
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่เฟซบุคมันมีคนไปตั้งเพจล้อเลียนพวกคุณครูเจ้าระเบียบที่ชอบด่าเด็กที่ใช้ภาษาวิบัติ
ไอ้เจ้าของเพจมันก็ตั้งชื่อเพจซะกวนตีนโดยใช้ภาษาวิบัติเพียวๆดังที่เห็นในภาพข้างล่าง
เจตนาของเพจนี้คืออยากสื่อว่าภาษาวิบัติมันเป็นรูปแบบหนึ่งของวิวัฒนาการทางภาษา นับว่าเป็นสิ่งสร้างสรรค์ ไม่ควรกีดกันล่ะมั้ง

ซึ่งแน่นอนครับว่าเพจในลักษณะนี้ย่อมเป็นที่ขัดหูขัดตาของหลายๆคน ที่ไม่นิยมการใช้ภาษาวิบัติ
สมาชิกในเฟซบุคคนนนึงชื่อ Mew Rodniyom ก็มาโพสข้อความในเพจนี้ว่าพวกมึงน่ะ
ใช้ภาษาวิบัติกันเข้าไปเถอะค่ะ ระวังนะคะซักวันนึงมึงจะไม่มีประเทศให้ซุกหัวนอน!!!
ภาษาไทยที่พัฒนามาตั้งแต่ยุคพ่อขุนน่ะมันก็ดีของมันอยู่แล้ว ถ้าพวกมึงอยากครีอ่งครีเอทภาษาของตัวเองนัก
ก็ไสหัวออกจากประเทศนี้ ไปตั้งประเทศของพวกมึงแล้วบัญญัติภาษาส่วนตัวขึ้นมาใช้เองซะเลยสิคะ!!!

ต่อมาก็มีคนมาหยอกอี MeW เป็นภาษาวิบัติว่าอร๊ายยยอกอีแป้นจะแตกเป็นเสี่ยงๆเชียวเหรอเคอะ!?
![]()
ซึ่งอี MeW ก็ตอกหน้ากลับไปว่ามึงช่วยแปลที่มึงพูดเป็นภาษาคนด้วยนะคะ!!
แบบว่าคนการศึกษาสูงอย่างชั้น เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็ไม่เคยเห็นภาษาต่ำๆแบบที่หล่อนพูดมาก่อนค่ะ!!

แรกๆก็มีคนเข้ามาพยักเพยิกกับอี MeW ด่าพวกใช้ภาษาวิบัติว่าไอ้พวกนี้สมองมันมีแต่ขี้ค่ะ!!
พี่ MeW อย่าไปยุ่งกะพวกชั้นต่ำอย่างมันเลยนะคะ!! พวกเราด่ามันยังไงมันก็ไม่เข้าใจภาษาคนหรอกค่ะ!!

ไอ้คนที่ทักอี MeW เป็นภาษาวิบัติเมื่อตะกี้ก็ถามอี MeW ว่าแล้วไอ้การศึกษาสูงส่งของหล่อนนี่มันสูงแค่ไหนวะครับ?
![]()
อี MeW ก็ถากถางและดูถูกดูถุยกลับไปว่าการศึกษาของชั้นก็ประมาณว่าโรงเรียนผู้ดีที่สอนให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
และคนเป็นหมื่นเป็นพัน แห่กันมาแย่งกันเข้าโรงเรียนที่ชั้นเรียนก็เท่านั้นล่ะเค่อะ!!
แต่ดูท่าทางไอ้พวกการศึกษาต่ำอย่างหล่อนมันคงไม่เข้าใจหรอกนะเคอะว่าโรงเรียนชั้นสูงของชั้นมันเป็นเช่นไร!!

![]()
คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นอี MeW หยิ่งผยองถึงเพียงนั้นก็ชักหมั่นไส้ user คนนึงชื่อนาย ปวยหัวเค็ม
ก็มาถามอี MeW ว่าที่มึงบอกว่าภาษาไทยมันมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยน่ะ กรูถามมึงหน่อยเหอะ
ว่าภาษาไทยสมัยนั้นกะภาษานี้มันเหมือนกันเป๊ะๆเลยมั้ย? และความเห็นส่วนตัวของกรูนะ
กรูว่าไอ้พวกที่พยายามจะทำให้ภาษาไทยมันย่ำอยู่กับที่ไม่มีวิวัฒนาการน่ะ
มันล้าหลังคลั่งชาติและความคิดคับแคบฉิบหายเลยว่ะ!!

อีMeW ก็เถียงกลับว่าไอ้ภาษาวิบัติที่ใช้กันในเพจนี้เนี่ยมันไม่เรียกว่าพัฒนาการของภาษานะคะ!!
แต่มันเรียกว่าทำให้ภาษามันฉิบหายเสื่อมเสีย!! มึงลองคิดดูสิคะ ถ้าเกิดภาษาวิบัติพวกนี้
มันเป็นพัฒนาการของภาษาจริงๆ แล้วในอนาคตเกิดมีคนอุตริเอาไปใช้เป็นภาษาราชการ
มึงคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้มันจะเป็นเช่นไรวะคะ!?

นายปวยหัวเค็มก็ถามอี MeW ว่าแล้วมึงเอาอะไรมาตัดสินวะ!? มึงเป็นคนตัดสินเองรึไง!?
ว่าอันไหนเป็นพัฒนาการของภาษา อันไหนทำให้ภาษามันเสื่อมเสีย!!

อีMeW ก็ตอบว่าสังคมจะเป็นคนตัดสินเองค่ะว่าภาษาวิบัติที่พวกมึงใช้มันเป็นพัฒนาการของภาษาหรือไม่!?
เปรียบได้กับงานศิลปะ คนวาดมันไม่รู้หรอกค่ะว่าภาพที่มันวาดมันห่วยแตกแค่ไหน ต้องให้คนดูเป็นคนตัดสิน!!
และถ้ามึงอยากใช้ภาษาวิบัตินัก ก็ไปตั้งภาษาใหม่ของตัวเองซะเลยสิคะ จะมาย่ำยีภาษาไทยไปเพื่ออะไร!?

นายปวยหัวเค็มก็แย้งอี MeW ที่พูดว่าคนดูเป็นคนตัดสินเรื่องภาษาว่าเป็นภาษาวิบัติหรือพัฒนาการของภาษา
ว่าเอ็งก็เป็นแค่คนดูคนนึง มีสิทธิอะไรมาตัดสินตามอำเภอใจว่าภาษาวิบัติทำให้ภาษาไทยเสื่อมเสียวะ!!
แล้วการที่มึงไล่ให้คนที่ใช้ภาษาวิบัติไสหัวไปอยู่ประเทศอื่นน่ะ มึงถามใจตัวเองเถอะว่ามันล้าหลังคลั่งชาติหรือไม่?
จากนั้นนายปวยหัวเค็มก็ลองภูมิอี MeW โดยถามว่า…คำว่า “นาฑี” สะกดถูกหรือผิด!!!?

แต่จนแล้วจนรอดอี MeW ก็ไม่ตอบคำถามของนายปวยหัวเค็มซักที จนนายปวยฯต้องออกมาทวง
ว่าเมื่อไหร่มึงจะตอบคำถามของกรูซะทีวะ!! และคำถามของกรูข้อนี้นี่ล่ะที่มันจะตอบโจทย์ได้ว่า
ควรจะกำหนดให้ภาษาไทยมีเอกลัษณ์ตายตัวไม่ยืดหยุ่น และผูกขาดอยู่กับคนบางกลุ่มที่อ้างตัวเป้นเจ้าของภาษาไทยหรือไม่!?

อี MeW ก็ตอบกลับแบบเชิ่ดๆว่าไม่ใช่ว่าชั้นตอบคำถามของหล่อนไม่ได้หรอกนะ
แต่เป็นเพราะชั้นไม่อยากเสียเวลาไปตอบต่างหากล่ะยะ!! (
ซึนได้โล่ห์เลยนะอี MeW เอ๋ย)
ถ้ามึงอยากรู้นักว่าคำว่า “นาฑี” สะกดยังไงมังก็ไสหัวไปเปิดพจนานุกรมซะสิคะ!!

ซักพักอี MeW ก็ไป google แล้วเอา url ของเว็บ wikipedia ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ
คำในภาษาไทยที่มักพิมพ์ผิดบ่อยๆมาแปะให้นายปวยหัวเค็มอ่าน ซึ่งในหน้านั้น
ระบุว่า “นาฑี” เป็นคำที่มักพิมพ์ผิดบ่อยๆ คำที่ถูกต้องจริงๆคือ “นาที”

นายปวยหัวเค็มเห็นอี MeW ตอบเช่นนั้นก็ได้ที บอกอีMew ว่าเป็นไงล่ะ เห็นแล้วใช่มั้ยว่า “นาฑี” มันสะกดผิด
จริงๆแล้วต้องสะกดว่า “นาที” และกรูถามมึงหน่อยซิอี MeW ว่าคนที่พิมพ์คำว่านาทีผิดเป็น “นาฑี” มันสมควรประณาม
และขับไสไล่ส่งไปอยู่ประเทศอื่นเพราะใช้ภาษาวิบัติหรือไม่!?


อีMeW ก็ตอบว่ากะอีแค่คนพิมพ์ผิดคำสองคำ มึงจะให้ชั้นไล่ไปอยู่ประเทศอื่นเหมือนพวกใช้ภาษาวิบัติได้ไงวะคะ!?


