
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องหว้ากอมีอมยิ้มคนนึงชื่อ “อุราฮาร่า” มาตั้งกระทู้เล่าชีวประวัติที่น่าสนใจของภารโรงธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนนึง
ที่ว่าไม่ธรรมดาเพราะภารโรงคนนี้แกทำความสะอาดอยู่ที่นาซ่า!! ประวัติของลุงแกที่ จขกท เล่ามามันสนุกมาก
แอดมินจึงขออนุญาต copy มาเผยแพร่ในดราม่านี้เลยนะครัฟ เอาเป็นว่าเราไปอ่านประวัติของลุงแกกันก่อนดีกว่า
![]()
ตอนเด็กๆเวลาผมได้ยินคำว่า “จบจากจุฬา” ”เคยอยู่ SCG” “ปตท จองตัว”
ผมจะรู้สึกครั่นคร้ามและนับถือในความสามารถอันยิ่งใหญ่ของคนๆนั้นเป็นอย่างมาก
แต่วันนี้ผมพบว่ามีอะไรที่สุดยอดยิ่งกว่านั้น เหนือกว่าการได้เป็นลูกน้องบิลเกตที่ไมโครซอฟ นั่นก็คือ “เคยทำงานให้นาซ่า”
ถ้ามีใครสักคนบอกว่าเขาเคยทำงานให้นาซ่า ผมจะรู้สึกขนลุก รู้สึกถึงพลังออร่าที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของคนๆนั้น
แม้จะไม่รู้ว่า ที่บอกว่าเคยทำงานที่นาซ่าน่ะทำอะไรก็ตามถ้าเป็นคนถูพื้นที่นาซ่า
ผมก็เชื่อว่านี่คือคนที่ถูพื้นที่แข็งแกร่งที่สุดสะอาดที่สุด เหนือชั้นกว่าคนถูพื้นคนไหนในโลก
และถ้าเคยถูพื้นให้นาซ่ามาก่อน ก็สามารถไปถูพื้นที่ไหนก็ได้ และนี่คือ โฉมหน้าของคนถูพื้นแห่งนาซ่า
นาย เซบาสเตียน ฟุงเค่ล เกิด 18 มีนาคม 1939 อายุ 72 ปี เกิดที่ กอร์ลิทซ เยอรมันสูง 185 ซมหนัก 77 กก.
นายเซบาสเตียน เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษระดับหัวหน้ากองร้อย เคยผ่านสมรภูมิรบอย่างโชกโชน
หลังจบภารกิจที่ออสเตรีย ได้ลาออกจากอาชีพทหาร เนื่องจากเสียลูกน้องไป8นายภายในวันเดียว
จึงทำใจไม่ได้ คิดว่าเป็นความผิดของตนเอง จบเส้นทางของการเป็นหน่วยรบพิเศษในวัยเพียง32ปี
และไม่ใช้ยศนำหน้าชื่ออีกเลย หลังจากนั้นได้ทำงานร้านพิซซ่าอยู่เป็นเวลา4ปี
ช่วงเวลานี้เซบาสเตียนเรียกมันว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการไถ่บาป
ชีพจรลงเท้าให้ต้องเดินทางย้ายมาอยู่กับภรรยาที่ประเทศอเมริกา
และช่วงนี้เองที่เซบาสเตียนต้องหางานใหม่ทำ วันหนึ่งเขาได้พบประกาศการรับสมัครงานของนาซ่า
ไม่ใช่ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์แต่เป็นตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด
เขาคงจะไม่สนใจถ้านั่นเป็นประกาศธรรมดาๆ แต่ในประกาศรับสมัครงานของนาซ่าระบุว่า
ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพอย่างเข้มข้น คนที่ดีพอที่จะเป็นคนถูพื้นของนาซ่า
ก็ดีพอที่จะทำงานที่ไหนในโลก เราไม่ได้เฟ้นหาคนถูพื้นธรรมดา
แต่กำลังเฟ้นหาคนถูพื้นที่แข็งแกร่งที่สุด ว่องไวที่สุด สะอาดที่สุด และเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณ
ข้อความดังกล่าวได้กระตุ้นอุณหภูมิของเลือดหน่วยรบพิเศษให้ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่หลับไหลมานาน
ในการสัมภาษณ์และทดสอบสมรรถภาพไม่ได้ทำที่องค์กรนาซ่า แต่กลับจัดขึ้นในค่ายทหารแห่งหนึ่งในโคโรลาโด
นี่คือเกณฑ์ขั้นต่ำในการสมัครเป็นพนักงานถูพื้นของนาซ่า
-วิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่เกิน 2นาที 30วินาที
-ดึงข้อราวเดี่ยว 40 ครั้ง
-ลุกนั่ง 29 ครั้งภายใน 30วินาที
-ดันข้อ 62 ครั้ง
-ยืนกระโดดไกล 2.5เมตร
-ว่ายน้ำ 50เมตร ไม่เกิน 35วินาที
และต้องผ่านการทดสอบการทรมานเชลย เนื่องจากรัสเซียมีการจับบุคลากรของนาซ่าไปทรมานเพื่อเค้นข้อมูลว่านาซ่ากำลังทำอะไรอยู่
การทดสอบความแข็งแกร่งหลายๆอย่างเนื่องจากนาซ่ามีนโยบายในกรณีฉุกเฉินเวลาข้าศึกบุกองค์กรนาซ่า
โดยนาซ่าสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นฐานทัพพร้อมรบได้ภายในเวลา 2นาที และได้วางระบบที่สามารถต้านรับมือได้นานกว่า 30นาที
เพื่อรอให้กองทัพส่งกองกำลังมาช่วย เซบาสเตียนทำงานที่นาซ่าเป็นเวลากว่า 34ปี
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดทำความสะอาด
ถือเป็นพนักงานถูพื้นที่บริษัทต่างๆต้องการตัวมากที่สุด อาทิ ไมโครซอฟ,สตาร์บั๊คส์,
มอร์แกน สแตนลีย์,เท็กซัส อินสตูเม้นท์ แต่ก็ไม่ยอมย้ายไปไหน
แม้ว่าบริษัทเหล่านี้ให้เงินกินเปล่าเป็นค่าย้ายตัวถึง 8แสนดอลล่าห์ก็ตาม
เซบาสเตียนได้ค่าจ้างจากนาซ่า เดือนละ 78000 เหรียญ (ประมาณสองล้านสี่แสนบาท)
ในส่วนของสวัสดิการ นาซ่าให้
-บ้านใกล้ที่ทำงาน 1หลัง พร้อมพ่อครัว
-รถเมอร์ซีเดส รุ่น E-class
-ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเรียนลูก(ถ้าลูกยังเรียนอยู่)ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่(ถ้ายังมีชีวิตอยู่)ค่าใช้จ่ายต่างๆ นาซ่าออกให้หมด
ปัจจุบัน เซบาสเตียน ได้รับเกียรติจากกองทัพสหรัฐเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษประจำวิชา
ยุทธวิธีการรบภาคพื้นดินในเขตหนาว ,การลาดตระเวนระยะไกล และ ยังเป็นครูฝึกพิเศษให้แก่หน่วยรบพิเศษเรคอน(Recon)
สารภาพตามตรงว่าถ้าอ่านประวัติของไอ้ภารโรงคนนี้โดยไม่ดูภาพประกอบ
แอดมินเห็นหน้าไอ้หมอนี่ลอยเด่นมาแต่ไกลเลยว่ะครับ
ประวัติสุดเว่อร์ของภารโรงเหนือภารโรงที่นายอุราฮาร่าเล่าเอาไว้ในกระทู้ก็จบแต่เพียงเท่านี้
ชาวหว้ากออ่านประวัติของพ่อซุปเปอร์ภารโรงก็พากันอึ้งกันเป็นแถบๆ ส่วนมากก็บอกว่าภารโรงคนนี้มันสุดยอดจริงๆว่ะ!!

