
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องจตุจักรซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนรักสัตว์ในเว็บพันทิป มีผู้ทรงศีลท่านหนึ่ง
นามว่า anantashin ได้มาตั้งกระทู้โปรดสัตว์ให้ชาวจตุจักรได้รู้แจ้งเห็นจริงในรสพระธรรม
ว่าแล้วท่านผู้ทรงศีลก็เปิดฉากเทศน์ให้ชาวจตุจักรฟังว่าพวกโยมทั้งหลายรู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์นั้น
มันเป็นบาป!! และผู้เลี้ยงสัตว์ก็ไม่ต่างกับเปรตที่มีวิมาน คือเป็นคนที่ทำบาปทำกรรมกับสัตว์เหล่านั้น
เพราะกักขังสัตว์เหล่านั้นไว้ในกรง ขณะเดียวกันก็ทำบุญทำทานให้สัตว์เหล่านั้นโดยการให้ข้าวให้น้ำมันกิน
จึงไม่ต่างอะไรกับเปรตที่อยู่ในวิมานหรือ เวมานิกเปรต เลยแม้แต่น้อย!!

แล้วไอ้ผู้ทรงศีลท่านนี้ก็เทศน์ให้ชาวจตุจักรฟังอีกยืดยาว แต่สรุปใจความสั้นๆได้ว่า
การเลี้ยงสัตว์ก็เหมือนกับการเอาสัตว์มากักขังเพื่อความเพลิดเพลินของเจ้าของ
ซึ่งการกระทำเช่นนี้มันเป็นบาปชนิดหนึ่ง จึงควรที่จะเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยไม่กักขังมัน
รวมไปถึงการทำหมันในสัตว์ก็เป็นสิ่งที่ผิดบาปเหมือนกัน ผู้ใดที่พาสัตว์ไปทำหมัน
ผลกรรมจะส่งผลให้มันผู้นั้นเป็นหมันหรือมีลูกยากเป็นมั่นคง!!

ท่านที่ติดตามดราม่าในห้องจตุจักรมาบ้างคงจำดราม่าก่อนที่พูดถึงการทำหมันในสุนัขได้
ว่ามีแต่ผลดีทั้งป้องกันโรคสารพัดให้แก่สุนัขแล้วยังลดพฤติกรรมต่างๆที่ไม่พึงประสงค์ของสุนัขอีกด้วย
ใครสนใจก็เชิญไปอ่านข้อมูลข้อดีของการทำหมันได้ที่ดราม่านี้นะครับ
http://drama-addict.com/?p=22808
ส่วน “เวมานิกเปรต” นั้นหมายถึงเปรตประเภทนึงที่ทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว กลางวันได้เสวยสุขเป็นเทวดา
แต่กลางคืนต้องเสวยทุกข์โดยการกินเนื้อตัวเอง อ้างอิงจากคัมภีร์โลกบัญญัติปกรณ์
ชาวจตุจักรได้ฟังท่านผู้ทรงศีลเทศนาเช่นนั้นก็พากันตอบผู้ทรงศีลว่า
ถ้าเลี้ยงสัตว์แบบขังแล้วเป็นเปรต อิชั้นก็ขอเป็นเปรตดีกว่าจะเป็นแบบท่านผู้ทรงศีลล่ะเจ้าคะ!!

บ้างก็ถามท่านผู้ทรงศีลว่าถ้าการเลี้ยงสัตว์ตายไปแล้วต้องกลายเป็นเปรต
แล้วอีพวกที่เอาหมาแมวจรจัดไปปล่อยตามวัดเนี่ย พวกมันตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์หรือเจ้าคะ!?

บ้างก็ค้านท่านผู้ทรงศีลว่าการทำหมันในสัตว์มันเป็นบาปเป็นกรรมตรงไหนวะคะ?
ญาติชั้นก็พาหมาไปทำหมันมา ยังไม่เห็นว่าเขาจะเป็นหมันหรือมีลูกยากเลยซักกะคน

บางคนก็เถียงท่านผ้ทรงศีลว่าการทำหมันให้หมามันเป็นบาปตรงไหน ที่จริงๆแล้วนับว่ามันเป็นมหากุศลเสียด้วยซ้ำ?
เพราะมันช่วยลดปัญหาหมาจรจัด ที่เกิดจากหมาข้างถนนแพร่พันธ์กันเองโดยไม่มีเจ้าของดูแลได้ด้วยนะเธอว์!!

ท่านผู้ทรงศีลเห็นชาวจตุจักรยังหน้ามืดตามัวหลงอยู่ในวังวนของการทำบาปราวเปรตในวิมานมิผิดเพี้ยน
ก็ออกมาสั่งสอนชาวจตุจักรรายตัวกันเลยทีเดียว ท่านผุ้ทรงศีลได้ตอบคำถามของชาวจตุจักรที่บอกว่า
การทำหมันไม่บาปแต่เป็นมหากุศลให้แก่สัตว์เลี้ยงนั้น ท่านผู้ทรงศีลบอกว่ามันไม่จริง!!
เพราะการทำหมันก็เหมือนกับการจำกัดสิทธิไม่ให้สัตว์แพร่พันธ์ และการที่คนเราไปกะเกณฑ์เอาเอง
ว่าหมาตัวนี้มีลูกกี่ครอกแล้วจะพาไปทำหมันนั้น มันเป็นอัตตาของคนเลี้ยงล้วนๆและที่ไอ้เจ้าของเหล่านั้นมันทำหมันให้หมา
ก็เพราะพวกเอ็งเห็นแก่ความสะดวกสะบายของตัวเองเป็นที่ตั้งไม่อยากเลี้ยงหมาเป็นฝูงต่างหากเล่า!! อย่าคิดว่าอาตมาไม่รู้ทันนะโยม!!

เอาแล้วครับพี่น้องครับ ไอ้ท่านผู้ทรงศีลนี่มันมาแนวเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการสืบพันธ์ให้หมาเหมือนดราม่าที่แล้วเป๊ะๆเลยเว้ยเฮ้ย!!
ท่านผู้ทรงศีลยังบอกอีกว่าถึงมนุษย์จะเป็นสัตว์ประเสริฐ แต่เราไม่มีสิทธิไปกำหนดชีวิตของหมาแมวมัน!!
สมมุติวันดีคืนดีมีมนุษ์ต่างดาวจากนอกโลกมาบังคับให้พวกโยมทำหมันมั่ง พวกโยมจะยินยอมพร้อมใจนอนให้มันตัดไข่หรือไม่!?
คิดว่าพวกโยมสติปัญญาสูงส่งกว่าหมาแมวแล้วจะมีสิทธิไปกำหนดชีวิตของมันอย่างนั้นหรือ
พวกโยมคิดผิดแล้วล่ะ เพราะว่ากฏแห่งกรรมต่างหากเล่าที่จะเป็นตัวลิขิตชีวิตของสัตว์โลกทั้งมวล

ชาวจตุจักรก็แย้งกลับไปว่า ตูเคยเห็นพระออกมาพูดเรื่องการทำหมันหมาแมวด้วยเจตนาดี
คือไม่อยากให้มีหมาแมวจรจัดเยอะๆและช่วยป้องกันโรคให้มัน นับเป็นกุศลไม่ใช่บาป
แต่ทำไมไอ้คุณท่านผู้ทรงศีลท่านนี้ถึงบอกว่ามันเป็นบาปมหันต์ล่ะเจ้าคะ!?

บ้างก็ชี้หน้าด่าผู้ทรงศีลว่ามึงน่ะไสหัวออกจากกะลาก่อนเถอะไป๊ แล้วค่อยมาสั่งสอนพวกกรูทำหมันให้หมา!!

ท่านผู้ทรงศีลก็ไม่สนใจเทศนาต่อว่าการเอาสัตว์ไปทำหมันโดยอ้างว่าไม่อยากให้มันเป็นโรคเนี่ย
อาตมาว่าพวกโยมขี้เกียจจะพาหมาแมวมันไปหาหมอถ้ามันป่วยมากกว่ามั้ง อย่ามาซึนเดเร๊ะกับอาตมาจะดีกว่านะโยมทั้งหลาย!!
ก็เหมือนกับที่อาตมาได้ติ๊ต่างข้างต้นนั่นแหละว่าถ้ามนุษย์ต่างดาวมันจับพวกโยมไปตัดไข่
โดยอ้างว่าตัดไข่แล้วสุขภาพดีนะจ๊ะ พวกโยมจะนอนรอให้มันมาจับพวกโยมไปตัดไข่หรือไม่!?

แถมผู้ทรงศีลยังบอกอีกว่าใครไม่เชื่อที่อาตมาสอนก็ไม่ต้องมาแขวะมาด่าอาตมา
อาตมาก็แค่เอาคำสอนจากพระไตรปิฎกมาสั่งสอนพวกโยมเท่านั้น ใครไม่เชื่อก็เรื่องของพวกมึง เอ๊ย พวกโยมสิวะ

จากนั้นไอ้ท่านผู้ทรงศีลคนนี้ก็เอาไอ้เรื่องที่พูดมาข้างต้น โพสสั่งสอนชาวจตุจักรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนชาวจตุจักรชักรำคาญและไม่พอใจไอ้คุณท่านผู้ทรงศีลคนนี้ อมยิ้มชื่อ Yoha ก็ตอกหน้าท่านผู้ทรงศีลว่า
อิชั้นว่าคนอย่างมึงมันไม่ใช่ผู้ทรงศีลหรอกค่ะ อย่างมากเอ็งก็เป็นเกรียนเห่อหมอยที่เข้าไม่ถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
ได้แต่เอาดากถูๆไถๆแถวๆกระพี้แล้วคิดเองเออเองว่าเอ็งบรรลุมรรคผลหรือดวงตาเห็นธรรมแล้วต่างหากล่ะเจ้ามะ!!
และนอกจากมึงจะไม่รู้เรื่องพระพุทธศาสนาถึงแก่นแท้แล้ว มึงยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลสุนัขอีกด้วย
พูดง่ายๆว่าไอ้คุณท่านผู้ทรงศีลเจ้าคะ มึงนี่มันไม่รู้4รู้8อะไรเลยจริงๆเจ้าค่ะ!! ยิ่งถ้าคนไม่พาหมาไปทำหมัน
ตามที่ไอ้คุณท่านผู้ทรงศีลคนนี้บอกว่าเป็นมหากุศล นั่นต่างหากล่ะเจ้าค่ะที่เป็นการสร้างบาปมหันต์ให้แก่หมาแมวมัน

บ้างก็แขวะท่านผู้ทรงศีลว่านี่ถ้าพวกกรูเชื่ออย่างที่ไอ้ท่านผู้ทรงศีลส้นตีนคนนี้มันพูดมา
หมาแมวจรจัดมันแพร่พันธ์กันเกลื่อนกราดเต็มวัดเลยเหรอวะ!? ไม่ทราบว่าท่านผู้ทรงศีลเกิดมาชาตินี้
เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวหรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรก็ได้ซักตัวมาก่อนหรือเปล่าวะคะ!?

