
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่เว็บมั่นคงแก็ดเก็ท ซึ่งเป็นเว็บขายเครื่องเสียงยอดฮิตของประเทศไทย (แอดมินก็ไปอุดหนุนมาหลายหน)
มีสาวคนนึงชื่อ pinkkyka ซึ่งจากนี้ไปแอดมินขอเรียกสั้นๆว่าอีพริ้ง!! อีพริ้งมาตั้งกระทู้แฉในเว็บมั่นคงว่า
เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอว์เพิ่งจะไปถวายปัจจัยให้พระที่วัดแห่งนึง ตอนถวายไปก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอมารู้เอาทีหลังว่า..
มีพระรูปนึงในวัดแห่งนั้นชื่อพระสมศักดิ์ เอาเงินที่ชาวบ้านชาวช่องถวายให้ไปซื้อหูฟังแล้วอิชั้นโคตรผิดหวังเลยว่ะค่ะ!!

ชาวเว็บมั่นคงก็พากันถามอีพริ้งว่าที่เอ็งพูดมามันเป็นเรื่องจริงเหรอวะ?
แล้วพระชื่อสมศักดิ์ที่เอ็งอ้างถึง มันเป็นคนๆเดียวกับนายสมศักดิ์คนดังประจำเว็บมั่นคงรึเปล่าฟะ!?

อีพริ้งก็ตอบกลับไปว่าพระสมศักดิ์วัดนู้น กับนายสมศักดิ์เว็บมั่นคงมันก็คนๆเดียวกันนั่นล่ะค่ะ!!
ที่อิชั้นรู้ว่าเป็นคนๆเดียวกันก็เพราะมีพระรูปนึงในวัดนั้นเป็นคนบอกกับอิชั้นเอง
สงสัยเขาจะหวังดีไม่อยากให้อิชั้นถวายปัจจัยให้พระที่ชอบเล่นเครื่องเสียงรูปนี้มากเกินไปกระมังคะ!!
และพอรู้ว่าเป็นคนๆเดียวกันแล้วอิชั้นโคตรเสียความรู้สึกเลยค่ะ เพราะเท่าที่ดูข้อมูลในเว็บมั่นคง
พบว่าพระสมศักดิ์สอยหูฟังราคาแพงไม่รุ้กี่ตัวต่อกี่ตัว แถมไอ้ที่เอาไปสอยนั่นก็เงินของพวกอิชั้นทั้งนั้น!!

ชาวเว็บมั่นคงบางคนก็ปกป้องพระสมศักดิ์โดยบอกกับอีพริ้งว่าอย่าไปใส่ใจอะไรนักเลยน่า
พระท่านจะเอาตังค์ที่เอ็งถวายให้ไปทำอะไรก็เรื่องของท่านสิฟะ เอ็งให้เขาไปแล้วจะไปสนใจทำไม
ต่อให้พระท่านเอาไปซื้อแอมป์ ลำโพง หูฟัง ราคาหลักหมื่น แต่ถ้าเอ็งถวายเงินนั้นให้ด้วยเจตนาดีซะอย่างเอ็งก็ได้บุญอยู่ดีนะเฟ้ย!!

แต่ชาวเว็บมั่นคงบางคนก็ไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้พระสมศักดิ์ออกมาชี้แจงเสียแต่โดยดี!!
แถมยังแฉว่าพระสมศักดิ์รูปนี้เล่นแต่หูฟังราคาแพงฉิบหายวายป่วงทั้งนั้น!! แถมยังมีแอมป์มากกว่าสิบตัวซะด้วย!!

โดยหูฟังที่นายคนนี้แฉว่าพระสมศักดิ์มีอยู่ในครอบครองนั้นได้แก่ AKG-702 (ภาพซ้าย)ราคาหนึ่งหมื่นสี่พันบาท!!
Grado rs1i (ภาพขวา) ราคาสองหมื่นแปดพันบาท!!!! (อ้างอิงราคาจากเว็บมั่นคง)

นอกจากนั้นหูฟังตัวอื่นๆที่นายคนนี้พูดถึงก็ราคาประมาณหลักหมื่นขึ้นไปทั้งนั้น!! (รวมๆกันแล้วน่าจะเป็นแสน)
ต่อมาพระสมศักดิ์ก็ออกมาแก้ต่างว่าอาตมาก็ไม่รู้นะว่าโยมเจ้าของกระทู้คือใคร แต่อาตมาขอรับประกันว่า
เงินทุกบาททุกสตางค์ที่โยมถวายเป็นปัจจัยให้อาตมา จะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์!!
ทุกวันนี้อาตมาทำหนังสือและสื่อเผยแพร่พระธรรม ดังนั้นมันก็ต้องใช้ไฟล์ MP3 และหูฟังกันบ้าง
อย่างนักเรียนของอาตมาเกือบสี่สิบคนเวลาเรียนกับอาตมา ฟังพระธรรม MP3 ก็ต้องใช้หูฟังทั้งนั้น!!
ส่วนที่โยมบอกว่าอาตมาเอาเงินที่โยมถวายปัจจัยไปซื้อหูฟังแพงๆ อันนี้อาตมาขอบอกว่าอาตมาบ้านรวย!!
ไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินที่ญาติโยมถวายมาให้ แต่อาตมาไม่ขอพูดรายละเอียดปลีกย่อยเพราะไม่อยากให้ชาวบ้านชาวช่องรู้เรื่องส่วนตัว!!

