
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องสวนลุมมีอมยิ้มชื่อ “สองก๊ก” มาตั้งกระทู้แฉตำรายาเล่มหนึ่งในห้องสวนลุม

ตำรายาเล่มนั้นมีชื่อว่า “ตำรับยาสามัญประจำบ้าน ชุดยาสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน”
พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฟีลกู้ด ราคาขายเล่มละ 185 บาท ประเด็นที่นายสองก๊กเอามาแฉก็คือ
ไอ้หนังสือเล่มนี้เนี่ยรูปเล่มก็สวยหรูดูดี แต่หารู้ไม่ว่าเนื้อหาข้างในแม่มมั่วสะบัดช่อ!!

ทางซ้ายคือภาพปกตำราที่ว่านะครับ ส่วนภาพประกอบที่เหลือเป็นเนื้อหาจากในหนังสือเล่มนี้
อย่างที่เห็นในภาพทางขวาตำราบอกว่ายา CPM หรือยาแก้แพ้สามัญประจำบ้านที่เราใช้กินเพื่อลดน้ำมูกเวลาเป็นหวัดนั่นเอง
ในตำราบอกว่ายามีผลกะผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ อาจส่งผลถึงเด็กในท้องได้!!!
แถมถ้าใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าหกอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะเธอว์!!

แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า CPM เนี่ยเป็นยาที่ปลอดภัยมากๆตัวนึงเลยนะ ใช้ในคนท้องได้ตามปรกติไม่มีปัญหา
และสามารถใช้ในเด็กได้ แต่ไม่ค่อยนิยมให้ในเด็กอายุน้อยๆต่ำกว่าสองปี มีผลข้างเคียงพวกปากแห้งคอแห้งใจสั่น
นอกจากนี้ยังมีผิดยุบยิบมั่วซั่วเต็มไปหมด อย่างเช่นเรียกชื่อยาฆ่าพยาธิก็ผิดจาก มีเบ็นดาโซล(Mebendazole)
กลายเป็น เบ็นดาโซล ซะงั้น แถมยังระบุโดสของยาผิดอีกตะหาก
ส่วนหน้าทางขวาจะเห็นว่าตำราฉบับนี้มันเรียกยาปฎิชีวนะ Amoxycillin ว่าเป็นยาแก้อักเสบ!?
(
ออกเสียงว่า อะ-ม๊อก-ซี่-ซิล-ลิน ไม่ได้ออกเสียงว่าอะม๊อกซิลินนะเธอว์ ขนาดชื่อมึงยังอ่านผิดเล้ยคิดดูว์)
อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของคนไทยส่วนใหญ่มานมนานที่ชอบเรียกยาฆ่าเชื้อว่าเป็นยาแก้อักเสบ
แต่จริงๆแล้วยาแก้อักเสบคือยากลุ่ม NSAIDs ที่ใช้แก้ปวด ลดการอักเสบ เช่นพวก Brufen เป็นต้น
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับยาฆ่าเชื้อเลย ซึ่งคนในวงการสาธารณสุขหมอ พยาบาล เภสัชกร บลาๆไม่มีใครเรียกสับสนระหว่างยาสองกลุ่มนี้หรอก
ทีนี้ประเด็นคือไอ้คนเขียนตำราเนี่ย มันสับสนระหว่างยาสองกลุ่มนี้ได้ไงวะ? หรือว่าคนเขียนตำรามันไม่ใช่เภสัชกร!?

นอกจากนี้ยังมีอีกไม่รู้กี่จุดในตำราเล่มนี้ที่มั่วซั่วไปหมด ใครสนใจสามารถตามไปอ่านในกระทู้ต้นเรื่องได้เลยนะเธอว์
แต่แอดมินว่าที่เด็ดที่สุดคงเป็นหน้านี้ ที่บอกว่าการเข้ารับการรักษาจากแพทย์นั้นแพทย์จะเป็นคนสั่งยาให้ผู้ป่วยกิน
แทนที่ผู้ป่วยจะไปซื้อยากินเองตามอำเภอใจ ทำให้ผู้ป่วยอึดอึด ไม่สบายใจ และอาการทรุดหนักยิ่งขึ้น (WTF?)
ดังนั้นเรามาหาซื้อยากินกันเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนจำเจกับการรักษาของแพทย์ (WTF?)

