
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องเครื่องแป้ง มีอมยิ้มคนนึงเธอชื่อว่า “BeingImagination” มาตั้งกระทู้ประณาม BA ของเครื่องสำอางชื่อดังเจ้านึง
แอดมินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะว่าไอ้ BA นี่มันคืออะไร ก็เลยลองไปปรึกษาแม่ทูนหัวของแอดมินดูว์
เห็นเธอว์บอกว่ามันย่อมาจาก Bitchy Advisor หมายถึงที่ปรึกษาด้านความงามและความดอกส์สารพัดอะไรทำนองนั้น
จขกท เธอว์ก็เล่าว่าเธอเป็นลูกค้าของเครื่องสำอางค์ชื่อดังเจ้านี้มานานแล้ว วันที่เกิดเรื่องเธอก็ไปอุดหนุนเคาเตอร์เครื่องสำอางที่สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
หลังจากซื้อเครื่องสำอางเสร็จก็ขอใช้บริการให้ BA ช่วยแต่งหน้าให้ BA ก็บอก จขกท ว่าถ้าจะให้แต่งหน้าต้องจองล่วงหน้านะ
ทีนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่า จขกท รู้สึกว่าถ้อยคำที่ BA ใช้กับเธอมันดูถูกดูถุยกันยังไงชอบกล จนเธอรู้สึกว่านี่กรูมาขอให้มันแต่งหน้าฟรีๆรึไงวะ
ทำไปทำมา จขกท กับ BA คนนั้นก็เลยด่ากันอย่าดุเดือด จน BA ถึงกับพูดว่า “มึงไสหัวออกไปจากเคาท์เตอร์ของกรูเลยนะอีบ้า”!!
จขกท รู้สึกไม่พอใจกับเหตุการณ์นี้โคตรๆ เธอว์จึงมาตั้งกระทู้ประจาน BA คนนั้นในห้องแป้งด้วยประการละฉะนี้

แค่ประจานเป็นคำพูดอย่างเดียวมันยังไม่สาแก่ใจ จขกท เธอว์ก็ถึงขั้นเอารูปของ BA คนนั้นมาประจานในกระทู้ให้สาสม!!

ทำไมพนักงานห้างใส่ขาสั้นวะ? นี่อี จขกท มันแอบไปถ่ายตอน BA เขาเลิกงานเรอะ?
สาวๆห้องแป้งที่ไม่ชอบ BA เครื่องสำอางเจ้านี้อยู่เป็นทุนเดิม ก็เข้ามาเออออห่อหมกกับ จขกท
และด่า BA เป็นเสียงเดียวกันแบรนด์ชื่อดังซะเปล่า แต่ทำไมเอาพนักงานถ่อยสถุลย์มาขายของวะ!?

บ้างกูยุ จขกท ว่าเอาเรื่องแม่มให้ถึงที่สุดไปเลย!! โทรไปแจ้งกับบริษัทแม่ให้จัดการลงโทษอี BA คนนั้นซะ!!

ซักพักหลังจากด่ากันไปร่วมร้อยความเห็น ก็เริ่มมีคนสงสัยว่า เอ๊ะ BA สาขาที่ จขกท ไปใช้บริการเนี่ย
ชั้นก็เคยไปอุดหนุนเหมือนกัน ไม่เห็นเขาจะบริการกากส์ตรงไหนเลย มีแต่คนประทับใจการให้บริการของสาขานี้ทั้งนั้น

อมยิ้มชื่อ “กระบี่ในใจ” ก็ทัก จขกท ว่าวันนี้ชั้นก็ไปอุดหนุนที่เคาทเตอร์สาขานี้มาเหมือนกัน
และเห็นชะนีตัวนึงยืนด่า BA แว๊ดๆเสียงดังลั่นอยู่หน้าเคาทเตอร์ ทั้งที่ไม่ได้อุดหนุนเครื่องสำอางเลยซักชิ้น
แถมอิชั้นยังได้ยินพนักงานแถวนั้นมันนินทาหล่อนด้วยนะ ว่าเคยไปก่อเรื่องไว้ที่สาขาห้างเอ็มโพเรี่ยม
จนผู้ประกอบการเขาประกาศห้ามหล่อนเข้าห้างแล้วด้วยซ้ำ!!

สาวๆห้องแป้งก็แก้ตัวแทน จขกท ว่าที่ จขกท เขาเล่ามามันเกิดขึ้นเมื่อวานมั้ง ไม่น่าจะเป็นคนเดียวกับชะนีที่ไปก่อเรื่องวันนี้มั้ง!!

กระบี่ในใจก็ตอบกลับไปว่าพนักงานขายแถวนั้นมันก็บอกกับชั้นว่าเมื่อวานอีชะนีคนนี้ก็มาโวยวายที่เคาทเตอร์เหมือนกันค่ะ

จขกท ก็ทักกระบี่ในใจว่าต๊ายตาย หล่อนคงเป็นคนที่มาหาอี BA คนนั้นเมื่อเช้าสินะคะ
ขอบอกว่าอิชั้นไม่ได้ไปด่าฉอดๆโดยไม่ได้อุดหนุนเครื่องสำอางเลยซักชิ้นเหมือนที่มึงกล่าวหานะคะ!!
วันนี้ชั้นซื้อทั้งบรัชออน ลิปสติค บลาๆ ถ้าไม่เชื่อเด๋วอิชั้นจะสแกนใบเสร็จมาให้มึงดูก็ได้ค่ะ!!
และห้างเอ็มโพเรี่ยมเขาก็ไม่ได้ห้ามอิชั้นเข้าห้างนะคะ ไม่เชื่อเด๋วอิชั้นจะถ่ายรูปตอนไปเดินแร่ดในห้างมาให้มึงดูค่ะ!!
แล้ว จขกท ก็ยอมรับว่าวันนี้เธอไปที่เคาทเตอร์เจ้าเดิมมาจริงๆ และเจอ BA คนเดิมที่เคยมีเรื่องกันเมื่อวาน
ก็เลยด่ากันอีกรอบ จนอี BA มันบอกกับอิชั้นว่า “กูไม่ขายมึง” เลยนะคะ!! ไม่เชื่อก็ลองไปถามอีตาผู้จัดการห้างที่มันยืนอยู่แถวนั้นดูสิ!!
แต่จากเหตุการณ์นี้ ทำให้อี BA คนนั้นมันบอกว่าจะไปแจ้งความให้ตำรวจมาจับอิชั้นข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเลยล่ะค่ะ!!

ต่อมาสาวๆห้องแป้งก็ชักรู้สึกว่าที่อี จขกท มันเล่ามามันทะแม่งๆยังไงก็ไม่รู้ อมยิ้มบางคนก็บอกว่า
BA ของเครื่องสำนางยี่ห้อนี้มันขึ้นชื่อลือชาเรื่องความดอกส์ เอ๊ย ความแรงส์อยู่แล้ว
แต่ไอ้ประเภทชี้หน้าด่าเหมือนแม่ค้าตลาดสดและมึงกรูนี่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย
ไม่ทราบว่า จขกท ไปด่าอะไรอี BA คนนั้นก่อนรึเปล่าคะ มันถึงได้สติขาดผึงและชี้หน้าด่าหล่อนแบบขึ้นมึงกรูแบบนั้น!!

อมยิ้มชื่อ Muaymimi ก็อ้างว่าเธอว์รู้จัก BA ของเครื่องสำอางค์เจ้าอื่นที่ห้างนั้น ก็เลยลองโทรไปถามดู
ปรากฏว่า BA ไปแจ้งความจับ จขกท ที่โรงพักข้อหาคุกคามหรืออะไรซักอย่างนี่แหละเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะคุณขา!!

อมยิ้มชื่อ “มาดอนน่าหน้าหมวย” ก็เล่าว่าอิชั้นก็ได้ยินมาเหมือนกันนะเคอะ ว่ามีลูกค้าคนนึงไปด่า BA ที่สาขานี้
ตั้งแต่สิบเอ็ดโมงยันบ่ายสอง อีลูกค้านี่มันด่า BA สามชั่วโมงแบบนอนสต๊อป จนกระทั่งต้องพามันไปแต่งหน้าที่เคาท์เตอร์เครื่องสำอางค์อีกเจ้านึง
มันถึงสงบแล้วยอมออกจากห้างไปแต่โดยดี โดยมียามของห้างคอยเดินประกบอีลูกค้าคนนี้เป็นระยะๆ!!

ต่อมา จขกท ก็เอาภาพห้างเอ็มโพเรียมมาให้ดูว่าเธอว์เข้าไปเดินแร่ดในห้างได้จริงๆนะ ไม่ได้โดนห้ามเข้าห้างซักกะหน่อย!!

จากนั้น จขกท ก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นต่อ แต่อ่านแล้วจับใจความไม่ค่อยได้ว่ะ
เหมือนกับว่า จขกท มันพยายามบอกว่าอิชั้นไม่ใช่กระจอกๆนะคะ มีทั้งธุรกิจส่วนตัว และเป็นที่ปรึกษาธุรกิจสปาในต่างประเทศ
ดังนั้นถ้าอี BA อยากเล่นงานอิชั้น ขอร้องว่าอย่ามาปล่อยข่าวด่ากันลับหลังค่ะ ช่วยมาแสดงตัวแล้วด่ากันตัวๆในกระทู้นี้ด้วยนะคะ!!

ส่วนที่มีคนสงสัยว่าเธอว์คือลูกค้าที่ด่า BA แบบนอนสต๊ปสามชั่วโมงหรือไม่นั้น!? ขอบอกว่าอิชั้นไปถึงห้าตอน 11.20 น
ไม่ได้ไปด่าอี BA แบบนอนสต๊อปตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแบบที่พวกมึงพูดๆกันนะคะ ไม่เชื่อก็ไปดูภาพกล้องวงจรปิดของห้างซะสิยะ!!

