
เรื่องมันมีอยู่ว่าช่วงนี้น้ำที่ท่วมขังในหลายๆพื้นที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเพราะน้ำเน่า มหาวิทยาลัยABAC เขาก็เลยจัดกิจกรรม
ปั้น EM ball แสนลูก เพื่อเอาไอ้ EM ball ที่ว่านี่ไปโยนใส่น้ำเพื่อบำบัดน้ำเสีย
รายละเอียดของกิจกรรมก็ประมาณนี้ http://volunteer.thaiflood.com/data.php?id=103
ในห้องหว้ากอก็มีคนเอาไอ้ EM ballที่ว่ามาถกเถียงกันว่ามันจะใช้บำบัดน้ำเสียได้จริงๆเหรอ
ชาวหว้ากอจำนวนนึงก็แสดงความเห็นว่าไอ้ EM ball นี่มันไม่ช่วยบำบัดน้ำเสียว่ะ
บัตรผ่านคนนึงชื่อ tiktaalik ก็ตั้งกระทู้ถามชาวหว้ากอว่าทำไมนักวิชาการเมืองไทยรู้อยู่แก่ใจ
ว่าไอ้ EM ball นี่มันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้ แต่ทำไมถึงไม่มีใครออกมาปรามหรือให้ความรู้กับสังคมเลยฟะ!?

ก่อนจะไปอ่านดราม่ากันแอดมินขออธิบายซักเล็กน้อยว่าเจ้า EM ball มันคืออะไร
EM มันย่อมาจาก Effective Microorganism เป็นแนวคิดที่นักวิจัยชาวญี่ปุ่นคนนึงชื่อ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ วิจัยขึ้นมา
แนวคิดนี้อธิบายคร่าวๆคือเอาจุลินทรย์ที่มีประโยชน์หลายๆชนิดมาเพาะเลี้ยง และเอาไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
เพื่อใช้ในด้านการเกษตรและสุขภาพ สินค้าเกี่ยวกับที่จำหน่ายในไทยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการเกษตร
เช่น EM ball , น้ำหมักจุลินทรีย์ หรือปุ๋ยเม็ด เป็นต้น



จุลินทรีย์ที่ใช้ใน EM หลักๆประกอบด้วยจุลินทรีย์สามตัวคือ Lactobacillus casei (ตัวที่ใช้ในนมเปรี้ยวนั่นแหละ)
อีกตัวคือ Saccharomyces cerevisiae เป็นยีสต์ชนิดที่เราใช้ในการทำขนมปังให้ขึ้นฟู
และประเภทสุดท้ายคือ Rhodopseudomonas palustris เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษ
นั่นคือสามารถดำรงชีวิตแบบใช้ออกซิเจนก็ได้หรือแบบไม่ใช้ออกซิเจนก็ได้ ความสามารถพิเศษของมันอีกประการ
คือสามารถเปลี่ยนสารเคมีหลายชนิดมาใช้เป็นพลังงานในการดำรงชีวิต และมันสามารถเปลี่ยนของเสียที่มีกลิ่นเหม็น
จากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ส่วนมากมีโครงสร้างเป็นไฮโดรคาร์บอนมาใช้ในการดำรงชีวิตได้
จึงมีการนำเอาแบคทีเรียตัวนี้มาใช้ในการกำจัดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมมาช้านานแล้ว
ปรากฏว่าชาวหว้ากอที่มีจิตศรัทธามั่นคงใน EM ball ก็ออกมาประณาม จขกท ว่ามึงจะพูดแบบนี้ทำไมวะ?
มึงรู้มั้ยว่าขณะที่มึงไม่ทำห่าแล้วด่าคนอยู่เนี่ย มีอาสาสมัครอีกนับหมื่นนับพันคนกำลังช่วยกันปั้น EM ball ด้วยจิตอาสา
ถ้ามึงคิดว่ามันไม่ได้ผล ใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้ มึงก็ไปแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขารับทราบสิวะ!! จะมาบอกพวกกรูให้เสียศรัทธาทำไม!?

อมยิ้มชื่อ “เรือแจวสีฟ้า” ก็ด่า จขกท ว่าไอ้ใจตุ๊ดเอ๊ย!! มึงไม่รู้จริงๆเหรอวะว่าเขาวิจัย EM ball กันมานมนานแล้ว
ว่ามันใช้กำจัดกลิ่นเน่าเหม็นได้จริง ขนาดหน่วยงานต่างๆของรัฐเขายังใช้มันเป็นล่ำเป็นสันเลยนะมึง!!

จขกท ก็ถามกลับว่างั้นไหนล่ะงานวิจัยฉบับนั้น ขอกรูเอามาอ่านเล่นซักฉบับหน่อยเด๊ะ!!

แต่เรือแจวฯกลับไม่เอางานวิจัยสุดล้ำฉบับนั้นมาตอกหน้า จขกท แต่กลับแขวะ จขกท ว่า
แล้วที่มึงหาว่า EM ball ใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้น่ะ มึงเคยเอามันไปทดลองมาแล้วรึไงวะ!?

จขกท ก็ถามกลับไปอย่างนิ่มๆว่าแล้วมึงที่ยืนยันว่ามันใช้ได้จริงล่ะ เคยเอามันไปทดลองมั้ย?
หรือมึงมีงานวิจัยอะไรก็ได้มายืนยันให้กรูดูว่ามันใช้งานได้จริงรึเปล่า?

แต่จนแล้วจนรอดนายเรือแจวฯก็หางานวิจัยมาตอกหน้า จขกท ไม่ได้ ก็เลยชี้หน้าด่า จขกท ว่า
มึงมันพวกมือไม่พายเอากระปู๋ราน้ำ!! ไอ้พวกถ่วงความเจริญของบ้านเมือง!! คนอย่างมึงมันไม่คู่ควรที่จะเสวนากับกรูอีกต่อไป!!

พอนายเรือแจวฯแจวเรือหนีไป จขกท ก็ได้แต่บ่นอุบด้วยความเซ็งว่าอะไรแว้…
หลักฐานซักชิ้นที่จะเอามายืนยันว่า EM ball ใช้งานได้จริงก็ไม่มี พอกรูตั้งข้อสงสัยดีๆพวกมึงก็มาโมโหใส่กรูอีก

ชาวหว้ากอบางคนก็ตำหนิ จขกท ว่าอาสาสมัครที่กำลังปั้น EM ball กันอยู่น่ะต่อให้ความหวังมันริบหรี่
แต่ถ้ามันพอช่วยให้น้ำเน่ามีคุณภาพดีขึ้นมาบ้าง เขาก็พร้อมที่จะนั่งปั้นกันหลังขดหลังแข็งต่อไปให้ครบแสนลูก
แต่ไอ้คนที่อยู่เฉยๆอย่างมึงเนี่ย แทนที่จะบอกว่าไม่ได้นะมันใช้ไม่ได้ผล
สู้มึงไปหาวิธีบำบัดน้ำเสียวิธีอื่นมาเสนอให้เขาทำแทนปั้น EM ball จะดีกว่ามั้ยวะ!?

จขกท ก็ตอบกลับไปว่ากรูเองก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่ามันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้ผลนะ แต่กรูลองหาข้อมูลงานวิจัย
เกี่ยวกับการเอาไอ้ EM ball นี่ไปบำบัดน้ำเสีย แต่กลับไม่เจองานวิจัยฉบับไหนเลยที่บอกว่ามันใช้ได้ผล
ก็เลยมาตั้งกระทู้ถามความเห็นจากพวกเอ็งนี่ไง ว่ามีใครเคยเห็นงานวิจัยที่ยืนยันว่ามันใช้ได้ผลจริงบ้างมั้ย?
เผื่อว่าถ้ามันไม่มีงานวิจัยยืนยันเลยก็จะเป็นการยืนยันว่าการใช้ EM ball บำบัดน้ำเสียมันไม่จริง
จะได้ไปบอกอาสาสมัครที่นั่งปั้น EM ball อยู่ให้เลิกทำแล้วไปทำงานอื่นแทนอย่างเช่นแพ็คถุงยังชีพยังไงล่ะ

จากนั้นชาวหว้ากอก็แสดงความเห็นกันเกี่ยวกับการใช้ EM ball บำบัดน้ำเสีย ส่วนมากจะเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ตรง
ว่าเคยเอา EM ball ไปใช้กำจัดกลิ่นเหม็นแล้วได้ผลจริง คือกลิ่นเหม็นมันลดลง แต่คุณภาพน้ำดีขึ้นมั้ยอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ!?

บางคนก็บอกว่า EM ball มันใช้ลดกลิ่นเน่าเหม็นในน้ำได้จริงๆนั่นแหละ แต่ EM ball 1 ลูก
ใช้ได้กับน้ำจำนวน 1 ลูกบาศก์เมตร แล้วตอนนี้น้ำมันท่วมทั่วประเทศไทยราวๆ 5000 ล้านลูกบาศก์เมตร
แปลว่าถ้าเราจะใช้ EM ball ให้ได้ผล ต้องปั้นให้ได้จำนวน 50 ล้านลูก!!( ของ ABAC ตั้งเป้าไว้ที่หนึ่งแสนลูก)
ดังนั้นถ้ามันต้องใช้ปริมาณเยอะแยะตาแป๊ะไก่ขนาดนั้นกว่าจะได้ผล กรูว่าสู้ให้อาสาสมัครหยุดปั้นแล้วไปทำงานอื่นยังจะเข้าท่าซะกว่าว่ะ

แต่ชาวหว้ากอที่มีศรัทธาใน EM ball มั่นคงไม่คลอนแคลน ก็ยังคงด่า จขกท ในประเด็นเดิมๆว่ามึงน่ะมันดีแต่หาเรื่องติชาวบ้านไปวันๆเท่านั้นล่ะวะ
อมยิ้มชื่อ “ReHeat” ก็ถาม จขกท ว่าถ้าไม่ใช้ EM ball แล้วมึงจะให้พวกกรูใช้อะไรบำบัดน้ำเสียล่ะ!?
ถ้ามึงอยากพิสูจน์ว่า EM ball มันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้จริงๆ มึงก็ไปรับ EM ball ที่เขาแจกฟรีมาพิสูจน์ให้พวกกรูดูสิวะ!!

นาย ReHeat ยังสั่งสอน จขกท อีกว่ามึงเคยได้ยินเรื่องเล่าของสาวน้อยชาวญี่ปุ่น “ซาดาโกะ ซาซากิ”
ที่ป่วยเพราะกัมมันตภาพรังสี และพับกระดาษเป็นนกกระเรียนพันตัวเพื่ออธิษฐานให้ตัวเองหายป่วยมั้ยวะ!?
มึงรู้มั้ยว่าสุดท้ายแล้วเธอว์คนนี้ก็หายสนิทจากโรคร้ายเพราะการทำเรื่องที่ดูเปล่าประโยชน์ในสายตาคนบางคนอย่างการพับนกกระเรียน!!
ดังนั้นมึงถ้ามึงจะบอกว่าการปั้น EM ball แสนลูกมันไร้ค่าเพราะมันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้ผล มึงก็จงดูกรณีของซาดาโกะเอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างซะ!!

จขกท ก็ตอบกลับไปว่ามึงอย่าพูดจามั่วๆสิครับ ซาดาโกะ ซาซากิ ที่มึงเอามาอ้างน่ะ
เธอพับนกกระเรียนเกินพันตัวสำเร็จก็จริง แต่สุดท้ายแล้วเธอคนนี้ก็ยังเสียชีวิตเพราะโรคร้ายอยู่ดี
ไม่ได้แปลว่าพับนกกระเรียนพันตัวแล้วจะหายป่วยจากโรคร้ายใดๆได้นะครับ
เหมือนกับ EM ball ที่อาสาสมัครกำลังปั้นกันอยู่นั่นแหละ ต่อให้ปั้นกันเป็นแสนเป็นล้านลูก
แต่ถ้ามันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้ผล มันก็ไม่ได้ผลอยู่วันยังค่ำนั่นแหละว่ะ

วันต่อมาก็มีอาจารย์ของจุฬาฯออกมาให้สัมภาษณ์และอัดคลิปเผยแพร่ในยูทิวป์
เนื้อหาในคลิปก็ประมาณว่า EM ball นั้นใช้ได้ผลกับในบางสภาพแวดล้อม เช่นน้ำขังที่อยู่นิ่งๆ
แบคทีเรียที่อยู่ใน EM ball จะไปกำจัดกลิ่นเหม็นที่อยู่ในน้ำได้ แต่ถ้าใช้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
เช่นน้ำไหลเชี่ยวก็จะไม่ช่วยห่าอะไรเลย มิหนำซ้ำถ้าใส่ EM ball ในน้ำมากเกินไป
ส่วนประกอบของ EM ball เช่นรำข้าว แกลบ หรือกากน้ำตาลก็จะเป็นตัวการทำให้น้ำที่ขังอยู่เน่าเหม็นเสียเอง

สรุปว่ามันใช้กำจัดกลิ่นเหม็นได้ แต่ไม่ช่วยอะไรในการบำบัดน้ำเสียและเพิ่มคุณภาพของน้ำ
รายละเอียดเชิญไปดูในคลิปข้างล่างกันก่อนนะครับ
จากนั้นตามด้วยอ่านบทความที่อาจารย์ท่านนี้เขียนอย่างละเอียดว่า EM ball ใช้งานได้ผลจริงรึไม่?
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1320409668&grpid=&catid=19&subcatid=1904
พออาจารย์จากจุฬาฯท่านนี้ออกมาให้ข่าวว่า EM ball ใช้บำบัดนำเสียไม่ได้ผล แต่ใช้ลดกลิ่นเน่าเหม็นได้
ก็มีอมยิ้มคนนึงชื่อ “แม่ตา” มาตั้งกระทู้ถามชาวพันทิปที่สนับสนุนให้ใช้ EM ball ว่าเป็นไงล่ะคะพวกมึง
อาจารย์จากจุฬาฯท่านอธิบายแล้วนะคะว่ามันใช้บำบัดน้ำไม่ได้ แถมถ้าใส่ในน้ำเยอะๆจะทำให้น้ำเน่าซะเองด้วยซ้ำ
ดังนั้นพวกมึงที่กำลังจะไปปั้นหรือเอา EM ball ไปปาใส่น้ำเพื่อบำบัดน้ำเน่า รบกวนพวกมึงช่วยพิจารณาใหม่อีกซักครั้งนะคะ!!

