออกทะเลพอแล้ว กลับมาที่ดราม่าต่อ
(ทำไมออกไปไกลจังกรู
)
ว่าแต่ท่านอธิเกินฮับ
ท่านใช้รถยี่ห้อไหนดริฟครับ “แลมโบกินี่” “เฟอร์รารี่” “พอร์ช” หรือ “เปอร์เช่” ครับ
อ๊ะ หรือว่าท่านใช้ยี่ห้อ “แฮมวี่” ไม่สิ “T90″ ใช่ไหมครับเนี่ย
http://www.enlightened-jurists.com/download/67
ไปโหลดกันมาอ่านได้ครับ ข้อเสนอของกลุ่ม นิติราษฏ์
123 wrote:
ไอ้ควาย ไอ้เหี้ย ไอ้ชิบหาย ไอ้งี่เง่า การที่คนดีๆคนหนึ่ง อยู่ดีๆก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นปีๆ เสียประวัติ เสียการเสียงาน แล้วสุดท้ายยกฟ้องเนี่ย ดีมากเลยนะ
กรูไม่ขอไรมาก ขอให้เกิดกับมรึงบ้าง แน่นอนมรึงไม่ได้ทำจริง มรึงต้องโดนยกฟ้องอยู่แล้ว แต่กรูสะใจ เป็นไงหล่ะ
นี่กูอยู่เกาหลีเหนือหรอวะเนี่ย คิมจองอิลตายพวกมึงร้องไห้ไหม ฉันใดฉันนั้น
to #510
เราแจ้ง hi-tech โปลิต ให้แล้วนะ
ต่อไปก็ตัวใครตัวมันเด้อ
nunee wrote:
เห้อ!!! กรุละปวดตับกะตรรกะมึงจริงๆเลย
เอ่อ wrote:
หมาเชื่องๆที่ฟังวิทยุยานเกราะสมัย 2519 ก็ทำแบบมึงนี่ล่ะ
เอะอะมึงก็ล้มโต๊ะ ฟ้องพ่อฟ้องแม่ เวลาเถียงแพ้
เอะอะก็ปิดหู แล้วก็ บลา บลา บลา จะได้ไม่ได้ยินความจริง
นี่มันศตวรรษที่21แล้ว มึงยังวนเวียนเป็นหมาเชื่องๆรองตีนทหาร-ตำรวจ อยู่อีก
มึงทำงานคุมอาบอบนวดให้พวกมันหรอไง ถึงได้โง่เง่าดักดานแบบนี้
ปล.จ่าอย่าลบคห.ผมนะ ผมไม่พูดถึงสถาบันละครับ
กูมามุง wrote:
ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าข้อความที่ กง ส่งไปนั้นเป็นคำหมิ่น จริงหรือไม่อยู่ดี
แล้วอย่ามาอ้างไอ้กรณี โอบาม่านะเพราะเขาเปิดให้เห็นว่าเขียนยังไง รู้ชัดเจนว่าเป็นการขู่ฆ่า และเป็นการเหยียดเชื้อชาติ ด้วย
ตัวอย่างการใช้ 112 แบบไม่เป็นธรรมก็มีให้เห็นโดยเด่นชัดแล้วไงครับ
มีคนไม่ยืน เพลงสรรเสริญ ในโรงหนังโดนจับติดคุก
สส.ปชป. ไม่ยืนเพลงสรรเสริญ ในงานลูกเสือ ไม่โดนดำเนินคดีแต่บอกรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ถ้าไม่แก้ มันก็เอากฏหมายข้อนี้ไว้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามตลอดสิวะครับ
บางความเห็นในนี้ โดนเก้าอี้ได้เลยนะเนี่ย
ลองใครสักคนโดนมาตรานี้ใสร้าย…
การจะบอกว่าคนๆนั้น “ไม่ผิด” มันก็เสี่ยงจะโดนด้วยแล้วว่ะ
แล้วเมิงจะมาเรียกร้องหาตัวอย่างยังไง…
แค่จะบอกว่าคนๆนั้น ทำอะไร พูดว่ายังไงยังไม่ได้เลยว่ะ
หรือมีใครรู้จริงมั่ง ว่าอากงส่งSMSข้อความว่าอะไร???
