
สืบเนื่องจากดราม่ามหากาพย์เรื่อง “ลุงยามเยิ้บหมา” ในที่สุดก็มาถึงบทสรุปซักที
เมื่ออมยิ้ม “แม่น้องเจ๋ง” ได้ออกมาตั้งกระทู้ขอโทษลุงยามที่กุข่าวให้ร้ายว่าแกเยิ้บหมาจนเสื่อมเสียชื่อเสียง
เนื้อหาในแถลงการณ์ขออภัยลุงยาม เชิญอ่านได้จากภาพด้านล่างเลยครับ

เมื่อแม่น้องเจ๋งออกมาแถลงการณ์ขออภัย ชาวจตุจักรก็พากันชื่นชมแม่น้องเจ๋งที่ออกมายอมรับผิดและยกโทษให้เธอผู้สำนึกผิด
ชาวจตุจักรทุกคนต่างแย้มยิ้มจนแก้มแทบปริ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสมานฉันท์ มนุษยชาติล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้องกัน
และทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุขนับแต่นั้นเป็นต้นมา มหากาพย์ไตรภาพเรื่องลุงยามเยิ้บหมาและแม่น้องเจ๋งก็คงถึงเวลาที่จะต้อง…

โอเค แอดมินขอสารภาพว่าไอ้ที่พล่ามๆมาเมื่อกี้แอดมินตอแหลทั้งสิ้น พวกเอ็งคิดว่ามีดราม่าไหนจบสวยๆแบบนั้นจริงๆเหรอวะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าแม่น้องเจ๋งแกก็ออกมาตั้งกระทู้ขอโทษนั่นแหละ เนื้อหาในนั้นมันก็ไม่มีอะไร เหมือนในหนังสือสัญญาที่ลุงยามกับแม่น้องเจ๋งเซ็นร่วมกันเอาไว้
ทีนี้มันมีอะไรให้ชวนตะหงิดนิดหน่อย ตรงที่แม่น้องเจ๋งแกปิดท้ายแถลงการณ์ว่า
“และขอกล่าวคำนี้ฝากให้เจ้าหลงอีกครั้งว่า “ขอให้หลงไปดี หน่อยส่งเจ้าหลงได้ดีที่สุดเท่านี้..จริงๆ”
ซึ่งต่อมาแม่น้องเจ๋งก็ได้มา Edit กระทู้และเอาข้อความนี่ออกในภายหลัง แต่ปัญหาคือมันมีคนที่อ่านประโยคนี้แล้ว
รู้สึกทะแม่งๆ บางคนก็ถามแม่น้องเจ๋งว่าที่ออกมาขอโทษเนี่ย…หล่อนมาขอโทษด้วยความสมัครใจจริงป่ะ?

จากนั้นก็มีอมยิ้มหลายๆคนเริ่มพูดในทำนองเดียวกัน คือฟังแล้วมันรู้สึกว่าไม่จริงใจยังไงก็ไม่รู้ว่ะ
บางคนก็ปรามว่า เฮ้ยๆพวกมึงคิดไรมาก ต่อให้เขาไม่ได้ขอโทษด้วยความสำนึกผิดจากใจจริง
แต่อย่างน้อยเขาก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการขอโทษลุงยามเขาแล้วนะว้อย

ตอนแรกกระทู้นี้ก็ทำท่าว่าจะจบลงในลักษณะนี้ คือถึงจะเซ็งๆซักหน่อยแต่ก็ถือว่าแม่น้องเจ๋งเขาออกมาขอโทษแล้ว
มหากาพย์เรื่องนี้จะได้จบลงซักที แล้วทุกคนก็จะได้แยกย้ายกันไปทำมาหาแดกต่อไป
แต่ไฟที่ใกล้มอดดับ กลับมาคุกโชนอีกครั้งเมื่อมีอมยิ้มคนนึงออกมาโวยใส่ชาวจตุจักรหลายๆคนว่าพวกเอ็งมันพวกล่าแม่มดชัดๆ!!
ชั้นน่ะได้ยินเรื่องราวทั้งหมดมาแล้ว และมันไม่ตรงกับที่นายนักปั่นสามล้อเดนตายออกมาโพสเลยซักนิด!!
จริงอยู่ที่ชั้นฟังมาจากคนๆหนึ่งอีกที แต่นายนักปั่นสามล้อเดนตายมันก็ฟังมาจากขี้ปากลุงยามเพียงคนเดียวเหมือนกันไม่ใช่เรอะ!!
และชั้นรู้นะว่าอีสี่คนที่เอาเอกสารไปให้แม่น้องเจ๋งเซ็นน่ะ พวกมึงมันเป็นก๊วนเดียวกันทั้งนั้น แต่แยกย้ายกันก่อการเพื่อทำให้เรื่องราวนี่มันดูน่าเชื่อถือล่ะเซ่!!
โอเค แม่น้องเจ๋งแกเอาเรื่องมาโพนทะนาโดยไร้หลักฐานมันอาจจะไม่เหมาะสม แต่แกก็ทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
แถมแกยังไม่ได้ระบุชื่อยาม หรือชื่อคอนโดเลยแม้แต่น้อย แล้วคนนอกเว็บพันทิปมันจะไปรู้ได้ไงว่าเขาหมายถึงยามคนไหน
แล้วมันจะเกิดข่าวลือจนไปถึงหูลุงยามและทำให้แกรู้สึกอับอายได้ยังไงในเมื่อแม่น้องเจ๋งแค่เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนไม่กี่คนฟังเท่านั้น?

