
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องสวนลุม มีอมยิ้มคนนึงชื่อ “deerja” มาตั้งกระทู้ร้องทุกข์ว่า
คุณย่าของเธอเคยทำเรื่องบริจาคร่างกายให้กับ รพ.ศิริราช มานานแล้ว
และคุณย่าของเธอก็เพิ่งจะเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันมานี้
หลังจากที่คุณย่าเสียชีวิต ทางบ้านของเธอก็ติดต่อไปที่ศิริราชให้มารับร่างของย่าเธอไป
ปรากฏว่าครอบครัวของเธอกลับต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ศิริราชในการขนย้ายร่างของคุณย่าเธอถึง 14000 บาท!?
เป็นค่าโลงศพ 7500 บาท!! ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ 2500 บาท และค่าน้ำมันอีก 4000 บาท แถมยังไม่มีใบเสร็จให้ด้วยนะเธอว์!!

ชาวพันทิปอ่านที่ จขกท เล่าจบก็พากันร้องเหยดดดดไปตามๆกัน และบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าอะไรของมันวะ
ย่าของ จขกท อุตส่าห์บริจาคศพให้กับทาง รพ.ศิริราช แล้ว รพ.มาคิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริจาคได้ไง!?
เขาบริจาคศพให้นักศึกษาแพทย์ได้ใช้ศึกษาหาความรู้ แต่ถ้าคนบริจาคต้องเสียเงินตั้งเยอะแยะเหมือนเคสนี้
แล้วอีกหน่อยใครมันจะยอมบริจาคศพตัวเองให้เป็นอาจารย์ใหญ่วะ!?

อมยิ้มบางคนก็ตั้งข้อสงสัยว่าเงินหมื่นสี่เนี่ยไม่ใช่ทาง รพ. เรียกเก็บแต่เป็นพนักงานขนศพที่เรียกร้องเงินเองรึเปล่า!?

จขกท ก็ตอบว่าเธอเองก็สงสัยเหมือนกันว่าพนักงานขนศพจากศิริราชกลุ่มนั้นอาจจะไม่ใช่ตัวจริง
แต่เป็นพวกมิจฉาชีพที่ปลอมตัวมารับศพ โดยเรียกค่าขนศพแพงๆแล้วเอาศพของย่าเธอไปทำลายทิ้งหรือเปล่าเนี่ย!?

ดีที่เจ้าหน้าที่ขนศพ คนนึงเขาทิ้งนามบัตรเอาไว้ให้ จขกท ก็เลยลองติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ในนามบัตรนั้น
ก็พบว่าเป็นเบอร์ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ของ รพ.ศิริราชจริงๆ และเธอกำลังสอบถามเรื่องนี้กับทางภาควิชา

ต่อมา จขกท ก็เล่าให้ชาวพันทิปฟังว่าเธอได้คุยกับเจ้าหน้าที่ของภาควิชาแล้ว
พบว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นคนของศิริราชจริง ไม่ใช่มิจฉาชีพปลอมตัวมา
แต่การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าศพของผู้บริจาคอยู่นอกพื้นที่ เช่นต่างจังหวัดที่ห่างไกล
ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทางญาติกับเจ้าหน้าที่ขนศพจะเป็นคนตกลงกันเอาเอง ทำให้ไม่มีใบเสร็จ
แต่เงินที่จ่ายมาทุกบาททุกสตางค์ก็จะตกถึงมือของ รพ.ศิริราชด้วย
ส่วนร่างของย่า จขกท นั้นไม่ต้องห่วงว่าจะถูกนำไปทำลายทิ้ง สามารถเช็คกับทางศิริราชได้ตลอดเวลา
ว่าร่างของย่า จขกท อยู่ระหว่างขั้นตอนไหนของการนำไปเตรียมใช้เป็นอาจารย์ใหญ่

