
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องหว้ากอมีอมยิ้มคนนึงชื่อนาย “แปดสาแหรก” เอาหนังสือเล่มนึงมาแนะนำให้ชาวหว้ากออ่าน

หนังสือเล่มที่ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับรากเหง้าของชนชาติไทยว่าเป็นใครมาจากไหน โดยนายแปดสาแหรกอ้างว่า
หนังสือเล่มนี้เนี่ยรวมเรื่องราวของคนไทยเอาไว้นับตั้งแต่ยุคน้ำท่วมโลกเลยนะ!! (ยุคไหนวะ?)
รวมไปถึงมีหลักฐานว่าวัฒนธรรมไทยเป็นรากเหง้าของแทบจะทุกวัฒนธรรมในโลกซะด้วย!!


เหยดดดด อะไรมันจะขนาดนั้นฟังดูแล้วคล้ายๆกับเรื่องที่เกาหลีโม้ว่าเป็นต้นตอของอารยธรรมเมโสโปเตเมียไม่มีผิด
ว่าแล้วเราก็ตามไปอ่านเนื้อหางบางส่วนจากหนังสือเล่มนั้นกันดีกว่า อันนี้คือชื่อหนังสือคือ
“พระโสณเถรพยากรณ์และนิพพาน” …กรูอ่านยังไงก็ไม่ใช่ตำราประวัติศาสตร์เด็ดๆนี่มันหนังสือโหราศาสตร์ไม่ใช่เหรอวะ!?

ส่วนเนื้อหาในหนังสือนี่ถือว่ายาวโคตรพ่อโคตรแม่มากๆ แอดมินก็จะยกส่วนที่น่าสนใจบางส่วนมาให้อ่านกัน
ยกตัวอย่างเช่นย่อหน้านี้ที่อ้างว่าไทยคือต้นกำเนิดของอารยธรรมอียิปต์!? และฟาโรห์รามเสสแห่งอียิปต์
แท้จริงแล้วเป็นคนไทย!!! มีพระนามจริงว่า “แรมเสร็จ” แปลว่าเดินทางรอนแรมไปถึงอียิปต์สำเร็จแล้ว
พระองค์ทรงบันทึกลายสือไทย และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยจนแพร่หลายไปทั่วอียิปต์

ในหนังสือเล่มนี้ยังอ้างอีกว่ารูปปั้นไทยและอียิปต์มีลักษณะเหมือนกันเด๊ะๆ!! (ตรงไหนวะ!?)
เช่นในภาพข้างล่างที่เขาอ้างว่ารูปปั้นอียืปต์มีลายกลีบเหมือนผ้าห่มคลุม และนิ้วก็เป็นลักษณะของไทย!?

จากอียิปต์ก็กระโดดข้ามไปที่ทวีปอเมริกา ในหนังสือเล่มนี้ยังอ้างอีกว่าลายสือไทยได้ปรากฏตัวในอารยธรรมอินคา!!
และยังปรากฏลักษณะต่างๆของสถาปัตยกรรมไทยในสิ่งก่อสร้างของอินคาอีกด้วย!!!

ไม่ใช่แค่อินคาเท่านั้น!! กระทั่งชาวเมารีที่อาศัยอยู่บนนิวซีแลนด์ ก็อาศัยอยู่ในบ้านที่ก่อสร้างตามแบบวัฒนธรรมไทย!!
ที่เป็นเรือนไม้แบบมีเสา มีใบระกา มีบลาๆ ตามลักษณะสิ่งก่อสร้างของไทยเด๊ะๆ แถมมีลายสือไทยจารึกเอาไว้บนตัวบ้านด้วยนะ!(?)
ชะรอยว่าเมื่อพันปีที่แล้วพวกชาวเมารีพวกนี้จะล่องเรือมาถึงเมืองไทย แล้วเอาวัฒนธรรมไทยกลับไปบ้านมันแหงมๆ

หรือกระทั่งเรือที่ชนเผ่าเอสกิโมแถวอลาสก้าใช้แขวเพื่อจับปลา ก็มาจากวัฒนธรรมไทย!!!
โดยหนังสือเล่มนี้อ้างว่าหน้าตาเรือของเอสกิโมมันเหมือนเรือมาดกระสวยของไทยเด๊ะ!!

หรือขนาดพี่จีนที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ระดับต้นๆของโลก ก็ยังได้อิทธิพลจากวัฒนธรรมไทย!!
โดยในหนังสือเล่มนี้อ้างว่าบนกาเหล้าสมัยโบราณของจีน ก็ยังมีลายสือไทยจารึกอยู่บนนั้น!!
อย่างในภาพที่ยกมามีลายสือไทยที่อ่านได้ว่า “เด่นอวดดี”ชัดๆ!! (ไอ้คนเขียน กูว่ามึงไปวัดสายตาได้แล้วนะ)

ไอ้ฉิบหาย แอดมินอ่านไปไม่กี่สิบหน้ายังรู้สึกบั่นทอนปัญญาไม่ต่างอะไรกับอ่านคุโรมาตี้ยี่สิบเล่มรวดเลยเว้ย
ใครขี้เกียจอ่านแอดมินก็ขอสรุปเนื้อหาในหนังสือสั้นๆในหนึ่งประโยคว่า “ประเทศไทยพ่อทุกสถาบัน”
วัฒนธรรมห่าเหวอะไรในโลกล้วนแล้วแต่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมไทยทั้งนั้น และคนไทยเป็นมนุษย์เผ่าพันธ์แรกของโลก!!
ชาวหว้ากอได้อ่านหนังสือนี้ก็พากันแสดงความเห็นอย่างมึนงงว่าหนังสือนี่มันเชี่ยอะไรวะ?

นายแปดสาแหรกก็อวดอ้างสรรพคุณว่าคนเขียนหนังสือเล่มนี้เนี่ยเขาไม่ได้นั่งเทียนเขียนนะ
ทุกอย่างที่ยกมาอ้างในหนังสือเล่มนี้ล้วนแล้วแต่มีหลักฐานให้ตรวจสอบทั้งสิ้น!!
ใครไม่เชื่อก็ลองเดินทางไปพิสูจน์ตามโบราณสถานต่างๆทั่วโลกได้เลย อย่าดีแต่วิจารณ์ในนี้!!

อมยิ้มชื่อ NKL ก็แซวว่ากรูเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าฟาโรห์รามเสสแม่มเป็นคนไทย
แบบนี้คนไทยต้องเป็นลูกหลานชาวแอตแลนติสแหงมๆเลยว่ะอารยธรรมถึงได้ขจรไกลไปทั่วโลกแบบนั้น!!

แล้วนาย NKL ก็บอกว่าสงสัยเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ไอ้ที่ยกอักขระจากวัฒนธรรมต่างๆมาอ้างว่าเป็นลายสือไทยเนี่ย
กรูว่ามันปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อเขียนหนังสือกระตุ้นกระแสชาตินิยมแหงมๆเลยว่ะ แถมยังจับแพะชนแกะ
เอาประเทศนู้นประเทศนี้มาโยงกันมั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ อินตา กระทั่งเอสกิโมแม่งยังเอามาอ้างได้หน้าตาเฉย
แบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับสารคดีขี้โม้ตดเหม็นที่อ้างว่าเกาหลีเป็นรากเหง้าของเมโสโปเตเมียชัดๆเลยนี่หว่า

นายแปดสาแหรกก็ตอบว่าหนังสือเล่มนี้น่าเชื่อถือนะว้อย!!มีฝรั่งเอาไปอ้างอิงเป็นวิทยานิพนธ์ตั้งเยอะ!!
หลักฐานที่อ้างอิงในหนังสือก็มีเพียบ ไม่เชื่อมึงก็ไปพิสูจน์ที่กุฏิของผู้เขียนหนังสือได้เลย!!

