Photobucket
Photobucket

ไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวที่น่าตกตะลึงข่าวนึง นั่นคือการพบศพทารกที่เสียชีวิตจากการทำแท้ง

กว่าสองร้อยศพ ซุกซ่อนอยู่ในโกดังเก็บศพของวัดแห่งหนึ่ง และเมื่อตำรวจขยายผลการสอบสวน

:?: จากศพสองร้อยกว่าๆก็กลายมาเป็นศพสองพันกว่าศพในวันนี้!!

กระทั่งสื่อต่างประเทศอย่าง CNN ยังเอาประเด็นนี้ไปนำเสนอกันอย่างครึกโครม

ในเว็บบอร์ดของไทยหลายๆแห่งก็เอาเรื่องนี้มาถกเถียงกันอย่างออกรส ว่าเหตุใดปัญหาเด็กไทยใจแตกจึงบานปลายถึงขนาดนี้

แล้วเราจะแก้ไขมันอย่างไร ควรให้มีการทำแท้งเสรีหรือไม่!? น่าเสียดายที่บรรดาอมยิ้มทั้งหลายที่ถกเถียงกันยังอยู่บนเหตุผล

ไม่ใช่อารมณ์เข้าปะทะกันเท่าที่ควร ก็เลยไม่มีดราม่าเรื่องนี้ให้แอดมินเขียน แอดมินก็เลยขอเขียนบทความสั้นๆถึงกรณีทำแท้งเสรีซักหน่อย

ก่อนอื่นต้องท้าวความถึงการทำแท้งโดยถูกต้องตามกฏหมายเสียก่อน ในโลกนี้การทำแท้งในแต่ละประเทศจะมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน

แต่รวมๆก็จะประกอบด้วยทำแท้งเพื่อปกป้องชีวิตของมารดาในกรณีที่การตั้งครรภ์นั้นมีอันตรายต่อมารดาถึงชีวิต เช่นครรภ์เป็นพิษ

การทำแท้งเพราะปัญหาทางสุขภาพกายและสุขภาพจิตของมารดา การทำแท้งเพราะปัญหาเรื่องเศรษฐานะ(ไม่มีตังค์เลี้ยงดู อยู่ในวัยเรียน บลาๆ)

การทำแท้งในกรณีถูกข่มขืนจนตั้งครรถ์ การทำแท้งเพราะทารกในครรภ์มีความพิการ และสุดท้ายคือการทำแท้งตามความประสงค์ของผู้เป็นแม่

ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีรายละเอียดของกฏหมายในการทำแท้งแตกต่างกันไป ในประเทศไทยนั้นการทำแท้งที่ถูกกฏหมาย

ประกอบด้วย 1. เพื่อปกป้องชีวิตของมารดาในกรณีที่การตั้งครรภ์นั้นมีอันตรายต่อมารดาถึงชีวิต และ 2. กรณีถูกข่มขืน

ดูในภาพทางด้านซ้ายจะเห็นว่าประเทศที่ทำแท้งได้ทุกเงื่อนไขจะอยู่ในกลุ่มประเทศสีน้ำเงิน ส่วนของไทยเป็นสีส้ม

พอๆกับประเทศในแถบอเมริกาใต้ คือสรุปว่ากฏหมายของเราเปิดกว้างกว่าประเทศด้อยพัฒนาแถวแอฟริกาอยู่จิ๊ดนึง

ต่อมาในปี 2549 แพทยสภาเล็งเห็นว่าการทำแท้งเพียงสองกรณีนี้อาจไม่เพียงพอต่อสังคมไทย จึงเพิ่มรายละเอียดเข้าไปใน

“ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฎิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรถ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฏหมายอาญา”

โดยเพิ่มกรณีที่จำเป็นต้องทำแท้งเนื่องจากสุขภาพจิตของหญิงมีครรภ์ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ที่ไม่ใช่ผู้ทำแท้งให้อย่างน้อยหนึ่งคน

:lol: คือพูดง่ายๆว่าต้องมีหมอสองคนเห็นชอบนั่นแหละ และต้องมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าหญิงผู้นั้นมีปัญหาด้านสุขภาพจิตในเวชระเบียนอย่างละเอียดด้วย

แต่กระนั้นภาวะตั้งครรภ์ที่ผิดปรกติอีกหลายๆประเภทก็ยังไม่มีการพูดถึงในข้อบังคับฉบับนี้ เช่นต่อให้ลูกในท้องเกิดมีความพิกลพิการ

เกิดมาไม่มีสมองคลอดออกมาแล้วเสียชีวิตแน่นอน แต่ถ้าเราไปทำแท้งก็ถือว่ามีความผิดทางกฏหมายอยู่ดี

แต่ในทางปฎิบัติถ้าพบว่าเด็กมีความพิการรุนแรงก็ทำแท้งกันอ่ะนะ แต่ยังไม่มีกฏหมายรองรับเท่านั้นเอง

ย้อนกลับมาดูกรณีทำแท้งในบ้านเรา การทำแท้งที่นิยมในไทยประกอบด้วยการเหน็บยา

การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าไปขูดมดลูกหรือดูดตัวเด็กออกมา และการเอาสารบางประเภทที่ทำให้มดลูกระคายเคือง

เช่นน้ำยาล้างห้องน้ำ ฉีดเข้าไปที่บริเวณปากมดลูกเพื่อทำให้แท้ง ประเภทนี้ผลข้างเคียงรุนแรงมากหลายคนที่ไปทำแท้งพวกนี้มา

:?: ก็ถึงกับติดเชื้อในกระแสเลือด ตกเลือดอย่างรุนแรง บางรายมดลูกแตก บางรายก็เป็นฝีหนองเต็มมดลูก

การซื้อหายาเหน็บทำแท้งหรือก็ง่ายดายราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก เพียงแค่หาคำว่า “ยาทำแท้ง” ใน google

ก็มีร้านขายยาทำแท้งจำนวนมากมาปรากฏให้คนที่ต้องการทำแท้งเลือกช๊อปปิ้งกันตามอำเภอใจ

:x แถมบางร้านแม่งยังอ้างตัวว่าคนขายเป็นหมอหรือเภสัชซะด้วยนะ!!!