อมยิ้มชื่อ ultiga ก็ชี้หน้าด่าท่านผู้ทรงศีลว่าคนที่มีความคิดหัวดอแบบมึงนี่ล่ะที่เป็นตัวสร้างปัญญาหาให้สังคม!!
ถ้าทำตามที่มึงบอก พวกกรูมิต้องเอาหมาแมวไปปล่อยวัดเพื่อให้มีชีวิตอย่างอิสระ ได้เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเองหมดหรือวะ!?
ทำไมมึงไม่คิดมั่งว่าการทำแบบนั้นมันเป็นการเอาภาระไปโยนให้วัดชัดๆ และการเอาปัญหาไปยัดเยียดให้พระสงฆ์องคเจ้ามันก็เป็นบาปนะโว้ย!!
ถ้าการเอาหมามาเลี้ยงในพื้นที่จำกัดมันเป็นบาป ตายไปแล้วต้องกลายเป็นเปรตอย่างที่มึงว่า กรูก็พร้อมที่จะเป็นเปรตตัวนั้น!!
และถ้าเกิดกรูได้เป็นเปรตขึ้นมาจริงๆ คนที่กรูจะจับหักคอกินตับคนแรกเลยก็คือมึงนี่แหละไอ้ท่านผู้ทรงศีล!!

ส่วนเรื่องการทำหมัน นาย ultiga ก็บอกว่าการทำหมันมันดีจะตาย ลดความเสี่ยงโรคต่างๆให้หมาแมวตั้งเยอะ
มึงลองใช้หัวเกรียนๆของมึงคิดมั่งนะไอ้ท่านผู้ทรงศีล ว่าถ้าไม่ทำหมันให้หมาจรจัดพวกนี้
ถ้าเกิดมันป่วยเป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากขึ้นมา ใครจะพามันไปรักษาวะห๊ะไอ้หน้าโง่!!

นาย ultiga ยังแขวะท่านผู้ทรงศีลอีกว่าทำหมันมึงก็ห้าม ทำนู่นนี่มึงก็ห้าม แล้วถ้าไม่ทำหมันมึงจะให้กรูทำอะไร!?
และไอ้ที่มึงพูดๆมาว่าให้เลี้ยงหมาตามใจอย่าไปบังคับมันเนี่ย กรูมั่นใจเลยว่ามึงยังไม่มีลูกแน่ๆ
หรือไม่ก็ไม่เคยปี้กับใครมาก่อนด้วยซ้ำ!! เพราะถ้ามึงเลี้ยงลูกเป็นมึงจะไม่พูดจาแบบนี้เป็นอันขาด
พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกโดยปล่อยให้มันทำทุกสิ่งทุกอย่างตามอำเภอใจไม่รู้จักห้ามปราม มันนับว่าเป็นพ่อแม่ที่บัดซบที่สุดในโลก!!
การเลี้ยงหมาก็เช่นกัน มันก็ต้องมีบังคับฝืนใจกันมั่งเพื่อให้พวกมันเรียนรู้ระเบียบวินัย แทนที่มึงจะมาด่าพวกกรูฉอดๆ
มึงไสหัวไปด่าไอ้พวกที่จับหมาไปแล่เนื้อแดกจะดีกว่ามั้ย กล้ารึเปล่าล่ะ? หรือว่ามีปัญญาเทศนาชาวบ้านแค่ในเน็ทเท่านั้น!?

ท่านผู้ทรงศีลที่โดนชาวจตุจักรลบหลู่ดูหมิ่นและดูถูกดูถุยอย่างสุดชีวิตก็ถึงกับตบะแตก
ด่ากราดใส่ชาวจุตจักรกันถ้วนหน้า อย่างอมยิ้มชื่อ Yoja ที่หาว่าท่านผู้ทรงศีลศึกษาธรรมแค่กระพี้
ท่านผู้ทรงศีลก็แขวะกลับไปว่ามึงไม่มีปัญญาสนทนาธรรมสู้กับกรูล่ะสิ ถึงมาดิสเครดิตกรูด้วยวิธีนี้!!
กรูเนี่ยรู้ลึกรู้จริงในเรื่องพระธรรม ถึงกรูจะถือแค่ศีลห้าไม่ได้ถือกรรมบทสิบก็ตามที
ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำหน้าอย่างมึงจะรู้จักไอ้กรรมบทสิบที่กรูนับถืออยู่หรือไม่!?

ท่านผู้ทรงศีลก็ถึงกับเรียก Yoja ว่าอีควายเอ๊ย!! มาๆกรูจะเทศนาให้มึงฟังซักหนึ่งกัณฑ์เผื่อว่าสมองหมาปัญญาควายของมึงมันจะขึ้นมาบ้าง
แล้วท่านผู้ทรงศีลก็เทศนาห่าเหวอะไรก็ไม่รู้เรื่องนรกสวรรค์ แถมยังมียกอ้างท่านพุทธทาสภิกขุมาแขวะด้วยนะเธอว์
โดยสรุปก็คือไอ้ท่านผู้ทรงศีลคนนี้มันบอกว่าที่กรูโพสๆมามันถูกต้อง กรูอ้างอิงตามพระไตรปิฏกเป๊ะๆ!!
ถ้ามึงไม่เชื่อก็เรื่องของมึง ไม่ต้องมาหาเรื่องด่ากรูด้วยความริษยาหาว่ากรูแต่เรื่องเวมานิกเปรตมาโจมตีพวกมึง!!

และท่านผู้ทรงศีลก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้น ยังด่าสวนใส่นาย ultiga ที่ด่าฉอดๆใส่ท่านผู้ทรงศีลแถมเรียกท่านว่าไอ้หน้าโง่
ท่านผู้ทรงศีลบอกว่ามึงนี่มันควายแท้ๆ เหมือนอีควายตัวเมียเมื่อกี้ไม่มีผิด กรูจะสั่งสอนมึงให้หายโง่อีกตัวก็แล้วกัน!!
ไอ้ที่ว่าทำหมันให้หมาแล้วช่วยป้องกันสารพัดโรคให้มันน่ะ มึงคิดหรือว่าทำไปแล้วมันจะช่วยอะไรได้
ในเมื่อกรรมของพวกมันยังไม่หมด เกิดมาชาติหน้าพวกมันก็ต้องเป็นหมาและเสี่ยงต่อโรคเหมือนเดิม
เพราะฉะนั้นไม่ว่ามึงจะทำหมันให้พวกมันซักกี่ชาติก็ไม่สามารถทำให้พวกมันพ้นจากกฏแห่งกรรมได้
และหมาบางตัวที่มันเป็นโรคมะเร็งห่าเหวอะไรนั่นมันก็เป็นเพราะกรรมเก่าของมัน ซึ่งควายๆอย่างมึงคงไม่เข้าใจหรอก
ว่ากฏแห่งกรรมมันทำงานอย่างไร เพราะถ้ามึงรู้มึงจะมาชี้หน้าด่ากรูว่าโง่เรอะ ทั้งที่จริงๆแล้วคนที่โง่เง่าเต่าตุ่นน่ะคือมึงต่างหากเล่า

นายUltiga เห็นท่านผู้ทรงศีลเกรียนแตก ก็ยิ้มเยาะแล้วแขวะกลับไปว่าเห็นมั้ยล่ะนี่ไงสันดานจริงๆของมึง
มึงมันไม่ใช่ผู้ทรงศีลหรอกว่ะ เพราะแค่กรูยั่วโมโหมึงนิดหน่อยก็ถึงกับตบะแตกกลายเป็นชูชกแบบนี้
คนอย่างมึงมันไอ้ผู้ทุศีลชัดๆ!! คนอย่างมึงไม่มีทางโปรดสัตว์ตัวไหนได้หรอก เพราะกระทั่งอดทนอดกลั้น
ต่อการยั่วโมโหของกรูมึงยังทำไม่ได้เลย คนสันดานอย่างนี้น่ะเรอะที่อ้างตัวว่าเข้าถึงรสพระธรรม
กรูว่าคนอย่างมึงมันก็ได้แต่นั่งท่องพระไตรปิฏกโดยไม่เคยลงมือปฎิบัติธรรมจริงๆเลยซักครั้งด้วยซ้ำ!!

จากนั้นท่านผู้ทรงศีลก็สลัดจีวรแล้วสวมมาดชูชก ชี้หน้าด่าชาวจตุจักรอย่างเมามันส์
อันนี้แอดมินลองคิดเล่นๆ ได้ข่าวว่ามีวัดนึงจะเอาหมาจรจัดที่มีคนทิ้งไว้ไปเลี้ยงจระเข้

ดังนั้นไอ้ผู้ทรงศีลคนนี้อาจจะเป็นคนที่วัดนั้นส่งชักชวนให้ชาวจตุจักรเอาหมาไปปล่อยวัด
เพื่อที่จระเข้ตัวนั้นจะได้กินหมาอย่างอิ่มหมีพีกันก็เป็นได้นะพวกเธอว์
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร ท่านผู้ทรงศีลจะยอมให้มนุษย์ต่างดาวตัดไข่หรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
ถ้าคุณรักที่จะเีลี้ยงสัตว์ คุณควรจะต้องอ่านเป็นอย่างยิ่ง
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J10058309/J10058309.html









