ร่าง50 ของสมคิดมันเน้นความสงบเรียบร้อย peace and order ที่ทหารชอบใช้ ให้ประชาชนเป็นหมาเชื่องๆที่ห้ามตั้งคำถาม ห้ามสงสัย เป็นเผด็จการกลายร่าง
ร่าง40 ของวรเจตน์มันเขียนโดยเน้นโอนถ่ายอำนาจต่อรองมาไว้ที่ประชาชนมากกว่า ประชาชนมีสิธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเท่าเทียมมนุษย์ในโลกอารยะ
สมคิดกับวรเจตน์ก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่คุณจะเลือกเดินตามได้
ถ้าคุณว่า50ดี ประเทศเราก็จะเป็นประชาธิปไตยตอแหลขั้นเทพ ร่างขึ้นมาด้วยความกลัวเสียอำนาจต่อรอง เป็นมุมมองในแบบชนชั้นนำปกครองชนชั้นล่าง มีสิทธิล้มโต๊ะได้ทุกเมื่อ
ถ้าคุณว่า40ดี ประเทศเราก็ตอแหลน้อยหน่อย ร่างขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองกับกลุ่มอำนาจเดิม ต่อรองได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็มีเวทีให้ประชาชนขึ้นไปต่อรองได้
ธรรมศาสตร์เลยเกิดข้อพิพาทระหว่าง ตัวแทนร่าง40กับ50 โดยมีชนวนเป็นม.112
ม.112 เป็นกุญแจสำคัญที่จะบล๊อคไม่ให้รัฐประหารอีก มีผลโดยตรงกับร่าง50 อย่างมาก เป็นอาวุธสำคัญที่จะปิดปากคนได้สนิทที่สุด
แต่มีผลน้อยกับร่าง40 เพราะเวทีที่เปิดโอกาสให้คนได้ตั้งคำถามเยอะกว่าร่าง50มาก
จริงๆ ตอแหลน้อยหน่อยแบบร่าง40 แล้วแก้ไขม.112 ประเทศก็ไปต่อได้อีกพักใหญ่
แต่ถ้าไม่แก้เลย ได้วุ่นวายแน่เพราะคุณปิดปากคนไม่ให้พูดต่อไปไม่ได้แล้ว
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
เมิงเถียงกันไป เมิงก็เป้นขี้ข้านายทุนอยู่ดีนั่นละ
ทุกประเทศเหมือนกันหมดละ ดูเมกา ประเทศไม่มีเงินก็ไปขูดจากคนชั้นกลางกับล่าง พวกรวยๆเป้นถึงระดับประเทศไม่โดน แถมยังเลี่ยงภาษี มีออก กม ช่วยเลี่ยงอีก
มันถึงมีกลุ่ม annoymous วิกิลีค ม็อบวอลสตรีท เพราะ คนธรรมดา 99% จะถูกปกครองโดย 1%ที่เป็นพวกนายทุน
ดังนั้น มันไม่มีประชาธิปไตยจริงหรอก เพราะมนุษย์มันไม่เท่าเทียมกันตั้งแต่เกิดจีงต้องสร้างระบบให้มีให้ได้
กูมึนกับตรรกะของฝ่ายที่บอกว่าข้อความของอากงไม่เป็นการหมิ่นจริงๆว่ะ กูถามหน่อยว่าแล้วพวกเมิงรู้ได้ไงวะว่าข้อความที่อากงส่งไปมันไม่หมิ่น ถ้ายังไม่มีใครรู้ว่าข้อความอากงมันหมิ่นรึเปล่าก็ไม่ต้องมาเล่นประเด็นนี้หรอก อยากรู้ก็ไปขอคัดสำนวนจากศาลเอาสิวะ ปกติคดี 112 มันก็เขียนระบุว่าข้อความหมิ่นนั้นมันมีรายละเอียดอะไรบ้างแหละ แต่พอในยุคไม่กี่ปีมานี้มีไอ้พวกล้มเจ้าเอาข้อความในคำพิพากษามาโพสต่อแล้วก็อ้างเหรี้ยๆว่า “กูแค่เอาคำพิพากษามาเผยแพร่นะกูไม่ผิดนะอะฮิๆ” ไง มันก็เลยเหมือนเป็นการเผยแพร่คำหมิ่นอ้อมๆ ดังนั้นเค้าเลยไม่ให้ระบุข้อความที่ว่าหมิ่นในคำพิพากษาไงล่ะโว้ยเข้าใจยัง
