
เรื่องมันมีอยู่ว่าจากข่าวคาวของดาราสาวแอนนี่ที่มีข่าวว่าโดนนายฟิล์มดาราวัยรุ่นชื่อดัง
ยสตน.จนป่องและคลอดลูกชายตัวน้อยน่ารักออกมาหนึ่งคน ซึ่งกำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่ท๊อปฮิตในปัจจุบันนี้
ทีนี้มันมีอมยิ้มคนนึงชื่อ “ความรัก ไม่มีในโรค” มาตั้งกระทู้ประณามสื่อมวลชนที่ถ่ายภาพลูกของแอนนี่ในห้องเหลิมไทย
ว่าพวกมึงจะใช้แฟลชถ่ายภาพน้องเขาทำไมวะครับ!? ไม่รู้รึไงว่าน้องเขาเพิ่งอายุแค่สามสี่เดือน
พวกเอ็งเล่นถ่ายภาพน้องเขาด้วยแฟลชแบบนั้น มันจะเป็นอันตรายต่อสายตาของน้องเขานะเว้ย!!
ไม่นึกเลยว่ากล้องที่ใช้ก็ราคาแพงลิบ แต่จิตสำนึกในฐานะตากล้องของพวกมึงกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้!!

ซึ่งแน่นอนว่าชาวเหลิมไทยย่อมเข้ามากดกิฟท์เห็นด้วยให้กับ จขกท อย่างล้นทะลัก ดังในภาพข้างล่าง

จากนั้นชาวเหลิมไทยก็พากันด่านักข่าวกันไปต่างๆนานา บ้างก็บอกว่าไอ้พวกนี้มันกากเดนสังคม!!

บ้างก็ออกมาเสริมข้อมูลของ จขกท ว่าตากล้องมือเก๋าๆเขาห้ามไม่ให้ใช้แฟลชกับเด็กทารกทั้งนั้น
เพราะมันมีอันตรายต่อสายตาของเด็ก แนะนำให้ปรับ ISO สูงๆเวลาถ่ายภาพแทนจะดีกว่า

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่ออมยิ้มชื่อ อะธีลาส ออกมาเบรคชาวเหลิมไทยที่กำลังไหลตามน้ำกันอย่างเมามันส์
ว่าไอ้เรื่องที่แฟลชทำร้ายดวงตาเด็กเล็กเนี่ย มันเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นแค่ความเชื่อ!!
แล้วอะธีลาสก็เอาลิงค์จากเว็บต่างประเทศมาแปะ ซึ่งในเว็บเหล่านั้นก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน
ว่าแสงแฟลชไม่มีผลอันตรายของเด็กทารก!!

น่าเสียดาย ดูเหมือนชาวเหลิมไทยจะไม่สนใจข้อมูลของนายอะธีลาสคนนี้ ก็พากันก่นด่าสาปแช่งตากล้องกันไปต่างๆนานา
บ้างก็ด่านักข่าวว่าไอ้พวกนี้มันเคยมีจรรยาบรรณในวิชาชีพด้วยเหรอคะ!?

คนก็เออออห่อหมกกันไป บอกว่าใช่ๆไอ้พวกนี้มันไร้จรรยาบรรณ ไร้จิตสำนึก!!
วันหลังพวกมึงลองเอาแฟลชไปจ่อตาลูกเต้าของพวกมึงบ้างสิคะ จะได้รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน!?

บางคนดีหน่อย อ่านกระทู้ที่นายอะธีลาสเอามาแปะ แล้วก็ออกมาตั้งคำถามว่า
ไอ้เว็บที่เอ็งเอามาแปะ แล้วอ้างว่าใช้แฟลชไม่มีผลกะตาเด็กเนี่ย
มันเชื่อถือได้แค่ไหน? และ มีบทวิจัยอะไรรองรับมั้ยวะ!?

ส่วนน้อยก็เชื่อตามที่นายอะธีลาสบอกว่าแฟลชไม่มีผลกะตาเด็ก แต่ก็อ้างว่า
ต่อให้แฟลชมันไม่มีผลเสียกับตาเด็กจริงๆ แต่มันก็ทำให้เด็กอายุน้อยๆตกใจได้!!
แถมยังมีช่างภาพถ่ายรูปน้องเขาโดยใช้แฟลชตั้งไม่รู้กี่คน!!
บางทีคืนนั้นน้องเขาอาจจะกลับไปฝันร้ายนอนผวาทั้งคืนเลยก็ได้นะเคอะ!!

นายอะธีลาสก็ออกมาบ่นๆว่าบางครั้งความจริงกะความเชื่อมันก็ตรงกันข้ามกันนา โดยเฉพาะตาเด็กเนี่ย
ได้รับผลกระทบจากแฟลชน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก เพราะตาของเด็กหลบเลี่ยงแสง
และปกป้องตัวเองจากแสงได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เผลอๆจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนแฟลช
ถ้านักข่าวจะผิดในกรณีนี้ ก็คงผิดที่เสียมารยาทใช้แฟลชถ่ายภาพทารก เพราะเราไม่นิยมทำกัน
แต่ถ้าจะบอกว่าผิด เพราะแฟลชทำให้จอประสาทตาเด็กทารกเสื่อม!! อันนี้ขอบอกว่าไม่มีข้อมูล
หรือเหตุผลทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ใดๆที่สนับสนุนประเด็นนี้ครับ!!

อมยิ้มชื่อ Darkslayer ก็แขวะชาวเหลิมไทย ว่ากรูล่ะขำกลิ้งกะพวกมึงจริงๆ
ขนาดมีคนเขาเอาข้อมูลมาให้พวกมึงดู ยังจะแถว่าข้อมูลไม่น่าเชื่อถือมั่งล่ะ
หรือแถว่าต่อให้แฟลชไม่อันตรายต่อายตาเด็กแต่ก็ทำให้เด็กเล็กตกใจได้อีกเหรอวะ!?
คนแถวนี้มันก็อย่างนี้ล่ะว้า พอปักใจเชื่ออะไรซักอย่าง ต่อให้เอาความจริงมาเปิดหูเปิดตา
มันก็ยังคงปักใจเชื่ออยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ช่างเสียเวลาชี้แจงไปโดยเปล่าประโยชน์จริงๆว่ะ

อมยิ้มชื่อ ChocoMilkShake ก็ออกมาเถียงนายอะธีลาสสุดใจขาดดิ้น!!
ว่ากรูไม่เชื่อไอ้ลิงค์มั่วๆที่เอ็งเอามาอ้างหรอกเว้ย!! เพราะลูกตูอายุสามเดือนก็มองเห็นเกินสองเมตรแล้ว
ดังนั้นไอ้คนที่บอกว่าแฟลชไม่ทำให้ตาเด็กเป็นอันตรายเพราะมองไม่เห็นไฟแฟลชนั้นมันมั่วนิ่มอย่างแน่นอน!!
ถ้าพวกมึงไม่เชื่อก็ลองแหกตาให้กว้างแล้วถ่ายแฟลชแยงตาตัวเองสิวะ!! จะได้รู้ว่ามันแสบตาขนาดไหน
แล้วขนาผู้ใหญ่ยังทนไม่ไหว แล้วสายตาของเด็กทารกมันจะไปรับได้ยังไง!?
พวกมึงเคยรู้มั้ยว่าเคยมีเด็กแรกเกิดที่ตาบอดเพราะแสงในตู้อบมาแล้ว!!!
แล้วพวกมึงคิดดูละกันว่าแสงแฟลชมากมายมหาศาลที่สาดใส่ตาน้องเขาในวันนั้น
มันจะทำให้สายตาน้องเขาเป็นยังไง!? ถ้าโตขึ้นมาสายตาน้องเขามีปัญหา แล้วใครจะมารับผิดชอบวะห๊ะ!?

เกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ เรื่องที่นาย Chocoฯอ้างว่ามีเด็กที่นอนในตู้อบแล้วตาบอด
อันนี้แอดมินเข้าใจว่าเป็นกรณีของภาวะ Retinopathy Of Prematurity
หมายถึงในเด็กแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดแล้วต้องนอนในตู้อบดม Oxygen
ตัวที่ทำให้สายตาเด็กมีปัญหาไม่ใช่แสง แต่เป็น oxygen ที่ดมเพราะมันจะทำให้เส้นเลือดในจอประสาทตา
ที่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่หดตัว ทำให้จอประสาทตาบางส่วนอาจเกิดภาวะขาดเลือดและจอประสาทตาหลุดลอกได้
เป็นเหตุผลที่ทำให้แพทย์ต้องนัดเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมาเช็คตาในภายหลังครับผม
ใครสนใจเอกสารวิชาการ เชิญไปอ่านได้ที่ url นี้นะครับ
https://docs.google.com/viewer?url=http://www.rtamedj.pmk.ac.th/Vol_58/58-1-8.pdf
อมยิ้มอีกรายชื่อ Duckcovery ก็เข้ามาเถียงนายอะธีลาสว่าถ้าเอ็งบอกว่าแฟลชไม่อันตรายต่อสายตาเด็ก!!
กรูขอเอาแฟลชไปถ่ายรูปแบบจ่อตาลูกอ่อนวัยแบเบาะของมึงได้มั้ยวะครับ!?
หรือถ้ามึงไม่มีลูกอ่อน กรูขอไปยิงแฟลชใส่ตาพ่อแก่แม่เฒ่าของมึงก็ได้!!
อยากรู้เหมือนกันว่ายิงแฟลชใส่ตาป่ะป๊าม่ะม๊ามึงซักยี่สิบสามสิบรูปแล้ว
ตาป่ะป๊าม่ะม๊ามึงจะยังปลอดภัยเหมือนที่มึงอ้างไว้หรือไม่!?

นาย Duckcovery ยังบอกอีกว่า ไอ้ url ทั้งสามอันที่เอ็งเอามาแปะในกระทู้นี้มันเชื่อได้ซะที่ไหน
ไม่เห็นมีข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือได้ซักอัน!! ถ้าใครเชื่อมึงว่าใช้แฟลชถ่ายรูปแล้วไม่มีผลกะสายตาเด็ก
กรูว่าคนที่เชื่อมึงถ้าไม่โง่ก็คงเพี้ยนเต็มทนแล้วล่ะว้อย!!

แถมนาย Duckฯ ยังท้าอะธีลาสด้วยว่าถ้ามึงเอากะอีแค่สาม url นั้นมาอ้างว่านั่นเป็นข้อเท็จจริง!!
แน่จริงมึงลองไปหาคำว่า “ถ่ายรูปทารกใช้แฟลช” ใน googleสิวะ แล้วมึงจะเจออีกเป็นแสนๆเว็บ
ที่เขาบอกว่าแฟลชมันอันตรายต่อสายตาของเด็กทารกเว้ย!!!

ชาวเหลิมไทยก็มาสนับสนุนฝั่งนี้กันตรึม!! บ้างก็บอกว่าตูไม่สนับสนุนการใช้แฟลชถ่ายรูปเด็กนะครับ
ต่อให้มีงานวิจัยมายืนยันกรูก็ไม่เชื่อ!! เพราะวันหนึ่งมันอาจมีงานวิจัยใหม่ๆมาหักล้างก็ได้!!

อมยิ้มชื่อ 6*6 ก็แขวะอะธีลาส ว่าไอ้นี่มันสวนกระแสเป็นประจำอยู่แล้ว!! ชอบนักล่ะไอ้เรื่องทำตัวเด่นๆแบบขวางโลก
แฟลชมันมีผลต่อสายตาเด็กอยู่แล้ว ใครๆก็รู้!! ขนาดผู้ใหญ่เจอแฟลชยังตาพร่า แล้วนับประสาอะไรกับเด็กแบเบาะวะ!?
แบบนี้มันน่าจับลูกไอ้อะธีลาสยิงแฟลชรัวๆใส่ลูกกะตามันนัก!! จะได้รู้สำนึกว่าแฟลชมันอันตรายแค่ไหน!?

ซักพักก็เริ่มมีคนออกมาสนับสนุนฝั่งนายอะธีลาส เช่นอมยิ้มชื่อ mookiebear คนนี้เธอบอกว่า
เคยไปถามหมอเรื่องแสงแฟลชกับสาตาของเด็กทารก ซึ่งคุณหมอเขาก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่เป็นอันตรายใดๆ

อมยิ้มชื่อ Ext.ผักชี บอกว่าตูนี่ก็เป็นหมอคนนึง และขอยืนยันอีกคนว่าแสงแฟลชไม่มีผลใดๆต่อสายตาของทารก!!
ไอ้แสงแฟลชพวกนี้มันจิ๊บๆ ตอนพวกตูตรวจสายตาให้คนไข้ยังใช้แสงโหดกว่าแฟลชพวกนี้เยอะ!!
แล้วหมอ ผักชี ก็เอาเอกสารทางการแพทย์มาอ้างอิง เผื่อว่าชาวเหลิมไทยจะหาว่าเรื่องที่แกพูดไม่น่าเชื่อถือ!

แล้วชาวเหลิมไทยก็เริ่มถกเถียงกัน กลุ่มนึงก็ยังยืนยันว่าต่อให้มีเอกสารอะไรมายืนยัน
ตูก็ยังคิดว่าไม่สมควรใช้แฟลชกับทารก!!! เพราะขนาดผู้ใหญ่โดนแฟลชยังแสบตา
ลองใช้จิตสำนึกคิดดูก็คงจะรู้ว่าสายตาเด็กโดนแฟลชแล้วมันจะเป็นยังไง!!!?

บ้างก็แขวะอะธีลาสและกลุ่มที่สนับสนุน ว่าพวกเอ็งจะมาสวนกระแสทำไมวะ!?
กรูเห็นพวกมึงสวนกระแสมาหลายกระทู้แล้วนะเว้ย!!

แล้วพวกมึงไหลตามน้ำกันมากี่กระทู้แล้ววะ!! กรูว่ามากกว่ากระทู้ที่นายอะธีลาสแกสวนกระแสแหงมๆ
บ้างก็ยืนยันว่าไม่สมควรใช้แฟลชกับเด็กเป็นอันขาด ต่อให้มึงเอาอีกสิบงานวิจัยมายืนยันกูก็ไม่สนใจ
เพราะต่อให้มันไม่ทำร้ายดวงตาเด็ก แต่มันก็ทำให้แม่ของเด็กเป็นกังวลอยู่ดี!!!
แล้วไอ้พวกที่มาโชว์ออฟอวดภูมิวามรู้ข่มพวกกรูเนี่ย เก็บๆไว้มั่งก็ได้นะสาด!!!

อีกฝ่ายก็เห็นด้วยกับนายอะธีลาสและโวยใส่ชาวเหลิมไทยที่กำลังไหลตามน้ำกันอย่างเมามันส์
ว่าพวกมึงทำไมไม่เถียงกันด้วยเหตุและผลวะ!? บางคนไม่มีข้อมูลอ้างอิงเหี้ยอะไรเลย
แทนที่จะไปหาข้อมูลมาถกกัน ดันลามไปถึงเรื่องจะเอาแฟลชไปยิงใส่ตาโคตรเหง้านายอะธีลาสซะงั้น!!

ดราม่านี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่บนหลักของความ “เชื่อ” ไม่ใช่หลักของความ “จริง”
ขนาดมีคนบอกว่าแฟลชไม่กระทบสายตาเด็กนะเออว์ ไอ้พวกนี้ก็ยังดริฟท์ไปเรื่องอื่นให้เห็นกันจะๆ
บอกว่าทำให้เด็กตกใจมั่งล่ะ!! (อันนี้พอฟังขึ้น) บอกว่าทำให้แม่เด็กกังวลมั่งล่ะ!!! มึงคิดได้ไงวะ!!!
ยอมรับหน่อยก็ได้น่าว่ามึงหน้าแหกที่ด่าตากล้องเพราะหลงเข้าใจว่าแฟลชมันอันตรายต่อตาเด็ก
ไม่รู้ไม่ใช่เรื่องน่าละอาย ไม่มีใครรู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่ไอ้พวกที่ไม่รู้แล้วแถแหลกเนี่ย
แอดมินอายแทนจริงๆนะเธอว์!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร จะมีใครเอาแฟลชไปยิงรัวๆใส่ตาลูกนายอะธีลาสหรือไม่?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
== ขอประณาม ช่างภาพสื่อ มวลชน ที่ถ่ายรูปลูกของ แอนนี่ โดยใช้ แฟลช ===








































ลักษณะของประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนามันเด่นชัดแม้จะในสังคมคุณภาพ
กระทู้นี้ได้ความรู้นะเนี้ย
อยู่บนหลักของความ “เชื่อ” ไม่ใช่หลักของความ “จริง”
ถูกต้องที่สุดสำหรับคนสมัยนี้ เรื่องจริงแม่งพูดให้เชื่อเป็นเรื่องเท็จได้
ความเชื่อเก่าๆ ที่ยังติดฝังแน่นคงต้องใช้เวลาหรือจะเชื่อตลอดไป
ตูหน่ายใจ
พวกคุณทั้งหลายก็เอาแว่นกันแดดไปให้ลูกแอนนี่ไปใส่สิ
เออ ตลกดีว่ะ ไอ้นั่นก็บอกมาแล้วว่า เด็กทารกหลบแสงได้ดีกว่าผู้ใหญ่ อีพวกนี้ยังจะแถเหตุผลวิบัติอีก ขนาดผู้ใหญ่ยังแสบตา เด็กไม่แสบตารึยังไง
ก็มันกลับกันโว้ยยยยย
คิดกันเยอะกว่านี้หน่อยสิ สังคมคุณภาพ
เออ… ขนาดมีคนประเคนข้อมูลมาให้ ยังไม่อ่านกันเลย คนเราอ่ะนะ
เหตุผลและความถูกต้องเอาไว้ที่หลัง สะท้อนเลยว่าขนาดผู้ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เนทได้ มีแหล่งข้อมูลอยู่มากมาย
ยังละเลยสิ่งที่สามารถหาคำตอบให้ได้ แต่กลับไปใช้อารมณ์และความเชื่อที่ปราศจากเหตุผล
้เห้อ… คุณภาพประชากร
มันก็เหมือนไปบอกคนสมัยโบราณว่า “โลกกลม” นั่นแหละว้าาา
คนไทยก้องี้แหละทั่น โง่ตาม”กระแส”
เหมือนกับดราม่าหน้าแหกอื่นๆ ก็ด่าไปแล้วอะ ยอมรับง่ายๆก็เสียฟอร์มดิ
มันมีเคสที่จอประสาทตาลอก แล้วคาดว่าเป็นเพราะโดนแสงแฟลชมากเกินไป จริงๆนะ แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว
กูรู้แค่ว่า ใครแฟลชใส่หน้าลูกกูกูซัดปากแตก
ก็เหมือนกรณีอีดาราคนนึงที่แม่งเข้าใจว่าตัวเองโดนยาสลบบนรถแทกซี่
แต่จริงๆแล้วคือแม่งมึนเพราะเล่นบีบีมากไปนั่นแล
เหลิมไทยแม่งปลักควายชัดๆเลย
..
.. แม่ง แถไปเรื่อยอะ ไอ่สังคมห่านั่น
ผมว่าแม้เอกสารทางวิชาการยังไม่ยืนยัน แต่ถ้าเกี่ยวกับสุขภาพเด็กอ่อน ยังไงก็ควรจะระวังไว้ให้มากเป็นที่สุดครับ ยังไงก้ไม่ควรจะไป expose กับแสงจ้าโดยไม่จำเป็นอยู่ดี
แต่กรณีที่แถกันไปเรื่อยนี่ก็ขอร่วมเซ็งกับท่าน admin ครับ
ดูจากรูปพาดหัวแล้ว the flash คงงงว่า เอ๊ะ กุเกี่ยวไรด้วยวะเนี่ยยย?
เหลิมไทยปัญญาอ่อน
เอิ่ม…ผมโพสชี้แจงในพันทิปไม่ได้อ่ะนะ แต่อยากจะขอพูดหน่อยด้วยเหตุที่เป็นคนหนึ่งที่เล่นกล้องเหมือนกัน
“เขาก็ไม่ได้ยิงใส่หน้าตรงๆ”
แต่ในกระทู้มันเล่นแถกันว่ายิงอัดใส่ลูกตาแบบนั้น
ถ้าถามว่าอันตรายมั้ย ผมไม่ขอตอบละกันเพราะว่าผมไม่รู้
แต่ว่า ในการใช้ flash ถ่ายรูปแล้ว
ถ้าถ่ายภาพนอกอาคารในเวลากลางวัน(เท่าที่ดูรูปก็น่าจะนอกอาคารเวลากลางวัน)
มันก็ไม่จำเป็นถึงขนาดว่าต้องใช้ flash
ถ้าถ่ายภาพภายในอาคารบางทีอาจจะต้องใช้ เพราะว่าแสงจากไฟอาคารอาจไม่สว่างพอ
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ถ่ายในอาคาร การยิง flash ใส่หน้าแบบโดยตรงทำให้ภาพไม่สวยงามเพราะมันจะขาววอก
ดังนั้นส่วนใหญ่จะใช้วิธียิง flash ไปเพดานหรือผนังเพื่อให้แสงมัน soft ลงระดับหนึ่ง จะเก็บมิติของภาพได้
ดังนั้น ต่อให้ใช้ flash ถ่ายรูป
ผมว่ารู้เท่าหางอึ่งแล้วยัง…ไม่รู้่จะพูดว่าอะไรดี
กรูว่าถึงมันจะไม่อันตรายแต่กูก็คงไม่กล้าไปยิงใส่ตาใครหรอกวะ
หค.219 ตอบดี
ปล.กรุไม่เล่นกล้องซะด้วยเล่นแต่เกม
ถ้ายอมรับกันง่ายๆ ก็ไม่มีดราม่าให้เสพย์สิจ่า
คนไทยไง
“ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่บนหลักของความ “เชื่อ” ไม่ใช่หลักของความ “จริง””
มันเห็นชัดมากๆเลยในดราม่านี้
แถมยังเห็นอีกว่า การเปิดหูเปิดตาคนให้สว่างได้เนี่ย …โคตรยาก
กุว่าก้อ D นะเด็กมันจะได้ทนแสงได้เทพๆตั้งแต่ยังเล็ก 55+
จะว่าไปกุก้อเกลียดนักข่าวชิบหายเลยว่ะ เสือกชาวบ้านเค้าไปทั่วแถม ใส่ไฟ โรยเกลือก่อนแฉอีก สรัด
ต่อให้มันไม่มีผลกระทบผมว่าก็ไม่น่าจะเอาไปรัวใส่เด็กอยู่ดีอ่ะครับ
มันดูหยาบคายมากเลยนะผมว่า ขนาดผมโดนรัวไปเเค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ผมยังปวดตาเเทบตาย
ถ้าอยู่ในระยะถ่ายรูป เด็กมันไม่รับรู้แสงแฟลชหรอกครับ กุล่ะฮาหลายความคิดเห็นยังเอาผู้ใหญ่หรือเด็กโตแล้วไปเทียบ ไอ้ที่เด็กจะรู้น่ะ เอาแสงแวบๆ ไปจ่อตามันต่างหาก กุล่ะงงกับความคิดพวกแมร่งจริงๆ
ไอ้บางความคิดเห็นที่อ่าน บอกเด็กมันมองเห็นไกลระยะ 2 เมตร นี่กุยิ่ง งง มันเกี่ยวเหรี้ยไรก่ะแสงแฟลชวะ
ยิงทีเดียวมันก็ไม่อันตรายหรอก
เข้าใจว่าในกรณีนี้ มันรัวๆ แสงเฟรซไม่ได้อันตรายแต่แสงที่จ้าๆ ถ้ารัวๆ เยอะๆ มันก็อันตราย
ผลวิจัยเขาวิจัยแบบยิงรัวๆ หรือป่าวละ แบบ 3000 ทีติด ก็ไม่อันตรายหรือไง
ฉายแสงจากไฟฉายใส่มือเด็กไม่เป็นอันตราย แต่ลอง ที่เดิมซ้ำๆ สัก แปดพันที ดูสิ ผิวมันจะไหวป่าว
ไฟ นอล แฟรชชชชชชช!!!
มันไม่น่าจะอยู่ที่เป็นหรือไม่เป็น ไรหรอก อยู่ที่มารยาทมากกว่านะ
ไ่ม่เป็นอันตราย ไม่ได้แปลว่าเด็กต้องการ เด็กชอบนี่หว่า
มิน่าละ steve job ถึงไม่ให้ ipad ใช้ flash
อันตรายหรือป่าวไม่รู้ แต่ถ้าเค้าไม่ชอบก็ไม่ควรที่จะทำแล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
กล้องมือโปรมันจะปรับมุม flash ได้ แต่พวกกล้องธรรมดาล่ะนั่น flash ตรงอย่างเดียว โดนหน้าแน่นอน
ถ้าถ่ายกันแบบพ่อถ่ายลูกธรรมดาๆ ผมก็ว่าไม่เป็นอันตรายครับ แต่นี่นักข่าวเป็นสิบ ยิงกันรัวๆ มันไม่เสีย แต่มันก็เสื่อมอะ
ตอนผมจบม.3 เค้ามีถ่ายรูป นักเรียนแจกให้ 1 โหล ก้ใส่แฟลชตามสูตร ผมอยู่ตั้ง ม.3 ยังแสบตาเลยอะ
แต่เป็นกุ กุก็ไม่สนับสนุนให้ยิงแฟลชรัวๆใส่เด็กอ่อนเหมือนกันหรอกนะ
สนับสนุนไม่ยิงแฟลช แต่ไม่ใช่ว่าตามน้ำนะ
มันไม่อันตราย แต่เลี่ยงได้ก็สมควรเลี่ยง อยุ่ดีๆไปทำให้แสบตาทำไม
เผอิญผมไม่ซึนไม่เลียน่ะนะ ใช้แฟลชมันไม่ดี แต่ถ้ามันมืดมาก ISO แล้ว ภาพแตก ก็ใช้ซักครั้งสองครั้ง เด็กมันมีความจำในวัยเด๊ก
ช่วง 1 – 3 สมองมัน ยังไม่โตเต็มที่ ที่จริงการแพทย์เราแค่ 40% เอาที่เข้าใจในร่างกาย มนุษย์