
เรื่องมันมีอยู่ว่าจากดราม่าก่อนนู้นที่มีอมยิ้มคนนึงออกมาตั้งกระทู้แฉว่าอาม่าของเธอเสียชีวิต
และก่อนจะจากไปอาม่าได้บริจาคร่างกายเพื่อให้ รพ.ศิริราชเอาไปใช้เป็นอาจารย์ใหญ่
ทีนี้ปัญหาคือตอนที่อาม่าของเธอเสียชีวิตนั้น อาม่าเธออยุ่นอกเขตที่ศิริราชจะไปรับส่งร่างฟรีๆ
ไม่รู้ว่าพนักงานไปตกลงกับญาติอาม่ายังไง ญาติอาม่าก็เลยจ่ายเงินกว่าหมื่นสี่พันบาทให้พนักงาน
เป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่นค่าแรงพนักงาน ค่าน้ำมัน ค่าโลงศพ บลาๆ โดยไม่มีใบเสร็จ!!
ต่อมาญาติก็สงสัยว่าเอ๊ะ…ไอ้เงินที่จ่ายไปเนี่ยมันจะเข้าศิริราช หรือว่าเข้ากระเป๋าของพนักงานกันแน่นะ
เธอว์จึงออกมาแฉเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องสวนลุม ใครสนใจเชิญไปอ่านได้ที่ url นี้นะครัฟ
หลังจากนั้นเรื่องราวก็เงียบหายไปพักใหญ่ๆ มาวันนี้มีอมยิ้มคนนึงชื่อนาย “ประกอบ”
ตั้งกระทู้ในห้องสวนลุมเพื่อบอกเล่าบทสรุปของดราม่าเรื่องนั้นให้ชาวพันทิปฟัง
นายประกอบบอกว่าเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับญาติของอาม่านะ แต่เขาเป็นผู้บริจาคร่างกายให้กับศิริราชคนนึง
ก็เลยสงสัยว่าประเด็นนี้มันจะจบลงแบบไหน? จะมีการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่?

นายประกอบก็เลยติดต่อญาติของอาม่าและทางศิริราชเพื่อหาข้อเท็จจริง ในที่สุดก็ได้รับข้อสรุปว่า
ญาติอาม่าได้รับหนังสือทางราชการจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ศิริราช ซึ่งไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา
แต่ขอให้รู้ว่าศิริราชและญาติคนอื่นๆกำลังกดดันให้ญาติของอาม่าคนที่ออกมาแฉ กลายเป็นต้นตอของปัญหาแทนเสียฉิบ!!

จากนั้นนายประกอบก็เล่าถึงเนื้อหาคร่าวๆของหนังสือฉบับนั้น ประมาณว่าทางภาควิชา
ส่งจดหมายถึงญาติ จขกท บอกว่าการที่เธอตั้งกระทู้ในพันทิปมันทำให้ภาควิชาเสียหาย
จึงขอคืนร่างของอาม่า พร้อมเงินหกพันกว่าบาท โลงศพมูลค่าเจ็ดพันกว่าบาทคืนให้กับญาติ
และถ้าท่านมารับร่างภายในสามสิบนาทีนี้ แถมฟรี!! น้ำยาฟอร์มาลีนฉีดร่างอาม่าโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ!! ( :evil: อันนี้ล้อเล่นนะตัวเธอว์)

จากนั้นนายประกอบก็ประณามศิริราชว่าทำไมพวกเอ็งถึงแก้ไขปัญหาด้วยวิธีแบบนี้วะ?
แล้วใจคอภาควิชาไม่คิดจะชี้แจงแถลงไขให้สังคมหายสงสัยซักหน่อยเรอะ ว่าเงินที่ญาติจ่ายไปมันตกถึงมือใคร!?
ญาติน่ะเขาไม่ได้มองว่าการจ่ายเงินให้เจ้าพนักงานมันเป็นปัญหาหรอกนะ แต่เขาแค่สงสัยว่าเงินก้อนนั้นมันตกถึงมือใคร
และสงสัยว่าการจัดการด้านการเงินมันโปร่งใสมั้ย? เพราะขนาดใบเสร็จยังออกให้ญาติไม่ได้เลย
แต่ภาควิชากลับใช้วิธีการแบบนี้มาแก้ปัญหา การที่มึงบอกว่าจะคืนร่างของอาม่าให้ญาติน่ะ
มันเป็นการทำให้ญาติคนอื่นๆต้องไปกดดันญาติคนที่ออกมาแฉเรื่องนี้ เพราะอยากให้ร่างของอาม่าได้เอาไปใช้เป็นอาจารย์ใหญ่
ให้นักศึกษาแพทย์ได้เล่าเรียนตามเจตนารมณ์ แทนที่จะถูกส่งคืนให้ญาติเพราะภาควิชาโดนแฉใช่มั้ยล่ะ!?