กรุว่าไอ้นี่ศิษย์พี่ไอ้กอปบาปและอิรมแก๊สแมวแห่งสำนักธรรมกึ๋ยว่ะคงไม่ใช่สาวกลัทธิไอ้ปวยๆหรอกขานั้นเค้าต้องอ้างพวกซาตาน แต่ถ้าไอ้2ลัทธินี้แม่รงฟิวชั่นกันยุทธจักรคงบรรลัยชิพหาย555+
ปล.เอิ่มจ่า ไอ่รวมสุดยอด108คาถานี่มันอะไรวะครัฟ จ่าจะเป็นจอมขมังเวทย์แล้วเร๊อะ555+
ท่านผู้นี้โพสตั้งแต่กระทู้ลูกแมวในกองถ่ายพระนเรศวรแล้วนินา
เหมือนกับพวกคลั่งศาสนาเลย
ทำหมันหมาแล้วบาป อยู่ในพระธรรมข้อไหนวะ?!
ความจริงมันก็เหมือนกับว่าเรายังปล่อยวางไม่ได้ล่ะนะ เพราะเราก็ต้องปล่อยสัตว์ไปตามบุญตามกรรมมัน
แต่กรรมของมันดันมาเบียดเบียนเราด้วยนี่สิ อย่างน้อยๆก็ทำให้เราทุกข์ใจแหละเวลาเห็นหมาแมวจรจัดเป็นขี้เรื้อนเป็นโรค
อย่างแมวนี่ถ้าไม่ทำหมันเวลาแมวตัวผู้ติดสัดมันก็หนีหายไปเลย ไอ้เรารึก็ไม่อยากให้มันไปตกระกำลำบาก เดี๋ยวโดนรถชนตายตอนหลีสาว
ก็จับตอนซะ มันก็อยู่กับเราแถมอิ่มหมีพีมันอีกต่างหาก
สรุปบาปไม่บาปไม่รู้แหละ แต่เวลามันอยู่กับเรา เราก็มีความสุขสัตว์มันก็มีความสุขข้าวปลาอุดมสมบูรณ์+มีคนเกาคางเกาหูเกาหางให้
เถียงกันเรื่องธรรมมะอยู่ดีๆ ทำไมกลายไปเป็นเรื่องมนุษย์ต่างดาวถูกตัดไข่ได้วะเนี่ย
ท่านผู้ทรงศ๊ลก็พูดได้เองนะว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
แล้วมึงไปเสือกมันทำไม =__=
ศึกษาพระธรรมแรกๆ จะกร้าวแบบนี้ก็มีบ้าง (เฮ้ย กูเท่นะเว้ย กูศึกษาพระธรรม ไม่เหมือนพวกมึงที่ยังไม่เคยคิดจะมาสนใจ)
แต่อาการแบบนี้คือไม่ปลง
ผมไม่เห็นพระสงษ์ อะไรต้องมาเรียกร้องสิทธิ Human Rights ให้วุ่นวาย
ก็เพราะสัตว์โลกเป็นไปตามกรรมไงครับ มันจะโดนขังมันจะอะไร ก็มันเป็นไปตามกรรมมันอ๊ะ
แต่ถ้ามีโยมไหนมาวัด พระสงฆ์ก็ให้หลักธรรมไปดำเนินชีวิตไป
นิมนต์ไปเทศน์ก็ไป
ท่านแค่ทำดีตามอัตภาพของตนเอง
ทำแบบนี้จะดีกว่าซะอีก จะได้ไม่เรียกร้องอะไรให้เครียดตาย
พระไตรปิฏกมันเป็นเอกสารที่ผ่านการปรุงแต่งหลายครั้ง จากบุคคลหลายคนครับ
เพราะงั้นมันก็เป็นไปได้ที่มันจะเอาความเชื่อที่ไร้เหตุผลติดมาด้วย เช่นการที่เผยแพร่ศาสนาในดินแดนใด
ย่อมต้องมีการประยุกต์เนื้อหาบางส่วนให้เข้ากับศาสนาท้องถิ่น
เชื่อด้วยสติครับ อย่างมงายจนกลายเป็นน้ำเต็มแก้ว ทั้งที่จริงๆแล้วก้เป็นแค่กะลาก้นรั่ว
บาปพ่อมึงสิสัส
คนเอามันมาเลี้ยง ไม่ปล่อยให้มันอดอยาก ไม่ต้องโดนหมาเจ้าถิ่นไล่กัด ไม่ต้องไปเสี่ยงขโมยอาหารบ้านใครจนฟันหัวแบะ แบบนี้มึงว่าบาปเหรอสัส
คนเลี้ยงหมา แมวน่ะ ไม่เนเปรตหรอก ไอ้คนที่ไม่คิดจะทำห่าไรเลย แล้วสั่งสอนชาวบ้านนั่นแหละเปรต
งี้เวลาเมิงแก่เฒ่าป่วยไม่สบายก็ไม่ต้องให้ลูกหลานมาดูแลละกัน ปล่อยให้เป็นตามบุญตามกรรมไป
ยังไงชาติหน้าก็ต้องเกิดใหม่มาชดใช้กรรมอยู่แล้วหนิ
บอกตรง ๆ มีเพื่อนทำงานอยู่ธรรมกึ๋ย มันชวนผ่าน FB ทุกวัน แต่สังเกตนะพวกเรียนสูง ๆ
มักจะอยู่ธรรมกึ๋ยกันหมด เพื่อนผมก็จบโท แต่ผม จบ ม.6 ผมไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องพวกนี้เลยแปลกดี
เรียนสูงไปก็โง่หนัก
บัตรผ่านเมพ ๆ wrote:
โอ…ท่านผู้หมกมุ่นในไข่หมา…
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
จับท่านไต้ซือ anantashin มาตอนหัม
เดวคุณเธอก็รู้เองว่าดีอย่างไร
ให้ มัน ไป เจอ กับ ไอ กอบ บาป ซระ
เห็นด้วยในเรื่องที่ว่าหลายคนเลี้ยงสัตว์เพื่อสนองความต้องการของตนเท่านั้น ไม่ได้มีผลดีต่อสัตว์เลย
เช่น การเลี้ยงหมาตามเมือง ที่ต้องขัง ต้องผูกคอ ปล่อยออกไปโดนกัดเพราะมันไม่ได้เข้าสังคมตั้งแต่แรกน่ะสิ เลี้ยงซะเสียหมาหมด
การเลี้ยงสัตว์ คือการมีวิถีชีวิตร่วมกับสัตว์ จะเลี้ยงหมาก็ต้องพามันไปอยู่ในที่ที่ปล่อยมันวิ่งเล่นได้ มีที่ให้มันแอบไปขรี้
บ้านเป็นถิ่นหลัก เห่าผู้บุกรุก อยู่เป็นเพื่อนกับคน ใช้ชีวิตสมกับเป็นหมา
ถ้าจะเลี้ยงแบบขังใว้ นานๆทีพาออกไป ใช้ประโยชน์กับการเห่า บ้างเลี้ยงเป็นตุ๊กตา หมาไม่ได้ใช้ชีวิต แบบนี้ดีกับหมาตรงไหน แค่เป็นของเล่นของคนเท่านั้น
อ่านแล้ว กรูเพลียจังเลย
แดกหมาอร่อยจริงๆนะพวกมรึงง์
เราก็ยอมรับไปตามสมควรว่าทำแบบนั้นมันบาปจริงๆ เพราะเราไปเบียดเบียนชีวิตอื่น
แม้เราจะมีเหตุผลต่างๆนาๆว่าทำแล้วดีก็เถอะ
ดราม่านี้ผมคิดว่าพวกคนรักสัตว์พยายามดริฟอยู่นะครับ แต่ต่างคนต่างมีเหตุผลที่ดีในฝั่งของตัวเอง เรื่องนี้เถียงกันยังไงก็ไม่จบ
ยังไงสังคมเราก็ไม่สามารถเลิกเลี้ยงสัตว์ได้อยู่แล้ว
หนทางที่ดีที่สุดคือเราต้องทำหมันสัตว์เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าต่อไป
สิ่งที่เราคิดว่าดีต่อตัวเอง ดีต่อส่วนรวมก็ทำไปเถอะ ถ้าทำแล้วเราสบายใจไม่รู้สึกผิดบาป เราก็ทำไป ถ้าเราทำแล้วรู้สึกไม่ดีเราก็ไม่ต้องทำ
บาป-ไม่บาป มันอยู่ที่สัตว์เลี้ยง ไม่ใช่อยู่ที่วิธีการเลี้ยง
ต่อให้เมิงจำกัดบริเวณมัน จับมันทำหมัน แต่สามารถเลี้ยงให้มันมีความสุขได้ มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ
ดีกว่าเลี้ยงมันแบบปล่อยมันตามอิสระ แต่อดๆ อยากๆ มันเป็นโรคก็ไม่ดูแลรักษามัน แบบนี้สิน่าจะบาปของจริง
ป.ล. แต่สำหรับกุ (ย้ำน่ะ สำหรับกุ!!!) ชาตินี้-ชาติหน้า ตายหร่าแล้วตกนรก อะไรพวกนี้ไม่มีจริงหรอก คิดง่ายๆ บนโลกนี้มีศาสนาตั้งหลายศาสนา กุนับถือพุทธแล้วกุทำความดี กุสมควรได้ขึ้นสวรรค์ แต่ในขณะเดียวกัน กุไม่นับถือคริสต์ ไม่เชื่อในพระเจ้า กุก็ต้องตกนรกสิน่ะ สรุปจะให้กุขึ้นสวรรค์หรือตกนรกกันแน่ว่ะ
ป.ล.2 บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
ให้ข้าวมันกินแล้วก็ไม่าทุบตีมันมันก็รักและซื้อสัตย์กับเราแล้ว ปล่อยไว้ข้างนอกมันจะหาอะไรกินก็ลำบาก
ไหนจะกัดกับหมาตัวอื่นๆ โดนรถชน โดนเทศกิจจับมั่งอะไรมั่ง
ธรรมชาติของหมามันไม่ใช่สัตว์ที่อยู่ป่าแล้วรอด มันต้องการคนเลี้ยงที่คุ้มครองมันได้ให้ที่พักพิงมันได้อยู่แล้ว
แล้วคนเลี้ยงมันจะเป็นบาปตรงไหน เราให้ข้าวมัน มันเฝ้าบ้านให้เรา(แม่งบางทีก็เฝ้าไม่ได้เรื่องด้วยซ้ำ เล่นกับคนเค้าไปทั่ว)
หมาบางตัวนี่กูว่าเกิดมามีบุญกว่ากูด้วยซ้ำ เจ้าของคนไหนรวยแม่งเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี
อีกอย่างน่ะ ตามหลักศาสนาพุทธ บาป-ไม่บาป บุญ-ไม่บุญ มันอยู่ที่เจตนาไม่ใช่หรอว่ะ
ถ้าไม่คิดแบบนี้ ป่านนี้ไอพวกเพชรฆาตที่คอยประหารชีวิตคนร้าย มันไม่ตายหร่าตกนรกกันหมดแล้วหรอ เพราะมันประหารชีวิตโดยที่นักโทษก็ไม่อยากถูกประหารทั้งนั้นแหละ หรือพวกพระสงฆ์ที่ให้พรนักรบก่อนออกรบ มันก็เหมือนกับสนับสนุนให้คนฆ่าฟันกันสิว่ะ
ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
บนสววรค์จะเหลือคนอยู่กี่คนว่ะน่ะ
ไหนๆกุก็บาปอยู่ระ ถ้าตอนหมันหมา เลี้ยงสัตว์แล้วมันจะเพิ่มบาปทำให้
