Photobucket
Photobucket

เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องสวนลุมมีอมยิ้มชื่อ “หนุ่มเหน่อ” มาตั้งกระทู้ถามชาวสวนลุมว่าคุณสมบัติของหมอมันวัดกันยังไง?

จากนั้น จขกท ก็เล่าเรื่องของแม่เขาที่เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งตับอ่อนเมื่อไม่นานมานี้ แอดมินก็ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เรื่องที่ จขกท เล่าก็ประมาณว่าแม่ของเขามีอาการปวดจุกแน่นท้อง ไปรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งนึง

ในเบื้องต้นแพทย์วินิจฉยว่าเป็นโรคกระเพาะ ให้ยาโรคกระเพาะมาทาน อาการทุเลาบางส่วน แต่ไม่นานก็มีอาการเหมือนเดิมอีก

พอไปรักษาที่ รพ เดิมก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะเหมือนเดิม รักษาอยู่อย่างนั้นมาเกือบปีก็ไม่หายซักที

:cry: พอเปลี่ยนไปรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งนึงแถวลาดหญ้าก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะเหมือนกัน

แต่ต่อมาแม่ของ จขกท มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแรก

ตัวอย่างภาพอาการตาเหลืองครับผม

จขกท เล่าว่าแม่ของเขาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์เลยพอรู้อยู่บ้างว่าอาการแบบนี้มันน่าจะเกี่ยวกับตับหรือท่อน้ำดี

ก็เลยบอกแพทย์คนแรกสุดว่าน่าจะเกี่ยวกับท่อน้ำดีมั้ง ให้หมอตรวจเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม

แต่แพทย์คนแรกสุดก็ปฎิเสธที่จะตรวจเพิ่มเติมและยืนยันว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารแน่ๆให้กินยาโรคกระเพาะต่อไป

ต่อมาแม่ของ จขกท ได้ไปปรึกษากับแพทย์ที่อนามัยแห่งหนึ่งแถวบ้าน พอซักประวัติตรวจร่างกาย

:sad: ก็สรุปว่ามีอาการตับโตและน่าจะไปตรวจเพิ่มเติมโดยด่วน และผลCT ก็ปรากฏว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน

CT ย่อมาจาก Computered Tomography เป็นการตรวจทางการแพทย์ชนิดนึง

ที่ใช้ xray ถ่ายภาพแล้วเอามาประมวลผลในคอมพิวเตอร์อีกทีนึงเพื่อหาความผิดปรกติภายในร่างกายครับ

;-) ตัวอย่างเครื่อง CT scan ครับ ใครเคยไปตรวจสุขภาพประจำปีตาม รพ.เอกชนน่าจะเคยใช้มาบ้างเนอะ

ทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวแม่ของ จขกท มารับการรักษาต่อที่ศิริราช จากนั้น จขกท ก็ถามชาวสวนลุมว่า

:x ทำไมหมอใน รพ ใหญ่ๆประจำจังหวัดถึงไม่มีปัญญาวินิจฉัยแม่ของเขา แต่แพทย์ที่อนามัยเล็กๆกลับวินิจฉัยได้?

จากนั้นพอแม่ของ จขกท มาถึงศิริราชก็ปรากฏว่าไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะก้อนเนื้องอกใหญ่เกินไป

ทำได้แต่ผ่าตัดเพื่อฝังท่อระบายน้ำดีไว้ให้อาการที่เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำดีลดลงเท่านั้น

ซึ่ง จขกท ก็บอกว่าเขาไม่ตำหนิหมอที่ศิริราช ที่ไม่สามารถรักษาแม่ของเขาได้เพราะอาการหนักเกินเยียวยาแล้ว

:x แต่ระหว่างที่แม่ของเขารักษาตัวที่ศิริราช กลับเกิดเรื่องที่ไม่น่าประทับใจขึ้นกับแม่ของเขา

นั่นคือมีแพทย์เวรหนุ่มๆคนนึง พร้อม นักศึกษาแพทย์สาวๆเดินตามมาเป็นพรวน มาตรวจอาการแม่ของ จขกท

แม่ของ จขกท ก็ถามหมอหนุ่มคนนั้นไปว่ากินน้ำลูกพรุนได้มั้ย? ปรากฏว่าทั้งแพทย์หนุ่มและ นศพ.สาวๆต่างพากันหัวเราะกันยกใหญ่

:?: แม่และ จขกท ก็ไม่เข้าใจว่าหัวเราะกันเรื่องอะไร แม่ของกรูตั้งแต่ออกจากห้องผ่าตัดมายังไม่ได้กินอะไรเลยซักคำ

แม่เขาก็แค่อยากรู้ว่ากินน้ำลูกพรุนแล้วจะมีผลเสียกับร่างกายมั้ย ทำไมต้องมาหัวเราะเยาะกันด้วย!?

:???:  จะบอกให้รู้ว่าถ้าวันนั้นกรูคุมสติไม่อยู่ กรูคงเตะก้านคอไอ้แพทย์หนุ่มคนนั้นต่อหน้า นศพ.ที่เดินตามมันเป็นพรวนแล้ว!!

และสุดท้ายแม่ของ จขกท ก็เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2553 ด้วยโรคมะเร็งที่ตับอ่อน

แล้วจขกท ก็ถามชาวสวนลุมว่ามันใช้มาตรฐานใดชี้วัดว่าคนไหนสมควรจะเป็นหมอ?

และหมอที่ทนทู่ซี้รักษาโรคกระเพาะของแม่เขามาเป็นปีก็ยังไม่ฉุกคิดว่ามันอาจจะมีโรคอื่นแฝงอยู่เนี่ย มึงจบมาได้ยังไง?

:o ปริญาแพทย์ศาสตร์บัณฑิตที่มึงได้มาน่ะ เอาไปพับถุงกล้วยแขกหรือรองขี้หมาจะดีกว่ามั้ยวะ!?

และสุดท้าย จขกท ก็บอกว่าที่เขามาตั้งกระทู้นี้ไม่ได้จงใจจะเหมารวมตำหนิแพทย์ทั้งหมด เขาเข้าใจว่าแพทย์ดีๆก็มี

:sad: แต่โชคร้ายที่แพทย์ที่ จขกท พาแม่ของเขาไปรักษากลับเป็นแพทย์ที่ไร้คุณภาพ!!

;-) พักเบรคมาดูกระบวนการการรักษาโรคกระเพาะกันซักครู่ก่อนจะกลับไปอ่านดราม่ากันต่อนะครับ

ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดแน่นหรือปวดแสบใต้ลิ้นปี่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร จะสงสัยว่าเป็นโรคกระเพาะ

ให้การรักษาโดยให้ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร แต่ถ้ารักษาแล้วปรากฏว่าอาการไม่ดีขึ้น

หรือมีสัญญาณอันตรายที่บอกว่าผู้ป่วยอาจมีความเสี่ยงของมะเร็งในทางเดินอาหาร เช่น

การกลืนลำบาก มีอาการถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ควรส่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมต่อไป เช่นการส่องกล้องดูในทางเดินอาหารเป็นต้น

ใครสนใจสามารถไปอ่านข้อมูลเต็มๆได้จากแนวทางการรักษาโรคกระเพาะ จากสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยครับ

http://www.gastrothai.net/file/Guideline%20dyspepsia%20and%20Helicobacter%20pylori%202010.pdf

ย้อนกลับมาที่กระทุ้เดิมกันต่อ ชาวสวนลุมก็มาแสดงความเห็นกัน ส่วนมากก็แสดงความเห็นใจ จขกท

บางคนก็ตำหนิแพทย์คนแรกสุดที่ให้การรักษากับแม่ของ จขกท และบางคนก็มาแชร์ประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจจากการใช้บริการทางการแพทย์

ต่อมาอมยิ้มชื่อ “Mdiic” ก็มาบอก จขกท ว่าโรคมะเร็งตับอ่อนเนี่ยถ้ามีอาการตัวเหลืองตาเหลือง

มักเป็นระยะท้ายๆของโรคที่คนไข้ 80-90%มีอัตราการอยู่รอดไม่ถึงหนึ่งปี ต่อให้ทำ CT ตั้งแต่ระยะแรกๆก็ใช่ว่าจะเจอ

:shock: หรือต่อให้เจอก็ใช่ว่าจะผ่าตัดรักษาได้ทุกราย แถมการผ่าตัดรักษาโรคนี้ก็โหดมากจนบางคนทนรับการผ่าตัดไม่ไหวก็มี

แล้วนาย Mdiic ก็สรุปว่าฟังจากที่ จขกท เล่ามา หมอคนแรกนั่นไม่ได้วินิจฉัยผิดว่ะ

:lol: แม่ของ จขกท น่าจะเป็นโรคกระเพาะนั่นล่ะ เพราะถ้าเป็นมะเร็งตั้งแต่ตอนนั้นก็คงเสียไปตั้งแต่ปี 52 แล้วคงไม่ลากยาวมาจนถึงเมื่อเร็วๆนี้หรอก

แต่ดูที่จขกทพูดด้วยอารมณ์หลายๆประเด็นน่าจะเกิดจากความโกรธเพราะไม่เข้าใจการกระทำของแพทย์

ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าอธิบายไป จขกท จะเข้าใจมั้ย แต่ถ้าอธิบายไปก็ป่วยการ กรูว่าปล่อยให้ จขกท ด่าหมอต่อไปก็ดีเหมือนกัน

:o บัตรผ่านอีกคนใช้ชื่อว่า นพ. (นายแพทย์) ก็บอกว่ากระทู้นี้มันเต็มไปด้วยอคติชัดๆ

ปากของ จขกท ก็บอกว่าด่าเฉพาะหมอไม่ดี ไม่ได้ด่าหมอดีๆ แต่ถ้าหมอคนไหนไม่เห็นด้วยกับ จขกท

กูมั่นใจเลยว่าพวกเอ็งต้องตราหน้าหมอคนนั้นว่าเป็นคนเลว คนชั่วช้าบัดซบแน่ๆ

:sad: เอ็งรู้มั้ยว่ากระทู้แบบนี้มันทำให้หมอดีๆที่ตั้งใจทำงานมาตลอดชีวิตอ่อนใจและหมดเรี่ยวหมดแรง

แล้วรู้มั้ยว่าวันๆนึงมีคนไข้ปวดกระเพาะกี่หมื่นกี่แสนคน และถ้าคนไข้ที่มีอาการปวดท้องแบบแม่ของเอ็งต้อง CT scam ทุกคน

เอ็งคิดว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่า CT scan ให้!? หรือจะให้หมอเป็นคนออกตังค์ค่า CT scan ให้วะ?

กรูก็เข้าใจนะว่าเอ็งกำลังเสียใจที่ต้องเสียแม่ไป แต่หมอเป็นคนทำให้แม่เอ็งเป็นมะเร็งเรอะ?

และหมอเขาก็รักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างมันก็ทำให้เรามีปัญญาทำได้แค่นี้

:mrgreen: ถ้าวันนึงเอ็งได้จับผลัดจับพลูเป็นหมอขึ้นมา เอ็งก็จะเข้าใจเองว่าหัวอกของคนเป็นหมอมันเป็นยังไง!?

:arrow: จขกท ก็ตอบนาย Mdiic ที่วินิจฉัยให้แม่ จขกท เสร็จสรรพว่าช่วงปี 52 อาการปวดท้องนั้น

เกิดจากโรคกระเพาะไม่ได้เกิดจากมะเร็งตับอ่อนแหงมๆ ซึ่งแปลว่าหมอคนแรกก็ไม่ได้วินิจฉัยผิด

จขกท ก็บอกว่าเพราะหมออย่างมึงสรุปอาการของแม่กรูง่ายๆชุ่ยๆอย่างนี้ไง แม่กรูถึงมารู้ว่าเป็นมะเร็งตอนตัวเหลืองตาเหลืองแล้ว

:x แปลว่าพวกเอ็งจะต้องรอให้คนป่วยมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองใกล้เท่งทึงแบบแม่กรูก่อนใช้มั้ย ถึงจะวินิจฉัยว่าเขาเป็นมะเร็ง!!

แล้ว จขกท ก็ตอบบัตรผ่าน นพ. กลับไปว่ามึงอ่านกระทู้ดีรึยังเนี่ยว่าแม่กรูเป็นข้าราชการครู สามารถเบิกได้ แล้วทำไมจะทำ CT ไม่ได้?

:o และถ้าหมออย่างเอ็งอ่อนเพลียละเหี่ยใจเพราะกระทู้แบบนี้นักก็ลาออกไปสิวะจะทนทู่ซี้อยู่เป็นหมอทำไม ไอ้นายแพทย์อีแอบเอ๊ย!!

:evil: บัตรผ่าน นพ. ก็สงสัยจะลืมไปว่าตัวเองยังใช้บัตรผ่านอันเดิมอยู่ เปลี่ยนชื่อเป็น “เออ”

เข้ามาปกป้องบัตรผ่าน นพ. (ซึ่งก็คือตัวมึงเองนั่นล่ะ) ว่า นพ. เขาไม่ได้หมายถึงแม่มึงนะ

แต่หมายถึงคนไข้ทั้งหมดทั่วประเทศไทยที่มีอาการปวดท้องเหมือนโรคกระเพาะ เอ็งจะให้เขา CT scan ให้หมดเลยเรอะ!?

คนที่อ่านไกระทู้ไม่ดีน่ะไม่ใช่บัตรผ่าน นพ. หรอกแต่เป็นมึงต่างหากไอ้ จขกท แอบจิตที่มีแต่ความเคียดแค้นหมออยู่เต็มหัวใจ!!

:???: แม่มึงเป็นข้าราชการแล้วไงวะ จะให้ตรวจคนไข้คนอื่นนาทีนึง ตรวจแม่มึงสามสิบนาทึรึยังไง?

แบ้วเอ็งบอกว่าให้ CT scan ไปเลยเพราะเบิกได้แม่เอ็งเป้นข้าราชการ ถามหน่อยว่าตังค์ที่จ่ายค่า CT น่ะ

มันตังค์ของแม่เอ็งหรือว่าเป็นภาษีของประชาชนทั้งประเทศกันแน่!!

และกรูเชื่อว่านาย นพ. (ซึ่งก็คือตัวมึงเองนั่นล่ะ) คงจะยินดีเป็นหมอต่อไป เพราะว่าคนไข้ส่วนใหญ่ไม่โวยวายอย่างมึง!!

:mrgreen: ยังมีคนที่รอให้หมออย่างเขาไปตรวจอีกตั้งเยอะแยะ แล้วจะมาใส่ใจกับไอ้พวกโวยวายด่าหมออย่างมึงที่มีไม่ถึง 0.1%ไปทำไม!?

:???: อมยิ้มชื่อ Umiki ก็เข้ามาช่วยยืนยันว่าโรคมะเร็งตับมันตรวจยากตรวจเย็นจริงๆนะโว้ย

และการที่เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นข้าราชการมีสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาได้เต็มอัตราอย่างนี้ไงเล่า

ประเทศชาติมันถึงได้ฉิบหายวายป่วง เงินคงคลังติดตัวแดงอยู่จนถึงบัดนี้!!

:mrgreen: ถ้าเอ็งอยากได้สิทธิในการรักษาที่พิเศษกว่าชาวบ้านชาวช่องนัก ก็ควักกระเป๋าจ่ายตังค์เองดิวะ!!

ก็รู้นะว่าเอ็งแค้นหมอที่วินิจฉัยแม่ของเอ็งไม่ได้ แต่อาการของมะเร็งตับอ่อนเนี่มันคลุมเคลือมาก

ไม่เชื่อมึงลองไปอ่านดูในเว็บฝรั่งดู เขาก็เขียนไว้ชัดๆว่ามักตรวจพบตอนเป็นระยะท้ายๆแล้วเท่านั้น

แต่เอ็งกลับมากล่าวหาแพทย์คนที่ดูแลแม่ของเอ็งคนแรกว่าวินิจฉัยผิด ก็ไม่เห็นแปลกเลยที่จะมีหมอมารุมด่าเอ็ง!!