คลินิคทำแท้งเถื่อนหรือก็เปิดให้บริการเป็นดอกเห็ด อย่างที่เป็นข่าวปรากฏว่าในพื้นที่รอบๆวัดนั้น

มีสถานให้บริการที่ทำแท้งเถื่อนปาเข้าไปตั้งสี่ห้าที่ แถมพอมีข่าวทีตำรวจก็ออกปราบปรามีเหมือนไฟไหม้ฟาง

:cry: แต่พอข่าวซาลงเมื่อไหร่มันก็กลับไปอีหรอบเดิม คนที่อยากทำแท้งก็ไปอุดหนุนสินค้าและสถานบริการพวกนี้ตามเดิม

แต่อันนี้ก็คงโทษใครไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องของ demand supply เมื่อมีคนปรารถนาจะทำแท้ง ของพวกนี้ก็ย่อมตามมาเอง

กลุ่มเป้าหมายที่ไปอุดหนุนสถานบริการทำแท้งเถื่อนเหล่านี้ก็มีทั้งเด็กวัยรุ่นใจแตก จนไปถึงวัยทำงานที่ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์

การทำแท้งในกลุ่มวัยรุ่นเหตุผลน่าจะเป็นที่เข้าใจได้โดยง่าย แต่ในกลุ่มวัยทำงานที่น่าจะมีวิจารณญาณมากกว่าวัยรุ่นละ?

ทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงทำแท้งกัน จะบอกว่าโตเป็นควายป่านนี้แล้วยังสำส่อนโดยไม่คุมกำเนิดเหมือนเด็กแว๊นหรือพวกสก๊อยอีกอย่างงั้นรึ!?

แต่เท่าที่แอดมินเคยพบเห็นมา หลายๆคนในกลุ่มนี้ที่มาปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ก็มีความรู้เรื่องการคุมกำเนิดในระดับดี

แต่ควรทราบว่าการคุมกำเนิดมันไม่มีอะไร 100% และยิ่งมีความรู้ในประเภทของการคุมกำเนิดนั้นไม่เต็มที่ก็ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง

เช่นการใส่ถุงยาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็มีผู้ชายหลายคนที่ลืมบีบลมที่ปลายหำตอนใส่ถุงยาง จนถุงแตกดังโพละมานักต่อนัก

:evil: บางคนน้ำแตกปุ๊บหำหดปั๊บแล้วรูดถุงยางออกมาจากจิ๊มิ๊ไม่ดี จนน้ำขาวขุ่นหกเรี่ยราดและป่องในเวลาต่อมาก็มี!!!

เรามาดูเหตุการณ์สมมุติกันมั่ง สมมุติมีป้าแก่ๆคนนึงอายุ 45 – 46 อีกไม่กี่รอบประจำเดือนก็น่าจะหมดแล้ว แกเลยคิดว่าไม่เป็นไรไม่ต้องคุมกำเนิดก็ได้

แต่สุดท้ายก็ท้องได้เดือนกว่า เธอจึงมาปรึกษาแพทย์ว่าเธอไม่ต้องการครรภ์นี้ เพราะเธออายุมากแล้วเด็ก ลูกก็มีตั้งเยอะแยะ ฐานะก็ไม่ค่อยดี

ไม่คิดว่าจะมามีลูกเอาตอนแก่ ถ้าคลอดออกมาเธอคงเลี้ยงไม่ไหวแน่ๆ แพทย์ก็ตอบกลับไปว่าผมทำแท้งให้ไม่ได้ มันไม่ถูกต้องตามกฏหมาย

และบอกให้ป้าแก่คนนั้นทำใจและเลี้ยงดูลูกที่จะเกิดมา ถามผู้อ่านทุกท่านว่าใจคอจะให้ป้าแก่คนนี้รับผิดชอบกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์โดยลำพังเพียงผู้เดียว

มีทางเลือกให้แกเพียงทางเลือกเดียวคือตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาโดยไม่สนว่าแกจะมีปัญญาเลี้ยงไหวหรือไม่!?

:shock: และถ้าเลี้ยงไม่ไหว เด็กคนนี้จะโตขึ้นเป็นวีรบุรุษนักบิด หรือพริตตี้รองเท้าแตะและกลายมาเป็นปัญหาสังคมในอนาคตหรือไม่!?

และกรณีที่ใกล้เคียงกันหากป้าแก่คนนี้หากเป็นเด็กนักเรียน ม .5 ม.6 ที่ตั้งครรภ์ระหว่างวัยเรียนในอดีตที่ผ่านมา หากเธอปรึกษาแพทย์และได้รับคำตอบว่าทำแท้งไม่ได้

ถ้าเธอตัดสินใจตั้งครรภ์ต่อไปจนคลอดลูกก็จะถูกทางโรงเรียนให้ออก หมดโอกาสทางการศึกษาในอนาคต

แต่ถ้านักเรียนคนนี้ไปทำแท้งเธอก็จะพบกับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจิปาถะ จากการทำแท้งเถื่อนที่กล่าวมาข้างต้น

ปล. กรณีการให้ออกจากโรงเรียนเพราะนักเรียนตั้งครรภ์ กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขระเบียบกระทรวง

ของกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนมีสิทธิ์กลับมาเรียนต่อหลังจากคลอดลูก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น

:| การจะเอาระเบียบฉบับใหม่นี้ไปบังคับใช้ได้จริงแค่ไหน คงต้องดูกันต่อไปในอนาคต

พูดถึงมุมมองที่สังคมมีต่อการทำแท้งบ้าง คนไทยจำนวนมากยังไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง

บอกว่านั่นเป็นการทำลายชีวิต เป็นบาปมหันต์ ใครจะไปรู้โตขึ้นมาเด็กคนนั้นยอดคนเหมือนโทมัสเอดิสันก็เป็นได้!!

:arrow: โดยฝ่ายที่ตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์แล้วไม่มีปัญญาเลี้ยงดูซึ่งเป็นเสี่ยงส่วนน้อยก็คงบ่นอุบอิบ

ว่าพวกเอ็งไม่ได้เป็นคนซื้อนม ซื้อผ้าอ้อม เลี้ยงลูกแทนตูก็พูดได้นี่หว่า ลองมาจนแกลบแบบกรู

ตังค์จะกินข้าวไปวันๆยังหาไม่ค่อยมี แล้วเกิดพลาดจนป่องขึ้นมาดูซิว่าพวกมึงจะยังพูดแบบเดิมอีกมั้ย!!

ประเด็นคือการยกศีลธรรมมาอ้าง โดยไม่มองภาพรวมของปัญหา มันเป็นการผลักปัญหาไปให้ผู้ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

ต้องรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาโดยลำพังไปตามบรรทัดฐานของสังคมโดยไม่มีตัวเลือกอื่นใช่หรือไม่?

ถ้าเรายังปล่อยให้แม่ที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ แก้ไขปัญหาโดยลำพัง แล้วปัญหานี้มันจะจบสิ้นได้อย่างไร!?

:lol: แต่ถามว่าการทำแท้งเสรีจะแก้ปัญหานี้ได้มั้ย? พูดตรงๆว่าแอดมินก็ไม่เห็นด้วยว่ะถ้าจะให้เปิดทำแท้งเสรี

ที่สามารถทำได้ตามที่เจ้าตัวประสงค์เหมือนหลายๆประเทศในแถบยุโรป เพราะมันเหมือนกับเราให้คุณค่ากับชีวิตต่ำเกินไปหน่อยมั้ง

แต่ถามว่า ณ ปัจจุบันกฏหมายการทำแท้งของไทยมันยังครอบคลุมอยู่มั้ย? ยังเข้ากับยุคสมัยอยู่มั้ย?

แอดมินมั่นใจว่าแม่งตกยุคไปสิบล้านปีแสง เหมือนเอาวินโดวส์ 3.11 มารันบน Macbook Pro ยังไงยังงั้น

ความเห็นแอดมินคือเราควรจะมีการแก้ไขกฏหมายเกี่ยวกับทำแท้งเพิ่มเข้าไปอีกสองบริบท

หนึ่งคือการทำแท้งเนื่องจากทารกมีความพิการ และการทำแท้งหากแม่มีปัญหาด้านเศรษฐานะ (เช่นบ้านจน เลี้ยงไม่ไหว )

แต่ต้องกระทำภายใต้การพิจารณาจากหลายๆวิชาชีพ เช่น แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์

เพื่อมาประเมินร่วมกันว่าการทำแท้งควรจะเป็นทางออกสำหรับผู้ป่วยรายนี้หรือไม่ ถ้าไม่และควรตั้งครรภ์ต่อไป

จะมีการดูแลรองรับอย่างไรหากคลอดลูกออกมา เพื่อให้เด็กไม่โตขึ้นมากลายเป็นปัญหาของสังคม

เช่น การจัดหาครอบครัวอื่นที่พร้อมเข้ามาดูแลลูกแทนแม่ที่มีปัญหาเศรษฐานะเป็นต้น

แต่ที่ว่ามาเกี่ยวกับการแก้กฏหมายการทำแท้งก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วิธีที่ดีที่สุดก็สำหรับการป้องกันปัญหาระยะยาว

ก็คือการสอนสุขศึกษาและเพศศึกษาที่เหมาะสมให้กับกลุ่มวัยรุ่น และทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าจะให้การสอนสุขศึกษาได้ผล

:evil: คนไทยมันต้องเลิกซึนซะที!! มึงเลิกพูดกันได้แล้วอีหอยหลอดช้างยิ้มว่าเมืองไทยเมืองพุทธ!!

เมืองพุทธเหี้ยไรล่ะ วัยรุ่นสมัยนี้แม่งแทบจะแก้ผ้าปี้กันกลางถนนแล้วพวกมึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอวะ!!

เวลามีคนเขาทำหนังสือสอนเพศศึกษามาแจกเด็กมั่ง ออกนโยบายจะเอาตู้ขายถุงยางไปวางในโรงเรียนมั่ง

พวกมึงจะมาต่อต้านเขาทำหอกอะไร!! ยิ่งไอ้พวกป้าแก่ลุงแก่ที่มาร้องแรกแหกกระเชอว่าไม่ด้ายยยไม่ได้นะคะ!!

:mrgreen: เอาตู้ขายถุงยางมาวางในโรงเรียนแบบนี้มันแปลว่าพวกหล่อนสนับสนุนการปี้กันในวัยเรียนชิมิคะ!?

