
เรื่องมันมีอยู่ว่าวัดธรรมกึ๋ยเขากำลังจัดกิจกรรมให้พระเดินธุดงค์บนทางที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบ
โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดตั้งแต่วันที่ 2-25 มกรา 2555 โดยผู้จัดกิจกรรมเขาระบุว่าที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา
เพราะอยากให้เกิดการเดินธุดงค์ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระพุทธเจ้าและหลวงปู่วัดปากน้ำ
ที่ห้องศาสนาก็มีอมยิ้มคนนึงมาตั้งกระทู้ถามว่าทำไมต้องเอาดอกกุหลาบไปโปรยทาให้พระเดินธุดงค์ด้วยล่ะ
การกระทำแบบนี้มันเป็นการส่งเสริมพุทธศาสนาตรงไหน แทนที่มันจะทำให้พุทธศาสนิกชนไม่ยึดติด
แต่ในทางกลับกันมันน่าจะทำให้พระและพุทธศาสนิกชนที่ไปร่วมกิจกรรมยึดติดกับสิ่งสวยงามเช่นเส้นทางกลีบกุหลาบมากขึ้นด้วยซ้ำ

ต่อมาก็มีอมยิ้มเข้ามาตอบคำถามของ จขกท ว่าที่เขาจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพราะเชื่อว่า
ญาติโยมที่เอากุหลาบไปโปรยให้พระเดินผ่าน จะมีชีวิตที่ราบรื่นประสบความสำเร็จเหมือนโรยบนกลีบกุหลาบล่ะมั้ง?
![]()
จขกท ก็ถามกลับว่าไอ้สำนวนที่ว่า “เส้นทางชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ”
มันไม่ใช่คำสอนของพุทธศาสนาไม่ใช่เหรอ แต่มันเป็นสำนวนที่เอามาจากนิยายต่างหาก

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่ออมยิ้มคนนึงชื่อ flower fairy ซึ่งจากนี้ไปแอดมินขอเรียกสั้นๆว่า “ดอกไม้”
เอาภาพนึงจากกิจกรรมดังกล่าวมาโพสในกระทู้ และถามว่าในภาพนี้เนี่ย
เป็นภาพของอุบาสิกากำลังล้างเท้าให้พระสงฆ์ใช่มั้ย? ถ้าเป็นอุบาสิกาจริง
การที่พระธุดงค์รูปนี้ให้อุสาสิกาจับขามันไม่ถือว่าศีลขาดหรอกเรอะ?


อมยิ้มคนอื่นๆก็เข้ามาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่าถ้าเป็นมืออุบาสิกาจริง พระรูปนี้ศีลขาดแน่!!

บางคนก็แย้งดอกไม้ว่ามือที่เห็นในภาพน่ะไม่ใช่มือผู้หญิงนะแต่เป็นมือผู้ชายต่างหาก!!

ชาวพันทิปฟังคำแก้ตัวนั้นแล้วก็ไม่ปักใจเชื่อ ถามกลับไปว่านั่นเป็นมือผู้ชายจริงๆเด่ะ
ทำไมมือผู้ชายมันถึงได้ดูนุ่มนิ่มน่าจับแถมยังใส่สร้อยข้อมือหรือนาฬิกาของผู้หญิงด้วยล่ะ!?

ดอกไม้ก็บอกว่ามือในภาพนั้นมันไม่เหมือนมือผู้ชายเลยอ่ะ มีทาเล็บเป็นสีชมพูอ่อนๆ
แถมเล็บยังเรียวยาวซะขนาดนั้น แน่ใจเหรอว่าเป็นมือผู้ชาย อิชั้นว่าเป็นมือผู้หญิงมากกว่าล่ะม้างง

ทันใดนั้นสาวกวัดธรรมกึ๋ยขาประจำห้องศาสนาชื่อนาย “venture”
ก็เข้ามาถามดอกไม้ว่าเอาภาพพวกนี้มาจากไหน? เอามาจากเฟซบุ๊คของผู้ใด!?

ดกอไม้ก็ตอบไปว่าภาพนี้เนี่ยเธอเอามาจากสาวกของวัดธรรมกึ๋ยคนนึง
และสาวกคนนี้ก็ไปร่วมงานทางเดินกลีบกุหลาบและถ่ายภาพมาโพสลงเฟซบุ๊คของเธอตั้งเกือบสามร้อยภาพ
อิชั้นบอกข้อมูลของเจ้าของภาพได้แค่นี้ เพราะถ้าพูดมากกว่านี้เกรงว่าชีวิตของเธอจะไม่ปลอดภัย
และกลัวว่าถ้ามีคนรู้ว่าเจ้าของภาพคือใคร เธอคนนั้นจะโดนสาวกวัดธรรมกึ๋ยก่นด่าสาปแช่งจนเสียผู้เสียคน
แต่ขอให้รู้เอาไว้ด้วยว่าคนที่ถ่ายภาพนี้มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโยมอุปัฎฐากของวัดธรรมกึ๋ยเองนั่นแหละ!!

นาย Venture ก็ตอบกลับไปว่าบอกมาเถอะน่าว่าเจ้าของภาพคือใคร รับรองว่าสาวกธรรมกึ๋ย
จะไม่ไปก่นด่าสาปแช่งเธอคนนั้นหรอก เพราะสาวกวัดนี้มีแต่คนปฎิบัติธรรมทั้งนั้น
ว่าแต่เอ็งเถอะครับอีดอกไม้ ถ้าเอ็งคิดว่าภาพนี้มันไม่เหมาะสม อุบาสิกาไม่ควรจะแตะขาของพระธุดงค์
เอ็งก็ไปบอกเจ้าของภาพให้ลบภาพนี้ออกจากเฟซบุ๊คสิฟะ!! จะเอามาโพสประจานให้ทั่วเน็ททำไม?

อีดอกไม้ก็สวนกลับว่าถ้ามีคนไปก่นด่าสาปแช่งเจ้าของภาพชุดนี้ อิชั้นว่ามันก็ไม่น่าจะใช่ผู้ปฎิบัติธรรมเหมือนกันว่ะค่ะ!!
แล้วจะให้เจ้าของภาพลบภาพชุดนี้ออกจากเฟซบุ๊คทำไมวะคะ? ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม
เช่น อุบาสิกาถูกเนื้อต้องตัวพระ มันก็ควรจะเอาแสดงให้ชัดเจนจะได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือจัดการกันตามพระวินัย
ไม่ใช่ว่าพอเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้นก็ช่วยกันปิดบังและลบภาพนั้นทิ้ง แบบนี้มันจะต่างอะไรกับซุกขยะไว้ใต้พรมวะคะ!?

นาย Venture ก็เถียงกลับว่ามึงแยกแยะไม่ออกเหรอวะครับว่าอะไรเป็นเรื่องส่วนตัว อะไรเป็นเรื่องระดับองค์กร
การที่อุบาสิกาคนนั้นไปถูกเนื้อต้องตัวพระ มันก็เป็นเรื่องระหว่างเธอกับพระรูปนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับวัดธรรมกึ๋ยเลย!!
จริงๆเรื่องนี้แค่ตักเตือนเจ้าของภาพและบอกให้เขาลบภาพนี้ซะก็จบเรื่องแล้ว แต่ที่หล่อนเอาภาพนี้มาประจานในเว็บพันทิป
เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับวัดธรรมกึ๋ยที่พวกเอ็งเหม็นขี้หน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ!?

อีดอกไม้ก็เถียงกลับว่าอ้าวไอ้ห่านี่! ใจคอมึงจะให้เผยแพร่เฉพาะภาพสวยๆงามๆของวัดธรรมกึ๋ยอย่างเดียวเลยเหรอคะ
พอมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมซึ่งสร้างความเสื่อมทรามให้พุทธศาสนาเกิดขึ้น พวกกรูไม่มีสิทธิจะเอามาประจานมั่งเลยรึไง?
แล้วพวกมึงรู้มั้ยคะว่า “ธุดงค์” แปลว่าอะไร? คำนี้มันหมายถึงเจตนาตั้งใจที่จะขัดเกลาหรือละเลิกกิเลสตัณหา
ดังนั้นการที่วัดมึงจัดกิจกรรมให้พระเดินธุดงค์บนกลีบกุหลาบจึงไม่นับว่าเป็นการธุดงค์อย่างแท้จริงค่ะ!!

