
ดราม่าเรื่องนี้นับเป็นเรื่องแรกที่มาจากห้องสมุดของเว็บพันทิปเลยนะเนี่ย จะเรียกว่าดราม่าเปิดซิงห้องก็ว่าได้
เรื่องมันมีอยู่ว่าไม่กี่วันก่อนมีบัตรผ่านคนหนึ่งใช้ชื่อว่า “กระผม” มาตั้งกระทู้ในห้องสมุดว่า
วงการวรรณกรรมไทยมันสองมาตรฐานชัดๆ!! ว่าแล้ว จขกทก็ร่ายยาวว่าเขาก็เป็นคนหนึ่งที่ทำงานในแวดวงวรรณกรรม
และในวงการวรรณกรรมเนี่ยพล๊อตส่วนมากมันก็ซ้ำไปซ้ำมา วนอยู่ในอ่างไม่ไปไหนซักที
นิยายไทยบางเรื่องก็เอาพล๊อตมาจาก โรมิโอกับจูล่ง แค่ปรับเปลี่ยนอาชีพฐานะของตัวเอกซักหน่อยก็ใช้ได้แล้ว
หรือนิยายบางเรื่องแม่มก็เอาพล๊อตจากเรื่อง ทวิภพ มายำไม่รู้กี่สิบหน แต่ประเด็นคือทำไมไอ้นิยายพวกนี้
ถึงไม่ถูกคนอ่านด่าที่ไปลอกพล๊อตของชาวบ้านมา หรือเป็นเพราะว่านักเขียนรุ่นเก๋าพวกนี้มันมีชื่อเสียงมีแฟนคลับ!!
คนอ่านถึงไม่มีสิทธิวิจารณ์และแตะต้องพวกมัน!? ทั้งที่หลายๆเรื่องไม่ว่าจะตีลังกาอ่านยังไงก็บอกได้ว่าลอกพล๊อตมาชัดๆ!!

แต่ในทางกลับกัน นักเขียนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียงแต่พอทำแบบนักเขียนรุ่นใหญ่มั่ง ปรากฏว่าสังคมกลับรุมสับเสียย่อยยับ
หรือบางทีแค่พล๊อตเรื่องมันไปละม้ายคล้ายคลึงกับนิยายเรื่องอื่นแค่บางส่วนก็โดนหาว่าไปลอกพล๊อตของเขามาแล้ว
ที่เป็นเช่นนี้เพราะพวกตูไม่ดังใช่มั้ย? ใช่ซี่พวกตูมันไม่ใช่นักเขียนรุ่นเก๋าที่มีแฟนคลับออกมาปกป้องเหมือนนักเขียนบางคน
แล้ว จขกท ก็เรียกร้องท่านผู้อ่านว่าช่วยให้โอกาสนักเขียนหน้าใหม่หน่อย อย่าไปจับผิดว่าลอกคนนู้นคนนี้มาให้มากนักเลย
ถ้าอยากจะวิจารณ์กันจริงๆก็วิจารณ์พล๊อต การดำเนินเรื่องหรือจุดหักเหของเรื่องจะดีกว่า วงการวรรณกรรมบ้านเรามันจะได้เดินหน้าซักกะที!!

ชาวห้องสมุดอ่านที่ จขกท โพสจบก็แสดงความเห็นกันเกี่ยวกับประเด็นที่นิยายเรื่องนึงอาจมีพล๊อตคล้ายกับอีกเรื่องนึงโดยบังเอิญ
บ้างก็บอกว่าถ้ามันไม่เหมือนกันเป๊ะๆแบบคำต่อคำ ก็คงไม่มีใครหาว่าลอกพลํอตกันมาหรอกมั้ง
แต่การที่พล๊อตกว้างๆของนิยายเรื่องนึงอาจไปเหมือนนิยายอีกเรื่องนึงโดยบังเอิญ อันนี้ก็เป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วนี่นา

บ้างก็บอกกับ จขกท ว่าถ้าเอ็งแต่งนิยายแล้วทำให้คนอ่านรู้สึกว่ามันไปคล้ายนิยายเรื่องใดเรื่องนึง
แปลว่ามึงมันกากส์ มือไม่ถึงเองนี่หว่าที่ไม่สามารถเขียนให้นิยายของเอ็งแตกต่างไปจากท้องตลาดได้

