ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น

จดหมายเปิดผนึกถึงเว็บพันทิป!!

 photo HON Garena  photo BeeTalk Garena
 photo PB Garena

อันนี้ไม่ใช่ดราม่า แต่มันสืบเนื่องมาจากดราม่าเก่า เรื่อง “ไม่ขอแก้ต่าง”

ที่อมยิ้มป้า “กริชนาคราช” อัปเปหิตัวเองออกจากเว็บพันทิปเนื่องจากมีคนกล่าวหาว่าแกเป็นมาเฟีย

;-) ใครสนใจก็ไปอ่านทวนที่ดราม่านี้ได้เลยนะครับ

http://drama-addict.com/?p=16525

ประเด็นคือวันสองวันมานี้มีคนมาอัพเดทโดยการโพสเนื้อหาในเมล์ฉบับนึง

ซึ่งคนโพสเขาอ้างว่าเป็นเมล์ที่ป้าส่งไปให้คนชื่อ “พจน์” (ชื่อเหมือนเว็บมาสเตอร์พันทิปเลยเนอะ)

:evil: พอแอดมินอ่านจดหมายฉบับนั้นแล้ว แอดมินรู้สึกประทับใจอย่างสุดซึ้ง

ขอท้าวความไปถึงบุคคลในสมัยสามก๊กท่านหนึ่งคือ “ตันหลิม”

ตันหลิมผู้นี้เดิมเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น ทำงานให้กับอ้วนเสี้ยว และระหว่างที่อ้วนเสี้ยวกับโจโฉ

กำลังจะรบกันที่กัวต๋อ ตันหลิมผู้นี้ก็ได้ใช้ทักษะด้านภาษาของตน เขียนแถลงการณ์

:mrgreen: ก่นด่าโจโฉตั้งแต่โคตรเหง้าบรรพบุรุษ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อและบ่อนทำลายโจโฉให้ย่อยยับ

ทว่าโจโฉกลับสามารถใช้ทหารที่น้อยกว่าแบบ 1 ต่อ 10 ตีทัพอ้วนเสี้ยวจนแตกพ่าย

ต่อมาตันหลิมผู้นี้จึงได้มาทำงานอยู่กับฝ่ายโจโฉ ถึงแม้แถลงการณ์สาปแช่งโจโฉฉบับนั้นจะมีเนื้อหาที่แสนรุนแรง

แต่ทว่าความงดงามทางภาษาที่แฝงอยู่เป็นของจริง ภายหลังตันหลิมจึงได้เป็นหนึ่งในเจ็ดปราชญ์แห่งยุคนั้น

ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อวรรณกรรมจีนในยุคถัดมา ที่แอดมินเอาประวัติของตันหลิมมาเล่าให้ฟังคร่าวๆนี้

:| เพราะแอดมินคิดว่าจดหมายฉบับที่กำลังจะเอามาแปะให้ทุกท่านดู มันช่างเหมือนกับแถลงการณ์สาปแช่งของตันหลิมเสียนี่กะไร

และนี่คือเนื้อหาของเมล์ฉบับที่ว่า อ้างอิงจาก http://drama-addict.com/?p=16525&cpage=2#comment-123439

ถึง คนที่รักกัน คนที่เข้าใจและห่วงใย…

(ยาวนะคะ ทานข้าว อาบน้ำอาบท่า แล้วค่อยมาอ่านค่ะ)

ขอขอบคุณที่ทุกคนห่วงใย ในความรู้สึก และให้กำลังใจพร้อมกับความเห็นในเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้

ดูผิวเผิน คล้ายว่า การลาออกเป็นมาตรการแสนงอน น้อยใจ จิตตก หมดความเข้มแข็ง และท้อแท้

แต่ ในกรณีที่เกิดกับดิฉัน มันไม่ใช่ ต่อไปนี้จะเป็นเบื้องลึก อยากให้รับทราบจะได้เข้าใจกันไปเสียทีค่ะ

ตามที่ทราบกัน ว่าคุณวรพจน์เป็นเว็บมาสเตอร์ ดูแลบริหารระบบพันทิป โดยมีคุณวันฉัตรเป็นเจ้าของ

เวลาคนมีปัญหากัน กลุ่มที่ยึดอมยิ้ม ลบกระทู้ต่างๆ คือคุณวรพจน์และทีมงานของเขา

ปัญหาของคนอื่นๆ หากมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกระทำการฟาดปากชาวบ้านไปทั่ว คนนั้นจะโดนสอยแน่ๆ
นั่นคือเมื่อก่อนนี้ ก่อนวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๒ ในคืนนั้น ดิฉันกำลังแชทอยู่กับคุณวรพจน์เรื่องงาน
พอดี มีใครก็ไม่ทราบใช้บัตรผ่านมาตั้งกระทู้ ถามหาคนเก่าแก่ ก็เลยมีการคุยเรื่องชื่อล้อกอินในนั้น

แต่มีคนพาดพิงก้าวก่ายกริชนาคราช โดยที่ดิฉันไม่เกี่ยว ไม่ได้โพสต์ อยู่ดีๆก็มีคนเอาชื่อไปละเลง
คนกลุ่มนั้น ได้โดนแบนอมยิ้ม และสองคนในจำนวนนั้น ได้ติดต่อไปที่คุณวันฉัตร เพื่อขออมยิ้มคืน

คุณวันฉัตรรับเรื่องไว้ และคืนอมยิ้มให้คนกลุ่มนั้น โดยกำกับไว้ว่าอย่ามาหาเรื่องอหรือก่อวิวาทอีก
อย่างไรก็ตาม มีปัญหาเนืองๆ เราจึงได้แก้ไขด้วยการทำงานร่วมกัน อภัยกัน และเป็นมิตรต่อกัน
ดิฉันและคู่กรณี ไม่มีอะไรติดค้าง ต่างคนต่างเข้าใจว่า ส่วนไหนเราควรอยู่ ควรเล่น ไม่ละเมิดกัน

แต่ปัญหาที่เกิดกับทางพจน์ คือพันทิปมีการเปลี่ยนแนวคิด ในการลบและแบน ซึ่งมีผลต่อการ
ทำงานของเขา ในเรื่องนี้ ทำให้พจน์เคยเครียดจัด ถึงกับระบายมาในฐานะเพื่อน ว่าเขาเป็นคนที่
ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เขาไม่ชอบความไม่ยุติธรรม เขารู้ว่าอะไรคืออะไร แต่เขาต้องสุขุม นิ่ง
ทำงานอย่างมีหลักฐาน เก็บประวัติให้ชัดเจนว่าใครผิดหรือถูก ก่อนที่เขาจะยึดอมยิ้มหรือแบนได้

พจน์บอกว่า ถ้าเขาทำงาน เขาต้องมีอำนาจเต็ม เขาไม่ชอบการที่ต้องรายงานหรือมีคนควบคุมเขา
ต่อจากนั้น จะเห็นได้ว่า การยึดและแบนมีความเชื่องช้า ไม่ทันใจฝ่ายที่ได้รับความไม่เป็นธรรม
คนอ่านจะเห็นว่า มีการทะเลาะบ้าบอคอแตก ถ้าสู้ทั้งสองฝ่าย ใครตายคาจอ เขาก็มาเก็บศพทีหลัง

หลายคน กลายเป็นคนผิดไป ทั้งที่อีกข้างเป็นตัวก่อเหตุ ทำให้มีคนไม่พอใจพจน์มากขึ้นทุกทีๆ
จนในที่สุด ก็มีพวกแม่บ้านในพันทิปนี้ เอารูปครอบครัวของพจน์ไปด่าด้วยคำหยาบในเว็บส้ม ฟอรั่ม
เพราะกรณีที่เกิดการปะทะระหว่างสมาชิกสองคน ที่ออกมาห้ำหั่นกันจนกระเด้งไปข้างหนึ่งที่ผิดกฎ

กรณีที่กำลังเกิดกับดิฉัน จะว่าไปแล้ว เพื่อนๆคงเห็นว่า ดิฉันไม่ได้เข้าไปโต้ตอบพวกที่มารุมยำเล่น
อันนี้ขอพูดตรงๆว่าดิฉันเข้าใจพื้นเพของคนที่ออกมาแสดงความเห็น ด่าทอในลักษณะสาดเสียเทเสีย
ดิฉันรู้ตัว ว่าเรามีอะไรหลายอย่างมากเกินกว่าที่คนบางพวกจะยอมรับ มันเกี่ยวกับกำเนิด ชาติตระกูล
เกี่ยวกับการศึกษา ฐานะ วิทยะฐานะ และสถานภาพต่างๆ ขออนุญาตนะคะ เพื่อนๆที่มีน้ำใจดีต่อกัน
คงไม่ว่า หากดิฉันจะขอพูดแบบคนกันเอง คือดิฉันมาจากกลุ่มที่โดนอีกข้างเกลียดชังต้องการโค่นล้ม
เข้าใจใช่มั้ยคะ (เหมือนรัฐบาล โดนเลื่อยขาเก้าอี้) ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นที่เพ่งเล็ง มองดูด้วยความแค้น

การที่ดิฉันตอบความรู้ของอเมริกันซิติเซ่น ยูท็อปเท็น ในสหรัฐฯ และข้อมูลต่างๆที่ทำให้ได้กีฟมาก
มันทำให้เกิดความเกลียดขึ้นอัตโนมัติ ในใจของคนอ่านกลุ่มที่ทำไม่ได้ พูดอย่างนี้ก็น่าจะพอเข้าใจ
อันที่จริง จะใช้คำสั้นๆก็คือ ดิฉันตกเป็นเป้าสายตา ยิ่งมีการทำโครงการพัฒนาไกลบ้านเมื่อปีก่อน๕๒
ยิ่งทำให้กลายเป็นเหมือนศูนย์รวมความพยาบาท จากคนที่ไม่สามารถทนเห็นความชื่นชมได้อีกต่อไป

สมาชิกที่เข้าไปรุม ในกระทู้เครื่องบินร่อนลงฉุกเฉิน ล้วนมีความฝังใจมาจากกระทู้อื่นๆในอดีตของเขา
ไม่ใช่ปัญหาที่ดิฉันไปก่อ แต่เป็นความอาฆาตของพวกเขาเอง จึงนำมาละเลงเพื่อให้ดิฉันรู้ว่าเขาชิงชัง

เพราะอะไรดิฉันจึงไม่ตอบ เพราะว่า ดิฉันส่งหลังไมค์ไปชี้แจงด้วยเหตุผลอย่างสุภาพแล้วจริงๆ
ครั้งเดียว บอกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดิฉันจะไม่ตอบ ขออย่ามารบกวนโดนเด็ดขาด ขอให้จบลงไป
และขอให้เข้าใจตรงกัน ไม่มีคำด่าแช่งใด ๆ ตามที่มีคนนำมาเขียนยั่วประสาทอยู่ตลอดเวลา
นอกจากมีประโยคที่คุณวรพจน์บอกมาเอง ว่า เอาไม้สั้นไปรันขี้ (ขออภัย) ก็ต้องเลอะมือเป็นธรรมดา
เขาพูดมาเป็นสำนวน ไม่ใช่หยาบคาย เป็นการบอกว่า เข้าไปเจอป่วนก็ต้องทน อยากตอบก็เจอแบบนี้

เกมค่ะ มันเป็นเกมของพวกเขา ที่ต้องการให้ออกไปเล่นละคร ซึ่งดิฉันขอปฏิเสธที่จะโต้ตอบใดๆ

ดิฉันเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง ทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่คนพวกนั้นจะมา
ทำให้ดิฉันรู้สึกหมดคุณค่า หรือเสียใจจากคำด่าทอ ดิฉันไม่ได้รับมาเลย กลับมองดูอย่างสมเพชเวทนา
เห็นจริตของคนเขลา ที่คิดว่าการด่าทำให้คนอื่นเสียใจหรือเสียหาย หรือมีคนเกลียด หมดรักศรัทธา
ดิฉันแน่ใจว่า ประวัติของตนเองไม่ได้ระรานใคร ไม่ใช่คนที่เป็นพิษภัยต่อโลกมนุษย์ทั้งนอกหรือในเว็บ

และเพราะการที่ดิฉันนิ่ง ไม่โต้ตอบ ยิ่งทำให้คนที่อยากจะเอาลงไปตบตี พยายามเขียนบิดเบือนให้ผิด
ทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่ความจริง มันเป็นสิ่งที่เขาใช้เป็นกลยุทธ์ เพราะปกติ คนเราต้องลงไปแก้ต่างให้ถูก
แต่นี่คือกริชนาคราชไง ไม่ต้องแก้ตัว ดิฉันไม่มีอะไรต้องไปเกี่ยวข้องกับข้อความด่าทอใส่ร้ายเหล่านั้น
ใครเชื่อหรือไม่ ใครรัก ชังไปตามนั้น ก็เป็นวิจารณญาณของผู้นั้น ใครอยากร่วมด่าให้สะใจคนอ่านก็ทำ
กรรมอยู่ที่พวกเขา ไม่ใช่เรื่องต้องเก็บมาคิด และไม่มีอะไรที่ต้องให้กังวลจนต้องเลิกเล่นพันทิปค่ะ

อ้าว..แล้วลาออกทำไม

มาดูกันค่ะ ว่าพจน์เขาเคยคุยมาอย่างไร ดิฉันขอยกคำสนทนาบางส่วน เพื่อการอธิบายที่แจ่มชัด
เพื่อให้ทราบว่า การลาออกครั้งนี้ ทำเพื่อเขา ซึ่งมีครอบครัว ลูกเล็กๆสองคนที่น่ารักมากๆค่ะ

นี่คือความต่าง จากกรณีของคนอื่นๆ ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า

คุณวันฉัตร ดำเนินการให้เว็บนี้เป็นธุรกิจ และเขาไม่แคร์ว่าใครจะเสียหายเป็นตายร้ายดีในกระทู้ต่างๆ
เขาเคยออกสื่อหลายแห่ง ว่างานของเขาเพื่อนโยบายให้รวมความคิดเห็นของผู้คนที่ต่างขั้วต่างชั้นกัน
ยิ่งมีกรณีขัดแย้งความคิด ยิ่งเป็นโลกอักษรสนทนาที่มีความน่าสนใจ ใครๆก็อยากมาดู ว่าใครสู้กัน
บางคนก็ออกความเห็นดิบ หยาบ บางคนก็มีวิธีแก้ไขอย่างผู้ดี หลายคนก็สติแตก เป็นม้า เป็นตัวต่างๆ
คนสนุกที่มาอ่าน การมีคนมาเพิ่มเป็นลูกค้า และทำเงินให้กับบริการแห่งนี้ เงินนั้นเป็นค่าข้าวน้ำของ
บรรดาพนักงาน ลูกจ้าง รวมทั้งพจน์ พจน์ต้องออกรับหน้า เวลามีคดีขึ้นศาล ทำงานอย่างไม่มีวันพัก
พจน์คือคนที่โดนด่าแทนคุณวันฉัตร ทั้งที่การตัดสินหรือหลายๆเรื่อง พจน์ไม่เคยเห็นด้วยเลยกับเขา
อย่างกรณีโฉมใหม่ของราชดำเนิน ก็เป็นไอเดียของวันฉัตรเอง แต่เว็บมาสเตอร์รับเละ ใครๆก็ด่าพจน์
ทั้งที่เขาบอกว่าการเปิดจอมาไม่ให้ออกความเห็นในกระทู้นั้น มันไม่เหมาะกับลักษณะของคนไทย

พจน์เป็นคนดี จิตใจอ่อนโยน แต่ในภาคที่ทำงานเก็บป่วน เขาต้องเหี้ยม ใจแข็งมากและหนักแน่น
เขาต้องการเวลาในการทำงาน ซึ่งละเอียดถี่ถ้วนมีการทำตารางตัวป่วน บันทึกหลักฐานประวัติทุกคน

สำหรับกรณีที่เคยมีปัญหาในไกลบ้านมาหลายๆรุ่น เขารู้ดีว่าอะไรเป็นสาเหตุ ความเหงา ความริษยา
และความอยากเด่นดัง การแข่งขัน ท้าทายความสามารถ และความทะนงในตนเองของสมาชิกที่นี่
เขาจึงปล่อยให้ธรรมชาติของบอร์ดจัดการทุกอย่าง และในที่สุดเขาก็โดนต่อว่าเอาไปด่าในเว็บส้ม
ทำให้เกิดความรู้สึกว่า เขาเปลืองตัวมามาก รูปลูกเล็ก ภรรยาเขา ตัวเขา โดนเอาไปเขียนในทางลบ
แต่เขาไม่แคร์ และมีความคิดเหมือนดิฉัน ว่าคนพวกนั้น น่าสงสาร คือไม่มีปัญญาจะออกมาทำอะไรดี
ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ ก็ทำลายคนที่ตัวเองอิจฉานั่นก็คือเว็บบอร์ดที่พยายามทำลายพจน์อยู่

บางส่วนก็หลุดเข้ามาแปะอะไรเน่าๆอยู่ในเว็บพันทิป ยิ่งมีคนพวกนี้มากขึ้น ยิ่งทำให้มีคนดีต้องต่อสู้
คุณวันฉัตรเขาคงอยากจะเห็นฝ่ายธรรมะ ออกมาแสดงอภินิหาร และรอดูว่าใครจะเขียนอะไรด่ากัน
เขาไม่แก้ไข ไม่ลบ เพราะว่าตรงนี้คือจุดขายของพันทิป ซึ่งพจน์เองไม่มีอำนาจขาดที่จะลบทั้งหมด

ถึงเขาจะรู้ ว่าใครผิด แต่เขาไม่อยากออกมา ถ้าเขาออกมาบอกว่าไม่มีมาเฟีย เขาก็จะโดนด่าอีก
เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เขาช่วยให้ดิฉันเป็นฝ่ายที่ชนะ ถูกต้องแต่ยิ่งทำให้ชนะ อีกข้างก็ฝังใจพยาบาท
ความริษยามันยิ่งรุมสุม เป็นเพลิงของคนพวกนั้น ดิฉันไม่สะทกสะท้านอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ชอบโต้ไร้สาระ