:???: และต่อให้เอ็งโกรธแค้นหมอที่แม่ของเอ็งต้องเสียชีวิต แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้เอ็งมีสิทธิมากล่าวหาหมอมั่วๆซั่วๆนะเว้ย!!

:cry: เอิ่ม ถ้าจำไม่ผิด จขกท เขาไม่ได้โวยที่ว่าหมอคนแรกวินิจฉัยผิดไม่ใช่เรอะ แต่เขาโวยว่าทำไมถึงได้ทู่ซี้รักษาโรคกระเพาะอยู่ได้ตั้งปี

โดยไม่ฉุกคิดว่ามันอาจจะมีโรคอื่นที่เป็นสาเหตุของอาการปวดท้องเรื้อรัง

แล้วนาย Umiki ก็บอกว่าถ้าจะให้ CT scan คนไข้ทุกเคสที่มีอาการแบบแม่ของ จขกท

แปลว่าต้องส่ง CT scan คนไข้ที่ปวดกระเพาะพันคน เป็นเงินคนละ7000 บาท

:evil: รวมๆก็ราวๆเจ็ดล้านพอดีเพื่อที่จะพบผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนเพียงแค่หนึ่งคน!!

แล้วถามหน่อยเหอะว่าเงินเจ็ดล้านนี้มันคุ้มมั้ยกับการวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนในคนไข้แค่คนเดียว ที่อย่างมากก็อยู่ได้อีกแค่หนึ่งปี!!

หรือเอาง่ายๆ ถ้าเอ็งต้องจ่ายให้หมอเดือนละล้าน เพื่อยืดชีวิตแม่ของเอ็งออกไปอีกทีละเดือนๆ

:twisted: รวม 7 เดือน ก็ 7 ล้านพอดี ถามหน่อยว่าเอ็งจะยอมจ่ายเงินก้อนนี้มั้ยวะ!!

:x จขกท ก็ตอบนาย Umiki กลับไปว่ากรูมาตั้งกระทู้นี้เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมหมอถึงวินิจฉัยอาการของแม่กรูชักช้านักก็เท่านั้น!!

แล้วเอ็งเอาชีวิตของแม่กรูมาตีค่าเป็นเงินได้ยังไง ลองให้เรื่องบัดซบนี้เกิดขึ้นกับเอ็งดูบ้างมั้ย จะได้เข้าใจหัวอกของกรูมั่ง!!

:mrgreen: นาย Umiki ก็ตอกกลับว่าก็เอ็งโวยหมอที่วินิจฉัยช้าไม่ใช่เรอะ กรูก็เสนอให้ทำ CT scan ไปเลยไงจะได้วินิจฉัยได้ไวที่สุด

และก็อย่างที่กรูคำนวนไว้ว่ามันต้องใช้เงิน 7 ล้านบาท เพื่อวินิจฉัยโรคนี้หนึ่งคนจากประชากรหนึ่งพันคนไงเล่า!!

จากนั้นชาวสวนลุมก็ถกเถียงกันอย่างเมามันส์ บ้างก็เข้าข้างหมอสุดลิ่มทิ่มประตู บ้างก็ตำหนิหมออย่างดุเดือดเลือดพล่าน

ความเห็นของนาย Umiki ที่บอกว่าถ้าจะให้ CT scan คนไข้ทุกคนเพื่อหามะเร็งตับอ่อนหนึ่งคนจากคนไข้พันคนมันสิ้นเปลืองเกินไป

อันนี้ก็เป็นเรื่องจริง และปัจจุบันเรามีการตรวจคัดกรองมะเร็งในคนจำนวนมากที่มีประสิทธิภาพเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น

เช่นการตรวจมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น แต่ประเด็นที่ จขกท ไม่พอใจคือทำไมถึงรักษาโรคกระเพาะอยู่ได้ร่วมปี

ทั้งที่พอรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็น่าจะตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมเช่นส่องไปส่องกล้องในทางเดินอาหารแล้วไม่ใช่เหรอ

:shock: และแอดมินคิดว่ากระทู้แบบนี้คงไม่ทำให้หมอที่ดีหมดกำลังใจที่จะทำงานหรอกมั้ง

แต่คงจะเก็บเอาประเด็นที่ จขกท ไม่พอใจที่มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยเช่นเรื่องที่คนไข้ถามว่ากินน้ำลูกพรุนได้มั้ย

แล้วหมอก็หัวเราะกันเอิ้กอ้าง จน จขกท แทบจะกระโดดเตะก้านคอหมอ เพื่อเอาไปปรับปรุงการให้บริการมากกว่ามั้ง

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร คุณจะยอมจ่ายเดือนละล้านเพื่อยืดชีวิตคนที่คุณรักเดือนต่อเดือนมั้ย?

;-) จงตามไปเสพและพิจารณาในกระทู้นี้โดยพลัน!!

คุณสมบัติของหมอวัดกันตรงไหนครับ….?

http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L10226707/L10226707.html

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

DVDr2u COPYDVD Photobucket Photobucket
เคมีภันฑ์" Photobucket Photobucket
Photobucket Photobucket

370 Responses to “คนเป็นหมอวัดกันด้วยอะไร?”

  • Predome:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:

    This is it wrote:
    ไอ้เหี้ยคนที่บอกหมอมาสายนี่มึงคิดสั้นมาก
    หมอมันต้องประจำ 24 ชั่วโมงโว้ย ดังนั้นไม่แปลกถ้าคนกะกลางคืนเค้าจะตื่นมาทำงานตอนเที่ยง มึงจะไม่ให้นอนเค้าก็ตรวจมึงผิดอย่ามาโวยละกัน เรื่องหมอมาสายขี้เกียจทำงานนี่กุขอบอกจากที่เพื่อนหมอเล่าให้ฟังว่าไม่มีทาง ถ้ามาสายคือติดจริงๆ คือมันวางแบบนั้น
    กุขี้เกียจเข้าข้างหมอแล้วนะ แต่บางทีก็เกินไปว่ะ แม่งพูดอยู่นั่น ชีวิตคนๆๆๆๆๆ หัดดูความเป็นจริงมั่ง จริงๆ กุก็หมั่นไส้หมอหลายคนเหมือนกัน แต่กุชักไม่ชอบคนที่คิดว่าตัวเองบาดเจ็ยแล้วจะวีนยังไงก็ได้เนื่องจากเป็นผู้เสียหาย งี้ไม่ใช่ละ มึงจะเป็นผู้เสียหายต่อเมื่อหมอเค้าตรวจได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งมันก็มีหลายเคสจริงๆ กุก็ยอมรับ แต่ไม่ใช่เอะอะอะไรไม่ได้ดั่งใจกุป่วยนะกุวีนได้ งี้แม่งไม่ใช่ละ

    นั่นมันเรื่องการบริหารงาน ของ รพ.พวกหมอมันไม่ใช่เหรอว่ะ มึงอย่ามามั่ว มันวางแผนงาน ไม่ดีเองจนพวกมันเองมาทำงานไม่ดี แล้วรักษาผิดเพราะไม่ได้นอน มึงยังมีหน้ามาโทษ คนไข้ อีกเหรอว่ะ สาด มึงอ่ะมองความจริงรึเปล่า
    อีกอย่างที่ๆ มีหมอประจำ 24 ชม. นะรพ.เอกชนเท่านั้น รพ.รัฐ หมอแม่งกลับไปตั้งกะ 5 โมงแล้ว สาด ที่มึงเห็นๆ ที่โรงบาล หลัง 5 โมง พยาบาลเวร ทั้งนั้น จะจุดธูปให้มันมาได้ก็ประมาณ ว่า มีเคสฉุกเฉิน ใกล้ตายเท่านั้นแหละ สาด แล้ว คิดดูกว่ามันจะ ถ่อมาจากบ้าน
    เตือนไว้อย่าง เวลมีอุบัติเหตุ หรือฉุกเฉิน กลางดึก ถ้ามึงอยากให้ญาตมึงรอด พาเข้า เอกชนเท่านั้น

    เอ่อ ไม่อยากเเรง เเต่เเรงมาก่กอน ขอบอกให้ฉลาดนะ

    โรงพยาบาลศุนย์การเเพทย์ที่ผมเรียนอยู่ มีหมอที่เป็นอาจารย์หมออยูเวรว่ะครับ

    ส่วนโรงบาลเอดกชนนั้น

    จะไม่มีเเพทย์ประจำหลังเย็นนะครับมีเเต่เเพทย์ฉุกเฉิน :?: :?: :?:

    พูดตรงข้ามกันเลย (ที่ผมเชคเเล้วก็ บำรุงราษ วิถาวดี เมโย)

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 21 Thumb down 3
  • Predome:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:

    Monotone

    กรูเกลียด คำนี้จริงๆ “ทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ” งั้นความผิดใคร คนไข้เหรอ ถ้ามึงความรู้ไม่พอ เจอโรคที่ไม่คุ้น ก้ไม่ควร วินิฉัยเองสิวะ ยกเคสให้หมอคนอื่นก็ได้ มึงก้ยังรู้ว่ามีโอกาส วินิจฉัยพลาด ก็ยิ่งสมควร ยกเคสให้คนอื่น สาด ขิวิตคนไม่ใช่เครื่องทดลอง อวัยวะมันหาแทนไม่ได้นะสาด
    มึงพูดงี้ต่อไป อาชีพอื่นแม่งก็ไม่ต้องรับผิดชอบหมด วิศวะกร สร้่างตึกก้ไม่ต้องรับผิดชอบถ้าตึกแม่งพังลงมา คนขับรถโดยสารแม่งก็ไม่ต้องติดคุก ถ้าขับรถไปคว่ำ สิวะ ใครก็พลาดได้ :o :o :o :o :o :o
    บางโรค กรูเข้าใจว่ามันรักษาไม่ได้ หรือมาช้าเกินรักษาไม่ทัน แต่ถ้าขนาด อยู่กับหมอแล้ว ยังรักษาให้ตายด้วยคำว่า่ นิจฉัยพลาด มึงสมควรติดคุกเหอะว่ะ :o :o :o

    ถ้าเป็นหมอขึ้นมา จะไม่มีคำนี้หลุดออกมา

    หมอมันก็เป้นคน ต่อให้เป้นอาจารย์หมอที่ศิริราช เค้าก็เคยรักษาผิดกันมาทั้งนั้นครับ (ผมเคยถามกับปากมาเเล้ว)

    หมอเป็นคนนะเว้ย ทีมึงคิดเลขผิดยังทำได้ เเล้วทำไมหมอวินิจฉัยผิดไม่ได้วะ :?: :?: :?:

    กูรู้ว่าชีวิตคนมันสำคัญ เเต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้งชีวิตหมอจะผิดไม่ได้ซักครั้งนี่หว่า :cry: :cry: :cry:

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 74 Thumb down 16
  • This is it:

    ทำงานพลาดก็ต้องรับผิดชอบใช่ครับ แต่สเกลของความรับผิดชอบมันต้องสมน้ำสมเนื้อกับหลักการนิดนึง

    ถึงขั้นว่าหมอผิดได้ก็เกินไปครับ ผิดแล้วก็ต้องรับผิดชอบไปตามนั้น

    แต่ตรงข้ามหมอนั้นต้องบริหาร “เวลา” ดังนั้นหากหมอไม่ “ทุ่มสุดตัวเพื่อนญาติของคุณ” แต่ก็ทำงานเต็มที่ตาม procedure หมดแล้วและก็ไม่ได้เอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่น อันนี้คุณว่าหมอไม่ได้ละ

    เหมือนที่ใครบอกว่าเคสทหารต้องยอมปล่อยตาย 1 คนเพื่อช่วย 5 คน ผมเข้าใจว่าถ้าคุณเป็นเพื่อนเป็นญาติของคนที่โดนปล่อยตาย คุณก็คงต้องแค้นใจและเจ็บใจมาก แต่โลกความจริงของเรามันย้อนแย้งกันแบบนี้แหละครับ ไม่ใช่ผมไม่เข้าใจความรู้สึก แต่บางครั้งโลกมันก็โหดร้ายซึ่งคุณก็ต้องทำใจ

    ที่ผมจะบอกคืออย่าตัดสินหมอด้วยความรู้สึกว่า “ทำไมหมอไม่ทุ่มให้กุเต็มที่วะ” ถ้าคิดแบบนั้นโดยไม่ดูปัจจัยภายนอกเลยก็ไม่ถูกครับ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 26 Thumb down 7
  • อ่านแล้วทนไม่ไหวว่ะ:

    ฟ้องหมอได้ครับในกรณีที่หมอพลาดแบบไม่สมเหตุสมผล เพราะมีหลักฐานอยู่แล้วว่าคนไข้มาด้วยอาการอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นจะวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคอะไรได้บ้าง ถ้าหมอพลาดแบบสุดกู่ วินิจฉัยไปคนละเรื่องกับอาการเลยแล้วคนไข้ฟ้อง ก็โดนไปครับ สมควรแล้ว
    ส่วนวินิจฉัย ถูกแล้วแต่คนไข้เป็นโรคที่มันตรวจสอบได้ยากจริงๆและหายากจริงๆ ฟ้องไปหมอก็ชนะคดีครับ คือหมอทำสุดความสามารถแล้ว

    ถ้าจะให้เทียบก็คือ ตึกโดนวางระเบิด วิศวกรไม่โดนจับหรอกครับ หรือคนขับรถโดยสารหลบรถบรรทุกที่วิ่งสวนมาในเลนเดียวกันจนพลิกคว่ำอะไรประมาณนั้น

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
  • อ่านแล้วทนไม่ไหวว่ะ:

    หมอทำงานกับชีวิตคนนะครับ ประสบการณ์และฝีมือการผ่าตัดก็ต้องได้มาจากการตรวจจริงและผ่าตัดจริง เพราะฉะนั้นหมอทุกคนก็เคยพลาดมาทั้งนั้น คุณหาหมอที่ไม่เคยตรวจผิดเลยสักครั้ง ก็มีแต่คนที่่ยังไม่ได้เป็นหมอแล้วหละครับ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 5
  • Falkner:

    เอะใจในคอมเมนท์หลายๆคอมเมนท์
    วิศวะกรไม่ใช่สถาปนิก ตึกถล่มทำไมวิศวะต้องติดคุกวะ ??
    แล้วเห็นแทบทุกคอมเมนท์ที่ยกตัวอย่างเลย ทำไมต้องจับคู่วิศวะกับตึกด้วยวะ หรือว่าหมายถึงวิศวะโยธากัน ??

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 6
  • K2_man:

    Falkner wrote:

    เอะใจในคอมเมนท์หลายๆคอมเมนท์
    วิศวะกรไม่ใช่สถาปนิก ตึกถล่มทำไมวิศวะต้องติดคุกวะ ??
    แล้วเห็นแทบทุกคอมเมนท์ที่ยกตัวอย่างเลย ทำไมต้องจับคู่วิศวะกับตึกด้วยวะ หรือว่าหมายถึงวิศวะโยธากัน ??