ต่อมาอมยิ้มชื่อ “มะม่วงกะล่อน” อ้างตัวว่าเป็นอาจารย์ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ศิริราช
เข้ามาชี้แจงประเด็นของ จขกท ว่าการบริจาคร่างกายให้กับศิริราชนั้นไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น!!
แต่ถ้ามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นก็เป็นการตกลงกันเป็นการส่วนตัวระหว่างเจ้าหน้าที่กับญาติของผู้บริจาค
โดยปรกติก็มีคนร้องเรียนเรื่องทำนองนี้เข้าที่ศิริราช ปีละหนสองหนอยู่แล้ว ส่วนมากก็เป็นการร้องเรียนว่า
มีเจ้าหน้าที่ขนศพเรียกรับเงิน แต่ผู้ร้องเรียนไม่เคยเป็นคนเดียวกับคนที่จ่ายตังค์ให้เจ้าหน้าที่เลยซักครั้ง!!
และเมื่อมีการร้องเรียนมาทางภาควิชาก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน
ถ้าเจ้าหน้าที่มีความผิดจริงก็จะลงโทษไปตามระเบียบ บลาๆ

จขกท ก็ไม่ติดใจ บอกว่าได้คุยกับอาจารย์ทั่นนี้แล้วและได้รับคำชี้แจงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด
จขกท เธอยังบอกอีกว่าอาจารย์ทั่นนี้ชี้แจงว่าที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกใบเสร็จค่าขนส่งหมื่นสี่กับเธอนั้นเพราะการออกใบเสร็จมันยุ่งยาก!!
แต่อีกหน่อยจะทำเป็นลายลักษณ์อักษรให้ญาติเซ็นเลย ว่าถ้าต้องขนส่งศพนอกเขตมีค่าใช้จ่ายยังไงบ้าง
ส่วนเจ้าหน้าที่ขนศพที่เรียกเก็บเงินอยู่ระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ เอาไว้กลับถึงศิริราชเมื่อไหร่อาจารย์ท่านนี้จะเรียกมาไต่สวนโดยทันที

แต่ชาวพันทิปหลายๆคนที่ฟังคำชี้แจงของมะม่วงกะล่อนแล้วกลับรู้สึกรับไม่ได้และถามกลับไปว่า
เอ็งชี้แจงแบบนี้มันมักง่ายเกินไปหน่อยรึเปล่าวะครับ? เอ็งบอกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
เป็นการตกลงกันเป็นการส่วนตัวระหว่างญาติกับเจ้าหน้าที่ แปลว่าไม่เกี่ยวกับ รพ.ศิริราชงั้นเรอะ?
แล้วค่าใช้จ่ายที่เจ้าหน้าที่เรียกเก็บมันเป็นเงินค่าอะไร? ถ้าการรับศพนอกเขตมันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ทำไมถึงไม่ไปเบิกเอาจากต้นสังกัดวะ? จะมาเรียกเก็บเงินจากญาติของผู้บริจาคทำไม?

สรุปว่าที่เอ็งชี้แจงมาน่ะ ตูอ่านจับใจความได้ว่าญาติตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายกับเจ้าหน้าที่เองเป็นการส่วนตัว ส่วนคณะไม่เกี่ยวชะละล่า!!
และขนาดคนจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ยังไม่ร้องเรียนเลย แล้วเอ็งเป็นใครถึงได้สะเออะมาร้องเรียนเรื่องนี้กับ รพ.ตูฟะ!?
ถ้าการรับศพผู้บริจาคนอกพื้นที่มันมีค่าใช้จ่าย คณะเอ็งก็ออกระเบียบมาเลยสิวะว่าคิดค่าใช้จ่ายยังไง?
คิดค่าน้ำมันเท่าไหร่? ค่าแรงเจ้าหน้าที่เท่าไหร่? ไม่ใช่ปล่อยให้ญาติไปตกลงกับเจ้าหน้าที่กันเอาเอง
ขนาดใบเสร็จเอ็งยังไม่มีปัญญาออกให้ญาติเลย ปล่อยให้เขากังวลไปต่างๆนานาจนเกิดกระทู้นี้ขึ้นมายังไงละวะ