ส่วนประเด็นที่มีคนปล่อยข่าวว่าห้างเอ็มโพเรี่ยมห้ามไม่ให้เธอว์เข้าห้างนั้น เป็นเพราะเธอว์เคยมีเรื่องกับ BA คนนึงที่สาขานี้
แล้วต่อมา BA ก็ย้ายไปอยู่สาขาพาราไดซ์ ก็เลยสงสัยว่าอี BA คนนี้มันจะไปปล่อยข่าวที่สาขานั้น
ว่าห้างเอ็มโพเรี่ยมห้ามไม่ให้ จขกท เข้าห้างกระมัง!! แต่ขอยืนยันนะคะว่าไม่เคยถูกห้ามเข้าห้างเอ็มโพเรี่ยม!!
ขนาดผู้จัดการของห้างยังบอกว่าห้างไม่มีนโยบายเหียกๆเช่นนั้น และพร้อมให้บริการคุณผู้หญิง(หมายถึงอิชั้น) เป็นอย่างดีเลยนะคะ!!

พูดตรงๆว่าอ่านที่อี จขกท โพสๆมาแล้วงงเป็นบ้า อีนี่มันเคยเรียนการเขียนร้องแก้วร้อยกรองสมัยประถมรึเปล่าวะ!?
สาวๆห้องแป้งก็ชักจะคลางแคลใจในตัว จขกท มากขึ้น พากันบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าฟังหูไว้หูกันก่อนดีกว่า
ไม่แน่ว่าอี จขกท มันอาจจะเล่าเรื่องไม่จริง หรือเล่าความจริงแค่ครึ่งเดียวก็เป็นได้
เพราะ BA ที่ไหนมันจะจู่ๆก็ขึ้นมึงกรูกับลูกค้าวะคะ? แปลว่ามันต้องมีเหตุการณ์อะไรรุนแรงนำร่องมาก่อนแน่ๆ

อมยิ้มคนนึงก็จับใจความว่าที่ จขกท เล่ามาก็คือ จขกท เคยมีเรื่องกับ BA คนนั้นมาก่อนตอนเขายังอยู่ห้างเอ็มโพเรี่ยม
และพอ BA คนนั้นย้ายมาประจำที่สาขาพาราไซด์ ก็เลยเม้าหมอยเรื่องของ จขกท ให้เพื่อนร่วมงานฟัง
หาว่าห้างเอ็มโพเรี่ยมห้าม จขกท เข้าห้าง แล้ว จขกท ก็ดันบังเอิญมาเจอะกับอี BA คนนั้นที่สาขาพาราไดซ์แล้วมีเรื่องกันอีกรอบงั้นเรอะ!?

จากนั้นอี จขกท ก็มาอัพเดทความคืบหน้าบอกว่าตำรวจติดต่อมาคุยเรื่องคดีที่อี BA ไปแจ้งความเอาไว้แล้ว บลาๆ
จขกท ก็อ้างว่าเธอว์ไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องอี BA นะคะ แต่อิชั้นเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าด่าอะไรมันไปบ้าง
แบบว่าคนกำลังโมโหมันก็หลุดปากด่าอะไรไปก็ได้อยู่แล้วนี่คะ แถมอี BA คนนั้นมันมาทำงานสายก็เลยอารมณ์เสียแล้วเถียงกับอิชั้นใหญ่เลย บลาๆ

และ จขกท ก็ยืนยันว่าเธอจะแจ้งความดำเนินคดีกับอี BA คนนั้นอย่างแน่นอน!!

สาวๆห้องแป้งก็ซักไซร้ไล่เลียง จขกท ว่าแล้วพวกมึงสองคนด่ากันเรื่องอะไรล่ะคะ และใครเป็นฝ่ายเริ่มด่าก่อน
แน่ใจนะคะว่าไม่ใช่อี จขกท ที่เป็นฝ่ายจัดเต็มใส่อี BA คนนั้นจนมันด่าหล่อนกลับเพราะหงุดหงิดที่โดนต่อว่า

จขกท ก็ยอมรับแบบอ้อมแอ้มว่าเธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน โดยเรียกอี BA คนนั้นว่า “มัน” ระหว่างการสนทนา
แต่เธอว์จ่ายเงินซื้อเครื่องสำอางยี่ห้อนี้เต็มๆแบบไม่ขอส่วนลดมาโดยตลอดนะคะ!! แล้วอิชั้นจะคาดหวังให้มันบริการอิชั้นดีๆ
ยอมทนให้อิชั้นจิกหัวเรียก “มัน” ไม่ได้รึยังไง!? แถมอี BA คนนั้นมันก็พูดจาใส่อิชั้นด้วยเหมือนกันนะคะ!!
จากนั้นอี จขกท ก็พล่ามไปเรื่อยเกี่ยวกับการให้บริการของ BA มั่งล่ะ เรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของบริษัทเครื่องสำอางมั่งล่ะ

สาวๆห้องแป้งเห็นอี จขกท แก้ตัวเช่นนั้นก็พากันแขวะ จขกท ว่ามิน่าละหล่อนถึงได้ไปทะเลาะกับ BA คนนั้น
ขนาดหล่อนด่าอี BA ไปว่าอะไรบ้างหล่อนยังจำไม่ได้เลย แต่อิชั้นมั่นใจว่ามึงต้องด่ามันอย่างรุนแรงจนเขาทนไม่ไหวและขึ้นมึงขึ้นกูกับหล่อนแน่ๆ!!

บ้างก็บอกว่าอี จขกท มันเล่าความจริงแค่ครึ่งเดียวชัวร์ป้าบ!! ไอ้ที่ BA ด่าหล่อนน่ะใส่มาในกระทู้นี้ซะแน่นเลยนะ
แต่ไอ้ที่หล่อนด่า BA คนนั้นดันบอกว่าลืม จำไม่ได้ว่ามึงด่าไปว่าอะไรบ้างซะนี่!!

ต่อมา จขกท ก็เข้ามาชี้แจงต่อว่าที่เธอพล่ามในกระทู้นี้ว่าเธอทำอาชีพอะไร มีอาชีพการงานระดับไหน
ไม่ใช่ว่าอยากอวดเบ่งนะคะ แต่เป็นเพราะว่าอี BA คู่กรณีของอิชั้นมันโทรไปถามประวัติส่วนตัวของอิชั้นกับเพื่อนยังไงล่ะ
อิชั้นก็เลยมาเปิดเผยในกระทู้นี้ซะเลยว่าคนระดับผู้บริหารอย่างอิชั้น ถึงจะแต่งตัวซอมซ่อแต่ฐานะไม่กระจอกนะคะ!!

ยิ่งอ่านที่ จขกท ชี้แจงเท่าไหร่ สาวๆห้องแป้งก็ยิ่งมึนนงงปานไมเกรนแดกยิ่งขึ้นทุกวินาที
อมยิ้มหลายๆคนก็บ่นใส่ จขกท ว่ามึงเป็นอะไรมากมั้ยวะคะ? นี่ชีวิตจริงมึงพูดจาไม่รู้เรื่องเหมือนที่โพสในกระทู้นี้รึเปล่า?
ขนาดอิชั้นนั่งอ่านที่มึงโพสอยู่นี่ยังรู้สึกหงุดหงิดฉิบหายเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยนะคะที่ BA มันจะหงุดหงิดและขึ้นมึงขึ้นกูกับหล่อน!!

อมยิ้มบางคนก็ถาม จขกท ว่าถามจริงๆเถอะค่ะมึงไปทำอะไรให้อี BA คนนั้นคะ?
เพราะตามที่หล่อนเล่ามาว่ามีผู้จัดการห้างยืนอยู่แถวนั้นด้วย แล้วหล่อนคิดว่าคนที่สติดีมันจะกล้าวีนใส่ลูกค้า
ทั้งๆที่มีหัวหน้าหรือผู้บริหารที่มีอำนาจให้คุณให้โทษมันยืนดูอยู่แถวนั้นหรือคะ!?

บ้างก็บอกว่าอี จขกท นี่ก็ใช่ย่อยนะคะ มึงด่ากับ BA เมื่อวานไปแล้วหนนึง วันนี้มึงยังจะไปหาเรื่องด่ากับเขาถึงที่อีกเหรอคะ?
ถามจริงๆเหอะที่หล่อนไปห้างในวันนี้เนี่ยเพราะอยากซื้อเครื่องสำอางค์ หรือว่าอยากด่ากับอี BA คนนั้นอีกรอบกันแน่วะคะ!?

บ้างก็ถาม จขกท ว่ามึงมีปัญหาทางจิตรึเปล่าวะคะ!?

ต่อมา จขกท ก็มาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นอย่างหมดเปลือก เรื่องของเรื่องก็คือเธอกะว่า
จะพาเพื่อนสาวที่เพิ่งจะอกหักไปซื้อเครื่องสำอางค์เป็นของปลอบใจ
ในวันนั้นเธอว์และเพื่อแต่งกายไปอย่างซอมซ่อ ใส่กางเกงยีนส์รองเท้าแตะและเสื้อยีดส์เก่าๆ
พอไปถึงที่เคาท์เตอร์ก็โดน BA มองด้วยหางตาตั้งแต่หัวจดปลายเท้า
จากนั้นพอ จขกท ซื้อเครื่องสำอางค์เสร็จ จะขอใช้บริการแต่งหน้าของเคาท์เตอร์
ปรากฏว่าทางเคาท์เตอร์ปฎิเสธเพราะต้องจองคิวล่วงหน้า

จขกท ก็เริ่มหงุดหงิดละ ยืนกรานกับ BA ว่าชั้นจะแต่งหน้าวันนี้!! แต่ BA บอกว่าวันนี้ไม่ได้ค่ะ ถ้าอยากแต่งหน้าวันนี้ก็ไปที่อื่น!!
จขกท ก็เลยขึ้นเสียงกับ BA ว่าชั้นอุดหนุนสินค้าเครื่องสำอางค์ของหล่อนแล้วนะ
และชั้นจะแต่งหน้าวันนี้ แกมีสิทธิอะไรมาปฎิเสธลูกค้าอย่างชั้นยะ!!
BA ก็เลยขอชื่อแซ่ของ จขกท ไปตรวจสอบว่าเคยอุดหนุนครื่องสำอางค์ยี่ห้อนี้มาก่อนรึไม่?
จขกท ก็เลยโวยวายว่าพวกหล่อนจะเช็คประวัติทำหอกอะไร
ก็เนี่ยวันนี้ชั้นเพิ่งจะอุดหนุนเครื่องสำอางค์ของพวกหล่อนไปหมาดๆ
แล้วถ้าชั้นไม่เคยอุดหนุนยี่ห้อนี้มาก่อนพวกหล่อนจะไม่แต่งหน้าให้ชั้นรึไงยะ!?