    ตึกถล่ม <<< 1.วิศวกรผู้ควบคุมงาน (สร้างตามแบบหรือเปล่่า)
    2.วิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้าง (คำนวณถูกหรือเปล่า)
    เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสถาปนิกอะ เพราะเมื่อแบบสถาปัตย์ออกมาแล้ว วิศวกรผู้ออกแบบดูแล้ว คำนวณได้ สร้างได้ ก็ไปขั้นตอนต่อไป

    หรืออีกเคสนึง
    ตึกไฟไหม้ คนตายเนื่องจากบันไดหนีไฟไม่้เพียงพอ <<>>> หม้อน้ำในโรงงานระเบิด, ท่อระเบิดจากแรงดันที่มากเกิน >>> คนตาย >>> วิศวกรเครื่องกล

    ที่ส่วนใหญ่ จะยกตัวอย่างวิศวกรโยธานั้น เพราะว่างานโยธาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเยอะ มันเห็นภาพง่ายดี

    หมอทำงานกับชีวิตคน วิศวกรก็ทำงานกับชีวิตคน

    วิศวกรคำนวณพลาด คนตาย — ติดคุก ยึดใบประกอบวิชาชีพ
    หมอวินิจฉัยพลาด คนตาย — อันนี้ไม่รู้ไม่ใช่หมอ :shock:

    ยังไงก็แล้วแต่ คนที่ทำอาชีพแบบนี้ ในเมืองไทย ค่าตอบแทนต่ำเหลือเกินเมื่อเทียบกับความรับผิดชอบ
    กลายเป็นการทำงานรับใช้สังคม หรือการกุศลกันเลยทีเดียว
    เพราะฉะนั้น จิตสำนึกและจรรยาบรรณ เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าใครคิดว่าทำไม่ได้ ก็อย่าทำเลยครับ
    มันไม่มีโอกาสให้ผิดพลาดกันหรอก เพราะมันหมายถึงชีวิตคน

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 16 Thumb down 2
  • ฉันจะบิน ~!:

    อ่านแล้วทนไม่ไหวว่ะ wrote:

    หมอทำงานกับชีวิตคนนะครับ ประสบการณ์และฝีมือการผ่าตัดก็ต้องได้มาจากการตรวจจริงและผ่าตัดจริง เพราะฉะนั้นหมอทุกคนก็เคยพลาดมาทั้งนั้น คุณหาหมอที่ไม่เคยตรวจผิดเลยสักครั้ง ก็มีแต่คนที่่ยังไม่ได้เป็นหมอแล้วหละครับ

    จริงๆแล้วมันเป็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกน่ะ หมอรุ่นใหม่ต้องมีประสบการณ์จากการผ่าตัดจริงๆ
    จะจากการลงมือผ่าตัดหรือเป็นผู้ช่วยอาจารย์ก็แล้วแต่ ทุกอย่างมันต้องมาจากของจริงเพราะของจริง “ส่วนใหญ่เลย”
    จะไม่มีทางตรงตามตำราเป๊ะๆ เลยต้องระวังกัน โดยมีอาจารย์หมอกับรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 0
  • K2_man:

    K2_man wrote:

    หรืออีกเคสนึง
    ตึกไฟไหม้ คนตายเนื่องจากบันไดหนีไฟไม่้เพียงพอ <<

    ตกไปอะ

    อันนี้ สถาปนิก

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 4
  • ไม่ไปไหนก็อย่าไปไหน:

    สถาปนิกเป็นผู้ออกแบบ ก่อนแบบจะสร้างได้ ต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบ และได้รับการอนุมัติจากหน่วยราชการก่อนสร้างเพื่อให้ปลอดภัย แต่ที่วิศวะเข้าคุก เพราะ ส่วนมากคนคุมงานและเซนต์คุมงานคือวิศวกร หากการสร้างที่ผิดพลาด ไม่ตรงกับแบบ ทำให้เกิดความเสียหาย วิศวะจึงต้องเป็นผู้รับผิด แต่ หากสถาปนิกเป็นผู้คุมงานก่อสร้าง สถาปนิกก็เป็นผู้นี้ รับผิด เช่นเดียวกับกรณี ตึกที่โคราช จนทุกวัน อาจารย์ ก็ยังไม่ได้ออกจากคุกเลย

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
  • Predome:

    อีกอย่างคือพวกสื่อ นสพ เนี่ยตัวดี :cry: :cry: :cry:

    พอมีเรื่อง คนไข้ไปฟ้องศาล ผมเห็นลงกันจัง :evil: :evil: :evil:

    เเต่พอจบเเล้ว ส่วนมาก จาดสถิติเเล้ว หมอชนะคดีทั้งนั้นนะครับ เเม่มไม่ลง :?: :?: :?:

    กลายเป็นสังคมมองว่า หมอหลายคนโดนฟ่องเเละทำผิดจริง (ทั้งๆที่ เเค่โดนฟ้อง นสพ เอาไปลง ศาลยังไม่ได้ตัดสินเลย คนก็คิดว่าหมอผิดเเล้ว) :!: :!: :!:

    ซึ่ง สังคมภายนอกไม่เคยรู้กันเลยว่า ที่ฟ้องๆกันส่วนมาก หมอชนะคดีทั้งนั้น

    คนที่เป็นไส้ติ่งเเล้วหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ ผมบอกเลยนะครับว่า มันเป็นเรื่องปกติ อย่าไปว่าหมอห่วยนะครับ

    เพราะระยะเเรก เเละกลาง อาการมันคล้ายโรคกะเพาะมาก :shock: :shock: :shock:

    สมมต คุณฟ้องไปเรื่องนี้หมอก็ชนะคดีครับ (เเต่ไม่ใช่ไกล้เเตกเเล้วตรวจไม่เจอนะ เเต่ผมเชื่อว่าไม่มี เพราะอาการตอนไส้ติ่งไกล้เเตกมันจะชัดมากๆ) :cool: :cool: :cool:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 20 Thumb down 7
  • เอ่อ:

    ก้อที่หมอมันชนะคดีอยู่เรื่อย ไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตซะทีก้อเพราะพวกมานช่วยกานงัย :evil:

    ความเห็นนี้ดุเดือดจริงๆว่ะ แล้วเอ็งล่ะเห็นด้วยมั้ย? Thumb up 25 Thumb down 29
  • RRR:

    หวังว่าดราม่านี้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้หมอและผู้ป่วยเข้าใจกันมากขึ้นนะครับ ;-)

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 2
  • กุคิดดีแล้ว:

    เมื่อไม่นานมานี้ได้ดู แดจังกึม ตอนที่มันจะไม่ได้เป็นหมอพอดี
    แดจังกึม : ทำไมข้าถึงเป็นหมอไม่ได้ล่ะค่ะ
    อาจารย์หมอของแดจังกึม : เจ้าอวดดีเกินไป เจ้าไม่มีสิ่งที่หมอทุกคนมี
    แดจังกึม : แล้วข้าไม่มีอะไรล่ะค่ะ ข้าก็ทำถูกทุกอย่างแล้ว
    อาจารย์หมอของแดจังกึม : เจ้าไม่เคยกลัวว่าจะรักษาคนไข้ผิดพลาด เจ้ามันอวดดีเกินไป
    พอผ่านไปไม่นาน แดจังกึมก็ไ้ด้ไปฝึกกับหมอฝึกหัดอีกคน เพราะหมออีกคนมันไม่เก่งเลยเอาแต่ถาม อาการคนไข้ ชีวิตประจำวัน เรื่องกิน นอน ไปวันๆ
    แดจังกึมเลยสำนึกได้ แล้วก็ได้เป็นหมอ

    ืัืที่จริงดูแล้วมันเข้ากับประเทศเราดี เรามีหมอไม่พอเป็นที่รู้ๆ กันอยู่แต่ว่าเวลาตรวจคยไข้หมอใส่ใจคนไข้ไม่มากพอเวลาตรวจแต่ละคน ไม่เกิน 5 นาที หน้าที่ซักประวัติคนไข้ก็เลยมาตกที่พยาบาล แต่ถามจริงๆเถอะพยาบาลเนี่ยมีกี่คนที่ถามคนไข้แบบละเอียดเท่าหมอ ผลก็คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั่นแหละ

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 43 Thumb down 1
  • หนุ่มเหน่อ:

    ผมจะมาขอชี้แจงเรื่องน้ำลูกพรุน

    …แมร่งง มันขำ มันหัวเราะแม่กรูกับกรูจริงๆ แสรดดดด :o พวกมันไม่ได้ฮามาจากที่อื่นก่อน มาเช็คอาการที่เตียงแม่กรู ก็เงียบดีนะแสรดดเอ๊ย..แม่กรูก็ถาม มันพากันหัวเราะ แล้วจะไม่ให้กูเดือดได้ไง :o :o :o

    ส่วนเรื่องวินิจฉัย ห่าอะไรนั้นกูคงเถียงอะไรแมร่งไม่ได้หรอก เพราะกรูไม่ใช่หมอ หมอมันแน่นำให้กรูอ่านเวปหมอ อ่านหนังสื่อหมอ :arrow:
    :mrgreen: แต่กรูเดือดที่แม่ก็ทักแล้วนะ มรึกรองคิดดูดิ แมร่งเอ๊ยทำไปทำมา กรูกลับกลายเป็นผู้ร้ายสังคม :evil:

    ถึงผู้ที่เอาเรื่องของกรูมาเขียน กรูจะบอกว่า กรูไม่โกรธเลย ตรงกันข้าม คุณมรึงทำให้กรูที่กำลังเครียดๆอยู่ หายเครียดว่ะแสรดด ทำได้ไงว่ะ :twisted: กรูอยากจะให้รางวัลมรึงว่ะ โทษฐานที่ทำให้กรูหายเครียดได้ในระดับหนึ่ง (ติดต่อผมได้นะ บ้านพักกลางไพรเลยนะเฮ้ย)สนใจจะไปพักบ้านต่างอากาศกรูบ้างม่ะ กรูให้พักฟรี :razz:

    จากกรู หนุ่มเหน่อ จขกท ในพันทิป

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 54 Thumb down 3
  • :):

    @ Mihawk:
    ผมไม่ได้เป็นหมอนะ แต่ก็พอจะเดาได้อะ คงประมาณว่า “มันก็กินได้สิป้า เห็นจะเกี่ยวอะไรกับมะเร็งเลย ถามทำไมอะป้า” แล้วก็หัวเราะคิกๆ เพราะว่ามันเป็นคำถามแปลกๆในสายตาของหมอกลุ่มนั้น ผมว่าพวกเค้าไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกเหยียดหยามอะไรหรอก แค่เห็นว่าคำถามมันแปลกดีเฉยๆ อย่างที่หลายๆคนบอกไว้ว่า เวลาได้ยินอะไร ต่างคนก็ต่างตีความต่างๆกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่แต่ละคนได้เรียนรู้และพบเจอมา

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 11
  • admin:

    @หนุ่มเหน่อ ขอบคุณว่ะแต่กรูไม่ว่างแบบว่างานเยอะ

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 44 Thumb down 3
  • lizzy:

    ดิฉันทราบค่ะ ว่าคนทุกคนสามารถ “ผิดพลาดกันได้”
    หมอทุกคนเคยวินิจฉัยผิด แต่คุณเป็นหมอแล้ว คนไข้ฝากชีวิตไว้กับคุณ
    ความผิดพลาดที่ควรจะเกิดขึ้นควรจะน้อยที่สุด ถูกไหมคะ

    ไม่ว่าอาชีพไหนก็เหมือนกันค่ะ เคยผิดพลาด แต่ไม่ควร “ผิดไปเรื่อยๆ”

    หมอที่ “เคย” รักษาดิฉันก็วินิจฉัยว่าดิฉันเป็นโรค “ไข้หวัดใหญ่ไม่ก็ไข้เลือดออก”
    ดิฉันตัวร้อนเป็นไข้จริงค่ะ แต่ตอนนั้นดิฉันเดินไม่ได้นะคะ ดิฉันต้องนั่งรถเข็น
    ดิฉันบอกแล้วว่าดิฉันเดินไม่ได้ คุณแค่เคาะหัวเข่าแล้วบอกไม่เป็นอะไร
    ทั้งส่งสายตาหยามเหยียดที่ดิฉันนั่งรถเข็นมาหา ดิฉันบอกคุณหลายครั้งว่าดิฉันปวดหลัง
    คุณก็ยังยืนยันว่าดิฉันไม่เป็นอะไร

    ตรวจเสร็จ คุณให้ดิฉันกินไทลินอล 2 แผงแล้วกลับบ้าน

    สุดท้าย ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ดิฉันตรวจที่คลินิกแถวบ้าน
    คุณหมอบอกว่าดิฉันเป็นโรค “หมอนรองกระดูกเคลื่อน”

    ที่ดิฉันเดินไม่ได้ก็เพราะโรคนี้ คุณหมอที่คลินิกบอกว่าทำไมปล่อยไว้นานขนาดนี้
    อาการน่าจะแสดงนานแล้ว ดิฉันตอบว่า เคยไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล
    เขาให้แค่ไทลินอลมากิน และไม่ได้วินิจฉัยอะไรต่อ

    ขอบคุณคุณหมอคนแรกนะคะ ที่ทำให้ดิฉัน “เกือบพิการตลอดชีวิต”

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 54 Thumb down 4
  • kidserge:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:

    kidserge wrote:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:
    Monotone wrote:
    Monotone
    กรูเกลียด คำนี้จริงๆ “ทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ” งั้นความผิดใคร คนไข้เหรอ ถ้ามึงความรู้ไม่พอ เจอโรคที่ไม่คุ้น ก้ไม่ควร วินิฉัยเองสิวะ ยกเคสให้หมอคนอื่นก็ได้ มึงก้ยังรู้ว่ามีโอกาส วินิจฉัยพลาด ก็ยิ่งสมควร ยกเคสให้คนอื่น สาด ขิวิตคนไม่ใช่เครื่องทดลอง อวัยวะมันหาแทนไม่ได้นะสาด
    มึงพูดงี้ต่อไป อาชีพอื่นแม่งก็ไม่ต้องรับผิดชอบหมด วิศวะกร สร้่างตึกก้ไม่ต้องรับผิดชอบถ้าตึกแม่งพังลงมา คนขับรถโดยสารแม่งก็ไม่ต้องติดคุก ถ้าขับรถไปคว่ำ สิวะ ใครก็พลาดได้
    บางโรค กรูเข้าใจว่ามันรักษาไม่ได้ หรือมาช้าเกินรักษาไม่ทัน แต่ถ้าขนาด อยู่กับหมอแล้ว ยังรักษาให้ตายด้วยคำว่า่ นิจฉัยพลาด มึงสมควรติดคุกเหอะว่ะ

    ไม่ได้ครับ หมอในประเทศไม่พอ = =
    หมอเฉพาะทางเรามีไม่กี่คน ถ้าทำแบบที่คุณว่า คือเอาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจ ต่อให้หมอไม่ต้องนอน ไม่ต้องกิน ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน เป็นอมตะ
    ก็ตรวจไม่ทัน(ต่อให้นาทีล่ะ 1 คนเลย)
    ขึ้นอยู่กับเส้นคุณว่าใหญ่พอรึเป่า
    หรือไม่ก็ ไปคิดค้นเครื่องจักรที่ตรวจอาการพื้นฐานได้เหมือนหมอ แล้วใช้แทนหมอแม่งเลย รับรองทัน
    ไม่ทัน แปลว่ารัฐบาลแม่งคอรับชั่น – -

    หมอไม่พอไม่มี แปลว่ามึงจะยืนยัน รักษาทั้งที่มึงรักษาไม่ได้เหรอสาดด ซื้อปริญญามารึเปล่าวะ นี่
    มึงจะห่วงคนไข้ไว้ทำไม ว่ะ รึกลัวเสียชื่อ รพ.มึงไม่มีหมอว่างพอก็ส่ง รพ.อื่นที่ เค้ามีสักยภาพพอสิว่ะ ไม่ก็แจ้งญาติเค้า ว่าึ รพ.มึงรักษาไม่ได้ ต้องส่งไป รพ.นี้ นั้นก็ว่าไป ไม่ใช่มาอ้างว่าหมอไม่พอ แล้วทู่ซี้ รักษาเค้าแบบไม่รู้ ตามดีตามเกิดเหรอวะ
    เรื่องเส้น เรื่องเงิน ให้ญาติเค้าตัดสินเอง ว่าเค้าจ่ายได้มั้ย มึงไม่ต้องไปคิดแทนรักษา แล้วมาอ้าง “วินิจฉัยพลาด เพราะหมอไม่พอ”