และนายแปดสาแหรกอ้างว่าเคยไปเห็นหลักฐานที่ว่าในกุฏิของผู้เขียนหนังสือด้วยตาตัวเองมาแล้ว!!

ใครไม่เชื่อแน่จริงพวกเอ็งก็ไปพิสูจน์กันที่วัดโสมนัสได้เลยเฟ้ย!!

นาย NKL ก็ตอบว่าไม่ต้องถึงขั้นลากกรูไปวัดโสมนัสหรอกว่ะ
แค่เอ็งเอาวิทยานิพันธ์ที่เอ็งอ้างว่าฝรั่งใช้หนังสือเล่มนี้มาอ้างอิงมาให้กรูดูก็พอแล้ว

นายแปดสาแหรกบอกนาย NKL ว่าถ้ามึงอยากเห็นวิทยานิพนธ์ฉบับนั้นนัก เอ็งก็ไปหาใน google เอาสิฟะ!
จะได้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้มันน่าเชื่อถือถึงขั้นตำราฝรั่งเขาเอาไปอ้างอิงไม่รู้ตั้งกี่เล่มต่อกี่เล่ม!!

นาย NKL ก็เถียงกลับว่ามึงไม่บอกชื่อวิทยานิพนธ์มาแล้วกรูจะไปหาใน google ได้ยังไงวะห๊ะ!!!

นายแปดสาแหรกก็ชี้หน้าด่านาย NKL ว่ามึงอย่ามาพูดจาโง่ๆกับกรูนะ ใครมันจะเอาวิทยานิพนธ์มาให้คนอื่นอ่านทางเน็ทวะ!!
กรูบอกว่าให้มึงไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองที่วัดโสมนัส มึงก็ไม่ไป แล้วมึงจะเอาอะไรกับกรูอีกวะ!?

เฮ้ยๆ เมื่อกี้เมิงเพิ่งบอกหลัดๆว่าให้เขาไปหาวิทยานิพนธ์ใน google ไม่ใช่เรอะ ไม่กี่นาทีนี่มึงถึงกับความจำเสื่อมเชียวเหรอวะ
นาย NKL ก็เถียงกลับว่ามึงมันไม่รู้อะไร!! ในฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยเขารวบรวมเนื้อหาวิทยานิพนธ์เอาไว้
แค่มึงบอกชื่อวิทยานิพนธ์หรือชื่อคนเขียนมากรูก็เอาไปควานหาในฐานข้อมูลมาอ่านได้สบายๆ

นายแปดสาแหรกก็บอกว่างั้นเอ็งลองไป google คำว่า “พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ” ดูเด่ะ
แต่ถ้าจะให้ดีเอ็งลองไปดูหลักฐานต่างๆที่วัดโสมนัสจะดีกว่ามั้ง เพราะที่นั่นมีผู้เชี่ยวชาญอยู่เยอะ
น่าจะตอบข้อสงสัยของเอ็งได้ดีกว่านั่ง google ไปวันๆแหงมๆว่ะ

นาย NKL ก็ตอบว่าพอกูลองเอาไป google แล้วไม่เห็นจะมีวิทยานิพนธ์เล่มไหนอ้างหนังสือเล่มนี้เลยว่ะ

พอลองไปดูผล google คำว่า “พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ” ผลลัพทธ์ก็ดังที่เห็นในภาพว่ะครับ
ไหนว๊ะวิทยานิพัน์ของเอ็ง ไอ้แตดสาแหรก เอ๊ย แปดสาแหรก

นายแปดสาแหรกก็บอกว่างั้นเอ็งลองไป google คำว่า “ท่านเจ้าคุณเต็ม” รองเจ้าอาวาสของวัดโสมนัสดูเด๊ะ

นาย NKL ก็ตอกหน้านายแปดสาแหรกว่าควยเถอะครับ มึงให้กรูเอาชื่อคนที่มีความเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ไป google ทำหอกอะไร
คนที่มันเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้มันจะพูดอะไรก็ต้องเอนเอียงมาทางหนังสือเล่มนี้อยู่แล้ว
แต่ที่กรูต้องการคือข้อมูลจากนักวิจัยจริงๆที่เขาเอาหนังสือเล่มนี้ไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ต่างหากเล่า
และในเมื่อมึงอ้างอิงวิทยานิพนธ์ของฝรั่ง แต่กลับไม่สามารถหาข้อมูลอ้างอิงได้ซักอย่างเดียว
สรุปสั้นๆง่ายๆ กรูว่าตำราเล่มนี้แม่งโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนตอแหลว่ะครับ!!

นายแปดสาแหรกก็ไล่นาย NKL ให้ไป google ดูก่อนสิวะ แล้วค่อยบอกว่ามันน่าเชื่อถือมั้ย

นาย NKL ก็ตอบกลับว่ามึงก็เอาชื่อมหาวิทยาลัยหรือชื่อของวิทยานิพนธ์มาให้กรูซะทีสิวะ!!!

นายแปดสาแหรกก็บอกนาย NKL ว่ามึงก็เข้าไปหาข้อมูลในเว็บมหาวิทยาลัยของสถาปัตยกรรมโลกสิวะ!!

นาย NKL ก็ตอบกลับด้วยความมึนงงว่ามหาลัยเหี้ยอะไรของมึง เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่กรูไม่เคยได้ยินมาก่อน!!
แล้วมึงจะให้กรูไปหาข้อมูลอะไรในนั้นวะ ในเมื่อมึงยังไม่ได้บอกชื่อวิทยานิพนธ์หรือชื่อคนแต่งให้กูรู้ด้วยซ้ำ!!

นายแปดสาแหรกก็เริ่มบ่นกระปอดกระแแปดว่ามึงนี่มันเรื่องมากจริงๆโว้ย!! มึงจะเอาวิทยานิพนธ์ไปทำไมวะ
ก็กรูบอกแล้วไงว่าถ้ามึงสงสัยก็ไปดูหลักฐานให้เห็นจะๆกับตาที่วัดโสมนัสได้เลย จะมาตามตื๊อกรูทำหอกอะไรวะ!!

นาย NKL ก็ด่ากลับว่า..อ้าวไอ้ห่านี่ ก็มึงเป็นคนพูดเองว่าฝรั่งเอาหนังสือเล่มนี้ไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์
กรูก็ถามหาหลักฐานจากมึง แต่มึงกลับไม่มีข้อมูลอะไรให้กรูเลยแม้แต่อย่างเดียว แล้วจะให้กรูทำไงวะ!!!

หลังๆนายแปดสาแหรกก็ชักเกรียนแตก เถียงกับนาย NKL เอามันส์อย่างเดียวละ
แถมนายแปดสาแหรกยังถึงกับด่านาย NKL ว่าคนสันดานอย่างมึงไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์แน่ๆ กรูขอฟันธง

เฮ้ยๆ กรูว่าความคิดนาย NKL น่ะวิทยาศาสตร์ของแท้เลยที่เรียกหาข้อมูลอ้างอิงจากมึงเนี่ย
ส่วนความคิดมึงเขาเรียกว่าไสยศาสตร์ไม่ใช่วิทยาศาสตร์นะเว้ยไอ้แตดสาแหรก!!
ไอ้ตำราประเภทนี้พอมีให้เห็นบ้างในสมัยจอมพล ป. นะครับ เพราะยุคนั้นเป็นยุคลัทธิคลั่งชาติ
มีการเขียนตำรายกยอชาติพันธ์ตัวเองให้เริ่ดหรูประหนึ่งชาติไทยเป็นรากเหง้าของมนษยชาติอยู่มากมาย
ไอ้ความเชื่อที่ว่าคนไทยอพยพมาจากแถวๆเทือกเขาอัลไตก็เกิดช่วงๆนั้นล่ะครับ
และปัจจุบันมีการพิสูจน์และได้รับความเชื่อถือในระดับนึงแล้วว่าชาติพันธ์คนไทย
ไม่ได้อพยพมาจากเทือกเขาไหน แต่เราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ยุคโบราณกาลแล้วต่างหาก
สรุปว่าหนังสือนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไอ้คนที่ยังเชื่อเนื้อหาหัวปักหัวปำในหนังสือเล่มนี้ทั้งที่ผ่านมาไม่รู้กี่สิบปีแล้วต่างหากที่โคตรแปลก
เผลอๆไอ้คนเขียนหนังสือเล่มนี้จะไม่เคยไปดูวัฒนธรรมอียิปต์ อินคา อลาสก้า บลาๆ ตามที่เขียนในหนังสือซะด้วยซ้ำ
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร ประเทศไทยเป็นพ่อทุกสถาบันจริงหรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
คนไทยมาจากไหน? อยากรู้ลองอ่านดู
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10202347/X10202347.html








