ถ้าจะมาหาความว่าดิฉันผิด หรือก่อการ อันนี้ไม่ได้ เพราะดิฉันมีหลักการ ทำสิ่งต่างๆเพื่อความถูกต้อง
และดิฉันไม่กลัวการรุมประทุษร้ายจากวาจาต่ำทรามเหล่านั้น การชำระความโดยศาลเตี้ย มติมหาชน
มักจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีหลักฐาน ไม่มีการพิสูจน์ ไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีผลดีกับใครในเกมนั้นๆ
เราอยู่ในประเทศที่เจริญแล้ว ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการที่เสมอภาค แต่กระทู้พวกนี้มันเป็นแค่เกม

ในเมื่อมันเป็นนโยบายเรียกเงินเข้าของเว็บ ใครจะไปขัดเจ้านายได้ เขาอวยให้กระทู้ด่าเป็นเกมหลัก
พจน์ต้องยอม แม้ว่าจะอึดอัดมานาน กับสิ่งที่เขาเห็นว่าไม่ยุติธรรม เขาเป็นคนที่มีความจริงจังในข้อนี้
แต่เขาช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่อยู่ในสถานะที่จะออกมาแก้ไข เขาเองต้องรับเงินเดือนและมีภาระลูกๆ
แม่เขาก็ป่วยเป็นมะเร็ง และงานรับผิดชอบอื่นๆ มีครอบครัวต้องดูแล ต้องพาลูกไปหาหมอ ฉีดวัคซีน
มีอะไรมากมายที่เขาแบ่งเวลามารับงานในไกลบ้านไม่ไหว มาทีไรก็เจอแต่เมียฝรั่งตบกัน ตลอดปี

เขาจึงขอร้องไว้ ให้อยู่นิ่ง เพราะถ้าวันใดมีปัญหา เขาจะอึดอัดมาก จนไม่อยากจะพูดอีกถึงเหตุผล
ดิฉันไม่เชื่อเขาหลายครั้ง เพราะทนเห็นความไม่ถูกต้องไม่ได้ ออกไปเขียนความเห็นอันเป็นประโยชน์
ยิ่งเขียนแล้วได้กีฟมากมาย ก็ยิ่งมีคนเขม่นมากขึ้น คนดีๆที่เข้าใจก็มักจะเป็นพวกรักสงบ ไม่พูดมาก
ทุกคนรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แต่มองดูอย่างไม่เกี่ยวกับปัญหา นั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้วล่ะค่ะ

ดิฉันเอง ตอนนี้ก็ได้แจ้งขอยกเลิกสถานภาพอมยิ้มไปแล้ว แบบไม่ต้องเข้าไปล้อกอินอีกต่อไป
อมยิ้มไม่ใช่ชีวิตของกริชนาคราช นี่คือความหมายที่ดิฉันต้องการจะบอกแก่คนที่ทำร้ายเราอยู่
เขาทำอะไรดิฉันในชีวิตจริงไม่ได้ เอาอะไรไปไม่ได้ ไม่ว่าจะรูปธรรม นามธรรม อุดมการณ์
ปัญญาความสามารถของดิฉันยังอยู่ ผลงานยังมีแพร่อีกมาก ในฐานะนักเขียนอิสระในสหรัฐฯ
มีงานแปล และมีครอบครัวที่มั่นคง มีสามีเป็นคนดีแบบที่ไม่ง่ายเลยที่ใครจะมีได้ในโลกยุคนี้
เพราะว่าดิฉันได้รับทั้งความรัก ความซื่อตรง ความห่วงใยและความปกป้องดูแลในทุกสถาน
เรื่องในเว็บ ดิฉันแยกแยะได้อยู่แล้ว แต่ดิฉันเพียงเห็นว่าคุณวรพจน์เป็นเพื่อน เป็นคนดีมากคนหนึ่ง
ซึ่งตลอดหลายปีนี้ ดิฉันได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องของพันทิป ทั้งที่เปิดเผยได้และไม่ได้

การลาออกของดิฉัน เพื่อให้พจน์ทำงานได้สะดวกขึ้นค่ะ เพราะว่า คำครหา ว่ามีมาเฟียจะลดลง ๑
ดิฉันพลาดเอง ที่ทำโครงการสมานฉันท์ โดยไว้ใจคนทุกคนนึกว่าจะมีอุดมการณ์ที่แท้จริงมาช่วยกัน
กลับเป็นว่าหลายคน เข้ามาเพราะต้องการกำจัดคนๆเดียว พอทำได้ เขาก็หันมากัดดิฉันแทนซะนี่
พวกเพื่อนๆก็เห็นคาจออยู่นั่นแล้ว ว่ามีการออกมาไล่ดิฉันไม่ต่างจากที่เขาเคยทำกับน้องคนหนึ่ง

แต่มันยากตรงที่ว่า พวกเขาลากเอาดิฉันไปตบไม่ได้นี่สิ พวกเขาต้องกลับออกมาเขียนชื่นชมแทน
ในการแก้ปัญหาด้วยความไม่เป็นศัตรู เพราะนี่คืออุดมการณ์ คือหน้าที่ของคนดีต้องทำได้อยู่เสมอ

ในกระทู้ของมาดามฯ คุณคิดว่าใครแพ้ มาดามฯหลบหาย ลบข้อมูล ไม่กล้าออกมาสู้ด้วยตนเอง
ยอมให้บรรดาศัตรูเก่าของดิฉัน ออกมาเปลี่ยนประเด็นด่าทอ ใส่ร้าย ยั่วยุ และเหมือนจะมีความสุขกัน
ดิฉันอยากให้พวกเขาคิดว่าเขาชนะ จะได้มีความสุข มีความพอใจว่าเขาได้ทำลายคนที่เขาชิงชังลงได้
ในขณะเดียวกัน ดิฉันไม่มีอะไรต้องเจ็บแค้นเลย ตรงข้ามเป็นการปลดปล่อย ช่วยให้พวกเขาสมใจ

แต่มองดูให้ดี พวกเขาไม่มีทางเข้ามาในโลกของดิฉันได้เลย สัมผัสอารมณ์จิตใจไม่ได้ทั้งสิ้น
เพราะเราอยู่ในขอบเขตของธรรมที่กั้นให้พ้นจากความมัวหมองเหล่านั้น ดิฉันไม่ได้ด่ากลับหรือชี้แจง
เพื่อให้มาดามฯเห็นเอง ว่าวิธีการรุมไม่เป็นผล ดิฉันไม่ตาย ไม่ดิ้น ไม่มีการฟาดฟันด้วยวาจาไร้สติ
ดิฉันกลับเป็นผู้ที่ลงไปนำข้อมูลตามเจตนาสร้างประโยชน์ลงไปรีโพสต์ให้ คิดดูค่ะ ถ้ามาดามฯ
มีความรับผิดชอบต่อสังคม เขาควรออกมาดูแลกระทู้แต่แรก ออกมาเขียนตรึงประเด็นให้ตามหัวข้อ
แต่เขาไม่ได้ทำ หรือทำไม่ได้ เพราะอะไรคะ ก็เพราะเจตนาอยากมีกระทู้แนะนำให้คนเห็นชื่อเท่านั้น
นี่พิสูจน์ได้ทันที ว่าเจตนาในการตั้งกระทู้คืออะไร ความรู้เรื่องที่เขียนอยู่นั้น ถ้าคนรู้จริงออกมาเขียน
จะมีอีกยาวที่จะทำให้ไม่มีปัญหา แต่ทำไมมาดามฯลบข้อมูล ปล่อยให้คนด่าดิฉันยาวเป็นดราม่าได้

นั่นคือเหตุผลที่พจน์ไม่ลบ กระทู้นั้นต้องอยู่คู่กับกระทู้ของคุณกมลและของดิฉันค่ะ
จะได้เห็นว่า คนที่ตั้งใจทำประโยชน์ เราตั้งกระทู้เราต้องออกมาดูมาแก้ไขปัญหา ต้องมีความสามารถ
ถ้าเป็นดิฉันตั้ง แล้วมีคนมาบอกว่านี่ไม่มีหลักแหล่งอ้างอิง ดิฉันก็จะออกมาขอบคุณ และต่อกระทู้
เพื่อให้ประเด็นมีค่ามีสาระ การติดสีนใจลบข้อมูลแล้วหนีไปของมาดามฯ ยิ่งมีคนด่าดิฉันมากเท่าไร
ก็ยิ่งเป็นผลดีกับดิฉันมากเท่านั้น สำหรับคนที่มองได้ทะลุแนวทางและเห็นมาก่อนหน้านี้ อย่างพิเคราะห์
การปล่อยให้มีการด่าคนอื่นในกระทู้ของตน เป็นข้อพิสูจน์ว่าคนตั้งกระทู้อยากให้เกิดดราม่าแบบนั้น

ไม่ต้องมีการตัดสินในเนื้อหาที่บรรดามือด่าเข้ามาโพสต์ มันไม่ใช่ข้อใหญ่ใจความ
อีกทั้งมาดามเอง ตั้งกระทู้หัวข้อนี้ ๔ ห้องค่ะ ชานเรือน ไกลบ้าน ห้องบลูและห้องแป้ง
เขาลบออกหมด รูปและใจความ ทำไมจึงไม่เข้าไปต่อกระทู้ให้มีประโยชน์ตามเจตนา
ก็เพราะจุดประสงค์ไม่ใช่จะให้ความรู้ไงคะ กระทู้ของเธอจึงมีอันเป็นไปเช่นนั้น ตามยถากรรมที่สร้าง

การตั้งกระทู้แล้วกลายเป็นแบบนี้ มันเสียประวัติคนตั้งกระทู้ ไม่ใช่คนที่มีใครมาด่าทอเลยนะคะ
ในความเห็นดิฉัน คำบริภาษพวกนั้นคือสิ่งที่ช่วยสะท้อนว่า คนมีความรู้กับไม่มีความรู้ ต่างกันอย่างไร
คนดีๆที่ไหนจะมานั่งด่าคนอื่นออกหน้าจอโดยอ้างว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อหวังให้คนมารู้ความจริงหรือ
แล้วมันต่างจากที่ดิฉันทำงานมาให้ไกลบ้านแบบชัดเจนขนาดนั้น ใครจะมีเวลาไปเขียนด่าตอบพวกเขา
หากคนเราตั้งหน้าทำความดี ไม่มีเวลาเหลือพอสำหรับการเขียนลักษณะทำลายคนอื่นอยู่แล้วค่ะ

ดิฉันไม่ได้เศร้ากับการโดนรุม เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ปัญหาก็ไม่ได้มาจากเรื่องวิชาการอะไรเลย
เป็นกลุ่มปมด้อยออกมาตีแผ่จิตใจตัวเองซะมากกว่า ประกอบการอำนวยการเบื้องหลังของมาดามฯ
เขาคิดว่าชัยชนะคือการด่าคู่ต่อสู้ แต่ดิฉันคิดว่าคนอ่านมีวิจารณญาณดีพอ ที่จะไม่เชื่อการประทุษร้าย
โดยวาจาที่ไร้หลักฐานเหล่านั้น เป็นการทำลายกันของคนที่อยู่ในโลกมืดมานาน ไม่มีแสงสว่างส่อง
การปรากฎในกระทู้แนะนำมันทำให้เด่น ด่าคนแล้วเด่น กับให้สาระดีๆแล้วเด่น ต่างกันขนาดไหนก็ดูเอา

ดิฉันลาออก เพราะว่าไม่เห็นด้วยกับการที่พันทิปใช้นโยบายหากิน จากการต่อสู้ของสมาชิกแบบนี้
เรื่องนี้ ถ้าเกิดกับคนอื่น ใครจะทนได้คะ จะมีสักกี่คนที่เข้าใจและไม่ลงไปตอบโต้ สมมุติง่ายๆว่า
ถ้าเกิดเรื่องนี้กับพี่ขาใหญ่ฝั่งนิวยอร์คละก็นะ ฮึ อย่าให้บอกเลยว่ากระทู้จะยาวกี่ร้อยไมล์ ไม่จบแน่ๆ

ดิฉันอยากจะให้การลาออกของดิฉัน เป็นการประกาศอิสรภาพจากนโยบายหากินของเจ้าของเว็บ
เขาควรจะให้พจน์ได้กลับมามีอำนาจเต็มในการตัดสินให้ยุติธรรม และไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของธุรกิจ

หมายความว่า ดิฉันไม่ได้ไม่รักเพื่อนๆและพันทิป แต่มั่นใจว่า คุณค่าของกระทู้ที่มีสาระที่ได้เขียนมา
เป็นกระทู้แนะนำอยู่ในคลัง ตลอด ๕ ปีมานี้ ๒๕ ถึง ๓๐ หัวข้อ ล้วนแล้วแต่เขียนด้วยความตั้งใจจริง
ไม่ได้หวังถ้วยรางวัลอะไรอย่างที่ได้รับคำสบประมาทอย่างแรง อันเป็นจุดเริ่มของกระทู้ที่เขาตามด่า

คนๆนั้น เป็นคนไร้มารยาทอย่างแรง ดิฉันบอกไปด้วยหลังไมค์ครั้งเดียวให้จบ ก็ไม่ยอมทำ
ยังเข้ามาเขียนพาดพิง ให้คนอ่านคิดว่ามีการด่าอยู่เรื่อยๆมันไม่จริง ดิฉันรังเกียจที่จะติดต่อด้วย
และไม่เคยตอบ ยิ่งทำให้เขาอยากจะเอาชนะ อยากจะเขียนทุกรูปแบบให้ลงไปในเกม แต่ไม่สำเร็จค่ะ

อีกหลายคน เป็นพวกแดง การเมืองมีส่วนทำให้เกิดความชิงชัง กลุ่มนั้นก็อาศัยสถานการณ์นี้มารุม
การสู้กับคนฉวยโอกาสไม่เป็นวิธีที่ดิฉันนิยม พวกเขาไม่ใช่นักสู้ที่คู่ควรกับดิฉันเลยสักคน ดูเอาเถิด
การที่มีคนออกมาเขียนวีรกรรมมาดามฯ ก็น่าจะเป็นข้อชี้ชัดว่า เหตุที่เกิดเรื่องแบบนี้มันมีผลจากการ
พยายามที่จะแบ่งแยก งัดข้อ เมื่อสบโอกาสก็หักล้างกันอย่างไม่คิดว่าไร้ประโยชน์ไม่ประเทืองปัญญา

มาดามฯไม่ออกมา เพราะว่าเธอกลัวอะไรบางอย่าง กลัวศัตรูเก่าอย่างคุณกมล และคุณอโลนฯ
เธอต่างหากที่กำลังหมดกำลังใจ เพราะว่าการประกาศลาออกของดิฉันนั้น มีความหมายว่าไม่ขอลดลง
เป็นอริกับคนที่หลบอยู่ในมุมมืด ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย นักสู้แบบนั้น ไม่มีทางจะขึ้นสู่ที่สูงได้สำเร็จ

พูดกันแบบกันเองแบบนี้แล้ว ดิฉันอยากให้เพื่อนๆเข้าใจว่า ถ้าดิฉันไม่ลาออก พจน์จะไม่มีความสุข
ในการทำงาน เพราะปัญหามาจากประวัติการทำงานที่ดีของดิฉัน มันมีข้อต่างจากอีกฝ่ายมากเกินไป
และความขัดแย้งของผู้คนสองกลุ่ม จะไม่มีวันหมดไปอยู่ดี เพราะยุคนี้คนลุกมาเผาบ้านเมืองกันแล้ว
ถึงอย่างไรไกลบ้านก็ไม่ได้ขาดคนดีมีคุณธรรม ทุกคนที่รักและห่วงใยดิฉัน ล้วนแต่มีวิชาความรู้สูงๆ
ทั้งยังมีน้ำใจงดงาม เป็นคนที่ไม่อยากดัง ไม่อวดเด่น ไม่ใช้อารมณ์ออกมาระบายให้คนอื่นเป็นคนเลว

หลักการคิดของดิฉันและพจน์ตรงกันข้อหนึ่ง คือระยะเวลาจะพิสูจน์ความดี หากเราทำหน้าที่ดีที่สุด
ไมว่าเราจะอยู่ที่ไหน หรือเป็นใคร เรายังมีโอกาสทำประโยชน์ได้ตลอดเวลา และจะยิ่งพบคนดีมากขึ้น
อย่างเช่นที่เราได้พบกัน เพราะว่าเข้ามาหาความรู้และแบ่งปันสิ่งดีๆให้กัน ด้วยไมตรีจิตอย่างนี้แหละค่ะ

ถ้าหากว่าดิฉันเคยล่วงเกินก็ขอให้คิดซะว่า ไม่ได้เจตนา เราเพียงแลกเปลี่ยนทัศนคติในประเด็นต่างๆ
วันนี้ ดิฉันได้เห็นอย่างชัดเจน ว่าเพราะเหตุใดพันทิปจึงอยู่ต่อได้เป็นสิบปี ไม่ใช่เฉพาะพจน์ที่เป็นคนดี
แต่เพราะแรงสนับสนุนของพวกคุณ รู้จักให้ และแสดงความเห็นตามกาลเทศะ ไม่มีจิตริษยาพยาบาท

อย่าให้การลาออกครั้งนี้ ทำให้เพื่อนๆต้องรู้สึกว่าคนดีท้อถอยเลยนะคะ ดิฉันเขียนไปหน้าจออย่างนั้น
เพื่อจะให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีความสมอุรา เขาอยากจะเห็นเช่นนั้น ถือว่าช่วยให้คนเหล่านั้นรักษาจิตใจ
พวกเขาไม่เคยได้รับกีฟและความชื่นชมอย่างที่ดิฉันได้จากการเขียนเพื่อสร้างสรรค์เลย ก็เห็นอยู่
ฉะนั้น หากสิ่งนี้จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่าเขาได้มีความสำเร็จอะไรบ้าง จะได้ไม่เครียดไปกว่าที่เป็น