บ้างก็ชมภารโรงคนนี้ว่ามึงมันภารโรงที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีชัดๆ!!

ซักพักก็เริ่มมีอมยิ้มบางคนทักขึ้นมาว่าที่ จขกท เล่ามามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องตลกโปกฮากันแน่วะ?
แถมไอ้ภาพประกอบที่เอ็งเอามาโพสน่ะ มันเป็นทหารชาวเคิร์ดน่ะโว้ย!! ไม่ใช่คนเยอรมันสัญชาติอเมริกันตามที่เอ็งเล่า!!

อาจารย์เจษฎาก็เห็นด้วย บอกว่าไอ้ทหารเฒ่าหนวดเฟิ้มที่ จขกท เอาภาพมาประกอบในกระทู้นี้
มันเป็นนายพลเฒ่าชาวเคิร์ดนี่หว่า!? ที่ จขกท โพสๆมาเนี่ยมันเป็นเนื้อหาจากฟอร์เวิร์ดเมล์หลอกลวงประชาชีรึเปล่าฟะ!?

ภาพประกอบของทหารเฒ่าชาวเคิร์ดที่อ.เจษฎาพูดถึง

อมยิ้มบางคนก็บอกกับชาวหว้ากอว่าพวกเอ็งดูไม่ออกเหรอวะว่า จขกท มันตั้งกระทู้ล้อเลียนว้อย!!
ไม่เชื่อก็ลองเอาชื่อ “อุราฮาร่า” ของมันไปหาข้อมูลดูในเว็บพันทิปห้องอื่นๆสิวะ!!
แล้วพวกเอ็งจะเจอกระทู้ที่ไอ้นี่เขียนเป็นคุ้งเป็นแควอีกไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง!!

ชาวหว้ากอพอรู้เช่นนั้นก็ถึงกับร้องเหยดดดด ถามว่า จขกท มันแค่อำเล่นหรอกเหรอวะ!?
นี่กรูอุตส่าห์หลงเชื่อเรื่องลุงภารโรงนาซ่าที่มันเล่าไปสุดใจแล้วนะเฟ้ย!?

บ้างก็บอกว่ากรูเผลอนึกว่าที่ จขกท เล่ามามันเป็นเรื่องจริง ก็เลยเอาไปเล่าให้พี่ที่ทำงานฟังเรียบร้อยแล้วว่ะ!!

อมยิ้มชื่อ “ต้อมติ้ว” ก็เอาผลงานฮาๆในอดีต ที่ จขกท มันเคยไปตั้งกระทู้ทำนองนี้เอาไว้ในห้องอื่นมาโพสให้ชมกัน
ส่วนมากก็จะเป็นกระทู้ที่ อุราฮาร่าเอาเรื่องไร้สาระมาพูดแบบเป็นตุเป็นตะและเอาจริงเอาจังโคตรๆ
เช่นเสนอแนะวิธีหยุดทีมบาซ่าโดยเอาเหงื่อป้ายตาชาบี้ หรือ กดไหปลาร้าเมสซี่ เป็นต้น!!
![]()

ตัวอย่างกระทู้ผลงานของายอุราฮาร่า
หลังจากศึกษาเทปย้อนหลังค่อยพบความเป็นอัจฉริยะของ ลูคัส
http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S10953812/S10953812.html(Tester Review) Chevrolet Cruze เทียบชั้น Benz E-Class แบบไม่เป็นรอง
http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2011/02/V10264421/V10264421.htmlแผนหยุดบาซ่า กุนซือระดับโลกคิดไม่ออกกันจริงๆเรอะครับ
http://topicstock.pantip.com/supachalasai/topicstock/2011/01/S10164388/S10164388.html
นายอุราฮาร่าก็ออกมายอมรับหน้าตาเฉยว่าจริงๆแล้วที่กรูตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา และเขียนประวัติอีตาภารโรงให้โม้เหม็น
ก็เพราะอยากให้พวกเอ็งจับโกหกเรื่องที่กรูเล่าได้นั่นแหละ แบบว่ากรูได้รับแรงบันดาลใจมาจากบุคคลคนนึง
ซึ่งเป็นดอกเตอร์ที่อ้างตัวว่าเคยทำงานให้นาซ่า ปัจจุบันแกหลุดโลกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังเอาชื่อเสียงในอดีตมาหาแดกได้อยู่
ประมาณว่าพูดห่าอะไรคนก็เชื่อ เพราะมันยกเครดิตว่า “กูเคยทำงานกับนาซ่า” มาเป็นเกราะกำบัง
และกรูเองก็เคยเขียนกระทู้ประชดพวกที่เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าการมอมแก๊สสลบในรถตู้เป็นเรื่องจริง
แต่เหลือเชื่อว่ะ…ไอ้กระทู้ที่กรูเขียนให้มันโม้เหม็นดันมีคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงแล้วเอาไปส่งเป็นฟอร์เวิร์ดเมล์กันทั่วบ้านทั่วเมือง
รอบนี้กรูเก๊าะเลยเขียนเรื่องภารโรงจากนาซ่าให้มันโม้เหม็นยิ่งกว่าเดิม เผื่อว่าคนที่อ่านฟอร์เวอร์ดเมล์เรื่องนี้มันจะเอะใจขึ้นมาบ้าง
ว่าไอ้ที่พวกมึงอ่านๆกันในฟอร์เวิร์ดเมล์น่ะมันเชื่อถือไม่ได้ว้อย!!

ชาวหว้ากอส่วนมากก็ชอบใจไอเดียของนายอุราฮาร่า แต่ชาวหว้ากออีกส่วนนึงกลับไม่ปลื้มด้วย
เช่นอมยิ้มชื่อ ScubaBall ถึงกับตั้งกระทู้ตักเตือนนายอุราฮาร่าว่ามึงเลิกตั้งกระทู้ทำนองนี้ซักทีเถอะว่ะ
เพราะห้องหว้ากอมันเป็นห้องของความรู้และวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงไม่ควรจะมีกระทู้ที่เล่าเรื่องโกหกหลอกลวงเช่นกระทู้ของมึง

ชาวหว้ากอหลายๆก็เข้ามาสนับสนุนนาย ScubaBall บอกว่าใช่ๆ ทุกวันนี้ฟอร์เวิร์ดเมล์ลวงโลกก็เยอะฉิบหายแล้ว
ไอ้อุราฮาร่ามันยังจะอุตส่าห์ตั้งกระทู้ลวงโลกขึ้นมาเพิ่มฟอร์เวิร์ดเมล์อีกฉบับทำไมแว๊!?

อมยิ้มชื่อ AbsolutelyTop ก็เห็นด้วยและบอกว่าคนเราน่ะสติปัญญาในการแยกแยะข่าวสารมันต่างกัน
บางคนแค่ปรายตาอ่านกระทู้ของนายอุราฮาร่าแค่สองสามคำก็รู้แล้วว่าตอแหล แต่บางคนอ่านจนจบแล้วยังไม่รู้ตัวก็มี!!
แล้วมึงจะรับผิดชอบยังไง ถ้าเกิดมีคนอ่านกระทู้ของมึงแล้วเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าไอ้ภารโรงที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีมันมีตัวตนจริงๆวะ!?

แต่ชาวหว้ากออีกส่วนก็ไม่เห็นด้วย แย้งว่านายอุราฮาร่ามันก็บอกแล้วไงว่าจงใจเขียนกระทู้ให้โม้เหม็นสุดๆ
เพราะอยากให้คนที่อ่านฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องภารโรงนาซ่า เกิดฉุกคิดขึ้นมาว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง
และนายอุราฮาร่าเองก็มีเจตนาดี คืออยากให้คนที่โดนแหกตาเพราะกระทู้นั้นรู้จักคิดรู้จักแยกแยะ
ไม่ใช่ใครส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ห่าอะไรมาให้อ่านก็เชื่อที่เขี่ยๆเขียนๆในฟอร์เวิร์ดเมล์นั้นสุดลิ่มทิ่มประตู

นายอุราฮาร่าก็ตามมาชี้แจงในกระทู้นี้ว่าที่กรูเขียนกระทู้นั้นขึ้นมา ก็เพราะกรูเองก็เคยตกเป็นเหยื่อฟอร์เวิร์ดเมล์เหมือนกัน
ก็ไอ้เรื่องที่บอกว่ารัสเซียแก้ไขปัญหาใช้ปากกาเขียนในอวกาศไม่ติด โดยเปลี่ยนไปใช้ดินสอแทน ทั้งๆที่กว่าอเมริกา
จะแก้ไขปัญหานี้ได้ก็ต้องลงทุนกับปากกาลูกลื่นแบบพิเศษสำหรับใช้ในอวกาศโดยเฉพาะไปหลายสิบล้าน!!
แล้วกรูก็ปักใจเชื่อไอ้ฟอรเวิร์ดเมล์ขี้โม้นี่มาตั้งหลายปี กว่ากรูจะตาสว่างว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงก็เมื่อไม่นานก็เมื่อเร็วๆนี้นี่เอง!!
ที่จริงแล้วไอ้ฟอร์เวิร์ดเมล์นั้นมันก็จริงบางส่วน เพราะโซเวียตแก้ไขปัญหาโดยใช้ดินสอจริงๆ แต่ดินสอไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด
สำหรับการขีดๆเขียนๆในอวกาศเพราะมันสามารถแตกเป็นขุยและติดไฟได้ …ถ้าไฟติดขึ้นมาในยานอวกาศเมื่อไหร่ก็ฉิบหายกันล่ะพี่น้อง
บริษัทเอกชนเจ้าหนึ่งก็เลยเข้ามาพัฒนาปากกาชนิดพิเศษเพื่อใช้ในอวกาศโดยเฉพาะ หมดค่าวิจัยไปล้านเหรียญสหรัฐ
ได้ปากกาลูกลื่นที่เขียนได้ทุกสภาพอากาศ ทุกสภาพแวดล้อมมาอันนึง ซึ่งทั้งอเมริกาและโซเวียตก็อุดหนุนปากกาชนิดนี้กันทั้งคู่
ปัจจุบันปากกาแท่งที่ว่ามีราคาเพียงแค่แท่งละ 50เหรียญสหรัญ ใครๆก็สามารถซื้อหามาใช้ได้ครับ
กรูเก๊าะเลยหวังว่าถ้ามีคนอ่านกระทู้ของกรูและปักใจเชื่อในตอนแรก เมื่อเวลาผ่านไปเกิดคนๆนั้นเกิดฉุกคิดขึ้นมา
ว่าไอ้ที่มันพล่ามในฟอร์เวิร์ดเมล์หรือกระทู้นี้มันตอแหลนี่หว่า และกลายมาเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ
เหมือนที่กรูเกิดอิมแพคเพราะรู้ในภายหลังว่าฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องดินสออวกาสของโซเวียตเป็นเรื่องตอแหลยังไงล่ะเฟ้ย!!

ส่วนที่มีคนกังวลว่าถ้าเกิดชาวบ้านชาวช่องเขาปักใจเชื่อว่ากระทู้ที่กรูเขียนเป็นเรื่องจริงแล้วจะเกิดความบรรลัย
อันนี้ขอให้พวกเอ็งทุกคนวางใจหายห่วงได้เลยนะจ๊ะ เพราะกระทู้หรือฟอร์เวิร์ดเมล์ที่กรูเขียนขึ้นมานั้น
ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวที่ไกลห่างจากชีวิตประจำวันของพวกเอ็งสุดๆ!! ยกตัวอย่างเช่นเรื่องดินสอโซเวียตที่กรูหลงเชื่อมาตั้งนาน
ต่อให้กรูเคยเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง ก็ไม่เห็นจะเกิดมรรคผลอะไรกับชีวิตกรูขึ้นมาเลย ถ้าเป็นพวกฟอร์เวิร์ดเมล์ที่หลอกให้คนอ่านไปกินไอ้นู่นไอ้นี่
อ้างว่าเป็นยาดีรักษาโรคครอบจักรวาลก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าเป็นฟอร์เวิร์ดเมล์ที่สร้างความฉิบหายของจริง
สรุปว่านี่คือคอนเซปท์การปลุกคนอ่านให้ตาสว่างของกรู ลองคิดดูสิว่าจู่ๆมีคนไปบอกว่า เฮ้ยๆ ไอ้ที่มึงอ่านมาน่ะมันตอแหล
พวกมึงคิดว่ามันจะเชื่อขี้ปากของมึงเรอะ!? มันต้องเล่นแบบกรูสิวะ สร้างฟอร์เวิร์ดเมล์มั่วๆขึ้นมาให้มันหลงเชื่อกันเป็นตุเป็นตะ
แล้วก็กระชากให้มันหงายเก๋งในภายหลังว่าพวกมึงหลงเชื่อฟอร์เวิร์ดเมล์โง่เง่านั่นไปได้ยังไง
จากนั้นไอ้พวกที่ตาสว่างมันก็จะฉุกคิดและเกิดปัญญาขึ้นมา ประมาณว่าเจ็บแล้วจำยังไงล่ะเฟ้ย!!

จากนั้นชาวหว้ากอก็พากันถกเถียงว่าการกระทำของนายอุราฮาร่ามันเหมาะสมหรือไม่?
ฝ่ายนึงก็บอกว่าเฮ้ยๆ การกระทำของมึงมันไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะมันสร้างความสับสนให้สังคม
แล้วมึงเอาอะไรมารับประกันวะ ว่าจะมีคนฉุกคิดได้ว่าฟอร์เวิร์ดเมล์ของมึงเป็นเรื่องตอแหล!?

อีกฝ่ายก็สนับสนุนนายอุราฮาร่า บอกว่า กรูชอบวิธีการกระตุ้นให้คนฉุกคิดของมึงมากๆเลยว่ะ

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่ากรูล่ะสมเพชเวทนาความคิดของไอ้อุราฮาร่าฉิบหาย มึงไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอวะ
ที่จะไปกระตุ้นเตือนให้คนไทยฉุกคิดเรื่องนึ้ ถึงต้องใช้วิธีชั่วๆอย่างผลิตกระทู้และฟอร์เวิร์ดเมล์ตอหลดตอแหลพวกนั้นขึ้นมาเผยแพร่!?
แบบนี้ถ้ากรูอยากให้คนไทยรู้ว่าการฆ่าคนไม่ดี กรูคงต้องลากคนไปฆ่าตัดหัวต่อหน้าต่าตาให้พวกมันดูเลยใช่มั้ยวะ!?

นาย ScubaBall ก็บอกว่ากรูไม่ชอบวิธีการของมึงว่ะ เพราะการที่เราจะสอนให้คนฉุกคิดมีตั้งหลายวิธี
ไม่เห็นจะต้องใช้วิธีการชั่วๆอย่างมึงเลย ถ้าเกิดมีคนเห็นว่าวิธีการของมึงมันเจ๋งเป้งแล้วลอกเลียนแบบ
ผลิตไอ้ฟอร์เวิร์ดเมล์ตอแหลออกมาเป็นหมื่นเป็นแสนฉบับ มึงจะรับผิดชอบยังไงไม่ทราบวะครับ?

