
เรื่องมันมีอยู่ว่าวัดธรรมกึ๋ยเขากำลังจัดกิจกรรมให้พระเดินธุดงค์บนทางที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบ
โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดตั้งแต่วันที่ 2-25 มกรา 2555 โดยผู้จัดกิจกรรมเขาระบุว่าที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา
เพราะอยากให้เกิดการเดินธุดงค์ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระพุทธเจ้าและหลวงปู่วัดปากน้ำ
ที่ห้องศาสนาก็มีอมยิ้มคนนึงมาตั้งกระทู้ถามว่าทำไมต้องเอาดอกกุหลาบไปโปรยทาให้พระเดินธุดงค์ด้วยล่ะ
การกระทำแบบนี้มันเป็นการส่งเสริมพุทธศาสนาตรงไหน แทนที่มันจะทำให้พุทธศาสนิกชนไม่ยึดติด
แต่ในทางกลับกันมันน่าจะทำให้พระและพุทธศาสนิกชนที่ไปร่วมกิจกรรมยึดติดกับสิ่งสวยงามเช่นเส้นทางกลีบกุหลาบมากขึ้นด้วยซ้ำ

ต่อมาก็มีอมยิ้มเข้ามาตอบคำถามของ จขกท ว่าที่เขาจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพราะเชื่อว่า
ญาติโยมที่เอากุหลาบไปโปรยให้พระเดินผ่าน จะมีชีวิตที่ราบรื่นประสบความสำเร็จเหมือนโรยบนกลีบกุหลาบล่ะมั้ง?
![]()
จขกท ก็ถามกลับว่าไอ้สำนวนที่ว่า “เส้นทางชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ”
มันไม่ใช่คำสอนของพุทธศาสนาไม่ใช่เหรอ แต่มันเป็นสำนวนที่เอามาจากนิยายต่างหาก

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่ออมยิ้มคนนึงชื่อ flower fairy ซึ่งจากนี้ไปแอดมินขอเรียกสั้นๆว่า “ดอกไม้”
เอาภาพนึงจากกิจกรรมดังกล่าวมาโพสในกระทู้ และถามว่าในภาพนี้เนี่ย
เป็นภาพของอุบาสิกากำลังล้างเท้าให้พระสงฆ์ใช่มั้ย? ถ้าเป็นอุบาสิกาจริง
การที่พระธุดงค์รูปนี้ให้อุสาสิกาจับขามันไม่ถือว่าศีลขาดหรอกเรอะ?


อมยิ้มคนอื่นๆก็เข้ามาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่าถ้าเป็นมืออุบาสิกาจริง พระรูปนี้ศีลขาดแน่!!

บางคนก็แย้งดอกไม้ว่ามือที่เห็นในภาพน่ะไม่ใช่มือผู้หญิงนะแต่เป็นมือผู้ชายต่างหาก!!

ชาวพันทิปฟังคำแก้ตัวนั้นแล้วก็ไม่ปักใจเชื่อ ถามกลับไปว่านั่นเป็นมือผู้ชายจริงๆเด่ะ
ทำไมมือผู้ชายมันถึงได้ดูนุ่มนิ่มน่าจับแถมยังใส่สร้อยข้อมือหรือนาฬิกาของผู้หญิงด้วยล่ะ!?

ดอกไม้ก็บอกว่ามือในภาพนั้นมันไม่เหมือนมือผู้ชายเลยอ่ะ มีทาเล็บเป็นสีชมพูอ่อนๆ
แถมเล็บยังเรียวยาวซะขนาดนั้น แน่ใจเหรอว่าเป็นมือผู้ชาย อิชั้นว่าเป็นมือผู้หญิงมากกว่าล่ะม้างง

ทันใดนั้นสาวกวัดธรรมกึ๋ยขาประจำห้องศาสนาชื่อนาย “venture”
ก็เข้ามาถามดอกไม้ว่าเอาภาพพวกนี้มาจากไหน? เอามาจากเฟซบุ๊คของผู้ใด!?

ดกอไม้ก็ตอบไปว่าภาพนี้เนี่ยเธอเอามาจากสาวกของวัดธรรมกึ๋ยคนนึง
และสาวกคนนี้ก็ไปร่วมงานทางเดินกลีบกุหลาบและถ่ายภาพมาโพสลงเฟซบุ๊คของเธอตั้งเกือบสามร้อยภาพ
อิชั้นบอกข้อมูลของเจ้าของภาพได้แค่นี้ เพราะถ้าพูดมากกว่านี้เกรงว่าชีวิตของเธอจะไม่ปลอดภัย
และกลัวว่าถ้ามีคนรู้ว่าเจ้าของภาพคือใคร เธอคนนั้นจะโดนสาวกวัดธรรมกึ๋ยก่นด่าสาปแช่งจนเสียผู้เสียคน
แต่ขอให้รู้เอาไว้ด้วยว่าคนที่ถ่ายภาพนี้มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโยมอุปัฎฐากของวัดธรรมกึ๋ยเองนั่นแหละ!!

นาย Venture ก็ตอบกลับไปว่าบอกมาเถอะน่าว่าเจ้าของภาพคือใคร รับรองว่าสาวกธรรมกึ๋ย
จะไม่ไปก่นด่าสาปแช่งเธอคนนั้นหรอก เพราะสาวกวัดนี้มีแต่คนปฎิบัติธรรมทั้งนั้น
ว่าแต่เอ็งเถอะครับอีดอกไม้ ถ้าเอ็งคิดว่าภาพนี้มันไม่เหมาะสม อุบาสิกาไม่ควรจะแตะขาของพระธุดงค์
เอ็งก็ไปบอกเจ้าของภาพให้ลบภาพนี้ออกจากเฟซบุ๊คสิฟะ!! จะเอามาโพสประจานให้ทั่วเน็ททำไม?

อีดอกไม้ก็สวนกลับว่าถ้ามีคนไปก่นด่าสาปแช่งเจ้าของภาพชุดนี้ อิชั้นว่ามันก็ไม่น่าจะใช่ผู้ปฎิบัติธรรมเหมือนกันว่ะค่ะ!!
แล้วจะให้เจ้าของภาพลบภาพชุดนี้ออกจากเฟซบุ๊คทำไมวะคะ? ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม
เช่น อุบาสิกาถูกเนื้อต้องตัวพระ มันก็ควรจะเอาแสดงให้ชัดเจนจะได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือจัดการกันตามพระวินัย
ไม่ใช่ว่าพอเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้นก็ช่วยกันปิดบังและลบภาพนั้นทิ้ง แบบนี้มันจะต่างอะไรกับซุกขยะไว้ใต้พรมวะคะ!?

นาย Venture ก็เถียงกลับว่ามึงแยกแยะไม่ออกเหรอวะครับว่าอะไรเป็นเรื่องส่วนตัว อะไรเป็นเรื่องระดับองค์กร
การที่อุบาสิกาคนนั้นไปถูกเนื้อต้องตัวพระ มันก็เป็นเรื่องระหว่างเธอกับพระรูปนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับวัดธรรมกึ๋ยเลย!!
จริงๆเรื่องนี้แค่ตักเตือนเจ้าของภาพและบอกให้เขาลบภาพนี้ซะก็จบเรื่องแล้ว แต่ที่หล่อนเอาภาพนี้มาประจานในเว็บพันทิป
เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับวัดธรรมกึ๋ยที่พวกเอ็งเหม็นขี้หน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ!?

อีดอกไม้ก็เถียงกลับว่าอ้าวไอ้ห่านี่! ใจคอมึงจะให้เผยแพร่เฉพาะภาพสวยๆงามๆของวัดธรรมกึ๋ยอย่างเดียวเลยเหรอคะ
พอมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมซึ่งสร้างความเสื่อมทรามให้พุทธศาสนาเกิดขึ้น พวกกรูไม่มีสิทธิจะเอามาประจานมั่งเลยรึไง?
แล้วพวกมึงรู้มั้ยคะว่า “ธุดงค์” แปลว่าอะไร? คำนี้มันหมายถึงเจตนาตั้งใจที่จะขัดเกลาหรือละเลิกกิเลสตัณหา
ดังนั้นการที่วัดมึงจัดกิจกรรมให้พระเดินธุดงค์บนกลีบกุหลาบจึงไม่นับว่าเป็นการธุดงค์อย่างแท้จริงค่ะ!!

นาย Venture ก็ด่าอีดอกไม้ว่ามึงนี่ชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ? ย้อนกลับมาที่ประเด็นเดิมดีกว่าเอ็งแน่ใจแล้วเรอะว่า
ภาพที่เอ็งเอามาโพสน่ะมันเป็นมือของอุบาสิกาจริงๆ ที่จริงแล้วมันอาจจะเป็นมือของเด็กผู้ชายก็ได้
หรือต่อให้เป็นมือของผู้หญิงเอ็งก็ต้องดูด้วยสิฟะว่าเจตนาของเจ้าของมือคืออะไร?
และเอ็งช่วยแยกแยะอคติส่วนตัวออกจากเรื่องนี้หน่อยสิฟะ! ถ้าจะวิจารณ์วัดธรรมกึ๋ยว่าจัดกิจกรรมไม่เหมาะสมก็ว่าไป
แต่เอ็งเล่นเอาเรื่องส่วนตัวของชาวบ้านมาแฉแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะเว้ย!!