ถึงอย่างไร การต่อสู้ในเวทีของพันทิปก็จะมีมาอีก ในวันข้างหน้า พจน์ต้องเหนื่อยมากแล้วพอแล้ว
กับปัญหาของดิฉัน หมดมาเฟียคนนี้ไปคนหนึ่ง เขาก็ไม่ต้องอึดอัดอีก ไม่ต้องพูดว่า สักวันจะลาออก

พจน์เคยบอกว่า ถ้าดิฉันออกไปสู้ เขาก็ต้องให้ความยุติธรรม และถ้าการให้ความยุติธรรมแก่ดิฉัน
ไปขัดกับนโยบายของคุณวันฉัตร เขาก็ต้องตกงาน แล้วลูกๆเล็กๆนั้นจะทำอย่างไร เขาเป็นห่วงลูกๆ
ลูกสาวน่ารักมากสองคน ยังอยู่ในวัยอนุบาลกัน กว่าจะโตอีกสิบปี วันข้างหน้าและอนาคตของเด็กๆ
ควรมีพ่อที่ทำงานอย่างสบายใจ มีปัญหาแต่ละวันให้น้อยที่สุด ไม่มีเรื่องไร้สาระที่แก้ไขไม่ได้แบบนี้

ถ้าหากว่าดิฉันอยู่เพื่อชนกับมาดามอียิปต์ ยังไงดิฉันก็ไม่แพ้แน่ เพราะที่ดูมา เขายังขาดความรอบคอบ
เขาจะดังกว่านี้มาก หากว่าเวลาก้าวันที่ผ่านมา เขานำความรู้จากเอกสารส่วนอื่นๆมาเขียนต่อให้เต็มที่
แต่เขากลับพลาดไปถนัด ปล่อยให้คนพาลออกมาใช้กระทู้ทำลายสมาชิกด้วยกัน นั่นแปลว่าอะไรคะ
มาดามฯยังไม่ฉลาดอยู่อีกจนวันนี้ ที่ไม่แจ้งลบกระทู้ของตัวเอง เพราะว่าเธออยากเห็นคนด่ากันเล่น
ถ้ามีสำนึกในการสร้างสรรค์ ใครจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ ผู้สร้างย่อมไม่หลีกหนีจากปัญหาแบบนี้แน่ๆ
แม้ดิฉันได้พยายามนำทาง เอาข้อมูลรีโพสต์ด้วยเมตตาแล้ว มาดามฯก็ยังไม่ออกมาปรับประเด็นใหม่
ยังคงทิ้งแช่เป็นกระทู้ดราม่า เธอล้มเหลวค่ะ ต้องศึกษาอีกมาก กว่าจะเป็นนักสร้างกระทู้ที่มีคุณค่าจริง
กว่าจะกลับมาเก็บร่องรอยก็ช้าไปแล้ว ถึงอย่างไรก็คาจออยู่แบบนี้ ว่าไม่มีเจตนาที่จะให้อย่างแท้จริง
ถ้าใครมีวิชาอันไหน อย่างลึกซึ้ง อย่างกรณีกระทู้กฎหมาย โดนรวนขนาดไหน ประเด็นก็ไม่เบี่ยงค่ะ

คุณคนนั้นต้องการแข่งเด่นแข่งดัง ของแบบนี้ดูตามประวัติการโพสต์ก็ชัดเจน ตามล่ามาตลอด ๕เดือน
ประวัติการโพสต์ของเธอ พันทิปก็มี กระทู้ที่อาละวาดครั้งก่อนก็ยังเก็บสำเนาไว้ ที่กลับมาใหม่นี้ก็ชัด
มีตัวอย่างการพาดพิงดิฉันหลายครั้งทีเดียว ถ้าใครสังเกตก็คงรู้ดี ว่าเขาต้องการแข่งในการตั้งกระทู้
คนที่ควรอายคือคนที่ตั้งกระทู้แล้วทิ้ง ปล่อยให้ใครต่อใครมาด่าสมาชิกอื่น ปราศจากความรับผิดชอบ
ถ้าเป็นผู้สร้างสรรค์ตัวจริง ไม่เฟค แจ้งลบกระทู้นี้ไปนานแล้ว มันเป็นการสะท้อนวุฒิภาวะของคนตั้ง
และเป็นบทเรียนของเขา การหวังเอาดังตั้งกระทู้ไม่ดูแล ไม่ใช่วิสัยของคนที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมได้

แต่ดิฉันจะลงแข่งไปทำไม แบ่งข้างทำไม ขอให้เพื่อนๆให้ความกรุณากับเธอ และไม่ต้องเข้าข้างดิฉัน
ให้กระบวนการของสัจจธรรมจัดการกับโลกไซเบอร์ สักวันหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไปนั้น
แต่ละคนจะมีสุขเต็มที่หรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าเคยทำดี ทำประโยชน์ เสียสละเพื่อคนอื่นแค่ไหนหรือเปล่า

เราก็คอยดูก็แล้วกัน ว่ากระแสของคนมักด่ากับกระแสของคนสร้างสรรค์ ในที่สุดอะไรจะอยู่จะไป

คุณวรพจน์ไม่ใช่คนที่ตามเกมไม่ทัน ดิฉันเชื่อว่า เขาทำทุกอย่างด้วยวิจารณญาณที่ดีที่สุดแล้วค่ะ
คนคิดน้อย ก็คิดว่ากระทู้นั้นประจานคนโดนด่า แต่พจน์เขาต้องรู้ ว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงวุฒิคนตั้ง

ดิฉันไม่ได้มีความน้อยใจที่คนบางกลุ่มชิงชังหรือเห็นว่าเราไม่ดี เพราะมันเป็นโลกธรรม ๘ ประการ
เรื่องนี้คงไม่สำคัญอะไรมากมาย เดี่ยวสักพักคนก็ลืม มีละครชุดใหม่เข้ามา อันนี้ก็ซาไปเองล่ะค่ะ
ทางเจ้าของเว็บ คงไม่เสียดายอะไรกับสมาชิกในต่างประเทศเพียงคนเดียว เขาไม่ได้ดูดำดีอะไร
กับความสุขทุกข์ของคนไทยต่างประเทศ คนที่ช่วยกันคือพวกเรา ถ้าไม่มีกันและกัน ไกลบ้านก็คง
จะว่างเปล่า ไม่มีสาระอะไรเลย หากว่าดิฉันอยู่และช่วยน้องๆ เพื่อนๆมองว่าเราจะประคองใจกันต่อไป
แต่การอยู่อันนั้น มันทำให้พจน์ต้องลาออกสักวันแน่ๆ เมื่อความแตกแยกอันในไกลบ้านถึงจุดจอแตก

ดิฉันไม่สามารถให้มีวันนั้นได้ เพราะว่าชั่งน้ำหนักดูแล้ว ถ้าพจน์ไม่ได้อยู่กับพันทิป เว็บนี้ก็ไม่ดีเท่านี้

เมื่อดิฉันไป ห้องนี้จะกลับไปสู่สภาวะปกติในที่สุด เพราะขั้วของความขัดแย้งมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
และที่สำคัญ ส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุผล ไม่ใช่แค่เพื่อความราบรื่นของการทำงานของผู้ดูแลบอร์ดเท่านั้น

แต่ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น สามีดิฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการเข้ามาตอบปัญหาในพันทิป เพราะว่า เขารู้ดีกว่าใคร
ในโลกนี้มีแต่ความขัดแย้ง แข่งขัน ริษยาอาฆาต หากอยากมีชีวิตอันสงบ ก็ต้องไม่อยู่ในที่มีปัญหาค่ะ

ดิฉันมีวิชาชีพนักประพันธ์ มีแหล่งแพร่ผลงานมานานในชีวิตจริง ถึงไม่มีอมยิ้มในพันทิป ก็ไม่ได้ทำให้
ชีวิตต้องขาดไร้อะไรไป ดิฉันต้องการบอกความหมายของการทำงานว่าอุดมการณ์มีคุณค่ากว่าอมยิ้ม

ดังนั้น การลาออกจึงมีน้ำหนักมากขึ้น เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อคนที่เป็นเพื่อนและสิ่งที่เขาควรได้รับ
เพื่อให้ความขัดแย้งเก่าๆยุติลง ลดภาวะบอร์ดร้อน ต้องมีคนหนึ่งเสียสละ และยอมเป็นฝ่ายไปถาวรค่ะ
เชื่อว่า ทุกคนที่ไม่เห็นด้วย จะเข้าใจว่าเคสนี้ ดิฉันจำเป็นต้องทำอย่างนี้ อมยิ้มจบ แต่อุดมการณ์ชนะ
ผลงานไม่สูญหายแน่ และความรักความหวังดีที่ให้กับเพื่อนๆมาตลอด น่าจะเป็นที่ระลึกแก่ไกลบ้านได้

ด้วยความปรารถนาดีเสมอ

กริชนาคราช (อมยิ้มอวสานโดนสมัครใจ

:evil:  เจ๊ดแม่ม!! แอดมินอ่านแล้วประทับใจฉิบหายเลยว่ะ พูดได้คำเดียวว่าอีป้าคนนี้มันเกิดผิดยุค!!

ถ้ามันเกิดสมัยยุคสามก๊กป่านนี้ ชีคงได้รับการบรรจุเป็นปราชญ์แห่งเจี้ยนอันแล้วกระมัง

จดหมายฉบับนี้ นอกจากจะมีความงดงามทางภาษาอย่างลึกซึ้งแล้ว คนอ่านเองถ้าหูไม่หนวกตาไม่บอด

ย่อมสัมผัสได้ถึงความคับแค้นอย่างรุนแรงที่แฝงมากับตัวหนังสืออันสวยงาม ถ้าไม่มีทักษะทางภาษาระดับเมพ

:twisted: แอดมินว่าคงหาคนเขียนจดหมายในระดับนี้ได้ยากเต็มทน!!!

ในฐานะที่แอดมินหาแดกกับเว็บพันทิปเรื่อยมา ก็อยากฝากอะไรถึงคุณวรพจน์หน่อย

แอดมินก็ม่ายรุว่าคุณวรพจน์กับคุณวันฉัตรเจ้าของเว็บกำลังแตกคอกันอยู่หรือไม่

แต่คนที่จะคุมเว็บใหญ่ๆแบบพันทิป ใจต้องนิ่ง ปากต้องปิดแน่นปานหินผา

คนด่าคุณวรพจน์เยอะแน่นอนผมเข้าใจ แอดมินเองก็เอามาด่าบ่อยๆเหมือนกัน ฮิฮิ้ว!!

แต่คำด่าพวกนั้นถึงมันจะเข็ดขม แต่เราก็สามารถเอามาปรับปรุงการทำงานของเราได้

ในทางกลับกันคำชมต่างหากที่น่ากลัว คำชมเหมือนน้ำผึ้งรสหวาน แต่แดกมากๆเบาหวานก็แดกตายห่ากันพอดี

:evil: ยิ่งไอ้จดหมายฉบับนี้ แอดมินว่ามันไม่ต่างอะไรกับน้ำผึ้งอัดผสมลงไปด้วยน้ำเชื่อมแบบโคตรเข้มข้นผสมกัญชา

ยิ่งแดกก็ยิ่งติด ยิ่งติดร่างกายก็ยิ่งพัง สุดท้ายอาจถึงขั้นนอนพะงาบๆอยู่ใน ICU

:arrow: ถ้าระดับผู้บริหารเว็บพันทิปจะแตกแยกกันเพราะป้าแก่ๆคนเดียวมันก็กะไรอยู่  ดูอุบาทว์มิใช่น้อยเลยทีเดียว

แอดมินอยากให้เว็บพันทิปอยู่ไปอีกนานๆ จะได้หาดราม่ามาเขียนด่าให้คนอ่านเขาบันเทิงใจ

ดังนั้นจึงขอแนะนำให้คุณวรพจน์ลองเอาจดหมายของอีป้าคนนี้ไปให้คนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้

ให้เขาอ่านให้ละเอียด แล้วถามเขาให้ชัดๆว่าวัตถุประสงค์ที่อีป้าส่งเมล์ฉบับมาให้คืออะไร

:smile: ไว้ถึงตอนนั้นค่อยจะตัดสินใจแตกหักกับเจ้าของเว็บก็ยังไม่สายนะเธอว์!!

ปล.ลองอ่านดราม่าเก่าดูมั่งนะเธอว์

 photo Expert Pgmming  photo banner200sell_zps244b34f7.jpg
 photo Ads
 
Comments
สวยไม่แคร์เสื่อม
301

ยืดยาว เวิ่นเว้อมาก เหมือนอยากจะโชว์ภูมิว่างั้น
สรุปไม่พ้นว่าตัวกูนี้ทำดีแต่มีคนขี้อิจฉามันเยอะว่างั้น :grin:
พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 24 Thumb down 6
ปลาทู
302

ไม่อ่านแล้วด่าเลยได้ไหม :evil:

อู้ยยยยกรูถูกใจจังฮู้!! ถูกใจให้เลีย : Thumb up 77 Thumb down 2
ผู้เสพย์ติดดราม่า
303

จ่าบอกหนูเถอะ :oops: ว่าจ่าอวยจดหมายอิป้านี่ ประชดใช่ไหม :evil: :evil:

หนูจะยอมให้อภัย และกลับมาชาบูจ่าเช่นเดิม :sad:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 4
เดินผ่านมาพอดี
304

:cry:

พวกนี้ สันดานเหมือนกันหมด ยกตัวสูง แล้วเอาตีนกดคนอื่นลงต่ำ เบื่อชิบหายไอ้พวกที่ชอบออกมาพล่ามใส่ชาวบ้านว่า “ชั้นให้อภัยเธอนะ เพราะชีวิตนี้เธอไม่มีความสุข ขอให้จากนี้ไป เธอทำแต่ความดีนะ” อีห่า มึงมองตัวเองซะก่อนเลย ไป

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 13 Thumb down 1
เดินผ่านมาพอดี
305

คุณพอลล่ากับคนเบย์ แอเรีย ไม่แวะเข้ามาอีกเหรอ อยากฟังเรื่องยายป้านี่อีก

เห็นคนแถวนั้นเล่าว่า แกเขียนคอลัมน์ซุบซิบใน นสพ ท้องถิ่น โธ่..แม่งคุยซะใหญ่โตยังกะทำงาน CNN

ใครอยู่ซานฟราน ไปอ่านดูได้เลย คอลัมน์ “กระซิบข่าวอ่าวซานฟราน” นสพ ข่าวสด ยูเอสเอ ก็คอลัมน์ประเภทซุบซิบเราดีๆ นี่เอง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 1
แม่งบ้าแหงๆ
306

จำไม่ได้เพราะฟอร์แมทเครื่องทิ้งไปซะแล้ว wrote:

คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจ เจ้าจม.ฉบับนี้ ชีส่งถึงใครและมันหลุดมาข้างนอกได้อย่างไร(รวมทั้งบันทึกลับmsn ที่คุยกับคุณวรพจน์นั่นด้วย )
มันจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังยังไงนี่เราคนนอกไม่เกี่ยวหรอก ก็แค่เข้ามาอ่านอัพเดทข่าวเท่านั้นเอง
ว่าไปก็รู้สึกสงสารคุณวรพจน์เหมือนกันนะ (เกลือเป็นหนอนใช่มะนี่ ถึงหลุดมาได้น่ะ)

ไม่ต้องไปสงสารมันหรอก ไอ้เหรี้ยนั่นก็มนุษย์มีปมด้อยเหมือนกัน ชีวิตจริงแมร่งไม่มีเหรี้ยอะไรเลยต้องเบ่งหาอำนาจหลังจอคอมพ์
อยู่ที่ทำงานแมร่งเสียงดัง ออกข้างนอกคงเดินตัวลีบ ดังนั้นไม่ต้องประหลาดใจที่แมร่งชอบชะเลีย อีป้าแม่งรู้ทันถึงป้อนชะเลียให้แม่งทุกวัน

HE GETS WHAT HE DESERVED

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 5
พจน์กับเหมียว..นะจ๊ะๆ
307

ได้ ดรามา สมใจ เลยนะหญิง(ป้า)เหมียว กับ ท่านชาย(วร)พจน์ ทบทวนความหลังดีกว่า อะไรจะตรงขนาดนั้น

“มันยังไม่ดราม่าคู๊ณณณ ถ้าเราลบคห. เราออก ตามที่คุณกริชฯได้หลังไมค์มาขู่ เอ้ย มาเตือนว่า อย่าดราม่าน้อง มีคนโดนสอยมาหลายคนแล้ว
อันนี่แหละ จะดราม่ามากกว่านี้!!! ”

คุณdcapar และสมาชิกคนอื่นๆถ้าคุณโดนยึดอมยิ้มไปโดยไม่มีเหตุผลหรือคำชี้แจงใดๆจาก เวปมาสเตอร์กลับมา หรือโดนขู่ทางพีเอ็มจากขาใหญ่มาเฟีย

เราขอแนะ นำให้คุณส่งกระทู้ คห.และพีเอ็มต้นเรื่องต่างๆในนี้
เขียนไปเล่า เหตุการณ์ให้คุณวันฉัตรเจ้าของเวปพันทิปอ่าน
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในนี้ ได้ที่อีเมลล์ wanchat.p@pantip.com

พร้อม กับโทรศัพท์เข้าไปที่ว่าการพันทิป
โดยแจ้งเรื่องเรียนสายกับคุณวันฉัตร โดยตรงเลยค่ะ

เพราะคุณวันฉัตรมีข้อมูลของขาใหญ่มาเฟียที่แจ้งยึด ล็อคอินสมาชิกคนอื่นๆ
ในห้องไกลบ้านไว้ในอดีตเเล้วค่ะ

จาก คุณ : เป็นกำลังใจให้จขกท.
เขียนเมื่อ : 7 ก.ค. 53 17:35:18 A:90.192.3.206 X: TicketID:275343

ความคิดเห็นที่ 30 [แจ้งลบ]