เอาล่ะครับพ่อแม่น้องทุกท่าน ลองเดาดูสิครับว่าเจ้าของความเห็นนี้คือใคร แอดมินให้เวลาสิบวินาที
ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก
กริ๊งงงงง!!หมดเวลา และคำตอบสุดท้ายคือเจ้าป้า dfh เสาหลักปักขี้เลนผู้ค้ำจุนสังคมไทยที่รักยิ่งของพวกเรานั่นเองงงงง!!!

ชาวจตุจักรเห็นเจ้าป้าโผล่ออกมาก็พากันร้องกรี๊ดดดดดด ด้วยความสยดสยองและแตกฮือกันไปคนละทิศคนละทาง
อมยิ้มส่วนมากก็ปรามเจ้าป้าว่ามึงอย่ามาก่อดราม่าแถวนี้เลย ให้เรื่องมันจบๆไปเหอะนะ
อีเจ้าป้าก็ไม่ยอม บอกว่าจะจบเรื่องได้ไงคะ!? พวกมึงคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะแล้วสินะคะถึงอยากให้จบเรื่องนัก
เพื่อนของชั้นน่ะเขาเล่าให้ฟังว่าเพราะเหตุการณ์นี้เขาถึงถูกเอาข้อมูลส่วนตัวเช่นภาพถ่าย
หรือประวัติส่วนตัวไปประจานในเน็ททำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงต้องยอมเซ็นสัญญาด้วยความจำนนในที่สุด!!
เพื่อนชั้นเขาก็ไม่มั่นใจหรอกนะว่าลุงยามแกเยิ้บหมาจริงๆมั้ย แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าการที่เพื่อนชั้นไปโพนทะนาว่าลุงนามเย็ดหมานั้น
มันทำให้ลุงยามเสื่อมเสียตรงไหน!? ในเมื่อมีคนรู้ข่าวนี้แต่ในเน็ทเท่านั้นแล้วลุงยามแกจะเสียหายได้ยังไง
แล้วทำไมเพื่อนของชั้นถึงต้องจ่ายค่าเสียหายให้ลุงยามที่แค่โดนลือว่าเย็ดหมาแต่ในอินเตอร์เน็ทด้วยล่ะยะ!?

สรุปว่าถ้าไม่โดนประจาน อีแม่น้องเจ๋งมันจะไม่ออกมารับผิดชอบเรื่องที่กล่าวหาว่าลุงยามเยิ้บหมาเลยชิมิครับ!?
และเจ้าป้ายังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น!! เธอยังไปตั้งกระทู้แตกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของลุงยามและแม่น้องเจ๋ง