จากนั้นหลวงพี่สมศักดิ์ก็หันไปซาวเสียงจากเพื่อนสมาชิกในเว็บมั่นคงว่าใครอยากให้อาตมาอยู่ในเว็บนี้ต่อไปชูมือขึ้น!!
อาตมาเป็นแค่คนธรรมด๊าธรรมดาที่ละเว้นการก่อกรรมทำชั่วเท่านั้น จะให้อาตมาฟังเพลงกันบ้างไม่ได้เลยรึไง
แต่ถ้าญาติโยมทั้งหลายรับรสนิยมของอาตมาไม่ได้ อาตมาก็จะยินยอมอัปเปหิตัวเองออกจากเว็บมั่นคงแต่โดยดี!!

ชาวเว็บมั่นคงบางคนพอฟังคำแก้ตัวของหลวงพี่สมศักดิ์จบก็ไม่พอใจ ถามกลับไปว่า
หลวงพี่จะใช้หูฟังสอนพระธรรมเด็กด้วยไฟล์ MP3 มันก็พอฟังขึ้น แต่ถ้าหลวงพี่เอาข้ออ้างนี้
มาเป็นเหตุผลอธิบายเรื่องที่หลวงพี่มีหูฟังตัวละหลายหมื่นตั้งไม่รู้กี่ตัว ผมว่ามันฟังไม่ขึ้นว่ะครับ!!

ชาวมั่นคงคนนึงก็แสดงความเห็นว่าหลวงพี่จะเล่นหูฟังราคาแพงมันก็ไม่ผิดหรอกนะ
แต่มันผิดวินัยสงฆ์ ตรงศีลแปดที่ว่า “ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือละเว้นจากการพูด
ฟัง ฟ้อนรำ ขับร้องและประโคมเครื่องดนตรีต่างๆ และดูการเล่าที่เป็นข้าศึกแก่กุศล”"
ถ้าหลวงพี่ใช้หูฟังเพื่อฟังพระธรรม MP3 จริงๆก็ถือว่าโอเช แต่ถ้าใช้ฟังเพลงถือว่าทำผิดพระวินัยค่ะ!!

ต่อมาหลวงพี่สมศักดิ์ก็สำนึกผิดและบอกกับชาวเว็บมั่นคงว่าอาตมาผิดไปแล้ว แต่ที่อาตมาชอบฟังเพลง
เพราะอาตมาใช้เสียงเพลงในการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นมากว่าสิบปี พออาตมาหายขาดก็เลยติดใจ
และฟังเพลงมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยความลุ่มหลง เอาเป็นว่าถ้าการที่อาตมาฟังเพลงมันทำให้ญาติโยมไม่พอใจ
เอาเป็นว่าอาจมาจะไม่ฟังเพลงอีกต่อไป เพื่อความสบายใจของสาธุชนทุกท่าน

ชาวเว็บมั่นคงก็ถามหลวงพี่ว่า เอิ่ม หลวงพี่ครับ มะเร็งอวัยวะไหนมิทราบวะครับที่รักษาได้ด้วยเสียงเพลง!?

บ้างก็ถามหลวงพี่ว่ามะเร็งอะไรวะครับที่รักษาด้วยเสียงเพลงไม่ใช่เคมีบำบัด ไหนขอหลักฐานมาให้ดูหน่อยเด๊ะ!!

บางคนก็แขวะหลวงพี่ว่า แหมๆ ดนตรีบำบัดนี่มันต้องใช้หูฟังราคาหลักหมื่นตั้งเกือบสิบตัวมาประกอบการบำบัดเลยเนอะ!!

แต่ชาวมั่นคงอีกส่วนนึงก็ออกมาปกป้องหลวงพี่สมศักดิ์ว่าทั่นทำอะไรผิด!? การที่ทั่นจะฟังเพลงมันผิดตรงไหน?
ถ้าเทียบกับเจ้าอาวาสวัดใหญ่ๆที่นั่งรถเบนซ์ มีบ้านหลังโตๆ หรือมีเครื่องเสียงชุดนึงเป็นแสน
ตูถือว่าพฤติกรรมของหลวงพ่อสมศักดิ์กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยเมื่อเทียบกับพระชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้น!!
แถมหลวงพี่สมศักดิ์ก็บอกแล้วไงว่าบ้านท่านมีตังค์ ดังนั้นท่านจะเอาเงินของโยมพ่อโยมแม่ไปซื้อหูฟังแพงๆมันผิดตรงไหน?
แต่พวกเอ็งหลายๆคนกลับด่าหลวงพี่อย่างสาดเสียเทเสียราวกับว่าหลวงพี่แกโหลดคลิปโป๊มาดูการเสพเมถุนสดๆซะงั้น!?
ส่วนอี จขกท ก็เหมือนกัน ริจะทำบุญก็ควรจะมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สิวะ ถ้าคนรับเงินทำบุญจะเอาเงินไปทำอะไรก็เรื่องของมัน
เอ็งจะไปใส่ใจให้มันหนักกบาลทำไม? ถ้าทำบุญกับพระแล้วคิดนู่นคิดนี่แบบนี้เอ็งไสหัวไปทำบุญที่อื่นแทนจะดีกว่ามั้ยวะ!?