    อยากจะบอกว่า จนกว่าคนไข้จะตาย แล้วชันสูตรศพเท่านั้น หมอถึงจะรู้ว่ารักษาได้หรือไม่ได้(แต่ถ้าเป็นมะเร็ง อันนี้อีกเรื่อง)

    แล้วก็ อยากจะบอกไรไว้อย่างนะครับ ต้องให้รักษาได้ เค้าก็ไม่อยากรักษากันหรอก เดี๋ยวตายมางานเข้า ผมไปถามหมอหลายๆคน เค้ายังบอกเลย คนไข้เข้ามาปั้บ ถ้าอาการหนัก ส่งต่อทันที เดี๋ยวมาตายในมือเราแล้วจะซวย (ส่งต่อที่ว่า คือส่งไปโรงบาลอื่นอะนะ)

    แล้วผมไม่ได้พูดถึงเรื่องรักษาได้หรือไม่ได้เลย(คนไข้ปวดท้องมา ใครๆก็รักษาได้) แต่ที่อยากจะพูดคือวินิฉัยผิดครับ รักษาอะ มันง่ายนะ วินิฉัยยากกว่า

    แล้วคนบ้าๆมันก็เยอะ เช่น ปวดหัวมา 3 เดือน พึ่งมาหาหมอ แล้วเสือกบอกว่าพึ่งปวดเมื่อวาน = = (กลัวยาแพง)

    สุดท้าย เลือดออกในสมอง ไม่รอด

    กับพวก เป็นหวัดมา 2 วัน หายใจไม่ออก(อายุ 18) พ่อแม่กลัวเป็นมะเร็งปอด(ไม่ได้สูบบุหรี่) ขอตรวจอะไรแบบนี้ = =

    ปล. รักษาคนไข้อะ ถ้าไม่ผ่าตัด ให้เด็กป.2 รักษายังได้เลยครับ ไม่ต้องมีหมอก็รักษาได้(เอายากรอกปาก) แต่วินิฉัยโรคอะ หมอจบปริญญาเอก 20 สาขา พูดได้ 16 ภาษา อ่านหนังสือแพทย์ครบทุกเล่มในโลก มันยังวินิฉัยผิดเลย

    ปล2. ไม่มีหมอคนไหน หวง คนไข้ครับ มีแต่เป็นห่วง ผมว่า ทุกคนในโลกน่าจะคิดเหมือนกันหมดนะครับว่า “ถ้าไม่มีใครป่วยเลย จะดีที่สุด”

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 27 Thumb down 2
  • vorizella:

    ไม่เก็ตมุขน้ำลูกพรุนจริงๆว่ะ ขนาดจขกท.มาอธิบายก็ยังไม่เข้าใจ

    เหนือจินตนาการจริงๆว่ามันขำเชรี่ยตรงไหนเนี่ย :evil: :evil:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 0
  • หนุ่มเหน่อ:

    พวกคุณมรึงถ้าเป็นกรูกะแม่ คงจะงงบบกรูล่ะ

    “หมอฉันกินน้ำลูกพรุนได้หรือเปล่า” มันเป็นคำถามที่ดูว่าแปลกประหลาดหรือว่ะ แสรดดดเอ๊ย :o

    ถ้าแม่กรูถามว่า

    “หมอฉันกินน้ำลูกพรุนทางหูได้หรือเปล่า” ไม่ต้องถึงกับหมอที่จะขำ กรูเองก็ขำว่ะแสรดด :x

    การที่จะขำหรือจะฮาอะไรก็แล้ว บางทีก็ต้องดูหน้าและอารมณ์คนๆนั้นด้วยนะเฮ้ย :o

    จากกรู หนุ่มเหน่อ จขกท ในพันทิป

    ปล.admin คุณมรึงสะดวกจิตเมื่อไหรก็หลังไมค์ที่พันทิปได้นะขอรับ แต่อย่านานเกินเดี๋ยวกรูลืม :smile:

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 29 Thumb down 3
  • Poko Poko:

    คุณตาผม ก็เสียวันที่ 9 ธันวา โรคมะเร็งคล้ายๆกับที่จ่าเอามาลงนี่แหละครับ

    ………

    หมอที่คลีนิก วินิจฉัยคร่าวๆ เขาบอกเป็นท้องมาน (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ถูกเปล่านะ คืออาการเหมือนกับว่ามีน้ำในท้องเยอะ เห็นหมอเขาพูดมาแบบนี้) เขาเลยบอกว่า นี่คลีนิกนี้ ไม่มีเครื่องมือรักษาที่ดี เลยบอกให้ไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ โดยไม่คิดค่าวินิจฉัย แล้วพอผมไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก็เล่าอาการให้ฟังหมดแล้ว เขาบอกว่า ตาผมเป็นโรคกระเพาะ แล้วให้ยามากิน แบบที่จ่าเอามาตั้งกระทู้เป๊ะเลย.. สุดท้ายก็เจอว่าเป็นมะเร็ง และโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาอีก

    ……

    ไหนพอจะมีใครมาอธิบายเรื่องราวของผมได้บ้างครับ? ว่าผิดที่ไหนกันแน่อ่ะครับ??

    http://www.doctor.or.th/node/2326

    อ่ะ มีเวบหมอชาวบ้านให้ดูด้วย เขาไม่อ้างเป็นโรคกระเพาะแล้วจะเป็นท้องมาน แล้วไฉนหมอบอกโรคกระเพาะ?? คิดเอาเอง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
  • Poko Poko:

    แต่หมอดีๆ ผมก็มีนะ หมอที่รับตาผมไปดูแลก่อนท่านจะเสียก็นิสัยดีมาก ตรงไหนที่ไม่อยากให้เราจ่ายแพง เขาก็บอกไปซื้อข้างนอกดีกว่า ตรงไหนที่เขาช่วยได้เขาก็ช่วย มีอะไรเขาก็บอกหมด ต้องขอบคุณหมอคนนั้นมากๆ ผมว่าหมอดีๆมีเยอะ แต่หมอที่มักง่ายก็มีเหมือนกัน

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 0
  • Esso-B:

    โอ๊ย!!! เหีย อะไรกันหนักกันหนา… อยากรอดก้อต้องจ่ายแพง

    ไม่มีแรงก้อต้องทำใจ เปงสัจธรรมโลก …

    แหกปากกันทำไมฟร่ะ …

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 20
  • Eclipse:

    เคยแต่ฟ้าเหลืองอ่ะครับ :idea:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 1
  • Pei Jing:

    หนุ่มเหน่อ wrote:

    พวกคุณมรึงถ้าเป็นกรูกะแม่ คงจะงงบบกรูล่ะ
    “หมอฉันกินน้ำลูกพรุนได้หรือเปล่า” มันเป็นคำถามที่ดูว่าแปลกประหลาดหรือว่ะ แสรดดดเอ๊ย
    ถ้าแม่กรูถามว่า
    “หมอฉันกินน้ำลูกพรุนทางหูได้หรือเปล่า” ไม่ต้องถึงกับหมอที่จะขำ กรูเองก็ขำว่ะแสรดด
    การที่จะขำหรือจะฮาอะไรก็แล้ว บางทีก็ต้องดูหน้าและอารมณ์คนๆนั้นด้วยนะเฮ้ย
    จากกรู หนุ่มเหน่อ จขกท ในพันทิป
    ปล.admin คุณมรึงสะดวกจิตเมื่อไหรก็หลังไมค์ที่พันทิปได้นะขอรับ แต่อย่านานเกินเดี๋ยวกรูลืม

    แล้วเขาไม่ตอบอะไรคุณหนุ่มเหน่อเลยเหรอครับว่าได้หรือไม่
    ที่ผมงงคือตรงนี้แหละครับ ว่าหัวเราะแล้วตอบไหม
    ผมเองก็เป็นหมอคนหนึ่งที่เคยทำงานอยู่รพ.ต่างจังหวัด
    และเคยเจอคำถามประมาณนี้ และผมจะอมยิ้มในสิ่งที่คนไข้ไม่รู้
    แต่ผมก็จะตอบว่าได้หรือไม่
    ถ้าหัวเราะแล้วไม่ตอบเนี่ย ผมว่ามันแปลกๆไงครับ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
  • Pei Jing:

    Poko Poko wrote:

    คุณตาผม ก็เสียวันที่ 9 ธันวา โรคมะเร็งคล้ายๆกับที่จ่าเอามาลงนี่แหละครับ
    ………
    หมอที่คลีนิก วินิจฉัยคร่าวๆ เขาบอกเป็นท้องมาน (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ถูกเปล่านะ คืออาการเหมือนกับว่ามีน้ำในท้องเยอะ เห็นหมอเขาพูดมาแบบนี้) เขาเลยบอกว่า นี่คลีนิกนี้ ไม่มีเครื่องมือรักษาที่ดี เลยบอกให้ไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ โดยไม่คิดค่าวินิจฉัย แล้วพอผมไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก็เล่าอาการให้ฟังหมดแล้ว เขาบอกว่า ตาผมเป็นโรคกระเพาะ แล้วให้ยามากิน แบบที่จ่าเอามาตั้งกระทู้เป๊ะเลย.. สุดท้ายก็เจอว่าเป็นมะเร็ง และโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาอีก
    ……
    ไหนพอจะมีใครมาอธิบายเรื่องราวของผมได้บ้างครับ? ว่าผิดที่ไหนกันแน่อ่ะครับ??
    http://www.doctor.or.th/node/2326
    อ่ะ มีเวบหมอชาวบ้านให้ดูด้วย เขาไม่อ้างเป็นโรคกระเพาะแล้วจะเป็นท้องมาน แล้วไฉนหมอบอกโรคกระเพาะ?? คิดเอาเอง

    อธิบายครับ
    ท้องอืด – หมอมั่วไปมักจะคิดว่า โรคกระเพาะ กรดเกินไว้ก่อนแน่นอน
    อาการท้องมาน – ได้แจ้งไว้ไหมครับว่า”เมื่อก่อนไม่บวมแบบนี้”
    หมอได้ทำการตรวจร่างกายหรือไม่ (คนไข้นอน แล้วหมอจะกดตามบริเวณต่างๆ หรือ เคาะเบาๆ ที่ท้อง
    จับท้องเขย่าๆ ไปมาเบาๆ) ถ้าไม่มีก็แปลว่าหมอชุ่ยครับ

    ฝากถึงหลายๆท่านใน ที่ดราม่ากะหมอนิดนึงนะครับ
    คนไข้เองก็ควรจะบอกอาการหมอให้เยอะเท่าที่ควรจะทำได้นะครับ
    หมอเองต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีข้อมูลของคนไข้ ก็วินิจฉัยยากครับ

    อันนี้ผมเองเจอมากับตัวที่เวลาถามคนไข้เยอะ แล้วโดนต่อว่า
    ว่าไม่มีความรู้นี่ หมอคนอื่นไม่เห็นจะต้องถามขนาดนี้เลย
    แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราไม่รู้ข้อมูลคนไข้อย่างละเอียดโอกาสวินิจฉัยผิดพลาดก็มีครับ

    ส่วนใหญ่แล้วหมอบางคนก็ชอบแสดงอภินิหาร ถามสองคำกูตอบหมดได้ทั้งโลก
    และคนไข้เองก็มักจะชื่นชอบกับการที่หมอถามสองคำแล้ววินิจฉัยได้หมด
    ซึ่งถ้าถูกก็ดีไป แต่ผิดก็จะมีดราม่ากันให้เห็นบ่อยๆแบบนี้แหละครับ

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 25 Thumb down 0
  • Predome:

    lizzy wrote:

    ดิฉันทราบค่ะ ว่าคนทุกคนสามารถ “ผิดพลาดกันได้”
    หมอทุกคนเคยวินิจฉัยผิด แต่คุณเป็นหมอแล้ว คนไข้ฝากชีวิตไว้กับคุณ
    ความผิดพลาดที่ควรจะเกิดขึ้นควรจะน้อยที่สุด ถูกไหมคะ
    ไม่ว่าอาชีพไหนก็เหมือนกันค่ะ เคยผิดพลาด แต่ไม่ควร “ผิดไปเรื่อยๆ”
    หมอที่ “เคย” รักษาดิฉันก็วินิจฉัยว่าดิฉันเป็นโรค “ไข้หวัดใหญ่ไม่ก็ไข้เลือดออก”
    ดิฉันตัวร้อนเป็นไข้จริงค่ะ แต่ตอนนั้นดิฉันเดินไม่ได้นะคะ ดิฉันต้องนั่งรถเข็น
    ดิฉันบอกแล้วว่าดิฉันเดินไม่ได้ คุณแค่เคาะหัวเข่าแล้วบอกไม่เป็นอะไร
    ทั้งส่งสายตาหยามเหยียดที่ดิฉันนั่งรถเข็นมาหา ดิฉันบอกคุณหลายครั้งว่าดิฉันปวดหลัง
    คุณก็ยังยืนยันว่าดิฉันไม่เป็นอะไร
    ตรวจเสร็จ คุณให้ดิฉันกินไทลินอล 2 แผงแล้วกลับบ้าน
    สุดท้าย ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ดิฉันตรวจที่คลินิกแถวบ้าน
    คุณหมอบอกว่าดิฉันเป็นโรค “หมอนรองกระดูกเคลื่อน”
    ที่ดิฉันเดินไม่ได้ก็เพราะโรคนี้ คุณหมอที่คลินิกบอกว่าทำไมปล่อยไว้นานขนาดนี้
    อาการน่าจะแสดงนานแล้ว ดิฉันตอบว่า เคยไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล
    เขาให้แค่ไทลินอลมากิน และไม่ได้วินิจฉัยอะไรต่อ
    ขอบคุณคุณหมอคนแรกนะคะ ที่ทำให้ดิฉัน “เกือบพิการตลอดชีวิต”

    เอ่อ เเล้วคุณรู้ได้ไงว่าเค้าผิดไปเรื่อยๆครับ

    หมอ A รักษาผิด 30 ครั้งในชีวิต

    หมอ B รักษาผิด 5 ครั้งในชีวิต

    โอเค หมอ B เก่งกว่าหมอ A เเต่ เเล้วไง ถ้าจพให้คนทุกคนเป็นเเบบหมอ B หมด ก็คงต้องให้วืศวะมาช่วยทำหุ่นยนต์รักษาคนเเทนล่ะ :evil: :evil: :evil:

    ฝากไว้นิด . . .

    หมอไม่เหมือนวิศวะสถาปัตนะครับ ที่คำนวนผิด เอายางลบลบได้ กว่าตึกจะสร้างอีกชาติกว่า เเก้ไขได้ทัน :?: :?: :?:

    คนไข้บางคนมา มีเวลาให้หมอ 10 นาทีก่อนม่อง บางคนก็ 2 วัน

    อยากให้เห็นใจตรงนี้หน่อย . . . :| :| :|

    เรื่องหัวเราะ ถ้าจริงก็เเย่ครับ เเต่ผมไม่อยู่ในเหตุการ ผมเลยไม่ขอพูดครับ :cry: :cry: :cry:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 24 Thumb down 6
  • Predome:

    อีกอย่างนะครับ ขอตอบข้อสงสัยหลายๆคน :lol: :lol: :lol:

    ที่ว่าทำไมหมอชอบยินยัน คุณไม่ได้เป็นอะไรๆๆๆๆ :shock: :shock: :shock:

    ******************** เพราะคนไข้กว่า 87% จะวิตกจริตไปเอง ว่าหนูเป็นยังงี้ๆๆๆๆ จนเว่อร์ (ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะคนเราก้รัดตัวกลัวตาย อันนี้ผมเข้าใจ) ******************** :?: :?: :?: :?:

    หมอเค้าถึงยืนยันสื่งที่เค้าวินิจฉัยไงครับ ว่าเค้าคิดถูก . . .