ฝ่ายที่สนับสนุนนายอุราฮาร่าก็ปลอบใจนายอุราฮาร่าว่ามึงอย่าน้อยใจไปเลย วิธีการของมึงมันถูกต้องแล้ว
กรูว่ามันสร้างสรรค์และมีอารมณ์ขันมากๆเลยนะ และการที่เราจะทำให้คนเราฉุกคิดมันมีตั้งหลายวิธี
และการกระตุ้นให้คนฉุกคิดแรงๆแบบของเอ็งเนี่ยก็เหมือนกับที่สอนๆกันในพุทธศาสนานิกายเซ็นนั่นแหละ

บางคนก็แขวะพวกที่ด่านายอุราฮาร่าว่าสงสัยที่พวกมึงออกมารุมด่ามัน
คงเป็นเพราะพวกมึงเองก็หลงเชื่อ ไอ้เรื่องภารโรงแกร่งสุดยอดในปฐพีที่มันโม้เหม็นเอาไว้
พอมีคนออกมาเฉลยว่าเป็นเรื่องตอแหล พวกเอ็งก็เลยอับอายขายขี้หน้าและด่านายอุราฮาร่าแก้เขินล่ะเซ่!!

จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปว่าการกระตุ้นให้คนฉุกคิดสไตล์นายอุราฮาร่ามันเหมาะสมกับสังคมไทยรึไม่?
โดยส่วนตัวแอดมินชอบวิธีการของไอ้หมอนี่ฉิบหายเลยว่ะ เพราะสังคมไทยไม่ใช่สังคมแห่งวิทยาศาสตร์
แต่เป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและความศรัทธา ถ้าไม่เจอยาแรงๆซะมั่งมันไม่มีวันลืมตาตื่นกันร้อกกก
เหมือนที่มีข่าวว่าเจอน้ำผุดขึ้นมาในบริเวณบ้านหลังนึง แล้วคนก็พากันไปตักดื่มเพราะเชื่อว่าเป็นตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ช่วยรักษาโรคสารพัด
พอมีคนไปเตือนว่ามันไม่ถูกสุขลักษณะนะแม่งก็ไม่ฟัง สุดท้ายพอพิสูจน์ได้ว่าตาน้ำที่ว่านั่นมันคือน้ำที่รั่วมาจากถังขี้ของส้วมข้างๆ
ไอ้พวกที่ตักดื่มด้วยความศรัทธาก็ถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตนสำรอกน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาหมดไส้หมดพุง
แอดมินว่าแนวคิดของนายอุราฮาร่า มันเหมือนกับตาน้ำศักดิ์สิทธิ์จากถังขี้ยังไงยังงั้นเลยว่ะ
และถ้ามึงอยากร่วมงานกับเว็บดราม่าก็ติดต่อมาได้เลยนะ เว็บกรูยินดีต้อนรับคนที่มีแนวคิดและสำนวนการเขียนโคตรบรรเจิดอย่างมึง
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? ภารโรงที่แกร่งที่สุดในปฐพีจะกลายเป็นฟอร์เวิร์ดเมล์มั้ย?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
คนถูพื้นแห่ง นาซ่า [ย้ายจาก : วิทยาศาสตร์]
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10962348/X10962348.html
เลิกเถอะครับ สร้างกระทู้แบบนี้{แตกประเด็นจาก X10962348}
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10969736/X10969736.html









































