
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องชานเรือน มีคุณแม่คนนึงชื่อ “ink1″ มาตั้งกระทู้ถามชาวชานเรือนว่าแม่ๆทั้งหลายขราาา
ช่วยดูรองเท้าคู้นี้หน่อยสิคะว่ามันเป็นรองเท้าคู่เดียวกันรึไม่? เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อไม่นานมานี้
อิชั้นเคยยกรองเท้าเด็กคู่นี้ให้กับอมยิ้มทั่นนึงในห้องนี้ไป แต่ต่อมาไม่นานกลับมีอมยิ้มอีกคน
เอารองเท้าที่หน้าตาเหมือนกับที่อิชั้นยกให้ แถมยังมีตำหนิจุดเดียวกันเป๊ะๆมาขายเลหลัง
อิชั้นกังวลมากเลยค่ะว่ามีคนแอบหาแดกบนความอารีย์ของบรรดาแม่ๆชาวชานเรือนอย่างพวกเรารึเปล่า?

ภาพรองเท้าข้างล่างนี้ทางซ้ายคือภาพรองเท้าคู่ที่แม่ ink1 บริจาคไป ส่วนทางขวาคือรูปที่เธอว์ไปเจอในกระทู้ขายของกระทู้นึง

อมยิ้มชื่อ “พรุ่งนี้ก็เช้า” ที่เป็นเจ้าของภาพทางขวาและเป็นคนเอารองเท้าคู่นั้นมาขาย
ก็มายืนยันกับแม่ ink เป็นมั่นเหมาะว่าอิชั้นไม่ได้เอารองเท้าคู้นี้มาจากหล่อนจริงๆนะคะ!!
อิชั้นเป็นอมยิ้มหน้าใหม่ในห้องชานเรือน พึ่งจะเข้ามาเล่นแค่ไม่กี่วันด้วยซ้ำ
ยังไม่เคยได้รับของแจกฟรีจากใครเลย แล้วอิชั้นจะไปเอารองเท้าคู่นี้มาจากหล่อนได้ยังไง!!
ส่วนที่มาที่ไปของรองเท้าคู่นี้ เดิมทีมันเป็นของหลานอิชั้นเองค่ะซึ่งแม่ของเขาไปซื้อมือสองมาจากตลาดนัดแห่งนึง!!

อมยิ้มชื่อ “ToOn_LaPhatRaDa” ซึ่งจากนี้ไปแอดมินขอเรียกสั้นๆว่าแม่ตูน ซึ่งเป็นคนที่แม่ink แจกรองเท้าให้
ก็มาแสดงตนในกระทู้นี้และยืนยันว่าเธอเคยได้รับรองเท้าคู่นั้นมาจากแม่ink จริงๆ เมื่อประมาณสองเดือนก่อน
หลังจากได้มา เธอก็เอาให้ลูกใส่ได้หนสองหน ปรากฏว่าสายรองเท้ามันขาด เธอก็เลยเอาไปให้ช่างซ่อมรองเท้าร้านนึงซ่อมให้
แต่พอดีเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ เธอก็งานยุ่งๆเลยไม่ได้ไปเอารองเท้าคู่นั้นกลับมาจากช่าง
แม่ตูนก็ตั้งสมมุติฐานว่าเป็นไปได้มั้ยที่ช่างซ่อมรองเท้าเขาเห็นแม่ตูนไม่ไปรับคืน
ก็เลยนึกว่าอิชั้นไม่เอาแล้ว และเอาไปขายต่อในตลาดนัดจนตกไปถึงมือของ “พรุ่งนี้ก็เช้า” ในที่สุด!!

แม่ๆห้องชานเรือนได้ฟังสมมุติฐานของแม่ตูนก็พากันร้องเหยดดดดและสงสัยว่าอะไรมันจะโลกกลมซะขนาดนั้นวะคะ!?

พรุ่งนี้ฯก็บ่นใส่แม่ๆห้องชานเรือนว่าพวกมึงจะสงสัยไปทำไม? โลกมันกลมก็เป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วนี่คะ!!
แล้วกะอีแค่เรื่องแค่นี้อย่าให้มันกลายเป็นเรื่องงใหญ่โตเลยค่ะ แค่แม่inkสงสัยว่า
อิชั้นหาแดกบนความเอื้ออารีย์ของเธอ ก็ทำเอาอิชั้นเครียดจนไมเกรนแดกแล้วนะคะ!!
ดังนั้นอิชั้นขอความกรุณาให้ทุกคนหยุดสงสัยและหยุดพูดในประเด็นนี้ซักทีเถิดค่ะ!!

แม่ink เห็นแม่ตูนและพรุ่งนี้ฯออกมาชี้แจงเช่นนั้น ต่อหน้าเธอก็เออออห่อหมกไปกับสองคนนั้น
แต่เธอก็ยังคงสงสัยว่าสิ่งที่แม่ตูและพรุ่งนี้ฯพูดมามันเป็นเรื่องจริงที่เกิดจากความบังเอิญจริงๆรึ!?
เธอว์จึงแอบไปสืบข้อมูลอยู่เงียบๆตามลำพัง จนกระทั่งในที่สุดเธอก็ได้พบกับหลักฐานชิ้นเด็ด!!
แม่inkจึงมาตั้งกระทู้แฉในห้องชานเรือนว่าแท้จริงแล้วอีแม่ตูนกับอีพรุ่งนี้ฯมันก็คือคนๆเดียวกันนั่นแหละ!!

จากนั้นแม่ink ก็แฉว่าเธอไปคุ้ยข้อมูลมาพบว่าแม่ตูนบ้านอยู่แถวคลองสามวา
ส่วนพรุ่งนี้ฯใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ 081412xxxx และมีอมยิ้มอีกคนนึงชื่อว่า “BB”
เคยซื้อเสื้อผ้าจากแม่ๆแถวนี้ แต่ปรากฏว่าเบอร์โทรศัพท์ของเขากลับเป็น 081412xxxx
ตรงกับของพรุ่งนี้ฯเด๊ะๆ แต่ที่อยู่ของBBที่ให้คนขายส่งพัสดุไปให้กลับตรงกับที่อยู่ของแม่ตูนอย่างเหลือเชื่อ!!

ดังนั้นแม่ink จึงขอเอาชื่อเสียงคุณปู่เป็นเดิมพันว่าถ้าอีพรุ่งนี้ฯกับแม่ตูนไม่ใช่คนๆเดียวกัน
อย่างน้อยๆมันก็ต้องอยู่บ้านหลังเดียวกันและเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกันแน่ๆ!!

ชาวชานเรือนก็พากันสงสัยว่าอีแม่ตูนฯและอีพรุ่งนี้มันทำลงไปเพื่ออะไร?
มันเอาของแจกฟรีในห้องนี้ไปขายหากำไรใส่กระเป๋าตังค์ตัวเองงั้นเรอะ!?

บ้างก็ตบมือผางและบอกว่าอิชั้นนึกแล้วว่าอีสองตัวนี้มันต้องเป็นคนๆเดียวกัน เพราะรูปถ่ายที่มันสองคนโพสในห้องนี้
มันเหมือนกันเด๊ะๆทั้งการจัดวางรูป การเซ็ตฉาก บลาๆ แถมอิชั้นลองเช็คข้อมูลของภาพก็ปรากฏว่า
กล้องที่อีสองคนนี้ใช้ถ่ายรูปมันเสือกเป็นยี่ห้อเดียวกันและรุ่นเดียวกันซะด้วยซ้ำ!!

แต่แม่ๆบางคนที่เคยเห็นแม่ตูนตัวเป็นๆก็ยังทำใจเชื่อไม่ลง บอกว่าที่ชั้นเคยคบหากับแม่ตูนมา
ก็เห็นว่าเขามีอันจะกินดีนี่คะ แถมฐานะที่บ้านยังรวยกว่าอิชั้นตั้งไม่รู้กี่เท่า
แล้วคนที่มีเงินทองเหลือเฝือเขาจะมาหาแดกกับข้าวของราคาแค่ไม่กี่บาทในห้องนี้ได้ยังไง

อมยิ้มชื่อ iamkantaa ก็ตอบกลับไปว่าหล่อนก็ลองคิดดูสิคะถ้าอีแม่ตูนมันมีอันจะกินจริงๆ
ทำไมมันถึงต้องมารอรับของแจกฟรีในห้องนี้เป็นประจำด้วยล่ะ เท่าที่อิชั้นจำได้เวลามีใครแจกฟรี
อีแม่ตูนคนนี้มันไม่เคยพลาดซักงานเลยนะคะ!! แถมเวลาซื้อของในห้องนี้แม่งต่อราคาแหลกลาญเลยนะคะเธอจ๋า!!

