ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

คนเป็นหมอวัดกันด้วยอะไร?

 photo FIFA Garena  photo BeeTalk Garena
 photo PB Garena

เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องสวนลุมมีอมยิ้มชื่อ “หนุ่มเหน่อ” มาตั้งกระทู้ถามชาวสวนลุมว่าคุณสมบัติของหมอมันวัดกันยังไง?

จากนั้น จขกท ก็เล่าเรื่องของแม่เขาที่เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งตับอ่อนเมื่อไม่นานมานี้ แอดมินก็ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เรื่องที่ จขกท เล่าก็ประมาณว่าแม่ของเขามีอาการปวดจุกแน่นท้อง ไปรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งนึง

ในเบื้องต้นแพทย์วินิจฉยว่าเป็นโรคกระเพาะ ให้ยาโรคกระเพาะมาทาน อาการทุเลาบางส่วน แต่ไม่นานก็มีอาการเหมือนเดิมอีก

พอไปรักษาที่ รพ เดิมก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะเหมือนเดิม รักษาอยู่อย่างนั้นมาเกือบปีก็ไม่หายซักที

:cry: พอเปลี่ยนไปรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งนึงแถวลาดหญ้าก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะเหมือนกัน

แต่ต่อมาแม่ของ จขกท มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแรก

ตัวอย่างภาพอาการตาเหลืองครับผม

จขกท เล่าว่าแม่ของเขาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์เลยพอรู้อยู่บ้างว่าอาการแบบนี้มันน่าจะเกี่ยวกับตับหรือท่อน้ำดี

ก็เลยบอกแพทย์คนแรกสุดว่าน่าจะเกี่ยวกับท่อน้ำดีมั้ง ให้หมอตรวจเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม

แต่แพทย์คนแรกสุดก็ปฎิเสธที่จะตรวจเพิ่มเติมและยืนยันว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารแน่ๆให้กินยาโรคกระเพาะต่อไป

ต่อมาแม่ของ จขกท ได้ไปปรึกษากับแพทย์ที่อนามัยแห่งหนึ่งแถวบ้าน พอซักประวัติตรวจร่างกาย

:sad: ก็สรุปว่ามีอาการตับโตและน่าจะไปตรวจเพิ่มเติมโดยด่วน และผลCT ก็ปรากฏว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน

CT ย่อมาจาก Computered Tomography เป็นการตรวจทางการแพทย์ชนิดนึง

ที่ใช้ xray ถ่ายภาพแล้วเอามาประมวลผลในคอมพิวเตอร์อีกทีนึงเพื่อหาความผิดปรกติภายในร่างกายครับ

;-) ตัวอย่างเครื่อง CT scan ครับ ใครเคยไปตรวจสุขภาพประจำปีตาม รพ.เอกชนน่าจะเคยใช้มาบ้างเนอะ

ทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวแม่ของ จขกท มารับการรักษาต่อที่ศิริราช จากนั้น จขกท ก็ถามชาวสวนลุมว่า

:x ทำไมหมอใน รพ ใหญ่ๆประจำจังหวัดถึงไม่มีปัญญาวินิจฉัยแม่ของเขา แต่แพทย์ที่อนามัยเล็กๆกลับวินิจฉัยได้?

จากนั้นพอแม่ของ จขกท มาถึงศิริราชก็ปรากฏว่าไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะก้อนเนื้องอกใหญ่เกินไป

ทำได้แต่ผ่าตัดเพื่อฝังท่อระบายน้ำดีไว้ให้อาการที่เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำดีลดลงเท่านั้น

ซึ่ง จขกท ก็บอกว่าเขาไม่ตำหนิหมอที่ศิริราช ที่ไม่สามารถรักษาแม่ของเขาได้เพราะอาการหนักเกินเยียวยาแล้ว

:x แต่ระหว่างที่แม่ของเขารักษาตัวที่ศิริราช กลับเกิดเรื่องที่ไม่น่าประทับใจขึ้นกับแม่ของเขา

นั่นคือมีแพทย์เวรหนุ่มๆคนนึง พร้อม นักศึกษาแพทย์สาวๆเดินตามมาเป็นพรวน มาตรวจอาการแม่ของ จขกท

แม่ของ จขกท ก็ถามหมอหนุ่มคนนั้นไปว่ากินน้ำลูกพรุนได้มั้ย? ปรากฏว่าทั้งแพทย์หนุ่มและ นศพ.สาวๆต่างพากันหัวเราะกันยกใหญ่

:?: แม่และ จขกท ก็ไม่เข้าใจว่าหัวเราะกันเรื่องอะไร แม่ของกรูตั้งแต่ออกจากห้องผ่าตัดมายังไม่ได้กินอะไรเลยซักคำ

แม่เขาก็แค่อยากรู้ว่ากินน้ำลูกพรุนแล้วจะมีผลเสียกับร่างกายมั้ย ทำไมต้องมาหัวเราะเยาะกันด้วย!?

:???:  จะบอกให้รู้ว่าถ้าวันนั้นกรูคุมสติไม่อยู่ กรูคงเตะก้านคอไอ้แพทย์หนุ่มคนนั้นต่อหน้า นศพ.ที่เดินตามมันเป็นพรวนแล้ว!!

และสุดท้ายแม่ของ จขกท ก็เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2553 ด้วยโรคมะเร็งที่ตับอ่อน

แล้วจขกท ก็ถามชาวสวนลุมว่ามันใช้มาตรฐานใดชี้วัดว่าคนไหนสมควรจะเป็นหมอ?

และหมอที่ทนทู่ซี้รักษาโรคกระเพาะของแม่เขามาเป็นปีก็ยังไม่ฉุกคิดว่ามันอาจจะมีโรคอื่นแฝงอยู่เนี่ย มึงจบมาได้ยังไง?

:o ปริญาแพทย์ศาสตร์บัณฑิตที่มึงได้มาน่ะ เอาไปพับถุงกล้วยแขกหรือรองขี้หมาจะดีกว่ามั้ยวะ!?

และสุดท้าย จขกท ก็บอกว่าที่เขามาตั้งกระทู้นี้ไม่ได้จงใจจะเหมารวมตำหนิแพทย์ทั้งหมด เขาเข้าใจว่าแพทย์ดีๆก็มี

:sad: แต่โชคร้ายที่แพทย์ที่ จขกท พาแม่ของเขาไปรักษากลับเป็นแพทย์ที่ไร้คุณภาพ!!

;-) พักเบรคมาดูกระบวนการการรักษาโรคกระเพาะกันซักครู่ก่อนจะกลับไปอ่านดราม่ากันต่อนะครับ

ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดแน่นหรือปวดแสบใต้ลิ้นปี่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร จะสงสัยว่าเป็นโรคกระเพาะ

ให้การรักษาโดยให้ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร แต่ถ้ารักษาแล้วปรากฏว่าอาการไม่ดีขึ้น

หรือมีสัญญาณอันตรายที่บอกว่าผู้ป่วยอาจมีความเสี่ยงของมะเร็งในทางเดินอาหาร เช่น

การกลืนลำบาก มีอาการถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ควรส่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมต่อไป เช่นการส่องกล้องดูในทางเดินอาหารเป็นต้น

ใครสนใจสามารถไปอ่านข้อมูลเต็มๆได้จากแนวทางการรักษาโรคกระเพาะ จากสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยครับ

http://www.gastrothai.net/file/Guideline%20dyspepsia%20and%20Helicobacter%20pylori%202010.pdf

ย้อนกลับมาที่กระทุ้เดิมกันต่อ ชาวสวนลุมก็มาแสดงความเห็นกัน ส่วนมากก็แสดงความเห็นใจ จขกท

บางคนก็ตำหนิแพทย์คนแรกสุดที่ให้การรักษากับแม่ของ จขกท และบางคนก็มาแชร์ประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจจากการใช้บริการทางการแพทย์

ต่อมาอมยิ้มชื่อ “Mdiic” ก็มาบอก จขกท ว่าโรคมะเร็งตับอ่อนเนี่ยถ้ามีอาการตัวเหลืองตาเหลือง

มักเป็นระยะท้ายๆของโรคที่คนไข้ 80-90%มีอัตราการอยู่รอดไม่ถึงหนึ่งปี ต่อให้ทำ CT ตั้งแต่ระยะแรกๆก็ใช่ว่าจะเจอ

:shock: หรือต่อให้เจอก็ใช่ว่าจะผ่าตัดรักษาได้ทุกราย แถมการผ่าตัดรักษาโรคนี้ก็โหดมากจนบางคนทนรับการผ่าตัดไม่ไหวก็มี

แล้วนาย Mdiic ก็สรุปว่าฟังจากที่ จขกท เล่ามา หมอคนแรกนั่นไม่ได้วินิจฉัยผิดว่ะ

:lol: แม่ของ จขกท น่าจะเป็นโรคกระเพาะนั่นล่ะ เพราะถ้าเป็นมะเร็งตั้งแต่ตอนนั้นก็คงเสียไปตั้งแต่ปี 52 แล้วคงไม่ลากยาวมาจนถึงเมื่อเร็วๆนี้หรอก

แต่ดูที่จขกทพูดด้วยอารมณ์หลายๆประเด็นน่าจะเกิดจากความโกรธเพราะไม่เข้าใจการกระทำของแพทย์

ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าอธิบายไป จขกท จะเข้าใจมั้ย แต่ถ้าอธิบายไปก็ป่วยการ กรูว่าปล่อยให้ จขกท ด่าหมอต่อไปก็ดีเหมือนกัน

:o บัตรผ่านอีกคนใช้ชื่อว่า นพ. (นายแพทย์) ก็บอกว่ากระทู้นี้มันเต็มไปด้วยอคติชัดๆ

ปากของ จขกท ก็บอกว่าด่าเฉพาะหมอไม่ดี ไม่ได้ด่าหมอดีๆ แต่ถ้าหมอคนไหนไม่เห็นด้วยกับ จขกท

กูมั่นใจเลยว่าพวกเอ็งต้องตราหน้าหมอคนนั้นว่าเป็นคนเลว คนชั่วช้าบัดซบแน่ๆ

:sad: เอ็งรู้มั้ยว่ากระทู้แบบนี้มันทำให้หมอดีๆที่ตั้งใจทำงานมาตลอดชีวิตอ่อนใจและหมดเรี่ยวหมดแรง

แล้วรู้มั้ยว่าวันๆนึงมีคนไข้ปวดกระเพาะกี่หมื่นกี่แสนคน และถ้าคนไข้ที่มีอาการปวดท้องแบบแม่ของเอ็งต้อง CT scam ทุกคน

เอ็งคิดว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่า CT scan ให้!? หรือจะให้หมอเป็นคนออกตังค์ค่า CT scan ให้วะ?

กรูก็เข้าใจนะว่าเอ็งกำลังเสียใจที่ต้องเสียแม่ไป แต่หมอเป็นคนทำให้แม่เอ็งเป็นมะเร็งเรอะ?

และหมอเขาก็รักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างมันก็ทำให้เรามีปัญญาทำได้แค่นี้

:mrgreen: ถ้าวันนึงเอ็งได้จับผลัดจับพลูเป็นหมอขึ้นมา เอ็งก็จะเข้าใจเองว่าหัวอกของคนเป็นหมอมันเป็นยังไง!?

:arrow: จขกท ก็ตอบนาย Mdiic ที่วินิจฉัยให้แม่ จขกท เสร็จสรรพว่าช่วงปี 52 อาการปวดท้องนั้น

เกิดจากโรคกระเพาะไม่ได้เกิดจากมะเร็งตับอ่อนแหงมๆ ซึ่งแปลว่าหมอคนแรกก็ไม่ได้วินิจฉัยผิด

จขกท ก็บอกว่าเพราะหมออย่างมึงสรุปอาการของแม่กรูง่ายๆชุ่ยๆอย่างนี้ไง แม่กรูถึงมารู้ว่าเป็นมะเร็งตอนตัวเหลืองตาเหลืองแล้ว

:x แปลว่าพวกเอ็งจะต้องรอให้คนป่วยมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองใกล้เท่งทึงแบบแม่กรูก่อนใช้มั้ย ถึงจะวินิจฉัยว่าเขาเป็นมะเร็ง!!

แล้ว จขกท ก็ตอบบัตรผ่าน นพ. กลับไปว่ามึงอ่านกระทู้ดีรึยังเนี่ยว่าแม่กรูเป็นข้าราชการครู สามารถเบิกได้ แล้วทำไมจะทำ CT ไม่ได้?

:o และถ้าหมออย่างเอ็งอ่อนเพลียละเหี่ยใจเพราะกระทู้แบบนี้นักก็ลาออกไปสิวะจะทนทู่ซี้อยู่เป็นหมอทำไม ไอ้นายแพทย์อีแอบเอ๊ย!!

:evil: บัตรผ่าน นพ. ก็สงสัยจะลืมไปว่าตัวเองยังใช้บัตรผ่านอันเดิมอยู่ เปลี่ยนชื่อเป็น “เออ”

เข้ามาปกป้องบัตรผ่าน นพ. (ซึ่งก็คือตัวมึงเองนั่นล่ะ) ว่า นพ. เขาไม่ได้หมายถึงแม่มึงนะ

แต่หมายถึงคนไข้ทั้งหมดทั่วประเทศไทยที่มีอาการปวดท้องเหมือนโรคกระเพาะ เอ็งจะให้เขา CT scan ให้หมดเลยเรอะ!?

คนที่อ่านไกระทู้ไม่ดีน่ะไม่ใช่บัตรผ่าน นพ. หรอกแต่เป็นมึงต่างหากไอ้ จขกท แอบจิตที่มีแต่ความเคียดแค้นหมออยู่เต็มหัวใจ!!

:???: แม่มึงเป็นข้าราชการแล้วไงวะ จะให้ตรวจคนไข้คนอื่นนาทีนึง ตรวจแม่มึงสามสิบนาทึรึยังไง?

แบ้วเอ็งบอกว่าให้ CT scan ไปเลยเพราะเบิกได้แม่เอ็งเป้นข้าราชการ ถามหน่อยว่าตังค์ที่จ่ายค่า CT น่ะ

มันตังค์ของแม่เอ็งหรือว่าเป็นภาษีของประชาชนทั้งประเทศกันแน่!!

และกรูเชื่อว่านาย นพ. (ซึ่งก็คือตัวมึงเองนั่นล่ะ) คงจะยินดีเป็นหมอต่อไป เพราะว่าคนไข้ส่วนใหญ่ไม่โวยวายอย่างมึง!!

:mrgreen: ยังมีคนที่รอให้หมออย่างเขาไปตรวจอีกตั้งเยอะแยะ แล้วจะมาใส่ใจกับไอ้พวกโวยวายด่าหมออย่างมึงที่มีไม่ถึง 0.1%ไปทำไม!?

:???: อมยิ้มชื่อ Umiki ก็เข้ามาช่วยยืนยันว่าโรคมะเร็งตับมันตรวจยากตรวจเย็นจริงๆนะโว้ย

และการที่เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นข้าราชการมีสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาได้เต็มอัตราอย่างนี้ไงเล่า

ประเทศชาติมันถึงได้ฉิบหายวายป่วง เงินคงคลังติดตัวแดงอยู่จนถึงบัดนี้!!

:mrgreen: ถ้าเอ็งอยากได้สิทธิในการรักษาที่พิเศษกว่าชาวบ้านชาวช่องนัก ก็ควักกระเป๋าจ่ายตังค์เองดิวะ!!

ก็รู้นะว่าเอ็งแค้นหมอที่วินิจฉัยแม่ของเอ็งไม่ได้ แต่อาการของมะเร็งตับอ่อนเนี่มันคลุมเคลือมาก

ไม่เชื่อมึงลองไปอ่านดูในเว็บฝรั่งดู เขาก็เขียนไว้ชัดๆว่ามักตรวจพบตอนเป็นระยะท้ายๆแล้วเท่านั้น

แต่เอ็งกลับมากล่าวหาแพทย์คนที่ดูแลแม่ของเอ็งคนแรกว่าวินิจฉัยผิด ก็ไม่เห็นแปลกเลยที่จะมีหมอมารุมด่าเอ็ง!!

:???: และต่อให้เอ็งโกรธแค้นหมอที่แม่ของเอ็งต้องเสียชีวิต แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้เอ็งมีสิทธิมากล่าวหาหมอมั่วๆซั่วๆนะเว้ย!!

:cry: เอิ่ม ถ้าจำไม่ผิด จขกท เขาไม่ได้โวยที่ว่าหมอคนแรกวินิจฉัยผิดไม่ใช่เรอะ แต่เขาโวยว่าทำไมถึงได้ทู่ซี้รักษาโรคกระเพาะอยู่ได้ตั้งปี

โดยไม่ฉุกคิดว่ามันอาจจะมีโรคอื่นที่เป็นสาเหตุของอาการปวดท้องเรื้อรัง

แล้วนาย Umiki ก็บอกว่าถ้าจะให้ CT scan คนไข้ทุกเคสที่มีอาการแบบแม่ของ จขกท

แปลว่าต้องส่ง CT scan คนไข้ที่ปวดกระเพาะพันคน เป็นเงินคนละ7000 บาท

:evil: รวมๆก็ราวๆเจ็ดล้านพอดีเพื่อที่จะพบผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนเพียงแค่หนึ่งคน!!

แล้วถามหน่อยเหอะว่าเงินเจ็ดล้านนี้มันคุ้มมั้ยกับการวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนในคนไข้แค่คนเดียว ที่อย่างมากก็อยู่ได้อีกแค่หนึ่งปี!!

หรือเอาง่ายๆ ถ้าเอ็งต้องจ่ายให้หมอเดือนละล้าน เพื่อยืดชีวิตแม่ของเอ็งออกไปอีกทีละเดือนๆ

:twisted: รวม 7 เดือน ก็ 7 ล้านพอดี ถามหน่อยว่าเอ็งจะยอมจ่ายเงินก้อนนี้มั้ยวะ!!

:x จขกท ก็ตอบนาย Umiki กลับไปว่ากรูมาตั้งกระทู้นี้เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมหมอถึงวินิจฉัยอาการของแม่กรูชักช้านักก็เท่านั้น!!

แล้วเอ็งเอาชีวิตของแม่กรูมาตีค่าเป็นเงินได้ยังไง ลองให้เรื่องบัดซบนี้เกิดขึ้นกับเอ็งดูบ้างมั้ย จะได้เข้าใจหัวอกของกรูมั่ง!!

:mrgreen: นาย Umiki ก็ตอกกลับว่าก็เอ็งโวยหมอที่วินิจฉัยช้าไม่ใช่เรอะ กรูก็เสนอให้ทำ CT scan ไปเลยไงจะได้วินิจฉัยได้ไวที่สุด

และก็อย่างที่กรูคำนวนไว้ว่ามันต้องใช้เงิน 7 ล้านบาท เพื่อวินิจฉัยโรคนี้หนึ่งคนจากประชากรหนึ่งพันคนไงเล่า!!