Hidden due to low comment rating. Click here to see.
ls wrote:
ไม่เจอเรื่องให้กระตุกคิดยังไงก็จะเชื่อน่ะคนไทยน่ะ กรณีน้ำพุมหัศจรรย์เป็นตัวอย่างที่ดี เตือนดีๆ มีด่ากลับด้วยว่าอย่าลบหลู่ สุดท้ายเป็นไงล่ะ
ดีนะสอนตรงๆ
คิดก่อนจะเชื่อ ไม่ใช่ไม่คิดอะไรเลยรับอะไรมาเชื่อหมด
ความรู้สึกส่วนตัวเหมือนบั้งไฟพญานาคนั้นละ พอบอกไม่เชื่อ แม่มโดนด่าชิบหาย หาว่าลบหลู่อีก เวน
เพิ่งรู้ว่ามันมีกระทู้ฮาๆอย่างนี้ด้วย กดตามเข้าไปอ่านกระทู้รีวิวเชพโรเลต ครูซแล้ว ฮา….มาก สำนวนดีเลยทีเดียว บรรยายซะ…
เขียนเก่งอย่างนี้น่าไปเขียนเรื่องเสียวนะครับ อิอิ
ส่วนเรื่องดราม่า เห็นด้วยกับไอ้ที่ว่าที่ออกมาด่าๆกันน่ะ ไม่ได้กลัวว่าคนอื่นเขาจะหลงเชื่ออะไรหรอก …ออกมาด่าแก้เขินกันทั้งนั้น
บ่ะ คนพันทิพนี่มันเส้นลึกจริงๆ
ตอนอ่านวิธีการทดสอบก้ไม่เชื่อแล้วละ เว่อร์เกิน อีกอย่างแค่ถูพื้นจะเอาซะขนาดนั้นเลยเรอะ
แต่จากกรณีนี้ มันทำให้ผมมองว่าสังคมไทยกำลังขาดการไตร่ตรองมากขึ้นเรื่อยๆ คนไทยบอกว่านับถือพุทธ แต่ไม่ได้นำหลักธรรมมาใช้ดำรงชีวิตกันเท่าไหร่เลย เอาแค่กาลามสูตรก็ยังดี หลักะรรมนี้บางข้อก้ใช้ว่าจะใช้ในปัจจุบันได้หมด แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่การนำมาประยุกต์ใช้ให้มันเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของเราในยุคปัจจุบันที่เจอเท็จมากกว่าจะจริงต่างหาก
น่าเศร้าใจที่คนไทยปัจจุบันขาดจุดยืน และความไตร่ตรองเอามากๆ พวกมากลากไป เสพย์อะไรก็แบบไม่ลืมหูลืมตา เชื่อแบบสุดลิ่มทิ่มประตู บูชาซะอย่างกับอะไรดี ที่สังคมเรามันแบ่งเป็นสีจนวุ่นวายแบบนี้ ก็เพราะไม่ได้ไตร่ตรองอะไรกันนี่แหละ ปล่อยให้จูงจมูกกันง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก เขาพูดมาแล้วเชื่อก็พอ
ไม่รู้ว่าสังคมไทยจะอยู่ในสภาพแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่
ตามไปอ่านทู้ Chevrolet มา…
ฮาเงิบเลย…ฮ่าๆๆๆๆ
จำเพื่อนมา
“คนฉลาดแกล้งโง่ได้ แต่คนโง่แกล้งฉลาดไม่ได้”
Credit: Sarawut Y ณ FB
กูไม่ค่อยเห็นด้วยกะวิธีนี้ว่ะ
admin wrote:
สังคมไทยไม่ใช่สังคมแห่งวิทยาศาสตร์ แต่เป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและความศรัทธา
ถูกต้องที่สุดเลยครับ
สังคมไทยเป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและศรัทธาจริงๆ
ตอนสมัยม.ปลายเคยทดลองทำให้กล้วยออกหวีกลางต้น(มันไม่ได้พิลึกกึกกือไรเลยแค่เอาไม้เสียบแล้วเจาะรูรอส่วนที่จะโผล่ออกมาเป็นปลีให้โผล่ข้างๆแทนโผล่ข้างบนยอด)
พอกล้วยออกหวีกลางต้นเท่านั้นแหละ
สวนบ้านผมกลายเป็นตำหนักเจ้าแม่ไปซะงั้นแหละ
มีร่างทรงด้วยนะ ให้หวยกันใหญ่เลยจุดธูปควันขโมงปะแป้งต้นกล้วยเอาเสื้อผ้าชุดไรมาไหว้กันปล๊กๆ
ช่วงนั้นผมนอนหอพัก3คืนกลับมาบ้านงงเต๊กเรยถามป้าว่าทำไมมีอะไร ป้าผมบอกว่า”มีคนบอกว่าเจ้าแม่ไปเข้าฝันร่างทรงว่าจะคลอดลูกบลาๆๆๆ”
ผมก็ไปบอกประชาชีทั้งหลายแหล่ว่าไม่ใช่ๆทดลองโครงงานเฉยๆไม่ได้เรื่องแปลกอะไีร
โดนประชาชีทั้งหลายสวนมาว่า “เอ็งอย่ามามั่วไอ้หนูเดี๋ยวเจ้าแม่พิโรธหักคอเอ็งเอานาเจ้าแม่ท่านบำเพ็ญมานานบลาๆๆๆๆ”
ตอนนั้นเป็นอะไรที่ปวดหมองสุดๆไปเรย จะพูดจะบอกยังไงกลายเป็นโดนด่าหาว่า ลบหลู่เจ้าแม่อีก เออกูละเซ็ง…..
ทำโครงงานเสร็จเลยเอากล้วยที่ประชาชีทั้งหลายกราบไหว้มาปิ้งกินแม่มเรยเดือด
ทุกวันนี้ร่างทรงคนนั้นเป็นยังไงไม่รู้มีไรแปลกๆแกทรงได้แม่มหมดแหละ
และที่เลิกทรงเจ้าแม่ต้นกล้วยบ้านผมเพราะว่าผมเอากล้วยไปปิ้งกินนั่นแหละแกบอกว่าเจ้าแม่ท่านเสียใจที่เอาลูกท่านไปเลยจะไปเกิดใหม่
เออเอาเข้าไป
จ่ามีตังจ้าง อุราฮาร่า หรอ นึกว่าเอาไปนวดปู๋หมดแล้วซะอีก
ไม่รู้นะ ผมว่าเรื่องราวหลอกลวงแบบนี้มีตั้งที่ห้องหว้ากอเยอะ และทุกอันก็ถูกตอกกลับหมด
ถ้าอยากให้หว้ากอน่าเชื่อถือ มันอยู่ที่คนเล่นห้องนั้นว่าจะช่วยกัน re-check ข้อมูลในกระทู้มั้ย ก็เหมือนวารสารวิชาการมันน่าเชื่อถือเพราะมี committee recheck ความถูกต้อง ไม่ใช่มาโทษว่าคนตั้งกระทู้ตั้งห่วย ถ้ามันห่วยคุณก็รุมตีว่าไม่จริงยังงั้นยังงี้จบ หว้ากอก็จะน่าเชื่อถือต่อไป
ถ้ากูเอาไปเล่าในวงเหล้ากะเพื่อนกูคงสนุกเเน่ๆ
ถูกใจย่อหน้าสุดท้ายนี่แหละ
“และถ้ามึงอยากร่วมงานกับเว็บดราม่าก็ติดต่อมาได้เลยนะ เว็บกรูยินดีต้อนรับคนที่มีแนวคิดและสำนวนการเขียนโคตรบรรเจิดอย่างมึง”
จ่าโคตร Hard Sale เลยว่ะ
เมิงมาเป็นลูกน้องจ่ากุว่ารุ่งหวะ
เชรดดด!!! นี่กรูเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าไอ่เรื่องเมกาทุ่มงบเป็นล้านเหรียญเพื่อสร้างปากกาที่เมพที่สุดในสามโลก แต่รัสเซียใช้ดินสอแม่มเป็นเรื่องใส่ไข่
อ่านเอาฮาว่ะ สนุกดี เพลินๆ
ตอแหล=ไม่รับผิดชอบคำพูดตน นั่นล่ะตอแหล
วันนึงกูเชื่อมันแล้วธุรกิจที่บ้านกูเจ๊ง แต่คนพูดหรือแนะนำมันชดใช้ให้กู กูว่าคนแบบนี้ล่ะพูดจริง
แต่ลองดูในพันทิปซิ ถ้าไม่ดิฟล้อแตกมันก็เผ่นจ้ำอ้าว มีใครสักคนไหมที่รับผิดชอบที่มันพูด
พันทิปจะว่าไปเป็นศูนย์รวมพวกกูรูกาก ที่หาความเจริญในชีวิตจริงไม่ได้
ยิ่งกูรูตัวไหนฝังรากลึกนานก็แปลว่ามันกากมากเท่านั้น
ต่อให้มึงโกหกกูแต่ถ้ามึงรับผิดชอบกับคำพูดโกหกของมึง นั่นล่ะกูถือว่าที่มึงพูดคือเรื่องจริง
ไอบรรดากูรูกากๆในพันทิปแมร่งเก่งแต่พูดลอยๆ หาความรับผิดชอบไม่มี
ปล.ไม่ต้องเชื่อกูนะ เพราะกูโพสในนี้กูก็ไม่รับผิดชอบสิ่งที่กูพูดเหมือนกัน กูขามุง(เอาเหี้ยไรจริงจังกับในเน็ทที่แม้แต่ชื่อยังปลอม)
Capslock wrote:
เคยได้ยินมาว่าเรื่ิองจริงนะ แต่ใช้แค่แปบเดียวก็เลิก เพราะมันมีข้อเสียบลาๆ อยู่
เห็นชื่อlog inก็รู้แล้วว่าไม่น่าเชื่อถือ ถึงมันจะเก่งจนสมควรโดนขับไล่ไสส่งจากโซลโซไซตี้ก็เหอะ
แต่จ่าไม่ค่อยโฆษณาชวนเชื่อเลยนะ เหอๆๆ
อ่านแล้วนึกถึงไอ้เจลลดไข้พองตัวเป็นเอเลี่ยน
ถ้าไม่มีเรื่องนี้ หนังกระดึ๊บไม่ได้สร้างเลยนะ
แต่ คหสต. กูว่าหนังเรื่องนี้ ไม่สร้างจะดีกว่า
-หมอกฤษณ์ หมอลักษณ์ เวลามันทายผิดมันเคยขอโทษไหม? เวลามึงเชื่อมันแล้วต้องทำศาลเสียตังค์เสียทรัพย์แล้วธุรกิจมึงไปไม่รุ่งจริง มันจ่ายค่าเสียหายให้มึงไหม? ถ้ามันไม่ทำไม่รับผิดชอบ สิ่งที่แมร่งพูดคือเรื่องโกหก
-ถ้าวันนึงเด็กขายพวงมาลัยสี่แยกแนะนำให้กูไปทางลัด แล้วรถติด วันต่อมามันขอโทษในสิ่งที่มันพูด ให้พวงมาลัยกูฟรี1พวงเพื่อชดใช้สิ่งที่มันทำ ไอเด็กคนนี้นี่ล่ะคือคนที่พูดเรื่องจริง
ปล.กูรูในพันทิปน่ะหรอ…เหอะๆกากทุกตัว ดูคดีแมวหมาดิ เป็ดถือไวน์ดิ นั่นล่ะสังคมตอแหลแต่เสือกเชื่อกันจัง
อีตา อุฮาร่า ไรเนี่ย เขียนได้น่าอ่านดีจริงๆ