โอเค ชัดครับ ไอ้คนเขียนมันไม่ใช่คนในแวดวงสาธารณสุขแหงมๆ ปัจจุบันปัญหาที่พบบ่อยคือผู้ป่วยซื้อยากินเองนะครับ
แบบว่าเมืองไทยนี่ยาอะไรต่อมิอะไรมันซื้อง่ายขายคล่องไปซะหมด บางคนก็คิดแบบไอ้คนเขียนตำรานี่ล่ะครับ
ซื้อยากินเอง ไม่ยอมมาปรึกษาแพทย์หรือเภสัช สุดท้ายก็ม่องเท่งจากโรคมั่งเพราะรักษาไม่ถูกวิธี
หรือบางคนก็ม่องเท่งเพราะผลข้างเคียงของยาที่ตัวเองซื้อกินเองเรื่อยๆก็มี
ดังนั้นถ้ามีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่สบายตรงไหน อย่าไปซื้อยากินเองเป็นอันขาดนะครับ ปรึกษาหมอหรือเภสัชก่อนจะดีกว่า
ชาวสวนลุมที่ส่วนนึงเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขได้อ่านเนื้อหาที่ จขกท เอามาโพสก็ถึงกับปวดตับไปตามๆกัน

หลายๆคนก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในตำราที่มั่วซั่วหลายจุดมากๆ และเริ่มเรียกร้องให้ทางสำนักพิมพ์
เรียกหนังสือฉบับนี้คืนจากแผงหนังสือโดยด่วน เพราะยิ่งปล่อยไว้มันจะยิ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค
ที่หลงไปซื้อหนังสือเล่มนี้อ่าน และใช้ยาตามแนวทางที่ปรากฏในตำราฉบับนี้!!

ต่อมามีบัตรผ่ามาแถลงว่าเธอคือบรรณาธิการของ สนพ.ที่ตีพิมพ์ตำราโหลยโท่ยฉบับนี้ออกมา
และขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทาง สนพ.จะรีบเรียกเก็บหนังสือฉบับนี้คืนโดยเร็วที่สุด!!

หลังจากที่ สนพ.มาชี้แจง ทุกฝ่ายก็โอเคซิ๊กกะแรตที่เห็นการแสดงความรับผิดชอบจากทาง สนพ. แต่ทว่า
สามวันถัดมา จขกท ได้กลับมาแถลงความคืบหน้าอีกครั้ง และปรากฏว่าตำราเล่มนี้ยังถูกวางขายในร้านหนังสือ
และไม่มีการเรียกเก็บแต่ประการใด!? ไหน สนพ. บอกว่าจะรีบเก็บหนังสือคืนโดยด่วนยังไงล่ะวะ!?
แถมพอ จขกท ไปถามคนขายหนังสือในร้านเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการเรียกเก็บหนังสือเล่มนี้คืน สนพ เพราะมีปัญหาด้วยนะ!!

ภาพตำราเล่มนี้ที่ยังวางขายอย่างโจ๋งครึ่มบนแผงหนังสือ ซึ่ง จขกท เอามายืนยันเป็นหลักฐาน

แอดมินก็ฝากทุกท่านช่วยกันกระจายข่าวอีกทอดนึง เพราะการที่มีตำราทำนองนี้วางขายอยู่บนแผงหนังสือ
มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่หลงเชื่อเนื้อหาในตำราเป็นอย่างมาก ใครเจอหนังสือเล่มนี้ที่ไหน
ก็ช่วยๆกันบอกต่อว่าอย่าไปเชื่อเนื้อหาในตำราเล่มนี้เพราะมีจุดผิดพลาดเป็นจำนวนมาก แถมคนเขียนไม่ใช่เภสัชแหงมๆ
อาห์ แล้วตำราเล่มนี้จะยังอยู่บนแผงหนังสือไปอีกนานเท่าใด? เมื่อไหร่ สนพ.จะเรียกเก็บตำราเล่มนี้ซะที!!
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล้านี้โดยพลัน!!
ถึงผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทุกท่าน ช่วยกันที!!!
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L10168667/L10168667.html
บทอวสารของหนังสือ ชุดยาสมุนไพร….
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L10178075/L10178075.html








































