
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องก้นครัวมีอมยิ้มชื่อ “ป๊อบปี้เลิฟ” มาตั้งกระทู้พูดถึงรังนกและซุปไก่สกัดว่า
เรามาเลิกค่านิยมที่ชอบเอาไอ้ของพวกนี้ไปทำเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้คนที่เรารักและห่วงใยจะดีมั้ย!!
เพราะไอ้สองอย่างที่ว่ามามันไม่มีคุณค่าทางอาหารห่าเหวอะไรเลยนะ แต่ที่คนยังเชื่อว่ามันกินแล้วดีกับสุขภาพ
ทั้งที่มันเป็นผลมาจากการโหมประชาสัมพันธ์อย่างบ้าคลั่งล้วนๆต่างหากเล่า ถ้าคนที่ได้รับของขวัญพวกนี้
เขามีความรู้เกี่ยวกับโภชนาการซักนิดก็คงรู้ว่ามันไม่มีคุณค่าอะไรเลย ส่วนไอ้พวกที่ยังนิยมใช้ของพวกนี้เป็นของขวัญปีใหม่
ก็คงมีแต่พวกมีเงินแต่ไม่มีการศึกษาที่ไม่รู้คุณค่าทางโภชนาการของมันเท่านั้นนั่นล่ะ!!!

เหยดดด จขกท เปิดตัวมาแรงมากๆ ถึงกับประณามคนที่เอารังนกหรือซุปไก่สกัดไปทำเป็นกระเช้าของขวัญ
ว่ารวยแต่โง่เง่าเต่าตุ่นไร้การศึกษากันเลยทีเดียว ก่อนที่จะไปดูเสียงตอบรับของชาวก้นครัว
เราไปดูตารางโภชนาการกันหน่อยดีกว่า ว่ารังนกหนึ่งขวดมีคุณค่าทางอาหารมากแค่ไหน

ดังที่เห็นในตารางข้างบนจะพบว่ารังนักราคาขวดละหลายสิบบาท
ยังมีคุณค่าทางอาหารสู้นมหนึ่งกล่องหรือไข่หนึ่งฟองไม่ได้เลยซักนิด!! แต่ราคาแม่งแพงกว่ากันไม่รู้ตั้งกี่สิบเท่า
ย้อนกลับไปดูที่ห้องก้นครัว แรกๆชาวก้นครัวก็แสดงความเห็นทำนองเห็นด้วยกับ จขกท
บ้างก็บอกว่าให้ไข่ไก่เป็นของขวัญดีกว่าว่ะ ทั้งถูกทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการ

บ้างก็แนะนำให้ซื้อนมสดเป็นของขวัญปีใหม่ ดีกว่าซื้อรังนกเป็นไหนๆ

บางคนก็บอกว่าเรื่องคุณค่าทางโภชนาการของรังนกที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเนี่ย ไม่ใช่ว่าชั้นไม่รู้นะ
แต่ทำไงได้ ก็โคตรพ่อโคตรแม่ปู่ย่าตายายเขาอยากกินนี่นา จะไม่ซื้อไปให้ก็กระไรอยู่

บ้างก็บอกว่าการให้รังนกเป็นของขวัญน่ะ มันไม่ได้แปลว่าเราให้เขากินเพื่อให้สุขภาพดีอย่างเดียวนะ
แต่มันมีนัยยะแฝงอยู่ หมายถึงความห่วงใยที่ผู้ให้มีต่อผู้รับของขวัญยังไงล่ะ

ซักพักก็เริ่มมีคนออกมาตอบโต้ จขกท ว่าไอ้ที่เอ็งหาว่าคนที่ซื้อรังนกเป็นของขวัญปีใหม่
มันเป็นไอ้พวกมีกะตังค์แต่ไร้การศึกษาสมองหมาปัญญาควายเนี่ย มันแรงไปรึเปล่าวะ!?
กรูเองก็รู้นะว่ามันไม่ได้คุณค่าทางโภชนาการมากมายอะไร แต่มันอร่อยนี่หว่า!!
อย่างไอ้พวกเหล้า เบียร์ หรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอะไรเลย ทุกวันนี้มันก็ขายกันเกร่อ
คนมีตังค์ก็ซื้อกินกันไป ไม่เห็นจะหนักหัวใครเลย เอาเป็นว่าใครอยากแดกอะไรก็แดกกันไปเถอะ
แต่ถึงขั้นไปหาว่าคนที่เอารังนกไปทำเป็นของขวัญปีใหม่มันโง่เง่าเต่าตุ่นไร้การศึกษาเนี่ย กรูว่ามันมากเกินไปหน่อยนะ!!

ต่อมาอมยิ้มชื่อ “เชฟกะทะเหล็ก” ก็แย้ง จขกท ว่าการที่จะซื้ออะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้ใครก็ตาม
มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของคนซื้อ ไม่ว่าเขาจะรวยหรือจน จะโง่หรือฉลาดแค่ไหนก็เรื่องของเขา
จะให้ทุกคนรู้คุณค่าทางโภชนาการของรังนกหมดได้ยังไง คนเรามันไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่องนะเว้ย!!
อย่างกรูเองก็รู้ไม่หมดทุกเรื่อง หรือตัว จขกท เองก็เหมือนกันใช่มั้ยล่ะที่บางเรื่องก็คงรู้ไม่เท่าพวกกรูที่อยู่ในห้องก้นครัวแห่งนี้
ถ้าเช่นนั้นจะถือว่าเอ็งที่รู้ไม่เท่ากรูในบางเรื่องเป็นพวกไร้การศึกษามั้ย!? แต่ถ้ามึงมีการศึกษาก็ช่วยพูดจากันดีๆหน่อย
ตักเตือนกันเบาๆก็ได้ว่ารังนก ซุปไก่สกัดมันไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ต้องถึงขั้นมาประณามพวกกรูว่าไร้การศึกษา
เพราะคนที่จบปริญญาตรีอย่างกรูรู้ดีว่าซุปไก่หรือรังนกมันมีคุณค่าทางอาหารน้อยนิดกระจิ๊ดริดแค่ไหน
แต่ถึงมันจะมีสารอาหารน้อยนิด แต่มันย่อยง่ายดุดซึมง่าย เหมาะกับการใช้เป็นของขวัญเยี่ยมไข้คนป่วยมากๆเลยนะเฟ้ย!!!