จากนั้นชาวสวนลุมก็ถกเถียงกันอย่างเมามันส์ บ้างก็เข้าข้างหมอสุดลิ่มทิ่มประตู บ้างก็ตำหนิหมออย่างดุเดือดเลือดพล่าน

ความเห็นของนาย Umiki ที่บอกว่าถ้าจะให้ CT scan คนไข้ทุกคนเพื่อหามะเร็งตับอ่อนหนึ่งคนจากคนไข้พันคนมันสิ้นเปลืองเกินไป

อันนี้ก็เป็นเรื่องจริง และปัจจุบันเรามีการตรวจคัดกรองมะเร็งในคนจำนวนมากที่มีประสิทธิภาพเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น

เช่นการตรวจมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น แต่ประเด็นที่ จขกท ไม่พอใจคือทำไมถึงรักษาโรคกระเพาะอยู่ได้ร่วมปี

ทั้งที่พอรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็น่าจะตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมเช่นส่องไปส่องกล้องในทางเดินอาหารแล้วไม่ใช่เหรอ

:shock: และแอดมินคิดว่ากระทู้แบบนี้คงไม่ทำให้หมอที่ดีหมดกำลังใจที่จะทำงานหรอกมั้ง

แต่คงจะเก็บเอาประเด็นที่ จขกท ไม่พอใจที่มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยเช่นเรื่องที่คนไข้ถามว่ากินน้ำลูกพรุนได้มั้ย

แล้วหมอก็หัวเราะกันเอิ้กอ้าง จน จขกท แทบจะกระโดดเตะก้านคอหมอ เพื่อเอาไปปรับปรุงการให้บริการมากกว่ามั้ง

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร คุณจะยอมจ่ายเดือนละล้านเพื่อยืดชีวิตคนที่คุณรักเดือนต่อเดือนมั้ย?

;-) จงตามไปเสพและพิจารณาในกระทู้นี้โดยพลัน!!

คุณสมบัติของหมอวัดกันตรงไหนครับ….?

http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L10226707/L10226707.html

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Expert Pgmming  photo banner200sell_zps244b34f7.jpg
 photo Ads
 
Comments
101

ไม่เหมือน dr.k เนาะ บางรายเห็นอะไรมีพิรุธ dr.k จับตรวจหมด คนไข้ไม่รักษา dr.k บังคับเลย :?:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 66 Thumb down 0
ตีกันเข้าไป กรูชอบ
102

รอบดึก :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 6
ตีกันเข้าไป กรูชอบ
103

อืม อ่านจากต้นเรื่อง แล้ว มาอ่านคอมเมนต์ในนี้ต่อ ก็เก็ตละ ว่า หมอเนี่ย แตะไม่ได้จริงๆแฮะ :twisted:

หมอดีทำดีอยู่แล้วก็ไม่มีใครเค้าว่าหรอก ออกมาแก้อะไรก็เปลี่ยนความคิดคนที่เค้าเชื่อไม่ได้หรอก ;-)

ถ้าลองออกมามองจากมุมอื่น (ลองไปดูดราม่าวงการอื่นนะ ที่เค้าออกมาพูดแก้กัน) จะพบว่ายิ่งแก้ตัว ยิ่งมีคนไม่พอใจ :smile:

ขอโทษหรือเก็บเอาข้อคิดไปปรับปรุง จะลด ความดราม่าลงได้เยอะ (ได้ประโยชน์กว่าด้วย) แก้ตัวยิ่งเหมือนเอาน้ำมันไปราด :mrgreen:

เข้าใจว่าหมอก็เป็นมนุษย์ มีพลาดกันได้

แต่ ถ้าเป็นมนุษย์ ก็ต้องรู้จัก ปรับปรุง แก้ไข และรู้ว่าตัวเองก็ผิดเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าใครก็แตะวิจารณ์ไม่ได้ ข้าถูกเสมอ

แล้วอย่างนี้ไม่ให้คนอื่นคิดว่า พวกหมอคิดว่าตัวเองเป็นเทพได้ไงล่ะ (ไม่ได้ว่าหมอทุกคนนะ เอ้อ :oops: )

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 119 Thumb down 7
104

เดี๋ยวมันจะลามไป พรบ.แพทย์ อันใหม่รึเปล่าหว่า

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 5
105

ผิดก็ต้องยอมรับ
แต่ถ้าไม่ผิดก็ต้องแก้ตัวสิครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 1
แมวอมบ้อง
106

เฮ้อ….. อันนี้ไม่ขอวิจารณ์ แต่ความจริงอย่างนึงคือ

“การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ”

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 57 Thumb down 1
107

ง่ายๆครับ ถ้าอยากได้รับการรักษาดีๆ หาคนในครอบครัวสักคน ให้เป็นหมอ = =

แล้วคุณจะได้รับปฏิบัติเยี่ยงอภิสิทธิชน ในโรงบาลที่เค้าทำงานอยู่

หกล้ม ไป CT ทันที

พอดีเส้นคุณไม่ใหญ่พอ

แล้วหมอเค้าก็ไม่มีปัญญามาตรวจทุกคน แล้วถ้าวินิฉัยใหม่ แล้วผิดขึ้นมา หมองานเข้าครับ

ปกติ เค้าไม่เปลี่ยนคำวินิฉัยกันหรอก ใครว่าไงก็ว่าตาม หมอไทยก็งี้เลย

ตัวเองรอดไว้ก่อน =w=

ปล.ไม่ได้ว่าใครนะครับ เพราะทุกคนย่อมเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องธรรมดา มนุษยธรรม มันก็แค่เรื่องน่าสมเพช ที่ขี้แพ้เท่านั้นจะยึดถือ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 113 Thumb down 6
กาปู๋อยู่ในเข่ง
108

หมอเทพพพพพพ :idea: :idea: :idea:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 21
109

กำลัง งง ว่า หมอหัวเราะเรื่องน้ำลูกพรุนเพราะอะไร
อันนี้ผมมว่ามีลับลมคมไหนอ่ะจ่า
เพราะผมเองยังไงก็ไม่มีทางหัวเราะเรื่องนี้ หรือ อย่างน้อยก็ต้องบอกแหละว่าได้หรือไม่ได้

ถ้าหัวเราะเฉยๆทั้งกลุ่มด้วย นี่บ้าไปแล้ว

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 76 Thumb down 1
110

อ้าวไปหาหมอก็เพื่อให้วิเคราะห์โรคและรักษาโรคให้ถูกไม่ใช่หรือ
ถ้าปวดท้องอาการเหมือนกระเพาะ ไปครั้งแรกหมอว่ากระเพาะก็แล้วไป
นี่ไปหลายครั้งนะ แบบนี้กุคิดว่ากระเพาะ อยู่บ้านกินยาเองแต่แรกจะดีกว่ามั้ย :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 19 Thumb down 1
ใจเย็นๆ
111

MakeMeMelt wrote:

7 ล้าน น่ะ มันตังพวกกรู ประชาชนตาดำๆ ไม่ใช่ตังมาร์ค เคยถามมั่งมั้ยว่ากรูยอมให้เอาไปใช้อะไร ระหว่างช่วยชีวิตคน 1 ใน 1000 กับเอาไปสร้างรัฐสภาราคาเป็นร้อยๆล้าน ให้พวกเหี้ยสันดานหมามันอยู่…
มรึงคิดได้แค่นี้ ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าคนอีกหรอวะ สาดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เอ่อ…นี่หมายถึงแค่ 1000 คนนะครับ…

คนไข้ปวดท้องจริงๆเท่าไหร่…

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 15 Thumb down 1
112

ผมว่าผิดที่อาการตาเหลืองแสดงออกมา
แล้วยังวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอย่างเดิม
โดยไม่ตรวจเพิ่มเนี้ย มันผิดตรงเนี้ย

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 94 Thumb down 0
ปลาร้าอลาสก้า
113

ถ้าผมโดนหมอวินิจฉัยให้เป็นโรคกระเพาะ 1 ปีเต็ม ผมคงจ่ายเงินตรวจร่างกายทุกส่วนแล้วล่ะ
ว่าผมเป็นโรคอะไรกันแน่

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 20 Thumb down 0
114

หมอ(ย)เดี๋ยวนี้ทำงานแบบนี้แล้วหรอวะ ทำให้จบไปวันๆไป รับเงินเดือน ได้เยอะด้วยนะ ชิบหาย :?:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 7
115

^_^

ผมก็อยากเป็นหมอเหมือนกัน

แต่ไม่รู้ชะตาชีวิตตัวเองในอนาคตเลย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 6
สลัดผัก
116

เอาชีวิตคนมาตีค่าเป็นเงิน ส้นตีนเถอะครับ :o

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 44 Thumb down 2
ปลาทูซาซิมิ
117

อืม…จริงๆอ่านดราม่านี้อิปลาทูคิดถึงเคสพ่อตัวเองว่ะ

พ่ออิปลาทูเป็นเบาหวานอ่อนๆ(ระดับน้ำตาลไม่มาก)และไม่เคยมีอาการของโรคความดัน(สุขภาพแข็งแรงมาก ออกกำลังกายทุกวัน)
แต่อยู่ดีๆวันนึงพ่ออิปลาทูเกิดทรุดขึ้นมา พอพาไปหาหมอที่รักษาอยู่ประจำก็บอกว่าเป็นความดันสูง หมอก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ
ของคนเป็นเบาหวานที่จะมีอาการความดันสูงด้วย แล้วให้ยาลดความดัน

ตอนนั้นพอพาพ่อกลับมาบ้านก็ดูแลให้กินยาครบทุกอย่าง ผ่านไปหนึ่งคืนนอกจากอาการไม่ดีขึ้นแล้วยังหนักกว่าเดิมอีกต่างหาก :evil:
คือพ่อเริ่มไข้ขึ้น ความดันก็สูงขึ้นกว่าเดินจนน่าตกใจ(ตอนนั้นจาก140+ กลายเป็น เกือบๆ200ได้)ซึ่งอิปลาทูคิดว่าอันตรายแล้ว
เลยพาไปหาหมอคนเดิมอีกครั้ง

หมอก็ยังยืนยันอีกว่าเป็นอาการปกติของคนเป็นโรคความดันจากเบาหวาน(แต่พ่อกรูไม่เคยเป็นมาก่อนเลยนะ แถมวินัยการดูแล
สุขภาพกรูกับแม่ก็ช่วยกันคุมทุกอย่างด้วย)อิปลาทูพยายามท้วงหมอว่าเป็นไปได้ไหมว่าจะมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดความดันสูง
(ก็ย้ำไปประมาณล้านรอบแล้วว่าพ่อไม่มีอาการความดันมาก่อน อยู่ๆมาทรุดแบบนี้สิน่าแปลก)

หมอก็ยังยืนยันแบบเดิมแล้วก็สั่งยาลดความดันกลับบ้าน เข้าวันที่สาม…คราวนี้พ่อกินข้าวไม่ได้ เดินไม่ได้คุยไม่รู้เรื่อง :sad:
(พ่อกรูไม่เคยหลงๆลืมๆ หรือมีอาการอัลไซเมอร์นะเฮ่ย)กินอะไรก็อ๊วกออกหมด
พอพาไปหาหมอก็ยังยืนยันแบบเดิมอีก อิปลาทูก็พยายมอธิบายว่ามันไม่น่าจะใช่แค่ควมดันแล้วนะ
อิปลาทูเลยบอกว่าขอแอดมิดได้ไหม ช่วยตรวจให้ละเอียดไปเลย ไม่ขอใช้สิทธิ์บัตรทองด้วยจะออกค่าใช้จ่ายเองทุกอย่าง
แต่หมอก็บอกว่าไม่ต้อง… :cry:
แล้วก็สั่งเพิ่มแค่ยาช่วยเรื่องอาการอาเจียน พอกลับไปบ้านรอจนบ่ายอย่าว่าแต่ข้าวเลย
ยาก็กินไม่ได้แล้วมันจะไปดีขึ้นได้ยังไง ทีนี้อิปลาทูเลยตัดสินใจพาพ่อไปโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง
แล้วให้เค้าซักประวัติ ก่อนจะบอกว่าขอแอดมมิดแล้วตรวจให้ละเอียดยิบไปเลย(งานนี้ต่อให้บอกว่าไม่มีอะไรแล้วกรูเสียตังค์ฟรีก็ยอม)

ทีนี้พอตรวจๆไปก็พบว่ามีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ยังไม่พบสาเหตุที่ทำให้พ่อเบลอพูดไม่รู้เรื่อง คุยไม่ได้แบบนี้
แถมความดันก็ไม่มีท่าทีจะลดลงเลยเพราะพอให้ยาไปก็ลดลงได้ครู่เดียวแล้วก็เพิ่มกลับมาอีก แพทย์ทางระบบประสาท
ก็มาเช็คดูบอกว่าอย่างนี้อาจจะมีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับสมองก็ได้ และเขาก็ยื่นขอเสนอให้ว่าจะเอ็กซเรย์(แบบไหนไม่รู้จะไม่ได้)
หรือจะMRI

อิปลาทูก็เลือกMRIไปเลย งานนี้ยอมทุ่มทุกอย่างแล้วปรากฎว่า…………..
พ่อมีอาการเลือดออกในสมอง(มารู้สาเหตุทีหลังว่าพ่อลื่นศีรษะกระแทก แต่เบามากเจ้าตัวเลยคิดว่าไม่มีอะไร
แต่จริงๆแล้วหมอบอกว่าคนที่อายุมากๆพวกเยื่อหุ้มจะบางแล้วจะอยู่ชิดกับกระโหลกมาก การกระแทกเล็กน้อยอาจทำให้เกิดรอยฉีกได้)

หมอที่มาผ่าตัดเป็นแพทย์มาจากรามา(แบบว่าแทบอยากกราบกรานอาจารย์แพทย์ท่านนี้ซักล้านครั้งจริงๆ)
ก็ยังบอกเลยว่าเคสนี้ค่อนข้างอันตรายเพราะปล่อยไว้หลายวันกว่าจะรู้สาเหตุ(ก็แน่ล่ะเลือดแข็งเป็นก้อนไปกดทับสมองขนาดนั้น)
ถ้าปล่อยไว้นานกว่านั้นอีกแค่วันเดียวอิปลาทูคงเสียพ่อไปแล้ว แถมไม่รู้ว่าผ่าไปแล้วอาจจะเกิดอาการอัมพาตหรืออาการทางสมอง
อื่นๆหรือเปล่า

แต่โชคดีมากที่ผ่าตัดออกมาพ่อของอิปลาทูหาย อาการเป็นปกติทุกอย่าง(มีแค่กระโหลกที่ถูกเจาะออกไปเพื่อขูดเลือดออก
ที่ต้องไปทำกระโหลกเทียมมาใส่)

ก็บอกแล้วว่าพ่อกรูแข็งแรงมาก………….เป็นอิปลาทูก็อยากตั้งคำถามกับหมอแบบนี้เหมือนกันแหละ

พวกหมอๆที่ช่วยรักษาอาการพ่ออิปลาทูจนหายสนิทก็บอกนะว่าอาการแบบนี้ตรวจพบยากมาก อย่าไปโทษหมอท่านนั้นเลย
แต่อิปลาทูเคืองว่าคุณเป็นหมอรักษาพ่ออิปลาทูมาตั้งเป็นปี แต่ทำไมเวลาเกิดอาการผิดปกติแบบนี้ไม่ฉุกคิดบ้าง
คือกรูขอแอดมิดเนี่ย ก็ช่วยฟังคำขอร้องกรูหน่อยเหอะ ไม่ใช่บอกว่าไม่เป็นไรๆ
ถ้าพ่ออิปลาทูตายไปใครจะรับผิดชอบล่ะ ไปฟ้องที่ไหนเดี๋ยวก็ต้องปกป้องกันเองอีก

ถึงได้บอกว่าหมอพวกนี้แตะต้องไม่ได้………นะ ก็ลองเล่าให้ฟังกันค่ะ เหมือนที่จขกท. บอกไว้แหละ
ไม่เจอเองกับตัวไมรู้หรอก :arrow:

หมอมีหน้าที่รักษาคนไข้จริง การฟ้องหมอพร่ำเพรื่อก็เป็นเรื่องไม่สมควรจริง(เพราะในบางกรณีมันละเอียดอ่อนมากๆ)
แต่ถ้าเกิดกรณีแบบพ่ออิปลาทูล่ะ ถึงเวลาใครจะมาเยียวยาจิตใจของญาติผู้ป่วย กับผู้ป่วยล่ะ

บ้านอิปลาทูยังมีอันจะกินเลยทำแบบนี้ได้ แล้วคนที่จนๆล่ะเค้าจะทำกันยังไง….

