
ปรกติแอดมินไม่นำเสนอดราม่าการเมืองนะ แต่เห็นดราม่านี้แม่งบ้าบอคอแตกได้ใจและกำลังคุกรุ่นพอดี
ก็เลยขอเอามานำเสนอซะหน่อย รบกวนผู้อ่านทุกท่านอย่าดราม่ากันเรื่องการเมืองในนี้นะจ๊ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา คุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในปัจจุบัน เขาพาครอบครัวไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนึงแถวทองหล่อ
แล้วปรากฏว่าโต๊ะอาหารข้างๆคุณกรณ์บอกกับแกว่าคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อหนึ่งในแกนนำ นปช.เพิ่งจะทานอาหารเสร็จและกลับบ้านไปเมื่อตะกี้
คุณกรณ์แกก็เลยเอามาโพสใน facebook ของตัวเองว่า แหม่ มันขำจังว่ะ ไอ้พวกที่เรียกตัวเองว่าไพร่เนี่ย
มันใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนที่พวกเมิงเรียกว่า “อำมาตย์” ซักนิดเลยเนอะ

คือประมาณว่าคุณกรณ์แกไปกินร้านอาหารหรูน่ะ เลยแขวะคุณณัฐวุฒิว่าเอ็งเป็นแกนนำไพร่แล้วมากินข้าวร้านระดับอำมาตย์ได้ไงวะ
บรรดาชาว facebook ที่ติดตามอ่านเพจของคุณกรณ์ก็เข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนมากก็ประณามคุณณัฐวุฒิว่า ไอ้ไพร่จอมปลอมเอ๊ย!!

บ้างก็บอกกับคุณกรณ์ว่าถ้าเป็นอิชั้นนะคะ ชั้นลุกขึ้นแล้วขอเปลี่ยนโต๊ะดีกว่าค่ะ
แบบว่ากลัวเชื้อไพร่ติดมาจากโต๊ะข้างๆที่มีหัวหน้าไพร่ทานอยู่ยังไงล่ะคะ!! โฮะๆๆๆ

ความเห็นส่วนมากก็ประมาณนี้ คล้ายๆกับสองความเห็นที่ยกมาให้อ่านกัน
ต่อมาไม่นาน คุณณัฐวุฒิที่โดนพาดพิงก็โพสในเพจของแกมั่ง โดยบอกว่า
ตอนหัวค่ำผมพาลูกเมียไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนึง ไม่นึกเลยว่าจะโดนนายกรณ์หยิบมาเป็นประเด็นเสียดสี
แต่กรูไม่แปลกใจเลยนะที่กรณ์คิดแบบนี้ เพราะมีคนคิดแบบมึงนี่ไงประเทศไทยมันถึงยังมีการกดขี่ไพร่
ทำไมมึงต้องกำหนดว่าไพร่ต้องโง่ ไพร่ต้องจน และไม่มีปัญญากินร้านอำมาตย์เหมือนมึงวะ!?

ชาว facebook ทางฝั่งนี้ก็เข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างดุเดือด ส่วนมากก็เห็นด้วยกับคุณณัฐวุฒิ
แขวะนายกรณ์กลับไปว่าต่อให้พวกกรูเป็นไพร่ ก็มีเงินพอที่จะแดกร้านอำมาตย์เหมือนผู้ดีจอมปลอมอย่างมึงเว้ย!!

บ้างก็ด่านายกรณ์ว่าไม่ใช่อย่างพวกกรุเหรอที่ปลูกข้าวให้พวกมึงกิน แล้วมึงมีหน้ามาดูถูกไพร่อย่างพวกกรูได้ยังไงวะ

สำหรับเรื่องการเมืองแอดมินขอไม่แสดงความเห็น แต่ดูจากวุฒิภาวะของนักการเมืองทั้งสองฝั่ง
แอดมินชักจะพอเข้าใจละว่าทำไมปัญหาการเมืองไทยถึงไม่สงบซักที ใครที่อยากติดตามมวยคู่นี้ต่อ
เชิญไปอ่านกันได้ที่ facebook ของทั้งสองท่านเลยนะครับ
ฝั่งน้ำเงิน กรณ์ ศิษย์ปชป.ยิม
http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10150242421724740&id=71254499739
ฝั่งแดง ณัฐวุฒิ ค่ายแม้วยินดี
http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=171453822912233&id=157009771023305
ปล. ทำไมพวกมึงทั้งสองคนไม่เถียงกันตัวๆเลยวะ จะปล่อยให้กองเชียร์มาเถียงกันทำหอยอะไร!?
ปล.2 มีสมาชิก facebook คนนึงแสดงความเห็นถึงกรณีนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า….