เท่านั้นล่ะครับ ชาวก้นครัวก็เริ่มด่า จขกท กันอย่างเมามันส์ บ้างก็แขวะว่า
สงสัยไอ้ จขกท มันจะเป็นพวกมีการศึกษาแต่ไม่มีตังค์ซื้อรังนกมาแดกว่ะ
กรูขอเป็นพวกรวยแต่โง่ ดีกว่าเป็นพวกฉลาดแต่ไม่มีจะแดกรังนกอย่างมึงดีกว่านะไอ้ จขกท!!

บ้างก็แขวะ จขกท ว่าแบบนี้เราก็ห้ามเอาดอกไม้ไปเยี่ยมไข้คนป่วยด้วยอ่ะเด่ะ
เพราะดอกไม้มันไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอะไรเลย จะเอาไปเยี่ยมคนไข้ทำหอกอะไรวะ!?

จากนั้นชาวก้นครัวก็แสดงความเห็นกันบ้างก็เห็นด้วยกับ จขกท มั่ง ไม่เห็นด้วยกับ จขกท มั่ง
อมยิ้มคนนี้ก็แสดงความเห็นว่า จขกท เขาคงไม่ได้คิดจะด่าคนซื้อรังนกว่าโง่หรอกมั้ง?
ตูว่าเขาคงแค่อยากจะปรณามการค้าอย่างไร้จรรยาบรรณของผู้ประกอบการบางเจ้า
ที่มันโฆษณาซะไอ้อาหารขยะพวกนี้กลายเป็นยาเทวดา แถมการสร้างภาพว่าให้ของพวกนี้เป็นของขวัญ
แปลว่ากำลังส่งมอบ “ความห่วงใย” ไปให้ผู้รับเนี่ย กรูว่ามันทุเรศสุดๆเลยว่ะ!!

บ้างก็เสนอความเห็นเรื่องขการจัดกระเช้าของขวัญ ว่าควรเอาอะไรมาทำเป็นกระเช้าของขวัญ
บางคนก็เสนอ นม ผักผลไม้ หรือไข่ไก่ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่ารังนกและซุปไก่สกัดแบบทาบกันไม่ติด
ภาพข้างล่างเป็นภาพ “กระเช้าผักไฮโดร” หรือผักปลอดสารพิษที่อมยิ้มคนนึงเอามานำเสนอเป็นทางเลือกในกระทู้นี้

แอดมินดูแล้วอยากกินโคตรๆว่ะ นี่เอามาจิ้มน้ำสลัดแล้วเคี้ยวกร้วมๆยังได้เลยมั้ง
นายเชฟกะทะเหล็กเจ้าเก่า ก็ออกมาแขวะคนที่บอกให้เอาไข่ไก่ นมสด ไปทำกระเช้าของขวัญว่า
พวกเอ็งลองคิดดูสิวะ ถ้าวันนึงพวกเอ็งป่วยจนต้องเข้า รพ.ขึ้นมาแล้วมีคนเอากระเช้าของขวัญมาให้
เอ็งจะชอบอย่างไหนมากกว่ากันระหว่างกระเช้าที่มีซุปไก่กับรังนก หรือกระเช้าที่มีไข่ ผัก ผลไม้ ลูกเดือยธัญพืช บลาๆ!!
ถ้าเป็นตูคงขำก๊ากแล้วถามไอ้คนที่เอากระเช้าอันหลังมาให้เป็นของขวัญว่าเอ็งกล้าเอาของแบบนี้มาเยี่ยมไข้ตูได้ยังง้ายยยยย

ความเห็นหลังๆก็ประชด จขกท ว่ากรูมีการศึกษา แต่กรูจะซื้อรังนก มึงมีปัญหาอะไรป่ะ!?

บ้างก็ด่า จขกท ว่ามึงมันไม่มีการศึกษา!! ถ้ามึงมีการศึกษาจริงคงไม่ด่าคนที่ซื้อรังนกว่าโง่หรอกโว้ย!!

บางคนก็ถึงขั้นประณาม จขกท ว่าคนอย่างมึงมันไร้จิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันในสังคมเลยทีเดียว!!

ดราม่านี้ก็เปรียบได้กับนิทานจีนเรื่องนึงที่เกี่ยวกับ “ตั๊กแตนตำข้าวขวางล้อรถ”
เรื่องมันมีอยู่ว่าในอดีตมีอ๋องผู้หนึ่ง ระหว่างที่กำลังนั่งรถเทียมเกวียนกลับวังได้เหลือบไปเห็นตั๊กแตนตำข้าวตัวนึง
กำลังยืนขวางล้อรถ โดยไม่ยอมหลบหลีกแถมยังยกขาหน้าทั้งสองขึ้นชู เหมือนจะสู้กับกงล้ออันมหึมาของรถคันนั้น
อ๋องผู้นั้นเห็นตั๊กแตนตำข้าวมีกิริยาเช่นนั้น จึงถามสารถีว่าทำไมมันไม่หลบหลีกล้อรถ สารถีก็ตอบกลับไปว่า
เป็นเพราะตั๊กแตนตำข้าวมันไม่รู้จักประมาณกำลังของตน คิดแต่จะสู้อย่างมุทะลุดุดันเพียงอย่างเดียว
ขนาดล้อรถที่มีขนาดมหึมาเมื่อเทียบกับตัวของมัน มันก็ยังยกขาหน้าขึ้นสู้ ตั๊กแตนตำข้าวตัวนี้ก็เปรียบเสมือนคนใช้แขนสองข้างสกัดรถสิบล้อ
มีหรือที่มึงจะหยุดรถสิบล้อด้วยตัวเองเพียงลำพังได้ถ้ามึงไม่ใช่ซุปเปอร์แมน ดังนั้นถ้าอยากจะสู้กับอะไรซํกอย่างที่มีขนาดมหึมากว่าเราแบบทาบไม่ติด
มันต้องมีแทคติค มีลูกเล่นกันซะบ้าง ไม่ใช่เข้าไปปะทะกันซึ่งๆหน้าเหมือนตั๊กแตนชูขาหน้าขวางล้อรถยังไงยังงั้น
ท่านผู้อ่านก็ลองตรองดูเถิดว่านาย จขกท คนนี้ที่ออกมาตั้งกระทู้อย่างดุดันท่ามกลางกระแสรังนกและซุปไก่สกัดที่เชียวกราด
มันต่างอะไรกับตั๊กแตนตำข้าวที่คิดขวางล้อรถหรือไม่!?
ภาพตั๊กแตนตำข้าวกำลังชูขาหน้า ประกอบนิทาน
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร ตั๊กแตนตำข้าวจะปาดคอบริษัทผู้ผลินรังนกและซุปไก่สกัดสำเร็จหรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
เรามาเลิกค่านิยมให้ซุปไก่กับรังนกเป็นของขวัญวันปีใหม่กันดีไหมครับ
http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D10016399/D10016399.html









































บางครั้งผบวิจับ วูปไก่กลิ่นคาวปลานั่น มันก็แค่ผลวิจัย เอามาอ้างเวลาโฆษณาเท่านั้นแหละ
ชื่อก็บอกแล้วโฆษณาชวนเชื่อ
ด่าเข้่าไปสุดท้ายไม่พ้นซื้อมาแดกเอง
ผมว่าถ้าไอ้ตั๊กแตกที่ขวางล้อเกวียนมันเป็นตัวเดียวกับในรูป
อู๋อ๋องคงไม่ถามสารถีแล้วละครับ
คงวิ่งหนีกันคนละทางเลยทีเดียว
ผมไม่ซื้อรังนกหรอก งบไม่พอจริง ถ้าซุปไก่ พอไหว ครับ
ซุปไก่ผมว่ามีประโยชนื น่ะ สมุนไพร ตอนต้มเพียบ เนื้อไก่หลังต้มสมุนไพร ข้ม โครตๆ(แต่ของแบร์นไม่ทราบสูตร ที่บ้านต้มเอง)
สารอาหารน้อยนิด แต่ความห่วงใยล้นเหลือ
จะไปเจือกกะเงินคนอื่นไมวร้า หรือเป็นเรื่องของธุรกิจซุปหางวัว กลัวซุปไก่แย่งตลาดวะ
Troll wrote:
โดยส่วนตัวผมว่าต้มเองสดๆ มัน่าจะมีประโยชน์มากกว่าไอ้ที่ใส่ขวดแล้วใส่สารเคมีเพิ่มแบบ…นะครับ
ส่วนรังนก กินมากๆ อ้วน เป็นเบาหวาน ให้คนแก่กินโดยส่วนตัว = แช่งให้เป็นเบาหวานตายมากกว่าให้อายุยืนนะครับ
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
ถ้าไม่มีประโยคลงท้าย เจ้าของกระทู้มันคงไม่โดนรุมด่าหรอก
เมื่อ4ปีก่อนหมาที่บ้านเป็นเห็บเยอะมาก เข้าขั้นเรื้อรัง
หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่เกินสามสี่วัน เพราะเห็บเยอะมากแล้วก็กินอะไรไม่ได้เลย
แม่เลยซื้อซุปไก่มาป้อน ค่อยๆหยอดให้มันกินสลับกับยา สุดท้ายรอดมาวิ่งเล่นอยู่ได้อีกตั้งหลายปี
น่าสงสารตั๊กแตนจัง
เห้ย!! นั่นมันตั๊กแตนที่ไหนเล่า
ตั๊กแตนตัวนี้ พอเปลี่ยนที่อยู่ไป DotA แมร่ง กระจายพิษได้ด้วย เมพขิงๆ
ในกระทู้นี้ มีหลายความเห็นและให้เหตุผลที่ชั้นจะซื้อซุปไก่+รังนก (ต่อไปเรื่อยๆ) ว่า
“รู้ว่าคุณค่าน้อย แต่มันดูดีมีราคาอ่ะ”
“ให้ซุปไก่แทนความห่วงใย”
สำหรับเรา เราคิดว่า ถ้าตัดประเด็นเรื่อง คุณค่าทางโภชนาการออกไป แล้ว ดูเรื่อง ความห่วงใย ที่มีต่อคนป่วยที่เราไปเยี่ยม
ถ้าเราป่วยแล้วมีคนเอาของมาเยี่ยม ระหว่าง เอา ซุปไก่ กับ ตะกร้าผักไฮโดร (อย่างในรูป)
เราชอบใจและรู้สึกว่าอย่างหลังแสดงถึงความห่วงใยมากกว่านะ
เพราะ …
ซุปไก่ เนี่ย เดินไป 7-11 หน้าปากซอยก็ได้มาแล้ว เผลอๆ มาซื้อเอาหน้า โรงพยาบาลยังได้เลย
แต่ ตะกร้าผักไฮโดร เนี่ย ไม่รักกันจริงจะหามาได้มั๊ย
ทำเป็นบอกว่ามีผลงานวิจัย แต่หา journal ไม่มีซักงาน ได้แต่วิจัยอวยกันเองชิ !!!
แต่ที่สำคัญปัญหามันไม่ได้อยู่ที่คุณค่าทางอาหาร แต่มันโฆษณาบอกว่า ให้ไอ้ซุปไก่นี้แทนความห่วงใย แทนความกตัญญู
พวกคุณๆทั้งหลายก็เชื่อมัน ซื้อมาให้เป็นของขวัญกันจนเป็นวัฒนธรรมกันไปแล้ว
จริงอยู่ว่า จขทก คนจุดประเด็นมันพูดแรง แต่ประเด็นคือ
ไม่เคยสงสัยกันบ้างหรือว่าทำไมไอ้ซุปไก่นี้ถึงเป็นตัวแทนความห่วงใย และความกตัญญูไปได้ ปล่อยให้มันหลอกขาย
ใครเคี้ยวเองได้ กระเพาะยังดี ลำไส้ยังแข็งแรง ก็ยังไม่ต้องกินละกันนะ
Mekboyz wrote:
ยืนยันอีกเสียงเพราะตอนนี้เล่น SC2 อยู่มันปล่อยอาวุธออกมาเป็นเข็มแล้ว
ตอนเด็กๆ เคยชอบกินรังนกมากกกกกกกกก ไม่สนคุณค่าทางอาหารหรือทางใจบ้าบอไร แค่มันอร่อยอะ
แต่พอรู้เรื่องวิธีเก็บรังนก นกตายคารัง รังนกเลือด บลาๆ นี่ก็คิดว่า เออ ขนมอย่างอื่นอร่อยๆ มีเยอะแยะ หมูเหมอก็มีให้กิน เดี๊ยนขอละลดเลิกตรงนี้ดีกว่าค่ะ ห้ามใจตัวเองมาได้หลายปีละ
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้จะคิดให้ใครมาคิดแบบเดียวกับกู สารอาหารไรช่างมันเถอะ ถ้วยนึงก็ติ๊ดเดียว อย่าคิดมาก
ปล. แต่ซุปไก่เนี่ย ต่อให้ซื้อเค้า หรือแม่ต้มให้แบบสูตรแท้ๆ คอนเซ็นเทรต รสชาติก็แอวะๆ อยู่ดี กินไม่ลง
มันแปลกๆนะครับเหมือนกับการ ผูกขาด ยังไงชอบกล กับรังนกเนี่ย!!!!
ตั๊กแตนส่งตรงจากดาว Char เลยทีเดียว
จะโฆษณาว่าให้คนที่คุณห่วงใยไรก็ไม่ว่าแต่
สอใส่เกือกโฆษณาสรรพคุณเว่อจนแม่กรูจะไปซื้อมากินเพื่อรักษาข้อเสื่อมนี่กรูโมโหว่ะ
ไอ้สัด กว่ากรูจะอธิบายให้แม่กรูยอมเข้าใจก็2วันได้ ว่ากินไปให้ตายยังไงก็รักษาโรคข้อเสื่อมไม่ได้
แม่กรูก็งงสิ ก็เห็นในทีวีโฆษณาว่าามีประโยชน์ห่านเหวเย่โห้อะไรกันชิบห๋อง
ใจคนที่อยากจะหายจากโรคที่เป็นอยู่เพื่อไม่ให้มันเป็นภาระต่อครอบครัวน่ะ ต่อให้เป็นฟางเส้นเล็กๆเค้าก็คว้าหมด อะไรที่เค้าว่าใช้แล้วหายเค้ากไปหมด มันเลยทำให้เกิด “มิจฉาชีพ”ด้านนี้ขึ้น ซึ่งกรูเกลียดสัดๆ
แล้วถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่มีคนรู้จริงคอยห้ามจะขนาดไหน ต้องคอยซื้อกินทุกวันเพราะเชื่อว่ากินไปแล้วมันหายจากโรคที่เป็นอยู่จริง?
หลอกลวงประชาชนป่ะ?
ความจริงเวลาป่วยเนี่ย ให้เป้นผลไม้ก็ได้นี่คะ
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันคนที่เวลาป่วยแล้วต้องซื้อรังนก ซื้อซุปไก่มาให้เนี่ย
ตอนแรกๆที่บ้านก็ชอบซื้อไปเยี่ยมไข้เหมือนกัน
แต่ตอนพ่อเราไม่สบายก็มากันทีกินไม่หมด ต่อจากนั้นมาก็ซื้อแต่ผลไม้ให้อย่างเดียวเลยล่ะ
เพราะว่าอย่างน้อยผลไม้5ชนิดรสก็ไม่เหมือนกันล่ะนะ
ลองคิดดูละกัน กินของอย่างเดียวกันๆตอดกันซัก4-5วันดูสิ
แค่เห้นอีกครั้งก็อิ่มแล้วอ่ะ
คาดว่าคงเพราะว่ามันเก็ได้นานกว่าผลไม้นะครับบางทีเราเอาผลไม้ไปเขาไม่กินปล่อยไปสักพักมันก็เน่าแล้วละครับ
เจอ skill 1 ของตั๊กแตนก็หนีไม่ทันแล้ว..
ก็รู้นะว่าสารอาหารมันน้อย แต่เคยกินตอนแฮ้งอะ เออ มันก็ดีนะ หายแฮ้งเร็วดี
พอดีเป็นคนแฮ้งบ่อย มักสรรหาวิธีแก้แฮ้งตามอาการของร่างกายตัวเอง
อ้าวเห้ย หลุดจากเรื่องน้ำโปรตีน มาน้ำหมักเฉยเลยกรู
รู้ไหมว่าซุปไก่มีสารก่อมะเร็ง ถึงมันจะมีในปริมาณน้อยก็เถอะ ถ้าเอาไปให้คนป่วยที่ภูมิต่ำอยู่ก็เหมือนกับแช่งจริงๆนะเธอว์ ส่วนพวกงานวิจัยในโฆษณาอะไรนั่นมีจริงครับ แต่ว่า control มันใช้น้ำเปล่า ผมเอาน้ำแกงจืดไปเทสผลมันก็ sig กว่าคอนโทรลอยู่แล้วแสรดดก
ต่อให้ช่วงไหนที่โฆษณาน้อย หงอยเหงาเพียงใด โฆษณาสินค้าประเภทนี้จะต้องยิงอยู่ตลอดเวลา เป็นสินค้าที่อยู่ได้เพราะแรงโฆษณาสร้างภาพจริงๆ
ซุปไก้ดูดซึมเร็ว เหมาะกับคนป่วย กุไม่เถียง
แต่อีรังนกเนี่ย มึงจะไปเบียดเบียนสัตว์ทำไมคะ?
ไม่มีปัญญาหาอะไรอย่างอื่นแดกแล้วหรอ?
กูว่าถ้าเป็นตั๊กแตนตัวในรูป
อ๋องแม่งนั่ง Siege Tank มาแน่เลยว่ะ
ซุปไก่นี่อย่าซื้อให้คนเป็นมะเร็งกินเชียวนะ
ประสบการณ์จากเืพื่อนเลย
ย่าตายเพราะซุปไก่
บำรุงได้จริง แต่บำรุงมะเร็ง
เหยด ตั๊กแตน Hydralisk
เชี่ยเม๊นท์ที่แล้ว พิมไม่จบ
ต้องเอาตั๊กแตนตัวนี้ไปสู้กะ”ยานรบแห่งย่านเกียกกาย”
AE wrote:
แม้แต่สารกระตุ้นทำให้หัวใจทำงานหนักก็มี นี่ยังไม่รวมพวกคอเรสที่สูงมากอีก คนแก่กินไปโทษเยอะกว่ามากนะครับ เข้าใจผิดแล้ว
ถึงซุปไก่คุณค่าทางอาหารมันจะเท่ากับไข่ไก่ฟองเดียว แต่เราเชื่อในเรื่องที่ว่ามันดูดซึมง่ายนะ
แต่ไอ้รังนกนี่กินไปเพื่ออะไรเหรอ??? พอดีไร้การศึกษาในเรื่องรังนกอ่ะ
รู้แต่ว่าคนไปขโมยบ้านมันมาแค่นั้น
รังนก = ความห่วงใย แรกมากับบ้านของนก ท่ากินแล้วมีประโยทมากคงก็คุ้มแต่มันไม่ใช่อ่ะดิ ส่วนซุบไก่ผมว่าโอเคนะอย่างน้อยก็ได้สมุนไหรที่ติดๆมาในนั้นซึ่งเราไม่ค่อยได้กินกัน ไก่ก็มีประโยทอยู่แล้ว แต่ในรังนกไม่มี ไม่มีไรเลยจริงๆ
กินเพราะเข้าซื้อมาไห้ กินเพราะอร่อย กินเพราะมันแพง กินเพราะโฆษณามันบอกว่าดี เท่านั้นเองรึ มีเหตุผลที่ดีกว่านี้ไหม ที่พวกเราไปเอาบ้านนกมันมากิน
ติดมาม่า wrote:
ไม่เคยคิดจะกินเพราะชื่อ แต่เคยอ่านเหมือนกันค่ะ ว่านกจะต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนในการสร้างรังๆนึง
คิดดูว่าถ้าเราสร้างบ้านมา แต่มันมียักที่ไหนม่ะรุมาเอาบ้านเราไป สร้างกี่ทีๆแม่มก้อเอาไป
อร่อยแต่ไม่มีคุนค่า ก้อน่าจะห้ามใจได้นะ
@ Feria:
รังนกสมัยนี้ ถ้าไม่ใช่ตามร้่านขายยาจีนที่มีรังนกโชว์เป็นใบๆ แบบนั้น

แล้วก็เอามาขาย 
แต่เป็นรังนกที่ใส่ในขวดเล็กๆ ขายแพงๆ มันไม่ใช่รังนกจริงๆ หรอกครับ
มันเป็นสารสังเคราะห์ล้วนๆ เอามาแต่งสี ใส่กลิ่นให้มันคล้ายๆกัน
แล้ว ถามว่า ทำไมมันกล้าโฆษณาว่ามันเป็นรังนกแท้?
ก็แน่ล่ะครับ มันต้องกล้าสิ เพราะ ไม่มีใครเล่นงานเขาได้ไง ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม
สิ่งที่เขียนมาเป็น “สมมติฐาน” ล้วนๆ นะครับ
เพราะลองคิดๆ ดูเองว่า นกนางแอ่นตัวเมียมันมีกี่ตัว แล้วแต่ละปีมันทำรังกี่ครั้ง
ถึงได้มาป้อนโรงงานได้เป็นล้าน ขวดขนาดนั้น
แล้วโรงงานผลิตรังนกขวดน้อยๆ เนี่ย เขาคงไม่ผลิตแค่ 2-3 หมื่นขวดหรอก
แต่ผลิตที่เป็น “ล้าน” ขวด แล้วผมก็สงสัยว่า นกนางแอ่นเมืองไทยมันมีเป็นล้าน ตัวเรยหรอครับ
เน้นนะครับ “สมมติฐาน” คิดเองทั้งนั้นครับ ไม่มีข้อมูลอันใดประกอบเลย อย่าเพิ่งเชื่ออะไรนะครับ
อ้อ เกี่ยวข้องกะดราม่านี้นะ ผมว่า จขกท. ดูถูกคน เขียนล่อเป้าเองอ่ะ โดนรุมยำก็พอจะเข้าใจได้อยู่ ว่าเพราะอะไรอ่ะนะ
ออกจะเห็นด้วยกะ คห.26 ในกระทู้ต้นเรื่องนะ
เคยกินเมื่อนานมาแล้ว จนทำให้กูอ้วกออกมาเลยวะครับ มึงใส่อ้วกไก่มาให้กูกินหรือไรวะครับ และหลังจากนั้น กูก็ไม่กินเนื้อสัตว์อีกเลยวะครับ เพราะหมดบอกร่างกายอ่อนแอเกินไป เพราะเจือกไปแดกไอ่ของพวกนี้เข้า
กูขอเป็น “ควาย” กินหญ้าสีเขียวๆ ม่วงๆ ในตระกร้า ดีกว่ามาแดกอ้วกไก่ดีกว่าวะครับ
ไม่ก็ซื้อน้ำผลไม้กับยายที่ตลาดยังชื่นใจกว่าวะครับ (ถึงรสชาติจะเหมือนน้ำเปล่าก็เถอะวะครับ)
ถ้าไอ้ตัํกแตน Zerg มันมาต้านล้อรถจริง อาจทำได้นะ
มันล่อกันมาทีละเป็นฝูง
กินซุปไก่ไม่ได้อ่าคับ เคยมีคนเอามาให้กิน จิบเดียวแทบอ้วกกันเลยทีเดียว คาวโคตรๆ (ของแว้น สูตรดื่มง่าย ง่ายกะอาอี๊เมริงหร๋อแสรด) สุดท้ายต้องทำใจกินให้หมด ไม่งั้นคนให้เคือง ปรากฎว่ากินอะไรไม่อร่อยไปอีกวันนึง เห้อ
ส่วนตัวชอบซุปไก่ทำเองมากกว่า ที่บ้านเอาไก่มาตุ๋นกะหอมใหญ่ มะเขือเทศ มันฝรั่ง ใส่พริกไทกะซีอิ้วพอปะแล่มๆ ตุ๋นไฟอ่อนๆ จนไก่เปื่อย น้ำใสกิ๊ง ไม่มีมันลอย อ่า ถ้วยเดียวไม่เคยพอ
ว่าแล้วก็ไปอ้อนแม่ให้ต้มให้ดีกว่า อิอิ
ซุปไก่อะร๊าย เค้าไม่กินหรอก คาว แพง
)
/เปิดขวดกระดกเป๊ปทีนไปสองขวด(อ้าว
ซุปไก้ขวดละ 50-60 บาท ไปซื้อไก่ต้มตามร้านข้าวแกงถุง ถุงละ 20-30 บาท แต่ประโหยขชน์+รสชาติ มากว่า หลายสิบเท่าเลยครับ
ปล.ผมเรียน เทคโนโลยีการอาหารมา อาจารย์ก็ยังบอกเลยครับ
ต้องชื่นชมการตลาดของบริษัทเขานะคะ(ขอย้ำว่าการตลาด)
ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูเป็นของดีที่หนึ่งที่ควรมอบให้กัน
ซื้อไก่มาตุ๋นเองกับเครื่องยาจีนแพ็คเล็กๆ แล้วใส่ขมิ้น ใส่หอมใหญ่ มะเขือเทศ ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า ลงไป หอมอร่อยอย่าบอกใครเชียว
ซุปไก่กินไม่ได้เหมือนกันค่ะ คาวจัด
รังนกถ้าแบบขายตามร้านธรรมดาที่ไม่ใช่มียี่ห้อ ก็พอกินได้ พอแบบมียี่ห้อขวดแพงๆเนี่ย กินไม่ได้เหมือนกัน คาว
เหอ เหอ เหอ
แต่เราชอบของเค้านะ เพราะโฆษณา “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง” ยังไม่เห็นผลเท่าให้แบรนด์เป็นของขวัญเลย
จริง ๆ คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เหล้าล่ะนะ
แต่เพราะของขวัญส่วนใหญ่ก็หาสาระอะไรไม่ได้อยู่แล้ว คงมองได้ว่ามัน “แพงอย่างมีประโยชน์และคุณค่า” ล่ะนะ
ดีกว่าให้ เรด แบล็ก บลู หรือของกระจุกกระจิกล่ะน่า อย่าคิดมากไป
ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยได้รับเมล์อธิบายถึงขั้นตอนและความโหดร้ายในการเก็บรังนก
ว่ามันป่าเถื่อน โดยเฉพาะรังนกสีแดง(รังนกเลือด) บอกว่า มันคือน้ำลายนกที่คายมาเพื่อสร้างรังครั้งสุดท้ายก่อนตาย จึงมีเลือดผสมติดมา
บอกตรงนะก็เชื่อไปพักนึง แต่พอกลับมาค้นคว้า พบว่า
แหกตาคับ
รังนกที่เอามากิน เป็นน้ำลายนกจริงคับ นกอีแอ่นคายมาเพื่อสร้างรังไว้สำหรับวางไข่
เมื่อไข่ฟักตัว ก็จะอพยพไปกันที่อื่น พอจะวางใหม่ก็มาสร้างอีกรอบ มันไม่ได้อยู่เมืองไทยคับ
รังนกทั่วไป สีขาวๆ(ขุ่น) พ่อค้าสัปทาน จะเก็บก็ต่อเมื่อมันทิ้งรังไปแล้ว จึงเก็บ ไม่มีใครโง่พอที่จะรีบเก็บตอนมันยังไม่ทิ้ง
เพราะอะไรเร๋อคับ? ก็เพราะเค้ากลัวมันหนี มันไม่กลับมาแล้วนะซิ
ถ้ามันไปแล้ว มันไม่มีวันกลับมาอีก
บ้านที่นกมาทำรังไว้ เหมือนถูกหวย หลายแห่งถึงกับสร้างบ้านขึ้นเพื่อหวังให้มันมาอาศัย พอมันไปก็ได้เก็บรังนก กำไรกว่าให้คนเช่าเสียอีก
ส่วนรังนกเลือด ก็ไม่ใช่รังนกที่แม่นกคายเลือดออกมา
แต่มันคือรังนกถ้ำ ที่เมื่อนกสร้างรังบนผนังถ้ำ รังนกจะดูดซึมแร่ธาตุที่มีอยู่ในผนังตามธรรมชาติ แล้วแต่ว่า มีธาตุอะไร