บ้างก็บอกว่าทุกวันนี้สิ่งยั่วเย้ามันเยอะ จะให้พระปฎิบัติตามพระธรรมวินัยเป๊ะๆทุกข้อเลยก็คงยาก
อย่างการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ท นี่ก็เหมือนกัน ถ้าจะให้พระอุดอู้ไม่รับรู้โลกภายนอกผ่านสื่อเลยมันก็เกินไปนะ!!

สมาชิกคนนึงชื่อนาย “gippink” ก็เถียงแทนหลวงพี่สมศักดิ์ว่าพวกเอ็งที่มาหาว่าหลวงพี่เขาทำผิดวินัยสงฆ์อ่ะ
พวกมึงรักษาศีลห้าได้ครบแล้วรึยัง? ถึงได้มีสิทธิมาชี้หน้าด่าหลวงพี่เขาปาวๆ
พวกมึงเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ชาตินี้ไม่เคยศีลขาดมั่งเลยเหรอวะ? พวกมึงไม่เคยแดกเหล้าแดกเบียร์
หรือโกหกพ่อแม่ในวัยเยาว์มั่งเลยรึไง? พวกมึงรู้มั้ยว่าตังค์ที่หลวงพี่ท่านเอาไปซื้อหูฟังแพงๆน่ะ
เป็นตังค์ที่หลวงพี่ท่านได้มาจากการทำงานเผยแพร่ศาสนา สอนหนังสือ อบรมธรรมตามสถานที่ต่างนะเว้ย!!
ไม่ใช่ปัจจัยที่ญาติโยมถวายให้ซักหน่อย ดังนั้นหลวงพี่เขาจะเอาเงินที่หามาเองไปผลาญแบบไหนก็เรื่องของเขาสิวะ!!

นาย gippink ยังแก้ตัวแทนหลวงพี่สมศักดิ์อีกว่าหลวงพี่ท่านฟังเพลงของท่านแต่ในกุฐิ
ไม่ได้เอาหูฟังตัวละหลายหมื่นมาสวมหัวเดินพริ้วแถวพันทิพย์ซักหน่อย แล้วพวกมึงมีสิทธิไปด่าหลวงพี่เขาได้ยังไง
กรูว่าอีพริ้งเจ้าของกระทู้ต่างหากที่น่าสงสัย ว่ามึงตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาโดยมีเจตนาอะไรกันแน่!?

หลังจากนั้นความเห็นในกระทู้ก็แบ่งเป็นฝ่ายปกป้องและฝ่ายติเตียนหลวงพี่สมศักดิ์ แสดงความเห็นถกเถียงกันอย่างดุเดือด
แต่อ่านความเห็นของทั้งสองฝ่ายแล้วแอดมินสงสัยจริงๆว่ะว่าภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ในสังคมไทย
คือนักบวชผู้ทรงศีลที่ควรกินอยู่อย่างมัธยัสตามพระธรรมวินัย หรือเป็นวิชาชีพนึงที่สามารถทำงานหาเงินได้ตามปรกติ
และสามารถเอาเงินก้อนนั้นไปจับจ่ายใช้สอยยังไงก็ได้ตามอำเภอใจ? กระทั่งหูฟังอันละเกือบสามหมื่นก็ยังซื้อได้!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? ถ้าพระสงฆ์เป็นวิชาชีพเราควรจะเรียกเก็บภาษีเงินได้จากพระสงฆ์รึไม่!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
Credit ภาพประกอบจาก http://www.chocolate-fish.net/img_-5856 (เป็นพระเขมรจ้า)








































บอกได้คำเดียว เสื่อม
ถ้ายังตัดกิเลสไม่ขาด แล้วจะมาบวชทำไมวะคะ
คนทำอะไรไว้ ย่อมรู้แก่ใจดี อยู่แล้ว
อีพวกที่เมิงเอาคนที่ทำผิดเยอะ ไปเปรียบเทียบกับพระที่ทำผิด เพื่อให้ดูว่าเป็นความผิดเล็กน้อยนี่เมิง เอาหัวแม่ตีนคิดเหรอ
เมิงลองเอาพระที่ทำผิดไปเปรียบเทียบกับพระที่ท่านปฏิบัติดีทั่วไปสิวะ จะได้เห็นว่าจริงๆควรปฏิบัติตนแบบไหน
เมิงเล่น เอาคนผิดไปเปรียบเทียบกับคนผิด เพื่อให้ความผิดมันดู soft ลง แล้วความถูกต้องจริงๆมันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะวะ
ดีไม่ ซื้อไอโฟน เอามาฟังธรรมมะ
(โย่ว! มาเสวนาเทศนากับพวกโยม! ซั่บโย๊วววว)
โอมมมมมมมมมมม เอิงเงย เอิ้งเงอ เงอ เงอ เงย เงย
ปาปะปาณาติปาตา ว้อท เวระเวระ เวระมะณี เย้ สิกขะสิกขามาปะทัง วั้ด สะสัมมาทิยามะยามิ เฮ่
การฆ่าสัตว์น่ะมันไม่ดี เอิ้ว การตีสัตว์น่ะมันไม่ใช่เรื่องดี มามะมาเรามาละเว้นกัน เอิ้ว!
เจริญพร
ซื้อทำไมหูฟังแพงๆ เอาไปสร้าง UFO ดีกว่า
เรียกเก็บภาษีเงินได้จากพระสงฆ์ 555 ชอบๆจ่าคิดได้ไง ถ้าทำได้จิงประเทศเราคงได้เงินภาษีจากพวกทำมะกึ๋ย เยอะฝ่าภาษีเหล้าบุหรี่แน่ๆ555
cen wrote:
เออ กรูทำไรไม่ได้ คงต้องปล่อยศาสนาให้มารศาสนามันเกาะกินจนมันเสื่อมสลายไปของมันเอง
ทุกวันนี้มีพระนั่งรถมาขอรับบริจาค มาทอดกระถินทอดผ้าป่า กรูไม่สนใจบริจาคแล้วล่ะว่ะ กรูสิ้นศรัทธากะสิ่งนี้ละ
แต่ทีกรูยังทำอยู่ตอนนี้ก็แค่เลี้ยงเพลพระในบางวันที่มีโอกาส
กรูทำไรไม่ได้ ได้แต่เห่าในนี้แหละ พอใจยังครับ
ไม่ต้องเดือดหรอก มรึงเก่งกรูยอม
พระเลวพวกนี้ มันเกิดขึ้นตามกระบวนการของสังคม และชาวพุทธก็ยังคงต้องกราบไหว้มันต่อไป
ยังละกิเลสกันไม่ได้แล้วจะมาบวชเป็นพระทำไมครับ
กายพร้อม ใจพร้อม ค่อยบวชครับ
อยากให้ประเทศไทยมีแต่พระสงฆ์ หาใช่คนห่มผ้าเหลืองบังหน้าครับ
พระสมศักดิ์ฟังเพลงไม่ผิด เพราะพระชั้นผู้ใหญ่ขับรถเบนซ์ !?
ตรรกกะอะไรของพวกมึงนี่ยยยย