จากนั้น จขกท กับ BA คนนั้นก็ด่ากันตามที่ จขกท เล่าเอาไว้ในเบื้องต้น แล้ว จขกท ก็เปิดเผยว่าอี BA คนนั้น
มันแอบอัดคลิปเสียงของเธอและส่งให้กับผู้จัดการของบริษัทด้วยนะ!! ต่อมาผู้จัดการคนนั้นก็โทรมาคุยกับเธอ
แต่ไม่ยักกะมีคำขอโทษหลุดออกมาจากปากของอีผู้จัดการคนนั้นเลยแม้แต่ครึ่งคำ!!
แถมยังมีหน้ามาใช้แรงงานอิชั้นด้วยนะคะ บอกว่าถ้าเจอพนักงานคนไหนทำกิริยาไม่ดีใส่อิชั้นอีก
ให้ฝากโทรไปแจ้งผู้จัดการด้วย!! ไม่ทราบว่ามึงเห็นชั้นเป็นพนักงานบริษัทของมึงรึไงวะคะ!?

โถ อี จขกท เอ๊ยยยย มึงออกมาเล่าอย่างนี้แต่แรกมันก็จบเรื่องตั้งนานแล้ว จะอารัมภบททำไมตั้งยืดยาววะ!?
พอฟังที่ จขกท เล่าจบ สาวๆห้องแป้งก็มีปฎิกิริยาต่างกันออกไป บางคนก็สะใจฉิบหอยเลยค่ะที่อี BA มันโดน จขกท ด่ายับ!!

บางคนก็บอกว่าอี จขกท นี่ก็พอกันว่ะ พอทำอะไรไม่ได้ดังใจหล่อนก็พาลไปทั่ว แล้วไอ้ที่ผู้จัดการมันบอกหล่อนว่า
ถ้าเจอพนักงานคนไหนบริการไม่ดีให้โทรสายตรงแจ้งไปที่ผู้จัดการได้เลยเนี่ย มันเป็นการใช้แรงงานหล่อนตรงไหนวะคะ!?
อิชั้นว่าผู้จัดการเขาให้สิทธิพิเศษกับหล่อน สามารถร้องเรียนเขาได้โดยตรงถ้าเจออี BA ปากจัดมันด่าอีกหนด้วยซ้ำ!!

ต่อมาอมยิ้มชื่อกระบี่ในใจ ที่เคยออกมาแก้ต่างแทน BA ในช่วงต้นของกระทู้
ก็เอาคลิปการสนทนาระหว่าง BA กับลูกค้าปากจัดคนนึงมาโพสในกระทู้!!
เนื้อหาในคลิปก็ไม่มีอะไรมาก ประมาณว่าลูกค้าวีนใส่ BA เป็นระยะ
สงสัยว่าอีคนที่เอาคลิปนี้มาปล่อยคงกะจะพลิกเกมด้วยหลักฐานเด็ดชิ้นนี้กระมัง

แถมยังมีบัตรผ่านปริศนาเอาคลิปที่ว่าไปตั้งกระทู้ประจานในห้องอื่นของพันทิปซะด้วย!!

น่าเสียดายที่กระบี่ในใจลบคลิปดังกล่าวออกในภายหลังแต่มันสายเกินไปแล้ว!!
สาวๆห้องแป้งหลายคนได้ฟังคลิปดังกล่าว และกระจาย url ให้อมยิ้มคนอื่นๆได้ฟังกัน!!
และส่วนมากก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถึงอีลูกค้าในคลิปนี้มันจะแรงพอตัว
แต่อี BA มันผิดเต็มประตู!! ที่ริอาจอัดคลิปเสียงลูกค้าเอาไว้ประจานลับหลัง!!

บ้างก็ด่า BA คนที่อัดคลิปว่าต่ำอีสัด!! สันดานอย่างมึงควรลาออกไปขายเต้าฮวยได้แล้วโว้ย!!
คนทำงานบริการอย่างพวกมึงมีสิทธิอะไรถึงอัดคลิปลูกมาประจานในอินเตอร์เน็ทวะคะ!?
เพราะมีพนักงานส้นตีนๆแบบพวกหล่อนไงล่ะ ภาพพจน์ของเครื่องสำอางค์ยี่ห้อนี้มันถึงได้ตกต่ำลงทุกวันๆ!!

หลังจากนั้นสาวๆห้องแป้งก็พากันถล่มใส่ BA ตัวดีที่เอาคลิปเสียงของลูกค้าขี้วีนออกมาแฉอย่างดุเดือด
ดราม่านี้ใครถูกใครผิดแอดมินก็ไม่รู้ว่ะ แบบว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และรู้สึกว่ามันแรงพอกันทั้งสองฝ่าย
แต่นี่เป็นตัวอย่างที่ของการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้าที่เฟลสุดๆ
ยิ่งไอ้คนที่ตัดสินใจเอาคลิปของลูกค้าออกมาประจานเนี่ย โอเคมึงเอาคลิปนี้ออกมาเผยแพร่
คนก็จะรู้กันว่าอี จขกท มันขี้วีนเหมือนกัน แล้วไงต่อวะ? ไทยมุงจะมองว่า BA เป็นฝ่ายถูกกระทำ และอีลูกค้าเป็นฝ่ายวีนก่อนเรอะ?
โอเคในความรู้สึกของมึงมึงอาจเป็นฝ่ายชนะ แต่ขอบอกว่าภาพพจน์ทั้งองค์กรต้นสังกัดของมึงกำลังจะพังพินาศเพราะคลิปนี้ว่ะ
ถ้าใครเคยเล่นหมากล้อมและเคยได้ยินวลีที่ว่า “รบชนะแต่แพ้สงคราม” แอดมินว่าเครื่องสำอางค์เจ้านี้ก็กำลังตกที่นั่งเดียวกันกับวลีนี้นี่แหละ
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? อีกหน่อยลูกค้าของเครื่องสำอางเจ้านี้จะถูกอัดเสียงมาประจานอีกหรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
พนักงานขายบริการได้แย่มากๆๆๆ จะซื้อของต้องคลานเข่า กราบเท้าหรือเปล่าคะ ?
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q10949739/Q10949739.html
ได้ FW มา อยากแต่งหน้ามากhttp://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10959962/U10959962.html
พนักงานแอบอัดเสียงลูกค้า








