แม่ๆคนอื่นๆก็ออกมาแฉมั่ง อย่างอมยิ้มคนนี้แฉว่าเธอเคยยกขวดนมราคาสี่สิบบาทให้กับแม่ตูนฟรีๆ
แต่ปรากฏว่าในเวลาต่อมาอีแม่ตูนกลับเอาขวดนมที่เธอยกให้ฟรีๆมาขายในห้องชานเรือน!!

iamkantaa ก็เย้ยหยันแม่ตูนว่าเป็นไงล่ะคะอีตอแหล มึงไม่คิดจะเข้ามาแก้ตัวหรือสารภาพผิดมั่งเลยรึไง?
แล้วมึงคิดว่าแม่ที่ทำตัวสันดานแบบนี้ มันจะมีปัญญาเลี้ยงลูกให้โตขึ้นเป็นคนดีของสังคมได้เหรอคะ!?
![]()
ในที่สุดแม่ตูนก็เข้ามายอมรับผิดและบอกว่าเธอจะไม่ขอแก้ตัวอะไรทั้งนั้น เธอขอรับผิดทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนสาเหตุที่เธอกระทำการอุกอาจเช่นนี้เธอไม่ขออธิบาย แต่ขอให้แม่ๆชาวชานเรือนยกโทษและให้โอกาสเธออีกครั้งจะได้มั้ย!?
และที่เธอเพิ่งจะออกมารับผิดเอาป่านีน้ก็เพราะอมยิ้มบางคนในกระทู้นี้มันก่นด่าสาปแช่งยังกับว่าอิชั้นไปฆ่าพ่อใครมา
ถามหน่อยเถอะค่ะว่าการที่อิชั้นหาแดกกับความเอื้ออารีย์ของทุกท่านมันมีความผิดร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ!?

iamkantaa ก็บอกกับแม่ตูนว่าไม่ว่าจะเป็นความผิดดร้ายแรงระดับฆ่าคนตาย หรือความผิดในเรื่องหยุมหยิม
อย่างเช่นการฉ้อโกงทรัพย์หรือเอาของที่ได้รับมาฟรีๆไปขายหาเงินเข้ากระเป๋า มันก็เป็นความผิดเหมือนกันทั้งนั้น
มึงอย่ามาด่าแม่ๆแถวนี้ว่าไม่เปิดใจให้โอกาสมึงกลับตัวกลับใจเลยค่ะ เพราะเหตุการณ์นี้มันไม่ใช่ครั้งแรก!!
และพวกอิชั้นให้โอกาสมึงมาหลายหนแล้วแต่มึงก็ไม่รู้จักเข็ดหลายบและสำนึกผิดซักที
การที่มึงออกมาขอโทษหนนี้มันไม่ได้เป็นเพราะมึงสำนึกผิดจากใจหรอก แต่เป็นเพราะมึงกำลังจำนนต่อหลักฐานต่างหากล่ะ!!

แม่ๆชาวชานเรือนคนอื่นก็สวดอีแม่ตูนเป็นเสียงเดียวกันว่ามึงไม่ได้สำนึกผิดจากใจจริง
และที่มึงขอโทษทุกคนเมื่อกี้มึงก็แค่ขอโทษแบบขอไปทีให้เรื่องมันจบๆก็เท่านั้น!!
ถ้ามึงยังอยากที่จะสิงสู่อยู่ในห้องชานเรือนต่อไป มึงต้องแสดงให้พวกกรูรับรู้ได้สิคะ
ว่ามึงสำนึกผิดจากใจจริงและจะไม่กลับไปทำตัวเหี้ยๆแบบนั้นอีกแล้ว!!
แต่ถ้ามึงยังมีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อิชั้นสงสัยเหลือเกินว่ามึงจะสอนให้ลูกเป็นคนดีได้อย่างไร?

แม่ตูนก็โวยกลับไปว่าพวกมึงอย่าเอาลูกของอิชั้นมาเอี่ยวกับเรื่องนี้สิคะ!!
อิชั้นไม่ได้ชั่วช้าสามานย์เลวระยำบัดซบจนถึงขั้นไม่มีปัญญาสั่งสอนลูกซักหน่อย
และที่อิชั้นขอโทษพวกหล่อนทุกคนก็เป็นเพราะอิชั้นสำนึกผิดแล้วจริงๆนะคะ แต่ถ้าพวกหล่อนไม่เชื่อ
จะให้อิชั้นทำยังไงพวกหล่อนถึงจะสาแก่ใจและยอมรับคำขอโทษของอิชั้นซักที!!

ชาวชานเรือนก็บอกกับแม่ตูนว่ามึงจะมาถามพวกชั้นทำไมคะ? มึงเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมา
มึงก็หัดคิดเอาเองสิคะว่าควรจะทำยังไงเพื่อเรียกความเชื่อใจคืนมาจากเพื่อนสมาชิก!!
และมึงจงคิดให้ดีๆนะคะว่าถ้าเกิดลูกมึงโตขึ้น และได้มารับรู้วีรกรรมของแม่มันในอนาคต
ลูกของมึงจะเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหนที่มีแม่ทำตัวสันดานแบบนี้!!

บ้างก็บอกว่าจู่ๆจะให้พวกอิชั้นยกโทษให้มึงและเลิกแล้วต่อกันมันง่ายเกินไปรึเปล่าคะ!?
ความผิดของมึงมันเกิดจากการไตร่ตรองและวางแผนมาเป็นอย่างดี
ไม่ได้เกิดจากความประมาทรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นต่อให้มึงยอมสารภาพผิดและเลิกทำตัวเหี้ยๆเช่นนั้นอีก
ก็คงต้องใช้เวลานานโขเลยกระมังคะกว่าพวกชั้นจะไว้วางใจมึงได้ดังเดิม!!

แม่ตูนเห็นชาวชานเรือนตอบเช่นนั้นก็แขวะชาวชานเรือนว่าอิชั้นก็กะแล้วล่ะค่ะว่าคนอย่างพวกมึง
ต่อให้อิชั้นสารภาพและยอมรับผิดทั้งหมด แต่พวกมึงก็ยังไม่ยอมเลิกราอยู่ดี!!
เอาเป็นว่าใครไม่ยอมให้อภัยอิชั้นก็เรื่องของพวกมึงนะคะ แต่จำเอาไว้ให้ดีถ้าวันหน้า
มึงทำผิดเล็กๆน้อยๆอย่างอิชั้นมั่ง แต่โดนคนรุมต่อว่าและซ้ำเติมทั้งๆที่มึงยอมขอโทษแล้ว
วันนั้นพวกมึงก็จะเข้าใจเองแหล่ะค่ะว่าความรู้สึกของอิชั้นในวันนี้มันเป็นเช่นไร!!

แม่ ink ก็ถามแม่ตูนว่าไหนๆหล่อนก็ยอมรับสารภาพผิดแล้ว หล่อนจงบอกมาตามตรงเถิดค่ะ
ว่านอกจากแม่ตูนกับพรุ่งนี้ฯแล้ว หล่อนยังมีอมยิ้มชื่ออะไรที่ใช้ทำมาหาแดกในห้องนี้!?
ไม่ทราบว่าไอ้อมยิ้มชื่อ “รักเธอที่เป็นเธอ” นี่มันเป็นอมยิ้มร่างแยกของมึงอีกอันรึเปล่าคะ!?

แม่ตูนก็ตอบกลับไปว่าอมยิ้มนั้นไม่ใช่ของอิชั้นค่ะ แต่เป็นของผัวอิชั้นต่างหาก!!
แบบว่าผัวอิชั้นเขาอยากซื้อของให้ลูกบ้าง ก็เลยใช้อมยิ้มอันนั้นมาช๊อปปิ้งในห้องนี้ค่ะ!!

แต่บรรดาแม่ๆก็ไม่เชื่อที่แม่ตูนพูด ถามกลับไปว่ามึงแน่ใจเหรอคะว่าอมยิ้มชื่อ “รักเธอที่เป็นเธอ”
คือผัวของมึงจริงๆ!? อิชั้นเห็นอมยิ้มคนนี้มารับของแจกฟรีในห้องชานเรือนบ่อยฉิบหายเลยนะคะ
บางทีคนที่ใช้อมยิ้มอันนี้ไม่ใช่ผัวมึง แต่เป็นตัวมึงนั่นแหละก็เป็นได้นะคะ!!

