
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องเหลิมไทย มีคนมาตั้งกระทู้พูดถึงรายการของเคเบิ้ลทีวีช่องหนึ่ง
ซึ่งเนื้อหามันพิศดารพันลึกอย่างยิ่งในสายตาของ จขกท เพราะมันเป็นช่องสนทนาธรรม
แต่ดั๊นนนน มีพิธีกรในรายการบอกว่าบริจาคเลย!!ยิ่งมากยิ่งดี!! หมดตัวเมื่อไหร่ได้ขึ้นสวรรค์ทันที!!!
ขนาดอีพิธีกรหน้าตาหมวยๆมันยังบอกว่าดั๊นก็บริจาคจนหมดตัวเรียบร้อยแล้วเค่อะ!!!

จขกท แกได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับร้องเหยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด บอกว่าเธอช๊อคมากๆเลย
ก่อนหน้านี้เธอก็เคยได้ยินมาบ้างว่ามีรายการเคเบิ้ลทีวีของวัดชื่อดังแห่งหนึ่งคือวัด “ธรรมกึ๋ย”
แต่นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะถึงขั้นสอนสั่งสานุศิษยให้บริจาคจนหมดตัวเช่นนี้
เธอลังเลพอสมควร แต่ในที่สุดเธอก็มาตั้งกระทู้เพื่อแสดงความคิดของเธอในประเด็นนี้ให้ชาวเหลิมไทยฟัง
ว่าในความคิดของเธอนั้นบาปบุญมันไม่สามารถสร้างได้ด้วยเงิน จะบริจาคซักกี่หมื่นกี่แสนล้าน
มันก็ไม่สามารถทำให้คนเราขึ้นลิฟท์ไปสู่สรวงสวรรค์ได้ เธอจึงอยากให้ทางรายการปรับปรุงเนื้อหา
อย่าสั่งสอนสานุศิษย์ให้บริจาคทรัพย์สินจนหมดตัว เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้!!!

ชาวเหลิมไทยก็เข้ามาแสดงความเห็นกัน บ้างก็บอกว่าไอ้วัดธรรมกึ๋ยมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
หลายๆคนที่เข้าไปในวัดนั้น ถึงกับทำบุญกันจนหมดเนื้อหมดตัวก็มี
ศาสนาพุทธก็มีสอนไว้ว่าทำบุญได้แต่อย่าทำจนตัวเองเดือดร้อน ไม่งั้นแทนที่จะได้บุญกลับกลายเป็นได้บาปเสียฉิบ

แล้วชาวเหลิมไทยก็ออกความเห็นในทำนองนั้น มีเหน็บวัดธรรมกึ๋ยบ้างเป็นระยะๆ
ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อมีอมยิ้มชื่อ “กอบบุญ” ..เอ๊ะ ทำไมชื่อมันคุ้นๆ กอบบุญมาเถียงกลับคนที่ประณามวัดธรรมกึ๋ย
ว่าพวกเอ็งอ่ะ ชาตินี้เคยทำบุญแบบที่สาวกวัดธรรมกึ๋ยทำมั่งมั้ย!? พวกเอ็งมิสิทธิอะไรไปวิจารณ์เขา
วันๆพวกเอ็งก็ดีแต่เสียเงินไปให้กับสิ่งอบายมุขหรือไร้ประโยชน์ อย่างเสื้อผ้าหรูๆ เครื่องประดับแพงๆ
แต่คนที่บริจาคให้วัดธรรมกึ๋ยเขามาด้วยใจ!! มาด้วยศรัทธา!! หวังจะสร้างสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่
ให้อยู่เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาสืบไป!! ไม่ใช่เอาผลาญแบบไร้ประโยชน์เหมือนพวกเอ็ง!!
เวลาบวชที่วัดธรรมกึ๋ย คนบวชก็ไม่ต้องล้มวัวเลี้ยงชาวบ้าน3วัน7วันเหมือนที่ทำกันในวัดอื่นๆ!!
วัดธรรมกึ๋ยไม่เคยปลุกเสกเครื่องรางของขลังราคาเป็นหมื่นเป็นล้านเหมือนวัดอื่นเพราะที่จริงแล้วมันก็เป็นแค่เศษดิน!!
ใครจะไม่ศรัทธาก็ตามใจ มีใครไปเอาปืนจ่อหัวพวกเอ็งให้เปิดดูเคเบิ้ลทีวีช่องนั้นรึก็ไม่!
แล้วพวกเอ็งกล้าเอาอคติมาวิจารณ์วัดที่เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างวัดธรรมกึ๋ยได้อย่างไร!?

แล้วนายกอบบุญก็แก้ตัวว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับวัดธรรมกึ๋ยมากมาย แต่เขาทนไม่ได้ที่เห็นคนแถวนี้
ลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา!!ดูถูกพระสงฆ์ที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า!! คนอย่างพวกเอ็งไม่มีวันเจริญ!!
พวกเอ็งบังอาจมาโพสความเห็นเหยียบย่ำพุทธศาสนาในเน็ทให้คนเห็นกันทั่วได้ยังไง!! พวกเอ็งยังเป็นคนไทยอยู่หรือไม่!?

rvเห็นนายกอบบุญออกมาปกป้องวัดธรรมกึ๋ยแบบสุดตัว แต่ทำตัวซึนฯ บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัดธรรมกึ๋ยเช่นนั้น
ชาวเหลิมไทยก็พากันหมั่นไส้ ออกมาแขวะนายกอบบุญว่า ถ้างั้นเอ็งลองบรรยายแก่นแท้ของพุทธศาสนา
ที่วัดธรรมกึ๋ยของมึงพยายามเผยแพร่ให้พวกกรูฟังเป็นบุญหูหน่อยสิวะครับ

บ้างก็บอกว่ากรูเนี่ยคนไทยแท้ และนับถือพุทธ แต่กรูไม่ชอบวัดธรรมกึ๋ยอ่ะ!!
มีปัญหาป่ะ ข้อใจไรป่ะ ก็กรูไม่ชอบของกรูแบบนี้มาหาว่ากรูไม่ใช่คนไทยได้ไง ปัญญาอ่อนป่ะสาด
ถ้ากรูมีเงินเหลือเฟือจนถึงขึ้นเอาไปบริจาคให้ธรรมกึ๋ยได้ กรูสู้เอาไปให้คนพิการ
ไม่ก็เอาไปเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่เฒ่าของกรูให้อิ่มหมีพีมันไม่ดีกว่าเหรอวะ!?

อมยิ้มชื่อ wahama แกก็เอะใจว่านายกอบบุญนี่มันชื่อคุ้นๆ ซักพักแกก็ระลึกชาติขึ้นมาได้
ว่านายกอบบุญคือไอ้คนใจบาปหยาบช้า ที่เคยก่อดราม่าบอกว่าจะสาดกาแฟร้อนๆใส่หมาที่นอนหน้า 7-11 นั่นเอง!!!
wahama ก็บอกว่าคนใจบาปที่คิดกระทั่งจะเอากาแฟไปสาดหมาหน้า 7-11 อย่างเอ็งมีหน้ามาวิจารณ์คนอื่นเรื่องบาปบุญคุณโทษได้ไงวะ
กรูว่าคนอย่างมึงนี่มันแย่ยิ่งกว่าคนที่เอาเงินไปใช้ในเรื่องฟุ่มเฟือยอย่างที่เอ็งพูดถึงเป็นไหนๆ
จะบอกให้ว่าบุญน่ะมันไม่จำเป็นต้องทำด้วยเงินเสมอไป การแบ่งปันเล็กๆน้อยๆบางครั้งก็ได้บุญมากกว่าการทุ่มเงินบริจาคอยู่โข
ถ้าพวกเอ็งยังฝันเฟื่องว่าชาติหน้าต้องรวย ต้องมั่งมี่ แต่ชาตินี้บางคนยังเอาตัวไม่รอด บริจาคให้เขาไปจนหมดตัว
แล้วพวกมึงยังจะไปหวังอะไรกับชาติหน้าได้ คงจะเจริญอยู่หรอกถ้าพวกมึงคิดกันได้แค่นี้!!!

พอนาย wahama เปิดประเด็นหยิบยกวีรกรรมเก่าๆของนายกอบบุญมาพูดปุ๊บ คนก็เฮโลออกมาแสดงความเห็น
บ้างก็บอกว่า กรูนึกแล้ววว ว่าอมยิ้มนายกอบบุญนี่มันคุ้นๆอยู่ ที่แท้ก็ไอ้บ้าเอากาแฟไปสาดหมานี่เอง!!
ขนาดหมานอนเฉยๆมึงยังคิดจะเอากาแฟร้อนๆไปสาดมัน น้ำหน้าอย่างมึงยังมีหน้ามาพูดเรื่องบาปบุญอีกเหรอวะคะ!?

บ้างก็ทักนายกอบบุญว่าเอ๊ะวันนี้มาแปลก ไม่เอากาแฟไปสาดใส่หมาหน้า 7-11 เหรอคะนายกอบบุญคนดี!!!

นายกอบบุญก็ออกมาชี้แจงว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรอย่างลึกซึ้งกับวัดธรรมกึ๋ยจริงๆนะครับ!!!
แค่รู้สึกทนไม่ได้ที่เห็นคนไทยดูถูกเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และถึงขั้นลบหลู่พุทธศาสนา!!
พวกเอ็งดูถูกคนที่เข้าวัดธรรมกึ๋ย ดูถูกวัดธรรมกึ๋ย และลามไปจนถึงขั้นลบหลู่พระ ลบหลู่ศาสนา!!!
กรูขอถามหน่อยเถอะว่าไอ้รายการเคเบิ้ลทีวีนั้นมันมีใครเอาปืนจ่อหัวบังคับให้พวกเอ็งดูมั้ย!?
แล้วอีกอย่างไอ้เคเบิ้ลทีวีที่พวกเอ็งดูกันเนี่ย มันผิดกฏหมายนะครับ รู้บ้างมั้ย!?
ขนาดช่องหลอกขายยาลดน้ำหนัก สินค้าหลอกเด็กก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมพวกเอ็งไม่พูดถึง
จะมามัวจับผิดรายการเคเบิ้ลทีวีของวัดธรรมกึ๋ยไปทำไม!?

แล้วนายกอบบุญก็แก้ตัวเรื่องหมาหน้า 7-11 ว่าพวกเอ็งอย่าไปเอาประเด็นนั้นมาบิดเบือนว่ากรูเป็นคนไม่ดีสิครับ!!
กรูบอกแล้วไงว่ากรูเอากาแฟร้อนๆไปสาดหมาเพื่อสังคม!! เพื่อไม่ให้คนเดินผ่านไป่านมาโดนหมากัด!!
เพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากตัวหมาปนเปื้อนในอาหาร และอีกอย่างกรูเข้า 7-11 ไปซื้อหอาหารกระป๋องมาทำบุญที่วัดเป็นประจำ!!
ดังนั้นกรูจึงเป็นคนดี ต่างกับพวกมึงในที่นี้ที่บางคนยังไม่เคยเข้าวัดด้วยซ้ำ แต่กลับมาด่าวัดธรรมกึ๋ยกันอย่างสนุกปาก!!!
พวกเอ็งอย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าก็เคยทำทานจนหมดตัว และสละราชบัลลังค์ออกบวช กระทั่งยกลูกตัวเองให้ชาวบ้านก็ทำมาแล้ว
เพราะฉะนั้นพวกเอ็งจงกลับไปศึกษาพุทธศาสนาให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะมาพูดกันอย่างคึกคะนองในเว็บนี้!!!

ชาวเหลิมไทยก็แซวกลับว่า พุดโธ่พุดถัง พ่อกอบบุญคนดี ทำไมวันนี้พูดจาธรรมะธรรมโมจัง
ขนาดเรื่องศีลห้า ไม่รังแกสัตว์เอ็งยังรักษาไม่ได้ แล้วไม่ทราบว่ามีปัญญาอะไรมาสั่งสอนชาวบ้านวะครับ!?

บ้างก็บอกว่าไอ้กอบบุญเอ๊ย ที่กรูเกลียดวัดธรรมกึ๋ยก็เพราะพวกมึงมันมีความคิดแบบนี้ไง
ที่ชอบอ้างว่าพวกกรูดีเท่าพวกมึงมั้ย ถึงมีหน้ามาวิจารณ์วัดธรรมกึ๋นเนี่ย
พวกมึงรู้มั้ยว่าขนาดพระพุทธเจ้ายังไม่เคยห้ามผู้อื่นว่าอย่าวิจารณ์ ท่านรับฟังด้วยความสงบตลอดมา
แล้วไอ้วัดธรรมกึ๋ยมันก็มีพฤติกรรมที่น่าติเตียนจริงๆไม่ใช่เรอะ มีแถเรื่องชาติหน้าชาตินู้นชาตินี้ซะใหญ่โต
แทนที่จะพาสาวกไปปฎิบัติบูชา ดีแต่แสวงหาอามิสบูชาไปวันๆ เพ้อเจ้อฉิบหายเลยไอ้พวกนี้

บ้างก็สมเพชเวทนาพ่อกอบบุญ บอกว่าโถๆๆพ่อคุณเอ๋ย ท่าทางพ่อเชื่อคนง่าpแบบนี้
คงบริจาคให้วัดธรรมกึ๋ยจนหมดเนื้อหมดตัวแล้วล่ะสิท่า ระวังนาถ้าไม่หมดตัวไม่ได้ขึ้นสวรรค์จริงๆด้วยนะเธอว์!!!