ก็ฝากให้คิดกันนะคะ..ขออภัยที่บ่นซะเยิ่นเย้อ.. :!:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 157 Thumb down 0
118

ผมเองน้องสาวก็เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อนเพราะโรคมเร็ง ผมเองก็พยามปรึกษาน้องชายที่เป็นหมอถึงการตรวจและรักษาเลยได้ความรู้และพอจะเข้าใจหัวอกหมอพอสมควร ไม่มีหมอที่ไหนอยากให้คนไข้ตายหรอกครับ บางคนเฟลถึงกับเลิกเป็นหมอก็มี

ถามว่ารักษาผิดมั้ย ปกติแล้วการตรวจรักษามันจะมีแพทเทิรน์แบบที่จ่าเอามาลงให้ดู ซึ่งไม่น่าจะผิด ปัญหาคือตรวจพบช้า ซึ่งการตรวจพบมะเร็งบางชนิดก็ยาก หรือมักรู้เอาเมื่อสาย อาจะดูว่าหมอบางคนชุ่ยๆตรวจผ่านให้จบไป แต่ถ้าใครไปโรงพยาบาลรัฐคงนึกออกว่าคนไปรอคิวก่อน6โมงคิวยาวเป็นโยชน์ จำนวนแพทย์จำกัด ทำให้ต้องรีบเร่งตรวจ ยิ่งถ้าอาการโรคดันคล้ายอาการโรคทั่วไปการวินิจฉัยก็จะอ้างอิงโรคทั่วไปก่อน

ปัญหาที่น้องผมเล่าให้ฟังปัจจุบันคือขาดกำลังแพทย์ครับ ใครอาจคิดว่าแพทย์นั้นรวยงานสบายขอให้คิดใหม่ น้องผมต้องเข้าตรวจเช้าตั้งแต่ึ7โมง บางวันมีเวรไม่ต้องหลับต้องนอนติดต่อกันถึง2คืน วันหยุดไม่มีเพราะคนไข้ไม่เลือกวันป่วย เพราะงานหนักมากเิงินจึงมากตามแต่ไม่มีเวลาได้ใช้ ไหนจะระบบเอกสารที่ยุ่งยากไม่อำนวยความสะดวกของหมอ สัปดาห์นึงผมมีโอกาสพบหน้าเขาไม่เกินครึ่งวัน นักศึกษาหลายคนสอบติดแต่พอเรียนจริงๆก็ทนลำบากไม่ไหวลาออกไม่ก็จบปุ๊ปก็ไปทำงานอื่น

จริงๆก็อยากแนะนำทุกท่านว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี โดยเฉพาะการตรวจร่างกายประจำปีไม่ควรขาด ยิ่งอายุมากขึ้นก็ต้องตรวจปีละ2ครั้งด้วยซ้ำ ซึ่งในการตรวจจะมีตรวจหามะเร็งบางชนิดซึ่งอาจจะต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถ้าใครมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งแล้วละก็ตรวจไปเถอะครับ มันมีความเสี่ยง บางคนไม่ค่อยสนใจสักแต่ตรวจพื้นฐานให้ผ่านๆไปทั้งๆที่หลายบริษัทมีจัดตรวจฟรีเป็นสวัสดิการ(จ่ายส่วนเพิ่มตรวจพิเศษเอง) และหลายคนพอเห็นตัวเลขเยอะแยะในใบตรวจก็ไม่เข้าใจ แล้วยังไม่สนใจถาม ทั้งๆที่หมอสามารถอธิบายได้ว่าค่าตัวไหนดี ตัวไหนไม่ดี ต้องมีเท่าไหร่ ค่าต่างๆจะขึ้นลงโดยปัจจัยอะไรบ้าง ทั้งๆที่เป็นชีวิตของตัวเองแท้ๆ

ผมไม่รู้จขกท.ว่าอายุเท่าไหร่แต่ก็แนะนำว่าถ้ายังไงควรเริ่มตรวจร่างกายและเอาใจใส่กับสุขภาพมากขึ้นนะครับ เพราะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับผมเหมือนกัน

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 52 Thumb down 2
สมน้ำหน้า
119

ทำไมกูอ่านดราม่านี้แล้วรู้สึกคนเป็นหมอเรียนสูงๆก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการอ่าจจับใจความสูงไปด้วยว่ะ
บ้าเปล่าเขาก็ไม่ได้บอกว่าให้ใช้ CT ตรวจทุกคนซะหน่อยจขกท.เขาบอกว่า “รักษามาตั้ง 1 ปี” ตั้งหากทำไมถึงไม่ใช้ CT :o

ปล.แบบนี้สั่งฟ้องได้ป่ะว่ะ คือข้อหาวินิจฉัยโรคผิดทำให้ถึวชีวิตอ่ะ…(แค่ลองถามดูนะ) :sad:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 48 Thumb down 4
ชะม้อย
120

:!: เออ ถ้าวินิจฉัยโดยแพทย์คนเดียวตลอดเวลา 1 ปีของการรักษา ว่าเป็นโรคกระเพาะนี่

:lol: หมอได้เปิดดูประวัติคนไข้มั้งป่าวว่าเริ่มรักษาโรคนี้เมื่อไหร่ และเวลาผ่านไปเท่าไหร่

หมอไม่เฉลียวใจมั้งเหรอ :evil:

อยากบอกว่า “คนไข้ 20 คนปวดท้องใช่ว่าจะเป็นโรคกระเพาะทั้ง 20 คน” อย่าอิงสถิติว่า คนที่มีอาการปวดท้อง”ส่วนมาก”เป็นโรคนี้ มาใช้ในการวินิจฉัย

ปล. อยากรู้จัง พารา นี่รักษาทุกโรคป่าว ไปหาหมอทีไร ได้กลับมาทุกที :?: “พารารักษาทุกโรค”

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 40 Thumb down 2
ไอ้นั่นแหละ
121

“การที่เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นข้าราชการมีสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาได้เต็มอัตราอย่างนี้ไงเล่า

ประเทศชาติมันถึงได้ฉิบหายวายป่วง เงินคงคลังติดตัวแดงอยู่จนถึงบัดนี้!!

ถ้าเอ็งอยากได้สิทธิในการรักษาที่พิเศษกว่าชาวบ้านชาวช่องนัก ก็ควักกระเป๋าจ่ายตังค์เองดิวะ!!”
^
^
^

ไอ้คนพูดมันทำอาชีพอะไรวะเนี่ย :lol:

ถ้ามันเป็นหมอนี่ถือว่าแสดงความเห็นได้หน้าส้นตีนมากเลยนะมึง

ข้าราชการเป็นอาชีพที่ทำงานเพื่อประเทศชาตินะ แต่คนส่วนใหญ่แม่งไม่ค่อยเห็นความดี หรือเห็นความดีของอาชีพนี้เป็นแค่เรื่องเล็กๆ

บางอาชีพเงินเดือนแค่กระจึ๋งเดียวเมื่อเทียบกับของพวกที่ทำงานเอกชน มันไม่มีเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายได้ทุกด้าน เค้าถึงได้รับสิทธิพิเศษเพื่อให้เค้าทำงานให้แผ่นดินได้อย่างเต็มที่

เค้าไม่ได้ได้ความพิเศษเพราะเค้าอยากได้ แต่เค้าได้รับเพราะเค้าต้องใช้มัน เรื่องแค่นี้มึงมองไม่ออกรึไงวะ

:lol: อ้อแล้วก็ นี่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะ คนที่ใช้สิทธิเบิกเนี่ย ได้รับการรักษาที่ไม่น่าประทับใจเอาซะเลยว่ะ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 55 Thumb down 2
122

ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอกคับ

ผมพาแฟนไปหาหมอ รพ.จังหวัดแห่งหนึ่ง ด้วยอาการปวดท้องและเจ็บบริเวณด้านขวา
แฟนผมใช้สิทธิของบัตรทอง ร่วมสวัสดิการนิสิต ม. ตอนแรก แพทย์บอกว่าอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ
แต่พอซักไปซักมา ก็จ่ายยาโรคกระเพาะมาให้กิน บอกไม่ต้องคิดมากแค่เป้นโรคกระเพาะ
เพราะถ้าเป้นไส้ติ่ง ถ้าเกิน 2 วัน คงแตกแล้วอาการหนักกว่านี้

ผมก็ไม่รู้จะทำไงก็พากลับมาหอพัก
วันต่อมาเธอก็อาการไม่ดีขึ้น (ตอนแรกอาการปวดหายไป เพราะกินยาแก้ปวด)
ผมก็เลยตัดสินใจพาไป รพ.เอกชน เพราะกลัวว่าเขาจะวินิจฉัยไม่ดี
พอไปถึง รพ.เอกชนเท่านั้นแหละคับ ตอนนั้น 8 โมงนิดๆ หมอยังไม่มา พยาบาลกับผู้ช่วยก็มาดู
เข้าห้องฉุกเฉิน แล้วลองกดดู เจาะเลือดไปตรวจ พาไป X-Ray ทุกอย่างในเวลาไม่ถึง 30 นาที (ทั้งที่ รพ.เก่า ตรวจอยู่ร่วมชั่วโมง)
แล้วเขาก็ให้นอนรอดูอาการ แล้วก็รอศัลยแพทย์ด้วย เที่ยงวัน หมอศัลยฯบอกว่า ชัวร์ รอเตรียมผ่าอีก ชั่วโมงครึ่ง(ทั้งเช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย)

พอผ่าเสร็จเป็นไส้ดิ่งอักเสบ แต่มันยังไม่แตก มันบวมแดง หมอบอกว่า ดีนะที่มันแสดงอาการนำมาก่อนหลายวัน
ถ้าเป็นเคสอื่น อาจจะได้ผ่าเปียก หรืออาจจะไม่รอดก็ได้

จากเคสนี้ผมก็เลยทำใจได้ว่า รพ.รัฐ เขาต้องทำงานเพื่อบริการคนทั่วไปทุกชนชั้น วันนึงๆ เป็น พันๆเคส
โทษเขาไม่ได้ที่ต้องรักษาความเร็วและอัตราการรัษาคนไข้
เทียบกับ รพ.เอกชน ที่เขาเน้นขายการบริการจริงๆ ประสิทธิภาพการรักษามันก็เลยต่างกัน เพราะคนไข้ รพ.เอกชน ต่างกับ รพ.รัฐ เกือบ 2 3 เท่าตัว
แล้วถ้าเกิดผลการวินิจฉัย ไม่เป็นอะไรก็ต้องจ่ายเองที่เขาตรวจทั้งหมด รวมๆก็ประมาณ 1-2 พันบาท แต่ รพ.รัฐ เดินกลับบ้านได้เลยพร้อมยาพาราที่จะได้รับมาด้วยทุกคน(แม้คุณไม่มีอาการปวด)
อีกเรื่องที่ติ รพ.รัฐ ที่จขกท.อ้างถึง คือ
คนไข้ตรวจที่ รพเดิมทุกครั้ง มันต้องมีประวัติการรักษา ระบบ รพ.ต้องเก็บไว้อยู่แล้ว 10-15 ปีไม่ใช่เหรอ
เวลามาตรวจก็ต้องเรียกประวัติเดิมมาดูด้วย แล้วยังตรวจแบบเดิม วินิจฉัยแบบเดิม ร่วมปี มันก็เกินไป
ไม่เข้าใจเลยหว่ะ ผมไปตรวจรักษาอาการปวดขาที่จักรยานคว่ำ หมอยังอุตส่าจำได้ว่า “อืมแล้วที่ปวดหลัง หายรึยัง” ทั้งที่มันก่อนหน้านี้ตั้ง เดือนสองเดือน
(ไอ้เราก็คิดว่า ทำไมเขาจำได้ พอมองดูบนโต๊ะ อ่าว มีเขียนที่ชาร์ตไว้ว่า เดือน ธ.ค. 52 มารักษาด้วยอาการ ปวดตรงกระดูกสันหลัง)

แค่นี้ก็คงใช้วัดได้นะคับว่าหมอเขาวัดกันตรงไหน ไม่ใช่ว่าคนไข้คนเดิมมาด้วยอาการเดิม แสดงว่ามันเป็นโรคเดิม
โรคกระเพาะ รักษาไม่หาย แต่ตายเพราะไส้ติ่ง มีคนเคยบอกผมแบบนี้ก็เลยกลัวเลย

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 43 Thumb down 2
เงาปิศาจ
123

เรื่องวินิจฉัยโรค ผมคงไม่อะไรมาก เพราะหมอก็มีสิทธิผิดพลาดได้เหมือนกัน แต่ขอร้อง ช่วยฟังคำขอคนไข้หรือญาติหน่อยได้มั้ย?

แต่เรื่องที่ขอพูดเลยก็คือ เรื่องมารยาทนี่แหล่ะ ที่โรงบาลของรัฐแห่งนึง แต่คนละแผนกกัน
เคสแรกเลย ตอนนั้นญาติอยู่โรงบาล เป็นมะเร็ง อันนี้พอทำใจได้นะ แต่การพูดให้คนไข้ได้ยินว่า คุณอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือนเนี่ย?
ผมถามจริงๆ คนไข้ว่าอาการแย่อยู่แล้วนะ เจอพูดแบบนี้อีก พ่อผมยังพูดเลยว่า อยากเตะก้านคอหมอซักที พูดออกมาได้ยังไง? :mrgreen:

ส่วนเคสที่ 2 อันนี้ ไปหาหมอเป็นเพื่อนญาติอีกคนนึง ที่นี้ นั่งรอหมอตรวจอยู่ ก็ใกล้ๆเที่ยงละ ห้องก็ไม่ใหญ่มาก แถมคนยังไม่หมดด้วย
มีหมอผู้หญิงอยู่คน แกก็โวยคนไข้ประมาณ ทำไมลุงยังงั้น ลุงยังงี้ แล้วเสียงแกก็ไม่ได้เรียกว่าเบานะ ที่รอตรวจๆกันอยู่นั่นน่ะได้ยินหมด
แถมคนไข้ก็ต้องจูง พอเข้าห้องไปหาหมออีกคน พยาบาลถามเลย ญาติเข้ามาทำไมคะ ไปรอข้างนอกสิคะ :o
ปลวกเอ้ย คนไข้ขาไม่ค่อยดี ถ้าล้มขึ้นมาเนี่ย ผมฟ้องคุณที่ห้ามผมเข้าไปจูงคนไข้ได้ใช่มะ เข้าใจว่ามันแคบ แต่ไม่พูดก็ไม่มีใครว่านะ
หรือถ้าบอก ญาติรอข้างนอกนะคะ ก็โอเค พอรับได้
พอตรวจเสร็จออกมา ญาติเค้าก็บอกว่า เนี่ย หมอคนผู้หญิงคนนี้ ชื่อเสียมานานละ แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรอก

ปัจจุบัน ญาติทั้ง 2 คนเสียแล้ว ผมขอเล่าเป็นอุทาหรณ์ละกัน หมอไม่ดีมีอยู่พอสมควร แต่หมอดีผมว่าก็มี แค่ ยังหาไม่เจอ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 3
124

หมอห่วยๆเยอะคับเดี๋ยวนี้ มีทั้งแบบเลี้ยงไข้ ไม่ยอมรักษาให้หายซักทีคนป่วยจะได้มาหาบ่อยๆ :twisted:

ประเภทเอะอะ อะไรก็จะจับฉีดยาลูกเดียว จะได้ค่ายาเพิ่ม หมอก็จะได้ตังมากขึ้น หรือต้องสั่งยาแพงๆเท่านั้น ทั้งๆยาตัวนั้นในไทยก็มีใช้แทนกันได้ :oops:

ประเภทชอบพูดอังกฤษคำ ภาษาไทยคำ ถ้าคนป่วยเป็นคนที่เรียนภาษาอังกฤษมาบ้างก็คงจะเข้าใจ แต่ถ้าเป็นชาวบ้านยากจนล่ะ จะทำยังไง

พอถามมากๆเข้า ก็โดนหมอด่า :o หรือกรณีที่จะปรึกษาหมอเกี่ยวกับข้อมูลโรคที่เป็นอยู่ หมอซึ่งเป็นผู้มีความรู้กลับไม่ยอมให้ข้อมูล มีแต่ไล่ให้รีบๆ

กลับไป โดยไม่แคร์ว่าคนป่วยจะเข้าใจอาการป่วยของตัวเองมั้ย จะป้องกันยังไง มีแต่จะให้คนป่วยคนต่อๆไปรีบๆเข้ามาในห้อง หมอจะได้ ได้ตังจากคน

ป่วยมากขึ้น :roll:

แล้วก็ประเภทที่จะรีบๆตรวจ ซึ่งก็ไม่รู็ว่าจะรีบไปไหน เคยเจอแบบสอบถามอาการซัก20วิ แล้วก็ให้ออกไปได้ ผมเซงมาก เลยไปหาหมอที่อื่น สุด

ท้ายหมอคนนั้นก็วินิจฉัยผิดครับ เพราะหมออีกท่านบอกว่าผมเป็นอีกโรคนึง แล้วก็รักษาผมหายด้วย :!:

อาชีพหมอนี่ดีนะครับ ไม่ว่ามันจะเก่งหรือไม่เก่งจนซะเรียนเกือบจะไม่ผ่าน มันก็มีงานทำ การแข่งขันต่ำมาก เพราะขาดคน แถมคนป่วยจะเข้าห้องมันที

ก็ต้องไหว้มัน จะออกก็ต้องไหว้มัน ถึงแม้มันจะรักษาคุณด้วยวิธีกากๆก็เถอะ :cry: ผมเคยโมโหหมอ แต่ไม่ได้ไปด่าหรือว่าอะไร แต่ออกจาก

ห้องโดยไม่ไหว้มัน มันด่าผมว่าพวกไม่มีมรรยาท แม่งโคตรเหี้ยยย :o :o

หมอทุกวันนี้ ต้องการแต่ตังครับ ทั้งๆอาชีพนี้ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ว่าจะรวยขนาดไหน แต่หมอจำนวนมากกลับยังไม่รู้จักพอ พยายามที่จะโกยตังมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม คนป่วยจะเป็นยังไงก็ตาม จะเอาแต่ตังลูกเดียว ไม่แปลกหรอกครับ ที่คนป่วยสมัยนี้จะไม่ไว้ใจหมอ มีเรื่องฟ้องร้องกันบ่อยๆ เพราะหมอกากๆ มันมีมากขึ้นทุกวัน แล้วใครมันจะศรัทธา ก็เหมือนพระนะแหละที่ชอบมั่วสีกาบ่อยๆ จนคนหมดศรัทธา :o :o :o

สุดท้าย ผมอยากจะบอกหมอที่เป็นคนดีว่า ช่วยทำดีต่อไปด้วย อย่าพึ่งถูกความโลภเข้าครอบงำ เพราะถ้าพวกคุณถูกความโลภเข้าครอบงำแล้ว ประเทศนี้คงจะเหลือแต่ปลิงในร่างของหมอหน้าเลือด ดีแต่สูบเงินคนป่วยไปวันๆ :|

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 18 Thumb down 7
125

@ ปลาทูซาซิมิ:
ขอรีพลายนิดนึง โชคดีมากเลยนะครับที่รักษาหายเป้นปกติ ยินดีด้วยครับ คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการออกกำลังกายเป็นประจำ ผมเองก็เริ่มออกกำลังกายเป็นประจำเหมือนกัน ก็แนะนำทุกท่านเหมือนกันว่าควรออกกำลังกายทุกวัน

กรณีแบบนี้ผมก็เคยได้ยินจากน้องเหมือนกันคือหมอไม่สามารถวินิจฉัยได้ถูกเพราะไม่รู้ว่าคนไข้พบเจออะไรมาบ้าง เช่นกรณีหัวกระแทกของผู้มีอายุมากนี่สำคัญมากถ้าหมอทราบคงจะจับตรวจละเอียดกว่านี้ แต่ถ้านั่งฟังคนไข้สาธยายทั้งวันคนตรวจได้ไม่กี่คน ปัญหาคือคนไข้ก็ไม่รู้ว่าจะบอกอะไรหมอเพราะลำดับสำคัญไม่ถูก หมอก็เลยได้แค่รักษาตามอาการ