BA ยี่ห้อนี้มีแต่ข่าวคราวไม่ดีมานานนมหลายต่อหลายปี
แต่ก็มีอันนี้แหละ ที่ fail สุด ๆ
ทั้ง BA ทั้่งลูกค้า….
เวลาแต่งหน้าฟรีนี่ปกติมันต้องจองด้วยรึเปล่า อันนี้ไม่รู้จริงๆ ว่ะ ไม่เคยซื้อของเคานท์เตอร์ มีแต่คนซื้อมาฝาก (ของฟรี อิๆๆ) ถ้าปกติต้องจองก็แปลว่าลูกค้ามันเอาแต่ใจ แต่ถ้าปกติไม่ต้องจองขอแต่งได้เลย ก็แปลว่านางคนขายแหละมันบริการไม่ดี
@ 12123:
แต่สำหรับพวกพนักงานตามเคาท์เตอร์เครื่องสำอางค์
มันย่อมาจาก Beauty Advisor มิชิหรา
ไปฟังเสียงแล้วเหมือน BA เสียงออกแมนๆ ยังไม่รู้ว่ะ หรือ กุหูไม่ดีวะ
จะว่าไปจขกท คงมาด่าบ่อยมากอ่ะ BA เลยตั้งอัดเสียงเลย เพราะปกติคงไม่มีใครมานั้งอัดเพราะโดนด่าเป็นครั้ง 2 ครั้งหรอกน่ะ
ปล.ไม่แน่ใจมาอักไว้เป็นหลักฐานเวลาฟ้องศาลก็เป็นได้
เกรียนชนเกรียนว่ะ แต่ลูกค้าโง่ไปหน่อย อิอิ
นอกเรื่องนิดนะ
“ต่อให้ลูกค้าเหี้ยมากแค่ไหน มึงก็ต้องบริการเขาให้ดีที่สุด…” เหรอวะ
ผมข้องใจมานานมากแล้วนะ เวลาลูกค้ามีปัญหากับพนักงานเนี่ย เห็นแม่งอ้างแต่ประโยคข้างบนอยู่นั่นแหละ
ไอ้ลูกค้าประเภทที่ว่า ทำตัวเหมือนไปเอาตีนลูบหน้าพนักงาน พอเขาโกรธก็โวยวายว่าพนักงานเหี้ยเนี่ย ผมเห็นมาเยอะละ ต่อให้พนักงานแม่งจะผิดด้วย หรือไม่ผิด ยังไงๆอีลูกค้าเหี้ยๆแม่งก็ชนะอยู่ดี… อาชีพพวกนี้มันก็ลำบากตรงนี้แหละ
แอดมินเป็นฮิคารุเรอะ รู้จักหมากล้อมด้วย
ยี่ห้อนี้ไม่รู้นะ ปกติใช้ Dior แต่ไม่เคยเห็นจะเจอแบบนี้เลยอ่ะ แบรนด์หรูกว่า MAC ตั้งเยอะ
ขนาดใส่ขาสั้น เสื้อยืด ลากแตะไปก็ไม่เคยเจอกิริยาแบบนี้ แต่เคาเตอร์ MAC นี้เคยเห็นว่าแค่เดินผ่าน
ไม่ได้แวะยังมามอง BA แย่อ่ะ
แล้ว MAC นี่จะแต่งหน้าต้องจองคิวล่วงหน้าด้วยเหรอ ของ Dior ถ้าเราอยากแต่ง ซื้อของเค้าๆก็แต่งให้นะ
ยิ่งถ้าไม่ติดลูกค้านี่ เค้าแต่งให้ทันทีเลยด้วยซ้ำไป -*-
ดราม่านี้กรูว่าผิดพอๆ กันนั่นแหล่ะ ขิงก็รา ข่าก็แรง
คือ บีเอเนี่ย ถึงลูกค้าเนี่ยมันเรื่องมาก ปากเสีย ปากร้ายยังไง (คือไม่ได้แปลว่าให้ทนโดนโขกนะ)
ก็เดินหนีสิ ถ้ารู้ตัวว่าคุมสติไม่อยู่ ต้องหลุดแน่ๆ เดินออกมาเลย แล้วให้คนอื่น หรือหัวหน้ามารับช่วงต่อ (รับคำด่าต่อแทน อิอิ)
ทำงานบริการมาเหมือนกัน (แต่ไม่ได้บีเอนะค้า) เจอลูกค้างี่เง่า มาก ถึงมากที่สุดมาก็เยอะ
แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ดูท่าทางว่าไอ้คุณลูกค้าเนี่ยมันไม่ฟังเหตุผลกันแล้วหล่ะก้อ ง่ายเลยค่ะ เดินหนีดีกว่า ดีกว่าเถียงต่อไป
ต่อให้เถียงก็ไม่ชนะ ดีไม่ดีเจอฤทธิ์ลูกค้าด่ากลับ เถียงกันไปกันมา มันก็ไม่จบ มันก็ไม่สิ้นสุด แล้วมันก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลยสักนิดเดียวขอบอก
………………………………………………………………………………………………………..
ส่วนไอ้คุณลูกค้าในกระทู้เนี่ย กรูตีลังกาอ่านมาหลายตลบ (ก่อนที่มันจะพยายามมาสรุปตอนท้าย)
ไม่รู้ใครเหมือนกรูหรือเปล่า อ่านเห็นแต่ว่า เดี๊ียนนะฮ้า เป็นคนทำงานมีเงิน เคยซื้อมาก่อน แถมนัดลูกค้าใหญ่ บินจากต่างประเทศ มีเงิน บลา บลา (โทษนะฮ้าาา มรึงมาเล่าอัตะชีวะประวัติ ความยิ่งใหญ่ไพศาลให้เดี๊ยนทราบเพื่ออะไร ) หรือจะบอกเป็นนัยๆ ว่ากรูรวยนะโว้ยยยย มีเงินซื้อ Mac นะเฟร้ย ไม่ได้มาขอกินฟรี อะไรทำนองนี้หรือเปล่า
มาถึงไม่ได้นัดแต่จะแต่งหน้าให้ได้ เอาวันนี้ ต้องวันนี้ เพราะกรูเคยซื้อ กรูต้องได้รับบริการ เพราะกรูเพิ่งเลิกกับแฟน เพราะกรูมีธุระ พวกมรึงเป็นแค่บีเอ พวกมรึงต้องแต่งหน้ากรูวันนี้ ตอนนี้ต้องได้ ต้องตอนนี้
บีเอไม่ใช่พระอิฐ พระปูนนะน้อง เจออิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ไปขนาดนี้ ถ้าเป็นบีเอคนอื่นคงยอมออกงาน โดนตบกลางห้างไปแล้วนะค้า คุณน้อง
บีเอก็คนนะน้อง ทำมาหาแดรกเหมือนกัน มีความรู้สึกเหมือนกัน
………………………………………………………………………………………………………………..
เหี๊ยพอกัน…
อย่างคอลเซ็นเตอร์หลายๆที่ ไม่รู้เอามาทำเป็นคอลเซ็นเตอร์ทำไม
ตอบเป็นหุ่นยนต์เลยคิดเองไม่ได้เลย น่าทำเป็นระบบอัตโนมัติ
ปล.เคาเตอร์นี่ไม่ต้องมีพนักงานขายก็ได้มั้ง ทำเป็นตู้หยอดเหรียญไปซะ อย่างน้อยก็เสียตังค์แต่ไม่เสียอารมณ์
ไม่รู้จะเสียเงินซื้อเครื่องสำอางเป็นพันๆไปทำไม
แต่งให้ตาย ล้างออกมาหน้าก็เหี้ยเหมือนเดิม
เอาตังค์ไปทำศัลยกรรมดีกว่า
ถ้าให้เลือกว่าเจอพนักงานเหี้ย กับลูกค้าเหี้ย จะเอาอันไหน
เป็นตูจะเลือกเจอพนักงานเหี้ยดีกว่า เพราะถ้าเหี้ยมา ตูร้องเรียนได้ ไม่ต้องเสียเวลามายืนแว๊ดๆแจ๊ดๆให้คนอื่นเขารำคาญ
แต่ถ้าเป็นลูกค้าเหี้ยล่ะ…. ตูจะร้องเรียนมันได้ยังไง… ขอเบอร์โทรแม่มันแล้วโทรไปฟ้องแม่มันเหรอ
เราว่า จขกท. พูดไม่รู้เรื่องมากกว่า BA บอกไม่ได้ ต้องจอง ก็น่าจะเข้าใจแล้ว
Cheffer wrote:
ก็กูผมไม่ได้ทำอาชีพบริการนี่วะครับ ผมถึงพูดอย่างนั้นได้
ถ้าคุณใช้บริการอะไรซักอย่าง แล้วรู้สึกว่าพนักงานใช้สายตาเหยียดๆ มองคุณ หรือพูดกับคุณด้วยน้ำเสียงแข็งๆ ไม่อ่อนหวาน แต่พนักงานคนนั้นก็ช่วยเหลือคุณ ทำอะไรต่อมิอะไรตามหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แล้วคุณก็ยังไม่พอใจสายตาหรือน้ำเสียงของเขา ก็จงวีนให้รู้แล้วรู้รอดเสียแต่ตรงนั้นไปเลย ไม่ต้องเก็บเงียบไว้แล้วไปโวยวายให้คนอื่นฟังทีหลัง เพราะคนฟังเขานึกภาพไม่ออกหรอกว่า สายตาเหยียดๆ น่ะเหยียดยังไง หรือน้ำเสียงแข็งๆ น่ะแข็งยังไง เพราะความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนไปเจอแบบคุณเขาอาจไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ ในเมื่อเขานึกภาพเหล่านี้ไม่ออก เขาก็ต้องมองว่าคุณไปว่าพนักงานทั้งที่เขาก็ทำตามหน้าที่ของเขาอย่างดี
แล้วถ้ายังไงคุณก็ไม่ชอบใจสายตา สีหน้า หรือน้ำเสียงของพนักงานคนนั้น ทางออกที่ดีต่อทุกฝ่ายคือ เลี่ยงพนักงานคนนั้น หรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้บริการเจ้าอื่นเลย แต่เวลามีคนถามว่าทำไมถึงเปลี่ยน หรือไม่อยากคุยกับพนักงานคนนั้น ไม่ต้องตอบว่าเขาบริการไม่ดี เพราะเขาก็ไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่ แต่บอกไปว่า เขาตอบสนองความต้องการของคุณไม่ได้ แล้วก็บอกด้วยว่าความต้องการของคุณน่ะคืออะไร แต่ก็ต้องพร้อมรับฟังความเห็นจากคนที่ฟังคำตอบของคุณด้วยเหมือนกันว่ะครับ
