
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องเครื่องแป้งมีแม่ค้าคนนึงชื่อ “รั่ววันละนิดจิตแจ่มใส” มาตั้งกระทู้ปรึกษาปัญหาส่วนตัวกับชาวห้องแป้ง

เรื่องของเรื่องก็คือ จขกท แกไปขายลิปสติคให้กับลูกค้าคนนึงที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ท ตกลงราคากันที่สองแท่ง 180 บาท
ซึ่งจขกท ก็บอกว่าจริงๆแล้วลิปสติคสองแท่งนั้นมันแพงกว่านั้นตั้งเยอะ แต่ที่เธอขายแบบลดแหลกก็เพราะอยากระบายสต๊อกสินค้า
ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่ จขกท แกบอกประเภทของเนื้อลิปสติคกับลูกค้าผิดไป ซึ่งลิปสติคประเภทนี้ลูกค้าเขาบอกว่ามันใช้ไม่ได้
แถมลิปสติคยังสภาพโคตรเยินยังกับผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง ลูกค้าคนนั้นก็เลยบอกให้แม่ค้ารับผิดชอบซะดีๆ
แม่ค้าก็งงว่าลิปสติคมันสภาพเยินตรงไหนวะคะ? ก่อนส่งสินค้าไปมันก็สภาพดีเลิศเพอร์เฟ็คนี่นา
ลูกค้าก็เสนอว่าไม่เอาลิปสติคละ ขอคืนลิปสติคสองอันนี้ให้แม่ค้าแล้วเอาสเปรย์ถุงน่องมาแทนดีกว่า
แม่ค้าก็เสนอไปว่าถ้าทำแบบนั้นต้องเพิ่มเงินให้เธออีกหนึ่งร้อยบาท รวมเป็นเงิน 280 บาทถ้วน!!

จากนั้น จขกท ก็เอา Chat log บทสนทนาระหว่างเธอกับลูกค้ามาลงซะยืดยาว สรุปประเด็นสั้นๆว่า
ลูกค้าถามแม่ค้ากลับมาว่าทำไมอิชั้นต้องเพิ่มเงินให้หล่อนร้อยบาทวะคะ? แล้วลิปสติคเนี่ยมันไม่ได้มาเยินเอาตอนอยู่กับอิชั้นนะคะ
มันเยินมาตั้งแต่ก่อนที่หล่อนจะส่งสินค้ามาให้อิชั้นไม่ใช่เรอะ!! ดังนั้นหล่อนจงรับผิดชอบโดยคืนเงินมาแล้วเอาสินค้ากลับไปซะดีๆ

ส่วนแม่ค้าก็ตอบกลับไปว่าลิปสติคมันไม่ได้มีสภาพเยินขนาดนั้นตอนอยู่กับอิชั้นนะคะ!!
อิชั้นจะไปโกหกมึงทำไมคะกะอีแค่เงินไม่กี่บาท จริงอยู่ที่อิชั้นบอกประเภทของลิปสติคผิด
แต่ถ้าหล่อนอยากแลกเป็นสเปรย์ถุงน่องที่ราคาแพงกว่า หล่อนก็ต้องเพิ่มเงินให้อิชั้นอีกหนึ่งร้อยบาทสิคะ!!
แต่ถ้าหล่อนยังยืนกรานว่าจะแลกลิปสติคกับสเปรย์แล้วไม่เพิ่มเงิน อิชั้นก็จะถือว่าร้อยบาทนั่นยกให้หล่อนเอาบุญก็ได้ค่ะ!!

จากนั้น จขกท ก็เอารูปลิปสติคที่ว่าตอนที่อยู่กับเธอ และตอนที่ไปถึงมือลูกค้ามาโพสให้ชาวห้องแป้งดูกันจะๆ
น่าเสียดายที่ตอนแอดมินไปเก็บข้อมูล ปรากฏว่า จขกท แกลบรูปลิปสติคเหล่านั้นออกไปหมดแล้วว่ะ


สาวๆห้องแป้งเห็นภาพของลิปสติคทั้งสองอัน ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าลิปสติคมันละลายระหว่างการขนส่งแหงมๆ
ดังนั้นแม่ค้าก็ไม่ได้โกหกเพราะตอนส่งลิปสติคไปมันสภาพดีจริงๆ ส่วนลูกค้าก็ไม่ได้โกหกเช่นกันเพราะลิปสติคมันเยินจากการขนส่ง

จขกท ก็ถึงบางอ้อขึ้นมาทันทีว่าทำไมตอนลิปสติคไปถึงมือลูกค้าถึงได้เยินขนาดนั้น (จริงๆมึงน่าจะรู้ตั้งแต่ต้นแล้วนะ)
แล้ว จขกท ก็ถามชาวห้องแป้งว่าอิชั้นควรจะแก้ไขปัญหานี้ยังไงดี ควรจะคืนเงินให้ลูกค้าเต็มจำนวนรึเปล่าคะ!?

ทันใดนั้นอมยิ้มอีกคนชื่อ “สวยแต่ไม่มีใครรู้” ก็เข้ามาโวยใส่ จขกท ว่ามึงเอาเรื่องของเราสองคนมาตั้งกระทู้ทำไมวะคะ?

จขกท ก็เถียงกลับว่าอิชั้นไม่ได้ระบุชื่อของมึงเลยซักคำนะคะ คนอ่านกระทู้นี้เขาจะรู้มั้ยว่าเป็นมึง!!
มีแต่มึงนั่นล่ะค่ะที่ออกมาแสดงตัวให้คนแถวนี้เขารู้เองว่าอีลูกค้าตัวแสบของอิชั้นมันคือใคร!?