บ้างก็แขวะแม่ตูนว่าผัวมึงนี่เก่งนะคะ มีเวลามานั่งอ่านกระทู้ในห้างชานเรือนทั้งวัน
กระทู้ไหนแจกของฟรีผัวมึงก็ได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านตัลหลอด
แถมผัวมึงยังต่อราคาเก่งโคตรๆจนผู้หญิงอย่างอิชั้นอายเลยล่ะค่ะ!!

อมยิ้มคนนึงชื่อ “nu_koy2523″ ก็มาแฉแม่ตูนมั่งว่าอีนี่มันเคยขายของเล่นมือสองให้อิชั้นในราคา 7000 บาท!!
ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาสินค้ามือหนึ่งในขณะนั้นมากๆ แถมยังเบี้ยวไม่ยอมแถมตุ๊กตาให้เหมือนที่ตกลงกันตอนแรกด้วยนะ!!

iamkantaa ก็เข้ามาสุมไฟโดยบอกกับ “nu_koy2523″ ว่าหล่อนรู้มั้ยล่ะคะ
ว่าไอ้ของเล่นชุดนั้นที่มันขายให้หล่อนเนี่ย มันก็ซื้อต่อมาจากชาวบ้านอีกทอดเหมือนกัน
ดังนั้นของที่หล่อนได้ไปไม่ใช่มือสองแต่เป็นมือสามค่ะ!! แถมมันยังซื้อมาในราคาไม่ถึงห้าพันด้วยนะคะ!!

แม่ตูก็ด่า iamkantaa ว่ามึงไม่รู้4รู้8อะไรอย่ามาพูดจามั่วซั่วแถวนี้นะคะ!!
ของเล่นชุดนั้นที่อิชั้นขายให้ no_koy2523 เป็นของมือหนึ่งที่อิชั้นซื้อมาเองกับมือ
และมันก็แทบไม่ได้ใช้งานเลยเพราะลูกอิชั้นเอามันไปเล่นน้อยมาก
ทำให้สภาพมันดีโคตรๆ ถ้าไม่เชื่อหล่อนก็ไปถามจากคนที่ซื้อต่อไปจากชั้นดูสิยะ!!

iamkantaa ก็แขวะกลับว่าน้ำหน้าอย่างหล่อนเนี่ยนะจะลงทุนถึงขั้นซื้อของเล่นมือหนึ่ง!!
คนที่ชอบของแจกฟรียิ่งกว่าอาหารสามมื้อ แถมยังเลือกซื้อของมือสองในราคาถูกฉิบหายตลอดอย่างหล่อน
จะลงทุนถึงขั้นซื้อของเล่นมือหนึ่งได้ไง? ถ้าหล่อนมีหลักฐานก็ลองเอาใบเสร็จมายืนยันให้อิชั้นดูสิคะ!!
แต่อิชั้นจำได้รางๆค่ะว่ามึงซื้อมือสองไปจากแถวนี้ในราคาไม่เกินห้าพันชัวร์ๆ!!

แม่ตูนก็ตอบกลับไปว่าถึงอิชั้นจะชอบของแจกฟรีและชอบซื้อของราคาโคตรถูก แต่อิชั้นขอสาบานต่อฟ้าเลยนะคะ
ว่าของเล่นชุดนั้นอิชั้นซื้อมือหนึ่งในราคาเจ็ดพันกว่าบาทจริงๆ!! แต่ถ้าหล่อนไม่เชื่ออิชั้นก็จนปัญญาค่ะ
ส่วนหลักฐานเช่นใบเสร็จรับเงินอิชั้นไม่สามารถหามายืนยันกับหล่อนได้ค่ะ เพราะอิชั้นจ่ายสดและใช้โทรศัพท์ซื้อขายตัลหลอด!!

iamkantaa ก็หัวเราะเยาะเย้ยและถากถางแม่ตูนที่ไม่มีปัญญาหาหลักฐานมายืนยัน
และบอกกับชาวชานเรือนว่าความจริงเป็นเช่นไร? อีนี่มันตอแหลรึไม่
อิชั้นว่าพ่อแม่พี่น้องทุกคนน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วนะคะ!!

จากนั้นแม่ๆในห้องชานเรือนก็รุมด่าแม่ตูนกันอย่างสนุกสนาน แม้ว่าเธอจะเพียรพยายามแก้ตัวเช่นไร
ก็หาได้มีผู้ใดเชื่อถือขี้ปากของเธอว์อีกเลย ดราม่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจงสารภาพผิดเมื่อมีโอกาส
อย่าเสือกไปสารภาพผิดตอนจำนนด้วยหลักฐาน เพราะเมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีความเห็นใจใดๆให้กับมึงเลยแม้แต่นิดเดียว
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? คนที่คุณธรรมเล็กๆน้อยๆยังรักษาไม่ได้จะมีปัญญาไปสั่งสอนลูกเต้าให้เป็นคนดีได้หรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
++ขอถามแม่ๆในนี้ค่ะ แม่ๆคิดว่าใช่คู่เดียวกันหรือเปล่า++
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N11343386/N11343386.html
๙๙ว่าจะไม่แรง ของแรงซักทู้ค่ะ๙๙
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N11453536/N11453536.html








