แล้วกรณ์กับฯณัฐวุฒิใครเป็นฝ่ายรุก-ฝ่ายรับล่ะจ๊ะตัวเธอว์









































ชอบความนวลเนียน wrote:
คนหลายคนกำลังเรียกร้องสิทธิตัวเองอยู่ แต่ก็เห็นหลายคนเพิกเฉยต่อสิทธิตัวเองโดยการไม่เลือกอะไรเลย น่าเสียดายจริงๆ
วันนี้ไม่เลือกเอาใครสักคนให้พวกมีอำนาจครอบงำกันไปแล้ววันหน้ามีคนที่มีทั้งดีและพร้อมเข้ามา ระวังวันนั้นจะไม่มีสิทธิเลือกกันนะจ้ะ
คนที่ใช้คำว่าไพร่ด่าคนอื่นว่า “ไพร่อุปถัมภ์ สามานย์ที่สุด” คนนั้นแหละ เป็นคนแบ่งแยกประชาชนก่อน
เค้าใช้คำว่า “ไพร่” แทนตัวเอง ก็หลังจากนั้นมา แต่ไอคนที่ด่าคนที่เลือกพรรคพลังประชาชนว่าสามานย์
ด่า พรรคพลังประชาชนว่า มาจาก “ระบบไพร่อุปถัมภ์ สามานย์ที่สุด” คนๆนั่นแหละ ที่สร้างความเกลียดชังในสังคม
ข้างล่างนี้คือหลักฐานว่าใครเป็นคนพูดก่อน คนที่พูดพูดในที่ประชุมสภาตอนปี 2551 เพื่อตอบโต้กับนายจักรภพที่ไปเหน็บเค้าว่ามาจากระบบอุปถัมภ์
แม้แต่ชื่อยังแปลได้ความว่าอย่างนั้นเลย แต่คนๆนั้นกลับไร้วุฒิภาวะ สบถคำว่า “สามานย์” ด่ากราดใส่ฝ่ายตรงข้าม
http://img838.imageshack.us/img838/6792/32975418.gif
ไพร่ หมายถึง สามัญชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในฐานะทาส หรือเจ้าขุนมูลนาย มีอิสระในการประกอบอาชีพ การตั้งบ้านเรือน มีครอบครัว แต่มีหน้าที่ในการถูกเกณฑ์แรงงาน (ทหาร) หรือเสีย “ส่วย” (ภาษี) และถูกเกณฑ์ทหารในยามที่มีศึกสงคราม มีสองประเภทคือ ไพร่หลวง และ ไพร่สม
(WIKIPEDIA)
ไพร่มีสิทธิ์โดนเกณฑ์ทหาร และไพร่ต้องเสียภาษี นั่นแปลว่า เรา ๆ ท่าน ๆ ก็คือ ไพร่ ทุกคนและครับ (ยกเว้นผู้หญิงที่ไม่ต้องเกณฑ์ทหารแต่ต้องเสียภาษี)
ใครบอกว่าไพร่ คือ คนจน หรือทาส หรือคนชั้นต่ำ ให้เข้าใจใหม่น่ะ ไอ่พวกเสพย์การเมืองจนเมาทั้งหลาย
ตีกันเรื่องร้านอาหาร ทำไมมันกลายพันธุ์มาเรื่อง “Yaranaika” ได้ว่ะ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
เอมิลี่สีเลือด wrote:
อ่ะ งั้นผมเล่าของผมให้ฟังมั่ง เพราะผมมัน “นายทุนปลูกข้าว” เคยผ่านประสบการณ์ชาวนามาแล้ว

1. ผลผลิตที่ได้มากกว่า 1ตันต่อไร่ ทั่วโลกใช้วิธี ดำนาทั้งสิ้นแต่บ้านเรา “หว่าน” เอาเกือบทั้งหมด ซึ่งต้นทุนตรงนี้ต่างกันเป็น4-5เท่า เพราะหว่านใช้ 1กระสอบ(50กก.)/ไร่ แต่ ดำนาใช้แค่ 1กระสอบ/3ไร่ ในกรณีเกรดดีสุดนะครับ ซึ่งเรื่องพวกนี้รู้กันมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วครับ แต่เพราะชาวนา “ขี้เกียจดำนา” หวังแค่ว่ามีข้าวปลูกก็พอ
2.ชาวนาใช้เงินไม่เป็น เพราะส่วนใหญ่เมื่อดำนาเสร็จจะสังสรรค์กันในเวลาว่าง ซึ่งทำนาเนี่ยถ้าไม่ประคบประหงมอย่างดีเนี่ย เวลาว่างจะมีมากจริงๆ(ยุ่งแค่เดือนแรก)ซึ่งจริงๆแล้วช่วงนี้ชาวนาถ้าขยันจริงๆจะสามารถหารายได้นอกจากทำนาได้มากจนเหลือเก็บทีเดียว แต่ส่วนใหญ่แล้ว กลับทำแค่มีเงินใช้พอกินไปวันๆ แถมยังชอบจะซื้ออะไรเข้าบ้านในช่วงนี้ทั้งๆที่พึ่งลงทุนไปกับการทำนาแท้ๆ (ซึ่งแน่นอนว่าต้องหายืมเงินมาซื้อ)