JackkunG wrote:
ไม่ดีทั้งมากไปเเละน้อยไปเเหละครับ
ไอที่โดนหลอกไปชุมนุมทางการเมือง (ไม่นับพวกที่สมัครใจไป) ก็คือพวกคลั่งชาติทั้งนั้น
ขอตรงนี้หน่อย
———————————————–
ด่าคนไทยด้วยกันเองว่าคลั่งชาติ แต่ไปชม “เกาหลีตาย(ตั้งใจ)” ไม่ก็ “ญี่ปุ่น” ว่าชาตินิยม แล้วด่าคนไทยว่าคลั่งชาติ
เออ คนเราก็เนอะ แปลกดีว่ะ
———————————————–
ชาตินิยมกับคลั่งชาติมันไม่เหมือนกันนะ
ชาตินิยมคือ ใช้ของประเทศตัวเอง นำเข้าน้อยๆ ทำเองมากๆ ไม่ไปยึดติดค่านิยมเมืองนอก
เเต่คลั่งชาติคือ ชาติกุุถูกหมด ต่อให้ชาติกุผิด ก็ต้องถูก ใครอย่ามาด่าชาติกุ มึงตาย ใครอย่ามาทำลายชาติกุ มึงตาย ใครทักท้วงไม่ตรงกับกุคือพวกไม่รักชาติ มึงตายยยย
เเยกให้ออกครับ
กุตอบให้นะ จากที่มึงถาม
—————————————
อีกแล้วเหรอ ไอ้เรื่องคลั่งชาติเนี่ย เคยถามหลายคนหลายครั้งหลายดราม่าละ ว่าคลั่งชาติกับรักชาติแล้วก็ชาตินิยมมันต่างกันตรงไหน
สำหรับผม ไอ้ 3 คำนั้นมันมีความหมายเดียวกันหมดนี่แหละ
คลั่งชาติผิดตรงไหน ถามหน่อย
รักชาติมันดีกว่าคลั่งชาติตรงไหน ถามหน่อย
ชาตินิยมมันดีกว่าคลั่งชาติรักชาติตรงไหนถามหน่อย
——————————————
ชาตินิยม – เเบบที่พิมไปเเล้ว ใช้ของประเทศตัวเอง นำเข้าน้อยๆ ทำเองมากๆ ไม่ไปยึดติดค่านิยมเมืองนอก
รักชาติ – มีความรักประเทษตัวเอง (เเต่ไม่จำเป้นว่าคนรักชาติต้องเป้นคนชาตินิยม) คนรักชาติอาจใช้ BB, iPhoneก็ได้ เเต่มีความรัดในชาติตัวเองอย่างถูกต้อง
คลั่งชาติ – ชาติกุุถูกหมด ต่อให้ชาติกุผิด ก็ต้องถูก ใครอย่ามาด่าชาติกุ ใครทักท้วงไม่ตรงกับกุคือพวกไม่รักชาติ ชาติดุต้องถูก เเบบไม่มีเหตุผล ใครเเย้งคนที่กุรัก คนนั้นไม่รักดชาตื
ความหมายง่ายๆ ของคำ 3 คำ พวกมึงยังเเยกกันไม่ออก เเล้วบอกว่าเหมือนกันเลยเหรอวะ
เคยเปิดพจนานุกรมมั้ยวะ
tabukun wrote:
พูดตรงๆเลยนะ ผมว่าการที่คนไทยไปขุดสมบัติเก่าของคนไทยด้วยกันมันเป็นเรื่องที่ต้องทำนะ
เพราะว่าถ้าหากไม่มีสมบัติเหล่านี้ ถามว่าเราจะเอาเงินที่ไหนไปหมุนไปสร้างเศรษฐกิจในขณะที่พึ่งแพ้สงครามมาหยก๐
ในสมัยสามก๊กเองก้ต้องนำรูปทองแดงยักษ์มาหล่อเพื่อสร้างเงินเลย
ป.ล. สงครามในสมัยก่อนส่วนใหญ่นั้นจะเน้นกวาดต้อนผู้คนกับทรัพย์สินมากกว่าดินแดน
และผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์
http://www.youtube.com/watch?v=-nSZn5kpaLw&feature=related
CatFly wrote:
มาเสริมคุณแมวบิน
ประวัติศาสตร์ในสมัยประถมและมัธยม สุโขทัยล่ม…อยุธยาขึ้นเป็นใหญ่
เอ๊ะ อยุธยามาได้ไง โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว อยุธยาก็เช่นกัน
ฉะนั้นอยุธยาคงเป็นเมืองใหญ่ไม่น้อย เมื่อสุโขทัยอ่อนแอ จึงทำการรวมเข้ามาในอาณาจักร
กษัตริย์อยุธยาจะต้องแต่งงานกับหัวเมืองสี่ทิศ ออก ตก เหนือ ใต้ เพื่อเป็นการรวมอำนาจ
ส่วนการเปลี่ยนจากสยามมาเป็นไทยเกิดขึ้นในสมัยจอมพลป. เยอรมันยึดปารีส ญี่ปุ่นตีเพิร์ลฮาเบอร์
ดูเหมือนฝ่ายอักษะจะชนะ แน่นอนว่าไทยจะได้เมืองต่างๆ ที่ถูกต่างชาติยึดไปกลับคืนมา
จอมพล ป. จัดแจงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นคำว่า “ไทย” (ไท แปลว่า คน) เพื่อรวมเมืองต่างๆ กลับมา
อนิจจาใครจะรู้ว่ามีไอนสไตน์อยู่บนโลก จุดจบก็รู้ๆ กัน
ใครมีความเห็นอย่างไรมา discuss กัน
อุ๊บสสส
ไม่ได้สังเกตอีโมที่พิม
งิงิ wrote:
เราสอนตรงไหนอะคะ เราอวดอ้างว่ารู้มากกว่าคุณตรงไหน
เราก็ถามเฉยๆ ถ้าคุณรู้มากกว่าเราก็บอกมาดีๆสิคะ
ขนาดเราถามแบบ in my humble opinion คุณยังแรงใส่เราขนาดนี้
อีคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ ค่ะดวกส์
ลีลาแบบนี้ช่างคล้ายล็อกอินคนนึงในพันทิปที่อ้างว่าตัวเองเรียนประวัติศาสตร์ แต่ชั้นแค่เขียนภาษาอังกฤษง่ายๆก็ยังผิดเลย เราเดาถูกมั้ยเอ่ย หุหุ
อยากทราบว่า จะมาเถียงกันทำไมครับเนี่ย จะคลั่งชาติ ไม่คลั่งชาติ แต่เราก็คือคนไทยด้วยกันเอง นะฮีาฟฟ รักกันไว้ไม่ดีกว่าเหรอ
ตอบกูทีสิวะครับ
กูว่ามึงไม่รู้ว่ะ เพราะอะไรกูถึงรู้ว่ามึงไม่รู้ เพราะกูรู้ก็แล้วกัน
@ CatFly:
อันนั้นมันประเทศกรีกสมัยใหม่.. . กรีก classical greek จริงๆ ก็มีมาเป็นพันๆ ปีน่ะละ ไม่งั้นอารยะธรรมและศิลปะทั้งยุโรปจะตามมาจากกรีกได้ยังงัย ถ้าเพิ่งจะมีมา 2-3 ร้อยปี
เหมือน คุณลุง อดอร์ฟ เค้าเคยเผยแพร่ความคิดนี้มาก่อนละ
dalek wrote:
ตามหลักแล้วประเทศประกอบด้วยสามอย่างครับ
1 อาณาเขต
2 ประชากร
3 อำนาจอธิปไตยเหนือข้อ 1และ 2
ดังนั้นคนเชื้อชาติอะไรก็ตามไม่สำคัญ ขอให้เป็นคนที่อยู่ในอาณาเขตหนึ่งๆและรวมตัวกันเข้ายึดครองพื้นที่และมีการตั้งศูนย์รวมอำนาจปกครองกันเองก็ใช้ได้
สมัยนี้เค้าไม่ค่อยแคร์เรื่องเชื้อชาติกันแล้วครับเพราะแนวคิดเหยียดเชื้อชาติถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไม่ควรทำ
ดังนั้นประเทศไหนเกิดก่อนเกิดหลัง มีวัฒนธรรมเฉพาะที่ล้าหลังหรือเป็นวัฒนธรรมผสมผสานแบบเมืองท่าคนสมัยนี้ไม่ค่อยสนใจหรอก
ตอนนี้สนใจแค่อะไรที่ทำแล้วขายได้ทำแล้วนักท่องเที่ยวไหลมาเทมา
เรามาพูดกันเรื่องการเลื่อนไหล-หยิบยืมกันของวัฒนธรรมของอาณาจักรใหญ่ๆกันดีกว่าว่ะ