ชาวหว้ากอที่ยังศรัทธาใน EM ball มิรู้หน่ายก็พากันแขวะ จขกท ว่ามึงไปเอาอาจารย์จากสถาบันไหนมาอ้างวะคะ?
รู้เอาไว้ด้วยนะคะว่าคนที่เป็นครูบาอาจารย์น่ะ ใช่ว่ามันจะมีความรู้ซะทุกคนหรอกค่ะ บางคนแม่งก็มั่วฉิบหายเลยนะคะ!!

อมยิ้มบางคนก็ด่า จขกท ว่าอีห่าเอ๊ย!! มึงไม่ช่วยพวกกรูปั้น EM ball ยังมีหน้ามาขวางทางปืนพวกกรูอีก!!
รู้มั้ยคะว่าที่บ้านกรูน่ะใช้ EM มาตั้งนานแล้ว ทั้งล้างส้วม เช็ดขี้เยี่ยวหมา ดับกลิ่นเหม็นเน่าได้หมดจด!!
ถ้ามึงไม่เชื่อก็ลองไปเอา EM มาทดลองใช้ซะก่อนเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่ามาตั้งกระทู้โง่ๆให้พวกกรูด่าเล่นเป็นไหนๆนะคะ!!

อมยิ้มชื่อ “บรรพต71″ ก็ยืนยันด้วยเกียรติของลูกเสือว่า EM ใช้ได้ผลชัวร์!! กรูขอฟันธง!!
เพราะกรูเอาไปล้างส้วมที่บ้านแล้วได้ผลดีโคตรๆ!! ใช้แล้วราดขี้ลงส้วมโคตรคล่องไม่มีขี้อุดตันเลย!!

ล้างส้วมได้ผลดี แล้วมันเกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสียตรงไหนวะ?
แบบนี้ถ้าใช้ตรรกะเดียวกับมึง แปลว่ากรูสามารถเอาน้ำยาล้างห้องน้ำอย่างเป็ดหรือไฮเตอร์มาบำบัดน้ำเสียก็ได้ใช่ป่ะ!!
อมยิ้มชื่อ “rcya” ก็ด่าอาจารย์จุฬาฯท่านนั้นว่ามึงยังไม่เคยใช้ EM ball ล้างส้วมที่บ้านด้วยซ้ำ
แล้วมึงมีหน้ามาวิจารณ์ว่า EM ball ไม่สามารถใช้บำบัดน้ำเสียได้ไงวะ!? แบบนี้มันรู้ไม่จริงนี่หว่า!!
กรูตอนแรกก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่พอลองเอาไปล้างส้วมที่โรงเรียน ปรากฏว่าแม่งดับกลิ่นขี้เยี่ยวได้หมดจดโคตรๆเลยนะเว้ย
ดังนั้นกรูจึงขอยืนยันด้วยเกียรติของภารโรงที่ล้างขี้เยี่ยวเด็กมาเป็นร้อยเป็นพันคนแล้วว่า EM มันใช้ได้ผลอย่างแน่นอน!!

ทำไมไอ้พวกที่สนับสนุน EM ball มันหมกมุ่นกับห้องส้วมและโถขี้จังวะ?
อมยิ้มชื่อ “แมวสีเทา” ก็ด่าอาจารย์จุฬาฯท่านนั้นว่า ว้ายยยโง่!! มึงเป็นอาจารย์ได้ยังไงวะครับ!?
คนธรรมดาสามัญอย่างกรูยังมีความรู้มากกว่ามึงอีก ถ้ามึงไม่รุ้ว่า EM ball มันเมพแค่ไหนก็ลองเอาไปล้างส้วมที่บ้านมึงดูซักหนก่อนไป๊!!

อมยิ้มบาคนก็ออกมาแย้งพวกที่รุมด่าอาจารย์จุฬาฯว่าพวกมึงเพลาๆหน่อยได้มั้ยคะ
แล้วที่พวกมึงด่าๆอาจารย์ท่านนี้สาดเสียเทเสียเนี่ย ไม่ทราบว่าพวกมึงได้อ่านบทความของท่านรึยัง
ท่านก็บอกแล้วว่ามันใช้ดับกลิ่นได้ในบางเงื่อนไข ไม่ได้บอกว่ามันห่วยแตกเฮงซวยใช้งานห่าอะไรไม่ได้ซักหน่อย
แล้วอาจารย์ท่านออกมาเตือนพวกมึงดีๆ เพราะเกรงว่าถ้าพวกมึงเอา EM ball ไปปาลงน้ำสุ่มสี่สุ่มห้า
มันอาจจะเกิดผลกระทบร้ายแรงตามมาคือน้ำเน่าฉิบหายวายป่วงกันทั้งบางก็เป็นได้
แล้วทำไมพวกมึงถึงไม่รับฟังคำเตือนของอาจารย์ท่านดีๆวะคะ!?
จะรุมด่าท่านเพราะเรื่องที่ท่านพูดมามันไม่ตรงกับประสบการณ์ล้างขี้ล้างเยี่ยวของพวกมึงทำไม!?

อมยิ้มคนนึงก็ยืนยันว่าอาจารย์ท่านนี้นี่แหละผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ที่มีผลงานวิจัยมานักต่อนัก
และอาจารย์ท่านก็ทั้งอธิบายกลไกการทำงานของเจ้า EM ball เอาไว้อย่างละเอียดแล้วด้วย
ถ้าไม่เชื่อพวกมึงก็ลองไสหัวไปอ่านในเว็บนี้ดูสิคะ!! http://www.eng.chula.ac.th/index.php?q=th%2Fnode%2F3915

ส่วนชาวหว้ากออีกกลุ่มที่เชื่อว่า EM ball ไม่สามารถใช้บำบัดน้ำเสียได้จริง ก็พากันเสนอแนะไอเดียบำบัดน้ำเสียต่างๆนานา
เช่นมีคนเสนอให้เอาปูนขาวมาโรยใส่น้ำเน่าเพื่อดับกลิ่น ซึ่งง่ายกว่าการใช้ EM ball เยอะและไม่เกิดผลกระทบเช่นน้ำเน่าเสียตามมาในภายหลัง
อมยิ้มบางคนก็ไปคุ้ยข่าวเก่าๆมายืนยันให้ดูว่าไม่จำเป็นต้องไปหาผลวิจัยมายืนยันแล้วว่ะ
เพราะเคยมีการทดสอบใช้ EM ball ในการบำบัดน้ำเสียที่คลองแสนแสบมาแล้ว
ปรากฏว่านอกจากจะไม่ช่วยให้น้ำหายเน่า แต่ยังทำให้น้ำเน่าขึ้นสาละวันเน่าขึ้นซะด้วยซ้ำ!!

แต่ทว่า!! เมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา ศปภ.ก็ได้ออกมายืนยันว่า EM ball นั้นสามารถใช้บำบัดน้ำเสียได้จริง!! (ฉิบหายละมึง)
และคงไม่มีอะไรจะสามารถหยุดยั้งการใช้ EM ball ไปบำบัดน้ำขังที่เน่าเหม็นอยู่ได้อีกต่อไปแล้วววว
ล่าสุดอาจารย์เจษฎาแจ้งว่าทางจุฬาฯกำลังร่วมกับ ปตท.ทำการวิจัยเกี่ยวกับ EM ว่ามันใช้บำบัดน้ำเสียได้จริงหรือไม่?

ดราม่านี้แอดมินอ่านแล้วก็ตลกดีว่ะ เพราะคนที่บอกว่า EM ball ใช้งานได้จริงนะว้อย พอมีคนถามว่ามึงรู้ได้ไงวะว่ามันใช้ได้จริง
บางคนก็ตอบว่าก็กรูเชื่อว่ามันใช้ได้ผลจริงอ่ะมึงจะทำไม? บางคนก็บอกว่าเพราะกรูใช้มันล้างส้วมจนสะอาดแวววับมาแล้วไง!!
ทั้งๆที่พวกมึงจะเอา EM ball ไปบำบัดน้ำเสียเนี่ยนะ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความสามารถในการล้างส้วมของแม่งวะห๊ะ!?
แต่พอมีคนแย้งว่า เฮ้ยๆแน่ใจเหรอวะว่ามันใช้ได้ผลจริงๆ ไอ้พวกที่มีศรัทธาเต็มเปี่ยมก็จะชี้หน้าด่าหมอนี่ทันทีว่ามึงอย่ามาพูดจามั่วๆ
ถ้ามึงอยากพิสูจน์ว่ามันไม่ได้ผล แน่จริงมึงก็ไปหางานวิจัยมายืนยันให้พวกกรูดูสิวะว่ามันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้จริงๆ!!
แต่จริงๆแล้วแอดมินว่ามันน่าจะเป็นหน้าที่ของไอ้พวกที่เชื่อว่าใช้ได้ผลมากกว่าไม่ใช่เรอะ ที่จะต้องไปหางานวิจัยมาโชว์ให้ดู
มีอมยิ้มคนนึงเทียบกรณีนี้กับกระเรียนพันตัวของซาดาโกะ ซาซากิ ที่เธอป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เพราะได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีที่ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่ออาการของเธอทรุดหนักลง
เธอจึงต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อนของเธอที่มาเยี่ยมเล่าให้เธอฟังว่าถ้าพับกระดาษเป็นนกกระเรียนพันตัว
อาการป่วยของเธอจะดีขึ้น เพราะนกกระเรียนเป็นนกศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความมีอายุยืนยาว
ซาดาโกะจึงพับนกกระเรียนเพราะหวังว่าจะหาย พอเธอพับไปได้ซัก 500 ตัว อาการดีขึ้นเล็กน้อย
จึงกลับไปพักที่บ้าน แต่ต่อมาอาการของเธอทรุดหนักลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และเพื่อนๆของเธอก็ช่วยกันพับนกให้ถึงพันตัว
สิ่งที่คนไทยกำลังทำอยู่ แอดมินว่ามันก็ไม่แตกต่างกับการพับนกกระเรียนของซาดาโกะมากนัก
เพราะมันเป็นการทำไปด้วยความปรารถนาดี ที่อยากให้ปัญหาน้ำเน่าคลี่คลาย เหมือนกับที่ซาดาโกะอยากหายจากโรคร้าย
แต่ไม่ว่าจะพับซักกี่ร้อยกี่พันตัว นกกระเรียนกระดาษก็ยังคงเป็นนกกระเรียนกระดาษ ที่ไม่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากความตาย
ไม่ต่างอะไรกับ EM ball ที่ต่อให้ปั้นเป็นแสนเป็นล้านลูก แต่ถ้ามันใช้บำบัดน้ำเสียไม่ได้ สุดท้ายน้ำที่ท่วมขังก็ยังคงเน่าเหม็นต่อไปอยู่ดี
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? น้ำที่ท่วมขังจะดีขึ้นหรือเน่ายิ่งขึ้นหลังใช้ EM ball!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
ทำไมนักวิชาการที่รู้ว่า EM ball มันใช้ไม่ได้ผล ไม่กล้าพูด
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11283702/X11283702.html
ระวังคนใช้,คนช่วยทำ,คนแจก EM BALLไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดไป
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11289069/X11289069.html
อาจารย์จุฬาฯ ท้วง EM Ball แก้น้ำเน่าเสีย
http://pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11290107/X11290107.html








