    พอเก็ทตรงนี้ยัง เค้าไม่ได้หยิ่ง ว่าเค้าผิดไม่ได้นะครับ เเต่คนไข้ส่วนมากจะคิดไปเองว่ากุยังไม่หาย เมืงตรวจกุอีกได้มั้ย :!: :!: :!:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 15 Thumb down 12
  • saas:

    ผมว่า้รูปปลากรอบแมร่งสุดยอด :evil:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
  • admin:

    @ หนุ่มเหน่อ:
    กูโดนแบนที่พันทิปไปแล้วครัฟ

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 63 Thumb down 0
  • เด็กดี:

    @ Predome: มิน่าล่ะพอเวลาไปหาถึงได้ชอบทำท่าดูถูกคนไข้นัก เกลียดมากอ่ะหมอประเภทนี้ :???: :???: :???:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 3
  • Falkner:

    @ ทุกคนที่ตอบคำถามให้
    ขอบคุณหลายๆที่ให้ความกระจ่าง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
  • pochi:

    เอ่อ wrote:

    ก้อที่หมอมันชนะคดีอยู่เรื่อย ไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตซะทีก้อเพราะพวกมานช่วยกานงัย

    หมอนะเว้ยไม่ใช่นักการเมือง คิดมาได้ ไอ้หอก

    เเล้วไอ้คนที่ไม่รู้หร่าไรเลยเรื่องโรคน่ะ เปอร์เซ็นชนะมันคงสูงตายล่ะ

    ดราม่านี้ก็เป็นตัวอย่างนึง วีนเเตกเพราะความไม่รู้อ พอไม่รู้เรื่องก็เข้าใจผิด ถามจริงเเดกน้ำลูกพรุนนี่มันเป็นมุขที่ขำได้เหรอวะ

    โคตรเเม่ง จขกท ก็คิดมาได้ว่าเเดกน้ำลูกพรุนเลยหัวเราะเยาะใส่ อคติฉิบหาย

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 18 Thumb down 11
  • หมาน่อย:

    คิดเหมือนกัน กับอิแค่ถามว่ากินน้ำลูกพรุนได้ไหม ทำไมมันต้องหัวเราะกันด้วย เส้นตื้นเหรอ อาจารย์ไม่ได้สั่งได้สอนหรือไงว่าไม่ให้หัวเราะซี๊ซั้วกับคนป่วย ยกเว้นว่ามันเป็นมุขจริงๆ สรัด

    อิพวกนี้แมร่งก็ผ่านใบประกอบกันมาได้เนอะ ว่าไปมันก็ไม่มีสเตชั่นจิตสำนึกนี่หว่า

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 2
  • สวยไม่แคร์เสื่อม:

    ผมเห็นใจหมอนะ ไม่มีใครวินิจฉัยได้ถูกตลอด 100% แบบแดจังกึมแน่นอน (นั่นมันหนังตอแหลอยุ่แล้ว)
    ทุกวันนี้เรื่องเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์เรายังรู้ไม่หมดเลย ไม่งั้นการแพทย์จะต้องมีข่าวอัพเดทเสมอๆเหรอ
    เราเห็นหมอเงินเดือนเยอะมีรถขับ ในโรงบาลใครๆก็นับถือหมอ แต่จริงๆหมอเป็นงานที่เสียสละชีวิตส่วนตัวมากนะครับ
    วันๆอยู่แต่กับคนไข้จะลาพักไปไหนยาวๆก็ไมได้ แถมต้องมาเข้าเวรอีก ที่เราเห็นหมอชีวิตสุขสบายนี่มันมีแต่ในละคร

    ยิ่งตอนนี้รพ.รัฐคนไข้ล้นมากๆ หมอไม่สามารถวินิจฉัยคนไข้ได้เต็มที่เพราะวันๆหนึ่งหมอต้องรักษาคนเป็นร้อยๆคน เห้นหมอบ่นเรื่องนี้อยุ่เหมือนกันว่าต้องมีการกระจายคนไข้ไปรพ.อื่นบ้าง ดังนั้น
    การรักษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับหมอแต่ขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วย คนไข้เองต้องรู้ตัวเองด้วยว่าแพ้ยาอะไร อาการเป็นอย่างไร เคยมีอาการอะไรมาก่อน ช่วงนี้มีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่และทำตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดหรือเปล่า ไม่ใช่จะมาพึ่งแต่หมออย่างเดียว ชีวิตเป้นของเราเองจะเอาชีวิตเราไปฝากไว้กับคนอื่นตลอดได้ยังไง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 2
  • หนุ่มเหน่อ:

    334

    หมอนะเว้ยไม่ใช่นักการเมือง คิดมาได้ ไอ้หอก

    เเล้วไอ้คนที่ไม่รู้หร่าไรเลยเรื่องโรคน่ะ เปอร์เซ็นชนะมันคงสูงตายล่ะ

    ดราม่านี้ก็เป็นตัวอย่างนึง วีนเเตกเพราะความไม่รู้อ พอไม่รู้เรื่องก็เข้าใจผิด ถามจริงเเดกน้ำลูกพรุนนี่มันเป็นมุขที่ขำได้เหรอวะ

    โคตรเเม่ง จขกท ก็คิดมาได้ว่าเเดกน้ำลูกพรุนเลยหัวเราะเยาะใส่ อคติฉิบหาย
    ……………………….

    ถ้าโคตรแม่งมรึง เป็นแบบแม่กรูในตอนนั้น และอยู่ในอารมณ์นั้น กรูหวังว่าตัวมรึงเอง และโคตรแม่งมรึง คงไม่อคติแบบกรูนะ ไอ้หอก!

    กรูไม่ได้คิดว่าหมอมันหัวเราะเยาะใส่ เพราะความไม่รู้ของกรูกับแม่ ผิดหรือว่ะ ไม่รู้ก็ถาม มรึงคิดแบบกากสมองไง แสดงมรึงคิดจะทำอะไร พอมรึงไม่เข้าใจมรึงลงมือทำเองไงว่ะ :o :o :o :o :o

    กรูแค่หงุดหงิดมรึงเข้าใจม่ะ แดกข้าวกับปลาเยอะๆนะมรึงอ่ะ อย่าแดกหญ้าให้มากนะ วัวควายยิ่งไม่มีอะไรจะแดกอยู่ไอ้ฉิบหาย

    จากกรู จขกท

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 16 Thumb down 13
  • ขี้ข้าแพทย์:

    โรคกระเพาะเรื้อรังในคนแก่ที่รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นส่วนใหญ่มันก็เป็น alarm symptom แล้วครับ
    มะเร็งกระเพาะส่วนปลาย ท่อน้ำดี ตับอ่อน หรือตับ ช่วงแรกๆอาการมันก็เหมือนโรคกระเพาะน่ะครับ
    เพียงแต่หมออาจคิดว่าคนไข้มา first visit เรื่องปวดใต้ลิ้นโดยไม่ดูประวัติเก่าว่ารักษาเป็นๆหายๆมาหลายครั้ง
    หรืออาจเป็นคุณหมอคนใหม่ ไม่ใช่คนเดิมที่เคยตรวจอยู่ตลอด
    โรคกระเพาะส่วนใหญ่ถ้าปรับพฤติกรรม กินยาสม่ำเสมอก็หายได้ครับ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ
    ถ้าคนไข้ที่วินิจฉัยโรคกระเพาะแล้วทำการรักษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วเดือนกว่าๆไม่ดีขึ้นควรส่งต่อเพื่อตรวจเพิ่มเติมครับ
    อาการเหลืองคือก้อนเนื้อมันโตมากจนอุดทางเดินน้ำดีครับ ตอนนี้มักจะวินิจฉัยได้ชัดเจน
    สงสัยแค่ว่าหมอคนที่แม่ จขกท ไปหาตอนปวดท้องเรื้อรัง+ตัวเหลืองตาเหลืองมายังงี้แล้วยังไม่คิดถึงโรคที่ทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินน้ำดี
    แต่กลับคิดถึงโรคกระเพาะอยู่….
    ไม่ทราบว่าคงเมามาตรวจมั้งครับ :!:
    สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม…..

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
  • ดราม่ากัน:

    ดราม่านี้กูไม่เชียร์หมอนะ (เรียนสายเดียวกันหมอแม่งคิดห่าอะไรกูก็พอเดาออก)
    จริงอยู่ในระยะแรกอาการแม่งคล้ายๆกันนั่นแหละแต่หมอต้องติดตามผลตลอดปล่อยปละละเลยไม่ได้ แม้ว่าจะงานเยอะก็ตาม (แต่ส่วนใหญ่วินิจฉัยเสร็จคนไข้เป็นอะไรมันไม่ค่อยตามผลหรอกเพราะมันอ้างว่างานเยอะแต่จริงถ้าหมอมันจัดระบบการเก็บข้อมูลทำตารางดีๆ ตรวจสอบสม่ำเสมอกูว่าหมอไม่ค่อยพลาดหรอก แต่ไปถามทีไรมันบ่นแต่ว่างานเยอะ ไอ้ฉิบหายถ้าเป็นต่างประเทศแม่งโดนฟ้องล้มละลายไปไอ้ห่าเอ๊ย) ขนาดใกล้หายแล้วยังต้องคอยตามเช็คเคลียร์ทีละเคส (กูว่าอาจารย์หมอก็คงสอนพวกมันนะ)เท่าที่ดูโดยรวมใครที่บอกว่าหมอรอดล่ะก็ในฐานะกูก็เรียนมา กูบอกชัดๆว่าหมอก็มีส่วนประมาทด้วย และถ้าทนายมึงดีพอล่ะก็หมอแม่งก็มีสิทธิติดคุกได้อยู่ดี หลักฐานมันก็คา OPD card นั่นแหละ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 5
  • ขี้ข้าแพทย์:

    พวกหมอมักจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ส่วนใหญ่พวกมันจะถูกฝึกมาอย่างนั้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้คนไข้ดูน่าไว้ใจ ประมาณว่ารู้จริงรึเปล่าก็ไม่รู้แต่พูดมั่นๆไว้ก่อน จะได้ดูดีน่ะครับ เขาว่าคนไข้จะให้ความไว้วางใจหมอมากๆอ่ะนะ แต่ดีเด่แค่ไหนก็ไม่รู้หรอก ดีกว่านอนตายที่บ้านละวะ 5555
    ไม่ได้เป็นหมอ แต่เคยเรียน เคยทำงานคู่กับพวกมันมานาน อยู่หอเดียวกับพวกมันก็เคยได้ยินบ่อยๆว่าจะซื้อเวรเพื่อนมั่งอะไรมั่ง บอกจะรีบซื้อรถ ซื้อบ้าน
    ขนาดเป็นแค่ พชท ปี1 น่ะเนี่ย อนิจจาสัตว์โลก….

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 10
  • ML:

    เออ เรื่องที่ จขกท เค้าเล่ามา มันก็เป็นมุมมองของคนไข้ หมอควนเก็บเอามาคิดบ่างนะ
    แล้วในเรื่องเท่าที่ดูมันก็มีประเด็นความไม่ใส่ใจของหมออยู่บ่าง จะผิดหรือไม่ผิดไม่รู้แต่น่าจะเก็บเป็นขอมูลนะ

    แต่ที่ทำให้รู้สึกแย่ มันก็ตรงที่หมอพยามมาพูดว่าหมอเค้าไม่ผิดๆ โดยที่เหมือนจะไม่รับเรื่องของ จขกท เลยด้วยอะ
    แล้วเรื่องที่บอกส่งคนเป็นโรคกระเพราะทุกคนไปทำ ct มันดูเหวียงๆ ไปหน่อยมั้ง

    เอาเหอะ กูก็พูดได้เพราะกู่ไม่ใช่หมออะนะ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 1
  • ML:

    Predome wrote:

    อีกอย่างนะครับ ขอตอบข้อสงสัยหลายๆคน
    ที่ว่าทำไมหมอชอบยินยัน คุณไม่ได้เป็นอะไรๆๆๆๆ
    ******************** เพราะคนไข้กว่า 87% จะวิตกจริตไปเอง ว่าหนูเป็นยังงี้ๆๆๆๆ จนเว่อร์ (ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะคนเราก้รัดตัวกลัวตาย อันนี้ผมเข้าใจ) ********************
    หมอเค้าถึงยืนยันสื่งที่เค้าวินิจฉัยไงครับ ว่าเค้าคิดถูก . . .
    พอเก็ทตรงนี้ยัง เค้าไม่ได้หยิ่ง ว่าเค้าผิดไม่ได้นะครับ เเต่คนไข้ส่วนมากจะคิดไปเองว่ากุยังไม่หาย เมืงตรวจกุอีกได้มั้ย

    - – แบบนี้รู้สึดเหมือนว่าหมอจะชอบคิดไปเองว่าคนไข้คิดไปเองเลยแฮะ
    แล้วถ้ามีเคสที่ไม่ได้คิดไปเองจริงๆมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมออีกนั้นแหละชิมิ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 11 Thumb down 0
  • MFBooBoo:

    ขี้ข้าแพทย์ wrote:

    พวกหมอมักจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ส่วนใหญ่พวกมันจะถูกฝึกมาอย่างนั้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้คนไข้ดูน่าไว้ใจ ประมาณว่ารู้จริงรึเปล่าก็ไม่รู้แต่พูดมั่นๆไว้ก่อน จะได้ดูดีน่ะครับ เขาว่าคนไข้จะให้ความไว้วางใจหมอมากๆอ่ะนะ แต่ดีเด่แค่ไหนก็ไม่รู้หรอก ดีกว่านอนตายที่บ้านละวะ 5555
    ไม่ได้เป็นหมอ แต่เคยเรียน เคยทำงานคู่กับพวกมันมานาน อยู่หอเดียวกับพวกมันก็เคยได้ยินบ่อยๆว่าจะซื้อเวรเพื่อนมั่งอะไรมั่ง บอกจะรีบซื้อรถ ซื้อบ้าน
    ขนาดเป็นแค่ พชท ปี1 น่ะเนี่ย อนิจจาสัตว์โลก….