ชาวพันทิปได้ฟังเช่นนั้นก็พากันประณามภาควิชากายวิภาคศาสตร์ของศิริราชกันยกใหญ่

บ้างก็ตำหนิภาควิชาว่าพวกเอ็งแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้ได้ไงวะ? รู้มั้ยว่าพวกมึงกำลังทำลายเจตนารมณ์สุดท้ายของอาม่า
ที่ต้องการอุทิศร่างให้นักศึกษาแพทย์ได้ใช้เล่าเรียน และมึงกำลังทำร้ายจิตใจของญาติอาม่าอย่างเจ็บปวดเหลือแสน!!

บ้างก็บอกว่าถ้าภาควิชานี้ของศิริราชจะเสื่อมเสียชื่อเสียง มันไม่ใช่เพราะญาติออกมาแฉเรื่องเจ้าหน้าที่รับเงินหรอกว่ะ
แต่เป็นเพราะพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ กับวิธีแก้ไขปัญหากากส์ๆของมึงต่างหาก!!

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อมีบัตรผ่านคนนึงชื่อ “บนความยุติธรรม” เข้ามาปรามชาวพันทิปว่าอย่าเพิ่งด่าศิริราชสิวะ
ถ้าสมมุติว่าไอ้ จขกท มันเป็นผู้ที่มีเจตนาไม่ดีต่อ รพ.ศิริราชและกุเรื่องขึ้นมาให้ร้ายสถาบันล่ะพวกมึงจะว่ายังไง!?
แล้ว จขกท มันเป็นคนนอกที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับอาม่าเลย ไม่ทราบว่าเอ็งจะมาตั้งกระทู้เปิดประเด็นอีกทำไม?
ขนาดญาติอาม่าเขายังไม่ติดใจเหมือนเอ็งเลยนะ ถ้าญาติอาม่าเขายังไม่พอใจภาควิชาก็ให้ญาติเขามาตั้งกระทู้แฉเองไม่ดีกว่าเรอะ?
และการที่เอ็งเอาเรื่องที่เอ็งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงมาโพสให้ชาวบ้านชาวช่องเขาด่าศิริราชแบบนี้มันทำให้ศิริราชเสียหายนะว้อย!!

ซึ่งนายประกอบก็ชี้แจงกลับไปว่ากรูไม่ใช่ญาติของอาม่าก็จริง แต่กรูยื่นเรื่องบริจาคร่างกายที่ศิริราช
ดังนั้นกรูจึงไม่อยากให้มีใครเอาการอุทิศร่างกายเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ของพวกกรู
ไปกอบโกยหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองอย่างหน้าด้านๆ!! และกรูทนไม่ได้อย่างยิ่ง
ที่มีเจ้าหน้าที่เหลือบไรหาแดกกับอาจารย์ใหญ่แอบแฝงอยู่ในสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้!!

และที่ตูตั้งกระทู้นี้ขึ้นา ตูไม่ได้โพสลอยๆนะแต่กรูมีเอกสารยืนยัน ถ้าไม่เชื่อก็ส่งเมล์มาแล้วกรูจะส่งหนังสือที่ภาควิชาส่งให้ญาติอาม่าให้มึงดู!!
จริงๆแล้วที่กรูไม่ได้เผยแพร่เนื้อหาในเอกสารน่ะเพราะเนื้อหาในเอกสารมันเหี้ยกว่าที่กรูสรุปคร่าวๆให้พวกมึงฟังซะอีก!!
และถ้ากรูเอาออกมาเผยแพร่เมื่อไหร่ ภาควิชาได้อับอายขายขี้หน้ากันไปทั่วประเทศของแท้แน่!!
แล้วต่อให้กรูไม่ใช่ญาติอาม่า ทำไมกรูจะสนใจเคสนี้ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ประเด็นของญาติกับศิริราชแค่สองฝ่ายอีกต่อไปแล้ว
แต่มันกลายเป็นประเด็นที่สังคมกังขา ซึ่งประชาชนสมควรรับรู้ว่าศิริราชจะแก้ไขปัญหาคนหาแดกกับอาจารย์ใหญ่ยังไง!?

นายบนความยุติธรรมก็ทิ้งเมล์เอาไว้ในกระทู้แล้วบอกให้นายประกอบส่งเอกสารที่ว่ามาดูเด๊ะ

หลังจากนั้นชาวพันทิปก็แสดงความเห็นกันไปต่างๆนานา บ้างก็บอกว่ากรูหมดศรัทธาในศิริราชจริงๆว่ะ

บ้างก็บอกว่าพวกกรูจะโหวตกระทู้นี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าศิริราชจะส่งผู้รับผิดชอบออกมาชี้แจง!!