ต่อมานายปวยหัวเค็มก็เฉลยให้อี MeW รู้ถึงนัยยะที่เขาแฝงมาในคำถามนี้ โดยนายปวยฯเฉลยว่า
ที่เขาถามเรื่องคำว่า “นาฑี” นั้น เป็นเพราะว่าศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ “รงษ์ วงสวรรค์”
ท่านพิมพ์คำว่า “นาที” เป็น “นาฑี” ทุกคำ!! และท่านใช้ภาษาไทยโดยถือตัวเองเป็นนายของภาษา
ไม่ใช่เป็นขี้ข้าของภาษาที่ให้กรอบความคิดล้าหลังคลั่งชาติมาครอบกบาลแบบพวกมึง!!
และกรูถามมึงหน่อยซิว่าทำไมถึงมีคนมอบรางวัลศิลปินแห่งชาติให้กับ “รงษ์ วงสวรรค์”
ที่เขาใช้ภาษาวิบัติซึ่งตามความคิดของพวกมึง อาว์รงษ์ไม่ควรได้รับรางวัลและควรถูกไล่ออกนอกประเทศซะด้วยซ้ำ!!

อันนี้หลักฐานยืนยันเรื่องที่นายปวยหัวเค็มพูดครับ จากหนังสือเรื่อง 2นาฑีบางลำพู ของอาว์รงษ์
ดังจะเห็นได้ว่าอาว์แกเขียนคำว่านาฑี เป็น นาทีจริงๆ และต้องขอสารภาพตามตรงว่าไอ้คำว่า เธอว์ เนี่ย
แอดมินก็ได้รับอิทธิพลมาจากอาว์รงษ์คนนี้นี่แหละครับ ใครเคยอ่านผลงานของแกน่าจะรู้สึกเหมือนแอดมิน
คือบางทีก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าอาว์แกต้องการจะสื่ออะไรในวรรณกรรม แต่ภาษาที่อาว์แกใช้มันเท่ห์สุดๆไปเลยฟ่ะ

แล้วนายปวยหัวเค็มก็สั่งสอนอี MeW ว่าภาษาน่ะมันมีไว้ใช้เพื่อสื่อสารระหว่างคนกับคน
ไม่มีกฏใดๆไปกำหนดให้มันต้องเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ได้ เพราะมันจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
ตามสภาพและบริบทของสังคมในขณะนั้น ขนาดราชบัณฑิตสถานเขายังเข้าใจเลย
ว่าวันนึง ศัพท์แสลงในวันนี้ อาจกลายเป็นศัพท์ที่ถูกต้องเหมาะสมในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้!!
เพราะฉะนั้นมึงจึงไม่สมควรไล่ให้คนที่ใช้ภาษาวิบัติ ให้ไสหัวออกนอกประเทศเป็นอันขาด!!

อี MeW ก็เถียงกลับว่าที่อาว์รงษ์ เขาพิมพ์คำว่า “นาที” เป็น “นาฑี” น่ะเป็นเพราะท่านอายุมากแล้ว
ก็เลยติดกับการใช้คำเก่าๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยยังไงล่ะคะ!!!

ชัดครับพี่น้องครับ ว่าอี MeW นี่มันไม่รู้จักอาว์รงษ์เลยซักนิด เพราะอาว์แกไม่ใช่คนที่ยึดติดกับการใช้คำเก่าๆ
แต่อาว์แกประดิษฐ์ศัพท์ขึ้นมาใช้เป็นการส่วนตัวเลยต่างหากเล่า!!! แล้วคนที่ไม่รู้จักอาว์รงษ์อย่างอี MeW เนี่ย
มันมาพูดจาราวกับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยได้อย่างไรวะห๊ะ!?

หลายๆคนเห็นอี MeW แสดงความไม่รู้ออกมาเช่นนั้น ก็มาช่วยกันให้ความรู้อี MeW
เช่นนาย Panu คนนี้อธิบายว่าอาว์รงษ์แกไม่ใช่พวกใช้ภาษาโบราณนะ และเมื่อหลายสิบปีก่อน
ตอนที่แกเริ่มผลิตงานเขียนใหม่ๆ สำนวนแบบแกก็ถูกไอ้พวกหัวโบราณในยุคนั้นต่อต้านเหมือนกัน!!
แต่ปัจจุบันแกขึ้นแท่นเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่และกลายเป็นศิลปินแห่งชาติไปเรียบร้อยแล้ว
และคำต่างๆที่เราใช้กันอย่างปรกติสุขในปัจจุบัน เช่น “ป่าคอนกรีต” “เพรียวลม” บลาๆ
ก็ล้วนแล้วแต่เคยเป็นภาษาวิบัติในยุคสมัยหนึ่งมาก่อนทั้งนั้น

user บางคนก็บอกว่าภาษาวิบัติที่เด็กไทยสมัยนี้ใช้กันมันเป็นการดิ้นของภาษา ที่คนไทยหรือเด็กไทยกลุ่มนึง
ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้กันเองในกลุ่ม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับศัพท์แสลงของประเทศต่างๆ เอาเป็นว่ามึงไปศึกษา
เรื่องวัฒนธรรมศัพท์แสลงของประเทศอื่นๆก่อนแล้วค่อยตัดสินใจไล่คนที่ใช้ภาษาวิบัติออกนอกประเทศจะดีกว่ามั้ย?

อี MeW ก็เถียงกลับว่าไอ้ภาษาวิบัติอย่างเช่นวลีที่ว่า “หญ่างณั้นเร๋อฆ์” (อย่างนั้นเหรอ)
เนี่ยน่ะเหรอคะ การดิ้นของภาษาของพวกมึง!!! นี่น่ะเหรอภาษาที่พวกมึงจะใช้สื่อสารกันอย่างสากล!?

user คนนึงก็เถียงอี MeW ว่ามึงจะบ้าไปแล้วเรอะ!! ใครมันจะเอาวลีแบบนี้ไปใช้สื่อสารกันสากลวะ!?
แล้วไอ้ภาษาวิบัติที่มึงต่อต้านนักต่อต้านหนาน่ะ มันก็ใช้กันในวงแคบๆเท่านั้น
ไม่ทราบว่ามึงประสาทแดกเกินไปหน่อยมั้ยที่คิดว่าอีกหน่อยเขาจะเอาภาษาวิบัติไปใช้เป็นภาษาราชการ!!

user หลายๆคนก็เห็นด้วย บอกว่าไอ้วลี “หญ่างณั้นเร๋อฆ์” แม่งพิมพ์ยากฉิบหาย
ใครมันจะเอาไปใช้กันสื่อสารกันจริงๆจังๆวะ และถ้าพิมพ์ยากบรรลัยแบบนี้
พอมันหายฮิต ไม่นานคนก็คงเลิกใช้ภาษาวิบัติพวกนี้กันเองนั่นละ

อีหนู MeW เห็นคนไม่เห็นด้วยกับตัวเองซะเพียบแปร้ แถมหลายๆคนยังสั่งสอนอีหนูMeWเป็นการใหญ่
อีหนู MeWก็ไม่พอใจ โวยใส่คนพวกนั้นว่าพวกมึงมาด่าว่าคนการศึกษาสูงส่งอย่างชั้นล้าหลังคลั่งชาติได้ไงวะคะ!?
พวกมึงคงคิดว่าความคิดเส็งเคร็งของตัวเองถูกซะเต็มประดาล่ะสิ!! ไอ้พวกชนกลุ่มน้อยผู้ทรงภูมิด้านภาษา!!

และชั้นไม่ขอเถียงกับไอ้พวกหมาหมู่อย่างพวกมึงอีกต่อไปแล้วนะคะ!! คนอย่างพวกมึงมันเหมือนลิงได้แก้วไก่ได้พลอย
อุตส่าห์มีภาษาที่ดีมีคุณค่าอย่างภาษาไทย แต่กลับไม่รู้คุณค่าของมัน คิดแต่จะทำลายมันให้แหลกเละเป็นจุล!!

พอโดนด่ากราดว่าเป็นหมาหมู่ คนที่สั่งสอนอีหนู MeW อยู่ก็ถึงกับกุมขมับแล้วสั่งสอนอีนู MeW ว่า
ถ้าการที่พวกกรูพยายามเอาเหตุผลและข้อมูลทางวิชาการยัดใส่หัวมึง เรียกว่าหมาหมู่แล้วล่ะก็
มึงกับกรูคงไม่ต้องคุยกันแระ คุยกันต่อไปก็ไร้ค่า กรูขอลาไปสาวหนอนจะดีกว่า
เพราะกรูรู้แล้วว่าคนจิตใจคับแคบอย่างมึงพูดอะไรไปมันก็ไม่เข้าหูร้อก!!