อมยิ้มบางคนก็ไม่พอใจคำชี้แจงของมะม่วงกะล่อน และถามไปว่าเอ็งเป็นอาจารย์คณะกายวิภาคจริงๆป่ะวะ?!
แบบว่ากรูเชื่อไม่ค่อยลงจริงๆว่ะว่ามึงเป็นอาจารย์ เพราะคำชี้แจงของมึงมันปัดสวะโคตรๆ!!

จากนั้นอมยิ้มหลายๆคนก็พากันแสดงความผิดหวังต่อ รพ.ศิริราช อย่างอมยิ้มคนนี้บอกว่า
กรูเนี่ยทำเรื่องบริจาคอวัยวะหมดทั้งตัว แต่พอเจอดราม่าแบบนี้แล้วกรูเซ็งเป็ดฉิบหายเลยว่ะ
ถ้าการรับศพที่บริจาคให้นอกพื้นที่มันมีค่าใช้จ่าย ทำไมไม่ไปเรียกเก็บ
จากนักศึกษาแพทย์ที่ศึกษาหาความรู้จากร่างกายอาจารย์ใหญ่วะ!?

จขกท ก็มาเล่าต่อว่าเธอคุยกับอาจารย์ที่ศิริราชว่ายังไงบ้าง สรุปคือถ้าญาติต้องการเงินคืนจากเจ้าหน้าที่
เดี๋ยวทางภาควิชาจะจัดการให้ จากนั้น จขกท ก็เล่าว่าเธอคุยกับอาจารย์ทั่นนั้นถึงสถานการณ์ของผู้บริจาคร่างกาย
เขาบอกว่าปัจจุบันมีผู้แสดงความจำนงบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่เป็นจำนวนมาก ปีนึงศิริราชต้องการหลักร้อย
แต่มีคนลงชื่อบริจาคปีนึงเป็นพันเป็นหมื่นคน!! และขั้นตอนการทำศพให้เป็นอาจารย์ใหญ่ก็มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น บลาๆ

ชาวพันทิปได้ฟังเช่นนั้นก็แปลกใจว่าอาจาย์ใหญ่ของศิริราชมีเพียงพอแล้วเรอะ?
งั้นกรูไม่บริจาคร่างกายให้ศิริราชละ กรูไปบริจาคร่างกายให้มหาลัยอื่นที่ยังขาดแคลนอาจารย์ใหญ่ดีกว่าว่ะ

บางคนก็สงสัยว่าอาจารย์ใหญ่มีเพียงพอได้ไงวะ กรูเพิ่งฟังข่าวไม่เมื่อนานมานี้เขายังบอกว่าอาจารย์ใหญ่ขาดแคลนอยู่เลย!?
นอกจากกระทู้ในห้องสวนลุมแล้ว จขกท ยังไปตั้งกระทู้ที่มีเนื้อหาเหมือนกันในห้องศาลาประชาคมด้วย
ซึ่งในกระทู้นั้นนายมะม่วงกะล่อนก็ตามไปชี้แจงเช่นกัน ทีนี้มันมีบัตรผ่านคนนึงใช้ชื่อว่า m[เซ็นเซอร์]jt@yahoo.co.th
ถาม จขกท ว่าที่หล่อนเล่าว่าโดนเจ้าหน้าที่ขนศพของศิริราชเรียกเก็บเงินน่ะ เล่ารายละเอียดครบถ้วนรึเปล่า?
มีค่าหีบศพ ค่าน้ำมัน ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ บลาๆ อะไรบ้าง บอกมาให้หมดนะเพราะถ้าเล่าไม่ครบ
หรือปิดบังข้อเท็จจริงบางส่วน มันอาจจะทำให้ศิริราชต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะข้อมูลที่คลาดเคลื่อนก็ได้นะ!!