บ้างก็แซวว่าพ่อกอบบุญคนดี เข้า 7-11 ไปซื้อของมาทำบุญแล้วตอนออกจาก 7-11 ก็เอากาแฟร้อนสาดหมาซักหนึ่งโชะ
นี่มึงยังคิดว่าการกระทำของมึงเรียกว่าได้บุญอีกเหรอวะ!? ถ้าไม่มีปัญญาคิดก็กลับไปอ่านพระไตรปิฏกไป๊!!!

นายกอบบุญก็ออกมาสวนกลับว่าแล้วพวกเอ็งอ่ะ เป็นคนดีนักรึไง!?
พวกเอ็งก็กำลังด่าพระ ด่าสงฆ์ แบบนี้มันผิดศีลห้ารึเปล่าฟะ!? บอกตูทีเด๊ะ!?

ชาวเหลิมไทยก็ตอบโต้ว่าคนที่พวกกรูวิจารณืนั้นไม่ใช่พระ!!! เพราะถ้ามีพระที่ไม่ดี
คนผู้นั้นย่อมขาดจากความเป็นพระ เป็นแค่ “คน” ในคราบจีวรเท่านั้น!!

บ้างก็บอกว่า แหม่ มิน่าล่ะ เพราะไอ้กอบบุญมันนับถือลัทธิธรรมกึ๋ยนี่เอง
ถึงได้มีความคิดพิเรนๆอย่างเอากาแฟไปสาดหมาแล้วได้บุญ
ทำไมพวกธรรมกึ๋ยมันไม่รู้จักหาสาวกที่มี profile ดีๆมาแก้ต่างบ้างวะ!?

อมยิ้มชื่อ “มะม๊าหนูชเว” ก็สวนกลับประโยคที่นายกอบบุญบอกว่ามีใครไปบังคับให้พวกเอ็งดูเคเบิ้ลทีวีของวัดธรรมกึ๋ยว่า..
แล้วมีใครไปเอาปืนจ่อหัวบังคับให้มึงเอากาแฟไปสาดใส่หมาหน้า 7-11 บ้างรึเปล่าล่ะค๊าาาา

นายกอบบุญก็ไม่ยอมแพ้ ออกมาเถียงสู้ว่าพวกเอ็งอย่าเบี่ยงประเด็นไปเรื่องหมาหน้า 7-11 เด้
ประเด็นคือพวกเอ็งกำลังลบหลู่พุทธศาสนา ดูถูกสงฆ์ต่างหาก!!? คนผิดศีลอย่างพวกมึงมีหน้ามากล่าวหาว่าคนอื่นผิดศีลด้วยเหรอ
แล้วน้ำหน้าอย่างพวกมึงมีสิทธิไปวิจารณ์คำสอนของวัดธรรมกึ๋ยได้อย่างไร!?

กอบบุญก็โดนย้อนเกล็ดว่า ถ้างั้นเอ็งก็ผิดศีลเหมือนกันนี่หว่า โดยการเอากาแฟร้อนไปสาดหมา
แล้วคิดผิดศีลอย่างเอ็ง มาวิจารณ์การกระทำของพวกกรูได้ยังไงวะคะ!?

จากนั้นนายกอบบุญก็ยืนหยัดเถียงกับชาวเหลิมไทยอย่าลำพัง โดยไม่สะทกสะท้านต่อคำครหา
แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร นายกอบบุญคนบาปผู้สาดกาแฟใส่หมาเพื่อประชาชี
จะมีสิทธิวิจารณ์ผู้อื่นที่ก่นด่าสาปแช่งวัดธรรมกึ๋ยหรือไม่!?
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!
ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้บุญมาก….บริจาคหมดตัวไปเลยยิ่งดี……อะไรกันเนี๊ย “เคเบิ้ล” ช่องนี้
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9533729/A9533729.html









































