
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องกล้องมีอมยิ้มคนนึงชื่อ “ปลาโลมิ” เอ๊ย “ปลาโลมา” มาตั้งกระทู้ร้องเรียนว่า
เธอไปซื้อ card reader อันใหม่มาจากร้าน Power Battery เพราะของเก่ามันเริ่มรวนๆแล้ว
แต่ปรากฏว่ามันใช้งานไม่ได้ ไม่สามารถอ่านข้อมูลใน SD card ก็เลยย้อนกลับไปที่ร้านถามคนขายว่าทำไมใช้งานไม่ได้
นายคนขายก็กำลังจะเปลี่ยนสินค้าอันใหม่ให้ แต่ทันใดนั้นคนขายก็เห็นเพื่อนที่เป็นพนักงานของร้านข้างๆชื่อร้าน Photo Hut
ก็เลยเรียกนายคนนี้เข้ามาให้ช่วยเช็คดูว่าทำไม card reader ของ จขกท ถึงใช้งานไม่ได้
นายคนนี้ก็เลยหยิบ SD card ไปจากมือของ จขกท ทำให้ จขกท เริ่มไม่พอใจคิดในใจว่าเอ๊ะ..ไอ้หมอนี่
ทำไมมันไม่มีมารยาทเลย คิดจะหยิบของจากมือชั้นก็ไม่คิดจะขอโทษเลยซักคำ (ขอโทษเรื่องอะไรวะ)

จขกท ก็เล่าให้นายคนนี้ฟังว่า Card reader ตัวนี้มันอ่าน SD card ไม่ได้ แต่ตัวเก่าที่บ้านมันอ่านได้
ไอ้หมอนี่ก็ถาม จขกท ว่าเออ..ของเก่ายังใช้ได้แล้วจะมาซื้อของใหม่ทำไม ทำไมไม่ใช้อันเดิมต่อไป?
ทำให้ จขกท ฉุนขาดถามไอ้หมอนี่ว่ามึงพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร ชั้นเป็นลูกค้านะยะ!! ชั้นจะซื้ออะไรมันก็เป็นเรื่องของชั้น
แล้วหล่อนมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับชั้นอย่างนี้ ต่อให้เอ็งไม่ได้เป็นพนักงานของร้านนี้ก็จริงแต่ก็ไม่มีสิทธิมาพูดกับชั้นแบบนี้นะ!!
จากนั้น จขกท ก็เล่าว่านายคนนั้นพอโดน จขกท โวยใส่ก็ไม่พอใจ เดินมากระแทกไหล่ของเธอจนเกือบล้ม
แล้วถามเธอว่าเอ็งข้องใจอะไร มีปัญหาอะไรกับกรูมากป่ะ!?

จขกท ที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆก็ไม่กล้ามีเรื่องกับผู้ชายคนนั้น ก็ตอบไปว่าไม่มีปัญหาอะไรจ๊ะ แล้วในที่สุดไอ้หนุ่มคนนั้นก็เดินจากไป

เป็นเหตุให้ จขกท เอาเรื่องนี้มาประจานในเว็บพันทิปและเธอก็บ่นว่าไอ้พนักงานขายของร้าน PhotoHut นี่มันใช้ไม่ได้เลยค่ะ
คนที่เป็นพนักงานขายมันต้องบริการลูกค้าให้เป็นสิ ถ้าเกิดว่าชั้นเป็นลูกค้าร้านมันแล้วมันให้การบริการหมาๆกับชั้นมิฉิบหายกันพอดีเหรอคะ!?
ก่อนที่จะไปอ่านดราม่ากันต่อแอดมินขอสรุปประเด็นให้ผู้อ่านฟังว่า ความสัมพันธ์ของนายพนักงานขายร้าน Photohut กับ จขกท
ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของลูกค้า-คนขาย เพราะ จขกท ไม่ได้ซื้อสินค้าจากร้าน PhotoHut เป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน
แต่บังเอิญไอ้คนแปลกหน้าคนนี้มันดันมีอาชีพเป็นพนักงานขาย จขกทแกก็เลยไม่พอใจที่ได้รับการปฎิบัติเช่นนั้น
พออ่านกระทู้จบปุ๊บชาวห้องกล้องก็พากันแสดงความเห็น ส่วนมากก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไอ้พนักงานขายคนนั้นมันเลวมาก!!
สันดานอย่างมันต้องเอาไปฟ้องผู้บริหารของร้านนี้ให้เอามันไปเฆี่ยนตีให้เป็นที่ให้หลาบจำ!!