อีดอกไม้ก็เถียงกลับว่าการที่อิชั้นเอารูปจากงานกิจกรรมมาแฉนี่ไงคะ ที่อิชั้นกำลังจะวิจารณ์ว่าวัดธรรมกึ๋ยจัดกิจกรรมไม่เหมาสม!!
พวกมึงรู้มั้ยคะว่าการจัดงานแบบนี้มันสิ้นเปลืองขนาดไหน? แถมยังทำให้รถติดยาวเฟื้อยบนถนนที่พวกเอ็งกำลังธุดงค์กัน
คณะผู้จัดกิจกรรมไม่ได้บอกอุบาสิกาที่เอากุหลาบมาโปรยเหรอคะว่าห้ามถูกเนื้อต้องตัวพระ!? เพราะอาจทำให้พระศีลขาด!!

แล้วอิชั้นเอาเรื่องส่วนตัวของเจ้าของภาพมาเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อไหร่วะคะ? เจ้าของภาพเป็นใคร?
ตีนในรุปเป็นของพระรูปใดอิชั้นก็ไม่รู้ มีแต่มึงอยู่คนเดียวนี่ล่ะค่ะนาย Venture!!
ที่กระสันอยากรู้จนไข่สั่นและถามอิชั้นซ้ำๆซากๆว่าเจ้าของภาพคนนั้นคือใคร!?

อมยิ้มคนนึงก็เอาภาพมาโพสประชดนาย Venture ว่าไม่มี๊ไม่มีผู้หญิงมาร่วมกิจกรรมนี้เลยจริงจริ๊ง

อาป้าอาซิ้มทั้งหลายในภาพนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชายปลอมตัวมาทั้งนั้น!!

นาย Venture ก็เถียงกลับว่าในภาพมันเป็นช่วงระหว่างเดินธุดงค์นี่หว่า
จะมีอุบาสิกามานั่งกันเป็นพรืดก็ไม่เห็นแปลก แต่ภาพที่อีดอกไม้มันเอามาโพสน่ะ
มันน่าจะเป็นจุดล้างเท้าตรงปลายทางมากกว่า ซึ่งบริเวณนั้นวัดธรรมกึ๋ยเขาคัดแต่ผู้ชายให้มาล้างเท้าให้พระเฟ้ย!!

อีดอกไม้ก็ถามนาย Venture ว่าเอ๊าะเหรออออออ? ที่จุดล้างเท้ามีแต่ผู้ชายมาล้างเท้าให้พระจริงๆเหรอคะ
แล้วไม่ทราบว่าภาพที่กรูกำลังจะโพสต่อไปนี้มันหมายความว่าอะไรวะคะ!?

ไอ้ถังใส่น้ำที่โรยกลีบกุหลาบไว้เต็มถังที่มีอุบาสิกานั่งเรียงหน้ากันอยู่เป็นพรืดเนี่ย
ถ้าไม่ได้เอาไว้ล้างเท้าพระแล้วจะเอาไว้ทำอะไร? หรือมึงดื่มน้ำในถังนี้เพื่อดับกระหายวะคะ!?

นาย Ventrue ก็ท้ากลับเหยงๆว่าแน่จริงเมิงก็เปิดเผยให้กรูรุ้สิวะว่าเจ้าของภาพคือใคร!?
ตูจะได้ไปหาข้อมูลจริงมายันกับพวกมึงไงว่าเจ้าของมือเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่
แล้วถ้าเกิดเจ้าของมือเป็นแม่ของพระรูปนั้น แล้วเขาอยากจับขาลูกชายตัวเอง
พวกเอ็งจะยังกล้าประณามว่ากิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยมันไม่เหมาะสมอีกมั้ย?!


ระหว่างที่อีดอกไม้กับนาย Venture กำลังเถียงกันไปเถียงกันมา จขกท และอมยิ้มคนอื่นๆก็ถกเถียงกันอย่างสนุกสนาน
ว่าการจัดกิจกรรมธุดงค์บนเส้นทางกลีบกุหลาบมันเหมาะสมรึไม่? จขกท ก็ถามว่าตอนที่วัดธรรมกึ๋ยจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา
มันทำให้การจราจรแถวนั้นติดขัโคตรๆ ถ้าเกิดว่ามันทำให้รถพยาบาลไปส่งคนไข้ถึงมือหมอไม่ทัน
จนคนไข้ตายห่าคาที่บนรถพยาบาล ถามหน่อยว่าการจัดกิจกรรมอลังการงานสร้างแบบนี้จะยังได้บุญกุศลอีกมั้ย?

ฝั่งสาวกธรรมกึ๋ยก็เถียงกลับว่าเอ็งไม่เข้าใจเหรอฟะว่าเขากำลังทำบุญกันอยู่!!
ชีวิตคนเราจะอยู่ได้อย่างราบรื่นร่มเย็นเป็นสุขมันต้องทำบุญเอาไว้เยอะๆนะเฟ้ย!!
ถ้าเอ็งมองว่าการเดินธุดงค์ของพระสงค์ เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างแล้วล่ะก็
เอ็งลองกลับไปถามใจตัวเองดูให้ดีเหอะ ว่าเอ็งยังเป็นพุทธศาสนิชนอยู่อีกมั้ย?

จขท ก็เถียงกลับว่ามึงอย่าเอาประเด็นพระธุดงค์มาอ้างเลยค่ะ เพราะที่กรูเห็นคือผู้ชายสวมผ้าเหลืองมาเดินย้ำบนดอกไม้เท่านั้น!!
และกรูขอตอบมึงตามตรงเลยนะคะว่าขบวนพระธุดงค์ของวัดธรรมกึ๋ยมันสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างโคตรๆเลยค่ะ!!

หลังจากนั้นในกระทู้ก็แบ่งเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยและถกเถียงกันอย่างดุเดือด
มีอมยิ้มคนนึงบอกว่าจะทำอะไรก็ทำไปเหอะ จะเดินธุดงค์บนกลีบกุหลาบหรือกลีบบัวก็ตามใจ
ถ้ากิจกรรมนั้นมันเป็นสิ่งที่เหล่าสาวกศรัทธา และทำไปแล้วรู้สึกอิมเอิบใจก็พอแล้ว
ขนาดคนที่ไปทำบุญมันยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเดือดร้อนเลย แล้วเราจะไปเดือดร้อนแทนเขาทำไมวะครับ?
อีกอย่างรูปแบบการจัดกิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยมันก็ใช้การตลาดนำศรัทธาเหมือนทุกๆวัดนั่นแหละ
วัดอื่นๆมันก็มีกิจกรรมทำนองนี้เหมือนกันไม่ใช่เรอะ ไหนจะแก้ปีชง สวดมนต์ข้ามปี ใบห้วยให้เลขเด็ด สวดภาณยักษ์ ไหว้ราหู บลาๆ
ซึ่งกิจกรรมพวกนี้เราคงปฎิเสธกันไม่ได้หรอกว่ะว่ามันก็เป็นเทคนิคการตลาดแบบเดียวกับวัดธรรมกึ๋ยเหมือนกัน!!

จริงๆแอดมินก็ไม่ค่อยชอบวัดธรรมกึ๋ยนะ เพราะว่ามันจัดกิจกรรมที่โอเว่อร์และฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่จำเป็น
แต่พอมองดูกิจกรรมของวัดอื่นๆบ้าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับกิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยเหมือนที่อมยิ้มคนเมื่อกี้พูดมาเลยนี่หว่า
ต่างกันแค่สเกลของงานเท่านั้นเพราะทุนหนาสู้วัดธรรมกึ๋ยไม่ได้ ดังนั้นในเมื่อมหาเถระสมาคมไม่มีปัญหากับแนวทางปฎิบัติแบบนี้
แถมคนไทยส่วนมากก็ชอบพิธีกรรมหรูหราฟู่ฟ่าในวัดซะด้วย ดังนั้นก็จงถือซะว่าพุทธศาสนาที่เรียบง่าย
มัธยัสถ์แต่เข้าถึงรสพระธรรม อย่างที่พวกเราใฝ่ฝันมันเป็นแค่เรื่องฝันเฟื่องในอุดมคติที่ไม่มีวันเป็นจริงก็แล้วกันว่ะ
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? พุทธศาสนาในไทยกลายเป็นเรื่องของทุนนิยมไปตั้งแต่เมื่อใด?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทุ้นี้โดยพลัน!!
ทำไมต้องบริจาคเงินซื้อดอกกุหลาบให้พระเดินเหยียบด้วยคะ ?
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y11592837/Y11592837.html








