ก็เพราะพวกมึงคิดอย่างนี้ไง ศาสนาถึงได้เสื่อมลงทุกวัน
ไม่ต้องมาถามกูนะว่ากูรักษาศีล ๕ รึเปล่า
อย่าว่าแต่ตอนเด็กๆเลย ตอนนี้กูก็ยังโกหก ตอแหล นินทาคนอื่น
ก็ทำไมกูล่ะ กูไม่ได้ห่มผ้าเหลือง รักษาศีล ๒๒๗ ข้อนี่หว่า
เดี๋ยวนี้บวชเป็นพระมันยากเย็นซะที่ไหนกันล่ะ
พระเขาห้ามฟังเพลงนะครับ ผิดศีล
ธุรกิจสงฆ์
admin wrote:
อยากจะมองเป็นแบบแรก แต่ปัจจุบันเป็นแบบ 2 กันน่ะสิ
ดูปร๊าดเดียวไม่ต้องคิด กรูว่าไม่ได้ใช้ในศึกษาพระธรรมเป็นแน่
เฮ้อ
ตรรกะที่ว่า มึงรักษาศีลห้ายังไม่ได้ อย่ามาว่าพระ….อีห่า กูถามจริงว่ามึงไม่รู้เหรอว่าเพราะต่างจากคนธรรมดายังไง พระท่านบวชเพื่ออะไร ลองตรองดูแล้วเอาตีนก่ายหน้าผากนะ หูไม่รู้ว่าพระท่านนี้บวชเพื่ออะไร บวชเพื่อสืบพระศาสนา หรือว่าจะเป็นแค่พระคอสเพลย์ แต่รู้ว่าการใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนี้ไม่ไหวนะ
เอาเงินที่ซื้อหูฟังทั้งหลายแหล่นั่นไปตั้งมูลนิธิ แจกเป็นทุนการศึกษา ค่านำค่าไฟวัด หรือเอาไปทะนุบำรุงพระศาสนาจะดีกว่า
โอ้ย เป็นพระรวยจะตาย
แค่เดินบิณฯ ทีได้เงินเยอะแยะ ลองคิดดูญาติโยมให้คนละ 20 บาทแค่ 10 คนก็ 200 บาทแล้วครับ
บางคน (ผมใช้คำว่า “บางคน”) ได้ของบิณฯ มาก็เก็บแล้วส่งกลับไปให้ลูก ให้เมียกิน เอาเงินไปซื้อบุหรี่ ซื้อโน่นนี่สนองกิเลสของตัวเอง
ใครๆ ก็ทำ? … อันนั้นจริงครับ แต่ที่ทำน่ะมันฆราวาส แต่ถ้าเป็นสงฆ์ก็อย่าอยู่ให้ผ้าเหลืองมันแปดเปื้อนเลยครับ ถ้าเข้าไปใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาส มันก็มารผ้าเหลืองดีๆ นี่แหละ
กูไม่ได้บั่นทอนศาสนานะ
เเต่กูเห็นวัยรุ่นต่างจังหวัดมันก็เห็นการบวชพระเป็นทางเลือกในการหาเงิน เอามาเสพยาวะ
ทุกวันนี้มาดูได้เลย บางคนก็โดนจับสึกไปเยอะ…มันก็ยังมีอีกมากอะ
กูเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งก็ได้
มีวันหนึ่งพระที่เป็นเพื่อนกับกูโทรมาบอกว่าเอาหนังโหลดใส่เเฟลชไดร์ไปให้ดูหน่อย
กูก็อะไกลหน่อยกว่าจะขับรถเอาหนังไปให้ วัดกะบ้านกูห่าง6-8กิโล
กูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนอะนะเลยเอาไปให้
พอเอาไปให้ พระก็บอกว่าฝากซองนี้ไปให้เพื่อนหน่อย
กูเห็นเเวบเเรกก็คิดว่าในซองอะคงเป็นเงิน
พอขับรถมากลางทางเริ่มเอ๊ะใจ…
เลยเปิดดูในซองมีผ้าเทปพันอะรัยไว้ไม่รู้
กูเลยสงสัยเปิดดู เเม่มเอ่ย…นี่มัน..ยาบ้า!!.
กูไม่รู้จะทำไง กลัวตำรวจด้วยอะนะ เเละโมโหพระด้วย..ขอโทษนะ ถ้าไม่กลัวบาปปโดนกระทืบอะพระ
เลยโยนทิ้งเเม่งเลย
ทุกวันนี้พระองค์นี้โดนวัยรุ่นกระทืบ(เพราะกูเอายาบบ้าไปทิ้งรึเปล่าไม่รู้นะ)เเล้วจับสึก เพราะวินัยไม่ดี
เออ…เเม่มสมวะ!!
ทุกวันนี้กูก็ยังเลี่อมใสศาสนาอยู่นะ เพราะกูยึดเเนวทางของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ยึดเเนวทางของพระสงฆ์ในการทำความดี
เมื่อก่อน สมัยเคาเตอร์ครองร้านเกม ร้านไหนๆก็มีแต่สงครามมีแต่เสียงปืน
ผมไปเรียนพิเศษที่เชียงใหม่
เข้าไปเล่นเคาเตอร์ตอนเลิกเรียนกับเพื่อนสักพัก มีทั้งพระทั้งเณร เดินกันเข้ามาเล่นเคาเตอร์
แล้วแม่ง ร้านนั้นเค้าทำเคาเตอร์เป็นเสียงด่าคำหยาบๆด้วยนะ
ผมถามเณรที่เล่นอยู่ข้างๆออกแนวแซวๆว่า พระมายิงคนในเกมไม่บาปเหรอครับ
เณรไม่พูดอะไร ตั้งใจเล่นต่อไป แถมอินเกมยิ่งกว่าตูอีก เวลาคนเล่นเกมพวกฆ่าๆกันแล้วอิน คงนึกภาพออกนะว่ามันเป็นยังไง
คนไทยแม่งมองเหี้ยไรในแง่ดี มึงอยากฟังขนาดนี้ก็ไม่ต้องบวชไปไอ้สัด
ไอ้พวกเหี้ยที่ปกป้องแม่งก็โง่พอกัน เอาแต่หยวนๆ สงสัยพ่อแม่แม่งโกงเงิน
จากกล่องทำบุญวัดมาให้แม่งแดก
ฟวด่ฟาวกหด่า wrote:
นักศึกษาบางสถาบันก็เอาเงินที่คุณบริจาคไปเปลี่ยนที่แดกเหล้านะจ๊ะ ดูดีๆละกัน
กูก็เด็กค่ายคนนึงที่ชอบไปเสือกกับการออกค่ายของหลายๆม.
เพราะได้แดกเหล้าฟรี แถมยังมีผู้ชายแปลกหน้ามารุมล้อม แอร๊ยยสสส์
ไปกับม.ตัวเองแม่งระเบียบเป๊ะชิบหาย (ม.ที่ดราม่าเรื่องจุดน่ะจ้ะ)
แต่มันก็ฝึกให้เราทำงานเป็นจริงๆนะ
ในพันทิพย์ เห็นมีพระมาเดินชอปปิ้งเยอะแยะเลย
กุลสตรีขี่เหี้ย wrote:
ขี่เหี้ยนี่เเม็ทกะเมิงมากกก นะเออวว์
ดริฟท์ได้ไม่เลยนี่ฮะหลวงเพ่
ขอออกตัวก่อนว่าไม่ค่อยรู้เรื่องพระวินัย พระธรรมอะไรเท่าไหร่