แล้วไอ้พวกบอกว่าแก้ 112 แล้วจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นอะมึงเมากาวเหรอไงวะ การทำให้อัตราโทษฐานหมิ่นเบื้องสูงตาม 112 ลดลงมาเท่ากับอัตราโทษฐานหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาแล้วยังเอาเหตุยกเว้นความผิดกับเหตุยกเว้นโทษที่ใช้กับกรณีหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดามาใช้กับการดูหมิ่นเบื้องสูงอีก กูถามหน่อยแก้ไอ้ตรงนี้แล้วมันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นตรงไหนวะหา
ส่วนไอ้ควายที่ยกเหตุการณ์คดี 6 ตุลามาอ้างให้แก้ไข 112 เนี่ยมันยิ่งไม่เข้าใจกฎหมายเข้าไปใหญ่เลยว่ะ ตอน 6 ตุลาที่มีคนโดนจับไปขังนาน 2 ปีแล้วสุดท้ายศาลพิพากษายกฟ้องแล้วปล่อยตัวอะ พวกมึงก็มาอ้างโง่ๆว่า “นี่ไง 112 ไม่เป็นธรรมจับคนมาขังก่อนฟรีๆ 2 ปีทั้งที่ไม่ผิด” ทั้งที่ตรงนี้มันก็เป็นกระบวนการยุติธรรมตามปกติ ไม่ต้องคดี 112 หรอก คดีความผิดอื่นๆทั่วไปอย่างคดีฆ่าคน ข่มขืน ปล้นทรัพย์อะไรงี้ ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งขังจำเลยในระหว่างพิจารณาคดีได้อยู่แล้วซึ่งฝ่ายจำเลยก็สามารถขอประกันตัวได้เช่นกันแต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความประพฤติจำเลยด้วยว่าจะมีพฤติการณ์หลบหนีหรือไม่ เพราะงั้นไอ้พวกดาวแดงฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ที่ชอบวิางเข้าป่าเป็นอาจิณอย่างพวกมธ.ในสมัยนั้นน่ะศาลจะไม่ให้ประกันตัวก็ไม่แปลก รายละเอียดอยู่ใน ป.วิ.อ. มาตรา 88 และ 89 เมิงลองเสริชหาอ่านหาความรู้เข้ากบาลมั่งนะ
DramaDrama wrote:
ควายกฎหมายโผล่มาอีกตัวละ 112 มันไม่ได้ให้ใครก็ได้มาเป็นโจทก์ว้อย 112 มันเป็นความผิดต่อแผ่นดินที่ให้ผู้ใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ก็ตามที่พบการกระทำความผิดสามารถทำคำกล่าวโทษให้อัยการฟ้องคดีได้ ซึ่งไอ้ความผิดต่อแผ่นดินนี่มีเยอะแยะเลยว่ะเช่น ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างการ ฆ่าคน ให้สินบนเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ฯลฯ ตัวอย่างนะ ถ้าวันนึงเมิงเดินไปเจอศพคนโดนยิงตายเมิงก็ไปทำคำกล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนทราบได้แม้ว่าเมิงจะไม่ได้เป็นญาติของผู้ตายก็ตาม เช่นเดียวกับกรณี 112 ถ้าเมิงเห็นว่ามีคนดูหมิ่นตาม 112 แล้วก็สามารถแจ้งตำรวจได้เช่นกัน แล้วพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้จะทำสำนวนส่งให้อัยการฟ้องคดีทันทีเลยซักหน่อยกว่าจะฟ้องได้ก็ต้องมีหลักฐานแน่นหนาพอว่าเป็นการดูหมิ่นตาม 112 จริงถึงจะฟ้องได้อีก เป็นไงได้ความรู้ไปประดับขี้เลื่อยในกบาลดีมั้ยล่ะไอ้ควาย