น่าฆ่าทิ้งแม่งให้หมด มึงว่ามั้ย
ฮาสาด wrote:
ไอ้เหี้ยนี่ ไปกันใหญ่แล้ว
มึงจะฆ่าเลยเหรอ อย่าสักแต่ใช้ส้นตีนคิดสิวะ
พวกมึงจะตามน้ำไปถึงไหนวะ กุเห็นแต่ละตัว เลเวล 99 กันทั้งนั้น
สัส เวลามึงเห็นพวกมันเดินธุดงกัน มึงเห็นก็ขับรถทับแม่งเลยดิ เก่งกันจังในบอร์ดอ่ะ
เวลาเจอจริง ๆ กุไม่เห็นหมาตัวไหนจะด่าเลย
พวกมึงกล้าด่าพวกมันตรง ๆ ต่อหน้าไหมล่ะ
กุ๊กควย
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
marc_man wrote:
ดูจากเวลาโพส Rep 1 คือ January 25, 2012 at 11:13 pm ……
เมิงทายผิดโว้ย ไอ้ปลาบู่
เคยเห็นแต่พระธุดงเข้าป่า เพิ่งเคยเห็นเนี่ยแหละ ธุดงในเมือง
ธรรมกาย สมควรที่จะถูกต่อต้านอย่างมาก
มีพระผู้ใหญ่หลายท่านให้ความเห็นว่าที่พุทธศาสนาอ่อนแอและเสื่อมโทรมงมงายลงเรื่อยๆ เพราะไม่มีการปราบปราม ห้ามสิ่งที่ผิดอย่างเป็นรูปธรรม
(ก็พระเขาฉลาดไม่พากันแกว่งเท้าหาเสี้ยนแน่นอน จุดนี้จึงเป็นหน้าที่ของศาสนิกชน)
marc_man wrote:
ก็กูไม่ซึนใง กูเห็นว่าพวกนี้มันใสหน้ากากหลวกลวง กูเลยบอกว่าน่าฆ่า ผิดครงใหนไอ้สรัด
นี่เว็บดราม่า ไม่ใช่เว็บโลกสวยนะ ไอ้ควย
เสื่อมวะ
ฮาสาด wrote:
เขาไปเหยี่ยบหน้าแม่เมิงที่มีชิมิติดอยู่หล่ะสิ
ผมไม่นับลัทธิธรรมกายว่าเป็นศาสนาพุทธอ่ะครับ
… wrote:
แวะมาดู… ขอบคุณที่ช่วยยืนยันความหนักแน่นให้กับ #403 ช่วงท้าย
ผมอุตส่าห์ใส่ว่า “ใครสักคน” คุณพี่มาเสริมให้ว่า “พระผู้ใหญ่” ซะงั้น
———————————————-
เอาล่ะ ผมหาเหตุผลช่วยให้ก็ได้… ผมว่าคุณนั่นล่ะตีความจากพระผู้ใหญ่ที่ว่าผิด
เหตุที่ “เสื่อม” เสื่อมที่ว่าก็คือ “แย่ลง” แล้ว…อะไรทำให้ศาสนาพุทธปัจจุบันแย่ลงล่ะ ?
คำตอบทำไมต้องดูคนนอก ? ภายในองค์กรปัจจุบันนี้เป็นไง พระห่วย ๆ เหตุเสื่อม ๆ บานตะไท
แล้วทำอะไรกันบ้าง ? คำตอบคือลงโทษเล็ก ๆ หรือ “ไม่ทำ” ความไม่เฉียบขาดนี่ล่ะทำให้คนกล้าผิดกันมากขึ้น
ผมเชื่อว่า “พระผู้ใหญ่” จริง ๆ คงไม่ละเลย อริยสัจ 4 จนมองไกลตัว แต่ไม่หวนนึกถึงเรื่องใกล้แบบนี้หรอก
ผมเชื่อว่าพระผู้ใหญ่จริง ๆ คงไม่ทำตัวแบบ “คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว” หรอกน่า…. ไม่มั้ง???
แต่ถ้าจริงอย่างคุณว่า… จริงที่พระผู้ใหญ่นั่นหมายถึงภัยร้ายจากภายนอก….ก็แย่ล่ะ… พระเสี้ยมคนให้เกลียดชัง และใช้คนเยี่ยงเบี้ย ให้ทำในสิ่งที่ตัวไม่ทำ <<< ศาสดาการเมืองในคราบผ้าเหลืองเห็น ๆ คุณคิดอย่างนั้นไหม ?
พวกห่านี้ต้องเจอพระเกษม
จับหัวตัวเองเล็กน้อย…
อาห์ นรกอย่าเพิ่งแดกกระบาลกรู.
คือ … ใครได้บุญไม่รู้ว่ะ แต่กูบาปไปแล้ว
เพราะวันนั้นกูต้องพาแม่ไปหาหมอ
แต่รถเสือกติดมากกกกกก (บ้านกูต้องผ่านเส้นที่จัดงาน)
จนสุดท้ายต้องไปรอคิวใหม่ กูเลยด่าทั้งคนทั้งพระ
ปล.กูเคยคิดว่า พระที่ธุดงนี่คือไปหาความสงบเรียบง่ายไม่ใช่เหรอวะ
แล้วมาจัดงานกันให้มันฟู่ฟ่าขนาดนี้ทำไม
คนเราแม่งก็เหมือนกัน อะไรที่เค้าบอกว่าทำแล้วได้บุญก็รีบแห่ไปทำ
ไม่ได้นึกถึงเนื้อหาสาระเลยว่ามันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนมั้ย
ทำอะไรที่คนอื่นเค้าต้องมาลำบากแล้วมึงจะได้บุญตรงไหนวะเนี่ย
ธรรมกาย => ธรรมกลาย
อนัตตา => อัตตา
เงิน => บุญ
บาป แก้ด้วยเงิน
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
asdasd wrote:
ก็ไปถามกรมการศาสนาดูดิ ว่าทำมำไมไม่จัดการพระนอกรีดพวกนี้
แต่กรมการศาสนา ก็เป็นหนึ่งในหลายองค์กร ที่สนับสนุนลัทธิจานบินนี้ว่ะ
จะอะไรกันนะวะ wrote:
เอ่อ คุณครับ โพสแบบนี้ในเว็บดราม่าในดราม่าเรื่องศาสนา โดยเฉพาะเกี่ยวกับวัดะรรมกึ๋ย…คุณกล้าำอๆกับการดำน้ำลึกโดยปราศจากถังออกซิเจน หรอื ใส่เสื้อที่มีคำว่า พรรคเพื่อไทย เข้าไปกลางวงของพวก พธม. เลย
ซึ้งลึก ซึ้งลึกจริงมาม่าอันนี้
ตามความเห็นผมนะ (มู้ศาสนาขอกระแดะสุภาพนิด
)
ตอนทำบุญก็ได้บุญ แต่พอทำบุญแล้วคนอื่นเดือดร้อนก็ได้บาป
ตอนทำบุญก็ได้บุญ แต่พอทำบุญแล้วหวังสวณณค์วิมานก็ได้บาป
มันหักล้างกันเหมือนหลักคณิตศาสตร์
ส่วนการโต้เถึยงในเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์นี่ก็เข้าข่ายอจินไตย
ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสงสัย ถึงหาคำตอบได้ก็ไม่ช่วยให้การปฏิบัติหรือศึกษา
พระธรรมก้าวหน้า พุทธองค์ก็เคยตอบปัญหาเกี่ยวกับทั้งสองเรื่องนี้แล้ว
ลองไปหาอ่านในพุทธประวัติหรือพระไตรปิฎกก็ได้
อย่าอ่านแค่7บรรทัดล่ะ
asdasd wrote:
เด็กอยากบวชมันเป็นผลดีอยู่แล้ว