หลังจากนั้นก็มีการเถียงกันประปราย แต่ก็ยังมีคนจำพวกอีหนู MeW เข้ามาด่าอย่างเกรี้ยวกราดในเพจอยู่เรื่อยๆ
และประเด็นภาษาวิบัติก็คงเป็นปัญหาโลกแตกที่คนไทยต้องถกเถียงกันต่อไปอีกนานเท่านาน
แต่ไม่ว่าใครจะขับไสไล่ส่งให้ไปอยู่ประเทศไหน แอดมินก็จะขอใช้คำว่า “เธอว์” บนผืนแผ่นดินไทยต่อไปนานเท่านาน
จนกว่าแอดมินกับท่านผู้อ่านจะตายห่าจากกันไปข้างนึงเหมือนอาว์รงษ์ วงสวรรค์ ผู้เป็นตำนานของวงการวรรณกรรมไทย!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร ทำไมผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยไม่รู้จักอาว์รงษ์ วงสวรรค์!?
พวกเธอว์ จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!








































ผมไม่ชอบคนที่เห็นด้ยเห็นงามกับการใช้ตำผิดว่าเป็นเรื่องถูกต้องเลยจริงๆนะ
คนเราไม่ได้รู้ทุกคำซะหน่อย ไม่ใช่พจนานุกรมเดินได้ ถึงได้เขียนถูกทุกคำ แล้วพวกแกจะสนับสนุนการใช้คำผิดว่าถูกต้องทำห่าอะไรวะครับ!?
ผมว่าไอพวกนี้แหละ ที่สมควรถูกประณาม
อ่านดราม่าแล้วนึกถึงตอนที่อ่านหนังสือชื่อ “อิฐ” ของนิ้วกลม
เค้าก็เคยเขียนโดยใช้พยัญชนะพวก ฏ ฑ ฒ ณ ญ ฯลฯ
แบบที่ไม่ค่อยได้ใช้กันในภาษาไทย อ่านไปก็สนุกดี
แต่พี่เค้าก็ไม่ได้ใช้จริงๆในชีวิตประจำวัน
เราว่ามันลำบากออก แต่ส่วนมากที่เจอจะเป็นพวกภาษาวิบัติจริงๆ
พวก หั้ย มั่ย อะไรแบบนั้น ก็น่าจะมาจากไม่รู้และไม่คิดจะใช้ภาษาให้ถูกเสียมากกว่า
ใช้ให้ถูกกาลเทศะก็พอแหละค่า
บางคำเราก็ใช้ตามอารมณ์ตอนนั้นนะ
เช่น คร่าาาาาาาาาาาาาา เอาไว้ตอบเวลาเพื่อนเรียกใน msn นึกภาพประมาณว่า พูดค่า แต่ลากเสียงยาว
หรือไม่ก็ เหรออออออ ประมาณว่าถาม หรอ กวนเพื่อน อะไรแบบนี้
cxho wrote:
อิดอก กุอ่านไม่ออกซักคำ
l2ed l_abel wrote:
พิมพ์ตกไปหลายคำ ขอแก้
*เห็นดีเห็นงาม
*คำ
จะเปลี่ยนแปลงจะวิวัฒนาการยังไงก็ช่างเหอะ
แต่อย่าให้มันมากเกินไป ทุกวันนี้กุก็ไม่ใช่จะเขียนถูกหมดทุกตัว ยิ่งเปลี่ยนยิ่งต้องมาเมมใส่สมองเข้าไปเพิ่มอีก
ไม่ชอบพวกภาษาวิบัติเหมือนกันครับ ทำไมต้องพยายามพิมพ์ให้มันประหลาดไปด้วย พิมพ์ให้ถูกต้องไม่ได้หรือครับ หรืออย่างน้อย ก็พยายามให้มันถูก มีผิดพลาดบ้างนิดหน่อยไม่เป็นอะไร แต่ถ้าจงใจพิมพ์แบบวิบัติ ก็แย่เกินไปครับ
หากเทียบภาษาเหมือนกับภาพจิตกรรม
ภาษาวิวัฒน์ เหมือนกับการให้ศิลปินมีชื่อมาใช้มือแต่งเติมเขียนต่อจากภาพนั้น
ส่วนภาษาวิบัติ เหมือนกับให้เด็กหัวเกรียนมาใช้เท้าตกแต่งภาพนั้น
ถ้าใช้วิบัติในที่ส่วนตัว ในกลุ่มเพื่อน หรือเฉพาะวงหรือกลุ่ม ผมว่าok
แต่ถ้ามาใช้ทำเป็นงานเขียนกลางที่สภานะ ผมว่าคนคงไม่ยอมกันหรอก
BankY wrote:
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว นึกถึงเวลา chat …
หัวเราะ/ขำ ทำไมคนไทยพิมพ์ 555 ?? มันเริ่มมาจากไหน!!!
เป็นอะไรที่อยากจดบันทึกเป็นอาร์ตของชาติจริงๆนะเธอว์
ภาษาไทย ผมคิดว่า
1.ขอให้รู้ว่า คำที่ถูกเขียนอย่างไร ต้องใช้ตอนไหน ให้ถูกกาละเทศะ
2.ที่เหลือ จะตีลังกาใช้งัยก็ได้ ขอให้สื่อสารกันเข้าใจเป็นพอ
3.อย่าคลั่งชาติ อย่าคลั่งแบบแผน อย่ายึดติด เดี๋ยวจะบ้า
4.ไม่ได้สนับสนุนภาษาวิบัติ แต่คิดว่าเป็นสิทธิที่ใครจะเขียนยังงัยก็ได้
ถ้าเขาสามารถสื่อสารกับคนอ่านรู้เรื่อง
5.สำหรับคนคลั่งภาษา
-ห้ามพูดว่า กินข้าวไม๊ ต้องพูดว่า กิน ข้าว ไหม ภาษาจะวิบัติ
-ห้ามพูดว่า ไปด้วยกันป่ะ ต้องพูดว่า ไป ด้วย กัน หรือ เปล่า ภาษาจะวิบัติ
-ห้ามพูดว่า ทำงัย ต้องพูดว่า ทำ อย่าง ไร ภาษาจะวิบัติ
* ลองทำดูดิ๊ มันจะลำบากดีไม๊จ๊ะ พวกคลั่งชาติ คลั่งภาษา อิอิ….*
ก็น่าแปลกที่คนเรารู้ว่าผิดแต่ก็ยังจงใจทำให้มันผิด เห้อ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
สะ หวัด ด๊ ขร๊ เจ้ ขร๊
นั้น ดั๊น อยู่ ก้ อ ดั๊ย ขร๊ เจ้ ดั๊น ขอ อยู๋ ด้วย คน น๊ ขร๊
อันนี้คนไทยเขียนที่เว็บเด็กดี
แล้วอันนี้คนญี่ปุ่นเขียนจากเว็บยูทูป
dugkskub
1 week ago
สุดยอดครับ ถามหน่อยได้ไหมครับ ทำไมถึงเลือกมาเล่นเพลงไทยทั้งๆที่เป็นคนญี่ปุ่นครับ ผมเห็นคลิปที่เล่นเพลงไทยในยูทูปของพวกคุณเยอะมากเลยครับ แถมสุดยอดทุกเพลงด้วย
dugkskub 1 week ago
hanumanband
1 week ago
@dugkskub ผมชอบภาษาไทยครับ แล้วชอบมาเที่ยวไทยครับ ชอบวัฒนธรรมของไทยครับ ขอบคุณมากครับที่ชอบเพลงของพวกเรา
hanumanband 1 week ago
ถามหน่อย อายมั้ย
น้าปรวยยังมีชีวิตอยู่เหรอเนี่ย ไม่ได้เข้าเว็บนั้นซะนาน
ตอนรู้ว่าแกโดนซิว ใจงี้หายวาบเลย
แกเล่นไว้เยอะ นึกว่าต้องไปนอนคุยกับรากมะม่วงซะแล้ว
ปรวย Salty head แปลแล้วผวน =???
ภาษาวิบัติผมเองก็ไม่ได้สนับสนุนนะครับ เพราะเขาคิดไว้ดีแล้ว แต่ที่ผมใช้ภาษาวิบัตินั้นก็ใช้แค่ FB MSM QQ ก็แค่นั้นล่ะครับเป็นผมแคบ ๆ เท่านั้นล่ะ ส่วนนังเหนียวนี่ ออกจะบ้า And the คลั่ง เหมือนอาจารย์ภาษาไทยบางคน อันนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ บอกว่าเรียนมาสูง แค่วรรณกรรมของลุง รงษ์ วงสวรรค์ มันยังไม่รู้จักและเถียง ข้าง ๆ คู ๆ อันนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ แสบสีข้างได้อีก
vermillion wrote:
หนังสือ ประวัติศิลปะไทย โดย ประยูร อุลุชาฏะ
(หวังว่าคงจำช่ือถูกนะ อาจจะไม่เป๊ะ แต่อะไรประมาณนี้แหละ คนเขียนเป็นช่างเขียนภาพไทยระดับเมพยุคกึ่งพุทธกาลนี้เอง)
กลับไทยจะไปขุดมาให้เน้อ
ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการนำภาษามาใช้แบบผิดๆครับ
กูว่าถ้าคนใช้ภาษาวิบัติมันแยกแยะออกว่าเวลาไหน ใช้ได้ เวลาไหนไม่ควรใช้ ก็ไม่น่าเป็นปัญหานะ
ส่วนตัวไม่ชอบพวกภาษาวิบัติเหมือนกันนะ โดยเฉพาะไอ้ภาษาที่เด็กสมัยนี้มันใช้

