
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องกล้อง มีอมยิ้มชื่อ “Mirasport” มาตั้งกระทู้ถามว่า
ใครเป็นเจ้าของภาพถ่ายชุดนี้วะ ออกมาแสดงตัวหน่อยเด๊ะ!?
![]()

เรื่องของเรื่องก็คือ จขกท แกเป็นสต๊าฟที่จัดงานกิจกรรมสอนถ่ายรูป และภาพที่เห็นก็เป็นภาพถ่ายจากกิจกรรมดังกล่าว
จขกท ประกาศว่าตูจำได้นะว่าเจ้าของภาพถ่ายชุดนี้มันเป็นใคร ตูเห็นเอ็งมารัวถ่ายภาพในห้องจัดงานกิจกรรมยิกๆ
แล้วเอ็งก็เดินสะบัดตูดจากไป พอตูถามทีมงานว่าเอ็งเป็นใครก็ไม่มีใครรู้จักเอ็งเลยซักคน
แต่เอ็งกลับไปเล่าให้คนรู้จักของกรูคนนึงฟังว่า “เอ็งเป็นสต๊าฟของงานกิจกรรมนี้” ?

แล้ว จขกท ก็บอกกับตากล้องปริศนาเจ้าของภายถ่ายว่ากรูและสต๊าฟตัวจริงรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งว่ะ
ที่เอ็งเอาภาพไปโพสในเฟซบุ๊คแล้วอ้างตัวแบบนั้น รบกวนเอ็งช่วยออกมาชี้แจงหน่อยเถอะ
ว่าการกระทำเช่นนี้ของเอ็งมันมีวัตถุประสงค์อะไร และเอ็งเป็นใครกันแน่วะ!?


อันนี้เป็นภาพอัลบั้มที่ว่าในเฟซบุ๊ค ซึ่งตากล้องปริศนาคนนั้นได้ตั้งชื่ออัลบั้มว่า “สอนน้องถ่ายภาพ”
มีคนในเฟซบุ๊คถามตากล้องปริศนาว่าเอ็งเป็นอาจารย์สอนถ่ายรูปเรอะ? แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฎิเสธ
แต่พูดเฉไฉไปว่ามีคนขาดเรียนไม่ยอมมารับการอบรมด้วยอ่ะ!!

จากนั้นชาวห้องกล้องก็พากันแสดงความเห็นถึงพฤติกรรมของตากล้องปริศนาคนนี้ อมยิ้มบางคนก็เปรยๆว่า
หลังๆนี่มันมีพวกแอบเนียน ชอบมาตีซี้หรืออ้างตัวว่ารู้จักกับสต๊าฟจัดงานสอนถ่ายรูปบ่อยจังเลยว่ะ

บางคนก็บ่นแทนสต๊าฟจัดงานสอนถ่ายรูปว่าทีมงานทุกคนตั้งใจจัดงานนี้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
เพื่อให้ชาวห้องกล้องมือใหม่ได้มีความรู้และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
แต่ถ้ามีใครเอาไปแอบอ้างและหาผลประโยชน์จากงานกิจกรรมนี้ กรูคงยอมรับไม่ได้จริงๆว่ะ!!

จขกท ก็ออกมาขู่ตากล้องปริศนาคนนั้นว่ากรูมีทั้งภาพนิ่งและเบอร์โทรของมึงแล้วนะ!!
เอ็งจงรีบออกมาชี้แจงซะโดยดีว่าทำเรื่องแบบนั้นลงไปเพราะอะไร ถ้าเอ็งยังไม่ยอมออกมาชี้แจงอีกล่ะก็
ระวังจะโดนกรูเอาข้อมูลส่วนตัวของเอ็งออกมาประจาน เอ๊ย ออกมาเผยแพร่นะว้อย!!

ต่อมา จขกท ก็บอกว่าได้รับหลังไมค์จากตากล้องปริศนาคนนั้นแล้วว่ะ โดยเจ้าตัวอ้างว่าที่เอาภาพชุดนั้นไปลงในเฟซบุค
เพราะอยากช่วยส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือส่วนได้อะไรเลย มีแต่ส่วนเสียซะด้วยซ้ำ
และที่มีคนเล่าให้ จขกท ฟังว่าตูไปแอบอ้างว่าเป็นสต๊าฟน่ะ ตูไม่เคยพูดจริงๆนะแค่บอกว่ายืนอยู่แถวๆสต๊าฟเท่านั้นเอง!!