“ปัญหาของการรักษาอยู่ที่บอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร ไม่ใช่ไม่รู้วิธีรักษา” ถ้าได้ดูซี่รี่ย์ House.MD จะพบว่าปัญหาหลักในเรื่องคือการบอกไม่ได้ว่าคนไข้เป็นอะไร อย่างเคสนึงคนไข้เป็นคนจรจัด มีอาการวิงเวียน โดนแสงแล้วปวดร้อง ไข้ขึ้น อาละวาด พวกเฮาส์ก็พยามไขปริศนาจนไปพบว่าที่คนไข้นอนพักข้างถนนมีค้างคาวเยอะ ซึ่งค้างคาวที่อเมริกาเป็นตัวพาหะพิษสุนัขบ้า ทำให้เธอติดเชื้อพิษสุนัขบ้า (ในอเมริกาถือเป็นแรร์เคสเพราะมีคนเป็นโรคน้อย ในขณะที่บ้านเราถ้าโดนหมากัด หนูกัดก็จะจับฉีดทันทีเพื่อความปลอดภัย)กรณีนี้คนไข้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองโดนกัดเมื่อไหร่ จึงบอกไม่ได้ว่าเคยโดนกัด ชองพี่ไทยก็มีเคสเช่นผู้ตายมีอาการมาก่อนหน้ารักษาไม่หาย หมอจนปัญญาจนถามไปถามมาพบว่าผู้ตายเลี้ยงกระต่ายไว้แล้วกระต่ายตายก่อนหน้านิดหน่อย น้องผมบอกว่าอาจเป็นไข้กระต่ายหรือทูลารีเมีย(อาการพื้นฐานคล้ายหวัดทั่วไปมาก)แต่ญาติคนไข้ไม่ยอมให้พิสูจน์ ในไทยมีคนตายเพราะโรคนี้เป็นครั้งแรกปี 2551 ผู้เสียชีวิตคือคนเพราะเลี้ยงกระต่ายขาย (ถามจริงๆใครจะไปรู้ฟระว่าต้องบอกให้หมอรู้ว่าที่บ้านกระต่ายไม่สบาย)

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 27 Thumb down 0
126

เห็นเรื่องนักศึกษาแพทย์หญิงกับแพทย์เวร แล้วคิดถึงเรื่อง Patch Adams

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
127

แม่งหมอตีค่าชีวิตคนเป็นเงินอย่างนี้นี่เอง :lol:

แล้วจะเอาคนไข้ปวดท้องทั้งประเทศมาตรวจทำไมวะห๊ะ มึงก็วินิจฉัยคนที่มีโอกาสเป็นหน่อยสิวะ
แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ตรวจหมดทุกคนมันจะตายรึไง

ลดเงินเดือนหมอแล้วไปซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่มันทันสมัยมาดีกว่า
จะได้เหลือแต่”หมอ”ที่อยากรักษาคนจริงๆ

ไม่ชอบเลยว่ะตีค่าคนเป็นเงินแบบนี้ :???:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 3
128

ผมก็เป็น นศพ.อยู่

อ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกเหนื่อยใจกับหมอบางคนเหมือนกัน

แตะต้องไม่ได้ กลัวเสียหน้า EQต่ำก็เยอะ

ถึงผมจะเพิ่งรียนความรู้ไม่เยอะ แต่ Dyspepsia(ปวดท้องกระเพาะ) เนี่ยถ้าเป็นเรื้อรัง เราก็น่าจะส่งตรวจได้นี่นา

ไม่ได้ถึงกับต้องทำ CT แต่ทำ EGD ก็พอนี่หว่า ปีนึงมีคนไข้ปวดท้องเยอะ แต่ไม่ได้ปวดเรื้อรังกันทุกคนซะหน่อย

อาจจะเพราะเรียนเยอะเกินไปอ่ะ เรื่องรอบตัวหรือพวก Communication Skill ก็เลยน้อยลง

Holistic Care ก็เรียนมาเยอะแล้ว บางอย่างคนไข้เค้ากังวล ก็พูดอธิบายให้เค้าเข้าใจหน่อยได้มั๊ย

ที่รุ่นใหม่ๆต้องมานั่งเรียนเรียงจริยศาสตร์ การสื่อสารมากมาย เพราะปัญหาการสื่อสารของหมอกับคนไข้เนี่ยแหละ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 66 Thumb down 2
ผ่านมา
129

เรื่องเกี่ยวกับหมอ แอดมินจ่าถนัดใช่มะคับ ;-)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
130

ลองนึกถึงสมัยโซเวียตที่ไม่ต้องจ่ายค่าอะไรต่างๆเลย รักษาฟรีหมด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 2
131

Hidden due to low comment rating. Click here to see.

บักห่ามึงคอมเม้นบ้าอะไร!! ถูกใจให้เลีย :: Thumb up 4 Thumb down 50
132

พวกคุณรู้จักหมอเลี้ยงไข้กันป่าว

ผมรู้จักดีเลยแหละ โรงบาลเอกชนนะ เลี้ยงกันเป็นล่ำเป็นสัน :???:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 2
133

Dukelord wrote:

แม่งหมอตีค่าชีวิตคนเป็นเงินอย่างนี้นี่เอง
แล้วจะเอาคนไข้ปวดท้องทั้งประเทศมาตรวจทำไมวะห๊ะ มึงก็วินิจฉัยคนที่มีโอกาสเป็นหน่อยสิวะ
แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ตรวจหมดทุกคนมันจะตายรึไง
ลดเงินเดือนหมอแล้วไปซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่มันทันสมัยมาดีกว่า
จะได้เหลือแต่”หมอ”ที่อยากรักษาคนจริงๆ
ไม่ชอบเลยว่ะตีค่าคนเป็นเงินแบบนี้

ถ้าลดเงินเดือน จะมีคนเป็นมั้ยครับ :cry: :cry: :cry:

เเค่ทุกวันนี้ก็ขาดจะตายเเล้ว . . .

เหมือนให้คุณไปทำงานกรรมกรโคดๆ ผ่าตัดที 15 ชั่วโมง ยินตลอดไม่มีหยุด ได้เงินเดือน 40000 เอามั้ยครับ :?: :?: :?:

หมอบางคนไม่ได้เห็นเเก่เงิน เเต่ถ้ามันลำบากถึงขนาด ชีวิตลูกเมียเค้าได้รับผลกระทบ ผมคนนึงละ จะเลืกเป็นหมอเลย

เเล้วทำไมต้องลดเงินเดือมหมอ ไม่เข้าใจ หมอทำผิเอะไร พอคนไข้เป็นโรค ถึงต้องเอาเงินเดือนหมอไปจ่ายค่ารักษาใหเคนไข้ :cry: :cry: :cry:

การตรวจทุกคนนั้นเป็นไปไม่ได้

ขนาดอเมริกาายังทำไม่ได้เลยครับ มันต้องมีการตรวจคัดกรอง

ถ้าคุณตรวจทุกคนมันไม่ได้เสียเเต่ค่าตรวจ

เครื่องมือ ต้องเพิ่มขึ้นอีกนับ 30 เท่า บุคลากรคุณจพไปเอาจากไหนมากมาย (บุคลากรทางการเเพทย์มันไม่ได้ผลิตง่ายๆเหมือนบริหารธุรกิจนะครับ)

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 32 Thumb down 8
กาปู๋อยู่ในเข่ง
134

อี umiki มันเป็นหมอเพราะถูกครอบครัวบังคับน่ะ
กุเคยเถียงกับมันในพันทิป กุจำได้

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 28 Thumb down 0
135

โรคนี้ส่วนมากก็มักจะพบตอนเป็นเยอะแล้ว เป็นโรคที่ไร้เหตุผลสิ้นดี เกิดได้กับทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนกินเหล้า สูบบุหรี่ เกลียดโดรคนี้จริงๆ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 0
136

เฮ้อ ทำไมสมัยนี้หมอมันต้ิองการเงิน จนบดบังจรรยาบรรณไปหมดเลยหรอ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 4
ชาแด๊ง
137

คุณจะยอมจ่ายเดือนละล้านเพื่อยืดชีวิตคนที่คุณรักเดือนต่อเดือนมั้ย?

:sad:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 2
138

ชาแด๊ง wrote:

คุณจะยอมจ่ายเดือนละล้านเพื่อยืดชีวิตคนที่คุณรักเดือนต่อเดือนมั้ย?

ถ้าคนไม่มีตัง ต่อให้จะรักกันซักแค่ไหน ก็ไม่มีปัญญาจ่าย เพราะไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน หรือจะไปปล้นร้านทองดี เหอๆๆๆ :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 13
139

แตงกวาดอง wrote:

แม่เราก็เพิ่งเสียเพราะมะเร็งเหมือนกัน
ตอนแรกหมอบอกว่าเป็นมะเร็งกระดูก? ต้องตัดขาตัดแล้วรอดแน่ เออตัด แม่ทำใจอยู่นาน
ต่อมาตรงแถวๆท้ายทอยมันบวม แล้วแม่ก็ปวดหัวมาก ไปหาหมอ หมอบอกว่าให้ยาแก้ปวดไม่ได้เพราะต้องรอยาต้านมะเร็งก่อน
แล้วแม่ก็ไปให้ยาต้านมะเร็งที่โรงบาล นานมาก พอแม่ย้ายกลับมาที่โรงบาลจังหวัด แม่ก็เสีย สาเหตุที่ตาย เพราะเป็นมะเร็งผิวหนัง!!
แล้วให้แม่กุตัดขาทำไมวะ ไหนว่ารอดแน่ กุโครตเสียใจเลย ไม่ได้อยู่เฝ้าแม่ตอนที่รักษา ไม่ได้คุยกันในวันสุดท้าย เสียมากๆ

เสียใจด้วยครับ
โรคมะเร็งกระดูกมันมีโอกาสแพร่กระจายได้สูงพอควร บางทีการตัดอาจไม่ได้ช่วยรักษาเพราะมันได้แพร่กระจายไปแล้วก็เป็นได้ครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
140

อยากชี้แจงให้เข้าใจ หมอแย่ๆหัวเราะคนไข้ก็เยอะ
แต่ขอบอกว่าบางคนแม่งไม่ได้ตั้งใจ…มันเพี้ยนค่ะ
มีเพื่อนคนนึงเรียนหมอSIนี่แหละ ขี่จักรยานมา…ขี่ไปไม่มองทาง มันแหงนหน้าหัวเราะกับท้องฟ้า สมัยอยู่ประถม แมร่งยืนหัวเราะกับตู้กดน้ำ :evil:
.
.
.
แค่อยากให้เข้าใจว่าบางคนไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่มันเพี้ยน :lol:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 38 Thumb down 1
141

เพราะแบบนี้ไงถึงต้องออก พรบ.แพทย์มาใหม่
หมอนี้แตะไม่ได้เลย ปกป้องกันสุดชีวิต

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 6
บ้านทุ่ง
142

MakeMeMelt wrote:

7 ล้าน น่ะ มันตังพวกกรู ประชาชนตาดำๆ ไม่ใช่ตังมาร์ค เคยถามมั่งมั้ยว่ากรูยอมให้เอาไปใช้อะไร ระหว่างช่วยชีวิตคน 1 ใน 1000 กับเอาไปสร้างรัฐสภาราคาเป็นร้อยๆล้าน ให้พวกเหี้ยสันดานหมามันอยู่…
มรึงคิดได้แค่นี้ ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าคนอีกหรอวะ สาดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เรื่องใช้เงินมันห่วยก็จริง แต่เรื่องรัฐสภาเนี่ย ครม อนุมัติตั้งแต่ทักกี้แล้วนะ อย่ามั่วจิ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 2
143

จริงๆถ้าตามหลักวินิจฉัยแล้ว ถ้าหาไป 2~3 หมอด้วยโรคเดิม และเอายาไปกินตลอดแล้วไม่หาย ไอ้หมอคนที่ 3 มันก็น่าจะฉุกคิดได้แล้วนะว่า มันน่าจะเป็นอะไรมากกว่าแค่ “โรคกระเพาะอักเสพเรื้อรัง” ได้แล้ว แล้วจับไป CT-Scan ซะ

ถ้าจะให้ฟันธงว่าใครผิด กุว่าผิดที่หมอมัน Diagnosis(วินิจฉัย) ผิดพลาดนั่นแหล่ะ แต่อย่างว่า..ปัจจุบันนี้มาตรฐานนักเรียนแพทย์ปัจจุบันมันเป็นอะไรที่น่าใจหาย ยังไม่รวมกับเรื่องดำมืดของวงการแพทย์อีกต่างหาก

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
144

Admin อ่าน Dr.K ด้วยหรา :roll:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
145

ที่แอดมินถามว่าคุณจะยอมจ่ายเดือนละล้านเพื่อยืดชีวิตคนที่คุณรักเดือนต่อเดือนมั้ย?

เราเจอกับครอบครัวตัวเองมาแล้วค่ะ พ่อเราอยู่ดีๆก็ช็อคหมดสติไป พอส่งไปโรงบาลปรากฎว่า หมอบอกว่าพ่อเราสมองขาดอ๊อกซิเจนนานหลายนาที หมอถามแม่เราว่าจะรักษาพ่อต่อมั๊ย หรือจะถอดสายอ๊อกซิเจนออก เพราะถ้ารักษาต่อ ก็ไม่มีทางหาย อย่างดีก้เป็นอัมพาตอย่างร้ายสุดก็เป็นเจ้าชายนิทรา แม่เรารักพ่อมาก ก็บอกหมอไปว่าให้รักษาต่อ พ่อเรานอนห้องไอซียูโรงบาลกรุงเทพนานหลายอาทิด หมดไปเป็นล้านจิงๆค่ะ เพราะว่าหมอสมองของโรงพยาบาลกรุงเทพค่อนข้างจะมีชื่อเสียง พอพ่อเราฟื้นก็ยังถือว่าโชคดี มีอาการอัมพฤษ ไม่ถึงกับอัมพาต แต่ก็ไม่เหมือนเดิมโดยเฉพาะสมอง พ่อเราจะมีความทรงจำถึงแค่ตอนก่อนหมดสติ เรื่องหลังจากนั้นจำไม่ได้เลย ยังถามหาอาม่าว่าอาม่าหายไปไหน ทั้งที่อาม่าตายไปหลายปีแล้ว พอบอกว่าอาม่าตายไปหลายปีแล้วก็ยังเถียงว่าไม่จิง พอถามว่าอายุเท่าไหร่ก็ยังตอบว่า 43ทั้งที่ปีนี้ห้าสิบกว่าแล้ว

เฮ้อเล่าแล้วยังเศร้าอยู่ ปัจจุบันรวมค่ารักษาตั้งแต่ตอนเป็นจนตอนนี้สิบกว่าปีแล้ว บอกได้เลยว่าเกินสิบล้าน เพราะทุกวันนี้ต้องพาไปฉีดยาทุกสองวัน เข็มละพันห้า เป็นยารักษาอาการกระตุกที่แขน เราสงสา่รแม่มากจากแม่บ้านต้องมาบริหารกิจการแทนพ่อ อะไรๆมันก็ไม่เหมือนเดิม คนงานไม่ค่อยเคารพเพราะเป็นผู้หญิง เศร้า

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 29 Thumb down 0
ชาบูรว์
146

yuji wrote:

แตงกวาดอง wrote:
แม่เราก็เพิ่งเสียเพราะมะเร็งเหมือนกัน
ตอนแรกหมอบอกว่าเป็นมะเร็งกระดูก? ต้องตัดขาตัดแล้วรอดแน่ เออตัด แม่ทำใจอยู่นาน
ต่อมาตรงแถวๆท้ายทอยมันบวม แล้วแม่ก็ปวดหัวมาก ไปหาหมอ หมอบอกว่าให้ยาแก้ปวดไม่ได้เพราะต้องรอยาต้านมะเร็งก่อน
แล้วแม่ก็ไปให้ยาต้านมะเร็งที่โรงบาล นานมาก พอแม่ย้ายกลับมาที่โรงบาลจังหวัด แม่ก็เสีย สาเหตุที่ตาย เพราะเป็นมะเร็งผิวหนัง!!
แล้วให้แม่กุตัดขาทำไมวะ ไหนว่ารอดแน่ กุโครตเสียใจเลย ไม่ได้อยู่เฝ้าแม่ตอนที่รักษา ไม่ได้คุยกันในวันสุดท้าย เสียมากๆ
เสียใจด้วยครับ

มะเร็ง แพร่กระจายได้ไอ้โง่ :grin:
โรคมะเร็งกระดูกมันมีโอกาสแพร่กระจายได้สูงพอควร บางทีการตัดอาจไม่ได้ช่วยรักษาเพราะมันได้แพร่กระจายไปแล้วก็เป็นได้ครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 25
147

เรื่องตรวจก็ว่ามันนานเป็นปีขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไม่สั่งตรวจเพิ่มนี่แหละ
ยิ่งมาแบบตาเหลืองตัวเหลือง แล้วยังนอนยันว่าเป็นโรคเดิม
ญาติคนไข้ขอแอดมิตแล้วยังไม่ยอมก็ไม่ไหวนะแบบนี้

อีกเรื่องที่อยากพูดคือ หมอช่วยเช็คกับญาติคนไข้หน่อยเถอะครับ
ว่าคนไข้ “รู้หรือยังว่าตัวเองเป็นมะเร็ง” ก่อนจะหลุดปากออกไป
ตอนปู่ผมเป็นมะเร็งลำไส้ลามไปตับ ตอนผ่าตัดลำไส้นี่ญาติๆ ปิดหมด
บอกแค่ว่ามีก้อนเนื้ออุดตันในลำไส้ คุณหมอเจ้าของไข้ที่เป็นหมอศัลย์
ท่านก็ดีมาก มาเยี่ยม ตอนเสนอว่าจะทำคีโม ก็พูดทำนองว่า
จะให้กินวิตามิน หรือยาแก้นะ แต่ยานี่มันแรง ผลข้างเคียงอาจจะเยอะหน่อย
ให้ตัดสินใจดูว่าจะลองมั้ย แล้วจะส่งให้ทางแผนก onco มาช่วยดู
ปู่ผมก็ตกลงไป

อีทีนี้ นศพ. ของ onco มาคุยก็หลุดปากเลยว่าปู่ผมเป็นมะเร็ง
แต่ปู่ก็ดูนิ่งๆ ไม่แน่ใจว่าระแคะระคา่ยแล้วหรือเปล่า
พอปู่้ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ว่ายื้อชีวิตไม่ต้องหรอก ขอแค่ไม่เจ็บไม่ปวดก็พอ
ผมกับพ่อก็มารู้ทีหลังว่านศพ. เขียนลงไปในแฟ้มว่าคนไข้ “ปฏิเสธการรักษา”
แต่เขาไม่ได้คุยกับเราญาติๆ เท่าไรเลย