แต่พอเด็กบวชไปแล้ว เจ้าสำนักยัดเยียดอะไรใส่สมองเด็ก
เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ พ่อแม่มันเป็นสาวกลัทธินี้อยู่แล้ว
ข้างบ้านกุมีหลายคนแทบกินแกลบเป็นอาหารหลัก
แต่มันมีเงินบริจาคให้ลัทธิจานบินเกือบแสนต่อปี
แถมมาชวนกุอีก บริจาคเงินเยอะใด้บุญเยอะ ตายไปจะใด้มีวิมานบนสวรรค์ หัวแลนเลย
กูเห็นหลายคนหมดดูดกับลัทธิจานบินมามากแล้ว ไดแต่สมเพชเวทนา
asdasd wrote:
ศาสนาน่าเคารพอยู่แล้ว แต่คนสืบทอดศาสนาบางคนมันทำให้เสื่อมต่างหาก
ไม่ได้้อะไรนะ พูดกันเอาจริงๆไอ้งานเนี่ย ก็ว่า มัน ไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ
แต่เอากันจริงๆ พระสงฆ์สมัยนี้ถึงไม่ได้อยู่วัดธรรมกาย ก็รับ ปัจจัยจากญาติโยมเอาไปเลี้ยงสีกา ซื้อโน้ตบุ๊ค ซื้อโฮมเทียเตอร์ มันจะต่างอะไีรกับพระที่วัดธรรมกายวะ มันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ
อย่างสองมาตรฐานเดะ แต่ เชื่อได้อย่างนึงว่า คนเกินครึ่งที่นับถือวัดธรรมกายไม่ได้จ่ายเงินให้วัดนี้ซักบาทเดียว แถมยังไปนั่งสมาธิ ทานอาหารในวัดกันอย่างสบายใจสบายกาย นั่งสมาธิกันทั้งวันได้โดยไม่เสียเงินเลยด้วยซ้ำ
แหมๆเด๋วกูก็ปัดดาวหางใส่เลย
เคยโดนบังคับไปวัดจานบินทีนึงเมื่อนานมาแล้ว
ตอนหลังจากนั่งสมาธิเสร็จ ก็มีของบูชามาขาย แค่ลูกแก้วธรรมด๊าธรรมดา แถมมีที่กลิ้งลูกแก้วอะไรซักอย่าง จำได้ว่า 2 อย่างนี้ราคาพันกว่าบาทเลย
ซื้อไปกลิ้งเล่นหรอไง
แล้วพระท่านก็มักจะเน้นว่าให้ทำบุญเยอะๆ บริจากเงินเยอะๆ ถึงจะได้บุญเยอะ
แล้วก็มีอีกรูปแบบนึงที่เจอบ่อยมาก อันนี้ไม่เกี่ยกับวัด จะมีคนมาสัมภาษบอกว่าจะทำรีเสิร์ช ถามว่าอยากช่วยโครงการไหน ระหว่าง เด็กเป็นโรคหัวใจ เด็กพิการ หมาแมว นู่นนั่นนี่ ให้เราเลือก แล้วมันก็จะบอกว่า เราเป็น บ. มาเรี่ยไรเงินทำบุญไม่ได้ แต่จะให้เราซื้อคูปองในราคา 399 ไปลดราคาร้านต่างๆที่สนับสนุน มูลค่าว่า 15000 บ. แล้วตรงมุมคูปองก็เขียนว่า รายได้30% เอาไปทำบุญ แล้วอีก 70% มึงเอาไปทำรัยวะ
แบบนี้ไปทำด้วยตัวเองดีกว่าไหม เราก็บอกมันว่าปกติไปทำเองถึงที่ หมาแมว เด็กพิการ บ้านพักคนชรา ตาบอด กูไปหมดแล้วค่ะ บริจาคเท่าไหร่เค้าก็ได้เต็มๆ ไม่ต้องมาโดนบ.มึงหักหรอก
บุญจะเกิดก็เมื่อกระทำแล้วไม่เดือดร้อนตนเอง และผู้อื่นต่างหาก (ทางสายกลางน่ะ รู้จักไหม ไม่ตึง และไม่หย่อนเกินไป)
การเมือง ศาสนา ความเชื่อ และโอปปร้าของพวกมึงๆ แตะต้องกันได้ที่ใหนล่ะ แต่ จ่าทำให้กูเห็นได้แล้วล่ะ ว่าพวกมึงๆจะเห็นตามกันได้ก็เรื่องพ่อแม่นี่หละ พ่อแม่ข้าใครอย่าแตะกรูก็คนนึงล่ะ (ภ้าไม่รู้ไปอ่าน http://drama-addict.com/2012/01/26/%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81/) แต่ถ้าในรูปเป็นผู้หญิง แต่เป็นแม่หรือลูกของพระรูปนั้นล่ะ จะสมควรป่ะว่ะ อันนี้กรูสงสัยจริงๆน่ะ แล้วพิธีการนี้ทำมาเพื่อสื่อถึงอะไรหรอว่ะ เล่าแจ้งให้กรูตาสว่างที่เถอะ มันอาจจะเป็นเหตุให้เกิดผลในรูปนี้ขึ้นมาก็ได้
เรารู้จักคนจัดงานครั้งนี้ขึ้น และก็ถามถึงสาเหตุว่าทำไมใช้กลีบดอกไม้(กุหลาบและดอกอื่นๆปนกัน)ทำเป็นทางเดิน พี่เค้าตอบมาว่าเพราะต้องการให้พระที่ธุดง ได้เดินบนทางที่ไม่ร้อนมาก เนื่องจากพระต้องเดินวันละ1โยชน์เป็นอย่างน้อย(16กิโลเมตร)ดูจากตารางเดินท่านได้ค่ะ ดังนั้นพระ”ทุกรูป”มีอาการเท้าพองจริงๆ ทางกลีบดอกไม้ก็ช่วยบรรเทาความร้อนจากพื้นปูน (สมัยก่อนพระธุดงเค้าเดินบนพื้นดิน มันไม่ร้อนเท่าพื้นปูนในปัจจุบัน)
อย่างน้อยงานนี้ก็จัดเพื่อรวมจิตใจคนให้มาสนใจในพระพุทธศาสนา ซึ่งดีกว่าไปหลงในอบายมุขมัวเมาอย่างอื่น
ส่วนรูปที่ดูแล้วอาจไม่เหมาะสม จริงๆพระท่านเค้าไม่เกี่ยว จะให้เค้าชักขาหนีจากอุบาสิกาได้หรอ ทางเดินก็ไม่ได้กว้างมาก อย่างที่เห็นในรูป ถามเราว่าศีลขาดไหม เราว่าขึ้นกับเจตนาด้วย เพราะตอนพระมาตรวจกับเรา เราก็จับต้องตัวท่านเหมือนกัน ไม่งั้นเราไม่บาปแย่หรอกหรอ ทุกอย่างมันต้องขึ้นกับเจตนา เหมือนกับคนที่มีีเจตนาจะฆ่า แม้ยังไม่ได้ลงมือทำ ตามความจริงก็ถือว่าบาปแล้ว
ทำไมต้องมองให้เป็นแง่ร้ายจ้องจับผิดด้วยนะ คนสมัยนี้
เด๋วกุจะถวายทั้งก้านเลยสาด5555
วัดนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ยัง
ใครไม่นับถือ พอโลกแตก ไม่ให้ขึ้นจานบินนะเว๊ยเฮ๊ย
เคยแต่ได้รับคำสั่งสอนมากว่า ทำบุญอย่าหวังผล
อันนี้มันกลับกันแบบหน้ามือกับหลังตีนเลยว่ะ
นี่มันวัดหรือบริษัทเอกชน มีพนักงานใส่ยูนิฟอร์มผ้าเหลืองกันแน่วะ
ตาสว่างได้แล้ว บุญน่ะเค้าให้ทำตามศรัทธา โง่เชื่อกันจังแต่ละคน ทำเยอะได้เยอะ แมร่งงง ควายยยย
พระธุดงค์น่ะ ต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้ใครโว้ยย ไม่เคยได้ยินเหรอ ให้จำวัดช่วงนึงเพราะเลี่ยงการเหยียบพืชผักชาวบ้านน่ะ
นี่แมร่งเอากุหลาบมาโรย หรูเหลือเกิน ทำเพื่อเหี้ยไร หาแดรกตังจากควายชัดๆ
เห็นมาเยอะละ สินค้าแต่ละอย่างของบริษัทนี้ (กุไม่นับเป็นวัดแล้วนะ) ราคาแพงชิบหาย ยังเสือกซื้อมากันอยู่นั่นแหละ
กุไม่เข้าใจ ทำไมหลงเชื่อกันง่ายๆจังวะ
สาวกวัดนี้เพลียพอๆกับพวกใส้ติ่งวงดงบังวงแตกเลย
เพื่อนสนิทกรูแมร่งเสือกเลือกบวชวัดนี้ กรูไม่ไปแมร่งทั้งงานบวช ทั้งไปทำบุญเลย รอสึกก่อนค่อยเจอกัน
ไม่ไหวอ่ะ ฟุ้งเฟ้อสุดๆ
จ่าก็สรุปได้ส้นตีนไปหน่อยนะครับ สวดมนต์ข้ามปี สวดภาณยักษ์ ไหว้ราหู แก้ปีชง ใบ้หวย มันต่างกันนะครับบางอย่างมันไม่ได้เป็นพิธีกรรมทางศาสนาก็จริง แต่มันก็เป็นการเจริญศรัทธานะครับ
อย่างสวดภานยักษ์ แก้ปีชง ไหว้ราหู ที่เห็นๆ อยู่ว่าไม่เกี่ยวกับศาสนาพุทธเลยแต่ก็มีคนจัดขึ้นเพื่อให้เกิดความสบายใจมีกำลังใจและก็ไม่ได้ทำผิดวินัยสงฆ์
สวดมนต์ข้ามปี ผิดไหม จะผิดได้ไงครับการสวดเอาฤกษ์เอาชัย มันก็เป็นการเพิ่มกำลังใจนั่นแหละ ว่าหวังจะให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต หรือพวกมึงที่แหกปากปาวๆ อยู่นี่ไม่เคยมีกำลังใจจะเอาไปใช้ครับ หรือแหกขี้ตาตื่นหาแต่เงินไม่สนใจทำบุญบ้าง ก็ตามใจมึงเหอะ อย่างน้อยตังค์ที่ผมเอาไปทำบุญผมก็ไม่ได้ขอพวกมึงมาละกัน
ส่วนใบ้-หวย หรือพระที่รับเงินเข้าพกเข้าห่อตัวเองผมก็ไม่สนับสนุนอยู่แล้วเพราะผิดวินัยสงฆ์เต็มๆ ผมจะไปนับถือทำไม ส่วนทำไมบางทีเห็นพระมีรับเงินเข้าวัด วัดก็สถานที่ที่นึงนะโว้ย มึงจะให้จุดเทียนสวดมนต์กันอย่างเดียว ไม่ให้ขี้ไม่ให้เยี่ยวเอาน้ำราดส้วมกันหรือไง อุบาสกอุบาสิกาเขาก็ต้องใช้ของพวกนี้อยู่ถ้าไม่ใช้จะใช้แต่แรงกายก็นะใครจะมาทำห๊ะ สมองมีไว้คิดก็แยกแยะบ้างนะ
ส่วนเรื่องภายในธรรมกึ๋ยโนคอมเม้นว่ะผมก็ยังไม่ดีพอพูดไปจะเป็นการปรามาสพระดีด้านในซะเปล่าเรื่องวัดไม่พูดละกัน แต่บอกได้เลยเฉพาะเรื่องล้างเท้าพระด้วยน้ำดอกไม้นี่มันแล้วแต่ศรัทธาจะทำ แต่อุบาสิกาต้องตัวพระอันนี้ผิดวินัยของแท้เด๊ะๆ ธงมีไม่ต้องฟันก็ถูกต้องแน่นอน