เป็นเปรตตกนรกเนี่ย
กุยอมเป็นว่ะ เพื่อนคงเยอะดี ไม่เหงา
ปัญหาสังคมไม่ได้อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ทำหมันให้สัตว์เลี้ยง ปัญหามันเกิดจากคนเลี้ยงไม่ไหวแล้วเอาไปปล่อยต่างหาก สารพัดข้อดีของการทำหมันที่นำมาอ้าง มันก็แค่คำพูดหลอกให้ตัวเองทำร้ายสัตว์ได้อย่างสบายใจเท่านั้นแหละ ถ้าไอ้คนไหนมันเกิดเป็นหมันตามสัตว์เลี้ยงที่มันจับไปทำหมันจริงๆ ถึงเวลานั้นมันคงจะเข้าใจเองแหละว่าเวลาอยากมีลูกแต่มีไม่ได้เป็นยังไง
จากคนเลี้ยงแมว 6 ตัว ณ ปัจจุบัน
Redshit wrote:
ผมขอย้อนถามคุณ แล้วทำไมคุณต้องแดกเนื้อสัตว์ คุณอาจจะอ้างว่าแดกเพื่ออยู่รอด แต่มันก็แค่คำพูดที่หลอกตัวเองให้แดกเนื้อสัตว์หรือพรากชีวิตสัตว์ได้อย่างสบายใจเหมือนกันไม่ใช่หรอ
ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
กูเห็นว่าเป็นแค่ควายตัวนึงที่บังเอิญอยากเปลี่ยนจากควายเป็นกระสอบทราย เท่านั้นเองว่ะ
ผมไม่สนเรื่องเป็นหมันฟ่ะ เพราะไม่คิดจะมีลูกหรือเลี้ยงลูกอยู่แร้ววววว
วัดอะไร นะจ้ะ นะจ้ะ
เป้าหมายของการศึกษาศาสนาพุทธคือ นิพพาน ครับอย่างอื่นเป็นเพียงผิวไม่ใช่แก่น
Anemone11 wrote:
อันนี้ไม่ได้เห็นด้วยกับไอ้บ้าที่เป็น จขกท ในพันดริฟท์
แต่เผอิญพระธรรมข้อนี้มีอยู่จริงๆ แต่ไม่ได้บอกว่าทำหมันหมาแล้วบาปเพียงอย่างเดียว
แท้จริงแล้วรวมไปถึงสัตว์ทุกอย่าง
ซึ่งก็น่าจะเป็นพระธรรมที่ใช้ในพุทธกา่ล ประมาณว่า ถ้าไปทำร้ายใครเข้าจนเขาสืบสกุลไม่ได้ก็จะเป็นบาป
ซึ่งก็น่าจะต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ตัวผมเองไม่ได้เห็นด้วยกับพระธรรมในข้อนี้ แต่อยากบอกว่ามันมีอยู่จริง
ซึ่งในความเห็นกูผมแล้ว ระหว่างบาปจากการทำหมันหมา กับ บาปจากการปล่อยให้หมาออกลูกออกหลานสร้างความเดือดร้อน
กูเลือกมีบาปจากการทำหมันหมาดีกว่า
JeZeus wrote:
อันว่าบาปไม่บาปนั้นไม่ได้อยู่ที่เจตนา แต่หลักของศาสนาบอกว่า ทำผิดก็บาปทั้งหมด แต่โทษจะหนักหรือเบามันขึ้นอยู่กับเจตนา
ฉะนั้นอย่าคิดว่าไม่บาป ไม่งั้นไปชนพ่อบ้านตายห่าด้วยความไม่ตั้งใจ แม่บ้านกับลูกๆ ก็ไม่มีใครเลี้ยงดู
แบบนี้บาปไหม
ไม่ได้อยากดราม่า เรียกว่าแชร์ความเห็นละกัน
บาป บุญคุณโทษ ทำชั่วเกิดเป็นเปรต เกิดเป็นสัตว์มาใช้กรรม
กุละฮา สิ่งเหล่านี้เป็นแค่กลอุบายการสอนให้คนเชื่อ เพื่อให้กลัวการทำบาปเท่านั้น
ให้คนทำแต่สิ่งที่ดี แต่ยุคหลังๆ แต่งเรื่องซะโอเว่อ ซะเยอะ จนงมงายไร้สาระไปมากแล้ว
เพราะฉะนั้น อยากทำอะไรของมึงก็ทำกันไปเถอะ ขอแค่อย่าไปเบียดเบียนคนอื่น สร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นก็ดีแล้ว
ล่อเป้ากันชัดๆ ก็ยิงเป้าตามๆกันไปด้าย~
ทำดีทำชั่วตัวเรารู้
เวลาทำอะไรอย่าไปโทษเวรโทษกรรมครับ ต้องโทษตัวเอง
ปักสาขาวใหญ่ wrote:
แสดงว่าในทางพุทธศาสนา เพชรฆาตที่ประหารชีวิตนักโทษก็บาปด้วย
พระสงฆ์ที่ให้พรนักรบ หรือปลุกเสกผ้ายันต์และอาวุธให้นักรบในสมัยก่อนก็บาปด้วย เพราะถือว่าสนับสนุนให้คนฆ่าฟันกัน ถือเป็นเรื่องบาป ผิดศีล ไม่สมควรเป็นถือเพศบรรพชิต
ชาวบ้านฆ่าไก่เพื่อเอาไปประกอบอาหารทำบุญที่วัดก็ได้ทั้งบาปทั้งบุญด้วย
พ่อบ้านคนนึงจำเป็นต้องรดน้ำในต้นไม้เพื่อไม่ให้ต้นไม้ตาย ในขณะที่น้ำพวกนั้นอาจฆ่ามดที่กำลังไต่ต้นมะม่วงอยู่ พ่อบ้านคนนั้นก็บาปด้วย
สรุปแล้ว แค่คุณเกิดมา คุณก็มีบาปติดตัวแล้ว เพราะไม่ว่าคุณจะทำอะไร มันก็สามารถทำให้คุณบาปได้ทั้งหมด
คิดๆ ดูแล้ว คล้ายๆ กับเรื่องที่มีปู่กับหลานแล้วก็ลาอีก 1 ตัว เลย
เพราะฉะนั้นจะทำหร่าอะไร ก็ทำไป ยังไงคนเหมือนกัน มันก็มีบาปเหมือนกัน
หรือถ้าไม่อยากบาปมาก ก็ไปบวชไป วันๆ จะได้ฉันแต่เนื้อสัตว์ที่คนอื่นฆ่าแล้วเอามาปรุงถวาย จะทำอะไรก็เรียกใช้เด็กวัด ยามว่างก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ เทศนาสั่งสอนชาวบ้าน ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่สามารถมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องทำบาป สบายดีจริงๆ
ป.ล. “ถ้ากลัวว่าจะไปเหยียบมดตาย ก็ไม่ต้องเดินกันพอดี”
ป.ล.2 บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
รู้สึกวัดเขาก็ทำหมันหมาวัดเหมือนกันนะ
อันที่จริง หมาจรจัดมันก็เกิดจากคนไปเอามันมาเลี้ยงแล้วก็ไม่ดูแลมันให้ดีไม่ใช่หรอ หมาวัดอีกมันก็เกิดจากคนเลี้ยงแล้วก็เอาไปปล่อยวัดเมื่อเลี้ยงไม่ได้หรือมันไม่น่ารักเหมือนแต่ก่อน ทำหมันไปจำกัดสิทธิมันก็เกิดจากคนเอามันมาเลี้ยงแล้วก็ไม่อยากให้มันแพร่พันธ์เกิดลูกให้คนเลี้ยงหนักใจ
ตามเดิมหมาบ้านมันก็คือหมาป่าตั้งแต่โคตรเหง้าโบราณถ้าไม่มีใครเอามันมาเลี้ยงตั้งแต่แรก มันก็ไม่เกิดปัญหาแบบนี้หรอก ใช่ปะ
ถือซะว่าเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ที่ดันเกิดมาหน้าตาน่ารักในสายตาคนละกัน เลยทำให้อิสระภาพในตัวมันไม่มี
ดราม่าหมาๆ แมวๆ นี่มาแรงแซงโค้งจิงๆนะ
ถึงไม่ไ้ด้ข่าวว่ามันเอาเงินนับ พันล้านของพวกมันไปเลี้ยงหมาเลย
หรือว่ามีแต่กุไม่เคยได้ยิน
ปล.ใครเคยไปวัด DMC มั่งอยากรู้ว่ามีหมาไหม
JeZeus wrote:
ท่าทางมึงจะเป็นเอาหนัก มันคนละเรื่องกันเลยเสือกเอาเทียบกันได้ กูบอกเลยกูแดกเนื้อสัตว์เพราะกูอยากแดก กูสบายใจทุกครั้งที่กูได้แดกไม่จำเป็นต้องอ้างเหตุผล ไม่มีเหตุผลโต้แย้งดีๆก็ไม่ต้องเสือกแสดงความโง่ออกมาก็ได้
Redshit wrote:
งั้นคนที่ทำหมันหมามันก็สบายใจทุกครั้งที่ได้ทำหมันหมา แล้วเมิงจะไปเสือกต่อว่าคนที่ทำหมันหมาก่อนทำไมว่าเค้ายกเหตุผลหลอกตัวเองให้ทำร้ายสัตว์ได้อย่างสบายใจทำหร่าอะไร
เมิงอ่ะท่าจะหนักกว่ากุน่ะ หรือถ้ายังไม่เข้าใจหร่าอะไร ก็ลองย้อนกลับไปอ่านที่เมิงพิมพ์-ที่กุพิมพ์ดีๆ แล้วคิดดูอีกทีน่ะ
ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
@ Redshit:
อีกอย่างน่ะ เมิงอย่ามาพูดเองเออเองเลย
คนรักสัตว์โดยทั่วไปไม่มีใครสบายใจหรอก ตอนพาสัตว์เลี้ยงตัวเองไปขึ้นเขียงทำหมัน
เค้าก็กังวลสารพัด แต่จะสบายใจเมื่อสัตว์เลี้ยงทำหมันด้วยความปลอดภัย และแผลหายดีแล้ว
แต่ตรรกะเมิง : ทำหมัน = ทำร้ายสัตว์ได้อย่างสบายใจ
…
เมิงบ้าป่ะไอสัส
ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
ใครก็ได้ช่วยตายห่าไปเป็นหมา
แล้วกลับพิมพ์บอกกูที ว่ามึงคิดไง สุขสบายดีไหม
กูเบื่อคนคิดแทนหมาแล้ว
Redshit wrote:
ปัญหาศีลธรรมไม่ได้อยู่ที่ว่าฆ่าหรือไม่ฆ่าสัตว์ ปัญหามันเกิดจากคนทั่วไปทนความอยากกินไม่ไหวแล้วเอาสัตว์มาฆ่ากินต่างหาก สารพัดข้อดีของการฆ่าสัตว์เพื่อเอามากินที่นำมาอ้าง มันก็แค่คำพูดที่หลอกให้ตัวเองฆ่าสัตว์ได้อย่างสบายใจเท่านั้นแหละ ถ้าไอ้คนไหนมันเกิดตายหร่าเหมือนสัตว์ที่มันจับไปฆ่าจริงๆ ถึงเวลานั้นมันคงเข้าใจเองแหละว่าเวลาอยากมีชีวิตรอดแต่ต้องตายมันเป็นยังไง