    มันไม่ดียังไงเหรอครับ ซื้อรถซื้อบ้าน

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 3
  • Abyss:

    @ หมาน่อย:
    ใบประกอบมันคือการสอบครับ มันก็คือทำยังไงก็ได้ให้มันผ่าน เอาให้ใบคุณแน่ถ้าคุณสอบผ่าน นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง
    ส่วนจบมาแล้วจะทำงานได้ดีหรือไม่ หรือมีจรรยาบรรณ สามัญสำนึกที่ดีหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง
    จากที่เคยอยู่ รพ เป็นผู้ช่วยบรรดาหมอๆ ดูแล้วคนที่ผ่านใบประกอบมาได้กับที่ยังไม่ได้นั้นทำงานได้ไม่แตกต่างกันนัก
    บางคนที่ยังไม่ได้ใบประกอบยังดูทำงานดีกว่าพวกที่ได้ใบประกอบบางคนเสียอีก เช่นความขยัน ความมีวินัย จรรยาบรรณต่างๆ
    ไม่รู้หรอกว่าพวกแพทยสภาต้องการอะไรกัน
    วงการนี้น่ากลัว ไม่น่าเข้าไปยุ่งเลย :cry:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 3
  • เบื่อความเกลียดชัง:

    มะเร็งตับอ่อนนี่น่ากลัวมากนะเธอว์ ขนาดศาสดาจ๊อปยังจะไม่รอดด้วยโรคนี้เลย

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
  • ลูกเต๋า-ลูกเต่า:

    ที่อ่านมาก็น่าเห็นใจ จขกท นะคะ คุณแม่ดิฉันก็เคยเจอแบบนี้ค่ะ ถูกวินิจฉัยจากหมอที่ตจว.ว่าเป็นโรคมะเร็งตับ
    แต่สุดท้ามาเช็คที่รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน ก็เป็นแค่แผลในกระเพาะอาหาร :arrow:
    :cool: เกิดจากความเคลียด น้ำหนักลดไปถึง20กก.ภายใน 1 เดือนที่รู้ว่าเป็นมะเร็ง
    วิตกกังวลมากจึงทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม
    ส่วนคุณพ่อปวดท้องใส้ติ่งหมอให้นอน รพ.(รัฐ)2 คืน แม่งฉีดยาอย่างเดียวเวลาปวด ฉีดปุ๊บหายปั๊บ ถามพยาบาลก็ไม่บอกว่าฉีดยาอะไร จนมีคนที่เป็นใส้ติ่งแตกตาย(กรณีนี้รู้มาว่าหมอโดนย้าย-ผู้ป่วยตาย) จึงพาคุณพ่อย้ายไปที่รพ.เอกชน ไปถึงหมอตรวจแล้วส่งเข้าห้องผ่าตัด หมอที่ผ่าตัดนำใส้ติ่ง ใส่โหลออกมาให้ดู บอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้ใส้ติ่งอาจแตก เคสนี้เสีย 40,000 บาท คุ้มค่ะ ไม่งั้นคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
    มาตรฐานของหมอไม่รู้ว่าวัดกันยังไง และผู้ป่วย? คิดว่าการไปหาหมอก็คือการเสี่ยงโชคค่ะ บางครั้งหมอที่ไปพบก็ดี บางครั้งก็เจอหมอห่วย โดยเฉพาะรพ.รัฐใน ตจว. และบางแห่งใน กทม. (แต่ถ้าพอมีกำลังจ่ายเงินได้แนะนำเอกชนดีก่าคะ)
    ก็เข้าใจนะคะว่าอาชีพหมอที่บ้านเราได้ค่าจ้างไม่คุ้มกับความรับผิดชอบ เหมือนทำงานการกุศลจริงๆ
    ถ้าจะให้ดีดูแลสุขภาพใหป่วยน้อยที่สุด..ทั้งต่อตัวเองและหมอที่ดีๆเค้าจะได้มีเวลาไปรักษาคนอื่น และพัฒนาตนเอง
    ส่วนหมอที่ห่วยๆ เห็นแกตัวก็ปล่อยเค้าไป(สาธุ)
    จิตมนุษย์มันสูงต่ำไม่เท่ากัน อย่าไปคิดมาก ทำให้ใจเราทุกข์เปล่า
    @ ดราม่ากัน:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
  • ดราม่ากัน:

    :lol: ที่โรงพยาบาลเอกชน มันก็เป็นแบบนั้นแหละแต่เนื่องจากคนไข้จ่ายเองมันเลยทำตามหลัก POA หมด คือวินิจจัยโรคเบื้องต้นแล้วตรวจสอบด้วยผลแล็บซ้ำเพื่อยืนยันการรักษา (หมอทุกคนมันก็เรียนมาแต่พออยู่รพ.รัฐก็บ่ยว่าคนไข้เยอะเลยไม่ละเอียดรอบคอบ)ร้อยทั้งร้อยที่เห็นพูดๆว่าส่วนใหญ่หมอรอด ฟ้องแล้วคนไข้แพ้ กูบอกชัดๆว่าที่หมอแพ้ก็เยอะเจอจ่ายบานก็มี วิชาชีพนี้มันต้องละเอียดรอบคอบ แต่กูทำไมเจอแต่หมอที่ประมาณว่าปวดท้องแล้วสั่งยาแก้ปวดให้ :?: (ถ้ามึงรักษาแค่นี้กูไปซื้อยาที่ร้านยาก็ได้ไม่ต้องมาหาหมอหรอกอาจารย์หมอเขาก็คงสอนอยู่มั้งว่าถ้าแค่สั่งยาแก้ปวดคนไข้เขาก็ไปซื้อเองได้) บางทีก็ซักประวัติคนไข้แบบสั่วๆ แล้วก็มาอ้างงานเยอะๆ
    รุ่นน้องกูก็เป็นหมอที่โรงบาลนี่แหละกูก็ซักซะร่วงมาแล้ว

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 2
  • โซจู:

    :evil: กุโคตรเกลียดโรคกระเพาะ เวลาไปหาหมอ
    ตอนเด็กๆ อ่ะเคยเป็นอยู่บ่อยๆ หรอก ไอ้โรคกระเพาะเนี่ย
    แต่มีครั้งนึงพอไม่สบาย ปวดท้องมากๆ ไปหาหมอ
    พอหมอรู้ว่าเคยเป็นกระเพาะมาก่อน ก็เจาะจงให้แดกแต่ยาลดกรดๆ
    หนึ่งอาทิตย์ไปโรงพยาบาลห้าครั้ง หมอบอกโรคกระเพาะทุกครั้ง
    จนครั้งที่หก หมอที่เคยตรวจให้ไม่อยู่ ได้ตรวจกับหมอใหญ่
    หมอใหญ่่เดินมากดๆ พุงทีเดียวบอกเลย “ไส้ติ่งอักเสบ เดี๋ยวผ่าบ่ายนี้เลยนะ ตัวเขียวไปหมดแล้ว” :?:

    แล้วหมอใหญ่ก็ยังไปบ่นๆ กับแม่ว่าทำไมถึงพาลูกมาหาหมอช้า
    ไม่ได้ช้าหรอกหมอ.. แต่มาเกือบทุกวันแล้ว แล้วก็ได้ยาลดกรด ยากระเพาะห่าเหวอะไรไม่รู้ไปทุกครั้ง

    มารู้ทีหลังว่าหมอที่ตรวจให้คนแรก เป็นหมอจบใหม่ทำงานได้ปีกว่าๆ :evil:

    ถ้าคุณหมอมาอ่านดราม่านี้นะ… เวลาคนปวดท้อง ถ้าปวดหลายวัน หลายครั้ง
    หมอเลิกบอกว่าเป็นกระเพาะสักที เดี๋ยวคนไข้มันจะอาการหนักกว่าเดิมเอา

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 0
  • ppppinn:

    ทำไมอ่านความเห็นในนี้แล้วภาพพจน์หมอดูโคตรเลวเลยวะ :evil:
    อาชีพ(ในอีกไม่กี่ปี)ข้อย~

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
  • Predome wrote:

    lizzy wrote:

    ดิฉันทราบค่ะ ว่าคนทุกคนสามารถ “ผิดพลาดกันได้”
    หมอทุกคนเคยวินิจฉัยผิด แต่คุณเป็นหมอแล้ว คนไข้ฝากชีวิตไว้กับคุณ
    ความผิดพลาดที่ควรจะเกิดขึ้นควรจะน้อยที่สุด ถูกไหมคะ
    ไม่ว่าอาชีพไหนก็เหมือนกันค่ะ เคยผิดพลาด แต่ไม่ควร “ผิดไปเรื่อยๆ”
    หมอที่ “เคย” รักษาดิฉันก็วินิจฉัยว่าดิฉันเป็นโรค “ไข้หวัดใหญ่ไม่ก็ไข้เลือดออก”
    ดิฉันตัวร้อนเป็นไข้จริงค่ะ แต่ตอนนั้นดิฉันเดินไม่ได้นะคะ ดิฉันต้องนั่งรถเข็น
    ดิฉันบอกแล้วว่าดิฉันเดินไม่ได้ คุณแค่เคาะหัวเข่าแล้วบอกไม่เป็นอะไร
    ทั้งส่งสายตาหยามเหยียดที่ดิฉันนั่งรถเข็นมาหา ดิฉันบอกคุณหลายครั้งว่าดิฉันปวดหลัง
    คุณก็ยังยืนยันว่าดิฉันไม่เป็นอะไร
    ตรวจเสร็จ คุณให้ดิฉันกินไทลินอล 2 แผงแล้วกลับบ้าน
    สุดท้าย ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ดิฉันตรวจที่คลินิกแถวบ้าน
    คุณหมอบอกว่าดิฉันเป็นโรค “หมอนรองกระดูกเคลื่อน”
    ที่ดิฉันเดินไม่ได้ก็เพราะโรคนี้ คุณหมอที่คลินิกบอกว่าทำไมปล่อยไว้นานขนาดนี้
    อาการน่าจะแสดงนานแล้ว ดิฉันตอบว่า เคยไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล
    เขาให้แค่ไทลินอลมากิน และไม่ได้วินิจฉัยอะไรต่อ
    ขอบคุณคุณหมอคนแรกนะคะ ที่ทำให้ดิฉัน “เกือบพิการตลอดชีวิต”

    เอ่อ เเล้วคุณรู้ได้ไงว่าเค้าผิดไปเรื่อยๆครับ

    หมอ A รักษาผิด 30 ครั้งในชีวิต

    หมอ B รักษาผิด 5 ครั้งในชีวิต

    โอเค หมอ B เก่งกว่าหมอ A เเต่ เเล้วไง ถ้าจพให้คนทุกคนเป็นเเบบหมอ B หมด ก็คงต้องให้วืศวะมาช่วยทำหุ่นยนต์รักษาคนเเทนล่ะ

    ฝากไว้นิด . . .

    หมอไม่เหมือนวิศวะสถาปัตนะครับ ที่คำนวนผิด เอายางลบลบได้ กว่าตึกจะสร้างอีกชาติกว่า เเก้ไขได้ทัน

    คนไข้บางคนมา มีเวลาให้หมอ 10 นาทีก่อนม่อง บางคนก็ 2 วัน

    อยากให้เห็นใจตรงนี้หน่อย . . .

    เรื่องหัวเราะ ถ้าจริงก็เเย่ครับ เเต่ผมไม่อยู่ในเหตุการ ผมเลยไม่ขอพูดครับ

    ผมไม่มั่นใจว่าหมอ B จะเก่งกว่าหมอ A ว่ะครับ
    หมอ B ที่รักษาพลาด 5 ครั้ง อาจจะเพิ่งเคยรักษามาแค่ 6 ครั้ง
    ในขณะที่หมอ A รักษามาแล้วเป็นหมื่นๆ ครั้ง แต่รักษาพลาดแค่ 30 ครั้ง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
  • 888:

    เห็นใจญาติผู้ป่วยนะ ถ้าอยากแก้ปัญหานี้ก็คงต้องออกฎหมายสุขภาพที่จะฟ้องหมอคดีอาญาได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ

    1. เวลาและค่ารักษาแพงขึ้นจะรัฐแบกไว้ไม่ได้ เพราะทุกคนจะถูกตรวจอย่างละเอียดจาก ปัจจุบันเฉลี่ยนคนป่วน1คนใช้เวลา1นาที อาจเพิ่มเป็น30นาที

    2. คนป่วยจะถูกส่งไปตรวจหาหาโรคทุกชนิด คือถ้าปวดหัวคงโดนทำ CT แน่ๆเพราะหมอกลัวว่าถ้าตรวจไม่ครบจะโดนฟ้อง

    3. สุดท้ายรัฐจะแบกภาระไม่ไหว จนต้องโยนมาให้คนไทยไปทำประกันสุขภาพเอาเอง

    ประกันสุขภาพที่ อเมริกา เฉลี่ยต่อปี 728 เหรียญ หรือราว 21840บาท :cry: (ที่อเมริกาต้องทำถ้าไม่ทำอาจล้มละลายขายตัวกันค่ารักษาได้)

    ต้องเลือกครับ อยากได้ของดีต้องจ่ายแพง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
  • ลูกท้อ:

    888 wrote:

    เห็นใจญาติผู้ป่วยนะ ถ้าอยากแก้ปัญหานี้ก็คงต้องออกฎหมายสุขภาพที่จะฟ้องหมอคดีอาญาได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ
    1. เวลาและค่ารักษาแพงขึ้นจะรัฐแบกไว้ไม่ได้ เพราะทุกคนจะถูกตรวจอย่างละเอียดจาก ปัจจุบันเฉลี่ยนคนป่วน1คนใช้เวลา1นาที อาจเพิ่มเป็น30นาที
    2. คนป่วยจะถูกส่งไปตรวจหาหาโรคทุกชนิด คือถ้าปวดหัวคงโดนทำ CT แน่ๆเพราะหมอกลัวว่าถ้าตรวจไม่ครบจะโดนฟ้อง
    3. สุดท้ายรัฐจะแบกภาระไม่ไหว จนต้องโยนมาให้คนไทยไปทำประกันสุขภาพเอาเอง
    ประกันสุขภาพที่ อเมริกา เฉลี่ยต่อปี 728 เหรียญ หรือราว 21840บาท (ที่อเมริกาต้องทำถ้าไม่ทำอาจล้มละลายขายตัวกันค่ารักษาได้)
    ต้องเลือกครับ อยากได้ของดีต้องจ่ายแพง

    ถูกค่ะ…
    วันก่อนเราดูข่าวนึง เด็กคนนึงเป็นไส้ติ่งแตกจนติดเชื้อในกระแสเลือดตาย… เพราะต้องเสียเวลารอหมอกว่าจะอยู่ที่อนามัยชุมชน ส่งเข้าโรงพยาบาลจังหวัด รอกว่าศัลยแพทย์จะมาอีกก็ไม่ทันซะแล้ว ไส้ติ่งแตกซะก่อน เพราะอะไรทราบมั้ยคะ… ทั้งๆที่จริงๆแล้ว Extern [นิสิตแพทย์ปี 6] ก็สามารถผ่าไส้ติ่งได้แล้วนะ แต่ไม่มีใครกล้าผ่า เพราะกลัวโดนฟ้องไงคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบชีวิตหมออ่ะ…
    ต่อไปหมอก้อกลัวโดนฟ้องจนไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะค่ะ… ทั้งๆที่จริงๆแล้ว คุณคิดว่าคนที่เป็นหมอจะอยากรักษาคนไข้ผิดพลาดมั้ย?
    แต่บางเรื่องมันก้อเกินขีดความสามารถของมนุษย์นะคะ ไม่อย่างนั้นทุกคนบนโลกคงเป็นอมตะกันไปหมดแล้วล่ะ

    ยิ่งฟ้องหมอมากๆ คนไข้เองน่ะแหละจะยิ่งเสียประโยชน์ :cry:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 0
  • ทั้งที่ไส้ติ่งเป็นโณคง่ายๆ ผ่าที่รพ. ชุมชนใกล้บ้านก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้กลับไม่มีใครกล้าผ่า ส่งไปนอนรอพะงาบๆที่รพ. จังหวัดกันหมดเนื่องจากกลัวถูกฟ้อง
    เพราะเคยมีกรณีหมอที่ภาคใต้หวังดีผ่าใส้ติ่งให้คนไข้ แต่คนไข้ดันแพ้ยาสลบช่วยไม่ทันถึงขั้นตายทีเดียว
    ปรากฏว่าญาติฟ้องหมอถึงติดคุกเลยนะ (ถึงแม้อุททรณ์แล้วจะยกฟ้องก็เถอะ)

    จากนั้นมาใครเป็นไส้ติ่งอยากผ่าฟรีไม่เสียตังค์ก็ต้องไปนอนรอตามยถากรรมที่รพ. จังหวัดใหญ่ๆอย่างเดียวเท่านั้น มีคิวก็รอด ไม่มีคิวก็ตาย