3.ชาวนาส่วนใหญ่ ไม่ใส่ใจดูแลนาของตนเองทั้งๆที่ปากก็พูดว่าทำนาเป็นอย่างเดียวเท่านั้น ดูแลในที่นี้คือไปตรวจดูน้ำ ดูแมลง สภาพข้าว สภาพดินในทุกๆวัน แต่ส่วนใหญ่จะทำแค่สัปดาห์ละครั้ง ในส่วนของผมนี่คือใช้เวลาทุกเช้าไปดูครับ ตี 5 กว่าๆก็ไปดูแล้วกลับประมาณ 7-8 โมงแล้วแต่วัน โดยเฉพาะช่วงสำคัญอย่างข้าวตั้งช่อนี่ต้องระวังถึงขนาดต้องทำแนวกันลมให้นาเลยทีเดียว เพราะข้าวล้มเมื่อไหร่ก็จบเห่ครับ
4.ชาวนาส่วนใหญ่ไม่คิดหาความรู้ครับ แม้กระทั่งหน่วยงานราชการมาหาถึงที่ก็ไม่ไปฟังหรือขอคำปรึกษา เอาแต่บอกว่า “กรูปลูกแบบนี้มาตลอดก็ได้ผลเหมือนกัน”
5.ชาวนาของไทยนั้นรัฐบาลให้การช่วยเหลืออย่างมากๆๆๆๆๆๆ (ไม่นับหน้าที่ๆต้องปฏิบัติตามกฎหมาย) เช่น พักหนี้ ออกกงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โครงการรับรองผลผลิตต่างๆ จัดหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงราคาถูก เงินค่าชดเชยๆต่างๆ ช่วยค่าปุ๋ย หรือแม้แต่การออกโฉนดพิเศษต่างๆให้ ซึ่งถ้าว่าตามจริงแล้วคือภาษีจากคนกลุ่มอื่นในประเทศ แต่ทั้งอย่างนั้นชาวนากลับไม่สามารถพัฒนารายได้ให้ดูดีกับการช่วยเหลือเลย ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่น่าน้อยใจว่าภาษีของเราถูกเอาไปโปะอย่างมากมายทั้งๆที่น่าจะเอาไปใช้ในด้านอื่นๆ แล้วน่าน้อยใจแทนชาวเกษตรกรสายอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างชาวนาเลย (เรื่องนี้ผมไปถามเกษตรกรสายอื่นๆมาแล้วครับ)
6.ไม่มีสหกรณ์ที่เข้มแข็งพอ เพราะชาวนาสมัยนี้ไม่นับถือกันเองครับ ยอมก้มหน้าให้แต่พ่อค้าคนกลางตลอด เรื่องเจอกับตัวเองครับ อย่างที่บอกไปว่าเป็นผมเป็น “นายทุนทำนา” พอเราทำได้ผลและอยากให้ชุมชนเข้มแข็งตามเราบ้างเลยเสนอเรื่องทำสหกรณ์ชาวนาชุมชนไป ได้รับคำตอบว่า “ไม่มีเวลา” “ยุ่งยาก” “แค่นี้จะไปสู้โรงสีได้ไง” “ทำไม่เป็น” “เดี๋ยวก็เจ๊ง” โดยที่ทุกประโยคที่พูดออกมานี่คือ “ยังไม่ได้เริ่ม” ด้วยซ้ำ
7.ชอบสร้างหนี้ และส่วนใหญ่ก็เป็น NPL ทั้งนั้น (ทั้งกรณีผลตอบแทนต่ำกว่าทุน และกู้มาซื้อสิ่งฟุ่มเฟือย)
8.ใช้ปุ๋ยไม่เป็น พอมีคนบอกเคมีไม่ดี ก็ดันเลิกใช้เคมีจนสารอาหารในดินขาดแคลน ไอ้ปุ๋ยเสริมก็ดันไปเชื่อโฆษณามากไปซื้อมาแพงๆ ทั้งๆที่เอาจริงๆแล้วสู้ปุ๋ยหมักทำเองก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ (แถมหัวเชื้อปุ๋ยหมักและวิธีการทำปุ๋ยหน่ะ กรมวิชาการเกษตรเขาแจกฟรีอยู่แล้วด้วย)เงินก็ละลายชิบหายหมด พอกลับมาใช้ปุ๋ยเคมี ก็ใส่ไม่บันยะบันยัง คิดว่าใส่ปุ๋ยมากๆเดี๋ยวก็โต ปรากฎว่าใบไหม้ตายมั่ง ดินแข็งมั่ง ดินเปลี่ยนรสมั่ง
ที่เล่ามานี่ไม่อะไรมาก แค่อยากบอกว่า ชาวนาส่วนใหญ่ ไม่มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาสิ่งต่างๆด้วยความพยายาม (ขี้เกีนจนั่นแหละ) ถึงเวลาเดือดร้อนก็ได้เวลาหาผู้มีบารมีมาเกาะไปวันๆ ถ้าไม่ทำตามก็จับตัวประกันไปเรื่อยๆแบบนี้แหละ ไม่ใช่เรื่องของการมีเงินทุนหรือไม่มีเงินทุนซักหน่อย แล้วสมัยนี้ถ้าใครสามารถ อธิบายความคิดออกมาได้ดีจริงๆเนี่ย ผมบอกเลยว่ามีคุณช่วยสนับสนุนอย่างแน่นอน อย่างๆน้อยพวกเราก็น่าจะเคยได้ยินโครงการ ปัญญาแลกทุนของทั้งสองรัฐบาลมาก่อนใช่ป่ะ
ไอ่พวกคนสนับสนุนจะเถียงกันเพื่อ…..