ป.ล. ตรรกะเมิงกับของกุมันก็เหมือนกัน เมิงย้อนความเห็นอันนี้ของกุให้ได้ เมิงค่อยมาคุยกับกุ ไม่งั้นกุไม่คุยกับสวะแบบเมิงหรอก
ป.ล.2 บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
เอาน่า ไม่สร้างความเืดือดร้อนให้ใคร แม้กระทั้งตัวเอง
และปล่อยวางบางอย่างบ้างชีวิตก็สุข แล้ว
น้องหมาน้องแมวจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ถูกบังคับให้อยู่กับเจ้าของตลอดชีวิตไปจนตายซักหน่อย….
ถามว่าถ้ามันคิดจะหนีออกไปถ้ามันไม่มีความสุขได้มั้ย ? มันก็ทำได้ แต่ที่มันไม่ทำถ้าไม่เพราะมันมีความสุขของมันก็คงเพราะมันก็รักเจ้าของ
สำหรับเค้าเรื่องฝืนในน้องหมาน้องแมวให้กินของที่เราเลือก…หึย เค้าว่ามันไม่ใช่แน่ ๆ ค่ะ = A =\=/
หมาแมวมันเลือกกินยิ่งกว่าคนซะอีก ไม่ว่าจะเป็นอาหารสุดหรูยันอาหารกล่องอาหารกระป๋อง ถ้ามันไม่อยากจะกินก็เห็นมันเบือนหน้าหนีตลอด
คนก็รักมันไม่อยากให้มันตายก็ต้องหาอย่างอื่นให้กิน แบบนี้เรียกว่ายัดเยียดให้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เรียกตามใจเสียมากกว่า
ยกเว้นแม่งจะมีคนบ้าจับปากหมาอัดกระแทกลงกระป๋องอาหารสุนัขให้มันแดกจนได้ อันนั้นเรียกยัดเยียดจริง
ถ้าสุนัขเป็นโรคตายเพราะต้องชดใช้กรรม แบบนี้ถ้าเกิดวันดีคืนดีผู้ทรงศีลท่านนี้เกิดชักดิ้นชักงอน้ำลายฟูมปากพยายามจะเรียกหาคนช่วยส่งไปรพ. แต่คนที่เดินผ่านไปมาก็ถอนหายใจพร้อมกับพูดว่า “สัตว์เป็นโรคก็เพราะมันต้องชดใช้กรรมเก่าที่ก่อไว้ เพราะงั้นก็ปล่อยแม่งทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ” จะรู้สึกยังไงคะ .. ?
ถึงสุนัขอาจจะไม่เข้าใจภาษาคนจริง แต่มันเข้าใจนะคะ ความรู้สึกของคำพูดที่สื่อออกไป … อย่าแบ่งแยกสัตว์ชนิดอื่นกับคนเลยค่ะ ยังไงมันก็สัตว์เหมือนกัน
ถ้าคิดว่าเลี้ยงสัตว์แล้วบาป คนเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแล้วพยายามจะให้ลูกกินของดีมีประโยชน์ทั้งที่ลูกไม่ชอบก็บาปสินะคะ ไ่ม่อยากให้ออกไปไหนมาไหนที่อันตรายก็บาปใช่มั้ยคะ…เพราะเป็นการบังคับ ยัดเยียด และกักขัง
——————– อื่น ๆ ——————–
จริง ๆ ท่านผู้ทรงศีลนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร แค่ออกมาบอกว่าถ้าเลี้ยงผิดวิธีจะเป็นบาป ถ้าเลี้ยงถูกวิธีจะได้บุญ
เจตนาดีแต่ไร้ซึ่งทักษะในการโน้มน้าวและชักจูงคนนะคะเนี่ย ….. ถึงได้ผลกลับตาลปัตรซะอย่างนี้
กูก็นึกว่าใคร ที่ไหนได้ไอ้แอบจิตเปลี่ยนชื่อมากวนตีนกูนี่เอง ตรรกะเหี้ยไรของมึง อย่างของมึงเค้าไม่เรียกตรรกะ เค้าเรียกเด็กชวนทะเลาะ ไว้คุยภาษาผู้ใหญ่ได้ เข้าใจคำว่า “เหตุผล” ค่อยมาคุยกันนะแอบจิต
ไอ้บุยมันอยู่ไหนฟะ
Redshit wrote:
แล้วเหตุผลของเมิงคืออะไร
กุเปรียบกับเรื่องการฆ่าสัตว์-แดกเนื้อสัตว์ เมิงบอกว่า เมิงแดกเนื้อสัตว์ แบบไม่อ้างเหตุผล เมิงไม่ผิด
คนรักสัตว์ทำหมันหมา แต่อ้างเหตุผลหรือสารพัดข้อดีต่างๆ นาๆ เมิงกลับหาว่าคนรักสัตว์อ้างเหตุผลเพื่อหลอกตัวเองให้สามารถทำร้ายสัตว์ได้อย่างสบายใจ
ไหนว่ะ เหตุผลส้นตีนของเมิง?
คนอ่านช่วยตัดสินที ใครไร้เหตุผลมากกว่ากัน กุเบื่อที่จะพูดกับพวกที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แต่ที่ไหนได้กลับกะโหลกกะลากว่าเด็กๆ แบบนี้ล่ะ
ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
@ Redshit:
ความเห็นที่ 146 ของเมิง กุเดาว่า เมิงคงหาเหตุผลมาโต้กลับไม่ได้สิน่ะ เลยพยายามเบี่ยงประเด็นไปว่า “ตรรกะเหี้ยไรของมึง” , “เด็กชวนทะเลาะ” , “เข้าใจคำว่าเหตุผลค่อยมาคุยกันนะ”
แหม อย่ามาซึนสิ หาเหตุผลไม่ได้ก็บอกมาดีๆ หรือเงียบไปก็ได้ ทำมาเป็นพูดยังงู้นยังงี้ อิอิออิ
ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
อ่านตั้งแต่ต้นยันจบ รู้สึกสูงขึ้นพิกล
สงสัยจะเป็นเปรตไม่รู้ตัวซะแล้วมั้ง
ทะเลาะกันเรื่องหมาๆแมวๆ
กมฺ มุนา วตฺ ตตี โลโก
ถอยกันคนละก้าว แล้วจบๆกันไปซะ
ไอ้หนูเกรียนนี่มีประวัติโพสเสร็จแล้วลบด้วยนะเออ ก่อนหน้านี้ก็ไปโพสรบกวนกระทู้ชาวบ้านเขาด้วย
ดูหลักฐานที่ คห 63 ได้
นะ ธรรมะเอามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตได้ แต่ปัญหาบางอย่างไม่สามารถใช้ธรรมะแก้ปัญหาได้ งี้ก็ไม่ต้องมีเรือนจำ ไม่ต้องมีคุกเพราะมันบาปหมดแล้วซิครับ เคร่งได้แต่อย่าคลั่งเลยครับ
แล้วถ้าคิดอีกมุมนึง
ถ้าหมาแมวมันเกิดมามีกรรมที่ต้องถูกจับไปตอนอ่ะ?
เดือนนี้ดราม่าหมาแมวมาแรงหวะ
เอ้า ใครต่อใครที่พูด ๆ พิมพ์ ๆไปแล้วไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเชื่อ พวกเมิงมาทางนี้เลย
คุณจ่าเค้าใจดีหาบริการมาให้พวกเมิง พวกไร้เสน่ห์เล่ห์กลกามแห่งความรัก >>เมิงโตทันกันรึเปล่าวะ
เมิงจงมองลงไปข้างล่าง
V V
V V
V V
V V
เห็นหน้าฤๅษีแล้วจงคลิก
แล้วก็สมัครโดยพลัน
ได้ผลยังไงแล้วมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะเว้ย ฮิฮิ กุก็อยากรู้เหมือนกัน แต่กุซึนว่ะ
แล้วกุอยากแนะนำให้ประดาท่านดรา่มาเนี่ยนทั้งหลาย ตั้งแต่มหาเมพ ปวยปวย เจ้าป้าดี ป้าหิโมะ พี่แจ๊ค กอบบาป……….ยันผู้ทรงศีลแห่งกระทู้หมา มาใช้บริการด้วยว่ะ
ดราม่าจะได้หมดโลกซะที เพราะต่อไปนี้ พวกท่านตั้งมาแต่ละมู้ แสนจะดี มีแต่คนอวย
ชะละล่า
คิดมากกันจัง คือ ไม่ได้ว่าไม่เชื่อนะ แต่ก็ไม่อยากคิดให้วุ่นวาย
คนเรานอนไปตื่นนอนมาก็วันใหม่แล้ว เรื่องเมื่อวานก็เป็นแค่อดีต
คนเราตายไปตกนรกขึ้นสวรรค์ เรื่องบนโลกก็เป็นแค่อดีต
เสวยสุขบนสวรรค์/ชดใช้กรรมในนรกเสร็จแล้วกลับมาเกิดใหม่ เรื่องบนสวรรค์ในนรกมันก็เป็นแค่อดีต
แถมมาเกิดใหม่ เมิงก็ไม่ใช่จะรู้ว่า เมิงมีบาปมีบุญติดตัวมาด้วยหรือไม่ นรกสวรรค์เป็นยังไง
แล้วสุดท้าย พวกเมิงๆก็มาใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเหมือนกรู เหมือนพระสงฆ์ เหมือนดารา เหมือนสัตว์โลกทั้งหลาย
แล้วจะกังวลอะไรกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
อะไรทำได้ก็ทำ อะไรที่ตัวเรายังตัดไม่ได้หรือไม่อยากตัดก็ไม่ต้องฝืนตัด
อะไรที่ปล่อยวางได้ก็วาง อะไรที่เราสอนได้ก็สอน เขาไม่รับก็เรื่องของเขา
ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ
ละเว้นชั่ว(ถึงจะมีอะไรบาปบ้าง แต่ถ้าเรายังไม่คิดจะตัดทุกอย่าง ก็อย่าเอาจิตไปผูกกับมันไว้เลย)
ทำความดี(ถึงเราคิดว่าทำดีแล้วบางทีก็ยังบาป แต่ไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยทำบาป)
ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
(คิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ ถึงจะเถียงชนะไป จิตใจก็ฟุ้งซ่าน ไม่ก่อเกิดประโยชน์อันใด แถมที่ชนะน่ะ ถูกต้องหรือเปล่าก็ไม่รู้)
ผมเองก็ไม่เชื่อเรื่องพระพุทธเจ้าหรอกนะ แต่ผมเห็นว่าคำสอนของท่านมันเป็นทางที่สมควรเดิน ผมจึงเลือกที่จะเดินตาม
เดินไปในทิศทางเดียวกับท่าน ถึงจะเดินออกนอกเส้นทาง เบี้ยวซ้ายเบี้ยวขวา แต่ก็ยังอยู่ในทิศทางเดียวกัน
อะไรที่ผมเห็นว่ามันสุดโต่งผมทำไม่ได้ ผมก็ “ช่างมัน” จะเก็บเอามาใส่ใจให้จิตมันขุ่นมัวก็ใช่ที่
อะไรที่พอทำได้ อย่างไปวัดทุกวันพระ ก็พยายามไปให้ได้ทุกวันพระ ขาดบ้างอะไรบ้าง ว่ากันไป
สมาธิก็นั่งบ้างไม่นั่งบ้าง เรื่องชั่วๆเลวๆอย่างมาไล่ด่าชาวบ้านในนี้ก็ทำบ้างอะไรบ้าง
พอจบปิดคอม เรื่องที่อยู่ในเนตมันก็จบในเนต
เอ๊ะ!! ชักยาว กรูบ่นเหรี้ยอะไรเนี่ย
ปล.ฝากให้คิด
“รู้มาก คิดน้อย ก็หลงมาก เหมือนรู้เป้าหมาย แต่ไม่รู้วิธีที่จะไปให้ถึง”
“รู้น้อย คิดมาก ก็หลงมาก เพราะไม่รู้เป้าหมาย หาวิธีการเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง”
“รู้มาก คิดมาก บางทีก็กลายเป็นหลง(ตัวเอง)มาก คิดแต่ว่าตัวเองพอแล้ว แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้เริ่มเดินไปสู่เป้าหมายสักที”
“รู้แต่พอดี คิดเท่าที่จำเป็น ไปแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวก็ถึง”
สำหรับผม เลี้ยงสัตว์ ถ้าไม่ตั้งใจเลี้ยงให้ดี เป็นบาปครับ
ถ้าเลี้ยงได้ดี ก็ไม่ได้บุญ มีแต่ขาดทุนกับเท่าทุน
ไม่ทำอะ
มีตัวอย่างด้วย ลืม
“รู้มาก คิดน้อย” ตัวอย่างอยู่ในดราม่าเรื่องนี้แหละ
“รู้น้อย คิดมาก” ท่านธัมไม ใช้เยอะ แห่งวัดนินบมนะจ๊ะ
“รู้มาก คิดมาก” ทรอลตัวโปรดของพวกเรา ท่านเทพทาน ณ วัด
เป็นไงเมิง กรูเปิดมาแบบ แอบๆธรรมะธัมโม สุดท้ายกรูก็แรงส์ 555+
JeZeus wrote:
ผมเรียนสัตวแพทย์อยู่ครับ
การทำให้สัตว์ตายโดยสงบหรือการุณยฆาตสำหรับสัตว์นั้นเยอะเยะครับ
น่าจะมากกว่าการทำในคนด้วย
ถ้าถามว่าบาปไหมผมก็ว่าบาปนะครั
แต่ถ้าให้มันอยู่ไปก็จะเป็นการทรมานครับ
สัตว์ก็เหมือนคนครับที่กลัวตายเป็น แต่สัตว์ไม่สามารถแสดงออกด้วยวาจาได้
การทำการุณยฆาตนั้นต้องคิดในหลายแง่หลายมุม
ก็ยังคงเป็นการถกเถียงกันอยู่ดีแหละครับ
ยังไงผมคิดว่า ทุกชีวิตเกิดมาก็ต้องมีสิทธิที่จะอยู่ต่อไป ครับ
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
อยาจะฝากถึงท่านผู้ทรงศีลคนนั้นว่า
กรรมบถ ๑๐ < เขียนอย่างนี้นะโว๊ย !!!
อีกอย่าง เวมานิกเปรต ที่คุณผู้ทรงศีลที่ว่านี้อ้างมาเนี่ย ก็นอกเรื่องนอกราวจากคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาซะฉิบ ไม่มีคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเล่มไหนเลยที่บอกว่าเวมานิกเปรตเกิดขึ้นมาจากคนเลี้ยงสัตว์แบบนั้นแบบนี้ ก็ยิ่งนอกเรื่องเข้าไปใหญ่
ที่จริงแล้วเวมานิกเปรต (เปรตมีวิมาน) นั้น ลักษณะอย่างหนึ่งก็คือ จะเสวยสุข ทุกข์ ก้ำกึ่งกัน อาจจะเป็นว่า เสวยทุกข์เป็นเปรตเวลากลางวัน เสวยสุขเป็นเทวดาในเวลากลางคืน หรืออาจจะเป็นเปรตเสวยทุกข์ ๗ วัน , เสวยสุขแบบเทวดาอีก ๗ วัน
ที่ว่าออกจากวิมานไม่ได้เพราะมีกงจักรหมุนอยู่เนี่ย.. จะบ้าเร๊อ !!
ตอนอยู่ในวิมานน่ะเสวยสุขอยู่ ทุกขเวทนาไม่มีนะครับ (โว๊ย) แล้วจะมีกงจักรที่ไหนมาคอยบั่นหัวเล่า
ตกลงไอ้หมอนี่มันรู้อะไรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาจริงๆเหรอวะเนี่ย
ป.ล. ผมเองก็ไม่ได้ถือกรรมบถทั้ง ๑๐ข้อ แต่ผมรักษาศีล ๘ ทุกวันอุโบสถ(วันพระขึ้น๑๕ค่ำ ) ว่ะ..
ผมขอถามนายแพทย์พิชิต ขจัดพาลชน ว่าคุณรักและเมตตาต่อสัตว์ไหม
แน่นอนว่านายแพทย์พิชิต ขจัดพาลชน ย่อมต้องตอบว่ารักและเมตตาต่อสัตว์
แต่ในขณะเดียวกันนายแพทย์พิชิต ขจัดพาลชน ก็ยังเลือกที่จะทานเนื้อสัตว์ด้วยเหตุผลเพื่อให้ได้รับโปรตีนบางชนิดที่ไม่มีในพืชตระกูลถั่ว
ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนทางอ้อมในการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหาร
คนที่ทำหมันสัตว์ก็เช่นเดียวกัน
รักและเมตตาต่อสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันเค้าก็เลือกที่จะทำให้สัตว์เจ็บปวดจากการทำหมันด้วยเหตุผลเพื่อควบคุมจำนวนประชากรของสัตว์ในแหล่งที่อยู่อาศัยไม่ให้มีมากจนเกินไป
อ่านแล้วเอา 2 กรณี มาเปรียบเทียบกัน ต่างก็มีเหตุผลที่ดีด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าคิดในแง่ของพุทธศาสนามันก็คือการเบียดเบียนสัตว์ทั้งคู่
จขกท บอกว่าอย่าเบียดเบียนสัตว์ด้วยการทำหมัน แต่ในขณะเดียวกันเค้ากลับยังเบียดเบียนสัตว์ด้วยการทานเนื้อพวกมัน
แล้วทำไมการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารจึงสามารถทำได้ แต่การทำหมันสัตว์เพื่อควบคุมจำนวนประชากรถึงไม่ควรทำ?
ใครเป็นฝ่ายรณรงค์ไม่ให้ทำหมันสัตว์ ช่วยตอบที
ป.ล. ที่อยากสื่อมีแค่นี้ล่ะ ไม่ขอพิมพ์อะไรอีกล่ะ จบหมดสิ้น
ป.ล.2 บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
JeZeus wrote:
ใจเย็นๆ ท่าน เอาเป็นว่าทำอะไรมันก็บาปเกือบหมดแหละ เพชรฆาตก็บาป ฆ่าไก่มาประกอบอาหารก็บาป
.
พระธรรมไม่ได้มีไว้ให้ปอดแหกจนไม่ได้ต้องทำห่าอะไร พระธรรมสอนให้ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
บาปบางอย่างก็ต้องทำเพื่อดำรงค์ชีวิต แต่ก็ต้องทำอย่างรู้คุณค่าที่สุด
พระธรรมไม่เคยบอกว่า จงกลัวต่อบาป จงอย่าทำอะไรและไม่ต้องหาแดก
.
มันจึงมีธรรมข้อนึงที่บอกว่า จงประกอบ สัมมาอาชีวะ คือเลี้ยงชีพโดยสุจริต
เหยียบมด เหยียบแมง ก็บาป แต่พระพุทธองค์ก็ยังต้องเดินบิณฑบาตรเหมือนกัน
เดินไปก็แผ่เมตตาจิตไป(อันนี้ฟังจากที่เล่าๆ กันมา ไม่เคยเห็นของจริงเหมือนกันว่ะ)
.
อย่าเพิ่งอคติไปท่าน ถ้าสนใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ ก็ให้นึกถึงระบบศาลยุติธรรมก็ได้
ตำรวจยิงคนร้ายตายก็ยังต้องโดนสอบสวน เปรียบว่ามีบาปติดตัวว่างั้นเหอะ
แต่บาปอันนี้ก็ต้องดูเจตนา แล้วก็พิจารณาโทษอีกที ไม่ใช่ว่าโทษจะเท่ากับผู้ร้ายปล้นเงิน
จึงต้องบอกว่ามันอยู่ที่เจตนา
.
ก็อย่างที่ท่านว่า หากอยากไร้บาปก็ต้องไปบวช เพราะสมณเพศนั้นจะต้องลดการเบียดเบียนลง
จนแทบจะไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เลย
.
ผมเองเคยลองดีกับครูตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว
ผมถามว่าหญ้าเป็นสิ่งมีชีวิต ภารโรงตัดหญ้าทั้งสนามไม่บาปตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดหรือ
คำตอบก็คือ อยากลองดีกับครูเหรอ(จริงๆ แล้วผมว่ามันตอบไม่ได้น่ะแหละ)
.
ส่วนสมณเพศที่ตั้งใจบวชและภาคเพียรนั้นคงไม่ได้เป็นแบบที่ท่านว่า