ธาตุอื่นก็มี เพียงแต่มันไม่ได้ทำให้เป็นสีแดง ธาตุเหล็ก ทำให้มันมีสีแดง เป้ฯที่ต้องการ(หายาก)ของตลาด ราคาจึงถูกตั้งไว้สูง
ส่วนรังนกที่ดูดซึมแร่ธาตุที่ให้สีเป็ฯอย่างอื่น ทำให้โดนคัดเกรดต่ำลงไป
ผมเขียนจากสิ่งที่ผมอ่านมา เชื่อ-ไม่เชื่อ ก็ลองไปหาอ่านกันเอาเอง
อยากสะกิดเตือนผู้เสพข่าวสารมากกว่า
โดยเฉพาะ FWM
อยากให้ลองวิจารณ์ในเนื้อหาข้างต้นหน่อยว่า ผมโกหกรึป่าวคับ
ยังไม่สะใจใจ ขอประจานอีกยก กับการอ้างอิงผลวิจัย วว.
ตอนแรกก็สงสัยเลยเข้าไปค้น กับพบว่า วว.ได้ทำการวิจัยจริง แต่ให้ข้อสรุปอีกอย่างว่า มันมีประโยชน์คับ รังนกนางแอ่นเนี่ย
………………………………..
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้ทำการ วิเคราะห์หาส่วนผสมของรังนกนางแอ่น พบว่าประกอบด้วย น้ำ 5.11% โปรตีน 60.90% แคลเซียม 0.85% โพแทสเซียม 0.05% และฟอสฟอรัส 0.03% ซึ่งสารแต่ละชนิดต่างก็มีคุณค่าทางโภชนาการทั้งสิ้น นอกจากนั้น ในปี 2506 ได้มีชาวต่างประเทศศึกษาพบว่าสารประกอบที่สกัดได้จาก รังนกนางแอ่นมีคุณสมบัติเป็นตัวยับยั้ง haemaglutination ซึ่งทำให้เกิดเชื้อ ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยับยั้งการติดเชื้อได้ อีกหลายชนิดด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดรังนกนางแอ่นจึงได้ รับความนิยมอย่างสูง มาจนถึงปัจจุบันนี้
……………
ที่มา
http://www.tistr.or.th/t/publication/page_area_show_bc.asp?i1=40&i2=22
เพียงแต่นักโภชนการกะจอกๆ กลับตัดแปะข้อความแล้วแปลงสารให้มันออกมาในทางตรงกันข้าม คนแบบนี้มีเยอะด้วยคับในประเทศไทย(เรียกว่าในโลกดีก่า เพราะจีนก็เยอะ ฝรั่งก็แยะ)
#348 อธิบายได้ถูกต้องแล้วครับ ทำไมผมถึงรู้นะเหรอ ก็เพราะบ้านผมทำนะสิ เด่วนี้มีแบบน้ำตาล 0% แล้วครับ รังนกจะช่วยในเรื่องระบบทางเดินหายใจนะครับ พวกปอดอะไรประมาณนี้ ไอ้พวกที่บอกว่ากินแล้วเพิ่มสมรรถภาพทางเพศนะ คิดไปเองทั้งนั้น ส่วนวิธีการเก็บนั้น ของผม ประมาณ 90 วันเก็บทีนึง มันไม่หนีหรอกครับ แต่อย่าไปเก็บตอนที่มีไข่ก็พอ พอเก็บเด่วมันก็สร้างใหม่ อีกอย่างนกพวกนี้อยู่ไหนแล้วอยู่ตรงนั้นตลอดนะคับถ้าเราไม่ไปกวนมันนะ ขนาดปี31 พายุเข้านกหายเกลี้ยง แต่พออีก 2-3เดือน ก็กลับมาอยู่เหมือนเดิม แล้วตอนไข้หวัดนกระบาด คนเค้าก็กลัวว่ากินรังนกแล้วจะติดไข้หวัดนก ผมจะบอกให้ว่านกนางแอ่น มันจะออกหาอาหารเป็นเวลา ออก6โมงกลับ 6 โมง ตอนหาอาหารมันจะบินไปไกลมากและจะไม่ไปเกาะที่ไหน พูดง่าย บินตลอด ถ้าไม่เชื่อแถวบ้านใครเลี้ยงนกให้สังเกตุดูว่ามีตัวไหนไปเกาะตามเสาไฟฟ้ามั้ง มันจะเกาะก็ต่อเมื่อถึงรังมันเท่านั้น ฉะนั้นโอกาศที่นกจะติดโรคน้อยมาก มันจะไปหาแมลงกินตามเกาะในทะเล หายห่วงได้ครับ
บ้านผมอยู่แถวไหนนะเหรอ ลองพิมในกูเกิลดู “รังนกปากพนัง”
ไม่เห็นอร่อยเลยรังนกหรือว่าจะเป็นซุปไก่อะไรอ่ะ สู้เอาเงินไปซื้อไพ่ยูกิไปแจกเด็กดีกว่าิ รังนกมันก็แค่น้ำลายนกเท่านั้นเองแหละ ถุยถุย
123 นี่ตัวจริงป่าวหว่า
ถ้าเป็นตัวจริงนะ เมื่อไหร่เกมของเจ้าจะออกมาวางตลาด หือ?
มันเป็นธรรมเนียมคนจีนเน่อ อากงอาม่าเขาชอบกิน ผมเป็นลูกจีนก็ชอบกินด้วย
คนมีการศึกษาก็ต้องรักษาวัฒนธรรมเหมือนกันนี่
เห้ย! แต่เราชอบนะ ซุปไก้สกัด อร่อย
ซุปไก่เหรอ? แดรกน้ำป้าเช็งดีฝ่าว่ะ
ส่วนเรื่องที่เอาของมาเยี่ยมระหว่างซุปไก่กลับตะกล้าผัก เลือกตะกร้าผักว่ะค่ะดีกว่าเยอะ
ตักแตนตัวนั้นมันแดร๊กส์ซุปไก่เข้าไปใช่ไหม
ตกลงมันเปน วีน่อมแมนเซอร์หรือไฮดราลิส วะ
=-= ประโยชน์น้อยอันนี้รู้ แต่เรื่องเล็ก
แต่รสชาติอร่อย อาม่าชอบนี้สิเรื่องใหญ่
เวลาคนเป็นห่วง ก็หาว่าเจือก
เวลาตัวเดือดร้อนแล้วไม่มีคนบอกล่วงหน้า ก็หาว่าแล้งน้ำใจ
แต่จขกท มันแรงเกินไป ถ้า edit เอาประโยคลงท้ายออก และขอโทษนิดหน่อย ก็น่าจะโอเคนะ
กูจะอ๊วกทุกคราที่ดูโฆษณาแบรนด์เหี้่ยไรนั่น “รักและห่วงใย” แมร่งเลี่ยนโคตรๆ
ไอ้ซุปไก่เนี่ยกูแดกทีแทบน้ำตาเล็ดห่า ไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหารแล้วยังเสือกรสชาติโซ้นตีนอีก
น่าแปลกที่ยังมีคนซื้อแดกเพราะคิดว่าแดกแล้วจะเอนติด
แต่จ่าครับผมว่าถ้าไอ้ตั๊กแตนตัวนั้น กระสวยอวกาศแม่งยังหมุดได้เลยนะครับจ่า
ความเห็นส่วนตัวนะ…
เราไม่เห็นว่าซุปไก่หรือรังนกมันจะอร่อยตรงไหน
ปีใหม่ปู่ย่าเราได้เป้นกระเช้าๆ คนในบ้านนั่งมองหน้า เกี่ยงกันกิน
ซื้อของพวกนี้เยี่ยมคนไข้ เยี่ยมผู้ใหญ่ มันก็ไม่ต่างจากคนชอบสั่ง”ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว”มากินเลยหวะ