กรูก็เห็นหลอกแดรกเงินภาษีกันทั้งสองฝ่าย
ลับหลังมันได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่แหละ แต่ต้องทำเป็นตีกัน ห่วย!!!!!
พวกไอ้ที่ทะเลาะักันมึงจะบ้าไปไหนวะ ยังไงมันก็ไม่ฟังหรอก มึงจะเถียงกันให้ดราม่าทำไมวะ ถ้ามึงเถียงแล้วได้แบบความเห็น 599 กูจะไม่ว่าเลย เถียงแม่งอย่างเดิม กูเคยผ่านตรงนั้นมาละ เถียงไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมยังโดนด่าว่าแม่กูเป็นกะหรี่อีก สาด
GIN wrote:
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก วิเคราะห์ปัญหาการทำนาออกมาให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน
แต่ที่มาที่ไปของบทวิเคราะห์นี้มาจากไหนเหรอครับ มีการศึกษาเรื่องนี้แบบเจาะลึกแล้วจริงๆหรือ
หรือว่าเอามาจากประสบการณ์ หรือการนึกคิดเอาเอง
ถ้าบอกที่มาด้วยความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
อย่างน้อยจะได้รู้ว่าที่พูดมานั้นเป็น “Data” “Information” หรือเพียง”Comment”
IกียuInw wrote:
มึงอย่าล้ำเส้นให้มาก ท่านจะชี้แนะ นายกหรือคนบริหารบ้านเมืองไม่ได้หรอ อย่ามาเกรียนตามชื่อมึงแถวนี้ มึงจะด่าเหลือง แดง รัฐบาลด่าไป แต่อย่าล้ำเส้น
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
มันแขวะกันไม่เกี่ยวกับการเมือง พวกมึงก็ลากไปเข้าการเมืองจนได้เนาะ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
IกียuInw wrote:
***กูเริ่มพิมพ์ตรงนี้***
เอ่อ อ่านแล้วฟิวส์หลุดว่ะ(และขออภัยใช้คำราชาศัพท์ไม่เป็น) ในหลวงท่านไม่ได้บริหารประเทศ แต่โครงการหลายอย่างตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ท่านทำไว้ได้ค้ำจุนมาจนถึงปัจจุบันว่ะครับ ถ้าไม่เข้าใจคงเพราะมึงเกิดไม่ทันมั้งว่า ในอดีตภาคใต้พวก ขรก. มันมีเยอะขนาดไหน และพวกผู้มีอิทธิพลที่ไกลปืนเที่ยงจนตำรวจดูแลไม่ถึงมีเยอะขนาดไหน ไม่รวมไปถึงโจรผู้ร้ายที่แม่งโคตรชุม(ไม่งั้นไม่มีหรอกโจรเสือเห้ไรเนี่ย)ที่สิ่งเหล่านี้หายไปก็เพราะท่านห่วงใยเยี่ยมเยียนราษฏรทั้งนั้น ถ้ามึงจะมาลำเลิกเอาว่าตอนนี้กูดีแล้ว กูเก่งแล้ว ขอบอกว่าถ้าท่านไม่ค้ำจุนมึงคงไม่เกิดหรอกเว้ย สมัยก่อนแม่งโหดจะตายกฏหมายไม่ได้ใช้ได้ในทุกที่รู้ไว้ซะ ลับตาพาเข้าป่าไม่มีใครรู้แบบสมัยนี้นะเว้ย และถึงมีคนแจ้งไปเชื่อเหอะเขาจะบอกว่าตายแล้วทั้งนั้น(ซึ่งก็ตายจริง)เพราะซวยโดนเสือฆ่า อ๊ะกูออกทะเล
Nevf wrote:
ใครกดวะ ก็เห็นมันยังเป็น 0 เหมือนเดิม
H. wrote:
-1 แล้วคับ แค่บอกว่าไม่พอใจที่มันล้ำเส้นท่าน มันยังรับกันไม่ได้เลย ยังมีความเห็น 606 พอมีคนบอกว่าจะฆ่าคนที่หมิ่น เสือกไปด่าเค้ากบในกะลา ทำไมคนพวกนี้มึงชอบกันจังวะ ท่านไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย
แล้วไอ้เหี้ยที่มานด่าชาวนานิ พวกมึงแดกเหี้ยอะไรยุทุกวัน รึว่ามึงไม่แดกข้าวว่ะ แดกขี้แทนหรอ ไม่ยักกะรุ้เหี้ยพวกนี้แดกขี้แทนข้าว
ความเห็นที่ 611 สุดยอดคับ ไหนมึงจามาฆ่ามุดหัวยุไหนล่ะ มาติล่ะ
IกียuInw wrote:
ถ้ามึงคิดอย่างนี้นักวิชาการอย่ามีเลยดีกว่าวะ ให้รัฐคิดเองทำเองหมด ไม่ต้องไปยุ่งอะไร ทำผิดอะไรไม่ต้องแนะ มีวิธีดีๆไม่ต้องแบ่งปันหรือเพยแพร่ เพราะ”ไม่ใช่หน้าที่” ควายได้โล่ห์นะมึงนะ ถุย
.