พระสงฆ์(ตามความเข้าใจของผม) คือผู้ที่ละทางโลกเข้าสู่ทางธรรมไม่ใช่หรอ?
ใช้ หูฟัง/mp3 เป็นสื่อธรรมะ ผมว่าไม่น่าจะผิดอะไร แต่ขอถามว่าหูฟังจำเป็นต้องแพงขนาดนั้น?
ถ้าพระท่านใช้เงินของท่านเอง(หมายถึงจากทางครอบครัว)จริงๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ที่เป็นปัญหาคือ เราข้องใจว่าเงินนั้นเป็นของครอบครัวท่านจริงๆรึเปล่า? นั่นแปลว่าท่านต้องแสดงหลักฐานครับ หลักฐานที่เชื่อถือได้ แค่นั้นก็จบ
….
หรืออาจจะไม่จบก็เป็นได้…
เพราะปัญหาอีกข้อนึงอาจจะตามมา คือ จำเป็นต้องใช้หูฟังที่แพงขนาดนั้นเลย?
เพราะพุทธศาสนาสอนให้ละกิเลส ถ้าทำอย่างเคร่งครัดก็ต้องไม่แต่ของพวกนี้ แต่บางท่านใช้เป็นสื่อธรรมะ ผมก็ไม่รู้ว่ามันสมควรรึเปล่า
แต่ถ้ามันจะแพงขนาดนี้ ผมว่าจุดประสงค์ที่ท่านซื้อไม่ใช่เพื่อเป็นสื่อธรมมะอย่างเดียวหรอก แต่ท่านซื้อด้วย “ความชอบ” ของตน ซึ่งขัดหลักธรรมบางประการ(น่าจะเป็นเกี่ยวกับยึดติดในสิ่งของ อะไรซักอย่าง)ครับ
ปล.พูดอะไรผิดไป ก็อภัยด้วยครับ
โห่ ๆ ก็แปลกดี
คิดอีกแง่ ถ้าหูฟังอันนั้นซื้อมาก่อนออกบวชมันก็ไม่ผิดอะไรอะนะ (ย้ำ! ซื้อก่อนออกบวช)
คือถ้ามึงบวชพระแล้วเอาเวลาฟังเพลงเล่นเนตของมึงไปอ่านศีลให้ครบเนี้ย มึงก็จะรู้น่ะว่ามันผิดไม่ต้องมาถามคนในเวบหรอก
มึงต้องถามตัวเองก่อนว่าบวชไปทำไม บวชเพราะว่าไม่อยากทำมาหาแดกหรือบวชเพราะรักศาสนา อย่าเป็นแค่หัวล้านสวดมนต์เลยมันบาป
@ ยั่วยุ:
บวช สนอง กิเลศ สิจ้ะ เธอว์
คนบวชใช่ว่าจะตัดกิเลศขาด
สภาพแวดล้อมของการบวชมันเอื้อต่อการตัดกิเลศแค่นั้นเอง
@ กุลสตรีขี่เหี้ย:
อีเหี้ย สรุปว่ามึงนี่ก็เหี้ยสมชื่อนะสัส
ที่พวกมึงขอบริจาคไปออกค่ายนี่ เงินบริจาครวมค่าเหล้าด้วยใช่ไหมอีดอก
ค่าเหล้า ค่าถุงยาง ค่ายาคุม นี่ก็เงินที่กุบริจาคไปทั้งนั้นสินะ อีสัส
เลิกกุไม่บริจาคให้เด็กเหี้ยพวกนี้ละ
ไป 1000ทิพ แล้วไม่เจอ พระ แปลว่า พวกเมิงไป ผิดที่ แล้ววว
pantip อ่ะ เยอะแยะ ผมเจอประจำเลย บางทีนึกว่างานวัด ผ้าเหลืองเดินกันเต็มห้าง
บางทีก็เจอพระพูดมาว่า อาตมา ขอสเปคแรงๆ (เจ๊ดเข้ โหดจริงๆ)
เลือก DVD game กับ หนังก็เยอะ หูฟังนี่ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน
ผ่านๆมาดู wrote:
เพราะคนส่วนมากอ่านหนังสือไม่เข้าใจแบบคุณด้วยมั๊ง