หลังจากนั้นก็มีอมยิ้มคนนึงเอาข้อความของญาติอาม่าจากกระทู้ก่อนมาโพส และแสดงความเห็นในทำนองว่า
ก็ญาติมันไปตกลงกับพนักงานขนศพเองนี่หว่าว่าจะจ่ายเท่าไหร่ แล้วจะมาโทษภาควิชาของศิริราชได้ไงฟะ!?
ในที่สุดญาติของอาม่าหรืออมยิ้มชื่อ “deerja” ก็เข้ามาชี้แจงว่าที่มึงพูดมานั้นถูกทุกประการค่ะ!!
เจ้าหน้าที่ขนศพเป็นคนตกลงเรื่องค่าตอบแทนกับญาติจริง แต่ประเด็นคือญาติไม่ได้เสนอเงนให้กับเจ้าหน้าที่นะคะ
เจ้าหน้าที่ต่างหากที่เป็นคนบอกกับญาติเองว่าการรับร่างอาม่าไปทำเป็นอาจารย์ใหญ่มีค่าใช้จ่ายจิปาถะ จริงๆแล้วต่อให้ต้องจ่ายอิชั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ
ขอแค่ให้เงินที่ครอบครัวอิชั้นจ่ายไปมันเข้ากระเป๋าของศิริราชไม่ได้ไปตกอยู่ในพุงของเหลือบไรตัวไหนก็พอใจแล้ว!!
แต่ขนาดใบเสร็จยังออกให้อิชั้นไม่ได้เลยแล้วอิชั้นจะมั่นใจได้ไงคะว่ามันตกถึงมือศิริราชจริงๆ!?

จากนั้น deerja ก็แฉว่าตอนที่เธอตั้งกระทู้เรื่องเงินค่าขนศพอาม่าใหม่ๆ เธอได้ติดต่อไปคุยกับอาจารย์ของภาควิชา
ซึ่งอาจารย์ท่านก็พูดดี ให้ข้อมูลโดยละเอียด ไม่ได้เข้าข้างลูกน้องของท่านเลย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด
แต่หลังจากนั้นปรากฏว่ามีผู้หญิงคนนึงอ้างตัวว่าเป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่ที่ขนร่างอาม่า
โทรมาด่าอิชั้นว่าทำให้ศิริราชเสื่อมเสียชื่อเสียง และสั่งให้อิชั้นปิดกระทู้นั้นซะ!!
จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็นัดอิชั้นไปเจอ เพื่อที่จะเอาเงินช่วยเหลือน้ำท่วมห้าพันบาทของใครก็ไม่รู้มาอุดปากอิชั้น!?

คล้อยหลังแค่ไม่ถึงชั่วโมง อาจารย์ท่านเดิมก็โทรมาบอกให้อิชั้นลบข้อมูลในพันทิปทิ้งให้หมด
เหมือนที่อีผู้หญิงคนเมื่อตะกี้พูดเป๊ะๆ!! คุยไปคุยมา deerja ก็เลยตัดสินใจว่าไม่ไปพบเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นดีกว่า
แต่หลังจากนั้นปรากฏว่ามีคนส่งหนังสือจากภาควิชาไปให้กับญาติของเธอ แทนที่จะส่งมาให้เธอที่เปิดประเด็นเรื่องนี้!!?


นายบนความยุติธรรมที่อ่านเอกสารของภาควิชาเส็ดแล้วก็เข้ามาแก้ตัวแทนเจ้าหน้าที่ขนศพว่า
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะอาม่าเสียชีวิตนอกเขตที่ศิริราชรับผิดชอบรับส่งศพนั่นเอง!!
ดังนั้นการเอารถของภาควิชาออกไปรับร่างอาม่านอกสถานที่มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นเรื่องธรรมดาอยุ่แล้วนี่หว่า

และเจ้าหน้าที่ขนศพก็เหมือนกัน เจ้าหน้าที่พวกนี้เขาอยุ่เวร 24 ชั่วโมงนะ ถ้ามีผู้บริจาคคนไหนเสียชีวิต
พวกเขาก็จะต้องออกรถไปรับร่างมาที่ศิริราชโดยทันที ดังนั้นการที่ญาติไปตกลงค่าแรงนอกรอบกับเจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหนนี่หว่า
ส่วนการที่ภาควิชาคืนร่างของอาม่าให้กับญาติ ก็เป็นการกรทำที่เหมาะสมแล้ว เพราะร่างของอาม่าถือเป็นทรัพย์สินของญาติ
ถ้าญาติมีปัญหา หรือไม่พอใจ ที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ ภาควิชาก็จำเป็นต้องคืนศพกลับไปจะได้ตัดปัญหาไม่ให้โดนฟ้องร้องในภายหลัง!!
และประเด็นที่เจ้าหน้าที่เรียกเงินก็ไม่ได้เป็นการฉ้อโกงเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นการตกลงปลงใจกันเองของทั้งสองฝ่ายยังไงล่ะ!!