จขกท ก็ตอบไปว่าที่เล่าๆไปนั้นมันเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยนะ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเนี่ยญาติไม่ได้เป็นคนเสนอด้วยซ้ำ
แต่เป็นเจ้าหน้าที่จากศิริราชนั่นแหละที่เอ่ยปากขอเรียกเก็บเงินก่อน อย่างค่าโลงศพเนี่ยเขาก็เสนอราคาให้หลายเกรด
มีราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่นเลย ถ้าไม่เชื่อว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริง จะจับเจ้าหน้าที่คนนั้นกับชั้นไปสาบานกันที่วัดพระแก้วก็ได้!!

ต่อมานายมะม่วงกะล่อน ก็เข้ามารายงานความคืบหน้าของกรณีนี้ แต่คราวนี้มาแปลกเพราะเขาใช้บัตรผ่าน ไม่ได้ใช้อมยิ้มเหมือนตอนแรก
นายมะม่วงกะล่อนบอกว่าเขาได้ปรึกษากับหัวหน้าภาควิชา พบว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ออกไปรับศพนอกพื้นที่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
มีความผิดจริง ทางภาควิชาจึงสั่งลงโทษให้พักงานเป็นเวลาหกเดือน ส่วนเรื่องเงินค่าโลงศพเป็นการตกลงกันเองระหว่างญาติกับเจ้าหน้าที่
และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้ญาติซื้อโลงศพ เบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่คนละ 500 บาท ญาติก็เป็นคนจ่ายด้วยความยินยอมเอง
แต่ค่าน้ำมันรถ 4000 บาท พบว่าเก็บเกินราคาจริง จึงพิจารณาให้คืนเงินส่วนต่างให้กับญาติของอาจารย์ใหญ่
และนับจากนี้ไปศิริราชจะไม่มีบริการไปรับศพของผู้บริจาคนอกสถานที่อีกต่อไปแล้ว เพื่อเลี่ยงการร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต!!

ชาวพันทิปเห็นทางภาควิชามีบทสรุปเช่นนั้นก็ไม่พอใจ อมยิ้มบางคนก็บอกว่าแค่พักงานมันพอซะที่ไหนวะ?
นี่มันเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ชัดๆ ถ้าที่ จขกท พูดมาเป็นเรื่องจริงแค่พักงานไม่พอแต่มันต้องไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น!!

จริงๆแล้วแล้ว ดราม่านี้ก็ควรจะจบแต่เพียงเท่านี้ แต่ทว่ากลับมีคนสังเกตุเห็นว่า
บัตรผ่านที่ใช้ชื่อว่า m[เซ็นเซอร์]jt@yahoo.co.th ที่หาว่า จขกท เล่าความจริงไม่หมด
มันคือบัตรผ่านอันเดียวกันกับของนายมะม่วงกะล่อนที่อ้างตัวเป็นอาจารย์ของศิริราช!!

ชาวพันทิปเห็นเช่นนั้นก็พากันสงสัยว่านายมะม่วงกะล่อนมันเป็นใครกันแน่วะ?
เป็นอาจารย์ศิริราชเหมือนที่อ้างจริงๆรึเปล่า หรือว่าเป็นไอ้เจ้าหน้าที่ขนศพคนนั้นแอบเนียนมาตอบกระทู้กันแน่!?

ซึ่งนายมะม่วงกะล่อนก็แก้ตัวว่าตูเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาจริงๆนะเออ แต่บัตรผ่านที่ชื่อ m[เซ็นเซอร์]jt@yahoo.co.th
เขาเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของภาควิชาที่ใช้คอมพ์เครื่องเดียวกันกับเขาต่างหาก!!
และเจ้าหน้าที่คนนี้เขาอยากแสดงความเห็นเรื่องนี้มั่งแต่พิมพ์ช้า ตูก็เลยอาสาพิมพ์ข้อความตอบให้แทนไง!!