เชียร์ให้มาร่วมงานกับจ่าจ้าาาาาาา ชอบ ชอบ ชอบ
สำบัดสำนวนใช้ได้เลยง่ะ
ฮาดี และมีสาระ ให้เราต้องคิดก่อนเชื่อ
เย็ดดด ดราม่ารับสมัครงานเนียนๆ
….กูว่าอีพวกที่โวยวายด่าแม่งว่าวิธีที่แม่งใช้ ส่วนใหญ่แม่งไม่ได้ห่วงสังคมหรอก…..แม่งรับไม่ได้ที่ตัวเองเชื่อแต่เสือกหน้าแตก.
ถาม: นาธานมันหลอกชาวบ้านได้ยังไงกัน ทำไมคนถึงเชื่อกันง่ายจัง
ตอบ: ก็เพราะมันเป็นซะแบบเนี๊ย อะไรอยู่ไกลตัวไม่ศึกษามีคนมาเป่าหูว่านั้นว่านี่ก็เชื่อไปซะหมด
นึกถึงรุ่นพี่ที่ทำงานกูเลย เหมือนเจ๊แกได้รับFMเรื่องรองเท้าส้นสูงชนิดแหลมเปี๊ยว เขย่งจนต้องยืนด้วยปลายเท้าเลย
ทีนี้ประเด็นอยู่ว่าตอนท้ายเมลมันดันพูดถึงประเพณีรัดเท้าของจีน แล้วเอารูปคุณยายท่านนึงมาบอกว่าเป็นเกอิชามาโชว์เท้าที่รัดจนเล็กให้ดู
กูก็งงสิ เกอิชามันของยุ่น ทำไมมันถึงมีประเพณีรัดเท้าได้วะ กูก็เลยว่าไปมันแหลแล้วล่ะ พี่เขาก็ดันไม่เชื่ออีก แถมยังบอกอีกว่า มันอาจจะมีแล้วกูแค่ไม่รู้เท่านั้นก็ได้ จนกูต้องกลับบ้านไปค้นข้อมูลมายันเลยว่า ประเพณีรัดเท้ามีแต่ในจีนเท่านั้น แม้แต่เกาหลีก็ไม่มี ญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง
แล้วท่าทางรุ่นพี่แกเห็นกูเอาจริงมากเลยยอมรับได้สักทีมั้ง… กูเว่อร์ไปเป่าเนี่ย?
กรูก็เชื่อแถมแชร์ลงเฟสบุ๊กพร้อมบอกว่ากรูจะไปเป็นคนถูพื้นที่นาซ่า !!!!!!!!
แต่กรูแก้ข่าวในเม้นต์ให้แล้วนะ
กุชอบมันจัง!!
ซัดกันอีกแล้ว
ห้องหว้า กอ อุราฮาร่ากล่าวถึง อจ. เจษด้วย-*-
ดราม่ากะจาย
ถูจนใบหน้าของปีศาจที่แผ่นหลังขึ้นเลยสิน่ะ…
ตอนแรกกุก็เชื่อ
แล้วกุก็น้อยเนื้อต่ำใจอยู่นาน กับรายได้มัน
กุต้อง ทำงานเกือบ 5 ปี ถึงเท่ากับ คนถูพื้นทำงาน เดือนเดียว
ไอ้สัส กุนั่งหงอยอยู่ตั้งนาน
กุเห็นสอนด้วยวิธีแบบยึดหลักความถูกต้อง พวกมึงก็ยังโดนหลอกยังโง่ยังเชื่ออยู่ดีนั้นวะ
สู้สอนแบบตอแหลเข้าช่วยซักนิด ให้พวกมึงได้รู้จักคิดรู้จักแย้งกับสิ่งมันขัดแบบนี้มันก็กระตุ้นพวกมึงได้ผลไม่ใช่เหรอ
อุราฮาร่า กับ อีจ่า แม่งแทคทีมกันอนุภาพความเกรียนแม่งจะร้ายแรงเป็นทวีคูณเลยวะ
ผมว่าที่ดราม่ากันเพราะอุดมการณ์ต่างกันอะครับ
คนนึงคิดว่าห้องหว้ากอควรเป็นห้องที่น่าเชื่อถือ
คนนึงคิดว่าไม่มีอะที่หน้าเชื่อถือแม้แต่หว้ากอ
กูอ่านทีแรกก็เชื่อนะ แต่คิดว่า นาซ่าแม่งบ้า……………………..โคตร เว่อชิบผาย
ชอบสำนวนเค้าจริงๆ อ่านแล้วเพลินดี ถึงแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นแต่เรื่องขี้โม้ แต่ก็อ่านได้จนจบ ถ้ามาเขียนประจำที่เว็ปจ่าคงจะเมพน่าดู
กูนึกถึงแต่ “ภารโรงผ้าขนหนู สีเหลือง” หวะ
กุเอะใจตรงที่ว่า เป็นคนถูพื้นที่บริษัทต่างๆต้องการตัว นี่แหละ แค่ถูพื้นนะเฟ้ย จะต้องการ specialty อะไรนักหนาวะ
ไหนจะให้เป็นอาจารย์วิชาการรบอีก เป็นกุคงไม่เชิญภารโรงที่ไม่ได้ไปออกรบนานแล้่วมาสอนหรอก
แม่งก็แค่แถเพราะโดนจับโกหกได้แค่นั้นละกุว่า
รู้ว่ามันโกหก ตั้งแต่ดึงข้อมือเดียว 60 ครั้ง ติดกัน แล้วครับ
ผมมั่นใจว่า พวก seal หรือ recon ยังทำไม่ได้เลย
เย้กเข้ไมกุอ่านแล้ว เห็นหน้าเคนชิโร่ใส่ชุดเมดลอยมาแต่ไกลเลยวะแสรดดดดดด
เชื่อกุมั้ย? สักวันหนึ่งมันเนื้อหาในกระทู้นั้น จะได้ออกรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง
PonG wrote:
จริง ๆ หว้ากอเป็นแค่เว็บบอร์ดยึดถือมากไม่ได้อยู่แล้วครับ
คนที่บอกว่าหว้ากอเป็นแหล่งอ้างอิงได้ แม้แต่ wiki เองก็ตามที
***เผลอกดตอบไป เอาอนนี้เน้อ
คนที่บอกว่าหว้ากอเป็นแหล่งอ้างอิงได้นี่ไม่ค่อยดีเลยครับ
จริง ๆ หว้ากอเป็นแค่เว็บบอร์ดยึดถือมากไม่ได้อยู่แล้วครับ แม้แต่ wiki เองก็ตามที ยังเชื่อไม่ได้เลยในบางครั้ง
ผมไม่ชอบวิธีนี้นะ … มีคนพูดไปแล้ว จะมีอีกซักกี่คนที่มาอ่านเฉลยในพันดริฟ ถ้ามันหลุดฟอเวิดเมลจะทำไง สนุก ? สะใจ ? มีคนโดนหลอกเยอะ แบบนี้พื้นฐานความคิดคุณไม่ได้ต่างอะไรกับพวกฟอเวิดเดอร์ฝรั่งเลยครับ ที่บอกว่ากูทำเอาสนุกอยากรู้ว่าจะมีใครโดนหลอกบ้าง
และคนเรามีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย คนสิบคนเดินเตะกระโถน มั่นใจมั้ยว่าทุกคนจะยอมรับว่า “กูซุ่มซ่าม” มันจะต้องมีคนโวยวายฟ้าดินกันบ้างแหละ อยากฝากไปถึงคุณคนทำภารโรงที่แกร่งที่สุดด้วยเถอะครับ ถ้าเจตนาดีแล้ว ต้องใช้หาวิธีการที่ดีมาด้วยนะครับ ถ้าเจตนาดี แล้วผลลัพธ์ที่ได้มันติดลบ ก็อย่าไปเจตนาดีเลยครับยืนนิ่งๆดีกว่า
ยังไงก็ตาม เรื่อง “วิจารณญาณ” เนี่ย เป็นตัวบอกความโง่ความฉลาดของคนเลยนะครับ ต่อให้จบปริญญาเอก แต่ใครพูดอะไรก็เชื่อ ฮาดดิสดีอย่างเดียว ไม่เรียกว่าฉลาดครับ เรียกว่ารู้มาก ของพวกเนี่ย ต้องแก้กันที่ระบบตรรกะความคิด อยากจะแก้ก็นู่นเลยครับ ไปเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนออกจากระบอบท่องจำซะครับ
แล้วจะรู้ว่าประเทศไทยมันมีอะไรน่าอนาถจิตกว่าไหว้เจ้าแม่เยอะ ……
ชอบมันว่ะเฮ๊ย
ไอเดียนี้กรูผมเห็นด้วยกับ จขกท. นะ
เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการดูสันดานคนเบื้องต้น
คนหูเบาจะแสดงความเห็นบางอย่างออกมา
ส่วนคนหูหนักก็จะหาวิธีมาหักล้าง
แต่จะอย่างไรซะก็หาโอกาสบอกความจริงด้วย ไม่ใช่แถต่อ
ไม่งั้นคนอ่านคงไม่ได้บทเรียน ส่วนคนเล่าก็ไม่เหลืออะไรให้น่าเชื่อถืออีกต่อไป
ส่วนในแง่ของประโยชน์ของเอ็นทรี่นี้ทำให้นึกถึงบทเรียนส่วนตัวอย่างหนึ่ง คือ
คนขี้อิจฉา มักจะใช้คนหูเบาเป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลายคนอื่นอยู่เสมอ
แค่ปั้นเรื่องใส่ความใครหน่อย แล้วทำให้เป็นข่าวลือ คนหูเบาจัดเป็นเครื่องชั้นยอดที่หาได้ดาดดื่น
ขอแค่ผู้พูดไม่ใช่พวกที่มีชนักปักหลังก็พอแล้ว
ยังดี ที่นี่เป็นแค่นิยายจำอวด ที่ทั้งให้แง่คิดและจุดจับผิดไปในตัว
แต่ผมก็ยังเชื่อว่าคนแบบเรื่องที่แต่งนี้มีอยู่จริง แต่ไม่เวอร์ขนาดนี้ โดยเฉพาะ เรื่องรายได้และสินทรัพย์
ในทางกลับกัน ถ้าเป็นเรื่องปั้นใส่ร้ายล่ะก็!?
…มาย้อนดูรายชื่อคนที่อวยพรให้ภารโรงคนนนี้กัน
จะสังเกตุว่ามีปฏิกิริยาเกิดขึ้น 2 แบบ เมื่อคนหูเบารู้ความจริง ได้แก่
1. โมโหที่ถูกหลอก
2. งงๆที่ถูกหลอก, แค่เสียความรู้สึก
3. หัวเราะตัวเองที่ถูกหลอก (บางทีก็หัวเราะคนอื่นที่ถูกหลอกด้วย)
เห็นอะไรมั้ยครับ?
ครับ…คนที่โหโหคือคนที่ถูกหลอกให้ดึงธาตุแท้ออกมาได้สำเร็จ
คนเหล่้านี้หละครับที่คุณควรอยู่ให้ห่างๆไว้ หรือไม่งั้น ก็เรื่องของคุณเถอะ