^

“ปล.หมาเฟียมีหลายสาย”

แต่สายที่แจ้ง ยึดอมยิ้มสมาชิกไกลบ้านเป็นประจำ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน คุณวรฉัตรรับทราบเเละมีประวัติทางอีเมลล์ พร้อมรู้ด้วยว่าใครคอยให้การช่วยเหลือมาเฟียขาใหญ่คนนี้ในการยึดอมยิ้มชาว ไกลบ้านบ้านมาตลอด

เเละก็เคยได้มีการตักเตือนคนสองคนนี้ไปเป็นที่ เรียบร้อย

พร้อมทั้งคุณวันฉัตรก็ได้คืนอมยิ้มให้กับสมาชิกส่วนหนึ่ง
ใน เหตุการณ์นั้นให้สามารถเอากลับมาใช้ได้ตามปกติแล้วด้วย

แต่ถ้าคน พวกนี้ ยังทำการกระทำแบบไม่งามแบบในอดีตอีก
สมาชิกหลายๆคนในนี้ คงต้องช่วยกันแจ้งเรื่องไปให้คุณวันฉัตรรับทราบ
เกี่ยวกับพฤติกรรมของขา ใหญ่มาเฟียคนนี้อีกที

ต่อให้จะเป็นมาเฟียขาใหญ่ในเวปนี้ซักแค่ ไหน เเต่ความลับที่ไปทำอะไรเอาไว้กับล็อคอินคนอื่นๆ ไม่มีโลกนี้หรอก ขนาดเราอยู่คนละทวีปกับหมาเฟียคนนี้
เรายังได้อ่านหลักฐานต่างๆเลย เราเลยรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เห็นใจเเละเข้ามาให้กำลังใจจขกท. คุณนาย สายน้ำ เย็นสบาย เเละคุณdcapar ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับข้อความที่ไม่ได้ผิดกฎ กติกา มารยาท หรือล็อคอินของพวกคุณหายไป ยังไงก็ช่วยกันเเจ้งเรื่องโดยตรงไปที่คุณวันฉัตรเลยค่ะ เเน่นอนกว่า

จาก คุณ : เป็นกำลังใจให้จขกท.
เขียนเมื่อ : 7 ก.ค. 53 19:28:25 A:90.192.3.206 X: TicketID:275343

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
พ่อน้องพีม
308

:evil: เหี้ย :shock: ยาวสัดๆ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 14 Thumb down 0
309

:lol: ยาวโคตร

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 6 Thumb down 0
310

เฮ้อวววว!!!
อิบ้าว์ เอ๊ย! อิป้าเนี่ย
ถ้าชีหลงมาอ่านดราม่านี้ แม่มคงกระอักโลหิต เป็นลำยาว(!) ถึงแก่กำเลยนะเธอว์
ก็เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้น :evil:
ต้องพบจุดจบ แบบจิวยี่ + นิยายกำลังภายใน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
311

อ่านไปสิบกว่าบรรทัดก็ท้อแล้วอ่ะ
:evil:

เวิ่นเว้ิอได้ใจ เลยโดดอ่านเป็นช่วงๆ
ซุ่มมานาน เจอเอนทรีนี้เมนต์หน่อย —

ยาววววว
ยาวมาก ยาวสัดๆ :idea:
ทำเอาคนไม่เมพเลิกอ่านแล้วอยากด่าเลย
๕๕๕

:evil: :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 7 Thumb down 0
312

หนูนั่งแต่งนิยาย 3 วัน…
ยังไม่ยาวเท่าที่ป้าแกแพล่มมาเลยว่ะค่ะ :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 18 Thumb down 0
อีหนูยอดดอย
313

ยาวชิหาย… อ่า่นต้นๆจดหมายก็จะอ้วกละ :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
314

:?: อิบ้าห่านี่ พล่ามซะกรุปรวดตา….นี่มรึงบ้าช๊ะมะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
สลัดผัก...!!!
315

:evil: ยาวกว่าแถลงการณ์ของเจ้าป้าdfhซะอีก!! :evil: เดี๋ยวนี้กรูยิ่งมองจอคอมนานๆไม่ได้ด้วยจิ :!:

ป้าคะ ป้าเกิดเป็นลูกนายพลลูกคุณหนู แล้วคิดว่าตัวเองสูงส่งนัก.. แต่ถ้าเวลาคนเราตายไปมันไม่มีใครต่ำใครสูงหรอกค่ะ :o จะต่ำจะสูงมันวัดกันที่จิตใจนู่น!! :twisted:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 0
หนุ่มคอสโม
316

คอมเม้งเตเต้อ บรรณาการห้าโอโล่ก่อนเลย
:o :o :o :o :o

เท่าที่อ่านเจอมีแต่เรื่องโชว์พาวว่าชั้นใหญ่ ไฮโซ เมพ รู้จักกะแอดมินรู้จักเจ้าของพันดริฟต์นะยะ แล้วก็หยอดยาพิษใส่แอดมินให้กัดกะเจ้าของ โดยการด่าเจ้าของ ยกแอดมิน แล้วก็เชลียร์ให้แอดมินอยู่ต่อ (เพื่อไรไม่รู้สิ? เพื่อให้เป็นฐานกำลังป้าแกต่อไป???? อันนี้คงต้องรอดูภาคต่อ) ที่เหลือ ด่าชาวบ้านว่าอยากเด่นอยากดัง แต่ก็ยังสู้ชั้นไม่ได้หรอก แล้วก็จับประเด็นไม่ได้ – -” ดูสับสนเหมือนอารมณ์หญิงแก่เมโนพอสที่เผลอไปรับคีโมแทนที่จะเป็นแอสโตรเจ้นยังไงพิกลๆ

วิเคราะห์แนวโน้ม ผมว่าป้ากิดแกต้องกลับมาอีกแน่ๆๆๆๆๆๆ อาจมาเป็นชื่ออื่นหรือไม่ก้อบัตรผ่านไปเลย คอยตามดูด้วยจิตระทึกกันเถอะเทอว์ๆ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
คนแจ้งข่าว
317

คุณข้างบนใช่คนที่แปลหนังสือป่าวอะคะ
เรากำลังจะหยิบมาอ่านอยู่พอดี เรื่องเกี่ยวกับการนอนอ้ะ เลยจำนามปากกาได้

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
คมแฝกแจกกล้วย
318

:evil: ชายพันดริฟท์เกิน100คนเสียวแทนไข่วรพจน์

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
319

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความโรคจิตขั้นรุนแรงของอิป้าคนนี้ สงสารปั๋วแกว่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
320

ตลกแต่ละ คอมเมนต์มั่กๆ สรุปอ่านกันมิจบแต่อยากด่า โถป้าแก อุตสาห์เขียน เซงไม่มีใครอ่านจบ เราอ่านจบนะ แต่ไม่อยากเอาเป็นอารมณ์ สำนวนสุดพลัง (น่าเบื่อ -*-)

สรุปได้ง่ายๆ ป้าแกอยากจะบอกว่าแกไม่แคร์อมยิ้ม แต่คืนเพื่อความถูกต้อง และมาเสี้ยมให้ 2 บิ๊ก ชนกันใช่ป่าว

จิงๆ ชอบคุณวรพจน์นะ ดูแฟร์ดีๆ เคยเมลไปถามก้อได้คำตอบ คุณวันฉัตรไม่เคยเห็นตัวหนังสือที่เค้าเขียนเลยนึกไม่ออกว่าเป็นแนวไหน

แต่อยากเห็นหน้า เจ๊กริชนาคราช ตัวเป็นๆ อ่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
มหาเมพ lnw3k
321

กูขี้เกียจอ่าน :evil: ยาวและเวิ่นเว้อโคตรๆ :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
322

อิป้าคัฟ :lol:
เมิงเอาเวลาไปเขียนพินัยกรรมดีกว่ามั๊ยคัฟ :evil: :evil: :evil: :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 9 Thumb down 0
เหยดด
323

สลวยเหมือนผุดมาจากนรกเลยทีเดียว :evil: :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
เด็กOdin
324

อ่านไป 2 บรรทัดก็น็อกแล้วอะ ยิ่งกว่าอ่านสามก๊กอีก :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 0
คนหล่อจิตใจดี
325

เทพบุตรถุงดำร่างสมบูรณ์สินะ

ใช่ดิ น้ำเยอะมาก

เค้าเป็นนักแปลมันก็ไม่ยากที่จะทำในการเลือกใช้คำ

แต่ว่าที่อ่านก่อน ๆ มา เหมือนมาเฟียชิบหาย คงคิดนานเหมือนกันนะไอ้คำยาวๆ เนี่ย ตอนตอบคอมเม้นท์มันก็ยังตอบสั้น ๆ แบบแถสุด ๆ

เหมือนแถลงณ์การณ์ ขอกระชับพื้นที่ก็เท่ากับขอไปฆ่าคน

ออกไปได้ก็ดี

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
เบื่อว่ะ
326

ไม่ได้อยากจะว่านะ แต่อีแก่นี่เริ่มมีอาการทางจิตเภทที่ชัดมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว น่าห่วงนะ เพราะแนวโน้มที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หวาดระแวงเกลียดชังคนอื่นไร้เหตุผล อารมณ์ทื่อ อารมณ์ไม่เหมาะสม แนวโน้มหนีจากสังคม แล้วจมอยู่ในโลกตัวเองสูงสุดๆเลย จมอยู่แต่ในดลกของเนตที่ตัวเองปั้นแต่งเพื่อหลีกหนีชีวิตจริงที่อับเฉาของตัวเอง(ตัวเองทำเองทั้งนั้น)

สงสารสามีของอีกแก่นี่นะ มีเมียจิตผิดปกติแบบนี้ ปัจจุบันนี้อยู่กับคอมมากกว่าอยู่กับสามีแน่นอน จะไปกันรอดน่าจะยาก เพราะปลช่อยไว้แบบนี้อีกไม่นาน อีแก่นี่ได้เข้าไปบำบัดตัวเองแน่ๆ จะพาไปหาจิตแพทย์ก็คงไม่ได้ ไม่ยอมฟังหรอก เพื่อนฝูงก็ไม่มี เพราะไม่มีใครอยากคบ แบบนี้แย่แน่

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เด็กนรก
327

โนคอมเมนต์กับอิป้า แต่อิพจน์อะไรนี่ ออกๆไปซะเถอะ แม่ม ทำรดน.เสื่อมหมด ไม่มีใครเข้าไปอ่านแล้วเดี๋ยวนี้ เซ็ง :arrow:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
328

เว็บนี้ทำมันมันยิ่งใหญ่จัง – -*
พวกคนที่เค้าเป็นเจ้าของกิจการร่ำรวยใหญ่โต เล่นเว็บบอร์ดไร้สาระพวกนี้ไม่ค่อยบ่อยหรอกนะ
เวลาพวกห้องรัชดาออกทริป จะเห็นคนรวยได้มากมายที่พยายามเที่ยวแบบธรรมดา

ก็ไม่เห็นเค้าจะเอาเป็นเอาตายเสพย์เว็บ/บอร์ดขนาดไหนเลย เอาเวลาไปสาระมากกว่านะ
อย่างว่าล่ะ ถ้าเค้าติดของพวกนี้งอมแงม ชาตินี้เค้าคงไม่เจริญหรอก

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
329

ไม่รู้ว่าเป็นยังไง.. แต่ใช้ภาษาสละสลวยจริงๆนะเธอว์.. :smile:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 1
คนเบย์แอเรีย
330

ได้ข่าวล่าสุดว่ามีสมาชิกพันทิปคนหนึ่งที่มีปัญหากับป้ากริชฯ เขาอยากจะฟ้องร้อง ไม่รู้ว่าสุดท้ายเขาจะยังฟ้องป้าแก่หรือเปล่า
ถ้าหากตัดสินใจฟ้องจริง ๆ ก็คงจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ ล่ะ แต่ก็เป็นเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งมาก ๆ แค่ทะเลาะกันในเวป ในเมล์ ฟ้องไป
เปลืองค่าทนาย เกิดศาลบอกว่ายกโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาเพราะมีสติไม่สมประกอบก็ซวยอีก ไม่ว่าชนะหรือแพ้ป้าแกก็คงจะสร้างโลกในสมอง
ว่าแกคือผู้ถูกต้องคือนางเอกได้อยู่ดี ไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรหรอก สงสารก็แต่สามีแกนั่นแหละที่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องเดือดร้อนที่เมีย
นำมาให้ไม่ว่างเว้น

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
Lady-in-Waiting
331

ยาวได้อีกกกก

ป้าจะเขียนนิยายขายเรอะนี่

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
332

แม่มดูอาการแร้ว พอตั้งใจจะไป เลยกะทิ้งบอมบ์ป่วนเวปนี่ฟ่า ป่วนที่ตัวคีย์แมนซะด้วย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เบื่อเกรียนด๋อย
333

เป็นเอามาก สงสัยลูกหลานไม่เลี้ยง เหงาต้องก่อดราม่าประชดชีวิต :grin:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
334

:lol: โอย อ่านแล้วกรูล่ะปวดตับ

อีป้านี่ ตกลงมันเห็นแต่ความชั่วของคนอื่นใช่มะ มันเป็นนางเอกคนเดียว

ถุยเถอะครับ ตรรกะของกรูก็คือ เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้เพราะตัวของมรึงเองแหละครับอีเจ้าป้า :???:

ไม่มีหรอก ที่จู่ ๆ เค๊าจะเบี่ยงประเด็นไปลากไส้มรึงมา ถ้ามรึงไม่เข้าไปแว้ดแว้ หาเรื่องก่อเอง

ผมก็เสพดราม่าไม่ค่อยจะกระจ่างหรอกครับ แต่อ่านจดหมายของอีเจ้าป้าแล้ว ผมบอกตรง ๆ ว่า อ่านนิสัยของคนเขียนจดหมายฉบับนี้ได้เลย อีนี่ไม่ธรรมดา มึงมันอีตัวอิจฉาที่มองไม่เห็นความชั่วร้ายของตัวเอง :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
เดินผ่านมาพอดี
335

ไปอ่านเจอที่ป้าแกเพ้อไว้ในเวบบางเวบด้วย ในนามอื่น

“คงต้องสารภาพเลยนะคะ
ช่อชงโค เป็นสายเลือดทหารไทยค่ะ..
ทั้งบิดรมารดาเลยเป็นอันว่า ความทระนง
ในชาติฝังในเลือดทุกเม็ด…ประมาณนั้น..
ยิ่งเลือกทำงาน ในวงการต่อสู้เพื่อมวลชน
ผจญสงครามน้ำหมึก..ศึกที่หนักกว่าชนช้าง
ถึงอยากหลบก็ไม่พ้น..(ชนดีกว่า..)
ก็เป็นอันว่า..ชีวิตนี้..มีแต่ยุทธภูมิ ค่ะ”

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
336

เดินผ่านมาพอดี wrote:

ไปอ่านเจอที่ป้าแกเพ้อไว้ในเวบบางเวบด้วย ในนามอื่น
“คงต้องสารภาพเลยนะคะ
ช่อชงโค เป็นสายเลือดทหารไทยค่ะ..
ทั้งบิดรมารดาเลยเป็นอันว่า ความทระนง
ในชาติฝังในเลือดทุกเม็ด…ประมาณนั้น..
ยิ่งเลือกทำงาน ในวงการต่อสู้เพื่อมวลชน
ผจญสงครามน้ำหมึก..ศึกที่หนักกว่าชนช้าง
ถึงอยากหลบก็ไม่พ้น..(ชนดีกว่า..)
ก็เป็นอันว่า..ชีวิตนี้..มีแต่ยุทธภูมิ ค่ะ”

อันนี้เป็น theme ของชีวิตแกเลยล่ะ ชีวิตนี้แกคิดแต่ว่าแกกำลังต่อสู้กับคนเลว
สู้เพื่อความยุติธรรม ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สงครามน้ำหมึกสู้กับคนพาลอะไรของ
แกเนี้ย แกคิดเองเออเองทั้งนั้น ไม่มีใครเขาคิดจะเป็นศัตรูหรืออิจฉา
ริษยาแกเลย แล้วตัวแกเองก็ไม่มีอะไรให้คนอิจฉาด้วย (นอกจากเรื่องแต่งกลอนเก่ง)
ชีวิตโดยรวมน่าเวทนามากกว่า

ปัญหาทุกอย่างเกิดจากความคิดแกทั้งนั้น อารมณ์ประมาณ
ดอน กิโฮเต ไปสู้กับกังหัน สร้างศัตรูขึ้นมาในจินตนาการของตัวเอง
สุดท้ายคนที่แกไปหาเรื่องเขาแบบเลว ๆ ก็กลายมาเป็นศัตรูกับแกจริง ๆ
(ยกเว้นคนที่เขาให้อภัยแกได้ว่าแกไม่ค่อยเต็ม อย่าถือคนบ้า)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 0
สนับสนุนเต็มที่
337

คนเบย์แอเรีย wrote:

ได้ข่าวล่าสุดว่ามีสมาชิกพันทิปคนหนึ่งที่มีปัญหากับป้ากริชฯ เขาอยากจะฟ้องร้อง ไม่รู้ว่าสุดท้ายเขาจะยังฟ้องป้าแก่หรือเปล่า
ถ้าหากตัดสินใจฟ้องจริง ๆ ก็คงจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ ล่ะ แต่ก็เป็นเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งมาก ๆ แค่ทะเลาะกันในเวป ในเมล์ ฟ้องไป
เปลืองค่าทนาย เกิดศาลบอกว่ายกโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาเพราะมีสติไม่สมประกอบก็ซวยอีก ไม่ว่าชนะหรือแพ้ป้าแกก็คงจะสร้างโลกในสมอง
ว่าแกคือผู้ถูกต้องคือนางเอกได้อยู่ดี ไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรหรอก สงสารก็แต่สามีแกนั่นแหละที่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องเดือดร้อนที่เมีย
นำมาให้ไม่ว่างเว้น