แค่เอามาเปลี่ยนชื่อเท่านั้นเอง
ได้รับอิทธิพลจากโรมันจึงนับถือคริสต์ แต่ก็ไม่ใช่คาทอลิก เป็นเชิร์ชออฟอิงแลนด์ว่ะ 


.
เริ่มที่อินเดียละกัน
ก่อนอื่นเลย คนอินเดียที่ปกครองอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่ชนพื้นเมืองว่ะ
แต่เป็นชาวอารยันอพยพมา ชนพื้นเมืองจริงๆคือชาวดราวิเดียน ซึ่งมีรูปร่างเล็กและผิวคล้ำ ในขณะที่ชาวอารยันผิวขาวและรูปร่างสูงใหญ่กว่า
พวกนี้อพยพมาแล้วรบชนะ และเพื่อเป็นการป้องกันการกลืนชาติของชนพื้นเมืองจึงสร้างระบบวรรณะขึ้นมา ชาวดราวิเดียนก็คือวรรณะศูทร
และถ้าดูจากประติมากรรม เราจะพบว่าอินเดียมีการแลกเปลี่ยนกับวัฒนธรรมกับกรีกหรือไม่ก็โรมัน
.
มาดูจีนกันบ้างดีกว่า
อันนี้ส่วนใหญ่ก็คงรู้แล้วว่าจีนเกิดจากการรวบรวมชนเผ่าต่างๆเป็นกลุ่มก้อน
และศาสนาพุทธของจีนรับมาจากอินเดียว่ะเฮ้ย
จริงๆเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ใครๆก็รู้อยู่แล้วอะนะ แต่กูว่าไอ้ tabukun แม่งคงโดนน้ำหนักเขากดทับเลยเกิดอาการความจำเสื่อมชั่วขณะ
.
ญี่ปุ่นเองก็ได้รับเทพเจ้าจากอินเดียไปบ้าง อย่างเช่น ทวารบาลทั้งสี่ทิศ
.
โรมันบ้าง
เทพเจ้าของโรมันรับของกรีกมาทั้งดุ้นเลยว่ะเฮ้ย
ต่อมาภายหลังรับศาสนาคริสต์มาจากยิว
.
ส่วนกรีก
กรีกในปัจจุบันไม่เหมือนกรีกโบราณนะเฮ้ย
หลังจากอาณาจักรกรีกเสื่อมลง ก็อยู่ภายใต้การปกครองของโรมันและรับศาสนาคริสต์มาจากโรมัน เป็นนิกายของตัวเองคือ กรีกออร์โธดอกซ์
.
อังกฤษ ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่ตก
เมื่อก่อนแม่งนับถือศาสนาเพเกินนะเว้ย
(ศาสนาเพเกิน ให้ความสำคัญกับเพศหญิง อังกฤษถึงได้มีควีนปกครองได้ไง)
ที่สำคัญ ตัวอังษรที่พวกมึงเรียกว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษ มันคือตัวอักษรของโรมันเฟ้ย
ส่วนตัวเลข เป็นระบบตัวเลขของฮินดู-อารบิกว่ะ
.
.
.
.
กูใช้ึำคำว่า”พูด” เพราะถ้ามีข้อมูลอะไรที่ผิดพลาดหรือใครอยากจะเสริมอะไร ก็ทำได้เลย
ข้อมูลของกูอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ ความรู้ในโลกมีการอัพเดทอยู่เสมอ
ในโลกนี้ไม่มีความรู้อะไรที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์
โดยเฉพาะความรู้ทางปวศ.ซึ่งเป็นเรื่องในอดีตที่ยากจะพิสูจน์
การศึกษาในศาสตร์นี้ต้องอาศัยการคาดเดาและหลักฐาน
ซึ่งหลักฐานนั้นใช่ว่าจะมีครบสมบูรณ์ ต่อให้มีก็ใช่ว่าจะถูกต้อง บ่อยครั้งที่หลักฐานนั้นอาจจะมีไบแอสด้วย
ดังนั้นผู้ที่ศึกษาในสาขานี้จึงจำเป็นจะต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ ไหวพริบ วิจารณญาณ และสติปัญญาไม่น้อยไปกว่าผู้ที่ศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์เลย
@ Romeo:
ค่อนข้างถูกแล้วล่ะครับ อาจจะยกเว้นชาวอารยัน ถ้าหมายถึง อินโดอารยัน (ชาวอิหร่านปัจจุบัน) ก็น่าจะถูกต้อง
แต่ถ้าหมายถึง อารยัน ตามความหมายลุงอดอร์ฟ คำนี้ไม่มีใช้กันแล้ว นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก็ไม่นับเป็นเผ่าพันธ์จริง ๆ
@ คนแจ้งข่าว:
ผมไม่ได้ด่าคุณครับ ผมดาไอ้ tabukunที่มันบอกว่า
tabukun wrote:
เพราะฉะนั้นอย่าสร้างขึ้นมาใหม่ซะเอง
ทางผมเองก้อไม่ได้อยากจะดราม่าหรอกคับ แค่อุตส่าช่วยอธิบายความจริงหวังจะช่วยเปิดหูเปิดตาพวกคลั่งชาติซักหน่อย
แต่ก้อไร้ผลคับ โดนรุมเละอย่างที่เห็น
ก็ขอโทษด้วยนะครับที่ลืมไส่รายละเอียด ไม่ได้ตั้งใจด่าคุณ -*-
.
แล้วผมไปคล้ายลอกอินใหนอีกเนี่ย งงไปหมดแล้ว ผมไม่เล่นพันทิปมา 3 ปี แล้ว(อ่านเฉย) คงไม่เกี่ยวันหรอกนะ
งิงิ wrote:
ตัวเต็มจริงๆเป็นแบบนี้ครับ ผมก็นึกว่าcoppyมาใส่แล้ว ไงก็ขอโทษอีกทีนะครับ
Yeah ! กรุงศรีนี้ล้ำลึกนะครับ
กรุงศรียุคก่อตั้งน่ะไปกวาดต้อนคนมาจากแถวๆลุ่มแม่น้ำป่าสักชลสิทธิ์ เมืองอะไรผมลืมแล้วล่ะ
และมันยังก่อตั้งทับเมืองโบราณอีกที่ด้วยนะครับ ลึกลงไปใต้กรุงศรียังมีเมืองโบราณอีกที่นึง … เพียงแต่เค้ายังไม่ขุดเท่านั้นเองครับ งบหมดก่อน
ผู้ครองเมืองมีมเหสีสี่องค์ที่ต้องส่งมาทุกๆ สมัยการปกครองจากหัวเมืองสำคัญ แถมยังสนิทชิดเชื้อกับเขมรมากถึงขนาดมีพิธีกรรมที่ผู้ที่ทำให้กษัตริย์สยามจะต้องเป็นฟ้าชายเขมร คำราชาศัพท์เขมรถึงแพร่หลายนั่นเอง
สยามเจริญถึงขีดสุดในยุคอยุธยานี่แหละ หลักฐานจึงยิ่งมากมาย แล้วพอเขาสืบไปถึงแหล่งกำเนิดอักขระไทยถึงไปเจอสุโขทัย ยินดีด้วย คนไทยเลย.. ส่วนมากนะ รู้แค่สุโขทัยและอยุธยานี่แหละ
Romeo — ภาษาอังกฤษมาจาก ภาษาสันสกฤต ครับ
เห็นโพสต์ๆกัน…
ประเด็นเรื่องรัฐชาตินี่… ผมยังสงสัยอยู่ว่า ประชากรในอาณาจักร/รัฐโบราณทั้งหลายเขามีสำนึกในความเป็นพลเมืองของรัฐมากน้อยแค่ไหน?
(นอกเรื่อง) เกร็ดเล็กน้อย
http://en.wikipedia.org/wiki/Josaphat_%28saint%29
สรุปว่า…บ้า
ล่องไปมา wrote:
แต่ที่รู้ คนไทยสำนึกในอาณาจักรสยามมาตั้งแต่ อยุธยาแล้วครับ ถ้าไม่สำนึกคงกู้ชาติมาไม่ได้ถึง 2 ครั้งหรอก
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
หนูปิ๊ เรียนประวัติศาสตร์โลกมาบ้างค่ะ
เรื่องพระพุทธรูปนั้น ที่จริงศาสนาพุทธเมื่อก่อนไม่มีพวกวัตถุบูชาอย่างพระพุทธรูปหรอกค่ะ
เพิ่งมามีก็ตอนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ยุคล่าจักรวรรดิ ได้นำมาเผยแพร่ในอินเดีย