บ้างก็ยุ จขกท ว่าคนสันดานหมาอย่างไอ้พนักงานขายคนนั้นมันต้องใช้ศาลเตี้ยเล่นงานมันเท่านั้น!!

ก็กระทู้นี้ไงครับ คือศาลเตี้ยที่พวกเอ็งถวิลหา
บ้างก็บอกว่าไอ้พนักงานเลวๆแบบนี้มันต้องไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น!!

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่ออมยิ้มคนนึงชื่อ “DSkong” ออกมาสวนกระแสอันเชี่ยวกรากในกระทู้ นาย DSkong ก็บ่นว่า
รู้สึกเหมือน จขกท กำลังเอาประเด็นผู้หญิงโดนผู้ชายรังแกมาเรียกร้องความเห็นใจยังไงก็ไม่รู้ว่ะ ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เลยซักนิด
แล้วการที่ จขกท ไม่พอใจพนักงานขายคนนั้นที่หยิบ SD card ไปจากมือของเธอโดยไม่เอ่ยปากขอโทษเนี่ย ไม่ทราบว่าเขาต้องขอโทษเรื่องอะไรวะ?
ถ้าเอ็งไม่พอใจกะอีแค่เรื่องแค่นี้ตูว่า จขกท นั่นแหละที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ ไม่ใช่ไอ้พนักงานขายคนนั้น

แล้วการที่เขาจะถามว่าถ้า SD card เครื่องเก่ายังใช้ได้แล้วจะมาซื้อใหม่ทำไม ก็ไม่เห็นแปลกนี่หว่า
อย่าลืมนะว่าสถานะของเขา ณ เวลานั้นไม่ใช่พนักงานขายที่ต้องบริการลูกค้าอย่างเอ็ง แต่เป็นคนของร้านข้างๆที่บังเอิญเดินผ่านมา
และทั้งๆที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาดู card reader ให้เอ็งฟรีๆแต่เอ็งกลับไปวีนใส่เขา ไม่พอใจเขาที่ถามคำถามเมื่อกี้เนี่ยนะ?
เอาเป็นว่าสรุปแล้วไอ้เรื่องที่ จขกท จะเป็นมายังไงกรูก็ไม่รู้ว่ะ แต่ขอให้ชาวห้องกล้องฟังหูไว้หูให้ดีก็แล้วกัน

อมยิ้มชื่อ ConFlict ก็แย้งนาย DSkong ว่าก็จู่ๆไอ้พนักงานคนนั้นมันมาหยิบ SD card ไปจากมือ เป็นกรูกรูก็โกรธวะ!!
แล้วไอ้คำถามไร้สาระอย่างของเก่ายังใช้ได้แล้วจะมาซื้อใหม่ทำไมเนี่ย มันถามทำหอกอะไรฟะ?
ถ้าว่างงานมากจนถามคำถามพล่อยๆอย่างนี้ออกมาได้ เอ็งเอาเวลาไปเช็ค card reader ในมือของเอ็งว่ามันเจ๊งตรงไหนดีกว่ามั้ย?
และต่อให้ จขกท ไม่ใช่ลูกค้าของร้านมัน แต่การที่มันกระทำกับ จขกท เช่นนั้นก็ถือว่าไม่เหมาะสมอยู่ดีคนค้าขายมันต้องมี Service mind กันมั่งเด้!!
แล้วนาย ComFlict ก็แขวะนาย DSKong ว่าแหมๆมึงนี่ปกป้องไอ้พนักงานคนขายคนนั้นยังกับว่ามึงทำงานอยู่ร้านเดียวกันเลยเนอะ