ความคิดตรรกะแม่งกากยึดติดกะอีแค่เรื่องแบบนี้ไง ผมถึงไม่อยากอยู่กับ– เสนียดชีวิต มองการสั้น+แคบเท่ารูหีมด
.
.
.
.
.
ส่วนของหมาตัวหนึ่ง
คุณเข้าใจผมผิดเนื่องจากขาดความรู้ในด้านนี้นะ
ที่ผมแขวะวิทยาศาสตร์กะคณิตย์ศาสตร์นะ ผมแขวะในเชิงของ”ปรากฏการวิทยา”กับ”ประจักษย์วิทยา” ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้เรื่อง และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่คุณพูดซักนิด แม้เรื่องที่บอกว่า”พิสูจน์ความจริง” คนในสายปรกฏการวิทยาอย่างผมเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่ช่างเถอะ การคุยกับคนที่ไม่รู้เรื่องนี้มันยากไปหน่อยจริงๆนั่นละ
.
ส่วนตัวผมไม่คิดว่าทักษินเป็นเคนเชี่ยนนะ เพราะพื้นฐานแล้วมันต้องใช้”อุตสาหกรรม”เป็นฐาน ไม่ใช่”เงินกู้”แบบที่ทักษินทำ
Nevf wrote:
ตรรกะของคุณคือ ใครไม่เห็นด้วยกับคุณ มากดลบ = เสื้อแดง
อีกอย่างถึงให้ลบเยอะเป็นร้อย ความคิดเห็นของคุณในบอร์ดนี้ก็ไม่ได้หายไป แค่ถูกซ่อนไว้เท่านั้น
+ หรือ – มันสะท้อนว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่กับความเห็นของคุณ ไม่ได้แสดงถึงว่าเขาอยู่สีไหน
แทนที่จะถามตัวเองว่าทำไม ถึงมีคนไม่เห็นด้วยกับคุณ หรือเพราะอะไรถึงมีคนเห็นด้วยกับคุณ
+ หรือ – ไม่ได้แสดงว่าถูกหรือผิด แต่แค่สะท้อนว่าเขาคิดไปในทางเดียวกับคุณหรือไม่เท่านั้น
ที่เรียกร้องให้ฟังความเห็นคนอื่น อันนี้ผมว่าต้องทบทวนดูครับ
Nevf wrote:
มันพึ่งลบ 1 หลังมึงโพส 608 เอง
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
IกียuInw wrote:
ฝั่งตรงข้ามไอ้กรณ์มันก็กากเหมือนกันแหละ กูก็เห็นพฤติกรรมมันก็แบบเดียวกัน ไม่ลบก็เกณฑ์พวกมาด่า จัญไรพอกันทั้งนั้น
กูอาจจะไม่เก่ง รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ที่สามารถจะตีแผ่ความชั่วของรัฐบาลไหนๆหรือเศรษฐกิจรัฐบาลไหนๆ แต่กูรู้อย่างเดียวว่า ถ้าไม่มีกษัตริย์ไทยหลายๆพระองค์ กูก็ไม่มีแผ่นดินมาให้อยู่พ่นได้แบบทุกวันนี้หรอก กูเลยไม่สนใจว่ามึงจะทำไรกัน มึงจะเล่นกีฬาสีกันก็เล่นไป แต่อย่าล้ำเส้นก็เท่านั้นเอง
Nevf wrote:
อย่างที่คุณว่า เพราะผมเห็นมากับตา ได้ยินมากับหูว่าไอ้พวกแกนนำเสื้อแดงตั้งตะ ป๊ะป๋า ณ ดูไบของพวกแม่งลงมาเลย ว่ามันคิดกับพ่อหลวงยังไงผมถึงเกลียดพวกมันเข้าไส้ ส่วนพวกแป๊ะลิ้มมันก็ระยำพอกันหวังจะรักษาผลประโยชน์ตัวเอง
@ Nevf:
ไอ้ห่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับมึงไม่ได้หมายความว่าเขาจะสีเดียวกับที่มึงคิด ตรรกะมึงนี่บรรลัยฉิบหายเห็นต่างคือคนละสีนี่ไปเอามาจากไหน
กูไม่เห็นด้วยกับมึงที่ว่ามึงไปบอกว่าคนที่กดลบคือเสื้อสีนั้นสีนี้ ถ้ามีคนคิดคล้ายๆกูเขาก็กดลบแล้วเขาเป็นสีตามที่มึงคิดรึเปล่า
แล้วใน rep ที่มึงคิดกูก็ไม่ได้กดหรอกแต่เห็นความเห็นตรรกะบรรลัยของมึงแล้วนี่กูล่ะหน่าย
ก่อนมึงโพสต์อะไรว่าคนอื่นมึงก็กลับไปดูที่มึงโพสต์ด้วย
อ่านๆหลายๆเม้นแล้วรู้ได้เลยว่า แดงล้มเจ้า นั้นมีจริง พวกมรึงอย่าซึนกันเลยวะเข้ารู้สันดาลจนหมดละ