ไอ้โน้ต จมูกโต ไง เห็นเอาดอกไม้ไปโปรย ยังกระแดะใส่หมวกอีก คงได้บุญไปเยอะละ
ธรรมควยค่ะแบบนี้
แม่งปัีญญาอ่อนกันสัสๆ ทำบุญหวังผล
โลกนี้แม่งยุคไหนกันแล้ว แม่งยังคิดกันไม่ได้เหรอว่าอะไรดีไม่ดี
ทำอะไรแล้วคนอื่นไม่เดือดร้อนแม่งก็พอแ้ล้ว ไม่เห็นต้องไปงมงายให้เงินอะไร แม่งหวังขึ้นสวรรค์ หวังชาติหน้ารวยกันทั้งนั้นคนพวกนี้
การทำบุญที่แท้จริงและทำแล้วได้บุญแน่นอนตามหลักพระพุทธศาสนา
คือ ทำโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง ทำบุญตามกาล ก่อนทำ-ขณะทำ-หลังทำมีความศรัทธาและเบิกบานใจ ทำบุญกุศลกับผู้ที่สมควรให้ทำอนุโมทนาด้วยใจเบิกบาน ถ้าไม่นับข้อศีลและภาวนา
“อภัยทาน เป็นทานที่ทำแล้วได้บุญสูงสุด”
ปล. พระที่ปฏิบัติดีก็มี พระที่ปฏิบัติไม่ดีก็มีเหมือนปุถุชนทั่วไปเหมือนกัน ที่ผ่านมามีแต่พระต้องเมตตาฆราวาส แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยน ใจคนและวัฒนธรรมก็เปลี่ยนตาม บางครั้ง “ฆราวาสก็ต้องเมตตาพระบ้าง”
แต่ส่วนตัวไม่ชอบวัดนี้ ตอนนั้นมีอะไรน้า พากันไปส่องหาดวงแก้วบนฟ้า …คือมันเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์น่ะนะ แล้วพิธีกรรมในพุทศาสนาบ้านไหนต้องมีไปตะโกน “ชิตังเมๆ เราชนะแล้ว”
ต้องแบบนี้ ครับ ของแท้
http://images.temppic.com/28-01-2012/images_vertis/1327762906_0.32315600.jpg
http://images.temppic.com/28-01-2012/images_vertis/1327762906_0.95741500.jpg
http://images.temppic.com/28-01-2012/images_vertis/1327762907_0.73776900.jpg
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 55 เวลา 09.00 น. พระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาและผู้แสวงบุญ เดินธุดงธ์ มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ในโครงการ สืบฮอยตา วาฮอยปู่ เดินตามฮอยธรรม 55 ถึงวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม รวมระยะทาง 210 กม. รวมเวลาเดินทาง 9 วัน นำโดยพระปลัดเดชา อาสโภ ประธานสำนักสงฆ์ สวนป่าดอนย่านาง ผู้อำนวยการสถานวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดกาฬสินธ์ บ.ดอนย่านาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยมีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร รวม 100 รูป อุบาสก อุบาสิกา ผู้แสวงบุญ รวม 2,000 คน ทีมแพทย์ พยาบาลและอาสาสมัครร่วมเดินทาง รวมกว่า 100 คน เริ่มเดินจากวัดพระธาตุยาคู บ้านเสมา ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งในโครงการนี้แสดงออกถึงการอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม ในสมัยก่อนๆ รุ่นปู่ย่าตายายไม่มีรถโดยสาร จะมีเกวียน ล้อเข็นบรรทุกข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนผู้คนนักแสวงบุญก็จะเดินเท้ามาเรื่อยๆ ชักชวนคนในหมู่บ้านทางผ่าน ร่วมเดินทางมาด้วยกัน เพื่อไปร่วมงานนมัสการพระธาตุพนม หรือบุญเดือนสาม
วัดนี้ก้รู้ๆกันอยู่ว่าบ้ากันทั้งวัด ยังมียิ่งกว่านี้อีกหลายเรื่อง
จุดมุ่งหมายของวัดนี้จะเป็นอย่างไร ผมไม่ทราบได้
แต่ถ้าเขาทำให้คนมาสนใจพุทธศาสนาได้ผมว่ามันก็ยังเป็นข้อดี
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้ผู้คนไปหลงไหลในพวก เจ้าแม่ เจ้าลัทธิ (ซึ้งเหมือนจะดูใกล้เคียงกันก็เถอะ)
ถามจากใจผมไม่ชอบเท่าไหร่หรอกนะ แนวทางของวัดนี้
แต่ผมเลือกมองในสิ่งที่เขาทำแล้วช่วยยืดอายุพุทธศาสนาให้อยู่ต่อไปได้อีก
อย่างน้อยบรรดาอุบาสก อุบาสกิ พระภิกษุ ในจำนวนนี้
ก็ต้องมีบางคนที่ศรัทธาในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง
ฉันแบบบุฟเฟ่ย์สะด้วยนะกูขอบอก แม่กูอุส่าห์ขนอาหงอาหารตั้งใจไปทำบุญเยอะเเยะ เเต่ท่านไม่ฉันจ้ากลัวของที่เอาไปทำบุญจะทำให้ท้องเสีย เลยได้บุญเยอะเลยทีนี้
เร็วๆเข้า จานบินจะมาแล้ววววววววววว
จานบิน จงมา เข้าเมือง เข้าเมือง
กรูไม่รู้ กรูไม่ชอบวัดนี้ แม่งชอบหากิน หาผลประโยชน์เข้าตัว
อย่างที่เห็นคอมเม้นในนี้ คิดเหมือนกรูเลย กรูไม่เคยคิดว่าลัทธิธรรมกาย เป็นศาสนาพุทธ
พอได้ยินชื่อวัดนี้ทีไร…แอบคิดอยู่บ่อยๆว่า
ลองเข้าไปดูหน่อยดีมั๊ย?
อะไร!?คนมันจะสายตามืดบอดได้ขนาดนี้?!
โถ่ๆสาวกหนอสาวก จะเอาแต่บุญอย่างเดียวไม่สนความเดือดร้อนของผู้อื่น ไม่สนว่ามันควรหรือไม่ควร
แล้วสาวกธรรมกายเค้ารู้ไหมว่า ทำไมพระถึงต้องจำพรรษา
นี่ซินะกลียุค = =
ทำไมต้องกลีบกุหลาบอ่ะครับ ตกลงการทำบุญคืออะไร แล้วเหตุผลของการบวชนอกจากสืบทอดพระพุทธศาสนาแล้ว ก็คือการละจากกิเลสทั้งปวงไม่ใช้หรอ
ถึงแอดมิน โมเดอโรเตอร์ และ ขาวดราม่าทั้งหลาย ไม่ว่าท่านจะนับถือศาสนา หรือ เป้นพวกไม่มีศาสนา
ประเทศอินเดีย ที่ว่าเป้นต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา ยังแทบไม่เหลือศาสนาพุทธแล้วหว่ะครับ แถมพุทธที่อยู่นั่น ส่วใหญ่ก็ พุทธพาณิช ทั้งนั้นเลย
ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ว่าเป็น เมืองแหง่พระเจ้า (อารมณ์เดียว เมืองพุทธ ของไทยนี่แหล่ะ) ศาสนาคริสต์ที่นั่น ก็ฟอนเฟะแม่งไม่แพ้กันเลยหว่ะ บาทหลวงตุ๋ยเด็ก เอาศรัทธาของผู้คนที่มีต่อพระเจ้าหาแดกเงินและชื่อเสียงเข้าประโยชน์ส่วนตน แถมหนึ่งในงานหลักของบาทหลวงส่วนใหญ๋คือ การกล่าวหาว่า รักร่วมเพศและพวกไร้ศาสนาคือพวกนอกรีต ใครดูรายการ penn and teller : bullshit กับ inside edition จะรู้ว่าตรูสื่อถึงอะไร
ผมว่าศาสนาพุทธจะเสื่อม เพราะพุทธพาณิชนั่นแหละ
ไม่สอนหลักธรรมที่ควรสอน(หรือมีการบิดเบือนคำสอน)
แต่เอาของปลุกเสกนู่นนี่มาขาย
ทำให้คนหลงงมงายกับของพวกนี้
(ผมไม่ได้บอกว่าของที่ปลุกเสกจะไม่ศักดิ์สิทธิ์หรืออะไรนะ
มันอาจจะศักดิ์สิทธิ์จริงก็ได้ แต่มันไม่ใช่แก่นของศาสนาพุทธ
มันเหมือนศาสนาพราหมณ์ที่เน้นอิทธิฤทธิ์ มากกว่า)
ใครอยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งมงคลกันแน่ ก็ลองไปหาอ่าน “มงคล 38 ประการ” ดูนะครับ
รู้ตัวตัวเองเป็นใคร ทำอะไรอยู่ ก็พอแล้ว
@ ซึน:
อย่าลืมไปซซึน wrote:
อย่าลืมเอาเงินไปซื้อที่บนสวรรค์ด้วย
ว๊าก สวรรค์ชั้น7ป่ะ
เข้าใจว่าศรัทธาวัดนี้แต่ศรัทธาแล้วมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเนี่ยนะ คงได้บุญหรอกค่ะ
วัดธรรมกายมีลักษณะการหาเงินคล้ายบริษัทแบบ MLM (Multi Level Marketing) โดยการใช้ความศรัทธานู่นนี่นั้น ให้คนบริจาค แล้วยังต้องชักจูงเพื่อนสนิทมิตรสหายมาร่วมบริจาคด้วย หากไม่บริจาคก็จะมีคำสอนคอยขู่ว่าจะตกนรกบ้างอะไรบ้าง แล้วหากอยากขึ้นสวรรค์ชั้นไหนก็จะต้องทำยอดบริจาคให้ถึง (เหมือนๆกับ ยศ มงกุฎเพรช มงกุฎโคตตเพรช ใน Amway นั่นแหละ) จากหนังสือชื่อ “แฟ้มคดีธรรมกาย” เขาแฉว่ามีเงินหมุนเวียนในวัดเป็น10,000 ล้านบาทเลยหละ
เท่าที่ผมเข้าใจเกี่ยวกับวัดนี้นะ
NakaMe wrote:
“–คนหมั่นไส้พูด–