อมยิ้มชื่อ “Radiant Archangle” ก็ด่านายบทความยุติธรรมว่ามึงไม่รู้เรื่องกฏหมายอย่ามาจับแพะชนแกะแถวนี้สิวะ!!
การกระทำของเจ้าหน้าที่ขนศพมันไม่ผิดตรงไหน? ในเมื่อญาติเขาเข้าใจว่าเงินที่จ่ายไปจะเข้ากระเป๋าศิริราช
ไม่ได้เข้าใจว่าจะเข้ากระเป๋าเหลือบไรที่หาแดกกับศพพวกนั้นซักหน่อย แบบนี้ยังไม่เรียกว่าทุจริตต่อหน้าที่อีกเหรอวะ!?
แล้วต่อให้เจ้าหน้าที่เก็บศพทำงาน 24 ชั่วโมงแล้วไง? ก็ไปเอาเงินโอทีจากศิริราชเองสิวะ จะมาเรียกเก็บจากญาติทำหอกอะไร?
แบบนี้มันไม่ใช่ทำงานราชการ 24 ชั่วโมงแล้ว แต่เป็นการเอาเวลาราชการไปหาลำไพ่พิเศษส่วนตัวมากกว่าว่ะ!!

และคดีฉ้อโกงน่ะมันก็มีการตกลงจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายทั้งนั้นแหละ แต่มันอยู่ที่ว่าคู่กรณีมันหลอกลวงให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดรึไม่
ไม่ได้แปลว่าทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจจ่ายตังค์กันเรียบร้อย แปลว่าไม่ใช่การฉ้อโกงซักหน่อย!!
กรูว่าถ้ามึงอยากอ้างอิงตัวบทกฏหมายนัก มึงไปหาความรู้เกี่ยวกับกฏหมายด้านนี้ใส่กบาลซักหน่อยเหอะว่ะ!?

นายบนความยุติธรรมก็ด่ากลับว่ามึงอย่ามาดูถูกสติปัญญาของกรูนะแสรด!! ที่กรูพล่ามๆไปนั่นมันมาจากมุมมองของกรู
ถ้าประเด็นไหนไม่ถูกต้องมึงก็พูดมาสิวะ!! แต่กรูขอแนนำญาติอาม่านะว่าถ้าอยากให้มีการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ก็ไปร้องเรียนหรือฟ้องศาลซะเลยสิวะ!! จะมาตั้งกระทู้โจมตีศิริราชเพื่ออะไร? สู้ไปขึ้นศาลออกสื่อกันให้สะใจเลยดีกว่า
แต่กรูขอถามไว้อย่างว่าถ้าเกิดเรื่องราวมันกลับตาลปัตร ญาติและชาวพันทิปที่ด่าศิริราชตามน้ำ พวกมึงจะรับผิดชอบยังไงไม่ทราบวะ!?

นาย Radiant ก็แขวะกลับไปว่า เออ มึงไม่ต้องท้าหรอกแสรด!! ตอนนี้มีหน่วยงานที่สนใจประเด็นนี้
และเข้ามาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอีกไม่นานมึงกับกรูก็คงจะได้รู้กันว่าใครจะอยู่ใครจะไป!!

นายบนความยุติธรรมก็ด่านาย Radiant ว่าไอ้โลกแคบ!!มึงอย่ามาอ้างว่าตัวเองรู้ดีนักหนาหรือหาว่ากรูไม่รู้กฏหมายนะ!!
เพราะมึงเองก็ใช่ว่าจะรู้ไปซะทุกเรื่องเหมือนกัน อย่างเรื่องเงินตอบแทนคลินิคพิเศษของเจ้าหน้าที่ขนศพมึงยังไม่รู้เลยนี่หว่า
และคนที่ชอบข่มขู่ชาวบ้านอย่างมึงน่ะ มันไม่มีทางยอมรับฟังความเห็นของกรูหรอก ตราบเท่าที่มันไม่ตรงกับความเห็นของมึง!!

นาย Radiant ก็แขวะกลับไปว่าแล้วมึงล่ะโลกกว้างตายห่าเลยเนอะ!? ที่กรูพูดไปก็เป็นประเด็นเกี่ยวกับกฏหมายที่กรูร่ำเรียนมาทั้งนั้น
ถ้ามึงคิดว่าประเด็นไหนที่กรูพูดผิดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็ไปพลิกตำรามาเถียงกับกรูเป็นมาตราๆเลยสิวะ!!
และการแสดงความคิดเห็นของกรุไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการแสดงความเห็นไปตามสิทธิที่พึงมีตามกฏหมายต่างหาก
ว่าแต่เจ้าหน้าที่ขนศพนี่มันมีค่าตอบแทนคลินิคพิเศษด้วยเหรอวะ? กรูนึกว่าเงินก้อนนี้มันจ่ายให้เฉพาะหมอเท่านั้นนะเนี่ย!!