นายมะม่วงกะล่อนยังบอกอีกว่าตอนนี้ประเด็นนี้กำลังลุกลามบานปลาย
ดังนั้นเขาจะไม่เข้ามาชี้แจงอะไรอีกแล้ว แต่ทางภาควิชาจะเชิญ จขกท และผู้เกี่ยวข้องไปจับเข่าคุยกันแทน

ส่วน จขกท ที่รู้ว่าบัตรผ่านคนนั้นกับนายมะม่วงกะล่อนเป็นบัตรผ่านอันเดียวกัน
ก็บ่นว่าตอนแรกที่ชั้นคุยทางโทรศัพท์กับอาจารย์ของภาควิชาก็รู้สึกดีนะ
แต่พอเห็นนายมะม่วงกะล่อนที่เป็นอาจารย์ใช้บัตรผ่านอีกอันเข้ามาด่าชั้นเนี่ย ชั้นรู้สึกโคตรแย่เลยว่ะค่ะ

แถมวันนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีกคนของศิริราชโทรมาหาชั้น แต่พอคุยกันแล้วยิ่งรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก
เอาเป็นว่าทั้งอาจารย์ของศิริราชและเจ้าหน้าที่ขนศพไม่ต้องโทรมาแล้วนะคะ เด๋วไปเจอกันที่ภาควิชาเลยก็แล้วกัน!!