ถึงได้กินหญ้ากันถ้วนหน้า
ถ้าไม่เข้าใจก็ถามกันได้นะ ว่าจะสื่ออะไร อย่าโชว์โง่นักเลย
สังคมคงป่วยจริงๆ นั่นแหละ คนที่วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นดันกลายเป็นเพียงคำด่า
เคยสนใจจะคิดกันบ้างไหมว่า ทำไมเขาถึงได้ด่า ขอโทษเถอะ ผมไม่ใช่หมาบ้า อยู่ดีๆ ผมไม่เห่ามั่วซั่วหรอก
คนเรา ตั้งมั่นจะทำดีจริงๆ มันก็ไม่ได้คิดจะด่าใครหรอก
แต่ผมไม่ได้ตั้งมั่นจะทำดีอะไร ผมรับไม่ได้กับการเอาเปรียบคนอื่นด้วยการเอาศาสนามาบังหน้า
แล้วพวกญาติโยมก็ว่า บาป …บาปอะไรมิทราบ พระมันไม่คุมกันเอง ญาติโยมก็นั่งดูเฉยๆ ปล่อยให้กระเด้าสีกากันกลางวัดรึไง?
ลองกลับไปคิดดูซะมั่งนะ
อันนี้ใช้เงินโยมพ่อโยมแม่ซื้อ กูว่าก็ไม่เห็นจะมีปัญหา