นายบนความยุติธรรมก็หยิบประเด็นที่ศิริราชคืนร่างอาม่าให้ญาติมาอธิบายและบอกว่าตามมาตรา 15
อาม่าหมดสิ้นสภาพบุคคลนับตั้งแต่วินาทีที่เสียชีวิต ดังนั้นศพของอาม่าจึงไม่ใช่ทรัพย์สินของครอบครัวหรือมรดกตกทอด
แต่ตามกฏหมายเกี่ยวกับมรดกระบุเอาไว้ว่าถ้าอาม่าทำพินัยกรรมยกร่างกายของตัวเองให้กับโรงพยาบาล
ให้ถือว่าร่างกายของอาม่าเป็นสินทรัพย์ซึ่งสามารถตกทอดแก่ผู้รับพินัยกรรมหรือญาติๆของอาม่าได้
ดังนั้นถ้ามีกรณีที่เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง การที่ศิริราชจะคืนทรัพย์สินให้กับเจ้าของก็ถูกต้องแล้วนี่หว่า!!

นาย Radiant ก็โชว์เหนือโดยเอาคำพิพากษาของศาลฎีกา ตามคำพิพากษาที่ 1174/2508 มาเกทับ
คดีที่ว่าก็เกี่ยวกับการฟ้องร้องแย่งศพกันนั่นแหละ ซึ่งศาลฎีกาก็ได้ตัดสินว่าศพไม่ใช่ทรัพย์สิน
ดังนั้นเมื่อผู้ตายทำพินัยกรรมจะยกศพให้ใครจึงไม่เกิดผลตามกฏหมาย เพราะไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว
แต่การทำพินัยกรรม นอกจากจะเป็นการจัดแจงเรื่องมรดกแล้ว ยังสามารถแสดงเจตนาในการต่างๆได้
ซึ่งการยกศพให้ผู้ใดก็เข้าแก๊ปของประเด็นนี้ สรุปคือสามารถทำพินัยกรรมบริจาคศพให้ใครก็ได้และมีผลบังคับใช้ตามกฏหมายนั่นเอง

แล้วนาย Radiant ก็สรุปว่าถ้าอาม่าได้ทำพินัยกรรมหรือแสดงเจตจำนงจะบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่
ลูกหลานก็ไม่มีสิทธิในร่างกายของอาม่าอีกต่อไป แล้วมึงจะคืนร่างอาม่าให้ญาติเพราะกลัวโดนเขาฟ้องร้องได้ยังไงวะ!?

นายบนความยุติธรรมก็เถียงว่ากรูก็รู้ว่าศาลฎีกาเคยพิพากษาเอาไว้แบบนี้
แต่มันก็เป็นไปได้ที่ศาลฎีกาจะพิพากษาคดีนี้ไม่เหมือนกับคดีที่มึงยกมาอ้างก็ได้นี่หว่า
ดังนั้นการที่ศิริราชคืนร่างอาม่าให้ญาติเพื่อเลี่ยงการฟ้องร้องจึงเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้วโว้ย!!

จากนั้นไอ้สองคนนี้ก็แขวะกันไปแขวะกันมาไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไร แต่หลังจากนั้นไม่นานปรากฏว่ามีบัตรผ่านคนนึง
ใช้ชื่อว่า “คนขายขวด” เข้ามาโพสข้อความเกรียนชาวบ้านรัวๆในกระทู้นี้!!

ข้อความที่ไอ้บัตรผ่านคนนี้โพสก็ไร้สาระโคตรๆ แถมยังยั่วยุและท้าตีท้าต่อยชาวบ้านเขาไปทั่ว
ยกตัวอย่างเช่นความเห็นในภาพข้างล่างนี้เป็นต้น


แต่ทว่าไอ้คนขายขวดคนนี้ ดันมีบัตรผ่านอันเดียวกับนายบนความยุติธรรมซะงั้น!!


พอมีคนทักนายคนขายขวดว่า นี่ๆ มึงเปลี่ยนสำนวนจากพูดจาเหมือนสุภาพชนมาเป็นเกรียนเห่อหมอยได้ก็จริง
แต่หมายเลขบัตรผ่านของมึงยังเหมือนเดิมเด๊ะๆเลยนะเว้ย!!