เท่าที่ลองถามความเห็นของเพื่อนทีเรียนสาขาจุลชีวทยาโดยตรง
ได้ความว่า
ในน้ำเน่าเนี่ยจะมีจุลลินทรีย์ ก. อยู่ แต่ใน EM เนี่ยจะมี จุลลินทรีย์ ข. ค. ง. จ. อยู่ ซึ่งจุลลินทรีย์กลุ่มนี้ไม่ใช่ออกซิเจน
เมื่อใส่ลงไปในน้ำพวก ข. ค. ง. จ. ทั้งหลายเนี่ยจะไปแย่งกิน ก. (พวก ก. เนี่ยปล่อยแก๊สไข่เน่าทำให้น้ำเหม็น)
แต่ควรใช้กับน้ำนิ่ง เพื่อไม่ให้จุลลินทรีย์พูดพัดไป ส่วนที่ต้องปั้นเป็น ball เพื่อให้มันจมลงใต้น้ำที่ไม่มีออกซิเจน
มันยังบอกอีกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของจุลชีวะ แล้วอาจารย์วิศวะมาพูดทำไม รู้จริงรึเปล่า
รวมถึงคำพูดที่เพื่อนบอกอีกว่าแปลกๆ กับคำว่า เอาของเน่าไปโยนลงน้ำเน่า มันแก้ได้ยังไง
ทำไมนักข่าวไม่ไปถามนักจุลชีวะโดยตรง
โดยส่วนตัวที่ฟังอาจารย์แกพูด แยกเป็นสองประเด็น
ประเด็นแรกคือ แกไม่รู้ว่ามันทำงานได้จริงรึเปล่าถึงทำได้จริงแกก็เชื่อว่าปริมาณน้อยเกินไปกับน้ำปริมาณขนาดนี้
ประเด็นที่สองคือ แกว่ามันทำงานไม่ได้จริง เป็นของหลอกลวง
เท่าที่ตามข่าวมา เห็นมีอาจารย์วิศวะ จุฬา คนนี้ออกมาพูดอยู่คนเดียว
ทำไมนักข่าวไม่ไปถามอาจารย์จุลชีวะ
สรุป กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครถูกกันแน่
แต่ที่แน่ๆกูว่านักวิชาการไปเถียงกันให้เสร็จๆเถอะ อย่าให้พวกกูมาเดาอย่างนี้เลยกูขอร้องงง
Singha wrote:
แต่ถ้า em ball ทำให้น้ำมันเน่ามากขึ้น ผลสุดท้ายคืออะไร โรคระบาดไงวะ มึงจะรอให้เกิดโรคระบาดค่อยเตือน เดี๋ยวมึงก็ด่าเค้าอีกแหละว่า
นักวิชาการเตือนหลังเกิดเรื่อง ก็ตอนเกิดเรื่องมึงหลับหูหลับตาเชื่อไง ใครเตือนหรือพูดความจริงตามแนวทางที่พิสูจน์ได้มึงก็บอกไม่เหมาะสม
เดี่ยวมึงก็จะเถียงอีกแหละว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” หุหุ
เออ อีกอย่างทางฝั่ง em ball ก็ไม่เคยมีหลักฐานการวิจัยใดๆว่ามันใช้ได้ผลเป็นรูปธรรม ที่จะทำให้น้ำไม่เสีย ก็มีแต่ความเชื่อเหมือนกันนี่หว่า
แต่มีกลิ่นไม่มีกลิ่นเนีะอีกเรื่องว่ะ
อมมะ intania 90 wrote:
วิศวะ เกี่ยวไรกับน้ำเน้าว่ะคะ
รอผลการทดลองของอ.เจษฎา
หนูมลิน wrote:
ในฐานะที่ผมจบวิศวฯ จุฬาฯ ขอประนามการแสดงความเห็นของคุณ intania 90 ว่าเป็นการอวดอ้างสถาบัน รังแต่จะทำให้คนมองสถาบันในทางที่แย่ลง
ส่วนคำถามที่ว่า วิศวฯ เกี่ยวอะไรกับน้ำเน่านั้น อยากเรียนว่า เรามีสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการเรียนการสอนด้านการบำบัดน้ำเสียตั้งแต่หลักการพื้นฐาน เช่น เคมีของน้ำ ชีววิทยาของน้ำ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ไปจนถึงหลักการทางวิศวกรรมในระดับที่สูงขึ้น เช่น วิศวกรรมน้ำเสีย การออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย การควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งต้องศึกษาทั้งทางทฤษฎี การทดลองในห้องปฏิบัติการ และยังมีงานวิจัยในด้านน้ำเสียออกมามากมายเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
จึงกล่าวได้ว่า วิศวฯ กับน้ำเน่า น้ำเสีย เกี่ยวข้องกันด้วยประการฉะนี้
ก็แค่ทำให้ไม่มีกลิ่น มันบำบัดน้ำเสีย ตรงไหน ว่ะิ ??????????????? บอกกุที่ กุงง
ไม่แน่ว่า อาจจะมีพลังงาน หรือวิญญาณอยู่ก็เป็นได้
ขอเชิญ คุณริว จิตสัมผัส มาให้คำแนะนำครับ
บางกอก สวิงกิ้ง แมน wrote:
em ball จะทำให้น้ำเน่าขึ้นหรือเปล่ากูไม่แน่ใจ..กูรู้แต่ว่าตอนนี้น้ำแมร่งก็เน่าอยู่แล้ว
บ้านกูน้ำท่วมชั้น1 ถึงอก(ประมาณ 1.50เมตร) หลายวันก่อนกูกลับไปดูบ้าน เช่าเรือพายเข้าไป เหม็นเน่าตลอดทาง
ลุยน้ำเข้าบ้านเหม็นสัสๆ กลับออกมาชุดที่ใส่ลุยน้ำเน่าแช่ไว้ทั้งคืน ซักผงซักฟอก 4-5 รอบยังไม่หายเหม็นเน่า
แต่ยังมีคนบ้านข้างๆ ไม่ยอมย้ายออกมา กูไม่รู้เค้าทนอยู่กับกลิ่นเน่าเหม็นขนาดนั้นได้งัย
แต่ถ้ามีพวกนั่งเรือเอา EM เข้าไปช่วยโยนให้ กูว่าอย่างน้อยเค้าก็คงยินดี มีกำลังใจที่มีคนแสดงน้ำใจ พยายามให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเน่าเหม็นให้บ้างแม้ชั่วครู่ชั่วคราว
กูเชื่อในหลักเหตุผลด้วยวิจารณญาณ ไม่ได้เชื่อเพราะนับถือสถานะคนพูดแบบไม่ลืมหูลืมตา
ชีวิตกูไม่เคยเอาคำว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” มาดูถูกตัวเองว่ะ
รอให้อาจารย์กับทางปตท.วิจัยก่อนก็ได้ครับ ตอนนี้ก็ทำอย่างอื่นที่เห็นผลได้ชัดเจนกว่าเช่น แพ็คของใส่ถุงยังชีพ กรอกทรายเข้ากระสอบ เป็นต้น แล้วหลังจากที่ผลการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ผลออกมา หากได้ผลจริง ก็ปั้นได้ หากไม่ได้ผลจริง อย่างน้อยเวลาที่เสียไปก็ยังได้ทำประโยชน์ที่เห็นผลได้ชัดเจนกว่ากับผู้ประสบภัยได้
แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ พอเค้ามาชี้แจงก็เสือกไม่ฟังกัน
น้ำมันเน่า em มันใช้ดับกลิ่น มันเลยหายเหม็น ไม่ใช่ทำให้ออกซิเจนมันเพิ่มขึ้นมาจนกลายเป็นน้ำดีนะเว้ย
แล้วมึงจะมาด่าคนที่เค้าบอกเหตุผลกับการทำงานทำไมวะ ไม่เข้าใจ
คือไอบอลเชี่ยนี่มันทำให้จมูกมึงโล่งงมาก เลยชาบูๆจนไม่ยอมรับฟังอะไรเลยเหรอ ห้ามใครแตะ มันวิเศษ !!
EM ball ใช้ได้กับน้ำนิ่ง แต่ใช้กับน้ำไหลไม่ได้วะ
เคลียรืแล้วนะไอ้พวกนักดราม่าพันดริฟท์
ไหนลองสาธยายให้ฟังหน่อยดิว่าปูนขาวเทแล้วมันจะเทพขนาดไหน โรยลงไปทำให้น้ำใสปิ๋งชนิดลงไปว่ายได้เลยหรือเปล่า แล้วกุจะหาซื้อได้จากไหน ราคาเท่าไหร่ แล้วกุจะทำยังไงระหว่างที่น้ำมันยังเน่ารบกวนชีวิตอยู่โดยไม่มีอะไรดับกลิ่น
กุเห็นแต่พวกแห้งๆ นอนถอกกะปู๋เชลียร์ อจ.เจษ แบบลืมหูลืมตาโดยไม่ได้รู้เลยว่าไอ้คนที่ลอยอยู่กลางน้ำเน่าๆ มันรู้สึกยังไง
ชักอยากเอาไปลองล้างส้วมที่บ้านบ้างล่ะ
ไอ้ปูนขาวจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวไหม ต้นทุนจะสู้โปเกบอลได้หรือเปล่า จะมาเมื่อไหร่ จะช่วยให้บ้านกุหายเน่าได้ขนาดไหน มีมาตรการอะไรที่จะทำให้ปูนขาวสามารถแก้ปัญหาน้ำเน่าได้ชะงักกว่าโปเกบอล
ไม่ใช่พอมีคนบอกว่า มันใช้ไม่ดี พวกเมิงก็เฮโลบอก อย่าใช้ ใครใช้โง่ ใครใช้แม่งควาย ต้องเลิก แล้วก็ปล่อยให้ไอ้พวกที่ประสบภัยแช่(ดม)น้ำเน่าๆ อยู่อย่างนั้น ไม่คิดจะแก้ปัญหาตรงนี้อีก
การกระทำแบบนี้กุเห็นในหลายๆ ดราม่าเรียกว่า “ตามน้ำ” ว่ะ!
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
เท่าที่อ่านมาจากหลายๆสาขา ได้ความว่า EM Ball มันช่วยเรื่องลดกลื่นได้อย่างเดียวครับ ม่ายช่วยเรื่องน้ำเน่าเสีย น้ำจะอยู่ในสภาพเดิมแต่ม่ายมีกลิ่นครับ
ถ้าอยากแก้น้ำเสียผมว่า กังหันน้ำชัยพัฒนา ของพ่อหลวงเราครับ
กูนึกว่าดราก้อนบอล
จบจุฬาก็ไม่ได้ฉลาดทุกคนนิครับ รึไม่จริง
EM ถึงมันจะช่วยให้น้ำดีขึ้นไม่ได้
แต่มันช่วยทางใจได้โว้ย
ก็เหมือนตอนมึงสอบเอ้นสะทร้านนั่นแหละ ไหว้ก๋งเสร็จแล้วไปสอบ มันก้มั่นใจแล้ว
เขร้ มาม่านี้จ่าจบสวยมาก
RaceX wrote:
เรื่องปูนขาว กำจัดกลิ่นได้ เพราะกลิ่นจากน้ำเสียมาจากไฮโดรเจนซัลไฟด์ในรูปแก๊สครับ (ภาษาพูดเรียก ก๊าซไข่เน่า) ปูนขาวจะเพิ่ม pH ทำให้ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ มันกลับละลายไปในน้ำ (มันจะเปลี่ยนรูป) จึงไม่มีกลิ่นจากก๊าซดังกล่าวครับ
ส่วนเรื่องการบำบัดน้ำเสีย ก็ไม่ได้ช่วย แต่จะช่วยเรื่องการกำจัดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค (pathogen) เนื่องจากมีการปรับ ืpH ครับ
ทั้งนี้ปูนขาวไม่ได้เทพ เป็นแค่ใช้ในพื้นที่แคบ ๆ จะได้ผลครับ
ฉลาดกว่าควาย(หน่อยนึง) wrote:
หาคลิปที่เนชั่นวันนี้มาดูนะครับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. อมเรศ ออกมาพูดดในฐานะนักจุลชีววิทยาครับ
เหมือนเครื่องตรวจจับระเบิดเลยวะ
มันอยู่ที่ศรัทธาเว้ย
บางคนก็บอกว่า EM ball มันใช้ลดกลิ่นเน่าเหม็นในน้ำได้จริงๆนั่นแหละ แต่ EM ball 1 ลูก
ใช้ได้กับน้ำจำนวน 1 ลูกบาศก์เมตร แล้วตอนนี้น้ำมันท่วมทั่วประเทศไทยราวๆ 5000 ล้านลูกบาศก์เมตร
แปลว่าถ้าเราจะใช้ EM ball ให้ได้ผล ต้องปั้นให้ได้จำนวน 50 ล้านลูก!!( ของ ABAC ตั้งเป้าไว้ที่หนึ่งแสนลูก)
=======================================
ไอคนโพสท์แม่งFailซะแล้ว
1ลูก ต่อ 1ลบ.ม.
ตอนนี้มีน้ำ 5000ล้าน ลบ.ม. ก็ต้อง 5000ล้านลูกเดะวะ
ปล.ตอนแรกกุนึกว่าจ่าคิดผิดนะเนี่ย 55555
ถึงมันจะช่วยลดความเน่าเสียของน้ำลงได้ แต่จะปั้นEM BALLพันล้านลูก ยังไงก็ทำไม่ได้หรอก
ไอบ้า มึงต้องปั้นEM Ballให้เป็นรูปนกกระเรียนโว้ยย
**** ไม่ใช่ว๊อยยยยยยย
****


****
แล้วน้ำที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น มันทำให้จมูกพัง ประสาทการรับรู้พังว๊อยยยยย
ดราม่านี้กรุเห็นต่างกับแอดมินว่ะ
//
ที่อาสาสมัครเค้านั่งปั้นEM Ballกันเยอะๆ เขาไม่ได้หวังผลให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำสะอาดใสปิ๊ง(โว๊ย)
ไม่ได้เอาem ballไปโยนลงคลองให้น้ำสะอาด
ไม่งั้นประเทศแถบทะเลทรายที่ขาดน้ำโยนem ballใส่เยี่ยวตัวเองแล้วกินแทนน้ำไปนานแล้ว
*** ที่จริงเค้าเอาไว้แจกให้ผู้ประสบภัยที่ต้องสูดดมกลิ่นน้ำเน่าตะหาก
แม่งน้ำท่วมก็ลำบากจะแย่ กลิ่นน้ำที่เริ่มเน่าก็แม่มโคตรเหม็น
(จมูกพังนี่น่ากลัวกว่าที่คิด เหมือนเมิงแดกฟรากรัวแต่ไม่สามารถรับรู้รสชาติได้
)
เพราะถ้าไฟไหม้ตอนหลับ เมิงต้องรับควัน รับความร้อนเข้าจังๆถึงจะสะดุ้งตื่น ไอประเภทได้กลิ่นไหม้นี่ เมิงแทบจะไม่รู้ตัวเลย หรือถ้าแก้สรั่ว ควันพิษ ในขณะที่คนอื่นเผ่นกันตั้งแต่ได้กลิ่นเหม็น เมิงงต้องรอให้เลือดออกทวารทั้ง5 ต้องมีปฏิกิริยาทางทางอื่นที่ไม่ใช่การดมถึงจะรู้ตัวว่ามันเปนพิษต่อร่างกาย
—–/