ถ้าพลาดในเว็บพันดริฟท์ ทางออกที่สวยที่สุดคือหายไปแล้วสมัครล๊อกอินใหม่มาเล่น
แค่รองเท้า เด็กคู่เดียว …
มีสองอมยิ้มแล้ว อีกอันอ้างว่าอมยิ้มผัว
ต่อไปจะมีอมยิ้มอาม่า อากง ปะป๊า มะม้า ญาติพี่น้อง ฯลฯ ตามมาอีกมั๊ยเนี่ยะ
Talk of the ชะนี
Drama เป็นไงไม่รู้ แต่รูปประกอบ แจ่มมากครับจ่า
รอยสึกเหมือนกันเด๊ะ คู่เดียวกันฟันเฟิร์ม
แล้วที่ออกมาขอโทษ ถึงจะจริงใจก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเค้าจะต้องให้อภัยนี่หว่า
แต่พวกที่เข้าไปแจมด่านี่ก็เอามันส์อย่างเดียว ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอก
ส่วนตัวถ้าเป็นเจ้าของรองเท้าคงไม่ให้อภัยว่ะ เจตนาชัดเจนซะขนาดนั้น
จืดหว่ะ
ไม่อยากนึกเลยว่าลูกมันโตมาจะเป็นคนยังไง
นั่นไม่ใช่อมยิ้มกู!!!!!
..
..
อมยิ้มของอาม่ากูต่างหาก!!!!!
บรรดาแม่ๆ ในชานเรือน ประหยัดได้สุดยอดไปเลยนะฮ้าฟฟฟฟ
ดุกอุย wrote:
กูว่ากรณีนี้ไม่ใช่พลาดว่ะ พลาดคือไม่ได้ตั้งใจทำ หรือทำผิดไปเพียงครั้งสองครั้ง แต่นี่มันทำประจำจนติดเป็นสันดาน เจตนาทำแล้วทำอีกเห็นๆโอกาสสารภาพผิดก็มีตั้งหลายที่ แต่มันเลือกจะดริฟต์จนโดนหลักฐานต้อนจนมุมเอง อย่างนี้จะอ้างว่าพลาดแล้วร้องขอความเห็นใจไม่ได้ว่ะ
Admin wrote:
เปลี่ยนเป็น อย่าผิด เมื่อมีโอกาศเลยก็ดี
นึกถึงนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะเลยทีเดียว
จำไว้ บนโลกออนไลน์ อย่ากระแดะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว แล้วทำผิดพลาดลงไป
ไม่งั้นอนาคต คุณลูกอาจจะมาเห็นก็เป็นได้
ผมว่าแม่ตูนคงเป็นคนดีศรีสังคมอยู่แหละ … จนกระทั่งธนูปักที่เข่า
ข้อมูลเพิ่มเติม::
คุณตูน คนนี้ “”"เคยตั้งกระทู้จับแม่ค้าเนียน จนกลายเป็นกระทู้แนะนำ (ถ้ายังจำกันได้)”"”"
แต่
กลับทำซะเอง
เจริญเถอะ
สังคมมันคงเชื่อใจกันลำบากซะละมั้ง
ธนูปักที่เข่า
ใครรำคาญมุกนี้บ้างวะ
ใช้กันเกร่อจนแป้กแล้วว่ะ แรกๆกูยังขำ
กูเคยเจอกับตัว เป็นของสะสม ตอนแรกว่าจะขาย แต่มีคนมาขอ มันบอกตามหาอยู่ กูเห็นว่าเป็นเพื่อนในWEB เลยให้มันไป ส่งไปรษณีย์ให้ด้วยนะ เจออีกที แม่งขาย WEB อื่น มีการบอกด้วยว่า ถ้าโทร โทรมาด่าได้เลย
รอบแรก มันE-MAIL บอก ผมต้องใช้เงินครับ
รอบ 2 ผมขายของเอาเงินไปบริจาค
รอบ3 แฟนผมหยิบมาโพสขายโดยไม่บอกผมครับ
รอบ 4 เอารูปถ่ายของชิ้นนั้น มาบอก ผมไม่ได้ขาย ผมลองใจท่าน
กูบอก ช่างเหอะ ผมให้คุณไปแล้ว เสียความรู้สึกไปแล้วจะทำอะไรเรื่องของคุณ รายการซื้อขาย ชื่อคนโอนเงินก็มี
อะไรก็ไม่รู้ แต่ส่วนตัว ถ้าผมมีลูก ผมจะซื้อของมือหนึ่งให้ลูกใส่ดีกว่า เพราะดูสภาพรองเท้าในภาพแรก
ถึงจะเป็นคิตตี้ แต่สภาพมันโทรมซะขนาดนั้น มีลูกซักคน จะให้มันโตมากับของเหลือชาวบ้านทำไมกัน
ของเล่นมือสองอะไรผมพอจะโอเคนะ
แต่ขวดนม, เสื้อผ้า, รองเท้า ของที่ลูกต้องใช้ ต้องสัมผัส หาของใหม่ๆดีๆดีกว่ามั้ย
(ป.ล. สมัยเด็กผมมีปม ได้แต่ของเหลือจากพี่ๆ ญาติๆตลอด ใส่ไปไหนก็โคตรจะอาย ตะเข็บลุ่ย สกรีนลอก บลา บลา ฯ)
เอ่อ ขอโทษนะครับ เปลี่ยนจากสารภาพบาปเมื่อมีโอกาส เป็น
อย่าก่อดราม่ากากๆ ก่อนจะกลายเป็นดราม่าแห่งแผ่นดิน
นึกถึงเด็กเลี้ยงแกะเลยว่ะ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
คิดว่าซ้ำเติมกันเกินไปนะ มันจะตอแหล เชื่อไม่ได้อีกก็เก็บไว้กับตัว น่าจะประจานกันพอละนะ
ไม่ได้อยู่ในเหตการณ์แต่อ่านๆไปก็สงสารเหมือนกัน
สุดยอดดด wrote:
ก็เค้ารู้ทางพวกนี้ไงหละครับ
เหยด เดี๋ยวการการโกงกันนี่เป็นความผิดไม่ร้ายแรงเหรอวะ สิ้นหวังแล้วกู
(-Goemon-) wrote:
ถ้าใจบริสุทธ์แล้วสนับสนุนโจรได้บุญ ? ธรรมมะแนวใหม่เรอะ
บัตรผ่านเมพ ๆ wrote:
ยามมันแค่บอกว่าเคยเป็นนักผจญภัยไม่ใช่เรอะ มันไม่ได้โม้ว่ามันเมพสักนิด
ในโลกTES นักผจญภัยถือเป็นอาชีพที่โครต Common มากๆ กากๆก็เป็นนักผจญภัยได้
แต่อาชีพการ์ดประจำเมืองสิ ต้องโหดพอสมควรถึงจะได้เป็น แล้วมันจะโม้ว่ามันเป็นนักผจญภัยที่ด้อยกว่ามาก่อนทำซากอะไร
ถ้ามันบอกว่ามันเคยเป็น Housecarl ของ Jarl ประจำเมือง หรือเป็น Guard Captain มาก่อนดิ ถึงจะเรียกว่ามันโม้
เอ๊ะ ถ้าไม่มีคนทะเลาะกันเราก็ไม่มีดราม่าอ่านกันล่ะสิเนี่ย
เฮ้ย กูอ่าน ดราม่านี้ไม่รู้เรื่องว่ะ
เลื่อนขึ้นลงๆ 3-4รอบล่ะ
ทั้งๆที่กูก็นักอ่านหนังสือดีๆคนนึงเลยนะ
อาจเพราะ สมองกูล้ามาทั้งอาทิตย์
หรือว่า
เพราะกูมองทุกอมยิ้มในพันติป ไม่มีดีสักคนกันแน่ว่ะ
ตกลงใครตัวโกงว่ะ เห็นนคนยุให้ทะเลาะก็เอี้ยพอดู
มัวแต่จ้องดูร่องตูดขาวๆ ของคุณแม่ลูกอ่อนในภาพประกอบ จนไม่มีสมาธิอ่านเลยครับจ่า
ออกแนวไม่มีอันจะกิน หรืออย่างไร แทบไม่ต่างจากขอทาน
ถ้าให้เจ๊แกไปช่วยแพคของช่วยน้ำท่วม คงหอบของกลับบ้านแน่ๆ
ดีใจชิบหายที่กูไม่ได้เกิดเป็นผู้หญิง อีเหี้ยรองเท้าแมร่งใส่ไม่รู้กี่ตีนแล้วยังเอามาดราม่ากัดกัน……………………………….ธนูปักเข่า กรูจะเอียนมุกนี้ชิบหาย เลิกเล่นเหอะ โคตรแป่ก ธนูพ่อธนูแม่งมึงดิ
ดราม่าตอนนี้มันส์ชิบหายเลยหวะ
จริงๆได้ฟรีมาแล้วขายต่อไม่รู้สึกว่าผิดนะ เพราะมันต้องดูหลายๆอย่างประกอบ
1.) ถ้าไม่ได้ให้ในกรณีที่บริจาคผ่านคนกลาง หวังจะไปถึงมืออีกคนนึง ก็ถือว่าหลังจากให้แล้ว คนที่รับของเค้าเป็นเจ้าของวัตถุนั้นๆแล้ว การที่เค้าจะทำอะไรกับวัตถุนั้นๆต่อ ก็ไม่ใช่ธุระของเราแล้ว แต่ถ้าในกรณีแบบบริจาคหวังไปถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่อาสาสมัครผู้รับของกลับแฮ๊บไปนี่ ถือว่าคนละกรณี
2.) ถ้าผู้ขาย ขายโดยบอกความจริงว่า “เป็นของมือสอง” ก็ไม่เห็นว่าจะเข้าข่ายหลอกลวง ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องบอกต้นทุนของของที่ได้รับมาเลย บอกแค่สภาพของกับความจริงที่ว่าเป็นของมือสองก็พอแล้ว ถ้าไปขายต่อโดยบอกว่าเป็นของมือหนึ่ง อันนี้ถึงจะเป็นความผิด