คือถ้าใช้กันเอง แชทกันเองเฉพาะกลุ่มน่ะมันไม่เป็นปัญหาอะไรหรอก เอาสะดวกเข้าว่าก็เรื่องปกติ ส่วนตัวก็ใช้ประจำเวลาคุยกับเพื่อน
แต่ที่มันเกินไปก็คือ ใช้กันเพลินจนลืมว่าที่ถูกต้องมันควรจะเขียนยังไง ก็เลยใช้กันตามความเคยชินมันไปซะทุกที่
ไม่ได้ว่าหรือต่อต้านอะไรมันมากหรอกนะไอ้ภาษาวิบัติน่ะ แต่น่าจะใช้ให้ถูกกาละเทศะบ้าง นี่เล่นใช้ซะเปรอะไปหมด แล้วจะมาบอกว่าเป็นวิวัฒนาการทางภาษาคงไม่ได้
เพราะใช้แล้วคนเขาไม่ยอมรับกัน สมมติว่าต้องมานั่งอ่านใบสมัครเข้าทำงานของเด็กจบใหม่แล้วเจอแต่ภาษาวิบัติไปหมด คิดว่าจะรับเด็กเหล่านั้นเข้าทำงานอีกเหรอ?
ภาษาไทยที่เขียนกันทุกวันนี้ ก็ไม่เหมือนที่ครูภาษาไทยสมัย ร.๕ สอน
ถ้างั้น แปลว่า ครูภาษาไทยทุกคน ใช้ภาษาวิบัติ ผิดแปลกไปจากเมื่อครั้งยุคของบรมครูสมัย ร.๕ สินะ
หรือจะเถียง ลองเซิร์ชจดหมายเหตุยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นดู จะยิ่งต่างไปจากตอนนี้อีกเยอะ
มึงจะเอาภาษาไทยแท้ ต้องเลิกคุณกับผม ใช้กูมึงเอ็งข้า ตามอย่างพ่อขุนรามฯท่านโน่น
นั่นล่ะ ออริจินั่ล ของแท้ ตามหลักศิลาจารึกสิวะ
พวกมึงอย่ามาซืน ภาษา มันเหมือนกับอาหารแหละ
แตกต่างกันไปตามสถานที่ แดกทุกวัน เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม
เปลี่ยนไปเรื่อยของมันตามเวลา ทีนี้ พอมีใครจะทำอะไรห่ามๆกับภาษา
เปรียบเทียบว่า เอาลูกเกดไปใส่ส้มตำ พวกมึงก็มาว่าเขาว่า
ทำอย่างนี้มันเกินไป เอาสะตอ เอาแคบหมูมาใส่กูยังพอรับได้
กุถามพวกมึงที ใครมันมาตัดสินวะว่าอันไหนมันแซ่บไม่แซ่บ
ก็กูจะแดกของกุอย่างนี้อ่ะ มึงไม่ชอบก็อย่าทำ จบ!
ไม่ต้องรอให้ใครมาออกเรซิปี้ ประกาศสูตรหรอกว่าต้องกินยังไง
ต้องใส่อะไรมันถึงจะอร่อย พวกมึงเข้าใจกุใหมเนี่ย
กูขอเสริม อีกเล็กน้อย พวกมึงแปลกใจไหม
ว่าวัฒนธรรมไทยที่มึงรักกันหนักหนาปานจะแหกตูดดมเนี่ย
ทำไมมันค่อยๆหายไป เช่น รำไทย ชุดไทย อาหารไทย
สาเหตุก็เพราะความซืนของพวกมึงเนี่ย อันนี้ก็แต่ไม่ได้
อันนี้เปลี่ยนไม่ได้ ต้องรักษาเอาไว้ มึงไปดูกิโมโนญี่ปุ่น
แม่งโครตจะอิสระ จะดัดแปลงเอานู่นเอานี่มาใส่ ก็ไม่มีใครว่า
มันถึงอยู่ได้ทุกวันนี้ไง กุดูหนังเรื่องหนึง จำชื่อไม่ได้
ในหนังมันมีปรัชญา ถามว่า “น้ำหยดนึง
ทำอย่างไรจะเก็บรักษาไว้ได้ตลอดไป?” คำตอบคือ
“ทิ้งนำ้หยดนั้นลงในมหาสมุทร” ไงละ เหนือมะ อะไรที่มันดีจริงๆอ่ะ
พวกมึงไม่ต้องห่วงหรอก ทำยังไงมันก็ยังจะอยู่ตลอดไปแน่ๆ กลับกัน
ห่วยก็ห่วย ใช้ไม่สะดวก แต่กลับจะให้มานั่งรักษา พวกชอบรักษา
แต่ไม่พัฒนาเนี่ย เชิญพวกมรึงอนุรักษ์ให้ป๊าม๊ามรึงดูกันเหอะ
พวกวิบัติแบบเอาจริงจังเนี่ย
ฆวยมากครับ ขอบคุณภาษาวิบัติที่ทำให้ด่าได้แบบไม่โจ๋งครึ่ม
้ GูLaเซ็งGิงๆ เฮี่่ญเอ้ย ด่าแบบไม่วิบัติก้ได้
สงสารท่านไตรงค์จริงๆ เมาแอ๋ออกมาต่อต้านชิมิ ได้ไงวะ
ไปเมาไวน์กะเสหนั่นเถอะเมิง
ผมขอเสนอ หนึ่งคำที่มีความหมาย ที่ทำให้เราไม่ทุกข์ แต่ทุกคนมักมองข้าม คือคำว่า “ช่างมันเถิด”
คำถามบางคำถาม ก็ไม่ต้องการคำตอบ ช่างมันบ้าง อะไรบ้าง แล้วจะไม่ทุกข์ครับ
ภาษาไทยมันจะมีพยันชนะเสียงเดียวกันเยอะไปแล้ว
มีแม่งตั้ง 44 ตัว ใช้ไม่เคยหมดเลย ไอ้พวกวิบัติคงคิดมั้ง
เอาที่แม่งไม่ค่อยใช้ มาใช้ให้มันดูสวยขึ้น
พวกมึงไม่ต้องอะไรหรอก ภาษาไทยมันก็มีแต่คนไทยใช้แหละวะ
จะประดิษฐ์ประดอยหอกอะไร ก็มีแต่คนไทยด้วยกันแหละที่อ่านออกวะ
มันเป็นได้แค่ภาษาประจำชาติแหละวะ มันไม่เคยได้ขึ้นไประดับสากลกับเขาเล้ย
อย่างพวกจีน ญี่ปุ่นเงี๊ยะ โครงร่างเหมือนกันเด๊ะๆ มันยังได้ขึ้นสากลเลยวะ
กูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่งต้องเอาคำว่า “กู,มึง” เป็นคำหยาบวะ
เออ กูชอบเวปจ่าเพราะเวลาเถียงกันเรื่องวิชาการทีไร
กูมักจะได้เจอคนที่ฉลาดจนไม่น่าเชื่อเสมอ
ถ้าจำไม่ผิดมีข้อนึงในธรรมชาติของภาษาระบุว่า “ภาษามีการเปลี่ยนแปลงและดับสูญ”
พวกอนุรักษ์นิยมขั้นรุนแรงคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
ตุ๊กแก wrote:
ภาษาไทยเป็นภาษาที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้ยืดหยุ่นสุดๆแล้วล่ะ
และตัวสระที่มีอยู่ให้ใช้เพียบมันเลยทำให้เป็นภาษาที่มีการสะกดคำได้ละเอียดโครตๆด้วย
ตอนเรียนประถม ครูแก่ๆคนนึงแกบอกว่า การใช้ภาษาไทยเป็นศิลป์อย่างหนึ่ง ถ้าใช้ให้สวยงามได้ก็เหมือนดนตรีที่ไพเราะ เลยนะเหวย
พอนึกดูแล้ว ถ้าใช้ภาษาสวยงามแล้วเหมือนดนตรี
ความวิบัติของเด็กทุกวันนี้คงเหมือนขอทานเอาไม้เคาะสังกะสีแล้วบอกว่าเป็นเพลงมั้ง
หิ หิ หิ หิ
ห้าห้าห้าห้า
@ l2ed l_abel:
จะเถียงกันทำไมมากมาย….ภาษาจะถูกกาละเทศะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้มากกว่า ใช้ให้เหมาะกับคนและสถานที่ แค่นี้มันก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไร…..จะเถียงกันทำไมมากมาย….
ผมว่าการใช้คำตาที่เราถนัด พิมพ์ง่ายๆ นั้นทำได้
แต่เราควรต้องรู้คำที่ถูกต้องไว้ด้วย และรู้จักใช้คำให้ถูกกาละเทศะ
คห. 329 ไอ้นั่นแหละ wrote:
อ่านแล้วเงิบว่ะครับ เข้าใจเปรียบเทียบจริงๆ
ภาษาวิบัติบางคำอย่างภาษาประมูล เช่นคำว่า พ่อง (มาจาก พ่อ + มึง) เอาไว้ใช้ด่ากัน “พ่องตาย” เข้าใจว่าเวลาเล่นเกม เช่นเวลา pvp หรือ guildwar (สมัย ro หรือปัจจุบัน) ไม่ก็ตบ mvp เวลาพิมมันไม่มีเลยต้องรวบรัดภาษาเพื่อความพิมง่ายและสื่อสารกันรู้เรื่อง (คำว่า เด๋ว , แป้บ ก็เริ่มจากจุดนี้ละมั้ง)
คำว่า 555+ เท่าที่จำความได้ก็เริ่มใช้กันตั้งแต่ ro เซิฟไทยเปิดตอนยังมีแต่ class 1 ละนะครับแต่ก่อนหน้านั้นก็ไม่ทราบเหมือนกัน และ ro เป็นจุดเกิดแห่งภาษามากมายเช่น เด๋ว , งิงิ , อิอิ , แง้ว , เง้อ ฯลฯ จนรวมถึงคำด่ามากมาย ที่โดนแบนคำหยาบจนต้องเลี่ยงไปใช้ศัพท์คำอื่น เช่น มรึง , เมิง , กรู , กุ , แสรด , แสส , แสด ซึ่งก็ยังรู้สึกว่ามันยังอ่านเข้าใจกว่าภาษาที่ใช้กันใน facebook สมัยนี้…”คื นุ่ว จะ ขอว์ ส่ง งาน จาน เลท ดั้ย มั้ย คร่ะ?”
(ประสบการณ์เพื่อนคุยกับ อ. ผ่าน fb เพื่อขอเลื่อนการส่งงาน..) กรูรับไม่ได้วะแสรดด !!!