@ อยากรู้อยากเห็น: อัดไว้เป็นหลักฐานน่ะไม่มีใครว่าแต่ดันมีคนทะลึ่งปล่อยลงยูทูป คราวนี้จะได้เห็นคุกกันทั้งคนอัดคนปล่อยคลิปล่ะอัดไว้เป็นหลักฐานไม่มีปัญหาแต่อัดแล้วเอามาปล่อยลับหลังเขาเรียกแบลคเมลล์
จากตอนแรกที่คนขายดูเป็นพระเอกเลยกลายเป็นคนร้ายในตอนท้ายเลย
แต่ถ้ากูเป็นผู้จัดการกูก็ต้องไปขอโทษลูกค้าว่ะเพราะ BA แดกเงินบริษัทแต่ลูกค้าทำรายได้ให้บริษัท
ถ้ามึงจะเอาแต่ลูกค้าดีๆพูดไพเราะกูกลัวว่าบริษัทจะเจ๊งว่ะแล้ว BA มันจะเอาเงินเดือนที่ไหนแดกถ้าไม่มีลูกค้ามาซื้อของ
งานบริการมันยากถ้าใจไม่ถึงอดทนไม่ได้ลาออกเหอะแล้วหางานอื่นที่ทำแล้วสบายใจ
Jingobar wrote:
——-
ภาคทฤษฎีน่ะมันง่าย
มองดูโลกความจริงมั่ง อย่างกับว่าคนส่วนใหญ่ เขารับฟังคำตำหนิเงียบๆเป็นซะที่ไหน
เราไปว่าอะไรเขา แล้วเขาไม่ยอมรับ เขาแรงกลับ มันก็จะเป็นอย่างในดราม่านี้ไง
ต้นเหตุคือไม่ทำตามกติกาแท้ๆ เค้าบอกต้องจองเวลาก็ยังจะดือดึง
ถ้าคนที่จองเค้ามา แต่แต่งให้เค้าไม่ได้ก็โดนด่าอีก
รู้แต่ว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงแมร่งแร๊งงงงง จนบางทีอยากให้แมร่งเป็นผู้ชายจริงๆ
แบรนด์ MAC เค้าเน้นความแรงซินะ พาบริษัทล่มจมล่ะงานนี้
อีลูกค้าก็ระบบทุนนิยมเต็มตัว 100% เลย
ฟังคลิปแล้ว ต้องร้องคำเดียวยาวๆว่า เหยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
@ ALL wrote:
มองความเป็นจริงนะ ถ้าลูกค้าพูดไม่ดี แต่ให้เงินคุณดี และเป็นลูกค้าประจำ คุณจะไม่รับแล้วก็ไล่เค้าไปงั้นหรือ?
ผมก็สงสารคนที่โดนลูกค้าเหวี่ยงใส่นะ แต่งาน”บริการ” มันต้องอดทนยังงี้แหละ
ยกตัวอย่างที่เจอมานะ ผมนั่งเครื่องบินสายการบินหนึ่ง พนักงานทำน้ำหกใส่ลูกค้า เค้าก็มาขอโทษขอโพยลูกค้ายกใหญ่ ขนาดลูกค้าชักสีหน้าใส่ แล้วออกอาการเหวี่ยงๆนะ คำพูดก็เสียงแข็งๆ แต่พนักงานคนนี้ก็อดทน พยายามยิ้มแย้มใส่ แล้วก็เอาของอย่างอื่นมาเสริมให้เพื่อเป็นการไถ่โทษ ลูกค้าท่านนั้นจึงเย็นลงแล้วก็กลายเป็นชวนคุยกันมากขึ้น…
ผมว่านี่แหละเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีสำหรับงานบริการ “ร้อนมาต้องเย็นไว้แล้วก็ยิ้มแบบจริงใจตอบไป”
ถ้าพนักงานลองเปลี่ยนเป็นโมโหกลับไป แล้วก็ด่าลูกค้าล่ะ ผลจะเป็นไง?
1. ลูกค้าท่านนั้นก็ต้องโมโห อาจจะถึงขั้นไม่ใช้บริการสายการบินนี้อีกต่อไป
2. ลูกค้าอาจจะโทรไปหาหัวหน้างานของพนักงานคนนี้ ทำให้ตัวพนักงานถูกลงโทษ
3. บนเครื่องมันไม่ได้นั่งคนเดียว คนอื่นๆก็เห็นแล้วเค้าจะคิดยังไงกันล่ะ?
คนที่ทำงานบริการขอให้อดทนเถอะครับ ยังไงก็ดีกว่าอารมณ์ร้อนไปแล้วมีแต่เสียกับเสีย
@ ghunterza:
อืม จริงนะ เราเองขายของ ลูกค้าพูดจาไม่ดี ขี้วีน ช่างซักซ้ำซาก แต่จ่ายเงินตรงดี ครบทุกบาทไม่มีเช็คเด้ง เราก็ยอมอ่ะ
แต่ประเภทปากหวาน เรียกทีแทบสำลักน้ำตาล แต่ดึงลากเช็คยาวๆ ไม่ก็เด้งดึ๋งดั๋งเนี่ย เราจะไม่อยากขายเลย
ghunterza wrote:
กูผมว่าเรื่องนี้มันคนละกรณีกับเรื่องลูกค้าวีนเหวี่ยงหยาบคาย ไม่ดูความเหมาะสม เอาแต่ได้เกินกว่าเหตุนะ พนักงานทำน้ำหกใส่ลูกค้า พนักงานก็ผิดเต็มๆ ยังไงก็ต้องขอโทษอยู่แล้ว ลูกค้าถูกกระทำทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาก็มีสิทธิโมโห ชักสีหน้า หรือจะวีนขึ้นมาเลยก็ได้ พนักงานไม่มีสิทธิไปต่อล้อต่อเถียงเพราะตัวเองผิดจริงๆ ลองเถียงกลับสิกูผมจะเชียร์ให้ลูกค้าตบให้คว่ำ
แต่ถ้าพนักงานไม่ได้ทำอะไรผิด หรือทำอะไรบางอย่างตามที่ลูกค้าต้องการไม่ได้เพราะไม่ถูกระเบียบจริงๆ แล้วลูกค้าจะเอาๆ ท่าเดียว ไม่สนห่าอะไรทั้งนั้น แล้วมาด่าพนักงานหยาบๆ คายๆ เนี่ย กูผมว่าพนักงานก็ควรมีสิทธิปฏิเสธการให้บริการ “อย่างสุภาพและแนบเนียน” เหมือนกันว่ะ
ขอคิดอีกแนวในฐานะคนมีอาชีพทำงานขายนะครับ และเจอคนมาทุกประเภทดียันเลวเหรี้ยๆ
ผมไม่เห็นว่าการอัดเสียงจะเลวร้ายตรงใหนแต่จะพลาดที่เอาเผยแพร่ไวไปหน่อย
ในฐานะพนักงานจำเป็นต้องมีสิ่งป้องกันตัวนะครับ นั่นคือหลักฐาน
ถ้าไม่มีอะไรเลยลูกค้าบอกแต่ว่าอีนี่มันพูดไม่ดีกับชั้นทั้งที่อาจจะพูดหรือไม่ได้พูด แต่บริษัทต้องจัดการ สุดท้ายเพื่อให้จบบริษัทจะใช้วิธีที่ประหยัดสุด ง่ายสุด ควบคุมง่ายสุด คือการไล่พนักงานออกให้ลูกค้าคนนั้นพอใจที่ชนะ ทีนี้อะไรล่ะที่จะเอาไว้ใช้ยืนยันเหตุการณ์และตัวได้ ก็หลักฐานไงครับ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่
คนที่นั่งออฟฟิสเป็นงานประจำหรือไม่เคยขายอะไรในฐานะลูกจ้างล่ะก็ผมว่าคุณวิจารณ์ได้แค่ผิวเท่านั้นครับผู้ทำงานบริการต้องมีสิ่งหนึ่งที่มากกว่าคนอื่น คือ ความอดทน เหมือนหมอที่ต้องมีจรรยาบรรณและความเมตตาสูงกว่าผู้อื่น เหมือนอัยการที่จำเป็นต้องมีความเที่ยงธรรมกว่าผู้อื่น คนทำงานบริการมีจุดเด่นที่อดทนครับหรืออีคิวนั่นเองที่ต้องมากกว่าคนอื่นผมเองก็ไม่มาำกนักถ้ามีคนมาจิกเรียกผมว่าแกๆ ผมคงลงมือเลยล่ะไม่รอ
สั้นๆ มันเป็นวิบากกรรมของสายงานด้านนี้่ครับ ลูกค้าถูกเสมอ ซึ่งใบสมัครรับส่วนใหญ่สมัยนี้จะมีคุณบัติสำคัญคือมีความอดทนต่อแรงกดดันสูงแน่ๆเกือบทุกงานว่ะ
ซึ่งตัวผู้บริโภคเอง อีกส่วนนึงก็ต้องเข้าใจด้วยว่าพนักงานก็คน ต้องต่างคนต่างเกรงใจกัน ผมว่ามันต้องปรับเข้าหากันทั้งสองฝ่ายอ่ะ แต่ฝ่ายพนักงานต้องปรับเข้ามาหาลูกค้ามากกว่า หน่อยนึง
ซึ่งส่วนนี้พนักงานต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เพราะไม่ว่าใครเป็นฝ่ายผิด จากมุมมองของบุคคลที่สาม ไม่มองพนักงานผิดก็ผิดทั้งคู่ กรณีนี้ผมว่าต้องมีการอบรมพนักงานแล้วล่ะครับ ว่ากรณีนี้เจอลูกค้าแบบไหนควรรับมือยังไงดี เพราะจะให้พนักงานไปตายเอาดาบหน้าแก้ไขสถานการณ์เอาเองมันก็สุดจะทำได้ และตัวหัวหน้าดูลูกน้องด้วย ถ้าเขาไม่ไหวก็ควรเข้าไปช่วย ไม่ใช่อึ้งดูลูกน้องโดนด่า จนฟิวขาดมันมีแต่เสียกับเสีย คนเป็นหัวหน้าชั่วโมงบินการทำงานต้องสูง ถ้าปัญหาเกิดต้องดูแล้วล่ะตัวหัวหน้ามันทำอะไรอยู่ ทำไมปล่อยให้ลูกน้องเป็นอย่างนั้น
ส่วนประสบกาณ์เจอพวกพน้ักงานขายที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเนี่ยถ้าหลวมตัวหยิบของมาดูแล้วกรุก็ซื้ออ่ะนะ ในกรณีของไม่แพง แต่ถ้าของแพงแล้วมาประกบกรุแล้วทำเชี่ยๆแบบนี้ กูก็ขอจ้ำอ้าวว่ะ แล้วก็ปากต่อปากให้มันหมดทางหากินเลย ใครที่บอกว่าไม่เคยเจอว่ะ กรุขอย้ำว่ามันจริงๆ ขายของให้ลูกค้าหวังเงินเขา แล้วทำเชี่ยๆให้เขา