คนดีกับคนเก่ง แค่นี้พวกมรึงยังแยกแยะไม่ออกอีก สมแล้วเขาถึงเรียกพวกมรึงว่าควายแดง ให้สามเสี่ยสู้แล้วรวยกับพระเจ้าแม้วจูงจมูก
เอางี้จะลบก็ลบไป กูรู้ว่ากูทำอะไรเพื่อประเทศกูพอใจละ 617 มึงพูดถูกกูบังคับให้ใครคิดเหมือนกูไม่ได้หรอก
ถึง คุณ bluedingdong:
จะบอกว่าเป็น Comment ก็ไม่ผิด
ประสบการณ์ครับ
เป็นประสบการณ์ทำนาในครอบครัวมานานครับ แล้วเรื่องข้อมูลต่างๆการเกษตรนั้นได้มาจาก คุณพ่อที่เคยทำงานเป็นข้าราชการระดับ 8-9 ในกระทรวงเกษตรครับ (ฝ่ายสถิต)
ซึ่งปัญหาและเรื่องที่เจอเหล่านี้เป็นปัญหาซ้ำซากครับ เกิดมาเป็น 40-50 ปีมาแล้ว แล้วพอท่านเกษียนก็ยังอยากทำงานบริหารอยู่(แต่กลับมาอยู่บ้านนอกแล้ว) ก็เลยรับหน้าที่ประธานกลุ่มต่างๆในหมู่บ้าน โดยเฉพาะเรื่องชาวนากับกองทุนฯ 1 ล้าน
ซึ่งสิ่งต่างๆที่เกิดก็อย่างที่เล่าไปนั่นและครับ และผมเองสมัย ม.ปลายก็เคยอาสาทำงานสำรวจให้หน่วยงานของคุณพ่อด้วย ได้เห็นภาพชัดครับว่าชาวนาไทยเป็นอย่างไร
Nevf wrote:
แบบนี้มันความคิดแบบฝังหัวนี้หว่า
คห. ไหนที่ปกป้องในหลวง มันจะต้องมีคนมากด ( – ) แฮะ
สถานการณ์ล่าสุด
นาย ก. มีแต้ม Like นำ นาย ณ. อยู่
5824 ต่อ 412
อืม…
(วัดเอาตามแต้ม Like เนี่ยล่ะฟระ
)
Nevf wrote:
“อย่าล้ำเส้น” —- เข้าใจครับในสังคมไทย กษัตริย์คือเทวะราชา ซึ่งเป็นรากฐานความเชื่อเดิมของสังคม จึงเป็นที่มาของกฎหมายหมิ่นเบื้องสูง
และเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ว่ากษัตริย์ไม่ตวรยุ่งเกี่ยวทางการเมือง(คือการไม่เลือกข้างนะครับ) แต่ท่านก็อยู่ในตำแหน่งประมุขที่ควรเคารพ
ตามหลักประชาธิปไตยที่เราถืออ้างว่า เป็นแบบอังกฤษ เราแบ่งอำนาจออกเป็น 3 ส่วน ดังที่รู้กัน(อำนาจบริหาร นิตบัญญัติ และตุลาการ)
ซึ่งอำนาจในการบริหารนี้มาจากการที่เราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยยึดเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน เลือก สส เข้ามาเลือกชุดผู้บริหาร(นายก รัฐมนตรีต่างๆ)
เป็นประชาธิปไตยทางอ้อม ซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหาร
คำว่า”ชี้แนะ”ของคุณ ถ้ากระทำโดยคนส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือผม นักวิชาการ ย่อมกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิในข้อนี้ไว้
และในฐานะกษัตริย์ ก็มีสิทธิเช่นกัน เพราะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน
แต่ในฐานะที่เป็นประมุข ถ้าแสดงความคิดเห็น หรือคำแนะนำ ที่มีผลต่อการบริหาร นโยบาย ซึ่งในสังคมไทยยังมีขนบที่ต้องยึดถือมาปฏิบัติ
ดังนั้นคำแนะนำนั้น อาจกลายมาเป็นการแทรกแซงโดยปริยาย
และในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่ กษัตริย์ ทรงเป็นประมุข โดยเฉพาะ อังกฤษที่เราอ้างว่าเป็นต้นแบบ
การวางตัวทางการเมืองอย่างเป็นกลาง และไม่แสดงความคิดเห็นที่เป็นการแทรกแซงการบริหาร จึงเป็นสิ่งที่เราเห็นกันในประเทศนั้นๆ
พระราชินี อลิซาเบท ของอังกฤษ เคยมีการให้คำแนะนำรัฐบาลในการบริหารประเทศหรือไม่