พล่ามมาซะยาวเอาเป็นว่าใช้ได้แต่พอควร เอาให้สื่อสารกันรู้เรื่องพอเพื่อความสุขของทั้งสองฝ่าย
อิศรัษ wrote:
แปลนะครับ
“สุดยอดไปเลย อ่านยากดี แต่มันสะใจมากๆ ชอบเพจนี้ครับ”
“สวัสดีพี่น้องชาวไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรม”
“โดยที่เราไม่ต้องไปปิดตาฝึกที่พาวเวอร์มายด์แคมป์ ให้เสียตังค์ฟรีๆด้วนครับ”
ขออภัย ตรงสุดท้ายเป็น ด้วยครับ พิมพ์เพลิน
MicroSIM wrote:
ขอทานอย่างงี้ป่าววะ?
http://www.youtube.com/watch?v=pSF-CnXl5Ow&feature=related
ปล. กูเคยเห็นขอทานไทยเล่นเพลงร็อคด้วยว่ะ แม่งลีดซอหรือห่าอะไรซักอย่างเนี่ยแหละโคตรมันส์จนกูต้องควักแบงค์ 20 ให้
เค้าก็พิมพ์คุยเล่นกันในเพจของเค้า ไม่ได้ไปโพสต์ในโปรไฟล์ของพวกคุณนี่ ทำไมต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกันขนาดนี้
ผมถามหน่อยในชีวิตประจำวันใครมันจะไปพิมพ์แบบ“ษุฒญอฏปัยเฬญ อ่าณญาฆฎี แฏ่มัณศะจัยมาฆๆ ฌอพเภจณี้ขรั้บ” บ้าป่าว เค้าก็แค่พยายามทำตามจุดประสงค์ของเพจนี้เท่านั้นเอง
แล้วพิมพ์แบบนี้ในกลุ่มก็ไม่ได้ไปทำให้กับข้าวใครบูดซะหน่อย ชิมิชิมิ
Lim wrote:
ประเด็นอยู่ที่ว่า พวกเห็นดีเห็นงามกับการเขียนคำผิดว่าเป็นเรื่องถูกต้องครับ ถึงขนาดตั้งเฟสบุคสนับสนุนกันเลยทีเดียว
จะใช้อะไรก็ใช้ไปเถอะ ผมไม่ว่า แต่ถึงขนาดนี้ ผมรับไม่ได้ครับ
อ้าย อี ตนใดใช้ภาษาไทยผิดเพราะบกพร่อง
พิมพ์ตกนิด เพิ่มเสริมหน่อย ไม่ค่อยถูกตามปกติ
เห็นว่ามันกระทำโดยไม่เจตนา
สอนสั่งมันสักนิด มันก็พอจะแก้ไขได้
อ้าย อี ตนใดใช้ภาษาไทยไปในทางเพิ่มเสริมอารมณ์ลักษณ์
ทำให้ตัวอักษรเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ลางๆ
ถือว่าเป็นจริตในการเพิ่มอรรถรสให้ภาษา
แต่อย่ามากจนเกินงาม จะพาลให้รำคาญ ประสาทเสีย
อ้าย อี ตนใดนำพิบัติภัยสู่ภาษา
“ศ้าหวัฏฎีฆ้า ษ่าหวาดเดฃะ”
อ้าย อี ตนนั้นคือจังไรแท้
ถือว่าอยู่ในวัยเยาว์ เบาสมอง
มันถือตนเป็นแกนกลางของจักรวาลแล้ว
ไร้สิ่งจูงใจแก้ไขสันดานมันได้ นอกเสียจากตัวมันเอง
วิบัติของภาษาเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกถิ่น มากน้อยต่างกันไป
เปล่าบอกว่าให้ปล่อยเลยตามเลย
แค่เอาให้มันพอดี ๆ ก็พอ
ไม่ต้องสลิดมาก และ ไม่ต้องขวาจัดมาก
วิบัติในหมู่พวกกันเอง ใช้กับคนสนิท แสดงอารมณ์ให้ชัดเจน หรือภาษาพูดพอรับได้นะครับ
แต่ช่วยรู้จักกาลเทศะหน่อยละกันว่าใช้เมื่อไหร่ดี เคยไปคุมสอบรุ่นน้องคัดทุนทุนหนึ่ง แล้วต้องอ่านเรียงความดันเจอภาษาวิบัติแบบสุดๆ
เวลาคุยเอ็ม ผมก็ชอบนะ วิบัติของผมคือพิมพ์ให้มันอ่านง่าย พิมพ์ง่าย พิมพ์สะดวกครัฟ
แต่บางทีภาษาสก๊อยในเน็ตนี่มันทำให้อ่านยากยิ่งกว่าที่ควรจะเป็นเกินไป
ปล. รูปของ คุณ รงษ์เท่ห์มากครัฟ งานเขียนของท่านก็เท่ห์มากเลยนะเธอว์
นานๆ ทีจะอยากพูดอะไรมีสาระซักที วันนี้ขอซักหน่อยแล้วกัน
ถ้าจะเอาแบบไม่มีอะไรวิบัติเลยเป๊ะๆ
ไอ้ภาษาที่เราใช้กันทุกวันนี้ก็วิบัติกันหมดล่ะครับ เพราะมันไม่มีอะไรเหมือนสมัยสุโขทัยแน่นอน
ภาษาวิบัติในทีนี้อาจจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในภาษา
ที่ทุกภาษาที่มันยังไม่ตายพึงมี เพราะถ้ามันไม่เปลี่ยนเลยน่ะแหละ น่าเป็นห่วง
ดูภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วดิ จำพวกภาษาสันสกฤต ภาษาละตินนพวกนั้นเป็นต้น ล้วนแต่เป็นภาษาที่ตายแล้วทั้งนั้น
การเปลี่ยนแปลงในภาษาไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่เป็นเรื่องปกติ
ที่พูดไม่ใช่สนับสนุนให้เปลี่ยนกันตามใจชอบ ว่ากันตามความสะใจ
อะไรที่วิบัติกันเพื่อความสะใจ เราก็ไม่สนับสนุนนะ เพราะทำให้ภาษาเปลี่ยนแปลงไวจนเกินไป
สำหรับภาษาอินเตอร์เน็ต ในการแชท คำบางคำถ้าพิมพ์ให้มันถูกเป๊ะๆ อาจจะเสียเวลามากไป
เรื่องพวกนี้คงอนุโลมกันได้ เพราะจุดประสงค์มันคือจะทำอย่างไรให้คู่สนทนาเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อให้ไวที่สุด ไม่ได้มาเพื่อสำนึกรักษ์ภาษาไทย
ภาษาเขียนเท่ห์ๆ มีไสตล์ ปรับเปลี่ยนใช้จะได้ไม่รู้สึกคร่ำเคร่งหรือห่างเหินมากนัก
สรุปก็คือใช้ให้ถูกกาละเทศะก็พอ อย่างท่านอ.รงค์ท่านไม่ได้ใช้ภาษาวิบัติแบบน่าเกลียด แค่แปลงนิดๆหน่อยๆให้มันดูสวยขึ้น
ไม่ใช้ตะบี้ตะบันวิบัติแมร่งหมด เวลาอ่านถึงรู้สึกว่าคำมันดูเก๋มากกว่าขวางหูขวางตา ท่านแปลงอย่างมีศิลปะ
แต่เด็กสมัยใหม่แปลงแบบว่า….
กูไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่า(ยังมีหน้าเอาท่านอ.รงค์มาเปรียบอีก
)
ปล.
มึงพยายามมาก เรื่องไม่ควรพยายามเนี่ยเก่งฉิบหอย เด็กไทยมันบกพร่องตรงที่เรียงลำดับความสำคัญของชีวิตไม่เป็นนี่แหละ อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ กรูล่ะปลง (แมร่งอ่านว่าอะไรวะ)
v
v
v
““ษุฒญอฏปัยเฬญ อ่าณญาฆฎี แฏ่มัณศะจัยมาฆๆ ฌอพเภจณี้ขรั้บ” “ซาหวัดฎีภี่ณ้องฌาวไทย พู่ฆิฎฆ้ณณวตฺตะกัม” “โฎยฒี่เฬาหมั้ยฏ้องปัยปิตฏาฝฤกฒี่เภาเหว้อมายฎ์แฃ๊มป์ หั้ยเศียฏังฅ์ฟฬีๆฎ้วยฆรรบ ^^”
“ษุฒญอฏปัยเฬญ อ่าณญาฆฎี แฏ่มัณศะจัยมาฆๆ ฌอพเภจณี้ขรั้บ”<<สุดยอดไปเลย อ่านยากดี แต่มันสะใจมากๆ ชอบเพจนี้ครับ
“ซาหวัดฎีภี่ณ้องฌาวไทย พู่ฆิฎฆ้ณณวตฺตะกัม”<<สวัสดีพี่น้องชาวไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรม
“โฎยฒี่เฬาหมั้ยฏ้องปัยปิตฏาฝฤกฒี่เภาเหว้อมายฎ์แฃ๊มป์ หั้ยเศียฏังฅ์ฟฬีๆฎ้วยฆรรบ ^^”<<โดยที่เราไม่ต้องไปปิดตาฝึกที่พาวเวอร์มายแคมป์ ให้เสียตังฟรีๆด้วยครับ
เช๊ดดดดดดดดดดดดดด แปลยากชิบหาย
ศัพท์สมัยก่อนนี้มันเขียนง่ายกว่าปัจจุบันอีก ศัพท์แสลงหรือภาษาวิบัติ พอผ่านช่วงเวลาไปมันก็หายไปเองแหละ เพราะจะมีคำใหม่ๆโผล่มาเอง ถ้าภาษายังไม่ตาย ตัวอย่างก็คำว่าจ๊าบ ไม่ก็ เปิ๊ดสะก๊าด(อันหลังนี่เก่าโคตรๆ สมัยบุหรี่ยังเป็นที่นิยมของตัวเอกในจอหนัง
)
ดราม่านี้ทำให้เข้าใจได้ว่าปัจจุบันเราใช้ภาษา หรือว่าภาษาใช้เรา
มันจะวิบัติไปได้ไงวะ ถ้าสื่อสารกันรู้เรื่อง
แต่ถ้าประเทศโดนยึดแล้วห้ามใช้ภาษาเดิมนี่วิบัติแน่ๆ
ดราม่านี่อ่านแล้วสุดยอดว่ะ โดนว่ะโดน