เข้าใจว่าผู้ให้เห็นของที่ตัวเองให้ฟรี ไปประกาศขายอยู่ ก็ย่อมรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ต้องตั้งสติและคิดให้ดีๆว่า ถูกต้องกับถูกใจมันไม่เหมือนกัน เค้ามีสิทธิทำเช่นนั้นได้ เพราะเรามอบของให้เค้าไปแล้ว ถ้าไม่ถูกใจ คราวหน้าก็ไม่ต้องให้อีก
เพิ่มเติม
ถ้าทำจนจะเป็นธุรกิจหลักอยู่แล้วนี่ ก็ออกจะเสียมารยาท และจะไปรบกวนคนที่ต้องการจริงๆ
เอาจริงๆความผิดก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก มันผิดมารยาทมากกว่าซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความอดทนของแต่ละคนอีก แต่นี่เจ๊แกเล่นแถ-แหล-หลอก จนแผลถลอกหลบหนีไม่ได้ เลยทำให้แรงถล่มที่ตามมาสูงขึ้นเป็นทวีคูณ
ชวนให้คิดว่า ถ้ารีพลายแรก เจ๊แกมาสารภาพ แล้วขอโทษที่ทำให้รู้สึกไม่ดี จะยังมีการถล่มด่าแบบนี้อีกรึเปล่านะ
ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า
ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า
ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า
ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า
ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า
ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า ธนูปักเข่า
ตัลหลอด
- -”
อ่านแล้วคิดว่า ที่เค้าโวยวายเรื่องเอาของบริจาคไปขาย เพราะแทนที่ของบริจาคมันจะไปถึงมือคนที่เค้าลำบาก
ไม่มีปัญญาซื้อจริงๆ มันกลับตกไปเป็นของซื้อของขายหากำไรของคนที่ไม่ได้ลำบากอะไรมากกว่านะ
ประเด็นบริจาคแล้วไหนว่าจะเอาไปใช้ กลับเอาไปขายแทน ผิดวัตถุประสงค์การให้ น่าจะรองๆลงมา
เดี๋ยวนี้ของเล่นของใช้เด็กมันแพงน่ะ (เวลาคนในแวดวงที่รู้จักคลอดลูกทีแล้วต้องซื้อของขวัญให้นะ น้ำตาแทบไหล
) แม่ๆที่เค้าบริจาคเค้ามีกำลังซื้อของดีๆมาใช้ เมื่อลูกเค้าใช้ไม่ได้แล้ว ก็บริจาคไป
อะไรวะ ชิ้นนิดเดียว เป็นพัน
หวังว่าคนที่ลำบากกว่าเค้าจะได้เอาไปใช้ได้ หัวอกพ่อแม่ไง จะยังไงก็อยากให้ลูกได้ใช้ของดีๆ
ก็เห็นใจพ่อแม่คนอื่นที่กำลังทรัพย์จำกัด บริจาคของให้
บางคนเค้าก็อาจจะคิดว่าเออ ของแบรนด์มือสองมันก็ยังดีกว่าของตลาดนัด 3 ชิ้นร้อย ไรงี้แหละ พี่ที่กุรู้จักคิดแบบนี้เป๊ะ
ชีก็วนๆอยู่ในห้องนั้น คอยสอยของมือสองให้ลูกอยู่ บางทีของมือหนึ่งที่ซื้อมาแล้วลูกชีใช้ไม่ได้ ก็ปล่อยขายเหมือนกัน
แต่เจ๊นี่แถแหลกอ่ะ อ่านแล้วเพลีย -*-
ส่วนตัวคิดว่าพวกของที่มันส่วนตัวมากๆอย่างขวดนม รองเท้า เสื้อผ้าไรงี้ ถ้ามีลูกก็อยากให้ใช้มือหนึ่งนะ
ไม่ต้องแพงมากก็ไม่เป็นไร ตามกำลังเราละกัน แต่ของบางชิ้นอย่างรถเข็น ของเล่น สระน้ำไรงี้
คิดว่ามือสองก็ไม่มีปัญหาอะไรอ่ะ เลือกที่สภาพดีๆก็โออยู่
นักสืบพันติ๊บทำงานหนักจังนะคะ
กับสังคมคุณภาพแห่งนี้
โหยจ่า ไอประโยคที่”ดังนั้นแม่ink จึงขอเอาชื่อเสียงคุณปู่เป็นเดิมพันว่าถ้าอีพรุ่งนี้ฯกับแม่ตูนไม่ใช่คนๆเดียวกัน”
นั่นมันประโยคเด็ดของ คินดะอิจิ นี่หว่าจ่าอ่านด้วยรึนี่
มีสองอมยิ้มใช่มะ
ถ้าอยากรู้ว่ามันเป็นคนเดียวกันหรือไม่ มึงไปถามไอ้ Falcon สิวะ
หาแดกบนความเชื่อใจ อาชีพนี้แหละหาแดกได้รวยสุดๆ ลงทุนไม่ต้อง ภาษีไม่ต้อง กุ๊กครวยยยย
เมื่อจับขโมยได้แล้วก็ดีไป…แต่การไปทับถมเพิ่มมันใช่การแก้ปัญหาเหรอวะคับ
มันแลดูจะเป็นการสุมไฟแค้นให้เขากลับมาทำแย่ๆอีกไม่ใช่เหรอไง
อายุอานามก็มากโขกันแล้ว…ปล่อยวางกันซะบ้างเถอะแม่ๆ
ของบริจาคเนี่ยถ้ารับมาแล้ว เอาของไปขายเท่ากับตัดสิทธิ์ให้กับคนที่จำเป้นต้องใช้จริงๆ
กรณีนี้ผมเรียกว่าเห็นแก่ตัวครับ คนให้ก็เสียความรู้สึกเพราะเขาอยากให้คนที่เอาไปใช้เกิดประโยชน์
ไม่ใช่พวกคนเห็นแก่ตัวเอาไปขาย เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
จะอ้างว่าเดือดร้อนเรื่องเงินฟังดูแล้ว ก็เหมือนแก้ตัวแบบทุเรศๆ
คนเขามันเห็นแก่ตัวกันทุกคนแหละ เพียงแค่ว่าจะเห็นแก่ตัวมากหรือน้อย จะแสดงความเห็นแก่ตัวแบบหน้าด้านๆ แค่ไหน
อันนี้อยู่ที่จิตสำนึกล้วนๆ
ของที่ให้ไป คนที่เขาให้ก็อยากให้นำไปใช้นะ ไม่ใช่เอาไปขายแบบนี้ งั้นคนขอก็ครวขอเป็นเงินเลยหมดเรื่องจะได้ไม่เสียเวลาเอาของไปขายอีก
บางคนอาจจะว่าให้แล้วเค้าจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเค้า
อันนี้มันต้องดูเจตนาแรกเริ่มนะครับกับการให้เนี่ย
ให้เพราะอยากช่วยๆ กันกับพวกแม่ๆ กับคนที่เค้าไม่ค่อยมีคือเหมือนช่วยๆ กัน
แต่พอให้แล้วเอาไปขายต่อเนี่ย มันผิดเจตนาแรกเริ่มของเค้านะ สำหรับผม ผมว่าการด่าเนี่ย คือไม่เรียกว่าเกินไปยิ่งมีพฤติกรรมแบบนี้หลายครั้งเนี่ย ยิ่งดูแล้วมันจะกลายเป็นความเห็นแก่ตัวที่จะฝังไปในสันดานมากกว่า
คิดดูง่ายๆ นะ
ถ้า มีของชิ้นหนึ่งที่คนสองคน(บอกว่า)ต้องการใช้
นาง เอ กับนาง บี เดือดร้อนเหมือนกัน แต่นางเอสร้างภาพได้เก่งกว่า คารมดีกว่า จะใช้ไม่ใช้ไม่รู้แหละแต่กูอยากได้ แต่กับอีกคนเนี่ยต้องการใช้จริงๆ แต่พูดไม่เก่ง นางเอเลยได้ไป แล้วคราวนี้คนให้ดันไปเจอไอ้ชิ้นที่ว่าต้องการให้เนี่ยที่ตลาด เป็นใครก็จี๊ดว่ะ
ในขณะที่นางเอ แม่งตัดโอกาสนางบีแถมยังเอาไอ้ของที่บอกว่าต้องการใช้ไปขายต่อเนี่ย มันสมควรแล้วเหรอ คิดดูเอาตรรกะง่ายๆ อย่ามาโลกสวยอย่างโน้น นี้ว่าให้แล้วจะแคร์ทำไมว่าจะเอาไปทำอะไร ที่ให้เพราะเราไม่ค่อยได้ใช้ทิ้งไปก็เสียของ ให้คนอื่นใช้ยังดีกว่า ถ้าให้แล้วเอาไปขายต่อเนี่ย คนให้ขายเองไม่ดีกว่าเหรอ เพราะคนออกเงินมาตอนแรกมันคือคนให้นิ ถึงจะเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็ไม่ใช่ให้ฟรีจริงไหม??
คุณแม่พันดริ๊ฟ
เบื่อคนเล่นมุก Arrow in the knee มาก