เอาเลย..เชียร์เต็มที่ เรื่องเสียเงินเดี๋ยวคงมีแนวร่วมบริจาค นับข้าพเจ้าไปได้เลย1คน คิดว่าถ้าเอาจริงคงมีไม่น้อยที่ช่วยสบทบคนละนิดละหน่อย
คิดว่าอีป้าคงมีโจทย์แยะคงรวบรวมกันได้ซักจำนวนนึง คราวนี้คงจะเห็นล่ะว่านังนี่มันสร้างศรัตรูไว้เยอะขนาดไหน ถ้ามีหลักฐานก็เก็บไว้ให้ดี ใครมีหลังไม๊ค์ที่นังนี่มันส่งไปโชว์พาวว์ก็ขอบริจาคหน่อย บางทีฟ้องหนังสือพิมพ์ที่มันเป็นพนักงานงานอยู่นั่นได้ด้วย มันเคยทะเลาะกับคนในเว็ปแล้วเอาเขาไปเขียนด่าในคอลั่มที่มันเขียนนั่นแหละ ด่าว่าโง่ เป็นกบในกะลา แต่ตัวมันโคตรฉลาด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
338

ตอนแรกอ่าน หลงคล้อยตามไปด้วยเลย = =” เก่งจริงๆ อย่างที่แอดมินว่า

ถ้าไม่ได้อ่านข้อความของแอดมิน ก็ไม่รู้เลยว่า นี่คือการ เสี้ยม ดีๆ นี่เอง
ทิ้งทวนดราม่าหนักๆ ว่างั้น ฮ่าๆ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
339

ถ้าไม่รุ้ความเป็นมา มาก่อน รับรองได้ว่าเคลิ้มไปตามบทความป้าแกไม่น้อยแน่ๆ :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
340

ยาวเป็นบ้าเลย
อ่านแล้วตาลายมาก :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
พีจัง
341

นี่ถ้าเจ้าป้าdfh ฟัดกับ อิป้ากริช ผืนแผ่นดินคง สะเทือนเลื่อนลั่น :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
342

อ่านจบจนได้

อี่ป้านี่ แม่งก็แถหนีความจริง โดยการร่ายยาวเวิ่นเว้อ ไม่ตอบคำถาม

ใครจะไปฟีดโทรลล์ แม่งก็ต้องมานั่งอ่าน เรือ่งสั้นของ อีป้านี่ ด้วยความงามด้านภาษา แต่หาสาะอันใดมิได้

จนมึนไปตามกัน

จดหมายนี้เหมือนมัน วางระเบิดให้ คีย์แมนพันดริฟท์แตกคอกันเองเลย

ปล กูก็สงสัยนะว่า ไอ้ คำพูดกัน ทาง MSN เมล์ข้อความ รวมทั้งข้อความของจดหมายนี้

มันออกสู่สาธารณะได้ไง ถ้าไม่ใช่คนในที่ทำการพันดริพท์ เล่นกันเอง โดย อาจจะเป้นกลุ่มของ วฉ ก้อาจเป็นได้

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ผู้ชายเถื่อนๆ
343

:| ยาวโครตไม่ได้อ่านสักตัว :|

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
344

จากจดหมายนี่น่ะ พูดได้ว่า…สมเป็นนักเขียนจริงๆ

ตอนแรกเราก็เฉยๆกับป้าแก แต่พออ่านจดหมายนี่แล้วไม่ชอบหน้าขึ้นมาทันใด มีความรู้สึกว่าแกรุนแรงและฝังลึกแต่ฉาบข้างนอกไว้ด้วยความสวยงาม สื่ออารมณ์แบบนี้ออกมาเราเลยรู้สึกไม่ดีกะป้าจริงๆ พยายามจะไปอย่างราชสีห์ให้ได้ทั้งๆที่มีหอกเน่าเสียบคาอยู่บนหลัง (ไม่มีแววว่าจะยอมแพ้หรือยอมรับใดๆทั้งสิ้น) อืมนะ

อีกอย่าง จดหมายยาวอิ๊บอ๋ายเลยค่ะ เหมือนคนจะลาตายแต่ยังมีสตินั่งเขียนจดหมายลาเป็นสิบๆหน้า เง้อ :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
345

Caduceus wrote:

ปล กูก็สงสัยนะว่า ไอ้ คำพูดกัน ทาง MSN เมล์ข้อความ รวมทั้งข้อความของจดหมายนี้
มันออกสู่สาธารณะได้ไง ถ้าไม่ใช่คนในที่ทำการพันดริพท์ เล่นกันเอง โดย อาจจะเป้นกลุ่มของ วฉ ก้อาจเป็นได้

ป้าแกชอบเซฟพวกข้อความคุยกับเวปมาสเตอร์เอาไว้เอา แล้วเอาไปอ้างอิงส่ง email ไปให้คนดูว่าตนเองสนิทสนมกับเวปมาสเตอร์
หรือว่าเวปมาสเตอร์ (วรพจน์) เห็นด้วยกับตัวเอง บางทีก็ quote (ไม่รู้จริงป่าว)ข้อความที่วรพจน์”ด่า” สมาชิกคนอื่น เช่น Panissar
ที่เป็นศัตรูป้า แล้วส่งไปให้เขาอ่าน บอกว่านี่เธอ วรพจน์เขาด่าเธอนะ เขาอยู่ข้างฉันนะ

สุดท้ายคนที่ซวยก็น่าจะคือวรพจน์ งานนี้ไม่ใช่เรียกคบเด็กข้างบ้านแต่เป็นคนแก่พาซวย

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เจ้าชายเป็ดย่าง
346

ผมว่าไม่ซึงอ่ะ เหมือนพวกคำพูดสวยๆ ของนักการเมืองไทยเวลาเล่นบทซึ้งน่ะแหละ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เดินผ่านมาพอดี
347

bluepearl wrote:

จากจดหมายนี่น่ะ พูดได้ว่า…สมเป็นนักเขียนจริงๆ
ตอนแรกเราก็เฉยๆกับป้าแก แต่พออ่านจดหมายนี่แล้วไม่ชอบหน้าขึ้นมาทันใด มีความรู้สึกว่าแกรุนแรงและฝังลึกแต่ฉาบข้างนอกไว้ด้วยความสวยงาม สื่ออารมณ์แบบนี้ออกมาเราเลยรู้สึกไม่ดีกะป้าจริงๆ พยายามจะไปอย่างราชสีห์ให้ได้ทั้งๆที่มีหอกเน่าเสียบคาอยู่บนหลัง (ไม่มีแววว่าจะยอมแพ้หรือยอมรับใดๆทั้งสิ้น) อืมนะ
อีกอย่าง จดหมายยาวอิ๊บอ๋ายเลยค่ะ เหมือนคนจะลาตายแต่ยังมีสตินั่งเขียนจดหมายลาเป็นสิบๆหน้า เง้อ

………………..

ป้าแกเป็นนักเขียนที่ไหนกันเล่า

คนเป็นนักเขียนน่ะ ต้องมีผลงานตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม ในระยะเวลาหลายปีต่อเนื่องกัน และผ่านการพิจารณาจากบรรณาธิการทั้งทางสำนักพิมพ์และนิตยสาร หรือมีผลงานลงตีพิมพ์ใน

หน้านิตยสารอย่างต่อเนื่องยาวนานจนเป็นที่รู้จักในฝีมือ

ไม่ใช่พิมพ์เอง ไปจ้างเค้าพิมพ์ หรือเขียนตามเนตแล้วมั่วเอาเองว่าเป็นนักเขียน

ป้าแกเป็นพวก wanna be

ไอ้ตรงนี้แหละ ที่เป็นปมในใจของแกจนออกมาเพ้อคลั่งอยู่ตามโลกเนต :twisted:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
348

เดินผ่านมาพอดี wrote:

bluepearl wrote:
……………..
ป้าแกเป็นนักเขียนที่ไหนกันเล่า
คนเป็นนักเขียนน่ะ ต้องมีผลงานตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม ในระยะเวลาหลายปีต่อเนื่องกัน และผ่านการพิจารณาจากบรรณาธิการทั้งทางสำนักพิมพ์และนิตยสาร หรือมีผลงานลงตีพิมพ์ใน
หน้านิตยสารอย่างต่อเนื่องยาวนานจนเป็นที่รู้จักในฝีมือ
ไม่ใช่พิมพ์เอง ไปจ้างเค้าพิมพ์ หรือเขียนตามเนตแล้วมั่วเอาเองว่าเป็นนักเขียน
ป้าแกเป็นพวก wanna be
ไอ้ตรงนี้แหละ ที่เป็นปมในใจของแกจนออกมาเพ้อคลั่งอยู่ตามโลกเนต

พูดอย่างนี้ฆ่ากันเลยดีกว่า ป้าแกออกจะภูมิใจมากในฐานะเป็นนักเขียนและกวีไทยอิสระในสหรัฐอเมริกา(นักแปลด้วย แต่ไม่รู้แปลอะไร)ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
แก่สายตามวลมหาประชาชน แต่ก็หางานหลัก ๆ ของแกไม่เจอเหมือนกัน นี่พยายามจะหาอยู่ เห็นมีแต่ในข่าวสด USA นสพไทยหาได้ตามวัด

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
349

กรูรำณีอีแก่นี่มานานแล้วละ ทำดัดจริตเป็นผู้ดีทรงภูิิิมิ เห็นคนอื่นโง่ไปหมด ใครทำรู้มากไปเถียงมันละก็ อมยิ้มหาย แถมอาฆาตพยาบาทยิ่งกว่าผีตายโหง
แม่งโพสแต่ละที่ยาวจนคนอื่นต้องเลื่อนหนีเพราะขี้เกรียจฟังมันพล่าม โถ อีดร๊วก

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 3 Thumb down 0
350

@ สนับสนุนเต็มที่:
เหรอ น่าจะตั้งเป็นชมรม หรือไม่ก็แฟนขับ คนยี้อีแก่สารพัดพืษนี่นะ สมาชิกคงคับคั่ง

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ชะม้อย
351

:evil: ยาวชิบหาย แต่อ่านไปได้หน่อยเดียว ก็พอรู้ว่า

อิป้า ส ใส่เกือก อีกแล้ว ส่วนอิ ว ถ้าอยากได้อำนาจเต็ม ก็ไปเปิดเวปเองเส่ จะบ่นนั้นนี่ทำไม

อิป้านี่ก็แก่แล้ว สมควรหุบปากในเรื่องที่ไม่สมควรนำออกมาพูด ไม่งั้นจะโดนเด็กมันถอนหงอกเอา :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
352

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
แวะมาอ่ะ
353

ยาวอิบอาย :x

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
โก๋แก่
354

ป้าแก่ยังซึนได้อีก :oops:

สำนวนการเขียนมันบ่งบอกว่าไม่ใช่วิสัยของคนที่จะยุติบทบาทในเวปพันทิพ :lol:

โยนระเบิดทิ้งไว้กลางวงผู้บริหาร ยกตนข่มท่าน ปัดความรับผิดชอบ :mrgreen:

คงจะประมาณว่า ไม่เข้ามาโพสในเวปพันทิพอีก แต่จะนั่งดูความชิพ_ายของเวปผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนมากกว่าล่ะมั้ง? :twisted:

ผมว่าไม่แปลกนะ ที่นักประพันธ์คิดจะหลอกด่าใครสักคนโดยไม่ใช้สำนวนต่ำๆ :???:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
355

อ่านแล้วสงสัยว่ามันทงมีความงามตรงไหน รู้สึกเสแสร้งมากกว่า เขียนวนไปวนมา แถมถ้าอยากให้เรื่องจบจริงๆแค่อยู่เฉยๆก็ได้ละจะเขียนจดหมายอะไรนี่ทำไม มีแต่จะทำให้คนไม่พอใจมากกว่าเดิม

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
356

ชมดเช็ด ป้าแกพล่ามยาวเกิน ขี้เกียจอ่านอะพี่แอดมิน :evil:
ไม่ทราบว่าป้าแกเก็บกดมากหรืออย่างไรวะ
ยิ่งกว่าบทกวี:evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
นางฟ้าผีสิง
357

จะฟ้องป้าเค้าข้อหาอะไรอะ
(แต่อยากให้ฟ้องมากกก . . . อิอิ)
ถ้าป้าเค้าเจอของจริง
คงจะหายซ่า เลิกกร่างใหญ่โตไปเลย
:grin: :grin: :grin: :grin:

แต่ป้าเค้าก็ต้องออกมาโหยหวนว่า

* เหมียวถูกแกล้ง เพราะคนพวกนั้นอิจฉา
พจจ๋า ทำไมเหมียวต้องเป็นฝ่ายทนให้พวกมันเหยียบย่ำ
ทั้ง ๆ ที่เหมียวก็เป็นลูกทหาร เหมียวต้องสู้
:lol: :lol: :lol:
เหมียวจะทนไม่ไหวแล้วนะพจ
:roll: :roll: :roll:
แต่ถ้าพจบอกให้เหมียวทน ให้เหมียวเงียบ
:evil: :evil: :evil:
เหมียวก็จะทำ เพื่อพจ
เหมียวไม่อยากให้พจต้องเดือดร้อนเพราะเหมียว
:lol: :lol: :lol:
เพราะพจยังมีลูกเล็ก ๆ ที่น่ารักอีก 2 คนต้องดูแล
:oops: :oops: :oops:
เหมียวจะยอมอดทน ยอมเจ็บคนเดียวดีกว่า
:evil: :evil:

เหยดดดด . . . . .

(แล้วก็วนซ้ำที่ * 20 รอบ)

:twisted: :twisted: :twisted:

ป้าเค้าเป็นลูกนายพลจริงหรอ
ไปค้นดู ไม่เห็นจะมีเลยอะค่ะ
ป้าเค้าโม้หรือเปล่าอะคะ
หรือว่าพ่อเค้าชื่อ “พล” เลยเป็น “นายพล” ?

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 8 Thumb down 0
358

@ นางฟ้าผีสิง:
นางฟ้าผีสิง wrote:

ป้าเค้าเป็นลูกนายพลจริงหรอ
ไปค้นดู ไม่เห็นจะมีเลยอะค่ะ
ป้าเค้าโม้หรือเปล่าอะคะ
หรือว่าพ่อเค้าชื่อ “พล” เลยเป็น “นายพล” ?

ค้นจากไหนเหรอ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
บ้า ๆๆๆ ป้าโรคจิต
บ้า ๆๆๆ ป้าโรคจิต
360

อันนี้เป็นผู้ชาย
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums/http/www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y3800776/Y3800776.html&Query=207.200.116.74

อันนี้เป็นผู้ชาย ประเด็นที่หมกมุ่นเดิม ๆ คนเก่ง ๆ และการโดนคนอื่นอิจฉาริษยา
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums/http/www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y3795859/Y3795859.html&Query=207.200.116.74

อันนี้เขียนเรื่องตัวเองป่าวฟะ บุคคลลึกลับ ประเภทหลอกลวง
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums/http/www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y3806640/Y3806640.html&Query=207.200.116.74

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
361

น่ากลัว เป็นจดหมายที่เหมือนยาสั่ง :mrgreen: ตัวอักษรแฝงใบมีดโกนที่จะสร้างรอยแผลใหม่ หรือแยงรอยเก่าแยกออกจากกัน

อย่าไปเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดไม่งั้นบทสรุปแบบใน สามก๊ก มีให้ดูตั้งหลายตอน โจโฉถูกหลอกให้ฆ่าแม่ทัพเรือ หรืออื่นๆจำชื่อไม่ได้ที่หลอกให้ระแวงกันเอง

เหตุการณ์แบบนี้ใครเคยเจอคงรู้สึกเสียใจไปตลอดถ้าตัดสินใจผิดพลาดหลงไปตามเกมเค้า ส่วนตัวก็เคยหลงโดนหลอกแบบนี้เหมือนกัน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เดินผ่านมาพอดี
362

:sad: :cry:

หมกมุ่นแต่เรื่องพระๆ นี่เอง ถึงได้สึกพระมาทำผัว :shock:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เดี๊ยน
363

ฉลาดใช้ภาษามาก อ่านจบกรูตรัสรู้พอดี

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เวิ้นเว้อ
364

จากไกด์ ไอพี ด้านบน กรูไปขุดเจอ 2 กระทู้นี้ ไม่ต้องเด่าก็รู้ว่าใคร กรูต้องทนอ่านเลยนะเฟ้ย เพราะมันไขความข้องใจกรูได้มากจริงๆ :o :o

http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/H3807667/H3807667.html
อันนี้ ประมาณ ประวัติการศึกษาป้าอ่ะนะ ต้องอ่านอันนี้ก่อนนะเฟ้ย :twisted: ถึงจะวิเคราะห์ ความบ้าของป้าได้ มีทั้ง อังกฤษ และไทย ไปเสพกันเอง :smile: กรูไม่เก่งเหมือนจ่าเกย์ ;-) ที่เคารพ :evil:

http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/H3809724/H3809724.html
แล้วก็มาเสพตรงนี้ต่อ :!: สันดานป้าออก ตรงนี้ กรูว่ามันต้องเล่านิสัย เหี้ยๆของมันแน่ๆ นิสัยบ้าๆน่าจะมีมาตั้งแต่อยู่ไทยแล้ว บ้าแตกเข้าไปอีกตอนอยู่นอก พอได้ผัวยิ่งระเบิดลง องค์เข้าเลย หมกหมุ่นเรื่องพระๆเจ้าๆเข้าไปอีก :?:

จากที่กรูวิเคราะห์แล้ว อีป้านี่แม่งฉลาดมากว่ะ สาดดด :?: แต่ใช้ผิดที่ ผิดทาง ชอบยกตมข่มท่าน พูดดีแล้วเหยียบเค้าจมดิน กรูอ่านแล้ว :shock: ดูๆไป ชีวิตป้าบัดซบใช้ได้เลยนะเนี้ย ไอ้ที่อุบัติเหตุ ถึงต้องย้ายหมาลัย คงทำให้ป้า บ้าเอามากๆ ลูกคนรวยว่างั้น อยากรู้จริงๆป้า สติแตกเพราะอะไร กรูหรู กรูเริ่ด กูชาติตระกูลดี การศึกษาเด่น ทำไมชีวิตถึงได้ มาเป็นชนชั้นธรรมด๊า ธรรมดาที่เมกาได้ แถมน่าจะเปิดร้านขายขนมด้วยนะ :twisted: :twisted:

เพิ่มเติมกระทู้นี้นิดๆหน่อย เห็นป้ารู้เรื่องดี น่าจะมีเค้าว่าทำอาชีพอะไร :cool: :cool:
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/H3798449/H3798449.html

:evil: :evil: ตอนนี้ กรูกระจ่างแล้ว ว่าอีป้านี่ มันบ้าของจริง แถมบ้าแบบ สันดานเสียสุดๆ ใครฉุดไม่อยู่แน่ๆ :x :x

:evil: เหมือน ทำข้อสอบ ตอบโจทย์จารย์ได้เลยว่ะ รึว่าจะไปเป็นนักสืบดีว่ะ :twisted:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ชาตรี
365

ยาวไม่อ่าน สัด

ใครก็ได้ สรุปเรื่องใน 3 บรรทัดทีดิ๊

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
366

ชาตรี wrote:

ยาวไม่อ่าน สัด
ใครก็ได้ สรุปเรื่องใน 3 บรรทัดทีดิ๊

รักจะเสพดราม่าก็อย่าขี้เกียจสิเธอว์ :oops:
กว่ากูจะตามอ่านจบกินเวลาไปสามชม. แล้วจะมาลอบเสพแบบง่ายๆได้ไง อ่านเองเด้ :twisted:
แนะนำนะ
อ่านเรื่องมาเฟียไกลบ้านก่อน
แล้วตามด้วยไม่ขอแก้ต่าง
อย่าขี้เกียจอ่านทุกคอมมเม้นต์ เพราะคำตอบของปริศนามันซ่อนอยู่ในคอมเม้นต์จ้ะ ;-)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
367

สุดยอดท่านนักสืบ คริคริ แม่งได้อ่านอัตชีวประวัติของป้ากันเลยทีเดียว :twisted: :twisted: :twisted: แปะมาให้ดูดีกว่า
อัจฉริยะใช้ได้เลยป้าเรา

คุณเจ้าของกระทู้

ตั้งข้อสังเกตแปลกดี แต่อันนี้นะ จะเจอข้อมูลแปลกกว่า

ส่วนตัวสุดๆ…(ให้มันรู้กันไป เล้ยยย)

ตอนเรียนเนี่ย กี่ปีไม่ได้นับ แต่มหา’ท’ลัยดังมากละกัน

มี คอนโดเอง ย้ายแปดหน อยู่หลายรัฐ เรียนหลายสถาบัน

สมองดี ที่บ้านรวย ออกทุนให้ กินอยู่สุโขสโมสร มีรถดีๆใช้

รถหายไปคันนึง สปอร์ตสีแดงซะด้วยแหละ ไม่ไร ซื้อใหม่

ไม่รู้จริงๆ ว่าใช้เงินไปกี่บาทกี่เหรียญ อยากได้อะไรก็ซื้อ

อยากเรียนอะไรก็ สมัคร เกรดเจ๋ง ประวัติโก้ ที่ไหนก็รับ

ความรู้น่ะ..แน่หละ ได้มาชัวร์ ใช้อยู่เรื่อยๆ สมองยังดีอยู่

เคยสงสัยเหมือนกันว่า ใช้เงินไปเท่าไร เพราะว่าไม่เคยนับ

พี่ชายที่เก่งคำนวณ เขาทำงานธนาคาร และเป็นคนโอนให้

เขาบอกว่า เราผลาญไปประมาณแปดล้านบาท ยังไม่นับ

ค่าขนย้ายมหาสมบัติตอนกลับบ้าน รอบแรกอีกด้วย

ทีนี้ ทำงานอิสระ เงินยังเหลือเล่นอีก กลับมาใหม่ แต่งงาน

สามีหาเลี้ยง ก็ไม่รู้อีกว่า ใช้เงินเท่าไหร่ เขายังไม่ทิ้ง

แต่ก็มีพอจ่ายสบายใจ ทำธุรกิจส่วนตัว และรับงานตาม

อารมณ์ (ซ่า…เลยไม่ค่อยสนว่าใครจะจ้าง แต่ก็มีลูกค้ามา)

เพราะประวัติการ ศึกษาหายาก สรุปว่ายังจะอยู่ต่อไปแบบนี้

และเพื่อนที่เราคบก็เหมือน กันหมดเลย ทำงานอิสระทุกคน

แล้วก็มีที่เบิกเงินตลอดเวลา ธนบัตรจริง ไม่ได้พิมพ์ขึ้นเอง

ไม่รู้ว่าทำไมไม่เคยคิดก็ไม่รู้ว่า ใช้เงินไปเท่าไหร่ต่อปี

สงสัยจะนิสัยไม่ดี ไม่ชอบอะไรยุ่งยากก็ไม่ต้องคิดเครียด

เนี่ย…ช่วยคำนวณให้ด้วยละกัน แล้วมาบอกหน่อยว่า

เสียดุลย์ไปเท่าไหร่ สมองไหลออกแบบนี้น่ะ จะมาเก็บมั้ย?

จากคุณ : GengYod – [ 16 ต.ค. 48 20:06:50 A:207.200.116.130 X:

สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณเด็กน้อย

พี่กลับมาอีก ครั้งน่ะค่ะ คราวนี้เขียนภาษาไทยค่ะ
อันเนื่องจากว่าแป้นคีย์บอร์ดเป็น อักษรอังกฤษค่ะ กว่าจะ
พิมพ์ไทยได้มันพลาดบ่อยและต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม
พี่ จะเขียนเป็นอักษรไทยค่ะ เพราะว่านอกจากเรื่องคะแนน
ภาษาที่กฎเขาระบุแล้ว ถ้าคุณได้ทราบ " บรรยากาศ"ของ
มหาวิทยาลัย คุณจะได้มีแรงบันดาลใจมากขึ้นด้วยค่ะ

Stanford Campus อยู่ต่อจากเมือง Palo Alto ซึ่งตั้งอยู่
ทางใต้ของซาน ฟรานซิสโก (ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง)
หากเข้าจากด้านหน้า จะต่อจากถนน University สองข้าง
เป็นแนวปาล์มเรียงระเบียบ มุ่งตรงไปสู่ Quadrangle ซึ่ง
ด้าน หน้ามีหอ Hoover Tower ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สถาบัน
และโบสถ์ที่อยู่บริเวณ ส่วนหน้ามีชื่อเสียงสวยงามมากค่ะ

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีสถาปัตยกรรมโบราณที่วิเศษสุด
ประตูวงโค้งและเสาหินที่ตั้งเรียงแนวไปใน ลานกว้าง
เหมือนกลับเข้าไปในแดนอารยธรรมโบราณเมื่อไปครั้ง
แรกค่ะ พี่ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในสหรัฐฯ
หลายรัฐตอนที่อยู่ปีสี่ที่ จุฬาฯ ทั้งนี้เพื่อไปเลือกสถาบันค่ะ
(เดี๋ยวจะเล่าถึง Harvard/MIT) และที่ที่ทำให้รู้สึกดีมาก
ก็คือ Stanford นี่ละค่ะ พี่สอบ TOEFL อยู่สองครั้งนะคะ
และสอบ GRE ในแคลิฟอร์เนีย กว่าที่จะได้เข้าไปวอร์คอิน

โดย ปกติ นักเรียนทุนเขามีที่พัก (Dom) แยกออกไป
คนโสดก็ตึกหนึ่ง คนสมรสแล้วพาคู่ไปด้วยก็อีกตึกหนึ่งค่ะ
แต่พี่เรียนโดยทุนส่วนบุคคล ต้องหาที่พักเอง ตอนแรก
พี่เช่า APT. อยู่ทาง Palo Alto แต่ว่าบรรยากาศไกลจาก
Campus มาก พี่จึงย้ายเข้าไปพักที่ Kingscote's Garden
ซึ่งอยู่ในส่วนหลังของ Stanford ในสมัยนั้น ยี่สิบปีที่แล้ว
มี ทะเลสาบอยู่บริเวณดังกล่าว ชื่อ Lagutina Lake งามสงบ
และอยู่ใกล้กับ International Center ค่ะ ในฤดูร้อน
สถานที่นั้นจะเหมือนสวรรค์สำหรับคน ประเภทรักธรรมชาติ

พี่ไม่ใช่นักวิศวกรนะคะ แต่ว่ารู้จักกลุ่มนักเรียนไทยทุกคน
ในตอนนั้นมีประมาณ แปด คนค่ะ และส่วนใหญ่เป็น นรท.
มีเพื่อนเก่าร่วมมหาวิทยาลัยย้ายจากอีกรัฐมาต่อโท
ใน ช่วงนั้นจึงเป็นเวลาที่พี่มีความสุขมากค่ะ ที่พักในสวน
คิงสโคทส์นั้น จริงๆแล้วเขาไม่ให้นักศึกษาต่างชาติพักค่ะ แต่พี่มีคุณแม่ไปๆมาๆอยู่ด้วย และพร้อมจ่ายที่พักให้ด้วย
เพราะว่าทางบ้านเป็นห่วงมากค่ะ ทุกอย่างต้องปลอดภัย

ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความหมายมากสำหรับชีวิตของพี่
เพราะเป็นที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก (พี่ Ambitious ตั้งแต่เล็กค่ะ)
เพราะฉะนั้น พี่จะไม่เคยลืมวันเวลาที่ได้อยู่ที่นั่นเลยค่ะ

ยิ่งพี่เป็นนักเรียน ไทยคนเดียวในยุคนั้นที่มีที่พักส่วนบุคคล
ไม่ต้องอยู่หอพัก มีอาหารไทยทาน (คุณแม่ทำ) เพื่อนๆ
จะมาชุมนุมในคืนวันศุกร์ และร้องเพลง คิดถึงเมืองไทย ค่ะ

การเรียนหนักมาก ต้องเข้าออกห้องสมุดเป็นประจำค่ำเช้า
ก่อนหน้าปีที่พี่เข้ามีข่าวคดีข่ม ขืนแถบ East Palo Alto บ่อย
เพราะฉะนั้นพอค่ำมืด ก็จะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับที่พักค่ะ
แต่ว่าตอนทีพี่เรียนไม่มีคดีพวกนั้น เลย น้องวิศวะคนหนึ่ง
เขาบอกว่า เพราะอ้ายโม่งเห็นพี่น่ะค่ะ มันเลยเปลี่ยนใจ
ไปอาละวาดที่เมืองอื่น ไม่มาวุ่นวายกับนักเรียน Stanford

คำว่า Stanford สำหรับคนทั่วไปข้างนอกจะเขียนสะกด
สแตน ฟอร์ด แต่คนในจะทราบว่า ออกเสียง สแตนเฟิร์ด

มีสิ่งที่เป็นบรรยากาศ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คืออะไร
ทายสิคะ..อะไรเอ่ย..มีวงล้อหมุนไปในอาณา จักรกรีกเก่า
ใช่แล้วค่ะน้อง..มันคือ จักรยานค่ะ แทบทุกคนมีจักรยาน
พี่ เองมีรถ เอาจอดไว้ค่ะ ไปหาจักรยานมาถีบไปทั่วทุกมุม
เวลาว่างจากการเรียน พี่จะถีบ(จักรยานคู่ชีพ) ไปตามจุด
ที่ร่มรื่น มีต้นไม้สูงครึ้มรอบสถาบันและนั่งอ่านหนังสือค่ะ
เป็นชีวิตที่มีความสุข มากค่ะ และได้เรียนรู้จักเพื่อนนานา
ชาติที่เป็นระดับมันสมอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนกันค่ะ พี่โง่
กว่าเขามากและก็จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ ฉลาดกว่าเดิมมั้งหละ

การขี่จักรยานทำให้รู้ทิศทางลมดีค่ะ มีสองแห่งที่โปรดสุด
คือที่ร้าน BookStores อยู่ข้างไปรษณีย์ค่ะ กับตึกคอม.
ของมหา'ลัย ณ สถาบันแห่งนี้แหละที่สอนวิธีส่งอีเมล์ให้พี่
แต่ ว่าเรียนรู้มาแล้วก็ส่งให้เพื่อนใน Stanford กันเอง
คนอื่นเขายังไม่มี คอม.ใช้กันในตอนนั้นค่ะ แต่พี่มี 1 ตัว
จำไม่ได้ว่ารุ่นไหน แต่พี่ยกให้รุ่นน้องคนที่เรียนวิศวะอยู่
ตอนนั้นเขาเป็น UnderGrad. และเรียนต่อมาจนจบ PHD
ทุกวันนี้เขาก็ยังอยู่ในเขต Silicon Valley ค่ะ ทำบริษัท
เผอิญว่าเราจบจากโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวกันจากกทม.ค่ะ

บรรยากาศ รอบนอกของมหา'ลัยแห่งนี้ พี่ขอสรุปว่าน่าอยู่
เพราะมีถนนวนโค้งรอบอาคาร เรียน ต้องใช้รถแล่นรอบค่ะ
มีพิพิธภัณฑ์ด้วย แต่ว่ามีมัมมี่ เพราะฉะนั้น ตรงนั้นพี่ไม่ไป
เคยมีเพื่อนจากมธก.คนหนึ่งไปเรียนมานุษยวิทยา เขาไป
ถ่าย ภาพมัมมี่มา แล้วเอามาฝากที่พี่ แต่พี่ก็ไม่ชอบเช่นกัน
ก็เลยเอาไปให้ น้องคนที่เป็นวิศวะค่ะ เพราะคิดว่าเขาคงไม่
กลัวต่อมาเขาก็เอามาคืน มันจะวนอยู่อย่างนั้นหลายวัน
ในที่สุดเอาไปให้ห้องสมุดค่ะ

พี่ เห็นคำว่า Stanford จากกระทู้ของคุณ ก็เลยเข้ามาตอบ
ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงคำ ถามเพราะว่าพี่ไม่ใช่นักวิศวกรสาขา
ไหน แต่ว่าพี่อาจจะจำเรื่องราวในสมัยเรียนได้มากกว่าค่ะ
เพราะว่าพี่ทำงาน เป็นนักแปลและนักเขียน (ไม่รู้ดังรึเปล่า)
แต่เรื่องข้อมูลคะแนน ก็มีผู้รู้เฉพาะสาขามาตอบแล้วนี่คะ

พี่ก็ไม่แน่ใจว่า คุณยังสนใจที่นี่อยู่หรือเปล่า แต่ระหว่าง
แคลิฟอร์เนียกับแมสซาชจูเสทท์ พี่ชอบทางแคล.มากค่ะ

Harvard คงไม่อยู่ใน List ของคุณแต่พี่ transfer ไปที่นั่น
และได้ไปอยู่ในอีกบรรยากาศที่ New England,Boston
นาน หลายปี ตั้งแต่กลัวหนาวตายเพราะพายุหิมะจนกระทั่ง
สามารถเดินหันหลังสู้ กระแสลมกลางหิมะได้ในปีหลังๆ
ที่ MIT เคยมีงานจัดรวม นรท.ในเขต Mass.ครั้งหนึ่งค่ะ
พี่เคยไปลงคอร์สที่นั่น บรรยากาศต่างจาก Stanford แน่
แต่ก็มีแม่น้ำ Charles River ที่ทำให้อาณาจักรนั้นมีเสน่ห์
สำหรับ UC Berkeley พี่เคยไปเที่ยวชมเท่านั้น แต่ก็อยู่
บนเนินเขานะ ใกล้วัดไทยด้วย ปัจจุบันเขามีสมาคมนรท.