หลังจากนั้นชาวพันทิปก็แสดงความเห็นกันไปต่างๆนานา แต่ส่วนมากก็พูดตรงกันว่าให้ จขกท เอาเรื่องให้ถึงที่สุด!!
ดราม่านี้สอนให้รู้ว่าการชี้แจงอะไรซักอย่างในพันทิป ไม่ควรใช้บัตรผ่านชื่ออื่นมาแสดงความเห็นแย้ง
เพราะถ้าโดนจับได้ขึ้นมาทีนึงนี่ ความน่าเชื่อคือของอมยิ้มนั้นจะลดฮวบๆโดยทันทีเลย
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? อาจารย์ใหญ่ของศิริราชมีเพียงพอแล้วจริงๆเด่ะ?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
คุณย่าบริจาคร่างกายให้ร.พ.ศิริราช รถมารับ เก็บค่ามารับศพ 14000 บาท
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L11392286/L11392286.html
คุณย่าบริจาคร่างกายให้ร.พ.ศิริราช รถมารับเก็บมารับศพ 17000 บาท
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U11391340/U11391340.html
ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์
112 หมายถึง มาตรา 112 ???
ใครหลวมตัวทำเรื่องบริจาคไปแล้วก็บอกญาติพี่น้องเลยว่าถ้าตายไม่ต้องโทรแจ้งรพ. ให้ทำศพเองได้เลย มันก็มีอยู่ในระเบียบการอยู่แล้วนี่ แต่ถ้าอยากทำศพฟรี ได้ทำพิธีรดน้ำศพด้วย ก็ไปบริจาคให้สภากาชาดเถิด อ่านในกระทู้ต้นเรื่องมีแต่คนชื่นชม
ส่วนตัวเราอ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกเพ็ดโด้มากๆ ปนดีใจที่ร่างกายอยู่นอกข่ายการบริจาค หั่นโน่นนี่นั่นทิ้งจนไม่ครบสามสิบสองซะแล้ว
โตไปไม่โกง แต่ตายไปแล้วโดนโกง
กูไม่เข้าใจจริงๆว่ะ จขกท.ไม่ได้ฉุกคิดเลยหรอวะว่าค่าใช่จ่ายแม่งแพงชิบหาย
ค่าโลงศพกูไม่รู้ ไม่เคยจัดงานศพให้ใคร
แต่ค่าจ้างของเจ้าหน้าที่2500 เหยดดดดด ถ้าเดือนๆนึงรับเดือนละ10-20ศพ ได้กี่ตังวะเนี่ย รวยกว่าเป็นยามอีก
ค่าน้ำมัน4000??? แค่กรุงเทพ-จันทบุรีเนี่ยนะ แม่งขับรถตู้ หรือเฟอร์รารี่มารับศพวะเนี่ย
Pu121 wrote:
จะบริจาคคอมหรอขอได้มะ?
อะไรกันนักหนา wrote:
ไปอ่านใหม่ไป๊ จขกท.เขาไม่ได้เป็นคนจ่ายเอง ญาติเขาเป็นคนจ่ายแล้วมารายงานให้พ่อของจขกท.ฟัง จขกท.เลยมาสอบถาม
ในคห.ของมะม่วงกะล่อนที่ห้องศาลาฯ ตรงอมยิ้มพิมพ์ว่าชื่อบุญส่ง และเมลล์ที่ใช้ก็มีนามสกุลด้วย
เช็คในกูเกิ้ลแล้วเป็นชื่ออ.ในนั้น
ใครเป็นเด็กในนั้นลองตามดูจิว่าอ.เค้ามาโพสต์จริงป่าว
http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/anatomy/dept_person.asp?pageno=3
เสียเงินกันตั้งแต่เกิดจนตาย
AA+ wrote:
555 พออ่านมาถึง คห.40 นี่ทำให้รู้เหตุผลที่จ่าหันมาเสพปู๋ผู้ชายแทนเลย
อยากเป็นอาจาร์ใหญ่ต้องเสียเงินไต้โตะ…เวนล่ะประเทศนี้
สละร่างให้ศึกษาก็บุญละ ยังเสือกเก็บตังเค้าอีก
คณะแพทยศาสตร์ ที่รับบริจาคร่างเพื่อนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่ โดยเฉพาะ นอกจากศิริราชแล้ว
