
ระหว่างที่แอดมินกำลังเขียนดราม่าเรื่องนี้ เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาคือวันอาสาฬหบูชา ดังนั้นดราม่านี้ก็เลยเกี่ยวกับเรื่องทำบุญทำทานนิดหน่อย
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องศาลาคนเศร้า เอ๊ย ศาลาประชาคมในเว็บพันทิป มีบัตรผ่านคนนึงชื่อ “มะปรางเน่า” มาตั้งกระทู้เล่าชีวิตอันแสนรันทดของเธอว์
เธอบอกว่าเธอมีน้องชายคนนึง มีแม่ที่แก่เฒ่าแถมโรคภัยยังรุมเร้าจนใกล้ม่องเท่งเต็มทนอยู่หนึ่งคน มีลูกสาวอายุ9ขวบอยู่อีกหนึ่งคน
ส่วนสามีน่ะเหรอ มันทิ้งเธอไปตั้งแต่รู้ว่าเธอตั้งท้องแล้ว!! ปล่อยให้เธอทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวตัวคนเดียวมาเกือบสิบปี!!
แม่ของเธอมีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจสารพัด ปัจจุบันแม่ป่่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองจนเป็นอัมพฤกษ์
มะปรางเน่าก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนมารักษาแม่ เธอจึงไปทำเรื่องผิดกฏหมายบางประการ
เพื่อเอาเงินก้อนนึงมารักษาแม่ของเธอจนอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ ทำให้เธอมีคดีติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน
และมีหนิ้สินอีกเกือบแสนบาท แถมทุกวันนี้เธอก็กำลังจะตกงานอีกด้วยเพราะเธอเอาแต่หมกมุ่นเรื่อปัญหาส่วนตัวจนทำงานไม่ได้!!

ชาวศาลาประชาคมเห็นชีวิตของมะปรางเน่าช่างน่าเศร้ารันทดชวนหดหู่ราวกับดูรายการวงเวียนชีวิตก็ไม่ปาน
ก็พากันมาให้กำลังใจมะปรางเน่ากันยกใหญ่ อมยิ้มบางคนเช่น “แมวพลัดถิ่น” ก็ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือกับเธอ

ระหว่างนั้นมะปรางเน่าเองก็ไปตั้งกระทู้ขอรับบริจาคเงินจากชาวพันทิปในห้องนี้ แต่กระทู้ก็โดนลบหลังจากนั้นไม่นานนัก
เพราะการเรี่ยไรหรือขอบริจาคเพื่ออะไรซักอย่างมันต้องส่งเอกสารยืนยันตัวตน และรายละเอียดโครงการให้ทีมงานของเว็บเป็นผู้อนุมัติซะก่อน
พอได้รับความช่วยเหลือจากชาวศาลาประชาคม มะปรางเน่าก็ตั้งกระทู้ขอบคุณน้ำใจออนไลน์จากชาวพันทิป
เธอบอกว่าตอนแรกที่มาตั้งกระทู้ในห้องนี้เพราะอยากระบายปัญหาส่วนตัวให้ใครก็ได้ฟังเท่านั้น
ไม่นึกเลยว่าจะได้รับน้ำใจจากชาวศาลาประชาคมท่วมท้นถึงเพียงนี้

หลังจากนั้นมะปรางเน่าก็เข้ามาอัพเดทสถานการณ์ของเธอในห้องศาลาประชาคมอยู่เนืองๆ วันนึงเธอบอกว่าจะออกจากงานในเดือนสิงหาคมที่จะถึง

วันต่อมาเธอก็มาบอกว่าเจ้าหนี้นอกระบบเตรียมจะทวงเงินจากเธอหมื่นกว่าบาท แต่เธอมีปัญญาหาเงินมาใช้ให้เขาได้แค่สองพันเท่านั้น
พอเจ้าหนี้รู้ว่าเธอไม่มีปัญญาจ่ายได้ครบจำนวน ก็มาตะโกนโหวกเหวกที่หน้าที่ทำงานของเธอจนเธอไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนแล้ว

วันต่อมาเธอก็มาตั้งกระทู้เล่าว่าเพื่อนที่ทำงานของเธอที่คอยปลอบใจเธอมาตลอด วันนี้เธอพึ่งจะเห็นสันดานของมัน
ว่านังนั่นมันเอาเรื่องส่วนตัวของเธอไปนินทาลับหลังแถมยังตีไข่ใส่สีให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆฟัง!!
สรุปว่าเธอไม่สามารถเชื่อใจใครในที่ทำงานของเธอได้อีกต่อไป แถมเจ้าหนี้ก็บีบให้เธอชำระเงินคืนอยู่เหยงๆ
แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้!! จะขอสู้ชีวิตต่อไป อย่างวันนี้ก็เพิ่งจะไปช่วยน้องที่รู้จักกันขายขนมจีบซาลาเปามาหมาดๆ!!

วันต่อมาเธอก็มาพูดแพลมๆเรื่องเดินทางไปสิงคโปร์ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ (จะหนีหนี้หรือจะไปขุดทองที่สิงคโปร์วะนั่น)

ทันใดนั้นเองอมยิ้มชื่อ “แมวพลัดถิ่น” ที่เป็นคนออกปากให้ความช่วยเหลือมะปรางเน่าเป็นคนแรกๆก็ออกมาตั้งกระทู้ถึงมะปรางเน่า
แล้วเรียกให้มะปรางเน่าเข้ามาชี้แจงซะโดยดี เรื่องของเรื่องก็คือเธอโอนเงินให้มะปรางเน่าหนึ่งพันบาทเป็นการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ
ซึ่งต่อมามะปรางเน่าก็ส่งเมล์มาบอกเธอว่าได้รับเงินหนึ่งพันบาทแล้วนะ และอมยิ้มอีกคนชื่อ “truffle” ก็โอนให้เธอสองพันบาทด้วย

ทีนี้ประเด็นคือแมวพลัดถิ่นบอกกับมะปรางเน่าว่าช่วยเอาอัพเดทบุ๊คแบงค์มาให้ดูหน่อยได้มั้ย ถ้าเธอได้ดูแล้วและเห็นว่ามันตรงกับยอดที่มีคนโอนเข้าไป
เธอก็จะโอนเงินช่วยเหลือเพิ่มให้กับมะปรางเน่าอีกจำนวนนึง แต่ปรากฏว่าแม่ประนางเน่าปฎิเสธที่จะสแกนบุ๊คแบงค์แล้วส่งให้เธอ
โดยอ้างว่าไม่มีเครื่องสแกน แต่ขอส่งภาพทางมือถือหรือ FAX แทนได้มั้ย ซึ่งแมวพลัดถิ่นบอกว่าเธอไม่สะดวกก็เลยหยวนๆไป!!

แต่ที่ทำให้แมวพลัดถิ่นรู้สึกทะแม่งๆคือประโยคนึงในเมล์ที่มะปรางเน่าเขียนถึงเธอว่า…
คนที่อยากช่วยเหลือมะปรางเน่า มีทั้งคนที่สงสารเธอจากใจจริง แต่อีกกลุ่มนึงอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้น
ถ้าคนที่ไม่ได้หวังดีเขาแอบอ้างว่าโอนเงินมาให้เธอผ่านแมวพลัดถิ่น แต่คนพวกนั้นไม่ได้โอนเงินให้แมวพลัดถิ่นจริงๆ
แมวพลัดถิ่นมิกลายเป็นผู้สีหายที่เสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะช่วยเหลือเธอหรอกหรือ!?
แมวพลัดถิ่นก็เลยสงสัยว่าเอ๊ะ อีมะปรางเน่ามันพูดอะไรของมันวะ? ก็เลยมาชี้แจงในกระทู้นี้ว่า
เวลาเธอติดตอสมาชิกคนอื่นๆในห้องศาลาประชาคมให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือมะปรางเน่า เธอติดต่อกับอมยิ้มเหล่านั้นทางหลังไมค์
ซึ่งสามารถให้ทางพันทิปตรวจสอบได้ว่าเธอเปลี่ยนแปลงเลขที่บัญชีของมะปรางเน่าเป็นเลขที่บัญชีของคนอื่นหรือไม่
และตัวมะปรางเน่าเองก็เป็นคนโพสเลขที่บัญชีไว้ในกระทู้นึงในห้องนี้เองกับมือไม่ใช่เรอะ แล้วนี่หล่อนยังกลัวว่าเงินจะมาไม่ถึงมืออีกเหรอคะ?

จากนั้นแมวพลัดถิ่นก็ประกาศให้ชาวศาลาประชาคมทราบว่าถ้ามีใครอ้างชื่อเธอ หรือมีคนติดต่อไปโดยอ้างว่าเป็นเธอ
และขอเรี่ยไรเงินบริจาคเพื่อเอาไปช่วยเหลือมะปรางเน่า ขอบอกว่าไอ้พวกนั้นมันไม่ใช่อิชั้นนะคะ แต่จะเป็นมิจฉาชีพมั้ยอันนี้ก็ไม่รู้!?

มะปรางเน่าก็เอาเมล์ที่แมวพลัดถิ่นส่งให้เธอมาโพสข้อความให้ชาวศาลาประชาคมได้ดู เนื้อหาในนั้นก็ประมาณว่า
แมวพลัดถิ่นแจ้งกับมะปรางเน่าว่ามีสมาชิกเว็บพันทิปอีกหลายคนสนใจจะโอนเงินช่วยเหลือเธอ
ก็เลยอยากให้มะปรางเน่าอัพเดทบุ๊คแบ๊งค์ให้ดูหน่อยว่ามีคนโอนเงินช่วยเหลือให้เธอแค่คนสองคน ซึ่งมันยังไม่เพียงพอ
แต่ถ้ายอดเงินที่ได้รับบริจาคมันเพียงพอสำหรับให้ความช่วยเหลือ อิชั้นก็จะขอเอาเงินส่วนที่เหลือไปช่วยคนอื่นที่เดือดร้อนต่อนะคะ!!

พอมะปรางเน่าได้รับแมล์ฉบับนี้จากแมวพลัดถิ่น ก็เกิดอาการเป็นห่วงเธอว์อย่างบอกไม่ถูก ก็เลยส่งเมล์ฉบับที่ว่ากลับไปหาเธอ
มะปรางเน่าก็ยืนยันว่าตอนแรกเธอไม่ได้มีเจตนาจะมาขอเรี่ยไรเงินจากในเว็บพันทิป แค่อยากมาระบายทุกข์ที่เก็บไว้คนเดียวมานานเนิ่นนาน
แต่พอเจ้าหนี้ทวงมากๆเข้า และเห็นว่ามีคนยื่นมือให้ความช่วยเหลือเธอก็เลยรับเงินมาใช้ก่อนก็เท่านั้น
และเธอกลัวว่าถ้ามีคนอาศัยความหวังดีของชาวศาลาประชาคมมาหาประโยชน์ใส่ตัว จะทำให้คนที่หวังดีกับเธอ
เช่นอมยิ้ม “แมวพลัดถิ่น” เสื่อมเสียชื่อเสียง เธอก็เลยส่งอีเมล์บอกกับแมวพลัดถิ่นไปตามนั้น

อมยิ้มชื่อ “ป้าลายคราม” ก็เลยถามมะปรางเน่าว่าสรุปแล้วมีคนอ้างชื่อแมวพลัดถิ่นบอกว่าโอนเงินให้หล่อนแล้วแต่มุบมิบเงินเอาไว้
เหมือนที่หล่อนเขียนในอีเมล์ที่ส่งไปให้แมวพลัดถิ่นตัวจริงเสียงจริงรึเปล่า?

มะปรางเน่าก็ตอบไปว่ายังไม่มีใครอ้างชื่อแมวพลัดถิ่นแล้วบอกว่าโอนเงินมาช่วยเหลือเธอนะ
แต่เธอกลัวว่ามันจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น (ประสาทแดกไปเองว่างั้น?)
และกังวลไม่อยากให้แมวพลัดถิ่นต้องวุ่นวายเพราะเรื่องของเธอก็เท่านั้นเอง

แมวพลัดถิ่นก็บอกกับมะปรางเน่าว่าเรื่องบุ๊คแบ๊งค์ไม่ใช่ประเด็นสำหรับตอนนี้แล้วนะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า
หล่อนส่งเมล์มาถึงอิชั้นในทำนองว่าสงสัยว่าอิชั้นจะมุบมิบหรือมีนอกมีในกับการเรี่ยไรเงินช่วยเหลือหล่อนต่างหาก!?

จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็แย้งกันไปแย้งกันมาเกี่ยวกับเนื้อหาในจดหมาย ซึ่งพวกเราที่ไม่ได้เห็นจดหมายตัวเต็มอ่านไปก็ไม่รู้เรื่องหรอกว่ะ
ดังนั้นแอดมินขอข้ามเนื้อหาส่วนนี้ไปเลยนะ ต่อมาอมยิ้มอีกคนชื่อ “truffle” ซึ่งเป็นอมยิ้มอีกคนที่โอนเงินช่วยเหลือให้มะปรางเน่า
ก็เอาเมล์ที่มะปรางเน่าส่งให้เธอและแมวพลัดถิ่นมาแฉว่าหลังจากเธอโอนเงินให้มะปรางเน่าไปสองพันบาท มะปรางเน่าก็เมล์มาเล่าให้เธอฟังว่าโดนเจ้าหนี้อุ้มไป!!
ยังดีที่สุดท้ายเจ้าหนี้ยอมปล่อยตัวเธอออกมา แต่ขู่ว่าถ้าเธอไม่เอาเงินมาคืนภายในสี่โมงเย็นของวันนี้ เจ้าหนี้จะพาเธอไปทัวร์เมืองผีดูซักรอบสองรอบ!!

และมะปรางเน่าก็ออกปากขอยืมเงินจาก tuffle เป็นเงินจำนวน 5700 บาท เพื่อเอาไปใช้หนี้และจะคืนเงินให้เธอภายในสิ้นเดือนนี้!!

แต่ทว่าในวันเดียวกับที่มะปรางเน่าอ้างว่าโดนเจ้าหนี้อุ้มไปขู่เข็ญสารัด เธอกลับมาโพสในพันทิปว่า
วันนี้เธอสบายดีกินข้าวได้เยอะกว่าทุกวัน ทั้งๆที่เพิ่งจะโดนเจ้าหนี้อุ้มมาหมาดๆเนี่ยนะ!?

และก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน มะปรางเน่าก็เพิ่งจะบอกว่าโดนเจ้าหนี้ขู่ว่าถ้าไม่รีบจ่ายหนี้หมื่นกว่าบาทภายในวันนี้รับรองว่ามีเรื่องแน่!!
แล้วในเมื่อเงินก้อนนี้ยังไม่ได้จ่าย ทำไมเจ้าหนี้ถึงปล่อยให้มะปรางเน่าลอยนวลมาเล่นมุขเดียวกันในวันถัดมาวะเนี่ย!?

ชาวศาลาประชาคมก็ชักจะเริ่มคิดว่าท่าทางอีมะปรางเน่านี่มันจะเข้ามาหลอกลวงหรือหาแดกกับความเมตตาของคนแถวนี้แหงมๆเลยว่ะ
อมยิ้มบางคนก็บอกว่าอิชั้นก็สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วววววค่ะ ว่าชีวิตใครมันจะโศกเศร้าเคล้าน้ำตาราวกับละครน้ำเน่าหลังข่าวซะขนาดนั้น
แถมยังบอกว่าเครียดสุดๆจนกินข้าวแทบไม่ได้ แต่ดั๊นมีกะใจส่งเมล์ไปหาคนนู้นคนนี้เยอะแยะไปหม้ด!!

บ้างก็บอกว่าชาวศาลาประชาคมเนี่ยใจบุญนะ แต่เราจะช่วยคนที่ควรแก่การช่วยเหลือเท่านั้น
คือต้องลำบากสุดลิ่มทิ่มประตู และพยายามสู้ชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเองก่อนแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด เคสพวกนี้น่ะน่าช่วยเหลือสุดๆ
แต่อีพวกที่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้มาบอกว่าตัวเองลำบากนะ พอมีคนโอนเงินให้นิดหน่อยก็ทำเป็นได้คืบจะเอาศอก
เที่ยวส่งเมล์มาออกปากขอยืมเงินจากชาวศาลาประชาคมตั้งครึ่งหมื่นเนี่ย อิชั้นว่าคนพรรค์นี้มันเวิ่นเว้อเกินไปไม่เห็นจะน่าช่วยเหลือเลยซักกะนิด!!

มะปรางเน่าก็แก้ตัวว่าอิชั้นไม่มีเจตนาจะหลอกลวงชาวศาลาประชาคมจริงๆนะ ส่วนเรื่องที่ขอยืมเงินคุณ triffle ครึ่งหมื่นนั่นก็เรื่องจริง
อิชั้นไม่คิดจะปิดบังพวกเอ็งเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันคับขันจริงๆมีเจ้าหนี้มากบีบให้อิชั้นคืนเงินถึงที่
จริงๆมันก็ไม่ถึงกับอุ้มอิชั้นหรอกนะ แค่พาไปนั่งเจรจากันในรถก็เท่านั้น แต่อิชั้นอาจจะใช้คำพูดที่ดูรุนแรงโอเว่อร์เกินไปนิดหน่อย
และที่โพสความเห็นในวันเดียวกันนั้นว่ากินได้เยอะน่ะ ก็เพราะว่าปรกติอิชั้นกินข้าวไม่ลงเลย
แต่วันนั้นชั้นกินข้าวได้ตั้งมื้อนึงเชียวนะ นี่ยังไม่เรียกว่าเยอะอีกเหรอคะ!?

แต่ truffle ก็เอาเมล์ที่มะปรางเน่าส่งถึงเธอและแมวพลัดถิ่นมาแฉต่อ ฉบับนี้ส่งมาหลังจากมะปรางเน่าโดนอุ้มได้หนึ่งวัน
มะปรางเน่าก็เล่าว่าเมื่อวานตอนโดนเจ้าหนี้อุ้มไป อิชั้นโดนเจ้าหนี้ตบหัวแรงๆตั้งสิบหนเชียวนะคะ
ยังดีที่เขาไม่ทำอะไรมากกว่านั้นทั้งๆที่อิชั้นติดหนี้เขาเกือบแสนบาท!! แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ผ่อนหนี้
เป็นจำนวน 5700 บาทภายในวันนี้ พี่มะปรางเน่าอาจจะโดนเขาทำอะไรที่มากกว่าตบหัวเป็นสิบๆครั้งก็ได้นะคะ!!

และสองชั่วโมงต่อมา มะปรางเน่าก็ส่งเมล์มาบอกกับพวกเธอว่าไปคุยกับเจ้าหนี้มาแล้วค่ะ!! โดนเขาตบมาแค่ทีเดียวเองแต่ยังไม่เป็นไรนะคะ
ถ้าน้องแมวพลัดถิ่นไม่พร้อมที่จะให้พี่ยืมเงินก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่อยู่เป็นเพื่อนคุยให้พี่ได้ระบายทุกข์บ้างก็พอใจแล้ว
แต่เจ้าหนี้เขาบอกว่าถ้ายังไม่ยอมคืนเงินให้เขาในวันนี้ เขาจะซ้อมพี่ให้น่วมเลยค่ะ!!
แต่ไม่เป็นไรค่ะต่อให้โดนชกโดนเตะโดนต่อยโดนตุ๋ยยังไงพี่ก็ทนด้ายยยยยย

แอดมินรู้สึกว่าเมล์พวกนี้เหมือนจะเอาชีวิตตัวเองมาเป็นตัวประกัน บังคับให้แมวพลัดถิ่นและ truffle ยอมให้ยืมเงินยังไงยังงั้นเลยว่ะ
แมวพลัดถิ่นก็ถามมะปรางเน่าว่าไหนเจ้าหนี้บอกว่าจะตบจะซ้อมถ้าไม่ยอมจ่ายหนี้มันในวันนั้นไงล่ะ
นี่เห็นเลื่อนวันชำระหนี้มาตั้งสามวัน ชั้นก็เห็นหล่อนยังหลั่ลล้าสบายดีอยู่ในห้องศาลาประชาคมอยู่เลย

มะปรางเน่าก็ตอบว่าก็เจ้าหนี้เขาใจดีนี่คะ!! ทั้งๆที่เงินตั้งเป็นแสนเขายังให้ชั้นยืมโดยไม่ต้องเซ็นสัญญากู้ยืมอะไรเลย
แล้วตอนที่ไปคุยกับเจ้าหนี้ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรนะ มีซื้อน้ำซื้อขนมให้อิชั้นกินด้วยซ้ำ
แต่พอคุยไปคุยมาเจ้าหนี้เขาโมโหอิชั้น คิดว่าอิชั้นไม่ดิ้นรนหาเงินมาใช้หนี้
ก็เลยตบสั่งสอนอิชั้นซักสิบทีอ่ะค่ะ ซึ่งก็ถือว่าสาสมสำหรับคนอย่างอิชั้นแล้วนะคะ

ต่อมาแมวพลัดถิ่นก็ถามมะปรางเน่าว่าไอ้ที่หล่อนมาเล่าให้พวกชั้นฟังว่าแม่หล่อนตายไปตั้งแต่หกปีก่อนเนี่ยมันเป็นเรื่องจริงรึไม่?
และหนี้สินของหล่อนมันเกิดจากสาเหตอะไร? เป็นหนี้เพราะหล่อนเอาเงินมารักษาแม่ที่ป่วยหนักจริงรึเปล่า!?

มะปรางเน่าก็ตอบว่าประเด็นแม่ตายรึยังนี่มีคนถามมาหลายคน แต่อิชั้นไม่ขอชี้แจงในที่นี้นะคะเพราะกลัวแม่จะเสียใจ
แต่ถ้าใครอยากดูใบมรณะบัตรก็ติดต่อมาได้เลยค่ะ (แล้วมึงจะกลัวคนตายเสียใจทำไมวะครับ!?)

ส่วนหนี้สินก้อนใหญ่มูลค่าเกือบแสนของเธอ มะปรางเน่าอ้างว่าเป็นหนี้สินที่เกิดจากเหตุการณ์หนึ่ง
ซึ่เธอไม่ขอเล่ารายละเอียด แต่เธอต้องใช้เงินหนึ่งแสนบาทไปค้ำประกันในชั้นศาล
เธอจึงต้องหาเงินทุกวิถีทางไปค้ำประกันให้ได้เป็นที่มาของทรัพย์สินทั้งหมดทั้งปวงที่เธอแบกรับอยู่

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน แอดมินชักงงกับเรื่องราวของอีหอยนี่ละ ไหนกระทู้แรกเอ็งบอกว่าหนี้ก้อนใหญ่มันเกิดจากการทำผิดกฏหมาย
เพื่อเอาเงินมารักษาแม่ที่กำลังปวยหนัก และทำให้แม่ยื้อชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบันไม่ใช่เรอะ?
แล้วนี่มันห่างจากที่เอ็งมาตั้งกระทู้แรกแค่ไม่กี่วัน อย่าบอกนะว่าแม่ของเอ็งเพิ่งจะมาเท่งทึงเอาเมื่อเร็วๆนี้!?

เท่านั้นล่ะครับ ชาวศาลาประชาคมก็เริ่มประณามนังมะปรางเน่าว่ามึงนี่มันเน่าหนอนชอนไชสมดังชื่อของมึงจริงๆนะคะ!!
ขนาดชีวิตอิชั้นลำบากยากแค้นยิ่งกว่ามึงไม่รู้กี่เท่า ยังไม่คิดจะมาขอความช่วยเหลือในเว็บพันทิปเลย
เพราะอิชั้นรู้ดีว่าคนเรามันต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ถ้าอยากใช้หนี้ให้หมดมันก็ต้องกัดฟันทนทำงานใช้หนี้ต่อไป!!
ไม่ได้มีแต่มึงคนเดียวหรอกนะคะที่ลำยาก คนแถวนี้เขาลำบากกว่ามึงก็มีตั้งเยอะแยะแต่ไม่เห็นจะมีใครเวิ่นเว้อเหมือนมึงเลยค่ะ!!

บ้างก็บอกกับนางมะปรางเน่าว่าถ้าหล่อนบริสุทธิ์ใจจริง จงคืนเงินที่มีคนบริจาคให้หล่อนคืนกลับไปหาเจ้าของเถิดค่ะ!!
เห็นหล่อนบอกว่าไม่ต้องการเงินหรือความช่วยเหลือจากคนแถวนี้ไม่ใช่เหรอคะ อยากระบายความทุกข์ที่อัดอั้นตันใจเท่านั้น
ถ้างั้นก็คืนเงินไปให้หมดก็สิ้นเรื่องค่ะ แถมหล่อนได้ระบายปัญหาที่แบกรับมานานแล้วตอนนี้ก็คงจะสบายใจขึ้นแล้วชิมิคะ!!

ซักพักไม่รู้ว่าแมวพัดถิ่นไปได้ข้อมูลวงในอะไรมา เธอจึงมาบอกกับชาวศาลาประชาคมว่าอิชั้นเสียรู้มันจริงๆค่ะ!!
นังมะปรางเน่ามันหลอกลวงอิชั้นว่าครอบครัวมันมีแต่ลูกชายกับน้องชาย แต่จริงๆแล้วแม่มันยังไม่ตายแถมพ่อก็ยังมีชีวิตอยู่ด้วย!!
และน้องสาวของมันก็ทำงานเป็นถึงข้าราชการเชียวนะคะ!! แถมลูกๆของมันก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ดีมีรถขับไปรับไปส่งลูกทุกวัน
นับว่าชีวิตของนังคนนี้มันเลิศหรูไม่เบาเลยทีเดียว แถมเจ้าหนี้มันก็ไม่ใช่ใครอื่นค่ะแต่เป็นเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศเดียวกับมันนั่นแหละ!!
แล้วทำไมต้องแต่งเรื่องตอหลดตอแหลมาหลอกลวงให้พวกอิชั้นเห็นใจมึงจนน้ำตาไหลพรากๆด้วยวะคะ!?

มะปรางเน่าก็แก้ตัวว่าครอบครัวของอิชั้นมีแต่น้องชายและลูกสาวจริงๆค่ะ ส่วนฝ่ายพ่อนั้นอิชั้นไม่อยากเอ่ยถึง
เพราะอิชั้นรบกวนพ่อมามากแล้ว ไม่อยากให้ท่านรับรู้เรื่องเลวร้ายหรือหนี้สินที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของอิชั้นในตอนนี้
กลัวว่าท่านจะต้องเสียใจไปจนถึงบั้นปลายของชีวิต และอิชั้นก็ไม่เคยปิดบังเลยนะคะว่ามีรถขับ ส่วนเรื่องที่เล่าให้พวกหล่อนฟังก็เป็นเรื่องจริงทุกคำ!!

ส่วนน้องสาวที่รับราชการคนนั้นก็มีอยู่จริงๆ แต่เป็นน้องสาวคนละแม่ อิชั้นก็เลยไม่อยากไปรบกวนเขาค่ะ
และความสัมพันธ์ของบ้านเธอกับครอบครัวใหม่ของพ่อก็ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ ขนาดตอนแมป่วยหนักพวกนั้นยังไม่มาช่วยเหลือเลยนะคะ!!

จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เถียงกันไปเถียงกันมา ฝ่ายแมวพลัดถิ่นก็เอาข้อมูลวงในของมะปรางเน่าออกมาแฉเรื่อยๆ
เช่นมะปรางเน่าอ้างว่ารถที่มีน่ะไม่ใช่รถของเธอแต่เป็นชื่อของน้องชายเธอนะ!! และเขาจำเป็นต้องมีรถเพราะทำงานในบ่อน
ถ้าไม่มีรถก็ขับไปทำงานที่บ่อนซึ่งอยู่ไกลมากไม่ได้ แถมตอนนี้เธอยังค้างจ่ายมาตั้งสามงวดจนรถถูกยึดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ววววว

ชาวพันทิปก็ไปเอาความเห็นเก่าๆที่มะปรางเน่าเคยโพสไว้มาแฉว่าเอ็งเคยพูดเองไม่ใช่เรอะ ว่ารถของน้องชายเอ็งเป็นรถประจำตำแหน่ง
แล้วรถประจำตำแหน่งบ้านป๊ะเอ็งสิที่บริษัทไม่ใช่เจ้าของรถ แต่เป็นรถที่ซื้อจากเงินของพวกเอ็ง!!!

แต่มะปรางเน่าก็ยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าที่เธอเล่ามาเป็นเรื่องจริงทุกประการ ไม่ได้กุเรื่องเพราะอยากได้เงินบริจาคเลยซักนิด
แมวพลัดถิ่นก็ถุยใส่มะปรางเน่าแล้วบอกว่ากรูไม่เชื่อมึงค่ะ!! ถ้าที่มึงพูดมาเป็นเรื่องจริง ทำไมในเมล์พูดอย่างนึง
ทำไมในกระทู้มึงเล่าเรื่องอีกอย่างนึงวะคะ!? มึงกุเรื่องขึ้นมาหลกลวงพวกกรูแล้วใช้สำนวนสุดรันทดของมึงมาเรียกร้องความเห็นใจใช่มั้ย!!

แล้วแมวพลัดถิ่นก็บอกกับชาวศาลาประชาคมที่เคยเห็นใจมะปรางเน่าในตอนต้นว่าพวกมึงทุกคนจงตรองดูให้ดีเถอะค่ะ
ว่าไอ้คนที่เดือดร้อนแสนสาหัสจนถึงขั้นมาขอเรี่ยไรในเว็บพันทิปมันมีรถขับ!! ขณะที่พวกเราที่บริจาคให้มันยังนั่งรถเมล์กันอยู่เลย
นี่มันดีแล้วเหรอคะ ที่จะปล่อยให้สังคมเรามีพวกที่เอาความเมตตาของชาวบ้านมาหาประโยชน์ใส่ตัวเช่นอีมะปรางเน่าคนนี้!!

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร แต่ถ้ายังมีรถให้ขับ มีบ้านให้อยู่อาศัย มีญาติให้ขอความช่วยเหลือ
แอดมินไม่เรียกว่าลำบากยากแค้นแสนสาหัสว่ะ ขนาดแอดมินตอนเรียน ม.ปลายบ้านโดนยึด
กิจการที่บ้านล้มละลาย พ่อติดเหล้ากับพนันบอลงอมแงม แถมไม่มีตังค์จ่ายค่าลงทะเบียนเรียนมหาลัย
แอดมินก็ยังไม่ลำบากยากแค้นซะทีเดียว เพราะกู้ยืมเงิน กยศ.มาส่งเสียตัวเองเรียนได้
และมีอากงช่วยออกเงินลงทะเบียนเรียนให้ (ขอบคุณอากงหลายๆครับ)
ถึงจะต้องเจียดเงินกู้ กยศ.มาเป็นค่าอาหารเดือนละพันกว่าบาทแดกแต่ข้าวโพดเป็นมื้อเย็นตลอดทั้งปีเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้เป็นค่ากินค่าอยู่
แต่แอดมินก็ยังเอาตัวรอดมาได้ จนมีชีวิตที่ค่อนข้างมั่นคงอย่างเช่นทุกวันนี้ (เป็นยามก็รายได้ดีพอตัวเลยทีเดียว)
และเพิ่งจะซื้อบ้านให้พ่อแม่ไปหมาดๆ ที่เล่าให้ฟังนี่ก็ไม่ได้อยากจะโม้อะไร
แค่อยากบอกให้รู้ว่าชีวิตแอดมินก็ผ่านความลำบากมาพอสมควร แต่แอดมินก็ยังไม่ถือว่าตัวเองลำบากยากแค้น
เพราะยังมีข้าวแดกสามมื้อ มีที่ให้ซุกหัวนอนยามค่ำคืน แต่คนที่ไม่มีข้าวจะแดกแม้แต่มื้อเดียวหรือไม่มีกระทั่งที่ซุกหัวนอนยังมีอีกมากมายในสังคมไทย
ดังนั้นถ้าเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆ ลองมองดูรอบๆตัวจะเห็นว่ายังมีคนลำบากกว่าเราอีกเยอะ
แล้วก็กัดฟันลุยไปข้างหน้าซะ!! ถ้าวันนึงเราผ่านความลำบากพวกนั้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือของใคร พอเราย้อนกลับมาดูมันจะรู้สึกภูมิใจฉิบหายเลยว่ะ!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? ชีวิตของอีมะปรางเน่าจะโศกเศร้าสุดแสนรันทดเหมือนดังที่มันบอกเล่าจริงหรือไม่!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
ขอกำลังใจบ้างนะคะ
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10765968/U10765968.html
up date สถานการ์ของมะปรางเน่าค่ะ…เรือกำลังจะล่ม..countdown ชีวิตกัน
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10774874/U10774874.html
โดนต้อนจนมุมแล้ว…..จะหันหน้าสู้แล้วค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10790566/U10790566.html
ความกลัวและความโกรธของเจ้าหนี้
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10783572/U10783572.html
น้ำใจของหลายคนในพันธุ์ทิพย์
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10777317/U10777317.html
ความช่วยเหลือสำหรับมะปรางเน่า
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10780699/U10780699.html
ใครเคยไปสิงค์โปร์ขอความรู้ด่วนหน่อยค่ะ [ย้ายจาก : ปัญหาชีวิต]
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10794160/U10794160.html
กระทู้นี้สำหรับผู้ติดตาม……กระทู้ “มะปรางเน่า” เท่านั้น
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10802594/U10802594.html
คุณมะปราง
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10807080/U10807080.html
ขอความช่วยเหลือ…เรื่อง…การรับเงินคืนจากคุณมะปราง (กระทู้ปิดท้าย)
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10816167/U10816167.html








































โอ้โห!!! ดราม่า นี้ จ่าแม่งสรุปดีชิบหอยเลยว่ะ ถึงกับเอาชีวิตตัวเองมาลงเลยนะเว้ย
กูนับถือคนทุกๆคน ที่เวลามีปัญหาแล้วไม่หยุดไม่ท้อไม่งอมืองอเท้า ขอให้ใครช่วย สู้กับแม่งสิวะไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง แต่อย่างน้อยมึงก็ยังสู้ ดีกว่าที่มึงไม่สู้ แล้วปล่อยให้ปัญหามันมาทับมึงตาย แล้วถ้าเลือกสู้ แล้วมึงชนะมัน มึงจะภูมิใจ ปัญหาไหนๆมึงก็ไม่ต้องกลัวแม่งอีกแล้ว
ห่าเอ้ย ไม่นึกเลยกูจะมาตอบอะไรๆเป็นสาระในภาษาถ่อยๆของกูในเว็บดราม่าได้ น้ำตาแม่งจะไหล
ดราม่า ดราม่า ดราม่า ชีวิตจริงแม่งโคตร ดราม่า
อีกอย่างนะ (ขออีกนิด) กูนับถือจริงๆ พวกกรรมกรก่อสร้าง คนเก็บขยะ คนขายก๋วยเตี๋ยวแบบป๊อกๆน่ะ บางร้านแม่งรสชาติอย้่างเหี้ย จ้างกูแดก กูก็ไม่แดก แต่กูไปแดกเอง เพราะกูสงสาร กูนับถือพวกเค้า กูยอมเสียตังค์ให้คนพวกนี้ดีกว่า ให้ตังค์ไอ้พวกขอทานบนสะพานลอย (กูนับเฉพาะไอพวกต่างด้าวนะ )
ในที่นี้ใครยังไม่ได้ไปจ่ายหนี้ กยศ. บ้าง ? รึบไปจ่ายซะ จะได้เอาเงินให้น้องๆ ได้ยืมเรียนต่อ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
จ่าทำกุซึ้ง น้ำตาไหลพรากๆ
…
มาทำเป็นเล่าว่ากูน่าสงสารนา แล้วก็หลอกแดกเงินชาวบ้านไปวันๆสินะ
กูโครตเบื่อเลย ไอ้พวกมานั่งน้อยใจในชีวิตตัวเองเนี่ย ชีวิตกูมันเสณ้าอย่างงี้เศร้าอย่างงั้น ที่วชีวิตมึงเศร้าก็เพราะมึงนั่นแหละ
มัวแต่มานั่งบ่น โดยเฉพาะไอ้พวกขอทาน ที่ครบ32 แล้วมาทำเป็นเล่นดนตรีที่กูฟังยังไงก็ไม่เป็นเพลงนะ กูไม่เคยให้ซักบาท
ปล. ไอ้คนที่เล่นเป็นเพลงกูว่าไม่ใช่ขอทานนะ เค้าขายเสียงเพลง
เอาตรงๆเลยนะ
กุว่าคนที่ลำบากยากเข็ญสุดๆจริงๆเนี่ย คงไม่สามารถมาเล่นอินเตอร์ โพสขอความช่วยเหลือหรอก ตังค์จะแดกยังไม่มี จะเอาตังค์ที่ไหนมาจ่ายค่าเล่นเน็ต เท่าที่กุเห็น คนที่ลำบากมากๆที่ชาวเน็ตให้ความช่วยเหลือ คือมีคนไปเจอ แล้วเอาเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง เอาภาพความลำบากมาให้ดูกันเห็นๆ หลังจากนั้นความช่วยเหลือก็จะหลั่งไหลเข้าไปหาเอง
พวกที่มีงานทำแต่มาโพสว่าลำบาก มีหนี้เยอะ ขอความช่วยเหลือ กุจะิอนุมานไว้เลยว่าอินี่ตั้งใจมาหลอก หนี้เป็นสิ่งที่มึงก่อ แต่มึงมีงานทำนิ มึงก็ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแล้วใช้หนี้ไปเด่ะ
เป็นยามที่บริษัทไหนฟระจ่า ซื้อบ้านให้พ่อแม่ได้ บอกกรูที กรูอยากเป็นยามบ้างแล้วหว่า จบเอกมายังไม่รู้จะหาเงินซื้อบ้านให้ตัวเองได้หรือเปล่าเลยว้อยจ่า
สรุปตอนท้ายวงเวียนชีวิตของแอดมินเศร้าเคล้าน้ำตากว่าของอีมะปรางเน่าเยอะเลย กุว่านะ สมัยนี้คนมันจะหาแดกกับความเห็นใจนี่แหละ กุก็โดนมาแล้วจากพันทิป คือ มารู้ตอนหลังว่าคนขอรับบริจาคแม่งรวยกว่าผู้บริจาค
ตอนนี้ถือคติไหม กุจะไม่ช่วยเหลืออิพวกขี้ขอว่ะ ถ้ามาดราม่าน้ำหูน้ำตาท่วมจอ ชีวิตลำเค็ญอย่างนั้นอย่างนี้แล้วมีคนช่วย กุว่ามันง่ายเกินไป วันๆ ไม่นึกจะทำมาหากินกันล่ะ มาเล่าชีวิตลำเค็ญขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน กุว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกขอทานหรอก
บร๊ะเจ้าโจ๊ก wrote:
เออ ช่วยย้ำอีกแรง ไปจ่ายกันหน่อยนะโว้ย
เป็นหนี้ก็ต้องใช้
ปล. ปีนี้ล่อไปหมื่นกว่า จนเลยกู
จ่าแม่งซึนว่ะครับ
เหยดดดดดด
ยามเห้ไรมีเงินเดือนซื้อบ้านให้ที่บ้าน มีตังค์แดกซินนาบอน T_T
ฟันธง จ่าแม่งเป็นหมอ
สรุปแบบนี้สิถึงจะเรียนเวป Drama สุดยอดครัฟจ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ก้อนหินละเมอ wrote:
ยามที่โรงพยาบาล คร๊ะ
อ่านดราม่านี้แล้วนึกถึง “กลองใหญ่” ห้องสวนลุม
ที่ชีตั้งทู้เล่าชีวิตรันทดของตัวเอง ว่ามีแม่เป็นอัมพาตชีต้องดูแลตลอดเวลา
ไม่สามารถทำงานที่ือื่นได้ เลยไม่มีรายได้อะไร แล้วก็แอบไปขอยืมเงินคนนู้นคนนี้หลายคน
จนมีคนไปเจอว่า ชีไปตั้งทู้ที่เวบอื่นแล้วมีหนุ่มใจดีจากเยอรมันสงสาร ส่งเงินมาช่วยเหลือชี
แล้วกลายเป็นว่า ชีไปตามตื้อชายหนุ่มโทรไปจิกเค้าถึงเยอรมัน
สุดท้ายชายหนุ่มทนไม่ไหว เปลี่ยนเบอร์โทร แล้วตัดการติดต่อ
ชีก็มาตั้งทู้พรรณนาห่าเหวอะไรเวิ่นเว้อมาก ประมาณว่าเค้าไม่รักไม่ใส่ใจเรา บลาๆๆ
คนก็เลยไปคุ้ยแคะแกะเกาประวัติชีมาถล่มซะเละ
ว่าแม่ป่วยก็จริง แต่ชีไม่ได้ดูแลแม่หรอก วันๆเอาแต่เล่นเนตในร้านเนต -*-
ดราม่านี้ได้กำลังใจเพิ่มหลายขุมเลย ขอบคุณจ่าว่ะครัฟ
อย่างงี้ง่ายกว่าไหม พวกไหนมาบรรยายชีวิตรันทดผ่าน
โลกไซเบอร์ได้ มันไม่ได้รันทดอย่างที่คิดหรอก
ต่อให้เล่นร้านเน็ตก็เถอะ ชม. สิบบาท หรือใช้ที่ทำงาน
เมิงมีเวลาว่างมากจริงๆ
เอ่ออ กูอยากถามว่ามีไอ้พวกที่พวกรันทดสู้ไม่ไหวๆ
สงสัยไม่เคยดูคลิป ของคุณ นิค วูจิซิค กันละมั้งงงง
http://www.youtube.com/watch?v=_q45U7XHeuI
เอาไปเบิ่งซะ แล้วจะรู้ว่าชีวิตของคุณโคตรมีบุญที่ได้เกิดมาครบ32
ดูแล้วคิดนะถ้าคุณมีครบ32แล้วคุณยังท้อแท้ งอมืองอตีนแล้วมาพล่ามกูขอให้ไปตายเหอะ รกโลก
จ่าพิมเนื้อหาผิดเยอะน่อหลังๆนี่ อาจจะเพราะงานยุ่งรึเปล่าคะ??
ยังไงอันนี้ก็เป็นดราม่าคุึณภาพนะ ข้อยอ่านแล้วก็ได้คิดหลายอย่างนะ เช่น บ้านข้อยยังไม่เรียกว่าลำบากอะไรเลย
และได้คิดว่า ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับข้อยจริงๆ แล้วข้อยจะเข็มแข็งพอจะอดทนจนมันผ่านพ้นไปอย่างจ่าได้ไหม
ดีน่อ เอามาลงอีกๆ
เข้ามาอ่าน คคห หลายๆคน รวมถึงจ่าด้วย ชีวิตลำบากแต่ก็สู้ โดยไม่เคยทำตัวน่าสงสารหรือขอความเห็นใจใคร ผมยกย่องคนแบบนี้นะ อย่างน้อยยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังประสบปัญหาหรือลำบากในชีวิต ว่าตราบใดที่มึงยังมีลมหายใจ มีมือไว้ทำโน่นทำนี่ มีขาไว้เดินไปไหนมาไหนได้ มันไม่มีคำว่าสิ้นหวัง
ดราม่านี้ผมว่าถ้าอ่านแล้วคิดดีๆ มันมีแง่คิดที่เป็นประโยชน์สำหรับสังคมในยุคนี้จริงๆ
ดราม่าคุณภาพอีกแล้วครับจ่า
ป.ล. ข้อยกู้กรอ. ปีนี้ผ่อนงวดแรกไปแ้ล้วน้อ น้องๆ ที่กู้่ต่อยิ้มได้แระ
อ่านมาข้างบนรู้สึกว่าคนเราไม่ทำอะไร งอมืองอเท้าแต่งเรื่องหลอกชาวบ้านไปเรื่อย
มันไม่น่าสงสารอ่ะ มันน่าสมเพสหวะ
แต่พออ่านมาข้างล่าง เราว่าเราก็ลำบากนะ อ่านของจ่า เอ้อ…ของเราดูชิวๆไปเลยอ่ะ
ปล.คนเราไม่ล้มก็ไม่รู้วิธีลุก แต่ไม่ล้มแต่ดันหลอกคนอื่นให้มาช่วยเหลือแย่นะ คนลำบากกว่ามีอีกเยอะ
สมัยก่อนตอนเรียนไม่มีตังค์ซื้อข้าวกิน
ผมก็ซื้อขนมปังฟาร์มเฮาส์แบบ 1 แพค 6 ก้อน ซองละ 16 บาทมากิน
กินมื้อละก้อน ซองนึงก็กินได้สองสามวัน
กู้เรียนจนเรียนจบ
ออกมาทำงาน ตัดสินใจผ่อนมอไซค์ เพราะต้องเดินทางไปที่ทำงานไกล กะว่าอะไรคงดีขึ้น
ปรากฏว่าโดนรถขนผักชน คนชนยอมรับว่าชน แต่บอกว่าผมขับตัดหน้าเค้า ท
จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหาย รถพังทั้งคัน
ผมกระดูกสันหลังหัก นั่งไม่ได้
นอนแง่วมาสี่เดือนแล้ว
ชีวิตผมนี้คงเหมือนการ์ตูนขายหัวเราะเลย ถ้าเทียบกับคุณมะปรางเน่า
ขอให้เจริญๆนะคับ หากินกับน้ำใจคน
นับถือความพยายามของจ่าครับ คนเราถ้าพยายามจริงๆ ยังไงก็ต้องสำเร็จ (หมายถึงเรื่องเรียน เรื่องงานนะ เรื่องความรักไม่แน่)
อีมะปรางมันจะอะไรนักหนา หนี้แค่ไม่ถึงแสน ทำมาเป็นฟูมฟาย ขายความรันทดขอความช่วยเหลือ
กูทำธุรกิจโดนญาติโกง มีหนี้เกือบๆ ครึ่งล้าน กูยังไม่เคยไปงอแงขอเงินใครช่วยเลย
มือตีนยังมี พยายามทำงานเข้าไปเหอะ ยังไงมันก็ต้องหาทางออกได้
ถ้ายังมีเวลามาเล่นเน็ตได้ กูว่ามึงยังไม่ลำบากถึงที่สุดหรอก
แอดมินอายุประมาณ 30 กลางๆ หรือเปล่าครับ
เคยเห็น แอดมินครั้งหนึ่งตอนนั้นที่ มธ มีการสัมนาเรื่องความขัดแย้งในสังคมออนไลท์
ที่อ้วนๆ ขาวๆ ออกจีนๆ ใส่หน้ากากแบบสวมหัวแนบเนื้อ นั้นคือแอดมินใช่ไม๊
(แล้วเห็นป้ายหน้าโต๊ะ เป็นชื่อเว็ป drama-addit ก็เข้าเว็ปมาตั้งแต่วันนั้นแหละ)
ตอนแรกที่เห็นแอดมินนึกว่า เป็นลูกคนรวย มีเงิน ถึงมาทำเว็ปเอามันอย่างนี้ได้
)
ตอนอ่านสรุปเกือบน้ำตาซึมครับ(ไม่ได้ดราม่าน่ะ
รู้ต่อไปครับ เว็ปนี้ ทำให้เรารู้จักสันดาลคน รู้จัดคนในสังคมมากขึ้น
ทั้งมัน ทั้งได้เรียนรู้
ฮาร์ดคอร์ อย่างนี้ผมชอบ
แอบอ่านห่างๆอย่างห่วงๆ wrote:
http://topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/2007/03/L5184664/L5184664.html
อันนี้สินะ อ่านแล้วตาแฉะกันเลยทีเดียว
สรุปชีวิตจ่าดราม่ากว่าอีหอยเน่านี่อีก ซึ้งหว่ะ
กูรู้ว่ามันตอแหลตั้งแต่แรกแล้วล่ะ อย่างแรกเลยถ้าชีวิตมันมีปัญหาจริงมันคงมีตังจ่ายค่าคอมค่าเน็ตหรอกนะ แถมแม่งคงต้องเอาเวลาไปหางานทำอะไรของมันเพื่อหางาน แม่งไม่มีเวลามาโพสน์ห่าเหวไรหรอก หรือถ้ามันจนจริงๆ มันคงพูดตรงๆว่าไม่ไหวแล้ว กูขอเงิน แล้วถ่ายรูปตัวมันจริงๆมาเป็นหลักฐานว่ากูจนจริงๆนะ กูไม่ไหวแล้ว ต่อให้ต้องอับอายกูก็ยอมขอให้ได้เงินื ไอ้เรื่องตอแลหแบบนี้เด็กปอหกก็แต่งได้วะ ส่วนไอ้คนที่โอนเงินให้ก็ต้องยอมรับด้วยนะว่าเมิงโง่เองด้วย
กุจะบอกไรให้นะ ขอทานบนสะพานลอย ยิ่งแถวๆบีทีเอสนะ วันนึงได้เยอะกว่าพนักงานเซเว่นอีก เผลอๆเดือนนึงได้เยอะกว่าข้าราชการซีสูงๆอีกนะ อีดวกส์ กุล่ะเกลียดพวกไม่ยอมทำมาหาแดร๊กส์ แมร่งมาขอแล้วเห็นรายได้ดี เลยยึดเป็นอาชีพซะงั้น กุขอให้มืงไม่เจริญต่อไปละกัน
ติดหนี้ ก็ใช้หนี้สิ ทะยอยๆจ่าย จำนวนเงินก็ใช่จะเยอะเว่อร์ นี่แสดงว่าหมกหนี้มานาน
ตกลงจ่าเป็นหมอหรือบุรุษพยาบาลอะ ?
จ่าเป็นยามอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปเป็นด้วย รายได้ดีนิ
ว้าว ขอทานไซเบอร์
ตอนสรุปเริ่ด เฉิดฉายสุด ๆ รู้ยังงี้ข้ามมาอ่านด้านล่างเลยดีกว่า
ตอนสรุปเริ่ด เฉิดฉายสุด ๆ รู้ยังงี้ข้ามมาอ่านด้านล่างเลยดีกว่า
ว่าแต่ จ่าคงเป็นยามที่รวยที่สุดในไทยแล้วหล่ะมั้งครัฟฟ จ่าเนี่ย
ไอ้เกรียน คห228 เมิงอ่านไม่จบเหรอไง
คนที่โอนตังค์เค้าออกมายอมรับว่า เค้าโง่ ไปแล้ว
คนสุพรรณไม่อ่านเสียดายแย่
ไอ้เกรียน คห228 เมิงอ่านไม่จบเหรอไง
คนที่โอนตังค์เค้าออกมายอมรับว่า โง่ ไปตั้งนานละ เค้ารอแต่อีคุณปลา(มปเน่า)
คนสุพรรณไม่อ่านเสียดายแย่
ต้องหวังให้ชาวพันทิปดราม่ากันเยอะ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของจ่า
ppkunk wrote:
อย่ามัวนอนแง่วครับ ไปลองทำกายภาพบำบัดตามที่โรงพยาบาล รัฐก่อน ใช้สิทธิ์๓๐บาท หรือหากจดทะเบียนผู้พิการแล้วคุณยังใช้สิทธิ์ผู้พิการได้ อย่างน้อยก็ได้เงินช่วยเหลือ ๕๐๐ บาททุกเดือน ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
เราทำราชการเงินนิดเดียว ไม่เห็นจะเคยขอเงินใครเลยวุ้ย
พ่อเสีย เหลือแ่ต่แม่ แม่รับจ้าง มีลูกชายสามคน เรียนมหาลัยพร้อมกันทั้งหมดสามคน
แม่ไม่มีตังส่ง กู้เรียน เอาข้าวมาจากบ้าน พักหอใน ซื้อกับข้าวถุงล่ะห้าบาท มากิน
เรียนวิศวะคอม ไม่มีคอมใช้จนจบ น้องเรียนสถาปัตย์ไม่มีตังซื้ออุปกรณ์ พี่เรียนนิติกินแต่มาม่า
พอผ่านช่วงนั้นมาได้ พี่เป็นนายร้อยตำรวจ น้องเป็น Designer อันดับต้น ๆ ของไทย
น้ำหนักตอนเรียน 55 สูง 174 พอจบมา น้ำหนัก 70 กร๊ากก อยู่ดี กินดี
@ chronoeye:
หมอพึ่งให้ลองนั่งได้ กระดูกค่อนข้างโอเคครับ
ตอนนี้กำลังหัด เหนื่อย แล้วก็เจ็บมาก
แต่ผมถือว่า เกิดเป็นคนมันต้องสู้ครับ
ท้อยังไงก็ต้องสู้
ถือว่าเหตุการณ์ต่างๆในชีวิต มันทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องต่างๆละกันคับ อิอิ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆด้วยครับ
ป.ล. ช่วงล่างยังรู้สึกอยู่ด้วย
ป.ล.ล. อย่าขดตัวนอนนะครับ มันทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมเร็ว
น้ำตาจะไหล
ชีวิต จ่า กะ K.ppkunk
มืงเคยเเย่งข้าวหมาเเเดกป่าว ไม่เคยอย่ามาสะเออะร้องไห้ เครดิต คนที่กูนับถือ
รูปประกอบมันซ้ำกะอีกดราม่าอะจ่า
กยศ กูรับผิดชอบอยุ่ทุกเดือนค้าบบ ^^
สันป่าตอง wrote:
ปีนี้ผม เหลือ 3750 ละครับ
ปล.อยู่สันป่าตองเหมือนกันเลยแฮะ คนเชียงใหม่ป่าวเนี่ย
เพราะยัดแต่ข้าวโพดมาหลายปีสินะจ่า จ่าถึงได้หุ่นเหมือนตุ๊กตายัดนุ่มเช่นนี้
จขกท.เอ๊ย…แหลไม่เนียนเลยเธอว์จ๋าาาาา
ผมเคลียร์หนี้ กยศ. 1.5 แสนไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเกรงว่าเด็กรุ่นหลังไม่มีเงินนั่นแหละ
แมวพลัดถิ่นเท่ห์มาก
ตอนที่ความจริงถูกเปิดเผยก็เงียนจนกระทั่งได้ข้อมูลมาโจมตีมะปรางเน่า
ชีวิตกูนางทาสกว่ามึงตั้งเยอะ (แต่ไม่เท่าจ่า) ทุกวันนี้กูยังมีชีวิตอยู่รอดและมีความสุขได้เลยว่ะ
คนจน กับ คนรวย มันต่างกันแค่ทรัพย์สมบัติที่มี คนจนก็กินข้าวแกงแล้วอร่อยสุดๆได้
มันก็เท่าๆกับคนรวยที่แดกอาหารฝรั่งเศสจานละเหยียบพันได้แล้วคิดว่าอร่อยสุดๆเช่นกัน
กูใช้กระเป๋าโนเนมใบละ 199 บาทได้ ก็สวยและคุณภาพดี มันก็เหมือนกับคนรวยถือหลุยส์วิตตองนั่นแหละ
สุขทุกข์มันอยู่ที่ความคิด คิดว่าอะไรมันดีต่อเรามันก็เพียงพอแล้ว หัดพอเพียงในตัวเองซะบ้าง
ppkunk wrote:
ได้ยินแบบนี้นับว่าคุณโชคดีมากเลยครับ ยังมีโอกาส เดินได้ใหม่ แต่ตอนกายภาพขอบอกตรงๆนะครับว่าเหนื่อยหนักก็อย่าท้อครับ ผมทำงานที่รพ.พบว่า ผู้ป่วยที่สู้มักได้เจอปาฏิหารย์ อย่านอนรอให้ปาฏิหารย์มาหา
เล่นเน็ตได้แปลว่าต้องมีเงินอยูมั่งละว้า ขอทานยังต้องร้องเพลงหาเงินเลย แล้วคนยังมีงานทำจะลาออกทำไมวะ (ร้องเพลงห่วยแตกยังไงกรูก็ให้นะ ถือว่าดีกว่าพวกอุ้มเด็ก หรือนั่งแบบขอทานไปวันๆ) คนเราถ้ามันจะสู้ ไม่ต้องให้ใครช่วยมันก็ทำได้แหละ
ขอเล่าเรื่องโคตรเก่าหน่อยนะ สมัยอากงกรูมาจากจีน (ลูกหลานเชื้อจีนหลายๆคนน่ามีเรื่องรุ่นอากงอาม่าคล้ายๆกัน) มาแบบเงินติดตัวแทบไม่มีด้วยซ้ำ ต้องไปเป็นคนใช้มั่ง ทำงานโน้นนี่มั้งสารพัด แล้วคนรุ่นก่อนนี่ลูกเยอะด้วย (แม่กรูชอบเล่าให้ฟังประจำ ตอนนั้นลำบากอย่างโง้นอย่างงี้ แต่ยังดีที่ไม่ถึงกับไม่มีกิน)
ตอนอากงมาไทยแกไม่มีอะไร ตอนอากงตายแกเป็นเจ้าของร้านโชว์ห่วยสองคูหาว่ะ แถมยังส่งลูกๆเรียนจบมหาลัยครบทุกคนด้วยะเหวย
พวกที่เชื่อนี้ก็อ่อนต่อโลกดีจริงๆ อยากทำบุญมากมีที่ให้ทำตั้งเยอะแยะ
ที่เขากำลังรอการช่วยเหลือของพวกใจบุญทั้งหลายอยู่
สถานสงเคราะห์เด็ก บ้านคนชรา ไปทำถึงที่เลยยื่นให้กับมือเห็นกับตา
ที่มันมีพวกมิจฉาชีพแบบนี้เยอะก็เพราะ “มีคนให้เชื่อไงล่ะ คนที่ไร้เดียงสาต่อโลกออนไลน์มันมีเยอะใครพูดอะไรมันก็เชื่อหมด”
สมัยแม่กู เป็นสังคมชนบทยากจนกว่านี้เยอะ
แม่กูมีพี่น้อง13คน เสื้อผ้าไม่มีจะใส่ ต้องรีบตื่นแต่เช้ามาจองเสื้อผ้าแย่งกันใส่กะพี่กะน้อง ตื่นตั้งแต่ตี3-4มาช่วยตายายปั้นเม็ดยาอมยาหอม บ้านที่เช่าอยู่เดือนละ40บาทไม่มีห้องน้ำ จะขี้ก็ไปขุดหลุมขี้ในดงหญ้าใกล้บ้าน อาบน้ำในคลอง ซัก7-8โมงก็ไปเรียน กลับมาก็รับจ้างขายของทำงานบ้านให้เพื่อนบ้าน วันหยุดก็ช่วยยายหาบของไปขาย
แล้วมีครั้งนึงที่ทำให้แม่กูสาบานกับตัวเอง ว่าโตขึ้นจะเรียนให้จบทำงานหาเงินมีชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่านี้ จะไม่ให้ยายต้องลำบาก
เหตุเกิดขณะหาบของขึ้นรถเพื่อจะข้ามเขาหรือข้ามไปอีกหมู่บ้านนี่แหละ แล้วรถแน่นมาก
ตอนที่ยายกำลังควักเงินจ่าย ก็โดนกระเป๋ารถถีบตกลงมาเต็มแรงแล้วไล่ยายกับแม่กุลงจากรถ
เพราะยายกับแม่กูจน!!แล้วคนบนรถก็หัวเราะเยาะ ไม่มีใครช่วยเหลือ
สุดท้ายแม่และยายต้องเดินหาบของหนักหลายกิโล เดินเป็นสิบๆกิโลกลางแดด นี่คือวัฏจักรชีวิตแม่กูตั้งแต่อายุไม่ถึง10ขวบ
หลังจากนั้นแม่กูก็ขวนขวายร่ำเรียน เข้ามากทม.ก็เรียนรามจนจบ สมัครได้งานลูกจ้างค่าแรงต่ำโดนเจ้านายกดสารพัด(เพราะแม่กูมีแววด้านบัญชีเลยโดนนายหมั่นไส้กีดกันไม่ให้เจอหน้ากับเจ้าของโรงงาน ไม่งั้นแม่กูได้เลื่อนตำแหน่ง)
แม่กูเล่าว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มีทุกวันนี้ได้ ทำให้ทุกวันนี้มีเงินเดือนเป็นแสนๆ(จะว่าไปควรต้องขอบคุณคนที่เตะด้วยซ้ำ เหมือนเป็นตัวกระตุ้นให้แม่กูมีเป้าหมายในชีวิตอ่ะ)
กรุซุ่มอ่านเปนซึนเดเร๊ะมาตั้งนาน ไม่เคยมีรมณ์อยากเม้นท์มอยอะไรด้วย
แต่คราวนี้นะ อิจ่าแม่งเล่นเอากรูอึ้งทึ้งเสียวในความสู้ชีวิตของมึงเจงๆว่ะ
กรุล่ะชอบในการสรุปของอิจ่ามากๆ ช่วงหลังๆ มานี่ เวปดราม่าของจ่า
แม่งสรุปอะไรมีสาระ ไม่ใช่เหี้ยๆ อ่านแล้วกรุได้แง่คิดดีๆด้วย ไม่น่าเชื่อเลยว่ะ
รีการด์เมิงเลย…จ่า
ชีวิตจ่าโครตดราม่า
ชีวิตของจ่านี่มันรันทดมากกว่าที่อีมะปรางเน่ากุขึ้นมาอีก แถมปัจจุบัน จ่าต้องทำอาชีพยามไป แล้วก็เขียนดราม่าไปอีก เพราะถ้าไม่เขียนชาวดราม่าก็ลงแดงตาย (น่านับถือมาก) แถมล่าสุดจ่าซื้อบ้านให้พ่อแม่อาศัยอีก (กตัญญูรู้คุณ) แสดงว่าจะคงทำงานมาเป็นปีๆเลยสินะ ถึงจะซื้อบ้านได้ (ขยัน)
ผีกองกอย wrote:
คิดเหมือนกัน แต่เราดูใน youtbe อ่ะ
เมื่อก่อนกรูก็ติดนิสัยลูกคุณหนูแต่พอมีปัญหาก็ทำให้กรู มองอะไรชัดเจน มีความอดทนขึ้น มีภูมิขึ้นมา
นี่เป็น ดราม่าที่ดีที่สุดอันนีงเท่าที่เคยมีมา ไม่ใช่เพราะเนื้อหาดราม่า…แต่เพราะคนหลายคนตรงนี้ ที่นี่… ไม่ซึนเว้ย จากใจ!
จ่าแน่ใจนะ ว่า เป็น “ยาม”
ยังมีคอมให้ใช้ มีเน็ตให้เล่น เนี่ยนะ ยากจน ?
ยังสุขสบายกว่าคนอื่นๆอีกมากมายนะ คุ๊ณณณ
ถึงจ่า
ยาม ที่จ่าทำอยู่เนี่ย
เป็น หมอ เข้าเวรตอนกลางคืนป่ะเนี่ย
หรือ
เป็น IT ที่คุม Server ของรัฐอ่ะ
ตอบมาแบบไม่ ซึน นะ
http://www.youtube.com/watch?v=Y7CeoUZbW3Y&feature=fvwrel
เมิงอายมั้ยย
อยากเป็นยาม .. (=w=)”r
เราเคยลำบากขนาดไม่มีข้าวกิน ยังไม่เห็นมาเรี่ยไรเงินเลยเหอะ
ชีวิตทุกวันนี้ไม่ได้สุขสบาย หนี้ท่วมหัว
แต่ก็ยังคิดว่าดีกว่าคนอื่นเพราะอิฉันมีที่ซุกหัวนอน มีข้าวให้กิน
พ่อเราเพิ่งเสียไปไม่ถึงสี่เดือนเลยเหอะ ตอนนี้ทำงานหนักมาก เรียนไปด้วย
แต่ก็ไม่คิดเรี่ยไรเหมือนป้ามะปรางเน่าหรอก
ถ้าคุณคิดว่าคุณลำบากแล้ว .. เชื่อเถอะ ในโลกนี้มีที่ลำบากกว่าคุณเป็นล้านๆคน!!