พี่หวังว่าคุณเด็กน้อยคงใช้ ความพยายามเต็มที่ ถึงแม้ว่า
พี่เองไม่มีวุฒิทางสาขาที่คุณสนใจ แต่ว่าพี่ก็ยังติดต่อกับ
รุ่นน้องคนที่ปัจจุบันมีบริษัทวิศวกรของเขาหุ้น กับเพื่อนค่ะ
ในฐานะที่เป็น CU Alumni พี่ก็ยินดีช่วยเหลือและเอาใจ
ช่วย ให้คุณประสบความสำเร็จนะคะ และหวังว่าจะมีแรง
บันดาลใจในการก้าวไปตาม ความใฝ่ฝันของคุณด้วย

หากว่าต้องการทราบเรื่องวิศวกรรมศาสตร์ของ Stanford
จากดร.คนหนึ่งที่มีประสบการณ์ทำงานในสหรัฐฯ สิบปี
คุณเด็ก น้อยทิ้งรหัสเมล์ไว้ พี่จะประสานให้กับรุ่นน้องคน
ที่พี่เคยเอารูปมัมมี่ ไปให้เขาน่ะค่ะ รับรองว่าเรา "ของจริง"
และไม่หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากเห็นคนเก่งก้าวหน้าค่ะ

ป.ล.คะแนน TOEFL 580 /GRE 1400 เท่าที่จำได้ ไม่ยากค่ะ เพราะว่ามีหนังสือให้เราศึกษา Try your best นะคะ

จากคุณ : Old_Grad - [ 17 ต.ค. 48 14:09:12 A:207.200.116.71 X: ] สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณเด็กน้อย

พี่กลับมาอีก ครั้งน่ะค่ะ คราวนี้เขียนภาษาไทยค่ะ
อันเนื่องจากว่าแป้นคีย์บอร์ดเป็น อักษรอังกฤษค่ะ กว่าจะ
พิมพ์ไทยได้มันพลาดบ่อยและต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม
พี่ จะเขียนเป็นอักษรไทยค่ะ เพราะว่านอกจากเรื่องคะแนน
ภาษาที่กฎเขาระบุแล้ว ถ้าคุณได้ทราบ ” บรรยากาศ”ของ
มหาวิทยาลัย คุณจะได้มีแรงบันดาลใจมากขึ้นด้วยค่ะ

Stanford Campus อยู่ต่อจากเมือง Palo Alto ซึ่งตั้งอยู่
ทางใต้ของซาน ฟรานซิสโก (ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง)
หากเข้าจากด้านหน้า จะต่อจากถนน University สองข้าง
เป็นแนวปาล์มเรียงระเบียบ มุ่งตรงไปสู่ Quadrangle ซึ่ง
ด้าน หน้ามีหอ Hoover Tower ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สถาบัน
และโบสถ์ที่อยู่บริเวณ ส่วนหน้ามีชื่อเสียงสวยงามมากค่ะ

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีสถาปัตยกรรมโบราณที่วิเศษสุด
ประตูวงโค้งและเสาหินที่ตั้งเรียงแนวไปใน ลานกว้าง
เหมือนกลับเข้าไปในแดนอารยธรรมโบราณเมื่อไปครั้ง
แรกค่ะ พี่ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในสหรัฐฯ
หลายรัฐตอนที่อยู่ปีสี่ที่ จุฬาฯ ทั้งนี้เพื่อไปเลือกสถาบันค่ะ
(เดี๋ยวจะเล่าถึง Harvard/MIT) และที่ที่ทำให้รู้สึกดีมาก
ก็คือ Stanford นี่ละค่ะ พี่สอบ TOEFL อยู่สองครั้งนะคะ
และสอบ GRE ในแคลิฟอร์เนีย กว่าที่จะได้เข้าไปวอร์คอิน

โดย ปกติ นักเรียนทุนเขามีที่พัก (Dom) แยกออกไป
คนโสดก็ตึกหนึ่ง คนสมรสแล้วพาคู่ไปด้วยก็อีกตึกหนึ่งค่ะ
แต่พี่เรียนโดยทุนส่วนบุคคล ต้องหาที่พักเอง ตอนแรก
พี่เช่า APT. อยู่ทาง Palo Alto แต่ว่าบรรยากาศไกลจาก
Campus มาก พี่จึงย้ายเข้าไปพักที่ Kingscote’s Garden
ซึ่งอยู่ในส่วนหลังของ Stanford ในสมัยนั้น ยี่สิบปีที่แล้ว
มี ทะเลสาบอยู่บริเวณดังกล่าว ชื่อ Lagutina Lake งามสงบ
และอยู่ใกล้กับ International Center ค่ะ ในฤดูร้อน
สถานที่นั้นจะเหมือนสวรรค์สำหรับคน ประเภทรักธรรมชาติ

พี่ไม่ใช่นักวิศวกรนะคะ แต่ว่ารู้จักกลุ่มนักเรียนไทยทุกคน
ในตอนนั้นมีประมาณ แปด คนค่ะ และส่วนใหญ่เป็น นรท.
มีเพื่อนเก่าร่วมมหาวิทยาลัยย้ายจากอีกรัฐมาต่อโท
ใน ช่วงนั้นจึงเป็นเวลาที่พี่มีความสุขมากค่ะ ที่พักในสวน
คิงสโคทส์นั้น จริงๆแล้วเขาไม่ให้นักศึกษาต่างชาติพักค่ะ แต่พี่มีคุณแม่ไปๆมาๆอยู่ด้วย และพร้อมจ่ายที่พักให้ด้วย
เพราะว่าทางบ้านเป็นห่วงมากค่ะ ทุกอย่างต้องปลอดภัย

ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความหมายมากสำหรับชีวิตของพี่
เพราะเป็นที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก (พี่ Ambitious ตั้งแต่เล็กค่ะ)
เพราะฉะนั้น พี่จะไม่เคยลืมวันเวลาที่ได้อยู่ที่นั่นเลยค่ะ

ยิ่งพี่เป็นนักเรียน ไทยคนเดียวในยุคนั้นที่มีที่พักส่วนบุคคล
ไม่ต้องอยู่หอพัก มีอาหารไทยทาน (คุณแม่ทำ) เพื่อนๆ
จะมาชุมนุมในคืนวันศุกร์ และร้องเพลง คิดถึงเมืองไทย ค่ะ

การเรียนหนักมาก ต้องเข้าออกห้องสมุดเป็นประจำค่ำเช้า
ก่อนหน้าปีที่พี่เข้ามีข่าวคดีข่ม ขืนแถบ East Palo Alto บ่อย
เพราะฉะนั้นพอค่ำมืด ก็จะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับที่พักค่ะ
แต่ว่าตอนทีพี่เรียนไม่มีคดีพวกนั้น เลย น้องวิศวะคนหนึ่ง
เขาบอกว่า เพราะอ้ายโม่งเห็นพี่น่ะค่ะ มันเลยเปลี่ยนใจ
ไปอาละวาดที่เมืองอื่น ไม่มาวุ่นวายกับนักเรียน Stanford

คำว่า Stanford สำหรับคนทั่วไปข้างนอกจะเขียนสะกด
สแตน ฟอร์ด แต่คนในจะทราบว่า ออกเสียง สแตนเฟิร์ด

มีสิ่งที่เป็นบรรยากาศ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คืออะไร
ทายสิคะ..อะไรเอ่ย..มีวงล้อหมุนไปในอาณา จักรกรีกเก่า
ใช่แล้วค่ะน้อง..มันคือ จักรยานค่ะ แทบทุกคนมีจักรยาน
พี่ เองมีรถ เอาจอดไว้ค่ะ ไปหาจักรยานมาถีบไปทั่วทุกมุม
เวลาว่างจากการเรียน พี่จะถีบ(จักรยานคู่ชีพ) ไปตามจุด
ที่ร่มรื่น มีต้นไม้สูงครึ้มรอบสถาบันและนั่งอ่านหนังสือค่ะ
เป็นชีวิตที่มีความสุข มากค่ะ และได้เรียนรู้จักเพื่อนนานา
ชาติที่เป็นระดับมันสมอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนกันค่ะ พี่โง่
กว่าเขามากและก็จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ ฉลาดกว่าเดิมมั้งหละ

การขี่จักรยานทำให้รู้ทิศทางลมดีค่ะ มีสองแห่งที่โปรดสุด
คือที่ร้าน BookStores อยู่ข้างไปรษณีย์ค่ะ กับตึกคอม.
ของมหา’ลัย ณ สถาบันแห่งนี้แหละที่สอนวิธีส่งอีเมล์ให้พี่
แต่ ว่าเรียนรู้มาแล้วก็ส่งให้เพื่อนใน Stanford กันเอง
คนอื่นเขายังไม่มี คอม.ใช้กันในตอนนั้นค่ะ แต่พี่มี 1 ตัว
จำไม่ได้ว่ารุ่นไหน แต่พี่ยกให้รุ่นน้องคนที่เรียนวิศวะอยู่
ตอนนั้นเขาเป็น UnderGrad. และเรียนต่อมาจนจบ PHD
ทุกวันนี้เขาก็ยังอยู่ในเขต Silicon Valley ค่ะ ทำบริษัท
เผอิญว่าเราจบจากโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวกันจากกทม.ค่ะ

บรรยากาศ รอบนอกของมหา’ลัยแห่งนี้ พี่ขอสรุปว่าน่าอยู่
เพราะมีถนนวนโค้งรอบอาคาร เรียน ต้องใช้รถแล่นรอบค่ะ
มีพิพิธภัณฑ์ด้วย แต่ว่ามีมัมมี่ เพราะฉะนั้น ตรงนั้นพี่ไม่ไป
เคยมีเพื่อนจากมธก.คนหนึ่งไปเรียนมานุษยวิทยา เขาไป
ถ่าย ภาพมัมมี่มา แล้วเอามาฝากที่พี่ แต่พี่ก็ไม่ชอบเช่นกัน
ก็เลยเอาไปให้ น้องคนที่เป็นวิศวะค่ะ เพราะคิดว่าเขาคงไม่
กลัวต่อมาเขาก็เอามาคืน มันจะวนอยู่อย่างนั้นหลายวัน
ในที่สุดเอาไปให้ห้องสมุดค่ะ

พี่ เห็นคำว่า Stanford จากกระทู้ของคุณ ก็เลยเข้ามาตอบ
ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงคำ ถามเพราะว่าพี่ไม่ใช่นักวิศวกรสาขา
ไหน แต่ว่าพี่อาจจะจำเรื่องราวในสมัยเรียนได้มากกว่าค่ะ
เพราะว่าพี่ทำงาน เป็นนักแปลและนักเขียน (ไม่รู้ดังรึเปล่า)
แต่เรื่องข้อมูลคะแนน ก็มีผู้รู้เฉพาะสาขามาตอบแล้วนี่คะ

พี่ก็ไม่แน่ใจว่า คุณยังสนใจที่นี่อยู่หรือเปล่า แต่ระหว่าง
แคลิฟอร์เนียกับแมสซาชจูเสทท์ พี่ชอบทางแคล.มากค่ะ

Harvard คงไม่อยู่ใน List ของคุณแต่พี่ transfer ไปที่นั่น
และได้ไปอยู่ในอีกบรรยากาศที่ New England,Boston
นาน หลายปี ตั้งแต่กลัวหนาวตายเพราะพายุหิมะจนกระทั่ง
สามารถเดินหันหลังสู้ กระแสลมกลางหิมะได้ในปีหลังๆ
ที่ MIT เคยมีงานจัดรวม นรท.ในเขต Mass.ครั้งหนึ่งค่ะ
พี่เคยไปลงคอร์สที่นั่น บรรยากาศต่างจาก Stanford แน่
แต่ก็มีแม่น้ำ Charles River ที่ทำให้อาณาจักรนั้นมีเสน่ห์
สำหรับ UC Berkeley พี่เคยไปเที่ยวชมเท่านั้น แต่ก็อยู่
บนเนินเขานะ ใกล้วัดไทยด้วย ปัจจุบันเขามีสมาคมนรท.

พี่หวังว่าคุณเด็กน้อยคงใช้ ความพยายามเต็มที่ ถึงแม้ว่า
พี่เองไม่มีวุฒิทางสาขาที่คุณสนใจ แต่ว่าพี่ก็ยังติดต่อกับ
รุ่นน้องคนที่ปัจจุบันมีบริษัทวิศวกรของเขาหุ้น กับเพื่อนค่ะ
ในฐานะที่เป็น CU Alumni พี่ก็ยินดีช่วยเหลือและเอาใจ
ช่วย ให้คุณประสบความสำเร็จนะคะ และหวังว่าจะมีแรง
บันดาลใจในการก้าวไปตาม ความใฝ่ฝันของคุณด้วย

หากว่าต้องการทราบเรื่องวิศวกรรมศาสตร์ของ Stanford
จากดร.คนหนึ่งที่มีประสบการณ์ทำงานในสหรัฐฯ สิบปี
คุณเด็ก น้อยทิ้งรหัสเมล์ไว้ พี่จะประสานให้กับรุ่นน้องคน
ที่พี่เคยเอารูปมัมมี่ ไปให้เขาน่ะค่ะ รับรองว่าเรา “ของจริง”
และไม่หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากเห็นคนเก่งก้าวหน้าค่ะ

ป.ล.คะแนน TOEFL 580 /GRE 1400 เท่าที่จำได้ ไม่ยากค่ะ เพราะว่ามีหนังสือให้เราศึกษา Try your best นะคะ

จากคุณ : Old_Grad – [ 17 ต.ค. 48 14:09:12 A:207.200.116.71 X: ]

คุณเด็กน้อย

At Stanford University, all Faculties require

not only students’ high-qualifications in educational

background, but also Top Level of Financial Status .

I got in with 3.9 GPA from Chula,and remarkable

ESL’s certificate for Graduates Foreign Students

from another Institution. Still, I was admitted in

conditions of Special Student to further my studies

in The American Culture & Basic Computer Program

for Graduates,before enrolling to the Master

Degree’s Program. This famous University certainly

conducts students to work hard in each course,

no time to play around for YEARS. Ultimately, those

who graduated with academic acknowledgements

shall be “the Head of their field” . That’s why they

must hold the highest scores as possible to enter,

in order to exit with prospective future. Four or Five

of Thai Students ,who were there in the same year

with me, chaired in the Head of their Office in BKK.

Only one Engineer ,got his PHD plus another Master

Degree in Computer Sciences. He studied 8 years!

Some of my closed friends also graduated PHD from

Massachusetts Institute of Technology, this one

is quite well-known in the Engineering Management.

All of these people were scholars, they were #one

from their point, then they returned to serve the

Country. But I have been living here,as I attended

the program based on my private financial budget.

Wish you luck, if you can put your endeavors to

graduate from Stanford, and firmly set your life in

Thailand,your future will be on the bright side ever.

จากคุณ : Old_Grad. – [ 15 ต.ค. 48 04:24:15 A:207.200.116.74 X

มีอีกมากมายเลย quote เจ๋่ง ๆ ของป้าในกระทู้เก่า ๆ
นี่โชคดีนะแกแค่อัจฉริยะด้านการแต่งกลอน ถ้าหากแกเป็นพวกสายวิทย์ เราว่าป้าแกต้องกลายเป็น Unabomber แน่เลยว่ะ (ศาสตราจารย์สติเฟื่อง
ที่เที่ยวส่งจดหมายระเบิดไปให้คนอื่น ๆ เจ็บตายกันหลายคน)

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
368

ลูกคนรวย คุณหนู ไฮโซ พ่อเป็นนายพล อัจฉริยะ 3.9 จุฬาฯ Stanford Harvard บ้านรวย ใช้รถสปอร์ต มีคอนโด ย้ายโรงเรียนเป็นว่าเล่น <—– อดีตอันรุ่งโรจน์ของป้า

พ่อแม่จากไป ฐานะขัดสน อยู่เมืองนอกตัวคนเดียว (กับสามีอดีตพระมหา) ไม่คิดทำมาหากิน สมองยังดี แต่ใช้ในทางที่ผิด ใช้พันทิประบายอารมณ์ ด่าคนโน้นคนนี้ ยุยงให้เวปแตกกัน คอยทำร้ายคนอื่นในพันทิป ..ต้องลาออก สุดท้ายโดนคนแฉทั้งประเทศ <—— ชีวิตบัดซบที่เป็นอยู่

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 5 Thumb down 0
อีโรคจิตรเอ๊ย
369

3.9 จุฬาฯ Stanford Harvard แต่ไหงเขียนอะไรวกวนเหมือนคนอีเดียด มีเนื้อหาอยู่ 1 บรรทัดแม่งเขียนวนอยู่ได้เป็นหน้าๆ อ่านแล้วเวียนหัวคลื่นใส้

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
อีโรคจิตรเอ๊ย
370

who were there in the same year

with me, chaired in the Head of their Office in BKK.

Only one Engineer ,got his PHD plus another Master

Degree in Computer Sciences. He studied 8 years!

Some of my closed friends

Some of my closed friends …???

บรรทัดนี้แปลว่าอะไรวะ ไม่ได้เรียน Stanford หรือ Harvard มาเลยศัพท์ Way over my head.

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
หลานพจน์กับป้าเหมียวนะจ๊ะๆๆๆๆ
371

อีโรคจิตรเอ๊ย wrote:

chaired in the Head of their Office in BKK.

in the Head of their Office in BKK มันคืออะไร

มันความหมายเดียวกับ Head Office in BKK หรือเปล่า
Harvard, Stanford เขาใช้ภาษากันแปลกๆดี

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
372

อย่าว่าป้าแกมากเรื่องภาษาอังกฤษสิ :| :| แกเรียนจบมาหลายสิบปีแล้ว ทุกวันนี้ใช้แต่ภาษาไทยเขียนกลอน เขียนพันทิป อยู่ในสังคมคนไทย อยู่วัดไทย เขียนหนังสือพิมพ์ไทย ไม่ได้ใช้ภาษา(เขียน)ฝรั่งเท่าไหร่หรอก

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ส้มสามสี
373

อยากรู้ลึก ทุกเรื่องราว โน้นเลย เวปส้ม แต่บางคนก็เขียนหยาบคายหน่อยนะ ถ้าทนได้

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
หลานพจน์กับป้าเหมียวนะจ๊ะๆๆๆๆ
374

อีโรคจิตรเอ๊ย wrote:

Some of my closed friends …???
บรรทัดนี้แปลว่าอะไรวะ ไม่ได้เรียน Stanford หรือ Harvard มาเลยศัพท์ Way over my head.

คงแปลว่าเพื่อนที่ปิดตัวเอง (คงปิดกั้นไม่ต้องการคบใครมั๊ง เหมือนประตูปิดก็จะใช้ closed door)

ปล. อย่าเชื่อเรานะ เราเรียนปะกิดด้วยตัวเอง ไม่มีปัญญาได้ 3.9กับเขาหรอก ไม่มีตังค์เรียน

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
375

ส้มสามสี wrote:

อยากรู้ลึก ทุกเรื่องราว โน้นเลย เวปส้ม แต่บางคนก็เขียนหยาบคายหน่อยนะ ถ้าทนได้

ขอลายแทงเข้าเวปส้มหน่อยจิ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
376

หลานพจน์กับป้าเหมียวนะจ๊ะๆๆๆๆ wrote:

อีโรคจิตรเอ๊ย wrote:

Some of my closed friends …???
บรรทัดนี้แปลว่าอะไรวะ ไม่ได้เรียน Stanford หรือ Harvard มาเลยศัพท์ Way over my head.