แถมยังมีคนเอา IP ล่าสุดของนายคนขายขวดไปหาข้อมูลในเน็ทพบว่า IP 161.200.100.2 มันมาจากจุฬาว่ะ!!!

พอแอดมินลองเอา IP ไปเช็คดูก็ได้ผลเหมือนกัน คือ IP ชุดนี้แปลว่าไอ้คนขายขวดมันน่าจะโพสมาจากคอมพ์แถวๆ รพ.จุฬาแน่ๆ

ซึ่งนายคนขายขวดก็แถกลับมาว่าก็กรูใช้คอมพ์ของพี่กรูยังไงล่ะแสรดดดด แบบว่านายบนความยุติธรรมมันพี่ชายกรุไง๊!!!

ส่วนนายบนความยุติธรรมก็ขอโทษชาวพันทิปและอ้างว่าเขาใช้คอมพ์แต่ดันลืม log out
ก็เลยมีมือดีเอามาโพสข้อความเกรียนๆในกระทู้นี้นั่นเอง

ชาวพันทิปเห็นไอ้หมอนี่เอาข้ออ้างที่โคตรคลาสสสสิคมาใช้ก็หัวเราะเยาะนายบัตรผ่าน
แล้วถามกลับไปว่าแน่ใจเหรอคะว่ามึงลืม log out แค่อย่างเดียว กรูว่ามึงลืมปิด Browser ด้วยล่ะม้างงง
ไอ้เกรียนคนขายขวดมันถึงได้เอาบัตรผ่านของมึงมาเกรียนแตกในกระทู้ที่มึงเพิ่งจะอ่านไปหมาดๆได้พอดีเด๊ะๆ
แต่จะว่าไปแม่งก็เหมือนกับกระทุ้ที่ญาติอาม่าออกมาแฉกระทุ้แรกเลยนะคะ
เพราะกระทู้นั้นก็มีอาจารย์ของภาควิชาแยกร่างใช้บัตรผ่านเข้ามาโจมตีญาติอาม่าเหมือนกัน!!

นายประกอบ จขกท ก็สันนิษฐานว่าสงสัยจะมีคนจากภาควิชาเข้ามาเบี่ยงเบนประเด็นในกระทู้นี้ว่ะ
ดูจากที่บัตรผ่านบางคนพูดเหมือนกับรู้ดีว่าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ทำงานกันยังไงแล้วมันทะแม่งๆชอบกล

กรูว่าอย่าใช้วิธีนี้เพื่อลดแรงกดดันของสังคมเลย สู้แสดงตัวออกมาว่าเป็นคนของภาควิชา
และชี้แจงให้พวกกรูเข้าใจดีกว่า ว่าปัญหาของประเด็นบริจาคศพอาม่าคืออะไร?
แต่ถ้าพวกเอ็งปลอมตัวเป็นใครก็ไม่รู้แล้วหาเรื่องเบี่ยงเบนประเด็นในกระทู้นี้
แทนที่เรื่องมันจะเงียบหายไป เผลอๆมันจะดังกระหึ่มยิ่งกว่าเก่าซะด้วยซ้ำ!!

ดราม่านี้พูดยากว่ะว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง คงต้องรอให้ฝ่ายศิริราชส่งคนออกมาชี้แจงบ้าง
แต่ท่าทางจะยากส์ เพราะตั้งแต่กระทู้แรกก็ไม่เห็นมีตัวแทนจากศิริราชออกมาชี้แจงซักคน
มีแต่บัตรผ่านแยกร่างมาโจมตี จขกท อยุ่นั่นแหละ แต่แอดมินอยากเห็นเอกสารที่นายประกอบอ้างว่า
ภาควิชาส่งให้ญาติของอาม่าฉิบหายเลยว่ะ ใครมีเอกสารที่ว่าก็ส่งมาให้แอดมินอ่านบ้างนะตะเอง
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร อาม่าจะได้กลายเป็นอาจารย์ใหญ่สมใจรึไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
บทสรุปกรณีเจ้าหน้าที่ศิริราชเรียกเงินจากญาติผู้บริจาคร่างโดยไม่มีใบเสร็จ ขอแรงชาวเน็ตด้วยครับ
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L11496328/L11496328.html
อัพเดทล่าสุด แอดมินได้เอกสารฉบับนัน้มาเรียบร้อยแล้วว่ะ










