จากนั้น จขกท ก็เอาหลังไมค์ที่ “สวยแต่ไม่มีใครรู้” ด่าเธอว่าโกหกตอหลดตอแหลเรื่องสภาพของลิปสติคมาประจาน

แล้ว จขกท ก็บอกกับอีลูกค้าว่ามึงแรงส์มากเลยค่ะ แต่อิชั้นจะโอนเงินคืนให้มึงก็ได้นะคะถือว่าทำบุญ!!

ส่วนลิปสติคมึงก็ไม่ต้องส่งคืนมาค่ะ มึงเอาไปโยนลงรูขี้แล้วกดชักโครกได้เลยค่ะ!!

ฝ่ายลูกค้าก็เถียงกลับว่ามึงอย่ามาตอแหลนะคะ!! อิชั้นบอกว่าอยากได้สเปรย์ถุงน่องซะที่ไหน
อิชั้นบอกว่าจะขอคืนสินค้าแล้วให้มึงคืนเงินให้เต็มจำนวน มีแต่มึงต่างหากที่ยัดเยียดไอ้สเปรย์ถุงน่องอะไรนั่นให้อิชั้น
แล้วบอกให้อิชั้นเพิ่มเงินอีกร้อยบาท!! แล้วมึงพูดว่าไม่ต้องจ่ายร้อยบาทก็ได้ถือว่าเอาบุญเนี่ย มึงพูดออกมาได้อย่างไรคะ
มึงเข้าใจมั้ยคะว่าสินค้าที่มึงส่งมามันมีปัญหา ดังนั้นในฐานะแม่ค้ามึงก็ต้องรับผิดชอบ จะมาบอกว่าเอาบุญทำหอกอะไรวะคะ!?

จากนั้นทั้งแม่ค้าและลูกค้าก็เถียงกันอย่างดุเดือด สาวๆชาวห้องแป้งก็แสดงความเห็นกัน ส่วนมากก็บอกว่าแม่ค้าผิดว่ะ
เพราะส่งสินค้าไปให้ไม่ตรงกับคุณลักษณะที่โฆษณาเอาไว้ในตอนแรก แถมยังแพคของไม่ดีจนมันละลายระหว่างการขนส่ง
อิขั้นว่าหล่อนไม่ควรเก็บเงินจากลูกค้าเพิ่มร้อยบาทค่ะ อย่างมากแค่ห้าสิบบาทก็พอแล้ว

บ้างก็บอกทั้งแม่ค้าและลูกค้าว่ามึงทั้งสองตัวทำใจให้ร่มๆก่อนจะดีกว่ามั้ย แล้วแม่ค้าก็คืนเงินไปซะ
จากนั้นก็ตัวใครตัวมัน ใครจะเอาเงินหรือเอาสินค้าไปเผากงเต๊กหรืออลอยอังคารก็เชิญทำกันตามสะดวก!!

แต่ดีกรีความร้อนแรงของแม่ค้าและลูกค้ากลับไม่ลดลงเลยมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังๆนี่ถึงขั้นชี้หน้าด่ากันแล้วว่ามึงมันอีตอแหล!!
มึงเอาหลังไมค์ที่คุยกับอิชั้นมาโพสในกระทู้นี้แค่บางส่วน เพื่อให้คนอ่านเข้าข้างมึงนี่หว่า!!

ฝั่งแม่ค้าก็ด่ากลับว่ามึงสิตอแหล!! มึงนั่นแหละที่แต่งเรื่องมากล่าวหาอิชั้นว่าขายลิปสติคมีตำหนิให้มึง!!
แล้วมึงเป็นคนเสนอกับอิชั้นว่าอยากขอแลกลิปสติคกับสเปรย์ถุงน่องแท้ๆ แล้วทำไมเสือกมาหาว่าอิชั้นเป็นคนเสนอให้มึงยิกๆวะคะ!?

ชาวห้องแป้งก็ชักอ่อนใจกับอีสองตัวนี้ บางคนก็บ่นว่าพวกชั้นก็เสนอทางออกให้พวกมึงสองตัวแล้ว
อีแม่ค้าก็คืนเงินให้ลูกค้าไปซะ แค่นั้นก็จบเรื่องแล้ว แล้วทำไมอีแม่ค้าถึงไม่ทำดันมาต่อปากต่อคำกับอีลูกค้าอยู่นั่นแหละ!?

บ้างก็หัวเราะใส่แม่ค้าด้วยความขบขำว่าอีแม่ค้านี่มันตลกจังค่ะ มันมาขอความเห็นจากชาวห้องแป้ง
แต่ไม่เห็นมันจะเอาความเห็นของพวกเราไปแก้ไขปัญหาของมันกะลูกค้าซักที ดีแต่เถียงกันแล้วยืนยันว่ามึงเป็นฝ่ายถูกอยู่นั่นแหละ
ไม่ทราบว่าถ้าไม่คิดจะรับฟังความเห็นของพวกชั้นแล้วมึงจะสะเออะมาตั้งกระทู้ทำไมไม่ทราบวะคะ!?

แม่ค้าก็บ่นใส่ชาวห้องแป้งว่าทำไมพวกมึงถึงมีอคติกับอิชั้นล่ะคะ ยิ่งอีพวกที่ด่าอิชั้นเนี่ย
ไม่ทราบว่าพวกมึงได้อ่านกระทู้นี้ตั้งแต่ต้นจบรึเปล่า ถึงได้มาหาว่าอิชั้นไม่รับฟังความเห็นของพวกมึง!!