ผมไม่ใช่คนมีศาสนาครับ ถ้าธรรมสูงสุดของพุทธคือนิพพานก็ยิ่งไม่เอาใหญ่
เพราะว่า… ถ้าผีมีจริงก็คงอยากเป็นผีมากกว่า ไม่เกิดก็ช่างมัน…
แต่ถ้าผีไม่มีจริง ก็หมายความว่า… ทุกคนตายไปยังไงก็นิพพานทั้งนั้นมิใช่หรือ
คนเราก็มีสิทธิเชื่อในสิ่งที่ตนคิดทั้งนั้นแหละครับ…ที่อยากจะบอกก็คือความเชื่อไม่ใช่ความผิด
แต่ความเชื่อผิด ๆ ที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนน่ะไม่ดีแน่
และผมไม่เห็นความจำเป็นเลยที่พุทธแท้จะต้องไปหาเรื่องพุทธเทียม
เพราะแค่ขับออกจากความเป็นพุทธ รู้กันในวงการแค่นั้นก็พอแล้ว
…ถ้าพุทธดีจริงจังคนก็ต้องเชื่อของแท้ไม่สนของเทียมอยู่แล้ว…
ดังนั้น… จึงออกมาเตือนว่าที่ออกมาด่านู่นด่านี่พาลไปเรื่อย
สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่การปกป้องหรอกครับ แต่มันเป็นการทำให้เสื่อมมากกว่า
มองจากสายตาคนนอกแล้วเหมือนคนนับถือพุทธแท้ยังไม่รู้จักทางสายกลาง ไม่รู้จักความพอดี
แค่เห็นเงินก็ตาโตจับมาทำเป็นเรื่องใหญ่เสียมากกว่าครับ นั่นล่ะสิ่งที่ผมเห็นจากหัวข้อนี้
ถ้าทำให้ที่คนนับถือปฏิบัติจริงไม่ได้มันก็คงเป็นแค่อุดมคติ ไม่ค่อยมีแก่นสารอะไรมิใช่หรือ?
พูดแค่นี้ดีกว่า เพราะถ้าเกินจากนี้มันคงเข้าข่ายหมิ่นศาสนา… ความคิดผมมันหลุดกรอบไปไกลพอควรเลย
แต่ก็ไม่ผิดจากหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่ไม่ให้เชื่อในสิ่งที่ได้รับสอนสั่ง แต่เชื่อเพราะได้คิดไตร่ตรองเองแล้วนี่นะ
คำสอนที่มีเพื่อให้คนรู้จักเหตุผล และความใจกว้างที่เปิดให้ผู้คนคิดนั่นแหละคือสิ่งเดียวที่ผมนับถือในพระพุทธศาสนาล่ะ
(แต่สิ่งที่ดีที่สุดนั้น… กำลังจะสลายไปด้วยน้ำมือของคนยุคปัจจุบัน ความน่าหลงไหลก็ค่อย ๆ จืดจางไปตามยุคสมัยเช่นกัน)
วัดจานบินอีกแล้วเหยอว่ะครัฟ
drama gogo wrote:
เรื่องการนิพพาน ยอมรับว่าป๋มไม่เข้าใจนัก (แต่ผีเนี่ย ป๋มไม่รู้นะว่ามาจากไหน น่าจะมีมานานดั้งเดิมแล้ว ประเด็นนี้ไม่ขอพูดเพราะไม่รู้จริง ๆ ถ้าจะกุศโลบายหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ แต่ป๋มมองว่าเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด กับการดับแบบสิ้นสุดเป็นเครื่องมือให้คนทำความดีงับ การนิพพานจะมีจริงไหม ป๋มไม่ทราบ อาจจะเป็นแค่กุศโลบายก็ได้…(เนื้อหาอาจจะมีการลบลู่ ขออภัยด้วยงับ) ก็ศาสนาพุทธเป็นสิ่งให้ไตร่ตรองเองนี่งับ และเดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าพวกวัดต่าง ๆ ไปตีความกันยังไง ออกมาเป็น concrete มากเลย กับสิ่งที่เป็น abstract ในเรื่องนี้)
ถ้าจะพูดเรื่องเงินแบบเหมารวมกับพวกสาวกทั้งพูดแท้(ที่เป็น Otaku ของเกจิอาจารย์หรือของขลัง)และสาวกเทียม (ที่เป็น Otaku เรื่อง Give and Take) ป๋มไม่เถียงเพราะวัดส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้จัดสร้างของบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ไร้สาระ ชิ้นหนึ่งตั้งแต่หลักร้อย – หลักล้านก็มี สะสมทั้งอำนาจเงินและอำนาจบารมีกัน จนกลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรไป (ข่าวทุกวันนี้ก็มีให้เห็นทุก ๆ ไตรมาส) เดี๋ยวนี้ป๋มเข้าวัดน้อยลง (เพราะเบื่อของพวกนี้ เหมือนตลาดขายของอวิชชาขึ้นทุกที และวัดดี ๆ ก็ไม่ได้อยู่ในจังหวัดของป๋ม) ป๋มไม่เห็นความจำเป็นต้องพึ่งพิงของพวกนี้ และก็ไม่ชอบพิธีกรรมไร้สาระด้วย นอกจากได้ความยุ่งยากแล้วยังได้ความงมงายเพิ่มเข้ามาอีก (ถ้าศาสนาอื่นที่เป็นแบบนี้ ป๋มก็ยืนยันความคิดนี้เช่นกัน พิธีกรรมทำให้เกิดความศรัทธาถึงจะเป็นกุศโลบาย แต่ก็ยังมีข้อเสียที่ทำให้คนเชื่อหรือคิดไม่เป็น) แม้จะชี้ให้เห็นอะไรที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์ แต่ก็อยากให้หน่วยหรือฝ่ายเผื่อแพร่ศาสนาพุทธกลับมาอยู่จุดยืนเดิม ไม่มักมีมักได้ลุ่มหลงอะไรแบบนี้ เมื่อฝ่ายเผยแพร่เปลี่ยนไป คนนับถือก็ควรเปลี่ยนแนวทางด้วย ป๋มไม่เลือกไปผูกติดกับสถานที่เช่นนี้งับ อยู่ที่ใดก็ศึกษาธรรมได้ อยู่ที่ใดก็ปฏิบัติธรรมได้ และก็ไม่จำเป็นต้องแสดงให้ผู้คนเห็นหรือหลงเลื่อมใส
และศาสนาพุทธทำให้คนเลื่อมใสอยู่แล้วแถมเติบโตในยุโรปเสียด้วย (กรณีธิเบตนะงับ ไม่ใช่ลัทธิ) แต่ว่าถูกใส่ไข่ไปเยอะงับ ของดีบางทีคนก็หลงแต่ชื่องับ คนส่วนใหญ่ก็ถูกดึงด้วยเรื่องโชคลาภ บุญพาวาสนา ถ้าจะเสื่อมมันก็เสื่อมอยู่แล้ว แต่ที่ยังมีคนเลื่อมใสก็เพราะหลักการเรื่องให้คนรู้จักคิดไงงับ ศาสนาพุทธจึงไม่ต่างอะไรกับวิทยาศาสตร์นัก เพียงแต่มีขอบเขตของศีลธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตราบใดที่ยังคงแนวคิดตรงนี้ได้ ศาสนาพุทธไม่มีทางหายไปจากโลกหรอกงับ
ส่วนการอัปเปหิลัทธินี้ ป๋มว่าน่าจะทำให้ชัดเจนเพราะมีสื่อที่เข้าถึงคนทุกคนที่มีจานดำงับ ถึงจะไม่เชื่อเรื่ององค์กรบ่อนทำลายอะไรนั้น แต่ก็ไม่อยากให้สิ่งที่ลัทธินี้ทำเป็นตัวแทนของพุทธสายเถรวาท (ซึ่งมีเครือข่ายเผยแพร่ในต่างประเทศด้วย) ป๋มคงไม่อยู่สายกลางนั่งงอมืองอเท้ารอให้พระพุทธศาสนาเสื่อมลง ๆ เรื่อย ๆ เพราะว่ามันเป็นไปตามยฐากรรมหรอกงับ เชื่อก็เชื่อแบบไร้หลักไร้ที่มา มองยังไงก็ไม่สร้างสรรค์ ป๋มเปิดใจแล้วก็ได้พบได้เห็นได้ยินอะไรแบบนี้ตลอด คงไม่ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่หรอกงับ เพราะนี้คือพุทธเถรวาท และนั่นไม่รู้คืออะไร ป๋มก็ใช้เหตุผลคิดว่า ทำไมบรรดาสาวกจึงยังคิดเรื่องเงินกับทานได้ ในเถรวาทไม่ได้ยึดสิ่งนี้เป็นสรณะ และป๋มไม่เห็นว่าการทำบุญคือการต่อยอดลัทธิเลย (หรือจะทำสงครามศาสนาอย่างที่สาวกคนหนึ่งเชื่อ อันนี้ป๋มไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ป๋มไม่ทราบ) แค่ทำความดีอะไรก็ได้ ก็ถือว่าได้ผลดีแล้ว ถึงคุณจะไม่นับถืออะไรก็ตามแต่ทุนนิยมไม่ใช่ของดีสำหรับการนำมาใช้กับพระพุทธศาสนางับ พุทธแท้ไม่ได้เสื่อมลง แต่จะโดนสิ่งเหล่านี้มาบดบังแทนที่งับ
ถึงจะทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ขอบอกว่า ถ้าคิดจะกราบไหว้อิฐดินหิน ฯลฯ เพราะบุญ ก็ให้พึงระลึกถึงสิ่งที่ควรทำมากกว่านี้ดีกว่า เพราะของเหล่านี้เป็นตัวแทน ไม่ใช่แก่น (ถ้าอเล็กซานเดอร์ไม่บุกอินเดีย แนวคิดไสยนิยมไม่เติบโตในพุทธศาสนาในอินเดีย วัตถุมงคลคงไม่เติบโตเป็นพุทธพาณิชย์อย่างทุกวันนี้หรอกงับ)
ปล.ทั้งหมดนี้ มีอันไหนที่ป๋มแถหลุดกรอบบ้าง มีอันไหนที่ป๋มวิพากษ์มั่ว ๆ บ้าง เป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะป๋มก็ไม่ได้ชอบพวกวัดอื่น ๆ ที่หาเงินมาสร้างความฟุ้มเฟ้อหรือใด ๆ ก็ตามหรอกงับ เพราะดูเหมือนการขายคัมภีร์ไถ่บาปของศาสนาอื่นในอดีต (ขออภัยที่ล่วงเกินศาสนานั้น) ยังไงก็ไม่อยากให้ศาสนาพุทธกลายไปเป็นอย่างอื่น เพราะความเป็นสายกลางหรอกงับ สิ่งดี ๆ บางครั้งก็โดนทำลายได้ โดนล้มล้างได้เช่นกัน เพียงเพราะไม่มีการบริหารจัดการที่เป็นรูปร่างและชัดเจน
ผมเห็นด้วยในประเด็นที่ว่า ถ้าลัทธินี้เลิกใช้ชื่อศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท มาบังหน้าแล้วเนี่ย หลายๆคนคงไม่เข้าไปยุ่งต่อ
คือ เหมือนที่คุณ ikki พูดอะ ลัทธินี้มันคือองค์กรหากำไรที่ใช้แผนการตลาด
…แต่ผมว่ามันทำไม่ได้อะครับ
ขายบุญโคตรๆ โดยเขาพยายามดึงกลุ่มลูกค้าในบ้านเรา (ขอใช้คำว่ากลุ่มลูกค้านะ มันเห็นภาพชัดดี) ซึ่งพฤติกรรมของ
กลุ่มลูกค้าบ้านเรา ในเรื่องการบริโภคศาสนาเนี่ย ยังไงศาสนาพุทธก็เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ทีนี้พอเอาชื่อนี้มาอ้าง แน่นอน
ลูกค้าก็มักจะมีอาการแอนตี้น้อยกว่าเวลาเข้าไปปิดการขาย เหมือนคนชวนให้คุณเปลี่ยนศาสนา กับชวนให้คุณเปลี่ยนวัดทำบุญ
อะไรมันจะง่ายกว่ากัน ??? ลัทธินี้เขาก็เล็งเห็นจุดนี้ พร้อมตระหนักดีว่าวันไหนที่เขาประกาศแยกตัวกับศาสนาพุทธ ก็เหมือนยอม
รับกลายๆว่า ที่ผ่านมาเราสะตอเบอรี่นะจ๊ะ คาดว่าฐานลูกค้าคงหดลงทันตาเห็น
รวมถึงปัจจัยที่นับวันศาสนาพุทธในบ้านเราเองนั้นก็เสื่อมลงเรื่อยๆด้วย เน้นวัตถุมงคลกันมากขึ้น เน้นพุทธพาณิชย์กันมากขึ้น
ด้วยสาเหตุดังกล่าว การที่ลัทธินี้จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้นี่ ผมมองว่าปัจจัยมันพร้อมนะ
ส่วนตัวผมนับถือพุทธ เต๋า คริสต์ พอๆกัน ชอบเหตุผลของพุทธ รักหลักการของเต๋า และพอมารวมกันเข้า ผมเลยศรัทธาในพระเจ้าแบบของคริสต์
drama gogo wrote:
ที่ท่านว่ามาก็ถูกต้องแล้ว
ขออวยพรให้ท่านได้พบผู้รู้ที่สามารถสอนท่านให้ปฎิบัติธรรมได้โดยไว
สวัสดี
Hidden due to low comment rating. Click here to see.
สงสัย นอกจาก ดราม่านี้จะ Summon สาวกมาแล้ว ยัง Summon กลุ่ม แอนตี้ – สาวกมาด้วยละมั้ง
ใครจะเสพดราม่าก็ หาที่นั่งติดเวทีเอานะ
เอาง่ายๆ ถ้าธรรมกายไม่ใช้ชื่อศาสนาพุทธ แล้วไปเปลี่ยนแปลงคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีใครมาว่าอะไรหรอกครับ
เหตุผลของใครจะว่ายังไงไม่รู้นะ แต่ของผมน่ะอยู่แค่ว่าธรรมกายแปลงคำสอนของพระพุทธเจ้า มีแค่นั้น ไม่เกี่ยวกับวัดอื่นเลย
เพราะผมไม่ได้ศรัทธาวัดและพระสงฆ์ปัจจุบันอยู่แล้ว ที่ดีๆ ก็หายากเย็น แถมพระวัดข้างบ้านก็ตอกย้ำให้หมดศรัทธาเสียจริงๆ
ขอบอกตรงๆ แบบไม่ซึนเลยว่าผมนับถือพุทธแค่ในนาม แต่ผมนับถือคำสอนของพระพุทธเจ้าจากใจจริง ดังนั้นเมื่อทราบข่าวว่า
ธรรมกายบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า แอบอ้างศาสนาพุทธหากิน << ผมถึงได้ไม่ชอบ และเมื่อตรวจสอบจากข่าวเน็ตแล้ว
ก็เห็นจริงๆ ว่ามันใช่ ยิ่งมาเห็นบรรดาสาวกพยายามแถด้วยการตอบไม่ตรงคำถาม ก็ยิ่งอนาถใจและปักใจเชื่อแล้วว่าไม่ผิดแน่ๆ
นี่มันไม่ใช่นิกายหนึ่งของศาสนาพุทธ มันเป็นแค่องค์กรอย่างหนึ่งที่ใช้คำว่าบุญกับสวรรค์ผันแปรกับปริมาณเงิน เป็นตัวล่อลูกค้า
เปลี่ยนคำอ้างเถอะครับ อย่าใช้คำว่าศาสนาพุทธอีกต่อไปเลย อย่าอ้างอิงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านบิดเบือนแล้วเถอะนะ
ขอแค่ท่านตั้งตัวเป็นศาสดาของศาสนาใหม่บนโลกแค่นั้นแหละ ใครจะศรัทธาเชื่อมั่นกันแค่ไหนก็เชิญเลย ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ขวาง
(และเชื่อว่าฝ่ายต่อต้านเกือบทั้งหมดก็จะเลิกยุ่ง เพราะท่านแอบอ้าง = กำลังบั่นทอนศรัทธาดั้งเดิมของพวกเขาอยู่นั่นเอง)
ปล.นิพพานผมคงไปไม่ถึงหรอก แต่ผมพอมีแนวทางของผมอยู่แล้ว เพราะงี้ผมถึงได้ไม่บอกว่าผมเป็นชาวพุทธหรือนับถือพุทธไงล่ะ
วัดจานบินนี่ดราม่าทุกที หลังจากปัดระเบิด
anybody wrote:
ถูกครับ คนหลงเชื่อส่วนใหญ่คือคนโลภ คือคนที่งมงายกับเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่มีวัดนี้ เค้าก็ไปหา วัดอื่นที่มีเรื่องแบบนี้ให้เค้า หรืออาจจะเข้าไปหาพวก เจ้าอะไรประมาณนั้น (ก็คงเหมือนแทงหวย ถึงจะไม่มีหวยบนดิน ก็มีคน พากันไปแทงหวยใต้ดินอยู่ดี)
แต่ หากคิดในมุมกลับ กัน หาก พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร และสิ่งที่ทำไปก็มีความสุข (ส่วนตัวผมคิดว่า มันก็ไม่ผิด)
แต่หากจะคิดในทางกลับกัน ยกตัวอย่าง เสี่ยรวยๆ เอาเงินไปเที่ยว ญ เงินก็เงินเสี่ยหามา ไม่ได้ไปปล้นใครหรือ ขโมยเมียมา ผมเองก็ไม่ได้ว่าผิด