ทีนี้มันดราม่าเมื่อมีอมยิ้มคนนึงชื่อ “เอาเถอะ” มาแสดงความเห็นในทำนองว่าเห็นด้วยกับ จขกท อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู
และพาดพิงนักเขียนคนนึงที่เมื่อปีสองปีก่อนเคยมีคนเอานิยายของเธอไปทำเป็นละครทีวี
โดยมีพล๊อตประมาณว่าพระเอกเป็นพ่อครัว และนางเอกเป็นดาราจอมเชิดอะไรทำนองนั้น
แล้วนางเอาเถอะคนนี้ก็คลั่งไคล้มาก จนถึงขั้นชักชวนให้คนรอบข้างมาดูละครเรื่องนี้ด้วยกัน
แต่ปรากฏว่าคนรอบตัวของเธอปฎิเสธเพราะพล๊อตมันก๊อปละครเกาหลีมาทั้งดุ้น!?
นางเอาเถอะก็บอกว่านักเขียนคนที่เธอพูดถึงเนี่ยแบบว่าโคตรดังเลยนะ แต่เชื่อมั้ยว่ากลับไม่มีใครด่าเธอคนนี้
ที่ไปลอกพล๊อตเรื่องของชาวบ้านมาเพียงเพราะว่าเธอเป็นนักเขียนชื่อดัง!!!

นางเอาเถอะก็บอกว่านี่ยังดีนะที่คนที่จับผิดนักเขียนชื่อดังที่ไปก๊อปพล๊อตเรื่องชาวบ้านน่ะเขาไม่เล่นเน็ท
ถ้าคนพวกนั้นเขาเล่นเน็ทแล้วเอาความจริงมาแฉในเน็ทแล้วล่ะก็ อิชั้นไม่อยากนึกภาพเลยว่ามันจะดราม่ากันขนาดไหน



ซึ่งก็มีคนมาเฉลยในเวลาต่อมาว่าละครไทย
ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี่ “เอาเถอะ” พูดถึงนั้น
หมายถึงละครไทยเรื่อง “สูตรสเน่หา”ทีมาจากนิยาย
ของนักประพันธ์ชื่อดังนาม “กิ่งฉัตร”
ส่วนซีรีย์เกาหลีที่ว่าก็หมายถึง”Witch You Hee”
หรือ “กับดักหัวใจของยัยแม่มด” นั่นเอง
แต่ปัญหาคือนิยายเรื่อง สูตรสเน่หา มันตีพิมพ์สามปี
ก่อนที่ละครเรื่องกับดักหัวใจยัยแม่หมดจะแพร่ภาพที่เกาหลี
แล้วมันจะไปลอกกันอีท่าไหนวะเนี่ย?
ชาวห้องสมุดก็แสดงความเห็นกัน อมยิ้มคนนึงก็บอกว่า
เรื่องสูตรสเน่หาน่ะมันพิมพ์ก่อนซีรียส์เกาหลีตั้งสามปี แล้วมันจะไปลอกพล๊อตเขามาได้ยังไงล่ะคะ!?
คนเขียนมันนั่งไทม์แมชชีนโดราเอม่อนมาก๊อปปี้พล๊อตเรื่องจากซีรียส์เกาหลีในอนาคตรึไงล่ะแม่คู้ณณณณ

จขกท ก็เข้ามาแสดงความเห็นด้วยกับ “เอาเถอะ” แทบจะในทันที และอ้างว่าจากนี้ไปเขาจะไม่แสดงความเห็นละ
เพราะว่ามีผู้มีอิทธิพลในแวดวงวรรณกรรมเตือนให้เขาหุบปากซะ ซึ่งเขาก็จะขอปฎิบัติตาม บลาๆ

ต่อมาอมยิ้มชื่อ “สาวน้อยเกวลิน” ก็เข้ามาตอบโต้ “เอาเถอะ” โดยอ้างตัวเป็น “กิ่งฉัตร” ผู้เขียนนิยายเรื่องสูตสเน่หา
เธอขอสาบานต่อพระแก้วมรกตว่าเธอไม่เคยลอกพล๊อตเรื่องมาจากละครหรือซีรียส์เกาหลีใดๆทั้งสิ้น!!
นิยายของเธอตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งสามปีก่อนที่ละครเกาหลีเรื่องนั้นจะแพร่ภาพ แล้วเธอจะไปลอกจากซีรีย์เกาหลีได้ยังไง!?
และเธอก็ได้เขียนไว้ในคำนำของนิยายแล้วว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องอะไร ใครอยากรู้ก็ไปเปิดอ่านกันได้เลยนะเธอว์
แต่เธอขอยืนยันว่าไม่ได้ลอกพล๊อตจากซีรียส์เกาหลีจริงๆ และขอให้ผู้ที่กล่าวหาเธอมาชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเธอด้วย

ชาวห้องสมุดเห็นดังนั้นก็พากันต่อว่าต่อขาน “เอาเถอะ” ที่กล่าวหา “สาวน้อยเกวลิน” มั่วๆซั่วๆ