ซึ่งเนื้อหาในกระทู้ก็คล้ายๆกับความเห็นของแกเมื่อกี้นั่นแหละ แต่น้ำท่วมทุ่งฉิบหาย ดังนั้นแอดมินจึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
ใครอยากอ่านความเห็นของเจ้าป้าแบบเต็มๆ รบกวนไปอ่านที่กระทู้ต้นเรื่องกันเอาเอง
ชาวพันทิปส่วนมากเห็นเจ้าป้าแกออกมาพล่ามตามเรื่องตามราวของแกไปเรื่อย
ก็พากันส่ายหัวแล้วบอกต่อกันว่าอย่าไปยุ่งกะแกเลยว่ะ ปล่อยให้แกร้องแรกแหกกระเฌอไปคนเดียวเหอะว่ะ
ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่ออมยิ้ม “แม่น้องยีนส์” ที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านและก๊วนเดียวกับแม่น้องเจ๋ง
แถมยังเป็นคนที่ปล่อยข่าวว่าลุงยามกระทืบหลงจนขาแหกในกระทู้ก่อนๆ และร่วมด่าลุงยามอย่างรุนแรงจากกรณีเยิ้บหมา
ก็มาขอโทษลุงยามในกระทู้นี้ ที่ได้กล่าววจีรุนแรงจนทำให้ลุงยามต้องอับอายขายขี้หน้าและเสื่อมเสียชื่อเสียง

คนก็สงสัยว่าทำไมอีแม่น้องยีนส์ถึงมาขอโทษลุงยามในกระทู้นี้ ไม่ไปตั้งกระทู้ขอโทษเป็นการส่วนตัว
หรือไม่ก็ขอแจมในกระทู้แม่น้องเจ๋งก็ได้นี่หว่า อมยิ้มชื่อ “ข้างบูรพา” ก็ถามแม่น้องยีนส์ว่า
ทำไมถึงต้องมาขอโทษลุงยามในกระทุ้นี้ ที่อีเจ้าป้า dfh มันกำลังกล่าวหาลุงยามกับคนที่ช่วยเหลือลุงด้วยวะครับ?

ระหว่างนั้นชาวจตุจักรก็ไล่ให้อีเจ้าป้า dfh ไปอ่านกระทู้ที่เป็นต้นตอของมหากาพย์ลุงยามกับแม่น้องเจ๋งซะก่อนไป๊
จะได้รู้เรื่องอะไรกับเขามั่ง ไม่ใช่จู่ๆก็โผล่มาพูดจาแบบไม่รู้4รู้8 ให้ชาวบ้านชาวช่องเขาดูแคลน

ทันใดนั้นเอง อีแม่น้องยีนส์ที่ตอนต้นๆกระทู้ก็ยังพอจะพูดจาดูสมเป็นมนุษยมนา ก็ออกมาโวยวายอะไรก็ไม่รู้
แม่น้องยีนส์บอกว่าเธอไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร แค่อยากมาชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น
พวกคุณมึงทั้งหลายอ่ะ ในเมื่อแม่น้องเจ๋งเขาก็ยอมขอโทษแล้ว ยอมให้เงินค่าเสียหายแล้ว
แต่ทำไมพวกมึงถึงยังไม่ยอมเลิกรา เอาแต่ด่าว่าแม่น้องเจ๋งไม่หยุดหย่อน พวกมึงมันจะหัวหมอกันไปถึงไหนวะคะ!!!
แล้วแม่น้องเกรียน เอ๊ย แม่น้องยีนส์ก็ขี้หน้าด่ากราดหลายๆคนในกระทู้ว่าพวกมึงมันเกรียนชัดๆ!!

จากนั้นอีแม่น้องยีนส์ก็แก้ตัวถึงเรื่องที่เธอพูดถึงลุงยามว่าเธอไม่ได้ไปละเมิดตาลุงยามซักหน่อย
ชื่อแซ่ลุงยามชั้นก็ไม่ได้เอ่ยถึงซักคำแล้วมันจะเป็นการหมื่นประมาทได้ยังไง!!
พวกมึงรู้มั้ยคะว่ายามมันมีกี่คนทั่วประเทศ แล้วในเมื่อชั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นยามคนไหนแล้วมันจะไปหมิ่นลุงยามแกได้ไง!!
ดังนั้นเมื่อคุณมึงทั้งหลายได้ถ่างหูฟังเหตุผลของอิชั้นแล้ว ก็หวังว่าพวกมึงจะเข้าใจซะทีนะคะไอ้พวกเกรียนเอ๊ย!!!

อีแม่น้องยีนส์นี่พูดเหมือนอีเจ้าป้าเด๊ะๆเลยว่ะ คืออ้างว่าไม่ระบุชื่อถือว่าไม่หมิ่นประมาท
ซึ่งจริงๆแล้วความคิดเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะต่อให้ไม่ระบุชื่อ แต่ถ้าพูดรายละเอียดต่างๆแบบเฉพาะเจาะจง
เพื่อตีวงให้ผู้รับสารเข้าใจว่าเป็นบุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง ก็สามารถเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้โดยไม่ยากเย็นอะไรเลย
อมยิ้มชื่อชาเขียวก็เถียงแม่น้องยีนส์พวกมึงเอารูปเจ้าหลงมาแปะในกระทู้ บอกว่ามันอยู่ในซอยไหน มีร้านขายยาอะไร
แล้วทำไมคนที่อ่านกระทู้ที่อยู่แถวๆนั้นเขาจะนึกไม่ออกวะ ว่ายามที่พวกมึงกล่าวหาว่าเยิ้บหมาคือยามคนไหน!?

นายชาเขียวก็ติ๊งต่างว่าถ้าสมมุติมีคนไปตั้งกระทู้บอกว่ามีอีสาวโรงงานคนนึงมันเลี้ยงหมาเนย
โดยเอารูปหมาตัวนึงมาแปะในกระทุ้ แล้วบังเอิญหมาตัวนั้นมันเป็นหมาของมึง ใครผ่านไปผ่านมาเห็นหมาตัวนั้นก็จะคิดว่า
อี๊!! เจ้าของหมาแม่มเล่นหมาเนยจนเอาไปเล่าลือกันสามบ้านเจ็ดบ้าน แบบนี้มันไม่เป็นการหมิ่นประมาทตรงไหนวะ!?

หลังจากความเห็นนั้น อีแม่น้องยีนส์ก็ยังมาตอบกระทู้นี้เรื่อยๆแต่พูดตรงๆว่าผมจับประเด็นไม่ออกจริงๆว่ะว่ามันจะสื่ออะไร
คนก็แขวะแม่น้องยีนส์ว่าตอนเขามีเรื่องกันล่ะมึงมุดหัวเงียบเชียวนะ พอแม่น้องเจ๋งเซ็นสัญญากับลุงยาม
หล่อนถึงจะโผล่หัวออกมา คงคิดว่ามีหนังสือสัญญานั่นเป็นยันต์ป้องกันตัวงั้นล่ะเซ่!!!

แต่อีเจ้าป้าก็ไม่สนใจ เที่ยวตั้งคำถามต่างๆนานา ที่ใช้สมองซักนิดก็จะรู้ว่าไม่น่าตั้งคำถาามแบบนี้ออกมาเลย
เช่น ทำไมลุงยามถึงไม่ยอมเคลียร์กับแม่น้องเจ๋งที่โรงพัก และทำไมลุงยามถึงไม่ยอมแจ้งความ
อีเจ้าป้ายังอวดโอ่ว่าเธอได้ไปปรึกษากับผู้รู้กฏหมายมาแล้วว่าเอารูปหมามาโพสไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท
นี่มึงไปปรึกษาผู้รู้กฏหมายมาจริงๆเหรอวะ กรูว่าควรไล่คนที่ให้คำแนะนำมึงไปเรียนเนติใหม่ได้แล้วว่ะ!?
และทำไมถึงต้องเอาไอ้พวกอมยิ้มอันธพาลสี่คนนั่นมาเป็นคนกลางในการเจรจาด้วย แถมยังเรียกให้มาเคลียร์กันที่ร้านยาตอนดึกด้วยนะ!?

เจ้าป้ายังบอกอีกว่าใครที่คิดจะให้อิชั้นหุบปากเงียบเพราะหวังดีต่อแม่น้องเจ๋งน่ะ พวกมึงมันก็แค่อยากเบี่ยงเบนประเด็นเท่านั้นล่ะค่ะ
พวกมึงมันไม่ได้หวังดีต่อแม่น้องเจ๋งโดยแท้จริงเหมือนอิชั้นร้อกกกก