มันก็เลยตกทอดมาถึงบ้านเราไงคะ
(สังเกตได้เลยค่ะ ว่าพวกปะติมากรรมโรมัน ที่เป็นรูปทรงมนุษย์ในอุดมคติ ก็คล้ายคลึงกับพระพุทธรูปนั่นแลค่ะ)
แล้วพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ก็เคยไปอียิปต์ด้วย ถ้ารูปปั้นในอียิปต์มันจะเหมือนพระพุทธรูปก็ไม่แปลกหรอกค๊า
คนเขียนเขียนเรื่องนี้ได้จินตนาการสุดติ่ง ไม่แพ้นาธานกับป่าหิมพานต์เลยนะคะ
ลืมภาษาไทยกรูก็เคยตกนี่หว่า แสรด
กรูรักชาติน้า แต่กรูขี้เกียจอ่านหนังสือ
เถียงกันทำไมวะ คนบนโลกแมร่งไม่มาจากลิง ก็เกิดจากน้ำ ทั้งนั้นแหละ 5555+
มันเขียนออกมาเป็น ตำรา ได้ไงวะ แม่งกากชิบหาย
ไอ แรม-แซซ มันบอกว่า อ่านว่า ไอ แรมเสร็จ
มันไม่จริงไอสัส มันอ่านว่า ไอ แรม-แสรดดด ต่างหากเว้ย
เค้าบอกว่าที่แผ่นดินไทย มีคนอยู่มาอยู่ก่อนแล้ว แต่มีการพบหลักฐานว่า 3000 ปีก่ินมีคนจากถิ่นอื่นอพยพเข้ามาด้วย
สรุป คือ มีคนทั้งที่อยู่ที่นี่แต่แรกแล้ว และมีคนจากที่อื่นที่อพยพมาด้วย แล้วก็ดำรงเผ่าพันธ์อยู่ด้วยกันมาค่ะ
เกาหลีที่เคยๆเข้าใจว่าแมร่งงงงมั่วละเมอเมคเรื่องที่มาชาติตัวเองแล้วยังไม่ีเท่า กระทู้พี่ไทยกระทู้นี้เลย
tabukun อยากทำลายพวกคลั่งชาติมั้ย?
มึงออกไปยืนตรงระเบียงนะ จะบ้านมึงหรือระเบียงที่ไหนก็ได้
ถอดกางเกงออก แล้วชักว่าวแม่งตรงนั้นเลย
ตอนชักให้มึงเปล่งเสียงออกมาให้ดังที่สุดว่า “คิโมจี๊~เดสึ”
พอน้ำแตกให่มึงร้อง “OH Yeah!!!” ออกมาดังๆ
พร้อมทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน
เค้นพลังจากต่อมลูกหมาก รีดน้ำว่าวออกมาให้มากที่สุด
พร้อมกับพูดออกมาเบาๆตอนน้ำพุ่งว่า “อะปิ๊สๆๆๆ อ่าซ์”(ตอน “อ่าซ์”ให้เสียงอยู่ในลำคอ)
มึงเชื่อกู!!!! รุ่ง!!!!
อดีตคือสิ่งที่ทำให้รู้ว่าว่ามันเคยเกิดอะไรแ้ล้วเราควรจะเดินทางไปอย่างไร แต่ปัจจุบันประเทศไทยมันแย่มาก อนาคต “ไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี กับเชื่อมั่นปี้สิทธ์”
tabukun คือคนๆเดียวกันกะ tabuya ใช่มั้ย
เรื่องประวัติศาสตร์มันเป็นเรื่องที่ผู้ชนะเขียนขึ้นมา อันนี้เข้าใจดี
แต่ช่วงนี้รู้สึกไม่ดีกับอุโมงค์ลับของพม่าที่ใกล้ชายแดนไทยมากกว่า ข่าวเงียบไปเลยนะ
เฮ้ย นี่มันหนังสือบ้าอะไรว่ะ ที่กูเรียนประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ ประถม ถึง มหาลัย มันไม่ใช่แบบนี้ว่ะ
ไม่ต่างกับดราม่า เกาหลีผู้สร้างโลกเลยเนอะ
เพียงแต่รอบที่แล้วเป็นติ่ง รอบนี้เป็นเกรียน
เหอๆ
กุเกลียดคำว่า คลั่งชาติ คลั่งเพศ คลั่งเพศแม่ คลั่งเหี้ย คลั่งห่าอะไรนี่ชิบหาย
ใครสรรหามาพูดวะ
กูรักชาติ แต่การที่กูรักก็ไม่ได้หมายถึงกูจะยุให้คนอื่นต้องไปรบกับชาติอื่นด้วยเหตุผลที่ว่ากูเสียศักดิ์ศรีจากการเสียดินแดน
กูรักชาติ กูไม่อยากให้มีการรบกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ไม่ได้หมายความว่ากูอยากจะเสียดินแดน
กูรักชาติ กูโมโหที่ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศแม่งกวนตีนเหลือเกิน ก็ไม่ได้หายความว่ากูจะต้องออกไปก่อม๊อบเพื่อให้รัฐบาลยิงแม่มให้ตาย
กูรักชาติ กูรักชาติ
กูกำลังคลั่งชาติเปล่าววะเนี่ย
ทำไมเดี๋ยวนี้กรุจะพวกคลั่งชาติเบื่อจัง
กุรู้พวกเมิงเป็น Chauvinism อย่ามาซึน
คลั่งแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ดีนะตัวเธอว์
รูปประกอบโดนใจมว๊ากกกก
ปล.1-ว่าแต่ไอ้หนังสือเล่มนี้ท่าทางจะฮาว่ะ
ยิ่งกว่าอ่านเพชรพระอุมาซะอีก
จินตนาการ+แถได้ซะสุดตรีน
ปล.2-มีดราม่าซ้อนซะด้วย คนไทยถ้าตั้งใจ เถียงไม่แพ้ชาติใดในโลก
เอ่อ ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย กับ ศิลปะตะวันออก+ตะวันตก
เนื้อหาที่ฉันเรียนมาไม่ใช่อย่างงี้นะคะ -_-”
แม่ง ไทย วะ
เหมือนอ่านดราม่าเกาหลี แต่เป็นเวอร์ชั่นเทยแลนด์
เพิ่งกลับไปอ่านของ tabukun: ขอแย้งนิด
เคยทำรายงานเรื่องผ้าขาวม้า มาจากแขกค่ะ เรียกว่าผ้า กามาบัน (Karma band)
http://www.lib.ru.ac.th/journal/loincloth.html
แล้วก็ชาติพันธุ์บริสุทธิ์ แบบว่า ประเทศที่มีคนในชาติทุกคนมีเชื้อชาติไม่เจือปนกับเชื้อชาติอื่นเนี่ยมันไม่มีหรอกค่ะ
(นึกถึงนาซีไงชอบกล)
แล้วก็ไม่มีประเทศไหนที่ไม่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับที่อื่นเหมือนกัน มันก็ต้องมีของตัวเองอยู่แล้วกับส่วนที่รับคนอื่นมาเป็นปกตินี่นา
ไอ้แตดสาแหรกแม่งคืออีติ่งพลิกโลกเวอร์ชั่นไทยนี่เอง
พวกเมิงนี่ก็ช่างย่ำประวัติศาสตร์ไทยได้มั่วๆซั่วๆจริงๆ
ทำให้กุนึกถึงไอ้เจ็กลิ้ม ที่มันยำประวัติศาสตร์ไทยกับเขมร ได้มัวๆซั่วๆ มากๆ
อ่านดูแล้ว มันจับแพะชนแกะ หัวแตกหัวโนกันถ้วนหน้า
จขกท. พยายามซะเหลือเกินที่จะให้คนเชื่อตาม
แต่ขอโทษ
คนเราเดี๋ยวนี้ไม่ได้หลอกกันง่ายๆแล้วนะ
ไม่ว่าอดีตจะเป้นอยางไร ขอใ้ห้ใช้เหตุผลทางวิชาการ มีหลักฐานที่ยอมรับกัน ไม่ใช่ใช้อะไรก็อ้างไปทั่วมั่วได้ใจแบบบนี้
กูฮา “เด่นอวดดี” อย่างเดียวว่ะ
อ่านตอนแรกเบลอๆอยู่ นึกว่าแอดมินเล่นมุก “แรมเสร็จ”
อ่านไปอ่านมา เหยดดดดดดดดดด เอาจริงหรือนี่ มันยังตามมมาอีกหลายดอก
แล้วก็เริ่มหัวเราะแบบหยุดไม่ได้ 55555
น่าจะเอานายคนนี้ไปเจอกับติ่งหูที่เคยบอกว่า เกาหลีเป็นต้นกำเนิดมนุษยชาตินะ
คงนั่งจับเข่าคุยกัน 3วัน 7วัน
พ่องตาย