แปลกแต่จริง แต่มันเกิดขึ้นแล้วในประเทศสารขัณฑ์ อ้อ กรุเจอร้านขายอุปกรณ์คอมนะ เชี่ยไม่พอเหมือนมันพยายามย้อมแมวสินค้ากรุด้วย
@ รักแมว:
ปกติห้างใหญ่ๆต้องจองอย่างต่ำ1วันค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือซื้อvoucher
แต่บางที่ถ้าพนักงานเห็นว่าวันนั้นว่างมากๆ
ก็จะแต่งให้เลย
@ sawang: ไม่มีใครห้ามอัดหรอก ที่เขาห้ามน่ะห้ามเผยแพร่แบบในดราม่านี้บอกไปหลายทีละ
เพราะถ้าอัดไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ปกป้องสิทธิตัวเองไม่ผิดกูก็เคยโดนอัดเสียงเวลาคอมมเมนท์คอลเซนเตอร์ของ ISP
มันก็แจ้งว่า”ขออัดไว้เป็นหลักฐานนะคะ” กูก็ไม่มายด์ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันเอาคลิปมาแพร่กูเอาตายครับเพราะเขาแค่ให้อัดไว้เป็นหลักฐานไม่ได้ให้เอามาเผยแพร่ มันไม่เกี่ยวกับเผยแพร่ไวหรือช้า แต่มันอยู่เผยแพร่ได้แค่ไหนถ้าเปิดให้ผู้จัดการฟังเพื่อไม่ให้ตนเองตกงานก็ไม่มีปัญหาถ้าเอามาเผยแพร่ลงยูทูปแบบในดราม่านี้มันใช้สิทธิไม่สุจริตยังไงก็ผิด
ปัญหามันมาจาก BA ไม่รู้จักว่าจุดไหนควรไม่ควรดันเอามาให้คนอื่นเผยแพร่ต่อจะได้พากันเข้าซังเตทั้งยวง
ไอ้เรื่องอุปนิสัยไม่ดีของลูกค้ากูบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ถ้าเป็นคลิปที่คนขายด่าคนซื้อเสียๆหายคนซื้อมันทำไปเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนเองมันมีข้อยกเว้น แต่กรณีพนักงานถ้าเอาไว้คุ้มครองตนเองอย่างมากก้อัดไว้ใช้ในศาลหรือไว้ให้ผู้จัดการ แต่การเอาไปนินทาให้เพื่อนพนักงานคนอื่นฟังหรือแพร่คลิปแบบนี้จะได้ติดคุกฐานหมิ่นประมาทน่ะสิต่อให้ในคลิปมันพูดจริงก็เหอะ
เคยมีลิปสติกและรองพื้นยี่ห้อนี้เมื่อหลายๆๆๆปีที่แล้ว ตอนที่เข้ามาใหม่ๆเลย ไม่ถูกกับหนังหน้าอย่างแรง
บีเอก็แมร่งหยิ่งนรก จะหยิ่งไปไหนวะ กูว่านะแ่ม่งพอกันน่ะแหละทั้งลูกค้ากับคนขาย
จริงอยู่ครับว่า งานบริการคือมีกฏอยู่ว่า ลูกค้าคือพระเจ้า
แต่ว่า คนทำงานบริการมันก็คนเหมือนกันนะครับ
เหมือนบางคนไปจับก้นแอร์บนเครื่องนี้
ถามนิดนึงว่าถ้าลูกมันโดนแบบที่มันโดนบ้างมันจะยอมมั๊ยคับ
ผมว่าการรับบริการใดๆมันต้องตั้งอยู่บนกฏข้อที่ว่า
ให้เกรียติซึ่งกันและกัน มากกว่าคับ
@ คนแจ้งข่าว:
แล้วก็จะมีมาม่า ลูกค้าโวยหมอ ไม่รับผ่าให้ หมอโวยกลับ หน้าอย่างนี้ยันฮีไม่รับ ให้มาเงิบเล่นต่อ
คดีเกือบพลิกแล้วถ้าไม่เอาคลิปมาปล่อยก่อน
อิจขกทก็มักง่ายชิบหาย จะเอางั้นงูนงี้ไม่ฟังกฎอะไรทั้งนั้น
แล้วเค้าจะมีกฎไว้ทำไมละคร้าบพี่น้องงงงง
ประเทศไทยก็แบบนี้ขอนูนนิดนนี่หน่อย ไม่ได้ก็โวยวายกูเป้นลูกค้ามึงนะมึงต้องยอมสิ
“ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้าทุกคน ลูกค้าบางคนเท่านั้นแหละคือพระเจ้า”
“แต่ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นพระเจ้าหรือไม่ก็ควรได้รับการบริการพื้นฐานที่ดีเท่ากัน”
“ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าหรือไม่ก็ไม่มีสิทธิข่มเหง รังแก ดูถูก เหยียดหยาม พนักงาน”
แค่เห็นว่าสาขาพาราไดซ์ เดาออกเลยว่า BA คนไหน
เคยทำพริตตี้ที่สาขานี้ทีนึง BA คนนี้แต่งหน้าให้เราช้ามาก
ตอนแต่งจะเสร็จ ทาปากเราไปครึ่งปาก แ้ล้วเดินไปกระแนะกระแหนลูกค้า ปล่อยให้เรานั่งเอ๋อ แล้วเราก็ไม่ได้ทำงานส่วนของเราซะที เพราะปากมีสีครึ่งเดียว แถมแต่งไม่สวยอีกตะหาก
สุดท้ายต้องมาทาปากเอง และอีกหลายเรื่องเลย
แต่คนอื่นที่เจอมา ดูหยิ่งก็จริง แต่คุยแล้วก็โอเค ยกเว้นอี BA คนนี้แหละ ที่ไม่ประทับใจที่สุด
และจะไม่ไปสาขานี้อีกแบ้ว
แต่เข้่าใจอารม BA แบรนด์นี้หลายคน จะบริการแค่ลูกค้าที่มีท่าทีว่าจะซื้อ คนไหนที่เห็นว่าเดินมาเงียบๆ มาเทสสีเฉยๆ ก็จะไม่สนใจ
เราก็เคยโดนพนักงานไม่สนใจ เพราะแค่เดินไปดูเฉยๆ พนักงานมันก็เฉยกลับ แต่วันไหนคิดจะซื้อก็จะถาม+คุยกับพนักงาน เค้าก็บริการโอเคอยู่นะ
แต่เคสนี้อีลูกค้าก็คงแรงพอกัน
ตามมาอ่านของจ่า อิจ่ามรึงสรุปจบซะงั้น ตอนนี้มันปาไป 900 กว่าความเห็นแล้ว มีการแจ้งความกันทั้งสองฝ่ายด้วย
อีแมคดวกส์เนี่ยย มันหยิ่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่รู้บีเอมันรวยมากจากไหนถึงไม่ค่อยเห็นหัวลูกค้า ของก็คุณภาพไม่ได้ดีเลิศ
ดวกส์บีเอ
เอาเป็นง่ายๆ เลยนะครับ ผมลอง Search คำว่า BA MAC เจอแต่ด่าแฮะ ไม่เห็นมีดี
ผู้หญิงแม่มน่ากลัวชิกหาย ต่อให้สวยขนาดไหนแต่ถ้าปากแบบนี้ กรูสาวหนอนเองกว่าหว่ะ
มิน่าล่ะ เดี๋ยวนี้เกย์เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด
พนักงานห้างบางทีก็ดูแลลูกค้าไม่เท่าเทียมกัน ผมเจอประจำ
คราวก่อนเจอพนักงานพูดแย่ค๊อตๆ ผมก้ไม่ได้ตอบโต้อะไร
แต่ไปซื้อสาขาอื่นแทน…
รู้สึกว่าความอดทนของคนสมัยนี้มีน้อย เจอแรงปุ๊ปโต้ตอบแรงทันที
ซึ่งจะบอกว่าถูกก็ไม่แน่ใจ เพราะคิดว่าเวลาเจออะไรแบบนี้ก็ไม่ต้องไปยุ่งก็จบ
ส่วนตัวคิดว่าการโต้ตอบสวนกลับโดยส่วนใหญ่ ไม่ใช่การติเพื่อแก้ไข
แต่เป็นความอยากเอาชนะมากกว่า ประมาณว่าโดนดูถูก โดนหยาม ฯลฯ ไม่ได้ ต้องเอาคืน..
ตอนแรกกูก็ไม่ค่อยเชื่อเจ้าของกระทู้นะ
เมื่อวานกูเลยเดินไปลองของที่เคาเตอร์มันมา
กูพยายามแต่งตัวธรรมดา เสื้อยืดกางเกงขาสั้น จะดูว่าหลังจากถูกเจ้าของกระทู้โวย พวกมันเริ่มมีพัฒนาการรึยัง
ส่วนสินค้ากะซื้อไปฝากคนที่บ้าน กูเดินไปที่เคาเตอร์มันประมาณ11โมงก็เปิดแล้วนะ แสดงว่าแม่งเริ่มปรับปรุงตัว
“ขอแต่งหน้า” กูพูดด้วยน้ำเสียงหงิมๆ เขินอายเล็กน้อย
“อะไรนะคะ” มันบอกเหมือนไม่เชื่อ น้ำเสียงแม่งโครตดูถูก แล้วกูว่ากูไม่ได้คิดไปเองแน่
มันทำหน้าหมางง คงสงสัยว่าน้ำหน้าอย่างกูนี่นะจะไปมีปัญญาซื้อสินค้ามัน
“ขอแต่งหน้าครับ”กูบอกอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังขึ้นกว่าเดิม
“อะไรนะ” หางเสียงหายไปแล้ว เฮ้ย นี่มึงจะดูถูกกูไปถึงไหนวะ
“ผมจะซื้อสินค้าคุณให้ครบ2500บาท เพื่อรับสิทธิ์ขอแต่งหน้าฟรี”ได้ผล คราวนี้แม่งหน้าเหวอเลย คงไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“เราไม่มีโปรโมชั่นตรงนี้นะคะ” เฮ้ย นี่มึงยังจะ….
โอเค้ ไม่เป็นไรแม่งคงนึกว่ากูโม้
กูเลยซื้อสินค้าลองเชิงไปก่อนนิดหน่อยให้เห็นว่ากูมีปัญญาจ่าย