:o ซึ่งแอดมินอยากเอาถุงยางยัดปากอีห่าพวกนี้ซะสองโหลแล้วด่ากรอกหูพวกมันเหลือเกินว่าต่อให้ไม่มีตู้ขายถุงยาง

เด็กนักเรียนสมัยนี้แม่งก็ปี้กันระเบิดเถิดเทิงแล้ว!! พวกมึงช่วยแหกขี้ตาออกมาดูโลกความเป็นจริงมั่ง!!

ไม่ใช่วันๆเอาแต่นั่งวาดนิทานในฝัน ว่าเด็กไทยเป็นเด็กดีไม่ปี้กันก่อนแต่งงาน โรงเรียนก็เป็นสีขาวบริสุทธิ์ บลาๆๆ

แอดมินก็ไม่รู้ว่าข่าวพบศพเด็กสองพันศพในครั้งนี้จะกลายเป็นไฟไหม้ฟางเหมือนที่ผ่านๆมาหรือไม่!?

แต่ความเห็นจากหลายๆกระทู้ที่ถกกันในหว้ากอก็อ่านดูแล้วน่าสนใจไม่ใช่น้อย และถ้าเราคุยกันในเรื่องนี้ให้มากขึ้น

แอดมินก็เชื่อว่าอะไรๆในอนาคตมันน่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

;-) เอาเป็นว่าเราลองไปอ่านกระทู้ที่ชาวพันทิปหลายๆห้องเขาถกถึงประเด็นทำแท้งกันดูดีกว่า

ควรอนุญาตให้ทำแท้งได้ถูกกฏหมาย ทุกกรณี

http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U9928917/U9928917.html

คุณเห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้การทำแท้งถูกกฎหมาย [วิทยาศาสตร์ VS ศิลธรรม

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9932092/X9932092.html

เรียนเชิญสมาชิกห้องศาสนาทุกท่าน…

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y9938996/Y9938996.html

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

DVDr2u COPYDVD Photobucket Photobucket
เคมีภันฑ์" Photobucket Photobucket
Photobucket Photobucket

417 Responses to “[Adminบ่นข่าว]ทำแท้งเสรีนี่หรือทางเลือกสุดท้าย!?”

  • ผ่านมา:

    ผู้ชายน่ะหรอ ตอนมีเพศสัมพันธ์กันก็บอกว่า “ฉันรักเธอๆๆ” เป่าหูผู้หญิงให้เคลิ้มหลงใหล
    แต่พอผู้หญิงท้อง….ผู้ชายก็บอกว่าให้ไปทำแท้งแล้วชิ่งหนี ถุย! ตูดเป็ดชิบเป๋ง

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 71 Thumb down 4
  • babaoba:

    สมองผู้ชายหยุดพัฒนาตั้งแต่นั่งกระโถนเป็น wrote:

    ผู้ชายถูกเสมอทำอะไรก็ถูกจะเย็-ฟรีๆก็ถูกจะหลอกเย็-ก็ถูก คิดได้สารพัดว่าทำไมผู้หญิงเลวๆๆโง่ๆๆๆ
    คือถามว่าถุงยางเนี่ยมันใส่คว- แล้วผู้หญิงมันมี คว- มั๊ย คิดเอาแต่ได้ให้ผู้หญิงกินยาคุมๆๆ

    ตามตรรกะแล้วแปลว่าผู้ชายมันไม่มีสมองหลงเหลืออยู่เลย ถึงต้องให้ผู้หญิงทำแทนทุกอย่างสินะ
    ถ้าผู้หญิงไม่ยอมโดนเย็- แล้วทำไงเหรอ คือจะให้ต่อยตัวผู้คู่ขาให้กระอักเลือดเลยสินะถึงจะเรียกว่าไม่ยอม
    ถ้าไม่เอาคว- ยัดเข้าไปในนั้นมันจะท้องมั๊ยนะ สงสัยเป็นแค่สัตว์ที่ใช้ชีวิตตามสัญชาติญาณควมคุมความอยากไม่ได้
    พอท้องมาปรึกษากับตัวผู้คู่ขาคำตอบที่ได้ก็ไปทำแท้งทั้งนั้นฮ่าๆๆๆ

    ที่จริงก็เก็บเด็กไว้แล้วเอาตังไปจ้างมือปืนยิงกระบาลตัวผู้ดีกว่านะถ้ามันจัญไรนัก
    ไหนๆจะบาปแล้วก็สร้างกุศลให้กับโลกใบนี้ให้มันน่าอยู่ขึ้นหน่อยละกัน พวกเหี้ยๆจะได้น้อยลง

    เม้นดิบๆ แต่ตรงใจมากๆ ;-)

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 73 Thumb down 3
  • สมองผู้ชายหยุดพัฒนาตั้งแต่นั่งกระโถนเป็น:

    คือเคยเจอพวกชาติเดียรัจฉานที่ทำแฟนท้องแล้วตัวมันแอบไปนอกใจ พอแฟนโวยวายก็ซ้อมก็ทุบตีทั้งๆที่ท้องไง
    สาเหตุที่ผู้หญิงไปทำแท้งส่วนมากก็เพราะพวกเวรตะไลนี่ล่ะ ตุ๊ดหน้าหีเหมือนนาธาน ปากหวานจิตวิทยาสูง
    พูดกล่อมประสาทอยู่ทุกวันวันรักนะเหี้ยห่าสารพัด พอท้องพอโทรมไม่สวยก็ไปหาหีใหม่

    ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกอยากทำแท้งหรอก ทุกคนรักลูกทั้งนั้น มีแต่ตัวผู้ที่มองว่าเป็นภาระ
    ถ้าตัวผู้ทั้งโลกยอมเสียสละตัวเอง เสียสละอนาคตมาชดใช้บาปที่ก่อร่วมกัน ช่วยกันเลี้ยงดู “มันจะไม่มีการทำแท้งเกิดขึ้น”
    แต่ตัวผู้มันไม่เคยรักไง มันไม่รักตั้งแต่ตัวแม่แล้ว วันๆสนแต่หีงามๆ มองแต่นมมองแต่หีจนโดนหลอกปอกลอก
    แล้วก็มาโทษผู้หญิงเลว เลยฟันแม่งไปทั่วเลยทีนี้ สมองหัวดอจริงๆ
    ไอ้พวกเสนียจจัญไรดีแต่เอาชั่วให้คนอื่น ชาวนาไร้การศึกษายังมีปัญญาส่งลูกเรียนเลยว่ะ

    อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 53 Thumb down 5
  • ถีงลดยอดทำแท้งได้แต่ยอดคนติดเอด์จะสูงขึ้น คิดดูเอาเองแล้วกัน

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 19
  • จีจี้:

    เรื่องของเรื่องมันก็คือ รักสนุกกลัวลำบากครัฟ :evil:
    พ่อมันไม่รักมันชั่ว แล้วเด็กมันผิดอะไรล่ะครัฟถึงต้องฆ่าทิ้ง
    ผูกเองก็ต้องแก้เองสิครัฟ!!!! :evil:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 2
  • canon:

    ติดมาม่า wrote:

    เคยเรียนอยู่โรงเรียนใกล้ๆ วัดนี้แหละ แล้วก็โดนจับเข้าวัดนี้ฟังเทศน์บ่อยๆ ด้วย ไม่นึกเลยจริงๆ ว่ามันจะมีตู้เก็บเยอะขนาดนี้ สงสารพระท่านที่พลอยมาฉาวไปด้วย
    เออมิน่า สองแถวที่วิ่งซอยนี้มันเคยมีพวกสติ๊กเกอร์โฆษณาบลาๆ ปรึกษาปัญหาครอบครัวมีลูกเมื่อพร้อม บลาๆ รึว่า…. (อันนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ถ้าข้อมูลคลาดเคลื่อนต้องขออภัย)

    ยังมีอยู่ฮ่ะ คอนเฟิร์ม
    ตอนเด็กๆ เห็นเยอะมากเลย แต่กว่าจะฉลาดเข้าใจว่ามันคืออะไรก็ตอนเลยปีเฟรชชี่ไปแล้วนู่นนน :lol:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
  • CockroachAHolic:

    อื้ม… มีสาระมากค่ะจ่าคะ (_ _)b

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
  • แง้ว:

    จ่า ขอเถียงประเด้นนึงดิ
    ที่บอกว่า ควรเพิ่มพิจารณากฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งหากพ่อแม่มีฐานะที่ไม่พร้อมน่ะ
    คิดไปคิดว่า คำว่า ฐานะไม่พร้อม มันแค่ข้ออ้างนะจ่านะ
    มันก้อไม่ต่างกับ ครอบคตรัวไม่พร้อม พ่อแม่ยังเรียนไม่จบ ไม่พร้อม บลาๆๆ หรอก

    ที่จ่าบอกว่า ควรให้กฎหมายอนุญาตทำแท้งเมื่อครอบครัวไม่พรอ้ม เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่โตมาเป็นแว้น สก๊อย ชิมิ
    คือจ่าจะบอกว่า เด็กที่เกิดมา ทแล้วจะไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีแน่ๆเพระาฐานะทางบ้านไม่พร้อม ยังไงมัน็คงโตมาดียากสินะ
    ยังงี้มันก็ไม่ต่างกะวพกที่ มีเงินแต่ยังเรียนไม่จบ มีเงินแต่พ่อแม่ของเด็กที่ท้องอีกทีไม่อยากอุ้มหลาน ป้ะ???
    ถ้าจะออกกฎหมายแบบนั้นนะ เดวก็มีกฎหมายมารองรับความไม่พร้อมของพ่อแม่อีกเป็นสิบตามมาอะจ่า แล้วสุดท้ายมันก็จะแทบไม่ต่างอะไรกับการให้ทำแท้เสรีเลย :lol:

    คหสต ถึงพ่อแม่มึงจะฐานะไม่พร้อม แต่มึงก้อปรี้กันจนมีเด็กแล้วนะคะ เอางี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องศีลธรรมก็ได้ ว่าจะฆ่าเด็ฏตาดำๆ แต่มันคือความรับผิดชอบของเจ้าของผลงานโว้ย ถึงจะยากดีมีจนยังไง แต่ถ้ารู้จักเก็บอาการ หรือหัดช่วยตัวเองมั่งไม่ใช่มีไรก็ปี้ๆๆๆๆ :idea: หรืออย่างป้าที่จ่ายกตัวอย่าง ถ้าแกยังสำเหนียกว่า ปจด แกแค่ “ใกล้”หมดแต่ยังไม่หมด โอกาสที่จะมีน้องก็ยังมีอยู่ ถ้าthink twice มั่งก็ไม่ต้องมาแก้ กม ให้มันวุ่นวายยังี้หรอกพี่น้อง :lol:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 10 Thumb down 1
  • Nakame:

    ไม่สนับสนุนเรื่องทำแท้งเสรีนะ ไม่เห็นด้วยเลย ควรอนุญาตเป็นกรณีๆไปอย่างนี้ดีแล้ว
    ทำแท้งไม่ใช่เรื่องสนุก แค่ปวดท้องเมนส์์ผู้หญิงบางคนก็ทรมานจะตายห่ะ อยู่แล้ว แล้วนี่เอาเหล็กไปขูดมดลูก เอาห่ะเหวไรไม่รู้สอดเข้าไปดูดเด็กออกมา
    ไหนจะความผิดบาปอีก
    ควรเสรีพวกเรื่องการป้องกันดีกว่า อย่างถุงยางงี้แจกไปเหอะ เด็กมันจะปี้กันห้ามไม่ได้อยู่แล้ว ขนาดพ่อแม่อยู่ในบ้านยังเอากันได้

    แล้วอีกอย่างเพิ่มโทษตัวผู้ด้วยดิ เวลาแม่เอาเด็กไปทิ้งให้ตายอ่ะ เอาพ่อมันมาด้วย แล้วโทษหนักๆ พวกเฮียๆมันสมควรโดนซะมั่ง

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
  • หัวหน้าหน่วยสุมไฟ:

    ตอนปี้กันพวกมรึงไม่คิด พอตอนท้องขึ้นมาก็โยนขี้ใส่กัน หาว่า..ทำไมมรึงไม่กินยาคุมฮะ!! :???: แล้วทำไมทีมรึงไม่ใส่ถุงยางวะ! :sad:

    ในเมื่อพวกมรึงไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมาแต่แรก แล้วทำไมพวกมรึง ต้องมาเรียกร้องหาความเห็นใจด้วย!! :grin: อ้างอยู่ได้ว่าไม่มีปัญญาเลี้ยงดู โทษคนอื่นอีกว่า..มรึงไม่ได้เลี้ยงเองจะรู้อะไร (ทำยังกับว่ามรึงถูกเขาบังคับให้ ปี้กัน!! :o ถุย!!)
    *
    *
    ***กุว่า กฎหมายเรื่องการทำแท้งมันก็มีเหตุผลอยู่แล้ว แต่พวกมรึงมันไม่รู้จักพอไง :twisted: ***
    *
    *
    …ถ้า จะ ให้ มี การ ทำ แท้ง เสรีจริงๆ “น่าจะมีการบันทึกประวัติจำนวนครั้งในการทำแท้งลงใน>>ทะเบียนบุคคล<<" :grin:
    จะได้รู้กันไปว่า มันเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นอาชีพ!! :evil:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 0
  • เรยาค่ะ^^:

    สมองผู้ชายหยุดพัฒนาตั้งแต่นั่งกระโถนเป็น wrote:

    คือเคยเจอพวกชาติเดียรัจฉานที่ทำแฟนท้องแล้วตัวมันแอบไปนอกใจ พอแฟนโวยวายก็ซ้อมก็ทุบตีทั้งๆที่ท้องไง
    สาเหตุที่ผู้หญิงไปทำแท้งส่วนมากก็เพราะพวกเวรตะไลนี่ล่ะ ตุ๊ดหน้าหีเหมือนนาธาน ปากหวานจิตวิทยาสูง
    พูดกล่อมประสาทอยู่ทุกวันวันรักนะเหี้ยห่าสารพัด พอท้องพอโทรมไม่สวยก็ไปหาหีใหม่
    ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกอยากทำแท้งหรอก ทุกคนรักลูกทั้งนั้น มีแต่ตัวผู้ที่มองว่าเป็นภาระ
    ถ้าตัวผู้ทั้งโลกยอมเสียสละตัวเอง เสียสละอนาคตมาชดใช้บาปที่ก่อร่วมกัน ช่วยกันเลี้ยงดู “มันจะไม่มีการทำแท้งเกิดขึ้น”
    แต่ตัวผู้มันไม่เคยรักไง มันไม่รักตั้งแต่ตัวแม่แล้ว วันๆสนแต่หีงามๆ มองแต่นมมองแต่หีจนโดนหลอกปอกลอก
    แล้วก็มาโทษผู้หญิงเลว เลยฟันแม่งไปทั่วเลยทีนี้ สมองหัวดอจริงๆ
    ไอ้พวกเสนียจจัญไรดีแต่เอาชั่วให้คนอื่น ชาวนาไร้การศึกษายังมีปัญญาส่งลูกเรียนเลยว่ะ

    รู้ดี มีประสบการณ์(สูง) แต่ก็ยังทำเป็น”ซึน”อีกนะเธอ สมกับเป็นพวก…เห้อ ป้าคนรู้จักที่รับจ้างทำแท้งยังบอกเลยว่า

    “ลูกค้าก็หน้าเดิมๆ” :evil:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
  • HaZ:

    จับ ช-ญ แยกแม่งคนละจังหวัดไปเลยไป :lol:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 0
  • HLS:

    เห็นด้วยกับจ่ามากๆครับ

    เราต้องยอมรับจุดนึงว่าสังคมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาสนาพุทธเองก็สอนให้รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่ดีที่สุด การปิดกั้นตัวเองไม่ยอมรับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปต่างหากทำให้เกิดปัญหามากมาย

    คุณคิดเหรอว่าเดี๋ยวนี้ ใครบ้างไม่เคยนอนกันก่อนแต่ง คำตอบคือ ไม่มี ทุกคนนอนกันก่อนแต่งหมดแล้ว :cry:

    คุณไม่สามารถปฏิเสธ fact นี้ได้ แต่คุณต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ที่จะยอมรับสภาพนี้ให้ดีที่สุด

    คุณบอกว่า ตัวผู้มันมีปัญหา ทำแล้วไม่รับผิดชอบ ก็เออ ใช่ ก็นี่คือ ปัญหาไง แล้วยังไงต่อ คุณชี้ให้เห็นปัญหาแต่คุณไม่ชี้ทางออก เด็กผู้หญิงท้อง ท้องแล้วจะให้เค้าไปไหน ไปคลอดเลี้ยงเด็ก ทั้งๆที่ตัวเองไม่พร้อม ไม่มีอาชีพ ไม่มีทางหาเลี้ยงลูกได้

    คุณกำลังฆ่าเค้าทั้งเป็นนะครับ ฆ่าเค้า และฆ่าลูก ฆ่าสังคม

    ผมเชื่อว่าการทำแท้งเสรี ไม่ได้ทำให้คนจิตใจต่ำลง แต่ทำให้คนมีโอกาสแก้ตัว ให้โอกาสคนอื่นที่เค้าทำผิดพลาด เป็นการให้อภัยทาน และเป็นการช่วยเหลือสังคม ทั้งในเรื่องโรคที่มากับการทำแท้ง เรื่องเศรษฐกิจ งบประมาณที่ไม่ต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อน ยังลดเรื่องยาเสพติด

    ผมไม่ได้บอกว่าทำแท้งไม่บาป แต่ผมมองว่าการไม่ให้ทำแท้งทั้งๆที่เค้ามีปัญหา มันบาปกว่ามากๆ

    เราควรกำหนดกฎเกณฑ์ในการทำแท้ง เพิ่มลักษณะที่ให้ทำแท้งมากขึ้น การที่แม่อายุน้อย หรือฐานะไม่พร้อม ผมเห็นด้วย

    ดังนั้น ผมเห็นด้วยกับจ่าครับ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
  • ขอสักฉึก:

    ขอออกตัวว่าผมไม่ได้ตามอ่านทุกคอมเม้น

    การกระทำจะดี จะชั่ว ทุกอย่างมันอยู่ที่เจตนาคับ บางคนทำไปเพราะเมาไม่ได้สติไม่ได้เจตนาให้ท้อง มันก็ผิดตั้งแต่คุณเมาแล้วคับ แต่ผมก็คิดว่าคนที่ใช้โลจิกผิดๆตั้งใจท้องเพื่อหาเรื่องแต่งงานนั้นก็มี พอไม่มีคนรับ มารหัวขนก็โดนกำจัดทิ้งแล้วไปหาใหม่ เรื่องแบบนี้ไม่ได้มีแต่ในละครน้ำเน่านะคับ

    ศีลธรรมเป็นสิ่งที่ดีงาม เพราะฉะนั้นการทำผิดศีลธรรมจึงเป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับ การทำแท้งนั้นบาปแต่มันก็ทำให้ตัวพ่อและแม่นั้นยังอยู่ในสังคมต่อไปได้ ถ้าเทียบกับการที่ท้องแล้วปล่อยให้เด็กคลอดออกมาแล้วมีโอกาสที่ครอบครัวจะปัญหา เด็กไม่มีพ่อ ท้องก่อนแต่ง เด็กโดนทุบตี(ก็มันไม่ได้อยากมีแต่เสือกออกมาเป็นภาระ) โดนสังคมประนาม ยอมรับเถอะครับว่าสังคมไทยอ่อนไหวกับเรื่องนี้มาก คนเหล่านั้นถ้าไม่มีคัยยอมรับเขาก็เหมือนตายทั้งเป็น

    ผมพูดถึงแค่คนส่วนหนึ่ง คนที่มีความคิดดีเจตนาดีคงไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง แต่สำหรับคนที่พลาด คนที่โชคไม่ดี การทำแท้งอาจจะเป็นทางออกที่ไม่สร้างสรรค์ แต่มันเห็นผลแน่นอน

    ผมว่าอนาคตอาจจะมีกฏให้เด็กที่ชายที่เกิดมาทำหมันให้หมด แล้วค่อยไปแก้เอาตอนจะมีลูก หรือผสมเทียมไปเลย :mrgreen:

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
  • ข้าวหลามหนองมน:

    HLS wrote:

    เห็นด้วยกับจ่ามากๆครับ
    เราต้องยอมรับจุดนึงว่าสังคมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาสนาพุทธเองก็สอนให้รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่ดีที่สุด การปิดกั้นตัวเองไม่ยอมรับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปต่างหากทำให้เกิดปัญหามากมาย
    คุณคิดเหรอว่าเดี๋ยวนี้ ใครบ้างไม่เคยนอนกันก่อนแต่ง คำตอบคือ ไม่มี ทุกคนนอนกันก่อนแต่งหมดแล้ว
    คุณไม่สามารถปฏิเสธ fact นี้ได้ แต่คุณต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ที่จะยอมรับสภาพนี้ให้ดีที่สุด
    คุณบอกว่า ตัวผู้มันมีปัญหา ทำแล้วไม่รับผิดชอบ ก็เออ ใช่ ก็นี่คือ ปัญหาไง แล้วยังไงต่อ คุณชี้ให้เห็นปัญหาแต่คุณไม่ชี้ทางออก เด็กผู้หญิงท้อง ท้องแล้วจะให้เค้าไปไหน ไปคลอดเลี้ยงเด็ก ทั้งๆที่ตัวเองไม่พร้อม ไม่มีอาชีพ ไม่มีทางหาเลี้ยงลูกได้
    คุณกำลังฆ่าเค้าทั้งเป็นนะครับ ฆ่าเค้า และฆ่าลูก ฆ่าสังคม
    ผมเชื่อว่าการทำแท้งเสรี ไม่ได้ทำให้คนจิตใจต่ำลง แต่ทำให้คนมีโอกาสแก้ตัว ให้โอกาสคนอื่นที่เค้าทำผิดพลาด เป็นการให้อภัยทาน และเป็นการช่วยเหลือสังคม ทั้งในเรื่องโรคที่มากับการทำแท้ง เรื่องเศรษฐกิจ งบประมาณที่ไม่ต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อน ยังลดเรื่องยาเสพติด
    ผมไม่ได้บอกว่าทำแท้งไม่บาป แต่ผมมองว่าการไม่ให้ทำแท้งทั้งๆที่เค้ามีปัญหา มันบาปกว่ามากๆ
    เราควรกำหนดกฎเกณฑ์ในการทำแท้ง เพิ่มลักษณะที่ให้ทำแท้งมากขึ้น การที่แม่อายุน้อย หรือฐานะไม่พร้อม ผมเห็นด้วย
    ดังนั้น ผมเห็นด้วยกับจ่าครับ

    ที่คุณพูดมาก็ถูกนะ ในปัจจุบันปัญหาการมีเพศสัมพันธุ์ก่อนแต่งมันแพร่หลายมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช้ประชากรทั้งหมด และคุณอย่าเหมารวมเอาเองว่า “ชายหญิงที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งทุกคน ไม่คิดที่จะมีการป้องกันอะไรเลย ไม่สนใจ หรือล้มเหลวในการป้องกันทั้งหมด ” ถ้าคุณเหมารวมแบบนี้ ก็จะเป็นการเปิดทางเสรีให้พวกที่ วันๆทำแต่เรื่องพวกนี้ ขาดความรับผิดชอบมีมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากตอนนี้บทลงโทษทางกฎหมายและการพิสูจน์ยังไม่รัดกุมเพียงพอที่จะเล่นงานบุคคลคนที่ไม่รับผิดชอบต่อปัญหาการตั้งครรภ์(คือส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะเป็นที่ถูกประนามมากกว่า ทั้งๆที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน+ความอายจึงไม่กล้าไปแจ้งความเกี่ยวเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้สุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไปเต็มๆคือฝ่ายหญิง)

    จริงๆมันควรจะแก้กันที่การปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่ยังเด็ก แต่เมื่อแก้ไม่ได้ก็ต้องมีบทลงโทษ เช่น เมื่อคุณทำแท้งแพทย์จะระบุสาเหตุของการทำแท้งไว้ในฐานข้อมูลราษว่า**สาเหตุของการทำแท้งเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่** ถ้าเป็นกรณีนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดจะต้องลงประวัติการทำแท้งใส่ในฐานข้อมูลราษให้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการเตือนใจในสิงที่ทำลงไปถึงความไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไม่ทำแบบนั้นบุคคลเหล่านี้จะ”ลอยนวล” และอาจจะไปก่อปัญหาทางสังคมในเรื่องนี้ได้อีกในภายภาคหน้า…

    > > > ผมเชื่อว่าอย่างน้อยวิธีการนี้สามารถลดปัญหาการมีเพศสัมพันธุ์แบบขาดความรับผิดชอบได้ ถ้าการทำแท้งเสรีมันคือทางเลือกสุดท้ายของพวกคุณ :lol:
    ( รู้อยู่แก่ใจว่าทำแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นตามมา แต่ก็ยังทำ! สุดท้ายก็ดิ้นรนเพื่อที่จะหนีผลกรรมที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้ ที่ทำไปก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น แล้วมีหน้ามาอ้างทำว่าเพื่อสังคม :o )

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
  • Plakk Int:

    @ dalek:
    คุณจะหมายถึงสามประเด็นนี้ใช่ไหมครับ?
    -ถ้าใส่ถุงยางอนามัย ลดได้ทั้งการทำแท้ง และผู้ป่วยโรคเอดส์ อืมๆ ดูเป็นวิธีที่ดี และไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก
    -ถ้ากินยาคุมกำเนิด ลดการทำแท้งได้จริง แต่อาจติดเอดส์ < เหมือนที่คุณdalekพิมพ์เสนอมา
    -ถ้าเปิดทำแท้งเสรี เพิ่มทั้งการทำแท้ง ทั้งการติดเอดส์เลยครับ แบบนี้อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
    ควรแก้ปัญหานี้ด้วยทางออกที่ดีที่สุด คือ สนับสนุนให้มีการใช้ถุงยางอนามัยที่มากขึ้นครับ แต่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างเดียวมันไม่ใช่คำตอบ จึงต้องให้การศึกษาเด็กไทยให้ดี แล้วพัฒนาครูกลุ่มเพศศึกษา ให้สอนเด็กให้เข้าใจถึงผลเสียอย่างแจ่มแจ้ง ให้คิดหน้าคิดหลังก่อน อย่าให้อารมณ์พาไป นี่เป็นความเห็นโดยคร่าวๆของผมครับ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
  • นักวาดลึกลับ:

    ทำไมไม่ลองมุมกลับกันดูมั่งล่ะ

    คิดหาแต่จะใช้อะไรถึงจะแก้ได้ งู้นงี้ๆ

    ไม่ดูกลับมาที่ตัวเองหรือตัวคนกันมั่งเลย

    ถ้าคนมันไม่อยาก มันกลัว ไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ก็จบแล้ว คิดมากกันไปรึเปล่า?
    หรือการมีเพศสัมพันธ์กันมันเหมือนปัจจัย 4 ที่ไม่ทำไม่ได้ล่ะ

    เรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับคุณริว จิตสัมผัสนะ เพราะความเชื่อมันสร้างความกลัวบาปได้จริงๆ
    แต่อย่างว่าล่ะนะ สมัยนี้คนเห็นว่าเป้นเรื่องงมงายกันหมดแล้ว
    แต่ถามจริง มานั่งรนรงค์งู้งงี้ คนมันจะอยากเลิกปี้ไหม ถ้ามันยังมีตัวเลือกให้ทำแท็งค์อยู่น่ะ

    ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0

Leave a Reply

Pages: Prev 1 2 3 4 5
DVDr2u COPYDVD Photobucket Photobucket
เคมีภันฑ์" Photobucket Photobucket