ถ้าพระท่านฟังคนเดียวในกุฏิท่านมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดูไม่งามเลยสักนิด
ใครที่เคยบวชมาแล้วก็น่าจะนึกออกว่าถ้าไม่ใช่ปาราชิก ยังไงๆก็อลุ่มอล่วยกันได้
พระท่านก็บอกแล้วว่าเงินที่ซื้อหูฟัง(ของท่าน)เป็นเงินจากทางบ้านท่านนะ
(กูไม่ได้บอกว่าไม่ผิดศีล แต่กูเห็นหลายคนแม่งหลงประเด็น)
ป.ล.เด็กมธ.เหี้ยอะไรแม่งคำว่า”หนู” มึงยังจะเติมวรรณยุกต์เป็น “หนู๋”
ป.ล.2หลวงพ่อแถวบ้านกูพกหนังกะติ๊กพร้อมระเบิดลูกบอลไว้ยิงนกเลยล่ะ
ใครประพฤติตัวดี น่านับถือก็นับถือ
ใครทำไม่ดี ก็คิดซะว่าอุตริเอาผ้าเหลืองมาห่ม สวดมนต์แลกข้าวกิน
แต่อย่างหลังเนี่ย มันรวยเร็วจริงๆ นะเธอว์
เร็วแค่ไหน ใครอยากรู้ก็ลองบวชสักพรรษาก็ได้ (อย่าเสร่อไปบวชในป่าก็พอ
)
เหยด…. ตอนกูบวช เงินกูยังจับไม่ได้เลย ในกุฏิ กุ ก็มีแต่โต๊ะหมู่บูชา เดินบาตรทีเป็น 10 โล ทีวีก็ไม่มีดู
เรื่องนี้ ถ้าจะว่ากันตามวินัยสงฆ์ มันผิดเต็มๆ อยู่แล้ว แล้วนี้ไม่ใช่ผิดเพราะความไม่รู้ แต่นี้รู้ทั้งรู้ว่าผิด
เดินสะพานเหล็ก เจอพระกำลังถามราคาบีบีกัน ?????????????????
marc_man wrote:
แค่พระมองสีกาเหลียวหลังก็ผิดแล้ว
จะมาแถให้ได้อะไรขึ้นมาวะ ไอ้พวกมารศาสนา
อย่าคิดว่า ชั่ว เล็กน้อยจึงกระทำ แลอย่าคิดว่าเป็นความดีเพียงเล็กน้อยจึงไม่กระทำ
กูว่าตรรกะคนปกป้องแม่งเข้าขั้นวิบัติละ
1. ที่บอกพระที่นั่นเบนซ์นั่นแย่กว่า พระสมศักดิ์ คือเมิงเอาอะไรที่เหี้ยกว่ามาทำให้อะไรที่เหี้ยน้อยกว่าดูดี? ถามว่าแล้วไอ้ที่เหี้ยน้อยกว่ามันยังเหี้ยอยู่ไหม
2. ไอ้เรื่องศีลขาด คือ กูก็ไม่ได้รักษาศีลบริสุทธิ์อะไรนะ พระศีลขาดอาบัตินี่ก็ปกติ ไม่งั้นจะมีปลงอาบัติไปทำไมในตอนเช้าสวดมนตร์
แต่แบบพระบวชมาเพื่อสืบทอดศาสนาต้องรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วนะ อะไรเหมาะไม่เหมาะน่ะ แถมกูอยากจะบอกว่าแค่ศีลห้าเนี่ย ที่พูดๆกัน
ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่แดกเหล้า ไม่ซั่มเมียชาวบ้าน ไม่โกหก ไม่ลักขโมย แม่งแค่วจีกรรมกับมโนกรรมนะ เอาจริงๆตามที่กูไปฟังพระท่านนึงมา
แม่งต้องรวมมโนกรรมด้วย เอาว่าถ้าไปรับรู้มาตามที่กูรับรู้ แค่ศีลห้านี่ก็ถือได้ยากเหี้ยๆแล้ว
3. กุก็เคยบวชนะ กูบวชได้เดือนนึง กูอยากจะบอกว่า กุฏิกูตอนบวชมีชั้นวางพุทธรูป 1 องค์ เชิงเทียน 2 อัน แจกัน 2 อัน
เตียงไม้ อัฏฐบริขาร ไม้กวาด แค่นั้น เงินที่ชาวบ้านถวายปัจจัยให้ตลอดเดือนนึงเป็นเงินกว่า 2 หมื่นบาท กูสึกนี่ กูให้เจ้าอาวาสทั้งหมดเลยนะ
พระท่านก็ซื้อมาฟังธรรมะ สิ บางคนไม่ชอบฟัง พระก้เลยฟังคนเดียวไม่เห็นแปลก
อ่านดราม่าแล้ว หลังๆวงการศาสนามันก็เสื่อมลงเรื่อยๆ
1.พระฟังเพลงไม่ได้แน่นอนครับ เป็นศีลเบื้องต้นที่ต้องท่องตั้งแต่ขออุปสมบทแล้วครับ ไม่ต้องไปรวมกับ 227 ข้อที่เหลือด้วย
2.เห็นด้วยกับความเห็นที่ ตรรกะ ของคนส่วนหนึ่งมักจะเอา ความผิด ไปเทียบกับความผิดกว่า เพื่อให้ดู soft ลง ?
ทำไมกรุแค่ขโมยของสิบยี่สิบ ไม่ไปจับนักการเมืองโกงชาติ ?
เงินที่ถวายแล้วก็ถือเป็นเงินของท่านแล้วครับ
ท่านจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ท่าน
คุณ จขกท. ได้ระบุรึเปล่าว่าเงินนี้ให้ใช้ซื้อได้เฉพาะปัจจัย 4
ส่วนเรื่องตัดกิเลสไม่ได้แล้วบวชทำไม ?
ผมว่ามันมีคำตอบในตัวมันเองแล้วนะครับ