“รับ….เพิ่มมั้ยคะ”
นั่นแงะ นั่นไง น่านนไง ตอนแรกกูพูดขอรับบริการมึงก็เอาแต่”อะไรนะคะๆ”ทำเป็นไม่ได้ยิน
พอกูสั่งสินค้าทีงี้ทำมาพูดจาฉะฉานกะจะมาพ่วงขายของกู สันดอน เอ๊ย พอละกูไม่แต่งหน้งแต่งหน้ากะคนแบบมึงละ
แม่งไม่ไหวแร้ว ทนมามากแร้ว
“ชั้น-ไม่-ซื้อ-เฟรน-ฟราย-อะไรนั่นของ-แก-หรอก” กูสวน
“แล้วเบอเกอร์ ถ้าไม่ได้ตามรูปนะ ไม่แดก!”
“ไม่เอาซันเดย์ ได้ยินชัดมั้ย ใส่ถ้วยไม่เอา เอาใส่โคน”
ขึ้นเรยแม่งขึ้นเรย นึกแล้วยังขึ้นไม่หาย
Bitchy Advisor
ช่างคิดได้เนอะ
(นอกเรื่อง) จ่ามีแม่ทูนหัวแล้ว โอ้เย่!
ตุ๊ก wrote:
เล่าอะไรเมาๆ ของมึงวะ ตกลงมึงไปบูทเครื่องสำอางหรือร้านฟาสต์ฟู้ดกันแน่ เอาซะอย่าง
Owl wrote:
มันแล้วแต่แนวคิดของคนกับสถานการณ์ว่ะ อย่างคุณมึงถ้าเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบมีเรื่อง อดทนทายาด ถ้าทนได้ก็ทนไป แต่อีกบางคนเขารู้เต็มอกว่าเขาไม่ผิด แล้วเขามีเหตุผลโดยชอบธรรมที่จะโต้ ถ้าเขาจะโต้กลับไปบ้างก็ไม่ผิด เพราะมันคือการปกป้องสิทธิของเขาเอง
ถ้าอีกฝ่ายแรงมา แล้วตัวเองนึกเหตุผลที่จะแรงกลับไม่ออก ก็เห็นควรที่จะเงียบแล้วเลี่ยงไปซะ เพราะถ้าแรงโดยไม่มีเหตุผลมันจะกลายเป็นแถ
แต่ถ้ามีเหตุผลดีๆ อยู่แล้ว ก็อย่าไปกลัวที่จะโต้กลับ เรื่องบางเรื่องถ้าไม่ปกป้องตัวเองเสียบ้างก็จะโดนอีกฝ่ายเอาเปรียบอยู่เรื่อยไป แล้วก็มีแนวโน้มที่จะไปเอาเปรียบคนอื่นอีกด้วย ถ้าลูกค้าไม่โต้ตอบพนักงานที่พูดหยาบคายใส่ ไอ้พนักงานนี่ก็จะเคยตัวแล้วไปถ่อยใส่ลูกค้าคนอื่นเรื่อยๆ หรือถ้าพนักงานไม่ร้องเรียนเกี่ยวกับลูกค้าที่มาแต๊ะอั๋ง อีกหน่อยไอ้ลูกค้าคนนี้ก็จะคอยจ้องมาแต๊ะอั๋งพนักงานคนนั้นคนนี้
ส่วนเรื่องอยากเอาชนะมากกว่าติเพื่อก่อ ถ้าเขามีเหตุผลที่ดีกว่าอีกฝ่าย ก็ต้องให้เขาชนะไปเหอะ คนแพ้จะได้รู้ตัวว่าตัวเองแพ้ได้ยังไง แล้วจะนำไปสู่การปรับปรุงตัวเอง
@ Jingobar:
โทษทีนะครับ ที่ผมอาจจะแจ้งไม่เคลียร์
ในกรณีดราม่านี้ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ลูกค้าแย่ หรือไม่แย่ อย่างไรนะครับ
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ผู้ให้บริการ “สมควร” ปฏิบัติตัวกับลูกค้าแต่ละประเภทอย่างไรมากกว่า
ผมรู้ว่าคุณสงสาร ผู้ให้บริการ ผมก็สงสาร ใครๆ ก็สงสาร
แต่มันมีวิธีมากมายมาใช้จัดการกับปัญหาลูกค้าแย่ๆ แบบนี้หลายวิธี ทำไมไม่ใช้ครับ
มันไม่ต่างอะไรกับเจอเด็กเกรียน แล้วเกรียนตอบ มันแสดงถึงความไม่มีวุฒิภาวะครับ
Cheffer wrote:
ออ อย่างนั้นผมก็ต้องขอโทษด้วยที่เปิดประเด็นไม่ตรงกับดราม่านี้ เลยเหมือนคุยกันคนละเรื่อง เรื่องสายตา สีหน้า น้ำเสียงอะไรนั่น ความจริงก็ไม่เกี่ยวกับดราม่านี้ (เพราะดราม่านี้ยัยพนักงานถึงขั้นอัดคลิปมาประจานเลยทีเดียว) มันเป็นเรื่องที่ผมเห็นจากห้อง Blue บ่อยๆ เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง ประเด็นที่ว่าผมก็ไม่ได้พุ่งไปที่เรื่องพนักงาน แต่เป็นเรื่องลูกค้าไม่พอใจสีหน้าแววตาของพนักงาน แล้วมาโพสต์ประจาน แล้วโดนรุมยำกลับไปเพราะอธิบายไม่ได้ว่าพนักงานบกพร่องยังไง อยากให้เป็นบทเรียนสำหรับลูกค้าที่คิดจะประจานผู้ให้บริการว่าถ้าคิดจะด่าให้คนอื่นฟัง ก็ต้องรู้ก่อนว่าจะด่าเรื่องอะไร ด่าไปแล้วทำให้พนักงานดูเป็นฝ่ายผิดชัดเจนเลยมั้ย หรือเป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัว แล้วถ้าคนอื่นไม่เห็นด้วย จะรับฟังคนอื่นได้มั้ย
ส่วนเรื่องดราม่านี้ พนักงานคนนั้นพลาดที่แก้ปัญหาผิดวิธีจริงๆ ถ้าคุณเธอว์ให้คนอื่นมารับหน้าแทน หรือปฏิเสธกระต่ายขาเดียวให้เด็ดขาด หรือเชิญลูกค้าออกจากบูทไปแบบเนียนๆ หรืออย่างน้อยก็เก็บคลิปไปฟ้องผู้จัดการเงียบๆ เธอว์ก็ชนะไปแล้ว นี่มาโพสต์ประจานในอินเทอร์เนตก็ฆ่าตัวตายชัดๆ
ผิดกันทั้งคู่นั่นล่ะ
แต่เจ๊บีเอจะเสียมากหน่อยเพราะมันเสียไปทั้งแบรนด์
ตุ๊ก wrote:
นั่นมัน แม็ค ..โดนัลด์ ว้อยยยยยยยย
ตุ๊ก wrote:
ตุ๊ก wrote:
นั่นมัน แม็ค ..โดนัลด์ ว้อยยยยยยยย
เสียงแม่งเหมือนเพื่อนหนูเลยค่ะะ หนูเคยมีเพื่อนคนนึงจิตๆแบบนี้แหละ ไม่พอใจนิดหน่อยแม่งโวยวายอย่างกับใครไปฆ่าพ่อมัน
เวลาใครมีปัญหากับมันเพื่อนๆจะมาห้ามพร้อมทำนิ้วชี้วนๆอยู่บนหัวแบบว่าอย่าไปถือมันเลยมันสติไม่ดี
ทำไม จขกท โพสรูป บีเอ แล้วไม่มีใครว่าไรฟระ พอบีเออัดคลิปมาแฉกลับโดนด่าฝ่ายเดียว งงฟร่ะ
ไม่เข้าจึย
@ มึน:
อ่าว…ก็ เค้าเป็นลูกค้า แต่ BA มันเป็นคนให้บริการ มันจะมีสิทธิ์อะไรมาประจานลูกค้าหล่ะคะ ถึงลูกค้า มันจะทำตัวสุดทนแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ออกมาประจาน ยิ่งออกมาประจานแบบนี้ ใครจะใช้ แมค(M.A.C) อีก BA แบรนด์นี้ทุนเดิม สาวๆก็ไม่ค่อยจะชอบด้วยแล้ว ยิ่งมาอัดเสียงกะประสานแบบนี้ ยิ่งสุดๆคะ
แต่ กรณีนี้….นางสาว A มันทะนงตัวว่า กุมีเงิน เกินไป จะไปจิกหัวใครอะไรใครก็ได้ กุไม่แคร์ จะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้ สงสารBA เหมือนกันเจอลูกค้าเอาแต่ใจแบบนี้ แต่ก็นะ…สมควรเหมือนกัน BA แมค
ฮาเงิบบบบบบ หลุดขำจนคนในออฟฟิสตกใจ 555555
คุณ ตุ๊ก….
ต่อให้ซื้อถึง 3000 เค้าก็ไม่แต่งหน้าให้หรอกว้อย
Gg wrote:
แต่ใครดีมา ก็ดีตอบนะ แบบว่าบ้านรวยไม่ได้ง้อมึงอะ
BA MAC ถ้าเป็นกระเทยจะชอบแรงงงงงงง นิสัยไม่ดี จิกๆ ดูถูกคนซื้อ
แต่สาขานี้เราเคยไป แบบปอนๆเนี่ยแหละ ก็มีคนดูแลดีนะ BA ผู้ชายออกสาวหน่อยๆ บริการดีมากกกกกก
หาของให้ สาขานี้ไม่มีก็โทรจองสาขาอื่นให้ไม่ชักช้าเลย
จริงๆก่อนไปก็กลัวเพราะ รู้ๆกันอยู่ว่ายี่ห้อดีดังทางไหน
แต่อ่านหัวกระทู้ยัยจขกท.ก็พอนึกออกแล้วว่า คนเขียนก็แรงแหละนะ ทำเป็นเล่าความข้างเดียวอ่ะ
กูไปอุดหนุนมาแล้ววันนี้ที่แมค พาราไดซ์ เพื่อให้กำลังใจ ทั้งๆที่ของยังไม่หมด คุณ ค. เค้าบริการดีออก
@ กิ็ฟ:
พนักงานชื่อ อีควายเหรอคะ
อ่านครึ่งแรกแล้วงงฉิบ ครึ่งหลัวค่อยอ่านง่ายหน่อย
http://www.youtube.com/watch?v=Fcfdxhd49xE
คลิปภาพเสียงอันที่BA uploadเองมันโดนลบไปแล้ว
ใช้อันบนดูแทนได้
คนซื้อก็แรง คนขายก็เฮ้อ…
เรียกว่าพอๆกัน
ไม่รู้ผมเข้าใจถูกหรือเปล่านะ