สุดยอด
คนเขียนมันก็สุดๆ แก้ปัณหาได้ทุกโรคถ้าคุณซื้อยากินเอง
(ทุกปัญหาจบที่เตาเผาสินะ(ซวยหน่อยก็นั่งกินนอนกินเป็นคนมีบุญไปอัมพาต)
นอกจากไอ้คนเขียนไม่ได้เป็นหมอ ผมว่ามันเป็นหมอผีด้วยแน่ๆ
ไพร่ wrote:
บอกหมอว่าขอใบสั่งยา เดี๋ยวไปซื้อเองครับ
สุดๆ
อย่างนี้เรียกซุยได้ไหมนี่
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
ด้วยความที่เเม่เป็นนางพยาบาล จึงวิ่งเล่นในโรงพยาบาลบ่อยๆ
เลยพอรู้ เเต่ที่ไอ้หนังสือนี่เขียนว่า “เป็นห่าอะไร ก็ไปซื้อยามาเเดก
เเพทย์ไม่ต้องหา เพราะเค้าจะให้เเค่ยาเนียมาเเดก” เจริญละมรึง
ก่อนที่จะทำได้หยั่งงั้น คุณควรมีความคาดคะเนอาการหนักเบาของโรค
ได้ในระดับหนึ่งครับ ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลยเเบบพวกที่ไปซื้อหนังสือปลวกๆ
ของมรึงมาอ่าน พิมพ์หนังสือชุยๆมาให้ผู้ซื้ออ่าน มรึงยังมีจรรยาบรรณหรือเปล่า
น่ากลัวโคตรๆ เลย ปกติตำรายาถ้าไม่ใช่ของนอก คนในวงการก็ซื้อกันแต่เล่มที่ชัวร์กัน ไม่ได้ไปเหลียวแลไอตำราประหลาดๆ แบบนี้กันหรอก
ดังนั้นคนที่ซื้อไปส่วนใหญ่แน่นอนว่ามีแต่คนทั่วไป แล้วเขียนมั่วแหลกซะขนาดนี้ น่ากลัวชิปเป๋งเลยว่ะ ก้อด
มั่วชะมัดอีนี่
หกปีเพื่ออะไรล่ะ ถ้าหนังสือเล่มเเค่นั้นจะจัดการทุกอย่างได้
นึกถึงหนั่งสือในงานศพที่เคยได้มาเลยหว่ะ
“โรคคางทูม ให้เขียนคำว่าเสือโดยซินแสที่เกิดปีเสือ ลงที่คางของผู้ป่วย”
แต่ไอ้นี้มันมีปัญหาตรงที่ว่า มึงมั่วแล้วคนที่ไปอ่านหนังสือของพวกมึงเกิดทำตามเนี่ย
เค้าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรอีกมั่งก็ไม่รู้
เหอๆ Feel Good จริงๆเลยนะฮ๊าฟ อ๊างงงงงค์
เห็นชื่อสำนักพิมพ์ FEEL GOOD นึกว่าจะเกี่ยวกับเรื่อง…[18+]
เอาจริงจริงแมร่งจ้างเด็กสิบขวบเขียนปะเนี่ย
โดยเฉพาะบอกผู้ป่วยให้ซื้อยามาแดกเองดีกว่าไปหาหมอ
กูอยากรู้จริงจริงว่าถ้าคนในครอบครัวคนเขียนป่วยเนี่ยมันจะซื้อยามาแดกเองปะวะ
ส่วนเรื่องเรียกกลับสามวันยังเห็นอยู่ที่ชั้นเนี่ยมันพอรับได้ครับ
เพราะพวกหนังซื้อเวลาเรียกกลับมันจะเรียกพวกจากร้านดังดังแบบ ซี๊ดเอดส์ หรือ นายอวย ก่อน
แต่ก็ถือว่ายังมีสปิริตออกมารับความผิด
แต่ไอ้คนตรวจอะมึงไม่ได้ตรวจหรือไงวะถึงให้เนื้อหามันมั่วแบบนี้
เฮ้ยแต่จริงๆเราก็นึกว่าอ่านว่า เบ็นดาโซล นะ ก็ในโฆษณามันบอกว่า มีตัวยา มีเบ็นดาโซล เอ๊ะงงว่ะ
ส่วนหน้าทางขวาจะเห็นว่าตำราฉบับนี้มันเรียกยาปฎิชีวนะ Amoxycillin ว่าเป็นยาแก้อักเสบ!?
( ออกเสียงว่า อะ-ม๊อก-ซี่-ซิล-ลิน ไม่ได้ออกเสียงว่าอะม๊อกซิลินนะเธอว์ ขนาดชื่อมึงยังอ่านผิดเล้ยคิดดูว์)
อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของคนไทยส่วนใหญ่มานมนานที่ชอบเรียกยาฆ่าเชื้อว่าเป็นยาแก้อักเสบ
อย่าทำเป็นเล่นนะเว้ยย
ตรูแพ้ยาตระกูล อาม็อกซี่ เนี่ยแหล่ะ ตอนนั้นไม่สบายอะไรประมาณนั้นแหละ กินไปเมื่อตอนกลางคืน ตื่นขึ้นมา ผื่นขึ้นทั้งตัว ป๋า-ม๊ะต้องพาไป รพ ไปฉีดยาแก้แพ้ด้วยนะว่ะคะ
จริงๆ ผิดกฎหมายนะ นี่มีการฟ้องร้องจากสาธารณสุขโดยตรง หรือหน่วยงานใดๆที่เกี่ยวข้อง จรรยาบรรณสมัยนี้แม่งไม่มีกันหรือไง นึกอยากจะมั่วเขียนอะไรก็เขียน คนเขียนแม่งเป็นใครวะ อาแป๊ะขายของชำรับยามาขาย? ไม่รู้ 4 รู้ 8 เลย เอาโอโล่ไปแดรก
ต้องพยายามป้องกันช่วยกันสอดส่องดูแลแบบนี้ดีแล้วครับ เดี๋ยวมีคนเขียนอะไรแบบนี้มาอีก
ก็คงต้องเตือนผู้บริโภคว่า
ต้องการซื้อหรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับอะไรก็คงต้องพิจารณาผู้แต่งและบรรณาธิการว่ามีคุณสมบัติตรงกับสิ่งนั้นด้วยนะคะ
กุละอยากรู้จริงๆว่าคนเขียนมันเป็นใคร มีคนเช็คแล้วว่ามันไม่ใช่เภสัช
ตอนนี้อยากเห็นหน้ามันมากๆ มันเป็นใครวะ อยากตื้บๆๆๆ
รู้ไหมบุคลากรสาธารณสุขต้องลำบากแค่ไหนเพื่อจะแก้ไขความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับยาของประชาชน
อ่านข้อความในหนังสือนี่แล้วกุเครียดดดดดด