DSkong ก็ตอบกลับไปว่าเอ็งต้องแยกแยะคำว่าหัวโขนกับหน้าที่ออกจากกันนะว้อย
และตอนนั้นไอ้หมอนั่นมันไม่ได้อยู่ในร้านนั้นในฐานะผู้ให้บริการนะ ถึงมันจะมีอาชีพเป็นพนักงานขายของร้านข้างๆก็เหอะ
ถ้า จขกท ไปซื้อของจากร้านมันแล้วโดนมันปฎิบัติแบบนั้นก็ว่าไปอย่าง ถ้าเป็นกรณีนั้นก็เชิญพวกมึงด่ามันกันตามระเบียบ
ว่าแต่มึงจะมาดิสเครดิตกรูว่าเป็นพนักงานของร้าน Photohut ทำหอยอะไรวะ!?

จากนั้นชาวห้องกล้องก็แสดงความเห็นกันต่อ ส่วนมากก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไอ้พนักงานขายคนนั้นมันเลวระยำ!! ต้องไล่ออกสถานเดียว!!

แต่ก็มีอมยิ้มส่วนนึงพูดแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เช่นนาย “แฉลบยอดหญ้า” บอกว่ากรูยังไม่ปักใจเชื่อที่ จขกท เล่ามาว่ะ
ถ้ามีหลักฐานมายืนยันก็สมควรจะไล่ออก แต่ต่อให้พนักงายขายคนนั้นมันผิดก็ผิดในฐานะพนักงานขาย
ไม่ได้ผิดในฐานะผู้ชายนะ เพราะพฤติกรรมเหียกๆแบบนี้ไม่ว่าเพศไหนมันก็ผิดทั้งนั้นล่ะวะ!!

ต่อมาชาวห้องกล้องก็เริ่มด่านาย DSkong ว่าก่อนที่มึงจะทำตัวเป็นพหูสูตรเที่ยววิเคราะห์ดราม่าของชาวบ้าน
กรูว่ามึงกลับไปอ่านเรื่องราวที่ จขกท เล่าตั้งแต่ต้นให้ละเอียดดีกว่ามั้ย แล้วทำไมมึงต้องมาหาเรื่อง จขกท ด้วยวะ!?
การที่มึงมาวิเคราะห์มั่วๆซั่วๆทั้งที่มึงไม่ได้รู้4รู้8อะไรเลย มันจะกลายเป็นการประจานความโง่เง่าของตัวมึงเองเปล่าๆปรี้ๆนะว้อย!!

ต่อมา จขกท ก็แจ้งว่าได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังผู้บริหารของร้าน Photo Hut แล้วและในเวลาต่อมา
จขกท ก็แจ้งว่าได้พูดคุยกับผู้บริหารของร้าน PhotoHut เรียบร้อยแล้วและทางร้านกำลังไต่สวนข้อเท็จจริง
ระหว่างที่กำลังไต่สวนข้อเท็จจริงกัน ชาวห้องกล้องก็ด่าคนที่สวนกระแสในกระทู้นี้ว่าไอ้หน้าโง่แต่อยากโชว์พาวเอ๊ย!!
สวนกระแสกันนักนะพวกมึงน่ะ พวกมึงอ่านหนังสือไม่ออกรึไงวะ ถึงไม่เข้าใจประเด็นที่ จขกท ต้องการสื่อ!!

บ้างก็ด่านาย DSkong กับนายแฉลบยอดหญ้าว่าพวกมึงมันอ่านจับใจความไม่ออกแล้วพยายามหาเรื่องมาจับผิด จขกท นี่หว่า!!