ไอ้พวกที่บอกว่าตำรวจกับอัยการจับคนที่ไม่ผิด 112 ส่งฟ้องศาลรัวๆโดยไม่ดูหลักฐานเลยว่าผิดจริงมั้ยอะ กูขอดูหลักฐานหน่อยดิ๊ว่ามีสำนวนคดีไหนมั่งที่ตำรวจกับอัยการทำงานกันชุ่ยๆอย่างนั้นน่ะ หลักฐานก็ไม่มีดีแต่ฟังขี้ปากพวกสวะเล่าต่อๆกันมากูล่ะอนาถกับอนาคตพวกเมิงจริงๆเลยว่ะ
ดราม่านี้ มันส์ตรงอ่านเม้นนี่แหละ
อย่างน้อยกรูก็รู้ว่า มีแนวโน้มว่าอนาคตลูกกรู หลานกรู
จะเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ตัดสินอะไรด้วยตัวเอง
ไม่มีใครมาฉายหนังวนทั้งปีทั้งชาติ
และที่สำคัญคงไม่มี ใครหรือดารา คนไหนมาไล่ลูกกรูไปอยู่ต่างประเทศ
เพียงเพราะเห็นต่างกันอีกต่อไปแล้ว
dukedick wrote:
สงสัยบ้านอยู่หลังเขายายเที่ยง เลยไม่รู้เลยว่าข้อความในSMS ห้ามเปิดเผยส่งต่อ เพราะผิดตามม.112
ถ้ามีคน cap เอาข้อความในความเห็น 510 ไปฟ้อง ซึ่งใครก็ฟ้องได้
และตำรวจสามารถตามจับ คนที่โพสในความเห็น 510 ได้
เชื่อว่า เจ้าของความเห็น หรือ ครอบครัว ของเจ้าของความเห็น 510 จะสนับสนุนให้มีการแก้กฎหมายทันที
ไม่เชื่อลองมีใครเอาไปฟ้องดูสิครับ
ไม่ขอออกความเห็นเรื่องการเมือง
ไม่นึกว่าคนแบบนี้จะมานั่งตำแหน่งอธิการได้ EQ ต่ำกว่าเด็กประถมอีก
…แต่อยากบอกว่าอธิการ มธ. เกรียนโคตร
ป้าดีใจที่เรามุ่งประเด็นไปที่เนื้อหา ไม่ใช่ตัวบุคคล
//ปรบมือ 999 ที
@ เขย่าก่อนแดก:
จับแม่งเลยเชี้ยเนี่ย ใครก็ได้แจ้งความไปดิ มึงไม่ต้องมาลบนะกุเซฟไว้แล้ว
ให้แม่งรู้เลยว่า ทำไมเค้าถึงอยากจะแก้กัน เพราะที่มึงทำอะเค้าเรียกว่าหมิ่นอยู่
ถึงกุรู้ว่ามึงจะยกตัวอย่างประชดก็เถอะ ไม่ได้ประสงค์ร้าย แต่มึงทำผิดกฎหมายอยู่โว้ย
กุเป็นประชาชนตัวเล็กๆกุก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา วันดีคืนดีกุเมาแอ๋ เผลอไปเตะรูปเหมือนไอฝรั่งเชียงใหม่ที่ติดคุกนั่น
กุไม่ต้องติดคุกหัวโตเลยเรอะ นี่ขนาดแม่งเป็นฝรั่งนะยังโดนสะขนาดนี้ ถ้าเป็นกุคงได้ตายห่าในคุกแน่ๆ
รักกุก็รักนะ แต่กุกลัวเข้าใจปะ
ไอที่นิติรัดมันเสนอมาบ้างข้อกุก็รับไม่ได้เพราะแม่งเยอะไป
ลองไปห้ามนิติรัดไม่ให้แม่งมีสิทธิพูดต่อสาธารณชนมั่งดิ ต้องรอมติจากพวกมันเองก่อน แค่นี้มันก็ทำไม่ได้แล้ว
ข้อนี้มึงเอาออกไปเลย เยอะไป อยากได้สิทธิเรื่องแสดงความเห็นแต่เสือกไปจำกัดอีกของคนอื่น
จริงๆแล้ว กุแค่อยากจะมีสิทธิพูดหรือแก้ต่างอะไรบ้าง โดยไม่ต้องกลัวว่าถ้าพูดไปแล้วจะมีสไนเปอร์มาส่องหัวกุ เข้าใจปะ
เออน่ะ wrote:
เรื่องหน้าด้านต้องยอมรับ แต่คนประเทศมันก็ไม่ได้ตอแหลนี่
ประเทศไทยมันมีครบเลย ทั้งด้าน ทั้งแถ ทั้งตอแหล เถียงแพ้มันก็ยิงทิ้ง
Hidden due to low comment rating. Click here to see.