งานนี้น่ากระจายจริงๆครับ ไม่งั้นอาจมีคนเกิดอันตราบได้ครับ
เป็นเมกา มีคนเจือกเชื่อหนังสือไปซื้อยามากินจริงๆ
มันฟ้องสำนักพิมพ์จน คนฟ้องรวยเลยนะเนี้ย
โอ้วนานๆจะมีสาระซะทีเวปนี้ หุหุ
@ ดมดราม่า:
Amoxylin เป็นยาแก้อักเสบ เหอะๆ – -*
จริงๆ ยาตัวนี้ คือไม่จำเป็น เภสัชกร จะไม่จ่ายกันนะครับ
ต้องมั่นใจจริงๆ ว่าติดเชื้อจากพวก จุลชีพ เท่านั้น จึงจะจ่ายออกไป
แต่มาเจออย่างนี้เครียดเลย เป็นยาแก้ปวด – -*
เอาพาราไปเลยมั๊ย เจ๊ดดดดดดดดดดดด
หนังสือที่วางขายตามท้องตลาด ไม่ว่าจะในสาขาหรือสายไหน ทำไมไม่มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนออกวางขายมั่งเลยหว่า
ถ้าถูกต้องก็ดีไป แต่ถ้าผิดพลาด ก็เป็นภัยต่อคนซื้อไปอ่าน หรือทำให้คนอ่านเข้าใจผิดในเรื่องนั้นๆ
โดยเฉพาะไอ้พวกหนังสือโฆษณาชวนเชื่อ ชวนงมงาย อย่างพวก เปิดกรรม, แสกนกรรม, โฆษณาว่าคนนั้นคนนี้มองเห็นอดีตชาติของคนได้
ติดมาม่า wrote:
เกิดเป็นคนไทยก็ต้องทำใจกะเรื่องแบบเนี้ยอยู่แล้วล่ะครับ
ขอบคุณที่เตือนงับ
พรบ. สิ่งพิมพ์ บก. โดนแน่
แต่ก็ดีนะที่มีการรีบเก็บ แต่ที่ขายไปแล้วหละ
ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือไครกัน
ใช่หมอเค๊กป่าว
เออว่ะ แม่ม บรรยายได้มั่วโคตรๆ อ่านแล้วปวดตับ
แต่คนเขียนชี้แจงได้มีสาระมาก ขอชื่นชม
ถ้าซื้อยากินเองแล้วปลอดภัยหายห่วงร้อยเปอร์เซ็นต์ กรูเลิกเรียนหมอดีฝ่า
ขอเตือนว่า อย่าไปไเชื่อหนังสือเลย เดี๋ยวนี้ร้านขายยามีเภสัชกรให้ปรึกษาเยอะแยะ(แต่อย่าลืมดูบัตรนะคะ)
ฮาหงายเงิบเลยทีเดียว ทำฟันนี่ฟันไรหว่า เอวยอกรึป่าว ได้ยินเสียงดังตรั่บๆ
อยากเห็นหน้าคนเขียนจริงจังอ่ะ
ภาพข้างบน amoxicillin …..ยาแก้ไอทีซาลอน ยังช่วยระงับอาการปวดศีรษะ….ด้วยยย
บร๊ะเจ้าาา ตกลงกินยาแก้ไอ แต่หายปวดหัวเหรอเนี้ยยยยยย
มันคงคล้ายกับชาซีลอนสินะ 5555+
บ้านเรา ไม่มี QC ก่อนหรอ?
แย่ว่ะ สงสารชาวบ้านและคนที่ซื้อไปอ่าน
ซื้อยาทำไม เหรียญควันตัมซิ ช่วยคุณได้ เมพสุดในสี่โลก
ดีที่กรูไม่ซื้ออ่าน เพราะแค่ชื่อยา กรูก็โง่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแล้ว
เล่ากันแบบปากต่อปากว่ายามันดี ไม่เชื่อหมอ พอแดกไป ตายห่า
พอกันกับหนังสือนี้ สอนให้ซื้อยาแดกเองซะงั้น
กูว่าไปหาเภสัชถามมันเอาดีกว่านะ เวลาซื้อยาก็บอกอาการให้เขาฟัง
ไม่ใช่เอาชื่อยาไปให้มันจัดให้ ตายห่าพอดี
จ่าได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาสินะ เหอๆ
แย่ล่ะ กินยาพวกAmoxycillinบ่อยด้วยดิ
นึกว่าแก้อักเสบ สิวแตกก้กิน
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
เชี่ย..มั่วได้ใจมาก
เอาโอโล่ไปแดรกไป๊
ล่าสุดสภาเภสัชฯ ออกหนังสือชี้แจงแล้ว เค้าบอกว่าคนเขียนไม่มีรายชื่อในฐานข้อมูลบุคลากรทางวิชาชีพ…นีมรึงเอาตาสีตาสาที่ไหนมาเขียนหลอกรกพวกตรูฟระ
คลินิกที่เพิ่งไปหามา เราเจ็บคอ ก็ให้amoxycillinมา ก็เห็นเค้าเขียนบนฉลากยาว่ายาแก้อักเสบ
ส่วนโรงบาลทำฟัน หลังผ่าฟัน ก็ให้amoxycillinมา แล้วเขียนบนฉลากว่า ยาฆ่าเชื้อ
คืองงว่า ตกลงแก้อักเสบ หรือฆ่าเชื้อกันแน่คะ
กินผิดๆ ถึงตายเหมือนกันนะเนี่ย
ยา Amoxycillin เป็นยา Antibiotic (ยาฆ่าเชื้อโรค)กลุ่ม Penicillin ออกฤทธิ์โดยการฆ่าแบคทีเรียโดยตรงครับ
ที่บางครั้งเรียกยาแก้อักเสบเพราะอาจนำไปแก้อักเสบแบบคออักเสบ(ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ)ได้ แต่คงไม่สามารถแก้อักเสบแบบกล้ามเนื้ออักเสบหรือข้ออักเสบเกาต์ได้คับ
Amoxycillin ต้องกินให้ครบโดสนะ ถ้ากินไม่ครบ ครั้งต่อไปจะดื้อยา อย่ากินซี้ซั้วกันนะเธอว์
dose นึง 20 เม็ด วันละสี่เม็ดด้วยนะเธอว์
เหตุเกิดในดินแดนที่ยาฆ่าเชื้อไม่มีขายกันง่ายๆ ตามร้านหมอตี๋
เพื่อนคนนึงบ่นเจ็บคอ
อีกคนหยิบ Amoxy มาให้ บอกว่า “กินไปสองสามเม็ด เหลืออยู่ตั้งเยอะ เอาไปกินแล้วกัน”
อีกคนด่าคนที่สองว่า “เค้าให้กินจนหมดแผง สิบเม็ด แกกินไปสองเม็ดแล้วหยุด มันก็ดื้อยาสิ”
me:

เค้าให้กินทีละสองแผงงงงงงงงงงงงว้อยยยยยยยยยยย
ถ้าอ่านหนังสือแค่ไม่กี่บรรทัดแล้วรักษากันเองได้ พวกผมก็คงไม่ต้องสอบแข่งกันเข้ามา และไม่ต้องมาเรียนเป็นหมอกันตั้งเกือบสิบปีแหละคร้าบบ
เคยเจอเภสัชให้ยาซ้ำซอนคนนึง เป้นร้านยาขายมาแต่รุ่นแม่ลูกสาวป็นเภสัช2คน คาดว่าคนเล็กเรียนอยู่มั้ง ผมแพ้อากาศมากหายใจแสบจมูกมากไม่ไหวละไปร้านยาอ่อผมมีอาการ…เภสัชจัดยาแก้แพ้ให้ เม็ดเหลืองๆเล็กๆกับม่วงๆใหญ่กุกินไป2เม็ดพร้อมกันหลับไป4ชม.ตืนมามึนหัวมาก แต่กินอีกตามเภสัชแนะนำกุหลับไปอีก4ชมกุว่าผิดปกติแล้วละ ไปร้านยาบอกว่ากินแล้วหลับแบบสลบเหมือด คนขายคราวนี้เป็นพี่บอกว่าตายแล้วกินยาซ้ำซ้อนได้ไงตัวนี้ก็แก้แพ้เม็ดเหลือง ตัวเม็ดม่วงเป็นยารวมมีพารา+แก้แพ้+ลดน้ำมูก (แบบยาสามชั้นอะคับ)คนขายพร้อมยึดยาดึงไปจากมือ กินแค่เม็ดเหลืองอย่างเดียวพอนะคะถามว่าใครขายกุชี้ไปคนนั้นขายคนน้องอยู่ด้วยพอดี คนพี่เลยมาบอกว่าคนน้องชอบติดนิสัยกินยาตลอดเลยดื้อยาไปหลายตัวต้องกินมากๆ เขาเลยจัดยาอย่างหนักให้กุ ร้านก็เฉยๆไม่ได้ขอโทษอะไรกุก็เดินออก พร้อมกับบอกตัวเองว่ากุไม่ซื้อยามากินเองเองแล้วเภสัชขายก็เถอะ ผม เข้าคลินิกเทนเวลาไม่สะบายซึ่งหมอเนะนำคนละเรื่องกับคนขายยาว่า เป็นไข้พาราไม่ต้องกินหรอกออกกำลังวิ่ง กินผลไม้มีวิตตามินซีสูงๆ ไปๆกลับยาไม่ต้องไม่มีค่ารักษา คำแนะนำของหมอดีกว่ามากๆทำให้ผมพอใจ
แล้วถ้ามั่วๆแบบเล่มนั้นเอ่อๆกินผิดตายได้แน่
กกก wrote:
ความคิดเห็น 144 เป็นไข้ที่ไหน หมอเค้าให้เมิงไปวิ่งวะ บ้าป่าวเนี่ย

