
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องเครื่องแป้งศูนย์รวมของบรรดาสาวๆผู้รักสวยรักงามแห่งเว็บพันทิป
ในห้องเครื่องแป้งตอนนี้กำลังมีกระแสนิยมเครื่องสำอางประทินโฉมประเภทนึง
คือน้ำหอมที่ผสมฟีโรโมนลงไปด้วย อมยิ้มคนนึงชื่อ “ผักกาดเขียว” ก็เกาะกระแสฟีโรโมนฟีเวอร์
โดยตั้งกระทู้พูดถึงน้ำหอมที่มีฟีโรโมนเป็นองค์ประกอบทั้งหลาย ให้สาวๆชาวเครื่องแป้งได้ศึกษากัน!!


เนื้อหาส่วนมากที่ผักกาดเขียวโพส ก็เกี่ยวกับน้ำหอมชื่อดังหลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นปารีสฮิลตัน ชาแนล บลาๆ
ซึ่ง จขกท อ้างว่าไอ้น้ำหอมชื่อดังที่เธอเอามาพูดถึงให้ชาวเครื่องแป้งฟังนั้น ล้วนผสมฟีโรโมนทั้งสิ้น!!
ไมว่าจะเป็นฟีโรโมนจากสัตว์ เช่น สกัดจากเยี่ยวม้าเอย ตัวสกั๊งค์เอย หรือฟีโรโมนจากพืช(?) เช่นดอกไม้ต่างๆนานา!!


เอ๊ะๆ แอดมินชักมึนๆ สมัย ม.ต้นที่แอดมินเรียนมามันบอกว่าฟีโรโมนมันเป็นสารที่คัดหลั่งออกมาจากสัตว์
เพื่อให้มันไปออกฤทธิ์กับสัตว์ในตระกูลเดียวกัน อย่างมดนางพญาใช้ฟีโรโมนออกคำสั่งให้มดงาน
หรือพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงที่ใช้ฟีโรโมนดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาผสมพันธ์ไม่ใช่เหรอ
แล้วพืชมันจะสกัดฟีโรโมนออกมาได้ยังไงวะ!?
หลังๆน้ำหอมที่ จขกท เอามาพูดถึงก็ชักพิลึกพิลั่นขึ้นไปทุกที เช่นมีน้ำหอมที่บอกว่าผสมฟีโรโมน
ที่สกัดออกมาจากชุดชั้นในซึ่งขายดีมากแถบบรูไน!? สกัดจากชุดชั้นในเนี่ยนะ!? ชุดชั้นในมันหลั่งฟีโรโมนได้ไงวะ!?

ภาพประกอบตัวอย่างน้ำหอมนะครับ อันซ้ายคือ Shalimar ที่ จขกท บอกว่าสกัดมาจากสกั๊งค์
ส่วนทางขวาคือน้ำหอมที่ จขกท บอกว่าสกัดมมาจากชุดชั้นในสตรี!?

ชาวเครื่องแป้งอ่านที่ จขกท โพสบางคนก็มาถาม จขกท แบบติดตลกว่าชุดชั้นในมันไม่มีชีวิตนะเธอว์!!
ไม่ทราบว่าหล่อนจะไปสกัดเอาฟีโรโมนจากชุดชั้นในอีท่าไหนกันยะ!?

อมยิ้มบางคนอ่านข้อมูลของ จขกท ก็เริ่มซีเรียส เข้ามาถาม จขกท จริงๆจังๆ
ว่าไอ้เรื่องที่หล่อนพ่นๆมาทั้งกระทู้เนี่ย หล่อนไปเอาข้อมูลมาจากไหนกันแน่ยะ

อมยิ้มชื่อ Traces of Romance ก็มาเตือนสาวๆในห้องนี้ว่าขอให้ทุกคนอ่านกระทู้นี้อย่างมีวิจารณญาณ
เพราะเท่าที่เขาศึกษารายละเอียดของน้ำหอมแต่ละตัวที่ จขกท เอามาพูดถึงแล้วอ้างว่าผสมฟีโรโมนนั้น
มันไม่มีฐานข้อมูลไหนระบุเลยซักนิดว่าน้ำหอมเหล่านี้มีฟีโรโมนเป็นองค์ประกอบ!!!

จขกท ก็อ้างว่าก็เธอไปเจอข้อมูลมาจากเว็บที่ฝรั่งเขาทำเอาไว้อ่ะค่ะ แบบว่าฝรั่งเขาทำลิสต์
รวมรายชื่อน้ำหอมยอดนิยมที่ใส่ฟีโรโมนเอาไว้ร้อยรายชื่อยังไงล่ะคะ แล้วชั้นก็เอาเรื่องนี้
มาโพสแบ่งปันให้พวกเธออ่านกันเฉยๆ ไม่ได้บอกให้พวกหล่อนไปซื้อหามาใช้กันซักหน่อย
แล้วหลายๆตัวที่ชั้นพูดถึงก็ไม่มีขายในเมืองไทยด้วยนะคะ เอาเป็นว่าอ่านกันให้สนุกๆเถอะค่ะอย่าหวาดระแวงกันนักเลย

อมยิ้มชื่อ make-up addict ก็ถาม จขกท ว่าถ้าหล่อนมีข้อมูลอ้างอิง
งั้นชั้นขอดูหน่อยว่าไอ้เว็บที่หล่อนเอามาอ้างอิงเนี่ยมันน่าเชื่อถือขนาดไหน!?

บ้างก็บอก จขกท ว่าฟีโรโมนเขาสกัดจากสัตว์นะเว้ย ไอ้ฟีโรโมนจากพืชที่หล่อนพูดมันไม่มีอยู่บนโลกใบนี้
และจะบอกให้ว่าฟีโรโมนจากสัตว์ มันก็ใช้ได้ผลเฉพาะกับสัตว์ประเภทเดียวกัน
แต่ถ้าเกิดมีคนใช้ฟีโรโมนจากควายแล้วได้ผล แปลว่าไอ้คนที่ใช้มันก็คงควายไม่แพ้กัน!!

อมยิ้มบางคนก็บอกว่าน้ำหอมที่ จขกท พูดถึงเนี่ยหลายๆตัวเธอก็เคยใช้และมันไม่มีบอกตรงไหนเลย
ว่าใส่ฟีโรโมนลงไปด้วย ที่อ่านดูในส่วนประกอบของมันก็มีแต่พวกดอกไม้ หรือผลไม้ทั้งนั้น

ซักพัก อมยิ้มชื่อ “ภูเขาใบไม้เปลี่ยนสี” ก็เข้ามาแจ้งเบาะแสแก่ชาวเครื่องแป้ง
ว่าอี จขกท เนี่ยมันส่งหลังไมค์มาให้ผม และอีกหลายๆคนในห้องนี้
ไม่ทราบว่าจะให้ผมเอาหลังไมค์มาประจานอีนังนี่ได้หรือไม่!?

อมยิ้มคนอื่นๆก็เข้ามาถามลองเชิงนายภูเขาฯ ว่าหลังไมค์ที่ว่ามันเป็นหลังไมค์แนะนำ
สถานที่ที่จะไปซื้อน้ำหอมที่อี จขกท มันพูดถึงในกระทู้นี้ใช่หรือไม่!?

นายภูเขาก็ตอบกลับว่า ถะ ถะ ถูกต้องนะฮ้าฟฟฟฟ แล้วนายภูเขาก็อธิบายว่า
หลังไมค์ที่ส่งมานั้นมันเขียนแนะนำเว็บแห่งนึงซึ่งมีขายน้ำหอมที่ จขกท พูดทุกยี่ห้อเลยนะเธอว์!!

แล้วนายภูเขาก็บอกชาวเครื่องแป้ง ว่าตูได้แจ้งพฤติกรรมของอี จขกท ให้ทางเว็บพันทิปทราบแล้ว
และได้ส่งหลังไมค์ที่อี จขกท ส่งมาไปให้ทางเว็บพันทิปดูแล้วด้วย ส่วนจะเอาหลังไมค์ออกมาแฉหรือไม่
เอาเป็นว่าขอรอดูคำตอบจากทางเว็บพันทิปซะก่อนดีกว่า ว่าจะจัดการกับอีนังนี่ยังไงดี

ชาวเครื่องแป้งเห็น จขกท โดนแฉดังนั้น หลายๆคนก็ออกมาแฉ จขกท มั่ง
บ้างก็บอกว่าว่าอีนี่มันเคยหลังไมค์ส่งเว็บร้านขายรองพื้นมาให้ชั้น
ตอนที่ชั้นมาตั้งกระทู้ถามเรื่องแป้ง channel ในห้องเครื่องแป้งด้วยนะคะ!!
สันดานแบบนี้ มันต้องเป็นหน้าม้าแน่ๆเลยล่ะค่ะ พฤติกรรมน่าเกลียดมากๆ
จำไว้เลยนะคะว่าถ้าพ่อค้าแม่ค้าคนไหนมันทำตัวจัญไรแบบนี้ ชั้นไม่มีวันเสียตังค์อุดหนุนมันเป็นอันขาดค่ะ!!

บ้างก็ด่า จขกท ว่ามึงหน้าด้านจริงๆค่ะ คิดจะเกาะกระแสฟีโรโมนฟีเวอร๋รึไงคะ!?
ถามหน่อยเถอะค่ะอีหน้าม้าขายเครื่องสำอาง ว่าน้ำหน้าอย่างมึงเนี่ยเข้าใจความหมายของคำว่าฟีโรโมนจริงๆมั้ยวะ!?

จขกท ก็เอาลิงค์ของเว็บที่อ้างว่ารวบรายชื่อร้อยน้ำหอมที่ใส่ฟีโรโมนเป็นองค์ประกอบมาแปะในกระทู้
แล้วด่าสวนคนที่ตำหนิเธอว่าพวกมึงอย่ามาหยาบคายกับชั้นนะคะ!! ถ้าพวกมึงอ่านกระทู้ของชั้นแล้วไม่พอใจ
ก็ไสหัวไปที่อื่นซะสิคะ!! จะมาโพสด่าให้ชั้นเสียความรู้สึกทำหอกอะไร!!! ยิ่งไอ้ที่พูดถึงฟีโรโมนจากกระบือนั่น
มึงก็เชิญเอาฟีโรโมนจากกระบือไปให้แม่มึงใช้คนเดียวเถิดค่ะ!!!

จากนั้น จขกท ก็พล่ามเสียยืดยาวเพื่ออธิบายคุณลักษณะของน้ำหอมนานายี่ห้อที่เธอพูดถึง
และ จขกท ก็พูดถึงน้ำหอมที่สกัดฟีโรโมนจากชุดชั้นในสตรีกับฟีโรโมนที่สกัดจากพืช ว่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน
ว่ามันไปสกัดจากไอ้ของพวกนี้กันอีท่าไหน ถ้าเธอรู้ว่าสกัดยังไงเธอคงรวยฟู่ฟ่าไปตั้งนานแล้วล่ะย่ะ

อมยิ้มคนนึงชื่อ ROBfan ก็เข้าไปอ่านใ url ที่ จขกท แปะไว้ ก็ไม่เจอหัวข้อเกี่ยวกับฟีโรโมน
ก็กลับมาถาม จขกท ว่าไหนล่ะค่ะ ไอ้หัวข้อเรื่องฟีโรโมนในน้ำหอมใน url ที่หล่อนอ้างถึง!?

จขกท ก็ cap ภาพในบทความส่วนนึงมาแปะ แล้วอ้างว่าย่อหน้านี้ไงคะที่เขาบอกว่ามันผสมฟีโรโมนในน้ำหอมพวกนี้

ใครว่างๆช่วยแอดมินหาหน่อยนะครับว่ามันพูดถึงฟีโรโมนตรงไหน กูนั่งหามาตั้งแต่เช้ายังไม่เจอคำว่าฟีโรโมนซักคำ
ชาวเครื่องแป้งดุในภาพที่ จขกท แปะแล้วก็พากันถามว่าไหนวะคะ!? บรรทัดไหนที่มันบอกว่าใส่ฟีโรโมนลงไปด้วย!!
ชั้นเห็นแต่มันอธิบายว่าน้ำหอมพวกนี้ใส่มักส์เป็นองค์ประกอบเท่านั้นเองนะคะ

มักส์ที่ว่าคือกลิ่นชะมด เป็นชื่อเรียกสารที่มีกลิ่นฉุนที่สกัดจากต่อมของกวางชะมดตัวผู้
ซึ่งใช้ทำน้ำหอมมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล แต่เนื่องจากปัญหาทางจริยธรรม (ประมาณว่าทารุณสัตว์มั้ง)
ทำให้ปัจจุบันผู้ผลิตเลิกใช้สารที่สกัดจากกวางชะมดตัวเป็นๆ มาใช้กลิ่นชะมดเช็ดแบบสังเคราะห์แทน
credit : wikipedia
จขกท ก็แจงว่าก็มักส์ที่เห็นในบทความเนี่ยมันก็อันเดียวกับฟีโรโมนยังไงล่ะคะเธอจ๋า
แต่มักส์เนี่ยมันจะผสมอย่างนู้นอย่างนี้ลงไปด้วยไม่ได้ใส่แต่ฟีโรโมนเพียวๆยังไงล่ะจ๊ะ

ชาวเครื่องแป้งก็เย้ยหยัน จขกท ว่ามึงไปอยู่หลังเขาแถวดาวอังคารมารึไงยังไงคะ
ถึงไม่รู้ว่าสมัยนี้เขาใช้มักส์แบบสังเคราะห์กันหมดบ้านหมดเมืองแล้วย่ะ!!

จากนั้นสาวๆชาวเครื่องแป้งก็เข้ามาถล่มอี จขกท เสียย่อยยับ!! บ้างก็ชี้หน้าด่า จขกท ว่าอีมั่วเอ๊ย!!
เอ็งเอาที่ไหนมาพูดยะว่าน้ำหอม Britney Fantasy ผสมฉี่อูฐ!! มั่วฉิบหายเลยนะคะอีหอยเนี่ย!!
ถ้ามึงอยากจะตั้งกระทู้ให้สนุกสนานก็เรื่องของมึงค่ะ!! แต่ชั้นและคนรักน้ำหอมคนอื่นๆ
คงไม่สนุกกับมึงไปด้วยหรอกนะคะ ที่เห็นมึงเอาข้อมูลมั่วๆมาเผยแพร่ให้คนเขาเข้าใจผิด!!

บ้างก็ด่าการกระทำของ จขกท ว่าการเอาเรื่องมั่วๆมาตั้งกระทู้ให้สาธารณะชนอ่านแบบนี้
มันไม่ต่างอะไรกับการที่ จขกท ไปขี้กลางถนนเรี่ยราดแล้วปล่อยให้ชาวบ้านมาตามล้างตามเช็ดชัดๆ!!!
แถมพอเจอคนจับได้ว่าหล่อนแอบเนียนหลังไมค์ขายบรรดาน้ำหอมพวกนี้
แล้วน้ำหน้าอย่างหล่อนยังจะมีหน้ามาทำกระฟัดกระเฟียดใส่พวกชั้นอีกเหรอคะ!?

จขกท ก็ตอบว่าชั้นไม่ได้ขี้เรี่ยราดกลางถนนนะคะ!! ก็ชั้นกำลังแสดงความรับผิดชอบ
โดยการตอบคำถามของพวกหล่อนกับยอมทนนั่งให้พวกหล่อนด่าฉอดๆอยู่นี่ไง!!
ชั้นรู้นะคะว่าพวกหล่อนแต่ละคนมันเก่งๆกันทั้งนั้น แต่ชั้นแค่อยากจะแบ่งปันความรู้
และไม่คิดว่าการตั้งกระทู้นี้มันจะทำให้ใครเสียหายตรงไหน เอาเป็นว่าถ้าทำให้ใครไม่พอใจ
หรือลำบากใจเพราะกระทู้นี้ ก็ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ!!

สาวๆชาวเครื่องแป้งฟังคำชี้แจงของ จขกท แล้วก็ยังไม่สาแก่ใจ ออกมาถล่ม จขกท กันต่ออย่างเมามันส์
บ้างก็บอกว่าน้ำหอมปารีสฮิลตันที่หล่อนเอามารีวิวเนี่ย มันผสมฟีโรโมนตรงไหนคะ?
ในเมื่อส่วนผสมของมันไม่มีฟีโรโมนเป็นองค์ประกอบชัดๆ แต่กล่อนกลับบอกว่ามี!!
แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าตอแหลสด แล้วจะให้ชั้นเรียกการกระทำของหล่อนว่าอะไรล่ะยะ!!!

บ้างก็ด่า จขกท ว่าพวกตูบรรดาคนรักน้ำหอมที่พอจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหอมพวกนี้มาบ้าง
รับไม่ได้อย่างยิ่งกับการที่เอ็งเอาข้อมูลเท็จมาแสวงหาผลประโยชน์จากพวกตูเช่นนี้!!

จขกท โดนด่าจนหน้าชาก็เลยทำหน้ามึนแล้วท้ากลับไปว่าชั้นเห็นพวกหล่อนรู้ดีกันจริงๆนะยะ!!
ไหนขอชั้นถามพวกหล่อนมั่งซิว่าพวกหล่อนน่ะรู้ประวัติของน้ำหอม Shalimar มั้ย!!?

อมยิ้มชื่อ Trace of Romance ก็เย้ยหยัน จขกท แล้วถามว่าเอ็งคิดจะลองภูมิกับพวกตูใช่ม้าย!!
พวกตูน่ะไม่ได้รู้ลึกถึงระดับกูรูหรอกนะ แต่ก็พอรู้ข้อมูลอยู่บ้างในฐานะคนรักน้ำหอมคนนึง
เอาเป็นว่าถ้าเอ็งอยากได้ข้อมูลน้ำหอมชนิดนี้เพื่อการศึกษาหาความรู้จริงๆพวกตูจะตอบให้ก็ได้
แต่ถ้าคิดจะมาเกทับว่าเอ็งรู้ลึก รู้จริง กว่าพวกตูที่ออกมาถล่มเอ็งอยู่เนี่ย ตูว่าเลิกไปเหอะว่ะ!!

จขกท ก็พล่ามต่อว่าไหนพวกเอ็งบอกว่ารู้ลึกรู้จริงยังไงล่ะยะ!! แล้วน้ำหน้าอย่างพวกหล่อนมันรู้มั้ย
ว่าน้ำหอมยี่ห้อนี้มันสกัดมาจากสกั๊งค์แล้วไอ้ที่สกัดออกมามันคือฟีโรโมนที่มีราคาแพงมากๆเลยนะคะ!! บลาๆ


อมยิ้มชื่อ “คนสวยไม่อยากเล่า” ก็แนะนำ จขกท ว่ามึงกลับบ้านไปแดกวีต้าแล้วนอนตายซะเถอะค่ะ
ไม่จำเป็นต้องมาแถแล้วนะคะ เพราะใครอ่านกระทู้นี้เขาก็รู้กันถ้วนหน้าแล้วว่ามึงมันมั่วขนาดไหน!!
แล้วเธอก็ถาม จขกท ว่าชั้นขอถามหล่อนหน่อยนะคะว่าแถฉิบหายแบบนี้เนี่ย ไม่รู้สึกกระดากอายบ้างเลยเหรอคะ!?

จขกท ก็ยิ้มรับด้วยความยินดีแล้วตอบว่าชั้นไม่อายซักนิดเลยค่ะที่แถสนั่นลั่นโลกแบบนี้
เพราะว่าชั้นแถไปก็แชร์ความรู้ให้พวกหล่อนไป ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนนี่คะ!?
แล้วการที่ชั้นเอาความรู้เรื่องน้ำหอมกับฟีโรโมนมาตั้งกระทู้โดยบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดร้ายต่อใครเนี่ยมันผิดตรงไหนวะคะ!?

Trace เห็น จขกท เถียงคำไม่ตกฟากก็ชี้หน้าด่า จขกท ว่ามึงยังไม่รู้จักสำนึกอีกเหรอคะ!!
ว่าการเผยแพร่ความรู้มั่วๆซั่วๆของมึงมันกำลังทำร้ายใครบ้าง!! ไม่ว่าจะเป็นนักปรุงน้ำหอมที่เขาตั้งใจผลิตมาเป็นอย่างดี
แต่กลับโดนมึงหาว่าเขาใส่ฟีโรโมนลงไปผสมในนั้น รวมไปถึงชาวเครื่องแป้งทั้งหลายที่ได้อ่านกระทู้มั่วๆซั่วๆของมึงยังไงล่ะ!!

แล้ว จขกท กับบรรดาคนรักน้ำหอมก็เถียงกันและเกทับกันอย่างอุตลุด จนคนลืมประเด็นที่ว่าอี จขกท มันแอบเนียน
มาตั้งกระทู้รีวิวน้ำหอมแล้วส่งหลังไมค์ไปเชิญให้ชาวเครื่องแป้งอุดหนุนน้ำหอมกับร้านค้าแห่งหนึ่งไปแล้วล่ะมั้ง
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร!? กางเกงในเปื้อนอึของชินจังจะเอาไปสกัดเป็นน้ำหอมได้หรือไม่!?!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
ประมวลน้ำหอมที่ผสมฟีโรโมน เด่นๆ เลย ทั้งฉีดแล้วยั่วเย้าอารมณ์ทางเพศ และฉีดแล้วเพิ่มความเซ็กซี่ มาดูกันนะค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q9907686/Q9907686.html









































ดราม่าฟีโรโมนก็มีด้วยเว้ย!!
ที่คนเขารุมดราม่าจขกท. ก็เป็นเพราะจขกท.มันมั่วข้อมูลสุดๆอะนะ
ถ้ามันสกัดจากเสื้อในจริงๆมันก็คงถูกใจผู้ชาย อ่ะแหละ
มีจริงเรอะ ที่มันพูดมาทั้งหมดเนี่ย
ถ้ามีจริง ผมคงไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นตัวแล้วล่ะครับ
เพิ่มสาระให้ จ่า อ่านโดยเฉพาะ มันดันมีงานวิจัยว่า มีการดัดแปลงให้พืชสร้างสารฟีโรโมนของแบคทีเรียได้
หัวข้อ Transgenic Plants Producing the Bacterial Pheromone N-Acyl-Homoserine Lactone Exhibit Enhanced Resistance to the Bacterial Phytopathgen Erwinia carotovora
http://apsjournals.apsnet.org/doi/pdf/10.1094/MPMI.2001.14.9.1035
เรียนมาเป็นหลายปี ก็เพิ่งรู้ว่ามันมีด้วยนี่แหละ
แล้วก็ฟีโรโมนไม่ได้มีแค่หน้าที่ดึงดูดเพศตรงข้าม ปลาที่มันว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ (ปลาแซลมอนรึเปล่าไม่แน่ใจ) เขาก็วิจัยมาแล้วว่าเกิดจากฟีโรโมนที่มากับไข่ปลาที่ไหลมาจากต้นน้ำ
ปล. ที่รู้เพราะช่วยเพื่อนแปลงานวิจัยน่ะ
ไม่ได้เก่ง เหวอะไรหรอก ค้น journal ดู (รู้ว่าจ่าก็เรียนมา) จะอัพเดทข้อมูลได้เยอะ
สวย หุ่นดี โง่ และ ใจง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ฟีโรโมน ออกไปแรดกลางคืนผู้ชายก็ตามมาเป้นพรวนแล้ว อิอิ
คนธรรมดา wrote:
ลองเอาไปอ่านดู สังเกตระดับของงานวิจัยให้ดี
http://en.wikipedia.org/wiki/Pheromone#Humans
http://serendip.brynmawr.edu/exchange/node/2052
สถานะภาพการวิจัย คือ อาจจะ หรือเชื่อว่ามี
ถ้าการวิจัยอยู่ในระดับว่าเชื่อว่า หรือน่าจะมี มันก็บอกไปในตัวอยู่แล้วว่า มันยังไม่รู้ว่าตัวไหน ตัวที่เชื่อนี่ก็คือขี้ไคลเน่า และเพราะมันเป็นความเชื่อ การตลาดที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็คือการมั่วถั่วขาย เป็นไสยวิทยาศาสตร์ เหมือนเหรียญควอนตั้มนั่นแหละ จะเชื่อก็เรื่องของคุณมึง แต่ความเชื่อของคุณมึงมันมีพื้นฐานจากการโฆษณาชวนเชื่อว่าสกัดใส่กันได้แล้ว มันแค่หาเอาตัวอะไรที่เชื่อว่าเป็นฟีโรโมนแล้วสกัดใส่ อย่างกูเชื่อว่าขี้ควายรักษาโรคโง่ได้ กูทำน้ำผสมขี้ควายและพิสูจน์ว่ากูใส่ขี้ควายจริง นั่น ไม่ได้หมายความว่าขี้ควายรักษาโรคโง่ได้ มันแค่กูทำน้ำผสมขี้ควายขาย
น่าจะมีบทเรียนจาก GT200 กันบ้างแล้วนา
กาปู๋อยู่ในเข่ง wrote:
ใครอย่าใช้ใกล้กรูนะสาส กรูไม่อยากเปนชายเหนือชาย เชี่ย
ที่ฟีโรโมนมันมีผลในสัตว์ เพราะสัตว์มันทำตามสัญชาตญาณ
แต่กับมนุษย์น่ะ ฟีโรโมนมันก็ทำได้แค่ดึงความสนใจในแว่บแรกที่ได้กลิ่นแค่นั้นแหละ
แต่ถ้าได้กลิ่น หันไปแล้วเจอช้างน้ำ ที่หน้าเหมือนปลาบู่ และนิสัยเหมือนวรนุส ใครมันจะเอาเมิงว้า(จขกท.เป็นตัวอย่างที่ดี)
ถ้าสกัดจากกางเกงในได้
กุจอง Tukky number 5 ขวดนึงเว้ย 
เป็นได้หอมห่ารากกันไปข้างอ่ะงานเนี๊ยะ
นั่งอ่านไอ้ที่ cap มาหลายรอบก็ยังไม่เลยคำว่า ฟีโรโมน เลยอ่ะจ่า
ไอ้เชี่ยเอ๊ย
นี่กุติดกลิ่นฟีโรโมน จากจิ๊มิ๊ เหรอเนี่ย
แดกวีต้าแล้วไปนอนตายซะ…
อย่าแดกดีกว่ามั้งจ่า เสียดายของ
เคยอ่านเจอจากนิตยสารเล่มไหนสักเล่ม
เห็นเขาเล่ากันว่า น้ำหอมกลิ่นบริทนีย์ เสปียร์
มันสกัดกลิ่นมาจากง่ามตีนเจ้าหล่อนง่ะ
@ Darth Prin:
โดนจริงๆด้วย
ผมก็พูดตามสิ่งที่ผมรู้ คือมีทำการวิจัยแล้ว ผลคือ”มันน่าจะมี” ผมไม่ได้ไปสนับสนุนอะไรให้ใครใช้ซะหน่อย
แล้ว GT200 เกี่ยวไรครับ มีคนทำวิจัย GT200 แล้วได้ผลว่ามีประสิทธิภาพเหรอครับ
“มนุษย์มีฟีโรโมนครับ ฟีโรโมนไม่มีกลิ่นครับ” เริ่มยกที่ 1 อย่ายืนยันในสิ่งที่ตัวไม่รู้
“มีฟีโรโมนมนุษย์สังเคราะห์ขายแล้วครับ(ไม่ได้สกัดมาจากมนุษย์นะครับ แค่สังเคราะห์โครงสร้างให้จับกับ receptor ของมนุษย์ได้ก็มีผลครับ)” ยกที่ 2 ฟีโรโมนที่ว่าคือเอาสิ่งที่ว่ากันว่าเป็นฟีโรโมนมาขาย
ต่อให้ตบท้ายว่า
“สุดท้ายจริงๆ อย่ารุมกระทืบผมนะครับ แต่ผมรู้มาอย่างนี้จริงๆ”
ประโยคนี้ใช้กันบ่อยเป็นประโยคคุ้มภัย งั้นผมพูดกับเพื่อน (นายปื๊ด นามสมมุติ)ว่า “นาย(ปื๊ด)มันโม้กตัวเองกลางสนามหลวง อ๊ะๆ อย่ารุมกระทืบผมนะครับ แต่ผมรู้มาอย่างนี้จริงๆ” คงฟังขึ้นหรอก ในเมื่อประโยคห้ามมันก็แค่ Fallacy of Ignorant เพราะคุณไม่รู้ (แค่ได้ยินมาอย่างนี้) ดังนั้นคุณจึงยืนยันได้ไม่ผิด
อมยิ้มดังๆ นักวิชาการดังๆก็ดราม่ากระจุยเพราะสรุปเกินไปยืนยันในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้
ผิด ก็ขอโทษซะ จบ
@ Darth Prin:
คือถ้าจะคุยว่า งานวิจัยที่ผมอ้างถึงนั้นมันไม่น่าเชื่อถือ ผมก็ไม่ว่าครับ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ผมแค่เชื่อเร็วเกินไปใงานวิจัยที่บอกว่า “น่าจะเป็น”
ดังนั้นผมขอโทษครับ
แต่ทำมัยต้องยกเหรียญตวอนตั้ม หรือ GT200 เข้ามาเกี่ยวเหรอครับ
ส่วนคำป้องกันตัวน่ะ เพราะผมเคยสวนกระแสที่นี่แล้วโดนยำและมาทีนึงแล้วครับ กลัวฝังใจ
อ่า ขอเสริมอะไรนิดนึง
ใครอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแนวทำอาหารก็คงรู้นะครับ ว่ามันจะมีแบบว่า เอาซีอิ๊วไปใส่ของหวาน น้ำหวาน หยดสองหยด มันจะหวานอร่อยขึ้น
จริงๆแล้วมันไม่ได้หวานขึ้นจริง แต่มันมีรสที่ตัดกันช่วยชูรสตรงข้ามขึ้นมา
ที่พูดนี่คือผมคิดว่า การเอาของเหม็นๆ อย่างกลิ่นตัวกลิ่นไคล น้ำ..เอ้ยของคาวๆ สาปสัตว์ แอบใส่ลงไปในน้ำหอมเล็กน้อย
มันก็คงได้ผลคล้ายๆกันน่ะครับ
เพราะฉะนั้นสูตรน้ำหอมแม่งจะใส่อะไรแปลกๆ แหวะๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติว่ะผมว่า
และมันมีทฤษฎีด้วยว่า พวกกลิ่นแปลกๆเนี่ย ถ้าเราแอบได้กลิ่น แบบว่ากลิ่นมันบางมากจนเราไม่ใส่ใจ แต่จริงๆยังได้กลิ่นอยู่ มันจะกระตุ้นอารมณ์ต่างๆได้ คล้ายๆสะกดจิต
และ (ยืมมาหน่อย)
สูตรน้ำหอม แม่งไม่บอกหรอกว่าจริงๆมันใส่อะไรมั่ง
นึกถึงเรื่องเพอฟูมขึ้นมาเลยว่ะ เรื่องนีั้มันโม้ว่าสาวผมแดงตัวหอมที่สุดในโลก
แต่กูไม่เชื่อหรอก กูว่าสาวไทยนี่แหละส่วนมากจะตัวหอม อย่างน้อยก็ไม่มีกลิ่นวะ
เพราะเวลากูเดินเบียดฝรั่งรึแขกแถวมาบุญครองบ้างรถไฟฟ้ามั่ง
จะเป็นลมทุกที
ตกลงมนุษย์มีฟีโรโมนมั้ยวะ
ทำไมกูปี้กับแฟนจนมีลูก 1 แล้วกูไม่เห็นต้องไปดมฟีโรโมนตรงไหนเลย ก็เป็นหวัดกูนึกคึกดูหนังโป็ก็จับกดเลย ไม่เห้นได้กลิ่นฟีโรโมน มันเป็นกลิ่นแบบไหน
มีแต่กลิ่นเต่าเวลามันไม่อาบน้ำ กูจะสลบ
ว่าแต่จุดประสงค์ของการฉีดน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นคาว หรือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศกันแน่ฟะ
ปล.ข้อมูลบางอย่างในเน็ต เชื่อถือไม่ได้ เช่นการทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด ล่าสุดผมอ่านในนิตยสารสุขภาพ
ฉบับหนึ่ง บอกว่าข้อมูลเหล่านี้เชื่อถือไม่ได้ และบางทีอาจแฝงโฆษณาอาหารเสริมด้วยสิ
ถ้ามีขี้ติดอยู่ล่ะ…
จ๊าดง่าว..
แฟนคลับดราม่า wrote:
ถ้าเป็นข้อมูลทั่วไปตาม google พวกนี้เชื่อได้ยาก แต่บางทีเวลาค้นจาก google มันจะมีพวก Journal ติดมาด้วยพวกนี้เป็นงานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือต่อยอดจากงานวิจัยเดิมหรือหลายๆอันรวมๆกัน(พวกเรียนมหาวิทย์ลัยแล้วเรียนคณะสายวิทยาศาสตร์จะเข้าใจดี) ซึ่งงานพวกนี้ความน่าเชื่อถือจะสูงกว่ามาก งานวิจัยส่วนมาใช้ภาษาเยิ่นเย้อแปลทีต้องแปลไทยเป็นไทยอีกรอบ
@ คนธรรมดา:
GT200 ก็คือการใช้เหตุผลวิบัติในลักษณะ Fallacy of Ignorant เช่นกัน โดยฝ่ายที่เชื่อและก็ออกมายืนยันกันเอิกเริก
ไม่รู้จะเม้นไรดี…เง้อข้าพเจ้าไม่ค่อยรู้เรื่องน้ำหอม
ตามกลิ่นเกงในมา
หุหุ น้ำหอมผสมฟีโรโมนที่สกัดจากกางเกงในใช้แล้ว
แบบนี้ก็คงเป็นกลิ่น
“โยนี เทอราพี กลิ่นแห่งระดูกาล”
ส่วนของแอดมินนี่ไม่ต้องพึ่งฟีโรโมนเลย เพราะแอดมินมี”ฟีโรแมน”จ้า
อ่านแล้วก็แอบหงุดหงิดอยู่ที่เจ้าของกระทู้ไม่รู้จริง แต่ก้อเป็นม้าอยู่ได้อ่ะนะ
แต่พอเห็นพวกนังตัวเมียเหล่านี้ตบตีกัน แล้วมันสะใจ๊ สะใจ ปนสมเพชว่ะ 5555
เห็นมาหลายกระทู้ละ ตัวเมียตีกันนี่ มันสุด ๆ
เราคิดว่ามันน่าจะเกิดดราม่าตั้งแต่มีทู้ของคุณเลิฟแล้ว เพราะมันจุดกระแสคลั่งน้ำหอมแนวๆนี้ได้ดีเหลือเกิน
และแล้วมันก็เป็นจริง ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้างวะ
แอบอ่าน wrote:
แล้วไอ่ตัวแรกที่มันไปไข่ให้มันเกิดฟีโรโมนนี่มันมาจากไหนเหรอคับ ขำๆนะ
Abe wrote:
เออว่ะ ทำไมไม่เซ็นล่ะจ่า
ชะละล่า~
ดราม่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จะเอาไรไปโพสที่ไหน อย่าสักแต่ว่าก๊อปๆ แล้วลงเอาเครดิต
พอข้อมูลมันมั่วแล้วมันจะเป็นการดิสเครดิตตัวเองเปล่าๆ
เอาอาเบะไปแดรก
กรุว่าฟีโรโมนมนุษยืมีจริงๆว่ะค่ะ

อิแฟนเก่ากรุบอกว่า…ชอบดมกลิ่นตรุเวลามีอารมณ์มากมาย
บั่บแว่ มันบอก มันได้กลิ่นตรุฟุ้งมากๆเวลามีอารมณ์เท่านั้น!!
ลองเอากระดาษไปบี้มด แล้วเอาไปใกล้ๆมดอีกตัวสิ มันจะวิ่งหนีเลย
เพราะฟีโรโมนเหมือนกัน
โอ๊สๆ wrote:
อันนี้ก็ไม่มีใครทราบครับ อารมณ์ก็คงประมาณไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันนั่นแหละ
เพื่อนมันเล่าให้ฟังอย่างฮาเพราะช่วยมันแปล Journal ผมก็ถามๆมันอ่ะหลังแปลเสร็จเป็นภาษาที่คนทั่วไปพอรับรู้ได้บ้างว่า
มันคือสารเคมีชนิดหนึ่งติดมากับไข่ปลา แล้วมันไปกระตุ้นพฤติกรรมปลาที่ผสมพันธุ์แล้วให้ว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ พอมีตัวไปวางไข่ ไอ้ที่ติดไปกับไข่มันก็ไปกระตุ้นตัวอื่นๆ ฟีโรโมนปลาในงานวิจัยมันทั้งเอาไว้ ควบคุมประชากร ดักจับปลา ไล่ปลาให้หนี (เอาฟีโรโมนของปลากินเนื้อที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติมาปล่อย) เร่งการเจริญพันธุ์ บอกตำแหน่งในฝูงปลา ฯลฯ
ตอนมันเอาไปพรีเซนต์อาจารย์ก็ถามมันนะว่าไม่ใช่ฮอร์โมนเพศเรอะที่เสนอมา มันตอบว่าไม่ใช่(มันค้นข้อมูลมาแน่นกะว่าโดนถามแน่ๆ) เพราะฟีโรโมนมันก็มีทั้ง ฟีโรโมนที่เกี่ยวกับการกระตุ้นด้านการสืบพันธุ์ (ก็พวกฮอร์โมนเพศนั่นแหละ) กับสารเคมีอื่นๆที่มีผลต่อพฤติกรรมของสัตว์
แล้วคนที่บอกว่าดมฟีโรโมนจาก จิ๊มิ๊ ไม่ได้พูดเล่นนะเว้ย ที่เอ็งดมน่ะฟีโรโมนจริงๆ แต่เท่าที่เห็นก็มีฉี่ของคนท้องอ่ะที่มีฟีโรโมนปนอยู่ ดังนั้นดมจิ๊มิ๊ก็อาจถือได้ว่าดมฟีโรโมนจริงๆ แต่ผมขอไม่ดมดีกว่าเหอๆ ส่วนกลิ่นตัวนี่ถือว่าเป็นฟีโรโมนด้วยมั้ยผมไม่รู้
เห็นเม้นที่ยัยมั่วนี้เอาแคปภาพมาลงนี้ตูนึกถึงดราม่า pentuim 4 เล่น GTA 4 ได้เลยว่ะที่แม่งเอาภาษาอังกฤษของต่างประเทศไปให้อากู๋แปล พออากู๋แปลผิดแม่งก็บอกว่าไอ้พวกฝรั่งมันภาษาไม่ได้เรื่อง
มั่วแล้วยังแถ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีก อีดวกส์เอ้ยยย
เดี๋ยวกรูไปเรียกไอ้เกรนุย จาก เพอร์ฟูม น้ำหอมมนุษย์ มาจัดการให้
ปอลิง.โปรโมทซะหน่อย หนังเรื่องนี้มันดีจริงนะตัวเธอว์
ว่างๆไปหามาดูซะไม่ผิดหวัง 555+
คนสวยไม่อยากเล่านี่ชื่อคุ้นจัง เหมือนเคยก่อดร่ามารึเปล่า
จะบอกว่ามันมีงานทดลองนึง เหมือนประมานว่าให้ ผูชายเลือกผู้หญิงหนึ่งคนจากหลายคน
พอเลือกเสร็จแล้ว เอาเสื้อผ้า ของผู้หญิงทุกคนให้ดมกลิ่น แล้วให้จัดอันดับว่า กลินใหนดี อะไรประมานนี้
ผลทดลองออกมาประมานว่ากลินของผู้หญิงที่ผู้ชายเลือก จะอยู่อันดับตนๆด้วยน่ะ
ไม่รู้ว่าเกียวอะไรกกับความเข้ากัน หรือ ฟีโรโมนรึเปล่า
จขกท.โชว์โงนี่นา
ฟีโรโมนมีกลิ่นยังไงไม่รู้ แต่ทำให้นึกถึงตอนหนึ่งใน11th Hourฉบับเมกาเลย พอสูดดมแล้วออกซิโทซินพลุ่งพล่านฉับพลัน ทำอะไรก็ไม่ยั้งคิด นึกว่าตกหลุมรักเอาง่ายๆ เลย
ดู ดื้อ สวย ดุ มากไปเปล่า ว่ะครับ
ถ้าฟีโรโมนดราม่าจะสกัดจากส่วนไหนของจ่า
สิบเอกคุรูรุ คู้~~คุคุคุ~~ wrote:
หนังโคตรเมพ ตรั๊บ กันทั้งเมือง ด้วยน้ำหอมขวดเดียว
คนใจร้าย wrote:
อาจจ้างพนักงานเอาไว้ทำหน้าที่ นั่งใส่กางเกงลิง หลายอัตรา ใส่ๆถอดๆมันอยู่อย่างนั้นทั้งวันทั้งปีนั่นล่ะ
)
(ก็ว่าไปนั่น
แต่เคยสงสัยว่ามักส์คืออะไร ได้รู้พอดีเลยแฮะ
แล้วจ่าอ่ะ เข้าไปทำไรในห้องแป้ง?
กลิ่นยางไหม้ ควันคลุ้ง ตลบอบอวล !!!
คำใหม่มาแล้วสินะ
“กางเกงในพ่อมึงมีฟีโรมโมน!!”
ขอตอบในฐานะที่ตรูเป็นคนสวนกระแสคนแรก
ตั้งแต่กระทู้แรก ที่มีคนมารีวิวเรื่องน้ำหอมฟีโรโมนนี่ ลองไปดูได้ที่นี่
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q9787572/Q9787572.html
ขอบอกว่าตอนนั้นมันสยองมาก กับการที่เอาตัวเองเข้าไปขวาง
เหล่าสตรีหื่นกระหาย ที่ต้องการให้ผู้ชายเดินตามฉุดเข้ารกเข้าพง
บางนางที่มีเป็นตัวเป็นตน แล้วอยากฉีดให้ผัวรักผัวหลง หน้ามืดตามัว ก็มี
อุตส่าห์เอาวิชาการมาแปะ แต่ก็เหมือนเป็นคอมเม้นที่ผ่านหูผ่านตาไป
เพราะความคิดเห็นส่วนใหญ่ มุ่งประเด็นไปที่ “ชั้นจะสั่งซื้อน้ำหอมนี้ที่ไหน”
แม่ง want อะไรกันขนาดนั้นวะ แล้วก็เลิกสนใจไป
เพราะยังไงแถวนั้นเขาก็ไหลตาม อมยิ้มชื่อดังอยู่แล้ว
สองสัปดาห์ผ่านไป พวกที่สั่งน้ำหอม เงียบจ๋อยกันไปเป็นแถบๆ
เพราะเอามาฉีดแล้วผัวไล่ บอกว่าเวียนหัว เมิงอย่าเข้ามา ตาสว่างกันแล้วสิ
แต่อีผักกาดนี่ มันดันเกาะกระแสช้าไปว่ะ
ถ้ามันเอามาขายตอนที่นางเหล่านั้นยังหน้ามืดอยู่ รวยแน่นอน
ลืมเซ็นตาชินจัง
@ emadd9:
จำได้ว่าคือ คนนั้นที่ชื่อมายด์ ก่อดราม่าจะออกจากวงการห้องแป้ง
แต่จริงๆ แล้วไม่ออก แค่อยากเรียกร้องความสนใจอ้ะ
ปล. ว่า สุดท้ายผู้ก่อดราม่าจะถูกลืมแล้วฟื้นชีวิตมาตามจิกกัดคนอื่นต่อไปอยู่เสมอ
ส่วนเรื่องฟีโรโมนนี้ เคยดูรายการ national geo
มันก้อให้ผุหญิงทดลองให้ดมฟีโรโมนจากเสื้อกีฬาใส่แล้วของผุชาย
ข้อสรุปคือ ฟีโรโมนทำให้สนใจเพศตรงข้ามมากกว่าเพศเดียวกัน
และสนใจคนที่มีพันธุกรรม (ความสัมพันเครือญาติ)ต่างกัน (ป้องกันพี่น้องขี่กันเอง) แค่นั้นนะ
ถ้าจะใส่น้ำหอมก้ออาจแค่ทำให้เพิ่มความสนใจในเวบแรก
เหมือนเพลง ice ศรัณยู ไงเธอว์ (เทอ หอม แบบไม่ต้องใส่น้ำหอม~~~~)
เหมือนเคยอ่านเจอว่ามีงานวิจัยที่ได้ผลว่า สาวๆ จะชอบกลิ่นเสื้อเชิร์ตที่มาจากผู้ชายที่ MHC ต่างจากตัวเองเยอะๆ นะ นัยว่าเป็นกลไกให้การเลือกคู่ได้คู่ที่มียีนส์ต่างกันสุดๆ ไม่เจอเครือญาติใกล้กัน ไรงี้
เจอมาม่านี้แล้ว …หรือว่า MHC มีผลต่อกลิ่น โอว งงๆ
ถ้าที่แอดมินว่าฟีโรโมนมีผลเฉพาะกับสปีชี่ส์เดียวกัน มันก็มีอีกตัวที่เรียกรวมๆ ว่า isoprenoids เป็น natural products ที่มีบางตัวในพืชกับแมลงที่ใช้สื่อสารระหว่างสปีชีส์ได้ฮ่ะ จริงๆ พวกสเตอรอยด์ คอเลสเตอรอลก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เหมือนกัน
ขำมาม่า ตอนแรกเห็นสกัดจากชั้นใน เผลอหลงคิดไปไกล ฮ้า สกัดจากชุดชั้นในใช้แล้วหรือเปล่า ครีเอตม้ากค่า แต่ถ้ามีจริงอย่ามาขายกรู ข้อร้อง
อย่าฉีดน้ำหอมที่มีฟีโรโมนเยอะนะครับ… เดี๋ยวโดนเลียนะ
อ๊าง…..
http://akibatan.com/2010/11/gal-gun-moe-shooting-on-xbox-360/
ยิงฟีโรโมนเลยทีเดียว
ติดมาม่า wrote:
นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้ชายหน้าตาไม่ดีดันมีแฟนสวยก็ได้นะเนี่ยยยยยย
@ Verm:
หวังว่าคงไม่ใช่ curious นะ
นั่นมันน้ำหอมประจำตัวชั้นเลยนะเฟร้ย
กุเห็นกระทู้นี้แระ อ่านความเห็นแรกกุก้อกดออกทันที
ขนลุกอ่ะเชื่อกันเข้าไปได้ไงวะ ไม่มีความน่าเชื่อถือซักนิด กุอ่านแล้วอายแทน เขียนมาได้ไง
แต่เสียดายว่ะ เลยอดเสพมาม่าแบบ real time
ปล.กุเป็นคนลุ่มหลงในน้ำหอม ศึกษามาบ้าง เลยค่อนข้างหงุดหงิดกะอีนี่พอประมาณเลยล่ะจ่ะ
ฟีโรโมน แรงเท่า ฟีโน่ ป่าว
@ มอเหมียวสีเทา: ตอนนี้อีตาลุงเกย์เฒ่า ภูเขาใบไม้เปลี่ยนสีแล้วล่ะ ที่ขยันก่อดราม่า
ผู้ชายอะไร วัยกลางคนแล้วยังมาจับกลุ่มเมาท์กับเด็กๆและตุ๊ดเกรียนอย่าง”โสดตลอดฯ”
ผู้ชายแท้ๆคงไม่มาจุกจิกหยุมหยิมแบบนี้หรอกนะ อยากดังล่ะสิ
สางสารยัย จขกท.ดูเรื่อง Perfurm มาแล้วอินจัดรึเปล่า
น้ำหอมบางชนิดสมัยก่อนมีการผสมเหงื่อของคนลง(เขาบอกว่ามันก็คือฟีโรโมนดีๆนี่ละ)ไปด้วย
แต่สมัยนี้มันไม่มีแล้วนะคะ เขาสังเคราะห์เอากันหมดแล้ว
น้ำมันพรายเลยดีกว่ามั้ย?
อาจจะเอามาจากภาพยนตร์ก็ได้นะครับ เรื่อง “perfume น้ำหอมมนุษย์”
โดยในเรื่องเหมือนพระเอกจะสกัดน้ำหอมจากหญิงสาวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพรรมจรรย์ แต่ก็มีหนึ่งคนจากทั้งหมดสิบกว่าคนที่เป็นโสเภณี ซึ่งในที่สุดพระเอกก็ถูกจับตัว แต่ขณะโดนขัง ได้น้ำน้ำหอมที่ผสมไว้มาด้วย เมื่อถูกนำตัวเข้าตัดคอ ผู้คนที่ยืนดูอยู่ก็ต่างงง เพราะว่าหนุ่มผู้นี้มีรถมาส่ง แต่งตัวดีมาก เมื่อเดินไปที่ลานประหาร ผู้คนต่างบอกว่าไม่มีทางเป็นเขาแน่ๆ แล้วพระเอกก็นำน้ำหอมหยดไปที่ผ้าเช็ดหน้าเพียงเล็กน้อย จากนั้นปล่อยไปตามลม ทีนี้ คนในเมืองทุกคน ชายหญิงจับคู่กัน ถอดเสื้อเล่นกินตับสนุกสนานเลย(ชายชายไม่รู้มีเปล่านะครับ 555)
แต่ยังไงก็ตาม มันก็แค่หนังครับ