ส่วนประเภทที่ 2 ก็พอคบได้ แต่ EQ อ่อนไปหน่อย
ส่วนประเภทสุดท้าย คบต่อไปก็ได้เลย แต่อย่าเพิ่งเชื่อใจทันที
เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจจะรู้ว่า มุขนี้ควรแสดงออกอย่างไรก็เป็นได้
ปล1. กรูก็ประเภทเดียวกับ จขกท. ว่ะ แต่กรูไม่ได้หลอกใครพร่ำเพรื่อแบบมัน กรูค่อนข้างเจาะจง
ปล2. วันนี้กรูก็เพิ่งหลอกดูสันดานคนหน้าไหว้หลังหลอกไปคน…โดนเตะออกจากกลุ่มไปเรียบร้อย
…
ส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็…อ้าว มีคนเม้มไว้ ขอQ เลยละกันนะ
แล้วก็ ขออนุญาติเกลาเนื้อหานิด
CatFly wrote:
ใช่ นี่ละ่ ผลกระทบ
ึคนที่ถูกหลอกดูเชิง จะไม่ได้แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำให้คนบางประเภทที่เราดูสันดานอยู่ หลอกเรากลับได้เช่นกัน
นั่นยิ่งอันตรายขึ้นกว่าที่เราทำไว้เป็น 2 เท่า
….
ชอบ Concept จขบ. มาก ๆ เลย แต่ถ้าอยากให้พอรับกันได้ อาจจะหาวิธีเฉลยตรงนั้นเลยก็ได้นะ ไม่งั้นจะเจอคนที่รับไม่ได้(ที่โง่)ขึ้นมา แล้วมาโวยวายทีหลัง
ยอมรับว่าผมเคยโง่ ๆ กับ fwd เมล์เหมือนกัน อย่างสมัยตอนที่ได้เล่นเน็ตครั้งแรก ไอประเภทส่ง fwd เมล์กี่คน ๆ แล้วจะโชคดี หรือแม้แต่ Pepsi ละลายเนื้อทั้งก้อนได้แค่คืนเดียว พอมาย้อนดูจากตอนนี้ สมเพชตัวเองชะมัดที่เคยเชื่ออะไรแบบนั้น ทุกวันนี้เลยไม่สนใจ และไม่เชื่ออะไรอีกจาก fwd เมล์ แบบว่ามันโคตรฝังใจ ฮ่า ๆ ๆ ๆ
วิธีนี้แหกตานี้ถูกต้องแล้ว สำหรับสติปัญญาคนไทย เมิงจะบอกว่าให้ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสารยังไง คนก็ไม่เชื่อหรอก นอกจากจะทำให้มันโดนกับตัวเอง ถึงไอ้ จขกท. จะโดนด่าอย่างไร แต่กระทู้มันก็ได้อานิสงส์ให้คนตาสว่างและระมัดระวังในการรับรู้ขึ้นอีกมาก
และใครที่มาบอกว่า เกิดคนเอาไปทำจริงอะไรแบบนั้น ก็เป็นไปตามที่ จขกท. มันบอก ว่าได้ยกตัวอย่างเรื่องไกลตัวแล้ว
นี่ถือเป็นวัคซีนชั้นดี ก่อนที่พวกเมิงจะไปโดนหลอก “ของจริง” มันโหดร้ายกว่านี้เยอะ
จ่าเอามันมาเป็นลูกน้อง ระวังจ่าจะตกงานเองนะว้อย
สำบัดสำนวนมันสวดๆ
กูอ่านแล้้วยังเคลิ้มตามเลย
เจอกระทู้นี้ของคนตั้งกระทู้คนถูพื้นแห่งนาซ่าเข้าไป อย่างหล่อ!!! http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10978628/X10978628.html
เจ๋งดีออก ฝึกให้คนอ่านหัดมีวิจารณญาณ ไม่ใช่อ่านอะไรเข้าไปแล้วก็เชื่อๆๆๆๆ ซะหมด ไม่งั้น เวลามีใครมาโพสๆๆๆๆ อะไรคนก็เชื่อกันไปซะหมด ไม่ติดใจสงสัยเพราะคิดว่า อะไรก็ตามที่โพสในห้องนี้ต้องเป็นเรื่องจริง
คนที่ไม่ชอบใจคือพวกที่เชื่อซะเต็มประดานี่แหละ แล้วพอมาเฉลยทีหลังว่าไม่จริงก็ด่า จขกท แก้เก้อ
สารภาพว่าตอนแรกผมเชื่อ
แต่หลังจากที่รู้ความจริง ผมก็ชอบวิธีของนายอุราฮาร่าว่ะ
ปรกติเห็นด้วยกะจ่ามาโดยตลอด แต่รอบคราวนี้ไม่ชอบวิธีของ จขกท เลยพาลอยากเอาขรี้ไปเขวี้ยงใส่แอดมินมาก
การสอนคนในสังคมโดยสร้่างเรื่องหลอกหลวงเพื่อให้คนๆนั้น คิดเป็นนั้น
ถือว่าเป็นเรื่องทีี่น่าสลดใจมาก
เราไม่สามารถสอนดีๆให้คนคิดตามได้แล้วหรือ
และน่าเสียใจที่จ่าเองก็เห็นดีเห็นงามกับการหลอกคนแบบนี้
แต่เรารู้สึกว่าวิธีนี้เป็นวิธีของเด็กๆ ที่ทำเพื่อความสะใจในอารมณ์อย่างเดียว
เหมือนจะหวังดีต้องการเตือน
แต่เป็นการเตือนที่ใส่สี ยิ่งทำให้สังคมหวาดระแวง
และจะแอนตี้ทุกอย่างไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
เพราเคยมีประสบการณ์ถูกหลอกมาแล้ว
สมมติ คุณได้เจอใครสักคนที่แนะนำตัวเองว่าเป็นคนถูพื้นในนาซ่า
จากประสบการณ์ที่คุณเคยอ่านเรื่องคนถูพื้นของอุราฮาร่าำ
จะทำให้คุณมองคนถูพื้นคนนั้นในแง่ไม่จริงไว้ก่อน
ไม่ว่าคนถูพื้นจะพูดอะไร คุณจะคิดว่าไม่ใช่ลูกเดียว
แม้ว่าสิ่งที่เค้าพูดอาจจะจริง หรือเท็จก็ได้
แต่การสอนของอุราฮาร่าจะทำให้คุณมองทุกอย่างเป็นเท็จไว้ก่อน
ความจริงแล้วอุราฮาร่าควรต้องสอนแต่ “ความจริง” ต่างหาก
ถึงจะทำให้ทุกคนมองเห็นความจริง
ไม่ใช่เอาความเท็จมาสอนเพื่อให้เห็นความจริง แบบนี้
อ่าว
ภารโรงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ไม่ใช่ภารโรงผ้าเหลืองในตำนานคนนั้นรึ
บางคนตามมาจากพันทิป รู้นะ อิอิ
เราเคยหงายเงิบกะ forward mail หล่ะ คือส่งมาก็ส่งต่อ ไม่ค่อยได้คิดไร ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นดวงจันทร์เข้าใกล้โลกเนี่ยแหละ ก็ส่งต่อ ปรากฎว่าส่งหาอาจารย์ที่สอนด้วย ท่านก็ตอบกลับมาว่ามันเกิดไปแล้วนะ ลองไปเช็คข่าวดีๆ ก่อนส่ง forward mail เราว่าวิธีการของอาจารย์เราดีกว่านะ เพราะเราต้องตาสว่างทันทีเลย ไปหาข้อมูลมาก แล้วต้องส่งเมล์กลับไปหาคนที่เราส่งไปทั้งหมดว่าเป็นเรื่องหลอกลวง คนเราอะ ถ้ามีการเข้าใจผิดก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ไขด้้วย บอกข้อมูลผิดๆ ก็ต้องไปแก้ความเข้าใจผิด เป็นอีกเรื่องที่ควรทำนะ
Nero wrote:
ใช้ได้แฮะเดี๋ยว พอดีหลังบ้านมีต้นกล้วยอยู่ 5-6 ต้น ผมจะลองทำดูบ้างถ้ามีผลตอบรับดีจะมาบอกผลครับ
H. wrote:
ดินสอมันเป็นผงคาร์บอนนำไฟฟ้าได้ เวลาเขียนมันจะมีผงละอองออกมา ถ้าเอาไปใช้ในสถานีอวกาศมันจะไปจับตามอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วไงช๊อตสิครับ ตายโหงยกลำ
อ่านเอาบันเทิงแล้ว สนุกดีครับ น่าไปเขียนหนังสือกับ a book นะ ใส่ความรู้ไปหน่อยเนี่ยขายดีแน่นอน
เบื่อๆพวกเทพเจ้าห้องหว้ากอ คิดว่าตัวเองเก่งวิเศษที่สุดสามในโลก
เคยไปตั้งกระทู้ถาม (เพราะหาข้อมูลจากอากู๋แล้วไม่เจอจริงๆ)แม่มโดนด่าอีก
หาว่าน้องรู้จักโน่นนี่นั่นมั๊ย แบบจิกๆกัดๆ เอ๊า ถ้ากรูรู้กรูจะมาถามเร๊อะ
มั่นใจในความฉลาดของตัวเองกันเกิ๊น กรูยอมเป็นคนโง่ๆ แล้วดูดความรู้จากชาวบ้านดีกว่า
จะเอาอะไรมากวะ ก็โลกมันสวยอ่ะ
ผมนึกถึงสิ่งที่วินทร์ เลียววารินทร์เขียนน่ะ
ประมาณ วรรณกรรมวรรณอำหรือไงนี่ล่ะ
ปรกติกรูว่ายน้ำไง กรูเลยพยายามว่ายให้ได้ 35 วิ 50 เมตร (ว่ายได้ครึ่งสระก็บุญละ)
แต่ว่ายไม่ได้ มันโม้หรือเนี่ย ฮืๆ
อื้อหือ
พออ่าน วิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่เกิน 2นาที 30วินาที
คิดในใจ เหยดเข้ แม้งเมพวะ กรุสอบรด. วิ่ง 800 เมตร แบบสปีดตลอด ยังได้ 2.45 เลย
แม้งเร็วจริง ๆ *0*
แต่ส่วนตัว ชอบวิธีของ เค้านะ หุหุ
(คิดอยู่ตั้งนานว่าถ้าเก่งขนาดนั้นก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ)
เอาง่ายๆภารโรงแมร่งโหดคับ