อมยิ้มสี่คนที่ไปในวันนั้น ที่อีเจ้าป้ากล่าวหาว่าเขาเป็นอันธพาลขู่กรรโชกทรัพย์นั้น
ประกอบด้วย “คุณน้ำตาลหวานใจ” ซึ่งเป็นสมาชิกห้องจตุจักรมาเนิ่นนาน เป็นคนที่ทำกิจกรรมช่วยเหลือหมาจรจัดคนนึงเช่นกัน
คนต่อมาคือ “นักปั่นสามล้อเดนตาย” ที่ออกมาเปิดเผยความจริงและแฉแม่น้องเจ๋งว่ากุเรื่องลุงยามเยิ้บหมา
คนที่สามคือ “คนคลั่งนิยาย” ซึ่งเป็นผู้ดูแลเว็บบอร์ดดราม่าที่ร่วมสืบหาความจริงมาตั้งแต่ต้นนั่นเอง
ส่วนคนที่สี่นี่แอดมินก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะว่าหมายถึงใคร? ซึ่งผู้ที่ถูกอีเจ้าป้ากล่าวหาว่าเป็นอมยิ้มอิทธิพลทั้งสี่คน
ก็เข้ามาเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เจ้าป้าแกฟังอีกที ซึ่งมันค่อนข้างยาวมากและมีรายละเอียดเยอะ
แอดมินแนะนำให้ทุกท่านไปอ่านกันเองที่ความเห็นของคุณน้ำตาลหวานใจ ที่ความเห็น 183 กันเองดีกว่า
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J10461181/J10461181.html#183
ส่วนอมยิ้ม “นักปั่นสามล้อเดนตาย” ก็ออกมาชี้แจงในความเห็นที่ 320 เช่นกัน (แม่งพิมพ์กันยาวๆทั้งนั้น)
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J10461181/J10461181.html#320
ถ้าใครติดตามดราม่านี้มาตั้งแต่ต้น ก็คงจะตอบคำถามของอีเจ้าป้าได้โดยไม่ยากเย็นนัก
แอดมินขอตอบคำถามเจ้าป้าอย่างนึง ที่เจ้าป้าถามว่าทำไมลุงแกไม่ไปแจ้งความ
คือตอนแรกแกกลัวจะมีปัญหายุ่งยาก เพราะมีเมียนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่โทรมาเรียกแกให้ไปไกล่เกลี่ยกับแม่น้องเจ๋งที่ สน.
แต่ต่อมาเมื่อมีคนเสนอตัวเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และชี้แจงสิทธิทางกฏหมายของลุงยามว่ามีสิทธิฟ้องร้องอย่างไรบ้าง
ลุงยามแกก็เริ่มคิดถึงการฟ้องร้อง และก่อนจะนัดไกล่เกลี่ยกันหนึ่งวัน แม่น้องเจ๋งก็ยังไม่มีติดต่อใดๆกับลุงยาม
นักปั่นสามล้อเดนตายก็คุยกับแอดมิน และแอดมินก็เสนอให้แจ้งความเพื่อให้ตำรวจเป็นตัวกลางในการนัดไกล่เกลี่ยคดี
พอวันรุ่งขึ้นนักปั่นสามล้อเดนตายจะพาลุงยามไปแจ้งความละ แม่น้องเจ๋งก็ติดต่อมาเพื่อไกล่เกลี่ยพอดีก็เลยไม่ต้องถึงโรงพักกัน
จริงๆคดีพวกนี้ถ้ามองจากมุมของเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นคดีที่หีแตดมากๆ คือรกศาลรกโรงพัก จริงๆไกล่เกลี่ยกันก่อนถึงโรงพักก็ได้
แต่ถ้าคู่กรณีทั้งสองไม่ยอมมาไกล่เกลี่ยกันก็แจ้งความเพื่อให้ตำรวจเป็นตัวกลางนัดเจรจาก็ได้ และมักจะไม่ถึงขั้นส่งอัยการเพื่อฟ้องศาล
อีเจ้าป้า dfh ก็ยังยืนยันว่าแม่น้องเจ๋งน่ะอยากให้เรื่องถึงโรงพักแน่ๆค่ะ ฝ่ายอีลุงยามต่างหากที่ไม่อยากไปโรงพัก
แต่เป็นเพราะมีคนประจานเธอในเน็ทต่างหาก เธอถึงจำใจต้องเซ็นสัญญาและชดใช้ค่าเสียหายเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป

คุณน้ำตาลหวานใจก็ตอบกลับแบบนิ่มๆว่าเรามีหลักฐานครบถ้วน มีทั้งเทปบันทึกการสนทนา
และได้ปรึกษาทนายไว้แล้ว ถ้าอยากรู้ว่าเนื้อหาในคลิปการสนทนาระหว่างแม่น้องเจ๋ง ลุงยาม และนักปั่นสามล้อเดนตายเป็นเช่นไร
รบกวนไปแจ้งความแล้วเอาหมายศาลมา หรือไม่ก็ไปบอกให้แม่น้องเจ๋งอนุญาตให้เผยแพร่คลิปเสียงนั้นค่ะ

สรุปคือถ้าแม่น้องเจ๋งคิดว่าที่เซ็นสัญญาเพราะโดนบีบบังคับ จะยกเลิกสัญญาแล้วไปฟ้องศาลก็ได้นะครับ
และแอดมินก็จะช่วยเหลือลุงยามเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดหาทนายเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุดครับ
อมยิ้มชื่อ Lastquarter ก็บอกอีเจ้าป้า dfh ว่าหล่อนเข้าใจผิดแล้วนะ การที่ลุงยามเซ็นสัญญากะแม่น้องเจ๋งนั้น
แปลว่าลุงยามไม่เอาเรื่องแม่น้องเจ๋ง แต่มันไม่ได้แปลว่าไทยมุงที่มุงดูอยู่จะหยุดด่าแม่น้องเจ๋งวะที่ไหน
จริงๆแล้วถ้าอยากให้มันจบแบบสวยๆ ก็ไม่เห็นยากเย็นอะไรเลย ก็แค่ออกมาขอโทษลุงยามอย่างจริงใจก็พอแล้วนี่นา

แต่อีเจ้าป้าก็ยังคงเถียงในประเด็มเดิมซ้ำๆซากๆไม่ได้ข้อสรุปซะที อมยิ้มชื่อ Lastquarter ก็ถามอีเจ้าป้าว่าการที่หล่อนตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา
หล่อนได้รับความยินยอมเห็นชอบจากแม่น้องเจ๋งแล้วรึยัง? หมายถึงแม่น้องเจ๋งรู้เห็นเป็นใจกับกระทู้นี้มั้ย?
และที่หล่อนบอกว่าได้ข้อมูลมาจากคนวงใน คนวงในที่ว่ามันหมายถึงแม่น้องเจ๋งใช่หรือไม่? หรือหมายถึงแม่น้องยีนส์กันแน่!?

ซึ่งอีเจ้าป้าก็ตอบคำถามเหล่านี้ว่าแม่น้องเจ๋งเป็นคนยินยอมเล่าข้อเท็จจริง(?)ทั้งหมดให้เธอฟังเองกับหู!!
และคนที่เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังก็มีทั้งแม่น้องเจ๋งและแม่น้องยีนส์นั่นแหละ และที่เธอต้องการเอาประเด็นนี้มาพูดกันอีกครั้ง
ก็เพราะอยากให้คนเลิกคุกคามแม่น้องเจ๋ง และพลิกคดีมาตรวจสอบอีกครั้งว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิด!!

สรุปว่าอีเจ้าป้ามันอ้างว่าฟังจากที่แม่น้องเจ๋งและแม่น้องยีนส์เล่าให้ฟัง ก็เลยออกมาตั้งกระทู้ฟอกตัวให้ทั้งสองคนนั้นนั่นเอง
แอดมินอยากบอกแม่น้องเจ๋งและแม่น้องยีนส์ว่า…พวกมึงเลือกหน่วยกล้าตายผิดคนแล้วว่ะ อีนี่มันหน่วยพาไปตายห่าชัดๆ
และอีเจ้าป้านี่สมควรพิจารณาตัวเองอย่างแรงครับ ว่าคนที่เชื่อพวกพ้องของตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตา
แล้วกล่าวหาคนอื่นอย่างมั่วๆซั่วๆเนี่ย มันควรจะเลิกเรียกตัวเองเป็นเสาหลักค้ำจุนสังคมแล้วนะครับ
กรูว่าขนาดแค่ตอม่อสะพานมึงยังเป็นไม่ได้เลยครับ อย่างเจ้าป้ามันต้องเสาหลักปักขี้ควายเท่านั้น
แล้วอีเจ้าป้าก็บอกว่าเธอฟังเรื่องมาจากแม่น้องเจ๋งก็จริง แต่แม่น้องเจ๋งไม่ได้สั่งให้เธอมาตั้งกระทู้นี้นะ
เธอแค่อยากเสือกด้วยตัวของตัวเองเท่านั้น และเธอหวังว่าชาวพันทิปที่มีจิตสำนึกอยู่บ้าง เมื่อได้อ่านความเห็นของเธอ
จะเลิกตามรังควาญแม่น้องเจ๋งซักที เพราะแม่น้องเจ๋งเองก็ไม่ได้ “ติดใจเอาเรื่องราว” อะไรกับยามอีกแล้ว

ซึ่งก็มีคนเถียงเจ้าป้าว่ามึงพูดอะไรของมึงวะคะ? อีแม่น้องเจ๋งมันจะไม่ติดใจเอาความกับลุงยามได้ไง
ในเมื่ออีแม่น้องเจ๋งมันเป็นคนกล่าวหา และลุงยามเป็นผู้เสียหาย มันต้องเป็นลุงยามไม่ติดใจเอาความอีแม่น้องเจ๋งต่างหาก!!