แต่ตากล้องปริศนาคนนั้นก็ยังไม่ออกมาชี้แจงอยู่ดี จนกระทั่งมีอมยิ้มชื่อ “พวงเงิน” ซึ่งท่าทางไอ้หมอนี่นี่แหละที่เป็นตากล้องปริศนาคนนั้น
ออกมาบ่นว่าอะไรแว๊!! กรูจ่ายเงินไปทริปถ่ายรูปนั้นนะแล้วเอ็งยังจะหวงไม่ให้ตูถ่ายรูปอีกหรออออ!!

จขกท ก็เถียงกลับว่าทริปอะไรของมึงวะ? ที่มึงไปถ่ายรูปน่ะมันงานกิจกรรมอบรมสอนถ่ายรูปว้อย!!
และทุกคนที่ไปร่วมอบรมก็ช่วยกันออกค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ถ้าเอ็งไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือจะแอบอ้างจริงๆ
ก็ชี้แจงมาซะทีสิวะว่าเอารูปถ่ายกิจกรรมของพวกกรูไปลงในเฟซบุคทำไม!?

อมยิ้มชื่อ “advpix” ก็ถามนายพวงเงินว่ามึงคิดว่างานกิจกรรมที่พวกกรูช่วยกันจัดคือทริปถ่ายรูปเหรอวะครับ?
และกรูจำได้ว่าค่าเข้าอบรมกิจกรรมมึงก็ไม่ได้จ่ายนะครับ แถมยังเสือกถ่ายภาพเพื่อนสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมไปตั้งมากมาย
ไม่ทราบว่าการที่มึงถือวิสาสะมาถ่ายภาพในงานกิจกรรมเนี่ย มึงได้ขออนุญาตจากเจ้าของงานตัวจริงแล้วรึยังครับ!?

แล้วที่มึงบอกว่าไม่มีส่วนได้ มีแต่ส่วนเสียเนี่ย มึงเสียอะไรให้งานกิจกรรมนี้ไม่ทราบวะครับ?
เพราะที่ผ่านมาพวกกรูจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเลย
พวกกรูมีแต่ทุ่มกำลังกายและกำลังทรัพย์เพื่อจัดกิจกรรมนี้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเท่านั้น
และคนอย่างมึงคงเดาไม่ถูกหรอกครับว่าๆวันๆนึงพวกกรูมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการจัดงานนี้!!
เอาเป็นว่าถ้าพวกกรูจัดงานกิจกรรมนี้อีกหนหน้ามึงไม่ต้องมาแล้วนะครับ!!
เพราะคนที่จะเป็นสต๊าฟของงานนี้ได้ต้องเป็นคนที่พวกกรูคัดมาอย่างดี และเป็นคนที่ “ให้” โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเท่านั้น!!

จากนั้นชาวห้องกล้องก็รุมถามนายพวงเงินกันยกใหญ่ บ้างก็ถามว่าการที่มึงตั้งชื่ออัลบั้มภาพว่า “สอนน้องถ่ายภาพ”
แถมไม่ยอมตอบคำถามคนที่ถามว่าเอ็งเป็นอาจารย์สอนถ่ายภาพแล้วเรอะ? แบบนี้มันหมายความว่ายังไงวะครับ?
กรูว่าพฤติกรรมของมึงแบบนี้มันแปลว่ามีเจตนาจะแอบอ้างเป็นสต๊าฟของงานกิจกรรมสอนถ่ายรูปชัดๆ!!

บ้างก็ถามนายพวงเงินว่ามึงรู้มั้ยครับว่าคนเป็นสต๊าฟเขาต้องทำอะไรบ้าง?
ไม่ใช่ลอยหน้าลอยตาถ่ายรูปกิจกรรมไปวันๆแล้วจะแอบอ้างว่าเป็นสต๊าฟได้นะว้อย!!
แล้วนี่ถ้าไม่มีคนไปเจออัลบั้มของมึงในเฟซบุค จะมีคนหลงคิดว่ามึงเป็นสต๊าฟงานกิจกรรมีนี้อีกซักกี่คนวะ!?