งงคร้าบพระในดราม่านี้ท่านก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนนี่ครับแต่น่าจะผิดวินัยเพราะตามนี้ก็เห็นๆ กันอยู่ ส่วนเรื่องการจัดงานอาจจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนต้องรอเวลาคิดว่าเค้าคงประกาศขอใช้เวลามาแล้วล่ะไม่งั้นชาวบ้านในพื้นที่คงไม่ยอมหรอก อย่าเอาเสียงคนเดียวไปตัดสินแทนคนหมู่มากดิคร้าบ เค้าศรัทธาแบบนั้นของเค้าเองเงินก็เงินเค้า สุดท้ายถ้ามันเกิดผิดจริงก็คงมีคนออกมาโวยวายไปบ้างแล้วละ แล้วบางคนน่ะทรัพย์สมบัติเค้าไม่ต้องการ ตำแหน่งหน้าที่ไม่ต้องการเค้าทิ้งหมดเงินถวายวัดไปอยู่วัด เค้ามีความสุขมากกว่าเราๆ ที่ต้องลำบากทำงานอยู่ก็ได้ ถ้าหมดตัวแบบนี้ เค้าเรียกว่าปล่อยวางในความยึดติดได้ครับ ส่วนบางเรื่องของธรรมกึ๋ยผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ที่กล่าวๆ มาผมก็รู้สึกแย่นะ(ถวายภัตตาหารแล้วไม่รับเอย หรือต้องถวายนั่นนู่นนี่เอย) แต่สิ่งนึงที่ผมรู้ก็คือผมฟังความข้างเดียวผมไม่อาจจะตัดสินใครได้หรอก(นี่แค่ตัดสินในใจตัวเองนะครับ)
.
ส่วนที่ว่าทำไมไม่ธุดงค์ในป่า ท่านก็ทำได้นะผมได้ข่าวมาหลายรูปแล้วอยากไปกราบท่านบ้าง แต่การเข้าป่ามันลำบากนะว้อยเเลยไม่ได้ไปซักที พระท่านน่ะไม่เป็นไรมากหรอกท่านอยู่จนชิน แต่พวกเราๆ ที่ศรัทธานี่แหละไปลำบาก และถ้าอยากถามว่าทำไมไม่ดั้นด้นไปในป่าซักที ผมก็มีงานมีภาระรับผิดชอบเหมือนกันนะอยากจะศึกษาธรรมถ้าติดแบบนั้นผมก็คงไม่ได้ศึกษาซักทีสิครับ
.
ธรรมะจะอยู่รอดพุทธศาสนิกชนต้องเกื้อกูลกัน ไม่มีศาสนาคอยสั่งสอนให้ทำความดีมันก็บ้านป่าเมืองเถื่อนสุดท้ายรบราฆ่าฟันมันก็ล่มสลาย ศาสนามีแต่ไม่มีพุทธศาสนิกชนเกื้อกูลศาสนาก็ไปไม่รอด ของแบบนี้แหละครับ ธรรมะ(ชาติ)
.
มาจะกล่าวบทไปการศึกษาธรรมควรเป็นเรื่องง่าย ทำได้ทุกที่แม้ที่บ้านถ้าทำได้ก็ยิ่งน่ายินดี ความสงัด(จิตโล่ง – เป็นสมาธิ)จะต้องเกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่จำเป็นต้องในป่าช้า ในป่าลึก ในวัด ในบ้าน แต่สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในเมือง ในที่ทำงาน ในที่ฉุกละหุกฉุกเฉิน ถ้าคนมันไม่มีจิตสงัดสับสนวุ่นวาย ต่อให้ไปอยู่ในห้องที่ปิดทึบ หรือป่าช้าที่เงียบ มันก็ไม่มีทางเกิดสมาธิได้หรอกครับ
–คนหมั่นไส้จบ–”
นึกว่าอีเวนท์นี้จะมาเวปนี้เพราะเถียงกันเรื่องรถติดหรือประเด็นพระธุดงค์นะเนี่ย จะเป็นเรื่องโรยกลีบกุหลาบก็ยังได้ มันดูน่าจะดราม่ากว่านี้เยอะ
พระที่โดนสีกาต้องสังฆาทิเสฐ ก้อต่อเมือ มีการสัมผัสกันโดยรับรุ้ความรุ้สึกได้ เช่นเอาผ้ากันแอล้วจับกันก็ต้องอาบัติ
ทั้งนี้พระพุทธเจ้าบรรยัติไว้ว่า จะอาบัติต่อเมื่อ มีการสัมผัสแล้ว ภิษุเองต้องเกิดจิตพึงพอใจในทางลามกด้วย จึงเรียกว่าอาบัติสังคาทิเสต
อย่างถ้ามืงบวชเปนพระ ถ้าอั้ม พัชราภา เอานมมาทิ่มหน้ามืงแต่มืงปลงแล้วไม่มีจิตแฮปปี้นม สองเต้า ต้อไ้เอานมมืงคลึงยันเช้ามืงก็ไม่อาบัติ
แต่ถ้ามืงบวชแล้ว แค่เมียมืง บังเอินนิ้วสัมผัสกหันแค่ช่วงส่งของ มืงเกิดสปาตจิตคิดอกุศล เพียวโดนคัวแค่เสี้ยววินาทีมืงก็อาบัต
และถ้าจะด่า ทำมะกึ๊บ บ้างไรบางกุจะบอกว่า ไอ้วัดที่ทำทำกัน ยกช่อฝ้า ปิดทองฝังลุกนิมิตร ห่าไรนัน้พระล้วนอาบัติหมดและไม่ ตรงตาม พระธรรมวินัยเลย สักนิส เหมือนกัน มืงเปนคนอีกระดับความคิดนึงสำหลับกูนะ สำหหลับคนอ่านเวปดราม่า มืงคิดเอาเองแล้วกัน ว่า ไอ้ วัดๆ ปกติที่เราเหนจนชิน กับวัดทำมะกึย มันก็ ไม่ได้ แตกต่างกันหลอกนะจ๊ะ
ส่วนกุบวชพรรษาเดียว แถมอีกเดือน นึง ศึกออกมาเลิกนับถือ วัดนับถือ อะไรแบบ พวก คนอื่นไปนานและ พระพุทธเจ้าสอนว่า ถ้า พระอง ตายไป ไห้ ยดพระธรรมคำสอนแทนตัว ประโยคนี้มืงไปเปิดพระไตรปิฎกวัดไหนอ่านก็ได้ แต่กูไม่เห็นมีพระรูปไหน จักสอนเยี่ยงในพระไตรปิดก ที่ อุส่าสังคยนากันมา เจดแปดรอบเลย ห่านเป็ด
แล้วอีกอย่าง นึง ถ้าไปดูภูมิสาสตร์ไห้ดีดี ทางอินเดีย ที่ พระพุทเจ้าอยุ่ อะ เขาไม่แดรกเนื้อกันนะเทอว์
กูเลยสงสัยว่าเมืองพุทะที่กูอยุ่ กะเมืองพุทธที่พระพุทเจ้าสร้าง สอนมาอะ มันเหมือนกันซะที่ไหน
ส่งลูกไปบวชกันจังไม่เหนได้เหรี้ยไร ไหห้กูไปบวชไปเรียน พอกูสึกออกมาเอา สิ่งที่เรียนมา สอนพ่อแม่ ก็ไม่เชอื่กูแล้ว ดันบอกจะได้เกาะชายผ้าเหลือง ลูกขึ้น สวรรคื คงได้ขึ้นหลอกนะแม่เอ้ย เศร้าใจ มืง อยุ่ในพุทธปลอม มาเปนร้อยๆปีแล้วไอ้หนู
ขอต่ออีกหน่อย การถือทุดงควัติ (กูเขียนผิดนะอย่าเสรือกจำ สมองกูมีปัญหาเรื่องตัวสะกด) ทุ ดง คะ วัต
คือการปวนาตัว ออกห่าง จากเขต ชุมชน เปน ระยะเท่ารัยจำไม่ได้ แต่มีกำหนดไว้ นั้คือการ
แสวงหาความสงบ เพื่อ เข้าสู่กรรมฐาน กัน นั่นเอง ไอ้เดินดุ๋ยดุ่ย รอบๆ คน อะ มันไม่ถือว่า ทุดงหลอก
แล้วพวกมืงรุ้ไหมพวกมืงนี่แหละ ชอบถวายเงินให้พระกันนัก ถวายกันจนพวกเหลือบไรเห็นแก่เงินแฝงเข้าไปทำศาสนาเสื่อม
กูเอา จริงๆนะพระหนะเขาไม่ต้อง ใข้เงินหลอก น้ำไฟฟ้าอะไรก็ไม่จำเป็นเลยถ้า พระที่รุ้ปฏิบัติ จริงๆ อะ หอยหลอด
ศาสนามันเสรื่อมเพราะพวกมืงเอาเงินถวายพระเนี่ยแหละ