จริงอยู่ว่าไม่ต้องทำมาหากิน แต่ถ้าท่านเคยบวชท่านจะรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่ท่านคิดหรอก
.
เรื่องนี้คงพูดกันยาก เอาเป็นว่าของพวกนี้ถ้าอยากเข้าใจต้องศึกษา อยากรู้ว่าเป็นไงก็บวชสักเจ็ดวันก็ได้
ไม่ใช่รู้แค่ผิวๆ แล้วก็วิจารณ์อย่างคะนองปาก
.
ไปศึกษาก่อนแล้วเอามาถกกันนะท่าน อย่าคิดว่าที่ตัวเองรู้มันคือที่สุดแล้ว
ก็เลยกล้าวิจารณ์ว่ากะลานี้มันกว้างใหญ่
.
มีแต่คนโง่นั่นแหละที่คิดว่าตัวเองฉลาด เข้าใจนะท่าน
อิท่านนี้ต้องเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์อิปวยปวยแน่ๆ
เอ่อ….. ผู้ทรงศีลท่านนี้โกนหัวเองหรือเกรียนโดยธรรมชาติครับ?
ข้อนี้ผมขอตอบให้อย่างนี้ครับ สำหรับ หญ้า นั้นเป็นพืช แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์จะถือว่ามีชีวิต แต่ก็มีชีวิตในลักษณะที่เป็นธาตุแบบหนึ่ง ไม่มี เวทนา ,สัญญา, สังขาร ,วิญญาณ ที่จะทำให้เกิดกิเลส กรรม วิบาก อะไรขึ้นมาได้ ดังนั้น การตัดหญ้าหรือพืชบางชนิดนั้น ตามหลักทางพระพุทธศาสนา ไม่ได้มีบาปกรรมอย่างการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตครับ
.
แต่ถ้าเป็นความเชื่อของศาสนาเชน (ศาสนาจำพวกทรมานร่างกายตนเอง เดี๋ยวนี้มีอยู่ในอินเดีย) เขาถือว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีชีวิต (เขาเรียกว่า ชีวะ)หมด แม้แต่ในอากาศก็มีสัตว์ ในต้นไม้ใบหญ้าก็มีวิญญาณ เลยไม่ทำอะไรเลย จะสูดอากาศก็กลัวสัตว์ตาย ต้องเอาผ้าขาวปิดจมูกไว้ จะเดินไปไหนก็ต้องเอาไม้กวาดชนิดหนึ่งติดไปด้วย คอยปัดทางข้างหน้าเพื่อไม่ให้สัตว์ที่อยู่ตามทางเดินต้องโดนเหยียบตาย แม้แต่ผ้าก็ไม่นุ่ง เพราะถือว่าต้องสละหมดทุกอย่าง เดินโทงๆไปตามท้องถนน แถมคนศรัทธาเสียด้วย ถือว่าพวกนี้หมดกิเลสแล้ว จู๋ไม่โด่แล้ว สาวิกา(ลูกศิษย์ผู้หญิง) บางคนศรัทธาขนาดกราบที่จู๋ของท่านนักบวชเชนเหล่านี้ ถือว่าได้บุญแรงกันเลยทีเดียว
พระเจ้าสิธถะทรงเคยพูดที่ไหนกัน บอกว่ามนุษย์ต่างดาวจะไปกำหนดสิทธิคนโดยตัดไข่ เรียนพระพุทธศาสนาเกรด0 ตั้งแต่ป.1ถึงม.6แน่ๆ
แต่ตูรู้สึกระยะหลัง ปวยปวยตัวจริงแทบไม่โผล่หัวในดราม่าหรือพันทิพเลย ปวยปวยสร้างอวตารไปป่วนรึเปล่าเนี่ย FBของปวยปวยก็ไม่ยอมอัพเดตเรื่องใหม่ๆจากดราม่าเลย
จับนักทุศีลท่านนี้ทำหมัน ไม่ให้มันมีทายาทในรูปแบบนี้อีกต่อไป
กุว่ากุศลแรงกล้า ไปยันชาติหน้าและชาติต่อไป
ผมเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงหลายตัวนั้นเต็มใจที่ถูกเลี้ยงครับโดยเฉพาะหมามันสามารถยอมสละชีวิตของมันเพื่อเจ้าของ เอาที่เห็นได้ชัดก็เรื่องจริงของฮาจิโกะ
-เรื่องจริงของเจ้าฮาจิโกะสุนัขญี่ปุ่นที่หน้าสถานีชิบุย่าในยุ่นปี่ที่มันรอเจ้านายที่เดินเล่นกับมันเป็นประจำกลับบ้าน โดยมันจะมาที่ชิบุย่าเองในตอนเย็นของวันธรรมดาทุกวันเป็นกิจวรรต แต่เจ้านายกลับหัวใจวายฉับพลันตายไปโดยไม่บอกกล่าว แต่ว่ามันก็รอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟชิบุย่าเป็นเวลา10จนตายตามเจ้านายมันไป จนมันได้กลายเป็นตัวแทนแห่งการรักษาคำสัญญาหรือการนัดหมาย โดยปัจจุบัน รูปปั้นของฮาจิกลายเป็ยจุดนัดหมายของคนญี่ปุ่นในย่านนั้นแล้ว เต็มจิ้ม http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=2073
ผมว่ายังมีอย่างเรื่องอื่นที่สัตว์เลี้ยงยอมแลกชีวิตตัวเองเพื่อเจ้านายที่มันรัก หรือ ยอมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงต่อไป
ในความคิดผมผมว่าการเลี้ยงสัตว์นั้นบาปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงว่าจะให้ความรักและยอมรับในฐานะสมาชิกครอบครัวมากน้อยแค่ไหน
chohokun wrote:
อ่าครับ ขอบคุณมากครับ หลังจากที่ไม่มีคุณครูท่านใดยอมตอบผม(หรือตอบไม่ได้) ผมก็เลยไปศึกษาเอาเอง
ก็ได้คำตอบแบบท่านนี่แหละ
แต่ยิ่งศึกษาพุทธศาสนา ผมก็ยิ่งเจอวิทยาศาสตร์ข้างในคำสอนเต็มไปหมด
ไม่น่าล่ะ ไอน์ไสตน์ถึงเคยพูดว่า ถ้าจะนับถือศาสนาสักศาสนา ก็คงเป็นพุทธ
ตอนแรกกรูนึกว่าไอ้กอบบาปนะเนี่ย จะดราม่าบ่อยเกินไปละ = =
กรี๊ดดด
ดราม่านี้ อิชั้นเข้าแล้วร้อนว่ะค่ะ
พอดีพาน้องหมาไปทำหมันแล้วหลายตัว
หลังจากที่ผมเข้าไปตอบไว้ในกระทู้นี้ ในความเห็นที่ 99
ปรากฏว่าไอ้คุณ anantashin มันลบข้อความในหัวกระทู้ออกแล้วหนีไปแล้วว่ะครับ
พอเจอหลักการแท้ๆเข้าก็ชิ่งหนี กล้าหาญชิบเป๋ง
เอาเว้ย – - ไปๆมาๆ ด่ากันเอง ด่ากันไปด่ากันมา – - ชักลาม ไปถึงจ่าซะแล้ว
ตกลง ประเทศเทยเนี่ย ศาสนามันควรจะมีจริงๆเหรอวะ?
เลี้ยงนู่นก็บาป เลี้ยงนี่ก็บาป
แถมทำให้คนคลั่งศาสนาอีกตะหาก
ดีไม่ดี เอาหลักศาสนาในบางข้อ มาจุดประเด็นให้ตีกันตาย
ชักสิ้นหวังซะแล้วสิ อ๊า~
ปล.ผู้ทรงศีลจริงๆ เค้าไม่มานั่งเล่นเน็็ตหรอก วู้~
ผู้ทรงศีลจริงๆ เค้านั่งสมาธิทั้งวัน ตะหาก~
ใช่ครับไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอกไอ้ผู้ทรงศีลเนี่ย แถวบ้านผมมีลูกหมาเดินเพ่นพ่านอยู่ 5-6 ตัวก็เพราะจับแม่มันไปทำหมันไม่ได้เนี่ยแหละ แล้วก็ไม่มีคนเอาไปเลี้ยง ข้าวปลาก็ไม่มีกิน น่าสมเพชเวทนาเป็นที่สุดอ่านะ
ถ้าว่าตามกฏแห่งกรรมที่เขียนไว้นะครับ ก็เป็นตามแบบที่จขกท. ที่พันทิปบอกละนะครับ ซึ่งเรื่องถูกผิดของความเห็นนี้อ้างได้ด้วยตำราว่าถูก
แล้วผมก็คิดว่าตัวเขาก็คงยังไม่ได้บรรลุโสดาบันอะไร ที่จะตัดโลภ โกรธ หลงออกไปได้ละนะครับ แถมยังมีความต้องการเอาชนะอยู่ก็เลยเถียงกลับแบบแรงๆ
แต่เรื่องที่คนรักสัตว์หลายๆ คนเอามาอ้าง เช่นเรื่องที่ดูแล สงสาร จริงๆ ถ้าดูแลดีๆ ก็ได้บุญได้ แถมผลของบุญจะช่วยให้เวลาเราลำบาก จะมีคนมองเห็นมาช่วยเหลือได้ด้วย (แต่ถ้าผลกรรมที่ทำให้ลำบากยังมีก็ยังคงลำบากได้อยู่นะ) เรียกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกรรมครับ
แต่ผมก็ไม่รู้นะครับ ว่าการโพสต์ต่อว่ากันทางเน็ตเนี่ย จะส่งผลไปเหมือนกับวจีกรรมได้รึป่าว
เรื่องของกฏแห่งกรรมจริงๆ มีน่าศึกษาเยอะครับ
อย่างการเป็นเทวดาสลับกับเปรต เรียกง่ายๆ ครับ กรรมดีส่งผล และกรรมชั่วส่งผลไปพร้อมๆ กัน อยากเข้าใจกว่านี้ลองศึกษาดูครับ
หัวใจของศาสนาพุทธนะครับ ง่ายๆ ครับ ทำดี ละเว้นชั่ว ทำใจให้บริสุทธ์
อย่างจขกท. คนนี้ สอนให้คนอื่นทำดี แต่พอคนไม่ทำตาม จิตก็กลับขุ่นมัว ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง
เรื่องใครจะเข้าใจไม่เข้าใจในธรรม มีตัวอย่างในพุทธประวัติ พุทธชาดกมากมาย ที่เรื่องบุญกับกรรมเกี่ยวข้อง จะไปบังคับให้เขาเข้าใจคงไม่ได้
อย่างพระองคุลีมาล ถ้าท่านฆ่าแม่ของท่านสำเร็จท่านจะไม่สามารถเข้าใจธรรมจนบรรลุอะไรได้เลย และก่อนที่ท่านจะบรรลุก็ได้ฆ่าคนมากมาย จนทำให้หลังจากบวชท่านก็ต้องเจ็บตัวมากมาย เรียกว่าเป็นพระอรหันต์ก็ยังหนีกรรมไม่พ้น จริงๆ