ทีนี้มันยิ่งดราม่ายิ่งขึ้นเมื่อมีบัตรผ่านอีกคนนึงที่ใช้ชื่อว่า “กระผม” แต่เป็นคนละคนกับ จขกท นะ
มาโพสแฉ “เอาเถอะ” ว่าตูก็ไม่รู้หรอกนะว่าเอ็งเป็นชายหรือหญิงกันแน่ แต่ตูรู้ดีว่าเอ็งเป็นใคร!!
และเคยก่อวีรกรรมอันใดเอาไว้ในอดีต แต่แทนที่เอ็งจะสำนึกผิดและกลับเนื้อกลับตัวหลังจากเหตุการณ์นั้น
เอ็งกลับแยกร่างมากหาเรื่องนักเขียนคนอื่นแบบนี้ สงสัยเอ็งจะดูหนังเรื่องอวตารมากเกินไปหน่อยแล้วม้างงงงง

พอตาม url ที่นายบัตรผ่านคนนี้โพสไว้ ก็ไปเจอความเห็นของ “เอาเถอะ” ที่โพสในห้องนักเขียน
เมื่อห้าปีก่อน และในตอนนั้น “เอาเถอะ” ได้เขียนไว้ว่าชื่อของเธอคือ “ทรรศิกา”

ย้อนกลับมาที่กระทู้เดิมกันต่อ ชาวห้องสมุดได้เห็นข้อมูลใหม่ก็พากันตกใจ อุทานว่าอีทรรศิกาเองหรอกหรือ!?
อีทรรศิกาคนที่เคยไปลอกนิยายจากนักเขียนชื่อดัง “กิ่งฉัตร” จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตและโดนเขี่ยออกจากวงการไปแล้วใช่มั้ย!?

จากนั้นชาวห้องสมุดก็รุมด่า “เอาเถอะ” หรือ “ทรรศิกา” อย่างดุเดือดว่ามึงเอาอีกแล้วเหรอคะ!?
สมัยก่อนมึงเคยไปลอกนิยายจากกิ่งฉัตรจนสำนักพิมพ์ตองพามึงไปขอขมาเขา แทนที่มึงจะสำนึกผิด
วันนี้มึงกลับมาใส่ร้ายเขาหน้าด้านๆ สันดานแบบนี้มันน่าจะโดนกิ่งฉัตรเขาฟ้องมึงให้หมดตัวนัก!!

“กิ่งฉัตร” หรือสาวน้อยเกวลิน ก็เข้ามาบอกว่าเธอได้โทรไปคุยกับกองบรรณาธิการแล้ว
และเธอเริ่มรู้แล้วว่ามีสาเหตุเบื้องหลังอันใด ที่ทำให้เกิดกระทู้นี้ขึ้นมา และกิ่งฉัตรก็ฝากข้อความไปถึง “เอาเถอะ”
หรือ “ทรรศิกา” ว่าเธอเสียใจแทนทรรศกิาจริงๆที่ทำลายโอกาสครั้งที่สองของตัวเองลงกับมือ

จากนั้นในกระทู้ก็ขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของ “ทรรศิกา” มาแฉอย่างเมามันส์ น่าเสียดายที่กระทู้นั้นโดนลบในเวลาต่อมา
จริงๆแล้วหลังจากนี้ยังมีเนื้อหาอีกหน่อยคือก่อนที่กระทู้จะโดนลบไป “เอาเถอะ” ซึ่งตอนแรกโพสกระทู้ลงท้ายด้วย “ค่ะ” ทุกคำ
ได้สาธิตการแปลงเพศกลางกระทู้กันสดๆ โดยบอกว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่ทรรศิกา!!! แต่เขากับทรรศิกาเคยคบกันจริง
และเคยให้ทรรศิกายืมอมยิ้มนี้ไปโพสกระทู้เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้เลิกกันแล้วไม่ได้คบกันอีกต่อไปแล้ว!!
แล้วนายหรือนางเอาเถอะก็แก้ตัวแทนทรรศิกาว่าเธอคนนี้เคยลอกงานของกิ่งฉัตรมาหนนึงเมื่อห้าปีก่อนก็จริง
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอโดนแบนจากสำนักพิมพ์เป็นเวลาห้าปี ตามความผิดที่เธอได้กระทำเอาไว้ ซึ่งก็สมควรแล้ว
แต่หลังจากนั้นผลงานของเธอหลายๆเรื่องกลับถูกเพ่งเล็งว่าท่าทางจะไปลอกคนนู้นคนนี้มา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์
อย่างกิ่งฉัตรที่มีคนสงสัยว่าไปลอกซีรียส์เกาหลีมาเขียนนิยาย พอกิ่งฉัตรปฎิเสธว่าไม่ได้ลอกทุกคนก็เชื่อ
แต่ทำไมเวลาทรรศิกาปฎิเสธ ทุกคนถึงไม่เชื่อที่เธอพูดมั่ง!? หรือเป็นเพราะเธอไม่ได้เป็นนักเขียนรุ่นเก๋าเหมือนกิ่งฉัตร!?