เค้ามีแต่ให้พัก ละกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ
วิ่งไปเดี๋ยวตายห่าขึ้นมา โทษหมออีกนะเมิง
ถ้าไม่สบาย ละซื้อหายาแดกเองได้ตลอด
เค้าจะเรียนหมอกันทำเชี่ยไรตั้งหลายปี
แต่พูดตามตรง
กูชอบมากนะเป็นคนไทย
ไม่สบายเมื่อไหร่ หายาแดกเองได้ตลอด (กรณีไม่หนัก)
เมิงรู้ไหม อยู่เมืองนอก ยาเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์
ต้องใช้ prescription (ใบสั่งยา)
บางทีเคสง่อยๆ ยังต้องเข้าแลป หมดเป็นหมื่นเป็นแสน
เวลาป่วยที อยากกลับไทยโค่ดๆ
ขนาดยาคุม ที่ไทยขายกันเกลื่อนกลาด
เมิงไม่ไปหาหมอ ก็อย่าหวังจะได้แดก
ประเทศที่เค้าเจริญแล้ว เลยไม่มีเกรียนเห่อหมอยมีปู๋มีนมเกลื่อนเมือง
จงภูิมิใจที่เกิดเป็นไทย ถ้ามีเงิน พี่ไทยทำได้ทุกอย่าง ฮิ้วว
canon wrote:
อาจจะเป็นพวกตัวยาสองเท่าก็ได้นะมันมีให้เห็นบ่อยๆ
http://tnews.teenee.com/etc/62549.html