ถ้าตัดกิเลสได้แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องบวชหรอกนะครับ
การบวชคือการฝึกตนเพื่อตัดกิเลส คือผู้ที่ฝึกตนเพื่อละกิเลส
การละกิเลสนั้นเป็นหน้าที่ของพระ อย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าถามว่าผิดธรรมวินัยมั๊ย ก็ต้องตอบว่าแต่จะตีความ
เพราะในพุทธศาสนา มีข้อที่บอกว่า พระภิกษุต้องสำรวม
คำว่า “สำรวม” นี่มันหมายถึงอะไรได้หมดทุกอย่างเลยนะครับ
ตั้งแต่การนั่ง การเดิน การยืน แม้แต่การนอน
ปัญหาคือกฏเหล่านี้ตั้งขึ้นเพื่อสิ่งใด
คงต้องย้อนกลับไปอ่านกันตั้งแต่สมัยพุทธกาล
ถึงการกำเนิดศีลแต่ละข้อ
ไม่ทราบว่าที่กล่าวว่าพระท่านอยู่นี่ได้อ่านเพิ่มเติมกันบ้างรึเปล่าครับ
แล้วที่บอกว่าพระฟังเพลงไม่ได้รึเปล่าครับ ?
ว่าบทที่เราสวดกันอยู่ที่วันนี้เรียกว่าอะไร ?
มีที่มาอย่างไง อะไคือรากฐานของบทสวดที่แท้จริง ?
ลองไล่ไปหาคำตอบด้วยตัวเองจะเข้าใจทุกอย่างที่ควรเป็นครับ
แถวบ้านกูสมัยก่อนจะมีพระรูปนึง เดินบิณฑบาตรในซอยบ้าน วันดีคืนดีก็เอาซองกฐินมาให้
มีครั้งนึงข้างบ้านกูไม่อยู่ พระท่านมายืนตะโกนเรียกเพราะจะเอาซองกฐิน เกิดมาเพิ่งเคยเจอเนี่ยแหละ
ถ้าหลวงพี่ยังตัดกิเลสไม่ขาด หลวงพี่น่าจะสึกนะ อย่างน้อยก็ไปปฎิบัติธรรมแทน เป็นเด็กวัดแทน ยังได้ช่วยเหลือศาสนา
เงินอาจจะไม่ใช่ของญาติโยม ที่นำไปซื้อหูฟังน่ะ แต่มันแสดงให้เห็นว่าท่านตัดกิเลสไม่ขาด ยังหลงอยู่กับทางโลก ซึ่งมันผิดศีล
เข้าใจว่าอาจยังไม่บรรลุ หรือไม่ถึงจุดที่จะตัดได้ทั้งหมด แต่มันไม่เหมาะไม่ควร
เดี๋ยววินัยสงฆ์มันจะหย่อนยานไปมั้ยวะ
ฟังเพลง เล่นเนท เดี๋ยวนี้มีหยวนๆกันได้ด้วย
ถ้ารักสบายนักจะไปใฝ่หาพระธรรมทำไมหรอ
กูถามพวกมึงจริงๆ ถ้าไม่มีพระ เวลาพ่อแม่มรึงตายใครจะประกอบพิธีเผาศพให้พ่อแม่มึง
สัปเหรอ สวดอภิธรรมไม่ได้หรอกนะเมิง ขนาดพระบวชมา 5 พรรษายังดำน้ำเป็นช่วงๆเลย
เมิงอย่าไปคิดว่านิมนต์พระมาสวดในงานต่างๆ นั้นเป็นเรื่องง่าย พระสบาย สวดๆ ฉันท์ รับเงิน กลับ
แค่จำภาษาไทยซัก 1 หน้าแล้วท่องให้แป๊ะยังอยากเลย นี้บาลีล้วนๆ งานพิธีนึงแมร่งสวดไม่รู้กี่บทต่อกี่บท
ไหนจะต้องท่องเป็นจังหวะให้พร้อมเพรียงกัน หากมีพระองค์ไหนท่องผิดหรือสะดุดแมร่งก็ล่มละ
ถ้าพวกเมิงไม่ได้นับถือพระหรือไม่ได้เป็นชาวพุทธ เมิงก็ถือกันซะว่าจ้างพระมาประกอบพิธีกรรมซะเถอะ
ส่วนท่านจะเอาเงินเอาทองไปทำอะไร นรกมันก็อยู่ที่ตัวพระแล้ว ดีกว่ามาวิจารณ์แรงๆเสี่ยงนรกแดกกะบาลไม่รู้ตัว
กูเนี้ยบวชมา 1 ปี กูยอมรับว่ากูเป็นพระฟังเพลง (สากลด้วย) วิทยุเสียบ USB
กูใส่ทั้งบทธรรมมะ บทสวดมนต์ เพลงลงไปในเฟลชไดร์แล้วกูก็เปิดฟังก่อนจำวัด
กูยอมรับว่ากูอาจจะตัดกิเลสได้ไม่หมด แต่อย่างน้อยกูก็เคร่งในวินัยมากถึงมากที่สุด
บทสวดมนต์กูก็ท่องได้แถบทุกบท นักธรรมกูก็เรียนศึกษาเข้าใจดี
หลักธรรมคำสอนกูก็เอาไปเทศน์เอาไปสอนญาติพี่น้องได้
ทุกวันนี้กูมีแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างสดใส เพราะกูได้มาจากการบวชนี้ละ
คนไทยแมร่งจ้องจะคอยจับผิดนั้นนี้ ยิ่งเป็นพระด้วยแล้วทำผิดทีนี้แมร่งยังกะฆ่าคนตาย
เอวัง..
มองแต่แง่ดีเถิด
.
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่างไปรู้ ของเขาเลย
.
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเอย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง
.
ท่านพุทธทาสภิกขุ