คนส่วนใหญ่รวมทั้งผม ไม่ค่อยได้คิดเรื่องพวกนี้ เชื่อป่ะนั่งอ่านอยู่ตรูแทบไม่ได้สังเกตุเลย เพราะตรูอ่านเรปล่างๆเอา
สรุปก็ให้เสพแล้วคิดให้ละเอียดมากๆสินะ บอกตามตรงไอ้ฟอร์เวริดเมลนี้ไม่คิดจะเชื่ออย่าง
จริงจังอยู่แล้ว ถ้าคนคิดมันไม่เทพจริงๆ
ฮาจริงๆว่ะ
อ่านแล้วมีคนคิดได้ กี่คน โง่โดนหลอกกี่คน
แล้วจะเข้าใจสังคมไทย ทันที โยงได้อีกหลายๆเรื่อง ในแนวนี้
ไม่ก็ลองมองย้อนกลับไป 2-3ปี มีแต่เรื่องแนวนี้ทั้งนั้น 555
ผมเด็กบ้านนอก แต่อ่านแค่นิดเดียวก็รู้แล้วว่า ปลอม…
นาซ่ากลัวรัสเซีย รู้ความลับ แต่ประกาศรับคนทำงาน -.-
พวกที่ออกมา ว่าคือพวก โง่ บรม. 555+ ผมดีใจที่เกิดเป็นเด็กชนบท บ้านนอก
คือว่า… ไอ้นาซ่าเนี่ยมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงกลาโหมเหรอไงฟะ ห๊า!?