ซึนโคตรพ่อง 
กูหาดราม่าเก่าเจอแล้วโว้ยไอ้แสดดดดดดดด
http://drama-addict.com/2010/12/22/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2a%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2b/comment-page-3/#comment-180776
แล้วเสือกมาตอแหลกูว่าไม่ช๊ายไม่ช่าย นู๋เป็นคนละกัน
ขอได้รับความขอบคุณจาก@ onam: ที่ช่วยชี้เบาะแสให้กู
เด๋วนี้มึงพัฒนาแล้วนี่หว่า สะกดคำว่าประเทศถูกแล้ว กูตบมือให้แปะๆ
อันนี้วีรกรรมอีกดราม่าของมัน กูแถม
http://drama-addict.com/2010/10/28/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5/
ภาพประกอบ
ซ้าย คาร์ล มาร์กปุ๊กคุ้ง
กลาง เทพ เจ๋อตุง
ขวา วลาดีมีร์ เลเนวิน
อาาาา จากดร่าม่าทฎษฎีสมคมคิดเพลียๆ พอมาอยู่ในนี้ก็เป็นประเด็นดร่ามาเรื่องชาติ
กับคอมเม้นให้สอนประวัตติศาสตร์ไปได้
ไม่ใช้อะไร เราดีใจที่ผู้เสพดร่าม่ามีความรู้
มาร์ค = คาร์ล มากซ์
เนวิน = เลนิน
คนไทยคลั่งชาติ หรือ รักชาติตูไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ
คนไทยแม่งชอบตีกันเอง
แค่อ่านความเห็น 300-350 แม่งทะเลาะกันเอง
ไปสิบกว่าอันละ ชาติไทย Unique โคตรพ่อง
วิชาการกูไม่รู้ แค่สอนหลานมึงรู้จัจารีตประเพณีและทำตามพวกมึงทำได้ไหม กูถึงไม่อยากมีลูกเพราะกูทำใจไม่ได้ เด็กแม่งแรงขึ้นทุกๆวันแตดจะบานเป็นกระด้งพวกมึงอย่างมาบอกกูว่าคุมอยู่ ไม่ต้องอ้างจิตรวิตรญา กรูความรู้น้อย แล้วมึงจะทำยังไง กูขอความเห็นมึงหน่อย (เรื่องสมมุติหลานกูยังไม่เกิด)
รักชาติหรือไม่รักกูไม่รู้ กูรู้แต่มึงจะทำอะไรให้เด็กรุ่นหลังมันรักประเทศไทยถ้ามีวิธีช่วยบอกกูหน่อย
เชี่ย เอาไรคิด
มั่ว !!! ได้อีก !!!!!
โดนลัทธิคลั่งชาติปั่นหัวซะแล้ว
กุอ่านวีรกรรม ที่คุณรอม(ชื่อนี่้หรือเปล่า)เอามาลงแล้ว อยากถามว่า เมิงเกลียดอะไรกับประเทศไทยนักหนาวะ
กุเองก็ไม่ใช่คนที่รักชาติหรือชาตินิยมมากเท่าไหร่หรอก แต่กุอ่านๆความเห็นแล้วนี่แบบ สุโขทัยไม่มีจริงนี่ ตกลงประเทศกุมาจากดาวไหนวะ อยู่ดีๆภูเขาไฟมันระเบิดมาเองหรืออย่างไร? แล้วไอโบราณสถานที่ มันเกิดจากมนุษย์ต่างดาวเหรอ
ที่บอกเกลียดพวกคลั่งชาตินี่ เพราะเมิงเป็นคนไม่สนใจใยดีในชาติเมิงปะวะ?
เมิงเลยพยายามจะหาเรื่องกับคนรักชาติ ชาตินิยมหรือคนที่ไม่เห็นด้วยกับเมิงจัง? เมิงรู้ไว้นะ อดีตชาติเรา ปัจจุบันชาติ มันจะเจริญหรือไม่เจริญมันอยู่ที่ตัวคนๆนี่แหละ เราต้องยอมรับความจริงเกี่ยวกับชาตินะก็ถูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าวันๆจะสักแต่เอาประวัติศาสตร์ชาติตัวเองมาพูดว่ามันเลวงั้นเลวงี้ตลอดนะ ทำแบบนั้นมันมีแต่เมิงจะทะเลาะกับเค้าไปทั่ว ชาติก็ย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้ไปไหนหรอกกุว่า
คนไทยรักชาติจนเกิดความแตกแยกเลยว่ะฮ่าๆๆๆๆ เยี่ยมๆ
อยู่ว่างๆมีประเด็นมาก็ตีกันเอง แต่พอโดนด่าเหมารวมก็ช่วยกันด่าคนอื่น พอสงบก็มาตบกันต่อ ฮิฮิฮิฮิ
กูสนใจแค่ประวัติศาสตร์ กูไม่รักชาติไหนทั้งนั้นแหล่ะ อยู่ชาติไหนก็ทำตัวดีๆก็พอ
และก็ไม่ต้องตบกับใครด้วยฮ่าๆๆ
เยดเหรี้ยส์