อาจจะบอกว่า การกระทำของ ญ เหล่านั้น เป็นสิ่งไม่ดี ผมเองก็คิดว่ามันไม่ดีครับ แต่หาก ญ เหล่านั้นนำเงินที่ได้มาไปรักษาคนป่วยหรือไปเลี้ยงครอบครัว
ผมเองก็มองว่า เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้
วัดนี้ ผมเอง ก็ไม่ได้บอกว่าดีไปหมดทุกอย่าง
ผมเองก็มองหลายๆอย่างนั้น บิดเบือนไป
แต่ สิ่งที่วัดทำผมมองว่า มันคือการรักษา พระพุทธศาสนาไว้ ด้วยวิธีการที่ผิด
แต่เจตนาโดยรวม ผมมองว่า เป็นเจตนาที่ดี
Nekotsuki wrote:
ก็คงงั้นอะครับ ที่ว่าบิดเบือน แต่วัดเค้าก็ทำเพื่อ พระพุทธศาสนานะผมว่า
เงินที่ได้จากการบริจาค เอาไป สร้างวัด เอาไปจ้างคนทำงาน เอาไป ทำกิจกรรมต่างๆ ในวันสำคัญทางศาสนา เอาไปเป็นค่าเผยแพร่พระพุทธศาสนายังต่างประเทศ จัดกิจกรรม อื่นๆ
หรือเค้าเอาเงินพวกนั้นไป ใช้ส่วนตัวหรอครับ ใครรู้อะไรมาบอกผมที ที่มันไม่ดีๆ
ikki wrote:
เรื่องประโลมโลกที่ว่า ผมก็บอกไปแล้วว่า เหมือนกับ การ บรรยาย นรก มีใครเคยเห็นกระทะทองแดง ส่งตรงจากนรกหรือเปล่าครับ ก็ไม่มี มันก็เป็นเพียงจินตนาการ ของคนเท่านั้น อาจจะเป็นคำบอกเล่ามาจาก พระเกจิ ก็มี ผมก็เคยได้ยินมา แต่ท่านก็เห็นเพียงคนเดีนวหลักฐานก็ไม่มี
สิ่งที่ สร้างขึ้นมา แหวน ห่าเหวอะไรพวกนั้น(ผมก็คิดแบบนั้น เหมือนกัน
) ก็เป็นเพียงสิ่งที่ แสดงเพ้อเจ้อไปว่า สววรค์เป็นแบบนี้ อะไรที่เราทำบุญไป ก็จะได้มาเป็นสวยงามแบบนี้ ถามตรงๆเลยครับ จะมีใคร บ้าว่าแหวนพวกนั้นสวย ก็คงมีน้อยมากบนโลกใบนี้ ถ้าสวยผมเองก็มองว่า เป็นเอามาก
แต่คนวัดธรรมกายก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นแบบนั้น ส่วนใหญ่เค้าก็รู้ว่า นั้นเป็นสิ่งสมมุติ ให้เห็นภาพเท่านั้น
อ่อ ที่ผมออกมาพูดนี้ หลงประเด็นมาเยอะเหมือนกันครับ
คือ ผมมาถามว่า มันเป็นคำพูดจากชื่อ DMC จริงๆ หรือที่บอกว่า “หมดตัวเมื่อไหร่ได้ขึ้นสวรรค์ทันที!!”
แล้วพูดในอารมณ์ใหน ขำๆ หรือว่า จริงจัง
เพราะหากพูดใน อาการ ขำขำ นั้นเค้าก็เล่นกันระหว่างพิธีกร หรือ เปล่า
และผมเองเข้าวัดมา 2 – 3 ปีละ ผมก็ยังไม่เคยได้ยินประโยคนี้เลย
ไม่ทราบว่า สามารถเอาอะไรมายืนยันให้ฟังหน่้อยได้มั้ยครับ
อ่อ ที่ผมออกมาพูดนี้ หลงประเด็นมาเยอะเหมือนกันครับ
คือ ผมมาถามว่า มันเป็นคำพูดจากชื่อ DMC จริงๆ หรือที่บอกว่า “หมดตัวเมื่อไหร่ได้ขึ้นสวรรค์ทันที!!”
แล้วพูดในอารมณ์ใหน ขำๆ หรือว่า จริงจัง
เพราะหากพูดใน อาการ ขำขำ นั้นเค้าก็เล่นกันระหว่างพิธีกร หรือ เปล่า
และผมเองเข้าวัดมา 2 – 3 ปีละ ผมก็ยังไม่เคยได้ยินประโยคนี้เลย
ไม่ทราบว่า สามารถเอาอะไรมายืนยันให้ฟังหน่้อยได้มั้ยครับ
ผมเพียงต้องการทราบว่า ทางวัดใด้พูดแบบนั้นมาจริงๆหรือไม่
หากพูดจริง เพื่อต้องการให้คนทำเช่นนั้นจริงๆ
วัดนี้ก็คงสมควรแก่การโดนประณามจากทุกคนอย่างหาที่แก้ตัวไม่ได้
แต่หาก มันเป็นเพียงคำพูดของพิธีกรที่พูดหยอกล้อกันเล่น หรือ ไม่ได้พูดออกมาแบบนี้ แต่ทำนองให้บริจาค แต่มาไส่เพิ่มว่า”หมดตัวเลยยิ่งดี”
ผมเองก็เห็นว่ามันไม่ยุติธรรมกับวัดครับ
ฝากด้วยนะครับ
ศาสนาคือคำสอน การบิดเบือนคำสอนแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า แล้วมาบอกว่าทำเพื่อศาสนา มันฟังไม่ขึ้นครับ
ไอ้เงินที่หลอกชาวบ้านได้มา อ้างว่าเอาไปใช้เผยแผ่พุทธศาสนาในต่างประเทศ ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะที่เขาเอาไปเผยแพร่มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ แต่เป็นลัทธิธรรมกาย
“หมดตัวเมื่อไหร่ได้ขึ้นสวรรค์ทันที” นี่ไม่ทราบนะ เพราะหัวกระทู้ต้นเรื่องเขาบอกแค่ว่า “บริจาคมากนี่ยิ่งได้มาก บริจาคหมดตัวไปเลยยิ่งขึ้นสวรรค์เร็ว”
)
แต่ก็ไม่สามารถพอที่จะตามไปดูได้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหนและรายการไหนกันแน่? เพราะต้นเรื่องบอกแค่ว่า “หลายเดือนก่อนเกือบ4-5ทุ่ม” เท่านั้น
ถ้าใครพอจะดูช่องนี้อยู่แล้วก็ลองๆ กดหาดูก็ได้ ที่รายการย้อนหลังนี่เลย >> http://www.dmc.tv/index.php?module=listprogram
ส่วนข้าพเจ้า ขอผ่านละกัน เห็นแต่ละรายการแล้วแบบว่า… อะไรนักหนาฟะเนี่ย (แถมไม่ระบุเวลาอีก จะยันจากหน้าแรกก็ไม่ชัวร์ด้วย
ปล.หวังว่าพบความจริงแล้วจะเอามาบอกมาเล่าสู่กันฟังนะขอรับ (รู้แล้วก็อย่าอุบเงียบล่ะท่าน)
เปลี่ยนไป Church of Scientology กันเถิด (mwahahahah)
จะได้ไปหยุดยั้งจอมจักรวรรดิต่างดาว ซีนู จากแผนการครอบครองโลก !
เอาตังไปบริจากให้เด็กยากจน,วัดถ้ำกระบอก 9ฯ9 ไม่ดีกว่าเหรอแว๊
Drama’ guest wrote:
กรักๆๆ ความคิดกูเหี้ยยิ่งกว่าไอ้นี่หลายเท่าไม่เห็นกูเดือดร้อนเลยวะ
มีแต่ความโล่งที่ไม่มีอะไรมาลอยเหนือหัวให้รำคาญว่ะ แถมช่วงนี้หุ้นขึ้นยิ่ง happy สุดๆ
drama gogo wrote:
ไปหนักจริง ประเด็นคือไปศึกษาให้เข้าใจระดับนึงก่อนค่อยมาพูด ไม่งั้นเขาเรียกโชว์โง่
ที่นั่นไม่ใช่พุทธ
DeMiGod wrote:
งั้นเรื่องที่มีการทำบุญแบบโปรโมชั่น x2 x4 นี่เคยได้ยินปะครับ ?
เรื่องเครื่องประดับต่างๆที่ต้องแลกมาด้วยการบริจาค และคำอธิบายของเครื่องประดับต่างๆอีก ?
เรื่องนั่งสมาธิ เห็นนู่น นี่ นั่น ได้เป็นขั้นๆ อีก ?
มีแต่คนแต่งเรื่องขึ้นมาเองใช่มั้ยครับ ?
เห็นเข้าออกวัดนี้มานาน มาชี้แจงหน่อยครับ
Geofront ก็มีละ ปูเสื่อรอดูอีวาก็แล้วกันว่ะ
เรา..คือพลังงาน และจะวนเวียนอยู่ต่อไปไม่จบสิ้น เพราะสร้างใหม่ไม่ได้ แต่เปลี่ยนสภาพได้
ตายไปกลายเป็นปุ๋ย ปุ๋ยกลายเป็นอาหารต้นไม้ ต้นไม้ให้ผล สร้างcellขึ้นมา
คนกินผลไม้ ได้พลังงาน สร้างcellอสุจิ ออกมาเป็นคน แล้วตาย แล้วเกิดใหม่ แต่ไม่มีทางเป็นคนเดิม เพราะมันคือการแปรสภาพพลังงาน
นี่คือหลักที่คุณๆเรียกว่า เวียนว่ายตายเกิด….
มันไม่มีวันหยุด มันไม่จบสิ้น เหมือนคอมที่เอามาformatมันก็ลืมทุกอย่าง เริ่มใหม่ แต่สุดท้ายมันก็พังอีก เพราะมือเราเอง หรือกาลเวลา
และวิทยาศาสตร์ ก็คือการ อัพเกรดคอมดีๆ นี่เอง
และไม่แปลกใจเลยถ้าจะมีไวรัส คอยมาทำลาย หรือsoftwareเพื่อปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
แต่สุดท้ายhardwareก็ต้องพังตามกาลเวลา
ผมอยู่พุทธ และทำตามคำสอนที่ดีที่สุด คือ อย่าเชื่อในสิ่งที่พิศูจน์ไม่ได้ เพราะความจริงนั้นบางครั้ง…มันไม่มีจริง และอย่าเชื่อแค่ได้รับฟังหรืออ่าน
แต่จงเชื่อเมื่อเผชิญกับตนเอง……….คุณล่ะ…เคยเผชิญรึยัง..
อือวัดนี้เขาเด็จจริงยิ้งศิษย์หลวงพ่อสดอะไรนี้เเหละเพื่อนเล่าให้ฝันว่าเข้าชานไปปัดนิวเคียที่จะลงมาไทยได้อะเด็จจริงเเต่ผมไม่เคยได้ยินอะ
บักกอบบวบเรื่องเก่ายังไม่เคลียร์มาอีกแล้วววววว
วัดนี้มีแผนกการตลาดด้วยนะเธอว์
วัดนี้เขาเด็ดจริง ๆ นะ
( จริง ๆ คือ จริง ไม่ได้เยาะเย้ย ) !
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9546392/A9546392.html
@ …:
เพลง ผ่อนเจดิย์ ของคห. 20 ได้ใจมากมาย
วัดนี้มีทั้งเรื่องดี และ แย่ ครับก็เหมือนวัดทั่วไปน่ะแหล่ะครับ ส่วนจะดีหรือไม่ดีมันเป็นแค่การตัดสินตามใจตัวเองทั้งนั้น บางคนได้ยินมาก็เล่าต่อ ๆ กันไปสำหรับผม ในสายตาของผมและเท่าที่ผมสัมผัสด้วยตัวเองคือ
วัดนี้ แนวทางของเขาบ่งบอกว่าเป็นนิกาย หรือ ลัทธิ หนึ่ง ในพุทธศาสนา (พยายาม) ซึ่งเขามีแนงทางในการปฏิบัติชัดเจน และ สัญลักษณ์ต่างก็ชัดเจน ยกตัวอย่าง พระพุทธรูป บทสวด โบสถ์(เรียกวิหาร อิอิ) ก็ไม่ใช่แบบทั่วไป แล้วเรื่อง วัด วิหาร อะไรต่าง ๆ ผมเชื่อว่า เขาพยายามแยกออกมาเป็นอีกนิกายหนึ่งแน่นอน ซึ่งอาจจะถึงขั้นเป็นอีกศาสนาหนึ่ง (แต่คงไม่กล้า) และคนส่วนใหญ่คงเข้าใจว่ามันเป็นพุทธศาสนาเหมือน ๆ กัน
เรื่องดี วัดนี้เขามีกฎระเบียบเคร่งมากในการปฏิบัติธรรม (กฏระเบียบที่เขาคิดค้นขึ้นมา) และแนวทางของเขา ถ้าคุณศรัทธาในคำสอนของเขาก็เชิญ
เรื่องแย่ในสายตาผม
นิกายนี้ศรัทธาบุุคคล คน นึง ที่ไม่ใช่พระพุทธเจ้า
พยายามโน้มน้าวให้ทำบุญ keypoint ของนิกายนี้คือคำว่า บุญ ซึ่งหลักการของเขาก็ พุทธศาสนา คือ บุญทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่เขาพยายามโน้มน้าวคือ การทำบุญด้วยวัตถุทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย พยายามยกตัวอย่างบุคคลซึ่งเป็นเศรษฐีที่เกี่ยวข้องในพุทธประวัติที่เขาทำบุญสร้างโน่น สร้างนี่แล้วได้ไปสวรรค์ แล้วมาผูกติดกับผลลัพธ์ที่ได้เมื่อทำบุญ มันก็คือนิกายที่นิยมวัตถุนั่นเอง ดูได้จาก สิ่วปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งหลาย ๆ วัดกำลังจะตามกระแส
ทำไมคนถึงเข้ามาทำบุญเยอะล่ะ ก็ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ก็วัตถุนิยมกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่เข้าใจว่าการบริจาคทัพย์เยอะจะได้บุณเยอะ ก็เป็นโอกาสของวัดนี้
สรุป คือ วัดนี้เป็นเพียงนิกายนึงซึ่งมีแนวทางในการปฏิบัติของเขาแบบนั้น ถ้าเราไม่ศรัทธาก็อย่าไปยุ่งหรือวิจารณ์เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่ศรัทธาวัดนี้
เพราะนำมาถกเถียงกันก็ชาตินี้มันไม่จบแน่นอนเชื่อดิ
ว่าจะไม่โพสต์ wrote:
เรื่องที่มีการทำบุญแบบโปรโมชั่น x2 x4 นี้ผมเองก็ไม่มั่นใจอะครับ เคยได้ยินแต่พระที่เค้าแจกตอน วันสำคัญ รุ่นรวยโคตรๆx2
อันนี้แค่ไปวัดก็ได้แจก คนละองค์ครับ
เรื่องเครื่องประดับต่างๆที่ต้องแลกมาด้วยการบริจาค และคำอธิบายของเครื่องประดับต่างๆอีก ?
เรื่องเครื่องประดับที่ได้เมื่อบริจาคเท่านั้นเท่านี้ มีจริงๆครับ แต่เท่าที่ทราบมาพ่อกับแม่ผมทำบุญไปก็ไม่ได้หวังจะเอาของพวกนี้อะครับ
หรือ อาจจะมีบางคนที่ต้องการ นำมาประดับไว้ (ผมเองคิดว่ามันเหมือนกับ เกมที่ผมเล่น เก็บเลเวล แต่เป็นเกมของผู้ใหญ่)
ส่วนเรื่องนั้งสมาธิ ผมเองก็อยากจะบอกว่า ที่ใหนๆ เค้าก็เห็นในสิ่งที่แปลกออกไปอะครับ นั้งแล้วเห็นอะไรก็แล้วแต่ใครจะเล่าให้ฟัง
แต่วัด พระธรรมกาย เค้าบอกว่าจะเห็นเป็นดวงแก้วใส แต่ผมเองก็ไม่เคยเห็นหรอกนะครับ เพราะผมไม่ได้นั้งจริงจัง สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน นั่งสมาธิ สัก 5นาที วันๆ ผมก้ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านี้อะครับ
อยากจะบอกว่า เรื่อง ที่วัดทำบางอย่างผมก็ไม่ชอบก็มีเหมือนกัน แต่ผมก็เห็นว่าสิ่งที่ทำไปนั้น ไม่ได้เอาไปเป็นประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง
และทุกคนที่ไปวัด ที่เค้าตั้งใจไปจริงๆ เค้าก็มีความสุข ครอบครัวเค้าก็มีความสุข(เท่าที่ผมทราบในส่วนที่ผมเคยสัมผัส)
แต่ ก็คงมีบ้างที่ ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะ ต้องการทำบุญ บ้าบริจาค ไม่สนใจฐานะตน แต่ผมก็เชื่อว่านั้นก็เป็นเพียง ส่วนเล็กๆเท่านั้น
เอิ่มมมมม
เพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อเพ้อเจ้อ
เอาเพลงมาฝากให้
เพลง ผ่อนเจดีย์
ทำนอง Genghis Khan (เวอร์ชั่นของ Berryz Koubou)
ฮู่….ฮ่า…
ฮู่….ฮ่า…
ด้วยแรงศรัทธาพวกเจ้าทั้งหลายจงมาบู ชาUFO
ฮู่….ฮ่า…ฮู่….ฮ่า…
ไฮซ้อไฮโซรวมพลดูดทรัพย์มาให้ท่านทำ ไม้ไชโยว์
ฮู่….ฮ่า…ฮู่….ฮ่า…
ปิระมิดอียิปต์มาโผล่เมืองไทยไว้ตั้งโชว์
และแถมยังมีจานบินอีกนะไม่อยากจะให้โว
ระเบิดนิวเคลียร์ลูกโตยังปลิวนะจ๊ะ
ฮู่…. ฮ่า…
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย


กรรมหนักแค่ไหน ไปสวรรค์ รวยเท่านั้น ขอเพียงแค่
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย
วัดวาสะท้านไปทั่วแคว้น จัดโอลิมปิกสบาย
ยิ่งรวย ก็ยิ่งบุญมากตาม วะฮะฮะฮ่า
ทรัพย์จาง บุญก็น้อยตาม โฮะโฮะโฮะโฮ่
ญาติโยมเรียนเชิญทำบุญกันเถิดนาจ๊าาา…..
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย


แอมเวย์หลีกซ้าย แทบสลาย เมื่อได้เ็ห็นว่าเรา
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย
รวยเป็นหลักล้าน เอาไปผลาญ ไม่ได้หวังนิพพาน
ยิ่งรวย ก็ยิ่งบุญมากตาม วะฮะฮะฮ่า
ทรัพย์จาง บุญก็น้อยตาม โฮะโฮะโฮะโฮ่
นี่บริษัทขายตรงหรือไงกันหว่าาาาา….
กดหาเพลง “ผ่อนเจดีย์” ในยูทูปเล่นๆ … เจอด้วยวุ้ย (ฮาหนักๆ ตรงท่อนฮุคเนี่ยล่ะ
)
ลิงค์ >> http://www.youtube.com/watch?v=0iyViY_AmU4
อุ๊บส์! ขออภัย อ่านเลื่อนลงไปเรื่อยๆ เพิ่งจะเห็นคนอัพคลิปยูทูปอันเดียวกับที่เอามาแปะข้างบนเด๊ะๆ เลย
)
(พออ่านเจอเพลง ก็เลยเสิร์ชหาในยูทูปทันทีเลย ไม่ทันได้อ่านจบกระทู้ก่อนน่ะขอรับ
ทำบุญมากยิ่งได้บุญมาก ไม่ใช่เทสโก้โลตัลนะคะที่จะซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง
นี่มันก็ไม่ต่างกับการใช้ศาสนาบังหน้า เอาศาสนามาเป็นเครื่องมือในการหากินแล้วล่ะค่ะ
ถ้าจะทำบุญแล้วยังคิดเรื่องแบบนั้นมันจะได้บุญเหรอคะ (ก่อบาปมากกว่า)
มันก็เหมือนกับอยากช่วยหมาจรจัด แต่ก็กลัวเป็นภาระ พอรับมาเลี้ยงแล้วทนไม่ไหวก็บ่นเป็นภาระ มันก็ไม่ได้บุญหรอกค่ะ
เราเองก็เป็นคนพุทธแต่นับถือในทางสายกลางค่ะ ถูกว่าถูกผิดว่าผิด ไม่งมงาย เชื่อในเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้
มาผ่อนเจดีย์กันเถอะพวกเธอววว์
___________________
เพลง ผ่อนเจดีย์
ทำนอง Genghis Khan (เวอร์ชั่นของ Berryz Koubou)
ฮู่….ฮ่า…
ฮู่….ฮ่า…
ด้วยแรงศรัทธาพวกเจ้าทั้งหลายจงมาบู ชาUFO
ฮู่….ฮ่า…ฮู่….ฮ่า…
ไฮซ้อไฮโซรวมพลดูดทรัพย์มาให้ท่านทำ ไม้ไชโยว์
ฮู่….ฮ่า…ฮู่….ฮ่า…
ปิระมิดอียิปต์มาโผล่เมืองไทยไว้ตั้งโชว์
และแถมยังมีจานบินอีกนะไม่อยากจะให้โว
ระเบิดนิวเคลียร์ลูกโตยังปลิวนะจ๊ะ
ฮู่…. ฮ่า…
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย
กรรมหนักแค่ไหน ไปสวรรค์ รวยเท่านั้น ขอเพียงแค่
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย
วัดวาสะท้านไปทั่วแคว้น จัดโอลิมปิกสบาย
ยิ่งรวย ก็ยิ่งบุญมากตาม วะฮะฮะฮ่า
ทรัพย์จาง บุญก็น้อยตาม โฮะโฮะโฮะโฮ่
ญาติโยมเรียนเชิญทำบุญกันเถิดนาจ๊าาา…..
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย
แอมเวย์หลีกซ้าย แทบสลาย เมื่อได้เ็ห็นว่าเรา
ผ่อน! ผ่อน! ผ่อนเจดี๊ย์ยยยย
รวยเป็นหลักล้าน เอาไปผลาญ ไม่ได้หวังนิพพาน
ยิ่งรวย ก็ยิ่งบุญมากตาม วะฮะฮะฮ่า
ทรัพย์จาง บุญก็น้อยตาม โฮะโฮะโฮะโฮ่
นี่บริษัทขายตรงหรือไงกันหว่าาาาา….
credit: กุมารสยาม ณ พันติ้บ นะจ้ะ
กำลงซ้ำ ขอโต้ด
อ่าาา อ่านเยอะตาชักลาย
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ หลังจากที่ผมได้เข้าไปคลุกคลีจริงๆ กับวัดนี้ในระยะประชิดระดับเห็นเส้นใยผ้าจีวรกันเลยทีเดียว
มีอยู่ครั้งนึงที่เอเย่นต์หางานมาให้ผม เปิดซองงานมา แม่เจ้า DMC ต้องทำงานให้วัดนี้จริงๆ หรอวะแม่ง แต่ด้วยความไม่มีจะแดก+ทางเลือก เลยรับงานนี้มา ตอนแรกผมก็เป็นคนนึงที่ถามอะครับว่า DMC นี่แม่งวัดหรอวะ เรียกว่าวัดได้ด้วยเรอะ จนผมต้องเข้าไปคุยงานที่วัดนั้นกับพระโดยตรง
จากสายตาของผม DMC ถือว่าเป็ฯสังคมที่ใหญ่ชิบหายวายป่วงจริงๆ ขับรถตั้งนานกว่าจะครบรอบวัด ซึ่งแน่นอนว่าสังคมยิ่งใหญ่ ก็ต้องยิ่งมีคนหลายแบบปนเปกันไป พอไปถึงคุยงานกับพระเสร็จสรรพก็กลับมาทำงานที่บ้าน และก็ต้องนั่งเปิดดูไอ้ช่องนี้ทั้งวัน เพื่อที่จะเอามาเป็นฟีลในการทำงานถ้าจะให้แบ่งรายการดีๆ ผมว่าดูรายการที่เป็นพระเทศน์ดีที่สุด เพราะมันปกติที่สุด มีเทศน์หลายภาษา จีน ไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ แต่รายการที่เป็นพวกถือศีลนุ่งขาวห่มขาวมานั่งคุยข่าวกันสองคน อย่าไปดูมันเลยครับ แม่มแอมเวย์ชิบหาย และเนื่องด้วยไอ้หนังสือที่ผมทำนี้ มันต้องไปดีลงานกับคนที่อยู่ในนั้นหลายระดับ หลายต่อหลายคน จนผมมั่นใจมากพอว่าผมเจอมาทุกสันดานจริงๆ พระดี พระไม่ดี คนดี คนไม่ดี วัดนี้มีครบเหมือนกับวัดทั่วๆไป แต่แค่ขนาดมันใหญ่กว่าชาวบ้านเขา มีเรื่องทีมันก็เลยใหญ่กว่าชาวบ้านเช่นเดียวกัน
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการบริจาคให้กับวัดแบบบีบบังคับทางอ้อมแบบนี้ ผมอยากให้ลองเอาคริสต์ตังมาเทียบอะครับ ศาสนาคริสต์ก็เห็นแบ่งเป็นสองแบบเหมือนกัน คริสต์เตียน กับ คริสต์ตัง อย่างหลังนี่เขาบังคับเลยนะครับว่าต้องบริจาค 15% ของเงินเดือนทุกเดือน (เป็นข้อมูลจากที่ผมรู้มานะครับ ถ้าใครมีรายละเอียดส่วนนี้จะแจ้งหรือแก้ไขก็เชิญเลยนะครับ ผมไม่ค่อยชัวร์เหมือนกัน) ฉะนั้นก็ นานาจิตตังครับ
Whenwindchange wrote:
ศาสนาพุทธถึงนิกายจะต่างกัน แต่คำสอนไม่ได้ใช้หลักการทุนนิยมนะงับ พึงระลึกด้วย จะทางธิเบต ทางมหาญาณ หรือชินโต ไม่เคยมีการนำบุึคคลซึ่งมีตัวตนที่แท้จริงมาระบุถึงความสำเร็จเลย มีแต่การใช้ตำนานเรื่องราวปรำปราแฝงภาษิตสอนใจในการสอนคน (ซึ่งเป็นบุคคลที่มีจริงหรือเปล่า ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ เพราะบางเรื่องก็อาจจะแต่งเพื่อเป็นกุศโลบายเฉย ๆ ก็ได้….ในความเห็นของป๋มนะงับ ถ้าเป็นการลบหลู่ กราบขออภัยด้วยงับ) ให้พึงระลึกและหักห้ามกิเลส ไม่ใช่แสดงอำนาจและบารมี เยี่ยงนี้!!!!!!
แต่แนวทางลัทธินี้ มันไม่ใช่เลย จะมานับเป็นนิกายเดียวกันได้อย่างไร…??? ถ้าเป็นศาสนาคริสต์(ข้ออภัยที่ต้องพาดพิงงับ) แนวทางคำสั่งสอนที่ี Jesus Christ นำสารมาถ่ายทอดถูกเปลี่ยนเจตนารมย์ในช่วงยุคมืด จึงทำให้เกิดการต่อต้านในแนวทางที่ผิดแยกไปจากเดิมไปเป็น Protestant (จนปัจจุบัน Cathoric ลดบทบาทอำนาจของศาสนาจักรในการแทรกแซงการเมืองลงแล้ว แต่การยึดถือการให้ความรักและเชื่อมั่นใน God เดียวก็ยังเป็นเช่นเดิม ตามแนวทางของศาสนา)
ลัทธินี้นอกจากจะไม่ได้มีสาระเกี่ยวข้องกับแก่นของศาสนาพุทธแล้ว ยังนำหลักการจิตวิทยา เศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา-มานุษยวิทยา และหลักการบริหารจัดการมาใช้ เหมือนกับองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ทำกัน คือการใช้มวลชนกลุ่มย่อยดึงมวลชนกลุ่มใหญ่หรือผู้ที่มีความใกล้ชิดให้เข้าร่วมอุดมการณ์หรือเลื่อมใสลัทธินี้ จะเห็นได้จากช่อง DMC เวลาจะมี EVENTS ซักทีจะต้องมีการประสานงานกับเครือข่ายของมูลนิธิ (เพื่ออะไร? เพื่อระบุยอดให้ได้ว่าตามเป้าหมายไหม? คุ้มทุนหรือเปล่า?) นอกจากนี้ การใช้สื่อในการเผยแพร่ MOTTO ที่ว่า “ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน” คืออะไร? แนวทางเดียวกับ Hitler หรือ? (แนวทางพุทธ ไม่มีแนวคิด Unity นะงับ) การออกมาประชาสัมพัีนธ์ที่ต้องมีการจัดองค์ประกอบภาพให้ดูยิ่งใหญ่ อลังการ มีการประสานงานที่น่าเชื่อถือ นี่มันอะไร??? ไม่ใช่หลักจิตวิทยาหรือ???
เมื่อศรัทธาเป็นใหญ่ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่สนใจ เรื่องนี้ดูจากการที่ชาวยิวตายไปล้าน ๆ คนในยุโรป ไม่ได้จะโยงว่าศรัทธาแล้วเกิดความรุนแรงนะงับ แต่เป็นศรัทธาบังตางับ วิธีการซับซ้อนยุ่งยากแต่มัดใจผู้คน นอกจากมีสื่อเผยแพร่แล้วยังมีสถาบันการศึกษาเผยแพร่ด้วย อย่างที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งทำอีกด้วย ลัทธินี้มีการให้ทำข้อสอบ(หรือแบบทดสอบ?)และให้ระบุว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่ออะไร….???? คะแนน หรือ Social Class Identification(ระบุระดับทางสังคมให้ชัดเจนขึ้น) หรือเป็น Feedback เพื่อนำไป adjust กับคำสอนหรือวิธีการสอนเสียใหม่??? เพื่อให้ได้แนวทางที่ตอบสนอง Clients หน้าเดิมและเพื่อหา Client กลุ่มใหม่หรือ???