คนอย่างอาปรวยสุดยอด
คนอย่าง MEw โคตรดักดาน
ไม่ใช่แค่ภาษาไทยแต่เป้นกับทุกภาษาครับ เพราะว่าเราไม่เคยชินเราจึงรู้สึกว่ามันผิด เด๋วพอคนเก่าๆตายไปคนรุ่นใหม่มันก็ใช้คำใหม่เพราะความนิยมมันมากกว่าคำแบบเก่า เรื่องนี้ห้ามกันไม่ได้แน่นอน
งานนี้คุณปรวยชนะเลิศ รักชาติรักภาษานั้นดี แต่ควรจะเดินทางสายกลางอย่างแสดงออกจ๋าจนเกิดงามมันจะกลายเป้นพวกคลั่งชาติและชอบดูถูกคนอื่นคิดว่าตัวกูนี่แหละดีเลิศนักหนาอีที่เหลือที่ไม่เหมือนกูมันเลวมันโง่ไปหมด
ภาษาที่ไร้การเปลี่ยนแปลงคือ ลาติน เพราะเป็นภาษาที่ตายแล้ว ไม่มีไคใช้พูดแล้วเท่านั้น
ถ้ายังอยากให้มีใช้กันไป ก้อปล่อยไปตามพัฒนาการเถิด อะไรดี อะไรไม่ดี ธรรมชาติจะคัดทิ้งรึเก็บไว้ ด้วยตัวของมันเองนั่นล่ะ
ไม่ต้องลุกขึ้นมา อ้า…..ผิดนะตัวเทอว์ หรอก พ่อคุณแม่คุณเอ้ยยยย
มีเวลา เอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น รบกวนทุกท่านชาวไทยมากรักกันดีกว่าไหม
เด๋วนี้ไม่ใช่ แดนสยามมีรอยยิ้มแล้ว
เอะอะ ก้อทะเลากันบานตะไท ความสุขอยู่ไหน สาระอยู่ไหน
ฮ่วย!!! มีหน้าที่อะไรก้อทำกันไปน้อ
ถุย อ้างเหตุผลส้นตีนๆ เพื่อให้ภาษาวิบัติกลายเป็นภาษาที่ถูก ถุยๆๆ
คำว่า “เธอ” เป็น “เธอว์” ผมรับได้ มันก็แค่ลากเสียง แต่ที่เปลี่ยนซะจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยผมก็รับไม่ได้
ฏรู หยากจะฮั๋วเหร๊าะ ฮั่ยฟันหัฆ จริงๆ เลยหว่ะ ศรัษ ฮิๆๆ
กูว่าภาษาไทยจะตาย เพราะมีแต่ภาษาเพี้ยน จนลืมภาษาดั้งเดิม
ที่ภาษามันจะตายเพราะไม่มีคนใช้ ไม่ใช่ตายเพราะไม่มีวิวัฒนาการ
อักษรไทยบางตัวก็ใช้เพื่อเขียนคำบาลี-สันสกฤตโดยเฉพาะ เพื่อให้รู้ที่มาของคำหรือรากศัพท์ ไม่ใช่จะเอามาใช้เขียนมั่วๆตามใจฉัน ทุกสิ่งอย่างย่อมมีระเบียบแบบแผน แม้แต่ศิลปะก็ยังต้องมีทฤษฎีศิลป์มากำกับเลย
ผมดูเพจนั้นแล้วก็นึกถึงเด็กประถมปลายวัยต่อต้านที่พยายามหาอัตลักษณ์ของตัวเองด้วยวิธีการที่ดูจะเป็นขบถต่อธรรมเนียมเดิม บางอย่างออกมาพิกลพิการก(บางทีก็อยากด่าว่าจัญไร) บางอย่างก็ออกมาสวยงามแปลใหม่วิลิศมาหรา
เอาลุง’รงษ์มาเป็นเหตุผลประกอบก็พอได้อยู่เพราะลุงเขาประสมคำใหม่จริง แต่อย่างว่า ลองเปรียบเทียบกับงานของ’รงษ์แล้วข้อความส่วนใหญ่ในเพจนี้มันเหมือนกับเด็กตัวกระจ้อยพยายามเอารองเท้าของลุงมาใส่เดินเตาะแตะแล้วภูมิใจว่า “ตัวข้านี้เป็นผู้ใหญ่แล้ว” สำนวนสำเนียงมันเทียบกันไม่ได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นมันจะไม่เติบใหญ่ขึ้นเป็นลุงเป็นป้าในอนาคตเหมือนกัน
ศิลปะที่วาดออกมา มีทั้งที่คนเห็นว่าสวย และไม่สวย มีคุณค่า และไม่มีคุณค่า บางอย่างที่เขาเอามาเล่น เราคิดว่าเขาเล่นไปสักพักเขาก็น่าจะเบื่อสิ่งที่มันรกหูรกตาเอง เหลือแต่นวัตกรรมอะไรที่เข้าท่า(หรืออย่างน้อยก็ที่เขาคิดว่าเข้าท่า)ทางภาษาอยู่ นั่นจะเป็นคุณูปการต่อตัวภาษา แต่ถ้าจะยังดันทุรังเล่นสิ่งที่ไม่สวยและไร้ค่า เพจนั้นก็คงไม่เป็นอะไรมากกว่าที่สถานที่แสดงความขบถของพวกเขา
ตอนนี้คิดว่าถ้าเล่นภาษาได้ถูกกาละเทศะก็แล้วไป
ว่าแล้วก็ follow โดยพลัน! (ตูนี่ซึนเดเระขริงๆ orz)
“ภาษาวิบัติคือวิวัฒนาการอย่างหนึ่ง” แต่ถ้าวิวัฒนาการขั้นต่อไปของยีราฟคือตัวเหี้ยละก้อ……กุว่ามันเป็นยีราฟไปจนสูญพันธ์นั่นแหละ เข้า่ท่าดีแล้วว่ะ
ภาษามีการเปลี่ยนแปลง….ถ้ามันเกิดจากการวิวัฒนาการก็โอเค แต่!! การใช้คำที่ถูกกำหนดมาเป็นแบบแผนแล้วแบบเหี้ยๆ มั่วซั่ว โดยไม่สื่อถึงรากศัพท์ ทำให้ความหมายผิดเพี้ยนจากเดิมโดยที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ อันนี้เขาเรียกวินาศนาการแล้วสัด!!!
คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คิดดูละกันว่าไอ่พวกที่ผิดแล้วไม่ยอมรับ แถว่ามันเป็นวิวัฒนาก๊านนน มันเป็นคนแบบไหน
มันขึ้นอยู่กับกาละเทศะมากกว่า ถ้าเมิงคุยเอ็มคุยเฟซกะเพื่อนเมิงจะเขียนวิบัติห่าเหวยังไงก็ได้ว่ะ แต่ถ้าเมิงไปตั้งกระทู้ถามตอบความคิดเห็นตามบอร์ดกุว่าเมิงก็ต้องเคารพภาษาไทยบ้าง
เอาความจริงมันก้แค่เกิดมาจากความสะดวกในการพิมนั่นแหละคับ ไปเขียนไปพิมอะไรจิงๆจังๆ มันก้คงไม่ใช้กัน วิบัติเฉพาะเวลาแชทกันซะส่วนใหญ่ ส่วนที่รับไม่ได้ก้พวกที่มันวิบัติเว่อๆ แต่ก้นานๆ ทีเห็น
วิบัติแบบนี้ มึงไปคิดภาษาของตัวเองเลยไป
แล้วอย่ามาใช้ตัวอักษรภาษาไทยนะแสด
ภาษาอ่านง่ายๆ ไม่ชอบ
ชอบอ่านยากๆ ฟาย
ภาษามันไม่ได้มีแต่วิชาการ มันมีจินตนาการและอะไรที่มากกว่านั้นเป็นองค์ประกอบ
ส่วนตัวผมมองว่าการพิมพ์ หรือสะกดผิดโดยไม่ตั้งใจ อันนั้นเป็นเรื่องที่เราควรแก้
แต่ไอ้ศัพท์วัยรุ่น หรือภาษาวิบัติที่หลายๆคนเรียกกัน ผมมองว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์
ที่ถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์มากกว่า แล้วถ้านักอนุรักษ์ภาษาไทยบางคน
พยายามวิจารณ์สิ่งประดิษฐ์นี้โดยไม่ได้เข้าใจวัตถุประสงค์ของมัน…นั่นเป็นเรื่องที่ถูกแล้วเหรอครับ ???
วิบัติไปก็อ่านยาก ใช้กันเองไปละกันอย่ามาใช้ในราชการก็พอ
แต่ไอคนมาเถียงนี่ไม่ไหวจริงๆว่ะ ไม่รุ้จักรงค์ วงษ์สวรรค์ หวงภาษาไทยแต่ไม่อ่านหนังสือมั่งเลยรึไงวะ
ยิ่งอ่านยิ่งขำ ตลกชิบหาย
แต่พูดถึงรงค์วงษ์สวรรค์แล้วคิดถึง แต่ก่อนชอบไปสวนทูนอินบ่อยๆ
อยากรู้จัง
พวกที่บอกว่าภาษาไทยเนี่ยเราใช้กันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วเนี่ย
พวกเค้าอ่านตัว “ลายสือไทย” ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชออกหรือป่าว