ราคาแพงแล้วไง?? แล้วมันทำให้คุณค่าทางสารอาหารมันเพิ่มขึ้นรึเปล่า??
>>>
>>>>
>>>>>
เชื่อเหอะว่า. . . บางครั้ง”ความจริงใจ” ก็มีค่ามากกว่า”มูลค่าของสิ่งของ”
มันเป็นค่านิยมอ่ะ เค้าจะให้อะไรมันก็เรื่องของเค้าคนให้สุขใจคนรับสุขใจมันก็พอแร้วนิ เหมือนพวกมรึงซื้อรถทำไมไม่ขี่จักรยาน แดกโออิชิฟูจิไม่แดกไข่เจียวอยู่ที่บ้านวะ โคดซิมเปิล เถึยงกันอยู่นั่น มองตัวเองซะก่อน
เอาจริงๆนะ กินมากไปมันก็ไม่ดี ซุปไก่อ่ะ
ลุงผมกินจนเป็นโรคเก๊าอ่ะ จริงๆนะ
พอถามหมอ หมอบอกว่าได้รับสารมากเกินไป
เคยได้มากระเช้านึง แต่ให้คนอืื่นหมด

เพราะลองกินดูแล้ว รู็้สึกเลยว่า
เหี้ยนี่มัน น้ำล้างไก่ ใส่ซอส ชัดๆ
มันเป็นค่านิยม wrote:
นั่นสิ เรื่องของใครของัมน รสนิยมของใครของมัน เงินใครเงินมัน จะไปเถียงกันทำหอยอะไรวะ
บ้านผมไม่ค่อยนิยมให้นะ ห้เเต่นมกระป๋องตาหมีอะ หร่อยกว่าอีก
แรกๆก็ซื้อให้อยู่ หลังๆแม่บอกแม่ไม่กิน แม่ชอบกินนมถั่วเหลือง ก็เลยเปลี่ยนตั้งแต่นั้นมา หุหุหุ
เวลาเยี่ยมคนป่วย ช่วงหลังๆก็ซื้อพวกนม ขนมไปให้ตลอดแหละ กุก็ไม่เห็นมีใคร request รังนกหรือซุปไก่ห่าไรนี่สักคน
ปล.เรื่องมากกุก็บอกไปซื้อเอาเอง ส่วนอันนี้ ถ้าไม่เอา กุเอากลับไปกินเองก็ได้ ฮ่าๆๆๆ
555+ จขกท.ก็ดีนะที่มาบอกความรุ้ แต่เสียที่ บอกเฉยๆไม่ได้ ต้องเหน็บ ที่ควรทำคือ บอกเฉยๆพอไม่ต้องหาเรื่องแขวะใคร จบ
ถ้าเราป่วย เราขอผลไม้สดดีกว่า ซุปไก่อร่อยก็ไม่อร่อย เหม็นด้วย
สารอาหารในรังนก กับซุปไก่สกัด เนี่ยน้อยนิดมาก