) อ้อ ระวังโลหะที่แช่น้ำนานๆด้วย ถ้าโดนโลหะบาดตามร่างกายตอนมันขึ้นสนิม ถ้าเปนบาดทะยัก….ถึงตายนะเว้ย
แล้วก็…….ถ้ายังจำกันได้ ข่าวบิ๊กd2bขับรถตกลอง เจอเชื้อราเชื้ออะไรเยอะแยะเข้าสมองจนเสีย….
น้ำท่วม เมิงยังหนีขึ้นไปอยูชั้น2ได้
แต่เมิงอย่าลืมว่ากลิ่นน้ำก็ตามเมิงถึงชั้น2ได้เช่นกัน ร้อนตายหร่ายังต้องเอาผ้า เอาอะไรยอะแยะมาอุดจมูกอีก
แล้วชาวบ้านเขาอยู่แบบอดๆอยากๆโดนตัดน้ำตัดไฟ แล้วต้องมานั่งดมกลิ่นน้ำเน่าดวยเนี่ยนะ?….
พวกเมิงจะให้เขาใช้สเปรย์กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นจัสมินฉีดใส่น้ำเน่าเรอะ??!!!
ปล.เสริมสาระนิสนุง น้ำท่วมยังเลเวลระดับโนวิทว่ะ ปัญหาที่น่ากลัวกว่าเรื่องน้ำท่วมคือกลายเปนแหล่งแพร่กระจายโรคระบาด โรคติดต่อทั้งหลาย เช่นโรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง(จากยุงดำ) อหิวา ที่เปียกชื้นเป็นจุดวางไข่แมลงวัน พี่ปีเตร์…(หนอนแมลงวันเป็นอะไรที่น่าขยะแขยงแสรดๆ
เพิ่มต่ออีกนิด เด๋วเข้าใจผิด ที่กุสื่อข้างบนอ่ะ ไม่ใช่แจกให้ผู้ประสบภัยโยนem ballกันหน้าบ้านนะเฟร้ย
เค้าเอาไว้โยนใส่น้ำที่ท่วมเข้าไปในบ้าน น้ำขังตามซอกหลืบที่มีซากสัตว์เน่าตายส่งกลิ่นดับเบิ้ลเหม็นทั่วบ้าน
น้ำในห้องน้ำ ขรี้ที่ทะลักออกมาจากโถส้วมแล้วตรู้มมม ออกมาเปนโกโก้ครั๊นช์ หรือกลิ่นขรี้เยี่ยวตัวเอง(ถ้าน้ำท่วมสูง ต่อให้มีโถส้วมข้างบนก็ใช้ไม่ได้นะเว้ย)
…ประเด็นอื่นผมไม่รู้นะ แต่ผมคิดว่า คนที่นอนอยู่กลางนั้ำเน่า ต่อให้มีคนบอกว่าให้เอาใส่ในน้ำเค้าก็คงทำครับ จะว่าโง่งมงายหรืออะไรก็ตามเถอะ คือมันไม่ไหวแล้วฟางเส้นสุดท้าย ยกตัวอย่างอย่างบางคนที่พอไม่สบายหาสาเหตุไม่ได้ หมอช่วยไม่ไหว แต่ก็ยังไปหาหมอดูบ้างหล่ะ ยาผีบอกบ้างหละ คือถ้าคนมันจะตาย อะไรก็ต้องคว้าไว้ก่อนน่ะครับ ผมเข้าใจในความคิดนั้นนะ จะว่าโง่งมงายก็คงว่าไม่ได้ทั้งหมด
สำหรับอาสาสมัครที่ไปปั้น… ผมเชื่อว่าทุกคนมีการศึกษาพอ รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เค้าอยากจะช่วยแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงน่ะครับ เขาไม่ได้มีอำนาจสั่งการ ไม่ใช่พระเจ้าที่จะดลบันดาลให้น้ำกลายเป็นดีในพริบตา ถ้าทำได้เค้าคงทำกันไปแล้ว แต่ด้วยความที่ใจอยากช่วย อะไรที่พอจะทำได้เค้าก็ยอมครับ ไม่ใช่ว่าโง่เง่าที่ไปนั่งปั้นหรอก อย่างในความเห็นนึงบอกไว้…มันเป็นความหวังน่ะฮะ ถึงจะริบหรี่หรือไม่มีอยู่จริง มันอาจจะได้ผลช้ามากกกกกกกกกก แต่ถ้า ณ ตอนนี้ยังไม่มีวิธีอะไรที่ดีกว่านี้ มีไอ้ลูกกลมๆนี่อย่างเดียวเค้าก็พร้อมจะสละเวลามาช่วยทำ ด้วยความหวังจะแบ่งเบาความทุกข์ของพี่น้องร่วมชาติครับ… เค้าคงคิดว่า…ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยล่ะนะ
ถ้าผลวิจัยยังไม่ออกมา และยังหาวิธีอื่นแก้ไม่ได้ ถึงบอลนี่ต้องใช้อีกกี่แสนกี่ล้านลูก เชื่อไหมครับว่าต้องมีคนมาช่วยกันแน่นอน….
คนไม่สบายอยู่กลางป่า หาหมอไม่ได้ ไม่มียาอื่นที่ดีกว่า แล้วเรามีพาราอยู่เม็ดเดียว ถึงช่วยอะไรไม่ได้มากแต่เราก็คงจะยื่นให้เขาอยู่ดี ถึงมันจะบรรเทาได้แค่0.0000000001ก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย…. หรือคุณคิดว่ายังไงครับ
แก้ไขครับ…
…ประเด็นอื่นผมไม่รู้นะ แต่ผมคิดว่า คนที่นอนอยู่กลางนั้ำเน่า ต่อให้มีคนบอกว่าให้เอาผงพิเศษมาใส่ในน้ำเค้าก็คงทำครับ จะว่าโง่งมงายหรืออะไรก็ตามเถอะ คือมันไม่ไหวแล้วฟางเส้นสุดท้าย ยกตัวอย่างอย่างบางคนที่พอไม่สบายหาสาเหตุไม่ได้ หมอช่วยไม่ไหว แต่ก็ยังไปหาหมอดูบ้างหล่ะ ยาผีบอกบ้างหละ คือถ้าคนมันจะตาย อะไรก็ต้องคว้าไว้ก่อนน่ะครับ ผมเข้าใจในความคิดนั้นนะ จะว่าโง่งมงายก็คงว่าไม่ได้ทั้งหมด
สำหรับอาสาสมัครที่ไปปั้น… ผมเชื่อว่าทุกคนมีการศึกษาพอ รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เค้าอยากจะช่วยแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงน่ะครับ เขาไม่ได้มีอำนาจสั่งการ ไม่ใช่พระเจ้าที่จะดลบันดาลให้น้ำกลายเป็นดีในพริบตา ถ้าทำได้เค้าคงทำกันไปแล้ว แต่ด้วยความที่ใจอยากช่วย อะไรที่พอจะทำได้เค้าก็ยอมครับ ไม่ใช่ว่าโง่เง่าที่ไปนั่งปั้นหรอก อย่างในความเห็นนึงบอกไว้…มันเป็นความหวังน่ะฮะ ถึงจะริบหรี่หรือไม่มีอยู่จริง มันอาจจะได้ผลช้ามากกกกกกกกกก แต่ถ้า ณ ตอนนี้ยังไม่มีวิธีอะไรที่ดีกว่านี้ มีไอ้ลูกกลมๆนี่อย่างเดียวเค้าก็พร้อมจะสละเวลามาช่วยทำ ด้วยความหวังจะแบ่งเบาความทุกข์ของพี่น้องร่วมชาติครับ… เค้าคงคิดว่า…ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยล่ะนะ
ถ้าผลวิจัยยังไม่ออกมา และยังหาวิธีอื่นแก้ไม่ได้ ถึงบอลนี่ต้องใช้อีกกี่แสนกี่ล้านลูก เชื่อไหมครับว่าต้องมีคนมาช่วยกันแน่นอน….
คนไม่สบายอยู่กลางป่า หาหมอไม่ได้ ไม่มียาอื่นที่ดีกว่า แล้วเรามีพาราอยู่เม็ดเดียว ถึงช่วยอะไรไม่ได้มากแต่เราก็คงจะยื่นให้เขาอยู่ดี ถึงมันจะบรรเทาได้แค่0.0000000001ก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย…. หรือคุณคิดว่ายังไงครับ
อาหย่อยจางเว่ย wrote:
อาหย่อยจางเว่ย wrote:
เสริม(อีกแระ)