นาย Venture ก็ด่าอีดอกไม้ว่ามึงนี่ชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ? ย้อนกลับมาที่ประเด็นเดิมดีกว่าเอ็งแน่ใจแล้วเรอะว่า
ภาพที่เอ็งเอามาโพสน่ะมันเป็นมือของอุบาสิกาจริงๆ ที่จริงแล้วมันอาจจะเป็นมือของเด็กผู้ชายก็ได้
หรือต่อให้เป็นมือของผู้หญิงเอ็งก็ต้องดูด้วยสิฟะว่าเจตนาของเจ้าของมือคืออะไร?
และเอ็งช่วยแยกแยะอคติส่วนตัวออกจากเรื่องนี้หน่อยสิฟะ! ถ้าจะวิจารณ์วัดธรรมกึ๋ยว่าจัดกิจกรรมไม่เหมาะสมก็ว่าไป
แต่เอ็งเล่นเอาเรื่องส่วนตัวของชาวบ้านมาแฉแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะเว้ย!!

อีดอกไม้ก็เถียงกลับว่าการที่อิชั้นเอารูปจากงานกิจกรรมมาแฉนี่ไงคะ ที่อิชั้นกำลังจะวิจารณ์ว่าวัดธรรมกึ๋ยจัดกิจกรรมไม่เหมาสม!!
พวกมึงรู้มั้ยคะว่าการจัดงานแบบนี้มันสิ้นเปลืองขนาดไหน? แถมยังทำให้รถติดยาวเฟื้อยบนถนนที่พวกเอ็งกำลังธุดงค์กัน
คณะผู้จัดกิจกรรมไม่ได้บอกอุบาสิกาที่เอากุหลาบมาโปรยเหรอคะว่าห้ามถูกเนื้อต้องตัวพระ!? เพราะอาจทำให้พระศีลขาด!!

แล้วอิชั้นเอาเรื่องส่วนตัวของเจ้าของภาพมาเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อไหร่วะคะ? เจ้าของภาพเป็นใคร?
ตีนในรุปเป็นของพระรูปใดอิชั้นก็ไม่รู้ มีแต่มึงอยู่คนเดียวนี่ล่ะค่ะนาย Venture!!
ที่กระสันอยากรู้จนไข่สั่นและถามอิชั้นซ้ำๆซากๆว่าเจ้าของภาพคนนั้นคือใคร!?

อมยิ้มคนนึงก็เอาภาพมาโพสประชดนาย Venture ว่าไม่มี๊ไม่มีผู้หญิงมาร่วมกิจกรรมนี้เลยจริงจริ๊ง

อาป้าอาซิ้มทั้งหลายในภาพนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชายปลอมตัวมาทั้งนั้น!!

นาย Venture ก็เถียงกลับว่าในภาพมันเป็นช่วงระหว่างเดินธุดงค์นี่หว่า
จะมีอุบาสิกามานั่งกันเป็นพรืดก็ไม่เห็นแปลก แต่ภาพที่อีดอกไม้มันเอามาโพสน่ะ
มันน่าจะเป็นจุดล้างเท้าตรงปลายทางมากกว่า ซึ่งบริเวณนั้นวัดธรรมกึ๋ยเขาคัดแต่ผู้ชายให้มาล้างเท้าให้พระเฟ้ย!!

อีดอกไม้ก็ถามนาย Venture ว่าเอ๊าะเหรออออออ? ที่จุดล้างเท้ามีแต่ผู้ชายมาล้างเท้าให้พระจริงๆเหรอคะ
แล้วไม่ทราบว่าภาพที่กรูกำลังจะโพสต่อไปนี้มันหมายความว่าอะไรวะคะ!?

ไอ้ถังใส่น้ำที่โรยกลีบกุหลาบไว้เต็มถังที่มีอุบาสิกานั่งเรียงหน้ากันอยู่เป็นพรืดเนี่ย
ถ้าไม่ได้เอาไว้ล้างเท้าพระแล้วจะเอาไว้ทำอะไร? หรือมึงดื่มน้ำในถังนี้เพื่อดับกระหายวะคะ!?

นาย Ventrue ก็ท้ากลับเหยงๆว่าแน่จริงเมิงก็เปิดเผยให้กรูรุ้สิวะว่าเจ้าของภาพคือใคร!?
ตูจะได้ไปหาข้อมูลจริงมายันกับพวกมึงไงว่าเจ้าของมือเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่
แล้วถ้าเกิดเจ้าของมือเป็นแม่ของพระรูปนั้น แล้วเขาอยากจับขาลูกชายตัวเอง
พวกเอ็งจะยังกล้าประณามว่ากิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยมันไม่เหมาะสมอีกมั้ย?!


ระหว่างที่อีดอกไม้กับนาย Venture กำลังเถียงกันไปเถียงกันมา จขกท และอมยิ้มคนอื่นๆก็ถกเถียงกันอย่างสนุกสนาน
ว่าการจัดกิจกรรมธุดงค์บนเส้นทางกลีบกุหลาบมันเหมาะสมรึไม่? จขกท ก็ถามว่าตอนที่วัดธรรมกึ๋ยจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา
มันทำให้การจราจรแถวนั้นติดขัโคตรๆ ถ้าเกิดว่ามันทำให้รถพยาบาลไปส่งคนไข้ถึงมือหมอไม่ทัน
จนคนไข้ตายห่าคาที่บนรถพยาบาล ถามหน่อยว่าการจัดกิจกรรมอลังการงานสร้างแบบนี้จะยังได้บุญกุศลอีกมั้ย?

ฝั่งสาวกธรรมกึ๋ยก็เถียงกลับว่าเอ็งไม่เข้าใจเหรอฟะว่าเขากำลังทำบุญกันอยู่!!
ชีวิตคนเราจะอยู่ได้อย่างราบรื่นร่มเย็นเป็นสุขมันต้องทำบุญเอาไว้เยอะๆนะเฟ้ย!!
ถ้าเอ็งมองว่าการเดินธุดงค์ของพระสงค์ เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างแล้วล่ะก็
เอ็งลองกลับไปถามใจตัวเองดูให้ดีเหอะ ว่าเอ็งยังเป็นพุทธศาสนิชนอยู่อีกมั้ย?

จขท ก็เถียงกลับว่ามึงอย่าเอาประเด็นพระธุดงค์มาอ้างเลยค่ะ เพราะที่กรูเห็นคือผู้ชายสวมผ้าเหลืองมาเดินย้ำบนดอกไม้เท่านั้น!!
และกรูขอตอบมึงตามตรงเลยนะคะว่าขบวนพระธุดงค์ของวัดธรรมกึ๋ยมันสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างโคตรๆเลยค่ะ!!

หลังจากนั้นในกระทู้ก็แบ่งเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยและถกเถียงกันอย่างดุเดือด
มีอมยิ้มคนนึงบอกว่าจะทำอะไรก็ทำไปเหอะ จะเดินธุดงค์บนกลีบกุหลาบหรือกลีบบัวก็ตามใจ
ถ้ากิจกรรมนั้นมันเป็นสิ่งที่เหล่าสาวกศรัทธา และทำไปแล้วรู้สึกอิมเอิบใจก็พอแล้ว
ขนาดคนที่ไปทำบุญมันยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเดือดร้อนเลย แล้วเราจะไปเดือดร้อนแทนเขาทำไมวะครับ?
อีกอย่างรูปแบบการจัดกิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยมันก็ใช้การตลาดนำศรัทธาเหมือนทุกๆวัดนั่นแหละ
วัดอื่นๆมันก็มีกิจกรรมทำนองนี้เหมือนกันไม่ใช่เรอะ ไหนจะแก้ปีชง สวดมนต์ข้ามปี ใบห้วยให้เลขเด็ด สวดภาณยักษ์ ไหว้ราหู บลาๆ
ซึ่งกิจกรรมพวกนี้เราคงปฎิเสธกันไม่ได้หรอกว่ะว่ามันก็เป็นเทคนิคการตลาดแบบเดียวกับวัดธรรมกึ๋ยเหมือนกัน!!