ภาคอีสานน่าจะเป็น มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภาคเหนือก็เป็นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภาคใต้อันนี้ไม่แน่ใจ
เอามาบอก เพื่อจะได้ไม่ต้องกระเสือกกระสนมาตายกันแต่กรูเมพฯ
14000 ที่จ่ายไป ทางศิริราชถือเป็นค่าซื้อตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาไง ตำแหน่ง “อาจารย์ใหญ่” ฮู้ยยยย ไฮโซซะไม่เมียะ
บริจาคมาเป็นหมื่นศพแต่มันตายกันทุกวันหรอคนน่ะ…
แล้วศพแต่ศพที่บริจาคเข้ามาให้คุณประโยชน์แตกต่างกันไปนะ
บางท่านเป็นโรคนี้ บางท่านเป็นโรคนั้น อวัยวะภายในต่างๆสภาพก็ต่าง
ดีเทลของแต่ละท่านก็ต่างๆกันไป ให้ความสำคัญกับผู้บริจาคร่างทุกท่านด้วยเถอะนะ
อย่าสักแต่้คิดว่ามันมีมากเกินพอแล้ว คนเขาจะเสียศริทธาหมด ความตั้งใจก็หมดด้วย
เสื่อมอะ เสื่อมศรัทธา พ่อแม่เราก็บริจาค ไปบอกให้เขายกเลิกดีกว่า
โรงพยาบาลศิริราชมีกี่ชั้นหว่า เห็นในรูปสูงจัง
แล้วถ้าไอ้พวกเหลือบไรพวกนี้ตายไปเป็นเปรต
ยืนคร่อมอาคารได้ แม่งก็สูงชิบหายเลยดิ
ผมขอเถอะครับไอ้มะม่วงอะไรนั่นไม่รู้เป็นอาจารย์จริงรึเปล่า
แล้วก็คนเค้าบริจาคกันมาเป็นหมื่นยังไม่มีปัญหาเลย(เค้าบริจาคไม่เสียค่าใช้จ่าย)
สุดท้ายแอดมินครับคนที่เค้าเข้ามาโพสว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายทำไมไม่เอามาด้วยครับ
หรือจงใจทำลายชื่อเสียงศิริราช
ทุกที่ก็มีคนดีและไม่ดีนะครับ อย่าเหมารวม ผมก็เป็นศิษย์คนนึงของที่นี่
อยากให้หยุดคิดนิดนึงนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ความคิดเห็นที่ 130 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน
อาเราบริจาคร่างกายให้ศิริราชคะ แต่อาเราเสียที่ศิริราชเลย
พอเสียปุ๊บก็โทรบอกภาควิชา เค้าก็จะมารับศพไป
จ่ายแต่ค่าใช้จ่ายที่อาเราใช้รักษาตอนยังมีชีวิตอยู่
แล้วเราก็ไม่เคยได้ยินเจ้าหน้าที่พูดถึงค่าโลงเลยคะ
ถ้าบอกว่าคนบริจาคมันเยอะก็คัดสรรซิครับ แล้วเลือกที่จะรับผิดชอบให้เค้าเหล่านั้นที่ท่านคัดสรรมา
เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ควรจะตอบแทนความดีเหล่านั้น
ท่านที่ไม่ได้คัดสรรก็แจ้งญาติเค้าให้ทำพิธีหรือหรือนำเสนอที่โรงพยาบาลอื่นให้แทน พร้อมดูแลประสานงาน
นี่เหรอโรงพยาบาลชั้นนำที่ประชาชนให้การยกย่อง เสียสละปกป้องจากน้ำท่วม
ไร้เกียรติและศักดิ์ศรีจริงๆ ถุ้ยยยย
เสือกไปซะทุกเรื่องเนอะพวกมุง
ว่างมากนักไปขัดบ้านเก่าพวกมุงกันโดยพลัน !
ดีนะแม่กะเราบริจาคให้สภากาชาด บริจาคตั้งแต่เจ็ดขวบตอนนี้ยี่สิบสองไม่รู้เค้าจะจำได้รึเปล่า
พึ่งรู้นะเนี่ย แบบนี้ถ้ามีญาติบริจาคร่างกาย แล้วเราปฏิเสธแทนจะได้มั้ย
ถึงเป็นเจตจำนงผู้ตาย แต่ให้มาจ่ายให้ก็ไม่ไหวว่ะ
กุเองเพื่อนธรรมศาสตร์ wrote:
เป็นเหรี้ยอะไร เห็นเศือกดิ้นทุรนทุรายแทนเหรี้ยเปาตั้งแต่ ไอ้เหรี้ยเปาดอยของที่ธรรมศาสตร์ละ
มึงลืมเปลี่ยนชื่อ USER รึเปล่า!!!!!
ถ้าร่างกายอาจารย์ใหญ่เหลือขนาดนั้น แบ่งให้จุฬามั่งก็ได้นะครับ = =