หรือกษัตริย์ที่เผลอเชื่อพระเทวทัตจนฆ่าพ่อตัวเองเพื่อชิงราชบัลลังค์ แม้ตอนหลังจะกลับใจได้ แต่กรรมที่ฆ่าพ่อก็ทำให้ไม่สามารถฟังธรรมเข้าใจได้
คนแต่ละคน จะมีโอกาสเข้าใจได้แค่ไหน ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมแต่ละคนละครับ ผมเองก็แค่รู้ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งมากมาย มีหลายอย่างที่ต้องศึกษาอีก
แล้วสังคมสมัยนี้เวลารายการสอนธรรมะ ต้องขึ้นใช้วิจารณญานในการรับชม ทีละครพระเอกจะปล้ำนางเอกไม่เห็นมีขึ้นต้องใช้วิจารณญานในการรับชมเลย
กลับมาที่เคสเลี้ยงสัตว์หน่อย
การกักขังในพื้นที่จำกัดเป็นบาป เราก็ทำง่ายๆ อย่างหมาแมวนี่ ก็เรียกไว้แบบให้มันวิ่งไปไหนมาไหนได้ ไม่ได้อยู่แต่ในกรง
แต่สำหรับนกหรือปลา อันนี้ก็คงยากหน่อยนะครับ ถ้าจะหาแหล่งน้ำแบบอิสระก็คงเป็นไปไม่ได้
เรื่องการทำหมัน นี่ผมก็เข้าใจเหตุผลที่ทำนะ แล้วก็ยังไม่มีวิธีดีๆ ที่ทำแล้วไม่บาปด้วยก็ขอไม่แสดงความเห็นละกัน
สัตว์เลี้ยงทั้งหลายมันก็หมดความสามารถในการดูแลตัวเองตั้งแต่มนุษย์นำมันมาฝึกให้เชื่องตั้งแต่อดีตแล้วหละครับ ถ้ามันเป็นบาปจริงๆ บรรพชนเราของๆเราก็คงติดบาปหนักกันถ้วนหน้า
wolf wrote:
ขอเข้ามาเห็นด้วยกับความเห็นนี้ล่ะกันนะครับ จะได้ไม่ต้องพิมพ์ยาว ^ ^
ขอยืนยันในฐานะปุถุชนธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้ทรงศีล
ไม่ได้ดวงตาเห็นธรรมอะไร แต่ก็พอศึกษาธรรมะอยู่บ้าง
ก็เลยพอทราบว่ามีการสอนไว้จริงๆ * การเลี้ยงสัตว์อย่างดีแต่กักขังมัน
ก็ได้ทั้งบุญที่ดูแลมันดีแต่ก็ได้ทั้งบาปที่ไปกักขังมัน
หรือในทางกลับกัน การปล่อยให้มันเป็นอิสระ แต่ปล่อยให้มันอดๆอยากๆ
ก็ได้ทั้งบุญและบาปเหมือนกันในคนละแง่ การทำหมันสัตว์ก็เช่นเดียวกัน *
ถึงเป้าหมายของศาสนาพุทธจะสอนให้คนบรรลุนิพพานจริงๆ
แต่การทำบุญอื่นๆก็เป็นการสร้างทางสู่พระนิพพานนะครับ
ไม่ใช่ว่าไม่ใช่แก่นเลยสักทีเดียว
แค่พูดจาแดกดันก็ถือว่าศีลข้อ 3 ไม่บริสุทธิ์แล้ว
โธ่ถังงง
โดยส่วนตัวไม่ค่อยเชื่อเรื่อง สวรรค์ นรก ชาติหน้า ชาตินู้นสักเท่าไหร่อ่ะ เพราะถ้านรกมีจริงคงจะล้นแล้วหล่ะ แม่งทำบาปกันทั้งโลก ไอ้พวกที่รวมๆกันอยู่ในนรกคงรวมตัวสร้างกองกำลังปฏิวัตินรกกันนานแล้วหล่ะ เอาเป็นว่า ถ้าไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็น่าจะโอเคแล้ว สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ นะฮ้าฟฟฟ
ก็จะมาเป็นลูกคุณเอง เพราะฉนั้น ใครอยากมาลูกเยอะๆ
ก็พาหมาไปทำหมันเยอะๆ
ทำหมันหมา ไม่ได้ฆ่าหมา และมันจะได้ไม่ไปฟันตัวเมียจนท้องป่องแล้วทิ้ง จะได้ไม่มีบาปติดตัวหมา จะได้ไม่เกิดเป็นหมาอีก
มันจะได้หลุดพ้นจากการเป็นหมาสักที ทำไมท่านผู้ทรงศีล ไม่คิดแบบนี้
มันมาแนวไหนของมันวะ
ปวยปวยมาอีกแระ คราวนี้วิปริตกว่าเดิมอีก
ภาพสุดท้ายมันมุกหรือทำจริงวะคัฟ
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมก็ถูกแล้ว
พวกหมาแมวที่ผิดศีลข้อสามไว้ในชาติก่อนไง พวกมันเลยเกิดมาอยู่กับเจ้าของที่คิดว่าทำหมันหมาเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง
เหมือนวัวควายที่ถูกตอนนั้นแหละ พวกนั้นก็ผิดศีลข้อสามไว้
ส่วนเรื่องที่ว่า ใครตอนสัตว์แล้วจะเป็นหมัน ไม่เคยได้ยินคำยืนยันนะ อาจจะมีส่วนในชาติใดชาติหนึ่งก็ได้ กรรมแสดงผลเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาสรุปเอาเลยไม่ได้หรอก
เวมานิกเปรตนี่ก็เหมือนกัน เปรตส่วนใหญ่จะเกิดจากความโลภ
เดรัจฉานเกิดจากความหลง
สัตว์นรกเกิดจากความโกรธ
เวมานิกเปรต เกิดจากบุญผสมบาป คือ ทำบุญที่มีบาปผสมถึงจะได้เป็น เลี้ยงสัตว์ก็อาจจะมีส่วน แต่ไม่น่าจะร้ายแรงขนาดนั้น
คนที่จะบอกได้ว่าใครทำอะไรแล้วทำให้เกิดมาเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ก็ต้องพระพุทธเจ้านั้นแหละ
ถึงจะมีบุญบารมีมองเห็นกรรมของสัตว์ได้
อืม… แต่คิดดูนะ พวกหมาป่า หมาจิ้งจอกที่อยู่ตามป่าธรรมชาติอ่ะ ทำไมมันแพร่พันธุ์ได้ไม่เยอะเท่าหมาจรจัดหว่า
ทั้งๆ ที่มันไม่ถูกทำหมัน ไม่ถูกกักขัง… อิอิ
MymYuu wrote:
แนวคิดน่าสนใจ แต่มันก็เหมือนเดิมอ่ะครับ
มันเป็นเวรเป็นกรรม
มีคนเลี้ยงมัน ก็เป็นเวรเป็นกรรม
มันเกิดเป็นสัตว์ก็เป็นเวรเป็นกรรม
เรื่องพวกนี้มันละเอียดอ่อน
บางทีคนๆ นั้นอาจจะรักหมามากมาก เป็นคนเลี้ยงสัตว์ พอจะตายไปคิดถึงหมาเลยเกิดเป็นหมาเสียฉิบ … แบบนี้
หรือว่าอาจจะมีทั้งบาปทั้งบุญ ตายไปเป็นหมาเพราะบาป แต่ยังมีบุญอยู่ เลยส่งคนเลี้ยงไว้ให้ชีวิตมันสุขสบาย
เออแล้วไอเรื่องตัดไข่แล้วบาป ?? เอาพุทธศาสนามาเถียง ได้ครับ
ผมบอกว่าได้บุญเลยเอ้า เพราะว่าความคิดกามเป็นกิเลศตัญหา ซึ่งมันไม่ดี
เราไปตัดไข่หมา ก็คือ ตัดความคิดกิเลศของหมา (สมมุติว่าหมามี)
แถม ช่วยยืดอายุหมาอีก เอ้า ได้บุญมั้ย
ศึกษา พระธรรม แล้วไตร่ตรองด้วย สาธุ
…
เรื่องพวกนี้ ไม่ต้องเชื่อก็ได้นะครับ มันเป็นเรื่องอะไรที่ มนุษย์เข้าไม่ถึง และ พิสูจน์ ไม่ได้
คิดว่าใช่มันก็ใช่นะ คิดว่าไม่ใช่มันก็ไม่ใช่นะ ไตร่ตรองเอาแล้วกัน
ส่วนตัวเฉยๆกับเรื่องทำหมันครับ เพราะที่บ้านใกล้กับวัดและก็ติดถนนทำให้มักจะมีพวกหมาหลงเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นประจำ(มีตัวนึงหลงมาตั้งแต่เมื่อเกือบสิบปีก่อนและยังอยู่ที่บ้านจนทุกวันนี้ครับ) บางทีก็เลยต้องจับทำหมันบ้างเพราะมีอยู่ครั้งนึงที่บ้านมีหมารวมกันแล้วแปดตัวเห็นจะได้ครับ
เลยจำเป็นต้องทำหมันหมาบ้าง ไม่งั้นออกลูกออกหลานกันกระจาย
ผมว่าเรื่องการเลี้ยงสัตว์เนี่ยมันเป็นความสุขของทั้งสัตว์เลี้ยงทั้งเจ้าของนะครับ คือพูดด้วยความเห็นส่วนตัวครับ บ้านผมไม่เคยไปซื้อหมาแมวจากเพ็ทช็อปอะไรพวกนี้มาเลี้ยงหรอกนะครับ ส่วนมากจะหลงมาแล้วก็มาอยู่ถาวรเลย หมาที่หลงมาก็มาอยู่ที่บ้านผม(สี่ตัว) ตอนนี้แมวที่หลงมาตอนน้ำท่วมก็มาลงหลักปักฐานที่บ้านอีกสามตัว และคุณแม่แมวที่น่ารักก็ออกลูกเพิ่มอีกห้าตัว
บ้านผมก็ซื้ออาหารแมวมาให้แล้วก็คอยเล่นด้วยอยู่เป็นประจำครับ เรื่องสัตว์เลี้ยงเนี่ยผมว่ามันก็ทำให้เรามีความสุขและพวกสัตว์เลี้ยงเองก็มีความสุขเหมือนกันนะครับ
ป.ล. ผมพิมพ์อะไรไปผมก็งงๆเหมือนกันว่ะครับ
บัตรผ่านเมพ ๆ wrote:
อย่าเหมารวมครับ
เพื่อนคุณ กาก เองเปล่าครับ
คุณผู้ทรงศีลนั่นคงไม่เคยเลี้ยงหมาแมว
เราว่าทำหมันน่ะบาป เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง
ที่แน่ๆเลยคือ ควรเลี้ยงแมวหมาเพศเดียว
และการทำหมัน ตัวผู้จะดีกว่าทำหมันตัวเมีย
หมาข้างถนนแถวบ้าน ออกลูกทีเป็นสิบ ไม่กี่วันโดนรถทับตายหมด
เวรกรรม เวรกรรม