หรือเพื่อจะสร้าง EVENTS ใหม่ ๆ ที่สร้างภาพให้สาวกจับต้องได้ ถ้าจะกล่าวเรื่องบุญ ไม่รู้ว่าไปนั่งเขียนกันมาเองหรือ ไม่เคยได้ยินว่าคนทำบุญเยอะได้เยอะนะงับ แต่เรื่องการทำบุญเอาหน้า แล้วตกนรกได้เศษข่าวสารไปอวดภูตผีในนรกทั้ง ๆ ที่ผีตนนั้นไ่ม่สามารถนำมาทานได้ อันนี้เคยได้ยินงัีบ ดัดแปลงสอดแทรกเสียจนกลายเป็นแนวทางของลัทธิเหรองับ และการบอกว่านั่งสมาธิจนเห็นดวงแก้ว เนี่ยแสดงถึงอภินิหารอันใดงับ แสดงว่าตนเหนือกว่าปุถุชนหรือ??? หรือว่าเป็น Level ที่สาวกต้องเก็บให้ได้ถึงจะได้รับการยอมรับมีหน้ามีตาม การนั่งสมาธิการการกำหนดจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน เกิดความสงบในจิตใจ (ในความคิดของป๋ม การนั่งสมาธิ เป็นการให้คนได้พักสมอง ให้ควบคุมความคิดที่มากมายที่สมองต้องประมวลผล ที่เกิดปัญญาเพราะการพักสมองก็เป็นการจัดระเบียบข้อมูลในสมองให้เป็นระบบในระหว่างที่ไม่มีการป้อนความคิดเพิ่มอ่ะงับ ทั้งนี้ป๋มมองในหลักการของเหตุ-ผล ไม่ใช่อะไรล่องลอยแบบนี้ เพราะของที่คนพิสูจน์ไม่ได้ มักล่อใจคนให้เข้ามาค้นหาและทดลอง อย่างเรื่องโชคลาภ สิ่งลึกลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอวิชชาทั้งนั้น ถ้านั่งสมาธิเพื่อสิ่งเหล่านี้ ปัญญาไม่เกิดหรอกงับ เพราะใจฟุ้งซ่านแต่ต้นแล้ว)
แต่
สิ่งหนึ่งของความล้มเหลวก็คือการออกสู่ Mass หลัก กรณีการอุปสมบทหมู่ ซึ่งเกิดการต่อต้านจากประชาชนส่วนอื่น ทำให้โครงการที่จัดทำไม่ได้ตามยอดที่ตั้ัง แม้จะให้ผู้นำชุมชนบางส่วนช่วยก็ตาม จนตอนท้ายต้องหลบไปชักใยอยู่เบื้องหลังแทน และให้จัดงานตามวัดอื่น ๆ แทน เป้าหมายในการจะใช้สถานที่ประกอบพิธีการในการอุปสมบทจึงเป็นอันล้มเหลว เลยใช้ The sun of Peace ดำเนินการแทน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้ารายเดิม ถ้าต้องการโอกาสไปเที่ยวเมืองนอก โดยไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ชิงโชค ก็ใช้ศรัทธาเข้าแลกเอา ป๋มจะคอยดูว่าต่อไปจะทำเหมือน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนไหม…??? เพราะตอนป๋มอ่านประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้พูดถึงเรื่องกิจกรรมที่ต้องไปชดใช้ให้ลัทธิที่ต่างแดนเลย ตอนแรกยังนึกว่าโครงการ Work & Travel เสียอีก และคำพูดเดิม ๆ ก็จะเห็นในใบประกาศเหล่านี้ (เป็นประสบการณ์ที่ดี ฯลฯ หาอ่านได้งับตามสถาบันการศึกษาที่มี sub-contact กับมูลนิธินี้ จะพบ Poster ของมูลนิธิดังกล่าวแปะอยู่ตามประกาศข่าวการศึกษาต่อ)
ถ้าจะกล่าวว่า “ถ้าเราไม่ศรัทธาก็อย่าไปยุ่งหรือวิจารณ์เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่ศรัทธาวัดนี้ เพราะนำมาถกเถียงกันก็ชาตินี้มันไม่จบแน่นอนเชื่อดิ”
ที่ป๋มมาวิพากษ์ เนื่องจากศรัทธาของสาวกลัทธินี้ ยังเชื่ออยู่ว่า
แนวทางของตนเป็นแนวทางของศาสนาพุทธ ที่มีการจากกิจกรรมที่เป็นของพุทธเถรวาท
แต่แฝงไปด้วยการตลาดและวิธีการต่อลมหายใจของลัทธิด้วยหลักการที่ “ขัดแย้ง” กับแก่นศาสนาพุทธโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้การ Training ของเจ้าลัทธิการลอกวิธีการของการพูดของการขายตรงมาใช้ เพื่อสร้างกิเลส ความโลภ ความอยากได้ เพื่อแสวงหาเพี่ยง “บุญ” พูดง่า่ย ๆ ก็คือ “การใช้บุญบังหน้า” และคำโฆษณาเกินจริง รวมทั้งการแสวงหากำไรจากการหลอกลวงประชาชน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ “การขายตรงสิ่งที่จับต้อง(จริง ๆ) ไม่ได้อย่างบุญ” นอกจากหลักคำสอนที่ Destructive แล้วยังสร้างภาพสุด ๆ (ถ้าเป็นพวกสายกลาง เปิดช่อง DMC คงจะรู้สึกบางอย่างนะงับ) ถ้าจะใช้คำให้เหมาะและชัดก็ต้อง Propaganda งับ Fake และยังแสดงอำนาจและแสงยานุภาพจากบรรดาธรรมทายาดและพิธีการลักษณะดังที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปยุคมืด (ขออภัยศาสนาอื่น ที่พาดพิงงับ)
ที่สาวกมองว่า “ไม่ได้เอาไปเป็นประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งและทุกคนที่ไปวัด ที่เค้าตั้งใจไปจริงๆ เค้าก็มีความสุข ครอบครัวเค้าก็มีความสุข”
งั้นช่วยตอบได้ไหมว่า ทำไมต้องเรียกร้อง ถ้าคนเต็มใจ ก็ไม่ควรสร้างแรงจูงใจ (Motivative) ให้คนอยากจะบริจาค แค่นี้เจตนาก็ไม่ดีแล้วงับ ถ้าอยากทำไม่ต้องเรียกร้อง ความช่วยเหลือก็จะเข้าไปยังลัทธิเอง (ท่านพุทธทาสยังไม่ต้องทำอะไรแบบนี้ แต่ทำไมคนถึงยอมรับท่านโดยไม่มีข้อแม้) แล้วทำไมต้องตอบแทนสาวกด้วยการส่งไปเที่ยวยังต่างประเทศ…. เคยสังเกตว่า บริษัทประกันภัยจากต่างประเทศรายหนึ่ง ก็พาสมาชิกไปสัมมนาที่ต่างประเทศอยู่เสมอ ป๋มแทบจะไม่เห็นความต่างเลย และเงินที่พวกคุณจ่าย ๆ กันไป ก็นำไปใช้อย่างนี้แหละงับ (รวมทั้งบรรดาวัดใหญ่ ๆ หลายแห่งในประเทศไทย ที่จัดสร้างอะไรไร้สาระมากมายเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งให้กับวัด) นอกลู่นอกทางกับวัตถุึประสงค์ไหมงับ พวกคุณบริจาคเงินไปทำไม???? เคยคิดบ้างไหม???? แค่บุญอย่างเดียวหรือ???? หลังจากนั้น เงินเหล่านั้นจะนำไปทำอะไรบ้างไม่คิดบ้างหรือ???? จ่ายเงินไปแบบคิดว่าได้บุญ ระวังจะเป็นการสร้างบาปสร้างกิเลสนะงับ โดยเฉพาะการให้แบบไร้สติ (คือการตรึกตรองถึงคุณและโทษ) อย่างในสังคมไทย พวกค้ามนุษย์เติบโต เพราะคำว่าบุญเนี่ยแหละงับ ถึงขั้นอพยพกันมาก็เพราะการให้แบบไร้สติงับ แทนที่จะโทรแจ้งให้ศูนย์ประชาบดีหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งช่วยแก้ไข ถ้าคิดว่าการให้เช่นนี้มีความสุขก็ลองนำสิ่งที่ป๋มเตือนในนี้ไปคิดดู ว่ามีความสุขจริง ๆ ไหม อย่างหลอกตัวเอง และอย่าง tsudere นะงับ และเราควรไปวัดเพราะถูกผูกมัดกับคนที่มีอำนาจที่จะสั่งเราได้ไหม? (ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า เจ้านาย หรือผู้ปกครอง รวมทั้งญาติพี่น้องบุคคลที่เกี่ยวข้อง) ถ้าเป็นชาวพุทธจริง ๆ ลองคิดให้มากขึ้นนะงับ พระพุทธองค์ทรงสอนให้ตรองมากกว่าเชื่อ
และข้อชี้แจงพุทธไม่ใช่พราหมณ์ (ข้อเสริมนะงับ) เพราะพิธีกรรมต่าง ๆ มากมายที่ปฏิบัติกันส่วนมากมาจากพราหมณ์ทั้งสิ้น โดยเฉพาะพิธีกรรมความเชื่อและไสยศาสตร์เนี่ย ไม่ใช่พุทธงับ ถ้าไม่ใช่สาระของชีวิตก็ไม่ควรจะปฏิบัตินะงับ เพราะยิ่งเชื่อยิ่งปฏิบัติจะมักจะมีพวกอาศัยความเชื่อมาหลอกคน ซึ่งมีข่าวอยู่เสมองับ ไม่ว่าจะตู้บริจาคตามวัตถุประหลาด (ของแปลก) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่รู้ว่าจะมีไว้ทำไม หากินกันง่าย ๆ รวมทั้งสำนักไสยศาสตร์ต่าง ๆ ที่หลอกทั้งเงินทองทรัพย์สิน รวมทั้งก่ออาชญากรรมอื่น ๆ อีก วัดต่าง ๆ ก็หากินกับของเหล่านี้มากขึ้น ป๋มเลยอยากบอกว่าเรื่องพวกนี้ใช้แอบแฝงหาประโยชน์กันมากขึ้น
ดังนั้น ถ้าไปทำบุญที่วัด จะบริจาคทานค่าน้ำค่าไฟ ก็ทำแต่สมควร และการบริจาค ถ้าจะเป็นไปได้ช่วยแจงการใช้เงินจะยิ่งดี ถ้าเป็นงบให้การศึกษากับเด็กวัด หรือจะทำนุบำรุงอะไร จะได้ทราบกัน เพราะปัญหายักยอกเงินวัด ระหว่างคณะกรรมการวัดกับพระรวมทั้งบรรดาเครือญาติมักจะมีเสมอ เพราะเงินบริจาคแล้วเปลี่ยนรูปกลายเป็นงบประมาณลับแทน ถ้าทำได้ป๋มก็จะบริจาคได้อย่างสบายใจงับ เพราะโปร่งใสและเกิดประโยชน์จริง ๆ
ถ้าอยากให้ป๋มเลยวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของลัทธินี้ ก็เลิกทำสิ่งที่ป๋มวิพากษ์มาตั้งแต่กระทู้ที่ 353 งับ ป๋มเจอแต่คำตอบที่เหมือนคนเพ้อเจ้อเยอะ อยากรู้ที่มาจริง ๆ ของแนวคิดแบบนี้ แบบหลักการเหตุผลที่ make sense ถ้าจะ make saint ก็ขอให้เปลี่ยน Name, Definition + Doctrine, Founder of a Religion, Uniform, Ritual, Sacred Place เป็นต้นให้ชัดเจน และเป็นตัวของตัวเองไปเลย เพราะถ้าขึ้นชื่อว่าพุทธ แล้วยังหลักลอยอย่างนี้ ป๋มก็จะนวดสมองพวกสาวกให้คิดให้วิเคราะห์ไปเรื่อย ๆ ให้ใช้ปัญญามากกว่ามองที่จำนวน ป๋มไม่ความเชื่อที่เน้นปริมาณงับ (ดูแล้วทั้ง Fake และ Hollow (ไม่ใช่ Empty งับ จะซ้ำกับความว่างเปล่า หรือการไม่มี)) ป๋มชอบอะไรที่มันประเทืองปัญญาและนำไปพิสูจน์ได้จริงงับ
ไม่รู้สิ ผมเลิกนับถือพุทธมาเป็น คริสต์ หลายปีละ เอาเป็นว่าเชิญท่าน ๆ ตีกันต่อละกัน
ปล.แต่จริง ๆ ผมไม่ชอบธรรมกายนะ มันดูบิดเบือนไปเยอะยังไงไม่รู้ (ยังไงผมก้เคยเป็นพุทธน่ะแหละ เลยเห็นว่ามันแปลก)
@ หมูคุง:
ผมพุธครับ แต่ผมไม่ชอบธรรมกาย คนที่มีสติ มีปัญญาอยู่กับตัว ก็ลองคิดดูด้วยตนเองอย่างมีสติครับ ว่ามันผิดจากความเป็นจริงไปมากน้อยขนาดใหน พระพุทธศาษนาไม่เคยสอนให้งมงาย อย่าเชื่อในคำบอกเล่าหรือคำสอนใดๆแม้แต่ของพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์ ยกเว้นแต่ว่าจะได้คิด ไตร่ตรองอย่างมีสติครับ ตรงนี้แหละครับ ที่ผมนับถือในศาษนาพุธ ไม่ใช่ที่ตัวพระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปองค์ใหน หรือพระสงค์รูปใด
เวรกรรม สะกดผิด – -
พวกเธอว์จง…ผ่อนเจดีย์!!! ข้ารู้ว่าเจ้าก็เสพย์DMC อย่ามาทำตัวซึนเดเร๊ะ
กฐินยาย in my Heart??? กูล่ะหน่าย คุณยายผู้สำเร็จวิชาปั้นน้ำเปนกาย
วัดธรรมกึ่ย วัดจานบิน สาวกธรรมกาย งั้นหรา…
อืม ถ้าจำไม่ผิด ชื่อวัดนี้มันมาจาก ชื่อกายหนึ่งของพระพุทธเจ้าหนา