แต่หมอของทาง onco ที่มาช่วยดูท่านอื่นก็ดี
มีหมอผู้หญิงท่านหนึ่งท่านแวะมาดูตลอด ที่ปู่มีอาการขาบวม
โดนสั่งกินไข่ขาวเท่าไรก็ไม่ลดสักที หมอท่านนี้ก็สั่งอัลบูมินขวดมาให้
ขาเลยหายบวมลง แต่ตอนหลังก็งดไป เพราะขาหายบวมแต่ที่ท้องไม่
ยุบลงเสียที (และพอนศพ. ชุดใหม่เืทิร์นมาดู ก็กลับไปสู่การกินไข่ขาว
อีก) ด้านเจ้าของไข้ก็ยังเป็นแผนกศัลย์อยู่ จนตอนท้ายที่ปู่ไม่ได้สติแล้ว
ถ้าตื่นขึ้นมาจะไม่ตอบสนองสิ่งรอบข้าง ตากลอกมองแบบไม่มีโฟกัส
เอามือป่ายไปป่ายมา จะดึงเครื่องมือตลอด ทางที่บ้านขอให้ฉีดยานอนหลับ
กับยาแก้ปวด ก็ได้มอร์ฟีนโดสต่ำมา ซึ่งมันยังเอาไม่อยู่ ทางนั้นบอกว่ากลัว
ฉีดมากเกินจะทำให้ deep sleep เกินไป สุดท้ายพ่อผมไปคุยถึงได้
เซ็นรับรองให้ฉีดมากกว่านั้นได้ แล้วปู่ท่านก็หลับไปเรื่อยๆ จนไปอย่างสงบ

คือทางบ้านเราก็ไม่ได้อยากให้ถึงกับการุณยฆาตอะไรนะครับ แต่แค่อยาก
ให้ท่านหลับสนิท เพราะหลับแล้วสบายกว่าตอนมีสติแล้วกระสับกระส่ายมาก
เห็นคนที่เรารักทำท่าเหมือนทรมานแบบนั้นแล้วมันก็ปวดใจ ซึ่งตรงนี้ผมไม่รู้
ว่าเป็นเพราะสโคปของหมอ onco กับ หมอศัลย์ต่างกันมากด้วยหรือเปล่า
รู้สึกเหมือนหมอ onco จะรับมือกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้ดีมากกว่า
และเข้าใจกว่าด้วย

แต่ที่พูดนี่คืออยากให้หมอคำนึงถึงสภาวะจิตใจของคนไข้ที่ใกล้เสีย กับญาติ
คนไข้ด้วยเหมือนกัน รักษาไม่หายแล้วไม่ได้ว่าอะไร แต่การบรรเทาอาการ
มันก็สำคัญนะครับ

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 22 Thumb down 0
เนียนเนียนกะ
148

บางทียังเคยอยากเป็นหมอซะเองเลย :lol:
ตรวจเองอะไรเอง สบายใจ.. (ถ้าความสามารถถึงนะ)

โดยประสบการณ์ เจอแบบดีมากกว่าแย่แฮะ เลยไม่ค่อยอะไร สงสัยแล้วแต่คนจะแจ๊คพอตจริงๆ
วันนั้นแค่ปวดท้องเมนท์(ไข้ขึ้นด้วยไปหาหมอ ) บอกว่าอาจเป็นใส้ติ่งรึเปล่า :?: ใช้มือกดท้องว่าเจ็บมั้ยนั่นล่ะ แต่ปัญหาคือเล็บคุณหมอ อย่างยาวจิ้มพุงใคร ใครก็เจ็บละแบบนั้น.. ถามว่าเจ็บมั้ย

“เจ็บค่ะ”
“ใส้ติ่งรึเปล่า ขึ้นไปนอนบนเตียงตรวจเลย”
“เล็บหมอทิ่มพุงหนู :evil: …เจ็บ.. :cry:

:grin:

ยิ่งพวกมะเร็งนี่ พูดยาก.. เพื่อนแม่เราเอง เห็นกันหลัดๆ เลย แถมมีลูกตั้ง2คนต้องดูแล(คนพ่อเสียไปก่อนแล้ว)
ตอนนอนป่วยก็เอาแต่เครียดว่าลูกจะอยู่ยังไง ยังดีที่ ลูกคนโต มันได้เรื่อง เลยประคองตัวเองและน้องชายให้อยู่ไปได้
เด็กอายุ10กว่าๆ2คน ผจญโลกกันตามลำพัง
..เฮ้อ เกลียดโรคนี้ว่ะ :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
149

ผมจ่ายสด เท่าไหร่เท่ากัน เป็นสิบล้านผมก็จ่ายได้
ถึงแม้จะรักษาไม่ได้ อยู่แค่ได้ปีเดียว ผมก็จ่ายได่เฟ็ย
มันเห็นคนจนกันทั้งประเทศหรือไงฟะ
คนจ่ายได้มันก็มี และยอมจ่ายด้วย แค่ยืดเวลาก็ยังดี
แล้วตอนนี้ก็กำลังจ่ายอยู่ด้วยฟ่ะ เงินน่ะมันหามาได้
เมื่อไรก็หามาได้ แต่ชีวิตคน มันหาอะไรมาแทนได้ฟ่ะ
ใครจะอยากตายกัน รู้มั้ยเดือนๆหนึ่งจากเท่าไร
ชิๆๆๆๆ ดูถูกคนดีจริงๆ ไอ้นี้

ปล.แต่ผมก็ยังอยู่ข้างแพทย์ โรคบ้างโรคมันตรวจพบอาการยากน่ะ
จะว่าไงดี ตละกูลเป็นแพทย์ทั้งนั้น เข้าใจดี
ว่าบ้างที โรคบ้างโรคอาการ มันจะเกิดขึ้น ในระยะสุดท้าย
แล้วก็ไม่อยากบอกว่า แพทย์บ้างคน มันก็เพี้ยนๆ
ที่เรื่องหัวเรอะอะไรนั้น อาจจะไม่ได้มีอะไรหรอก
อาจจะแค่หัวเรอะ ไปอย่างงั้นเอง
เพราะเจอบ่อย มีเพื่อนคนหนึ่ง อยู่ๆ มันก็หัวเราะของมันคนเดี่ยว
นอนๆอยู่ลุกขึ้นมาหัวเราะ :evil:
แล้วก็พี่ ก็เหมือนกัน ยืนหัวเราะ กับประตูห้องน้ำ
ห้องน้ำ มันมีอะไรฟ่ะ ยืนหัวเราะอยู่ได้ คนจะเข้าห้องน้ำ
มายืนขว้างประตู หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ตกลงมันเป็นบ้าซิน่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 3
โยชิโร่ อาเบะคุง
150

ประเด็นก็แค่ว่าหมอที่อนามัยตรวจเจอม้ามโต ทำไมหมอที่โรงพยาบาลยังยืนยันว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ มันก็แค่นั้นเองไม่ใช่เหรอครับ ลากออกทะเลกันไปถึงไหนแล้วเนี่ย

ที่มาบอกๆ ว่าหมอทำงานหนัก อย่างโน้นอย่างนี้ เงินถึงต้องเยอะอย่างนั้นอย่างโน้น … อาชีพอื่นก็ทำงานหนักครับ ทำติดๆ กันหลายๆ ชั่วโมง ไม่ได้กินไม่ได้นอน … ไม่ได้มีแต่หมอนะครับที่เป็นแบบนั้น

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 2
เขย่าก่อนแดก
151

ดูท่าหมอที่พันดริ๊ฟท์นี่ เห่าเก่งจังนะ หมอคนรึเปล่าเนี่ย :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 7
152

หมอมันถึงกลัว พรบ.คุ้มครองผู้ป่วยไง เพราะมันขี้เกียจ ปากบอกมีจรรยาบรรณ แต่ทำผิดดันกลัว เวร สู้ของเก่าไม่ได้ ผิดยังไงก็ไม่สน

ปล กุเป็นลูก กุโดดเตะไปละ คนไข้ไม่รู้ ถามดีๆยังจะหัวเราะ มันต้องถีบให้หน้าหงาย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 5
153

เราว่าโทษหมอไม่ได้หรอก เพราะอาการบางอย่างมันคล้าย ๆ กันอ่ะ

แม่เราเปนมะเร็งที่ปอดแล้วลามไปที่กระดูก จนเกิดอาการ กระดูกทับเส้น

ตอนแรก หมอเค้าก็บอกว่า เป็นกระดูกทับเส้นเฉย ๆ

แต่พอทำ MRI (Scan ด้วยคลื่นแม่เหล็กอ่ะครับ มันแพงแล้วก็ใช้เวลานานกว่า CT Scan เยอะมาก แต่ละเอียดกว่ามาก)

ก็เพิ่งจะรู้ว่า เป็นมะเร็งครับ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
พี่หลึ่ย บางกะปิ
154

Love~Drama Ja wrote:

อยากชี้แจงให้เข้าใจ หมอแย่ๆหัวเราะคนไข้ก็เยอะ
แต่ขอบอกว่าบางคนแม่งไม่ได้ตั้งใจ…มันเพี้ยนค่ะ
มีเพื่อนคนนึงเรียนหมอSIนี่แหละ ขี่จักรยานมา…ขี่ไปไม่มองทาง มันแหงนหน้าหัวเราะกับท้องฟ้า สมัยอยู่ประถม แมร่งยืนหัวเราะกับตู้กดน้ำ
.
.
.
แค่อยากให้เข้าใจว่าบางคนไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่มันเพี้ยน

SI รุ่นไหนอ่าาาาา :?: :?:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
155

ไม่เกิดกะพวกเอ็งก็ไม่พูดได้ดิ แม่เค้าตายไปทั้งคนก็ยังจะมารุมด่าเค้าอีก ให้กำลังใจซักนิดไม่มีอ่ะ :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
156

ตูสงสัยแฮะ แค่ถามว่ากินได้มั้ยมันขำขี้แตกขี้แตนขนาดนั้นเลยเรอะ? :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
ตัวกดแบนเนอร์
157

ไม่เข้าใจนิดนึง คือว่าทำไมพอยื่นบัตรประกันสังคมแล้วต้องไปตรวจอีกห้อง จ่ายเงินได้ตรวจอีกห้อง :!: หมอท่านไหนตอบผมหน่อย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
ห่านจิก
158

เพราะหมอแม่งเป็นกันแบบนี้ไง ถือดีว่า กุมีความรู้กุกุมชีวิตพวกมึงไว้ เพราะงั้น ห้ามหือ ห้ามอือ กับพวกกู กุรักษาผิด เพราะกูเหนื่อย กูไม่ผิด แต่ตรวจหวัด(ช่วงหวัดนกระบาด) นิดหน่อยกุเก็บ 2000 และเมื่อจะฟ้องพวกมันก็ทำได้ลำบาก เพราะมันมักจะยกศัพย์วิชาการยากๆ มาอ้างโน่นนี่ จนญาติคนตายถอดใจ ไม่ฟ้อง

เพราะมีหมดเหี้ยๆ แบบนี้เยอะ เราถึงต้องมี กฏหมายคุ้มครองผู้ป่วยไง

แม่กุก็เคยนะ แกเจ๊บหน้าอก ยกแขนไม่ได้ ใช้ประกันสังคมตรวจ มันบอกว่ากล้ามเนื้ออักเสบ เป็นอยู่เกือบปีไม่หาย ยอมเสียเงินตรวจ ถึงได้รู้ว่าเป็นมะเร็ง เต้านม โชคดีว่ารักษาทันตอนนี้หายแล้ว ถ้าเจอหมอเหี้ย แบบ จขกท ป่านนี้ก็คงเสียไปแล้ว

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 2
159

คนที่ด่าๆนี้อยากให้ลองไปเป็นหมอดูเองครับ เจอเคสแปลกๆแล้วจะร้องไม่ออก
อย่างที่บอกบางทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ

อย่างโรคกระเพาะเรื้อรังคนเป็นกันเป็นปีๆมันก็มีเยอะแยะไป
มะเร็งตัวนี้เขาก็บอกแล้วว่าตรวจจับยากมาก

คือไม่ลองเป็นเองคุณก็จะมองแต่ในมุมมองของคุณ

บ้านผมเรียนหมอกันอยู่ 3 คนตอนนี้ แต่ละคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานเรียนรู้ทั้งนั้น
อยากจะบอกว่าอาชีพหมอไม่ใช่สบายนะครับ เหนื่อยโคตรๆ
ได้นอนวันนึงถึง 5 ชั่วโมงก็บุญแล้ว เสาร์อาทิตยก็ต้องเข้าเวร วันหยุดก็หยุดไม่ได้
ใครคิดว่าทำอาชีพหมอแล้วเทพ แล้วสบาย อยากให้มันลองมาเป็นจริงๆดู แล้วจะรู้ว่ามันเป็นยังไง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 19 Thumb down 20
160

คุณตาแฟนเราก็เจอแบบนี้เหมือนกันค่ะ ไปโรงบาลเพราะปวดท้อง บอกเป็นโรคกระเพาะ

ไป ๆ มา ๆ เปลี่ยน รพ. ตรวจอีกทีก็เป็นมะเร็งตับระยะท้าย ๆ แล้ว แต่ทางครอบครัวเค้าไม่ยอมแพ้ ยอมเสียตังค่าคีโมเป็นล้านเลย

โชคดีที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าจะหายแล้ว หมอบอกว่ายังไงไม่เสียเพราะมะเร็งแน่ ๆ ;-)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ห่านจิก
161

Monotone wrote:

คนที่ด่าๆนี้อยากให้ลองไปเป็นหมอดูเองครับ เจอเคสแปลกๆแล้วจะร้องไม่ออก
อย่างที่บอกบางทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ
อย่างโรคกระเพาะเรื้อรังคนเป็นกันเป็นปีๆมันก็มีเยอะแยะไป
มะเร็งตัวนี้เขาก็บอกแล้วว่าตรวจจับยากมาก
คือไม่ลองเป็นเองคุณก็จะมองแต่ในมุมมองของคุณ
บ้านผมเรียนหมอกันอยู่ 3 คนตอนนี้ แต่ละคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานเรียนรู้ทั้งนั้น
อยากจะบอกว่าอาชีพหมอไม่ใช่สบายนะครับ เหนื่อยโคตรๆ
ได้นอนวันนึงถึง 5 ชั่วโมงก็บุญแล้ว เสาร์อาทิตยก็ต้องเข้าเวร วันหยุดก็หยุดไม่ได้
ใครคิดว่าทำอาชีพหมอแล้วเทพ แล้วสบาย อยากให้มันลองมาเป็นจริงๆดู แล้วจะรู้ว่ามันเป็นยังไง

แล้วทำไมมัน ไม่ตรวจอย่างอื่นด้วยล่ะ? ทำไมถึงปักใจว่า เป็นกระเพาะอักเสบอย่างเดียว ถึงจะบอกว่า อาจเป็นเรื้องรังเป็นปีๆได้ แต่มันจะไม่ตรวจอะไรเพิ่มหน่อยเลยหรือ? เพราะมันก็ไม่ใช่ทุกคนใช่ใหมที่จะเป็นเรื้อรัง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
162

โลกเรายังไงก็เงินมา ของไปว่ะ ชีวิตคนอาจจะตีค่าไม่ได้ แต่เงินทำให้ต่อชีวิตได้ว่ะ

มันมีอะไรหลักหลั่นกันอยู่ อย่างพวกคุณบอกหมอน่าจะเอาแต่มีจรรยาบรรณนะ ลองไปดูการศึกษาไทยที่ครูอยู่ด้วย “จรรยาบรรณ” ไม่ได้อยู่ด้วยเงิน ผลเป็นไงล่ะ ระบบโคตรห่วยห่วยอย่างบรม ถ้าลองวงการแพทย์ทำแบบนั้นบ้าง ไม่ต้องพูดครับคนตายมากขึ้นหลายสิบเท่ารักษากันไม่หายหรอก โลกเราไม่ได้เดินได้ด้วยอย่างเดียว ใช้ “เงิน” อย่างเดียวก็ไม่ได้ แต่จะแดก “จรรยาบรรณ” ก็ไม่รอด

สุดท้ายมึงต้องยอมรับความจริงว่ะว่า “เงิน” มีส่วนอย่างน้อยก็ครึ่งนึง กุไม่ได้เข้าข้างหมอ แต่นี่คือเรื่องจริง หมอที่รักษาห่วยอ่ะมันห่วยอยู่แล้ว แต่กุแค่คิดว่าบางทีมึงอยู่กับอุดมคติมากไป

กุอยากลองฝากคำถามว่า ถ้าวันนึงมีคนไืทย 10 คนที่สามารถรักษาได้ด้วยเงิน 1 หมื่นล้าน พวกมึงจะให้เอาภาษีทั้งประเทศ + บริจาคเพิ่ม เพื่อไปดูแลคน 10 คนนี้หรือเปล่า แล้วถ้า 1 ใน 10 คนนั้นเป็นคนในครอบครัวคุณ คุณจะโวยคนทั้งประเทศหรือไม่ที่บริจาคแค่คนละพันเดียวเพื่อครอบครัวคุณแค่นี้ก็ทำไม่ได้ แล้วถ้าสมมติว่ารัฐมีนโยบายให้เอาภาษีไปรักษา ในอนาคตถ้าคนป่วยแบบนี้มีเพิ่มจนเงินไม่พอล่ะ

คำถามปลายเปิดลองหาคำตอบของตัวเอง ลองมองในมุมถ้าญาติคุณเป็น 1 ใน 10 คนนั้น และมองในมุมถ้า 1 ใน 10 คนนั้นเป็นคนที่คุณไม่ชอบหน้า(เช่นแกนนำเสื้อคนละสี) ถ้า 1 ใน 10 คนนั้นเป็นคนรู้จัก ถ้า 1 ใน 10 คนนั้นเป็นคนที่เคยทำร้ายคุณ คุณจะตอบต่างกันมั้ยแค่ไหน ลองคิดดูละกัน ว่าจริงๆ โลกเรามันเดินไปยังไง อุดมคติมันใช้ได้กี่ส่วน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 3
163

หมอมันลำบาก แล้วอยากเป็นกันทำไม :lol:

ความผิดคนไข้เองแหละที่เสือกเป็นโรคที่มันตรวจหายากๆ :evil:

ถ้าเกิดว่าแม่คุณหมอทั้งหลายปวดท้อง คุณก็รู้ว่ามีโอกาสเป็นโรคมะเร็ง
แล้วถ้ามันเรื้อรัง คุณจะสงสัยมั้ยว่าแม่คุณเป็นมะเร็ง(รึโรคอื่นที่มันร้ายแรงกว่านี้)

แล้วกรณ๊นี้คุณคงต้องทำ CT MRI ห่าเหวอะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้แน่ใจว่าแม่คุณไม่ได้เป็นมะเร็ง

ประเด็นก็คือ ตาสีตาสาอย่างเราๆไม่รู้หรอกว่าอาการแบบเนี๊ยะ อาจเป็นอาการเริ่มของโรคร้ายแรง
ถ้าจขกท.รู้ก่อนว่าอาจเป็นโรคมะเร็ง เขาคงพาแม่เขาไปตรวจเองนานแล้วล่ะ

ทีหลังถ้าเป็นโรคอะไรเรื้อรัง อย่าไปหาหมอคนเดียว ลองไปหลายๆที่ให้หมอหลายๆคนตรวจ ;-)
ผลตรวจอาจจะออกมาไม่เหมือนกัน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 16 Thumb down 2
หมาข้างถนน
164