กุว่าพวกหว้ากอฉลาดนะ…..แต่ความฉลาดมันจะไปมีประโยชน์อะไรเนี่ยยย เห้อออ
ย้ำอีกครั้ง
ที่อาสาสมัครเต้าไปช่วยกันนั่งปั้นเป็นหมื่นเป็นแสน ใครที่บอกว่าปั้นEm ballเพื่อโยนใส่น้ำทั้งหมดในกทม.5000ล้านลบซม.ไรนั่น กุว่าเฟลอย่างแรง
….ไอคิวสูงแต่การประยุกต์พลิกแพลงเป็น0ว่ะ
เมิงลองถามตัวเองให้ดี ถ้าไม่มีน้ำไฟให้ใช้ เมิงขรี้เยี่ยวกันยังไง?
ถามตัวเองต่อไปนะ ถ้ามีกลิ่นเล็ดลอด เมิงจะนั่งดมฉี่เน่ากับปุ๋ยชีวาพเป็นเดือนยังไง?
ถ้ามีหนูจมน้ำตายข้างล่าง กลิ่นเน่าลอยมาถึงห้องนอนชั้น2 เมิงจะลงไปเอ็นจอยเปนเงือกน้อยว่ายในน้ำเน่าเพื่อหาซากหนูเน่าไหม?
ยังมีไอเข้รอตุ๋ยเมิงอยู่นะ
ยห. อย่าห่วง ในน้ำมีแร่ธาตุ สารอาหารครอบ5หมู่ ทั้งเบคอน ราเมง พืชผักผ่านการตากแดดทั้งวันจากไร่นาหลายจังหวด ขี้หมูขี้หมาขี้คนที่แดรกอาหารสมบูรณพร้อม
เรียกได้ว่าเผลอกินน้ำแค่อึกเดียวคู่กับน้ำจิ้มชาบูรสชาติดั่งขึ้นสวรรค์
//
อย่างน้อยถ้าเมิงรู้ว่ากลิ่นที่เน่าผิดปรกติมาจากห้องไหน เมิงก็โปรยemกลบกลิ่นโลด
หรือเมิงจะทนนอนดมน้ำเน่าๆเหมือนนอนห้องเดียวกับซากหมาเน่า?
มันมีอุปสรรคมีเรื่องลำบากจากกลิ่นไม่พึงประสงอีกเยอะว่ะ
ประเภทกลิ่นจากน้ำข้างนอกน่ะ คนว่ายน้ำผ่านแป๊บๆ ดมกลิ่น กลั้นหายใจนิดๆ ตกดึกคนก็เข้าบ้านนอนกันหมด บ้านใครบ้านมัน ถ้ากลิ่นมันลอยเข้าบ้าน
ปิดหน้าต่างไม่ให้กลิ่นเข้ามากวนก็ได้ว่ะ
อย่างน้อยที่บ้านก็มีที่ซุกหัวนอนนุ่มๆที่คุ้นเคย จะแก้ผ้าเดินแก้ผ้าร้องเพลงไปมาคนเดียวชิลๆพักผ่อนสบายสุดๆก็ยังได้
เอ้าคิดบวกเข้าไว้ ทนมาหลายวัน เด๋วน้ำก็ลดแล้วน่าาา ~
แต่ถ้ากลิ่นมันรบกวนในบ้าน…เมิงจะไร้สถานที่ซุกหัวนอนที่สงบสุขทันที….
จากสถานที่ชิลที่สุด ผ่อนคลายที่สุดแม้ยามยามลำบากช่วงน้ำท่วม จะกลายเป็นสถานที่ที่ต้องผ่านไปด้วยความอดทน
ทุกลมหายใจมีแต่เหม็น กับเหม็น เมื่อไหร่น้ำจะลดซักที เมื่อไหร่กลิ่นจะหายซักที จะอ้วก ข้าวปลาก็กินไม่ลง ปวดกระเพาะว่ะ แต่หิวก็หิว อาหารก็เริ่มเสียทุกที…..
สุขภาพจิตใจท้อ ร่างกายอ่อนล้า อาหารที่เริ่มบูดทีละนิด หรือที่ทานแล้วท้องเสีย ถ่ายเยอะแต่กายใจที่มันล้า เชื้อโรคมันชอบยิ่งนัก
พอจัดการขรี้ตัวเองเริ่มไม่ไหว นานๆไปก็ชุ่ยขรี้มันลงน้ำเลยง่ายดี….
น้ำเน่า+ขรี้กระเด็นโดนตัวเอง เอามือจับนู่นนี่ ติดเชื้อหนักกว่าเดิมแถมแพร่เชื้อทางขรี้ให้คนอื่นอีก….แล้วก็เข้าสู่วัฏจักรโรคระบาด……
มึงไม่ต้องด่าใครโง่หรอก มืงจับพวกนักวิชาการที่พวกมืงบูชากันเนี่ย มารวมกันหลายๆตัว
แล้วให้แมร่งแย้งกันจะทำไง มืงก็เอาข้อสรุปของมันมาทำ จบ บาย ฉลาดชิปหาย
ผมไม่ว่าหรอกถ้าจะแฉครับ ช่วยหาวิธีแก้ด้วย ครับ ไม่ใช่มามัวแต่จับผิด
มืงจะจับผิดอะไรไม่มีใครว่าแต่ช่วยหาทางแก้ด้วย นั่นแหละคนฉลาด
อยากเห็นหน้าพวกเสื้อแดงมันกำลังปั้นอย่างขมักเขม้น อย่างมีหวังในลูกบอลศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันจริงๆ
ขำว่ะ..กูเริ่มเห็นอะไรกับเรื่องนี้มากขึ้น
เรื่องออกมาโจมตี EM ไปๆมาๆ แมร่งก็แค่ อีโก้ แล้วก็พฤติกรรมอวดอุตริกลบปมด้อยของบางคนแค่นั้นว่ะ
ตอนแรกกูไม่ได้กดคลิปดู ก็สงสัยอยู่ว่าไอ้อาจารย์จุฬาฯ มันเป็นถึง อจ. มันรู้ว่าความเชื่อที่เป็นกระแสสังคม
มันมีผลอย่างไรถ้ามันขวางกระแส แต่ทำไมมันถึงไม่รู้วิธีการที่จะออกมาขวางอย่างมืออาชีพ อย่างนักวิชาการ
ที่พูดแล้วมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ…พอได้กดคลิปนั่งดูอย่างพิเคราะห์…ก็ถึงบางอ้อ แมร่งมีปมกับไอ้ญี่ปุ่นคนคิดสูตรนี่เอง
เคยไปขอร่วมวิจัยกับเค้าแล้วถูกปฏิเสธ เลยเป็นปมอคติฝังใจ
ตรรกะที่แมร่งใช้อธิบายเรื่องนี้เลยเป็นไปแบบบิดๆ เบี้ยวๆ หยิบมาขยายผลรองรับมุมที่เป็นความเชื่อของตัวมันเท่านั้น
กูขอลองทำตัวเป็นฝ่ายค้านคิดแบบชาวบ้าน ตั้งประเด็นเคลือบแคลงไอ้อาจารย์จุฬาฯ หน่อยว่ะ
ไอ้พวกองครักษ์นักวิชาการอย่ามาอธิบายลอยๆแบบไร้สมอง ประเภทเค้าเป็น อจ. ต้องน่าเชื่อถือ เค้าเก่งกว่า เค้าฉลาด บลาๆๆ
– ตัวมันเองก็ไม่ได้แน่ใจในคุณสมบัติของ EM ในหลายๆ เรื่อง เพียงแต่เชื่อว่าไม่น่าจะได้ผลเพราะไม่มีทฤษฎีรองรับ
แต่แมร่งออกมาค้านหน้าดำหน้าแดงเอาเป็นเอาตายแบบหวังผล ในคลิปนั่นถึงขนาดใช้คำว่าเป็นว่าระแห่งชาติ
ถ้าปล่อยไว้สังคมจะถึงกาลล่มสลายนั่นทีเดียวเชียว ทำให้นักวิชาการอย่างมันทนนิ่งเฉยไม่ได้
ไอ้เชรี้ยยย…ถ้ามึงปารถนาดีห่วงสังคมในเรื่องใหญ่แบบนี้ ข้อมูล หลักฐาน วิธีการ มึงต้องมีมาแสดงเพื่อรับรอง
การเตือนของมึงมีน้ำหนัก ให้สังคมฟังแล้วเชื่อถือมึง….อย่างน้อยก็ส่วนหนึ่งที่ของคนมีปัญญาเชื่อแบบเหตุผล
ส่วนคนที่เชื่อแบบความเชื่อก็ค่อยๆ หาวิธีการปรับเปลี่ยนความเชื่อไป
– สังเกตุว่ามันพยายามเอาเรื่องคุณสมบัติเกินจริงบางอย่างมาเป็นประเด็นโจมตี EM ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเอามาใช้บำบัด
นักวิชาการแบบมึงหมดมุกหาหลักฐาน หาเหตุผลทางวิชาการมาสร้างความน่าเชื่อถือ ขนาดต้องอ้างมิจฉาชีพเพื่อสร้าง
น้ำท่วม ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันไปพูดคุยได้ข้อมูลกับญี่ปุ่นเมื่อไหร่ สถานะการณ์ไหน มีแต่ตัวมันคนเดียวที่ยืนยันว่ามีการ
อวดอ้างเช่นนั้น แล้วดึงเอาป้าเช็งมาเปรียบเทียบเพื่อให้ภาพเชิงลบสนับสนุนประเด็นชี้นำของมัน กรณีนี้เป็นพฤติกรรม
ที่สมควรของนัวิชาการกระนั้นหรือ??? เพราะสถานะ พฤติกรรม ของไอ้ญี่ปุ่น กับ ป้าเช็ง มันต่างกัน ญี่ปุ่นมันมีการรวมตัวกัน
ของนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง น่าเชื่อถือหรือไม่อย่างน้อยมึงก็เคยติดต่อไปขอร่วมขบวนการวิจัยกับเค้าละกัน มีการทดลอง วิจัย
ตามรูปแบบวิชาการ ถึงมึงบอกไม่น่าเชื่อถือ แต่กูว่าก็ดูดีกว่าพฤติกรรมนักวิชาการอย่างมึงที่ค้านโดยการอ้างมิจฉาชีพ
อย่างป้าเช็งมาสร้างความเชื่อถือให้ตัวเองละวะ (แต่ อจ. มันก็ไม่ได้บอกนะ ว่ามันเคยไปขอร่วมวิจัยกับป้าเช็งมาหรือเปล่า)
ความน่าเชื่อถือเชียวหรือวะ
– คำถามสรยุทธ ว่าอะไรคือสิ่งที่คิดว่าเป็นผลเสียของการใช้ EM….อจ. ตอบว่ามีส่วนผสมของ แกลบ โมราส(กากน้ำตาล) ฯลฯ
ถ้าใช้ EM Ball ปริมาณมากๆ โมราสจะทำให้น้ำเสียมากขึ้น เหยดดดด..แต่แล้วมึงก็อธิบายปลาๆๆๆ ว่าไม่เชื่อว่า EM ได้ผล
เพราะปริมาณน้ำมากมายมหาศาล ตั้ง 500 ล้าน ลบ.ม. (ตรงนี้ทำไมมึงเทียบแบบบัญญัติไตรยางปริมาณรวมทั้งหมด..
ทำไมมึงไม่คิดว่าเค้าจะเอาไปใช้เฉพาะจุดแล้วคิดเฉพาะปริมาณน้ำตรงจุดที่ใช้บ้างวะ) สรุป มันใช้ตรรกะขัดแย้งกัน
มันห่วงว่า โมราจใน EMจะทำน้ำเน่ามากขึ้น(ถ้าใช้ปริมาณมาก)…แต่ มันเชื่อว่า EM ไม่ได้ผลเพราะมีใช้ปริมาณน้อยเกินไป
แค่วรรคนี้สังคมก็มรึนแดกกับตรรกกะของมึงในเรื่องนี้แล้ว
– คุณสมบัติเกินจริง(ในความเชื่อของ อจ.จุฬาฯ) ที่มันโจมตี EM คือ เอาไปพ่นเชิงเขากันดินสไลด์ได้ แต่มันไม่ได้ให้รายละเลียด
ว่าคุยกันเรื่องอะไร เรื่องที่สนทนากันจริงจัง มีเงื่อนไขซับซ้อนขนาดไหนบ้าง….กูขออธิบายแบบภูมิปัญญาชาวบ้านที่กูเคยเห็น
การใช้โมราสในการช่วยยึดเกาะผิว(หน้าดิน) ในบ้านเรา คือ หลาย 10ปีก่อน ใน จ.กำแพงเพชร มีการดูดทรายจากแม่น้ำปิง
ขึ้นมาถมทำเป็นฝั่งเพิ่มพื้นที่ต่อจากถนนด้านข้างเมือง (ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ สนามกีฬา ตลาด) กูเห็นพอดูดทรายขึ้นมา
ได้ระดับที่ต้องการแล้วเค้าเอาลูกรังไปเทเป็นแนวยาวบดอัด (ภายหลังแนวนี้เทเป็นถนน) แล้วเอาโมราสราดทับลูกรังเพื่อป้องกัน
ฝุ่นและให้มันยึดเกาะกันไม่ให้มันสไลด์ลงไป(ช่วงเวลาหนึ่ง)ก่อนเอาหินมาเรียงปิดทับหน้าตลิ่งแนวกัดเซาะของน้ำ
สรุปว่า..ชาวบ้านเค้าก็รู้ว่าโมราสมันมีความเหนียวช่วยเพิ่มการยึดเกาะได้ นักวิชาการระดับ อจ.วิศวะจุฬา ไม่รู้ได้งัยวะ
แถมพูดซะคนเข้าใจว่าเอาไปใช้กันดินทั้งภูเขาถล่ม แบบนั้นแมร่งก็เว่อร์อยู่แล้ว
เอาแค่นี้ก่อนนะ…กูว่าไอ้พวกที่อวดอ้างตัวเองว่าฉลาดนักหนา คนอื่นโง่เง่าไปหมด บางทีแมร่งก็ไม่มีประโยชน์กับสังคมว่ะ
ถ้าอีโก้ อคติ บดบังปัญญา ความรู้ก็ไม่มีประโยชน์ เด็กประถมวิ่งช่วยกันเก็บขยะ เพราะครูบอกช่วยลดโลกร้อน แต่ไอ้พวกรู้มาก
นั่งเถียงกัน ว่าโลกนี้วันนึงขยะมหาศาล มึงช่วยกันเก็บแค่นั้นไม่ช่วยแก้ปัญหาหรอกว่ะ เสียเวลา แถมปัจจัยที่ทำให้โลกร้อน
ก็มีมากกว่าขยะซะอีก ก็คือไอ้พวกเหรี้ยรู้มากแมร่งได้แต่พูด แต่ทำประโยชน์ให้กับสังคมไม่เท่าเด็กประถม เพราะอย่างน้อย
ถึงเด็กมันก็ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนไม่ได้ แต่มันทำให้เกิดความสะอาดขึ้นได้
คุณ Singha เคยเห็นเอกสารเผยแพร่ EM ของ EMRO ไหมครับ
เค้าเขียนไว้ในเอกสารเค้า คุณสามารถหาอ่านได้จากในอินเตอร์เนตนี่ละ ลอง google ดูครับ ข้อความในนั้น ผม copy มาให้อ่านนะครับ
” EM จึงครอบจักรวาล มีการนำไป.ใช้ในทางการแพทย์ การก่อสร้าง การเกษตร ไอเสียรถยนต์ EM แก้ไขได้ มลภาวะที่เกิดจากออกซิเดชั่นสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง แม้แต่พลังงานนิวเคลียร์”
นี่เป็นเพียงส่วนเดียวนะครับ ถ้าคุณได้เคยนั่งฟังคนที่ใช้ EM สายของคุณฮิงะเนี่ย EM ก็คือ ของวิเศษ (ให้นึกถึงภาพการขายตรงหลาย ๆ แบบที่ไม่ถูกต้องเอาไว้นะครับ)
อยากจะกด like Singha สิบล้านครั้ง ไม่ค่อยชอบ อจ คนนี้เรยเวลาพูดคุณดูเยียดหยาม อจ อีกคนมาก คุณไม่เคยใช้ไม่ได้ทดลอง เเต่พูดได้เป็นวักเป็นเวร ถ้าเออจาโชวอีโก้ ก็ควรทำวิจัยก่อน เเล้วค่อยเอาผลวิจัยมาดูว่าได้หรือไม่ได้ผล เหมือนกับถ้ามีกล่องๆหนึ่งหน้ากล่องเขียนว่าวัตถุระเบิด โดยที่คุณก็ไม่รุ้ว่ามีจริงหรือไม่จริงเเต่คุณก็ออกมาเตือนให้คนอื่นเค้ากลัว คิดง่ายๆถ้าเทียบปริมาณ EM ตอนนี้กับน้ำที่ท่วมตอนนี้ ก็เหมือนกับน้ำเน่า 1 ถังใหญ่ๆ กับน้ำขี้ 2 – 3 ช้อนโต๊ คำถามคือน้ำขี้ 2 3 ช้อนนี้ก็ทำให้น้ำในนี้เน่าเหม็นกว่าเดิมเเค่ไม่กี่เปอเซนต์ เเต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่า EM นี่ใช้ไม่ได้จริงๆหรือเปล่า คุณอ้างว่าเป็นนักวิทยาศาตร์ เเต่คุณทำตามกระบวนการของนักวิทยาศาสตร์ครบทั้ง 5 ขั้นหรือยัง ที่ผมดูคุณยังไม่ได้ทดลอง วิเคราะผลการทดลอง เเละสรุปผลเลยด้วยซ้ำ ฉนั้นการเป็น อจ หรือ นศ ที่ไหนก็ไม่เกี่ยวว่าคุณจะฉลาดมากน้อยเพียงไหน คนทีจบ ม ราม ม เอกชนหลายๆคนในสังคมก็มีชื่อเสียงมีคนนับหน้าถือตา เเล้ว ม สีหวานก็ไม่ได้เป็นหนึ่งใในโลกนี้ การที่คุณพูดด้วยวาจาเเละน้ำเสียงเหยียดหยามก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองดูฉลาดมากขึ้น เพราะในโลกนี้ผมเชื่อว่ามีคนที่เก่งกว่าคุณมากมาย เคยดูข่าวเด็กอินเดียที่ที่ไม่ได้เข้าเรียนหนังสือเเต่เค้าประดิษฐ์อะไรสักอย่างผมจำไม่ได้เป็นข่าวเมื่อหลายปีมาเเล้ว เเละสิ่งประดิษฐ์ของเค้าก็สามารถใช้งานได้จริง เเละเป็นประโยชน์ด้วย นี่สิครับถึงเรียกว่าเก่งจิง ไม่ใช่เซียนตำรา
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11307597/X11307597.html
ผลการทดลองของคุณ jfk จากพันธุ์ทิพครับ
ดูความเห็นที่ 15
“สรุปของสรุป
การใช้ EM Ball และน้ำยา EM ในขนาดที่เหมาะสม หรือการใช้ปูนขาว ช่วยลดกลิ่นและสีของน้ำเน่าได้ ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้เล็กน้อยๆ แต่ก็ไม่มากจนแทบ จะไม่ต่างกับไม่ใช้เท่าไร และถ้าจะเลือกใช้ EM ต้องระวังในเรื่องของขนาดทีมากเกินไป
ตัวปูนขาวก็เป็นตัวเลือกที่ น่าสนใจ
ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องศึกษาเรืองผลกระทบอื่นๆ ต่อสิ่งแวดล้อมมาประกอบกัน
แต่ถ้าเป็นไปได้ การเก็บขยะ อินทรีย์ขึ้นจากน้ำ ให้มากทีสุด เพิ่มการไหลเวียน้ำนั่นช่วยให้น้ำดีขึ้นแน่ๆ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใดๆ ทั้งสิ้น “
aaax wrote:
ผมไม่แน่ใจเรื่องคุณสมบัติที่แท้จริงของ EM และไม่ได้โต้ในประเด็นคุณสมบัติของ EM