นายพวงเงินก็ตอบว่ากรูเป็นศิษย์มีครูนะ ครูสอนกรูให้เป็นคนดี ไอ้เรื่องที่พวกเอ็งคิดว่าตูกำลังจะทำ
อย่างการแอบอ้างว่าเป็นสต๊าฟจัดงานกิจกรรมน่ะกรูไม่ทำหรอก เพราะถ้ากรูอยากทำจริงๆมันมีวิธีที่เนียนกว่านี้ให้ทำอีกเยอะ

แต่ชาวห้องกล้องก็ยังไม่พอใจคำตอบของนายพวงเงิน พากันคาดคั้นนายพวงเงินว่า
ทำไมมึงไม่ตอบคำถามของพวกกรูซักทีวะ? ว่ามึงเอารูปชุดนั้นไปโพสในเฟซบุคเพื่ออะไร?

บ้างก็บอกนายพวงเงินว่ามึงยังมีหน้ามาพูดจาราวกับว่าตัวเองเสียเวลาทำมาหากินมาช่วยถ่ายภาพในงานนี้อีกเหรอวะ
ทั้งๆที่ไม่ได้มีใครเชิญมึงให้มาร่วมงานนี้เลย และมึงเองก็ไม่ใช่สต๊าฟจัดงานกิจกรรมนี้ซะด้วย!!
แล้วไม่ทราบว่าคนที่ทั้งไม่ได้รับเชิญและไม่ได้เป็นสต๊าฟ จะมาถ่ายภาพแล้วเอาไปโพสในเฟซบุคส่วนตัวเพื่ออะไรวะ?

นายพวงเงินก็ออกมาบ่นด้วยความน้อยใจว่าตูงานยุ่งน้า ไม่ได้มีเวลามาเฝ้าหน้าคอมพ์ทั้งวัน
จะมาคาดคั้นให้ตูรีบชี้แจงเหตุผลทำไม แต่ตรูขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะแอบอ้างเป็นสต๊าฟจริงๆ
แล้วถ้าสงสัยว่าวันนั้นตูไปถ่ายรูปในงานกิจกรรมทำไม? ทำไมถึงไม่ส่งคนมาถามตรูตรงๆเลยฟะ?
ตูก็แค่อยากไปถ่ายรูปดูว่ากิจกรรมนี้มันต่างจากกิจกรรมสอนถ่ายรูปครั้งที่ผ่านๆมายังไงก็เท่านั้นเอง
ถ้าพวกเอ็งไม่อยากให้คนนอกอย่างตูเข้าไปถ่ายภาพนัก วันหลังก็แปะป้ายว่า “รับเฉพาะผู้ลงทะเบียน” ไว้หน้างานซะเลยเซ่!!

ชาวห้องกล้องได้ฟังคำแก้ตัวของนายพวงเงินก็ยิ่งด่านายพวงเงินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนี่ยมึงไม่ผิดเลยใช่มั้ย!?
คนที่ผิดคือสต๊าฟรึไงวะ ที่เสือกไม่ไปถามว่ามึงถ่ายภาพทำไมและปล่อยให้คนที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างมึงเข้าไปแสล๋นในงาน!!

จากนั้นชาวห้องกล้องก็พากันคาดคั้นให้นายพวงเงินชี้แจงวัตถุประสงค์ที่เอาภาพชุดนั้นไปลงในเฟซบุ๊คซักที
ซึ่งแอดมินมั่นใจว่านายพวงเงินคงไม่มีวันยอมรับกับพวกเอ็งตรงๆหรอกว่ะว่า “ก็กรูอยากเนียนอ่ะครับ”
ดังนั้นคาดคั้นมันไปมากกว่านี้ก็ไร้ประโยชน์ แต่ถ้ามีคนอ่านกระทู้นี้แล้วเข้าใจว่านายพวงเงินไม่ใช่สต๊าฟก็น่าจะพอแล้วมั้ง
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนายพวงเงินคืออะไรกันแน่!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
ภาพชุดนี้ของใครครับ ขอตามหาตัวช่างภาพหน่อยครับ
http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O10678675/O10678675.html








































Base wrote:
คิงหรือควีนล่ะตะเอง
No comment !!!
แต่รู้นะว่าอยากเนียน
อาจจะเปนเพราะ จะได้มีสาวๆมาถามข้อมูล มาเปนนางแบบให้ มาคุยด้วย อะไรทำนองนั้น
ตอนไปแอบถ่ายรูปนี่เนี๊ยนเนียน แต่แถไม่เนียนเลยนะคับ
อนาถ
=w=) โหวๆๆๆๆๆ แอบเนียนเข้าไปถ่ายรูปเนี้ยน่ะ เพื่ออะไร(วะ)ครับพี่!! พี่จะแอบเข้าไปทำไม แถมยังประจานตัวเองลงเฟสอีก พี่คิดอะไรอยู่!!
พวกเนียนนี่เอง
แถไปได้ อย่างฮา
พวกต่อมความต้องการ การยอมรับทางสังคังสูงเกินไปนี่เอง
ไม่มีความสามารถ เลยขอเนียนซะเลย
ยุคนี้ไม่มีใครจะเนียนแล้วผ่านไปได้ง่ายๆ เหมือนสมัยก่อนหว่ะ ขอเตือนอีด๊วกชอบเนียนเอาไว้
มิงพลาดมา มีเวบเป้นร้อยๆ จะช่วยเก้บความผิดพลาดของมิงเอาไว้
ถ้ามิงไม่เปลี่ยนชื่อ นามสกุลหนี รับรองรุ่นลูกรุ่นหลานและชาวโลกคงได้อ่านวีรกรรมเชี่ยๆ ของมิงยันโลกแตกสลายแน่นอน
ก็อาจเป็นไปได้นะ ถ้าหน้างานเค้าไม่ได้ติดป้ายบอกว่า ห้ามคนนอก เป็นผมเองก็อาจจะเข้าไปถ่ายรูปบรรยากาศเล่นๆบ้างก็ได้
ยืดย้อยไปทั่ว wrote:
ขอถามกลับละกันว่า ถ้ามีคนแอบอ้างเปนเมิง มันมีผลเสียหรือไม่
เมิงเอาชื่อ นามสกุล ให้กรูได้ไหมล่ะ ถ้าเมิงคิดว่าการแอบอ้างไม่มีผลเสียน่ะ
กรูไม่เอาไปทำเสียหายหรอก แค่อยากแอบอ้างเป็นเมิงเท่านั้นเอง เชื่อกุป่ะล่ะ ไว้ใจกุป่ะล่ะ
ผลเสียยังไม่เกิด แต่ตัวเมิงเองก็รู้ว่ามันมีโอกาสเกิดผลเสีย เมิงเองก็รู้อยู่แก่ใจ
——————————————————————————
ส่วนถ้าให้มองแบบเป็นกลางนะ กรูจะบอกให้
ฝ่ายสตาฟ : ออกมาป้องกันความเสียหายที่”อาจจะ”เกิด จากการถูกแอบอ้าง
พวงเงิน : แอบอ้าง เนียน ผิดไม่ผิดไม่รู้ กรูรู้แค่ว่ามันไม่ดี หรือใครคิดว่าดีวะ
ส่วนคนที่เล่นประเด็นกับคำพูดที่ว่า “ทำไปโดยไม่หวังผลตอบแทน”
กรูว่าเมิงก็แค่หมั่นไส้พวกสตาฟอ่ะนะ
เมื่อเมิงหมั่นไส้พวกสตาฟ ยังกล้าพูดว่า ความเห็นเปนกลาง อีกเหรอ ไม่เนียนนะ ตรัส
ไอ้พวกที่คิดว่าโวยวายทำไม แค่เอารูปไปลงเนียนๆเฉยๆ ลองคิดดูเล่นๆ ย้ำว่าเล่นๆนะคะ
ถ้าเดี๊ยน แอบอ้างว่าเป็นแอดมินคนหนึ่งของเว็ปดราม่าจะเป็นไง คิดดูเล่นๆละกัน
งานบางงาน คนทำเค้าตั้งใจทำ ด้วยน้ำพักน้ำแรงนะคะ การที่คนอื่นจะมาฉกฉวยว่า ตัวเองมีส่วนร่วมทั้งๆที่จริงไม่ใช่ มันก็ต้องยอมไม่ได้เป็นธรรมดา
หรือว่าสมัยเรียนตอนทำงานกลุ่มแล้วคุณยอมให้เพื่อที่ไม่ช่วยงานได้คะแนนไปฟรีโดยไม่เจ็บใจซักนิดเลย จริงๆเหรอ มาอย่ามาซึนเดเร๊ะนะคะพ่อคุ๊ณณณณณ
nana wrote:
แต่ก็ไม่น่าจะเนียนเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของงานอะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ ถ้าบอกแค่ว่า เนี่ยเป็นงาน…..ของ….ก็ว่าไป มันก็ไม่ผิดหรอกค่ะ จริงๆนะ