นึกถึงตัวเองนิดๆแฮะ

ปีที่แล้วผมไปถอนฟันคุด มีอยู่ 2 ซี่ ต้องถอนคนละวัน พักไปสัปดาห์หนึ่ง เพื่อให้บาดแผลจากการผ่าตัดฟื้น
รอบแรกหมอเวรไม่อยู่ อาจารย์หมอที่อยู่ีที่นั่นพอดีเลยทำการถอนให้เอง ท่านทำให้อย่างดี ไม่รู้สึกเจ็บเลย เร็วด้วย ทำเสร็จแล้วท่านยังให้ไปเอ๊กสเรย์ตรวจสอบเผื่อมีเศษฟันตกค้างด้วย กลับบ้านไม่กี่ชม.เลือดก็หยุดไหล ตกเย็นก็ทานอาหารได้แล้ว

แต่อีกรอบนี่สิ เพราะตอนแรกเจอหมอดีก็เลยสบายใจ แต่พอไปจริงแล้วเจอหมออีกคน หมอคนนี้ถอนได้เจ็บโคตรๆ ตลอดการถอน แทบไม่ฟังเลยตอนบอกว่าเจ็บ(แล้วจะให้ตบมือกับเก้าอื้เมื่อเจ็บทำไมฟระ เป็นสคริปที่ต้องบอกคนไข้หรือไง ถึงไม่หยุดไม่เชื่อ เป็นการถอนฟันที่เจ็บที่สุดในชีวิต ทำเสร็จไม่ได้ให้เอ๊กสเรย์ …คงเชื่อในฝีมือตัวเองละมั้ง แล้วตอนกลับกว่าแผลจะปิด เลือดหยุดไหลจริงๆ ก็ข้ามวันไปสองสามวันแน่ะ

นี่โรงพยาบาลเดียวกันนะครับ

แต่เห็นได้ชัดว่าคุณภาพของหมอแตกต่างกันลิบ

หมอดีๆก็มี แต่หมอที่ไม่ดีพอ ก็พบเห็นได้ง่ายกว่ากันเยอะครับ
และพวกนี้มักจะไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดพลาดด้วย จนกว่าจะมีหมอที่ระดับสูงกว่ามาค้านนั่นแหละ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 1
165

หมอเป็นแค่อาชีพ หรือเป็นมากกว่าอาชีพ

ผมทำ CG ให้ฝรั้ง ผมก็เผาส่งไปวันๆแม่งจะเอาเร็ว ทำแค่นี้เพราะมันคืออาชีพ
ส่วนการวาดการ์ตูนหรือปั้นโมเดลอยู่ที่บ้านนั้น จะค่อยๆทำอย่างดี เพราะมันคือสิ่งที่ผมรัก

มนุษย์ก็เป็นแบบนี้แหละ สิ่งที่สำคัญคือคุณอย่าคิดไปเองว่าหมอรักษาคุณด้วยอุดมการณ์ที่ดีทุกคน

ผมไม่เคยไว้ใจหมอ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 1
166

พี่หลึ่ย บางกะปิ wrote:

Love~Drama Ja wrote:

อยากชี้แจงให้เข้าใจ หมอแย่ๆหัวเราะคนไข้ก็เยอะ
แต่ขอบอกว่าบางคนแม่งไม่ได้ตั้งใจ…มันเพี้ยนค่ะ
มีเพื่อนคนนึงเรียนหมอSIนี่แหละ ขี่จักรยานมา…ขี่ไปไม่มองทาง มันแหงนหน้าหัวเราะกับท้องฟ้า สมัยอยู่ประถม แมร่งยืนหัวเราะกับตู้กดน้ำ
.
.
.
แค่อยากให้เข้าใจว่าบางคนไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่มันเพี้ยน

SI รุ่นไหนอ่าาาาา

ปีหนึ่งปัจจุบันค่ะ ร้อยยี่สอบเท่าไหร่ไม่แน่ใจ เลขอย่างเทพ เรียนเลขม.ปลายตั้งแต่ประถม แต่ก็อย่างว่าค่ะ… :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
สิบเอกหมูตุ๋น
167

หมอเหี้ยๆต้องให้ไปดู “โฮจุน” คนดีที่โลกรอ หมอโฮจุน :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 3
168

@ Anithin:

เอ่อคือ…ตามกฏหมายประเทศไทยแล้วอ่ะนะคับ
คนที่มีสิทธิที่จะรู้ว่าผู้ป่วยเป็นอะไรมีแค่บุคลากรทางการแพทย์ที่รักษาคนคนนั้นกับตัวผู้ป่วยเองไม่ใช่เหรอครับ?

กุโดนกดลบแน่เลยว่ะ -*-

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
169

ความเป็นจริง God Hand เทรุ กับ หมอ K ที่รักษาผู้ป่วยด้วยใจบริสุทธิ์ไม่หวังผลกำไรตอบแทนคงไม่มีสินะ…- -” เอะอะ อะไรก็เงินๆทองๆ..เชื่อเลยมนุษย์…. :shock:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
170

House M.D.ก็มีประเด็นเรื่องพรบ.แพทย์ที่ไทยกำัลังมีปัญหากันนะ เพราะมันทำให้คนไข้หาเรื่องฟ้องร้องเอาเงินจากหมอได้น่ะ มันก็มีคนไข้ที่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อฟ้องร้องเอาตังส์ ซึ่งกรณีนี้บรรดาหมอๆ ทั้งหลายสามารถปฏิเสธการรักษาโดยส่งต่อไปรพ.อื่นได้นะ ส่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีรพ.ที่ยอมเสี่ยงนั่นแหละ :twisted:

ส่วนเรื่องคุณภาพหมอก็เจอมากับตัวเหมือนกัน เมื่อสองสามปีก่อนปวดท้องมาก ปวดจนดิ้นพราดๆ กับพื้นต้องหามส่งรพ.ล่ะ แต่ขนาดจะเรียกรถพยาบาลนะ โทรไปไม่มีคนรับสาย สุดท้ายก็ต้องขึ้นแท็กซี่ไปรพ.ประจำจังหวัด ไม่ได้เข้าห้องฉุกเฉินด้วยนะ ต้องรอแพทย์เวรตรวจ รอเป็นชั่วโมงแต่ถามอาการไม่ถึงนาที ไม่มีคลำท้องอะไรเลยก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะ แล้วก็ให้ยามา เหมือนจะหายแต่นานๆ ทีก็ปวดท้องหนักๆ อย่างนั้นเป็นปี จนพี่เรากลับมาเยี่ยมบ้านแล้วเห็นท้องเราเท่านั้นล่ะ รู้เลยว่าเป็นเนื้องอก ส่งไปอุลตร้าซาวด์ที่รพ.กรุงเทพคริสเตียนวันรุ่งขึ้นเลย เจอcystไซส์14ซม. เลยต้องยอมตัดรังไข่ทิ้งไปเลยเพราะมันเกินปัญญาจะเลาะแต่ก้อนเนื้อออกแล้ว แต่มา่ผ่าที่รามานะ เพราะพี่เราพาไปฝากกับอาจารย์หมอทางด้านนี้ที่นั่น คิวแน่นขนาดต้องให้หมอเขียนโน้ตไปยื่นให้พยาบาลขอแทรกคิวในคลีนิคนอกเวลาเลยล่ะ เอาเป็นว่าอยากวัดคุณภาพของหมอก็ดูคิวนัดของหมอแต่ละคนละกัน ยิ่งได้คิวยากเท่าไรยิ่งเก่งเท่านั้น อย่างหมอที่ผ่าเรานี่ได้คิดนัดfollow upทีก็ครึ่งปีให้หลังเลยล่ะ :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 1
171

กรำ wrote:

@ Anithin:
เอ่อคือ…ตามกฏหมายประเทศไทยแล้วอ่ะนะคับ
คนที่มีสิทธิที่จะรู้ว่าผู้ป่วยเป็นอะไรมีแค่บุคลากรทางการแพทย์ที่รักษาคนคนนั้นกับตัวผู้ป่วยเองไม่ใช่เหรอครับ?
กุโดนกดลบแน่เลยว่ะ -*-

เอ ทำไมคิดว่าจะโดนลบละครับ ^^a

ผมก็เพิ่งทราบเรื่องกฎหมายนี่ละครับ แต่เท่าที่รู้ในทางปฏิบัติ คนเป็นมะเร็งนี่ญาติเลือกจะไม่บอกเยอะนะครับ
อาจจะเพราะกลัวเสียกำลังใจกระมัง เพราะได้ยินว่ามีกรณีที่พอผู้ป่วยรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้วกำลังใจตก
อาการทรุดเร็วกว่าที่คิด เลยบอกญาติแทนนี่ล่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
172

:lol: จุดสำคัญเลยที่เหล่าผู้ป่วยต้องการคือ ให้หมอฟังคนไข้บ้าง และใส่ใจในการตรวจถ้า ถ้าคนไข้พูดไม่ค่อยเข้าใจก็ควรเป็นหน้าที่หมอที่ต้องซักเยอะๆ เคยเจอหมอถามว่าเป็นไข้รึป่าว(ก็ไอ่หมอคนเดียวกะที่บอกว่่าเราเครียดในคห.78อะแหละ) เราก็บอกว่าเมื่อ2-3วันก่อนไม่เป็นแต่มีอาการท้องอืด เรอ ปวดจุก อ้วก หมอแม่งรีบสวนเลยว่า ผมถามวันนี้ไม่ได้ถามเรื่องวันก่อน….. เราพูดไม่ออกเลย :sad:

ที่เราบอกเรื่องการกำเริบของอาการอย่างละเอียด ก็เพื่อจะช่วยให้หมอวินิฉัยได้ง่ายขึ้นแท้ๆ เข้าใจว่างานหมอมันหนัก มันเหนื่อย :???: แต่กรูก็รักชีวิตกรูเองเหมือนกันนะ คนเราถ้ามันไม่เจ็บป่วยถึงขั้นนึง มันไม่อยากไปโรงบาลกันหรอก :mrgreen:

หมอประกันสังคมที่ดีๆก็มีนะ ที่โรงบาลยันฮีหมอดีมาก แม้จะต้องรอนานโคตรก็ตาม เคยมีอาการฉี่ไม่สุด เจ็บเวลาฉี่ ไปรักษากับคุณหมอท่านนั้น 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 หมอแกนัดให้พบหมอเฉพาะทาง ให้ตรวจภายในให้เลย โดยยังใช้สิทธิประกันสังคมเช่นเดิม <—หมอที่ใส่ใจแบบนี้ล่ะที่เราต้องการ อะไรที่ทำไม่ได้ก็รู้จักส่งไปให้หมอแผนกอื่น ;-)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
ไม่อ่านเอาฮา
173

Monotone wrote:

Monotone

กรูเกลียด คำนี้จริงๆ “ทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ” งั้นความผิดใคร คนไข้เหรอ ถ้ามึงความรู้ไม่พอ เจอโรคที่ไม่คุ้น ก้ไม่ควร วินิฉัยเองสิวะ ยกเคสให้หมอคนอื่นก็ได้ มึงก้ยังรู้ว่ามีโอกาส วินิจฉัยพลาด ก็ยิ่งสมควร ยกเคสให้คนอื่น สาด ขิวิตคนไม่ใช่เครื่องทดลอง อวัยวะมันหาแทนไม่ได้นะสาด
มึงพูดงี้ต่อไป อาชีพอื่นแม่งก็ไม่ต้องรับผิดชอบหมด วิศวะกร สร้่างตึกก้ไม่ต้องรับผิดชอบถ้าตึกแม่งพังลงมา คนขับรถโดยสารแม่งก็ไม่ต้องติดคุก ถ้าขับรถไปคว่ำ สิวะ ใครก็พลาดได้ :o :o :o :o :o :o
บางโรค กรูเข้าใจว่ามันรักษาไม่ได้ หรือมาช้าเกินรักษาไม่ทัน แต่ถ้าขนาด อยู่กับหมอแล้ว ยังรักษาให้ตายด้วยคำว่า่ นิจฉัยพลาด มึงสมควรติดคุกเหอะว่ะ :o :o :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 4
174

สรุปไอ้เรื่องน้ำลูกพรุนเนี่ย มันเป็นยังกันแน่ คาใจชิบเลยว่ะ

ส่วนเรื่องคนไข้กับหมอนี่ปัญหาโลกแตกเถียงกันยังไงก้ไม่มีวันจบ เพราะต่างคนต่างเอาเหตุผลมาทุ่มใส่กบาลกัน

โดยไมูู่รู้จักใช้ความรู้สึกดีๆต่อกันมาพูดกันบ้าง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 2
กรุเบื่อออ
175

@ BOOM:
Jargon เพียบเลยนะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
176

@ psp:
แล้วภาคต่อจากบังคับคนไข้ตรวจ dr.K ก็โดนจับเข้าคุกเพราะละเมิดสิทธิผู้ป่วยด้วยรึเปล่าคะ ^ ^
แซวเล่นๆนะคะ แต่อยากเล่าอะไรให้ฟังนิดนึง
คนไข้มาด้วยปวดท้อง เป็นมานานล้านปีแสง กินยามาประมาณสามถัง
หมอ : เป็นนานมากเลยนะคะเนี่ย กินยามานานแล้วไม่หายน่าจะตรวจเพิ่มนะคะ
คนไข้ : งั้นผมขอเอกซเรย์ดูเลยได้มั้ยครับ
หมอ : เอกซเรย์มันมองไม่เห็นนะคะ ต้องส่องกล้องดู
คนไข้ : เจ็บมั้ยครับ ใช้เวลานานมั้ยครับ เท่าไหร่ครับ
หมอ : ไม่เจ็บมั้งคะ (หมอก็ไม่เคยโดน – -”) เค้าพ่นยาชาให้ก่อนสอดกล้องขนาดประมาณนิ้วชี้เข้าไปส่องดู
ไม่ต้องนอนร.พ. ทำเสร็จกลับได้ แต่เวลาส่องกล้องมันก็เสี่ยงทะลุได้นะคะ แม้ไม่มากก็ต้องบอกไว้ก่อน
คนไข้ : – -” เอ่อ…เอิ่ม… -*- งั้นผทปวดไม่ค่อยเยอะแล้วครับ คงกระเพาะแหละ ขอยาไปกินก่อนละกันนะครับ
หมอ : อ่าว ไม่ดีม้งคะ ยากินมาตั้งนานไม่หาย น่าจะตรวจนะคะ
คนไข้ : ไม่เอา ไม่อยากทำครับ
เฮ้อ… เอาเข้าจริง ไม่เห็นมีใครอยากตรวจเลย ใน 100 คน มีสัก 2 คนมั้งที่อยากตรวจ
ให้เค้าพูดใหม่ทุกรอบเค้าก็เหนื่อยนะ ตรวจกันสักทีจิ – -”

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 2
177

อ่านที่ลายคนมาแชร์ประสบการณ์ แล้วซึ้งจริงๆว่ะ
โดยเฉพาะของคุณปลาทู โชคดีที่คิดถูกไปอีกรพ.หนึ่ง ไม่งั้นถ้าเป็นเรา พ่อเราเป็นอะไร เราคงไปตบหน้าหมอถึงที่แน่
ขนาดขอเข้าแอดมิด ยอมจ่ายเองแล้วทำไมถึงไม่ยอมให้เข้าว่ะ
กลัวตรวจมาเจอแล้วเสียหน้าหรือไง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
178

ไม่อ่านเอาฮา wrote:

Monotone wrote:

Monotone

กรูเกลียด คำนี้จริงๆ “ทีวินิจฉัยพลาดมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ” งั้นความผิดใคร คนไข้เหรอ ถ้ามึงความรู้ไม่พอ เจอโรคที่ไม่คุ้น ก้ไม่ควร วินิฉัยเองสิวะ ยกเคสให้หมอคนอื่นก็ได้ มึงก้ยังรู้ว่ามีโอกาส วินิจฉัยพลาด ก็ยิ่งสมควร ยกเคสให้คนอื่น สาด ขิวิตคนไม่ใช่เครื่องทดลอง อวัยวะมันหาแทนไม่ได้นะสาด
มึงพูดงี้ต่อไป อาชีพอื่นแม่งก็ไม่ต้องรับผิดชอบหมด วิศวะกร สร้่างตึกก้ไม่ต้องรับผิดชอบถ้าตึกแม่งพังลงมา คนขับรถโดยสารแม่งก็ไม่ต้องติดคุก ถ้าขับรถไปคว่ำ สิวะ ใครก็พลาดได้
บางโรค กรูเข้าใจว่ามันรักษาไม่ได้ หรือมาช้าเกินรักษาไม่ทัน แต่ถ้าขนาด อยู่กับหมอแล้ว ยังรักษาให้ตายด้วยคำว่า่ นิจฉัยพลาด มึงสมควรติดคุกเหอะว่ะ

ไม่ได้ครับ หมอในประเทศไม่พอ = =

หมอเฉพาะทางเรามีไม่กี่คน ถ้าทำแบบที่คุณว่า คือเอาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจ ต่อให้หมอไม่ต้องนอน ไม่ต้องกิน ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน เป็นอมตะ

ก็ตรวจไม่ทัน(ต่อให้นาทีล่ะ 1 คนเลย)

ขึ้นอยู่กับเส้นคุณว่าใหญ่พอรึเป่า

หรือไม่ก็ ไปคิดค้นเครื่องจักรที่ตรวจอาการพื้นฐานได้เหมือนหมอ แล้วใช้แทนหมอแม่งเลย รับรองทัน

ไม่ทัน แปลว่ารัฐบาลแม่งคอรับชั่น – -

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 2
แมวดำ ณ ลังส้ม
179

ขอแจงความคิดเห็นเป็นข้อๆ
1.ที่บอกว่าเงิน7000ค่าCTscanนั้น หมอทำงานไม่กี่วันก็ได้มา เออมันก็จริง
แต่ประเด็นคือ คุณจะให้หมอเป็นคนออกค่ารักษาให้คนไข้อย่างนั้นหรือ?
หากมีเคสนี้เกิดขึ้นจริงๆ ต่อไปหมอไม่โดนคนไข้ขอให้รักษาฟรีกันหมดเรอะ?
แล้วเงินรัฐบาลมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก เอาจริงๆเครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่มันก็เงินโรงพยาบาลแทบทั้งนั้น
รัฐมันเคยช่วยอะไรซะที่ไหนล่ะ?