หลังจากนั้นอีเจ้าป้าก็เถียงกับคนในกระทู้แบบไม่ลดราวาศอก ถ้าใครสงสัยว่าเพราะเหตุใดอีเจ้าป้าถึงลงมาลุยเรื่องนี้แบบทุ่มสุดตัว
แอดมินมีคำตอบให้กับทุกท่านว่ะ ไม่เชื่อก็ลองดูภาพจากเฟซบุ๊คข้างล่างนี้ดูเด่ะ

เหยดดด มั่นใจว่าลุงยามเยิ้บหมาถึง 95% เลยที่เดียว ทั้งที่ฟังจากขี้ปากชาวบ้านมาอีกทีเนี่ยนะ!?

ไอ้คนที่เซ็นเซอร์ทั้งหมดก็เป็นคนของลัทธิปวยปวยทั้งนั้นล่ะครับ และไอ้พวกนี้ก็เป็นเพื่อนกับแม่น้องเจ๋ง
และเชื่อเรื่องที่แม่น้องเจ๋งเล่าให้ฟังเป็นตุเป็นตะ ถึงขั้นยืนยันว่าลุงยามเยิ้บหมาแน่นอน 95% (หายไปไหน 5% วะ)
แถมยังกล่าวหาคนที่ช่วยให้ลุงยามไกล่เกลี่ยกับแม่น้องเจ๋งว่าเป็นพวกขู่กรรโชกทรัพย์ซะด้วยสิ!?
แอดมินจำได้ว่าวันที่แม่น้องเจ๋งกับลุงยามเคลียร์กันได้นั้น แอดมินได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับคุณนักปั่นสามล้อเดนตายและลุงยาม
แล้วแอดมินก็พูดคุยกับลุงยามนิดๆหน่อยๆ มีประโยคนึงที่แอดมินติดใจนั่นคือลุงยามแกบอกว่าแม่น้องเจ๋งเนี่ยดูแล้วก็เป็นคนซื่อๆนะ
คือดูแล้วน่าจะเป็นคนที่ห่วงหมาจริงๆ แต่เสียตรงที่คบเพื่อนไม่ดีจะพากันเสียไปทั้งหมด ซึ่งวันนั้นแอดมินก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่ไม่นึกเลยว่ามาถึงวันนี้ ไอ้ที่ลุงยามแกพูดมามันจะตรงกับความเป็นจริงเด๊ะๆเลยว่ะ คือแม่น้องเจ๋งออกมาขอโทษแล้ว
เรื่องมันก็ควรจะจบได้แล้ว แต่การที่มันยังลุกลามบานปลายแถมขยายวงมาถึงขั้นนี้ก็เพราะเพื่อนๆสุดที่รักของแม่น้องเจ๋งทั้งนั้น
แล้วแม่น้องเจ๋งล่ะคิดอะไรอยู่? ถึงได้พูดกับชาวพันทิปอย่าง แต่พูดกับเพื่อนพ้องของตัวเองใน facebook อีกอย่าง
แล้วอีแม่น้องเจ๋งมันไปเล่าเรื่องอีท่าไหน เพื่อนรักของหล่อนถึงได้กล้ายืนยันว่าลุงยามเยิ้บหมาแน่นอน 95% !?
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? แม่น้องเจ๋งเซ็นสัญญาด้วยความจำใจจริงหรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทุ้เหล่านี้โดยพลัน!!
คำ “ขอโทษ” จากแม่น้องเจ๋ง
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J10458687/J10458687.html
เรื่องราวของ หลง-ยาม จบที่ความสะใจของบางคน แต่ไม่เคลียร์สำหรับข้อเท็จจริง
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J10461181/J10461181.html





























น้องด้านมืดชอบสาระแนแม่ยิ้ม wrote:
หือ เมียทิ้งด้วยเหรอ ไอ้นี่ใช่คนเดียวกับที่พาเมียกับลูกเล็กๆเข้าไปดูหนังสยองขวัญแล้วปะฉะดะกับพวกเหลิมไทยเปล่าวะ