ไม่ได้เบื่อที่มุกน่ะ แต่ที่เบื่อที่คนเล่นบางคน มันยังไม่รู้เลยว่า Skyrim คืออะไร
ตามกระแสแมร่งอย่างเดียว…
จ่าก็สารภาพมาซะว่าเป็นเกย์ สารภาพมานะ เร็วเซ่ !!!
พันดริฟท์ สังคมออนไลน์คุณภาพ… Then it took arrow in the knee…
“อะไรที่ตัดใจให้เค้าไปแล้ว ก็ช่างเค้าเถอะคับ เค้าจะเอาไปขาย ให้ต่อ ทิ้งขว้าง อะไรยังไงก็ช่าง เอาแค่ผลบุญผลทานกับความสุขในการกระทำก็พอ”
—————————-
เมื่อตอนที่ให้ ผลบุญนั้นเกิดไปแล้ว
แต่กรณีที่คุยกันอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องข้อแม้ (จขกท.เขาก็ไม่ได้บอกว่า ตอนให้ มีข้อแม้ว่าต้องไม่เอาไปขาย) แต่เป็นเรื่องของมารยาททางสังคม (ถ้าเรายังไม่ต้องเอาหลักศีลธรรมเข้ามาจับ) อีกประการหนึ่ง การที่มีคนไปขอรับของฟรี เพื่อเอาไปขายต่อนั้น มีเรื่องของการตั้งราคา โกงราคา และอื่นๆอีกเยอะ ซึ่งแน่นอนว่า คนทำ ไม่ใช่คนดี และนี่ก็เป็นการประจานความประพฤติไม่ดีของคน
ใจของผู้ให้ และการให้นั้นเป็นบุญไปแล้วแน่นอน แต่การเอาของที่ให้ไปขายต่อ เป็นบาปของคนๆที่ทำ ยิ่งถ้าตอนเขาขอรับ บอกว่า”ไม่มีของกินของใช้ ต้องเอาไปใช้เลี้ยงลูก” แล้วกลับเอาไปขายต่อเสียดื้อๆ อย่างนี้ก็เท่ากับหลอกลวงผู้ให้
สมมติตัวอย่างว่า
- มีหน่วยงานใดหน่วยงานนึงของรัฐ ขอรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย พอได้ของได้เงินแล้ว แทนที่จะเอาไปแจก กลับเอาไปขายต่อ
- พระ (ปลอม) เดินบิณฑบาต ชาวบ้านถวายอาหารด้วยศรัทธา พระ(ปลอม – จริง) กลับเอาไปขายคืนแม่ค้า แล้วแบ่งตังค์กัน
กรณีตัวอย่างแบบนี้ คุณคงจะพูดได้อย่างหน้าชื่นตาบานว่า “ให้ไปแล้วก็แล้วกันไปเถอะ” ได้อย่างเต็มปากสินะครับ
แล้วบางที จขกท. หรือคนในห้องชานเรือนเอง เขาอาจจะไม่คิดแม้แต่ว่า เอาของที่เขาให้แล้วไปขายก็ได้ แต่คล้ายๆกับจะเตือนว่า “คนๆนี้ขอรับของฟรี ไปแล้ว เอาไปขาย (ทั้ง ๆ ที่คนอื่นที่เขาขาดแคลนจริง ๆ ควรจะได้ )”
คุณก็คงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ให้ไปแล้วก็ให้ไปเถิด…” สินะครับ
มีุพุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่งว่า “วิเจยฺยทานํ สุคตปฺปสตฺถํ – การใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงให้ พระสุคตเจ้าทรงสรรเสริญ”
“ดราม่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจงสารภาพผิดเมื่อมีโอกาส
อย่าเสือกไปสารภาพผิดตอนจำนนด้วยหลักฐาน
เพราะเมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีความเห็นใจใดๆให้กับมึงเลยแม้แต่นิดเดียว”
ไม่จริงครับ
ต่อให้ไม่มีหลักฐาน
แต่ถ้าสารภาพ
ไม่ว่าจะขั้นตอนไหนก็ตาม
ก็ไม่ได้รับความเห็นใจเช่นกัน
ถึงๆด้บอกไง ไม่ให้ยังซะดีกว่า อ่านไม่ออกเหรอ Tg wrote:
ผมว่ามันต้องมีดราม่า ธนูปักเข่า เร็วๆนี้แน่
เฟลว่ะ ดราม่านี้ ไม่มี “อา่ม่า”
(-Goemon-) wrote:
มึงนี่คิดเหมือนหลายคนในห้องเห็บหมาจตุจักรเลยว่ะ อยากบริจาคเงินช่วยเหลือหมาแมว แต่ไม่สนใจห่าอะไรเลยว่าเงินที่ให้ไปจะเอาไปเลี้ยงดูหมาแมวจริงมั้ย ถึงจะไปเข้ากระเป๋าใครก็ไม่สน เพราะถือว่าตัวเองบริจาคแล้ว ได้บุญแล้ว ไอ้คนรับเงินจะเอาเงินไปทำเหี้ยอะไรก็ช่างหัวมัน ถ้าคิดกันอย่างนี้จะบริจาค จะแจกของฟรีๆ ให้คนอื่นทำไมว่ะ ให้ไปเพียงเพื่อจะซื้อผลบุญเท่านั้นหรือไง
(-Goemon-) wrote:
ก็ใช่ไงวะ เพราะมีไอ้พวกหากินกับความเอื้อเฟื้อของคนอื่นนี่แหละ ทุกวันนี้คนถึงไม่ค่อยอยากบริจาคอะไรกัน แต่คนที่บริจาคไปแล้ว ทำไมเขาจะตรวจสอบไม่ได้ว่าคนรับเอาไปใช้ทำอะไร ในเมื่อคนให้เขาให้เพราะต้องการให้เอาไปทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ให้แล้วเอาไปโยนทิ้งเฉยๆ นี่หว่า
งิส wrote:
ดราม่านี้มีใครยุให้คนอื่นทะเลาะกันแล้วเหรอวะ ชี้ตัวมาหน่อยซิ แล้วบอกด้วยนะเว้ยว่ายุยังไง
Jingobar wrote:
คนที่รู้ข้อมูลเค้าก็คงแค่บอกเล่าให้ฟัง ว่าเจออะไรมาบ้าง หรือถ้าเอ็งเจอ คนโกงเอ็ง เอ็งจะไม่ให้ข้อมูลแก่คนอื่นบ้างหรือ อย่างน้อยก็ได้รู้สันดานกันเห็นๆ หรือคนที่ไปหาข้อมูลมาก เอ็งหาว่าเค้าไปยุให้คนอื่นทะเลาะกัน ลองเอ็งโดนซักตั้ง อาจดิ้นพลากๆๆๆก็ได้
อีแม่ตูนแม่งผิด คงไม่ต้องเถียงกันแล้วเพราะความเห็นเป็นเอกฉันท์
โจรผู้ร้ายขึ้นศาลต่อสู้คดีว่าตัวเองไม่ผิด ไม่ยอมรับ….สุดท้ายศาลตัดสินลงโทษ เขายังไม่ลดโทษให้เลย(โว้ย) อีห่าแม่ตูนมายอมรับผิดเอาตอนที่จำนนต่อหลักฐาน สำนึกผิดจริงๆรึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วยังจะหวังให้คนลืมๆไปซะยกโทษให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง
ในกรณีแบบนี้ การถูกประนามและถูกอัปเปหิออกจากสังคม คือสิ่งที่มึงต้องยอมรับ ไม่ใช่มาสวมบทนางเอกถูกรังแก…..ฮ่วย
แต่สำหรับ iamkantaa ที่ตอนหลังโผล่มาสุมไฟ มันก็ทำไม่ถูก ถ้ามึงจะไปกล่าวหาว่าอีแม่ตูนซื้อของพวกนั้นมือสองมาในราคาไม่เกิน 5 พันบาท มึงก็ต้องเอาหลักฐานมาโชว์ด้วย ไม่ใช่พูดลอยๆว่า “ถ้าจำไม่ผิด” (อีห่า..แล้วถ้ามึงจำผิดหละ
) เวลาขึ้นศาล มึงจะกล่าวหาใครมึงยังต้องแสดงหลักฐานให้เห็นว่าผิดจริง
แล้วค่อยให้ฝ่ายจำเลยเอาข้อแก้ต่างหรือ alibi มายัน(ถ้ามี)โว้ย……
ไม่ใช่มึงกล่าวหาลอยๆแล้วเรียกหาให้เขาเอา alibi มาแสดงว่าเขาบริสุทธิ์
ถามจริง มึงเคยอ่านคินดะอิจิมั้ย เคยเห็นไอ้คินฯมันปิดคดีกล่าวหาคนเป็นฆาตกรโดยพูดแค่ “ถ้าจำไม่ผิด….กูว่ามึงเป็นคนฆ่าชัวร์” รึเปล่าวะหา
ดราม่านี้สอนให้รู้ว่า..ผู้หญิง แม่งน่ากลัวว่ะ จำได้หมดทุกเม็ดทุกชอตเรยทีเดียว
psybuster wrote:
แล้วกรณีนี้จำเลยมีอะไรให้น่าเห็นใจเหรอวะ ชีขาดเงินจนต้องขายของที่ได้รับมาฟรีๆ หรือก็เปล่า ทำไปเพราะความจำเป็นอื่นๆ หรือก็ไม่ใช่ แล้วทำไมต้องเห็นใจเหรอวะ คนแบบนี้หลังสารภาพความผิด สิ่งที่ควรได้รับก็มีแต่ยังโดนด่าทอต่อว่าต่อไป หรือไม่ก็เลิกแล้วต่อกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่ไม่สมควรได้รับความเห็นใจว้อย!!!
แม่ชอบแฮ้บของฟรีไปขายต่อแบบนี้ ตกลงมันเอาอะไรให้ลูกของมันมั่งวะเนี่ย
(-Goemon-) wrote:
เอ็งนี่อาการหนักนะเนี่ย อ่านที่ตัวเองพิมพ์ยังไม่แตกเลย ขอแนะนำให้กลับไปอ่านคอมเม้นตัวเองใหม่ แล้วค่อยมาอ่านคำตอบกู
แม่ตูนก็เคยเป็นคนจับแม่ค้าเนียนมาก่อน