จะบอกว่า คนนับถือธรรมกาย มีคนที่ปฏิบัติอย่างเคร่งจำนวนมากนะครับ เพียงแต่ว่า เขาหลงผิดไปกับ คำสอนที่เน้นแต่เรื่องการทำบุญแบบผิดๆไปทำนั้นเองครับ
ส่วนเรื่องการถูกตัวสีกา ให้ดูที่เจตนาครับ ถ้าสีกามาถูกตัวเราเอง โดยเราไม่มีเจตนา แลัะไม่นำมาเป็นอารมณ์ ไม่ถือว่าต้องอาบัตินะครับ แต่ถ้าวันหลังนำมาพิจารณาแล้วเกิดความพึงพอใจกับการสัมผัสนั้น จำไม่ได้ว่า อาบัติสังฆาทิ้เสส รึ ทุกกฏ นะครับ
โดยส่วนตัวคิดว่า ไม่จำเป็นเกินไปหน่อย การปฏิบัติธุดงค์ ไม่จำเป็นต้องเดินนะครับ แค่พิจารณาครองผ้าแค่ 3 ผืนถือเป็นธุดงค์วัตรแล้วฮะ
ปล. ไม่ใช่ สาวกธรรมกายนะฮะ
ผมลูกศิษย์ วัดชล กับ สวนโมกข์ ฮะ
KuRoNeKo wrote:
เขร้ ตอนกรูไปรด. เครื่องหลัง +ปืน หลักเป็นสิบๆโล ทหารมันให้กรูเดินวันละ20-30โล กลางแดดจัดๆ พื้นร้อนๆ ตีนกูยังไม่พองเลย แค่กลดกับบาตรลูกนึง ไม่น่าจะพองได้ง่ายๆหรอก แถมบางทียังเห็นใส่แตะเดินเลย
” มัธยัสถ์แต่เข้าถึงรสพระธรรม อย่างที่พวกเราใฝ่ฝันมันเป็นแค่เรื่องฝันเฟื่องในอุดมคติที่ไม่มีวันเป็นจริงก็แล้วกันว่ะ
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? พุทธศาสนาในไทยกลายเป็นเรื่องของทุนนิยมไปตั้งแต่เมื่อใด?”
จ่าแม่งไม่เคยไปวัดในที่กันดารสินะ หรือจ่าไม่เคยเข้าวัดเลย ?
คนชอบเป็นหมื่น
คนเกลียดเป็นล้าน
ผมคนนึงที่ไม่นับว่าวัดธรรมกึ๋ยเป็นวัด
i-sho wrote:
พูดดีนะ แต่ใครเก่งเฮียโรกลิฟฟิกถอดความให้กุที
88+ wrote:
ท่านเดินเท้าเปล่าหรือเปล่าล่ะครับ ของท่านคงไม่เดินเท้าเปล่าหรอกเพราะถ้าเท้าเจ็บการเดินลาดตะเวนจะเป็นไปไม่ได้เลย(ได้แหละแต่ช้า) แล้วตีนคนแต่ละคนมันไม่ได้ด้านเหมือนกันครับ บางคนตีนบางบางคนตีนหนา มันก็แตกต่างกันไปการช่วยพระมันก็ไม่ผิดนะ ที่เขากล่าวมามันก็มีเหตุผลดี แต่ดูสิ้นเปลืองเกินเหตุไปหน่อยเท่านั้น แต่ก็นะ ความคิดใครความคิดมัน
กูโคดเกลียดไอ้วัดเชี่ยนี่เลย แม่งบอกมาได้ทำน้อยได้น้อยทำมากได้มาก วิธีการหาแดกสุดระยำ
อ้าว นี่กูเข้าใจผิดมาตลอดเลยเหรอวะ สรุปแล้วมันคือเจดีย์รูป จานบิน หรอกเหรอ กูนึกว่าเป็น เจดีย์รูปหัวนม ซะอีก
@ i-sho:
คห.463 บวชวัดไหนมาครับ ช่วยศึกษาพุทธวินัย ให้มากกว่านี้เวลาบวชนะครับ ความผิดสำหรับศีล สังฆาทิเสส (ช่วยพิมให้ถูกซักนิดนะครับ search เอาก็ได้ถ้ามันจำยาก ศาสนามันเสื่อมเพราะหลายๆองค์ประกอบ การใช้ภาษาทางสงฆ์ที่ผิดๆก็เช่นกัน ผมถึงจะไม่ได้นับถือพุทธศาสนา แต่ก็เคยบวชเรียนเนื่องจากครอบครัวเป็นชาวพุทธ แล้วก็ให้เกียรติทุกศาสนาในส่วนที่ดี ส่วนที่เหี้ยก็ต้องตำหนิ ส่วนนึงที่ผมเลิกนับถือเพราะมันไม่มีอะไรนอกจากกลุ่มก้อนความเชื่อ สำหรับคนที่ขาดที่พึ่ง ไม่รู้จะมองหาความสุขในชีวิตอย่างไรเท่านั้นเอง) สำหรับข้อ สิกขาบทที่ว่าห้ามจับต้องกายหญิงเป็นอาบัติแบบ ลำพังกายนะครับ (อาบัติถ้าแบ่งแยกตามผลที่เกิด มี 3 อย่างคือ 1.ลำพังจิต คือจิตคิด แม้ไม่ได้ลงมือทำก็อาบัติ 2.ลำพังกาย คือกายกระทำแม้จิตไม่คิดก็อาบัติ 3.คือ กาย ประกอบ จิต คือทั้งคิด ทั้งกระทำ ถึงจะผิด สำหรับข้อที่นี้เป็นลำพังกายนะครับ) คือแค่ กายผิด แม้จิตไม่คิดก็ผิดอาบัติแล้วครับ หลายข้อที่เกี่ยวข้องกับสตรีที่เป็นความผิดศีลขั้นรุนแรงนั่นเพราะอุปสรรคที่ยากที่สุดสำหรับเพศชายก็คือเรื่องกิเลสทางด้านกามมารมณ์นี่แหละ เพราะธรรมชาติสร้างมาอย่างนี้ แต่ถ้าเกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทั้งสองฝ่าย ให้เป็นความผิดในขั้น ปาจิตตีย์
ความผิดแบบ สังฆาทิเสส ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สุดในศีลที่ยังไม่ทำให้ต้องออกจากการเป็นภิกษุ แต่ก็ต้องทำการ “ปริวาสกรรม” หรือลงโทษนั่นแหละครับ เป็นขั้นที่ ไม่ควรทำผิดอยู่แล้ว มันน่าละอายสำหรับ ภิกษุอื่นๆ(อันนี้คงเป้นแค่ในอดีตแหละครับ เดี๋ยวนี้สนใจกันซะเมื่อไหร่)
ปล.ผมก็ไม่เรียกนิกายที่หากินโดยใช้กลุ่มความเชื่อเดิมที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมว่า ศาสนาเหมือนกันครับ ก็แค่ ลัทธิ หนึ่ง ที่จับกลุ่มคนในบ้านเราได้มากเท่านั้นเอง เพราะสังคมเราเป็นพุทธกันแค่ปากอยู่แล้ว แค่ใส่บาตรตอนเช้าทุกวันก็เรียกตัวเองว่าพุทธศาสนิกชน ผมบวชมาได้เจอความย่ำแย่ในศาสนามาเยอะเต็มที แต่ด้านดีหน่ะมีครับ แต่ก่อนจะแยกแยะว่าอะไรดีไม่ดี ผิดหรือถูก เราต้องมีสติก่อนนะครับ ศรัทธาก็คืออัตตาอย่างนึงนี่แหละ พึงระวัง บุญก็คืออัตตา อยากได้ อยากมี โดยไม่ใช้สติ
ลืมบอกไป ถึงเป็น คนในครอบครัว แม้กระทั่ง แม่ ย่า ยาย ก็ผิดนะครับ
แก้ไขนิดนึงครับ ผมพึ่งกลับไปอ่านที่คุณ i-sho โพสใหม่อีกรอบ คิดว่าคุณเข้าใจครับ ผมเข้าใจผิดไปเองว่าคุณไม่เข้าใจ เพียงแค่พูดไม่หมด ผมก็อธิบายผิดไปเล็กน้อย
ข้อนี้แบ่งความผิดได้ 2 ขั้นครับ
สังฆาทิเสส – สัมผัสสตรี + จิตคิด (เป็นความผิดแบบกายประกอบจิตครับ)
ปาจิตตีย์ – สัมผัสตรี จิตไม่คิด หรือ ไม่ได้ตัง้ใจ (อันนี้เป็นลำพังกายครับ แต่เป็นอาบัติเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงมาก)
ขอโทษ คุณ i-sho ด้วยครับ
ไม่ชอบวันนี้เมือนกัน ทำบุญจนไม่ทำงานกลุ่มก็ๆไม่ไหว้นะคะ จะเอาแต่ทำวีสตาาาา