หรือมีการอ้างการดำเนินนโบบายตามคำแนะนำของประมุขของประเทศนั้นๆ หรือไม่
— ตรงนี้ คือ สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย —
GIN wrote:
ขอบคุณมากครับ ชัดเจนขึ้นครับ
ไอ้เต้นเอี้ย มึงมายัดเยียดให้คนอื่นเป็นอำมาตย์
แล้วก็กดหัวตัวเองลงไปเป็นไพร่
แล้วเสือกมาโวยวายอะไรวะ
ไพร่ปลอมอย่างไอ้เต้น แม่งมีพยาบาลอุ้มลูก เมียกับมันแดงไวล์ขวดล่ะหลายพัน
โครตเท่ห์เลยวะคนที่มึงหลอกเขามาตายแดกแต่เหล้าขาว
ป.ล. พวกมึงแต่ล่ะคนโพสแบบกลัวจ่าไม่ติดคุกเลยวะ
ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ โพสผิดกฎหมายจ่าต้องเปลียนชื่อเป็นเกาหลีนะโว๊ยเกรงใจกันหน่อย อีกหน่อยคงต้องเรียวว่า จ่า นอน คุก
ไพร่ แปลว่า ประชาชนธรรมดานะครับ
หลายคนเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า
ถ้าคุณไม่ได้เป็นขุนนาง หรือเชื่อสายเจ้า หรือรับราชการ
ก็เป็นประชาชนทั่วไป หรือ ไพร่
ก็ถูกต้องนิ
ผมก็รู้นะ ว่า เราจะถกเรื่องการเมืองไทยแบบถึงแก่นไม่ได้ ถ้าไม่ได้พูดถึงสถาบัน
แต่่ถ้าเว็บดราม่าโดนปิดขึ้นมา สมาคมผู้เสพย์ติดดราม่าแห่งประเทศเทย อย่างเราๆท่านๆอาจลงแดงตายได้
ดังนั้น ขอฟามกรุณา ลดการโยงเข้าเบื้องสูงด้วยนะฮ้าฟ
ความเกลียดชังเป็นโรคระบาด แค่ไม่เจอกันก็ตีกันได้
มันก็มีเหมือนกันแหละน่า เสื้อแดงที่ไม่ได้คิดล้มระบอบกษัตริย์ แต่แม่งเกลียดป.ช.ป. ที่ย่อมาจาก “ปลวกใช่ปะ ?”
พวกปชป.มันก็เลยเสี้ยมให้คนส่วนนึงคิดว่า เสื้อแดงทั้งหมด คิดล้มจ้าว
คนไทยภักดีในสายเลือด ก็เลยช่วยกันต้านฝ่ายตรงข้ามปชป.
เอาเข้าจริงๆ ช่วยใช้สมองกันหน่อย มึงนึกว่าของสูงแบบนี้ ต้องใช้อะไรดึงถึงลงมาได้ เชื่อมั่นในความดีของในหลวงหน่อย ว่ามันหนัก มันใหญ่นัก
พวกมึงตีกัน เพราะไม่เชื่อในจุดนี้อ่ะดิ
เสร็จ อิพวกปลวกนั่นมันก็เลยแดกประเทศอยู่นี่ไง พรุนหมดแล้ว แดกไปก็ยิ้มบอกไป “กรูกำลังปกป้องสถาบันกษัตริย์ แต่กูขอแดกขอแทะบ้านท่านก่อนนะ”
แต่นักการเมืองสองตัวนี่ไม่ไหวจริงๆ อิกรณ์นี่เจี่ยป้าบ่ซื่อจริงๆ กินอิ่มแล้วก็มาตีชาวบ้าน สันดานเด็กหญิงม.ต้นจริงๆ ส่วนอีกตัวก็อยู่นิ่งๆ หน่อยไม่ได้ กูกลุ้ม
ไม่มีอะไรจะโพสท์ แค่อยากบอกว่า
ต่อไปถ้าจะแยกสีเสื้ออีก ขอให้ใช้สีแทนกลุ่มตัวเองอย่างน้อย 3 สีเป็นอย่างต่ำได้มั้ยครับ
แบบว่า กลุ่มกระทิงดุ ใส่สี แดงเขียว เหลือง, กลุ่มปลาโลมาผยอง ใส่สี น้ำเงิน ม่วง ขาว อะไรแบบนี้เป็นต้น
ทุกวันนี้จะใส่เสื้อแดงก็ทำให้ไม่อยากใส่ จะใส่เสื้อเหลืองก็ไม่อยากใส่ ไม่อยากใส่เสื้อสีเดียวกับพวกแบ่งประเทศออกเป็นฝ่ายๆ น่ะ ใส่แล้วมันรู้สึกหดหู่
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
อ่านมาถึงหลังๆแล้วงงว่ะครับ ตกลงคนไทยแม่งอ่านหนังสือไม่ขาดจริงๆเหรอ
กรณ์ผิดตรงเริ่มก่อน โดยวุฒิภาวะแม่งผิดแน่ๆ แต่ประเด็นมันไม่ใช่ห้ามไพร่มาแดกโว้ย มันถามว่ามึงบอกเป็นไพร่แต่แดกไม่ต่างกับอำมาตย์ แล้วมึงไพร่ยังไง(โอเค นี่มันเข้าใจความหมายไพร่เป็นคนจน อำมาตย์รวย อาจจะผิดจากนิยามของแดง)