ว่าเป็นธุรกิจหลอกลวง ทั้งที่ธุรกิจขายตรงถ้าบางคนสามารถทำได้ตามเงื่อนไขมันก็เป็นประโยชน์ สร้างผลตอบแทนได้จริง
แต่ตั้งข้อสังเกตุและวิพากษ์พฤติกรรมของนักวิชาบางคนว่าไม่เหมาะสมอย่างไร
ไอ้เรื่องการโฆษณาคุณสมบัติเกินจริง ถ้ามันจะถูกนำไปเชื่อมโยงด้วยเหตุผลทางธุรกิจ มันก็ไม่แปลก
ประเด็น คือ คุณสมบัติบางประการมันมีอยู่จริงหรือไม่??? มันเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ตรงไหนบ้าง???
เอาเทียบเข้ากับเรื่องขายตรงที่คุณยกตัวอย่างมาก็ได้…เช่น ยาสีฟัน พวกคนขายมันก็ย่อมอวดอ้างสรรพคุณ
ว่าดีเลิศแปรงแล้วปากสะอาด หอม เย็นสดชื่นกว่าผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นใดในท้องตลาดทั่วไป ประเด็น คือ…
ไอ้ยาสีฟันตัวนี้มันมีคุณสมบัติแปรงฟันสร้างความสะอาดอยู่จริงหรือเปล่า?? ถ้ามันมีอยู่จริงก็ ok
แต่ถ้าคนขายมันอวดอ้างไปอีก ว่าความเย็นของยาสีฟันยังสามารถช่วยเอาไปใช้ประโยชน์ทาลริเวณ
ที่ถูกน้ำร้อนลวกลดการปวดแสบปวดร้อนได้อีกด้วย อันนี้เป็นคุณสมบัติรอง (ไอ้บ้าตัวไหนตั้งใจซื้อยาสีฟันไปทาแก้
น้ำร้อนลวกวะ) แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้….แต่คนขายมันโม้ต่อไปอีก ว่ายาสีฟันของมันมีสูตรส่วนผสมบางอย่าง
สามารถห้ามเลือดได้ด้วย มีโฆษณาเป็นเรื่องราว..อันนี้แหละเป็นหน้าที่ของ อย. ศคบ. หรือนักวิชาการที่ต้องออกมาพิสูจน์
ว่ามันเป็นจริงหรือไม่ เพื่อปกป้องสังคม ถ้ามันมีส่วนผสมบางอย่างแล้วทำได้ก็ประกาศรับรอง พิสูจน์แล้วเป็นเรื่องหลอกลวง
ก็ประกาศใหสังคมรับรู้ให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ย้ำว่า..กระบวนการพิสูจน์ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นวิชาการมันต้องเกิดขึ้นก่อน
แล้วค่อยแอคชั่น ไม่ใช่เกลียดขี้หน้าไอ้เจ้าของบริษัทขายตรงเพราะเคยไปขอร่วมหุ้นกับมันแล้วมันไม่ยอมให้หุ้นด้วย
พอเห็นมีคนใช้ยาสีฟันยี่ห้อนี้ไปทาแผลน้ำร้อนลวกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็รีบออกมาโจมตีโวยวาย อ้างสังคมจะล่มจม
โยงทำลายความความน่าเชื่อถือสินค้าขายตรงทั้งระบบ…
เขาใช้EMเพื่อไม่ให้มันเหม็นว้อยยย ถ้าบ้านมึงน้ำท่วมมึงจะนั่งถอกกะปู๋แล้วดื่มด่ำกับกลิ่นน้ำเน่าหรอวะ
มึงพูดยังกับว่าชาวบ้านเขาเอาน้ำที่ท่วมมาดื่ม
จากที่อ่านกับนั่งคุยกับเพื่อนๆมา ผมเองก็มีข้อสรุปให้ตัวเองว่า
มันช่วยบำบัดกลิ่นกับช่วยทำให้สีของน้ำนั้นมันใสขึ้น
เหมือนตอนเอาไปล้างส้วมอะ ส้วมมันสะอาดขึ้น กลิ่นไม่มี
แต่มีใครออกมาบอกรึยังหละว่า น้ำในส้วมอะ มันเป้นน้ำที่ทีคุณภาพดีขึ้น
น้ำที่ใสสะอาด มันไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าน้ำนั้น มันสะอาดจริงรึเปล่า
อย่าง เราแอบหยอดผงยาถ่ายลงไปในน้ำ น้ำมันก็ยังใสอยุ่
มองจากภายนอก ใครจะรุ้วาน้ำนั้นมีผงยาถ่าย กินไปขี้ไหลไป
อันนี้ผมแค่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะ
ผมว่าเจตนาที่อาจารย์ท่านนี้ต้องการออกมาเตือนก็คือว่า
น้ำที่เห็นว่าใสๆอะ มันไม่ใช่น้ำสะอาดนะ แต่มันมีสารเจือปนอยุ่เยอะมาก อาจจะเยอะกว่าเดิมด้วย
เพราะเราโยนก้อนเชื้อลงไป ไม่รุ้มันจะกลายพันธ์เป็นอะไรบ้าง และก็ยังก็ไม่มีใครออกมาบอกว่า ในน้ำนั้น มีอะไรอยุ่บ้าง
ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละแหล่งน้ำโดยเฉพาะยิ่งเป็นน้ำไหลด้วยแล้ว
แต่ละที่มีอะไรที่ไม่เหมือนกันอยู่ในนั้นแน่นอน
เพราะฉนั้น ถึงน้ำจะใสขึ้นก็อย่าวางใจ
การให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ประสบภัยถือเป็นอะไรที่สำคัญที่สุด
แน่นอนว่า นอกจากจะบอกข้อดีของEMแล้ว ก็ต้องบอกข้อเสียให้เค้ารับรู้ด้วย
ไม่งั้นมันก็จะเกิดอะไรต่อมิอะไรที่มันสายเกินแก้ อย่างที่น่าจะเกิดชัดๆก็โรคระบาด
จากปัญหาหนึ่ง ไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง และเพิ่มไปอีกหลายๆปัญหา
การฟังความอีกทางไว้บ้าง ถึงมันจะค้านกับความเชื่อเดิมที่เชื่ออยุ่
แต่ยังไงมันก็มีประโยชน์ เพราะไอ้EMเนี่ย มันก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้แน่นอนซะที
มันมันแน่แค่ไหน
ไม่เกี่ยวกับว่าคนที่ออกมาเตือนจะเป็นใคร จะออกมาด้วยท่าทางแบบไหน หรืออคติกับใครมาก่อน
แต่คนที่ออกมาเค้าก็กล้าที่จะออกมาพูดแย้ง ให้คนอื่นได้รุ้ว่า เฮ้ย นอกจากข้อดีที่เห็น มันมีข้อเสียนะเว้ย
ยังไงก็ต้องนับถือเค้าในเรื่องนี้ เพราะเอาจริงๆก็ยังไม่มีใครกล้าออกสื่อแย้งกันขัดเจนขนาดนี้
ฟังหูไว้หู เก็บเกี่ยวข้อมูลไว้ อย่าเชื่อทางใดทางหนึ่งสุดโต่ง มันจะเป็นการปิดกั้นตัวเองซะเปล่าๆ
ฟังข้อมูลจากหลายๆด้าน แล้วก็สรุปไว้ในใจ
ข้อเสียที่เห็นมันก็ไม่ได้เป็นข้อเสียเสมอไป ถ้าเราเอามามองให้มันเป็นประโยชน์
เอาไว้ระวังตัว ให้มันไม่เกิดอะไรที่มันสายเกินแก้ ระวังไว้ก่อนดีกว่าปล่อยปะละเลย เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้
น่าจะเวิร์คกว่าในความคิดผม
คำถามที่ว่า ตกลงแล้วEMมันช่วยได้หรือช่วยไม่ได้ มันก็เหมือนคำถามโลกแตกที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
มันก็ยังออกมาให้รุปแบบที่ว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ใช้น้ำวิเศษอะไรอย่างที่หลายๆคนเชื่อกัน
แทนที่จะออกมาด่าว่าอีกฝ่าย ฟังข้อมูลเยอะๆ แล้วเอามาวิเคราะห์ แล้วสรุปผลเอาด้วยตัวเอง
เตือนตัวเองให้รุ้ว่าอะไรควรระวังอะไรไม่ควรระวัง
บนโลกนี้ ไม่มีข้อวิเศษหรอก ยิ่งของวิเศษที่ได้มาง่ายๆ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่
ของสิ่งนั่นมันจะวิเศษหรือไม่วิเศษนั้น มันก็มาจากปากคำของคนนี้หละ ว่าจะโฆษณามันแค่ไหน
ขนาดยาที่รักษาโรคได้หายขาดที่มีข้อพิสูจน์แน่นอนชัดเจน มันยังมีข้อเสียในตัวของมันเองเลย
จะมาหวังพึงอะไรกับของที่ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์แน่นอน เห็นผลบ้างไม่เห็นผลบ้างอย่างก้อนEM
ยังไงมันก็แค่ความคิดส่วนตัวของผมนะ ใครจะคิดต่างยังไงก็ช่างผมไม่สน
ผมมองที่เลือกที่จะมองว่า ตัวอาจารย์แกต้องการออกมาแย้งเพราะข้อมูลในมือของเค้าไม่เหมือนกับที่สื่อออกอากาศ
และอยากให้คนได้รุ้ว่า มันมีข้อมูลแบบนี้ด้วย ถึงความจริงอาจจะออกมาเพราะอคติ อยากเด่นอยากดัง
หรือภาพที่ออกมาจะเป็นขี้เก็ก พูดจาดูถูกคนอื่น มองด้วยสายตาเหยียดๆ ข้อมูลที่แย้งก็ออกมาแค่แนวสมมติฐานอะไรก็ตามเหอะ
ข้อมูลมันก็คือข้อมูล อย่าไปมองที่คนพูด มองที่เจตนาเค้าน่าจะดีกว่า
เหมือนกับคนที่มาช่วยปั่นก้อนEMอะ ดีไม่ดีไม่รุ้หรอก แต่อย่างน้อยๆ ได้ออกมาช่วย มันก็เป็นน้ำใจอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยได้
อย่างน้อยๆน้ำก็ใสหละวะ น้ำจะเสียจะอะไรช่างมันก่อน ช่วยอะไรได้ก็ช่วยละกันวะ ประมาณนี้
การออกมาให้ข้อมูลมันไม่ก็ไม่ได้ไปหักหาญน้ำใจอะไรคนปั้นเท่าไรนะผมว่า
เป็นการให้ข้อมูลเพื่อให้คนระวังตัวขึ้นมากกว่า
อย่างน้อยๆก็ทำให้มีคนสงสัยมากขึ้นนั้นหละว่าตกลงมันช่วยได้จริงมั้ย 55555+
EMน่ะ ใช้ลดกลิ่นเท่านั้นนะ ไม่ได้ใช้บำบัด
หมายความว่า น้ำเน่า จะไม่เหม็น แต่ยังเน่าอยู่
(ที่บ้านผมใช้กับส้วมเพราะบางทีมันมีกลิ่นย้อนขึ้นคอห่านมาน่ะนะ)
ส่วนใหญ่ จุดที่น้ำเน่ามักจะเป็นเพราะ น้ำอยู่นิ่งๆ ไม่มีการไหลเวียน มีขยะเศษซากต่างๆอยู่เยอะกันอยู่แล้ว
ถ้าจะใช้ก็ใช้เพื่อดับกลิ่นแต่ให้จำไว้ว่าไม่ได้บำบัดน้ำ เดินลงไปรับรองแสบขาแน่นอน
อ่อ ผมเลี้ยงปลาตู้เล็กๆอยู่นะ
ขอบอกว่า EM ถ้าใส่เยอะๆ เน่าแน่
มันต้องใส่ให้พอดีง่ะ มีสูตรคำนวณอยู่
จะช่วยลดความขุ่นของน้ำได้
แต่ผมว่า ไม่เหมาะจะมาโยนน้ำท่วมนะ
สรุป EMลดกลิ่น แต่ไม่ทำให้น้ำหายเน่า จบ
เคยใช้ตอนเลี้ยงปลาดุกวิชา เกษตร อาจารบอกใช้แล้วน้ำไม่เสียจะได้ไม่ได้เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ
ใส่บั้บ สามวันปลาแมร่งตายทั้งบ่อ
มันไม่ได้ช่วยให้หายเน่า แต่ช่วยให้น้ำไม่เหม็น
-*-
ทำไมกูรู้เหรอ? ก็กูใช้อ่ะ ห่าาาาาาา
คืออีคนที่ออกมาว่ามันไม่ได้ผล ถามแม่งว่าเคยลองยัง? แม่งก็บอกว่าไม่ได้ลอง
อ้าว ไปลองก่อนไป๊ ไปลองให้รู้ก่อนว่ามันดับกลิ่นได้จริงค่อยมาบ่น
สาดดดด
em ball เป็นของศักสิทธิ์นะโว้ยย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ตอนใช้ต้องท่องคาถา เป่ามนลงไปก่อน รับรองได้ผลจริงๆ
มีผลการทดลอง “แบบบ้านๆ” จากหมอเจมาให้ดูกัน
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11307597/X11307597.html
กูละขำพวกควายแดงม๊ากๆ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11307597/X11307597.html พวกมึงแหกตาอ่านกระทู้นี้บ้างอะไรบ้างนะ ว่ามันได้ผลไหม ที่สำคัญสื่อต่างชาติ รวมถึงจนทจากองค์การอนามัยโลกแบบว่า ไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนเลยว่าem ball บำบัดน้ำเสียได้จริง ควายก็คือควาย
เราก็ไม่รู้ว่ามันได้ผลจริงหรือไม่ว่าน้ำเน่าจะดีขึ้นหรือเน่ากว่าเดิมหรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้น
แต่ที่แน่ๆขยะทำให้น้ำเน่า ไมต้องเรื่องน้ำท่วมหรอก แค่น้ำในคลองปกติก็เน่าแล้ว(ขยะทั้งนั้น)
ใช้ปูนขาวควบคู่กันได้มั้ยวะ