ผมเพิ่งรู้ว่า ร่างกายอาจารย์ใหญ่มีเยอะแล้ว จะได้ไม่ไปบริจาค
ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แค่อยากด่า
ต่อให้เสียค่าโลง เเล้วไง ก่อนเอาอาจารย์ใหญ่ไปก็ต้องทำพิธีทางศาสนา รึว่าจาปล่อยให้นอนฟังพระสวดโดยไม่มีโลงหรอวะ
= = wrote:
เท่าที่ได้ยินมา ต่อให้อาจารย์ใหญ่มีแต่จุฬาก็มีอาจารย์ไม่พอสอนนักศึกษาเเพทย์ 4 คนต่ออาจารย์ใหญ่ 1 ร่างได้หรอกครับ
ถัดมา เรื่องระบบการเรียน การเรียนเเบบ block ของจุฬาใช้อาจารย์ใหญ่ได้อย่างไม่คุ้มค่าอีกด้วย เสียดายเปล่าๆครับ
อาจารย์ใหญ่มีคนบริจาคปีๆนึงเป็นพันเลยเหรอเนี่ย
ขอความกระจ่างหน่อยเหอะ
เดียวคนก็ไม่กล้าบริจาคร่างกายกันพอดี – -*
แต่ขนาดตอนเจาะเลือดบริจาคก็ไม่มี
จม.ส่งมาบอกเลยนะว่าเลือดเราใช้ได้หรือใช้ไม่ได้
ทำให้สงสัยว่าเลือดตูที่เสียไปได้ประโยชน์มั้ย
เรื่องพวกนี้มันทำให้แคลงใจเด้อ
ถ้าไอ้มะม่วงฯ เป็นอาจารย์จริงๆ
ศิริราชเฮงซวยมากครับ
อ่านเว็ปนี้แล้วอย่าคล้อยตามโดยไม่คิดได้ไหมครับ
ทำไมคนไทยชอบด่าเหมารวมจัง เรื่องนี้จริงไม่จริงก็ไม่รู้ มะม่วงกะล่อนจะใช่อาจารย์จริงรึเปล่า
เงินที่เรียกเก็บเกิดจากกระบวนการ หรือว่าเกิดจากบุคคลเองก็ไม่มีใครรู้อยู่ดี
ที่ว่ามานี่แน่จัยแล้วหรอครับว่าเกิดจาก “ศิริราช” จริงๆ ?
ลองถามคนที่ญาติเขาเคยบริจาคร่างกายมากับศิริราชแล้วหรือยัง ว่าจ่ายแบบนี้จริงหรือเปล่า ?
อย่าให้อารมณ์มันพาไปเลยครับ ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ยังเห็นว่าศิริราชเป็นโรงพยาบาลที่ดี และเป็นที่พึ่งของใครอีกมากมายนะครับ
ค่าน้ำมัน4000 ขับไปพม่ารึไงฟะ
- -’ wrote:
คนเขาถึงได้อยากให้ศิริราชออกมาให้ความกระจ่างไง (เท่าที่ดูในพันดริฟฟ์วันนี้ก็ยังเงียบ ไม่มีใครเข้ามาแถลง)
พนักงานที่มารับศพ ก็มาในนามศิริราช ถ้าไม่ใช่ว่าอ้างชื่อศิริราช ถามว่าญาติเขาจะให้เอาศพไปไหม? จะยอมจ่ายเงินไหม?
มันไม่มีทางอยู่แล้ว
ถ้าคนที่มาเอาศพไป ไม่ใช่คนของศิริราช ทางศิริราชก็ควรจะออกมาแถลงตามนั้น และกำหนดกฏเกณฑ์วิธีรับศพให้เป็นเรื่องราวไป จะได้ไม่มีเรื่องแบบนี้อีก
ถ้าคนที่มาเอาศพไปเป็นคนของศิริราชจริงๆ อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะมันก็คือเอาหน้าที่ตัวเองกับชื่อศิริราชมาใช้หากินนั่นแหละ แล้วจะบอกว่าศิริราชไม่เกี่ยว ไม่รับผิดชอบได้ยังไง
หึหึหึ สาธารณทุกข์ ใน ตอแหลแลนด์
@ ชี้หน้าด่าแม่ม:
มันเรื่องของกุ อย่าเสือก
แหมๆ นั่งจับผิดอยู่นั่งแหละ มีปัญญาแค่เนี้ย ถุย กากหวะเห้้ยย
แล้วตกลงเรื่องจริงมันยังไงหว่า

ถ้าจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย
ทางศิริราชก็น่าจะแจ้งให้ทางญาติทราบก่อน
ไม่ใช่ว่าไปถึงแล้วแจ้งเผื่อญาติเค้าเปลี่ยนใจ
อย่างนี้แทนที่จะได้บุญไปกลับโดนลูกหลานบ่นอีก
ว่าบริจาคไปแล้วแต่กลับต้องมาเสียเงินอีก