บ้านพ่อมึงดิทำงานกลุ่มให้เสร็จก่อนค่อยไปทำโว๊ย
วันที่นัดเราก็นั้นมันสะดิบดี เสือก
บอกว่าแฟนไม่ให้ไป ทำงานวีสตาก่อน ไอ้เหี่ยกูมีแฟนแบบนี้กูเลิกดีกว่า
ปัจุบันแยกย้ายกันไปเข้ามหาลัยแล้วละคะ
แต่ก็เคยไปวัดนะคะ
ด้านดี
สอนนั่งสมาธิได้ดี บริเวรกว้างขว้างเหมาะแกการนั่งสมาธิและจงกลมลมเย็นดีด้วย
มีของกินฟรีนะคะ
ด้านแย่
จะหลอกแดกตั้งทำไม เช่นบริจากยอดเท่านนี้ มีคะแนนสะสมเท่านี้ จะได้ของแบบนี้
ไอ้ฟายยย กูเชื่อก็ออกลูกเป็นควายแล้ว
เคยถามเพื่อนทำวันอื่นไม่ได้หรอวัดที่ใกล้ๆบ้านนะ
เพื่อนตอบว่า วันอื่นมันอยู่ในเครื่อวัดธรรมกึยแล้ว
แต่ในความคิดกู จะบ้าหรอวะ กูว่าเอาเงินไปบริจาควัดใกล้บ้านยังดีกว่า
ขอโทษที่เขียนสะยาว แถมไม่มีสาระอีก ขออภัยจริงๆที่ใช่คำที่หยาบคายนะคะ
i-sho wrote:
ต้องอาบัติทุกกฏ
อธิบายเพิ่มเติม
- จับต้องกายหญิง + จิตกำหนัด = ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
- จับต้องกายหญิง + ไม่มีจิตกำหนัด = ต้องอาบัติทุกกฏ
แถมสำหรับจ่า …
-จับต้องกายบัณเฑาะว์ ( เกย์) + จิตกำหนัด = ต้องอาบัติถุลลัจจัย
วัดธรรมกายหรอ ?
ทำไมเรียกวัดล่ะ นี่มันกลุ่มตัวเหี้ยสวมชุดพระไม่ใช่หรอ
@ หมั่นไส้:
88+ wrote:
พระท่านเค้าเดินเท้าเปล่านะคะ เป็นคนทั่วไปเดินเท้าเปล่าวันละ16กิโลทุกวันมันก็ต้องพองอยู่แล้ว
อีกอย่างพระท่านไม่ได้ฝึกซ้อมร่างกายแบบทหารนะ เอาไปเทียบกับทหารได้ไง
บางท่านก็เริ่มมีอายุแล้วด้วย ไม่เหมือนทหารที่เป็นวัยฉกรรจ์ แค่จะเอามาเปรียบเทียบก็น่าจะคิดหน่อยแล้ว
และก็มีพระรูปนึงไปเดินจนไม่สบาย แอดมิดที่รพ.เรา ยังไม่ทันจะหายก็ขอกลับไปเดินต่อ แค่อยากให้รู้ว่าพระดีๆมันก็ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง แม้จะนับถือพุทธต่างนิกาย ก็ไม่ควรตั้งป้อมอคติกันอย่างเดียว
(เราไม่ได้นับถือวัดธรรมกายนะ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับหลักคำสอนที่ว่าบาปบุญมันลดได้ด้วยเงิน)
แค่คิดว่าอย่างน้อยงานนี้ก็รวมจิตใจคนให้มีศรัทธา ก็ดีกว่าไปหลงในอบายมุขมัวเมาอย่างอื่น
เคยไปถามหลวงพ่อแถว ๆ วัดใกล้บ้าน ตอนไปสะเดาะห์เคราะห์รถมอไซค์ชนปิ๊กอัพจนเเขนหัก (ตอนนั้นแม่จะให้บวชกับลัทธิจานบิน ซึ่งเค้ามาหาจดรายชื่อคนที่บวชถึงบ้านนอก ถึงขนาดจดชื่อพ่อผมที่อายุ 55 ปี ไปด้วย ทั้งที่พ่อผมไม่เต้มใจ และไม่เคยมีแผนที่จะบวชเลย )
ว่าจะบวชกับวัดลัทธิจานบินนี้ดีไหม (ตอนนั้นแม่จะให้บวชกับลัทธิจานบิน เพราะมันตลอดงานฟรี!!!!!!)
แต่หลวงพ่อท่านห้ามไว้ เพราะท่านบอกว่า
“ไอ้วัดลัทธิจานบินเนี่ย มันเป็นพุทธธุรกิจ คือ มันทำเพื่อหวังผลประโยชน์ ในเรื่องของรายได้ ซึ่งก็คือเงินบริจาค ฯลฯ”
อะไรประมาณว่า ให้คนไปบวชเยอะ ๆ แล้วจะได้เรี่ยไรเงินจากญาติโยม โดยทำเหมือนที่ทำทุกกิจกรรมของวัดท่านผ่านมา คือ ทำแบบใหญ่โอเวอร์ จนดูเป็นงานใหญ่ ๆ ยิ่งใหญ่มาก ยิ่งได้เงินมาก ว่างั้น!!!!!!!!
สุดท้ายแม่เปรียบใจ ใหไปบวชเอาก่อนจะเบียด โน่น!!!!!!!!!!!!! แหล่ะ
กูแม่งประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน พวกแม่งห็เอาดอกไม้ไม่รู้กี่พันกี่หมื่นดอกไปโปรยให้พระเดิน แม่ง มึงรู้มั้ยว่ากุหลาบดอกนึงใช้น้ำและทิ้งคาร์บอนฟุตปริ้นท์ไว้ขนาดไหน โลกร้อนก็เท่ากับฆ่าสัตว์นั่นแหละ ทำบุญได้บาปทางอ้อม
ไอ้พวกที่เสนอหน้ามาบอกว่า ไอ้โน้นก็ทำอย่างนั้นทำไมไม่ด่า ไอ้นี่ก็ทำแบบนี้ทำไมไม่ด่า
พวกมึงช่วยเสือกเลื่อนสกอลเม้าส์ขึ้นไปด้านบนให้สุด แล้วอ่านหัวเรื่องด้วยนะสัส ดราม่าเรื่องพระวัดธรรมกุ๋ยเดินเหยียบกุหลาบ จะให้กูไปด่าพ่อมึงแดกแมวเป็นอาหารรึไงวะไอ้จั๊ดง่าว
พระ(?)เเถวนั้นต้องเป็นมะเร็งปอดเเน่เลย กลิ่นควันยางฟุ้งไปหมด
เอาจริงๆ ทางวัดเค้าประชาสัมพันธ์ทุกครั้งลงสื่อว่า ให้สาธุชนฝ่ายหญิง ระมัดระวังไม่ให้โปรยโดนพระ ให้โรยระหว่างพระ อย่าโรยตอนท่านมาถึงแล้ว
ภาพที่เห็นก็แน่นอนหละบางคนอาจ ผิดคิวไม่ทราบจริงๆ ไม่ได้หมายถึงว่าวัดนี้สอนให้ อุบาสิกา จับต้องพระสงฆ์ได้
ด่ากันมันปาก ก็หายกันไป ไม่มีขอขมา อย่าวิจารณ์ด่าพระคล่องปาก ขึ่้นใจกันมากไปนะครับ
การามาบะ wrote:
ขอขมาเรื่อง?
ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ
ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ
ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ
ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ ธรรมกายสวะ ธรรมกายขยะ
มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา
มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา
มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา
มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา มารสังคม มารศาสนา
ยั่วพวกสาวกธัมมี่สนุกว่ะ