ดีไม่ดีเจอคนพิมพ์ภาษาสมัยพ่อขุนฯแบบถูกอักขรวิธีในสมัยนั้นแล้วคงจะปวดหัวหน้าดู เพราะว่าวิธีสะกดคำในหลักศิลาจารึกต่างจากปัจจุบันมากๆเลยทีเดียว เช่น อัน-อนน อะไรอย่างนี้เป็นต้น
พวกนั้นรู้กันหรือป่าวว่าภาษาไทยในรูปแบบที่เราใช้กันในทุกวันนี้เริ่มใช้กันประมาณสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
เป็นรูปแบบของการเอา ลายสือไทยที่พ่อขุนฯทรงประดิษฐ์
กับอักษรที่ประชาชนในแถบนี้ส่วนใหญ่คุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยโบราณ เช่นตัวอักษรขอม และอื่นๆมารวมกันจนเป็นภาษาไทยในรูปแบบที่เราเกือบคุ้นเคยกัน
สังเกตุได้จากตัวอักษรที่ใช้ในหนังสือจินดามณี แตกต่างจากลายสือไทยในสมัยพ่อขุนฯอย่างมากเลย
และมาเปลี่ยนแปลงอีกทีในสมัยของยุค “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย”
ที่เริ่มมีการประกาศใช้และบังคับตัวสะกดในคำบางคำ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นการสะกดคำบางคำนั้น บางคนยังใช้ต่างกันอยู่เลย เล่น ลา-ฬา ล่อ-ฬ่อ ขวด-ฃวด คน-ฅน เป็นต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายนี้แหละที่ทำให้การสะกดคำเป็นไปอย่างในปัจจุบันนี้
แต่ที่เล่ามายืดยาวนี่ก็ไม่ได้อยากจะส่งเสริมให้ใช้คำแบบที่ดัดแปลงขึ้นเอง(ภาษาที่เรียกกันว่าวิบัติ) มาใช้กันบ่อยๆหรอกนะ เพราะว่ามันก็อ่านยากเหมือนกันถ้าจะใช้สื่อสารกับบุคคลอื่นๆ หรือในงานสำคัญๆ แต่ถ้าจะใช้เพื่อไว้สื่อสารกันเฉพาะกลุ่ม เก็บไว้สื่ออารมณ์ หรือไว้อ่านเองก็ทำได้ตามใจ
พิมพ์ยาวเริ่มมึน ไปละ
ไอ้พวกนี้มันสมควรโดนไล่ออกจากประเทศจริง ๆ น่ะแหละ
ถ้าพิมพ์ผิดเพราะไม่รู้หนังสือ ยังให้อภัยได้ แต่นี่จงใจพิมพ์ให้ผิด เพราะคิดว่ามันเท่ห์เสียเต็มประดา แบบนี้ยากเกินอภัย
ภาษามันมีวิวัฒนาการจริงๆแหละ เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะเลย
โหพวกนายนี่ มะ หวะ
เออ คนที่ชื่อ mew ท่าจะบ้า อีโก้มากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นใครเลย
แถมพูดจารุนแรงมากด้วย คนมีการศึกษาสูงเขาก็พูดจาธรรมดาๆ และรับฟังความคิดเห็นคนอื่นค่ะ
เคยมีกรณีเราทำของตกแล้วอุทาน “Oops!” แบบฝรั่ง มีคนหาว่ากระแดะใช้ภาษาวิับัติ
อ่าว แล้วจะให้อุทานแบบไทยๆ “อุ๊ย! แม่ฮี๋ทำลูกเฮี่ยฯ” แบบนี้หรือไงหว่า =_=”
รู้หรือไม่ว่าเพจนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มันเกิดเพราะความดัดจริตเกินพอดีของผู้หลักผู้ใหญ่และคนในสังคม
จากกรณี “ชิมิ” “อะคริ” “ฮร๊าฟ” หรือ”เธอว์” ก็แล้วแต่ที่มีผู้ใหญ่มีอำนาจออกมาบอกว่าควรจะแบนๆๆ
แม้แต่หนัง สื่อ หรือเพลง ที่ใช้คำแบบนี้ก็ไม่สมควรได้รับการเผยแพร่ ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็แค่คำแสดงอารมณ์
มีบิดไปบ้างก็ไม่ได้น่าจะต้องซีเรียสเอานิยามอะไรกันมากขนาดนั้น
เพจดังกล่าวจำเกิดขึ้นมาเพื่อแสดงออกในแง่การ”ประชด” พวกดัดจริตชนทั้งหลาย
ประโยคที่เขียนในนั้น ไม่ใช่เพราะเขาสนับสนุนการใช้ภาษาวิบัติเต็มรูปแบบ หรือเขียนไม่ถูก แต่จริงๆคือ”การจงใจให้ผิด” เพื่อ”ประชด” ต่างหาก
(เพราะตอนเรื่องนี้อินเทรน เราเองเป็นคนที่ไม่ใช้ศัพท์แสลงพวกนี้ก็เริ่มใช้มากๆ เพื่อแสดงนัยยะของความไม่เห็นด้วย ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นสิทธิของเรา
รวมทั้งสิทธิในการเป็นพลเมืองไทย จะอยู่ที่ไหนในประเทศไทยก็ได้ ไม่ใช่ให้ใครมาไล่ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล)
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของภาษา มันก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนใครจะเห็นว่ามันเป็นไปในทางวิวัฒน์ หรือ วิบัติ นั้น มันก็แล้วแต่ทัศนะส่วนบุคคล
คุณจะไปตัดสินแทนคนอื่นไม่ได้ จะอ้างสังคมก็ไม่ถูกอีก เพราะที่เห็นอ้างสังคมกัน สุดท้ายก็เอาตนเองเป็นศูนย์กลางแล้วบอกว่าตนคือ”คนส่วนใหญ่”ทั้งนั้น ซึ่งจริงๆไม่ควรจะคิดมากเพราะหากคนส่วนใหญ่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วยแล้ว นานไปภาษาที่ผุดใหม่เหล่านี้จะตายไปตามกระแส แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันวิวัฒน์ขึ้นจนสังคมเห็นด้วย ได้รับการบัญญัติในพจนานุกรมแล้ว ก็อยากรู้ว่า คนที่ต่อต้านและดีแต่ว่าจะยังพูดไม่ยอมรับและอ้างตนว่าเป็น”คนส่วนใหญ่”อยู่อีกไหม
อี มิว มันก็แค่เด็กรั้นๆคนนึงแค่นั้นแหละ
ที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจภาษาไทยมาก
ภาษาวิบัตินี่มันก็เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้นะ แต่เมื่อถึงเวลาที่เราอยู่ในคนหมู่มากก็ต้องยอมรับใช่ปะล่ะ
ผมก็เป็นคนที่ไม่ชอบภาษาวิบัติคนนึงน่ะนะ แต่ถ้าไม่ชอบภาษาวิบัติก็อย่าไปสนใจกลุ่มนี้สิครับ จะสนทำไมล่ะ หรือคุณอยาก ‘เสือก’ ล่ะครับ?
ผมไม่อยากฟังความข้างเดียวล่ะนะ แต่ยังไงๆสังคมไทยมันย่ำแย่เพราะว่าได้แต่เถียงๆกันอย่างงี้แหละครับ ระวังจะโง่ดักดานนะครับ สำหรับคนที่ใช้ภาษาวิบัติ
ผมก็อยากจะให้ใช้กันในเฉพาะในโลกอินเตอร์เน็ตหรือกับคนที่คุ้นเคย ถ้าจะใช้กับโลกแห่งความเป็นจริงล่ะก็ขอร้องอย่าใช้ เพราะไม่นานผมว่า
ประเทศไทย ‘เสื่อม’
MEw’ wrote:
ดูชื่อมันสิ M E w’ มันออกแนวเกลียดตัวกินไข่ปะแบบนี้
แล้วไอเรื่องเปรียบเทียบกับศิลปะเนี่ย ไม่มีคนเรียนศิลปะหรือผู้ผลิตงานศิลปะคนไหนไม่มีไครคิดหรอกว่างานตัวเองห่วย เพราะมันมาจากจินตนาการของผู้ผลิตงานศิลปะนั้นๆ ถ้าคนดูตัดสินว่าห่วย แต่เจ้าของผลงานบอก “มึงตาถั่ว ไม่เข้าถึง ไม่เข้าใจ อย่าเสือกมาดูถูกงานกู ไอคนดูห่วย”