ชาวห้องแป้งก็บอกกับแม่ค้าว่าพวกอิชั้นไม่มีใครมีอคติกับมึงเลยค่ะ มีแต่มึงนั่นล่ะเลือกฟังแต่ความเห็นที่ถูกใจ
และในฐานะแม่ค้าอิชั้นว่ามึงเป็นฝ่ายผิดค่ะ มึงควรจะรับผิดชอบโดยคืนเงินให้ลูกค้าเต็มจำนวนถึงจะถูก จะไปชาร์จเงินเพิ่มได้ยังไงคะ!?

ชาวห้องแป้งก็พากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอีแม่ค้านั่นละที่เป็นฝ่ายผิด!! มึงจงแสดงความรับผิดชอบซะโดยดีเถิดค่ะ!!

พอแม่ค้าถูกรุมด่าเช่นนั้นก็ชี้หน้าด่ากราดใส่ชาวห้องแป้งไปทั่วว่าพวกมึงมันพวกนักเลงคีย์บอร์ด!! อีพวกมือถือสากปากถือศีลเอ๊ย!!
อิชั้นก็บอกแล้วไงคะว่าพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบ แล้วพวกมึงมารุมด่าอิชั้นทำไม คิดว่าอิชั้นเป็นเจ้าแม่กวนอิมที่พวกมึงด่าเท่าไหร่ก็ไม่โกรธเหรอคะ!!
อิชั้นล่ะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยุคนี้เว็บพันทิปมึงถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แต่พวกมึงจำคำของอิชั้นเอาไว้ให้ดีนะคะว่าคนล้มอย่าข้าม!!

แล้วแม่ค้าก็ด่าชาวห้องแป้งว่าคนพันทิปอย่างพวกมึงน่ะมันไม่มีความจริงใจกับใครจริงหรอกค่ะ!!
ส่วนใครที่มีปัญหากับอิชั้นนักก็ไม่ต้องส่งหลังไมค์มานะคะเพราะอิชั้นจะยกเลิกสมาชิกเว็บห่านี้แล้ว
ถ้ามึงกระสันอยากมีเรื่องกับอิชั้นมากนักล่ะก็ มึงมาเจอกับอิชั้นตัวๆนอกเว็บเลยดีกว่าค่ะ!!

แค่นั้นไม่พอ อีแม่ค้ายังตั้งกระทู้ประณามชาวห้องแป้งด้วยว่าพวกมึงมันเฟคและโรคจิต!!
ทั้งๆที่อิชั้นไม่ได้มีเรื่องอะไรกับพวกมึงเลย แค่มีปัญหากับลูกค้านิดๆหน่อยๆ แต่พวกมึงก็มารุมด่าอิชั้นตั้งมากมาย
แถมพออิชั้นเคลียร์กับลูกค้าได้แล้วพวกมึงยังตามมากระแนะกระแหนไม่จบไม่สิ้น!! ไม่ทราบว่าพวกมึงอยากให้อิชั้นกราบตีนขอขมาลูกค้านักใช่มั้ย!?
พวกมึงเก่งมาจากไหนวะคะ คิดว่าตัวเองเป็นคนดีมีศีลธรรมสูงส่งมาแต่ชาติปางไหนถึงได้มาด่าอิชั้นถึงขนาดนี้!!
อิชั้นรู้ดีนะคะว่าคนอย่างพวกมึงมันอีพวกเก็บกดมีปมด้อยที่ชีวิตจริงไม่มีห่าอะไรเลย ถึงได้มาด่าอิชั้นในเว็บนี้เพื่อชดเชยปมด้อยของพวกมึง!!

จากนั้นอีแม่ค้าและชาวห้องแป้งก็ด่ากันไปด่ากันมาอย่างดุเดือด ทั้งที่จริงๆแล้วดราม่าเรื่องนี้มันเกิดจากเรื่องขี้ประติ๋ว
เพียงแค่ลิปสติคราคา 180 บาท ละลายระหว่างการขนส่งจนมีสภาพเยินเหมือนผ่านสงครามโลกครั้งที่สองจนทั้งสองฝ่ายเข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง
นับว่าเป็นดราม่าที่มูลค่าถูกที่สุดเท่าที่แอดมินเคยเขียนมาเลยมั้ง ส่วนอีพวกตัวละครที่เอาชีวิตตัวเองมาดราม่าเพื่อสินค้าราคาแค่นี้
ก็คิดกันเอาเองละกันว่าชีวิตพวกมึงมีค่าแค่ไหน คุ้มมั้ยที่จะเอาเวลาทำมาหาแดกมาด่ากันเพราะสินค้าราคา 180 บาท!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร ? มึงเดินไปซื้อลิปสติคที่ห้างใกล้บ้านง่ายกว่ามั้ย?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
เพื่อนๆ คะ เราขอความเห็นหน่อยค่ะว่าทำอย่างไรให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q10641811/Q10641811.html
อยากรู้ว่าชาวห้องแป้งบางคนเป็นอะไรมากหรือเปล่า? จากกระทู้ที่เราขอความเห็นแต่บานปลาย
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q10652059/Q10652059.html








