หลังจากนั้นก็มีการโต้ตอบกันพอหอมปากหอมคอ มีการแฉว่าตอนนี้ทรรศิกามีนามปากกาใหม่แล้ว
และเธอคนนี้กำลังเขียนนิยายเรื่องใหม่โดยใช้นามปากกว่าว่า “ศิฬาร์” และ “รสนิยม”
ต่อมาเมื่อกระทู้โดนลบไปก็มีคนมาแตกประเด็นตั้งกระทู้ใหม่ ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในกระทู้ที่หายไป?
![]()
ชาวห้องสมุดก็เอาเนื้อหาที่ปรากฏในกระทู้ก่อนมาเล่าเป็นฉากๆในกระทู้นี้ อมยิ้มชื่อ Guga
ก็เอา Url ของเพจสำนักพิมพ์อรุณ ที่ทรรศิกาอพยพไปทำมาหากินในปัจจุบันมาแปะในกระทู้
แล้วบอกว่าล่าสุดสำนักพิมพ์อรุณก็เพิ่งจะลงโทษนักเขียนผู้นี้ ที่มีผู้อ่านแจ้งเบาะแสว่าไปลอกนิยายชาวบ้านมาหมาดๆ

ภาพ screenshot จากเพจของสำนักพิมพ์อรุณครับ

เหยด….อดีตก็ลอกเขามาจนโดนแบนไปรอบนึง นี่มันไม่เข็ดหรือวะถึงได้ทำตัวเหมือนเดิมเด๊ะๆแบบนี้
ส่วนกรณีที่ทรรศิกาเคยลอกนิยายของกิ่งฉัตรจนโดนแบนไปเมื่อห้าปีก่อนนั้น มีคนสรุปประเด็นให้ดูดังนี้
ภาพทางซ้ายคือนิยายเรื่อง “ตามรักคืนใจ” ของกิ่งฉัตร ส่วนทางขวาคือ “สืบสะดุดรัก” ของทรรศิกา

ซึ่งแอดมินขอบอกว่านี่มันไม่ใช่การลอกเลียนว่ะ แต่มันคือการ copy & paste!! ซึ่งอัปยศยิ่งกว่าไปลอกพล๊อตของชาวบ้านมาซะอีก!!
โถอีห่า แค่นี้มึงไม่ต้องเป็นนักเขียนไม่ต้องมีทักษะทางวรรณกรรมใดๆ แค่กด crt+c Crtl+v ในคอมพ์เป็นก็เป็นนักเขียนได้แล้วว้อย!!
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายส่วนในนิยายของทรรศิกาที่ไป copy paste มา สนใจเชิญอ่านได้ที่ url นี้เลยครับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=bai-mon&month=01-03-2006&group=1&gblog=4
ส่วนทางสำนักพิมพ์แจ่มใสที่เป็นผู้ตีพิมพ์นิยายของทรรศิกา ได้ดำเนินการลงโทษดังนี้

ภาพขณะทางสำนักพิมพ์กำลังทำลายหนังสือ “นักสืบสะดุดรัก” จนสิ้นซาก

credit : http://www.jamsai.com/popup/pr24.asp
กลับมาที่กระทู้ในห้องสมุดกันต่อ อมยิ้มบางคนก็แสดงความเห็นถึงกิ่งฉัตรที่โดนใส่ร้ายว่าอีทรรศิกามันมากล่าวหากิ่งฉัตร
ว่าลอกพล๊อตนิยายมาจากซีรียส์เกาหลีทั้งที่ไม่มีมูล แบบนี้สามารถฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทได้สบายๆเลยนะ

หลายๆคนก็พากันด่าทรรศิกาว่ามึงไม่มีความสามารถทางวรรณกรรมเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ copy & paste เท่านั้น
แล้วมึงจะยังหน้าด่านอยู่เป็นนักเขียนนิยายทำไม ทำไมไม่ลาออกไปขายเต้าฮวยเต้าทึงให้รู้แล้วรู้รอดวะคะ!?

ดราม่านี้ก็คงจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่แอดมินเชื่อว่าทรรศิกาคนนี้คงไม่ยอมวางมือจากวงการวรรณกรรมโดยง่ายว่ะ
ขอเพียงเวลาซักระยะหนึ่งให้เธอเก็บตัวจนทุกคนลืมเลือนวีรกรรมของเธอเสียก่อนเถอะ
แล้วเมื่อทุกคนลืมเลือนการกระทำกรรมชั่วของเธอ ทรรศิกาก็จะหวนคืนกลับมาสู่วงการวรรณกรรมอีกครั้ง!!
อาห์ แล้วดราม่าเรื่องนี้จะลงเอยเช่นไร? ใครที่จะสามารถ head shot ทรรศิกาจนไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกหน?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล่านี้โดยพลัน!!
ระบบสองมาตรฐานในวรรณกรรมไทย มีอยู่จริง
ข้อเท็จจริงเรื่อง “ระบบสองมาตรฐานในวรรณกรรมไทย มีอยู่จริง”
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10406694/K10406694.html
ทรรศิกา > ศิฬาร์ > รสนิยม คือคนๆ เดียวกันใช่หรือไม่?
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W10406895/W10406895.html








