เนื้อหาใน จม. ราชการฉบับนี้ส้นตีนมากๆ อีกอย่างถ้ามึงไม่อยากให้เสียเจตนารมณ์ของอาม่ากะอีแค่ใบเสร็จแจงค่าใช้จ่ายใบเดียวเนี่ยออกกันยากนักหรือไงวะ
กรูขอนับถือในระบบกันอมยิ้มแยกร่างของพันดริฟท์เลยว่ะ พอมีร่างอวตารปุ๊บจับได้ทันทีด้วยipกับTicket id
แต่เพราะมีควายที่มันโง่ดักดานเรื่องipกับไม่รู้ว่ามีTicket IDมันเลยเกิดเป็นดราม่าไงล่าาาาาาา~
คริคริ wrote:
ท่อนสุดท้ายพิมพ์ผิดรึเปล่าเคอะ
ประโยคมันขัดๆชอบกลนะ
ผมก็เคยไปรักษารร.รัฐนะมันใกล้ดี แต่รอคิวโคดนานอันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่พอเจอหมอผมก็ไหว้ทักทายดีๆนะ แม่มทำเมินแถมไม่รับไหว้อีกขนาดไหว้พระพระยังรับไหว้เลยนะเมริง
ปล.หมอดีๆก็มีนะเออ ไม่ได้เหมารวม
เหี้ย ยาวว่ะ ขี้เกียจอ่าน
ตลกอ่ะ ดราม่าทั้งสองภาค ดันมีเหตุการณ์ร่างอวตาร แล้วเสือกมุขเดียวกันอีก DEJAVU
จากการอธิบายในจดหมายของศิริราช
ข้อ1 ก็ยอมรับว่ามีเเหตุผล เพราะเราเองก็บริจาคให้สภากาชาด ก่อนเซ็นยอมบริจาค เค้าก็เขียนในนั้นว่าจะรับศพของเราในกรณีที่อยู่ในเขตให้บริการเท่านั้น และเราต้องไม่ตายด้วยโรคที่เค้าระบุมา (ซึ่งตอนแรกที่อ่านเรายังแบบ เชดดด…นี่ถ้ารู้ว่าจะใกล้ตาย ตูต้องมาตายแถวโรงพยาบาลเลยชิมิ ๕๕๕ แต่ก็เซ็นตกลงไปเพราะตอนตายเราไม่อยากถูกเผา เอาเราไปเป็นอาจารย์ใหญ่ เอาอวัยวะไปให้คนมีชีวิตดีกว่า ) แต่ไม่ทราบว่าก่อนเซ็นนี่ ของศิริราชได้เขียนระบุไว้หรือไม่
ข้อ2 เราว่าถึงจะมีเหตุผล แต่การยื่นคำขาดว่าจะส่งคืนร่างอาม่านั้นเราว่าหัวหน้าภาควิชาใช้ศักดิ์ศีรของศิริราชเหนือความประสงค์ของผู้ตาย ซึ่งเราคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่สถาบันศิริราชที่มีชื่อเสียงว่าเป็นสถาบันที่มีไว้ช่วยเหลือประชาชนจะทำแบบนี้ ศิริราชควรเอาพระบิดาเป็นแบบอย่างที่เห็นประชาชนมาก่อนพระเกียรติ หรือศักดิ์ศรี เป็นต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มใบให้ประชาชน ดังนั้นในกรณีนี้ หัวหน้าภาควิชาควรถามฝ่ายญาติอาม่าว่าต้องการแบบใด
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปแล้ว ควรคืนให้กับญาติทั้งหมด ซึ่งทางญาติเองถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายนี้ก็ควรส่งมอบกลับให้ศิริราชอีกทีหนึ่งด้วย หรือไม่ก็จัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อใช้จ่ายในการรับร่างอาจารย์ใหญ่นอกเขตพิ้นที่ให้บริการ จะทำให้ปัญหาคลี่คลายมากกว่า และเกิดการพัฒนาต่อส่วนรวม
ส่วนเรื่องที่หัวหน้าภาควิชาของจดหมายแสดงคำขอโทษจากเจ้าของกระทู้อาม่า เราว่าไม่เห็นควรกับการกระทำนี้ เพราะเจตนาที่จขกท ทำนั้น เพียงแค่สงสัยในการกระทำของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ใช่อยากทำให้ศิริราชเสื่อมเสีย คนที่ออกมาขอโทษควรเป็นคนที่มาแสดงความคิดเห็นต่อศิริราชในทางลบต่างหาก หรือพวกปั่นดราม่าในกระทู้ ส่วนเจ้าของกระทู้ถ้าอยากจะออกมาขอโทษด้วยหรือไม่นั้นควรเป็ฯการตัดสินใจของเค้าเอง ไม่ใช่ให้หัวหน้าภาควิชาออกมาเรียกร้อง