เกรียนคลั่งชาติ
พอแม่งโตขึ้น คงจะคิดได้เอง
ว่าตอนนั้นกูทำกุ๊กครวยอะไรลงไปวะน่ะ
รักชาติ ไม่ได้แปลว่าคลั่งชาติไอ้ฟาย


มีเม๊นท์บนๆบอกไว้ละว่าแม่งต่างกันยังไง
รักชาติ กับ ชาตินิยมน่ะ มันพัฒนาประเทศได้
ไทยทำไทยใช้ ไทยเจริญ อะไรแบบนี้
แต่คลั่งชาตินี่แม่งออกแนวเกรียน
ชาติกูเมพ ขี้ก็เมพ เยี่ยวก็เมพ เสปิร์มชาติกูสุโค่ย
มันดูไม่มีสมองว่ะ
พอ!!! เถอะ
รักชาิตินะแต่รักตัวเองมากกว่าล้านเท่า
ถ้าประเทศเราเป็นรากเง้าหรือพ่อทุกสถาบันจริง ป่านนี้แม่งไม่เจริญไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
นี่อะไร ? จมอยู่กับที่เหมือนเดิม หึหึ
ไอ้หนุ่มพลังม้า wrote:
เห็นด้วย อยากเลียให้เปียกทั้งตัวเลย
ไร้สาระชิหาย
เชื่อก็ฟายละ
แอดมินเอาไรมาให้อ่านวะ โคตรฮา
ฟาโรห์รามเสส ชื่อไทย แรมเสร็จ
ดีมันไม่มีจารึก ตัวกูชื่อรามเสส พ่อกูชื่อรามสูร แม่กูชื่อเมขลา
อันตัวข้าพเจ้านี้ ก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่อง ประวัติศาสตร์อะไรหรอก (สมัยเรียนก็ออกจะกึ่งตกกึ่งผ่านด้วยซ้ำ
)

แต่โดยส่วนตัวมองว่า เรื่องการหยิบยืมวัฒนธรรมของชนชาติใกล้เคียงมาใช้ เป็นเรื่องปกติมาก
จะมีสักกี่ชาติในโลกนี้ ที่ไม่เคยเอาอะไรของชาติไหนมาเลย
แล้วยิ่งในสมัยโบราณ เค้าไม่ได้แบ่งเป็นประเทศเขตแดนชัดเจนเหมือนโลกยุคปัจจุบัน
ก็ยิ่งไม่แปลกถ้าอะไรๆ ของประเทศที่ใกล้กันจะคล้ายๆกัน
สมมติว่ามีประเทศๆหนึ่งใหญ่โต ต่อมาล่มสลาย แตกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยมากมาย
แล้วประเทศเล็กๆน้อยๆ เหล่านี้ จะไม่มีบ้างเลยหรอที่วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ฯลฯ จะคล้ายกัน
ถ้าเวลาผ่านไปสัก 500 ปี แล้วคนรุ่นหลังมาบอกว่า ประเทศ A เอาเครื่องแต่งตัวมาจาก ประเทศ B
กล้าพูดได้เต็มปากแบบนั้นเลยหรอ ก็ในเมื่อ เคยเป็นประเทศเดียวกันมาก่อน ถ้าจะแต่งเหมือนกันหรือคล้ายกัน แล้วแปลกตรงไหน
นี่พูดแค่เรื่องประเทศติดกันนะ ยังไมไ่ด้พูดถึง การเดินทางไปมาหาสู่ ค้าขายกันอีก
เราว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าลอกหรือไม่ลอกหรอก มันอยู่ตรงที่ เอามาแล้วประยุกต์เข้ากับคนในพื้นที่ สวล.ในท้องถิ่นหรือเปล่าต่างหาก
แล้วการที่คนเราจะประยุกต์เป็น นั่นหมายความว่า “เราต้องรู้จักตัวเอง” ก่อน
ต้องรู้ว่า ตัวเรา บ้านเรา สังคมเรา เป็นแบบไหน ถ้าเอาเข้ามาแ้ล้วต้องปรับเปลี่ยนแบบไหนถึงจะดีเหมาะกับเรา
เห็นมีบางคน คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ในที่นี้แหละ
บอกว่า ของไทยแท้ไม่มีหรอก ไอ้นู่นก็เอามาจากที่นี่
ไอ้นี่ก็เอามาจากที่นั่น ฯลฯ
ก็แล้วไงอ่ะ ถ้าเราเอาผ้าไหม มาจากจีน จะหมายความว่าเราสั่งซื้อผ้าเป็นผืนๆ มาจากจีนเลยมั๊ย…. ก็ไม่
ที่เห็นๆ อยู่คือ เราเลี้ยงไหมเอง สาวเอง ทอเอง ….. อย่างนี้คือการประยุกต์ ปรับปรุง ให้เข้ากับ สวล. ตัวเอง ใช้ของในท้องถิ่น
อุปมา เหมือนบ้านเรากินแต่ของจืด ต่อมาได้กินข้าวบ้านเพื่อน เค้ามีพริกด้วย เกิดมาเราก็พึ่งรู้จักพริกเพราะไปกินข้าวบ้านมันนี่แหละ
เราก็รู้สึกว่า เออ พริกนี่อร่อยดีนะ เพิ่มรสชาติอาหาร เอากลับไปปลูกที่บ้านบ้างดีกว่า
แต่เอ๊ …. เพื่อนเราใส่พริกเยอะมากเลย มันก็อร่อยดีนะ แต่คนที่บ้านเราไม่เคยกินเผ็ดแบบนี้ อาจจะไม่ไหว
อย่ากระนั้นเลย ใส่แค่ 2 เม็ด พอให้ได้รสชาติก็พอ
สรุปว่า จะอะไรก็ตาม ขอแค่ให้ “รู้จักตัวเอง” ไม่ว่าจะรับอะไรมา เราก็สามารถจะปรับสิ่งนั้นให้เข้ากับตัวเองได้ พอ จบ!!
มันเขียนเอาฮาเห็นๆ แรมเสร็จนี่ไม่รู้คิดได้ไง
เสี้ยมสอนใครคนตีกัน พอตีกันแล้วพวกเมิงก้ไม่อาสาที่จะไปรบ
ทั้งปราศัยว่ากรุจะรบ ผลสุดท้ายก็ไม่ได้ไป
เถียงกับไอ่เหมาแล้วมันยาว
ขนาดเถียงกันเรื่องกรีก-โรมัน มันยังตะแบงคำว่าคลั่งชาติๆๆๆๆ อยู่นั่น
ตกลงอารยธรรมกรีกมันมาจากไทยจริงๆ ใช่มั้ยวะครับ
รักชาติ = เห็นชาติของตนว่าดี,เจริญ
คลั่งชาติ = เห็นชาติของผู้อื่นว่าเลว,ต่ำต้อย
เหอๆ ทุกประเทศทุกชาติบนโลกคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางโลกเหมือนกันเมื่อหลายพันปีก่อนละครับ แต่คนไทยบ้างกลุ่มเท่านั้นเพิ่งมาคิดตอนนี้
กรูว่าจ่าลืมเซ็นเซอร์ตาหรูปหัวดราม่าหว่ะ
เอาล่ะว้า
สุวัณณภูมิปกรณ์มีคนทำวิจัยจริงครับ เเต่ไม่ได้ถึงขนาดพ่อทุกสถาบันอย่างนี้ เเค่เป็นการสืบค้นสมมติฐานที่ว่า ประเทศไทยมีภาษาเป็นตัวอักษรก่อนสมัยพ่อขุนรามคำเเหง เเละประวัติศาสตร์ก่อนสมัยสุโขทัยเท่านั้น ไอ้ที่บอกว่าเป็นต้นกำเนิดอียิปต์เอสกิโมมั่วทั้งเพ
เอาง่ายๆ รามิเลสนี่ก็น่ะ แรมเสร็จ เสร็จมันคำไทยแท้หรืออย่างไร ช่วยวานบอกที ถ้าเชื่อเล่มนี้ก็ต้องบอกว่าไม่เชื่อเรื่องหลักศิลาสมัยสุโขทัย เพราะจารึกถังน้ำสำริด เด่นอวดดี มันคล้ายตัวอักษรไทยยุคปัจจุบัน หรือจริงๆแล้วหลักศิลาจารึกยุคสุโขทัยไม่มีจริง ขอแท้มันต้องถังน้ำสำริดของจีน อ๊าห์ นี่มันหักมุมยิ่งกว่าหนังของ M. Night Shayabalan อีกนะ
คลั่งชาติหรือไม่เอาง่ายๆ
ถ้าเรายังมองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง
มึงกำลังคลั่งชาติ
กูรู้จักแต่โครมันยอง
ปกติมีแต่ติ่งเกาหลี
กุเพิ่งเจอติ่งไทยก็วันนี้นี่แหละ
ลีโอไนดัส ก็เป็นคนไทย เซอร์เซส ก็เป็นคนไทย
พลาโต ก็เป็นคนไทย ชื่อจริงๆ ว่า นายพล่ามโต
อดัม กับ อีฟ ก็ยังเป็นคนไทย
พระเจ้าตั้งชื่อไว้ให้ว่า อ้ายดำ กับ นางอีบ
เพราะพระเจ้าก็พูดภาษาไทย
เค้าบอกไว้หรือเปล่า ว่าคนเขียนอวตาร แยกร่างลงมาเป็นนาธาน กะปวย ปวย นะคู๊ณณณ
ปัตตานีรวมกับสยามเมื่อราว ๆ 200 ปีก่อน
ล้านนารวมกับสยามเมื่อ 140 ปีก่อน
อีสานรวมกับสยามเมื่อ 110 ปีก่อน
คิดดูก็แล้วกันว่าจริง ๆ แล้วสยามและอยุธยามีพื้นที่ที่เป็นของตัวเองจริง ๆ แค่ไหน
คนเขียนท่าจะรั่ว
ตีเส้นแบ่งเขตให้กับประวัติศาสตร์ได้ขนาดนี้เลย
ความจริง ประวัติศาสตร์ เริ่มต้นจากการมีบันทึกเป็นอักษรนะงับ (จริงไม่จริงก็ต้องศึกษาหลักฐานประกอบ)
แต่นี้ศึกษาจากตำราเล่มเดียวแล้วเชื่อ โดนอาจารย์สมัยเรียนของป๋ม ถามแบบเจ้าหนูจำไม(เรื่อง อิ๊คคิวซัง) เละแน่
ตอบสีข้างแบบนี้โดนให้ทำค้นคว้าอิสระทุกประเด็นที่ตอบคำถามไม่ได้ชัวร์
กูหนึ่งในคนคลั่งชาติ
แต่คลั่งอย่างมีสติไม่ใช่หลับหูหลับตาคลั่งโว้ย
อียิปติ์ได้รับอิทธิพลไปจากไทย
การที่เรียกกษัตริย์ว่าฟาโรห์นั้น ก็เอาชื่อ พระเจ้า”ฟ้ารั่ว” ของไทยไปใช้นั่นแหละ
เชื่อเค้าสิจ๊ะตัวเธอว์
ไม่รู้อ่ะ กูพ่อทุกสถาบัน

