
เรื่องมันมีอยู่ว่าจากดราม่าก่อนที่มีคนในพันทิปออกมาตั้งกระทู้ประณามการจัดคอนเสิร์ทที่โบนันซ่าเขาใหญ่
ว่าพวกมึงจัดคอนเสิร์ทที่นั่นได้อย่างไร ไม่รุ้รึไงวะว่ามันไปรบกวนสิงสาราสัตว์ในป่าสงวน!!
ฝ่ายที่สนับสนุนการจัดงานคอนเสิร์ทก็ออกมาแย้งว่าถึงมันจะใช้ชื่อว่าโบนันซ่าเขาใหญ่
แต่มันไม่ใช่ป่่า!! และตั้งห่างจากตัวพื้นที่ป่าของเขาใหญ่กว่าสิบกิโลแล้วสัตว์มันจะไปได้ยินเสียงได้ไงวะ!?
ฝ่ายที่คัดค้านก็บอกว่าพวกมึงมันไม่รู้อะไร สัตว์ป่ามันหูได้ยินดีกว่าคนตั้งไม่รู้กี่เท่า ไกลเป็นสิบกิโลมันก็ยังได้ยินเว้ย!!
แล้วทั้งสองฝ่ายก็เถียงกันไปเถียงกันมาไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีอมยิ้มคนนึงชื่อ “กึ่งลิงกึ่งห่าน”
มารับอาสาว่าตูนี่แหละที่จะไปพิสูจน์เองว่าเสียงจากโบนันซ่ามันรบกวนสัตว์ป่าหรือไม่!?
หลังจากงานคอนเสิร์ทจบลง นายกึ่งลิงกึ่งห่านก็เอาคลิปที่บันทึกการวัดเสียงจากพื้นที่ป่าเขาใหญ่
ในขณะเดียวกับที่มีการจัดงานคอนเสิร์ทที่โบนันซ่ามาพิสูจน์ให้ชาวเหลิมกรุงดูกันจะๆว่ามันจะไปรบกวนสัตว์ป่าหรือไม่!?


ส่วนข้างล่างนี่เป็นคลิปประกอบการทดลองของนายกึ่งลิงกึ่งห่าน
http://www.youtube.com/watch?v=wkC0frGGnPY
http://www.youtube.com/watch?v=8bYeQZeI0wU
http://www.youtube.com/watch?v=RrTlD76rR8k
http://www.youtube.com/watch?v=yvjOz9w4Mco
ถ้าดูคลิปก็น่าจะได้ข้อสรุปว่าเสียงจากโบนันซ่าเขาใหญ่
ไม่น่าจะเดินทางไปถึงพื้นที่ป่าของเขาใหญ่ดังนั้นคงไม่รบกวนสัตว์ป่าในนั้นหรอกมั้ง
ชาวเหลิมกรุงเห็นนายกึ่งลิงกึ่งห่านเอาจริงเอาจังถึงขั้นถ่อไปทดสอบด้วยตัวเองที่เขาใหญ่
ก็ถึงกับร้องเหยดดดด้วยความทึ่ง

อมยิ้มชื่อ “Monkeygig” ก็บอกนายกึ่งลิงกึ่งห่านว่าตูก็ชื่นชมในความตั้งใจของเอ็งนะเออ
แต่จากคลิปที่เห็นเอ็งเอาเครื่องวัดเสียงไปวัดในป่าใช่มะ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถสรุปได้
ว่าเสียงจากโบนันซ่าไปรบกวนสัตว์ป่าในเขาใหญ่หรือไม่!!! เพราะเอ็งไม่ได้ไปทดลองกับสัตว์ป่า
คงได้แต่สรุปว่าเสียงจากโบนันซ่าไม่มีผลกะคนที่อยู่แถวเขาใหญ่ก็เท่านั้นเอง!!!
แล้วนาย monkeygig ก็ถามนายกึ่งลิงกึ่งห่านว่าไอ้ขยะสดจำนวนมากที่เห็นในคลิปน่ะ
ทางผู้จัดงานเขาเอาไปทิ้งแถวไหนฟะ?

นายกึ่งลิงกึ่งห่านก็ตอบว่ากรูจะไปรู้เร้ออออ กรูไม่ใช่ทีมงานที่จัดงานคอนเสิร์ทนะเฟ้ยจะได้รู้ไปทุกเรื่อง
ถ้าอยากรู้เรื่องการกำจัดขยะก็ไปถามทีมงานเขาเองสิฟะ

นาย monkeygig ก็บอกนาย กึ่งลิงกึ่งห่าน ว่าหูคนกะหูสัตว์มันรับเสียงได้ไม่เท่ากันนะเออ
ดังนั้นการทดลองของนายกึ่งยิงกึ่งห่านเนี่ย กรูให้คะแนนเต็มเรื่องความตั้งใจเต็ม
แต่เรื่องผลการทดลองคงต้องให้ตกฟ่ะ เพราะมันไม่สามารถตอบโจทย์ที่เราถกกันในตอนแรก
ว่าสัตว์ป่าในเขาใหญ่จะได้รับอิทธิพลจากเสียงดนตรีที่โบนันซ่าหรือไม่!?

นายกึ่งลิงกึ่งห่านก็เถียงกลับว่าแล้วเมิงจะให้กรูทำยังไงล่ะฟะ กรูทำการทดลองคนเดียวมันก็มีปัญญาอยู่แค่นี้นี่แหละ!!
แล้วพวกเอ็งที่ไม่อยากให้จัดคอนเสิร์ทที่โบนันซ่าเขาใหญ่อ่ะทำไมถึงไม่ลงไม้ลงมือไปทำการทดสอบกันมั่ง!!
ต่อให้พวกเอ็งไม่ไปทดลองเอง แต่ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เขาไปทำการทดลองให้แทนก็ได้นี่หว่า!!

นาย monkeygig ก็ตอบนายกึ่งลิงกึ่งห่านว่าจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเอ็งเลยที่จะไปทำการทดลองเหมือนกัน
เพราะรูปแบบการทดลองของเอ็งเนี่ยมันก็ตอบโจทย์ที่เราถกกันไม่ได้ สรุปว่ามันผิดมาตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบการทดลองแล้วเฟ้ย!!
แล้วถ้าเกิดมีคนเอาคลิปที่นายกึ่งลิงกึ่งห่านไปอ้างอิงว่าดูสิๆนี่ไงมีคนไปทดสอบมาแล้วว่าเสียงมันไม่มีผลกะสัตว์ป่าในเขาใหญ่
เราไปหลั่ลล้ากันที่โบนันซ่ากันเถอะนะ แล้วแบบนี้จะรับผิดชอบยังไง ในเมื่อการวิจัยที่นายกึ่งลิงกึ่งห่านทำมันไม่รัดกุมพอ
แล้วนายmonkeygig ก็แนะนำว่าถ้าทำการทดลองมันยากนัก ลองไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อุทยานหรือชาวบ้านแถวนั้นดูก็ได้
ว่าคอนเสิร์ทที่โบนันซ่ามันมีผลอะไรกับสัตว์ป่าในเขาใหญ่หรือไม่?

นายกึ่งลิงกึ่งห่านก็ตอบว่าใช่เซ้!!มันไม่ใช่กงการอะไรของตูเลยที่จะต้องไปทำการทดลองให้เมื่อยตุ้ม
แต่เป็นเพราะพวกเอ็งมันเอาแต่ด่าว่าคอนเสิร์ทมันแย่ คอนเสิร์ทมันเลวมันรบกวนสัตว์ป่า
แต่กลับไม่มีใครทำห่าอะไรเลย จนตูต้องตัดสินใจไปทดลองมาให้พวกเอ็งดูยังไงล่ะฟะ!!
ไอ้ที่นายmonkeygig เสนอมามันก็น่าสนอยู่ที่ว่าให้ไปสัมภาษณ์คนในพื้นที่แต่ถามหน่อยเด่ะว่ามีใครขันอาสาจะทำมั้ย?
ขนาดไอ้พวกที่คัดค้านการจัดงานคอนเสิร์ทมันยังไม่สนใจจะลงไปทำเลย!! อย่างน้อยต่อให้การทดลองของตูมันยังไม่รัดกุมพอ
แต่มันก็ยังดีกว่าให้พวกเอ็งเข้าใจกันมั่วๆว่างานคอนเสิร์ทมันจัดกันเย้วๆกลางป่าเขานะเฟ้ย!!

จากนั้นชาวเหลิมกรุงก็แสดงความเห็นกัน บ้างก็เห็นด้วยกับนาย monkeygig
บอกว่าการทดลองของนายกึ่งลิงกึ่งห่านมันเปล่าประโยชน์ว่ะ เพราะมันไม่สามารถตอบคำถามห่าอะไรได้เลย

บางคนก็เห็นใจนายกึ่งลิงกึ่งห่าน อย่างเช่นนาย “สุดโหดโคตรโรแมนติค” บอกว่าตูเพลียแทนนายกึ่งลิงกึ่งห่านจริงๆว่ะ
ตอนแรกแค่มีคนเปิดประเด็นเรื่องเสียงมันไปรบกวนสัตว์ป่า นายกึ่งลิงกึ่งห่านก็ไปทดสอบมาให้
พอประเด็นนี้ตกไป ไอ้พวกที่คัดค้านมันก็ลามไปประเด็นอื่นมั่วซั่วไปหมด อย่างเรื่องการเก็บขยะมั่งล่ะ
ผลกระทบต่อคนในชุมชนใกล้พื้นที่อุทยานมั่งล่ะ ซึ่งมันออกทะเลจากประเด็นเสียงดนตรีรบกวนสัตว์ป่ามาไกลลิบเลยเดียว
เอาเป็นว่าถ้าใครไม่พอใจ ไม่อยากให้จัดงานคอนเสิร์ทที่โบนันซ่าเขาใหญ่ พวกเอ็งก็ไปทำพิสูจน์กันเอาเองเถอะว่ะ
ว่ามันมีผลกระทบกับสัตว์ป่าที่เขาใหญ่หรือไม่ ไม่ใช่มาแหกปากถามหาจิตสำนึกจากผู้จัดงานแล้วไล่ให้เขาไปวิจัยมาให้พวกเอ็งดู

อมยิ้มชื่อ mayny ก็เถียงกลับว่าแปลว่ามึงจะให้พวกกรูที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดคอนเสิร์ทที่เขาใหญ่
ไปทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่ามันมีผลกระทบกับสัตว์ป่าที่เขาใหญ่มั้ยกันเอาเอง
โดยปล่อยให้ไอ้พวกผู้จัดงานคอนเสิร์ทมันนั่งลอยชายถอกกะดอไปวันๆงั้นเหรอวะ!?

นายสุดโหดฯก็ตอบกลับว่าเอ็งลองดูนายกึ่งลิงกึ่งห่านเป็นตัวอย่างเด่ะ
เขาอุตส่าห์ไปทดสอบให้พวกเอ็งกันฟรีๆไม่คิดค่าใช้จ่าย แล้วดูเสียงตอบรับผลการทดลองของเขาสิวะ
คนนู้นก็ติอย่างนู้น คนนั้นก็ติอย่างนี้ สุดท้ายก็บอกว่าผลการทดลองไม่น่าเชื่อถือ
ซึ่งถ้าพวกเอ็งให้ผู้จัดงานคอนเสิร์ทเขาไปทำวิจัยมาให้พวกเอ็ง ผลสุดท้ายก็คงไม่แตกต่างกัน
เพราะพวกเอ็งก็คงไม่เชื่อเขาอยู่ดีถ้าผลการทดลองมันปรากฏเสียงจากงานคอนเสิร์ทไม่มีผลห่าเหวอะไรกับสัตว์ป่าในเขาใหญ่เลย
ดังนั้นให้พวกเอ็งที่คัดค้านการจัดงานคอนเสิร์ทไปทดลองกันเอาเองหรือหาหน่วยงานมาทำการทดลองให้มันก็เหมาะสมแล้วนี่หว่า

จากนั้นชาวเหลิมกรุงก็แสดงความเห็นกันต่อ บางคนก็สั่งสอนนายกึ่งลิงกึ่งห่านว่าเอ็งทำวิจัยภาษาอะไรของเอ็งวะ
วิจัยก็ไม่ได้เรื่อง ผลลัพท์ที่ได้ก็ตอบโจทย์อะไรไม่ได้เลยแต่ดันมาพูดจายังกับว่าเอ็งถูกซะเต็มประดา
โอเค เอ็งอาจจะไปทำการทดลองมาเพื่อตอบสนอง egoของตัวเองถึงมันจะเอาไปใช้อ้างอิงไม่ได้ก็ตาม
แต่กรูให้คะแนนความขยันของเอ็งสิบเต็มสิบละกันนะตัวเธอว์

บ้างก็ปลอบนายกึ่งลิงกึ่งห่านว่าพอเหอะเพ่ ทำไปก็เสียเวลาเปล่าต่อให้ทดลองมารัดกุมแค่ไหน
ไอ้พวกที่มันไม่เห็นด้วย มันก็ดันทุรังไม่เห็นด้วยกับการจัดคอนเสิร์ทที่เขาใหญ่อยู่ดีนั่นล่ะ

อมยิ้มชื่อ BigSom ถึงกับกล่าวหานายกึ่งลิงกึ่งห่านว่าเอ็งมีเอี่ยวอะไรกับผู้จัดงานรึเปล่ายะ?
ร้อยขี้หมากองชั้นพนันว่าเอ็งต้องมีส่วนได้ส่วนเสียกับไอ้พวกที่จัดงานคอนเสิร์ทชัวร์ๆ
เพราะชั้นเห็นเอ็งออกมาเถียงแทนพวกมันหลายรอบแล้วนะยะ!! ถ้าเอ็งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจะต้องเปลืองตัวทำไมมากมายขนาดนี้!!
แล้วไอ้งานคอนเสิร์ทส้นตีนเนี่ยเลิกๆไปซะเถอะค่ะ ถ้าปล่อยให้พวกมันจัดงานคอนเสิร์ทไปเรื่อยๆทุกปีๆ
ในที่สุดความเจริญก็จะรุกพื้นที่ป่า จนไม่เหลือป่าอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทยอีกต่อไปนะคะ!!!

นายสุดโหดโคตรโรแมนติคก็เย้ยหยัน BigSom ว่ามึงพูดอะไรของมึงวะเนี่ย
กะอีแค่นายกึ่งลิงกึ่งห่านเขาไม่ต่อต้านการจัดงานคอนเสิร์ท มึงถึงกับหาว่าเขามีเอี่ยวกันเลยเหรอะ!?
ถ้าคิดแบบมึงเนี่ย ไอ้พวกที่ต่อต้านการจัดงานคอนเสิร์ททั้งหลายแหล่มันก็คงเป็นคนที่
คู่แข่งทางการค้าของรีสอร์ทโบนันซ่าส่งมาดิสเครดิตไม่ให้จัดงานที่โบนันซ่าอีกต่อไปใช่มั้ยวะ?!

น่าเสียดายที่สุดท้ายผลการทดลองของนายกึ่งลิงกึ่งห่านก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย
ทั้งที่ลงทุนขับรถไปทดสอบถึงเขาใหญ่โบนันซ่าด้วยตัวเองแท้ๆ ดราม่านี้ดูไปก็คล้ายๆดราม่ารมยาสลบในแท็กซี่
ไม่ว่าจะมีหมอ มีเภสัช หรือคนที่ทำงานในแวดวงสาธารณสุขดาหน้าออกมาบอกว่ายาพวกนั้นมันไม่มีอยู่จริง
แต่คนจำนวนมากก็ยังคงเลือกที่จะเชื่อว่าการรมยาสลบในแท็กซี่มันมีอยู่จริง!!พอเถียงกันไปเถียงกันมา
ฝ่ายที่เชื่อก็จะบอกว่าก็ชั้นได้ยินมาแบบนี้ รู้จักระมัดระวังตัวเองไว้ก่อนมันไม่ดีตรงไหน
เผื่อยาสลบแบบนั้นมันมีจริงขึ้นมาจะให้ทำไง!?
แล้วสุดท้ายเราก็ได้แต่อยู่กับความเชื่อกันไปอีกนานเท่านาน เอวังประเทศไทย
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร นายกึ่งลิงกึ่งห่านจะลงทุนลงแรงโดยเปล่าประโยชน์ไปเพื่ออะไร?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
คลิปผลการทดสอบผลกระทบของคอนเสิร์ต Big Mountain Music Festival ต่อสัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
http://www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C10022115/C10022115.html









































Ideal Case wrote:
คือผมเองก็บอกไว้ตั้งแต่ก่อนจะทำการทดลองแล้วครับ ว่าจะไปพิสูจน์ความดังมาให้ดู บอกด้วยว่าซื้อเครื่องวัดเสียงแล้ว เอาคลิปการทดสอบมาให้ดูด้วย แต่ก็ไม่เห็นมีใครมาทักท้วงว่า “เฮ้ย ที่เอ็งจะทำน่ะ ผิดนะเฟร้ย ไม่ใช่ๆ ทำไปก็ไร้ประโยชน์” ผมยังขอให้ช่วยกันติดต่อหน่วยงานที่พร้อมในการทดสอบด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครขยับอะไรเลย แถมมาต่อว่าอีกต่างหากว่า “รักป่าอยู่หลังคีย์บอร์ดก็เป็นนะเฟร้ย”
พอผลการทดลองออกมา ก็มาตำหนิกันเยอะแยะ ว่าไม่ใช่มั่งล่ะ ไม่เพียงพอมั่งล่ะ ผิดทางมั่งล่ะ
ผมก็คิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ ว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เพราะผมไม่พร้อมเรื่องอุปกรณ์จริงๆ
แต่อุปกรณ์บ้านๆ ผมนี่แหละ ที่อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า แค่ออกมาไม่กี่ร้อยเมตร ก็ไม่มีเสียงแล้ว
ยิ่งไกลออกไป เสียงรถยนต์ เสียงจิ้งหรีด ยังจะดังซะกว่า
ถึงไม่ใช่การทดลองที่ถูกต้อง แต่เด็กน้อยที่ไม่ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ดูออกล่ะครับ ยกเว้นคนที่มีอคติที่ไม่ยอมรับฟังอะไรเลย
Ideal Case wrote:
ทำไมผม(กุ)รู้สึกว่า นี่เป็นอีก 1 ความเห็นหลังคีย์บอด ที่ไม่กระดิกตีน หรือใช้กบาลรวมหัวกันทำอะไรสักอย่างเลยแฮะ
ถ้าคิดว่าเค้าทำโดยมีจุดประสงค์อย่างนี้น ก็คิดไปเถอะครับ เพราะทุกคนเค้ารู้อยู่แล้วว่า เค้าทำเพราะ “พวกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลังคีย์บอด” ไม่ทำห่าอะไรเลยต่างหากครับ
สิ้นหวังแล้วแฮะ
หลายคนที่ออกมาบอกว่า เสียงจากคอนเสิร์ทมีผลกระทบต่อสัตว์ป่า
ถามหน่อย พวกคุณทดลองกันแล้วเหรอ
ตราบใดที่พวกคุณยังไม่ทดลองและสรุปผลว่าเสียงจากคอนเสิร์ทมีผลกระทบต่อสัตว์ป่าจริงๆ
สิ่งที่พวกคุณบอกมันก็เป็นแค่การตั้งสมมติฐานหรือการคาดเดาเฉยๆ
เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะนำไปต่อต้านหรือหยุดยั้งการจัดคอนเสิร์ทได้เลย
สรุปแล้วการทดลองของคุณกึ่งยิงกึ่งผ่านอันนี้ ผมว่าก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ที่หลายคนสงสัยได้อย่างชัดเจน
แต่มันก็ยังดีกว่าพวกที่ดีปากเอาแต่ต่อต้านหรือสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ทโดยที่งอมืองอตีนไม่ทำอะไรเลย
ป.ล. วิทยาศาสตร์ต้องทดลองครับ ถ้าดีแต่ตั้งสมมติฐาน ยังไงก็ไม่มีวันค้นพบความจริงหรอก
ป.ล.2 บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม
“ไม่มียาสลบ แบบรม อยู่ในTaxi” แต่ในเมื่อความเชื่อ กุเป็นแบบนี้ กุก็จะเชื่อ
ต่อให้มันไร้ สาระ ไม่มีเหตุผล ฯลฯ กูก็ยจะเชื่อ
ต่อใ้ห้เอา พระอินทร์ฺ พระพรหม มาบอกมัน มันก็คงไม่หายเชื่อหรอก
แต่นับถือพี่กึ่งยิงกึ่งผ่านมากครับ
ดีกว่าพวก พูดหลังคีบอร์ดต่อต้าน นู้นนี่นั่น แต่ไม่กระดิกติ่ง ลุกออกจากเก้าอี้ ไปไหนเลย
ขอ คารวะ
ไอประเด็นขยะนี่แม่งไม่ใช่เรื่องเลยหว่ะ
ยกกันมาอ้างอยู่ได้ ความคิดแม่งเด็กมาก
คนแม่งเยอะขนาดนี้ ไม่มีขยะเนี่ยดิแปลก
แล้วงานมันก็ไม่ได้ไปทำให้สภาพป่าที่ไหนเสียหาย
ขยะที่ทิ้งๆกันก็อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของมันเองแท้ๆ
แล้วก็มีบริษัทที่ทำหน้าที่ตรงนี้คอยดูแลอยู่แล้วด้วย
ประเด็นนี้แม่งอ้างไม่ขึ้นอย่างแรง
ส่วนเรื่องสัตว์ป่าเนี่ยมันจะได้ยินแล้วตื่นเต้นตกใจอะไรกูไม่รู้
แต่หมาริมถนนแถวนั้นยังนอนหลับกระดิกตีนสบายใจอยู่เลย
สรุปไอพวกที่บอกว่าเสียงรบกวนสัตว์เนี่ย หูดีกว่าหมา?
กึ่งยิงกึ่งผ่าน wrote:
รับทราบและขออภัยในความเข้าใจผิดครับ ต่อคุณ Monkeygig
พี่กึ่งช่วยยกเว้นผมไว้คนนึงนะ ผมทักพี่ตั้งแต่แรกว่าว่าไม่พอ (ลองไปดูกระทู้เก่านั่นแหละครับมีอยู่)
ซึ่งพี่เว่อร์ก็ตอบผมว่า รู้ดีว่าไม่พอ แต่จะให้ทำอย่างไร ไม่มีใครช่วย
ซึ่งความตั้งใจของพี่นั้นแรง ผมก็เลยไม่ท้วงต่อ
และยืนยันได้ว่า ประเด็นที่ผมทักว่าไม่พอนั้นไม่มีใครทักอีก
ที่ผมบอกไม่พอตั้งแต่แรกนั้น เพราะว่า ผมมีสมมติฐานไม่เหมือนคนอื่นมาตังแต่แรกอยู่แล้วครับ
พอมากระทู้ผลการทดลอง จะเห็นว่า ผมไม่ได้ค้านการทดลองของพี่กึ่ง (ซึ่งพี่กึ่งก็รู้แล้ว)
ผมยอมรับและใช้ผลการทดลองของพี่กึ่งนั้นแหละมาดีเบทกัน
ซึ่งแต่ผมแค่ต้องการให้ สรุปผลการทดลองให้รัดกุม ให้ตรงกับวิธีการทดลองเท่านั้น
ประเด็นต่างๆ เป็นแบบนี้ครับ
ระยะทาง – ก็ชัดเจน และผมเองก็เห็นด้วยตั้งแต่พี่กึ่งยกกูเกิลแมพแล้ว
ความดัง – ผมขอแค่ให้สรุปเท่าที่ทดลอง คือความดัง(การได้ยิน) อย่าสรุปเกินไปกว่านั้น คือ เรื่องผลกระทบ
รถติด – คลิบวีดีโอน่ะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ผมฟัง จส. 100 อยู่เมื่อวันศุกร์ ก็เลยรับฟังข่าวที่เขาใหญด้วย เลยไม่ติดใจอะไร และได้อ้าง จส. 100 ให้กับผลการทดลองด้วย
ขยะ – อันนี้ก็ตั้งสมติฐานไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น คนอื่นเขามองเรื่องขยะเกลื่อนกลาด แต่ผมมองทั้งระบบ พอพี่กึ่งพิสูจน์ว่ามีการเก็บขยะใส่ถุงไม่เกลื่อนกลาด อาจจะตอบคำถามคนอื่น แต่ไม่ตอบคำถามผม ผมเลยถามเพิ่มดู ซึ่งพี่กึ่งก็บอกว่าไม่ได้ทำมา ผมก็จบ เพราะผมเองก็ไม่ได้ไปขอให้พิสูจน์มากขนาดนั้น
ซึ่งทั้งหมดนี้มันไม่ดราม่าเลยครับ จนกระทั่งมีคนแต่งเรื่องให้เป็นดราม่าครับ
พอคุยกันจบ ผมก็จบ และเรื่องอะไรที่นอกเหนือจากผลการทดลองของพี่กึ่ง ผมไม่แตะครับ หลังๆ ที่โผล่เข้ามาตอบบ้างก็พูดถึงเรื่องของการทำวิจัยซะมากกว่าครับ
สุดท้ายนี้ฝากไปยังเจ้าของเว็บนะครับว่า “positioning ของ web นี้ ดูเมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะนะครับ ช่วงแรกๆ ก้มีโอกาสได้อ่านเว็บดราม่า แต่ช่วงหลังๆ ไม่สนใจอ่านเพราะเห็นว่าเว็บดราม่ามันเปลียนไปนะครับ”
ฟังคุณ Monkey แล้วพอเข้าใจครับ
แต่ประเด็นผมว่าอยู่ที่คุณเหมือนโดนเกาะ + ดัน จากคนในห้องนั้น
ให้เป็นแกนนำฝ่ายค้านนั่นละ ถึงคุณจะมีเหตุผลแต่คนในฝ่ายคุณไม่ได้มีทุกคน
มันก็เลยเหมือนคุณโดนหางเลขไปด้วย เพราะเท่าที่อ่านคุณอาจจะบอกแค่ไม่พอ
แต่บางคนนี่ถึงขั้นปัดตกกันเลยทีเดียว โดยทียังไม่ลงมือซักนิดสุดท้ายนี้จะ debate ในที่สาธารณะ
ก็ระวัง พวก เฮโล ตามกระแสมาดัน+เกาะ เราจนทำให้ความเห็นเราเสียไปด้วยละกันครับ
ก็เห็นด้วยกับ กึ่งยิงกึ่งผ่านนะ
แต่ไม่ใช่ประเด็นการทดลองนะ ถ้าเป็นผมก็ให้การทดสอบนี้ตกเหมือนกัน
ผมหมายถึงประเด็นที่ว่า พวกยืนยันความเห็นแต่ไม่มีหลักฐาน และไม่ยอมทำ(-่า)อะไรเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเองเลย
เอาแต่ใช้เสียงส่วนมากเพื่่อโจมตีโดยอาศัยหลัก(ลอย)ของคำว่า “อนุรักษณ์” เพื่อให้สมใจตนเท่านั้น
แต่ผมถามอะไรอย่างสิ “คุณคิดว่าจะเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับประเทศที่มีร่างทรงอยู่เต็มบ้านเมืองไ้ด้จริงๆน่ะเหรอ”
เอ่อ … คห.11 กูมันดังขนาดนั้นเลยหรอวะ
เห็น Twitter เพียบ
จ่า เค้าชื่อกึ่งยิงกึ่งผ่านนะ ไม่ใช่กึ่งลิงกึ่งห่าน จ่าเล่นมุขหรอ ?? อิอิ
chobit54 wrote:
แกแซวตั้งกะมาม่าที่แล้วละ
การทดลองนี้ดีค่ะ ก็ได้รู้ว่า ณ จุดที่มีสัตว์อาศัยอยู่ ได้ยินเสียงกี่เดซิเบล แล้วใครอยากรู้ลึกกว่านี้ก็ไปต่อยอดกันเอาเองแล้วกันนะคะ แล้วสัตว์พันธุ์ไหนมันได้ยินเสียงที่กี่เดซิเบล
เพิ่งไปฉลองที่เขาใหญ่มาเลยครับกลับมาเจอดราม่านี้ขนลุกเลย(หนาวนน่ะ)
ขอนับถือในความพยายามของคุณกึ่งยิงกึ่งผ่านครับแต่ในสังคมคุณภาพการยอมรับความเป็นจริงสำหรับเขามันคงหมายถึง “เหยดดดนี้มึงหาว่ากูโง่ซินะ
”
การที่คนจะยอมรับว่าตัวเองตกอยู่ในอวิชชาและหาทางออกจากอวิชชาได้นั้นมันยากนักครับมีไม่มากที่ทำได้
กาลิเลโอยังโดนใส่ร้ายเมื่อป่าวประกาศว่าโลกกลมเลยครับดังนั้นผมจึงอยากเป็นกำลังใจให้คุณกึ่งยิงกึ่งผ่านสู้ต่อไปครับ
ปล.เขาใหญ่หนาวมากกกกกก
กึ่งยิงกึ่งผ่าน wrote:
ต้องขอโทษจริง ๆ ผมไม่ได้เข้าไปอ่านกระทู้ต้นเรื่อง
อ่านของจ่าเสร็จ คิดยังไงก็เขียนลงไปเลย เลยไม่รู้ว่ากึ่งลิงกึ่งห่านมีคลิปการทดลองที่จะเตรียมไปทำโพสต์ไว้ด้วย
ในเมื่อมีคลิปสาธิตที่จะไปทำแล้วไม่มีใครออกมาทักท้วง ทีนี้ก็โทษใครไม่ได้แหละ
ขออภัยจริง ๆ ทีหลังก่อนจะโพสต์อะไร ผมจะไปอ่านต้นเรื่องให้จบก่อน
ไม่ว่าจะทำ หรือไม่ทำอะไร ก็มักจะถูกติฉินนินทาอยู่เสมอ
เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เอวัง ด้วยประการฉะนี้
monkeygig wrote:
มายืนยันว่าจริงครับ monkeygig คุยกับผมเรื่องประเด็นการทดลองก่อนหน้าจะทดลองจริงอยู่คนเดียวครับ ยกเว้นให้จริงๆ ครับ คนอื่นก็ไม่ได้อะไร ไม่ได้ทักท้วงหรือแนะนำอะไร แต่พอผลออกมา โห วิจารณ์กันให้ฮึ่มเลย อิอิอิ
บอกตรงๆ ว่าตอนแรกก็ไม่เข้าใจในท่าทีของ monkeygig ในการถกประเด็นกัน แต่ตอนหลังเข้าใจ และเห็นด้วยในหลายๆ เรื่องมากๆ ครับ คือถ้าคุยกันด้วยข้อมูลและเหตุผลอย่างนี้ ก็น่าคุยด้วย เพราะมันได้ประโยชน์ครับ
ผมเป็นคนตั้งชื่อให้นาย กึ่งลิงกึ่งห่านเองแหละ
เค้ามีกระทู้แซวชื่อกันในห้องเหลิมไทย นานหลายปีละ
เลยแซวนายกึ่งยิงกึ่งผ่าน ว่ากึ่งลิงกึ่งห่าน
แล้วก็ยังมีคนเอามาแซวบ่อยๆ จนปัจจุบันเนี่ยแหละ
ผมคำนวนให้ยังได้เลยครับ ไม่ต้องทดลองใดๆทั้งนั้น เพราะมันเสียเวลาเปล่าวะ ถ้าคำนวนเกี่ยวกับการกระจายกำลังของเสียงและนับการดูดซับเสียงงของอากาศด้วยแล้ว ต่อให้เสียงในงานมันดัง 150dB อย่าว่าแต่ 30โลเลย ผ่านไปซัก 10 กิโลเมตรมันก็แทบจะเหลือ0อยู่แล้ว ลิงยังตดดังกว่าเป็นแสนเท่าเลย
ฮาจริงๆ เขาไปทดลองมาให้กลายเป็นซวย แต่ลองดูเถอะถ้าผลออกมากลับกันว่าเสียงมันมีผลนะคงมีแต่คนชมฮา
GuLaHa wrote:
ไม่ต้องห่วงหรอกพี่น้อง
สังคมตะพาบ สามารถ ลากออกนอกโลกได้สบาย ๆ
ทำไมไม่ปากดี กุเมิงต่อละ แม่งตอนแรกใส่ซะเต็มเหนี่ยว ไม่ไว้หน้าเลย
โชว์โง่แล้วเจี๋ยมเจี้ยมเนาะ สถานะความมั่นใจว่ากูฉลาดลดลง 30%
มันดราม่าตรงทำกับไม่ทำนั่นแหละ
ต้องไปพิสูจน์ว่าเค้าเอาขยะไปกองไว้ไหนด้วย ถึงจะยอมเลิกใช่มั้ยเนี่ย
ไอ้ห่านเอ้ย!!! เปลี่ยนชื่อล๊อกอินจนป่นปี้เรย
ความเชื่อสำคัญกว่าความรู้
ฮา กึีงลิงกึ่งห่าน
ให้อาเบะไป 2 ตัว
ถึงเรื่องเสียงจะได้รับการพิสูจน์แบบโคตรจะงง 55555555 แต่เรื่องความเอี้ยในคอนฯครั้งนี้ มันมีอีกหลายเรื่องนะจ้ะ
ไอ้พวกที่มันว่าเขางั้นงี้ การทดลองไม่พองั้นงี้
แมร่งดีแต่ปากว่ะ ทำก้อม่ายทำ เจือกจาว่าเขาอีก
ของแบบนี้มันต้อง ข้อมูลชนข้อมูลเว้ย ไม่ใช่ข้อมูลชนข้อสมมุติ
พันทิพ นี่ ดริฟกันมันจริงๆ
ดีจังเลยมีเงินนี้จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ จะที่เกาะที่เขา
เราออกโฉนดได้หมด
ระบบนิเวศวิทยาของโลกนี้มันเสียหายตั้งแต่มีชิมแปนซีบางตัว พัฒนาตัวเองให้ไม่เหมือนเพื่อนมัน แล้วนั่นแหละ
จัดในเมืองก้อมีผลกระทบกับจิ้งจก ตุ๊กแก หมา แมว ฯลฯ นะพวกเมิง ฮ่าๆๆๆ
ทำไมรู้สึกเหมือนเรื่อง กุ้ง+วิตามินซี = ตายห่า เลยว่ะขนาดหมอแมว ออกมาแดกกุ้งตบวิตามินซี ยังไม่มีใครเชื่อ แถมแถไปเรื่อย ๆ สุดท้ายหลังจากแดกเสร็จหมอแมวแม่งก็ยังนั่งเกากระปู๋ได้สบายใจเฉิบเลย
แต่หมอแมวกวนตรีนจริง ๆ แดกกุ้งยั่วน้ำลายชิบหาย
ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นนำสืบ
เบื่อพวกดีแต่ปากว่ะ
เขาทดลองแล้ว ไม่หาหลักฐานมาแย่งเลย เลวววววว
เยี่ยมครับ ตอนแรกยังไม่ได้ดูคลิป อ่านแต่ความคิดเห็นในกระทู้ก็แอบคิดว่าผลการทดลองมันจะใช้ได้จริงๆ เหรอ แต่พอดูคลิปแล้วถือว่าใช้ได้ระดับหนึ่งเลยล่ะครับ เพราะเป็นการพิสูจน์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถวัดได้เชิงประจักษ์
ถ้าจะมีผู้ค้านว่าเสียงยังรบกวนสัตว์ป่า อย่างน้อยผู้นั้นก็ควรเอาข้อมูลมาดูว่าในพื้นที่นั้นๆ มีสัตว์ประเภทใดอยู่บ้าง และสัตว์เหล่านั้นมีพฤติกรรมอย่างไร เสียงระดับไหนจึงจะถือว่าก่อความรำคาญให้สัตว์เหล่านั้น ไม่ใช่ตัดสินด้วยความรู้สึก
ส่วนที่มีผู้เสนอให้ใช้วิธีสัมภาษณ์ครับ สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อุทยาน สัมภาษณ์ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้น แล้วมีคนบางคนออกมาพูดในทำนองว่าคุณกึ่งฯ ไม่ได้รู้เรื่องวิธีวิทยาในการทำวิจัย ผมว่าผิดถนัดครับ โจทย์เรื่องนี้ (ภววิทยา) เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ครับ มิใช่เรื่องทางสังคมศาสตร์หรือมานุษยวิทยาที่จะต้องใช้อาศัยวิธีการวิจัย เชิงคุณภาพในการทำวิจัยและตีความออกมา นั่นมันเป็นวิธีการที่ใช้ศึกษากลุ่มชนต่างๆ หรือศึกษาพฤติกรรมคนหรือสัตว์ในระยะยาว ต้องตามสังเกตกันเป็นเดือนๆ
ระเบียบวิธีของคุณกึ่งฯ นั้นถูกต้องแล้วเพราะมีการเป็นการทดลองให้เห็นจริงๆ
ส่วนจะรบกวนสัตว์หรือไม่ต้องเอาข้อมูลของสัตว์มาดูประกอบด้วยอย่างที่บอกไว้ตอนแรก
แต่ถ้าจะให้ครบถ้วนจริงๆ ต้องมีการทดลองเปรียบเทียบ นั่นคือเปรียบเทียบระดับเสียงระหว่างตอนที่มีคอนเสิร์ตกับตอนที่ไม่มีคอนเสิร์ต ถ้าระดับเสียงบริเวณไม่แตกต่างกันก้แสดงว่าคอนเสิร์ตไม่มีผลเลย
ขอบคุณครับ
เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกันขายเครื่องกรองน้ำกันเถอะครับ
จะได้ไปศึกษาดูระบบนิเวศน์ที่ีดีๆที่เยี่ยมๆกันที่มัลดริฟท์
แล้วเอามาปรับใช้กับที่โบนันซ่า
อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า แค่ออกมาไม่กี่ร้อยเมตร ก็ไม่มีเสียงแล้ว
ยิ่งไกลออกไป เสียงรถยนต์ เสียงจิ้งหรีด ยังจะดังซะกว่า
ถึงไม่ใช่การทดลองที่ถูกต้อง แต่เด็กน้อยที่ไม่ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ดูออกล่ะครับ ยกเว้นคนที่มีอคติที่ไม่ยอมรับฟังอะไรเลย
ผมว่าแค่ตรงนี้ก็ชัดแล้วนะครับ แทนที่จะหูตามัว มองเจาะเฉพาะคอนเสิร์ท ก็เปิดหูเปิดตามองรอบด้านด้วย ว่าปกติมันก็มี environment noise อยู่แล้ว เสียงรถวิ่ง เสียงสัตว์ร้องซึ่งมันดังชัดกว่าในพื้นที่ป่าอยู่แล้ว ถ้ามันจะรบกวน มันก็ต้องรบกวนตั้งแต่รถวิ่งแล้ว หรือจะอ้างว่าเพราะคอนเสิร์ทมันจัดต่อเนื่องยาวนานกว่าอีก
เห็นด้วยกะ 236 ทดลองมาอาจจะไม่ตอบโจทย์ทั้งหมดจริง
แต่ผมว่าถ้าคิดกันแค่พื้นฐาน มันก็ได้คำตอบว่าไม่มีเสียงรบกวนแล้ว
ถ้าจะเอาลึกกว่านี้ว่า สัตว์ชนิดไหนได้ยินขนาดไหนอีกนี่ ผมว่า
คนทำมะดาที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเราจะทำมันยากคับ จาไปเอาตัวแปรมาจากไหน
ผมชื่นชมกึ่งนะคับ อย่างน้อยก็คิดแล้วลงมือ ดีกว่าพวกนั่งท้วงไปวันๆ
เหมือนเกรียนที่ใครทำอาไรให้แล้วไม่ถูกใจก็บอก ไม่ได้ขอให้ทำให้
ผมว่าขอบคุณที่เค้าทำให้
ถายังไม่ใช่ที่เราต้องการก็ต่อยอดเองดีกว่ามั้ย
การทดลองจะมาบอกว่าไม่สมบูรณ์ พวกที่พูดอ่ะทำได้สมบูรณ์ขนาดไหน
การทดลองที่ไหนๆก็เหนเค้าเอาไปต่อยอดกันเป็นปกติ
ไม่เหนมีมานั่งกระดิกตรีนพูดว่าเมิงทำห่วยงู้นงี้เลย
ขอตอบเปนผู้เปนคนซะหน่อย
กึ่งยิงกึ่งผ่าน wrote:
คนพวกนี้มันไม่ได้ไปงานค่ะพี่กึ่ง
มันเอาแต่นั่งอยู่บนอีโก้กับความหน้าไม่อา่ยของตัวเอง
เหมี่ยวเป็นคนไทยที่ไปงานนี้่มาเหมือนกัน เค้ามีการจัดการกับขยะนะ
ถ้าเราเห็นกันคือเค้าจะมีที่ให้ทิ้งแล้วก็ต้องแยกขยะด้วย
จะบอกว่าตลอดทางที่เดินออกมาแทบไม่เห็นขยะเลย
หรือแม้แต่ตอนนั่งดูคอนเสิร์ตก็เถอะ ก็แทบจะไม่เห็นเหมือนกัน
คือถ้ามีก็เอาไปทิ้งในถังที่ถูกต้อง แล้วก็มีรถขยะวิ่งเข้าออกตลอด
มีคนงานคอยดูแลตลอด น่าเบื่อจริง
อีพวกปากดีอีโก้สูงอีคิวต่ำเนี่ย
งั้นก็ปิดป่าแม่งไปเลย
เพิ่งกลับจากเขาใหญ่ เจอแต่ คน คน คน
คนไปที่ไหน ชิบหายทุกที่
กรุล่ะเบื่อจริงๆ “ไอ้พวกเอาความเชื่อนำหน้าข้อเท็จจริงเนี่ย” + กรุล่ะเห็นใจคุณกึ่งยิงกึ่งผ่าน
เมิงรู้มั้ย บัตรเข้างานมันราคาเท่าไหร่
เอาข้างขวดไปแลกก็ใบละ 1125 บาท ซื้อก่อนงาน 1500 บาท ซื้อหน้างาน 1800 บาท ไหนจะค่าเครื่องวัดเสียงอีก
เขาเสียตังซื้อบัตรเพื่อเข้าไปในงาน แล้วต้องอดดูคอนเสิร์ตเพื่อไปวัดเสียงเนี่ย เพื่ออะไรวะ?
เขาก็บอกไว้แล้ว ว่าจะทำอะไรยังไงมั่ง ไอ้พวกต่อมอนุรักษ์หนักผิดมนุษย์ก็ไม่ออกมาท้วงติง หรือวิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น
หนำซ้ำตอนเอาผลการทดลองมาให้ดู “เสือกไปด่าเขาอีก”
คือ จริงๆมันไม่ใช่หน้าที่ที่คุณกึ่งยิงกึ่งผ่านจะต้องไปทำนะเว้ย
“มันคือหน้าที่ไอ้พวกต่อมอนุรักษ์หนักผิดมนุษย์ต่างหากที่ต้องไปทำ หรือหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปให้ทำ”
เพราะอะไร? “เพราะว่า เมิงต้องการออกมาแย้งไม่ใช่หรอว่าจัดคอนเสิร์ตไม่ดี เมิงก็ต้องหาหลักฐานและเหตุผลว่าไม่ดีมาให้กุที่ดูคอนเสิร์ตดูสิ”
ถ้ามันไม่ดีจริง “เออ กุจะไม่สนับสนุนคอนเสิร์ต”
ตอนกุไปดูคอนเสิร์ตเองนะ กุอยู่แค่หน้างานเอาตั๋วไปแลกบัตรเข้างาน เสียงคอนเสิร์ตกุยังไม่ได้ยินเลย
แถมที่พักกุก็อยู่ไม่ห่างจากอุทยานมากนัก กุยังไม่เห็นหมาแถวนั้นมันเป็นห่าอะไรเลยว่ะ แล้วเป็นไปคนเมิงไปเดือดร้อนแทนหมาเนี่ย
แปลว่าเมิงหูดีกว่าหมาใช่ป่ะวะ?
คือ พวกเมิงอ้างว่า “มันอาจจะมีผลต่อสัตว์ก็ได้ เราไม่รู้”
ผมเองก็พูดได้เหมือนกันว่า “มันอาจจะไม่มีผลต่อสัตว์ก็ได้ เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกัน”
อะไรที่ไม่รู้ ไม่มีข้อเท็จจริงๆ เมิงจะยกเมฆยังไงก็ได้เว้ย มันไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด เพราะว่าไอ้คนที่เถียงๆกัน “มันก็ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงสักคนแหละวะ!!!”
จะเดือดร้อนสัตว์ป่าไม่รู้ แต่ว่า เดือดร้อนสตางค์แน่ๆ
จ่ายแต่ไม่ได้ไป
นอกเรื่อง
ใครว่าคุณกึ่งลิงกึ่งห่านหน้าคล้ายๆพี่เปิ้ลนาครมั่ง?
lho9uo wrote:
อ่าว ผมนึกว่าเชิญเปิ้ลมาเป็นพิธีกร
ชอบรูปประกอบจังเลย
yvesaint wrote:
ผมว่าผมไม่เหมือน เปิ้ล นาคร นะ เพราะหลายคนทักว่าผมเหมือน บอ.บู๋ อะ ง่ะง่ะ
ผมว่าคนแถวนั้นเค้าคงไม่ต่อต้านหรอก ซ้ำยิ่งดีใหญ่ เงินทองไหลเข้าชุมชน คนเยอะก็ขายของดี ความวุ่นวายกับเสียงไม่เท่าไหร่ แลกกับรายได้เข้าชุมชน เป็นราคาที่ึคนแถวนั้นน่าจะยอมรับได้
@ Maximus:
ออกมาไม่เห็นด้วยนี่โอเคนะ แต่อยากให้แบบ เออถ้าบอกว่านี่มันผิด คุณก็น่าจะมีคำตอบที่ถูกไว้ให้ไง หรือถ้าไม่มีคำตอบ อย่างน้อยถ้าคุณกล้าพอที่จะออกมาด่า ก็น่าจะกล้าพอที่จะออกมาช่วยคิดด้วย ในสังคมเรามันชอบติแต่ไม่ก่อ ทำให้บ้านเราไม่มีอะไรใหม่ เพราะพอจะทำอะไรใหม่ ก็มีแต่คนที่ยึดถือกรอบเดิมๆมาคอยห้ามว่ามันไม่ดี มันก็ใช่อ่ะว่าไม่ดี เพราะเพิ่งเริ่ม คนๆนึงมันคิดอะไรได้ไม่เพอร์เฟกต์อยู่แล้วไงคะ เปิดใจกันหน่อยดีมั้ย
กุเห็นด้วยกะใน pantip นะเืรื่องที่ว่า การทดลอง ไม่ได้ผล
แต่
กุอยากรู้ว่าในเมื่อบอกการทดลองเค้าไม่ได้ผล
แล้ว ออกมาเย้วๆๆ มันไม่ได้ผลว่ะ การทดลองกากว่ะ ไรทำนองนี้
ไอเควี่ย มันเป็นผลดีตรงไหนวะ แทนที่ จะออกมาด่ากึ่งลิงกึ่งห่าน
พวกคุณมึงช่วยออกแบบการทดลองกันเด้ะครับ
อยากบอกว่า หูสัตว์ดีกว่าหูคน ใช่ครับ มันสามารถรับคลื่นความถี่ต่างๆที่คนไม่ได้ยินได้ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า สัตว์มันจะรับไอ้คลื่นพวกนี้ โดยที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงเป็นกิโลๆได้นะโว้ย
อยู่ห่างขนาดนั้น ถ้าสัตว์มันไม่ใช้วิทยุ มันก็ไม่ได้หรอกวะครับ
เบื่อพวกนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลังคีย์บอร์ดฉิบหายเลยหว่ะ