ว่า จขกท คงคิดว่าตนเป็นคนมีตัง มีหัวโขนดีๆ ก็เลยคาดหวังว่าตนจะได้รับบริการเป็นพิเศษ แล้วก็อ้างว่าตนซื้อของที่ร้านแล้วทำไมถึงต้องรอแต่งหน้าด้วย? ถ้าเข้าใจไม่ผิดไอ้คนที่มีชื่ออยู่ในคิวแต่งหน้าอ่ะ เค้าก็ลูกค้าเหมือนกันไม่ใช่หรอ? เค้าก็ต้องมีสิทธิเท่ากันดิ จะไปแซงเค้าได้ไง
ผมว่ากรณีอย่างนี้ถ้าต่างฝ่ายต่างมี “มารยาท”อ่ะนะมันคงไม่เกิด ลูกค้าก็อย่าหลงไปกับคำว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” ไม่ใช่ว่าไปซื้อของเค้าแล้วจะเอาอะไรก็ต้องได้ดั่งใจ ส่วนทางผู้ให้บริการก็บริการคนให้มันเท่าเทียมกันหน่อยครับ อย่าดูถูกคนเพราะการแต่งตัว
น่าเสียดาย คนตายไม่ได้อ่าน
จงให้เกียรติซึ่งกันและกัน
และจงทำตัวอ่อนน้อม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือคนซื้อ
เพราะว่าเราควรจะทำตัวให้นอบน้อมกับคนอื่นเสมอ
แล้วสังคมจะสงบสุข
ศาสนามีไ้ว้ทำไม??
ถ้าสังคม มีแต่คนพยามข่มเหงซึ่งกันและกัน
พยามเอาชนะคะคานซึ่งกันและกัน
อีกไม่นาน สังคมไทยคงเข้าูสู่ยุคป่าเถื่อนกันอีกครั้ง
เรียนจบมหาลัยมาแล้วใช้สมองและสติในการดำเนินชีวิตบ้างนะ
อย่าทำตัีวเป็นพยาธิของสังคม
โดยเฉพาะพวกสับสนทางเพศที่โพสเข้ามาต่อว่าคนอื่นเขาอ่ะนะ
เคยไปเดินโซนเครื่องสำอางค์กับเพื่อน แล้วแวะดูของที่เคาท์เตอร์เรดเอิร์ท พนักงานก็มาถามว่าเราสนใจอะไรคุยไปคุยมาเค้าก็เสนอว่าจะแต่งหน้าให้ฟรีเอามั้ยเผื่อสนใจเครื่องสำอางค์ตัวไหน ส่วนของจะซื้อหรือไม่ซื้อเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร พอเราok เค้าก็แต่งหน้าให้ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ซื้อเครื่องสำอางค์ของเค้านะ พนักงานก็ไม่เห็นจะว่าอะไรเลย บอกว่าคราวหน้าค่อยแวะมาอุดหนุนใหม่ก็ได้ เจอดราม่านี้แล้วก็เพิ่งรู้นี่แหละ ว่ามันต้องถึงขั้นจองกันเลยเหรอแค่จะแต่งหน้าฟรีเนี่ย เราว่าBA ก็ไม่ได้แต่งหน้าเก่งทุกคนนะ บางคนถ้าสังเกตดูให้ดีๆ หน้าเค้าเองยังแต่งไม่สวยเลย แล้วจะแต่งหน้าให้เราสวยได้หรอ
อยากรู้ว่า้ถ้า จขกท ไปซื้อเพชรหรืออะไรสักอย่าง แล้วถูกตัวเจ้าของร้าน(ไม่ใช่ พนง ขาย) แบบอิคนดูถูกมันก็รวยๆๆๆๆ มากๆๆๆๆ อิเจ๊นี่ (จขกท) มันจะมีปฏิกิริยายังไงฟระ
อีเจ้าของกระทู้มันเป็นบ้าไปแร้ววววว…… 55555
กูฟังคลิปเสียงแล้ว รุ้สึกว่าอิ จขกท. แม่งกวนตีนได้โล่ห์เลยหวะ
จ่าไม่ทำภาคสองหน่อยเหรอ อีเจ้าของกระทู้แม่มอย่างฮา
ฮาสัดๆตอนมันเริ่มโชว์ภาษาปะกิต
หลังๆเริ่มไปเละกู่ไม่กลับ แม่งขึ้นเครื่องบินไม่มี Boarding pass
อีนี่ Being Imagination จริงๆ
คืออ่านมาตั้งแต่กระทู้ก่อน ก็อารมณ์แบบ 50-50 ทั้ง 2 ฝ่ายนะ
สิ่งแรกที่คิดว่าไม่เข้าท่า คือ พนักงานเตรียมอัดคลิปมาเพื่อประจานลูกค้า มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรน่ะ ถึงแม้จะมีเรื่องกันมาก่อนก็เหอะ
แต่ในทางกลับกัน เราว่าลูกค้า ในบางครั้งก็น่าจะพูดจากับพนง.ดีๆด้วยนะ
คือถึงจะไม่ได้แต่งตัวแบรนด์ตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่กิริยาท่าทาง และคำพูดคำจา เราว่าจะเป็นตัวบอกได้ว่า
คุณควรจะได้รับการกระทำกลับยังงัย
อนึ่ง หลายคนบอกว่า พนง. ที่ญี่ปุ่นบริการดี ซึ่งเป็นตามนั้นจริงๆ แต่ไอ่ที่บริการไม่ดีก็มีนะ แต่คงไม่ถึงขนาดประเทศไทยมั้ง
เราก็เลือกที่จะไม่ไปรับการบริการจากที่นั่น คือไม่ดีก็จริง
แต่เราว่าเค้าก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดต้องแจ้ง แล้วเราเลือกเองที่จะไม่ไปร้านนั้นน่ะแหละ
ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ทำไมพนง. ที่ญี่ปุ่นเค้าถึงบริการดี อันนี้ก็ต้องคิดด้วยนะว่า คนที่นี่ส่วนมากก็มีมารยาทอยู่แล้ว
ก็แนวๆ action = reaction เพราะคนทั่วไปเค้าไม่ได้ดูถูก พนง. ขายของตามห้าง
ทุกคนเท่ากันหมด ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร คนเค้าก็จะรู้สึกภูมิใจ และตั้งใจในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่
กรณีนี้ถ้าเอามาคิดในสังคมไทย ทำไมเรื่องขายของตามห้างมันถึงได้ดราม่าอยู่เรื่อย
ก็เพราะ พนง. บางคนไม่ได้มีใจรักในอาชีพ ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำ และไม่ได้รักในงานบริการ
ส่วน ลูกค้าชอบคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า ถูกส่งลงมาจากท้องฟ้า ไม่เคยมอง พนง. ขายของในระดับที่เท่ากัน
จริงๆ ถ้าลูกค้าบางคนรู้จักที่จะพูดดีๆด้วย ไม่เหยียดๆ พนง. ขาย ก็น่าจะโอเค
กรณีแบบนี้เจอกันคนละครึ่งทาง อะไรๆมันก็น่าจะดีขึ้นป่ะ
พนง.ควรจะผลัดกันรับช่วงต่อเพื่อกันประสาทเสียค่ะ…
เจอบ่อยคะ ลูกค้าขี้วีน
ทำอะไรไม่ได้คะ
เดี่ยวมันโทรฟ้องบริษัท เดี่ยวโดนไล่ออก
เพราะฟังแต่เสียงลูกค้า ไม่เคยฟังเสียงพนักงานเลย
ถ้าลูกค้าไม่แย่กับพนักงานก่อน
พนักงานไม่โต้ตอบกลับหรอกคะ
ทำมาหากิน กลัวตกงานกันทั้งนั้น
ลูกค้าแย่ มารยาททรามนี่พนักงานเสียใจนะคะ
หมดกำลังใจทำงานเลยด้วยซำ็
เลิกเถอะคะ ค่านินมลูกค้าคือพระเจ้า คนเท่ากันควรให้เกียรติกันมากกว่า
ขอเล่าเหตุการณ์สัก 1 เรื่อง
มีลูกค้ามาสั่งกาแฟเย็น ลูกค้าถามพนักงานว่าใส่อะไรบ้างในกาแฟเย็นตัวนี้
พนักงานบอกว่า ใส่นมสด ใส่ไซรัป บลาๆๆ
ลูกค้า พึมดำ ว่า ใส่นมด้วยหรอ
พนักงานทวนออเดอร์
ลูกค้ารีบเมาท์มอยกับเพื่อนต่อ
พอทำไปให้ เสริร์ฟเสร็จโดนวีนเลยคะ
ลูกค้าบอกว่า ชั้นสั่งว่าไม่เอานม
ขอโทษเถอะค อีลูกค้า มึงพูดตอนไหนว่าไม่เอานมสด
ขนาดเพื่อนมึงยังงง ว่ามึงพูดตอนไหน
กูอธิบายไปแล้วว่ามึงไม่ได้สั่ง มึงยังแถว่ากูไม่กินนม
พนักงานอย่างกูพูดได้แค่ คะเดี่ยวทำให้ใหม่
รู้มั้ยคะคุณขา อีลูกค้าพูดว่า เออ ต้องทำให้ใหม่อยู่แล้ว มึงทำผิดนิ
ยำ้นะคะ ลูกค้า พูดว่า มึงทำผิดหนิ
ถ้ากูไม่กลัวตกงาน กูเอากาแฟฟาดหน้าแม่ม
ทั้งสีหน้า น้ำเสียง อย่าให้รู้นะมึงทำงานที่ไหน เป็นเซลล์ขายอะไร กูจะตามไปซื้อแล้วย่ำมึงตายคาตีนบ้าง
เดี่ยวนี้พนักงานขายของไม่ได้กระจอกแบบ อีลูกค้าพระเจ้าคิดนะคะ
คุณมีเงิน เราก็มีเงิน คุณมีรถ เราก็มีรถ
คุณมีสิทซื้ออะไร เราก็มีตังซื้อเหมือนคุณ
แค่งานที่เราทำ มันไม่ได้มีหน้าตา ไม่มีมาดเป็นผู้ดีแบบคุณลูกค้าพระเจ้าเท่านั้น
ถ้าแต่งแบบจัดเต็ม ที่เคยใช้หลายๆแบรนด์ ก็ต้องโทรมาจองล่วงหน้านะคะ แต่ถ้าแค่แต่งนิดๆไม่ได้เอาถึงขั้นรองพื้นใหม่ หลายๆที่เค้าก็แต่งให้เลยนะถ้าคนไม่เยอะ

@ รักแมว: