
credit ภาพประกอบดราม่าจาก http://povolam.exteen.com/ และ www.mop.com
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อหลายวันก่อน ข่าวฉาวของคู่ผัวตัวเมียชั่วคราวระหว่างฟิล์ม-แอนนี่ ก็กลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง
เพราะการดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทระหว่างทั้งสองฝั่งกำลังคืบหน้า ระหว่างนั้นก็มีสื่อบันเทิงบางฉบับ
ออกมาปล่อยข่าวเกี่ยวกับกรุ๊ปเลือดของน้องคากิว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นลูกของนายฟิล์ม!!

ในข่าวมันก็บอกว่ามีข่าวลือว่าผลตรวจ DNA ของน้องคากิมีเลือดกรุ๊ป O ขณะที่นายฟิล์มผู้ที่อาจจะเป็นพ่อมีเลือดกรุ๊ป A
ส่วนแอนนี่ที่เป็นแม่ของน้องคากิแหงมๆ รายนี้เลือดกรุ๊ป B ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยยยยยยยยยยยยมากที่ลูกระหว่างทั้งสองคนจะมีเลือดกรุ๊ป O!!

แอดมินอ่านข่าวนี้จบแล้วรู้สึกสลดกับนักข่าวบันเทิงของเมืองไทยฉิบหาย พูดมาได้ไงวะว่าโอกาสลูกเลือดกรุ๊ป O น้อยมาก
จริงๆแล้วถ้าพ่อเป็นเลือดกรุ๊ป A แม่เลือดกรุ๊ป B ลูกมีสิทธิออกมาเป็นเลือดกรุ๊ปไหนก็ได้ โดยมีโอกาสเท่าๆกันคือ 1ใน4 ทั้งสี่กรุ๊ปเลือด
และที่สำคัญการตรวจกรุ๊ปเลือดมันไม่ใช่การตรวจ DNA นะว้อย!! มันเป็นการตรวจประเภทของแอนติเจนบนเม็ดเลือดต่างหาก!!
ต่อมาทีวีก็เอาข่าวข่าวเรื่องกรุ๊ปเลือดของทั้งสามคนไปนำเสนอ จากนั้นก็มีกระเทยนางหนึ่งมาตั้งกระทู้ในบอร์ดปาล์มพลาซ่า
และบอกกับกระเทยทุกนางที่เชียร์แอนนี่ว่า พวกมึงเตรียมหน้าแตกหีแหกจนแคมปลิ้นได้แล้วนะคะ!!
เพราะน้องคากิลูกแอนนี่ทำท่าว่าจะไม่ใช่ลูกของนายฟิล์มเสียแล้ว!! จากนั้นอีกระเทยคนนี้ก็เอาข่าวจากช่อง MCOT มาแปะในกระทู้
และพูดถึงเรื่องกรุ๊ปเลือดของทั้งสามคนว่าฟิล์มเลือดกรุ๊ป A แอนนี่เลือดกรุ๊ป B ถ้าคากิเป็นลูกของทั้งสองคนจริงๆก็มีโอกาสเลือดกรุ๊ป O

ในข่าวของช่อง MCOT พูดถึงกรุ๊ปเลือดของทั้งสามคนเอาไว้เท่านี้ แต่อีกระเทยนางนี้มันเด้าข่าวเพิ่มไปอีกหน่อยว่า
เลือดของฟิล์มเป็นเลือดกรุ๊ป A ก็จริง แต่เป็น A แบบ AA หรือ iAiA หมายถึงยีนส์สองตัวของนายฟิล์มที่ระบุกรุ๊ปเลือดมันเป็น A ทั้งคู่
ซึ่งถ้ามีลูกกับแอนนี่ที่เลือดกรุ๊ป B ก็มีโอกาสมีลูกที่มีเลือดเป็นกรุ๊ป B หรือกรุ๊ป AB เท่านั้น!!ไม่มีทางที่ลูกจะมีเลือดเป็นกรุ๊ป O!!
โดยนังกระเทยรายนี้อ้างว่าที่เธอรู้ว่านายฟิล์มมีผลเลือดกรุ๊ปนี้ เพราะฟิล์มมันไปตรวจ DNA มา!!!
แถมยังลง url คลิปวีดีโอข่าวของช่อง MCOT เอาไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง แต่พอกดเข้าไปดูคลิปที่ว่า
กลับไม่มีพูดเรื่องที่นายฟิล์มมียีนส์ที่เกี่ยวข้องกับกรุ๊ปเลือดเป็น AA หรือ iAiA เลยแม้แต่น้อย!! แล้วมึงไปเอาข่าวที่ว่ามาจากไหนวะ!?

ภาพประกอบ โอกาสความน่าจะเป็นของกรุ๊ปเลือดลูกในกรณีที่ฟิล์มมีเลือดกรุ๊ป A และแอนนี่เลือดกรุ๊ป B

ใครสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องกรุ๊ปเลือดเชิญไปอ่านที่ url นี้นะครับ http://pirun.ku.ac.th/~b5141038/Section%201.htm
พอคนอ่านกระทู้พวกนี้มากๆเข้า มันก็เอาไปลือกันต่อแบบปากต่อปาก จนกระทั่งกลายเป็นข่าวลือในหลายๆเว็บ
บางเว็บนี้ถึงขั้นเอาข่าวมั่วๆของ Gossipstar มายำรวมกับกระทู้ในบอร์ดปาล์มพลาซ่าเป็นข่าวเดียวกันเลยนะเธอว์!!
ยกตัวอย่างเช่นข่าวในเว็บนี้เป็นต้น!!
http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=41&post_id=116845
ส่วนในเว็บบอร์ดสังคมออนไลน์คุณภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทย ก็มีอมยิ้มคนนึงชื่อ “ก๊อดแฮนด์”
แสล๋นไปอ่านกระทู้ในบอร์ดปาล์มโดยไม่รู้จักกลั่นกรอง แล้วก็ร้องแรกแหกกระเฌอหนีบกระทู้ในปาล์มพลาซ่า
มาโพนทะนาที่ห้องเหลิมไทยว่าเจ้าข้าเอ้ย!!เจ้าข้าเอ้ย!! น้องคากิท่าทางจะไม่ใช่ลูกนายฟิล์มว่ะเจ้าข้าเอ๊ย!!
![]()
เนื้อหาในกระทู้ก็ยกมาจากกระทู้ในบอร์ดปาล์มพลาซ่าทั้งดุ้นเลยทีเดียว

แค่นั้นไม่พอ จขกท ยังเอาภาพของใครก็ไม่รู้ที่คาดว่าน่าจะเป็นคนในวงการบันเทิงมาโพสในกระทู้
แล้วบอกให้ชาวเหลิมไทยเบิ่งตาดูเด๊ะ ว่านายคนนี้มันหน้าตาเหมือน้นองคากิเด๊ะๆเลยใช่มั้ย? (แต่แอดมินว่าไม่เหมือนว่ะ)


ชาวเหลิมไทยได้อ่านข่าวจากบอร์ดปาล์มพลาซ่า แถมดูภาพของบุรุษคนที่ถูดพาดพิงว่าอาจจะเป็นพ่อของน้องคากิ
ก็พากันพยักเพยิกเห็นด้วยกับ จขกท กันยกใหญ่ว่าใช่ๆ หน้าน้องคากิเหมือนผู้ชายคนนั้นยังกับแกะ!!

บ้างก็บอกว่าคนนี้แหละพ่อตัวจริงของน้องคากิชัวร์ป้าบ!! ก็หน้าน้องคากิถอดแบบเจ้าตัวมาซะขนาดนั้น!!

จากนั้นชาวเหลิมไทยก็แสดงความเห็นกันไปต่างๆนานา ส่วนมากก็ด่าแอนนี่เพราะเข้าใจว่าผลปรากฏชัดแล้วว่าน้องคากิไม่ใช่ลูกฟิล์ม
บ้างก็บอกว่าสงสารฟิล์มจังเลยเค่อะ ที่โดนสังคมยัดเยียดข้อหาให้มันเป็นพวกฟันแล้วทิ้งแถมยังไข่ให้ฝ่ายหญิงเลี้ยงดูโดยไม่มีความรับผิดชอบ
แล้วพวกมึงที่เคยด่าฟิล์มเอาไว้อย่างสาดเสียเทเสียตอนที่เรื่องนี้เป็นข่าวได้ไม่นาน ไม่คิดจะออกมากราบกรานขอโทษฟิล์มมั่งเลยเหรอคะ!?

อมยิ้มชื่อ “sungod” ก็ออกมาปราม จขกท และชาวเหลิมไทยที่กำลังไหลตามน้ำเชี่ยวอย่างเมามันส์ว่า
เอิ่ม..จขกท ครับ ไอ้กระทู้ที่มึงอ้างอิงจากบอร์ดปาล์มพลาซ่ากับข่าวที่เอามาจากช่อง MCOT น่ะ
กรูไม่เห็นมันจะบอกว่านายฟิล์มมียีนส์ที่ผลิตกรุ๊ปเลือด เป็น AA เลยว่ะ ไม่ทราบว่าเอ็งไปเอาข่าวนี้มาจากไหนวะครับ?

แล้วนาย sungod ก็ตำหนิ จขกท ว่าวันหน้าวันหลังมึงช่วยอ่านข่าวให้ดีๆก่อนที่จะเอามาโพนทะนาให้พวกกรูฟังด้วยนะ
ไม่ใช่ว่าอ่านข่าวอ่านกระทู้ลวกๆยังไม่ทันจับใจความได้ มึงก็เอามาตั้งกระทู้ร้องแรกแหกกระเฌอซะแล้ว
มึงก็น่าจะรู้นี่ครับว่าสังคมไทยสมัยนี้มันบ้าจี้โคตร มีข่าวลืออะไรนิดๆหน่อยๆแม่งก็เชื่อกันหัวปักหัวปำ
ดังนั้นถ้ามึงจะตั้งกระทู้เผยแพร่ข่าวใดๆ มึงก็จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อข่าวที่มึงเอามาเผยแพร่ด้วยนะครับ

แต่บรรดาแฟนคลับของนายฟิล์มก็ยังกระดี๊กระด๊ากับข่าวลือนี้ และพากันเยาะเย้ยถากถางแอนนี่อย่างเมามันส์
อมยิ้มบางคนก็ถามนาย sungod ที่ออกมาปรามชาวเหลิมไทยว่า..มึงเป็นห่าอะไรมากมั้ยคะเนี่ย?

นาย sungod ก็ตอบว่ากรูไม่ได้เป็นห่าอะไรหรอก กรูแค่แปลกใจที่มีคนเอาเรื่องตอหลดตอแหลที่ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
มาโพสในพันทิปได้หน้าตาเฉย แค่นั้นยังไม่พอ บรรดาชาวพันทิปอย่างพวกมึงดันเชื่ออี จขกท เสียหมดใจ!!
แต่พอกรูจับผิดอี จขกท ได้คาหนังคาเขาว่ามันมั่ว!!และเอาข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงมาโพนทะนา
ปรากฏว่า จขกท กลับทำตัวไม่รู้ไม่ชี้และไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบที่ปล่อยข่าวให้ร้ายแอนนี่เลยซักคำ
นี่ถ้าสังคมไทยมันมีแต่คนจำพวกนี้ กรูว่าสังคมนี้มันคงป่วยงอมแงมใกล้จะตายห่าเต็มทนแล้วว่ะ

ฝั่งที่เชื่อข่าวลือสุดชีวิตก็ออกมาเถียงแทน จขกท ว่าถุย!! มึงหาว่า จขกท เอาเรื่องตอหลดตอแหลมาโพนทะนาได้ยังไง!?
แล้วอีแอนนี่ล่ะวะ!! ทีนังนั่นมันยังเที่ยวโพนทะนาไปทั่วว่าฟิล์มเป็นพ่อเด็กทั้งๆที่ยังไม่มีการตรวจ DNA ในตอนนั้นด้วยซ้ำ!!

หลังจากนั้นความเห็นในเหลิมไทยก็แบ่งเป็นสองฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่เชียร์ฟิล์มและฝ่ายที่เชียร์แอนนี่เนื้อหาที่เถียงกันก็เดิมๆ
เหมือนดราม่าก่อนๆของสองคนผัวเมียคู่นี้ไม่มีผิด ฝ่ายที่เชียร์แอนนี่ก็บอกว่าอิชั้นดีใจจริงๆค่ะที่ตาฟิล์มไม่ใช่พ่อน้องคากิ

ฝ่ายที่เชียร์ฟิล์มก็แขวะกลับไปว่าแล้วการที่ฟิล์มไม่ใช่พ่อของเด็ก แต่เด็กก็ยังมีแม่เป็นผู้หญิงสำส่อนอยู่ดีนะคะ?

ส่วนอี จขกท นอกจากจะไม่แก้ข่าวแล้วยังเข้ามาผสมโรงด้วยว่าสังคมไทยน่ะยอมรับเด็กที่มีพ่อสำส่อนมากกว่าเด็กที่มีแม่สำส่อนนะว้อย!!

แล้วถ้ามันสำส่อนทั้งพ่อทั้งแม่ล่ะครับ?
ฝั่งที่เสพข่าวอย่างมีสติก็ออกมาด่าไอ้สองกลุ่มแรกว่าพวกมึงที่กำลังด่าๆกันอยู่เนี่ย
พวกมึงได้อ่านข่าวของจริงแล้วรึยังวะ?ว่าเนื้อหาของข่าวจริงๆมันไม่ได้เป็นไปตามที่อี จขกท ยกเมฆเลยซักนิด!!
ไอ้เรื่องที่ฟิล์มตรวจ DNA แล้วเป็น AA น่ะมันเรื่องโกหกพกลมทั้งเพว้อย!!
ไอ้ฉิบหายเอ๊ย ตอนนี้กรูไม่สงสารพวกฟิล์ม-แอนนี่หรือน้องคากิแล้วว่ะ
แต่กรูสงสารประเทศไทยฉิบหายที่มีบุคคลากรคุณภาพล้นคับแก้วอย่างพวกมึง!!

หลังๆนี่ชาวเหลิมไทยส่วนนึงก็ยิ่งเชื่อข่าวลือพวกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นมีอมยิ้ม
ออกมาตั้งกระทู้ขอโทษฟิล์มที่เคยเผลอด่าว่าฟันแอนนี่แล้วทิ้งเมื่อครั้งกระนู้นด้วยนะเธอว์

อ่านดราม่านี้แล้วก็รู้สึกสลดกับวิจารณญาณในการรับข่าวสารของคนไทยบางกลุ่มจริงๆว่ะ
ตอนนี้เราก็อยู่ในยุคแห่งความรีบเร่งเรียกได้ว่าเป็นยุค “แดกด่วน” จะทำอะไรก็เร่งรีบไปเสียหมด
ขนาดการเสพข่าวเราก็ทำกันอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลาพิจารณาเนื้อหาของข่าวอย่างถี่ถ้วนหรือย่อยข่าวด้วยตัวเอง
ทำให้รายการเล่าข่าว ที่เอาข่าวมาย่อยให้เข้าใจง่ายและเล่าให้ผู้ชมฟังโดยใส่ความเห็นส่วนตัวลงไปบ้างอะไรบ้างกลายเป็นที่นิยม
ส่วนผู้ชมก็ไม่ต่างไปจากลูกนกกระจิบที่ส่งเสียงร้องง้องแง้งอยู่ในรัง รอให้แม่นกคาบข่าวมาป้อนให้แดกไปวันๆ
สุดท้ายลูกนกกระจิบที่ได้แต่รอแม่นกาบข่าวมาให้กินทุกวี่วัน ก็ไม่มีปัญญาที่จะหาข่าวมาแดกด้วยตัวเองอีกต่อไป
ต่อให้มีนกกาเหว่าสวมรอยเอาขี้หมามายัดเยียดให้ก็หลับหูหลับตากินเข้าไปโดยนึกว่ามันเป็นไอติมรสช๊อคโกแลตราดคาราเมล
แถมยังเอาไปยัดเยียดให้ลูกนกกระจิบตัวอื่นช่วยกินเพราะคิดว่ามันเป็นไอติมรสช๊อตโกแลตอันเลอรส จนสุดท้ายก็แดกขี้หมากันทั้งรัง
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? จะมีซักวันมั้ยที่คนไทยจะเสพข่าวอย่างมีสติและวิจารณญาณครบถ้วน?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
ใครที่เชียร์แอนนี่ เตรียมหน้าแตกได้ มีแววจะไม่ใช่ลูกฟิล์มซะแล้ว
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10713902/A10713902.html“กะเทยที่เชียร์อีแอนนี่เตรียมหีแหกค่ะ มีแววจะไม่ใช่ลูกอีฟิล์มซะแล้วค่ะ”
http://74.55.90.235/CCforum/DCForumID3/28961.html?65กระทู้ขอโทษฟิล์ม รัฐภูมิ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10707712/A10707712.html








