วิบัติเกิ๊น เราก็อ่านไม่ออกสักคำอะ
ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสาร ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ มันย่อมเปลี่ยนแปลงได้
ถ้าเกิดพิมพ์ ผิดเล็กๆน้อยๆบางคำหรือ คำไหนที่ไม่รู้ตัวสะกดจริงๆหรือหาไม่เจอ
ก็พอรับได้
ได้ไอ้พวกภาษาแอ๊บแบ๊วกระแดะเกินบรรยายนี่สิ กูรับไม่ได้ว่ะ สมควรไล่ให้มันไปอยู่กับ ฮุนเซ็น
ว่าแต่จะให้ไปประเทศไหนอ่ะ เค้าไม่มีพซซ่าอ่ะครับ
ส่วนตัวผมคิดว่า คำศัพท์ที่ถูกบันทึกอยู่ในพจนานุกรมมันเป็นตัวต้นแบบของคำนั้นๆ มีไว้เพื่อจำแนกความหมายที่ถูกต้องตามแบบฉบับต้นตำรับครับ ขณะเดียวกันการประดิษฐ์คิดค้นการเขียนรูปแบบใหม่ที่คงความหมายเดิมไว้ แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ของคนเขียนที่ต้องการจะสื่ออารมณ์นั้นออกมา (ที่เรียกกันว่าภาษาวิบัติ) คือการสื่อความหมายเดิม แต่แฝงอารมณ์ของคนเขียนลงไปด้วย
เปรียบเหมือนการวาดภาพ ทุกคนวาดแมวแล้วก็ดูออกว่าเป็นแมว แต่บางคนวาดแมวแล้วระบายสีฟ้าก็จะโดนคนคอมเมนต์ว่าผิดแล้ว แมวไม่มีสีฟ้า ทั้งๆที่เจตนาคนวาดเค้าต้องการสื่ออารมณ์ที่แตกต่างออกมา
เพราะงั้น ถึงพิมพ์ไม่ถูกแต่สื่อสารกันเข้าใจถึงรากศัพท์ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยครับ
เธอ = ใช้เรียกกันแล้วรู้สึกเขิล
เธอว์ = ใช้เรียกกันแล้วรู้สึกฮา
มันคืออารมณืล้วนๆคับ
MEw’ Rodniyom
กรุหาในเฟช สภาพยังห้อยคอซองอยู่้เล้ย
เกรียนแบบนี้ ตบแม่มแว่นแตกดีไหมนิ
ภาษาพูด กับ ภาษาราชการ ……………… สั้นๆ ไม่เข้าใจ ก็ดราม่าต่อไป
ฮา Mew ว่ะถ้าแค่นี้ ต้องถูกไล่ออกนอกประเทศ แล้วไอ้พวกแมวน้ำที่ระบาดอยู่ตอนนี้ทำไงวะ
กูว่าภาษาวิบัติแม่งพิมพ์ยากกว่าภาษาปกติอีก
เอาจริงๆ กูนับถือแม่งที่พิมพ์กันมาได้ โคตรจะขยันว่ะศาสตร์
เรื่องศัพท์ประหลาดๆที่เด็กน้อยและไม่น้อยสมัยนี้ใช้กัน เราก็ไม่ค่อยชอบนะ แต่บางทีเวลาพิมพ์ก็ใช้ แค่ให้มันพิมพ์ง่ายๆสะดวกมือ
แต่ที่เป็นห่วงคือ น้องๆบางคนใช้คำผิดจนจำคำที่ถูกต้องไม่ได้ มันจะไม่เป็นผลดีในอนาคตการงาน
อยากจะใช้ก็ใช้ไป แต่อยากให้เรียนรู้คำที่ถูกต้องไว้ด้วย
เข้ามาRIP รูปประกอบครัฟ
มันไม่ใช่การวิวัฒ มันคือการวิบัติ
คนจะใช้แม่งก็แถกันไปเรื่อย ถามว่าทำให้ภาษาวิบัติไหมผมว่าไม่ ก็อย่างที่บอกว่ามันใช้กันในกลุ่ม ถึงเอาไปเผยแพร่ก็คงมีแต่คนต่อต้านซะมากกว่า การพิมพ์ผิดแบบของอาจารย์รงษ์ มันเป็นสเน่ห์ของวรรณกรรม เพื่อทำให้วรรณกรรมมีเอกลักษณ์ คำวิบัติในสมัยนั้นที่ยกมากลายมาเป็นคำที่คนไทยใช้ในปัจจุบัน อันนี้ผมยอรับได้ เหมือนที่สมัยนี้ถ้าคนเราจะพูดดว่าโหลดบิท เล่นคอมพ์ เด็กแว๊น สก๊อยอะไรเทือกนี้ ใครๆก็เข้าใจว่าคำมันถูกสร้างมาเพื่อง่ายต่อการสื่อสาร แบบนี้ถึงเรียกว่าพัฒนาการของภาษา เป็นภาษาที่ราชบัณฑิตยสถานอาจยอมรับในวันข้างหน้าให้เป็นคำแสลงที่ใช้บ่อยจนมีการกำหนดความหมาย
แต่ที่พิมพ์กันมา เฆ้าจายมะ รึคำอื่นๆ อ่านออกเสียงเหมือนเดิมเดะๆ จะพิมพ์ให้เข้าใจยากทำไมกันวะ เหมือนสำเนียงสก๊อย และช่วยอย่าเอามารวมกะคำทับศัพท์ในปัจจุบันเพราะมันคนละกรณี คำทับศัพท์มีคนใช้เพราะมันเรียกง่ายกว่าคำที่ราชบัณฑิตกำหนดเยอะ เป็นคำสากล แต่ไอ้ภาษาสก๊อยตกรถแบบนี้ จะมาใช้กันแล้วเรียกวิวิัฒนาการของภาษานี่ กุแบบรับไม่ได้ กุก็เกลียดป้าเบียบเหมือนกลุ่มนี่แหละ แต่การที่เอาภาษามาทำแบบนี้มันใช่การแก้แค้นที่เหมาะหรอ เป็นภาษากลุ่มก็เก็บเอาไว้ใช้ในกลุ่มเหอะ คนนอกบางคนเห็นแล้วมันขัดลูกตา ไปด่าก็หาว่าเจือก
ใช้กันในวงแคบก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ใส่ใจเรียนรู้ว่าที่ถูกต้องมันเป็นยังไงด้วย ใช้ให้ถูกกาลเทศะ
เราเองก็เคยใช้พวกคำว่า เด๋ว, ขอโทด, ขอบคุณ อะไรทำนองนี้มาก่อน เวลาแชท หรือเล่นเกม แต่เวลาที่พิมพ์อะไรที่มันเป็นสากล อย่างตั้งกระทู้ แสดงความคิดเห็นต่างๆ ตามบอร์ด อะไรที่มันแปะทิ้งไว้ประจานตัวเองน่ะ น่าจะใช้ให้ถูกต้องนะ
อย่างน้อยช่วยเอาให้มันอ่านตรงกับออกเสียงเถอะ ทุกวันนี้เป็นอะไรกันไปหมด ไอ้คำว่า “ค่ะ” กับ “คะ” เนี่ย… เห็นบ่อยเหลือเกิน
“นะค่ะ… ใช่ไหมค่ะ… เพื่อนๆค่ะฟังหน่อยคะ”
อยากจะถามว่าชีวิตจริงออกเสียงอย่างนี้กันหรือคะ ไม่ต้องพยายามลงหางเสียงสุภาพก็ได้นะถ้าจะพิมพ์ผิด บอกตรงๆ มันดูidiotมาก คำนี้มันพื้นฐานมากเลยนะ แค่การผันวรรณยุกต์อักษรต่ำคำตาย<<<เอ่อ ถ้าพูดอย่างนี้อาจจะฟังยากนิด… มันแสดงถึงความ”ไม่ใส่ใจ”ที่จะรับรู้และใช้ให้ถูกต้อง ประมาณว่าคุณผันวรรณยุกต์ไม่เป็นใช่ไหม จบปวช.ปวส.มัธยม มหาวิทยาลัยกันแล้ว
ไม่ใช่เห็นแค่ในเน็ต แต่หลายๆ ที่ ตามที่ทำงาน บริษัทต่างๆ ก็เยอะ
หากคนไทยยังไม่อนุรักษ์ภาษาไทย…แล้วใครเล่าที่จะอนุรักษณ์ภาษาไทย?…คุณลองเปรียบเทียบสิ่งที่เด็กอนุบาลกับเด็กวัยรุ่นเขียนดู…
เด็กวัยรุ่น:นู๋ ปายโลงเรียนแล้วนะคร๊าาา
เด็กอนุบาล:หนู ไปโรงเรียนแล้วนะคะ
คุณคิดดูสิเดี๋ยวนี้ภาษาไหยมันวิบัติแค่ไหน?เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าแล้วถ้าหากในอนาคตมีแต่ผู้ใหญ่ทีี่ใช้ภาษาวิบัติจะเป็นอย่างไร? พ่อขุนจะรุ้สึกเช่นไร? หากคุณยังเป็นคนไทยก็ควรจะสำนึกกันเสียบ้าง…
และถึงดิฉัน(จริงๆแล้วควรจะเรียกว่าหนูเพราะอายุแค่ 12 ปี)จะเป็นเด็กวัยรุ่นแต่ก็รู้จักอนุรักษ์ภาษาไทย…ภาษาของพ่อขุน!!!!
อย่าให้ฉันรู้นะ ว่าเธอว์สอบภาษาไทย gat pat ได้คะแนนไม่ถึง 80%