บางคนก็แอบแขวะนาย DSkong ว่ากรูเจอคนห่วยๆที่ไม่คู่ควรจะเป็นเพศผู้ในห้องกล้องคนนึงแล้วว่ะ

นาย DSkong ก็พยายามอธิบายให้ชาวห้องกล้องฟังว่าที่พวกตูออกมาแย้งเนี่ย เพราะต้องการให้พวกมึงหยุดด่าตามน้ำ
เลิกฟังความข้างเดียวและเชื่อเรื่องที่ จขกท พูดโดยไร้หลักฐานอ้างอิงอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูซักที
พวกมึงจะด่าไอ้พนักงานขายคนนั้นไปถึงไหน จะด่าเอามันส์ไปเพื่ออะไร ทำไมไม่รู้จักวิเคราะห์มั่งว่าเรื่องของ จขกท มันเกิดขึ้นเพราะอะไร?
และกะอีแค่ จขกท เป็นเพศแม่แต่พวกมึงก็ถึงกับมองข้ามความผิดที่เธอเป็นฝ่ายแรงใส่ไอ้พนักงานขายคนนั้นก่อนเชียวเหรอวะ!?

อ่านดราม่านี้แล้วก็จะเห็นสัจธรรมของเว็บพันทิปครับ นั่นคือตั้งใครกระทู้ก่อนย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ส่วนไอ้คนที่เข้ามาเตือนให้ฟังหูไว้หูก็โดนกระหน่ำแทบจมตีนไปตามระเบียบ แต่แอดมินสงสัยมากๆว่า..
ทำไมชาวห้องกล้องมันถึงได้ปักใจเชื่อเรื่องที่คนแปลกหน้าที่กระทั่งหน้าค่าตาก็ไม่เคยเห็นอย่าง จขกท เล่าให้ฟังจังวะ!?
แต่ล่าสุดทางร้าน Photohut ก็เข้ามาชี้แจงว่า พนักงานคนนั้นยอมรับว่ามีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง และได้รับการลงโทษทางวินัยเรียบร้อยแล้ว

สรุปว่าดราม่านี้คงจบลงด้วยดีมั้ง? ไม่รู้เหมือนกันว่านาย DSkong กับคนที่สวนกระแสจะโดนด่าต่อมั้ย?
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? การฟังหูไว้หูมันไม่เหมาะกับสังคมไทยแล้วใช่มั้ย?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้โดยพลัน
เจอคน ห่วยๆ ที่ Photo hut ตึกคอมพัทยา…. ทุเรศเกินกว่าจะเรียกว่า ผู้ชาย
http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O10570722/O10570722.html




























@ DSkong:
ยิ่งอ่านคำอธิบาย ยกมาเปรียบเทียบหมอ ก็ยิ่งไม่เข้าใจว่านยกมาได้ไง
ประโยคที่ยกมาว่าหมอถาม กับพนักงานถามก็ไม่รู้สึกว่าเป็นกรณีเดียวกันเลยซักนิด
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันเลย อ่านแล้วเหมือนพยายามยัดเยียดเบี่ยงประเด็นให้เป็นเรืื่องฐานะัทางสังคม
ขอบอกว่าลูกค้ามันเชี่ยจริงๆ ต่อให้เป็นหมอก็โดนวีนแตกเหมือนกัน เคยเจอมากับตัวแล้ว
หรืออยากเห็นตัวอย่างเชิญดูห้องศาลา หรือห้องสวนลุมโน้น
ประโยคที่พนักงานถาม มันเกี่ยวอะไรกับข้อมูล เราคิดหลายตลบแล้วก็ไม่เข้าใจ
จขกท.ซื้อตัวอ่านกี่ตัวเกี่ยวอะไรกับตัวนี้
ถ้าอยากจะถามหาข้อมูล ถามไปสิว่า ตัวที่อ่านได้รุ่นอะไร ไม่ใช่มาถามว่า ซื้ออีกตัวทำไม
มันเกี่ยวตรงไหน
จะถามมันต้องรู้จักถามว่า ตรงประเด็นหรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องดิ
ถามไม่คิด โดนด่ากลับ ก็เป็นเรื่องที่สมควรล่ะ ไปดูตัวอย่างนักข่าวไป อาชีพเกี่ยวกับการถาม หาข่าว แต่ถ้าถามไม่ถูกเรื่องก็โดนด่าได้เหมือนกัน
ที่บอกว่าจขกท. อาจจตีไข่ใส่สี ก็ใช่ แต่ขอบอกว่าตัวคุณเองก็อคติกับจขกท.เหมือนกันแหล่ะั