จะได้ทั้งไม่เน่าไม่เหม็น
บรอนซ์เซนท์ wrote:
แกนนำปั้นคือ @DCDanai (น่าจะเขียนถูกนะครับ พอดีเลิก follow แกไปตั้งแต่แก หลุดจากสมาธิ “มีความสุขทุกลมหายใจเข้าออก”) ครับ ไปศึกษาเองละกันว่าแกเป็นเสื้อแดง และ โง่ขนาดไหน ก่อนจะด่าใคร ศึกษาให้ดีก่อนครับ ก่อนที่จะมีคนมาว่าได้ว่า เสื้อเหลืองแมร่งโคตรโง่ พวกตัวเองโง่ แล้วเสือกกล่าวหาว่าคนอื่นโง่
ปล. เมื่อไหร่พวกมรึงจะเลิกเล่นกีฬาสีครับ หรือต้องรอให้น้ำท่วมบ้านพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายของมรึงให้หมดโคตรก่อน หรือต้องรอจนพวกมรึงตายลอยหายไปกับน้ำครับ
ดราม่านี้ สรุปได้ความโดยง่ายว่า
“ก็กูจะเชื่อของกูอย่างนี้อ่ะ ใครจะทำไมกูหวา
หลักฐานของพวกมึงทั้งหลายน่ะมั่วแดก โมเมมา
กูนั้นหนาคือผู้รู้จริง มึงทุกคนต้องอิงกู
อย่าเอาหลักฐานเก๊มาขี้ตู่ เทียบกับความรู้(แบบไม่มีหลักฐาน)ของกูเอง”
เอวัง สาธุ
จ๊วบเดียวก็ดูดดื่มแมน wrote:
หลักฐานเหรี้ยอะไรของมรึงวะ…


กูไม่เห็นไอ้อาจารย์จุฬาฯ รัยนั่นอ้างอิงแสดงหลักฐาน ผลวิจัยทางวิชาการอะไรสักอย่าง..
นอกจากอ้างมิจฉาชีพมาสร้างความยอมรับ และความเชื่อของตัวมันเอง
ถ้ามันออกมาค้านด้วยข้อมูล ผลวิจัยทางวิชาการ และหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เรื่องนี้ไม่ดราม่าขนาดนี้ว่ะ
กูว่าคนในสังคมไม่น้อยก็สับสน..อยากเห็นผลพิสูจน์ทางวิชาการของจริง พร้อมจะเปลี่ยนความเชื่อให้ถูกต้อง
ปัญหามันติดตรงที่ฝ่ายที่ใช้ EM อยู่เค้าอ้างงานวิจัย ผลทดลองใช้งาน หน่วยงานของรัฐ
ส่วนฝ่ายต่อต้านแมร่งเสือกออกมาแย้งด้วยความความเชื่อ อ้างมิจฉาชีพ
แต่ก็ยังเสรือกมีพวกควายๆ ออกมาสนับสนุุนด่ากราดคนในสังคม ที่ไม่เชื่อการค้าน (แน่นอน..เอาส้นตรีนคิด
ก็น่าจะตัดสินได้ว่าฝ่ายไหนน่าเชื่อถือมากกว่ากัน)
แล้วมรึงล่ะ..เชื่อไอ้อาจารย์จุฬาฯ เพราะอะไรวะ ตอบกรูที
ปล. บอกก่อนนะกูไม่ได้อยู่ฝ่ายสนับสนุนให้ใช้ EM แล้วก็ไม่รู้เรื่องคุณสมบัติ EM ว่ามันใช้ได้จริงหรือไม่ พร้อมจะเชื่อผลพิสูจน์ที่ชัดเจน เพียงแต่ตอนนี้เห็นว่ามันเป็นกิจกรรมที่ยังมีประโยชน์แฝงอยู่บ้าง..ส่วนไอ้อาจรย์จุฬาฯ มีแต่ความน่าอับอายขายขี้หน้า
เอาจริงๆไอ้พวกคุณๆทั้งหลายนี่ก็ไม่ได้เคยทดลองกันจริงป่ะ ฟังเขามาทั้งนั้น แล้วแต่ว่าจะฟังมามากหรือว่าฟังมาน้อย
แนะนำให้ลองไปฟังคลิปนี้เพิ่มนะ (อย่างน้อยก็ให้ได้ฟังมากขึ้น รับรู้อะไรๆมากขึ้น)
http://www.youtube.com/watch?v=uLsisqNHRoM&feature=share
ปล. แอดมินเรื่อง EM กะเป็ดโปรหน่ะ ผลที่ได้มันคล้ายกันแต่หลักการไม่เหมือนกันนะ
เมอง เอา ยัด กน ทดลอง ดิ ตุด เกียรติคุณ กิตติคุณ
เมอง เอา ยัด กน ทดลอง ดิ เกียรติคุณ กิตติคุณ
เมอง เอา ยัด กน ทดลอง ดิ เกียรติคุณ กิตติคุณ
กุจะสรุปให้ฟังเอง สราดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
EM ball เค้าไว้ใช้ในเหตุการณ์เฉพาะหน้า ตอนนี้น้ำมันเน่าส่งกลิ่น เขาเลยต้องใช้ Em เพื่อดับกลิ่น สั้นๆง่ายๆ มันไม่ได้ช่วยให้น้ำสะอาดขึ้นแต่อย่างใด ก็มันไม่มีงานวิจัยนิหว่า แต่ที่เห็นได้จริงๆคือ มัน!! ลด !! กลิ่น!! ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมถึงต้องมานั่งปั้นกัน เพราะมันใช้ในกรณีฉุกเฉิน
แล้ว ที่ EM มันทำให้น้ำเน่า ขอบอกว่าจริง!!! แต่มันขึ้นอยู่กับวิธีใช้ว่ะ อย่างที่ ดร. บอกนั้นแหละ แต่ตอนที่เขาแจกเขาก็จะบอกวิธีใช้อยู่แล้ว
ดร. มันคงไม่เคยไปรับลูก EM กับเขาหรอก แต่กุก้เข้าใจ ดร. นะ ว่าไม่อยากเห็นคนไทยจมอยู่กับความเชื่อผิดๆ ที่ว่า EM มันบำบัดน้ำเสีย
จากนี้กุขอตั้งชื่อ ลูก EM ว่า ลูกเหม็นลอยน้ำ
ท่าที และข้อกล่าวหาของอาจารยืจุฬาฯ ที่เสมือนดูถูกสังคมไทยไร้ปัญญาจมอยู่กับความเชื่อปราศจากเหตุผลโดยสิ้นเชิง
โจมตีเรื่อง EM จะทำให้สังคมไทยล่มสลายนั้น กูขอแสดงความเห็นอีกมุมว่า การอ้างสถาบัน สถานะที่น่าเชื่อถือ
ในสังคมมารับรองความเชื่อ เจือปนอคติโดยปราศจากการไตร่ตรองและข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดนั้นเป็นภัยร้ายแรง
ต่อเสถียรภาพและความสงบของสังคมอย่างมากเช่นกัน
ก่อนจะสรุป กรูขอตั้งข้อเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างนี้ก่อนดีกว่าว่ะ…
– ไอ้อดีตอาจารย์วิศวะจุฬาฯ ควรจะออกมาขอโทษกับสังคม และอาจารย์นิด้า
เพราะมันเองแสดงให้เห็นว่า ตัวเองไม่ได้มีความรู้ถึงขั้นมากพอตอบโจทย์สังคมเรื่องนี้ได้เลย
โดยตั้งข้อสังเกตุว่า มันอ้างถึง เรียกร้องหาตัวช่วยให้ออกมาร่วมรับรองความน่าเชื่อถือสิ่งที่เป็น
ความเชื่อของมันตลอดเวลา แต่กลับมีท่าทีที่แสดงขณะออกมาคัดค้านแบบอวดอ้าง เยาะเย้ย
ถากถางผิดวิสัยน์นักวิชาการ
ปล. ไม่มีนักวิชาการขานรับข้อเรียกร้องอาจารย์จุฬาฯ แม้แต่คนเดียว ตรงข้ามกลับมีหน่วยงานรัฐ
นักวิชาการบางท่าน (อย่างในคลิป คห.455) ออกมาแสดงความเห็นเชิงสนับสนุนว่า EM
มีคุณสมบัติบางอย่างที่เป็นประโยชน์ได้จริง
– เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะองค์กร
ที่ได้รับความเชื่อถือสูงมากในสังคมไทย และต้นสังกัด ควรมีการตั้งกรรมการสอบสวนเจตนา
และพฤติกรรมของบุคคลากรของตนที่ออกมาชี้นำสังคมด้วยความเชื่อแบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ
โดยไม่มีการพิสูจน์ที่ชัดเจนก่อนจนเกิดความสับสน แตกแยกขึ้นในสังคม
แน่นอนย่อมนำความเสื่อมเสีย กระทบความเชื่อถือต่อสถาบันด้วย
– ให้สถาบัน นักวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับออกมาพิสูจน์ สรุปผล แถลงความเห็นทางวิชาการ
เกี่ยวกับ EM ต่อสังคมอย่างเป็นทางการ เพื่อขจัดความสับสนและความแตกแยกของสังคม โดยไม่ให้
อดีตอาจารย์วิศวะจุฬาฯ ซึ่งบัดนี้สุนัขหาย(เสียหมา) ขาดความน่าเชื่อถือและการยอมรับในพฤติกรรมที่น่า
เคลือบแคลงสงสัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วและอยู่ในฐานะคู่กรณี เข้ามีส่วนร่วมโดยเด็ดขาด
– ขอให้สังคมช่วยกันร่วมประนามอาจารย์วิศวะ จุฬาฯ จนกว่าจะมีการออกมาแสดงการขอโทษและรับผิดชอบต่อสังคมไทย
เอ้าๆ เหยดดดด กุโดนยัดเยียดความเป็นควายแดงซะแล้วสินะ
กุถึงว่ามาม่านับวันมีแต่พวกตรรกะเพี้ยนๆ มาสิงกัน เสพย์มาม่าแบบพิมพ์อะไรมากุเชื่อหมด แล้วมานั่งภูมิใจว่าตัวเองเสพย์แต่ความจริง ตัวกุนี่ช่างฉลาดเสียนี้กระไร ใครไม่เห็นด้วยนี่แม่งโง่สาดๆ
แล้วก็หน้าแตกเหมือนตอนมาม่าฆ่าหมาในวัด
EM Ball มันคือ GT 200 เวอร์ชั่นบำบัน้ำรึไงฟระ… = =”
สังคมไทยคือสังคมที่กำลังป่วย
เพราะคิดว่าในโลกนี้มีแค่สองสีคือขาวกับดำ ไม่ใช่ดำคือขาว ไม่ใช่ขาวคือดำ
EM Ball คือสีเทา ที่คนทั่วไปกำลังเข้าใจว่าเป็นสีขาว
อ.จุฬา เลยต้องออกมาบอกว่ามันเป็นสีเทา ไม่ใช่สีขาวอย่างที่เข้าใจ
แต่คนไทยที่กำลังป่วยกลับคิดว่าอ.จุฬาหาว่ามันเป็นสีดำ แล้วให้ EM Ball เป็นสีขาวอย่างนั้นอยู่เรื่อยไป
ใครสักคน wrote:
มันป่วยทุกเรื่องแหละ ใครที่ไม่เห็นด้วย คือฝ่ายตรงข้ามทันที ไม่ต้องสนเหตุผล
ใครสักคน wrote:
มรึงอย่าพล่ามบ่นไปเรื่อยเปื่อย…
กูว่าบางคนในสังคมแมร่งวิปปริตว่ะ..คิดเอง เออเอง แล้วพาลโทษสังคมป่วย
พฤติกรรมการแสดงออก ตรงไหนวะ ที่ช่วยยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ของอาจารย์จุฬาฯ
และข้อมูล ตรงไหนของอาจารย์จุฬาฯ วะ ที่ยืนยันข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ ได้รับการรับรอง
มึงอธิบายให้ชัดๆ ทีวะ ตรงไหนที่ว่าสังคมรังแกอาจารย์จุฬาฯ แล้วดื้อด้านเปลี่ยน EM เป็นขาวบริสุทธิ์
กูขอถามพวกสนับสนุนอาจารย์จุฬาฯ แบบเลื่อนลอยป้ายขี้สังคม ด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง…ว่า
ทำไมมรึงถึงเชื่อไอ้อาจารย์จุฬาฯ วะ
ไอ้เชรี่ยยย..แมร่งประสาทแดรก ออกมาพูดเลื่อนลอย อ้างนั่นอ้างนี่ไร้หลักน่าเชื่อถือ เรื่อยเปื่อยทั้งฝูง
พอไม่มีคนเชื่อ แมร่งแทนที่จะพิจารณาตัวเอง ดันโทษสังคมป่วยซะงั้น
@ Singha:
กูถามเพิ่มอีกข้อนึง
แล้วมึงไม่คิดไม่พูดในในมุมนี้บ้างหรือวะ…ว่า
สังคมไทยป่วย อาจารย์นิด้า กับกลุ่มคนทำงาน
ที่มีความตั้งใจทำงานเพื่อสังคม ในสถานกาณ์ที่วิกฤติของบ้านเมือง
น่าเห็นใจ อยู่ๆ มีไอ้พวกคนป่วยทางปัญญาที่มีอคติบดบัง ออกป้ายขี้ให้
พฤติกรรมป้ายขี้ไม่ได้รับความใส่ใจ แมร่งออกมาด่ากราดโทษสังคมซะอีก
มรึงไม่เห็นใจอาจารย์นิด้าบ้างวะ???
ดราม่าเองก็มีสังคมกฎหมู่เหมือนกัน
ความเห็นดีๆบางอัน แต่ดันติดลบซะอีก
เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่435ค่ะ เวลานี้มีแต่คนอยากหากินกับกระแสน้ำท่วมมากมาย
ไม่เว้นแม่แต่นักวิชาการ(จากรั้วชมพู
) ช่วงนี้จะเยอะเป็นพิเศษ
จะมีใครมาอ่านไหมว่ะ
เพราะกรูอยู่ใน ศปภ. และกรูก็น้ำท่วมปาก..พูดอะไรไม่ได้
อาจารย์ท่านนั้น รู้เกี่ยวกับเรื่องบำบัดน้ำเสียโดยใช้จุลินทรีย์ดี..ดีมากซะด้วย..ใครไม่รู้อย่าเสือกด่าอาจารย์
และที่ท่านพูดจริงทุกอย่าง..
แม้กระทั่งคนจากสถานฑูตญี่ปุ่น เค้าก็ยังมาถามกรูเรื่องนี้เลย ว่ารู้ไหมผลกระทบจากEM Ballคืออะไร
กรูตอบไปแล้วว่ากรูรู้..แต่หนทางที่มองเห็นตอนนี้คือลดกลิ่น ไปก่อน..
และถ้าพวกมรึงสงสัยว่าทำไม EM Ball มันถึงดังนัก เชื่อถือกันนัก..ก็เพราะมันออกมาจากที่ใกล้ๆสวนสัตว์ดุสิตไง
เลยไม่มีใครกล้า..คราวนี้พอจะเข้าใจไหม
ครือว่า… wrote:
มึงสับสนแล้ว ซาดาโกะที่ป่วยเป็นโรครังสี => กระเรียนพันตัว
ผีซาดาโกะ => ผีหลังจิตที่ตายในบ่อน้ำ ใน The Ring
ไม่โง่ว่ะ wrote:
ก็เพราะกรูไม่รู้งัย แต่ไม่ได้ต้องการโง่ดักดานกรูถึงต้องการผลพิสูจน์ที่แน่ชัดเพื่อความรู้จริง
เพื่อกรูจะได้ปรับเปลี่ยนความเข้าใจ
กรูด่าอาจารย์จุฬาฯ ไม่ใช่เพราะกรูงมงาย หรือเพราะเกลียดมัน
แต่เพราะมันแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับการเป็นนักวิชาการ
กรูก็เป็นคนนึงในสังคม ได้รับผลกระทบ ตระนักถึงความรับผิดชอบ
และคิดถึงความถูกต้องในสังคมเหมือนกัน ทำไมกรูด่าไม่ได้วะ???
ไอ้การอ้างเหรี้ยๆ อ้างมิจฉาชีพ อ้างสวรรค์ อ้างนรก มรึงคิดว่ามันจะช่วย
ส่งเสริมความน่าเชื่อถือให้อาจารย์จุฬาฯ ได้หรอวะ???
สังคมเค้าไม่ได้ต้องการรับรู้หรอก ว่ามันมาจากใครที่ไหน
เค้าต้องการเพียงแค่ความเหมาะสม ความรับผิดชอบตามสถานะ บทบาทของแต่ละคนในสังคม
ถ้าแค่อาจารย์จุฬาฯ มันเพียงแสดงบทบาทนักวิชาการที่ดีในสังคม ออกมาเตือนด้วยความห่วงใย
เจตนาบริสุทธิ์..มันออกมาเตือนด้วยความสุภาพ ให้แง่คิด มุมมอง อย่างมีเหตุมีผล มีความน่าเชื่อถือ
ครบทุกด้านเพื่อให้คนใในสังคมที่ใช้ปัญญาเป็นเก็บไปพิจารณา..แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ก็เพราะมันไม่ใช่
แล้วกรูขอบด่ามรึงด้วย ว่าพฤติกรรมการออกมาปรามปกป้องอาจารย์ด้วยการดึงฟ้าต่ำ
ของมรึงนี่ เหรี้ยมากๆ
“ศปภ.ก็ได้ออกมายืนยันว่า EM ball นั้นสามารถใช้บำบัดน้ำเสียได้จริง!!” งั้นกุม่ายเชื่อ อะไรที่ไอศูนย์ฯ นี่ว่าดี แม่งฉิบหายทุกอย่าง
คิดถึงป้าเช็งขึ้นมาทันทีทันใด
@ หนูมลิน:
วิดวะสิ่งแวดล้อมวะคับ อิหนูมลิน เกี่ยวกะเรื่องนี้มะ
จนถึงวันนี้อาจารย์วิศวะจุฬาฯ ยังไม่ออกมาแสดงหลักฐานข้อพิสูจน์ EM ทางวิชาการ
และยังไม่ยอมออกมาแถลงขอโทษต่อสังคม
มันยากเย็นนักหรือวะ สำหรับนักวิชาการที่อ้างความห่วงใย ปารถนาดีต้องการปกป้องสังคม
กับการให้คนไปตักน้ำเน่าที่ท่วมอยู่มาสัก 4-5ถัง ไปขอ EM ที่มีแจกอยู่
โยนใส่ลงไปแล้วทำบันทึกวิเคราห์ผล แล้วเอามาแถลงต่อสังคม
ส่วนไอ้พวกออกมาสนับสนุนอาจารย์จุฬาฯ ก็ยังไม่มีใครออกมาให้เหตุผลดีๆ แบบสร้างสรรค์
ประเทืองปัญญาคนในสักคน มีแต่ออกมาบ่นลอยๆ ดูถูกคนที่ไม่เชื่อว่าโง่ โดยไม่ยอมส่องกระจกมองตัวเอง
ถ้ามีคนส่วนหนึ่งที่เชื่อตามกระแสเกี่ยวกับคุณสมบัติ EM พวกมรึงดูถุกว่าคือความโง่