จนกระทั่ง
โดนธนูปักที่เข่า
เช่นกัน
Jar.Pichit used to be a man like you ,then he took a penis to the ass
จ่าพิชิตก็เคยเป็นผู้ชายเหมือนคุณ จนกระทั่งโดนกะเทยเข้าที่ตรูด
รับไม่ไหว
เพียงแค่ของเล็กน้อย ก็เผยสันดานคนได้
งกขั้นเมพจริงๆ 55+
เราเคยได้ของบริจาคในเกมนะ พวกเวลสูงจะแจกของให้เวลต่ำ… พอเลเวลอัพไปแล้ว สิ่งที่คนทำกันคือ เอามาประกาศบริจาคต่อค่ะ หรือไม่ก็คืนคนให้ ซึ่งส่วนใหญ่ คนให้ก็จะบอกว่า ถ้าไม่มีใครใช้แล้ว ก็เอาไปขายเถอะจ้า…
เป็นทางออกที่บริสุทธิ์ใจและโลกสวย และน่าจะเป็นจรรยาบรรณของคนรับของบริจาคด้วย
ก็ผมบอกแล้วไง ว่าไม่ให้ซะยังจะดีกว่า และผมก็ไม่ได้บอกว่าเค้าเป็นโจรนี่
ตัวจำเลย เค้าไม่ได้ขโมย แต่เค้าโกหก แล้วเอาของมาแอบขาย ใช่เค้าทำไม่ถูก ก็คือผิดนั่นแหละ
แต่ไม่ได้มีกฏหมาย ข้อไหน เอาผิดข้อนี้กับเค้าได้ นอกจากสังคมลงโทษ และไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์
และเค้าไม่ได้หลอกลวงด้วย ในทางกฏหมายเมืองไทย นี่เป็นการให้โดยเสน่ห์หา ยกเว้นกรณีเดียวเท่านั้นที่ยึดทรัพย์คืนได้
คือพ่อแม่ที่ให้ทรัพย์สมบัติต่อบุตรและบุตรไม่ได้ดูแลพ่อแม่ให้ดีพอ ทางกฏหมายถ้ามีหลักฐานพ่อแม่สามารถฟ้องบุตร
เอาทรัพย์โดยเสน่ห์หาเหล่านั้นกลับคืนได้ แต่นอกจากกรณีนี้แล้วนั้นถือว่าเป็นการให้โดยเสน่ห์หา เรียกว่า ซวย พลาด หรือโง่เอง ช่วยไม่ได้
บอกแล้วว่า ถ้าบริจาคแล้วกลัวจะเสียความรู้สึก หรือเคยเสียความรู้สึกกับคนที่บริจาค คราวหน้าก็อย่าบริจาค กับคนนี้อีกไง >> (ไม่ให้ยังซะดีกว่า จะมาเสียท่าอีก)
ไม่ชัดตรงไหนเนี่ย
และถ้าไม่เข้าใจความหมายคำว่า โจร ไปเปิดพจนานุกรมเอานะครับ
Tg wrote:
ไอ้สาเหตุที่ท่านด่าผมเนี่ยเพราะคนตอบคนแรกเค้าตัดมาแค่ท่อนเดียว ลองอ่านท่อนเต็มๆ นะ
อะไรที่ตัดใจให้เค้าไปแล้ว ก็ช่างเค้าเถอะคับ เค้าจะเอาไปขาย ให้ต่อ ทิ้งขว้าง อะไรยังไงก็ช่าง เอาแค่ผลบุญผลทานกับความสุขในการกระทำก็พอ
หากว่าเค้าเอาไปขายแล้ว รับไม่ได้ ไม่พอใจ ไม่ว่าจะเสียดายอยากได้เงิน หรือคิดว่า อ้างว่า ผิดหวังจากการกระทำนั้ๆ ก็จำไว้ แล้วก็ไม่ต้องให้อีกซิคับ
ใจท่านที่ให้แลัวไม่บริสุทธิ์ เพราะมีเงื่อนไขโน่นนี่นั่นแต่แรก ผลลัพท์ที่ได้กลับมามันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ไม่ได้บุญเลยด้วยซ้ำ ไม่ให้ยังซะดีกว่า จะมาเสียท่าอีก
ความหมายของผมไม่ใช่ไม่สนใจ หมายถึงถ้ารู้แล้ว พลาดแล้ว ก็ช่างมันเถอะ คือให้เจ็บแล้วจำ การไม่สนับสนุนจำเลยคนนั้นของผมในเคสคือ ก็ไม่ต้องให้มันอีก ส่วนพวกคุณอยากจะลงโทษทางสังคมกับเค้าโดยการบอยคอต ประนามเค้า ด่าเค้า มันก็ไม่ผิดเพราะเค้าทำผิดในทางศีลธรรมจริง แต่ทางกฏหมาย เราทำอะไรไม่ได้ เพราะการบริจาคเป็นการให้โดยเสน่ห์หา จริงๆ อยากจะต่อว่าคนผิดเหมือนกัน แต่บางครั้งมันก็เป็นการสร้างศัตรูไปเปล่าๆ ยิ่งหากคุณส่งของบริจาคให้เค้าทางไปรณีย์ แบบในเคสนี้แล้ว มันจะมีที่อยู่ผู้ส่ง คุณไปแค้นเคือง ประนามเค้า ในเว็บ เค้าแค้นเอาน้ำกรดมาสาด มาทำร้ายลูกคุณ ภรรยาคุณ หรือครอบครัวคุณมันจะเป็นยังไงต่อ มันคุ้มกันมั้ย คิดบ้างหรือเปล่าครับ
ส่วนคำถามที่สอง ผมก็ตอบแล้วไง ว่าไม่บริจาคยังจะดีกว่า คุณก็คิดเหมือนผมแล้วจะมา Quote ทำไมอีกละ
ความเห็นทั้งหมดผมแค่อยากให้ลดความผิดหวังลง ระวังและฉลาดให้มากขึ้น และไม่อยากจะให้สร้างศัตรูโดยใช่เหตุ แค่นั้นเอง
ผมเชื่อว่า คนที่ไม่พอใจจำเลยคงไม่มีใครออกมาด่ากันหมดทุกคน บางคนก็จะจำเคสนี้เอาไว้ และจะตรวจสอบก่อนบริจาค จะได้ไม่พลาดอีก และก็คิดว่าด่าไปก็ไร้ประโยชน์เปลืองตัวสร้างศัตรูโดยใช่เหตุเปล่าๆ เพราะสุดท้ายกฎหมายเราเอาผิดกับมันไม่ได้ คงได้แต่รอให้กรรมสนองมันเอง และกรรมในที่นี้ก็คือจำเลยอาจจะไม่มีคนเชื่อถือ และโดนประนามทางสังคม จากคนในเว็บหรือจากพวกคุณนั่นแหละ
จากที่ผมอ่านมาคุณจะมาใช้อารมณ์กับผมในเรื่องความคิดเห็นเกินไปมั้ยเนี่ย
คือหากยังใช้อารมณ์กันแบบนี้ สังคมในนี้มันก็ทะเลาะกันได้ทุกวัน มีดราม่าให้อ่านเรื่อยๆ แหละ เฮ้อ
Jingobar wrote:
Jingobar wrote:
เรื่องนี้ใกล้เคียงกับดราม่าโกงตังค์พระว่ะ สารภาพบาปเพราะจำนนต่อหลักฐานเหมือนกัน อ่าาา คุณธรรมแค่นี้เธอยังรักษาไม่ได้ แล้วอนาคตของชาติในมือเธอจะเป็นอย่างไร
admin เว็บนี้เคยเป็นเกย์มาก่อน จนกระทั้งธนูปักที่หัวเข่า…
เห็นรูปแล้วใจมันสั่นๆ
รองเท้าเด็กนี้มันจะซักกี่ตังเชียว ซื้อใหม่เรยไม่ดีก่าหรอ
นี้แหละพันทิพสิบปีที่แล้วเป็นยังไง สิบปีต่อมาก็เป็นอย่างงั้น นายว่าขี้ข้าพลอย ใช้สมองคิดเองกันไม่เป็น
Goemon หนีน้ำ wrote:
“คุณ” เพิ่งเล่นเว็บนี้เป็นครั้งแรกใช่มั้ยล่ะวะครับ ที่นี่ขึ้นมึงขึ้นกูเป็นปกติกันจนไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการด่าสาดเสียเทเสีย ก็เหมือนเพื่อนสนิทกันพูดกันนั่นแหละ ขึ้นมึงขึ้นกูปล่อยสัตว์สงวนอะไรกันไม่ได้หมายความเกลียดขี้หน้ากันมาเป็นร้อยชาติ ถ้ามันทำให้ “คุณ” รับไม่ได้ก็ขออภัยด้วย แต่ขอให้รู้ไว้ว่าสำหรับเว็บนี้เป็นเรื่องปกติ ถ้ารับคำระดับนี้ไม่ได้ก็จงเลิกเล่นที่นี่แล้วไปเว็บอื่นเสียเถอะ เว็บนี้ไม่เหมาะกับ “คุณ” หรอก
แล้วไอ้ คห นี้
Goemon หนีน้ำ wrote:
กูผมไม่ได้โพสต์ คุณมึงไป Quote อีท่าไหนมาวะครับถึงติดชื่อกูผมว่าเป็นคนเขียน
Goemon หนีน้ำ wrote:
ขออีก คห เหอะว่ะ มีประเด็นเยอะจริงวุ้ย
คุณไม่อยากให้โจทก์สร้างศัตรูเพิ่มด้วยการไปด่าทอกระทืบเหยียบซะจมดิน สำหรับคนที่ไม่อยากมีเรื่องมีราว นั่นก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่อีกบางคนเขาไม่กลัว เขาพร้อมจะมีเรื่อง เขาพร้อมจะสู้ เขาก็ย่อมสามารถเลือกที่จะไปฟาดฟันกับคนที่ทำผิดกับเขาได้จนกว่าจะพอใจ แต่แน่นอนว่าต้องฟาดฟันด้วยวิธีที่ถูกทำนองคลองธรรมและไม่เกินกว่าเหตุ ซึ่งการด่ากันผ่านเนตกูผมก็ไม่เห็นว่ามันจะผิดศีลธรรมหรือเกินกว่าเหตุอะไรเลย ส่วนไอ้เรื่องสาดน้ำกรดเนี่ย คุณกังวลเกินเหตุไปหรือเปล่าวะครับ
แต่สรุปแล้ว กูผมแค่อยากจะบอกว่า ทุกคนมีวิธีจัดการกับปัญหาตามแบบของตัวเอง คนนอกจะเอามาตรฐานของตนไปตัดสินว่ามันควรหรือไม่ควรก็ไม่ได้ตราบใดที่เขาไม่ได้ละเมิดศีลธรรม ถ้าเขาอยากฟาดฟัน ก็ปล่อยเขาไปเถอะ คนอื่นใช่ว่าจะต้องยอมกล้ำกลืนความเจ็บใจแล้วถอยฉากเหมือนคุณทุกคน
รู้สึกท้อ เจอแม่คนแบบนี้ เด็กรุ่นต่อไปมันจะเป็นยังไง
อ่อ นานแล้วว่ะแต่กูเบื่อเกรียนเข้าใจมะ สัดJingobar wrote:
ผมว่านะคนประเด็นเยอะนะมันคุณ ผมให้ความเห็นของผมแล้วเสือกมา quote ทำไมว่ะครับ
ผมไม่ได้บอกมาตรฐานผมว่าถูก แต่ไอ้คนที่มันให้จักรวาลหมุนรอบควยตัวเองนะมันคุณไม่ใช่หรือครับ
ที่มา Quote ความเห็นกู พอกูอธิบายก็มาหาว่ากูเยอะ พอกูบอกว่ามึงขึ้นมึงกู ก็มาหาว่ากูพึ่งมากูรับไม่ได้
รำคาญว่ะ อะไรกับกุมากว่ะ ควย
ไม่ชอบใจก้ไม่ต้องมา Quoteว่ะ
Jingobar wrote:
Jingobar wrote:
แล้วไอ้หมาขี้เรื้อนควยเน่าตัวไหน มันพิมพ์มึงกูข้างล่างเนี่ย มึงลูกคนเกิดปะเนี่ย
มารยาทดีไม่ชอบ มารยาทเหี้ยชอบ ได้เลยสัด สันดานมึงนะเกรียนไปวันๆ ในเมื่อมึงอยากชอบมึงกู กูจัดให้ละกันไอ้ด่างขี้เรื้อน สัด Jingobar wrote:
ที่ไปกดQuote มาจากความเห็น 124 ที่เป็นเรปของTg
กูไปหาว่ามึง พูดคำนี้ตอนไหนว่ะ มันQuote เบิ้ลมา กดมาเองแล้ว ไม่แหกตาดูรึไงว่ะ ไอ้ด่างขี้เรื้อน
หนองกินตามึงเรอะสัด โง่แล้วยังอยากเป็นคน ถุ้ย ไอ้ควยเน่า
Jingobar wrote:
แล้วถ้ามึงจะมาเห่ากับกูต่อก็ได้นะสัด ตัวเหี้ยๆ แบบมึงนี่กูชอบจัดเต็มได้
ภาษาคนดีมีมายาท มันพูดกับหมาขี้เรื้อนอย่างเอ็งไม่ได้ กูเข้าใจนานแล้ว
เออ อย่าเสือกไปเรปโน้นเรปนี้แล้วคอมเม้นท์เอามันส์เพราะอยากได้กิ๊ฟมากนะ ให้คนใส่ยาให้ซะบ้าง
เมิงไปหมาหลายๆเรปคนมันจะเตะซ้ำเด๋วแผลช้ำจนหนอนขึ้นะเว้ยเฮ้ย
น้ำหน้ำอย่าเมิงนะมันก็ด่างขี้เรื้อนจิ้ทมคีย์บอร์ดละว่ะ เดาว่าเมิงไม่ได้เกิดมาเป็นคน เออก็หมาขี้เรื้อนนี่นะกูหวังสูงไป
สมมุติว่าเมิงเกิดมาเป็นคน คงยังเกรียนเรียนไม่จบซินะ
ไม่เคยทำงานไม่เคยรับสังคมมนุษย์ก็งี้แหละ ดูสันดานก็รู้ ถ้าเป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไปก็ไม่ขนาดนี้
หมาขี้เรื้อนพยายามทำตัวเป็นไอสไตน์ขนาดไหนมันก็หมาขี้เรื้อนนั่นแหละว้า
เออกูไปนอนละน่ะด่าง
Jingobar wrote:
แถวบ้านกูมีร้านขาหมู เดะกูไปซื้อกระดูกมาให้แทะนะ
เมิงจะได้ไม่ต้องไปแอบคาบแถวข้างตลาด ให้คนเค้าเอาปังตอไล่ปาหรือกาละมังไล่ฟาดว่ะ
แบบว่ากูเสียดายกาละมังกับปังตอชาวบ้านนะ
ไปละ ฝันดีนะด่าง ฝันว่าได้เยิ้บพุดเดิ้ลละ
ปล. กูรักเมิงนะ สันดานเมิงหมาดี แม้ว่าตัวจะเน่าก็เหอะ
เสพดราม่าก่อนนอนทุกคืน wrote:
เห็นคำว่าอมยิ้มผัว กุเห็นภาพเป็นแท่งๆเลยครับ จ่าว่าไง
พอกันเลย อมยิ้มทั้งหลาย
บัดซบ
คุณแม่เอาเวลาไปเลี้ยงลูกดีกว่ามั๊ยคะ?
แอดมิน แม่งเจ๋งวะ
เดี๋ยวนี้มีให้ติดตามคอมเม้นท์ตัวเองด้วย
สงสัยกะไม่ลงทุน กะจะเขียนดราม่าจากเว็บตัวเองนี่แหละ
เอ๊า ก็ยกให้เขาแล้ว เขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขาสิ
มันพลาดตรงที่ไม่ยอมรับแต่แรกนั่นแหละ ไม่งั้นก็คงไม่มีไรหรอกมั้ง *0*
Goemon หนีน้ำ wrote:
อ่ะนี่ คห. 155 ที่กูโพสต์ มึงอ่านดูให้ชัดๆ แล้วดูซิว่ามีไอ้ประโยค “บริสุทธ์แล้วสนับสนุนโจรได้บุญ ? ธรรมมะแนวใหม่เรอะกูผมไม่ได้โพสต์ ” ที่มึงอ้างว่ากู Quote เบิ้ลมั้ย แล้วกูไม่ได้ไป Quote ของ Tg มาเลยด้วยซ้ำ มึงน่ะแหละไปเมามาจากไหน
Jingobar wrote:
Ehara wrote:
ก็ไม่ผิดหรอก แต่มันไม่ควร
ไม่รู้นะ หลังๆนี้อ่านคห.ในดราม่าแล้วรู้สึกเหมือนอ่านพันติ๊บมากขึ้นเรื่อยๆ
e dok ไม่มีปัญญาหาแดรก
บางคนก็แม่งจะโลกสวยไปไหน ไม่เข้าใจว่ะ
วิ่งกันใหญ่