^^ ^^
^^ ^^
^^ ^^
^^ ^^
^^ ^^
^^ ^^
^^ ^^
เกรียนพอมั้ย???
ดูในทางกลับกัน
คนไทยมันก๊อปของเค้ามาทั่วโลกเลยก็เป็นไปได้นะ
เราคือคนไทย wrote:
อย่าเอาประเด็นนี้มาหลีกเลี่ยงการถกปัญหา คนไทยเหมือนกันแล้วยังไง ถ้าจะถกปัญหาให้รู้ไปเลยว่าไอ้การคลั่งชาติมันก่อปัญหาและควรแก้ไขไม่ได้ใช่มั้ย
ต้องทำเป็นช่างๆมันเถอะ เพราะเห็นว่าเป็นคนไทยเหมือนกันจนเรากลายเป็นประเทศปิดยกยอปั้นน้ำกันเองในประเทศหรือยังไง
ไร้สาระชิบเลยว่ะแถไปได้ยังไงวะ อินคาแม่งคนละทวีป

ยิ่งเมารี สัส อยู่คนละเกาะกันขนาดนั้น สมัยนั้นยังไม่มีเรือที่สามารถเดินทางข้ามทะเลที่กว้างขนาดนั้นได้หรอกโว้ยย
โคตรไปเรื่อย
ไอ้บ้า เอาอะไรมาพูดก็ไม่รู้
พวกคลั่งชาติปากดีกันเข้าไป พอเจอหลักฐานมายันเข้าหน่อยถึงกับหกหัวเลอเรอะคับ
เฮ้ยยย ไปเอามาจากไหนว่าคนไทยเป็นบรรพบุรุษของทุกชาติ
จริงๆ คนไทยเนี่ยเป็นเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่อพยพมาจากดาวอังคารเมื่อครั้งยังมีอารยธรรมอยู่บนดาวอังคาร
เห็นได้จากการที่คนไทยมีวันอังคาร รวมถึงการลอยอังคาร และมีอาคารบ้านเรือน
แถมสาวๆ หลายๆ คนก็ยังขึ้นคานอีกด้วย
แหม่…เผ่าเรานี่เจ๋งสัดๆๆ
tabukun wrote:
หกหำหกหีอีกด้วย
bmjas wrote:
มาอ่านย้อนหลังไปเป็นปี….
อ่านแล้วนั่งขำ เบื่อคนที่คิดว่าประเทศไทยพ่อทุกสถาบัน(ยืมคำแอดมินมานิดนึง)
เพิ่งเรียนศิลปะจีนมาหมาดๆ ไอ้ลาย อวดดีอะไรนั่น ที่จริงมัน ชื่อว่า ลายหน้ากากเทาเที่ย หรือ เทาเท่ย เป็นลายที่จีนใช้ตั้งเเต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เเต่ก็นะ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเรียนโดยตรง ก็น่าจะรู้ได้ เเต่บางทีความหลงมันบังตา…….ยิ่งเดี๋ยวนี้เจอคอมเมนท์ประเภท กูคนไทย (โดยเฉพาะในยูทูป)แล้วเพลียจิต
แต่กูชอบอันนึงนะ เอสกิโม = เอ็ดขี่มอ
คิดได้ไงวะเนี่ย 555+
พวกมึงมันโง่เหมือนควายแดงนั่นแหละ