Blood Type ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ครับ ไม่ว่าจะที่ไทยหรือต่างประเทศ
มีน้ำหนักพอสมควร แม้จะไม่เท่าdna
ก็มันใช้dnaไม่ได้ เพราะกฎหมายไทยบังคับให้ตรวจไม่ได้นี่หว่า เลยต้องมาดูว่าถ้าตรวจgroupเลือดตัวฝ่ายชายเองจะหักล้างได้มั้ย
เพราะตรวจเลือดตัวเองมันไม่ต้องบังคับใคร ส่วนเลือดผู้หญิงกะเด็กมีบันทึกไว้อยู่แล้ว
ข้อผิดพลาดก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่คิดว่าเรื่องนี้ถ้าออกมาฝ่ายชายเป็นAA ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมตรวจdna ฝ่ายหญิงก็แพ้คดีหมิ่นประมาทไป
และศาลก็คงสรุปว่าไม่ใช่ลูก DNA เป็นพยานชั้นดีกว่า แต่ดันไม่ยอมตรวจไม่ทราบว่ากลัวอะไร
หมอมะด๋วยครีมวลมหาประชาชน wrote:
จ่ามั่วและ
โอกาสที่ลูกจะเป็นเลือดกรุ๊ปโอ มันในกรณีที่ เป็น Ai+Bi
ซึ่ง ถ้าคิดซะว่า ใน 3 หมู่เลือดมีการกระจายเท่ากัน เป็น P(A)=1/3 P(B)=1/3 P(i)=1/3
ถ้าพ่อเป็น A แม่เป็น B
จะมี 4 กรณีคือ
1) พ่อ AA แม่ BB
2) พ่อ Ai แม่ BB
3) พ่อ AA แม่ Bi
4) พ่อ Ai แม่ Bi
จากกรณี 1-3 ข้างต้น จะได้ลูกเลือดกรุ๊ป O นั้นจะมาจากกรณีที่ 4 เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบจากความน่าจะเป็นคร่าวๆแล้ว จะตกที่ 1/16 = 6.25% ซึ่งน้อยมากๆ
หรือถ้าคิดให้ละเอียดหน่อย โอกาสรีคอมได้ AA หรือ BB จะต่ำกว่า Ai(เพราะ มาจาก Ai กับ iA ที่ให้ผลเหมือนกัน) หรือ Bi อยู่เท่านึง เลยต้องแบ่งส่วนเป็น กรณี1 1 ส่วน 2 2ส่วน 3 2 ส่วน 4 4 ส่วน รวม 1/4*4/9 = 1/9 ซึ่งก็ถือว่าน้อยโคตรอยู่ดี
ปล.ทั้งหมดนี่คิดจากกรณีที่สมมติว่าในประชากรมีอัลลีลแต่ละแบบกระจายเท่ากัน
แอดมินคับ สมกับเป็นยามเฝ้าโรงบาลจริงๆเลย รู้เรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมกรุ๊ปเลือดละเอียดดี
จ่าเข้าบ่อยจะนะ บอร์ดปาล์มเนี่ย …
ใครบอกว่าศาลสั่งตรวจไม่ได้มิทราบคร้าบ
ศาลสั่งได้ นะถ้า ฝ่ายชายหาหลักฐานมาแล้วชี้ชัดว่า
ฝ่ายหญิง + – 1 ปี มันไม่มีเราคนเดียว อันนี้ ต้องตรวจ
ไม่งั้นหมายถึงแพ้คดีไป หรือ มีทำการกระทำโดยจงใจโดย
ทำการหลอกลวง เพื่อใช้ประโยชน์จากการคลุมเครือ ของคดี
ทนายโจทย์สามารถ ยืนร้องให้ศาลสั่งตรวจ เพื่อ ช่วยใช้ในสำนวนได้
(อันนี้จะแล้วแต่ การพิจารณาของศาล )
แล้วเรื่อง กรุ้ปเลือดในการยืนยันบุตรนั้น ไม่มีชาติใหนเขาจะใช้ในการยืนยันบุตร
ในเคสแบบนี้ มันใช้แต่ DNA อย่างเดียว
มะด๋วย ไม่ตอบแล้วนะ อื่นๆ หาในเน็ตต่อเอาเองนะ
Noname wrote:
จริงๆ ตอนนี้ก็ทำตัวเป็นลูกนกกระจิบรอเสพดราม่าจากเวบจ่าอยู่นะ เพราะขี้เกียจหาอ่านเองน่ะ น้านนานถึงจะเจออะไรมันส์ๆ นอกจากที่จ่านำเสนอซะที
แต่เกลียดเรื่องความน่าจะเป็นจริงๆ ถึงมันจะทำให้เรารู้ว่าเป็นพ่อ-ลูกกันจริงรึไม่ก็ตามที
sopapan wrote:
เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปพร้อมกันนะเค่อะ
เพราะลูกออกมาเปน o แล้ว แปลว่าแอนนี่กรุ๊ป Bi แน่นอน
ดังนั้นก็ตัดกรณีที่ แม่เป็น BB ออกไปได้เลย
เอาล่ะ คราวนี้ก็เหลือ 2 กรณีแล้วนะ
คือ Ai Bi กับ AA Bi
คือออกมาก็มีโอกาสเป็นเลือด o = 1/8 หรือ 12.5% เยอะขึ้นมาหน่อยเนอะ
)
(แต่ก็น้อยอยู่ดี
ความจริงคนพันดริฟไม่น่าเชื่ออะไรง่ายๆ
เพราะขนาดคนพิมพ์ยังไม่เชื่อ………..กรู ม.3 เองนะค่ะพี่น้อง !!!!!!!!!!
สังคมตะพาบสมควรส่งคนไปเรียนหลักสูตรภาคบังคับใหม่ เชี่ยจริงๆ
แล้วช่วยอ่านก่อนดีๆหน่อยนะ ค่อยตอบ มะด๋วยไม่ได้บอกว่า กรุ้ปเลือด มันใช้ไม่ได้ในศาลทั้งหมด
มะด๋วยบอกว่า ไม่มีใครใช้ กรุ้ปเลือดยืนยันบุตร
เขาอาจจะใช้กรุ้ปเลือด ไว้แย้ง ศาล ในกรณี ที่2 ใน 305
เพื่อทนายโจทย์ นำร้องได้ เพื่อให้ศาลพิจารณเรื่องที่ร้อง แค่นั้นเอง
แนะนำให้ไปหากฎหมายอ่านเอา ว่ามันบังคับตรวจไม่ได้
ดูวิแพ่งมาตรา 128/1 และวิอาญามาตรา 244/1
ถ้าใช้dnaไม่ได้ ก็ใช้blood type ได้ระดับนึง
เขาไม่ได้ใช้พิสูจน์ว่าใช่ แต่ใช้หักล้างว่าอาจจะไม่ใช่
@ หมอมะด๋วยครีมวลมหาประชาชน:
ไปหหมอมะด๋วยครีมวลมหาประชาชน wrote:
ม.3 เรียนเรื่อง AA BB ไรนี่แล้วหรอ
ผม ม.4 ยังเรียนระบบนิเวศเด็กน้อยอยู่เลย
ต่อไปนี้จะหาข่าวอ่านได้ที่ไหนเนี่ย
ทีวีก็มั่ว
หนังสือพิมพ์ก็มั่ว
เน็ตนี่ยิ่งแล้วใหญ่
้เห้อออออ
Netto wrote:
เว็บดราม่านี่ไงจ้ะ แอดมินไม่ซึนในการนำเสนอข่าว
แต่ซึนว่าตัวเองไม่นวดปู๋บ่อย
Fireflies wrote:
ม.3 หลักสูตร 40 ก็เรียนแล้วงับ เทอมแรกเลย
(บางที่ตอน ม.2 จะมีบางโรงเรียน(เอกชน) จะมีหลักสูตรที่โรงเรียนร่างพิเศษเช่น วิทย์เพิ่มเติม ก็มีเรียนบ้าง ชอฟๆ เผื่อไปเรียนตอน ม.3)
แต่ ม.3 ไม่เจาะลึกค่ะ เอาแค่ความน่าจะเป็นของพวกกรุ๊ปเลือด ,ลักษณะกับโรคทางพันธุกรรม
NoNoNo wrote:
ผม ร.ร. รัฐบาลครับ = =
อ. ฟิสิกส์ผมเคยบอกไว้ว่า “รัฐออกหลักสูตรไม่ครบ แต่ดันออกข้อสอบเหนือหลักสูตรที่สอน”
อยากกดเลียซักหมื่นครั้ง
Fireflies wrote:
รู้สึกอยากกระทืบไลด์แรงๆ ข้อสอบโดยเฉพาะภาษาไทยนี่เหี้ยมาก
ใช้พิสูจน์ปฏิเสุประกอบ เพราะไทยบังคับตรวจdnaไม่ได้ ตามกฎหมายที่ให้ไปเมื่อกี้ ลองไปอ่านดู
ที่บอกไปคือเขาใช้blood type ในการหักล้าง ไม่ใช่ใช้ยืนยัน และที่ตอบไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้บอกว่าเอามาใช้ยืนยัน100% แต่เมื่อตรวจdna หาdna ไม่ได้ ใช้blood type หักล้างได้ และมีน้ำหนักพอควร
รู้ว่าจะsure ต้องdna แต่หากหาdnaไม่ได้ ต้องใช้พยานอื่นเอา
อเมริกาศาลออกหมายบังคับตรวจได้ แต่ไทยทำไม่ได้ พอตรวจไม่ได้ ต้องหาพยานอื่นมาประกอบ แม้น้ำหนักไม่เท่าdna แต่ใช้ได้พอควร
เมิืงนอกเขาก็ใช้blood type อ
คห.ล่าสุด พวกนายทำให้เรารู้สึกแก่กระจาย
แต่ความรู้เรื่องนี้ของเราละลายไปตั้งแต่ขึ้นม.5และ (ก้ตูสายศิลป์นิหว่า)
ข้างบนตอบ 305ใช้มือถือตอบเลยพิมพ์ไม่ถนัด
@ NoNoNo:
ภาษาำไทยไม่้เครียดครับ เวลาทำข้อสอบภาษาไทยไม่เคยคิด เพราะสมองไม่ไปจริงๆ
เข้ามาอ่านต่อ
sopapan wrote:
เราว่านายคิดไรผิดป่าววะ ดูยังไงโอกาศเกิด O ก็ 1/4 หว่า เพราะกรุ๊ปเลือดที่เป็นไปได้คือ AB Ai iB ii มีแค่ 4 กรณีนะ มันจะเป็น 1/9 ได้ยังไงวะ ตกคณิตป่าว
^
^
^
โทดที คิดใหม่หล่ะ นายถูก เพราะเราลืมคิดกรณีอื่นหว่า ดันคิดแค่กรณี โทดๆ
NoNoNo wrote:
เห็นด้วยกั้บความห่วยระบบการศึกษา
จะบอกว่าม.ปลายรุ่นเราไม่ได้เรียนเรื่องkingdom animal แต่มีสอบเอนท์อะ
เชี่ยยย ดีนะกุสอบตรงติดแล้ว ไม่ต้องมาง้อโอเน็ต
ขอบอกคืนว่าลองไปอ่านที่postก่อนนี้ดูดีๆ บอกตรงไหนว่าใช้แทนdnaได้ บอกแต่ว่ากรณีไม่มีdna (เพราะกฎหมายไทยบังคับตรวจไม่ได้เฟ้ย ย้ำอีกที) ก็อาจเอากรุ๊ปเลือดใช้หักล้างได้ คือไม่ได้ใช้สืบในทางยืนยัน แต่ใช้สืบในทางปฏิเสธ เช่นสืบว่ากรุ๊ปเลือดนี้โอกาสเป็นพ่อแทบไม่มี สืบว่ากรุ๊ปเลือดผู้ต้องสงสัยไม่ตรงกับคนร้าย ใช่สืบยืนยันไม่ได้ แต่สืบปฏิเสธได้ ที่โพสตอนแรกก็โพสแบบนั้น ใครอ่านไม่เข้าใจกันแน่ ตำรานิติวิทยาศาสตร์กับกฎหมายพยานเขาก็อธิบายเรื่องนี้ไว้ กรุ๊ปเลือดไม่ได้ไร้ประโยชน์แต่เป็นพยานที่มีน้ำหนักพอควร
เขาใช้กรุ๊ปเลือดยืนยันว่าใช่100%ไม่ได้ แต่มันอาจจะใช้พิสูจน์ว่าไม่ใช่ไม่ได้ ตรวจdnaดีที่สุด แต่ก็บอกไปแล้วว่ากรณีนี้มันบังคับตรวจไม่ได้ ไม่มีชาติไหนเอากรุ๊ปเลือดมายืนยันว่าเป็นลูกได้ แต่เอามาสืบปฏืเสธได้ว่ากรุ๊ปเลือดแบบนี้ ไม่ควรมีลูกออกมากรุ๊ปเลือดนี้
แล้วก็แนะนำให้ไปอ่านกฎหมายมาใหม่ ศาลบอกให้ตรวจได้ก็จริง (กฎหมายไม่ได้จำกัดเฉพาะตรวจdna) แต่บังคับตรวจไม่ได้ ถ้าคนจะถูกตรวจไม่ยอมซะอย่าง ศาลก็ไม่มีอำนาจบังคับ อย่ามั่วกฎหมาย
แนะนำให้ไปหาตำราอ่านเพิ่มเอานะ
หมอมะด๋วยครีมวลมหาประชาชน wrote:
ก้อนหินละเมอ wrote:
คุณนะเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเขาก็อธิบายถูกแล้วนี่ คุณรู้เหรอว่าฟิล์มกับแอนนี่มีเลือดAและBแบบไหน ถ้ารู้โอกาสถึงจะเป็น1/4
http://www.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000076563
update ข่าว
สรุปมันเป็นคำถามลวงเหมือนที่ออกใน O-net สินะ
ต้องตีความโจทย์ให้ดีนะเธอว์
เรื่องนี้คนที่เสียหายไม่น่าจะใช่แอนนี่วะ แต่เป็นพวกมรึงทั้งหลายที่ไปขอโทษเนี่ยแหละ
พวกมรึงฟันธงโชะ ฟิล์มพ้นผิด
แต่ไอ้ห่าราก มรึงลืม O Bombay ไปหรือเปล่า
โอะ ว่าแต่ รพ. ไหนในไทยมันแยก กรุ๊ปเลือด Hetero ออกจาก Homo ได้
ถ้าทำได้ กรูอยากรู้มากๆ ว่าทำยังไง
เป็นดราม่าที่แสดงให้เห็นรอยหยักในสมองของพวก “โลกสวย” ได้ดีจริง ๆ
“เรียนสูง ไม่ได้แปลว่าฉลาด” กรูเชื่อแล้วววววว
O bombay โอกาสมันแค่4ในแสนอะไรงี้ไม่ใช่หรือ ถ้าฟังว่าเป็นAAจริง ข้าพเจ้าว่าฝ่ายหญิงคงจะแพ้ยับแล้วล่ะ เพราะถึงยังมีโอกาสเป็นO Bombay อยู่ แต่dnaก็ไม่ยอมตรวจเองนี่หว่า โอกาสพลาดแค่4ในแสน น่าจะรับฟังได้พอแล้วล่ะ
ส่วนแยกhetero กะ homo เห็นหลายคนเขาพุดว่าตรวจได้นะ อย่างที่บำรุงราษฎร์มีให้ตรวจ สรุปมันจริงเปล่าฟะ
sopapan wrote:
จะไปคิดอะไรกับแม่อีกล่ะครับ ในเมื่อ อัลลีลที่ได้มาจากแม่มันเป็น i หรือ กรุ๊ปเลือด o อยู่แล้ว
กรณีนี้จึงไม่ต้องดูแม่ครับ มันไม่เหมือนโจทก์ในห้องเรียนที่จะคิดว่า ลูกมีอัตราส่วนออกมาเป็นเท่าไหร่
แต่จะคิดว่ามีโอกาศที่จะเป็นลูกของชายกรุ๊ปเลือด a เท่าไหร่ เมื่อดูจากกรุ๊ปเลือด
ซึ่งพ่อ ถือว่าพ่อมีโอกาศที่จะเป็น Ai 1/2 (ไม่มีข้อมูลกรุ๊ปเลือดประชากร)
และถ้าพ่อเป็น Ai โอกาศที่จะได้เลือดกรุ๊ป o = 1/4
เพราะฉะนั้นโอกาศได้มาเป็นลูกมัน = 1/8 ครับ
ปล. o bombay นี่ผมรู้จักจากการ์ตูนเรื่อง เจปัง นี่แหละ 555
หนังสือการ์ตูนมันพูดถึงก่อนเรียน
แต่ขอถามผู้รู้หน่อยครับ คือถ้าพ่อแม่เป็น Ai กับ Bi มีโอกาศที่ลูกจะเป็น o bombay มั้ย
ถ้ามี อัลลีลตัว i ของทั้งพ่อและแม่ต้องเป็น o bombay มั้ย
(อยากรู้ว่า o ธรรมดา กับ o bombay อันไหนเด่นกว่ากัน)
อิพวกที่ด่าเขายิกๆคงไม่เคยเรียนชีวะขั้นพื้นฐาน อนาจการศึกษาไทย = =
O bombey อารายไม่รุจัก
สนใจแต่ โอ้ว บอมบาเย่ร์
มองแง่นึงคือทำเขาท้องแล้วไม่รับผิดชอบให้ลูกไม่มีพ่อและเขาท้องไม่มีลูก
มองแง่นึงคือไม่ตรวจดีเอ็นเอซะทีหละจะได้ไปฟ้องชั้นศาลหรือจะตั้งใจทำให้เขาเสื่อมเสีย
sopapan wrote:
อันนี้มันเป็นกรณีที่เราไม่รู้ว่าตัวผู้กะตัวเมียมันมีกรุ๊ปอะไรไม่ใช่เหรอ แล้วก็คำนวณโอกาสที่ได้มันก็คือโอกาสที่เด็กเป็น o โดยที่เรามีข้อมูลแค่ตัวผู้เป็น A เมียเป็น B แล้วลูกก็ O แค่นั้นมันถึงได้น้อยกว่าปกติเพราะเราเพิ่มความน่าจะเป็นในการที่จะเลือกว่าจะเป็น AA หรือ Ai เข้าไปด้วยทำให้ค่ายิ่งน้อยลงอ๊ะป่าว … แต่ไอ้ที่ได้ 1/4 น่ะคือรู้แล้วว่าตัวผู้กะตัวเมียมันกรุ๊ปอะไรที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็น AA, Ai หรืออะไรก็แล้วแต่เลยไม่ต้องเอาความน่าจะเป็นในการเลือก AA หรือ Ai มาคิด
มันคนละโจทย์กันนี่หน่า
เรื่องกรุ๊ปเลือดเราเรียนตอนมอสี่แฮะ
เพราะข่าวคือกำไร จงอย่าแปลกใจที่จะมีการมั่วข่าว
งง มีแต่เขาจะเซ็นเซอร์หน้าเด็ก แล้วประจานหน้าผู้ใหญ่ แต่ไงประเทศไทยโชว์หน้าเด็กเต็ม ๆ ซะงั้น
สรุปแล้วว่าไงอะ
ก้อนหินละเมอ wrote:
เห็นด้วยกะคุณนะ เพราะว่าที่เค้าอธิบายว่ามัน 1/16 น่ะ
มันคือ โอกาสเกิดเลือดกรุ๊ป o ของประชากร
หากเป็นแค่แอนนี่กะฟิล์มก้อคิดแค่ เฉพาะกรณีนี้ แอนนี่ Bi และฟิล์ม AA รึว่า Ai
ซึ่งพอใช้แบบ AA จับคู่ Bi โอกาสเกิดจะเป็นศูนย์ทันที
แต่ถ้าจับ Bi กับ Ai มันก้อจะมีโอกาส 1/4 แค่นั้นจ้ะ
ไม่มีส่วนได้เสียกับประชากรในระบบขนาดนั้น
โดยภาพรวมมันก้อมองได้ว่าถ้าฟิล์มพิสูจน์ว่า ฟิล์มเป็น AA รึ Ai
ถ้า AA ก้อลอยตัว
แต่ถ้า Ai ก้อรอพิสูจน์ต่อเนื่องทาง DNA
ซึ่งหากมีโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ก้อลองได้นะตัวเทอว์
จากกรณีนี้ไม่แถ ขอยืนยันจากนักไบโอว่าจ่าถูก
และคุณอีกคนไม่ผิด แต่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นการบอกหมู่เลือดประชากรนะจ๊ะจร๊วบบบบบบ
Fumine wrote:
ตรวจหมู่แยกแบบ hetero กะ homo นี้เคยเรียนมาคร่าวๆ
ว่าพวกนี้เค้ามีสารเคมีเฉพาะที่ไว้ตรวจหมู่แอนติเจน (สารเฉพาะที่เกาะบนเม็ดเพื่อบอกหมู่เลือด)
แบบใช้ immunofluoresence (เอาข้อดีของแอนติบอดี้ที่สามารถจับกับแอนติเจนมาใช้ต่อกับสารให้สี)
มันแบบใช้คล้ายๆ เครื่องตรวจว่าท้องไม่ท้องอ้ะ
ถ้าขึ้นสองแถบก้อหมู่… ถ้าไม่ขึ้นก้อไม่ใช่ แบบนั้นล่ะจ้ะ
เพื่อนมีพี่น้อง 4 คน ไอ้ตัวเพื่อนมันลูกคนสุดท้องเลือดกรุ๊ปAB
ส่วนพี่สาวพี่ชายมันอีกสามคน เลือดคนละกรุ๊ปหมดเลย A,B,O
ยังเคยพูดกะมันเลยพ่อแม่เมิงเก่งเนอะ ลูกสี่คนไม่มีกรุ๊ปเลือดซ้ำกันเลย
ถ้าเมิงเข้าโรงบาลต้องการเลือดนี่พี่น้องเมิงไม่มีใครให้เมิงได้เลยนะ
จากที่คุณแจกแจงออกมาดูยังไงมันก็ 1ส่วน4 หรือ 25% ไม่ใช่หรอ งงอะครับ@ sopapan:
พิสูจด้วยเลือด ยังกะหนังจีนกำลังภายใน
หมอมะด๋วยครีมวลมหาประชาชน wrote:
ทำไมชอบมั่วจัง พอคนเขาแย้งได้ก็หนี อายรึไง
@ HocusPocus:
AB รับเลือดได้ทุกกรุ๊ปครับ ไม่มี Antibody มีแต่Antigen คือ ให้เลือดได้แต่เฉพาะคนที่กรุ๊ปAB แต่รับเลือดได้ทุกกรุ๊ป
ต้องเป็น O ที่มีแต่ Antibody ไม่มี Antigen ถึงจะรับเลือดจากใครไม่ได้นอกจาก O ครับ แต่กลับกันสามารถให้เลือดได้กับทุกกรุ๊ป
ประชาชนเป็นเช่นไร สื่อมวลชนก็เป็นเช่นนั้น
ประชาชนเป็นเช่นไร นักการเมืองก็เป็นเช่นนั้น
เคยอ่านมานานแล้ว จำได้ประมาณว่า ประชาชนจะได้นักการเมืองที่มีคุณภาพคู่ควรกับตน
คือกูว่าถ้ารู้หมู่เลือดพ่อแม่ฟิล์มกูว่าก็พอไล่ๆเพดดีกรีเอาได้นะว่าฟิล์มมันจะIAIA หรือIAi
ขุดจากความรู้ง่าวๆของผมสมัยเรียนมหาลัย นะครับ
พ่อเลือดกร๊ปA แม่เลือดกร๊ปB โอกาสที่ลูกจะออกมาเลือดกรุ๊ปO คือ 1 ใน 4 ตามเนื้อหาดราม่าช่วงต้น
ทีนี้มันมีเงื่อนไขต่อว่า
พ่อมีโอกาสที่เลือดกร๊ป AA หรือ AO แปลว่าลดลงไปอีกครึ่ง ก็คือ 1 ใน 8
แม่มีโอกาสที่เลือดกร๊ป BB หรือ BO ลดลงไปอีกครึ่ง เหลือ 1 ใน 16
1 /16 = 6.25%
ขยายความแบบโอตาคุบ้าอนิเม โลกคู่ขนานที่ ฟิล์มมีข่าวฉาวกับแอนนี่ 10,000 รูืท
จะมีโลกที่ ลุกที่ออกมาเป็นลูกของฟิล์ม จริง 625 รูท
สรุปคือผมอยากจะบอกว่า ผมแหม่งๆกับท่าทางและวิธีการพูดของแอนนี่ มาตั้งแต่ตอนข่าวยังดังๆแล้วล่ะครับ
Masterasia wrote:
ใช่รู้สึกตั้งแต่ข่าวออกมาใหม่ๆแล้ว
ว่าแอนนี่ก็ไม่ชัวร์เหมือนกันว่าลูกฟิล์มป่าว
อ้างนู่นอ้างนี่ไปเรื่อย
มอเหมียวสีเทา wrote:
เถียงอะไรเรื่องความน่าจะเป็น มานี่เด่วคิดให้ดู
1. AA+BB => ได้ AB, AB, AB, AB
2. Ai + BB => ได้ AB, Bi, AB, Bi
3. AA + Bi => ได้ AB, Ai, AB, Bi
4. Ai + Bi = > ได้ AB, Ai, Bi, ii >> ii คือกรุ๊ป O
เรารู้ว่า พ่อกับแม่คือ A กับ B แต่ไม่รู้ว่า A กับ B นี้เป็น AA หรือ BB หรือ Bi หรือ Ai
เพราะงั้นความเป็นไปได้ทั้งหมดคือ 1/4
แล้วความเป็นไปได้ของ 1/4 นั้น โอกาสที่ลูกจะออกมาเป็น O (ii) คือกรณีที่ 4 แล้วในกรณีที่ 4 ก็มีอีก 4 กรณี (1/4) คือ AB, Ai, Bi, ii
เพราะงั้น 1/4 * 1/4 = 1/16 = 0.0625 หรือ 6.25%
ถ้ายังงงก็ดูตามนี้
ในกรณีที่ 1 ไม่มี O เลย = 1/4 * 0
ในกรณีที่ 2 เป็น O เลย = 1/4 * 0
ในกรณีที่ 3 เป็น O เลย = 1/4 * 0
ในกรณีที่ 4 เป็น O แค่ 1 ใน 4 (1/4) = 1/4 * 1/4 = 1/16
จับบวกกันแล้วคูณ 100 จะได้ = 6.25%
* 1/4 คือโอกาสของสมการ A+B ที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่โอกาสที่จะได้กรุ๊ปเลือด
สรุป ถ้าคำนวนตามด้านบน จะได้ความน่าจะเป็นของกรุีปเลือดที่เกิดดังนี้
โอกาสได้ลูกกรุ๊ป AA คือ 0%
โอกาสได้ลูกกรุ๊ป BB คือ 0%
โอกาสได้ลูกกรุ๊ป O คือ 6.25%
โอกาสได้ลูกกรุ๊ป Ai คือ 18.75%
โอกาสได้ลูกกรุ๊ป Bi คือ 18.75%
โอกาสได้ลูกกรุ๊ป AB คือ 56.25%
ลูกเป็น O เรื่องที่แอนนี่จะเป็น BB ก็ลืมได้เลยครับ แอนนี่เป็น Bi แน่นอน
ยกเว้นกรณีเลือด O bombay ซึ่งมีโอกาส 4 ในแสน แล้ว ถึง ฟิล์มเป็น AA ก็ยังมีสิทธิ์อยู่ดี
แล้วไม่ว่าจะมีโอกาสเท่าไร ถ้ามันไม่ใช่ 0 แสดงว่ามันยังมีโอกาสอยู่ดี ถึงบางกรณีจะน้อยกว่าถูกหวยเหอะ
สิ่งที่จะบอกได้อย่างแน่นอน คือข้อพิสูจน์ที่เป็นหลักฐานได้ ไม่ใช่ลมปาก หรือความเชื่อของใครทั้งนั้น
เห็นหลายๆ คนยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง O bombay ขออธิบายสั้นๆ ว่า ใน DNA เนี่ยมีตัวกำหนดให้สร้างแอนติเจนอยู่ แต่เกิดความบกพร่องที่ H enzyme ซึ่งก็คือจะทำให้ ไม่แสดงผลของเอนติเจนออกมา คือถึงมี A มี B แต่ก็แสดงให้เห็นว่าไม่มี (ก็คือ O) แต่ถ้ามีลูกก็สามารถถ่ายทอดพันธุกรรม A B ที่ตัวเองมีให้รุ่นลูกได้ อยากทราบเพิ่มลองหาในกูเกิล น่าจะมีบอกละเอียดกว่าที่ผมเอามาบอก
อีกอย่าง ไม่ทราบว่าที่แสดงผลว่า O เนี่ยตรวจตอนอายุเท่าไร และตรวจที่เลือดรึป่าว
ที่ถามนี่เพราะมีกรณีที่ตรวจจากน้ำลาย (แสดงผลเลือด ABO ได้เหมือนกันนะ แต่ก็มีบางคนที่ไม่แสดง) เพราะเด็กจะไม่เจ็บตัว
และถ้าเด็กอายุยังน้อยอยู่ ร่างกายจะยังไม่สร้างแอนติเจน ส่งผลให้ตอนตรวจออกมาเป็น O เหมือนกัน (แต่โตขึ้นอีกหน่อยก็เจอ A B) ได้เหมือนกัน
บอกตามตรงว่าผมลืมบทเรียนนี้ไปแล้ว
พออ่านที่จ่าเขียนไว้ตอนแรกๆกับ Link Web ข้อมูลและวิธีคำนวณแล้วก็คิดว่าเข้าใจละ
แต่ที่จ่าบอก A+B มีโอกาสได้กรุ๊ป O ได้ 1/4 ผมเข้าใจว่าตรงนี้จ่ากำลังเกริ่นนำให้เห็นภาพใหญ่ๆก่อน
ถ้าลงลึกเป็นตัวแปรกรุ๊ปเลือดที่มีตัวแปรอื่นเกาะอยู่ คือ AA (กรุ๊ปAแท้)หรือ AO (มีกรุ๊ปAอ่อน) ตั้งแต่แรก
คนอ่านจะไม่รู้เรื่อง แต่ต่อมาจ่าค่อยลงลึกการคำนวณยิบย่อยเป็น AA+BO กับ AO + BO บลาๆ ได้เป็น 1/16
แม้จ่าจะไม่ไ้ด้บอกโอกาสเกิดขึ้นตรงนี้ ก็พอเข้าใจจากที่ตามอ่าน Link Web
กล่าวคือ จ่าสื่อเป็นสเต็ป เกริ่นนำให้เห็นภาพรวมใหญ่ๆแบบง่ายๆก่อน แล้วค่อยไปยากๆ
แต่พอมาอ่านเม้ม…เริ่มมึน
เอาเป็นว่าผมเข้าใจแบบที่ @ วิศวกรรมตามทัน: คำนวณให้ดูอะนะ
ใครว่าไม่ถูกอีก รบกวนช่วยคำนวณให้ดูหน่อยครับ
…
@ มีลูกแล้วเหมือนกัน:
เซนเซอร์ทำไมหล่ะ เด็กไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่หรอตัวเอง~
ตามน้ำกันเข้าไป – . -
(แก้ไข อันที่แล้วเผลอกด Tab>Enter)
บอกตามตรงว่าผมลืมบทเรียนนี้ไปแล้ว
พออ่านที่จ่าเขียนไว้ตอนแรกๆกับ Link Web ข้อมูลและวิธีคำนวณแล้วก็คิดว่าเข้าใจละ
ส่วนประเด็นดราม่าซ้อน จริงๆแล้วเป็นสเต็ปการนำเสนอครับ ไม่ผิดอะไร คือ
ถ้าจู่ๆลงลึกถึง “เนื้อหา” A+BO กับ AO + BO บลาๆ ได้เป็น 1/16 เลย โดยไม่มี “บทนำ”
คนอ่านจะไม่รู้เรื่องครับ ซึ่งในที่นี้
“บทนำ” = “ต่อให้กรุ๊ปเลือดของพ่อและแม่ A B ก็ยังมีโอกาสที่ลูกจะเป็น O ถึง 1/4″
ก็ถูกแล้วนี่ครับ
แต่ในส่วนของเนื้อหา การคำนวณเชิงลึกถูกนำมาใช้ แต่กำหนดโจทย์ไว้ว่า
“กรณีที่พ่อเป็น AO หรือ AA จะมีโอกาสที่จะได้กรุ๊ปเลือดของลูกดังต่อไปนี้”
แล้วจ่าก็คำนวณให้ดู ซึ่งได้คำตอบว่า “โอกาสที่จะได้กรุ๊ปเลือดของลูก A AB B O และ AB A”
ก็ตอบตามโจทย์นี่ครับ โจทย์ไม่ได้ถามว่า “คิดเป็นโอกาส/โอกาสทั้งหมดเป็นเท่าไหร?” สักหน่อย
แต่ถ้าจะเอางั้นก็จะได้คำตอบแบบที่คุณๆคิดกันไม่ใช่รึ
คือ 1/16
กล่าวคือ แค่จ่าไม่ได้บอกครับ จ่ากำหนดโจทย์เอง แล้วตอบเอง ก็แค่นั้น แล้วก็ตอบถูกแล้วไม่ใช่รึ?
ทั้งหมดนี้ผมมองว่า จ่าแค่นำเสนอตามสเต็ป
โดยเกริ่นนำให้เห็นภาพรวมแบบง่ายๆก่อน แล้วค่อยไปยากๆ
ซึ่งโดยหลักการนำเสนอแบบมีขั้นตอนแบบนี้ ไม่ถือว่าผิด ครับ
แต่พอมาอ่านเม้ม…เริ่มมึน
เอาเป็นว่าผมเข้าใจแบบที่ @ วิศวกรรมตามทัน: คำนวณให้ดูอะนะ
(ยกเว้นข้อ 3. AA + Bi => ได้ AB, Ai, AB, Ai ไม่ใช่รึ? หรือผมคิดผิดหว่า? แบบว่า ยังไม่เก่ง)
…
เด็กสมัยนี้เรียนเรื่อง กรุ๊ปเลือด กันไวเนอะ
มิหน้าหละ ถึงได้มีการทดลองว่า”แล้วลูกของเราจะมีเลือดกรุ๊ปอะไร??” กันตั้งแต่บัตรประชาชนยังไม่ทำ
Thailand Ole
พวกคุณมรึงจะมาเถียงเรื่องกรุ๊ปเลือดกันให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ…
จะกรุ๊ปเลือดอะไร ตรวจเสร็จก็รู้เองล่ะว่ามันเป็นลูกใคร !
แต่จากใจเลยนะ… ทำไมฟิลมไม่ใช้ถุงวะ?
เอ่อ อีพวกนี้มันจบมัธยมมาได้ยังไงวะ กุล่ะเพลีย
กูตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ให้ “หนึ่งควยหนึ่งจิ๋ม สะท้านโลกันต์ – ภาค เสือกสาดเสพสื่อสมองสวะ”
โอ้ยจะไปเครียดทำไมฮะ
ปล่อยๆไปเถอะ ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่เรา
แต่ก็อนาด ข่าวสมัยนี้
ปล. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอะพี่น้อง
ปล2. ประเทศไทย มีหมู่Oเยอะสุด ก็แสดงว่า
AO>AA ถูกไหม มันน่าจะหายากพอๆกับABเลยนะคนหมู่AAอะ
ช่างเหอะใครจะพ่อใครแม่ใคร ผมไม่เกี่ยวด้วยซะน้อย
วิศวกรรมตามทัน wrote:
เค้าพูดถึงกรณี ฟิล์มคนเดียว แอนนี่คนเดียว มันจะยากไปไหมที่จะอ่านให้เข้าใจ
ที่เมิงอวดว่าคิดเลขเก่งเรื่องความน่าจะเป็นมันก็ถูกของมึง เอา กระดอไปดูด 5 อัน
แต่เมิงอ่านนน ให้ชัดๆอีกที่นะ ว่า เค้าพูดถึงกรณี ผัวเดียว เมียเดียว ครอบครัวเดียว
ที่เมิงอธิบายมันหมายถึงทั้ง Population ตั้งหากเว้ยยยยยยยยย
1 ส่วน 4
เรียนมาตั้งชีวะมอ 1 เลยนะเว้ยเฮ้ย ยยยยย พ่อวิศวกรหญ่ายยยยยยย!!!!
เดี๋ยวนะ เรื่องอัตราส่วนน่ะ
1/16 นั่นมันกรณีที่ เราไม่รู้ว่า”แอนนี่ไช่แม่เด็กหรือไม่” ไม่ไช่เหรอ
เอ๊ะ หรือยังไง ไมตูงง
wolf wrote:
O bombay มันโอกาส 4 ในล้านครับ ไม่ใช่แสน
เพราะงั้น ไอ้โอกาส 4 ในล้าน หรือ 0.0004% เนี่ย แทบจะไม่มีผลในการคิดความน่าจะเป็นเลย โอกาสเท่าๆกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่งนั่นหละ
ช
วัตสัน wrote:
โอลิมปิคชีวะปี 45 wrote:
มันจะ 1/4 ได้ไงวะ เมิงรู้หรือไงว่าไอฟิลม์มัน Ai แล้ว แอนนี่มัน Bi ด้วย? ในเมื่อข่าวมันก็ยังไม่มี?
ดังนั้นถ้ายึดตามบัตรประชาชน พ่อ A แม่ B แล้วโอกาสเกิดกรุ๊ป O = 6.25% น่ะถูกแล้ว
โอลิมปิคชีวะ แต่ตกเลขป่าววะ
@ โอลิมปิคชีวะปี 45:
เขาไม่ได้อวดภูมิ พอดีมันมีดราม่าซ้อนดราม่าน่ะ
เข้าใจหน่อย
ฝ่ายหญิงต้องเป็นBOดิ ไม่งั้นโอกาสที่ลูกจะเป็นOแทบจะเป็นศูนย์ กรณีตัวแปรจึงมีแค่ว่าฝ่ายชายจะเป็นAA หรือ AO
เว้นฝ่ายหญิงจะเก็บลูกคนอื่นมาเลี้ยงก็อีกเรื่อง
ใช้วิธีหยดเลือดแบบหนังจีนเปาบุ้นจิ้นแมร่งเลย เอาเข็มจิ้มหยดใส่ชาม ถ้าเลือดรวมตัวกันแสดงว่าพ่อลูกกันแน่
ab ab ai ai ab bi ai ii
ก็1/8
มันก็ต้อง 12.5% ดิ 55
ไม่ใช่ 1/16 เพราะแม่ต้องbi
กูมาดารม่า
ไปมาๆ ดราม่าใส่กันสะงั้น
เอ่อ เพื่อนเพิ่งมาบอกว่าโพสตูมันก่อดราม่า
จึงขอแถลงการณ์เพื่อหยุดดราม่า ดังนี้
1. คนที่บอกว่าโอกาสที่คิดออกมาจะเป็นอย่างอื่น
เป็นผลมาจาก
- คิดผิดเอง
- เข้าใจประเด็นผมผิด
ก็ขอชี้แจงแค่ประเด็นล่างละกัน มีหลายๆคนในนี้โควตโพสผมไปแต่พูดถึงเรื่องเดียวกัน ก็ขอไม่โควตใครต่อละชี้แจงทีเดียวนะ
— ที่บอกว่ากรณีนี้แอนนี่ ให้ลูกเป็น O เพราะงั้น แอนนี่ต้องเป็น Bi แน่ๆ
คือ ผมก็ไม่รู้แฮะ ว่ามันกลายเป็นฟิลม์กับแอนนี่ไปได้ยังไง อ่านโพสแรกก็งงเลยทีเดียว เพราะผมก็ไม่ได้ใช้คำว่าแอนนี่หรือฟิลม์เลยซะแอะ -*-
ที่ผมสื่อ คือ ที่จ่าบอกว่า พ่อเป็น A และแม่เป็น B โอกาสที่ลูกจะออกมามีหมู่เลือดอะไรเป็นได้ทั้ง 4 หมู่เท่าๆกัน มันผิด ผมก็เลยออกมาเขียนว่า ถ้าพ่อเป็น A แม่เป็น B โอกาสที่ลูกออกมาจะเป็นหมู่เลือด O นี่คือ กี่% แล้วถือว่าน้อยมากเหมือนที่นักข่าวเขียนบอกไหม
*** ขอย้ำอีกที โพสผมไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นเฉพาะอย่างฟิลม์หรือแอนนี่เลยซักนิด (คิดกันไปเอง -*-) ***
— คนที่บอกว่ามันจะเป็น 1/16 ไปได้ไง
อันนี้นี่ไม่รู้จะพูดยังไงดี ก็บอกว่าคิดคร่าวๆ ละได้ 1/16 ถ้าคิดลึกกว่านั้นหน่อยจะออกมาที่ 1/9 สรุป คือ ผมบอกว่า 1/9 ในกรณีที่อัลลีล A B i มีเท่าๆกัน แล้วมีการกระจายอย่างเสรี เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น
เคลียร์ไหมเนี่ย -*-
เอ่อ ส่วนคนที่ถามว่าผมตกคณิตเปล่า ถ้าผมตก รุ่นผมทั้งประเทศที่สอบเอนท์รุ่นเดียวกัน คงมีคนผ่านอยู่ 14 นะครับ -*- อย่าแช่งตัวเองจะดีกว่า (ซึ่งเลขก็ไม่ใช่วิชาถนัดของผมหรอก -*-)
ขอชื่นชมน้องเมนต์ 307 เก่งมาก ถึงจะไม่เข้าใจผมก็ตาม -*-
ปล.แต่น้องเอ้ย โอกาสรีคอมได้ AA Bi มันน้อยกว่า Ai Bi อยู่เท่านึงนะ
มันมาอีกแล้ววว
ไหนๆก็ไหนๆละ โพสเพิ่มเพื่อยังมีใครงง
ถ้าพ่อเป็น A เนี่ย ถามว่า พ่อมีโอกาสเป็น AA หรือ Ai อย่างไหนจะมากกว่ากัน
แน่นอนว่าพ่อก็ต้องมีโอกาสเป็นAi มากกว่า (ในกรณีที่ P(A) ไม่ได้มากกว่า 2 เท่าของ P(i) นะจ๊ะ ซึ่งผมก็ได้บอกไปแต่แรกแล้วว่าสมมติว่าถ้า ความถี่ของแอลลีล A B i 3 อันเท่ากันหมดเลย)
เพราะว่า Ai เนี่ย เป็นไปได้ทั้ง Ai และ iA ซึ่งให้ผลเหมือนกันที่เราเรียกว่า Ai อยู่ดี คือ Aจากปู่ i จากย่า หรือ i จากปู่ A จากย่าก็เท่ากัน ในขณะที่ AA จะต้องเป็น A จากปู่ รวมกับ A จากย่าเท่านั้น ส่งผลให้โอกาสเป็น AA เนี่ย น้อยกว่า Ai อยู่เท่าตัวนึงพอดีเลย (ถ้าP(A)=P(i))
ดังนั้น P(AA) = 1/2 * P(Ai) เช่นกัน P(BB) = 1/2 * P(Bi)
เมื่อมามองถึง 4 กรณีที่ได้ยกไป
P(พ่อAAแม่BB) จึง = 1/2 * 1/2 * P(พ่อ Ai แม่ Bi) = 1/2 * 1 (พ่อ AA แม่ Bi) = 1*1/2 * (พ่อ Ai แม่ BB)
สรุปมี 1/4, 1/2, 1/2, 1 ทั้งหมดนี่ * 4 เข้าไปจะได้คิดง่ายๆ เป็น 1 ส่วน 2 ส่วน 2 ส่วน แล้วก็ 4 ส่วน ซึ่งพ่อ Ai แม่ Bi เนี่ยก็มีโอกาสที่จะให้ลูกเป็น O ได้ ละในนี้ก็คิดเป็น 4 ส่วนจาก 9 ส่วนพอดี เลยต้องเอา 4/9(โอกาสที่พ่อเลือด A จะเป็น Ai และแม่เลือด B จะเป็น Bi) นี่ไปคูณกับ 1/4 (โอกาสที่พ่อ Ai แม่ Bi จะให้ลูกเป็น O) ออกมาตอบ 1/9
เหนื่อยอะ -*-
ผมขอลองบ้างนะ
สิ่งที่รู้
1. แม่มีเลือดบี
2. พ่อมีเลือดเอ
3. ลูกมีัเลือดโอ
ข้อเท็จจริง
แม่จะต้องมีเลือดเป็น Bi แน่นอน เพราะลูกเป็นโอ (กรณี BB ไม่สามารถสร้างลูกให้มีเลือด ได้ยกเว้นความผิดพลาดทางพันธุกรรม)
คำนวน
มีแค่สองกรณีให้คิด คือ พ่อเป็น AA หรือ Ai
พ่อเป็น AA = (AA x Bi)
มี 4 กรณีคือ AB Ai AB Ai (cross multiply)
พ่อเป็น Ai = (Ai x Bi)
มี 4 กรณีคือ AB Ai Bi ii
จากกรณีทั้งหมด มีเพียง 1 เท่านั้นที่เป็นโิอ
ANSWER = 1/8
ดังนั้น โอกาส คือ
กูไม่อยากยุ่งนะ เรื่องชาวบ้าน กูขอถามว่าถ้าเด็กน้อยเป็น O Bombay ล่ะจ๊ะ พวกเธอทั้งหลาย
โชว์ภูมิกันใหญ่
ต้นไม้ wrote:
รู้ทันนะตัวเธอว์ว์ว์
เลือดบอมเบย์ก็คือเลือดกรุ๊ปโอนั่นแหละ แค่ว่ามันมีแอนติเจนที่เรียกว่า hh (ปกติเลือดโิอจะเป็น h) เลือดบอมเบย์บริจาคให้ใครก็ได้ทั้ง แต่รับจากใครไม่ได้เลย เพราะเลือด A มี แอนติเจน A เลือด B มี แอนติเจน B เลือด O มี แอนติเจน h ถ้ารับไปเลือดก็จะจับกลายเป็นก้อนแล้วตายได้นะครับ
คิดให้ดีๆนะ สำหรับการกระจายของประชากรนั้น มันมีวิชาสถิติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งการกระจายนั้นมันคิดจากประชากรจำนวนมาก ถ้าถามว่ามีกลุ่มตัวอย่างจากการจับคู่พ่อกับแม่เป็นลูกให้ 10,000 คน ถ้าการกระจายเท่าๆกันในแต่ละกรณี กรณีพ่อ A แม่ B ออกมาเป็น 6.25%นั้นคงไม่เถียงเลย เพราะมัน6.25%จากประชากรที่เป็นลูก 10,000 คน ถ้าโจทย์ถามว่าจะมีกรณีพ่อAแม่Bแล้วมีลูกเป็นOจาก 10,000คนนี้ ออกมาเป็นกี่คนหรือคิดเป็นกี่%ก็ว่าไปอย่าง
*** แต่นี่เราสนใจคู่เดียว สุ่มตัวอย่างจากประชากรมาแค่คู่เดียว การจับคู่ครั้งเดียว ย้ำ ครั้งเดียว ดังนั้นมันไม่มีเรื่องของการกระจายของประชากรมาเกี่ยวข้องใดๆทั้งนั้น มันเป็นเรื่องของความน่าจะเป็นล้วนๆ ลองกลับไปคิดดูใหม่ โอกาสมันมากกว่านั้นเยอะ ย้ำความน่าจะเป็นล้วนๆ ลองไปไขว้กรณีดีๆ %เยอะ คิดให้ดูก็ได้
1.AA+BB ได้ ABแท้ทั้งหมด100% ถ้าพ่อAแท้ แม่Bแท้ ลูกAB 100%
2.AO+BB ได้ AB 50% กับ BO 50% ถ้าพ่อAไม่แท้ แม่Bแท้ ลูก AB 50% กับ B(ไม่แท้) 50%
3.AA+BO ได้ AB 50% AO 50% ถ้าพ่อAแท้ แม่Bเทียม ลูก AB 50% กับ A(ไม่แท้) 50%
4.AO+BO ได้ AB,AO,BO,OO อย่างละ 25% ถ้าพ่อ Aไม่แท้ แม่ B ไม่แท้ AB,A(ไม่แท้),B(ไม่แท้),O อย่างละ25% คือมีโอกาสออกทุกกลุ่มเลือด มีโอกาส 25%เท่ากัน
ดังนั้นถ้ายังไม่ชัวร์ว่าพ่อAแท้หรือเปล่า แม่Bแท้หรือเปล่า มันมีโอกาสเข้ากรณี 4 คือ พ่อก็Aไม่แท้ แมฺ่Bไม่แท้ มีโอกาสที่ลูกออกมาเป็น O ถึง25%เชียวนา 1/4 มันมากอยู่นะ ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดความเป็นไปได้ใดๆออก ถ้าผลตรวจยังออกมาไม่ชัวร์แน่นอน คิดให้ดี คิดให้ดี คิดให้ดีๆ อย่าตีโจทย์ผิด การกระจายแบบปกติในวิชาสถิติยังต้องใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาด30ตัวอย่างขึ้นไปเลย นี่สุ่มตัวอย่างมา 1คู่เอง [- -"]
โชว์ฟิล์มกันใหญ่
netto wrote:
ขอปรับหน่อยนะ
ความรู้ที่ 1 การตรวจเลือดระบบ ABO ในปัจจุบันใช้การหยดแอนติบอดีลงบนหยดเลือด หากมีการตกตะกอนที่แอนติบอดี เอ ก็คือ หมู่A, หากตกตะกอนที่แอนติบอดี บี ก็คือหมู่B, หากตกทั้งสองแอนติบอดี ก็คือ หมู่AB และ ไม่ตกตะกอนเลย ก็คือ หมู่O
ความรู้ที่ 2 หมู่เลือดระบบ ABO นั้น แท้จริงมัน มี/ไม่มี โปรตีนA และ/หรือB ตั้งอยู่บนโปรตีนชนิดหนึ่ง บนผิวเม็ดเลือดแดงอีกที (โปรตีนดังกล่าวเป็นลักษณะเด่นของแทนด้วยอัลลีล H และ้ h) ดังนั้นหากไม่มีโปรตีนดังกล่าวก็ไม่สามารถมีโปรตีนในระบบ ABO ได้
การตรวจเลือดของเด็กน้อย ว่าเป็นหมู่O ทำตามเทคนิคในข้อที่ 1 ดังนั้นมันจึงมีอีกกรณีหนึ่ง คือ เด็กน้อยเป็น O bombay กล่าวคือ เม็ดโลหิตแดงของเด็กน้อยไม่สร้างโปรตีนที่เป็นฐานต่อกับ โปรตีน A และ B เมื่อทำการตรวจตามเทคนิคที่1 ยังไงเสียผลตรวจก็ออกมาเป็นหมู่ O
อ้างอิงที่พวกเมิงโชว์กันมาว่า แอนนู่ เป็น BO และฟิ่ม เป็น AA (กูจำไม่ได้แล้วว่าใครกุเรื่องขึ้นมา ขี้เกียจไปหาโควต)
เมื่อพิจารณาการเป็น O bombay(ได้กรณีเดียวเท่านั้น) แอนนู่ BOHh ฟิ่ม AAHh
ไข่ และสเปิร์ม BH, Bh, OH, Oh AH , Ah
โอกาสของลูกที่เกิดมาจากการสองคนนี้ซั่มกัน ABHH, ABHh, AOHH, AOHh, ABHh, ABhh, AOHh, AOhh
จากแผนภาพเด็กน้อยอาจเป็นแบบที่ 6 หรือ 8 ก็ได้ครับ กล่าวคือ แม้มียีนระบบหมู่เลือด ABO แต่ก็ไม่สามารถแสดงออกได้ เนื่องจากโปรตีนของอีลลีล H ที่เป็นฐานนั้นไม่มีนั่นเอง
ดังนั้นพวกเธอว์ว์ รู้ไว้นาว่า พ่อ แม่เป็นโฮโมไซกัส เลือดหมู่ A หรือ B ด้วยกันที่เรียนมาว่าจะไม่เกิดหมู่Oนั้น มันมีโอกาสให้กำเนิดลูกหมู่Oขึ้นได้นะครับ
netto wrote:
ขอปรับหน่อยนะ (อีกที)
ความรู้ที่ 1 การตรวจเลือดระบบ ABO ในปัจจุบันใช้การหยดแอนติบอดีลงบนหยดเลือด หากมีการตกตะกอนที่แอนติบอดี เอ ก็คือ หมู่A, หากตกตะกอนที่แอนติบอดี บี ก็คือหมู่B, หากตกทั้งสองแอนติบอดี ก็คือ หมู่AB และ ไม่ตกตะกอนเลย ก็คือ หมู่O
ความรู้ที่ 2 หมู่เลือดระบบ ABO นั้น แท้จริงมัน มี/ไม่มี โปรตีนA และ/หรือB ตั้งอยู่บนโปรตีนชนิดหนึ่ง บนผิวเม็ดเลือดแดงอีกที (โปรตีนดังกล่าวเป็นลักษณะเด่นของแทนด้วยอัลลีล H และ้ h) ดังนั้นหากไม่มีโปรตีนดังกล่าวก็ไม่สามารถมีโปรตีนในระบบ ABO ได้
การตรวจเลือดของเด็กน้อย ว่าเป็นหมู่O ทำตามเทคนิคในข้อที่ 1 ดังนั้นมันจึงมีอีกกรณีหนึ่ง คือ เด็กน้อยเป็น O bombay กล่าวคือ เม็ดโลหิตแดงของเด็กน้อยไม่สร้างโปรตีนที่เป็นฐานต่อกับ โปรตีน A และ B เมื่อทำการตรวจตามเทคนิคที่1 ยังไงเสียผลตรวจก็ออกมาเป็นหมู่ O
อ้างอิงที่พวกเมิงโชว์กันมาว่า แอนนู่ เป็น BO และฟิ่ม เป็น AA (กูจำไม่ได้แล้วว่าใครกุเรื่องขึ้นมา ขี้เกียจไปหาโควต)
เมื่อพิจารณาการเป็น O bombay(ได้กรณีเดียวเท่านั้น) แอนนู่ BOHh ฟิ่ม AAHh
ไข่ และสเปิร์ม BH, Bh, OH, Oh AH , Ah
โอกาสของลูกที่เกิดมาจากการสองคนนี้ซั่มกัน ABHH, ABHh, AOHH, AOHh, ABHh, ABhh, AOHh, AOhh
จากแผนภาพเด็กน้อยอาจเป็นแบบที่ 6 หรือ 8 ก็ได้ครับ กล่าวคือ แม้มียีนระบบหมู่เลือด ABO แต่ก็ไม่สามารถแสดงออกได้ เนื่องจากโปรตีนของอีลลีล H ที่เป็นฐานนั้นไม่มีนั่นเอง
ดังนั้นพวกเธอว์ว์ รู้ไว้นาว่า พ่อ แม่เป็นโฮโมไซกัส เลือดหมู่ A หรือ B ด้วยกันที่เรียนมาว่าจะไม่เกิดหมู่Oนั้น มันมีโอกาสให้กำเนิดลูกหมู่Oขึ้นได้นะครับ
จัดไงให้สวยๆอ่ะ
คนไทยมันเป็นลูกนกตั้งแต่สมัยเรียนแล้วรอครูอาจารย์ป้อนตลอด
แล้วถ้ามันสำส่อนทั้งพ่อทั้งแม่ล่ะครับ?
เอดส์ไงล่ะฮัฟ
sopapan wrote:
เชี่ย อ่านไม่เข้าใจโว้ยยยยยยย
ศาลสั่งตรวจ DNA ได้ครับ
แต่
แต่คู่ความมีสิทธิปฏิเสธ
ลองไปเปิดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 128/1 วรรคสาม ดูนะจ๊ะ
ผลเสียของการปฎิเสธคือ ศาลถือว่าคนที่ปฏิเสธไม่ยอมให้ตรวจน่าจะผิดตามข้อกล่าวหา (อยู่ในวรรคสี่มาตราเดียวกัน)
ดังนั้นเมื่อแอนนี่ปฏิเสธการตรวจ ศาลก็ต้อง สันนิษฐาน ไปว่าน้องไม่ใช่ลูกนายฟิลม์เพราะกฏหมายสั่งไว้ค้าบ
ปล. นำสืบพยานหลักฐานอื่นหักล้างข้อสันนิษฐานได้ แต่ยากหน่อย
ข้อสอบโอเนต ปีนี้คงมีคำถามนี้อยู่ด้วย
ถ้าดาราชายมีเลือดกรุ๊ปนี้ ดาราหญิงมีเลือดกรุ๊ปนั้น ลูกของทั้ง2คนจะมีเลือดเป็นกรุ๊ปนี้นั้นโน้น กี่เปอร์เซนต์
MacFork wrote:
ไปๆมาๆท่าทางจ่าจะมั่วกว่ากะเทยและชาวโลกสวยอีกนะคะ
สรุปเองเออเอง เหมือนว่าตัวเองจะแน่เลย สุดท้ายก็แค่เอาความเห็นตัวเองโปะให้คนอ่านมั่วๆำพอกันนั่นแหล่ะ คริๆๆ
ลูกเป็น O แม่เป็น B ก็ต้องเท่ากับ 1/16อยู่แล้ว ไม่ใช่ผิดเลย
ไอ้ที่เอา A มาฟันธงเองมั่วๆว่า 1ใน4 จนคนอ่านส่วนใหญ่โง่ตามไปด้วยเนี่ย ตลกจริงๆค่ะ จ่า
แบบนี้ปะที่เรียกว่าเอาอะไรมาป้อนโง่ๆ แล้วคนรับก็รีบเชื่อโง่ตามไปด้วยหมดอ่ะ เห็นภาพชัดเจนจริงๆนะคะ
มีคนอ่านเหมียนไม่เข้าใจ
ถ้าลูกไม่ใช่ O Bombey แล้วละก็
โอกาสที่แอนนี่จะเป็น BB คือ 0% เพราะถ้าแม่เป็น BBไม่มีทางที่ลูกจะออกเป็น O (ยกเว้นที่บอกไว้ด้านบน)
ดราม่านี้สอนให้รุ้ว่า ผุ้ที่เสพดราม่าของจ่ามีทุกวัย
และมีตั้งเเต่ปัญญาชนตามเรปบนๆรวมถึงไร้สาระชนเช่นข้าพเจ้า
อินเซ็ปชั่นเเล้ววุ้ย ดร่ามาซ้อนดร่าม่า เอากุออกมาที
แวะมาเจอ ยังจะมาทะเลาะกันเรื่องคิด % ของพ่อ+แม่ จะได้เป็น O กันอีกแฮะ
รู้กันบ้างรึเปล่าครับนี้ % ถึงแม้จะน้อยเพียงใด มันก็ยังมีโอกาศอยู่เสมอ จะให้ 1% หรือ 0.01% มันก็ ยังมี % นะ
เคยรู้กันบ้างมั้ยเนี่ย ตอนที่คุณๆ เกิดกันน่ะ คุณก็คือหนึ่งใน ไม่รู้ตั้งกี่ล้าน ที่เจาะไข่ของแม่ได้เป็นคนแรก แล้วนี่มันจะแปลว่าคุณเกิดมาไม่ได้ใช่มั้ย ทั้งๆที่ % มันเป็นแค่ 0.0…1% เท่าไหร่เอง
เห็นด้วยกับคุณ MacFork
เพราะถ้าคิดความน่าจะเป็นจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ผู้ชายหน้าไหนที่มียีนด้อย i ก็มีโอกาสเป็นพ่อของเด็กได้เหมือนกัน
มีตัวแปรนึงที่มองข้ามกันไปนั่นคือค่าความน่าจะเป็นที่ฝ่ายหญิงกับฝ่ายชายจะมีอะไรกัน (ซึ่งคำนวณเป็นตัวเลขยากอยู่)
ถ้าจะให้คำนวณกันจริงจังละก็ ต้องอธิบายวิธีคำนวณกันยาวเพราะมั่นใจว่ามีตัวแปรคอยคุมอยู่มากมาย
เลยขอตั้งสูตรอย่างง่ายว่าความน่าจะเป็นของเหตุกาณ์นี้เท่ากับ A x B
โดย A คือ สัดส่วนการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างแอนนี่กับฝ่ายชายใดๆคนที่เป็นโจทก์ คำนวณจาก
(จำนวนครั้งที่มีการร่วมเพศกับโจทก์คนนั้นก่อนเริ่มตั้งครรภ์สักระยะ/จำนวนครั้งทั้งหมดที่ฝ่ายหญิงไปร่วมเพศก่อนเริ่มตั้งครรภ์สักระยะ)
และ B ก็คือความน่าจะเป็นที่จะได้ลูกกรุ๊ปเลือด O จากแม่และพ่อที่เป็นโจทก์ ซึ่งค่าก็เป็นไปตามที่ถกเถียงกันอยู่
ถ้าอย่างน้อยใช้สมการข้างต้นก็จะดูสมเหตุผลตรงที่ ผู้ชายที่มีเลือดกรุ๊ป O ที่ไม่เคยมีอะไรกับแอนนี่มาก่อนก็จะได้ค่าความน่าจะเป็นคือศูนย์
*ค่า A ใช้คำนวณเมื่อไม่รู้ลำดับการมีเพศสัมพันธ์
แต่ถ้ารู้ก็ไม่ต้องคำนวณด้วยซ้ำ ก็แค่ดูว่าฝ่ายหญิงไปมีอะไรกับใครก่อน-หลังยังไงแล้วค่อยมาลำดับเหตุการณ์ก็จะรู้ได้ว่าน่าจะเป็นลูกใคร
แต่ปัญหาก็จะอยู่ที่ว่าเราจะไปรู้มั้ยว่าฝ่ายหญิงไปมีอะไรกับใครมาตอนไหนบ้าง
ทางที่ดีนะ ตรวจ DNA เถอะ น่าเชื่อถือกว่ากันเยอะ (ถ้าได้ยินมาไม่ผิด เขาตรวจกันแล้วใช่มั้ย?)
เด็กคนนี้เข้าข่ายกลุ่มเลือดกลายพันธุ์ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน
และช่วงนี้ก็มีการเกิดเหตุการ์ณแบบนี้เยอะขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร
ตามเว็บนี่จะเข้าใจ เปิดโลกใหม่ หน้าต่างใหม่
http://www.vcharkarn.com/vcafe/133989
http://www.thetech.org/genetics/ask.php?id=181
การเกิดการกลายพันธุ์ในลูกที่ยังเป็นปริศนา และมีอีกหลายคนที่เป็นแบบนี้ โอกาศเกิดน้อยมากในอดีต
แต่ปัจจุบันแปลกมากที่มีเกิดแทบจะทุกประเทศในอัตตราส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าแปลกใจ