พระธรรมกาย ควรมี”พระ”ธรรม เหมือน พระสงฆ์ ทั่วไป ถ้าไปเรียกชื่อท่านเฉยๆ หรือไปล้อชื่อท่าน ก็ดูไม่ดีใช่มั้ยหล่ะ
แล้วที่สำคัญ ฟังอะไรก็ต้องฟังให้ดีๆ ให้จบก่อน ไม่ใช่ฟังแค่ไม่กี่ประโยคแล้วเอามาแตกประเด็นเอาไปคิดเอง
ทำให้หมดตัวงั้นหรา ยังไม่เคยเห็นพระวัด รวมถึงเจ้าอาวาสนี้พูดสักครั้งเรยน่ะ เคยแต่มีมากทำมาก มีน้อยทำน้อย และที่สำคัญอยู่ที่ใจ
การที่เราสามารถสละทรัพย์ทางโลก หรือว่าเงิน นั้น เป็นการลดความตระหนี่ อย่างหนึ่งน่ะ แต่ไม่ใช่ทำเยอะจนหมดตัว อย่างงี้ก็ไม่ดี เพราะทำให้จิตใจเราขุ่นมัวด้วย
………..
ปล ขี้เกียจพิมใหม่ง่ะ..
เออ ส่วนตัวผมก็งงงายกับที่นี้เหมือนกัน บริจาคไปก็เยอะแล้วก็ยอมรับด้วยว่า คนในวัด หลงกันเยอะ ทำบุญต้องทุ่มสุดๆ อะไรแบบนี้ แต่ให้หมดตัวนี้ ไม่เคยเห็นใครกล้าพูดสักคน ยกเว้นคนที่เขาทำหมดตัวไปจริงๆ แล้วเขาได้กลับมา ก็มักจะภูมิในเอามาเล่า แต่โดยส่วนตัว ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเล่าเลย จะมีสักกี้คนเชียวที่ทำบุญหมดตัวแล้ว จะได้เงินกลับมา (เท่าที่เห็นก็มี Land and House) แต่ต้องขอบอกว่า คนที่นี้หลงจริงๆแหละครับ แต่ผมก็ยังเชื่อในพระ ในหลวงพ่อ ไม่เห็นจะมีใครขุดออกมาได้สักคนว่า ผิดหลักตรงไหน (จริงๆผมก็ไม่ได้อะไรมากหรอก) เป็นความเชื่อไปเองรึเปล่า ว่ากุศโลบาย อะไรต่างๆ แต่ถ้าจาก กฎเล็กๆน้อยๆที่ผมคิด เช่น ในศีล 5 ห้ามโกหก เอาแค่นี้นะครับ แล้วพระพุทธเจ้า จะบอกเรื่องราวที่ไม่จริงได้หรือ แต่พอคนเดียวนี้คิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็พานคิดซธว่า เป็นสิ่งเปรียบให้เห็นภาพไป แต่ผมก็ดันโง่พอจะเชื่อว่าสิ่งต่างๆเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเพียงแต่ คนเดียวนี้อาจจะเสื่อมทรามลงไปเยอะ ศีล5 ที่ควรจะมีกันได้ทุกคนกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ยากจริงไหม๊ครับ
นอกรีตคือนอกรีต ไม่ต้องสืบเรยนะคะ
คิดว่าชาวบ้านชาวช่องเขาไม่รู้เรื่องหรา?
พระพุทธเจ้ามีหลายร่างตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ? เอาจริงๆเป็นเหตุเผ็นผลนะ ไม่ใช่นิทาน
สิ้นหวังแล้ว ศาสนาประจำชาติ
drama gogo wrote:
ใช่ครับ จุกหมายสูงสุดของพุทธศาสนาคือนิพพาน หมายถึงการหมดสิ้นจากกิเลศ
จากสิ่งที่เป็นเชื้อให้มีการเวียนว่ายตายเกิด ที่เป็นเช่นนี้ เพราะทรงเชื่อ(เขียนให้ออกมาทาง
ด้านคุณครับ)ว่าการเวียนว่ายตายเกิดนี่เป็นความทุกข์ เพราะทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอนัตตา
เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง เช่นขณะที่เรากำลังคิดว่านั่งเฉย ๆนี่สุขสบายนั่ง ๆไปก็เมื่อย จะห้ามไม่
ให้เมื่อยก็ไม่ได้ แล้วยังจะหิว จะแก่ จะตาย โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แล้วการเกิด ก็
ไม่สามารถกำหนดได้ว่าเกิดเป็นคนจน คนรวย หรือจะเกิดเป็นคนหรือเปล่า ตัวที่กำหนดว่า
จะเกิดแบบดี แบบไม่ดี แบบหล่อ แบบสวย หรือขี้เหร่ ก็คือกรรม ที่มาจากกิเลศ ที่ผมยกมา
ข้างต้นไงครับ เมื่อหมดกิเลศ ก็ไม่มีการสร้างกรรม ที่ทรงบอกว่าเป็นเชื้อให้มีพืชพันธ์ ก็หมดพืชพันธ์
สำหรับชาวพุทธ ที่นับถือและศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระองค์ สิ่งที่พอจะช่วยให้เลือกเกิด
มาดี ๆได้ คือการสร้างกรรมดี ตลอดไปทุกชาติทุกภพ แต่ที่น่ากลัวก็คือ ถ้าเกิดพลาดไป ทำชั่วหรือ
ทำกรรมไม่ดีเข้า ก็ต้องเกิดมาพบกับสิ่งไม่ดี ชีวิตไม่ดี นี่ไงครับ การเข้าถึงนิพพานได้ จึงเป็นจุดสูงสุดของ
พุทธศาสนา ของพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธา เลื่อมใส ในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
ทีนี้มาเรื่องผีมีผีไม่มี ผมเข้าใจว่าที่คุณเขียน คงหมายถึงว่าถ้าเราตายแล้วไปเป็นผี อยู่นิรันดร์
แต่ถ้าตายแล้วหมด ไม่มีผี ก็เทียบได้กับนิพพาน เพราะไม่มีเกิดเหมือนกัน นี่เพราะคุณไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาในคำสอน
เรื่องกรรม เรื่องการเวียนว่าย ตาย เกิดไงครับ
เราจะปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาใด ๆก็ตาม เราต้องเชื่อ ต้องศรัทธาก่อน ใช่ไหมครับ เพราะ
ไม่เช่นนั้น ก็จะเหมือนกับที่เค้า พูด ๆ กัน ว่า ก้อนหินนั้นมีสมาธิดีกว่าคน เพราะมันนิ่งตลอดไง
ครับ
ต้องขออภัยนะครับ หากคำอธิบาย ไม่ถูกต้อง ตรงใจคุณครับ
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้นับถือพระธรรมเป็นหลักนะครับ ไม่ใช่พระสงฆ์
ตราบใดที่พระธรรมยังไม่ถูกบิดเบือน ศาสนาก็ไม่มีวันเสื่อมลงหรอกครับ มีแต่คนเท่านั้นแหละที่เสื่อม
หลักการของพระพุทธศาสนา ก็คือการมุ่งกำจัดความทุกข์ และสอนคนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส
หลักธรรมบางส่วนก็เน้นให้คนเราคิดอย่างมีเหตุผล อย่างเช่นอริยสัจ4(ทุกข์-รู้ทุกข์-สืบทุกข์-ดับทุกข์) หรือวิธีคิดแบบโยนิโสมนัสสิการ(การคิดวิเคราะห์หาเหตุปัจจัย 12 แบบ)
ใครนับถือพุทธศาสนา หรือจะเอาพุทธศาสนามาอ้าง ช่วยมองให้เห็นถึงจุดนี้ด้วยนะครับ
พึ่งเคยเห็นครับ พระพุทธศาษนามีเป้าหมายคือไปสวรรค์ หรือ ไม่ตกนรกงั้นหรือ
สวรรค์ นรก อาจมีจริงหรือเปล่า ผมไม่รู้ครับ ผมไม่เคยพิสูจน์ด้วยตนเอง
แต่”ถ้า”มันมีจริงแล้ว ถามว่าชาติหน้าสุขสบายบนสวรรค์แล้ว มันเป็นความสุขจริงๆหรือเปล่า แล้วถ้ามันเป็นความสุขจริงๆแล้ว หากวันหนึ่งเราเสียมันไป เราต้องเจอกับทุกข์หรือเปล่า แล้วอย่าลืมครับ ไม่มีอะไรที่แน่นอนและยั่งยืน ความสุข ไม่ว่าจะมากน้อย ซักวันมันต้องหายไป
เพราะงั้นอย่าหลงครับ อย่าหลงกับการทำบุญเพื่อได้บุญแล้วไปสวรรค์ มันก็ไม่ต่างจากที่เราทุ่มเงินซื้อบ้าน สักวันเราก็ต้องจากบ้านนั้นไปไม่ทางไดก็ทางหนึ่ง
(ปล. กูรำคาญพวกใช้คำว่า “หรา” ว่ะ ใช้พิมกวนตีนเป็นบางเวลาพอน่ารัก แต่ใช้ตลอดเวลานี่พาเอาขี้เกียจอ่านมากๆ มันแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกที่ทำอะไรตามใจ ไม่เคยคิดถึงคนอื่นที่จะมาอ่าน)
หมูคุง wrote:
-*- ผมไม่เห็นว่าจะมีใคร ด่ากันเลยนะครับ
เป็นผมเอาเงินใช้เองดีกว่าอ่ะ
ให้วัดหมดตัว มันเหมือนให้คนอื่นมาใช้เงินเรา 
ผมว่า เอาไปให้สถานสงเคราะห์คนชราหรือ สถานรับเลียงเด็กกำพร้าน่าจะไดบุญกว่าน่ะครับ
ถ้ารวยจริงตั้งมูลนิธิเองไปเลย 555
ระบบธุรโกง ภายใต้ผ้าเหลือง
เรื่องปัญญาอ่อนของพวกมึง
หลอกพวกกูไม่ได้หรอก ธรรมเกรียน
ไม่ต้องมาว่าเป็นพุทธแท้พุทธเทียมหรอกครับ พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้เกี่ยวกับพุทธบริศัท 4
คือ 1. มีศรัททาแต่ไม่ประกอบด้วยปัญญา
2. เป็นน้ำล้นแก้ว ที่ไม่สามารถเติมอะไรลงไปได้ ยึดถือ มีความไม่รู้ อนัตตาตัวตน และขันธ์ 5 เป็นตัวตน คือไม่นับถืออะไรเลยนั้นแหละ
3. เป็นเทน้ำผิดแก้ว คือนับถือปฎิบัตผิดทางนั้นเอง เช่นนับถือภูติผี ปีศาจ
4.เป็นพุทธแท้ที่เข้าใจในพระศัทธรรมและนำไปปฎิบัต เข้าใจใน โอวาทปาฏิโมข ขันธ์5 อริยสัจ4 และเจริญ ทาน ศีล ภาวนาให้ถึงพร้อม
ดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนี้จัดอยู่ในประเภทที่ 1 คือ รู้จักแต่ ให้ทาน และรักษาศีล
ไม่รู้จักภาวนาให้เกิดสติและปัญญา ซึ่งไม่สามารถลด อวิชชา ตัณหา อุปปาทาน โลภะ โทสะ โมหะ ได้ ทำให้วนเวียนอยู่ในบ่วงกรรม
แต่อย่างน้อย การให้ทานเป็นนิจ ถ้าก่อนตายจิตไปจับกับความเมตตาตอนที่ให้ทานก็จะเป็นอนิสงทำให้ไปเกิดเป็นเทวดา
ซึ่งการได้เกิดเป็นเทวดานั้นแย่กว่าได้เกิดมาเป็นมนุษย์นะครับเพราะ เทวดาทั้งหลายไม่สามารถที่จะสร้างกุศลได้
เพราะอยู่กับความสุขที่ไร้ขอบเขตทำให้ไม่ตระหนักถึงความทุกข์ก็อยู่เช่นนั้นกันไปจนหมดบุญ พูดง่ายๆคือมีกิเลสสูงกว่า
มีอำนาจเหนือกว่า มีโมหะที่เหนือกว่ามนุษย์แบบสุดขั้ว จะปฏิบัติให้จิตนิ่งจนเกิดสติและนำมาซึ่งปัญญาจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้
ผมเชื่อว่าญาติโยมคงได้ฟังพระวัดธรรมกึ๋ยที่ว่าเกี่ยวกับเรื่องภพภูมิ แต่พระสงฆ์ไม่ได้บอกว่าการเป็นเทวดานั้นทุกข์ทางจิตอย่างสาหัส
เลยกลายเป็นว่าทำทานหมดตัว เพื่อตอนที่ใกล้จะตายจิตจะได้คิดถึงการทำทานหมดตัวนี้ส่งผลทำให้ไปเกิดเป็นเทวดาก็ได้มั้งครับ
การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจ
ผมว่าศาสนาไหนก็โอเคแหละ (ส่วนตัวเป็นพุทธเถรวาท) มันมีข้อดีข้อด้อยต่างกันอยู่ แค่ระลึกไว้ตลอดว่า ไอ้ที่ทำอยู่มันจะไปเดือดร้อนใครหรือเปล่า นับถือได้แต่อย่าถลำลึกเกินไปในบางเรื่องจนขาดสติก็พอ
ชั่วดีมันอยู่ที่ใจทั้งนั้น เนอะ
วัดนี้เขาชอบเลี้ยงควายหนิครับ
คนจนไม่มีปัญญาบริจาคเงินล้านแบบกูคงเข้านิกายจานบินไม่ได้สินะ อืมๆๆ
แต่กูคิดๆ ดูแล้วก็จริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ ว่าทำไมต้องบริจาคจนหมดตัว
เพราะมันเอาเงินไปสร้างจานบิน พอถึงเวลามันก็จะขึ้นจานบินไปกันหมดทั้งวัด
ไปอยู่ที่ดาวอาบูดาบี (เชรี้ยไรไม่รู้กูมั่ว) ไม่ต้องขนอะไรไปเพราะมันหมดตัวไง
อ๋อออ ยังงี้นี่เอง
วัดนี้ไม่น่าบอกว่าตัวเองเป็นพุทธ หรือแม่แต่เป็นสงฆ์ เลยจริงจริ๊งงงง
แต่ก็นะ คนเรา เชื่อกันไปด๊ายยยยยยยย
ความคิดของผมตอนนี้จะทำชีวิตตัวเองให้ดีที่สุด สามารถเลี้ยงดูครอบครัวให้มีความมั่นคงได้แล้ว แล้วจะบวชในบั้นปลายชีวิต แค่นี้ก็พอใจละ ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้จริงๆ
เม้นกันยาวจังเรื่องนี้
ลัทธิจานบินนี่ชื่อเสียมากมายเลยเนอะ
ตรรกะกอบบุญนี่เกนเยียวยาจริงๆ พระพุทธเจ้าสละราชสมบัติเพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งดับทุกข์ที่แท้จริงต่างหาก(มันคือกิเลสดีๆนี่หล่ะ)
แล้วที่มันอ้างว่ายกลูกให้คนอื่นนี่ คงจะหมายถึงพระเวสสันดรซินะ กลับไปอ่านเวสสันดรชาดก ให้แตกฉานก่อนดีกว่าไหมว่าชาดกเรื่องนี้สื่อถึงอะไร
แล้วไม่มีพระที่ไหนบอกว่าบริจาคเยอะๆยิ่งได้บุญเยอะหรอกนะ เห็นมีที่นี่ที่เดียวหล่ะ
แล้วศาสนสถานที่ท่านๆกำลังบอกญาติโยมว่าใช้เงินสร้างหลายล้านนะเห็นแล้วสุดยอดมาก ใช้เงินเยอะจริงๆ แล้วถามนิดว่าท่านสร้างเพื่ออะไร ประกาศความยิ่งใหญ่ของศาสนาพุทธหรอ??? แทนที่จะประกาศความยิ่งใหญ่แบบนี้ สู้เอาเงินที่เค้าบริจาคกันมาใช้ในการเผยแผ่พระธรรมคำสอนที่ถูกต้องดีกว่าไหม??? ปวดตับจิง
ผมยอมเดินเข้าสวนโมก ดีกว่าเดินเข้าจานบินนะ
ถ้าจะเข้าวัดธรรมกึ๋ย ผมไปหาหลวงพ่อที่วัดแถวบ้านดีกว่า ถึงจะเคยเข้าไปเหยียบครั้งนึงก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปข้างในหรอก เพราะตอนนั้นไม่มีเงิน เค้าเลยไม่ให้เข้า เก็บค่าเข้าชมวัดข้างในด้วยหรือวะ?
บริจาค มีแบบผ่อนจ่ายด้วยนะเธอว์ เพราะบอสเก่าก็ไปมันทุกเดือน เสียเงินทุกเดือน แถมเอาลูกน้องปัญญาอ่อนไปอีกคน บอกให้สร้างองค์พระ แถมกลับมายังปั่นหัวคนให้ไปด้วยกันอีก >>>>> ได้ยินมากับหู ดูมากับตา
อีกอย่าง เคยมีคนในซอยแถวๆ ลาซาล ที่เคยเข้าวัดนี้ มีรถตู้ไปรับไปส่งทุกครั้ง แต่พอคนในซอยนี้ตังค์หมด บริจาคจนหมดตัว แล้วก็ …. ไม่มีการรับส่งเกิดขึ้นอีกเลย ดีเนาะ เงินหมด งดรับ
พระที่นี่ ไม่เรียกตัวเองว่า “อาตมา” เพราะอะไร ลองไปดูเอง แล้วอยากจะทุบทีวีทิ้ง
ปล เบื้องหลังวัดนี้ มีอะไรเยอะแยะ ที่เหล่าสาวกไม่รู้ไม่เห็น เพราะโดนบังตาเพราะคำว่า “สะสมบุญ จะได้ไปนิพพาน” อีกเยอะครับ โดยเฉพาะเรื่อง “สี กลางสี่แยก ร.เรือ จนโกลาหล” (คน กทม หวังว่าคงเข้าใจดีนะครับ)
คนแต่ละคนก็ “รวย” กันทั้งนั้น
ถ้าท่านสาวกที่มีข้อสงสัย คุณลองแต่งตัวมอมแมม เดินเข้าไปในวัด เดินให้ทุกซอกทุกมุมเลยนะครับ ลองถามหาเจ้าของวัดดู แล้วถ้าหากโดนจำได้ ให้บอกไปว่า ล้มละลาย แล้วขอบวช หลังจากนั้นลองสืบหาความจริงดูเองนะครับ
ขอให้อาเบะสถิตย์อยู่กับวัดนี้
พอดีย้อนมาอ่าน
เราเคยไปบวชอุบาสิกาแก้วที่วัดในเครือวัดนี้อ่ะ
แม่เจ้าเอ๋ย สรรเสริญแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำอะไรสักอย่างอ่ะ
ที่ไม่ใช่พระพุทธเจ้าอ่ะ
(เราไป3-4วัน ไม่เคยได้สวดบูชาพระรัตนตรัยเลยอ่ะ แต่เราไม่โทษหลวงพ่อนะ เราโทษเจ้าอาวาสเลย)
แล้วแบบให้นั่งสมาธิโดยให้เรานึกถึงดวงแก้วใสๆ เหนือศก.กายอ่ะ ถ้าใครนั่งๆไปแล้วเห็นดวงแก้วอ่ะจะได้ออกทีวีด้วยแบบ
(นั่งสมาธิมันก็ดีแต่แบบเจาะจงกันขนาดนี้เลยหรอ) เราไปนิไม่รู้ได้บุญหรือได้บาปกันแน่
โดยส่วนตัวเรานะ เราว่าพระน่ะดี แต่ผู้นำแย่
มีรูปมาฝากค่ะ
เห็นว่าเป็นหนังสือคู่มือการทำบุญที่จัดพิมพ์จำหน่ายอยู่ในวัด
ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลมาเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ไม่แน่ใจว่ามีใครยังไม่ได้เห็นกันบ้าง
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/1.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/2.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/3.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/4.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/5.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/6.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/7.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/8.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/9.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/10.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/11.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/12.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/13.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/14.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/15.jpg
เพิ่มเติมรูปค่ะ
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/10.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/11.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/12.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/13.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/14.jpg
http://i1100.photobucket.com/albums/g411/ginga_girl/dhammagaya/15.jpg
อ้้าว กรรม ดูเคเบิ้ลทีวี ผิดกฎหมาย โอ้ว ซวยแล้ว -*-
วัดจานบิน
@ drama gogo:
ขอตอบน้องคนนี้หน่อยนะครับ
นิพพานไม่ได้แปลว่าตายแล้วเกิดใหม่ไม่ได้นะครับ
มันเป็นคนละเรื่องกันเลย
ศาสนาพุทธเป็นเรื่องของทางธรรม เป็นเรื่องของการจำกัดกิเลส ความอยากมี อยากได้ ของมนุษย์
คำว่า เวียนว่ายตายเกิด จริงๆ แปลว่า การเกิดและดับไปของทุกข์ (ความอยากมีอยากได้) ไม่ได้แปลว่า นาย ก. เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามปกติที่คนเราเข้าใจกันนะครับ
คำว่านิพพาน คือ การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดของทุกข์ ครับ แปลว่า คนที่เข้าใจในหลักธรรมแล้ว จะไม่มีการเกิดของทุกข์อีก ไม่มีการเกิดขึ้นของทุกข์ ไม่มีการดับไปของทุกข์ แปลว่าคนนั้นเห็นโลกแบบที่พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็น
หลักธรรมที่ใช้ให้เราหลุดพ้นจากทุกข์ คือ การไม่มีตัวตน(ของทุกข์) ลองทำง่ายๆดูนะครับ เวลาโกรธ ให้ลองคิดที่จะเอาสติจับความโกรธดู จะพบว่า จับความโกรธไม่ได้ จับไม่โดน เพราะจริงๆแล้ว มันไม่มีตัวตนตั้งแต่แรก จิตใจเราที่ขาดสติเป็นคนปรุงแต่งมันขึ้นมาเองครับ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในเรื่องนี้ จึงเอามาสอนให้มนุษย์ได้เข้าใจในแนวคิดของพระพุทธเจ้าครับ
โรงเรียนต่างๆสอนพวกเรามาแบบผิดๆ ถ้าจะเรียนอย่างถุกต้องต้องไปบวชเรียนที่ มหาจุฬาลงกรณ์ ครับ ที่นั่นสอนได้อย่างถูกต้อง เข้าใจง่าย และไม่บิดเบือนครับ
ได้ขึ้นสวรรค์ แน่ครับ ผมกล้ายืนยัน
ยิ่งบริจาคทั้งตระกูล รับรองครับ ไปสวรรค์ทั้งตระกูล
ตายห่าไรไม่ไรแดก นอนอดตายอยู่ข้างทางอะ
แต่ไม่รู้นะ สวรรค์ของธรรมกาย กับของผม มันที่เดียวกันไหม
ผมว่า วัดธรรมกาย เคยเห็นภาพนะ ไม่เคยไป ผมบอกตรงๆนะ แค่เห็นวัดผมก็เหนื่อยแล้ว
แทนที่ไปวัดจะสบายใจ สบายกาย กุว่า แค่เดินอย่างเดียว ก็ไม่สบายกายละ
ห่าน
มันเอาหลักศาสนามาตีความให้ตัวเองได้ผลประโยชน์แบบนี้ไง ถึงได้เกิดสงครามไม่มีจบ นี่เรื่องเงิน อีกศาสนาก็เรื่องแบ่งแยก
กุว่าศาสนาพุทธ ที่ให้ทำบุญทำทาน จริงๆแก่นมันคือให้มึงสละ ไม่ยึดติดกับของ ให้รู้จักปล่อยวางเสีย จะได้ไม่ทุกข์เวลาสูญเสียสิ่งต่างๆ สังขาร แต่ไหนๆก็ปล่อยวางแล้ว สละสิ่งของก็ให้ได้ประโยชน์กับผู้อื่น แต่ดันมีพวกเห็นแก่ประโยชน์ตรงนี้ เอามาตีความเข้าข้างตัวเอง กอบโกยผลประโยชน์ไว้ซะเอง
บุญน่ะ จริงๆไม่ใช่ตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์เชี่ยไรหรอก แต่เป็นจิตวิทยาให้ตัวคนที่ปล่อยวางได้ ไม่ต้องทุกข์เวลาสูญเสียสิ่งที่รัก
พ่อตรูเคยขับ Civic ตาโต พาตรูกับแม่ แล้วก็ยาย ไปวนดูบริเวณวัดธรรมกาย ตอนเพิ่งมีข่าวดังใหม่ๆเมื่อช่วงปลายุค 90 ด้วยหว่ะ นึกแล้วยังเสียวอยู่เลยตอนนี้
Golden Niple Temple ใครเชื่อเม่งก็เหมือนเชื่อหมวยสิบโรคว่ะครับ เอาน้ำป้าเฉ็งเคร็งหยอดหูหยอดตา แล้วกินเข้าไปด้วยจะได้ฉลาด
เราก็เคย(โดนลาก)ไปนะวัดนี้
รู้สึกขัดใจอยู่3อย่างคือ “คน” “คำพูด” แล้วก็ “วิธีการ”