จริงๆแอดมินก็ไม่ค่อยชอบวัดธรรมกึ๋ยนะ เพราะว่ามันจัดกิจกรรมที่โอเว่อร์และฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่จำเป็น
แต่พอมองดูกิจกรรมของวัดอื่นๆบ้าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับกิจกรรมของวัดธรรมกึ๋ยเหมือนที่อมยิ้มคนเมื่อกี้พูดมาเลยนี่หว่า
ต่างกันแค่สเกลของงานเท่านั้นเพราะทุนหนาสู้วัดธรรมกึ๋ยไม่ได้ ดังนั้นในเมื่อมหาเถระสมาคมไม่มีปัญหากับแนวทางปฎิบัติแบบนี้
แถมคนไทยส่วนมากก็ชอบพิธีกรรมหรูหราฟู่ฟ่าในวัดซะด้วย ดังนั้นก็จงถือซะว่าพุทธศาสนาที่เรียบง่าย
มัธยัสถ์แต่เข้าถึงรสพระธรรม อย่างที่พวกเราใฝ่ฝันมันเป็นแค่เรื่องฝันเฟื่องในอุดมคติที่ไม่มีวันเป็นจริงก็แล้วกันว่ะ
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? พุทธศาสนาในไทยกลายเป็นเรื่องของทุนนิยมไปตั้งแต่เมื่อใด?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทุ้นี้โดยพลัน!!
ทำไมต้องบริจาคเงินซื้อดอกกุหลาบให้พระเดินเหยียบด้วยคะ ?
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y11592837/Y11592837.html








































ที่อ่านมาใน พันดริฟ มีหลายองค์กรหลายเครือข่ายร่วมสนับสนุน
หนึ่งในนั้คือ กรมการศาสนา
มิน่า ลัทธิจานบินมันถึงอยู่ใด้ โอ้วววว เอวัง
ลองอ่านประวัติของหลวงปู่ชาดูครับ ให้ละเอียดทุกตอน ท่านสอนไว้ดีมาก เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ อย่างจะกินอะไร ก็คิดว่ากินได้มั้ย ถ้าไม่ได้ เพราะอะไร ถ้าศึกษาแล้ว ผมคิดว่าจะช่วยจัดระบบความคิดของคนเราได้มากเลย
ผมก็ไม่ได้ต่อต้านนะ เลยลองเข้าไปฟังดู ไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือใช่มั้ย แต่ผลคือ เออก็อย่างที่ว่าๆกันนั่นละ เน้นบริจาคแล้วได้บุญเป็นคอนเซบเลย
วัด ก็ต้องกินต้องใช้ กลายเป็น ทำมะกายโมเดลลลลลลลลล
เห็นตัวบอสมันกันหรือยังอ่า สุดยอด ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีส้มไว้ข้างในด้วย สงสัยแมร่งหนาว เคเบิ้ลที่บ้านก็รับสัญญาณมันได้ เทศน์ได้ทั้งวัน กูลบแม่งออกไปแระ รำคาญ
ขอเจือกหน่อย….นะ…ไม่ใช่ว่าเราไม่นับถือพุทธนะ…แต่ดูแล้วมันแปลกๆในความรู้สึก…
…ทำไม…ต้องทำให้เรื่องมาก..และสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ..
เห็นปูเสื่อรอตลอดแนวริมถนน..เป็นที่น่าหวาดเสียว..กลัวสาธุชนจะได้รับอุบัติเหตุ
และทำให้คนที่ใช้รถและขับรถอยู่ไม่ได้รับความสะดวก…แล้วมันจะได้บุญตรงไหน…
ทำให้ชาวบ้านที่เค้าสัญจรไปมาได้รับความลำบาก….ทำเหมือนกับว่าจะประกาศศักดา…ยังไงก็ไม่รุ….
รู้สึกไม่ดีกับการเดินธุดงค์ของพระสงฆ์ในครั้งนี้….
ไ้อ้เหี้ย venture ไม่ได้เป็นคนของวัดธรรมกึ๋ย แต่เถียงแทนทุกชอต 555 มึงไปเชคเครื่องจานบินเหอะ โลกจะแตกแล้ว
จ่าผิดประเด็นนะครับ……ประเด็นคือสิ่งที่อุบาสิกาและสงฆ์ไม่พึงกระทำ
….ส่วนเรื่องจัดงาน….คือสวดมนต์ไม่น่าจะเรียกการตลาดกระมัง
เพราะเป็นเรื่องเชิญชวนและพุทธศาสนิกชนพึงกระทำ แต่ไอ้การจุดพลุโป้งป้าง
โรยกลีบกุหลาบ…ซื้อสร้อยเพชร แหวน เหวิน….มันเป็นพุทธตรงส่วนไหนครับ?
พระพุทธศาสนาเป็นอะไรไปแล้ววะเนี่ย
พระพุทธศาสนาเป็นอะไรไปแล้ววะเนี่ย
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
ดราม่ามันส์ๆ กุต้องมาแจม
ความเห็นส่วนตัว ไม่รู้ว่าพระหรือทางวัดได้ขอให้ทำแบบนี้หรือไม่ ถ้าไม่ก็ไม่ผิดแน่นอน
ถือว่าเป็นความศรัทเลื่อมใสของอุบาสก อุบาสิกาเอง ต่อให้สร้างทางเดินด้วยทองก็ไม่ผิดว่ะ
ส่วนเรื่องสีกาจับเท้าพระ อันนี้อย่างที่คนอื่นบอกไปว่า ขึ้นอยู่กับว่าพระมีความกำหนัดเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ก็ศีลยังไม่ขาด
แต่ก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมด้วยเช่นกัน เพราะดูใกล้ชิดและถึุงเนื้อถึงตัวเกินไป ถึงส่วนใหญ่สีกาจะแต่งกายรัดกุมและไม่ได้มีเจตนายั่วยวนพระก็เถอะ
มาอีกรอบ
ช่วงน้ำท่วม หนีมาเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่
แล้วเค้ามีเคเบิลช่อง DMC เราพยายาม
ฟังแบบไม่มีอคตินะ ฟังพร้อมแม่นี่ล่ะ
ก็ฟังแบบตั้งใจมาก
พระองค์ที่มาเทศน์นี่ หน้าตาดูกรุ้มกริ่ม
มาก แล้วจะพูดด้วยน้ำเสียงค่อยๆ เบาๆ พูด
เสียงในลำคอ ถ้าคนฟังแบบไม่คิดนี่จะเคลิ้มมาก
ถ้าฟังให้ดี จะรู้ว่าฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ประติดประต่อ
คำสอนที่ยกมาสอน เหมือนหลักพุทธศาสนา
สอนให้เชื่อเรื่องบาปบุญจริง แต่ประโยคถัด
จากนั้น จะเริ่ม ฮาร์ดเซลเกี่ยวกับการทำบุญให้วัด
แล้วภาพจะตัดฉับไปที่ มิวสิคการ์ตูน หรือ โฆษณา
ว่า ณ เวลานั้น ทางวัดกำลังจะสร้างอะไร
ตอนที่เราดู เค้ากำลังจะสร้างคอนโดมิเนียมหรูสำหรับ
ให้พวกญาติโยมที่จะไปพักเวลามีงานบุญอะไรเทือกๆนั้น
แถมโฆษณาทำนองว่า ถ้าเราทำบุญประเภทนี้ ก็เหมือน
เราทำบุญให้พ่อ ให้แม่ เพราะเราทำให้คนอื่นสบาย
พ่อ แม่เราก็สบาย ถ้าัฟังเืผินๆ เราอาจรีบเอาเงินไป
ทำบุญก็ได้ แบบทำเยอะไ้ด้เยอะ แต่ถ้านึกดีๆ ถ้ากู
เอาเงินไปทำบุญหมด แล้วพ่อ แม่กูจะกินอะไรวะ
เราว่าคนที่หมดๆตัวคงมาจากเรื่องแบบนี้ล่ะ
แบบนี้มากกว่า
คือฟังแล้วไม่คิดงัย ฟังแค่่ว่าทำเยอะได้เยอะ
กูเลยต้องทำให้หมดตัวไปเลย
Anonymous wrote:
คนที่กดdislikeข้อความนี้ แอ๊บแบ๊วหรือไม่รู้จริงๆว่าศาสนามันชักนำให้คนทำชั่วได้น่ะ?
หัดไปศึกษาประวัติศาสตร์โลกซะบ้างนะ สงครามศาสนา ล่าแม่มด การกำจัดพวกนอกรีตต่างศาสนา อะไรอย่างเงี้ย
>>>>>>>>>>> เรียนผิดคิดจนตัวตายยยยยยยยยยยยยย
>>>>>>>>>> ติดตามดราม่านี้ได้ที่ http://www.dektriam.net/TopicRead.aspx?topicID=127647
เคยได้ไปทำงานใน DMC อยู่ช่วงนึงนะ เป็นแค่ตากล้องธรรมดา แต่ช่วงที่ไปถ่ายทำอะไรในวัดน่ะ ผมบอกตรงๆว่า ผมมักจะเห็นแต่พวกเรียนสูงๆมาวัดนี้เป็นส่วนใหญ่ แถมพวกนี้แบบว่า จ่ายไม่อั้น และผมก็เคยคุยกะคนนึง จบปริญญาเอกด้านวิศวะที่เยอรมัน และทำงานเป็นศาสตราจารย์ที่สถาบันๆนึงข้างๆธรรมศาสตร์รังสิต แกบอกผมว่า ปีนี้แกทำบุญไปแล้วสามล้านบาท
ส่วนกฐินวัดนี้ อย่าไปหวังว่าจะได้เป็นเจ้าภาพครับ เพราะเท่าที่ผมรู้ คนที่จะได้ถือผ้ากฐิน ต้องทำบุญอย่างน้อยประมาณ 70 ล้านบาท
ส่วนตัวผมเองก็จบแค่ ป.ตรี นิเทศฯ เลยไม่รู้ว่าคนเรียนสูงๆเขาเป็นอะไร ทำไมถึงถูกชักจูงในเรื่องแบบนี้ง่ายมาก ต่อมาผมเลยรู้ครับว่าทำไม
หลายวันต่อมาผมเข้าไปที่สถาบันๆนึง ข้างๆธรรมศาสตร์รังสิต ไปสัมภาษน์เกี่ยวกะด้านเกษตรนะ แต่ระหว่างที่ผมกำลังเช็คกล้องกับเตรียมเทปกับผู้ช่วยผมอีกสองคน
ผมก็ได้ยินเหมือนว่านักศึกษาปริญญาเอก มาปรึกษาอีศาสตราจารย์คนนี้เกี่ยวกับเรื่องอ่านหนังสือแล้วจำไม่แม่นอะไรแบบนี้ แล้วก็นั่งสมาธิอะไรสักอย่าง ผมจำไม่ค่อยได้เพราะมันนานมาละ อีศาสตราจารย์คนนี้ก็พูดประมาณว่า “ฝึกสมาธิจะทำให้จำตำราได้ดีขึ้นหรือเปล่าพี่ไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าหนูอยากรู้น่ะ หนูต้องลองไปฝึกเอง ใกล้ๆก็มี วัดธรรมกึ๋ยนี่เอง เดี๋ยวพี่จะพาไป” แล้วก็ชวนทำบงทำบุญอะไรสักอย่าง เจ๊แกก็เชื่อด้วยนะเฮ้ย ได้ยินแว่วๆประมาณว่า “ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวหนูไปถอนตังที่ธนาคารมาก่อนแป๊บนึง” แล้วเธอก็เดินออกจากห้องมา
เข้าทางอีศาสตราจารย์มันเลยสิครับ ไม่รู้ว่าทุกวันนี้คนนั้นเป็นไงบ้างแล้วนะ
ที่จริงเป็นยังไงก็รู้ๆกันอยู่ แต่อย่าไปฟังขี้ปากคนอื่นมาก สู้ไปดูด้วยตัวเองดีกว่า 10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น
ก็แค่ลัทธิที่ทำแต่ความเสื่อมเสียให้พุทธศาสนา พวกนี้ก็แค่หาผลประโยชน์กับคนที่ต้องการที่พึ่งทางใจ
บางคนอาจจะทำกรรมไว้มากแต่ทำความดีไม่เป็นไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็เลยต้องหาทางออกโดยวฺธีที่
ง่ายที่สุดในปัจจุบัน นั่นคือ “ซื้อบุญ” เผื่อความสบายใจของตนเอง แต่หารู้ไหมว่าเค้าเหล่านั้น ไม่ได้อะไรเลย….
ม่ะวานเพื่อนไป มันบอกเจอพี่โน็ส อุดมไปแจกผ้าเย็นเฉย
ปล. โรยกุหลาบ แล้วใครกวาดวะ
ขอติง wrote:
เรื่องหลักเกณฑ์ของคุณถูกต้องนะ
ดิฉันไป รพ. ประจำอยู่แล้ว เห็นพระมารับการรักษา พยาบาลก็ทำหน้าที่ปกติ
วัดไข้ เจาะเลือด ยกเว้นตอนที่พยุงขึ้นเตียง (กรณีที่อาพาธมาก) ต้องให้ผู้ติดตามทำให้
ตอนสมัยดิฉันเด็กๆ ตาทวดของดิฉันบวชเป็นพระ แล้วพ่อแม่ดิฉันพาไปกราบ
ซึ่งตอนนั้น ดิฉันกำลังคลานเลยละ รีบคลานเข้าไปใกล้ท่าน (ตามภาษาเด็กร่าเริง)
พอดี พ่อกะแม่เข้าไปจับไว้ทัน… ท่านบอกว่า ยังเด็กไม่เป็นไรหรอก (แต่ท่านว่าก็ไม่ค่อยเหมาะ)
(จริงๆ ตอนนั้นท่านก็ชรามากๆ จะขยับตัวหนีเด็กก็ไม่ค่อยไหวเหมือนกัน)
วัดพระธรรมกายแม่งเถื่อน ไม่โง่จริงมืงอยู่ไม่ได้
เคยทำงานแถวคลองสาม ชาวบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟังหมดแล้ว เห็นพวกที่อยู่ลัทธินี้แต่ละคน พูดจานิสัย ไม่เหมือนคนเข้าวัดหลายคนละ
Millefeuille wrote:
ถูกใจจริงๆ คอมเม้นท์นี้ เสริมให้อีก การค้ารุ่งเรืองแน่นอน
ค้าขายอะไรก็ไม่เท่ากับ สินค้าที่มีผลต่อความเชื่อของคนหรอก
@ Shin Asuka:
โดนใจว่ะ
ลัธธิหัวนม สวะ
เดินผ่านคนโกนผมห่มเหลืองของพวกมันนี่ มือยังไม่ยกไหว้ ถุยน้ำลายไล่หลังอีกตะหาก
ก็ไม่ใช่สาวกวัดนี้หรอกนะ เคยไปตอนเด็กๆ แค่นั้น (เรื่องอื่นๆ เช่นหน้าเงินอะไรนี่ก็รู้ๆ กันอยู่ ไม่พูดแล้วละกัน)
แต่คนที่ผิดคือสีกาไม่ใช่เหรอ เค้าไม่รู้เหรอว่าไปแตะตัวพระจะทำให้พระศิลขาด แล้วแบบนี้ไม่บาปเหรอ คือพระแค่ยืนให้ล้างเฉยๆ แต่คนที่แตะด้วยลูบด้วยนี่เป็นสีกาอ่ะ คนผิดน่าจะเป็นคนล้างนะ
แต่ไอ้ที่ล้างด้วยกลีบกุหลาบอะไรนี่ก็เวอร์ไป เห็นวัดไหนจัดแบบนี้แล้วไม่ศรัทธาอ่ะ
นอกเรื่องหน่อยเว้ย
ที่ปัจจุบัน วัดแต่ละวัด ต้องหันมาทำการตลาดกัน แบบแอดมินว่าเพราะอะไร เคยคิดกันบ้างเปล่า
มันเป็นเพราะคนไทยทุกคนนี่แหละที่ทำให้เป็นแบบนี้
วัดที่พระเอาแต่มุ่งปฏิบติ ไม่สนใจจะปลุกเสก เครื่องรางของขลัง ไม่ใบ้หวย ไม่ดูดวง
คนแทบไม่มี ข้าวในบาตรยังไม่มีแดกเลย
แต่ตรงกันข้ามวัดที่ ใบ้หวยแม่น(ฟลุ๊กถูก) ของขลังขลังมาก(รถชนไม่ตาย) อะไรประมาณนี้คนกลับเห่อไปกัน
วัดไหนที่มีวิธีแก้กรรม ดูอลังการยิ่งใหญ่ คนทำบุญก็รู้สึกคุ้มค่า วัดไหนไม่ทำอะไรตั้งกล่องบริจาคเฉยๆ คนไม่ไปทำกัน
สรุปว่า เราคนไทย คนเมืองพุทธนี่แหละที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อม
วัดที่เป็นวัดจริงๆ อยู่ไม่ได้ จนต้องหันมาทำพิธีต่างๆ ทำของ เครื่องรางต่างๆ ก็เพราะเราๆนี่แหละ
เชื่อว่าต่อไปการตลาดจะยิ่งแรงกว่านี้อีก วัดแต่ละวัดต้องแข่งขันกัน
แล้วจุดประสงค์ของวัดแต่ละวัดก็จะเปลี่ยนไปอีก
เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นวัดที่เป็นวัดจริงๆแล้วล่ะ ในอนาคตเนียะ
ดีนะเนี่ย ชื่อธรรมกาย เลยล้างแค่ตีนพระ
ถ้าชื่อธรรมกวยนี่สงสัยล้างปู๋พระเลยทีเดียว
Bud_Sob wrote:
55555555555555+
เจอคอมเมนต์นี้หงาย
@ Nothing is Ture.:
กุใส่บาตรทุกวันพระ แต่กุไม่ใส่วัดเมิงมีไรป่ะ
แต่ถ้าเหลือวัดเมิงวัดเดียวในประเทศไทย
กุก็เลิกใส่บาตร จบป่ะ สราด
คนเรียนสูงๆทั้งนั้นเข้าวัดนี้กัน
ถ้าให้ทำตามไอ้ที่รนรงค์กันว่าเลือกตั้งครั้งหน้า ปตรี +
เกือบทุกคนที่มาวัดนี้แม่งมีสิทธ์เลือกตั้งชัวร์
กางเกงในนาธาน wrote:
มันไม่ใช่ UFO นะ มันเป็นหัวนมทองคำ
คนเรียนน้อยก็เชื่ออย่าง
คนเรียนมากก็เชื่ออย่าง
โวะ งง
กูค้นพบความลับของวัดธรรมกึ๋ยแล้ว
แม่งมาเพื่อยึดครองโลกเป็นแน่แท้
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=155431967904053&set=a.155431794570737.31854.100003117539003&type=3&theater
อ้าว เมื่อคืนกรูว์ยังอ่านอยู่เลย นึกว่าจะไม่มีดราม่า แต่พอคิดดีๆว่าเป็นวัดจานบินแล้วยังไงก็ต้องมีล่ะวะ สุดท้ายแม่่่งก็มี
ทางชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยด้วยกลีบกุหลาบ



แต่ทางชีวิตพระโรยด้วยกลีบกุหลาบไปแว้วววว
คราวหน้าจัดรถลีมูซีนมาให้อาตมาด้วยนะโยม
ขออ่างจากุซชี่ด้วยจะได้นวดตีนอาตมา
อยากตักขี้ไปใส่บาตรจริงๆ ลัทธิขี้หี สอนคนหนีปัญหา เพ้อฝันลมๆ แล้งๆ ถึงวิมานสวรรค์ เครื่องประดับเทวดา เพ้อเจ้อแต่เรื่องหีๆ แตดๆ แทนที่จะสอนให้ใช้ปัญญาแก้ปัญหาในปัจจุบัน คำสอนมีแต่เรื่องตอหลดตอแหลฟุ้งเฟ้อเงินทองหาแก่นสาระไม่ได้ แบ่งชนชั้นด้วยเงิน อีพวกอุบาทว์สิกาแก้วหน้าโง่หน้าหีนั่นก็เหมือนกัน ถ้าอยากแขวนสร้อยส้มตำปู แหวนข้าวต้มมัดดีไซน์กากๆอะไรของนั่นจนแคมหีสั่นกระสันต์ด้วยกิเลสขนาดนั้น กูว่าเก็บเงินเอาไปสั่งทำของจริงยังในขณะที่ยังไม่อดแดกตายยังจะได้มีใส่ในชาตินี้นะอีพวกงั่ง แแล้วถ้าอยากไปอยู่สวรรค์นักก็เอาวิคซอลกรอกปากให้รู้แล้วรู้รอดเลยสิ ไม่มีใครเข้าไปทำอะไรอีกหน่อยเกิดแม่ง เอาแก๊ซพิษซารินรมคนใน BTS ส่งไปสวรรค์ให้หมดจะทำยังไง จากประสบการณ์ตรงขอบอกอีคนจากวัดนี้คำพูด ความคิด ตรรกะมันไม่เหมือนคนเข้าวัดเลย ภายนอกเหมือนจะดี แต่เวลาเจอสิ่งปัญหาเร้าอารมณ์ก็โกรธโมโหฟูมฟาย เจ้าคิดเจ้าแค้น ยิ่งกว่าชาวบ้านไม่เข้าวัดทั่วๆ ไปอีก แบ่งเกรดคนนั้นคนนี้ ไม่เชื่อเหมือนมันคือโง่คือคนตกนรก โดนกูปากหีใส่แบบนี้สมควรแล้ว อีจานบินติ๊งต๊องปัญญาอ่อนล้างสมองคน ใสๆ บ้านมึงสิ กำไรใสๆ ก็บอกมาเหอะ
ครวยเอ้ย ไอ้วัดนี้ละที่มันทำให้เพื่อนกุ ที่จะได้เกรดนิยมเหรียนทองของคณะ(วิด วัวย หัว คะ)
ต้องกลายเป็นคน สมองไม่ดี เรียนไม่จบเลย ครวยๆ
หลังจากที่กูบวชมา ทำให้กูค้นพบสัจธรรมที่ว่า ในวัดมีคนที่ห่มผ้าเหบืองอยู่สองแบบ คือ 1.พระผู้เผยแพร่ศาสนา 2.พวกหัวล้านสวดมนต์หากิน
Kuay … โคตรสิ้นเปลือง
มีนิทานเล่าไว้ถึงเศรษฐีคนหนึ่งมาหาพระอรหันต์
เศรษฐีถาม: ท่านพระสงฆ์ หัวใจหลักของศานาพุทธคืออะไร
พระตอบ: สามข้อ ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
เศรษฐีหัวเราะ: ง่ายจังท่าน แค่นี้เด็กก็ทำได้
พระท่านตอกกลับเบาๆ: เจ้าว่าง่ายแม้แต่เด็กยังทำได้ ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำได้อย่างเด็กหรือเปล่า
เศรษฐีหงายหลัง
—————————————————————————-
จะถามว่าพวกมหาเมพธรรมกึ๋ยเนี่ยสอนกันยังไงหรือ
ทำบุญหมดตัว ช่างมันความชั่ว ทำหมดตัวให้ขึ้นสวรรค์
นี่คือเทวดาที่นี่สินะ
http://image.dek-d.com/24/2142608/107513825
Hi8 wrote:
ถ้าจะทำบุญเป็นล้านๆอย่างง้ัน สู้เอาไปบริจาคให้เด็กๆกำพร้า ไม่ก็ซ่อมแซมโรงเรียนตามที่กันดารไม่ดีกว่าหรอ ก็ทำบุญเหมือนกันนั่นแหละ ในความคิดเรานะเอาไปให้เด็กๆมันจะดูมีประโยชน์กว่า เอามีให้ธรรมกึ๋ยนี่อีก
สุดท้าย กูแค่อยากรู้ว่า ใครเก็บกลีบกุหลาบที่แม่งยาวเป็นกิโลวะ
กลายเป็นพระไม่ดีไปเลย ไม่รู้ว่าพระบางองค์ตั้งใจปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบก็โดนเหมารวม
ขอให้ผลกรรมจงตามให้ทันด้วยเถิด
ธรรมกายหนอ..ธรรมกาย… เหี้ย
เมื่อวันก่อนกูไปบ้านหม้อมา ทำไมกรูเห็นพระเดินซื้ออะไหล่ฟระ แล้วมีอยู่รอบนึงคล้ายๆว่าจะเจอพระแวะแผงหนังชมพูข้างๆทางด้วยว่ะ(ไม่ค่อยแน่ใจ นานมากแล้ว)
ผมเจอมาครั้งนึงถึงเงิบ…. ทำบุญมีผ่อนด้วยอะ เจอแค่นี้ก็เงิบล่ะ ทุกๆอย่างมันเกิดเหตุเกินผลไป!!
แม่งมีีMVเพลงอะไรก็ไม่รุชักชวนมาทำบุญ กูเจอที ละเซง
ืำทำบุญ ทำแล้วเราสบายใจก็ทำ แต่ทำบุญทำแล้วก็โง่…กูเลือกไม่ทำให้ขอทานยังดีกว่า
อย่างน้อยขอทานถ้าแม่งเป็นพวกต้มตุ่นอย่างน้อยกูก็ไม่รู้ว่ามันต้มตุ่น
ทำบุญกับพระต้องมาค่อยดูว่า พระจริงพระปลอม หรือ พระวัดไหนอีก
ไร้สาระหว่ะวัดนี้
อย่าว่าแต่วัดธรรมกึ๋ยเลย แถวๆ เชียงใหม่ จัดงานวัดทีก็โอเวอร์ฟู่ฟ่า แนวๆ นี้แหละ แถมต้นทุนคนงานก็ถูกสัดๆ เพราะไปขอเรี่ยวขอแรงให้ทหารในกรมฯมาเป็นเรี่ยวแรงในการจัดสถานที่ ตั้งแต่กางเต๊น จัดที่นั่ง บลาๆๆๆ คำพูดของจ่ากองร้อยเก่ากูที่เคยพูดไว้ว่า ศาสนาเพี้ยนไปแล้ว ท่าจะจริงว่ะ
พวกมึงอ่านนี่สิ 555555555555555+
http://topicstock.pantip.com/woman/topicstock/2007/09/Q5804013/Q5804013.html
วัดนี้เขาสอนกันแบบนี้
วันนั้นก็เห็นเหมือนกันน นั่งอยู่บนรถเมล์น่ะ กำลังจะไปมหาลัย โห รถติดตั้งแต่ฟิวเจอร์จนเกือบๆม.กรุงเทพเลย
ตอนแรกก็สงสัยอยู่ ทำอะไรกันวะ แดดร้อนมากก ไม่ร้อนรึงาย
อีกอย่างนะ เท่าที่เห็น ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงนะที่นั่งอยู่สองข้างพรมอ่ะ เวนเจ้อมึงดริฟไม่เนียนนนนนนนนนน
อ่านกระทู้นี้แล้วกุยิ่งศรัทธา หลวงเฮียเกษมมากขึ้นว่ะ ถึงจะดูเถื่อน
แต่จริงใจเข้าถึงแก่นธรรมมากกว่า ดีกว่าพวกคณะCEOห่มผ้าเหลือง
หัวเหม่งนักเอกนักธุรกิจบริหารการตลาดพุทธพาณิชย์
นี่ถ้าเข้าตลาดหุ้นได้ทำไปแล้วนะนั่น
เคยฝันอยากเป็นหมอ แต่เลข1มันยากเหลือเกิน สาด wrote:
อะไรของคุณมึงครับ…..?
ห่าน ซื้อแหวนซื้อสร้อยแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ กุว่านะทำบุญอะ ก็ทำแค่ปัจจัยสี่ก็พอแล้ว
ค่าบำรุงวัด ค่าน้ำค่าไฟ ค่าซ่อมแซมวัดต่างๆ
ถวายผ้าอาบน้ำฝน
ทำบุญตักบาตร
ถวายยารักษาโรค
แล้วก็เครื่องใช้ต่างๆพวกยาสีฟัน หนังสือ อุปกรณ์ต่างๆก็พอแล้ว
อีกอย่าง ทำไมพระต้องไปห้างสรรพสินค้า ถ้าเป็นพวกบิ๊กซี โลตัสอันนี้พอเข้าใจ
แต่นี่ พันธ์ทิพย์ มาบุญครอง คลองถม ท่านจะไปทำไม เหตุผลที่ดีที่สุดคือ
เอาคอมพิวเตอร์ไปซ่อม แต่รู้สึกวัดท่านคอมจะเสียกันบ่อยมากเหลือเกินนะ
ไปเดินทีไรเจอตลอด หรือในพระไตรปิฏกต้องมีความรู้ด้านภาษาจาวาหรือภาษาซีถึงจะอ่านออก
แม่งบางตัวก็ปากมันเหลือเกิน
มึงด่าพระว่า เหี้ย ได้เต็มปากเต็มคำโดยไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะ
marc_man wrote:
มรึงนี่ก็สักแต่ด่าเหมือนกันวะ ไปอ่านใหม่ว่าที่ด่าว่าเหี้ยมันทำตัวสมกับเป็นพระไม๊ ศาสนาเสื่อมเพราะมี
พุทธศาสนิกชนกากๆอย่างมรึงนี่ละอุ้มชูไอ้เหม่งห่มเหลืองปากเก่งปากดีน่าเลื่อมใส เก่งกิจกรรม
แต่เพิกเฉยพระสงฆ์ที่สืบทอดพระธรรม
ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้า ยังสั่งให้ภิกษุจำวัดในช่วงหน้าฝนซึ่งก็คือเข้าพรรษานั่นเอง เพราะกลัวว่าภิกษุจะไปเหยียบย่ำต้นข้าวของชาวบ้าน แต่นี่แมร่มมาก่อความเดือกร้อนซะเอง
แล้วธุดงค์นี่เค้าธุดงค์ตามป่าเขามิใช่หรือแต่วัดนี้ธุดงค์บนกลีบกุหลาบ เย็กเป็ด
เห็นแล้วสิ้นหวังจริงๆกะทำมะกึ๋ย
ผัวจ่า ในคืนที่ฟ้าเหลือง wrote:
สัส ไม่พอใจมึงไปแจ้งความจับมันสิถ้ามันเหี้ยจริงอ่ะ ถุย ทำได้ป่าวละควย
สักแต่ด่า พวกมึงนี่แม่งนับวันจะตามน้ำเหมือนพวกพันทิปไปทุกวันละ
marc_man wrote:
กุว่าคนที่หากินในคราบผ้าเหลืองก็สมควรโดนด่าครับ แถมยังสอนอะไรผิดๆบิดเบือนพุทธศาสนา เหี้ยยังดีกว่าว่ะกุว่า
บางกอก สวิงกิ้ง แมน wrote:
แนะนำวัดธารน้ำไหล / วัดชลประธาน หรือวัดในเครือ3สหายธรรมครับ + หนังสืออีกเล่ม แก่นพุทธศาสน์ รับรองรู้ได้รู้เลยว่าศาสนา พระ มีเพื่ออะไรกันแน่
marc_man wrote:
marc_man wrote:
แจ้งความไรวะ

ขนาดกรมการศาสนายังหลงไปกับไอ้ลัทธิจานบินนี่เลยว่ะ
ทำพระวินัยให้วิปริต เสมือนทำร้ายพระกายของพระพุทธองค์ (เพราะพระธรรมวินัยคือสิ่งแทนพระพุทธเจ้า) เท่ากับทำอนันตริยกรรมอย่างหนึ่ง จะได้ตกนรกไปอยู่เป็นเพื่อนเทวทัตกัน”นะจ๊ะ”
พุทธบริษัท จำกัด(มหาชน)
เป็นวัดที่เน้นการบริจาคเป็นหลัก แต่ละโครงการนี่ใหญ่สมชื่อ บริจาคมากได้บุญมากบริจาคน้อยได้บุญน้อยเหรอวะ
สาวกถึงกับยอมทุ่มหมดแกลบ
สอนให้คนมัวแต่บริจาคคิดถึงแต่สวรรค์ชั้นฟ้าจนลืมมองว่าปัจจุบันแม่งก็บริจาคจนจะไม่มีแดกอยู่ละ
ปล.กุว่าคงอีกไม่นานหรอก เดี๋ยววัดก็เข้าตลาดหุ้นละ สาวกเตรียมช้อนซื้อหุ้นดัชนีจานบินได้
อยากทำบุญไปทำบุญกับคนที่เขาต้องการหรือจำเป็นต้องใช้จริงๆดีกว่า
มันเป็นแค่ความเชื่อในนิกายของเขา ก็เหมือนที่เราเชื่อในทางสายกลางแบบนิกายหีนยานของเรานั่นแล มหายานเขาก็ยังเชื่อไม่เหมือนเรา ธรรมกายนี่ถ้าไม่หนักหนาสาหัส เขาอยากทำไรก็ปล่อยเขาบ้างเถ้อ
ศรัทธาที่ขาดปัญญาจนตาบอดมีอยู่ถมไป
เรียนผิด คิดจนตัวตาย
จะเลือกเรียนคณะไหนหรือถูกเลือก อย่าลืมติดตามกระทู้
http://www.dektriam.net/TopicRead.aspx?topicID=127647
วะวะวัดธรรรมกายมันค่อยไม่ดีหรอกนะ แต่วัดอื่นมันก็แย่พอกัน
งั้นปล่อยมันไปเถอะ
369 ตรงเผง คิดได้แค่นี้ก็จบ ทำไมคนต้องย่ำเท้าลงไปมาม่ากับเขาด้วยหว่า ??
88+ wrote:
เหอะๆ
กูจะบอกให้เสาร์ อาทิตย์ กูไปบ้านหม้อ สะพานเหล็ก คลองถม ทุกสัปดาห์ แค่ซื้ออะไหล่ น่ะเด็กๆ ว่ะ
ถ้าเป็นที่คลองถมนี่พระซื้อหนังชมพูนี่ธรรมดามาก กูไปทุกครั้งเห็นแม่งทุกครั้งจนชินตาแล้ว
เถียงกันจนโลกแตกก็ไม่จบหรอกเรื่องความเชื่อเนี่ย
ทำไมกูไม่เห็นนาฬิกาผู้หญิงวะ
บอกตรงๆกูไม่เคยศรัทธาวัดนี้เลย
ลืมเล่าไปอีกเรื่อง อุปกรณ์ของ DMC นี่ทันสมัย และไฮเกรดกว่าช่อง 3 5 7 9 NBT, ThaiPBS มากๆเลยนะครับ พี่แกเล่นใช้เทประบบ HDCAM SR เลย คุณภาพนี่ชัดกิ๊ก กล้องก็ตัวละล้านกว่าบาท VTR สำหรับเล่น/ตัดต่อเทป อีกตัวละประมาณล้านห้า แน่นอนว่ามีหลายตัว ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว (ทั้งๆที่มึงก็ไม่ได้ออกอากาศในระบบ HD)
ที่ทำงานผมเป็นช่องเคเบิลท้องถิ่น ยังใช้ Digital Betacam กะ Betacam SX เก่าๆอยู่เลย มีใหม่ๆก็เพิ่งสั่ง Sony HDV มา คิดเอาเองละกันว่าวัดนี้มันรวยขนาดไหน
อ้อ เรื่องรถลิมูซีนสำหรับพระ ถ้าจำไม่ผิด มีนะครับ เห็นเป็น S Class กะซีรี่เจ็ด รุ่นที่ฐานล้อยาวๆอะ แล้วก็เห็น Toyota Alphard อีกสามคันมั้ง
ลูกอมรสเหา wrote:
เออ ดีไม่ดีเดี๋ยวแม่งจะมีแบบว่า “ซื้อพันหุ้น ได้อยู่คอนโดสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยนะจ๊ะ ซื้อมากได้บุญมาก ซื้อน้อยได้บุญน้อย” ด้วยนะเออ
โง่ ยังน้อยเกินไปสำหรับ สาวัก วัดจานบิน
ถ้าพระวัดธรรมกึ๋ยบอกว่า ต้องให้พระเย็ด
แล้วจะขึ้นสวรรค์ แม่งก็คงยอม
ถ้าบอกว่า ธรรมกายถือไม่เหมือนเรา อยากทำอะไรก็ปล่อยให้เค้าทำ มันก็คล้ายๆกับบอกว่า ใครจะทำมาหากินแบบหลอกลวงยังไงก็ได้ใช่มั้ยครับ แบบนี้นักการเมืองคนไหนทำงานยังไง ก็ปล่อยตามความเชื่อเค้าเหรอครับ ใครจะทำอะไรแล้วแต่ศรัทธา ขอโทษที่พาออกนอกเรื่อง
คนเรานี่แหละที่ทำลายศาสนาเอง
ศาสนาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก สิ่งที่เปลี่ยนคือคนเราตะหาก คำสอนแต่เดิมเป็นยังไง ปัจจุบันก็ยังเป็นอย่างนั้น เพียงแต่ปัจจุบันเราไม่ได้รับคำสอนของศาสนาซะแล้ว แต่เป็นคำสอนของลัทธิแทน
เพราะงั้น พวกนี้กรูไม่เรียกศาสนาหรอก กรูเรียกลัทธิมากกว่า ลัทธิจานบิน ลัทธิใบ้หวย ก็แค่นั้น
แถม นิดนึง กลีบในรูปดราม่านี่น่าเหยีบย่ำเป็นที่สุดเลยหว่ะ
รอดู คนไทยจะเป็นชาววิไลหรือชาวบรรลัย
ขอนอกเรื่องว่ะ
หัวข้อเรื่องของจ่าคราวนี้
“ย้ำกลีบกุหลาบ”
จั๊กจี๊มากมาย
อกุศลเลยกู
หัวข้อติดเรทกันเลยทีเดียว
ส่วนวัดธรรมกี๋ย อยากจัดก็จัดไป
ให้ผุ้หญิงล้างเท้าให้พระ
ทำให้คิดถึงมีคนหนึ่งบอกตอนไปเดินจงกรมด้วยเท้าเปล่าบนดินว่า
ตีนสกปรกไม่เป็นไร อย่าให้ใจสกปรก
แค่หัวข้อกูก็คิดแล้ว
ไปดีกว่า
มันเป็นแบบนี้ ก็เพราะคนไทย อย่างพวกมรึงๆ ทุกตัวคนน่ะล่ะ ถุยให้กับศาสนาในอนาคต
ดอกกุหลาบ สาธุชนจะเก็บไปรอบนึงเท่าที่เก็บได้แล้วเจ้าหน้าที่ของทางวัดเป็นคนเก็บกวาดส่วนที่เหลือค่ะ
Shin Asuka wrote:
กูก็เจอ ไปเดินกับแฟน (แฟนกูจะไปซื้อกันดั้มสะพานเหล็ก แล้วเดินผ่านไปทางนั้น)
แถวนั้นแมร่งมีแต่ร้านหนัง xxx ทุกร้าน
อุปกรณ์ช่วยตัวเอง เพิ่มขนาด หล่อลื่น มีทุกอย่าง
กูเดินไปก้มหน้างุดๆๆๆเพราะมันเยอะจนกูอาย
แต่พระเยอะมาก เดินกับแบบว่า ชิลเลย
กูถามแฟนว่า พระมาเดินที่แบบนี้ได้ด้วยเหรอ
แฟนบอกเดินกันอย่างนี้แหละ ปกติ
Eroge wrote:
กรูกำลังจะพิมพ์แบบนี้เด๊ะๆ
กรูเคยบวชมาแล้ว ในวัดธรรมดาๆนี่แหละ เป็นเณร บวชอยู่ 14 วันมั้ง จำไม่ได้หล่ะ ช่วงนั้นจิตใจสงบขึ้นเยอะ ปกติม่างกินเยอะ กินจุ แต่พอบวช ต้องงดมื้อเย็น ฉันได้แค่น้ำปานะ กรูกลับไม่หิว ไม่รู้ทำไม สงสัยนั่งสมาธิ กับเดินจงกลมเยอะ กรูได้อะไรเยอะอยู่จากการบวช ที่เด่นชัดที่สุดคือ กรูเชื่อเรื่องกรรม แต่กรูไม่ค่อยเชื่อเรื่องบุญหรอกนะ เพราะไม่สามารถพิสูจน์ด้วยตัวเองได้ ตามหลักพระพุทธศาสนาอ่ะ(มรึงต้องตายก่อน แล้วดูว่าได้ขึ้นสวรรค์มั้ย หรือชาติหน้าจะได้เกิดเป็นกบเป็นเขียดป่าว)
แต่กรรมเนี่ย เห็นกันชาตินี้หล่ะ ไม่ต้องชาติหน้า นี่กรูกำลังพูดเรื่องเมื่อ 10 ปีที่แล้วอยู่น่ะ ทุกวันนี้ไม่รู้ศาสนาพุทธเป็นอะไรไปแล้ว