ส่วนณัฐวุฒินี่มาด้วยคำว่านายทุนเลย ชิบหายแล้ว ตกลงไพร่มันมีความหมายเดียวกับที่แดงๆพยายามอธิบายป่าววะ ที่ว่าไพร่คือคนไม่มีอำนาจน่ะ
นายทุน = คนมีเงิน(อย่าเสือกมามั่วว่ามีอำนาจเชียว) งั้นไพร่ก็ต้องเท่ากับไม่มีเงินสิ นี่แกนนำพูดเองเลยนะ
ที่ฮากว่าคือขนาดในนี้ที่มีคนอธิบายไว้เยอะแยะ ก็ยังมีพวกปัญญาอ่อนที่บอกว่ามันกีดกัน แบ่งชนชั้นในการกินอาหารโผล่มาเป็นระยะๆอีก
@ bluedingdong:
ไม่เห็นด้วยกับอะไรครับผมไม่เข้าใจ แต่ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิด ไม่เคยเห็นเลยนะครับที่จะมีคำแนะนำใหนที่เป็นการแทรกแซงได้ ทุกอย่างมีแค่การแนะนำในสิ่งที่ควรทำและสมควรจะทำไม่ว่าจะมีการแนะนำหรือไม่ทั้งนั้น
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
JackkunG wrote:
ราวกับคุณกำลัง defend ตัวเองว่า สองคำนี้มีความหมายเหมือนกัน ใช้กับประเทศไหนก็เหมือนกัน
แล้วที่คุณนำไปใช้เหมารวมกับการ “บริหาร” ในประเทศอเมริกาล่ะ? คุณมี fact อะไรมายืนยันบ้าง ว่า “อเมริกา” นั้นการ “ปกครอง” และ การ “บริหาร” เป็นระบบแบบเดียวที่คุณว่า คือผู้ใหญ่ปกครองผู้น้อย ประชาชนเป็นไพร่ รัฐบาลเป็นผู้ปกครอง แต่เพียงแค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น นอกจากเอาตามความเข้าใจของคุณ โดยใช้ระบบการ “ปกครอง” ของไทยเป็นที่ยืนพื้น
ใครจะมีความคิดยังไงก็ได้ ดูหมาบนภูไหน ก็ช่าง แต่ถ้าเชื่ออะไร ก็กรุณาเอา fact ตามจุดที่มันเป็นมาอ้าง ถ้ายังไม่อ้าง เราจะถือว่า คุณก็แค่เอาตัวเองและเมืองไทยเป็นศูนย์กลางจักรวาลเท่านั้น
เจ้า
ขุนนาง
ไพร่
ทาส
สมัยก่อนมีแค่นี้ละ
ปัจจุบันยุคทุนนิยม คงต้องเพิ่ม พ่อค้านายทุน-เจ้าสัว มาอีกขั้น
คุณคิดว่าคุณเป็นขั้นไหนละ
เจ้า ขุนนาง ไพร่
ถ้าไม่นับทาสที่ไม่ถือว่าเป็นคนมีสิทธิเสียงอะไรเหมือนสินค้า
พจนานุกรม บางฉบับ จะแปลว่าไพร่ คือประชาชน ก็ถูกต้อง
บางฉบับจะแปล ไพร่ ว่าคนชั้นต่ำ คนทั่วไป ก็ถูกต้อง เพราะประชาชนก็ถูก อีกชนชั้นบนกว่า ดูถูกว่าต่ำกว่า อยู่แล้ว
ปัจจุบัน หลายคนคงลืมว่าเคยเรียกตัวเองว่า ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน อยู่เหมือนกัน
แต่มีคำว่าไพร่ -ฟ้า ต่อคำเพื่อให้ดูสวยหรูขึ้นเท่านั้น
แต่พอมีคนเรียกตัวเองว่าไรพร่กลับดูถูก
ทั้งที่ เมื่อก่อนมีกลอนมีบทความเรียกประชาชนว่า ไพร่ฟ้า กลับไม่เอะใจ
longjunt wrote:
ผมเห็นด้วยว่า ไม่ควร พูดเรื่องนี้ในเว็บนี้
แต่ก็เพราะเราไม่สามารทำแบบนั้นได้ ไทยจึงถูกลดระดับ เสรีภาพของสื่อลง
http://www.google.co.th/search?q=%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2&hl=en&rlz=1B3GGLL_enTH381TH383&biw=1728&bih=771&prmd=ivns&ei=QXPHTcCbNs2HrAeHzsW1BA&start=20&sa=N
ค้นห้าด้วย google เมื่อหลายปีก่อนจนถึง 10-40 ปี หลายคนเรียกตัวเองว่าไพร่ฟ้า อย่าภูมิใจไม่ตะหงิดใจ
(ก็เค้าเติมคำว่าฟ้า ให้ดูสวยหรูขึ้นนี่นะ)
พอปัจจุบันมีคนเรียกตัวเองว่าไพร่ คำเดียวห้วนๆ เหมือนสมัยยุคโบราณใช้ ไม่มีคำแต่งเติมให้ดูสวยๆ กลับยี้ขยะแขยง