สุดท้ายนี้ดราม่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร เราจะได้เห็นตัวอย่างขององค์กรหลักของประเทศที่ประชาชนพึ่งพิง จะใช้ธรรม์ในการตัดสิน หรือเห็นเพียงแค่ศักดิ์ศรีของตนในการตัดสินใจ เราคนนึงหล่ะที่อยากให้ดราม่านี้จบลงแบบดีๆ เพราะศิริราชเป็ฯสภาบันนึงที่เรารักและฝากความหวังไว้อย่างมาก สถาบันนี้ไม่ใช่สถาบันการเมือง ไม่ใช่สถานที่บ่มเพาะชื่อเสียงผลประโยชน์ แต่เป็นสถาบันที่สร้างจากเกียยรติคุณและความดีงามตั้งแต่สถาบันนี้ก่อตั้งโดยพระบิดา ความเสื่อมใด ความชั่วร้ายใดไม่อาจทำให้สถาบันนี้ถูกทำลายได้หากตั้งมั่นในธรรมฉันใด การถูกลบหลู่ดูหมิ่นต่อสถาบันนี้ ก็มิอาจทำลายศักดิ์ศรีที่แท้จริงของศิริราชได้ฉันนั้น
อนึ่งหากคอมเม้นท์ที่เราพิมพ์ไปได้มีนัยยะเชิงติเตียนหัวหน้าภาควิชาของศิริราช เราต้องขอกราบอภัยท่านหัวหน้าภาควิชามา ณ ที่นี้ด้วย (ก่อนเกิดดราม่าอีกระลอก ^^)
เราเป็นเพียงผู้น้อย ความดีที่ทำมาก็ไม่อาจเทียบคุณูปการของหัวหน้าภาควิชาที่สั่งสมมาได้
แล้วเราก็เข้าใจในการตัดสินใจของท่าน ที่ดำรงตำแหน่งในจุดที่ต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงศิริราชโดยตรง
การตัดสินใจของท่านครั้งนี้ถือว่าได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วในฐานะหัวหน้าภาควิชาที่คำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กร
ที่ต้องอยู่ในสังคมดราม่าอันไม่อาจคาดเดากระแสที่อาจเกิดขึ้นได้หากภาควิชายังรับร่างของอาม่าไว้
แต่เราขอเรียกร้องท่านหัวหน้าภาควิชาให้ท่านช่วยเปลี่ยนการตัดสินใจ ขอความปรานีของท่านที่ดำรงฐานะผู้นำทางสังคมด้วย
อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมา เองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฝากฟ้าสุราลัย…สู่แดนดิน …
การติเตียนท่านในครั้งนี้คงต้องตบปากตัวเราเองสามที T^T
หลังจากไปนอนกลิ้งมา ก็นึกวิธีการจบของเรื่องนี้ได้อย่างง่ายที่สุด
ญาติอาม่าก็ตกลงกับทางศิริราชว่าจะไปรับร่างอาม่าที่ศิริราช แล้วหลังจากรับคืน ก็บริจาคร่างอาม่าให้กับทางศิริราชคืน
สรุปเจตนาอาม่าไม่สูญเปล่า ศิริราชไม่เสียชื่อเสียง ดราม่าจบ
เพราะเรามาคิดเปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คงเหมือนกับเวลาเราถวายสังฆฑานที่ผู้ถวายจะมาชักเข้าชักออกไม่ได้
ถ้ายกถวายให้พระสงฆ์แล้วเราเผลอเอามือไปจับอีกรอบ พระท่านก็จะคืนสังฆฑานมาให้ถวายใหม่
สรุป จบ!!!
(คนมาอ่านทีหลังอาจนึกในใจ อินี่เป็นไรมากมั๊ย เถียงกับตัวเอง ๕๕๕)
http://www.facebook.com/NCTMS
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย(สพท.) : NCTMS thailand
http://www.facebook.com/sistudent
สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช (ส.พ.ศ.)
ไปโพสที่นี่กันเลยครับ
@ ไอ้นั่นแหละ:
ไอ้นั่นแหละ wrote:
อ่อ…ขอบคุณค่ะ แหะๆ
ใครสักคน wrote:
เห็นด้วยนะคะ ว่ามันติดปากจริงๆแล้วบางคำมันก็ไม่มีแปลไทยนี่นา ทีพวกนักดนตรียังชอบพูดภาษาเกี่ยวกับดนตรีของเค๊าที่เราไม่เข้าใจ หรือคำแสลงบางคำของคนในFBเราก็ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ว่าพวกนั้นอวดรู้บ้างละคะ??? Y_Y
ขอโทษที่พาดพิงบุคคล 2 กลุ่มด้านบนนะคะ
เหยด!!
จดหมายโคตรจะเหี้ยเลยว่ะจ่า 
นี่เหรอศิริราชที่ประชาชนให้ใจมาตลอด
สถาบันดีแต่บุคลากรบางคนเหี้ย
เหยด เอามาตรา 15 มาอ้างเลย สิทธิส่วนบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย back to the basic จริงๆ นับถือว่ะ