เรียกเก็บคืนแล้วแต่ไม่รู้ว่าเล่มเดียวกันไหม
ผมเรียนนิเทศศิลป์ อาจารย์ของผมย้ำนักย้ำหนาว่า ถ้าจะทำสื่ออะไรเราต้องรู้ลึกในสิ่งนั้นจริงๆ เพราะว่าถ้าเกิดประชาชนได้ข้อมูลที่ผิดๆไปแบบนี้มันร้ายแรงมาก
หมอจ่ายยาผิด คนตายคนเดียว แต่การนำเสนอข้อมูลผิดๆแบบนี้ คนอาจตายเป็นร้อยได้นะครับ
อ่านแล้วเหนื่อยใจ
จะซื้อยาอะไรถ้าไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ ก็ไม่สามารถขายยาบางตัวให้ได้
ถ้าเป็นเมืองนอกแพทย์ทำหน้าที่วินิจฉัยโรค คนเลือกยาจัดยาคือเภสัชนะ
แต่เมืองไทยมันไม่ใช่อะ – -”
แถมที่ร้านยาที่เขียนว่าขายโดยเภสัชกรนี่ไม่รู้ว่าตัวคนขายเป็นเภสัชหรือเปล่า เภสัชบางคนแขวนป้ายไว้แล้วมาแค่บางเวลา….
สภาเภสัชชุดใหม่เขาเริ่มจะหาทางจัดการแล้วล่ะ… ก็ต้องรอดูกันต่อไป
ยังไม่เคยเจอหนังสือเล่มนี้อะ อยากอ่านประวัติผู้แต่งวาเรียนจบจากไหนมเนี่ย จบสายวิทยาศาสตร์สุขภาพมาหรือเปล่า??
สิทธิศักดิ์ ยุทธ์–ซางผล
เห็นมีหนังสือตั้งหลายเล่มของเฮียคนนี้อ่านไม่รู้เรื่อง
เหมือนคนแดกเหล้าก่อนมาเขียนอ่ะ
ไม่ค่อย ดราม่า นะ แต่ได้ภูมิคุ้มกันชีวิตดีเลยทีเดียว
ใครไปแดกตามแล้วตายแม่งโคดซวยเลย
ต่อไปนี้กุจะแดกพาราฯแม่งทุกอาการเลยสัส