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
  • ็Helegriel:

    มีพี่ชายเป็นหมอตั้งสามคน รู้เลยว่าเขาก็คนธรรมดาๆนี่แหละ ทำผิดพลาดได้ เราเข้าใจ
    แต่ก็เสียความรู้สึกกับอาชีพหมอมาเยอะแล้ว ป่วยอะไรทีไร “ไม่เคย” วินิจฉัยถูกสักครั้ง เหมือนเขาเจอเคสคล้ายๆกันมาเยอะจนคิดว่าคนไข้คนอื่นๆก็คงเหมือนกัน คิดว่า “คงไม่เป็นอะไรมาก” ทั้งนั้นอะ พี่ชายเราก็เป็นแบบนี้ทั้งสามคนแม้แต่กับน้องอย่างเราเอง…
    ครั้งล่าสุดนี่ไปรพ. อุตส่าห์รีบไปรพ. — ก็วินิจฉัยผิดตามเคยแหละ.. จ่ายยามาแล้วปล่อยให้เราทรมานทั้งอาทิตย์ (ก็แน่นอนเพราะว่าวินิจฉัยโรคผิดยามันก็ต้องผิดสิวะ) คือขอบคุณนะที่สนใจจะตรวจเรา ได้ยินแค่เราบอกว่าปวดท้องปุ๊บ สรุปปั๊บว่า “เด็กวัยเรียนก็เครียดกันแบบนี้แหละ โรคกระเพาะแน่ๆ” ขอบคุณ ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่ไปร้องไห้อ้อนพี่ชายให้เขาพาไปหาหมอที่เป็นเพื่อนเขา ป่านนี้เราก็คงแดกยาโรคกระเพาะอยู่ล่ะนะ :cry:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 1
  • ไรว่ะ:

    ถ้ากลัวถูกฟ้องจะมาเปนหม้อทำไม ไปขายเต้าฮวยดีกว่าไหม :???:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 4
  • Nutchu:

    :lol:
    ไอชื่อหลังนี่ ผมเคยไปตรวจ ตอนนั้นไข้สูงมากปวดเนื้อตัว ไม่ได้ท้องเสีย พอไปตรวจ หมอแม่งยืมแดรกช๊อคโกแล๊ตแท่ง ไม่มาตรวจจับห่าไรเลย แล้วบอกว่าผมเป็น “อาหารเป็นพิษ” แม่งตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินผมก็รู้ทันทีว่าไอเหรี๊ยนี่แม่งนั่งเทียนแน่นอน สุดท้ายแม่พาไปคลีนิคของคนรู้จักที่เป็นเพื่อนแม่ เค้าแค่เอาสายวัดความดันวัดปรากฏเลือดออกมาจากรูขุมขน ชัดเจนครับ ไข้เลือดออก

    แม่ง แม่กับน้าผมโกรธมาก แทบอยากฟ้องไอโรงบาลนี่จิงๆ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 1
  • isard:

    ไรว่ะ wrote:

    ถ้ากลัวถูกฟ้องจะมาเปนหม้อทำไม ไปขายเต้าฮวยดีกว่าไหม

    ถ้าจะฟ้องหมดจะมาโรงบาลทำไม นอนตายอยู่กะบ้านดีกว่ามั้ง :???:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
  • pochiจอมโหด:

    @ หนุ่มเหน่อ:
    เออกูไม่เป็นหรอกไอ้ควาย กูมีญาติเป็นหมอกูรู้อ่ะไรเป็นอะไร ไม่ได้ควายอวดฉลาดเจ้าอารมณ์แบบเมิง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
  • Panot:

    @ Predome:

    ชีวิตคน มันไม่มีที่เว้นให้กับคำว่าผิดพลาดหรอกครับ

    คุณเป็นแพทย์ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะพลาด

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 2
  • catty:

    เอ่อ ขอตอบในฐานะของหมอคนหนึ่งนะครับ

    ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียคุณแม่ของเจ้าของดราม่าด้วยนะครับที่ต้องสูญเสียคุณแม่ไป :sad:

    เข้าเรื่องล่ะครับ หมอมันก็มีทั้งหมอที่ดีและหมอที่ไม่ดีนั่นแหละครับ อันนี้พูดจากประสบการณ์ตรง ไม่ว่าจะเป็นแค่นักศึกษาแพทย์หรืออาจารย์แพทย์มันก็จะมีคนทั้งสองแบบปนๆกันไป บางคนก็ยอมเสียสละตัวเองเพื่อคนไข้จริงๆ ทำงานหนักทั้งที่บางทีก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบหรือเวรของตัวเอง แต่ก็ทำเพราะสงสารคนไข้ แต่บางคนก็เห็นแก่ตัวจริงๆ ผมรู้จักหมอบางคนที่ตรวจคนไข้โดยไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ (เขาตรวจคลีนิคพิเศษนอกเวลา ที่จะได้ค่าตรวจ 50 บาทต่อคนไข้หนึ่งคน … แต่ละ รพ.ไม่เหมือนกันนะครับ) เขาจะเงี่ยหูฟังประวัติจากการสอบถามคนไข้ของพยาบาล และเขียนใบสั่งยาไปพร้อมๆกัน พอคนไข้เดินมานั่งที่โต๊ะเพื่อพูดคุยกับหมอ หมอคนนี้ก็จะไม่พูดพล่ามทำเพลงแต่จะยื่นใบสั่งยาให้คนไข้ทันที และในขณะเดียวกันก็เงี่ยหูฟังเคสคนไข้คนถัดไปด้วย (บางเคสคนไข้ป่วยหนักมากๆ แต่ได้ยาที่ไม่เหมาะสมกลับไป จนพอมา รพ.อีกรอบแล้วมาเจอเพื่อนผมนั่นแหละถึงได้รับการรักษาที่เหมาะสม)

    สำหรับในกรณีของดราม่านี้ มะเร็งตับอ่อนเป็นโรคที่ตรวจวินิจฉัยได้ยากจริงๆครับ (รวมถึงที่อื่นๆบางที่ด้วย เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่มักจะตรวจพบในระยะท้ายๆแล้ว) และการวินิจฉัยตอนแรกว่าเป็นโรคกระเพาะก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะหมอไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะมีสายตาเอกซเรย์มองเห็นโรคได้อย่างแม่นยำขนาดนั้น หมอเองก็ต้องอาศัยข้อมูลที่เก็บมาได้จากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจพิเศษต่างๆเพื่อใช้ในการหาโรคที่น่าจะเป็นมากที่สุด แต่ไอ้การที่ตรวจซ้ำๆโรคเดิมเป็นปี โดยที่กินยาแล้วไม่ดีขึ้น (และมีตับโต แต่หมอที่ รพ.ไม่เจอ แสดงว่าตรวจไม่ละเอียด) ก็ไม่ควรที่จะทู่ซี้รักษาไปแบบขอไปทีจริงๆ เพราะส่วนใหญ่คนที่รักษาแบบนี้จะเป็นเพราะรักสบาย ขอแค่ตรวจผ่านๆไปก็พอ สักแต่คิดว่าเดี๋ยวก็มีคนอื่นมารับช่วงต่อ พอคิดแบบนี้คนไข้ก็เลยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจริงๆสักที

    แต่ก็อย่างที่บอกล่ะครับ ว่าไม่ใช่หมอทุกคนจะเป็นแบบนี้ หมอที่แสนดีประเสริฐเลิศเลอราวกับเทวดาเดินดิน ผมก็พบเห็นอยู่เรื่อยๆ (แต่ส่วนใหญ่จะอ่อนเพลียเอามากๆจากการทุ่มเทเหล่านั้น และบางที จากการถูกเอาเปรียบจากเพื่อนหมอด้วยกันเอง)

    เขียนมาซะยาว เหมือนมีแต่น้ำ 555 พอดีกว่า เดี๋ยวโดนด่า เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
  • catty:

    @ แมงกะแท้:
    เคสนั้นคนไข้ไม่ได้แพ้ยาสลบครับ หมอใช้วิธีบล๊อคหลัง แต่ดันบล๊อคสูงไปนิดนึงจนไปอยู่ที่ระดับกระบังลม ส่งผลให้คนไข้ไม่สามารถหายใจได้ครับ

    รายละเอียดจำไม่ได้ละ แต่ค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นการบล๊อคหลังนะ :shock:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
  • catty:

    @ ลูกท้อ:
    ตอนนี้ Extern หรือนักศึกษาแพทย์ปี 6 นั้น แทบจะทั้งหมด (เกินกว่า 95%) ไม่มีความสามารถพอที่จะผ่าตัดไส้ติ่งได้แล้วครับ
    เพราะอาจารย์หมอไม่ปล่อยให้ทำเหมือนในอดีตอีกแล้ว (สาเหตุจากการกลัวถูกฟ้องนั่นแหละ)

    ส่งผลให้แพทย์จบใหม่ในยุคนี้มีความสามารถลดลง กว่าจะผ่าไส้ติ่งได้ก็ต้องไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านศัลยกรรม หรือไปวนวอร์ดศัลฯแล้วเจออาจารย์หมอใจดีๆมาสอนผ่านั่นล่ะครับ

    แล้วต่อไป พอพวกหมอแก่ๆที่ผ่าได้เริ่มแก่ตัวลงมากขึ้นเรื่อยๆจนผ่าไม่ไหว ตามองไม่เห็น มือสั่นเป็นจ้าวเข้า ฯลฯ ภาระการผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตคนไข้อย่างประชาชนทั่วไปก็จะเริ่มมาตกอยู่ในมือหมอรุ่นใหม่นี่ล่ะ (ไม่ใช่ว่าหมอรุ่นใหม่จะไม่เก่ง แต่ประสบการณ์มันน้อยกว่าเยอะจริงๆถ้าเทียบกับในอดีต เพราะว่าหัตถการที่ยากๆหรือเสี่ยงนี่แทบจะไม่เคยทำกันเลย เพราะพวกสต๊าฟจะทำเองซะหมดเนื่องจากไม่อยากถูกฟ้องถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้น) จะมีเหลือเป็นบางที่จริงๆ (แต่น้อย) ที่ยังให้หมอใหม่ได้ทำอะไรต่างๆเอง (โดยมีสต๊าฟคุม ไม่ใช่สต๊าฟปล่อย)

    อันนี้พูดจากความคิดเห็นส่วนบุคคลกับการสังเกตนะครับ จริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ ถ้าไม่พอใจยังไงก็ผ่านไปละกันนะครับ แชร์ๆกัน :arrow:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
  • sun:

    Predome wrote:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:

    Monotone

    กรูเกลียด คำนี้จริงๆ “ทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ” งั้นความผิดใคร คนไข้เหรอ ถ้ามึงความรู้ไม่พอ เจอโรคที่ไม่คุ้น ก้ไม่ควร วินิฉัยเองสิวะ ยกเคสให้หมอคนอื่นก็ได้ มึงก้ยังรู้ว่ามีโอกาส วินิจฉัยพลาด ก็ยิ่งสมควร ยกเคสให้คนอื่น สาด ขิวิตคนไม่ใช่เครื่องทดลอง อวัยวะมันหาแทนไม่ได้นะสาด
    มึงพูดงี้ต่อไป อาชีพอื่นแม่งก็ไม่ต้องรับผิดชอบหมด วิศวะกร สร้่างตึกก้ไม่ต้องรับผิดชอบถ้าตึกแม่งพังลงมา คนขับรถโดยสารแม่งก็ไม่ต้องติดคุก ถ้าขับรถไปคว่ำ สิวะ ใครก็พลาดได้
    บางโรค กรูเข้าใจว่ามันรักษาไม่ได้ หรือมาช้าเกินรักษาไม่ทัน แต่ถ้าขนาด อยู่กับหมอแล้ว ยังรักษาให้ตายด้วยคำว่า่ นิจฉัยพลาด มึงสมควรติดคุกเหอะว่ะ

    ถ้าเป็นหมอขึ้นมา จะไม่มีคำนี้หลุดออกมา

    หมอมันก็เป้นคน ต่อให้เป้นอาจารย์หมอที่ศิริราช เค้าก็เคยรักษาผิดกันมาทั้งนั้นครับ (ผมเคยถามกับปากมาเเล้ว)

    หมอเป็นคนนะเว้ย ทีมึงคิดเลขผิดยังทำได้ เเล้วทำไมหมอวินิจฉัยผิดไม่ได้วะ

    กูรู้ว่าชีวิตคนมันสำคัญ เเต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้งชีวิตหมอจะผิดไม่ได้ซักครั้งนี่หว่า

    ก็จริงอยู่ที่หมอก็อาจจะวินิจฉัยพลาดได้ แต่หมอออกมายอมรับมั้ยครับ ออกมาขอโทษมั้ย หมอรู้สึกผิดมั้ยเมื่อวินิจฉัยผิดและช่วยชีวิตคนไข้ไว้ไม่ได้ ถ้าหมอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ผมว่าหมออย่าเป็นหมอเลยดีกว่าครับ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 2
  • นักเรียนแพทย์:

    คือมันอย่างนี้นะ
    มะเร็งตับอ่อนเนี่ยเค้าเรียกกันว่ามันเป็น ‘silent disease’ ด้วยซ้ำ
    เป็นโรคที่อาการไม่ชัดเจน และผลเลือดก็ไม่ชัดเจน
    ซึ่งกว่ามันจะชัดเจนเนี่ยก็ปาเข้าไปตอนที่มีอาการแทรกซ้อนแล้ว (เบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ ดีซ่าน)
    เมื่อมีอาการแทรกซ้อนแล้ว ก็แปลว่ามะเร็งมีก้อนโต ลุกลามพอสมควรแล้ว
    เรื่องนี้จะหาคนผิดก็ยากค่ะ เพราะโดยทั่วไป คนปวดท้องมาหา หมอก็ต้องนึกถึงโรคที่พบได้บ่อยๆอยู่แล้ว
    หมอก็คนนะคะ ไม่ใช่เทวดานะ มันไม่ใช่ง่ายนะคะการวินิจฉัยโรคเนี่ย ไม่ใช่ว่าทุกคนเรียนมาแล้วจะวินิจฉัยเก่งเท่ากันหมด บางอย่างมันก็ต้องอาศัยประสบการณ์ ประสบการณ์แต่ละคนมันก็มากน้อยต่างกันไป อยากให้ดูรายการ the symptomsกัน เผื่อจะเข้าใจมากขึ้น

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
  • นักเรียนแพทย์:

    ปล. เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ความเห็นส่วนตัวจากการที่เป็นนักเรียนแพทย์เอง ไม่มีใครอยากทำพลาด ไม่มีใครหรอกค่ะที่จะจบไปแล้วไม่มีจิตวิญญาณของหมอเลย เราว่าหายากนะ แต่เราอ่านแล้วท้ออ่ะ มีแต่คนบอกว่า หมอไม่มีสิทธิ์พลาด หมอหน้าเงิน เห็นแก่ได้ เราอยากให้ลองหมอเป็นคนๆนึงนะ เราไม่รู้ทุกคนเป็นแบบนี้รึเปล่า แต่ส่วนตัวเราเอง เราคิดว่าการที่ได้เรียนหมอเนี่ย มันทำให้อยากใช้ความรู้ของเรา รักษาคนให้หาย อยากให้คนไข้มีความสุข จริงๆนะ ไม่ได้สร้างภาพใดๆทั้งนั้น คือเหมือนมันเป็นเอง มันเป็นความภาคภูมิใจของเราอะ ที่จะวินิจฉัยได้ว่าเค้าเป็นโรคอะไร แล้วรักษาได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่าหมอเลว เห็นแก่เงินไปซะหมด จะได้มั้ยคะ มันทำให้คนที่กำลังจะเป็นหมอรู้สึกท้อมาก ว่าที่เราเรียนมาทั้งหมดเนี่ย ถ้าทำดีก็ได้แค่เสมอตัว ถ้าเกิดมีครั้งนึงที่พลาด ซึ่งทุกคนก็ต้องพลาดอยู่แล้วแหละจริงมั้ย ไม่มีใครที่ทำอะไรไม่ผิดพลาดเลย นั่นคือคนที่ไม่ทำอะไรเลยต่างหาก ถ้าเราพลาดครั้งเดียวเนี่ย เราโดนฟ้อง ติดคุกเลยนะ แล้วสิ่งที่เราเรียนมาทั้งหมดล่ะ แล้วครอบครัวเราล่ะ แล้วใครที่ไหนจะเอากำลังใจมาเป็นหมอต่อไปได้คะ อยากให้เอาใจหมอมาใส่ใจทุกคนบ้างนะ ไม่อย่างนั้นต่อไปก็จะมีแต่หมอที่ไม่กล้าทำอะไรเลย หวาดระแวงว่าตัวเองจะโดนฟ้องไปซะหมด ทั้งที่ที่จริงแล้วปรารถนาดี อยากให้คนไข้หาย ทุกวันนี้คนเป็นหมอเท่าที่เรารู้จัก ไม่เห็นมีใครสบายซักคน มีเงินก็ไม่มีเวลาใช้ เวลาดูแลตัวเองมีที่ไหน คนไข้บางคนมาถึง พาลูกตัวเองที่ถูกแทงมาแล้วบอกหมอว่า “หมออย่าให้ลูกผมตายนะ ไม่งั้นผมจะฟ้อง” นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? หมอช่วยแทบตาย ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ดันจะฟ้องหมอ แล้วไอ้คนแทงล่ะทำไมไม่ฟ้องมัน อยากให้มองพวกเราเป็นคนคนนึงนะคะ อย่าทำให้ท้อไปมากกว่านี้เลย

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
  • wvhgsuhp:

    sun wrote:

    Predome wrote:
    ไม่อ่านเอาฮา wrote:
    Monotone

    ก็จริงอยู่ที่หมอก็อาจจะวินิจฉัยพลาดได้ แต่หมอออกมายอมรับมั้ยครับ ออกมาขอโทษมั้ย หมอรู้สึกผิดมั้ยเมื่อวินิจฉัยผิดและช่วยชีวิตคนไข้ไว้ไม่ได้ ถ้าหมอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ผมว่าหมออย่าเป็นหมอเลยดีกว่าครับ

    เคยมีผู้พิพากษาออกมาขอโทษเวลาวินิจฉัยผิดพลาดไหมล่ะ
    มันก็คล้ายๆกันล่ะครับ

    เวลาทีวินิจฉัยจริงๆ มันไม่มีใครผิดใครถูกหรอก

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
  • ซึนว่ะ:

    kidserge wrote:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:

    kidserge wrote:

    ไม่อ่านเอาฮา wrote:
    Monotone wrote:
    Monotone
    กรูเกลียด คำนี้จริงๆ “ทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ” งั้นความผิดใคร คนไข้เหรอ ถ้ามึงความรู้ไม่พอ เจอโรคที่ไม่คุ้น ก้ไม่ควร วินิฉัยเองสิวะ ยกเคสให้หมอคนอื่นก็ได้ มึงก้ยังรู้ว่ามีโอกาส วินิจฉัยพลาด ก็ยิ่งสมควร ยกเคสให้คนอื่น สาด ขิวิตคนไม่ใช่เครื่องทดลอง อวัยวะมันหาแทนไม่ได้นะสาด
    มึงพูดงี้ต่อไป อาชีพอื่นแม่งก็ไม่ต้องรับผิดชอบหมด วิศวะกร สร้่างตึกก้ไม่ต้องรับผิดชอบถ้าตึกแม่งพังลงมา คนขับรถโดยสารแม่งก็ไม่ต้องติดคุก ถ้าขับรถไปคว่ำ สิวะ ใครก็พลาดได้
    บางโรค กรูเข้าใจว่ามันรักษาไม่ได้ หรือมาช้าเกินรักษาไม่ทัน แต่ถ้าขนาด อยู่กับหมอแล้ว ยังรักษาให้ตายด้วยคำว่า่ นิจฉัยพลาด มึงสมควรติดคุกเหอะว่ะ

    ไม่ได้ครับ หมอในประเทศไม่พอ = =
    หมอเฉพาะทางเรามีไม่กี่คน ถ้าทำแบบที่คุณว่า คือเอาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจ ต่อให้หมอไม่ต้องนอน ไม่ต้องกิน ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน เป็นอมตะ
    ก็ตรวจไม่ทัน(ต่อให้นาทีล่ะ 1 คนเลย)
    ขึ้นอยู่กับเส้นคุณว่าใหญ่พอรึเป่า
    หรือไม่ก็ ไปคิดค้นเครื่องจักรที่ตรวจอาการพื้นฐานได้เหมือนหมอ แล้วใช้แทนหมอแม่งเลย รับรองทัน
    ไม่ทัน แปลว่ารัฐบาลแม่งคอรับชั่น – -

    หมอไม่พอไม่มี แปลว่ามึงจะยืนยัน รักษาทั้งที่มึงรักษาไม่ได้เหรอสาดด ซื้อปริญญามารึเปล่าวะ นี่
    มึงจะห่วงคนไข้ไว้ทำไม ว่ะ รึกลัวเสียชื่อ รพ.มึงไม่มีหมอว่างพอก็ส่ง รพ.อื่นที่ เค้ามีสักยภาพพอสิว่ะ ไม่ก็แจ้งญาติเค้า ว่าึ รพ.มึงรักษาไม่ได้ ต้องส่งไป รพ.นี้ นั้นก็ว่าไป ไม่ใช่มาอ้างว่าหมอไม่พอ แล้วทู่ซี้ รักษาเค้าแบบไม่รู้ ตามดีตามเกิดเหรอวะ
    เรื่องเส้น เรื่องเงิน ให้ญาติเค้าตัดสินเอง ว่าเค้าจ่ายได้มั้ย มึงไม่ต้องไปคิดแทนรักษา แล้วมาอ้าง “วินิจฉัยพลาด เพราะหมอไม่พอ”

    อยากจะบอกว่า จนกว่าคนไข้จะตาย แล้วชันสูตรศพเท่านั้น หมอถึงจะรู้ว่ารักษาได้หรือไม่ได้(แต่ถ้าเป็นมะเร็ง อันนี้อีกเรื่อง)

    แล้วก็ อยากจะบอกไรไว้อย่างนะครับ ต้องให้รักษาได้ เค้าก็ไม่อยากรักษากันหรอก เดี๋ยวตายมางานเข้า ผมไปถามหมอหลายๆคน เค้ายังบอกเลย คนไข้เข้ามาปั้บ ถ้าอาการหนัก ส่งต่อทันที เดี๋ยวมาตายในมือเราแล้วจะซวย (ส่งต่อที่ว่า คือส่งไปโรงบาลอื่นอะนะ)

    แล้วผมไม่ได้พูดถึงเรื่องรักษาได้หรือไม่ได้เลย(คนไข้ปวดท้องมา ใครๆก็รักษาได้) แต่ที่อยากจะพูดคือวินิฉัยผิดครับ รักษาอะ มันง่ายนะ วินิฉัยยากกว่า

    แล้วคนบ้าๆมันก็เยอะ เช่น ปวดหัวมา 3 เดือน พึ่งมาหาหมอ แล้วเสือกบอกว่าพึ่งปวดเมื่อวาน = = (กลัวยาแพง)

    สุดท้าย เลือดออกในสมอง ไม่รอด

    กับพวก เป็นหวัดมา 2 วัน หายใจไม่ออก(อายุ 18) พ่อแม่กลัวเป็นมะเร็งปอด(ไม่ได้สูบบุหรี่) ขอตรวจอะไรแบบนี้ = =

    ปล. รักษาคนไข้อะ ถ้าไม่ผ่าตัด ให้เด็กป.2 รักษายังได้เลยครับ ไม่ต้องมีหมอก็รักษาได้(เอายากรอกปาก) แต่วินิฉัยโรคอะ หมอจบปริญญาเอก 20 สาขา พูดได้ 16 ภาษา อ่านหนังสือแพทย์ครบทุกเล่มในโลก มันยังวินิฉัยผิดเลย

    ปล2. ไม่มีหมอคนไหน หวง คนไข้ครับ มีแต่เป็นห่วง ผมว่า ทุกคนในโลกน่าจะคิดเหมือนกันหมดนะครับว่า “ถ้าไม่มีใครป่วยเลย จะดีที่สุด”

    เอางี้นะ ไอ่ที่บอกว่าใครๆก็มีสิทธิ์พลาดซักครั้งอ่ะ ถ้ามรึงกะลังเดินทางขึ้นเครื่องบินอ่ะ ถามใจตัวเองดูว่ามรึงอยากได้ยินคำนี้จากปากกัปตันขับเครื่องบินมั้ยวะ? กรูรู้ว่าคนเรามันพลาดกันได้ เมื่อรู้ว่ามีโอกาสพลาดก็ต้องเตรียมตัวไว้สิวะ มนุษย์ต่างจากสัตว์เพราะเราสามารถคิดทำอะไรล่วงหน้าได้ ไอ้ที่เรียกว่า”การวางแผน”อ่ะ เก็ตมะ?

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
  • wvhgsuhp:

    ซึนว่ะ wrote:

    kidserge wrote:

    เอางี้นะ ไอ่ที่บอกว่าใครๆก็มีสิทธิ์พลาดซักครั้งอ่ะ ถ้ามรึงกะลังเดินทางขึ้นเครื่องบินอ่ะ ถามใจตัวเองดูว่ามรึงอยากได้ยินคำนี้จากปากกัปตันขับเครื่องบินมั้ยวะ? กรูรู้ว่าคนเรามันพลาดกันได้ เมื่อรู้ว่ามีโอกาสพลาดก็ต้องเตรียมตัวไว้สิวะ มนุษย์ต่างจากสัตว์เพราะเราสามารถคิดทำอะไรล่วงหน้าได้ ไอ้ที่เรียกว่า”การวางแผน”อ่ะ เก็ตมะ?

    กุว่า เมิงไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องไปรพ.ง่ายสุดว่ะ อย่าลืมห้ามญาติเมิงไปหาหมอด้วยล่ะ
    นอนตายอยู่บ้าน รักษากันเองดีสุดแล้วว่ะ

    หมอทีไม่เคยพลาด มีแต่หมอทีไม่เคยตรวจคนไข้เท่านั้นแหละ
    อย่าไปเทียบกับอาชีพทีพลาดครั้งเดี่ยวแล้วตายสิว่ะ :o :o :o

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
  • H.:

    wvhgsuhp wrote:

    ซึนว่ะ wrote:
    kidserge wrote:
    เอางี้นะ ไอ่ที่บอกว่าใครๆก็มีสิทธิ์พลาดซักครั้งอ่ะ ถ้ามรึงกะลังเดินทางขึ้นเครื่องบินอ่ะ ถามใจตัวเองดูว่ามรึงอยากได้ยินคำนี้จากปากกัปตันขับเครื่องบินมั้ยวะ? กรูรู้ว่าคนเรามันพลาดกันได้ เมื่อรู้ว่ามีโอกาสพลาดก็ต้องเตรียมตัวไว้สิวะ มนุษย์ต่างจากสัตว์เพราะเราสามารถคิดทำอะไรล่วงหน้าได้ ไอ้ที่เรียกว่า”การวางแผน”อ่ะ เก็ตมะ?
    กุว่า เมิงไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องไปรพ.ง่ายสุดว่ะ อย่าลืมห้ามญาติเมิงไปหาหมอด้วยล่ะ
    นอนตายอยู่บ้าน รักษากันเองดีสุดแล้วว่ะ
    หมอทีไม่เคยพลาด มีแต่หมอทีไม่เคยตรวจคนไข้เท่านั้นแหละ
    อย่าไปเทียบกับอาชีพทีพลาดครั้งเดี่ยวแล้วตายสิว่ะ

    ตรรกะแบบนี้เอาไปใช้กับคนที่บ้านมึงเถอะ
    ทุกคนพลาดได้หนะใช้ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะหละหลวมละเลยกับข้อผิดพลาด
    กลับกัน ต้องเตรียมตัววางแผนให้เกิดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงจะถูก

    ไม่ว่าจะมือไหม่มือเก่า สิ่งที่ควรทำคือทำให้ดี ผิดพลาดน้อยที่สุด

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 1
  • mae:

    จริง ๆ เราก็เข้าใจความรู้สึกเจ้าของกระทู้นะ เพราะว่าเคยโดนมาก่อน ตอนนั้นปกติจะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนเพราะว่าไม่อยากรอนาน แต่ว่าวันนั้นรถติดมากเลยให้ taxi ไปส่งที่โรงพยาบาลรัฐใกล้ ๆ ไปตั้งแต่ตอน 6 โมงเช้า ปวดท้องมาก รอจน 9 โมงก็ยังไม่ได้ตรวจ แต่ว่าเดินไปไหนไม่ไหวแล้ว พอดีมีหมอคนนึงท่าทางเหมือนกระเทยบอกว่าให้ไปตรวจปัสสาวะ เขาถามว่าเดินเข้าห้องน้ำไหวไหม เราก็ตอบว่าไม่ไหว เขาบอกว่างั้นก็ฉี่ตรงนี้เลยเดี๋ยวเอาผ้ามากันให้ เราก็น่ะ ทำไม่ได้เพราะว่าอายและคนเยอะมาก เลยบอกหมอว่าเดี๋ยวแข็งใจไปเข้าห้องน้ำดีกว่า รู้ไหมเขาพูดว่าไง เขาบอกว่าตอแหลจริง ๆ ตอนแรกบอกเดินไม่ได้ แล้วเขาก็มาบอกว่าเดี๋ยวเอาปัสสาวะไปตรวจก่อนว่าท้องหรือเปล่า เราก็งง ว่ามันเกี่ยวอะไรกับท้อง เขาบอกว่าเนี่ยเด็กทำแท้งเยอะแล้วมาปวดท้องน้อยแบบนี้ เราก็อยากจะเถียงว่ามันไม่จริงเราไม่ได้ไปทำแท้ง แล้วหมอกับนศ แพทย์ก็มากดท้องเรากันใหญ่แล้วปวดมาก เขาก็บอกว่าทำไมต้องร้องด้วย สักพักบอกว่าเนี่ยท้องนอกมดลูก เราก็ตาค้างบอกว่าไม่จริง คุณตรวจปัสสาวะน่าจะรู้ว่าไม่ได้ท้อง หมอก็เงียบ เขาโทรไปแจ้งแม่เรา พอแม่เราว่าก็บอกว่าไม่มีอะไรลูกสาวคุณท้องนอกมดลูก แม่เราก็ช็อคไปเลย เราก็ปากพะงาบ ๆ ว่า ไม่จริง หมอบอกว่าต้องผ่าตัด แม่บอกว่าถ้างั้นย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนที่เคยไปบ่อย ๆ รถพยาบาลก็มารับ หมอที่นั้นกดท้องสองสามที ถามอาการนิดหน่อยก็บอกว่า เออใส้ติ่งอักเสบเดี๋ยวเข้าห้องผ่าตัดเลย เฮ้อ…ยังดีที่ดวงดีไม่งั้นตายแน่ ๆ เข้าใจ จกท เลย

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0

Leave a Reply

Pages: Prev 1 2 3 4
DVDr2u COPYDVD Photobucket Photobucket
เคมีภันฑ์" Photobucket Photobucket