อ่าน-คิด-ปรับปรุง-เปลี่ยนแปลง-แก้ไข-ไม่กระทำซ้ำ
แค่นี้ก็กลับมาอยู่ในวงการได้แล้วล่ะ
อ่อ เจ้าเก่าลอกเค้าแบบไม่ใช่ลอกแค่พล็อต แต่ยกของเค้ามาทุกประโยคคนนี้เอง
จำได้ว่าตอนโดนจับได้ หล่อนแถว่า ประทับใจหนังสือของกิ่งฉัตร จำประโยคมาทั้งย่อหน้าแบบเป๊ะๆ
เอามาใช้โดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจ๊ ไม่ได้ตั้งใจ
ประทับใจหนังสือเค้าขนาดนั้น
พอโดนจับได้ ดันแค้นจนมาหาเรื่องใส่ความเค้าซะงั้น
หนังสือของคุณกิ่งฉัตรเนี่ย
ปกติถ้าเรื่องไหนได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายเมืองนอก หรือหนัง หรือข่าว
เค้าจะ เขียนไว้ตรงคำนำเลยนะ ว่าเอามาจากไหน ตรงส่วนไหน
บอกตรงๆว่าเป็นแฟน 555
อ่านนิยายเค้ามาตั้งแต่เรื่องแรกสิบกว่าปีก่อนนู้น จนครบทุกเรื่อง เรื่องละหลายๆรอบ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
204
ไอ้นี่แมร่งโคตรซึนเลยว่ะ
ร.6 ท่าน copy paste เลยเหรอ
ถ้า แปลมา ใช้ ก็ไม่ว่าไรนะครับ เพราะว่าตอนแปลก็ได้เรียบเรียงใหม่ตามสไตล์ผู้เขียนอยู่ดี
แต่ถ้า copy paste นั่นลอกรูปประโยคเลยครับ คนละเรื่องกัน
ก๊อบได้โง่มากค่ะ อีฟายยยยยยย
เคยอ่านร่มฉัตร กับ สี่แผ่นดินป่ะ
เนื้อเรื่อง ตัวละคร การดำเนินเรื่อง แม่งเหมือนกันเป๊ะๆ
(คนเขียนร่มฉัตรเขาบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากสี่แผ่นดิน)
แต่อ่านแล้วกลับรู้สึกว่ามันต่างกัน
เพราะอะไร เพราะคนเขียนร่มฉัตรเขามีฝีมือ
ประมาณว่าถึงกูก๊อบกูก็ก๊อบอย่างเทพนะจ๊ะ
เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่ wrote:
เค้าไม่เรียกว่าลอก แรงบันดาลใจอ่ะ เข้าใจป่ะ ถ้าลอกคือก๊อป แต่แรงบันดาลใจคือ เห็นแล้วก็อยากเขียนแบบนี้บ้าง แต่ไม่เหมือนกัน
เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่ wrote:
มันมีแค่ข้อเดียวฟ่ะ ที่เค้ามาเอาเนี่ย มันเหมือนกันแทบจะทุกตัวอักษรป่ะฟะ เอ็งอ่านดีๆสิเฟ้ย ถ้ามันเหมือนกันแม่มทั้งการบรรยาย ฉาก สถานที่ กุจะไม่ว่าว่ะ แต่ที่มันมาม่าเพราะว่ามัน Ctrl+C แล้วก็ Ctrl+V เว้ย
อ่านข้างบนจบรึยังอ่ะ
น่าจะพล็อตหนังไทยแบบ Higurashi มั่งนะ
จะได้นั่งดูทุกวันเลยยย
209 ไม่ใช่ท่านเหล่านั้นไม่ได้ทำตามนั้น แต่น้องคนที่มีปัญหาเค้าเหมือนคนนั้นคนนี้ทุกเรื่องต่างหาก แถมเหมือนกระทั่งรสชาติ
ความคิดตัวเองอยู่ตรงไหนมองไม่ออกต่างหากที่ทำให้ดูผิด แล้วชียังซึนด้วยว่าไม่รู้จัก ไม่รู้จักคนที่กราบแทบเท้ามาแล้วนี่ มึนมากไปมั้ย
Mosquetero wrote:
เชื่อมะเด๋วก็โดนกระทรวงเฝ้าระแวงอะไรสักอย่างแบน
Mosquetero wrote:
ตัวกระจุยตั้งแต่ตอนแรกกันเลยทีเดียว
เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่ wrote:
ท่าทางนอกจากอยากโดน Drama แล้วยังอยากโดนข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยนะเนี่ย ไอ้ชั่วเอ้ย
@ เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่:
ไม่นึกว่าจะีมีดราม่ามาซ้่อนดราม่าอีก แถมยังมาแบบเดียวกับจขกท.เลยนะ
คืออยากจุดประเด็นให้คนด่า แต่ไม่เช็คให้ดีว่างั้น
ทีหลังอ่านดราม่าก่อน ค่อยเขียนนะตะเอง
เคยเจอพี่กิ่งฉัตรตัวจริง น่ารักมากค่ะะะ
อ่า เราซื้อหนังสือวิธีการเขียนนิยายมาอ่านเล่มสองเล่ม ทั้งสองเล่มบอกตรงกันอะนะว่าพลอตเรื่องในโลกนี้มันซ้ำซากอยู่ไม่กี่แบบร้อก ยากมากที่จะเขียนเรื่องให้ไม่ซ้ำพลอตเดิม
อ่านที่เขาจาระไนตัวอย่างแล้วก็เห็นด้วย เช่นอีแฮรรี่เนี่ย พลอตโคตรซ้ำซากเลยว่ามะ ประมาณว่าพระเอกต้องไม่เก่ง รันทดๆมาก่อน แต่จู่ๆก็ได้รับพลัง
ที่ช่วยเหลือโลกได้ จากนั้นก็เป็นการผจญภัย บลาๆ แต่ทำไมมันดัง เพราะจินตนการของคนเขียนมันแปลกใหม่ โคตรบรรเจิดไง รวมกับสำนวนที่น่าอ่าน ก็เลยดังระเบิดเถิดเทิง
สิ่งที่จะทำให้งานเขียนแตกต่างกันไปคือจินตนาการเสริมกับสำนวนการเขียนนี่แหละ เราเชื่อว่านักเขียนรุ่นใหญ่นี่น่าจะเชื่อถือได้เรื่องนี้
แต่ที่อิทรรศิกาทำนี่มัน….อุบาทว์ชาติชั่วค่ะ หึยส์ ดูถูกคนอ่านชัดๆ
ทรรศิกา
ศิฬา มันจับผิดกันยากตรงไหนผมดูก็รู้แล้ว
ศิฬา = ฬ ออกเสียง ก
แม่งน่าจะรู้แต่แรกและ
เหี้ยมากครับ อีนี่ไปบอกว่าลอกละครเกาเหลามาทั้งๆที่ แม่ม เขียนเองชัดๆ
ไอ้เหรี้ยเจ้าหงิญ ‘R’ น่าจะโดนแบบนี้บ้างอันนั้นทำเป็นล่ำเป็นสันเลยนี่ยิ่งกว่า Ctrl+C + Ctrl+V ซะอีก
เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่ wrote:
อ่านดูก็รู้แล้วว่าคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ลอกคืออะไร แรงบันดาลใจคืออะไร ต่างกันตรงไหน เส้นกั้นตรงไหนที่จัดว่าเป็นการลอก
ไม่รู้ว่าคุณสนใจอยากจะรู้ไหมด้วยซ้ำ เลยคงไม่ตอบในนี้(เพราะคำตอบมันยาว)
เพียงแต่หากไม่รู้จริงๆ ก็ตอบกลางๆหน่อยก็ได้ แทนที่จะโชว์พาว เดียวจะโชว์โง่เปล่า ๆ
เอาอีกแล้วเหรอ
คดีนั้นที่เวบbloggangเราเข้าไปทันอ่านตอนคอมเมนต์ถึงหนึ่งพันด้วยนะ อ่านจนตาแฉะกันไปข้าง แต่เสียดายกระดาษที่พิมพ์นิยายให้ยัยนี่จริงๆ นอกจากเอาไปทำลายแล้วน่าจะเอาไปทำเป็นทิชชูสีชมพูขายด้วยน่าจะมีค่ากว่า
คนเราเนอะ อุตส่าห์มีโอกาสได้ตีพิมพ์ยังทำลายโอกาสตัวเองด้วย
Crtl+C Ctrl+V
แม่มมมม ชีวิตมึงง่ายดีเนอะ
Wut…. wrote:
ศิฬาร์ อ่านว่า ศิ – รา ค่ะ
ไม่อยากนั้นโฬม ก็อ่านเป็น โกม สิคะ
โรมิโอกะจูล่ง ถ้าจำไม่ผิดเป็นชื่อละครเวทีของพวกจุฬาธรรมศาสตร์อะไรทำนองนี้แหละ กรูก็จำไม่ได้มันนานมาแล้ว
อย่าไปว่าแอดมินเกย์เลย เพราะกรูก็ชอบเล่นประโยคนี้บ่อยๆ มิได้คิดอะไรมาก
ทำไปได้งัยเนี่ยคนเรา
สนุกจริงๆ เว็บ Drama Addict