2.ที่บอกว่าหมอวินิจฉัยสั่วๆ
อันนี้ไม่รู้ว่าพูดถึงหมอคนไหน ถ้าหมายถึงตอนที่ “ตาเหลืองแล้วแต่ยังวินิจฉัยให้เป็นโรคกระเพาะอยู่” อันนี้ก็คงผิดจริง
แต่ถ้าหมายถึง ครั้งแรกที่ตรวจแล้วหมอบอกว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ อันนี้หมอไม่ผิด
เพราะโรคมะเร็งตับอ่อน มันตรวจพบยากจริงๆ นอกจากจะเริ่มมีอาการให้เห็นชัดเจนแล้ว
จะให้ไปCTscanตั้งแต่ตอนเริ่มปวดท้อง ใครมันจะทำให้ล่ะ? CTscanนะ ไม่ใช่ยาพารา จะได้ทำกันง่ายๆขนาดนั้น
(ขนาดโรคมะเร็งอื่นๆ กว่าจะได้ทำยังต้องผ่านขั้นตอนมาเยอะแยะเลย)

3.หลายคนเอาแต่ก่นด่าหมอ เยาะเย้ยหมอที่ออกมาแก้ต่าง
เรายังไม่ได้เข้าไปอ่านคห.ของหมอๆทั้งหลายในพันดริ๊ฟท์ แต่ขอด่านักเลงคีย์บอร์ดในดราม่านี้ก่อนเลยว่า
“ไม่เคยรู้จักชีวิตการทำงานของหมอ แล้วอย่ามาทำพูดดีจะได้ไหม?”
เรามีพ่อเป็นหมอในรพ.ศูนย์และเราก็เคยฟังพ่อเล่าประสบการณ์ต่างๆที่เค้าได้เจอมาตลอดหลาย10ปีที่ทำงานอยู่ในรพ.
งานมันไม่ได้ง่ายเหมือนที่พวกคุณเข้าใจนะ หมอไม่ได้มีหน้าที่จ่ายยาหรือขูดรีดตังค์จากคนไข้ซะหน่อย

หมอทุกคนต้องมีความเด็ดขาดในการตัดสินว่าคนไข้เป็นโรคอะไร เพื่อที่จะได้ทำการรักษาในขั้นตอนต่อไป
แต่บางอาการของคนไข้มันก็คลุมเครือ หมอที่วินิจฉัยผิดพลาดมันก็มี <<(ตรงนี้อ่านให้ชัดเจนเลยนะ เพราะเหมารวมถึงเคสอื่นๆด้วย)
แน่นอนว่าหมอที่วินิจฉัยผิดพลาดนั้นย่อมมีความผิด แต่เราก็ไม่อยากเห็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มาด่าปาวๆหาว่าหมอวินิจฉัยมั่วๆ
คุณคิดว่าหมอจะสบายเหรอ ถ้าวินิจฉัยโรคผิดแล้วทำให้คนไข้อาการแย่ลง?

ยอมรับนะว่าเดี๋ยวนี้หมอแย่ๆมันเยอะ แต่ถึงมันจะแย่มันก็ไม่วินัจฉัยอะไรมั่วๆหรอก เด๋วก็เข้าตัวซะเปล่าๆ

ปล.อ่านคอมเม้นต์ในนี้แล้วก็สลดนะ..
คนทั่วไปที่ไม่มีเอี่ยวกับคนในวงการแพทย์ส่วนใหญ่มักจะมีอคติกับหมอเสมอเลยแฮะ
ปล2.แล้วก็ ไอ้หมอแย่ๆส่วนใหญ่มันก็มาจาก พวกนศพ.ที่สอบเข้าคณะมาเพราะอยากได้เงินเดือนสูงๆกับไอ้พวกตามกระแสนั่นแหละ
คนที่เค้าอยากจะเป็นหมอเพราะใจรักจริงๆแต่สอบไม่ิติดก็มีเยอะแยะ ไปเอาคนพวกนั้นมาเรียนแทนยังจะดีซะกว่าอีก

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 17 Thumb down 6
180

ชอบรูปดราม่าจัง :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
181

:sad: อ่านดราม่านี้แล้วน้ำตาไหลเลยครับป้าผมไปตรวจที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง(แกเป็นเกษตรกรนี่ล่ะครับ)ไปหาหมอด้วยอาการปวดนมด้านซ้ายเชื่อไหมครับโรพยาบาลรัฐมันไม่ดูด้วยซ้ำถามอาการแล้วก็ว่าป้าผมทำงานหนักกล้ามเนื้ออักเสบเลยให้ยาคลายกล้ามเนื้อแก้อักเสบมากิน+ทา แกก็กินๆทาๆอยู่เดือนนึงไม่ได้ดีขึ้นแกเลยเข้าไปตรวจกับโรงพยาบาลเอกชนในเมือง ปรากฏว่าแกเป็นมะเร็งเต้านมครับ :x พอแกรู้ก็เป็นลมไปเลยนอนไม่หลับเครียดต้องกินยานอนหลับถึงจะนอนได้ :sad: ผมเข้าใจนะครับว่าโรงพยาบาลรัฐแถวบ้านนอกคนมันไม่ใช่น้อยๆหมอก็ยังน้อยอีกแต่โรคภัยมันไม่ได้เลือกนี่ครับว่าจะเกิดกับใครคุณเป็นหมอผมก็ขอไหว้ล่ะครับว่าดูละเอียดๆหน่อยเถิด :sad:

ปล.วันที่ 16 นี้หมอนัดตัวมะเร็งป้าผมแล้วล่ัะครับหวังว่ามันจะยังไม่ลุกลามไปมากกว่านี้ :sad:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
182

กูละเบื่อพวกที่ออกมาแก้ตัวว่าหมอทำงานหนัก หมอขาดแคลน บลาๆๆๆ
กูจะบอกว่าอาชีพอื่นก็ทำงานหนัก และขาดแคลนบุคลากรอีกเยอะแยะครับ
แต่ถึงเวลาผิดพลาดขึ้นมา แม่งก็โดนด่าเหมือนๆกันหมด
สิ่งที่ควรทำเมื่อผิดพลาดไม่ใช่ออกมาแก้ตัว โทษนู่น โทษนี่
แต่เป็นการแก้ตัว และปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้นๆมากกว่าครับ

บางอาชีพแม่งทำงานโคตรพ่อโคตรแม่หนักเลย แต่เงินเดือนน้อยสุดตีน
คนที่ทำอาชีพนั้นๆมันก็มีทั้งทำเต็มที่ และทำไปวันๆเหมือนๆกัน
แต่เวลาผิดพลาดขึ้นมา แม่งไม่เห็นจะแก้ตัวกันแหลกลานแบบเลย
แถมไม่มีคนออกมาปกป้องอีกตังหาก

แล้วแบบนี้จะไม่เรียกว่าหมอบางคนนี่มันอีโก้สูงแตะต้องไม่ได้ ได้ยังไงวะ :lol:

ย้ำว่าหมอบางคนนะครับ ไม่ได้ด่าทุกคน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 17 Thumb down 4
183

กูพูดตรงๆนะ เอาจากยังไม่ได้เป็นหมอเนี่ยแหละ

พวกที่เรียนจะเป็นหมอกันในคณะเนี่ย เห็นแก่ตัวกันฉิบหาย :mrgreen:

งานรุ่นมาแต่ละที พวกกูแทบจะต้องไปกราบตีนให้มันมาช่วยงาน :evil:

คนเป็นหมอแม่งควรจะมีจิตสาธารณะไม่ใช่เหรอวะ !?!

บางคนนะอีหอก ทีตอนสัมภาษณ์บอกหนูอยากเป็นหมอ อยากช่วยคน บลาๆๆ พอมีงานไปขอช่วย มันบอกจะมาๆ แล้วก็ชิ่งหนี :sad:

เรื่องเล็กๆแค่นี้แม่งยังไม่คิดเสียสละ รู้เลยว่าจบไปแม่งจะเป็นหมอแบบไหน :cry:

ป.ล. ทำไมตอนคัดคนเข้ามาเรียนแม่งไม่ดูพอร์ตกิจกรรมด้วยวะ เลยได้แต่อีพวกแบบนี้เข้ามาน่าเนี่ย กุละเพลียจนอยากจะลาออกไปขายกล้วยทอดที่บางโพแล้วแสรดดดด :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 1
184

Pei Jing wrote:

กำลัง งง ว่า หมอหัวเราะเรื่องน้ำลูกพรุนเพราะอะไร
อันนี้ผมมว่ามีลับลมคมไหนอ่ะจ่า
เพราะผมเองยังไงก็ไม่มีทางหัวเราะเรื่องนี้ หรือ อย่างน้อยก็ต้องบอกแหละว่าได้หรือไม่ได้
ถ้าหัวเราะเฉยๆทั้งกลุ่มด้วย นี่บ้าไปแล้ว

เราว่าไม่มีอะไรหรอก คงแค่กำลังอารมณ์ดีกัน
ครั้งนึงนอนโรงพยาบาลแล้วจำไม่ได้ว่าถามเรื่องอะไร รู้สึกจะเป็นเรื่องธรรมดาๆนี่แหละ แต่หมอกับพวกนศ.แพทย์ก็หัวเราะกันทั้งที่ไม่มีอะไรให้ขำ :cry: คงเพราะเป็นช่วงปีใหม่มั้ง อารมณ์ดีกันเหลือเกิน

ซื้อลาบเนื้อแถวบ้าน บอกเขาว่าเอาสุกปานกลางนะ เขาก็หันไปหัวเราะกับคนในร้านกันยกใหญ่ เป็นอย่างงี้มาทุกร้านในหมู่บ้าน = =’ มันแปลกตรงไหนง่ะ ไม่เข้าใจ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 1
185

เออ อีกอย่าง อยากจะบอกว่าถ้าเจอหมอดวกๆอ่ะ เล่นแม่งให้เถิดเถิงเลย กูหมั่นไส้มานานแล้ว :mrgreen:

เพราะในคณะกุเองก็มีคนที่แบบว่า ไม่เคยทำประโยชน์ห่าอะไรให้ใครเลย แต่เรื่องผลประโยชน์เข้าตัวมันเอาทุกอย่าง งานกลุ่มโดดได้โดด ไม่ทำได้ไม่ทำ

ตรวจคนไข้ก็ส่งๆ จะรีบไปเล่นเกม ไปหาเมียอะไรก็ว่ากันไป

ง่ายๆก็ฟ้องอาจารย์ในวอร์ดนั่นแหละ คลินิกภาคนั้นก็ไม่ต้องผ่านแม่ม :grin:

เออ แล้วไอ้เรื่องน้ำลูกพรุนห่าอะไรนั่นน่ะ คือไงวะงงชิบหาย :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
186

กูว่าแม่งวิฉัยผิดนั่นแหละว่ะ เรื่องแบบนี้มีอยู่บ่อยไป แต่ไอ้พวกที่มาด่าจขกท.ในพันทิปก็คิดละกัน คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
187

เห็นบางคอมเม้นท์แม่งบอกหมอมีไม่พอ มีไม่พอทำไมหมอมาทำงานสายจังวะ กูไปหาหมอศิริราชทีไร ไปแต่เช้าเห็นหมอเข้างาน 11 โมงทุกที กว่าจะได้ตรวจรอคิวเป็นร้อย บ่าย 3 กว่าจะได้พบหมอ แม่งตรวจแป็บเดียวบอกมาอีกทีวันนี้ๆ นะ สาดด แล้วให้กูไปรอทำไม งานการไม่เป็นอันทำ :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 2
188

สอบหมอสมัยนี้เป็นเพราะอยากได้เงินมากมากกว่าอยากรักษาคนไข้

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 1
189

อ่านไปอ่านมากูไม่อยากเป็นหมอและ เครียด :evil: จบไปรับงานที่บ้านต่อดีกว่า

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
โดะเอ็ม
190

จริงๆปัญหาเรื่องหมอเนี่ย เคยแอบคิดว่ามันเกี่ยวกับค่านิยมทางสังคมแล้วก้อระบบราชการเมืองไทยอยู่นะ :!:

1. คือคนที่ไม่ได้เป็นหมอหรือมีคนในครอบครัวเป็นหมอเนี่ย มักจะคิดว่ามองอาชีพหมอในแง่ยกย่อง

พอมีได้ผลการเรียนดีหรือลูกเรียนเก่ง ก้ออยากเป็นหมออยากให้ลูกติดหมอ การงานจะได้มั่นคงมีเกียรติ ภาคภูมิใจให้ใครไว้ชื่นชม

ค่านิยมในสังคมไทยมันเลยกลายเป็นประมาณว่า ถ้าเรียนเก่งก้อต้องเป็นหมอ วัดความสำเร็จหรือชัยชนะกันตอนเอนทรานซ์เอา :cry:

ก้อเลยทำให้คนที่เรียนหมอในไทยจำนวนนึงเรียนเพราะว่าการบังคับกลายๆของค่านิยมไม่ได้อยากเรียนจิง
ซึ่งคนพวกนี้ต่อไปอาจจะชอบอาชีพหมอ รักการเป็นหมอจบมาเป็นหมอดีมีจรรยาบรรณ ก้อได้

หรือถ้าไม่ ก้อจะกลายเป็นหมอที่ไม่มีความสุขกับอาชีพ ทำไปวันๆ ทำเพื่อเงิน แล้วก้ออาจจะกลายเป็นทำงานส่งๆไป ตกเป็นผลกรรมให้คนไข้ต้องเผชิญอีก

ไอ้พวกนี้นี่ดั๊นก้อรับไม่ได้นะฮะ :mrgreen:

2. การดูแลสวัสดิการเมืองไทยไม่ทั่วถึง รัฐไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเท่าเทียมของประชาชนแต่ละคน คุณภาพชีวิตของคนก้อเลยต้องขึ้นอยู่กับเม็ดเงินและอำนาจที่มี :shock:

พอเป็นอย่างงี้ใครก้ออยากมีเงินกันเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของตนเองและครอบครัว
บุคลากรที่มีความสามารถและเป็นที่ต้องการของราชการก้อเลยไหลไปอยู่กับเอกชน(ไม่ได้หมายถึงทั้งหมดนะ)

หมอก้อคน หมอก้อต้องใช้เงิน หมอก้อมีต้องมีครอบครัว หมอที่เก่งๆบางคนก้อต้องไปอยู่เอกชนเพราะเรื่องของเงินก้อมี

ลองคิดดูว่าถ้าโรงพยาบาลรัฐให้เงินหมอเท่าๆกะเอกชน หมอดีๆอาจจะอยู่ในโรงบาลรัฐมากขี้นก้อได้ :cry:

ทั้งนี้ทั้งนั้นที่พูดมาก้อแค่ความเห็นส่วนตัว คนที่ไม่เห็นด้วยก้อคงมี ขออภัยถ้ามันอาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกะดราม่านี้ซักเท่าไหร่
แต่รู้สึกว่าปัญหาหมอที่เกิดขี้นบางส่วน ไม่ได้เกิดจากตัวหมอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบจากลักษณะทางสังคมของเมืองไทยด้วย :cry:

ดูอย่างญี่ปุ่น(อาจจะไม่ทั้งประเทศอะนะ แต่จากประสบการณ์ที่เจอส่วนใหญ่)

คนเก่งๆเค้าไม่แห่ไปเรียนหมอกัน เค้ามีความฝันในสิ่งที่อยากทำแล้วก้อมุ่งมั่นเข้าเรียนในคณะที่ตรงกับความต้องการตัวเอง
สังคมเค้าเลยพัฒนาในหลายๆด้าน

เรื่องสวัสดิการก้อเหมือนกัน ประเทศนี้สวัสดิการดีจริงๆ รัฐจะช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้70%จากค่ารักษาทั้งหมด :evil:

แล้วก้ออีกเรื่อง ไม่รู้เกี่ยวมั้ย
หมอที่ญี่ปุ่นนี่ ไม่ง้อคนไข้ยิ่งกว่าเมืองไทยอีกนะคะ บางที่เปิด10โมงถึงบ่าย แล้วหมอไปพักกลางวัน มาอีกทีตอนสี่โมงถึงหกโมง
หยุดเสาร์อาทิตย์เเละวันหยุดราชการ ปีใหม่ก้อหยุด :twisted:

อยู่ญี่ปุ่นป่วยผิดเวลาก้อซวยนะฮร้าฟฟเธอว์ :lol:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
191

บอกก่อนว่าผมไม่ใช่หมอนะ
ความจริงทุกอาชีพมันผิดได้แหละ แต่หมอเวลาผิดแล้วผลมันชัดเจนและรุนแรงก็เท่าัน้นเอง
บางสายงานอาจจะประเมินเผื่อๆได้(เช่นวิศวะออกแบบโครงส้รางสำรองไว้) ซึ่งมันใช้งานจากนายทุนแก้ไขปัญหาส่วนนี้ได้ เพิ่มเงินนิดหน่อยแล้วไปเก็บต่อจากลูกค้าอีกทอด
แต่สายแพทย์มันไม่ใช่นี่นา จะวินิจฉัยเผื่อมันสิ้นเปลืองมากทั้งค่าใช้จ่ายและเวลา คนที่มีเงินจริงๆส่วนมากก็ไปอยู่เอกชน ฉะนั้นพอคนที่เงินไม่มากพอมาออกันที่รพ.รัฐมันก็เกิดปัญหาแหงๆทำไม ตรวจพลาดวินิจฉัยพลาด
1. เงินไม่มี ถ้าตรวจให้รอบก็อย่างในมาม่าบอกไว้ใครจะเอาเงินมาจ่ายให้ สมมติว่าถ้าเจ็บท้องโรคแล้วสถิติจะเป็นโรคA80% B15% C4% D1% ตรวจให้ครบก็ได้นะแต่ภาระค่าใช้จ่ายผู้ป่วยกับประกันสังคมทั้งหลายรับไหวเหรอ สุดท้ายหมอเลยต้องเดาส่งว่าเป็น A ไว้ก่อน
2. เวลาไม่มี รพ.รัฐคนแน่นทั้งปีทั้งชาติ ถ้าให้ตรวจคนหนึ่งๆสมมติเพิ่มจาก 5นาทีเป็น 10นาทีล่ะก็ น่ากลัวว่าคนมันจะป่วย/ตายมากขึ้นเพราะเคสง่ายๆไปไม่ถึงมือหมอแทนติดคุยซักอาการนาน

บางเคสหมอก็เลวร้ายจริงเช่นที่ว่า 1 ปีไม่ยอมวินิจฉัยในมุมมองอื่น
แต่ที่บอกนี่ผมว่าบางคนเห็นว่าชีวิตคนมันสำคัญมากจนลืมดูมุมมองอื่น สำคัญน่ะไม่เถียงหรอกแต่หมอเค้าก็เป็นลูกจ้างของรพ.ไม่ใช่มหาเศรษฐกิจเงินล้น หรือพระเจ้ามาจากไหนจะได้ช่วยทุกคนได้แบบ100% เค้าก็วิเคราะห์ในจุดที่เป็นไปได้มากที่สุด ผมคิดว่าคงไม่มีหมอคนไหนอยากให้คนไข้มาตายคามือตัวเองหรอกนะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 1
192