ไหงหลังๆ ผมรู้สึกเหมือนกับว่า Internet ทำให้คนตอแหลกันมากขึ้นหว่า……. -_-”
อีลูกค้าโชคดีแล้วหล่ะ ไม่แน่ถ้ามันได้ทาจริงๆแล้วปากแมร่งขึ้นเริม เสียมากกว่า ๑๘๐ นะมืง
ถ้าแพงกว่านี้ คงนัดตบ
คืนเงิน ก็จบละ เพราะของมันเสียไป
ชั้นไม่ผิด แกนั่นแหละที่ผิด!
มันก็เฟคกันหมดละวะผู้หญิงห้องนี้
บางคน อ้วนก็อ้วน หน้าเหียกๆ แต่งตัวเห่ยๆ แม่งยังชมกัน สวยยังงั้นสวยยังงี้
ห่านน
ขอพูดเรื่องเซอวิสนะคะ เป็นแม่ค้าต้องอดทนคะ เรื่องของพังเป็นความเสี่ยงของเราเอง ดังนั้นไม่ว่ากรณีใดก็ตามถึงจะขาดทุน หรือไม่พอใจเราก็ควรทำตามใจลูกค้า เพื่อรักษาความไว้วางใจ ในโอกาสหน้าลูกค้าจะได้สั่งกับเราอีก แต่หากเราปฎิเสธแต่แรกโอกาสหน้าของการค้าก็จะหมดไป ดังนั้นถ้าอยากให้ธุรกิจอยู่นานๆลูกค้าคือพระเจ้าคะ
ถ้าเสียหายจากการขนส่ง ผู้ขายต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบนี่คะ
แต่ถ้าให้ดี คนซื้อควรถ่ายรูปตอนเปิดกล่องไว้เป็นหลักฐานให้ชัดๆด้วย
แก็สโซฮอล์ เอ๊ยไปรษณีย์นั่นแหละผิด
Dark wrote:
ถ้าเจ้าของคนก่อนไปอมควยมาล่ะ
อะไรกันจ่า? อันนี้ตั้ง 180 บาทหาว่าถูกสุด
http://drama-addict.com/2010/12/28/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B9/
จ่าลืมดราม่าตุ๊ดควายบลูพลาเน็ท VS แอร๊ยอีเชรี่ย!ไปแล้วเหรอ
อีนั่นดราม่ากับอีแค่ 3.50 เองนะเธอว์
รู้สึกว่า แม่ค้าเขาก็บอกว่าจะคืนเงินตั้งนานแล้วไม่ใช่หรอ
แล้วทำไมถึงมีคนบอกว่าแม่ค้าไม่ฟังความเห็นละ
เพียงแต่เราไม่เห้นลูกค้าให้เลขบัญชีสักที
ลูกค้าคือพระเจ้าแต่เงินคือทุกอย่างน่ะ….
คิดว่าใครต่อใครเค้าจะสนใจคนในเนตแบบที่มึงคิดเหรอวะเนี่ย เยอะจริงๆเวิ่นเว้อมากแม่ค้าคนนี้
แล้วจะยกเลิกสมาชิกทำหอกไรวะ ก็อยู่ให้ไปตามด่าตัวต่อตัวแบบที่เอ็งประกาศกร้าวดิ ไม่เก่งจริงนี่หว่า
แล้วเค้าจะไปเจอมึงได้ไงล่ะ ไม่ทิ้งอะไรให้ตามได้เลย ดวกส์
ยา๑ิแห wrote:
อมควยไม่เท่าไหร่ ถ้าไปแต่งหน้าศพมานี่สิ ไม่อยากจะคิด
เริมรักษาไม่หายจ้ะ เป็นแล้วก็เป็นไปตลอด เวลาร่างกายปกติ ไม่แสดงอาการ
เชื้อมันจะเข้าไปอยู่ในปมประสาทแบบเงียบๆ เนียนๆ
พอเมิงอดนอน ,เจอแดด ,ร่างกายอ่อนแอ หรือมีปัจจัยกระตุ้นอะไรขึ้นมาเมื่อไหร่
เชื้อพวกนี้มันก็จะหน้าด้าน ขึ้นมาโผล่ที่ปาก จุดเดิมที่เคยเป็นฮ่ะ!
แต่กุจำได้ว่าเริมที่ปากกะเริมข้างล่าง เชื้อคนละอย่างกันนะ ประมาณว่าเชื้อตัวเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์หรือไงนี่แหละ
กุก็ไม่เป๊ะเรื่องข้อมูล ตรงนี้รอคนมีความรู้สายสุขภาพเขามาเฟิร์มให้อีกทีละกัน
ส่วนตัวกุเป็นที่ปากนะ (ติดมาจากพ่อน่ะ กินน้ำแก้วเดียวกัน ใช้ช้อนร่วมกันก็ติดได้ กุติดแม่งตั้งแต่เด็กๆเลย ตอนนี้ก็เป็นทุกปี T^T)
)
ของส่วนตัวกุเลยไม่ใช้ร่วมกับใครเลย กลัวแพร่เชื้อ เป็นแล้วมันทรมานนะตัวเธอว์ ช่วงที่เป็นน่ะ กินของเผ็ดๆก็ไม่ได้
ดูดปากกะใครก็ไม่ได้ (แต่ช่วงที่ไม่มีแผล ไม่เป็นไรนะ ไม่ติดต่อ ไม่ใช่ระยะแพร่เชื้อ ทำได้ทุกอย่าง
เครื่องสำอางกุยังไม่ใช้ร่วมกับแม่เลย นอกจากเป็นของที่เทออกมาแล้วค่อยใช้ อย่างพวกสกินแคร์ เมคอัพรีมูฟเวอร์ไรงี้
แต่พวก แป้ง บลัช ลิป อะไรพวกนี้แยกกันใช้ต่างหาก หน้าใครหน้ามัน แบคทีเรียใครแบคทีเรียมัน ไม่ปนกัน
มีเรื่องฮาๆเรื่องนึง ซึ่งสะใจมาก สมัยมหาลัยไปอบรม 1 สัปดาห์ แล้วต้องนอนร่วมห้องกับคนแปลกหน้าจากมหาลัยอื่น
ก็แบ่งพท.โต๊ะเครื่องแป้งกันใช้ แล้วอิคนที่นอนห้องเดียวกะกุมันชอบมายิมลิปมั่ง Tint มั่ง สารพัด
กุก็ไม่เคยให้มันยืม แต่ไม่ได้บอกเหตุผลนะ บอกแค่ว่าเราไม่สะดวกให้ยืมอ่ะ
มีวันนึง ตอนกุอาบน้ำ อินี่มันมาแอบใช้ พอกุออกมาจากห้องน้ำ แม่งมายิ้มๆใส่กุ แล้วบอกว่า เมื่อกี๊เราใช้ Tint กับลิปของเธอไปอ่ะ
เราเห็นเธออาบน้ำอยู่ เลยไม่ได้บอก แล้วมันก็ยิ้มแบบสะใจๆ ประมาณว่า ไงล่ะมึง หวงนักหวงหนา ขอยืมดีๆก็ไม่ให้
ตอนนี้กุได้ใช้ของมึงแล้ว เป็นไงล่ะ เป็นไงล่ะ ชะละล่า!!!
กุก็อึ้งไปแบบนึง แล้วก็ทำหน้าตาเหวอ บอกมันว่า อ้าว ที่เราไม่ให้ใช้ด้วยเพราะเราเป็นเริมที่ปากน่ะ กลัวเธอจะติด
แต่ใช้ไปแล้วนี่ คงติดไปแล้วล่ะ ต่อไปก็หยิบใช้ได้ตามสบายเลยนะ แล้วกุก็ยิ้มแบบนางฟ้าให้มันไป
มันวิ่งเข้าไปล้างปากในห้องน้ำใหญ่เลยอ่ะ แล้วมันก็ขอย้ายห้อง ก็ได้ย้ายนะ รูมเมทคนใหม่กุก็ไม่งี่เง่า ดีเลยทีนี้
แต่อยากบอกมันว่า แหม… แสรดด กุเป็นเริมที่ปากนะคะ ไม่ได้เป็นวัณโรค จะได้อยู่ห้องเดียวกะเมิงไม่ได้
แล้วถ้าเมิงไม่มาขโมยของกุใช้ทั้งๆที่กุห้ามแล้ว มันจะเป็นไรไหมล่ะ อิดวกส์!
อ้อ ถ้ามาอ่านเจอล่ะก็… ไม่ใช่แต่เมิงนะคะที่รังเกียจกุ แต่กุก็รังเกียจเมิงค่ะ น้ำลายเมิงมีเชื้อบ้าอยู่หรือเปล่าไม่รู้
เมิงทำให้กุต้องทิ้งคสอ.ยกชุด แล้วปล่อยหน้าโล้นเลี่ยนไปตลอด 3 วันสุดท้ายของการอบรม กุแค้นนะคะ! อิห่านเอ๊ย!
จิง ๆ ไม่มีไรเลย เรื่องเกิดเพราะสองประโยคนี้คือ ว่ากูไม่ได้กูไม่ใช่ The star กับ จะเอาชนะกัน แค่เนี๊ยะ แสรดดดดดด
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
ห่า 180 กุนึกว่า แสนแปด แม่งด่ากันเอาเป็นเอาตาย ฉิบหาย กูไม่ได้ดูถูก หรือว่าไม่เห็นคุณค่าของเงินนะ แต่กุว่ามึงเคลียร์กันเองสองคนแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นเหอะ
ลูกค้าคือพระเจ้า เค้าสอนมาหลายสิบปีแล้ว อีนี่ไม่รู้จักจำ
ถ้ามีนัดออกไปตบกันนอกรอบจริงๆ ล่ะก็นะ… เอาไว้ยกตัวอย่างคำว่าน้ำผึ้งหยดเดียวได้เลย
ส่วนตัวคิดว่าแม่ค้าควรจะรับผิดชอบมากกว่านะ… กรณีที่สินค้าเกิดความเสียหายระหว่างจัดส่งอ่ะ แล้วตัวสินค้าเองก็ราคาไม่กี่ตังเอง ควรจะคืนเงินให้ลูกค้าหรือไม่ก็ส่งสินค้าชิ้นใหม่ไปให้ แบบนี้จะซื้อใจลูกค้าได้มากกว่ามาตั้งกระูทู้บ้าๆ บอๆ แบบนี้…
หรือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าคุยกันแบบใจร่มๆ ทั้งสองฝ่ายมันก็ไม่มีดราม่าหรอก… ไม่สิไม่มีดราม่าจ่าก็ไม่มีไรเขียนสินะ 555+
ไปเรียกอีหยกมาดูเร็ว
การส่งของที่ละลายได้ไปทางจัดส่งปกติถือว่าเสี่ยงมาก
แต่จะจัดส่งทางรถห้องเย็นกะสินค้าราคา180 มันก็ไม่คุ้ม ว่าจริงๆเดินห้างแล้วซื้อเลยจะง่ายกว่ามั้ง
ปัญหาของการซื้อของแบบไม่เห็นตัวสินค้าคือ เราไม่รู้สภาพสินค้าเลย แยกลำบากระหว่าง พังก่อนส่ง ระหว่่างส่ง หรือ ลูกค้าำทำพังเอง
และมันก็เป็นดราม่า่ไปหลายรอบแล้วด้วยเช่น ดราม่าไอโฟน4ปีที่แล้ว ไอโฟน5เร็วๆนี้
แน่นอนว่าดราม่าทำนองนี้มันต้องมีอีก
ห้องเชี่ยนี่อย่าไปหวังห่าไรเลย
เอามาลงรูปรีวิว อ้วนเป็นตุ่ม ขาแม่งยังกะฮิปโปชุปแบ้ง
สวยค่า เริดค่า ไม่อ้วนหรอกค่า(อีห่า ถ้ามันไม่อ้วน สงสัยกูคงเป็นเอธิโอเปีย)
ตอแหลมทั้งนั้นแหละ
อีแม่ค้านี้แหละ นักเลงคีย์บอร์ดตัวจริง
กูรู้ว่ามึงอ่านอยู่อีรั่ว อย่ามาซึน
3 คำ “โถถถถถถ อิ ฟายยยยยย”
แหงะ ของมือสองกรูไม่ค่อยชอบว่ะ โดยเฉพาะเครื่องสำอางแบบนี้ ไม่เอาเด็ดขาด
หน้าแหกขึ้นมา กว่าจะรักษาได้เสียมากกว่าค่าของที่ซื้อมาอีกมั๊งน่ะ
แม่ค้า ส่งของไม่ดีของถึงลูกค้าพังยับแบบนั้นเป็นกูก็ถาม
ลูกค้า ก็เสือกไม่บอกเลขที่บัญชี ไปด่าใส่แม่ค้า กูเป็นแม่ค้ากูก็ด่ากลับเหมือนกัน
คนดู แม่งก็ไม่อ่านเลย แม่ค้ามันบอกจะคืนตังตั้งนานละ
ความคิดราคาถูก เหมาะกับสินค้าราคาถูกยิ่งนัก
ดูมวยห้องแป้งตบกันด้วยพัฟแอน์ลิปสติก มันชิปหายเลยว่ะ
เลิกเล่นพันทางก็เพราะอีพวกสตรอเบอรี่นี่แหละ
คิดเหรอวะว่าถ้าเจอตัวเป็นๆมันจะกล้าเข้าไปด่า
อย่างมากก็แค่ดูเขากัดกันอย่างห่างๆมากกว่า
เด๋วนี้มีเครื่องสำอางมือ 2 แล้วหล่ะวะ อี๋หว่ะ
กูเข้าใจทั้งสองฝ่ายนะ
แม่ค้าก็ส่งของตามปกติ
ลูกค้าเลือกได้ของไม่ดี
มันที่ขนส่ง
แต่เรื่องจะไม่เกิดถ้าแม่ค้า เอาใจลูกค้าส่งตัวใหม่ไปให้เลย
ได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ
เค้าถึงเรียก เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
แหยะ มีด้วยเหรอลิปมือสอง
มันไม่ติดตับอักเสบA กันบานเลยเหรอ เดี๋ยวตัวเหลืองมาล่ะมึง
งวดหน้าจ๋าเซพ html แล้วไปฝากไว้ตาม mediafire เลย จะไดไ้ดูข้อความดิบๆ ก่อนที่จะถูก edit กัน
มาทีไรตลาดวายทุกที
นี่แหละผู้หญิง วันๆมีแต่งี้แหละ ไปหาน้องปอยดีกว่าหวะ
หา? อะไรนะ? ลิปสติกมือสอง???????? แอร๊ยยยยย
กล้าใช้เหรอวะ? กุว่าบอกเซอร์มือสองนี่แม่งก็สุดจะอี๋แล้วนะว้อย
อ่านแล้วนึกถึง ฝูงยานรบเอเลี่ยนรุมยิงศูนย์กลางจักรวาลว่ะ
นับว่าเป็นดราม่าที่มูลค่าถูกที่สุดเท่าที่แอดมินเคยเขียนมาเลยมั้ง ส่วนอีพวกตัวละครที่เอาชีวิตตัวเองมาดราม่าเพื่อสินค้าราคาแค่นี้
ก็คิดกันเอาเองละกันว่าชีวิตพวกมึงมีค่าแค่ไหน คุ้มมั้ยที่จะเอาเวลาทำมาหาแดกมาด่ากันเพราะสินค้าราคา 180 บาท!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร ? มึงเดินไปซื้อลิปสติคที่ห้างใกล้บ้านง่ายกว่ามั้ย?
+10000000000000000000000
สักวัน คงมีคนเอาเรื่องตด มาทะเลาะกันในเน็ตแน่ๆเลย
หรือว่าเคยมีแล้ววะเนี่ย
สลัดผักผลไม้รวม wrote:
เมิงคือร่างอวตารกุใช่ไหม?!! สลัดผักเอ๊ยย!!
เหมือนกันทุกเรื่องตั้งกะสลัดผักผลไม้รวมยันเริมและดรามาก็คนร่วมห้อง!!
วันไหนไม่ได้นอน ปากเจ่อแดงระเรื่อเซ็กซี่มั่กๆ
ผู้ชาย เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง แบบธรรมชาติเหรอครับ ?
ใครไม่ชอบ ผมชอบ
ซื้อในห้างมันจ่ะตายไหม ?
คืนเงินเค้ามันจ่ะตายป่าว ?
แม่ค้านั่นแหละปัญญาอ่อน
กูยังไม่เห็นลูกค้ามันด่าอะไรตรงไหนเลย
พี่ท่านก็ออกมาพึมพำๆ ห่านอะไรก็ไๆม่รู้ งี่เง่า อ่านแล้วรำคาญตาว่ะเฮ้ย
คืนเงินไปก็จบ ยังมาแพล่มน้ำไหลไฟดับ
ปากคนเชื้อโรคเยอะจะตาย มีคนกล้าใช้ลิปมือสองด้วยเหรอ
ไม่กลัวติดโรคกันเลยหรือไงฟะ
เพื่อนกุก็เป็นเริม แล้วมันก็ถือวิสาสะมาใช้ลิปกุ กุมองตาค้างเลย แสดเอ๊ยยยยยยยย
วันดีคืนร้าย กุเผลอหยิบเอามาใช้ เดาได้ใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น
กุโง่เองที่ไม่รีบทิ้งไป
เหตุเพราะน้ำผึ้งหยดเดียวแท้ๆ
ไปขายไอโฟนห่าสิเจ๊ปัญหาน้อยนะกำไรด้วยสองหมื่นเหนาะๆ
สลัดผักผลไม้รวม wrote:
55555555 คนนี้ตลกดี ชอบๆ กล้าเม้าท์เรื่องตัวเองเป็นเริมด้วยอ่ะ
เจ๋งสวดยวดดดดดดดดดดด
ตำรวจ -> หมอ -> แม่ค้า -> ?
ถ้าทำตัวเป็นคนดีกันหน่อยก็ยอมกันคนละครึ่งทางก็ได้นะครับ(แต่ความจริงแม่ค้าก็น่าจะคืนแหละเพราะแพคไม่ดี)
ถ้าทำตัวเป็นคนดีกันหน่อยก็ยอมกันคนละครึ่งทางก็ได้นะครับ(แต่ความจริงแม่ค้าก็น่าจะคืนแหละเพราะแพคไม่ดี)
อ้วนแต่มั่นใจพ่องดิสัด wrote:
นางก็มีอัลบั้มออกมาให้แฟนขับดูอยู่นา นำพาไปถ่ายนอกสถานที่ โลเคชั่นไฮโซ
กุล่ะทึ่งความอยากเป็นซัมวันมากมายเลย ลงทุนลงแรงลงเงินขนาดนั้น
ปล.กุเคยเจอเจ๊คนดังในบล็อคที่ชอบมารีวิวแต่งตัวแน้วแนว อยากบอกว่ากุกลั้นขำแทบสำลัก เพราะแกแต่งบางทีเหมือนเด็ก3ขวบไปเนอซารี่
อีแม่ค้า
มายังหงส์
ลงหยังเXี้ย
ผู้หญิงเรื่องเครื่องสำอางเกล้ากระผมไม่กล้ายุ่งขอรับ
ขนาดยึดแป้งกะลิปติกจากเด็กที่โรงเรียนมาทาในคาบมันยังมองยังกะจะกินเลือดเลย
หน้าด้านๆแบบผมนีเวียกับกระดาษทรายพอ
ไร้สาระมันทั้งสองฝ่ายนั่นแหล่ะ
ได้อ่านมาอย่างครบถ้วนทุกตัวอักษรเลยค่ะ (ว่างจัดจริงๆเลยกูเนี่ย)
เก็บอารมณ์ไม่เป็น จุดเดือดต่ำกันทั้งคู่
แทนที่จะมาเถียงกันในเว็บ ไปเข้าคอร์สเสริมสร้างEQกันดีกว่าไป๊!!!!
ลูกค้าคือพระเจ้า….แล้วไมมันไม่เสกเองว่ะ
ขอนอกเรื่่องดราม่านะ ผมรู้สึกว่าหลังๆทีมพี่เสี้ยมช่องน้อยสีจะเอาข้อมูลจากเว็บจ่าเยอะว่ะ แบบว่าดราม่าวันนี้พรุ่งนี้ช่องพี่เป็นข่าว ขอดูถูกไว้เลยว่ะถ้าที่เรียนจบมาปัญญาของสื่อสารมวลชนมีแค่นี้ก็อย่าเรียนให้เปลืองตังค์บุพการีเหอะ
180 แดกข้าวไ้ด้ตั้ง6มื้อ 2วันเลยนะเออ
@ HaZ:
ต่อไปก็ไปรษณีย์สิย่ะ เห็นว่าขี่รถตากแดดสามชั่วโมงจนลิปละลาย ปณ.โดนแน่ต่อไป
/
ซึนเยอะแระไปนอนดีฝ่า
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนกล้าซื้อเครื่องสำอางค์มือสอง เราเดินเข้าร้านขายส่งซื้อลิปกลอสแท่งละ19บาทสบายใจกว่าเยอะ ใช้มาสามปีแล้วยังไม่หมด อึดพอๆ กับที่ซื้อในเคาเตอร์แบรนด์ในห้างเลย แต่ราคาห่างกันสิบเท่า
อีแม่ค้านี่มันเล่นเว็บพันทิพหรือเว็บไหนวะเนี่ย ด่ากันอย่างกับแม่ค้าปากตลาด เพราะเงิน 180 บาทเนี่ยนะ
แล้วมึงไม่สนใจความเห็นชาวบ้านเลย เอาแต่ด่าเค้านี่ มึงจะตั้งกระทู้ถามหาพ่อมึงเหรอครับ
สินค้าชำรุดก็ต้องคืนเงินสิจ๊ะ
ตามหลักแล้วน่ะ
หรือถ้าไม่คืนเงินก็ต้องส่งของมาใหม่
ก็เท่านี้ จะเถียง(แถ)ไปทำไม
แล้วที่มาบอกว่าไม่ได้ขอความเห็น
แต่หัวมู้เอ็งมันขอความเห็นชัดๆเลย…อย่ามาซึนเดเระ
แท่งลิปสติกราคาแค่นี้ทำความเสียหายได้ขนาดนี้
ถ้าเป็นแท่งอื่นเล่า
โธ่ ผู้หญิงห้องแป้ง
เเม่ค้าไงต้องับผิดชอบอยู่ดีเเหละครับ เเล้วก็โหเรื่องเเค่นี้ด่ากันซะขนาดนี้ ถ้าเรื่องใหญ่กว่านี้อีพวกนี้จะฆ่ากันมั้ย
ที่เรียกร้องสิทธิ์จนเป็นดราม่า ไม่ได้ขึ้นกับราคาสินค้าจะถูกจะแพงหรอกครับจ่า แต่เขาเรียกร้องความเป็นธรรมที่พึงได้อยู่ไม่ใช่เหรอ
ส่วนเรื่องจะตอแหล แต่งเรื่องอะไรนี่อีกประเด็นนึง
แล้วจ่าล่ะ ซื้อมากี่แท่ง
…โถโถ นั่งอ่าน เห็ดสดสองนางปะฉะดะกัน…ลิปสคติก2แท่ง มือสองด้วย..- -! จะบ้าตายผุหญิงเด่วนี้ ไม่แต่งไม่ทาสักวัน จะกล้าออกจากบ้านกันไหม จะสร้างภาพไปไหนกันน แม่คุ๊ณ…ทาแล้วก็เช็ดออก ทาแล้วก็ล้างออก ทาจนหมดเป็นปีบๆไม่เห็นเสียดาย โดนไป 180 น่าจะจบๆกันไปสักข้างนึงนะ
แสดงความเห็นในเรื่องหน่อย…ทะไมแม่ค้าสมัยนี้ โดยเฉพาะในเวบนี่ เขี้ยวๆกันจัง ทำกะลูกค้าแบบนั้นเสียเครดิตแม่ค้าหมด
สมควรแล้วที่โดนด่า ตอนหลังยังจะมีหน้ามาเกรียนแตกอีก..ฆ่าตัวเองชัด…
…ชักสงสัยแบบนี้จะมี ยกทรงกางเกงในมือสอง ไหมเนี่ย โอ๊วววแม่จ้าวววว…
แหวะ ลิปมือสอง
อายไลเนอร์กะมาสคาร่ากุยังไม่ใช้ร่วมกะใครเลย
ต่อไปจะมีไรอีกล่ะ? ผ้าอนามัยมือสอง??
กุไม่รู้ใครถูกหรือผิด แต่กุแหย่ะ เครื่องสำอางมือ 2 มากๆอ่ะ
ถ้าแฟนกุใช้ กุเลิก กุรับไม่ได้
หนูมาขอความเป็นธรรม
ดวก
ที่คุนแม่ค้าไปว่าคนในห้องนั้นว่าโลกสวยนักหนา คุนเองก็ใช่ย่อยนี่ครับ อยากจะฟังแต่คอมเม้นที่ถูกใจนั่นก็ไม่ต่างอะไรกับที่ตัวเองว่าคนอื่นเค้าซักเท่าไหร่หรอก
180 บาท… สามารถดึงติ่งออกมาโชว์ได้ก็ถือว่าไม่แพงนา…
อย่ามาทราม wrote:
เขาว่าอย่าซึนคับ
มึงไม่พอใจมึงไม่ต้องอ่านคับ กูไม่ด่าพ่อมึงหรอก
เรื่องของ ลิปสะตวยหัวขริก พันดริฟอีกแล้วววว
ของจำพวกนี้มันมีมือ 2 ด้วยเรอะ ตูเพิ่งเคยรู้วุ้ย
เอาลิปสติกผมปะสีคล้ำนิดหน่อย ท่อนใหญ่ ทาได้นานหลายสิบปี
อีกหน่อยแม่มต้องมี “ผัวมือสอง” แน่เลยคร่าาาาาาาาาาา
ตูว่าอีกหน่อยสลึงนึงก็ดราม่าได้แล้วล่ะ
อ่านละฮา 180บาทดราม่ากันยาวเฟื้อย ถ้าเปนของแบรนด์หรือดีหน่อยละดราม่ากูจะไม่ว่าเลย
คารม คมหอก แอดมิน ยังไงก็ควรระวังนิดนึง เพราะ เดี๋ยวเยาวชนหลงเข้ามาอ่าน จะพาลคิดว่า การสรุปเนื้อหาอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่สมควรต่อยอดเป็นอย่างยิ่ง จากที่อ่านๆ มา มันก็มีบ้างน๊ะที่เข้าข่ายยุแยง ตะแคงรั่ว
ทิ้งท้าย….
สังคม เศรษฐกิจ ทุกวันนี้มันก็แย่ สภาพจิตใจมันก็เครียดอยู่แล้ว ผู้ที่มีอารยะก็ควรจะพึ่งพาตัวเอง เอาตัวเองให้รอด ให้ได้ซะก่อน การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง มันไม่ต่างอะไรกับคำว่า ” มือที่สาม ” หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ” เข้าไปเสือก ” ในเรื่องของชาวบ้าน ทั้งหมด ทั้งมวล คือผู้ซึ่งทำให้เรื่องเล็กๆ มันบานปลาย
เพราะอันที่จริง.. แม่ค้าเขาต้องการคำตอบประเด็นใด ก็ควรตอบ ไปตามนั้น ไม่ใช่ตอบแล้ว เอาความคิดตนเองไปคิดแทนคนอื่น และไปชี้นำคนอื่นให้ทำอย่างที่ใจตัวเองคิด ในสังคมอารยะ ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ควร มิควร แล้วแต่ จขกท. จะตัดสินปัญหาส่วนตัวของเขา ถ้าเขาแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ช่างเขา ถ้าไม่ใช้พวกมีเขา ก็ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเขา เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา
ดังนั้น…
ทุกคนก็ได้รับกรรมกันไปถ้วนทั่ว นั่นคือ ความเครียด ในการเข้าไปตอบกระทู้
นี่ตอบแบบไม่ได้ ซึนเดเร๊ะ แต่อย่างใดเลยน๊ะเนี่ย เลยพลอยเครียดตามไปด้วยเลย 555+
ยา๑ิแห wrote:
5 5 5 ช่างคิดนะ
ดราม่าเกี่ยวกับซ์้อขงทางเน็ต ที่ราคา๔ุกที่สุดที่เคยเจอมา