กล้าพูดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง
บอกไว้อย่าง กฎหมายหมิ่น ไม่คุ้มครองถึงเชื้อพระวงศ์ที่สวรรคตไปแล้ว
ไม่อย่างงั้นใครพูดว่า “พระเจ้าปราสาททองสมัยอยุธยาโคตรชั่ว เป็นแม่ทัพแต่จับลูกเจ้านายมาฆ่าทิ้ง แล้วตั้งตนเป็นเจ้าเอง” คงติดคุกหัวโต
อ้อ ประโยคข้างบนน่ะ รัชกาลที่ ๕ ท่านเป็นคนวิจารณ์ (ด่า) พระเจ้าปราสาททองเอง ให้ขุนนางฟัง
กลับมาที่เรื่องลอก…
หม่อมคึกฤทธิ์ เขียนคำนำเรื่องกาเหว่าที่บางเพลงว่า นึกอยากจะเปลี่ยนแนวไปเขียนนิยายวิทยาศาสตร์บ้าง
โดยไม่เคยแม้แต่จะเขียนให้เครดิต หรือบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากใครแต่อย่างใด
ตอนกันตนาเอานิยายไปทำเป็นหนังเสียใหญ่โต (ด้วยคุณภาพหนังเมื่อ ๑๗ ปีที่แล้ว) และมีแผนจะเอาไปขายเมืองนอก
ปรากฎว่า สุดท้ายเรื่องก็เงียบ หนังโดนโยนเก็บเข้ากรุ หลังออกโรงไปแล้วก็ไม่ได้ฉายหรือวางขายเป็น VDO อีกเลย
อย่างว่า คนเขียนตายไปปี ๒๕๑๒ ลิขสิทธิ์ยังอยู่อีกเป็นสิบๆ ปี ขืนทำขายได้โดนฟ้องพอดี
และที่แสบกว่านั้นคือ หลังจากนั้นปีเดียว ก็มีหนังเรื่อง Village of the Damned ออกมา
ซึ่งสร้างโดยขอลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ให้คนไทยได้เปรียบเทียบความเหมือนกับเรื่องกาเหว่าที่บางเพลงอีก!
วิกิพีเดียไทย:
“เรื่อง กาเหว่าที่บางเพลง มีเค้าโครงเรื่องส่วนใหญ่มาจากนิยายชื่อ The Midwich Cuckoos ผลงานประพันธ์ของนักเขียนชาวอังกฤษ จอห์น วินแดม (John Wyndham) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2500 และเคยนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเรื่อง Village of the Damned เมื่อ พ.ศ. 2503 และ พ.ศ. 2538 อย่างไรก็ตามผู้ประพันธ์ไม่ได้มีการอ้างอิงแก่นิยายเล่มต้นตำรับนี้ลงในบทประพันธ์กาเหว่าที่บางเพลง”
ชัดมั้ย?
ส่วนรัชกาลที่ ๖ โปรดนิยายสืบสวนสอบสวนมาก และก็แปลเชอร์ล็อค โฮล์มส์, ปัวโรต์, ฟู แมนจู ฯลฯ ออกมาหลายเรื่อง
)
ถ้าแปลโดยคงชื่อตัวละครเดิมไว้ แล้วให้เครดีตกับผู้แต่ง ก็คงไม่มีปัญหาอะไร อาจจะละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ก็ยังถือว่าเคารพผลงาน
แต่กลับทำแบบนั้น ***แค่บางเรื่อง*** ส่วนอีกหลายเรื่องก็มีการปรับฉากเป็นเมืองไทย เปลี่ยนชื่อตัวละครซะใหม่ แล้วใส่นามปากกาตัวเองเป็นคนเขียน
เชอร์ล็อค โฮล์มส์กับหมอวัตสัน กลายเป็นนายทองอินกับนายวัด (จำเป็นต้องเลือกชื่อให้เหมือนกันอีก
แถมตอน “ผู้ร้ายฆ่าคนที่บางขุนพรหม” ก็ก็อป The Murders in the Rue Morgue ของเอ็ดการ์ อัลแลน โป มาทั้งดุ้น
แถมเคยมีสำนักพิมพ์ที่พิมพ์นิยายสืบสวนสอบสวนโดยเฉพาะ เอา ๒ เรื่องนี้มาพิมพ์ไว้ในเล่มเดียวกันด้วย ให้ผู้อ่านได้เปรียบเทียบฝีมือ (ลอก)
โดยจุดหักมุมของคดีนี้ คือ (สปอยล์!) ผู้ร้ายเป็นลิง ที่สามารถปีนหน้าต่างสูงได้ และร้องเสียงไม่เป็นภาษา จนทำให้ผู้ที่ได้ยินเดามั่วว่าเป็นคนชาติต่างๆ
คนที่อ่านนิยายสืบสวนสอบสวนย่อมรู้ดี ว่าการเฉลยปมปริศนาในเรื่องนั้น ถือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรื่อง
ถ้าเฉลยออกมาแล้ว ทั้งตัวฆาตกรและวิธีฆาตกรรมเหมือนกันทุกกระเบียดนี้วแบบนี้ ไม่เรียกว่าลอกแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่ wrote:
ฮาหงายเงิบว่ะ