ถึงเค้าจะไม่หวงงาน แต่ตามมารยาทเบื้องต้นแล้ว เราก็ไม่ควรแอบอ้างอยู่ดี…
(ทุกกรณีเลยแหละ ไม่ว่าถ่ายภาพ วาดภาพ แต่งนิยาย)
ถ่ายมาเฉยๆ คงไม่มีใครว่าอะไร แต่ถ้าเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็คงบอกได้คำเดียวว่าซวยที่ทำอะไรคลุมเคลืออ่านะ
(ตอนมีคนทักเรื่องอาจารย์ ก็น่าจะปฏิเสธไปนะนาย
)
ขอบคุณทุกความเห็นที่ตำหนิผมนะครับ
ผมลืมมองเรื่องความเสียหายที่ผู้บริโภคที่หลงเชื่อว่าเป็นคนมีความรู้จะได้รับไป)
อบคุณที่ให้มุมมองกันครับ
ในรูปหัวข้อดราม่า นี่เป็น Sony Betacam รึเปล่านั่น มองไม่ค่อยชัด
กลัวแย่งกุดังว่างั้น 555+ น่าจะเงียบๆ เนียนๆ พอเจอมันอีก เมิงก็เดินไปถามมันเลยดีกว่า
ไร้สาระฉิบหาย
NoNoNo wrote:
อันนี่จ่าห้ามเล่นหนิ
เหมือนที่เนียนไปเรียนเนติ เนียนๆ เอาเอกสารสอนกฎหมายของคนอื่นมาอัพโหลดแล้วบอกว่าเป็นของตัวเอง สร้างชื่อเสียงจอมปลอมให้ตัวเอง จนมีคนหลงเชื่อมาให้สั่งยา+ส่งยาทางเนตนั่นสินะ
ตอนนี้แค่อัพภาพลงเฟส อีกหน่อยก็คงไม่พ้นทำแบบคุณหมอเนติคนนั้นแหงๆ
ไม่เนียน
ผลประโยชน์มันเยอะนะ แค่อ้างรูปถ่าย
มีคนหลงเชื่อคิดว่าเมพจริง เพราะไปสอนคนอื่นได้ เลยขอเรียนด้วย
ได้งานถ่ายรูปเพิ่ม
เป็นความสุขออนไลน์ของพวกที่กากในชีวิตจริง อย่างน้อยมีคนมาชมในเน็ตก็ยังดีวะ
one water four ways of seeing.
ไม่มีกิจกรรมสอนน้องร้องไห้มั่งเหรอ
ขอบ่นหน่อยนะ ห้ามโกรธนะตัวเธอว์
คือผมไม่ชอบนิสัยช่างกล้อง “บางคน” (ย้ำว่าบางคนนะ)
เวลาที่มีกิจกรรมไรเงี้ยอย่างเช่นทำค่าย คนที่เป็นช่างกล้องบางคนพอมีกล้องหน่อยก็ทำตัวกร่าง
ถ่ายนู่นนี่เหมือนจะอวดกล้องตัวเอง บางคนก็ถ่ายเฉพาะรุ่นน้องที่หน้าตาน่ารักๆ ซึ่งดูจะไม่เกี่ยวกับกิจกรรมเลย
แถมบางทีก็ถ่ายช่างกล้องกันเอง กลัวไม่เป็นที่รู้จักในค่ายว่างั้น
อยากให้คนที่มีนิสัยอย่างนี้เพลาๆลงหน่อยนะครับ ช่างกล้องนิสัยดีๆมีเยอะ แต่จะมาเสียกับบางคนนี่แหละ
มาแอบ ถ่าย เด็กหญิง แป้ง…
เคยร่วมกิจกรรมห้องกล้อง สิบกว่าปีก่อน
(ครานั้นยังโหนรถเมล์อยู่)
ส่วนใหญ่ สนิทสนม ครายเนียนเแอ๊บ จะมีขาทวง ยิกๆๆๆ อิอิ
ณ ดรามา เวทีนี้ มี กาลาลี่ ให้โชว์รูปมั่งป่าว
เข้าห้องกล้องมะได้แย้ว pantip มันถีบหัวส่ง ไล่เพื่อนเก่าออกจากห้องราชดำเนินซะ
สมัยนั้นฟิล์มก็แพง จะโพสต์รูปตะละที ต้องโหนรถ ฝ่าน้ำ (สงกรานต์) ไปอาศัยเครื่องแสกนชาวบ้าน
คนเรา ไหงเเม่ง ขี้ตืดได้ขนาด ในยุคดิจิทัล
กิจกรรมพาน้องไปร้องเพลง
การเนียนน่ะมันเป็นจิตวิญญาณ