แต่คอนเฟิร์มว่าไข่ไก่นี่เมพจิง ยิ่งไข่ดิบ+สไปร์ทนะ รสชาติแหล่มมากก
แถมยังทำให้ท่านชายเนี่ย แข็ง+แรง!!
ส่วนถ้าอยากให้ดูดซึมไวก็ใส่เบียร์นิดหน่อย เป็นกระสัย เหอๆ
เอ่อ ไอ้ตั๊กแตนที่ปิดท้ายดราม่านี้ ถ้าเป็นผมนะ ผมสั่งสารถีเผ่นสุดชีวิตละครับ น่ากลัวโคตร
ดีนะที่ไม่เอารูปเนโครมอฟมาใส่
ท่านอ๋องกับสารถีคงโดนจับแดกหัวแล้ว
Crime City wrote:
และมันก็ไม่ได้ผิดกฎหมายสักหน่อย ไแ้พวกที่ต่อต้านก็ทำยังกับมันเป็นยาบ้า กัญชา เฮโรอิน ยาไอซ์ อย่างงั้นแหล่ะ
พวกมึงเคยเป็นปะ เวลาก่อนสอบ เพลียๆ หรือ มึนๆ แดก แบรน หาย
แต่แดกไข่ไก่ ไม่ช่วยห่าไร
พวกขับรถตู้มันยังแดกแบรน บางคน สูตรเด็ด แบรน ผสม กระทิงแดง
มันบอก แดกแบรน มันจะไม่ค่อย มึน ถ้ากระทิงแดงเพียว มันจะหวิวๆ ถ้าผสมกันนี่ ทีเด็ด กูยังไม่เคยลองว่ะ
กูอะรู้นะ แบรน อะ คุณค่าทางโภชนาการ ไม่มีห่าไรเลย แต่ทำไงได้วะ เวลาเข้าสอบ สาม ชม สอบไป ชมเดว หัวตื้อ
หยิบแบรนมาแดก สิบนาทีผ่านไป หายตื้อ กูก็ไม่รู้จะอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ยังไง
รู้มานานและ(รวมทั้งอาหารเสริมโง่ๆอีกหลายชนิดที่มึงอาจคิดไม่ถึง)
ประเด็นคือมันไม่ใช่เงินกูนี่หว่า
หรือถ้าให้มันเป็นรูปธรรมขึ้น ถ้าซักวันกูลงทุนทำอุตสาหกรรมอาหารเสริมพวกนี้มาหลอกแดกคนอื่น กูก็ยังมั่นใจว่ามันมีคนซื้อ