ไอ้เรื่องที่มึงสาธยายมายืดยาวคนเขาก็รู้กันทั้งนั้น
แต่ไอ้ที่กรูบอกว่ามึงซึน มันไม่ใช่เรื่องที่มึงกำลังพล่ามเป็นคุ้งเป็นแควอยู่นี้โว้ย
หัวข้อดราม่าเขาพูดกันถึงคนลอกงานกิ่งฉัตร มึงเข้ามาอ่านแล้วทำมาซึนบอกว่าไม่รู้จักกิ่งฉัตร
โถก็แค่จะลากคนออกนอกประเด็นไปถึงเรื่องที่มึงกำลังพล่ามอยู่นี่แหละ ทำมาซึน
ชัดกว่ามั้ย
นิยายแจ่มใสกุก็อ่านนะคะ แต่อ่านแบบเล่มขาวๆ
เพราะกุไม่อ่าน
เป็นรูปวิวทำนองนั้น หน้าปกตาใสเลิกอ่านไปตั้งแต่ปีมะโว้
เพื่อนๆบอก กุใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้ม
นิยายหน้าปกตาใส เช้ดดดดดดดดดดดด
ป.ล.ชอบอ่านดวงตะวัน กิ่งฉัตรก็ดีแต่เดี๋ยวนี้เฉยๆมีแต่น้ำ
bluefate wrote:
อ่านแบบนี้เหมือนกัน
แต่พูดกันจริงๆ พล็อตเรื่องในโลกก็มีไม่กี่อย่างหรอก
บังเอิญอย่างที่สุด วันนี้ยืมนิยายเล่มใหม่ของนักเขียนคนนี้มาพอดี
มันมีคนมาชงดราม่าต่อด้วยเว้ยเฮ้ย
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10380611/K10380611.html
แบบสรุปย่อถึงเหตุการณ์ชงดราม่าต่อครับ
นิทาน “เจ้าหญิงปักผ้า” กับ “โทรลโง่อยากเป็นผู้กล้า” ครัฟ
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W10490170/W10490170.html
@ เรื่องจริงของนักเขียนรุ่นใหญ่:
ถ้าไม่รู้ไม่พูดก็ไม่ผิดนะ ที่จริงน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องนายอินทร์กับนายวัตตอนที่ออกมาคนแปลก็บอกว่าเป็นเรื่องแปล และดัดแปลงให้เป็นไทย
ขนาดเรายังไม่ได้อ่านเรายังรู้เลยเพราะโฆษณาออกมาตรึมว่าแปล ไม่เห็นเคยบอกว่าเป็นเรื่องแต่งเอง เดี๋ยวมีการเอาการซื้อลิขสิทธิ์มาแปลยันออกมาเหมือนเรื่องมงกฎดอกส้มที่คนเขียนเขาขอลิขสิทธิ์มาดัดแปลงหน้าจะแหกเปล่าๆ นะ
แบบนี้มันก็ยังเลวอยู่ดีว่ามะ
พวกเมิงนี่เข้าใจประเด็นกันป่ะว่ะ เรื่องลิขสิทธิ์มันเพิ่งมามีเอาช่วงหลังนี่
สมัยจามรี พรรณชมพู หรือ วลัย วนาระ ก็ลอกพลอตนิยายฝรั่งมาบางเรื่องเพราะสมัยนั้นเรื่องลิขสิทธิ์ยังไม่ค่อยแพร่หลาย มาแพร่หลายช่วงหลัง
อันที่จริงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม(ภาษาก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม) เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เช่น เรื่องรามเกียรติ์ จริงๆก็มากจากอินเดีย ศิลปะแบบเขมร(ขอม-นับถือฮินดู)เราก็เห็นในวัดไทยทั่วไป เป็นต้น
ประเด็นที่เขาด่าอินังนี่ คือ มันรู้ว่าผิดแต่ยังเสือกทำเว้ยยย รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรจะลอกเขามาทั้งดุ้น
“ลอก”กับ”การเรียนรู้”เพื่อเอามาปรับใช้ไม่เหมือนกันนะเว้ย