กรูว่าไอ้พวกเชื่ออาจารย์จุฬาฯ โดยไม่รอผลพิสูจน์แมร่งต้องถือว่าโง่ 2ชั้น ดับเบิ้ลโง่ ซุปเปอร์โง่ว่ะ
ถ้าพวกมรึงเชื่อเพราะนับถือ หรือเชื่อด้วยศรัทธาต่อสถานะของอาจารย์จุฬาฯ โดยไม่รอผลพิสูจน์ที่ชัดเจน
กรูแนะนำให้พวกมรึงแต่งพานพุ่มไปกราบป้าเช็งด้วย ฐานะเป็นผู้ประสิทธิประสาทความน่าเชื่อถือให้ไอ้อาจารย์จุฬาฯ
พวกมรึงอย่าเสนอหน้าออกมาแสดงความเป็นห่วงงสังคมจะไปไม่รอดเพราะความเชื่อเรื่อง EM เลย
มรึงห่วงตัวมรึงเองก่อนเถอะ ว่าพวกมรึงมีวิจารณญาณ เชื่อในเหตุผล ข้อพิสูจน์เพียงพอหรือเปล่า??
ความอ่อนแอแท้จริงที่จะเป็นปัญหาทำให้สังคมเสื่อมก็เพราะคนอย่างพวกมรึงนี่แหละ
ที่ไอ้ 461 ชี้ว่าอาจารย์จุฬาฯ หวังดี พยายามออกมาชี้ให้เห็นว่า EM นั้นอาจจะไม่ใช่ขาวตามความเชื่อ อาจจะเป็นเทา
ทำไมมรึงไม่คิดบ้างวะ ว่าอาจารย์จุฬาฯ ก็อาจจะไม่ใช่ขาวทั้งหมดตามความเชื่อ อาจจะมีเทาๆ หรือดำ ปนอยู่ด้วยเหมือนกัน
(แต่ที่กรูดูรายการสรยุทธ กับในคลิป กรูเห็นว่าอาจารย์จุฬาฯ ไม่ได้บอก EM เป็นเทานะ แต่ชี้นำว่าเป็นดำสนิทตามความเชื่อของมัน)
เพราะสังคมไทยทุกวันนี้มันแอบอ้าง ยุแหย่ เสี้ยมกันมั่วไปหมด ไม่รู้ใครของจริงของปลอม เจตนาที่แท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่
ผู้คนส่วนหนึ่งที่มีปัญญาถึงเลือกที่จะเชื่อในหลักฐาน และผลพิสูจน์ที่แน่ชัดมากกว่าเชื่อเพราะใครพูด
ย้ำๆอีกที…ถ้าใครออกมาพูดเรื่องนี้โดยไม่มีเหตุผล หรือหลักฐานที่น่าเชื่อถือ..มรึงอย่าออกมาดูถูกคนอื่นเลยวะ
เพราะเหมือนถุยน้ำลายขึ้นฟ้า มันจะตกลงใส่หน้ามรึงเอง…นิ่งเฉยไว้ก็ไม่มีใครดูออกว่ามรึงโง่
em มันใช้ได้ แต่น้ำขัง แล้วต้องรอให้มันขึ้นราจนเกิด จุรินทรีย์ก่อนเว้ย ถึงจะใช้ได้ จุรินทรีย์มันจะไปกิน สารอินทรีย์ ทำให้น้ำมันเหม็นน้อยลง แต่ มันไม่ได้ใช้ได้ตลอด วันสองวันต้องใส่ใหม่แล้ว ถ้าไม่รอให้ขึ้นรา มันก็เหมือนโยนน้ำตาล กับ แกลบลงไปทำให้น้ำเน่าไง เอาไปแจกให้แก้น้ำที่ขังในบ้าน เอาถ่าน หรือ ปูนขาว เทใส่ในน้ำ ก็ได้หายเหม็นเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำให้น้ำใส น้ำใส มันต้องทำด้วยการเติมออซิเจนเท่านั้น ใครมันคิดฟระ ให้เอาไปแจกน้ำท่วมเนี่ย
@ ฉลาดกว่าควาย(หน่อยนึง):
เค้ามีวิดวะกับวิดยาเพราะว่าพวกวิดยาจุลชีวะมันออกความเห็นในสภาพแวดล้อมแลบ แต่วิดวะเค้าแนะเพราะเป็นสภาพแวดล้อมจริงๆ ไม่ใช่ในแลบ
ไม่มีใครเถียงชาววิดยาจุลชีวะว่ามีจุลินทรีย์ที่ดีจริง เช่น เอาข้าวมาหมักยังเป็นเบียร์ เอานมมาหมักเป็นโยเกิร์ต แต่มันต้องคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด
ในสภาวะน้ำเน่าแบบนี้ ของจริงไม่ใช่แลบ จุลินทรีย์กลุ่มที่อยู่ในสภาะวะแบบนี้ได้และแข็งแรงที่สุดจะอยู่รอด ซึ่งจุลินทรีย์พวกนี้ก็คือพวกที่อยู่ตามแม่น้ำลำคลองปกตินี่แหละ พวกอื่นโยนลงไปมันก็ตายอยู่ดี
ถ้าบอกว่ามันรอด ลองดูเคสคลองแสนแสบก็ได้ เซิชข่าวเก่าๆดูว่าโยนไปกี่ล้านลูกแล้ว โยนมากี่ปีแล้ว ยังเน่าเหมือนเดิมไหม
คนละเคสกับพวก พด6 ที่หมักปุ๋ย, เพราะในกองปุ๋ยมันเป็นสภาพแวดล้อมที่ให้พวก พด6 เติบโตได้ดีมันเลยใช้ได้ เหมือนการใช้จุลินทรีย์หมักเบียร์
หมายเหตุ: สภาวะแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ พีเอช เป็นต้น
หมายเหตุอีกอัน: เช่น นำคุณบิลเกตซึ่งเก่งสุดๆบนโลกไปอยู่ที่ดาวอังคารโดยมีอาหารไปด้วย คุณบิลเกตก็จะตายอยู่ดี เพราะว่าสภาวะแวดล้อมบนดาวอังคารไม่อยู่ในสภาพที่คุณบิลเกตจะมีชีวิตอยู่ได้, คนที่อยู่ได้คือมนุษย์ดาวอังคารเท่านั้น
คุณบิลเกต = จุลินทรีย์พันธ์ดี
ดาวอังคาร = น้ำเน่าจริง
โลก = สถานที่ที่ควบคุมสภาวะให้เหมาะกับคุณบิลเกตในการมีชีวิต
มนุษย์ดาวอังคาร = แบคทีเรียปกติที่โดมิเนทในสิ่งแวดล้อมปกติ
จุดอ่อนของชาววิดยาคือ ไม่มองโลกความเป็นจริง
จุดอ่อนของชาววิดวะคือ เบสิกไม่แน่น
@ เข้าใจไหม:
เอิ่ม ผมเรียนเกี่ยวกับจุลชีวะเนี่ยแหละ วิทยาไม่ได้แค่ทำกันในแล็ปนะครับ เค้าต้องลงพื้นที่เก็บตัวอย่างมาพิสูจน์ต่าง ๆ นา ๆ ว่าจะใช้วิธีไหนได้ผล หรือไม่ได้ผล จากเกือบทุกสภาพแวดล้อม เมื่อได้ผลมาแล้วเค้าจะนำออกมาใช้งานครับ วิธีการจึงไม่ต่างกันเลยครับ
ทั้งวิศวะและวิทยา เมื่อจะพิสูจน์ก็ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดแหละครับ เพราะยังไงคุณได้ตัวอย่างมา ก็อาจจะต้องนำมาวิเคราะห์ในแล็ปอยู่ดีครับ จึงไม่ต่างกันหรอกครับในวิธีการทดลองเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริง ถ้าอยู่ ๆ คุณทึกทักเอาว่ามันได้ แล้วเอาไปทำโดยไม่ทำการทดลองในสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ด้วย สิ่งที่ตามมาก็อาจจะ…………