แต่พวกมรึงอย่าห่วงมากเลย หลักธรรมคำสอนที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้นั้น เป็นความจริงของจักรวาลนี้ ไม่สามารถล้มล้างทำลายให้หายไปได้ เพียงแต่วันนึงเราอาจได้เห็นการออกตามหาพระไตรปิฎกที่แท้จริงของพระในสมัยอีกสัก 50-60 ปีข้างหน้า เหมือนพระถังซำจั๋งก็ได้นะ เพราะทุกวันนี้ไม่รู้หายไปไหนหมด
ทำอย่างนี้เดียวผมบอกแม่ชีไปปัดระเบิดลงบ้านเลยครับ
เยสเขร้ รอบที่ 2 แล้วนะกูข้อย้ำ
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีมีสติทำให้คนอยู่ร่วมกันได้ แต่มึงยังเสือกตีกัน
ปล. กูย้ายอยู่ลัทธิ ก็อปปี้อิสึ่ม ละ ชาบูๆ CTRL+C / CTRL+V
คนที่นับถือธรรมกึ๋ย เป็นคนโลภมาก
คิดว่าบริจาคมาก จะได้บุญมาก จะได้ผลตอบแทนมาก
เลิกทำตัวเป็นเหลือบไรพุทธศาสนาได้แล้ว
ตอนนี้สาวกเยอะแล้ว
ประกาศเป็นศาสนาธรรมกึ๋ยไปเลย
คนจะได้ไม่สับสนระหว่างพุทธแท้กับเหลือบไร
แม่ผมเคยไปวัดจานบินนี้ไปกันเป็นกลุ่มแม่บ้านมันมีแต่ขอบริจากตังแต่ต้นท่างยันปลายทาง แม่บอกครั้งเดียวเลิก
ปล.เดียวคงมีบริจากเงินซื้อเชื้อเพลิงใส่จานบินแน่น 2012 แล้วนี้ไว้อบพยบ หนีโลกแตก
เงินเดือนยั้งผมไม่ได้ขึ้นสวรรค์แน่ ๆ ฮาาๆๆๆ
ดูแล้วไม่รู้ว่าจะก่อเกิด กรรม หรือ ธรรม กันแน่
เหมือนกันพ่อมึงสิจ่า วัดอื่นเขาไม่จับตีนนะเว้ย สีกาอ่ะ
เอิ่ม wrote:
มั่นใจแล้วเหรอที่เอาการเมืองมาเทียบศาสนา…? สิ่งที่ต่างกันชัดเจนระหว่างศาสนากับการเมืองก็คือ
“ศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อ-จิตใจ” และ “การเมืองเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง”
ถ้าจะมองว่าศาสนาเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง…นี่คือสิ่งที่ผมมองอยู่เลยล่ะ…
ก็จะเห็นเหมือนกับว่า ศาสนา = นักการเมือง // แต่ละศาสนาก็มีกุศล+อุบายในการเรียกคนให้เชื่อต่างกัน
อีกทั้ง แต่ละศาสนาก็มักจะมีนิทานหลอกเด็ก ให้คนเชื่อ เหมือนพรรคการเมืองที่มีนโยบายแหกตายามหาเสียง
ขอถามว่า… ทำไมคนจำนวนมากถึงยอมเชื่อนิยาย-นิทานหลอกเด็ก ทั้งที่รู้ว่าไม่จริงล่ะนั่น ?(หรือบางคนอาจจะเชื่อจริง)
ถ้าแยกว่าศาสนาคือความเชื่อก็ยังพออ้างได้ว่า “ก็อยากจะเชื่อ ก็เชื่อว่าดีได้” << แต่คิดแบบนี้กับการเมืองคงบรรลัยหมดแน่
แต่ถ้าไม่แยก…. และมองศาสนาคือข้อเท็จจริงแบบเดียวกับการเมืองล่ะ….
ก็อย่า 2 มาตรฐาน อย่าพยายามเบี่ยงหน้าหลีกหนีความจริงก็แล้วกัน คำตอบสามารถหาได้จากกาลเวลา และเวลาไม่ได้มีแต่อนาคต อดีตก็มีประวัติศาสตร์จำนวนมากให้ศึกษา แล้วมันจะรู้กันว่า "คนดีเพราะมันดีด้วยตัวเอง คนชั่วศาสนาก็ไม่ช่วยอะไรนักหนาหรอก" กลับกันเลย ศาสนาคือ "เครื่องมือ" ของมนุษย์ที่ใช้บงการคนให้ทำตามโดยอ้างความดีความชั่วต่างหาก <<< นี่ล่ะมุมมองของผม ที่หากเอาศาสนามามองด้วยข้อเท็จจริง จึงเป็นคนไร้ศรัทธาไง
…แต่อย่างว่า… คนเรามันก็ควรแยกแยะ ดังนั้น…ก็อยากจะมองให้ศาสนาเป็นความเชื่อ ถึงไม่อยากยุ่มย่ามกับความเชื่อของใครน่ะสิ สร้างศัตรูเปล่า ๆ (อนึ่งคนที่พยายามถกเถียงกันน่ะนะ… ผมมองว่าสู้กันไปก็คงมีแต่การขุดเรื่องต่ำ ๆ ของอีกฝ่ายมาถล่ม ไม่เห็นจะมีอะไรดีสักนิด ไม่ว่าจะกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม กฎหมายถึงกำหนดไม่ให้นำศาสนาใดศาสนาหนึ่งมาเปรียบเทียบกันอย่างที่เป็นปัจจุบัน)
สุดท้าย…เทียบกับความเป็นจริง(อย่างที่คุณ "เอิ่ม" ต้องการ) จะว่าไป ธรรมกายมันยังใหม่อยู่ ก็อย่างว่าล่ะ…พรรคที่เหลือจึงอยากป้องกันไม่ให้เติบโตขึ้นกว่านี้ ซึ่งจะเป็นการแย่งฐานเสียงของตัวเองในภายภาคหน้า ผมมองว่างี้แหละ ไม่อย่างนั้นคนจะมาขัดขวางทำไม ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปยุ่งกับความเชื่อคนอื่นสักหน่อย คุณว่าจริงไหม ?
คนสมัยนี้ไหงคิดว่าคนอื่นที่เชื่อสิ่งที่แตกต่างไม่มีความคิดเลยเหรอ ทำไมถึงคิดว่าพวกเชื่อสิ่งต่างถึงโง่นักล่ะ หลงตัวเองมากไปไหม ?
แต่ก็ช่างมันเถอะ จะกัดกันไปเท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมมันไร้ศาสนา ไม่มีความเชื่อในเรื่องโกหกพกลมที่ถูกแต่งอะไรทั้งนั้น ที่ศรัทธาก็แค่เหตุผล ที่โพสก็แค่เห็นตรรกะเพี้ยน ๆ ของพวกที่ไม่ยอมรับความแตกต่าง แถมยังโวยว่าคนอื่นยึดติดซะงั้น(ทั้งที่ตัวนั่นแหละโคตรยึดติด) มันก็เลยรู้สึกคันมืออยากพิมพ์ตะหงิด ๆ แค่นั้นเอง
อาบัตินะไอ้สาดดดดดด
ปลงอาบัติกันด้วย
เปลี่ยนชื่อเป็นวัด ดรามากายเหอะ
มาทีไรดราม่าทุกรอบ
แต่ก็ชอบนะ ดูพวกธรรมกายแถสีข้างถลอกปอกเปิก มันดี
khonthai wrote:
หวังว่าตอนกรอกใบสมัครงานคงไม่กรอกไปว่า “ศาสนาพุทธ” หรอกนะ
พวกมึง รวมถึงจ่า อย่าหลงประเด็นสิ
ธรรมกาย มันไม่ใช่ วัดพุทธศาสนา
มันแค่เอา ศาสนาพุทธ มาใช้เป็นเครื่องมือแอบอ้าง หาสาวกต่างหาก
แถมไอ้ ธรรมกาย นี้แม่งมีแบ็คอัพเป็นนักการเมืองรัฐบาลอีกต่างหาก (กูได้ใบหาเสียงจากวัดนี้ในช่องตู้จดหมายมา)
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเล่นกับความเชื่อ
ยิ่งยุคนี้ทุกๆ อย่างด้านวัตถุมันพัฒนาไปเร็วมากจนคนทั้งหลายจิตใจเปราะบาง เชื่อมั้ยว่าในยุคโคตะระวิทยาศาสตร์อย่างนี้แต่คนกลับยิ่งเชื่อในสิ่งงมงายมากขึ้น โดยไม่ใช้สติแม้สักนิดใตร่ตรองก่อนว่ามันถูกหรือไม่ ไม่งั้นธรรมกายคงไม่มีอย่างทุกวันนี้
กรอก “พุทธ” เพราะโกหกเพื่อสังคม อยู่ในสังคมไทยมันต้องสวมหน้ากาก
แต่ถ้าอยู่สังคมต่างชาติ ส่วนใหญ่ก็รู้กันหมดว่า เป็นพวกไม่นับถืออะไร