กูเคยเจอเคสการรักษาเหี้ยๆแต่ไม่หนักหนามาก

คือบ้านกูอยู่บางแค จะมีโรงบาลเอกชนใหญ่ๆ แถวๆท่าพระ บริการดีมีน้ำให้แดก และปกติมันค่อนข้างไว กูเลยไปโรงบาลนี้ประจำ :roll:

จนวันนึง กูตื่นนอนมาได้ 15 นาที(9โมง) กูรู้สึกเจ็บที่ไตขวาอย่างรุนแรง เหมือนมีใครบีบมันแรงๆ กูรู้ตัวทันที ว่ามีอะไรผิดปกติที่ไต กูรีบดื่มน้ำ 2 แก้ว แล้วรีบไปหาหมอ พอไปถึงกูปวดมากกก เกิดมาไม่เคยเจ็บอะไรเท่านี้มาก่อน ปวดร้าวมาถึงด้านหน้า(แถวไส้ติ่ง) กูอ้วกไม่หยุด มีแต่น้ำย่อย ไม่มีอะไรเลย อ้วกจนไม่มีอะไรจะอ้วก พยาบาลก็ถามๆๆ ประมาณ ครึ่งชม ฉีดยาแก้ปวดและยาแก้อาเจียนให้ แล้วพากูขึ้นไปห้องพัก

อีก 1 ชม หมอมาคุย แล้วก็หายไป จนกูปวดสุดๆอีกครั้ง ไม่มีใครช่วยกูได้เลย ยาแก้ปวดก็ไม่ให้เพิ่ม ถ้ากูสามารถทนความปวดมากที่สุด คือระดับ 10 ตอนนี้กูปวด 9.5 แล้ว ถ้าอีก 0.5 กูขอตายดีกว่า พยาบาลแมร่งก็ลุกลี้ลุกลน(อันนี้กูเข้าใจ หมอไม่สั่ง) จนผ่านไป 20 นาทีในนรก แมร่งเอายามาเพิ่ม แต่ฉีดยาไป ระดับความปวด อยู่ที่ 5-6 แล้วมันก็มาแจ้งว่า จะไปเอ็กซเรย์ ตอน 1 ทุ่ม!!!!!! :o มึงจะบ้าหราาาาาาา นี่พึ่งเที่ยงเองน๊า กูอยู่โรงบาลรัฐไงวะเนี่ย กูจะมาจ่ายแพงๆทำไม ถ้าให้กูรอปวดขนาดนั้น ห๊าาาาาาา!!!!!!! :x

พี่สาวกูวีนใส่พยาบาลทันที(กูไม่มีเสียงจะพูดแล้ว) “ถ้าคุณไม่ส่งน้องชายชั้นไป ตรวจเด๋วนี้ ชั้นจะโทรตามโรงบาลที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ให้เอารถมารับน้องชายชั้น ชั้นคิดว่ามันคงเร็วกว่าที่นี่เยอะ” คือที่วีนเพราะ 1 ทุ่มพึ่งได้ ตรวจ แปลว่ากูต้องรอวินิจฉัยอีก กว่าจะทำการผ่าตัด นู้นนั่นนี่ พุ่งนี้เช้ากูจะหายไม๊ :พยาบาลตกใจ หายไป 10 นาที แล้ววิ่งมาบอกว่า อีก 1 ชม ลงไปตรวจเลย เอ๊า!!! อีเจี้ย เร็วก็ได้ ทำไมมึงไม่เร่งฟระ :x

พอลงไปถึง ห้องเอ็กซเรย์โล่งเลย พี่น้อง ไม่ทราบว่ามันจะเว้นที่ไว้ให้ใคร มันมี 2 เตียง และไม่มีคนรอคิว ถ้าคิวแน่นกูจะรู้สึกขอบพระคุณมากๆ ที่ลัดคิวให้ แต่นี่……:o

สรุปกู เป็นนิ่วที่กรวยไต ทำให้ปัสสาวะ ไม่ออกจากไต ทำให้ไตบวม คือกูไม่รู้หรอกว่าถ้ารักษาช้าจะเป็นยังไง แต่กูรู้สึกได้ว่า ถ้าช้ามากๆ ไตกูก็แย่นะ อาจจะอักเสบ ติดเชื้อ (กูเดาล้วนๆ) คือกูไม่เข้าใจว่าหมอ เห็นคนเจ็บเป็นอะไรวะ โรงบาลก็ใหญ่ยังกะโรงแรม 5 ดาว ทำไมเมิงปล่อยให้คนไข้นอนรอเอ็กซเรย์พร้อมๆ กับความปวดอย่างแสนสาหัส 7 ชม :x

แต่หลังจากรอบนนั้นกูยังไม่เข็ด ยังไปหาอีก รอบนี้กูลื่นล้ม ซี่โครงฟาดท่อเหล็กที่พื้นอย่างแรง มันให้กูไปเอ็กซเรย์ ถือว่าปกติที่ต้องทำ สรุปเป็นซี่โครงอักเสบกูก็เดาๆได้ว่ายาต้องมี แก้ปวดอย่างดี แก้อักเสบอย่างดี ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาทาอย่างดี แผ่นแปะ หรืออื่นๆอีกนิดหน่อย

สรุป มันให้ยาแก้ปวดแก้อักเสบ อย่างเดียว และกินวันละ2 ครั้ง :???: กูใช้ pa นะคร๊าฟฟฟฟฟ เมิงจ่ายยามาเลยยย วงเงินมันเป็น 10000 กูก็เถียงหมอ บอกจะขอยาเพิ่ม แมร่งบอก ลูกผู้ชายต้องทนเจ็บได้สิ เอ๊า!!!!……….พูดไรไม่ออกเลย แล้วกูมาหาหมอทำไม กูนอนเจ็บอยู่บ้านไม่ดีกว่าหรอ ยาที่เมิงให้ กูซื้อแถวบ้านไม่เกิน 200 กูมาหาทำไม :o แล้วมีหน้ามาบอกว่า 4 วันก็หาย แต่กูรู้เลยว่ามันจะไม่หาย แล้วมันก็ไม่หายจริงๆ กูต้องไปหาอีกโรงบาลนึง สภาพไม่ต่างจากวันแรก ยังปวดระดับเดิม(ยาที่มันให้ไม่ช่วยไรกูเลย) รอบนี้บีบคอหมอให้จัดยาแรงๆ ให้หายภายใน 1 อาทิตย์………ได้ตามนั้นจริงๆ ยาแก้ปวดแก้อักเสบกิน 4 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนอน ยาคลายกล้ามเนื้อ เช้า ก่อนนอน ยาทาเรื่อยๆ จัดยาขนาดนี้ ยังใช้เวลาเกือบ 3 อาทิตย์

กูไม่ได้อยากอวดรู้ว่ากูเก่งกว่าหมอนะคับ แต่กูเคยเป็นมาก่อน กูรู้ดีว่าอาการเนี้ย มันต้องกินขนาดไหนถึงไม่ทรมาน แล้วหายได้ในเร็ววัน สรุป แค่ซี่โครงอักเสบ ใช้เวลารักษาเกือบเดือน ถ้าใครไม่เคยเป็นแล้วเชื่อไอหมอคนแรก แมร่งคงนอนพะงาบไปครึ่งปีได้ หมอดีๆมีเยอะ แต่กูแจ๊คพอตเจอหมอหัวควยทุกที

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
193

อ้อออออออ กูลืมบอกไป หมอบางคนแมร่งเห็นแก่เงิน คนไข้เข้ามาหาที ก็ได้ค่ารักษาที แมร่งเลยอยากให้มาบ่อยๆกระมัง เลี้ยงไข้จัง กูนึกว่าจะเป็นแค่หมอสิวที่เลี้ยงไข้

หมอเก่งๆ ผมว่ามีเยอะ แต่หมอที่มีแต่ความรู้แต่ไม่มีจรรยาบรรณก็เยอะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ขอออกความเห็นบ้าง
194

กรณีอย่างนี้ นึกถึงกรณียายของเราที่เสียไปได้ประมาณ 3 ปีแล้วเลยอ้ะ

ยายเราเป็นมะเร็งที่ลำไส้ ก็ถึงระยะที่ไม่มีทางหายแล้วล่ะ ที่นี่หมอโรงพยาบาลแรกก็ผ่าตัดใส่อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ

ให้ไปขยายลำไส้ให้พอทำงานได้ พอผ่าเสร็จหมอจะให้คีโม แต่ที่บ้านเห็นว่าการคีโมเนี่ย คนที่แพ้มันทรมาน

ยายเองก็ไม่มีทางรักษาหายได้แล้ว อีกอย่างท่านก็อายุมากแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ ก็อย่าให้ทรมานเลย

ญาตๆ เลยบอกว่าไม่ต้องคีโม หมอก็ไม่ค่อยพอใจ หลังจากนั้นก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผ่านไปหลายเดือนก็ไปให้หมอดูอาการ

อีก หมอเห็นแล้วพูดประชดว่า ท่าทีดีขึ้นตั้งเยอะนี่ ไปได้ยาดีอะไรมาล่ะ หลังจากนั้นเลยย้ายโรงพยาบาล

แต่มาที่ใหม่ ที่นี่พยาบาลมันก็ชุ่ย ยายก็อาการไม่ดีแล้ว ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ พยาบาลมาเปลี่ยนน้ำให้

แล้ว “ไม่เปิดเครื่องทำออกซิเจนให้” กว่าแม่เราจะไปแล้วสังเกตเห็นก็หลายชั่วโมงแล้ว ตรวจแล้วออกซิเจนในสมองก็ลดลงด้วย

อีกครั้งก็มาเช็ดตัวให้ยาย แล้ว “ลืมใส่เครื่องช่วยหายใจให้” ฮ่วยจริง แถมพอไปว่าก็เกี่ยงกันอีกว่าคนที่ทำตอนนั้นไม่ใช่พวกฉัน

เป็นพยาบาลของอีกกะหนึ่ง หลังจากนั้นประมาณเดือนหนึ่งยายก็เสีย แต่เพราะว่าไหนๆ ยายก็ระยะสุดท้ายอยู่แล้ว

ญาตบอกว่าถ้าเอาเรื่อง เดี๋ยวจะมีเวรกรรมติดตัวยายไป ก็ปล่อยๆ ไปเถอะ แค่บอกให้หมอไปตักเตือนพยาบาลก็พอแล้ว

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
สมเด็จฮูเซนน์
195

:oops: ขอถามแบบโง่ๆเลย แอตมิดตืออะไรเหรอ ใครรู้บอกหนูหน่อย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
196

ถ้านักศึกษาแพทย์ทำตัวแบบที่จขกท.บอกนะ

เป็นผม ผมจะโวยวายแล้วหาวิธีรายงานอาจารย์แพทย์

โดนเละยกกลุ่มแน่นอน :o :o :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ฉันจะบิน ~!
197

คนที่บอกว่าหมอทำงานสายนี่ แน่ใจได้อย่างไรว่าเขามาสาย ?
ถ้าเป็นพวก extern อะนะ เขามาตั้งแต่ตีห้าหกโมงเช้าแล้ว แต่ตรวจคนไข้บนวอร์ดอยู่ บางคนเมื่อคืนเป็นเวรที่วอร์ด
คนไข้ 5 เตียง 10 เตียง ถูกปลุกทุกต้น ชม อาหารกำเริบ ระดับน้ำตาลลด บลาๆๆ พอเช้ามาตรวจบนวอร์ดเสร็จก็มาตรวจคนไข้ทั่วไปอีก
จำนวนคนไข้โรงบาลรัฐนี่ก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นพันๆคน แต่ละวัน ถามว่าหมอมีกี่คน ?
….จนถึงเที่ยง ข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด เผลอๆช่วงบ่ายมีสรุปเนื้อหาให้อาจารย์ฟังอีก ไปหา text มานั่งอ่าน

หมอเฉพาะทาง ก็อย่างที่บาง คห บอกว่ามันมีน้อยจริงๆ เพราะเรียนหมอจบ 6 ปีแล้วยังต้องไปใช้ทุนอย่างน้อย 3 ปี
เสร็จค่อยมาเรียนต่อเฉพาะทางอีก ซึ่งมันก็ไม่ใช่ปริญญาโท ยิ่งหมอศัลย์หัวใจ สมอง ยิ่งน้อย บางคนผ่า 3 เคสติดๆกัน 12 ชม
กาแฟก็โ๊ด๊ปกันเข้าไป 3 แก้ว 8 แก้ว

ไม่ใช่ว่ามาบ่นๆๆๆว่ามันหนักอย่างนุ้นอย่างนี้ เพราะทุกอาชีพก็มีจุดที่หนักเหมือนกัน แต่เห็น”บาง คห.” แล้วก็ละเหี่ยใจจริงๆ
พวกคุณเห็นแค่ฉากหน้าของหมอที่นั่งตรวจในห้องแอร์สบายๆ สั่งยา เซ็นชื่อ เดินไปเดินมาเท่านั้น เคยถามเขาบ้างไหมว่าเมื่อคืนได้นอนรึเปล่า
ไม่เคยเข้าไปเห็นฉากหลังหรอกว่ากว่าจะเรียนจบ กว่าจะผ่านไปแต่ละวันเป็นยังไง ต้องผ่านเคสผ่าตัดกี่เคส ทำคลอดคนไข้กี่คน ในแต่ละคืน
เวลาตรวจคนไข้ต่อคนนั้นหมอมีเวลาเท่าไหร่ เวลาเจอเคสที่คลุมเครือจะตัดสินใจเลยดีไหม สมัยนี้โรคใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะ อาการก็ใกล้เคียงกัน
โรคที่เกิดกับมนุษย์มันไม่ได้มีแค่ 10 โรคนะ มันมีเป็นร้อยๆพันๆโรค

เรื่องความเหนื่อยของหมอที่ทำให้ผิดพลาดในการทำงานนี่ก็มีเหมือนกัน ที่หมอคนหนึ่งทำงานหนักไม่ค่อยได้นอน จนวันหนึ่ง
ไปทำการเจาะเลือดคนไข้ที่ติดเชื้อ HIV แต่หมออ่อนเพลียมากจนทำเข็มที่ใช้เจอาะคนไข้จิ้มนิ้วตัวเอง
ต่อมาพบว่าตัวเองติดเอดส์แล้ว จากเลือดไม่ถึงมิลลิตรเข็มนั้น แต่เรื่องนี้มันพูดยากนะ หมอก็มีน้อย กระจุกตัวอยู่แต่ในเมือง
แต่ก็ใช่ว่าในเมืองจะพอเพียง ในต่างประเทศมีการจำกัด ชม การทำงานของหมอ แต่ก็ดูเหมือนทำงานหนักอยู่ดีนั่นแหละ

คนที่เป็นหมอด้วยใจจริงๆก็มีนะทุกท่าน เพียงแต่ว่าท่านไม่ค่อยจดจำหมอเหล่านั้น พอเจอหมอไม่ดีก็เหมารวมหมดว่าขูดรีดเงิน
รักษาสั่วๆ ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน ต้องเข้าใจว่าเขาต้องอยู่ด้วยตัวเอง หมอเป็นเพียงลูกจ้างที่ต้องทำตามเป้าที่ ผอ.กำหนด
มันต้องดูที่ นโยบายของโรงพยาบาลนั้นๆ ถ้าหมอไม่ทำก็อาจจะโดนไล่ออก ก็พิจารณากำลังทรัพย์ของตัวเองแล้วกัน

ไม่ได้มาแก้ตัวให้หมอเลวๆที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ตั้งใจวินิจฉัย เอาผลประโยชน์เข้าตัวหรอก แต่ขอให้มองใหม่ได้ไหม ว่าอาชีพนี้ก็มีคนดี
ที่ยินดีดูแลคนไข้ด้วยใจจริงๆ เห้อ อยากให้เด็กที่เขาตั้งใจเป็นหมอจริงๆ มีโอกาสเข้าเรียนได้ แทนที่จะเป็นพวกอยากได้ตังค์เยอะๆ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 12 Thumb down 2
198

หมอ มีหน้าที่รักษาโรค

ชีวิตคนไข้แบกไว้บนบ่าหมอ

ทุกวันนี้กลายเป็นอะไรไปแล้ว :shock:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
199

Redshit wrote:

เห็นบางคอมเม้นท์แม่งบอกหมอมีไม่พอ มีไม่พอทำไมหมอมาทำงานสายจังวะ กูไปหาหมอศิริราชทีไร ไปแต่เช้าเห็นหมอเข้างาน 11 โมงทุกที กว่าจะได้ตรวจรอคิวเป็นร้อย บ่าย 3 กว่าจะได้พบหมอ แม่งตรวจแป็บเดียวบอกมาอีกทีวันนี้ๆ นะ สาดด แล้วให้กูไปรอทำไม งานการไม่เป็นอันทำ

ก็เวลาทำงานเค้าเป้นเเบบนั้นี่ครับ

ถ้าคุณทำงาน 9โมง คุณจะไปตั้งเเต่ตี 5 มั้ยล่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 8
200

Marv wrote:

อ่านดราม่านี้แล้วน้ำตาไหลเลยครับป้าผมไปตรวจที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง(แกเป็นเกษตรกรนี่ล่ะครับ)ไปหาหมอด้วยอาการปวดนมด้านซ้ายเชื่อไหมครับโรพยาบาลรัฐมันไม่ดูด้วยซ้ำถามอาการแล้วก็ว่าป้าผมทำงานหนักกล้ามเนื้ออักเสบเลยให้ยาคลายกล้ามเนื้อแก้อักเสบมากิน+ทา แกก็กินๆทาๆอยู่เดือนนึงไม่ได้ดีขึ้นแกเลยเข้าไปตรวจกับโรงพยาบาลเอกชนในเมือง ปรากฏว่าแกเป็นมะเร็งเต้านมครับ พอแกรู้ก็เป็นลมไปเลยนอนไม่หลับเครียดต้องกินยานอนหลับถึงจะนอนได้ ผมเข้าใจนะครับว่าโรงพยาบาลรัฐแถวบ้านนอกคนมันไม่ใช่น้อยๆหมอก็ยังน้อยอีกแต่โรคภัยมันไม่ได้เลือกนี่ครับว่าจะเกิดกับใครคุณเป็นหมอผมก็ขอไหว้ล่ะครับว่าดูละเอียดๆหน่อยเถิด
ปล.วันที่ 16 นี้หมอนัดตัวมะเร็งป้าผมแล้วล่ัะครับหวังว่ามันจะยังไม่ลุกลามไปมากกว่านี้

ขอบอกให้ฌล่งใจหน่อยว่า มะเร็งเต้านม คนกว่า 80% หายขาดครับ ;-) ;-) ;-)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 1
Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann