
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องสีลมมีอมยิ้มชื่อ “บ๊วย…นิยามของคำว่าสวย” มาตั้งกระทู้เล่าว่า
เพื่อนของเธอเนี่ยเป็นแม่ค้าที่มาเปิดบูทขายสินค้าที่งานแสดงสินค้าและอาหารไทยที่สยามพารากอนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ซึ่งงานนี้มีการโปรโมตกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ทรงเสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิด
จขกท กับเพื่อนๆก็เลยตกลงใจไปจองบูทขายสินค้าในงานนี้ แต่ปรากฏว่าเธอกับพบกับประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจโดยออร์แกไนเซอร์ที่จัดงานนี้
จขกท ก็บ่นๆว่าเธอไม่เข้าใจจริงๆว่าทางห้างสยามพารากอนปล่อยให้บริษัทกากๆพรรค์นี้มารับหน้าที่จัดงานได้ยังไง

แล้ว จขกท เธอก็แฉวีรกรรมของบริษัทออร์แกไนเซอร์เจ้าปัญหารายนี้เป็นฉากๆ
ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมงานแบบฉุกละหุกที่ขนาดจะเปิดงานวันนี้อยู่รอมร่อ บูทจัดงานเอ็งยังก่อสร้างไม่เสร็จเลย
แถมพอเสร็จปุ๊บ เจ้าหน้าที่ของบริษัทก็หายปั๊บ ปล่อยให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าไปเปิดบูทกันมั่วๆโดยไม่มีการแบ่งโซนพื้นที่
ว่าร้านไหนขายตำแหน่งใด ได้แต่จัดร้านกันไปตามมีตามเกิด แถมโต๊ะเก้าอี้ที่จะให้ลูกค้านั่งทานอาหารก็ไม่มีคนจัดเตรียม
พนักงานของบริษัทแม่งก็ไม่รู้หายหัวไปไหน ปล่อยให้พ่อค้าแม่ค้ามายกโต๊ะเก้าอี้ไปจัดให้ลูกค้านั่งกันเอาเอง

และกว่าทางบริษัทจะเอาป้ายของร้านค้าแต่ละร้านมาปักประกาศว่าร้านนี้ชื่ออะไร ก็ล่อไปวันที่สาม
แถมยังทำป้ายร้านของเพื่อน จขกท นั้นแทนที่จะเป็นชื่อร้าน “อร่อยที่สุดในโลก” แต่ดันเขียนว่าขนมปั้นสิบเฉยๆซะงั้น!!

สรุปว่าเพื่อนของ จขกท เธอเป็นเจ้าของร้านปั้นสิบชื่อ “อร่อยที่สุดในโลก” นั่นเอง
ใครสนใจก็ไปดูขนมของร้านนี้ได้เว็บไซท์นี้เลยนะครับ http://www.aroiteesud.com/index.php

จขกท ก็แฉต่อว่าการจัดการในงานมันชุ่ยโคตรๆขนาดไหน เช่นขยะล้นถังข้ามวันข้ามคืน
ฝ่ายออร์แกไนเซอร์รึก็ไม่ออกมาทำความสะอาดหรือจัดเก็บอะไรให้มันเรียบร้อยบ้างเลย
พอเธอเรียกพนักงานของบริษัทมาถาม หล่อนก็อ้างว่า นุ๋ไม่รู้ววว นู๋ไม่ทราบบบ
นู๋เพิ่งจัดงานเป็นครั้งแรก แล้วหล่อนก็ลาลับไป ปล่อยพวกชั้นไว้กับถังขยะเน่าๆถังนี้!!!
และพออีกวันนึงมีฝนตกลงมาห่าใหญ่ ออร์แกไนเซอร์ทั้งหลายก็แจ้นไปมุดหัวอยู่ในห้าง
ปล่อยให้พวกชั้นเผชิญชะตากรรมกันตามลำพัง ถึงขั้นน้ำท่วมบริเวณที่จัดงานเจิ่งนองไปทั่ว
ทางห้างเขากลัวไฟจะช๊อตก็เลยต้องตัดไฟ ทำให้พวกชั้นต้องเลิกขายก่อนเวลาอันควร!!!

จขกท เธอก็ก่นด่าทางบริษัทออร์แกไนเซอร์ และแสดงความไม่พอใจ โดยไปล่ารายชื่อร้านค้าในวันนั้น
เพื่อเอาไปร้องเรียนกับเจ้าของห้างว่าไอ้ออร์แกไนเซอร์บริษัทนี้มันจัดงานแบบลอยแพลูกค้ากันชัดๆ!!
และต่อมา จขกท ก็ได้คุยกับนาย ธ.ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทนี้ แต่คำพูดที่ได้รับกลับมาคือ
“ถ้าอยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องร้องเอา!!มาตราฐานของเราคือทำงานกันแค่นี้!!”

ว่าแล้ว จขกท ก็เอานามบัตรของนาย ธ. มาแปะประจานให้ชาวพันทิปได้เห็นกันจะๆ


จขกท ก็บอกว่าเพื่อนของเธอกำลังรวบรวมเอกสารต่างๆไปยื่นฟ้องต่อ สคบ. และฟ้องร้องขอค่าเสียหายจากออร์แกไนเซอร์รายนี้!!
เพราะการจัดการบริหารที่ห่วยแตกสุดๆทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายที่มาร่วมงานนี้ต่างพากันขาดทุนกันถ้วนหน้า!!!

สุดท้ายเธอก็เตือนพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายว่าถ้าจะออกบูทขายสินค้าที่งานไหนกรุณาเช็คให้ดีๆว่ามีไอ้พวกนี้เป็นออร์แกไนเซอร์หรือไม่!?
และถ้าปรากฏว่ามีบริษัทนี้หรือมีนาย ธ. เข้าไปเอี่ยวด้วย ขอให้หลีกเลี่ยงงานแสดงสินค้างานนั้นโดยพลันไม่งั้นอาจขาดทุนย่อยยับเหมือนเพื่อนของเธอ!!!

ชาวสีลมก็พากันแสดงความเห็น ส่วนมากก็เชียร์ จขกท.กับเพื่อน ว่าฟ้องแม่มเลย!! ฟ้องแม่มเลย!!!

บ้างก็ด่าออร์แกไนเซอร์ว่ามึงเลวมากค่ะ!! ทำไมมึงถึงมาทำร้ายคนทำมาหากินโดนสุจริตแบบนี้ล่ะคะ!?

ความเห็นบางส่วนก็กังวลแทน จขกท ว่าเธอเล่นโพสแฉออร์แกไนเซอร์ซะหมดเปลือกแบบนี้
แถมยังลงชื่อบริษัทและผู้บริหารเสียเสร็จสรรพ ระวังจะโดนเขาฟ้องกลับซะบ้างนา

จขกท ก็ตอบกลับอย่างมั่นใจว่าต่อให้ฟ้องกลับชั้นก็ไม่กลัวค่ะ!! เพราะที่ชั้นพูดมามันเป็นเรื่องจริง!!
ถ้าบริษัทนั้นมันคิดจะฟ้องชั้นกลับก็ยินดีสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อที่ผู้ประกอบการ SME ทั้งหลาย
จะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัวเหมือนอิชั้นและเพื่อนของอิชั้นอีกเป็นรายถัดไป

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อมีบัตรผ่านอ้างว่าผมนี่ล่ะคือนาย ธ.!! ผู้บริหารของบริษัทออร์แกไนเซอร์ที่ จขกท กำลังประจานอยู่!!
แล้วนาย ธ.พูดถึงประวัติความเป็นมา บลาๆ ของบริษัทว่าบริษัทของเขาตั้งมา 14 ปี มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย

ซึ่งแอดมินขอข้ามเนื้อหาส่วนนั้นเพราะคิดว่ามีแต่น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง มาเข้าสู่ประเด็นหลักกันเลยดีกว่า
นาย ธ. อ้างว่ากรณีที่มีเจ้าของร้านค้าออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง จนถึงขั้นออกมาตะโกนด่า จขกท กลางงาน
ให้เป็นที่ทุเรศเวทนาแก่ผู้พบเห็นนั้น มันเกิดมาจากการประสานงานระหว่าง จขกท กับร้านคู่กรณี!!

แล้วนาย ธ ก็แฉ จขกท กลับมั่งว่าเรื่องที่ จขกท ตำหนิทางออร์แกไนเซอร์เช่นเรื่องไม่รุ้ตำแหน่งตั้งบูท
หรือป้ายชื่อของร้านค้าไม่ตรงกัน เช่นกลายเป็นชื่อร้านขายปั้นสิบ แทนที่จะเป็นชื่อของร้านจริงๆนั้น
ก็เป็นเพราะว่าทางพนักงานของบริษัทไม่เคยประสานงานกับเจ้าของร้านเลย!!! แต่เป็นการประสานงานกับผู้อื่น
ที่ไม่ใช่เจ้าของร้านตลอดเวลา (น่าจะหมายถึง จขกท ที่เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านตัวจริง) จึงอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้!!

หรือเรื่องการก่อสร้างบูทล่าช้า ทางนาย ธ.ก็แก้ตัวว่าเป็นเพราะเรามีเวลาเพียงแค่คืนเดียวที่จะจัดเตรียมบูท
และต้องสร้างโครงหลังคาขึ้นมาใหม่ เนื่องจากมีฝนตกในวันดังกล่าวทำให้การเตรียมบูทเป็นไปอย่างล่าช้า

นาย ธ. ยังบอกอีกว่าถึงทางเราจะจัดเตรียมบูทล่าช้า แต่การจัดร้านค้าก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย
โดยเฉพาะบูทของยัยเจ้าของร้านขี้โมโหรายนี้ที่มาจัดเตรียมบูทตั้งแต่ยังไม่เปิดทำการด้วยซ้ำ!!

ส่วนภาพขยะที่เห็นเกลื่อนกราดนั้น ทางเราก็ได้ประสานกับแม่บ้านให้มาทำความสะอาดในเวลาต่อมา
ส่วนปัญหาเรื่องฝนตก ถ้าใครคิดจะมาลงบูทในงานกลางแจ้งในช่วงนี้อย่ามาบ่นเรื่องนี้เลยจะดีกว่า
เพราะว่าการจัดงานหน้าฝน ไม่ว่าจะที่ไหนมันก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น!!

แล้วนาย ธ. ก็วกมาพูดถึงสาเหตุที่ทำให้ จขกท ต้องออกมาตั้งกระทู้ประจานบริษัทของเขา!!

นาย ธ.เล่าว่าเรื่องของเรื่องมันเกิดจากเจ้าของร้านปั้นสิบต้องการพบกับตัวเขา
ซึ่งขณะนั้นนาย ธ. กำลังรอให้ดาราขึ้นเวทีกิจกรรมของงานก่อน จึงบอกว่าไว้ดาราขึ้นเวทีแล้วค่อยเจรจากัน
แต่ทว่า นาย ธ.กลับเห็นเจ้าของร้านปั้นสิบที่สารรูปเหมือนฮิปปี้ วิ่งปรี่ไปขอลายเซ็นต์จากหลายๆร้าน
แล้วต่อมาเมื่อกิจกรรมบนเวทีจบลง นาย ธ. จึงได้จับเข่าคุยกับเจ้าของร้านปั้นสิบ!!

แต่เจ้าของร้านรายนี้กลับใช้วจีไม่สุภาพกับผม!! เช่นไม่เคยเห็นผู้จัดงานปัญญาอ่อนที่ไหนไม่มีความเป็นมืออาชีพอย่างนี้!!
ซึ่งนาย ธ ก็ได้พยายามชี้แจงให้เจ้าของร้านเข้าใจว่าการจัดงานกลางแจ้งมันต้องมีอุปสรรคอย่างไรบ้าง
แต่กระนั้นเจ้าของร้านขี้หงุดหงิดรายนี้ก็ยังเอาแต่พล่ามถึงมาตรฐานการจัดบูทในสถานที่ปิดมิดชิดอย่างอิมแพคเมืองทองตลอดเวลา!!
พอนาย ธ.พยายามชี้แจงซ้ำ เจ้าของร้านขี้โมโหกลับตอกหน้าเขาว่ามันเป็นปัญหาของคุณ!! ชั้นไม่ต้องการรับรู้!!!

พอเห็นว่าการเจรจาทำท่าจะล่มปากอ่าว นาย ธ. ก็เลยถามเจ้าของร้านขี้โมโหรายนั้น
ว่าหล่อนต้องการอะไรกันแน่ถึงได้มาต่อว่ากันแบบนี้!! เพราะตั้งแต่ผมตั้งบริษัทนี้มาร่วมยี่สิบปี
ยังไม่เคยมีลูกค้าคนไหนมาต่อว่าผมอย่างรุนแรงเช่นนี้เลย!! ขอให้คุณบอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ!!
ซึ่งก็เป็นไปตามที่นาย ธ. คาด!! คือเขาต้องการข่มขู่เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายนั่นเอง!!
แถมยังขู่ซ้ำด้วยว่าจะเอาเรื่องนี้มาประจานในพันทิป และแจ้ง สคบ ให้บริษัทของผมเจ๊งโดยพลัน!!
ซึ่งนาย ธ.ก็ตอบกลับไปว่าตูจะไม่ช่วยเหลือเจ้าของบูทที่มาข่มขู่และดูถูกดูถุยการทำงานของตูโดยเด็ดขาด!!
พอนาย ธ. พูดจบปุ๊บ คู่กรณีก็เดินหนีและรีบไปรวบรวมรายชื่อของเจ้าของร้านในงานต่อ ซึ่งนาย ธ. ทราบในภายหลังว่า
พ่อค้าแม่ค้าที่ร่วมลงชื่อกับเจ้าของร้านขี้โมโหรายนั้น เพราะเขาเข้าใจว่าจะลงชื่อไปขอส่วนลดกับทางออร์แกไนเซอร์
ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้สร้างความรำคาญให้แก่เจ้าของร้านค้าหลายต่อหลายคนเป็นอย่างมาก!!!

นาย ธ.จึงตัดสินใจ ไล่เจ้าของร้านขี้โมโหรายนี้ออกจากสถานที่จัดงาน!! และไม่อนุญาตให้ขายต่อ
ซึ่งทางเจ้าของร้านก็เถียงกลับมาว่าชั้นจ่ายเงินแล้วนะ!! ชั้นมีสิทธิที่จะขาย พวกแกมาไล่ชั้นแบบนี้ได้ยังไง!!
ซึ่งนาย ธ. ก็สวนกลับไปว่าแล้วถ้าตูไปด่าเจ้าของห้างสยามพารากอนมั่ง เขาจะยอมให้ตูมาจัดงานในพื้นที่ของเขามั้ยล่ะครับ!?
และสุดท้าย นาย ธ.ก็บอกว่าในขณะนี้เขาได้มอบหมายให้ฝ่ายกฏหมายของทางบริษัท
ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของกระทู้ ในข้อหาหมิ่นประมาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แล้วนาย ธ.ก็ปิดท้ายด้วยคำคมว่าทองแท้ไม่กลัวไฟ!! ไม่ว่าโดนทุบตียังไงมันก็ยังเป็นทองอยู่วันยังค่ำ!!

แต่ชาวพันทิปกลับไม่คิดแบบนาย ธ. คนนี้ว่ะ!!! ชาวสีลมส่วนมากที่เห็นการตอบโต้และชี้แจงจากฝั่งของนาย ธ.ก็ออกมาประณามนาย ธ.
เช่นอมยิ้มชื่อ GreatyO-U!! บอกว่าตูอ่านความทั้งสองข้างแล้ว มีความเห็นว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
มันเกิดจากความผิดและความไม่เป็นมืออาชีพของเอ็ง 100% เลยว่ะ!! แล้วเรื่องที่เอ็งออกมาชี้แจงน่ะ
ต่อให้ตีลังกากลับหัวอ่านยังไงมันก็แค่ข้ออ้างแก้ตัวไปวันๆของพวกเอ็งเท่านั้นแหละวะ!!!

จริงๆอมยิ้มคนนี้ยังมีประเด็นที่สอบถามจากทางนาย ธ. เกี่ยวกับเรื่องกาจัดงานอีกร่วมหนึ่งหน้ากระดาษ
แอดมินขี้เกียจเอามาลงว่ะ แต่เนื้อหาที่เขาพูดก็มีสาระอยู่ ใครสนใจก็ลองไปอ่านกันในกระทู้ต้นเรื่องเอาเองละกัน

ซึ่งนาย ธ.ก็ไม่ยอมตอบคำถามของนาย Greaty O-U!! โดยอ้างว่าเคยมีใครบางคนเอาคำถามของเอ็งมาถามตูเมื่อวันก่อนเรียบร้อยแล้ว
(น่าจะหมายถึงคำถามของนาย Greaty O-U มันคล้ายๆกับที่ จขกท ถามนาย ธ. เมื่อวันก่อนล่ะมั้ง)
แล้วนาย ธ.ก็บอกว่าอีกอย่าง เอ็งเล่นสรุปแต่ต้นเลยว่าออร์แกไนเซอร์ผิด 100% และไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ดังนั้นในเมื่อเอ็งปักธงไว้แต่ต้นว่าพวกตูผิดแน่ๆ จึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องตอบคำถามของเอ็ง
แต่ตูขอฝากให้พวกเอ็งฉุกคิดซะหน่อย ว่าทำไมบริษัทของตูถึงได้รับความไว้วางใจและอยู่ในวงการมาถึง 20 ปี!!!

จขกท ก็ออกมาแย้งนาย ธ. บอกว่าเอ็งเอาเรื่องราวที่บิดเบือนมาเล่าให้คนแถวนี้ฟังนี่คะ!!!
เด๋วขอชั้นไปรวบรวมข้อมูลก่อนเถอะค่ะ แล้วชั้นจะกลับมาแฉกลับนาย ธ.อย่างเมามันส์ในวันพรุ่งนี้!!!

แล้วชาวสีลมก็แสดงความเห็นกันต่อ ส่วนมากก็เห็นพ้องต้องกันว่างานในวันนั้นมันไม่มีความพร้อมเลยซักนิด
และไอ้เรื่องที่นาย ธ. ออกมาชี้แจงก็เหมือนกับแก้ต่างไปวันๆมากกว่าว่ะ

บ้างก็แขวะนาย ธ. ว่าต่อให้เอ็งทำธุรกิจมา 20 ปีแล้วไงวะครับ!? ต่อให้ทำมาร้อยปีมันก็เจ๊งได้!!
ถ้าคนบริหารมันไม่มีความรับผิดชอบ และทำงานชุ่ยซะเหลือประดา นับประสาอะไรกับบริษัทที่เปิดมาแค่ 20 ปี!!!
รู้มั้ยครับว่าสถิติของอเมริกา บริษัทส่วนมากมีอายุขัยเฉลี่ยที่สามสิบปี แต่ของเอ็งเพิ่งจะแค่ยี่สิบปีอย่าคิดมาคุยโวเลยดีกว่าว่ะครับ!!
บริษัทจะอยู่ยั้งยืนยังหรือไม่ นอกจากผลงานในอดีต มันต้องรวมไปถึงวิสัยทัศน์และทัศนคติของผู้นำด้วย
แต่ถ้ามีทัศนคติแบบเอ็ง ตูเกรงว่าบริษัทของเอ็งคงจะดึงค่าเฉลี่ยของอายุไขให้มันต่ำลงซะเปล่าๆปลี้ๆว่ะครับ!!

บ้างก็บอกว่าชั้นล่ะเพลียกับความเห็นของไอ้เจ้าของบริษัทที่เปิดมายี่สิบปีซะจริงเชียว
เอ็งน่าจะให้ฝ่าย PR ของบริษัทมาตอบแทนนะคะจะได้ไม่ออกมาอนาถไร้ไม่สร้างสรรค์เยี่ยงนี้
แล้วไม่ทราบทำไมบริษัทที่เปิดมายี่สิบปีถึงไม่มีเว็บไซต์ส่วนตัว แถมใช้ Hotmail ด้วยล่ะ
กะอีแค่นามบัตรของหล่อนมันก็แสดงออกว่าไม่มีความเป็นมืออาชีพแล้วนะคะ!!

นาย ธ. หลังจากโดนคนรุมด่าจากแทบทั้งกระทู้ ก็ออกมาโพสประมาณว่าสงสัยตูคงต้องพิจารณาตัวเองใหม่แล้วฟ่ะ
ว่าสิ่งที่ตูทำลงไปมันถูกต้องหรือไม่ เพราะเห็นมุมมองของหลายๆคนในนี้พูดซะยังกับว่าตูผิดซะงั้น
แล้ว นาย ธ.ก็บอกว่าจะเอาคำแนะนำของทุกท่านไปทบทวนและแก้ไข และขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเตือนสติ

แหม่ ทำท่าว่าจะจบสวยแล้วเชียว แต่นาย ธ. ดันมาตกม้าตายเอาความเห็นที่ 151 นี่เอง เมื่อนาย ธ. บอกว่า
ความเห็นของพวกเอ็งทั้งหมด ทำให้ตูซาบซึ้งถึงทรวงในเลยว่าพวก SME มันสามัคคีกันขนาดไหน
ตูล่ะอยากให้เมืองไทยมีแต่คนอย่างพวกเอ็ง สีเดียวกันอย่างพวกเอ็งเยอะๆจริงจริ๊ง!!!

ชาวสีลมก็ชักตะหงิดๆ ถามนาย ธ. ว่าเอ็งหมายถึงอะไรวะคะ!? ตอนแรกชั้นเห็นหล่อนบอกว่าจะกลับไปปรับปรุง
ก็กะว่าจะชมซะหน่อยแล้วนะที่หล่อนกล้ารับฟังความเห็นต่าง แต่พอเห็นความเห็นเมื่อกี้ปุ๊บ..
นี่มึงประชดประชันเหน็บแนมกันชัดๆเลยนี่หว่า!!! เอ็งหาว่าคนที่ด่าเอ็งเป็นพวกเดียวกับ จขกท เหรอวะคะ!?

เท่านั้นล่ะครับพี่น้อง!! ชาวสีลมก็พากันรุมด่านาย ธ.อย่างเมามันส์ทันที ว่ามึงมันวุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำมาก!!
มิน่าล่ะถึงได้มีลูกค้าออกมาบ่นถึงผลงานของบริษัทมึงเช่นนี้!! มึงคงคิดว่าตัวเองเจ๋งนักเจ๋งหนา
แต่ตูขอพูดตรงๆนะคะว่าฝีมือเอ็งยังไม่ถึงขั้นค่ะ!! หัดเปิดกะลาออกมาดูโลกภายนอกซะบ้างนะคะ!!พ่อ CEO!!

ดราม่านี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ ว่าการจะออกมาชี้แจงคำติติงของลูกค้าควรปล่อยเป็นหน้าที่ของมืออาชีพ เช่นงาน PR
อย่าปล่อยให้ผู้บริหารระดับสูงออกมาแสดงความเห็นให้เป็นที่ขบขันของชาวบ้านร้านตลาดเลยจะดีกว่า
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร!! บริษัทอันแสนน่าภาคภูมิใจของนาย ธ.ที่ก่อตั้งมาถึง 20 ปีจะมีปีที่ 21 หรือไม่!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
สมัยนี้ SME จะทำมาหากินสุจริตอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องระวัง ออแกไนเซอร์แย่ๆ เช่นที่พารากอนด้วยนะคะ








































ฺBuffalo Power wrote:
รูปมันโชว์ว่าสายไฟวางไปกับพื้น
เนี่ยเหรอว่ะ ประสบการณ์ 20ปี
20นาทีอะดิ
แค่เรื่องขยะก็ดูรู้แล้วว่ายังไง มืออาชีพจริงก็ต้องรู้สิฟระว่างารประเภทนี้ขยะมันต้องเยอะ
ขยะหรือตัวเธอว์…เรื่องขยะเนี่ยนะ
ธ.นาธาน จริงๆ อีกห่านดรวก คงได้เหยื่อผู้ประกอบการไปหลายราย จนรวย
ทำงานกากๆ
รำคาญแค่ไอ้ 20ปี นี้แหละ
จะบอกกรูทำไม 20ปี แล้วได้อะไร
แล้วมันไม่สะท้อนหรอว่า 20ปี ยังได้แค่นี้??
มีคนหลงมาให้งานถึงยี่สิบปีเชียว หลอกคนเก่งนักเอาไปเเดก
ประสบการณ์ 20 ปี จะสิ้นสุด ณ บัดนี้แล เจ๊งแล้วครับ ปิดแล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ซะ
อ่านดูแล้วนะ คือ ทาง จขกท. เขามีอะไรที่แน่นหนามาก(มีรูป + อธิบายเสร็จ)
ทางตรงกันข้าม ไอ้บริษัทนั่นมันมีแต่คำพูด + มีแต่น้ำหามีเนื้อไม่
+ ถ้าเมิงบริษัทใหญ่และเจ๋งจริง เมิงจะมาแก้ต่างทำไมครับ งานถัดๆไปเมิงก็จัดให้ดีเลิศ
หาที่ติไม่ได้สิครับ ให้เขางิดไปเลยว่าที่มาด่าเมิงอ่ะ มันผิด มันถึงดูเป็นป๋า ไม่ใช่
มาผลักขี้ออกจากตัวเองแบบนี้
2 เรื่องนี้คือจุดแข็งของธุรกิจนี้เลย
ที่จริงนี้คือโอกาสนะครับถ้าใครมองเห็น แสดงว่าวงการนี้พวกฝีมือแค่นี้ก็รับงานใหญ่ๆได้ ถ้าคนเก่งๆลงมาทำไม่รับงานกันอ๊วกแตกเลยหรือ
เสริมอีกนิดมุขยังไม่หมด อ๊วกแตกอย่างเดียวไม่พอระวังรับงานจนขี้แตกนะครับ
อันแน่ในที่สุดเราก็สอดแทรกอาเบะลงไปได้
สุขใจนอนหลับแล้ววันนี้
hsf กรรัชดา wrote:
สุขใจตรงอาเบะหรือเธอว์
เอ่อ 20 ปีได้แค่นี้เหรอ
จะมีปีที่ 21 มั้ยวะ เห็นผลงานแล้ว
ไม่ได้แช่งหรืออะไรทั้งนั้น แต่แค่สงสัย
ต่อ ครับต่อ
อ่านท้ายกระทู้แล้ว ประมาณว่าพ่อค้าแม่ขายไปทวงถามเงิน แต่ทางบริษัทบอกว่า”รายได้ทูลเกล้าถวายแล้ว”
อืมมม นะ
แมร่งอ่อนหว่ะครับ เป็นระดับออแกไนเซอร์จัดงานขนาดนี้ ไม่มีแผนไว้รับมือเวลาฝนตก แถมอ้างเหยงๆว่าก็ฝนมันตกนี่หว่าช่วยไม่ได้ ชะลาล่า
ยิ่งการตอบคำถามนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ อ่านแล้วสลดหว่ะ
จ่าแฝงโฆษณาปั้นสิบหรือเปล่านี้
แผนรับมือช่วงฝนตกของมันนี่คือหาผู้หญิงไปปักตะไคร้รึเปล่าวะ
“ทองแท้ไม่กลัวไฟ” แต่แม่งรีบมาแก้ต่างแต่โดยไว ฮาโคตรเหงิบ
พูดอะไรกันไม่รู้
รู้แค่่ว่าปั้นสิบน่ากินฟ่ะ
กุว่า มันจะสิบปี ยี่สิบปี ก็ไม่ใช่เรืาองที่จะเอามาคุยได้
ฮึ กุไม่อยากจะพูด
วันนี้กรูกะลูกน้องคนสุดท้อง เข้าใจกันอย่างที่สุด หนีงานไปกันตะเช้า จนกุมีอารมณ์อยากจะร้องเพลง
การบริหารจัดการที่ดี นี่สิของจริง
ดูง่าย ๆ อ้ายทอ. เมิงลองมองไปรอบ ๆ เว็บของจ่าซี เห็มมั๊ยล่ะ เว็บ สักสองปีหรือเกือบ ๆได้มั๊ง
โคสะนา เท่าไหร่ เรียงรายรอบเวบเลยทีเดียว
บร๊ะเจ้ามั๊ย..เมพขิงขิง ป่ะล่ะ
ปอลอ.
สวรรค์รำไร สวรรค์รำไร วิไลโอบไหล่.. ฮ่าฮ่า ใครอย่ามารู้จักเพลงนี้นะโว้ย แก่ตายห่านเรยยยละเมิง
ชอบปั้นสิบเจ้านี้อ่ะอร่อยขริงๆ แต่แพงไปหน่อยนะลดราคาอีกสักนิดจะดีมวากกกก
ปล.ก็เคยเจอออแกไนซ์กากๆหลายครั้งนะแต่ทำไรมันมะได้
นึกถึงตอนCPจัดที่CTWตอนนั้นเลย กางเต็นท์ไปก็เท่านั้น น้ำฝนดันไหลลงมาตามรอยต่อหลังคาเต็นท์อ่ะ ดีนะที่เพื่่อนสั่งพิมพ์แบบอาร์ตมันทั้งเล่มเลยรอดความเสียหายไปได้
บางบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศบางบริษัท ก็จัดงานจำพวกนี้ได้แย่พอๆ กันแหละครับ
เน้นต้นทุนต่ำเข้าว่า
จนประสิทธิภาพการบริการไม่เหลือหรอ
ใจเค้าใจเรา
อันนี้ต้องดูว่าค่าเช่าเท่าไร เพราะ จัดหน้าฝนกลางแจ้งทุกอย่างมีความเสี่ยงหมดทั้งคนจัดงานกับ คนมาเช่าพื้นที่
เพราะมันหน้าฝนเลยถูกมาก ถ้าคนจัดรับความเสี่ยงเช่าห้างมาด้วยราคาถูก คนที่เช่าพื้นที่ก็ต้องรับความเสี่ยงตรงนี้ด้วย
ผมเชื่อว่าเพราะ มีเหตุฝนตกตลอดจนไม่สามารถจัดเวทีล่วงหน้าได้ น่าจะเป็นประเด็นแรกที่ทางบริษัทพลาด
ก็จำชื่อบริษัทของนาย ธ นี่ไว้ละกัน
มืออาชีพอย่างแรงว่ะ
เฒ่าหัวฮูวววว์ wrote:
แย่แล้วกรู
เฮ ร่าเริงสุดเหวี่ยง ฮา คว้าเอียงโอบไหล่ สวรรค์นะซิ สวรรค์รำไร พิไรโอบไหล่ ล้อม เรา
อ๊ากกกกก แม่กรูฟัง จำได้เลยกรู กรูแก่แล้วสินะ
20ปี??? ลมละลายแล้วเปิดใหม่ๆเรื่อยๆสิไม่ว่า แม่งร่วยจริงๆ
20ปีเเล้วไงหว่ะเเสรดด ลองจัดงานได้เชี่ยๆจริง 20วันก้เจ๊งได้หว่ะ
เมื่อ10-20ปีที่เเล้วสังคมเนตมันยังห่วยเเตก เเต่ปัจจุบันมันไม่ใช่
เดี๋ยวนี้ชื่อเสียงทางเนต ลองทำสั่วๆดูดิ ดีก็ดีไป ลองชั่วเเค่ครั้ง
ดับกันเลยทีเดียว ดังสุภาษิต น้ำหนุนเรือได้ ก็ล่มเรือได้เหมือนกัน
บริษัทเปิด มา 14 ปี ทำงานมา 20 ปี แต่ไอ้คนตอบ เพิ่งมาทำแค่ 2 เดือนปะ
ยิ่งมาบอกว่ามีประสบการณ์ยาวนาน แต่ปัญหาที่เกิด มันไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเคยเกิดเสียเมื่อไหร่
แต่กลับไม่ยอมหาทางป้องกันหรือแก้ไข พอมีปัญหาก็หลบกันจ้าละหวั่น
ผมว่าแม่ค่ามันก็ใจร้อน ขี้วีนด้วยแหละ
@ เอมิลี่สีเลือด,เฒ่าหัวฮูวววว์ :
โชคดีกุยังเอ๊าะ เลยไม่เคยฟัง
พวกเธอว์ทุกคนต้องเข้าใจด้วยสิ ที่มันอยู่มาได้ถึงยี่สิบปี เพราะเมื่อก่อนยังไม่มีมาม่ามาแฉมันอย่างงี้ไง
ถ้ามีเวปยาเสพติดดราม่าอยู่เมื่อยี่สิบปีก่อน CEO ธ. อาจถูกฝังก่อนก่อตั้งบริ(ไอ้)สัดเลยน้าาาาา พวกเธอว์จ๋า
อย่าหยุดยั้งกระทืบมันย้อนหลังจนครบอายุงาน
Not Professional
คิดว่านะ ถ้าไม่มีไอ้ 20 ปีที่ว่ามา มันจะยังดูดีกว่านะ
อย่างน้อย ๆ ก็คงมีคนคิดให้อภัยมั่งละ (ไม่เป็นไรหรอกเค้าเพิ่งเปิดใหม่ ๆ แก้ตัวอย่างน้อบน้อมคนไทยรับได้……มั้ง)
แต่ นี่เอา 20 ปีมาตั้ง ?? แล้วไง เจ๋งเหรอ?
20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยจัดงานกลางแจ้งเหรอ? อ่อเคยจัดไม่งั้นคงไม่บอกว่า งานอื่นก็เป็นแบบนี้
20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยจัดงานหน้าฝนเหรอ? หรือว่า ตั้งมา 20 ปี นี่งานหน้าฝนครั้งแรก ?
ทำไมวันนี้กุประชดจังวะ
ปล. จ่าแอบเนียนนะ ได้หนมกิงฟรีแน่ ๆ เลยวะ
ดำน้ำเกาะทะลุ wrote:
เเล้วไงครับ คุณเคยเห็นเเม่ค้าใจเย็นสักกี่คน พูดตรงๆผมเคยเห็นไม่กี่คน
เเม่ค้ากับลูกค้า ก็อีหรอบเดียวกันเเหละ พอทำอะไรไม่ถูกใจหรือช้า ก็วีน
กันทั้งนั้น มันอยู่ที่ไอ้ประสพการณื 20 ปีที่ผ่านมาของไอ้เจ้าของบริษัทจัด
งานมากกว่า ว่ามีประสิทธิภาพเเค่ไหน ถ้ามีประสิทธิภาพ ถึงเเม่ค้าจะขี้วีน
ก็ไม่อยากหาเหาใส่หัวหรอกนะครับ
กรูไม่รู้ กรูรู้แต่ว่า 20 ปีได้แค่เนี้ยะ?
กรูว่าให้เด็กม.ต้นมาจัดงานนิทรรศการ
แบบที่เขาโชว์โปรเจคกันประจำปียังดีกว่ามั้ง?
อย่างน้อยก็ไม่มีขยะล้นๆ
หรือประเภทน้ำฝนเจิ่งนองเยี่ยงนี้
กรั่กๆๆๆๆ
แต่ที่แน่ๆ มีดราม่าออกมาเยี่ยงนี้แล้ว
กรูว่ามันไม่มีปีต่อไปแน่เลยว่ะ
CEO ??
มันย่อมาจาก Cat Eat Oreo หรือเปล่าวะครับ
ถ้าเค้ารักษามาตรฐานจากยี่สิบปีที่แล้วได้แบบนี้ละก็
เห็นว่าสมควรเจ๊งแล้วไปเกิดใหม่ครับ
งานเปิดบ้านมหาลัยเราอยู่บนยอดเขา ทุกปีต้องจัดกันในฤดูใบไม้ร่วงหนาวๆ บางทีก็มีลมแรงขนาดพัดมาต้องนั่งลงไม่งั้นปลิว บางทีฝนก็ดันตกลงมาไม่ตรงพยากรณ์อากาศ
อุปสรรคเยอะมาก ทั้งเรื่องน้ำ เรื่องสายไฟ เรื่องขยะ กิจกรรมตามตึกต่างๆ งบก็น้อย
แต่ก็จัดออกมาดีทุกครั้งนะ ระบบทำดีเรียบร้อยมาก เป็นงานเทศกาลใหญ่ประจำปีของเมืองไปเลย
แน่นอนว่าคนที่จัดทั้งหมดเป็นเด็กป.ตรี ประสบการณ์อย่างมากก็เคยจัดงานเปิดบ้านตอนม.ปลายมาก่อน มหาลัยเราเพิ่งเปิดได้ 10 ปี ประสบการณ์สะสมก็ยังน้อย
แต่กรรมการจัดงานเขาเอาจริงเอาจัง ทุ่มเทกับงานมาก
ที่ยกตัวอย่างมานี่ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ประสบการณ์จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้งานออกมาดี แต่”ความใส่ใจ”เองก็สำคัญไม่แพ้กันเลย
ต่อให้เป็นมือโปรทำมาหลายสิบปี แต่ถ้าขี้เกียจ ไม่เอาใจใส่ งานก็ล่มเหมือนกันแหละ
20 ปี มีปัญญาจัดการเรื่องพื้นฐานได้แค่นี้ ?
จขกท.ไม่ใช่คนเดียว ที่โดนออแกไนซ์หรือเจ้าของสถานที่พวกนี้มันกดขี่
และอยากให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ลุกขึ้นมาต่อต้านพวกบ้าอำนาจโชว์โก้เดินห้างฯตาลอยซักที
ตอนนี้ใครทำธุรกิจในห้างก็จะรู้ได้เลยว่าลำบาก ค่าที่่ต่อวันไม่ได้จบอยู่ที่สองพันสามพันด้วยซ้ำไป
บางร้านในห้างตกแต่งสวยหรูพึงใจ เดือนนึงโดนค่าที่ขายของเข้าไปเป็นหมื่นๆ เหยียบแสน ขายไม่ดีก็อ่วม กู้หนี้ยืมสินกันไป
ห้างไฟไหม้ที่ผ่านมา ไม่ต้องนึกภาพเลยว่า หน้าพ่อค้าแม่ค้าหลายคนจะเละเป็นเยี่ยวขนาดไหน ลงทุนกันไปแทบหมดตัว
พวกห้างมันก็ชอบกดคนขายประหนึ่งพ่อเป็นฝรั่ง เอาใจแต่บริษัทตัวใหญ่ที่จะมาลงทุน วางสถานที่สวยหรูโชว์ออฟสุดพลัง
ลองเป็นพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาแทบจะถีบหัวส่ง ไปมุดรูอยู่ชั้นโล่งๆ ของใกล้ๆกันก็วางมาให้เขาทะเลาะกัน
ถ้าไม่พอใจสัญญาก็ไม่ต้องต่อ และขึ้นสัญญาทุกเดือนตามความพึงพอใจของออแกไนซ์มัน
คนไหนเหม็นขี้หน้าไม่เลียขาก็จัดไปที่ห่วยๆ ทำงานกันแบบไม่มีมาตรฐาน ไม่รับผิดชอบ นี่แหละห้างฯ
20 ปีที่ผ่านมาไม่ได้สอนอะไรมึงเลยหรอ ไอ้เชี้ย …
มันคือทุนนิยม!!
ก๋วยเตี๋ยวขายมา 50 มามีปัญหาตอนปีที่ 51 ก็มีมาแล้ว
นับประสาอะไรกับ 20 ปี
ถามอยู่นั่นแหละ ว่าทำไมคนหลงผิดใช้บริการมันได้ถึง 20 ปี
มาร์คว่าอ่านแล้ว
กลายเป็น 20 ปีที่สูญเปล่าไปโดยปริยาย
มึงอยู่มาได้ไงวะ 20 ปี
hsf กรรัชดา wrote:
เค้าล๊อกมาแล้วครับ เก่งจากไหนเทพจากไหนไม่สนอยู่แล้ว ไม่ใช่พวกไม่มีเส้นไม่ได้งาน อย่าลืมว่านี่คือประเทศไทยครับ