คงแปลว่าเพื่อนที่ปิดตัวเอง (คงปิดกั้นไม่ต้องการคบใครมั๊ง เหมือนประตูปิดก็จะใช้ closed door)

ปล. อย่าเชื่อเรานะ เราเรียนปะกิดด้วยตัวเอง ไม่มีปัญญาได้ 3.9กับเขาหรอก ไม่มีตังค์เรียน

:grin: :grin: :grin: ถูกต้องเลย แปลอย่างนั้นแหละ
3.9 แล้วไม่เห็นจะทำไม ผมว่าจบออกมาใช้ชีวิตยังไงสำคัญกว่า

ผมเคยเห็น 3.9 จุฬาทำงานห้าปีเงินเดือนสามหมื่นกว่า
แต่จบราม 2.5 ทำงานสิบปีตอนนี้เงินเดือนแสนห้า (งานคาร์โก้) :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
หนูเหมียว
377

จดหมายหรือพินัยกรรมวะคะ? :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 4 Thumb down 0
378

ทำไมหลงตัวเองขนาดนั้น?????????????? :cry: :cry: :cry:

มันคือสิ่งเดียวที่ผมคิดได้จริงๆ

ผมไม่ค่อยเข้าใจ คห.367 เท่าไหร่อ่ะ มันวนๆแปลก เหมือนพยายามใช้ Tense ให้ถูกอ่ะ ย้ำอ่ะนะ “พยายาม” :cry: :cry:

รึึเพราะว่าผมเคยชินกับ บริทิช อิงค์ มากกว่าอเมริกันองค์ฟระ??

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
379

ผมว่าจริงจังกับโลกอินเตอร์เนตมากเกินไปกับการที่จะมีชื่อเสียงในเนตมากเกินไปหรือเปล่า :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
380

อ่านะ กูผมว่าสำนวนโอเคครับ ;-)
สวยงามมาก
แต่เนื้อหาสาระวกไปวันมาอยู่ที่
“ฉันเป็นผู้มีความรู้ คงไม่ลดตัวไปตอบโต้กับคุณ”
มีการอ้างถึงบุคคลที่ 3
แล้วก็วกกลับมาที่วลีที่ให้ความหมายเดียวกับความหมายเดิม :lol:
แต่ก็ดีนะ เหมือนฝึกอ่านรางายวิชาการย่อยๆ
ลดความยืดเยื้อซัก 1 ปีแสง กูผมว่าน่าจะแสดงถึงความสามารถในการกระชับความของคุณได้นะเออว์ . . . :idea: :idea:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 1
ขี้เกียจอ่านจริงๆ
381

พิมพ์สั้นๆ บ้านจะบึ้มเหรอแว๊ !!!! :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เสี้ยวจันทรา
382

สาระเดียวที่ดิฉันได้รับจากจดหมายนี้คือ ตัวอย่างการเลือกใช้วรรณศิลป์อันงดงาม
เป็นสิ่งแสดงถึงภูมิความรู้อันสูงส่ง ขัดกับภูมิปัญญาแยกแยะความผิดชอบ
เสียดายจริงๆที่สมองระดับนี้ต้องมาอยู่ร่วมกับจิตใจอันไม่บริสุทธิ์
เสียดายจริงๆที่ปลายมือของคุณก่อให้เกิดโมหะจิตในใจของผู้คนนับไม่ถ้วน
หากชาติหน้าฉันใดขอให้คุณได้ใช้ความสามารถทางวรรณศิลป์อันงดงามนี้ก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างสูงสุดเทอญ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
383

เยอะมากอ่านแล้ววนไปมา ความรู้ทางภาษาน้อยนิด กลัวถูกชักจูงได้ง่ายเลยไม่อ่านล่ะ ไปอ่านหนังสือสอบกะดราม่าต่อดีกว่า
(อ่าข้อสอบ open book เอ๊ยเจ้าช่างยากและซับซ้อนจริงๆ เิปิดให้ตายก็หาไม่เจอ :arrow: :arrow: )

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 1 Thumb down 0
384

อ่านตั้งนานเนื้อหาบรรทัดเดียวคือ

“มีคนอิจฉากรู กรูกลัวจิตตกเพราะโดนด่า กรูเลยเลิกเล่นพันดริฟ” :evil:

แล้วคนเรามันจริงจังกับเว็บบอร์ทขนาดนี้เลยหรอ กรูพิมพ์ตอนนี้อีก5นาทีก็ลืมแล้ว :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
385

โถๆ สู้พี่ หยง ณ บอร์ดประมูลก็ไม่ได้ :twisted:
ด่าอะไรกูไม่สน กูไม่พอใจกูบลัส แต่กูรวยเพราะพวกมึงเกรียน :razz:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 2 Thumb down 0
386

เสียดายป้าแกไม่ได้หัดย่อเนื้อเรื่องให้กระชับ เขียนเอาแต่เนื้อๆ ใจความสำคัญ

ไม่งั้นจดหมายลาออกแบบนี้เต็มที่คงแค่ซักสี่ห้าบรรทัดอ่ะ :evil: :evil:

กว่าจะอ่านจบตรู เล่นเอาปวดตา :x :x

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
387

เหนที่มันบอก ไปกินข้าว อาบน้ำก่อนค่อยมาอ่าน

เลยลองเลื่อนลงมาดูโอ้โห ยาวปริ๊ด ขี้เกียจอ่านนน :evil:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
ชนชั้นกลาง
388

สรุปแค่จะยุแหย่เขา แต่กลัวเขาไม่รับฟังเลยประดิษฐ์สำนวนให้คนยอมอ่านว่างั้นเถอะ :evil:

คนคิดเลิกจริงเขาไม่พิรี้ พิไรหรอก ไปแล้วไปลับ

มีอย่างที่ไหนอาหารไม่อร่อย ผมไม่กลับไปเดินบอกว่ารสชาติหมาไม่แดกหรอก มีแต่จะด่าในใจแล้วอย่าหวังว่าจะได้แดรกเงินกรุอีกเลย :o

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
แพมเพิ่ด
389

อีพวกป้าๆเหี้ยๆไรพวกนี้น่ารำคาญหวะ :grin:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
แตกต่างแต่ไม่โดดเดี่ยว
390

ยาวสัด :?:

กะจะพิมขายร่วมเล่มเหรอไง?

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
เวน รูโน่น
391

คมเฉือนไข่หว่ะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
392

โอยยย กรูใช้เวลาอ่านจดหมายอันสวยหรูของป้าไปเกือบชั่วโมง :evil:
ทุกครั้งยิ่งอ่านเจอคำด่าอันสวยหรูของอีป้านี่ ยิ่งอยากจะอ้วกทุกที :twisted: :o

/me ปวดตา :oops:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
จ่าขราหนูนอนไม่ค่อยจะหลับ
393

เป็นจดหมายที่ยาวที่สุดในชีวิตที่อ่าน
และเป็นเรื่องชาวบ้านอีกตะหาก
เง้อออ :?:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
อั๊ยหย่ะ!
394

โอ้ว…ชิบหายแล้วไง
เสือกหลงมาอ่านดราม่านี้ :evil: :evil:
อิป้านี่ก็เขียนยาวเวิ่นเว้อได้ใจ :?:
กุก็โง่อ่านจนจบ หาเรื่องให้ปวดตาเล่นซะงั้น :cry:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
395

อีป้านี่กล้าวะ

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
หน้ามีนมาก
396

หลานพจน์กับป้าเหมียวนะจ๊ะๆๆๆๆ wrote:

อีโรคจิตรเอ๊ย wrote:

Some of my closed friends …???
บรรทัดนี้แปลว่าอะไรวะ ไม่ได้เรียน Stanford หรือ Harvard มาเลยศัพท์ Way over my head.

คงแปลว่าเพื่อนที่ปิดตัวเอง (คงปิดกั้นไม่ต้องการคบใครมั๊ง เหมือนประตูปิดก็จะใช้ closed door)

ปล. อย่าเชื่อเรานะ เราเรียนปะกิดด้วยตัวเอง ไม่มีปัญญาได้ 3.9กับเขาหรอก ไม่มีตังค์เรียน

closed friend แปลว่า เพื่อนสนิท ครับพี่ ถ้านึกไม่ออก ก็นึกถึง ยาสีฟัน ใกล้ชิด ภาษา Eng มันก็คือ closed-up

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
397

ไอพวกเวงช้างยิ้ม อมยิ้มกุยังส่งมาไม่ถึง พวกมรึงจะทำดริฟท์ชิพหาย แล้วกรูจะไปยัดห่ามาม่าที่ไหนได้อีกล่ะฟะ :razz:

ฝัดเอ๊ยยยยย เอาโอเล่ไปอมเหอะ :o :o :o

Ticket กรูอะไรก็จำไม่ได้ บัดซบมาก :sad:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
398

@ หลานพจน์กับป้าเหมียวนะจ๊ะๆๆๆๆ:

บร๊ะเจ้า…. some of my closed friends… :shock:

อย่าบอกใครว่าเรียนที่ไหนนะ อายเค้า กุ……..No comment, done with this horse shit! :|

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
399

I know wrote:

สุดยอดท่านนักสืบ คริคริ แม่งได้อ่านอัตชีวประวัติของป้ากันเลยทีเดียว แปะมาให้ดูดีกว่า
อัจฉริยะใช้ได้เลยป้าเรา

คุณเจ้าของกระทู้
ตั้งข้อสังเกตแปลกดี แต่อันนี้นะ จะเจอข้อมูลแปลกกว่า
ส่วนตัวสุดๆ…(ให้มันรู้กันไป เล้ยยย)
ตอนเรียนเนี่ย กี่ปีไม่ได้นับ แต่มหา’ท’ลัยดังมากละกัน
มี คอนโดเอง ย้ายแปดหน อยู่หลายรัฐ เรียนหลายสถาบัน
สมองดี ที่บ้านรวย ออกทุนให้ กินอยู่สุโขสโมสร มีรถดีๆใช้
รถหายไปคันนึง สปอร์ตสีแดงซะด้วยแหละ ไม่ไร ซื้อใหม่
ไม่รู้จริงๆ ว่าใช้เงินไปกี่บาทกี่เหรียญ อยากได้อะไรก็ซื้อ
อยากเรียนอะไรก็ สมัคร เกรดเจ๋ง ประวัติโก้ ที่ไหนก็รับ
ความรู้น่ะ..แน่หละ ได้มาชัวร์ ใช้อยู่เรื่อยๆ สมองยังดีอยู่
เคยสงสัยเหมือนกันว่า ใช้เงินไปเท่าไร เพราะว่าไม่เคยนับ
พี่ชายที่เก่งคำนวณ เขาทำงานธนาคาร และเป็นคนโอนให้
เขาบอกว่า เราผลาญไปประมาณแปดล้านบาท ยังไม่นับ
ค่าขนย้ายมหาสมบัติตอนกลับบ้าน รอบแรกอีกด้วย
ทีนี้ ทำงานอิสระ เงินยังเหลือเล่นอีก กลับมาใหม่ แต่งงาน
สามีหาเลี้ยง ก็ไม่รู้อีกว่า ใช้เงินเท่าไหร่ เขายังไม่ทิ้ง
แต่ก็มีพอจ่ายสบายใจ ทำธุรกิจส่วนตัว และรับงานตาม
อารมณ์ (ซ่า…เลยไม่ค่อยสนว่าใครจะจ้าง แต่ก็มีลูกค้ามา)
เพราะประวัติการ ศึกษาหายาก สรุปว่ายังจะอยู่ต่อไปแบบนี้
และเพื่อนที่เราคบก็เหมือน กันหมดเลย ทำงานอิสระทุกคน
แล้วก็มีที่เบิกเงินตลอดเวลา ธนบัตรจริง ไม่ได้พิมพ์ขึ้นเอง
ไม่รู้ว่าทำไมไม่เคยคิดก็ไม่รู้ว่า ใช้เงินไปเท่าไหร่ต่อปี
สงสัยจะนิสัยไม่ดี ไม่ชอบอะไรยุ่งยากก็ไม่ต้องคิดเครียด
เนี่ย…ช่วยคำนวณให้ด้วยละกัน แล้วมาบอกหน่อยว่า
เสียดุลย์ไปเท่าไหร่ สมองไหลออกแบบนี้น่ะ จะมาเก็บมั้ย?
จากคุณ : GengYod – [ 16 ต.ค. 48 20:06:50 A:207.200.116.130 X:

สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณเด็กน้อย
พี่กลับมาอีก ครั้งน่ะค่ะ คราวนี้เขียนภาษาไทยค่ะ
อันเนื่องจากว่าแป้นคีย์บอร์ดเป็น อักษรอังกฤษค่ะ กว่าจะ
พิมพ์ไทยได้มันพลาดบ่อยและต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม
พี่ จะเขียนเป็นอักษรไทยค่ะ เพราะว่านอกจากเรื่องคะแนน
ภาษาที่กฎเขาระบุแล้ว ถ้าคุณได้ทราบ " บรรยากาศ"ของ
มหาวิทยาลัย คุณจะได้มีแรงบันดาลใจมากขึ้นด้วยค่ะ
Stanford Campus อยู่ต่อจากเมือง Palo Alto ซึ่งตั้งอยู่
ทางใต้ของซาน ฟรานซิสโก (ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง)
หากเข้าจากด้านหน้า จะต่อจากถนน University สองข้าง
เป็นแนวปาล์มเรียงระเบียบ มุ่งตรงไปสู่ Quadrangle ซึ่ง
ด้าน หน้ามีหอ Hoover Tower ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สถาบัน
และโบสถ์ที่อยู่บริเวณ ส่วนหน้ามีชื่อเสียงสวยงามมากค่ะ
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีสถาปัตยกรรมโบราณที่วิเศษสุด
ประตูวงโค้งและเสาหินที่ตั้งเรียงแนวไปใน ลานกว้าง
เหมือนกลับเข้าไปในแดนอารยธรรมโบราณเมื่อไปครั้ง
แรกค่ะ พี่ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในสหรัฐฯ
หลายรัฐตอนที่อยู่ปีสี่ที่ จุฬาฯ ทั้งนี้เพื่อไปเลือกสถาบันค่ะ
(เดี๋ยวจะเล่าถึง Harvard/MIT) และที่ที่ทำให้รู้สึกดีมาก
ก็คือ Stanford นี่ละค่ะ พี่สอบ TOEFL อยู่สองครั้งนะคะ
และสอบ GRE ในแคลิฟอร์เนีย กว่าที่จะได้เข้าไปวอร์คอิน
โดย ปกติ นักเรียนทุนเขามีที่พัก (Dom) แยกออกไป
คนโสดก็ตึกหนึ่ง คนสมรสแล้วพาคู่ไปด้วยก็อีกตึกหนึ่งค่ะ
แต่พี่เรียนโดยทุนส่วนบุคคล ต้องหาที่พักเอง ตอนแรก
พี่เช่า APT. อยู่ทาง Palo Alto แต่ว่าบรรยากาศไกลจาก
Campus มาก พี่จึงย้ายเข้าไปพักที่ Kingscote's Garden
ซึ่งอยู่ในส่วนหลังของ Stanford ในสมัยนั้น ยี่สิบปีที่แล้ว
มี ทะเลสาบอยู่บริเวณดังกล่าว ชื่อ Lagutina Lake งามสงบ
และอยู่ใกล้กับ International Center ค่ะ ในฤดูร้อน
สถานที่นั้นจะเหมือนสวรรค์สำหรับคน ประเภทรักธรรมชาติ
พี่ไม่ใช่นักวิศวกรนะคะ แต่ว่ารู้จักกลุ่มนักเรียนไทยทุกคน
ในตอนนั้นมีประมาณ แปด คนค่ะ และส่วนใหญ่เป็น นรท.
มีเพื่อนเก่าร่วมมหาวิทยาลัยย้ายจากอีกรัฐมาต่อโท
ใน ช่วงนั้นจึงเป็นเวลาที่พี่มีความสุขมากค่ะ ที่พักในสวน
คิงสโคทส์นั้น จริงๆแล้วเขาไม่ให้นักศึกษาต่างชาติพักค่ะ แต่พี่มีคุณแม่ไปๆมาๆอยู่ด้วย และพร้อมจ่ายที่พักให้ด้วย
เพราะว่าทางบ้านเป็นห่วงมากค่ะ ทุกอย่างต้องปลอดภัย
ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความหมายมากสำหรับชีวิตของพี่
เพราะเป็นที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก (พี่ Ambitious ตั้งแต่เล็กค่ะ)
เพราะฉะนั้น พี่จะไม่เคยลืมวันเวลาที่ได้อยู่ที่นั่นเลยค่ะ
ยิ่งพี่เป็นนักเรียน ไทยคนเดียวในยุคนั้นที่มีที่พักส่วนบุคคล
ไม่ต้องอยู่หอพัก มีอาหารไทยทาน (คุณแม่ทำ) เพื่อนๆ
จะมาชุมนุมในคืนวันศุกร์ และร้องเพลง คิดถึงเมืองไทย ค่ะ
การเรียนหนักมาก ต้องเข้าออกห้องสมุดเป็นประจำค่ำเช้า
ก่อนหน้าปีที่พี่เข้ามีข่าวคดีข่ม ขืนแถบ East Palo Alto บ่อย
เพราะฉะนั้นพอค่ำมืด ก็จะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับที่พักค่ะ
แต่ว่าตอนทีพี่เรียนไม่มีคดีพวกนั้น เลย น้องวิศวะคนหนึ่ง
เขาบอกว่า เพราะอ้ายโม่งเห็นพี่น่ะค่ะ มันเลยเปลี่ยนใจ
ไปอาละวาดที่เมืองอื่น ไม่มาวุ่นวายกับนักเรียน Stanford
คำว่า Stanford สำหรับคนทั่วไปข้างนอกจะเขียนสะกด
สแตน ฟอร์ด แต่คนในจะทราบว่า ออกเสียง สแตนเฟิร์ด
มีสิ่งที่เป็นบรรยากาศ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คืออะไร
ทายสิคะ..อะไรเอ่ย..มีวงล้อหมุนไปในอาณา จักรกรีกเก่า
ใช่แล้วค่ะน้อง..มันคือ จักรยานค่ะ แทบทุกคนมีจักรยาน
พี่ เองมีรถ เอาจอดไว้ค่ะ ไปหาจักรยานมาถีบไปทั่วทุกมุม
เวลาว่างจากการเรียน พี่จะถีบ(จักรยานคู่ชีพ) ไปตามจุด
ที่ร่มรื่น มีต้นไม้สูงครึ้มรอบสถาบันและนั่งอ่านหนังสือค่ะ
เป็นชีวิตที่มีความสุข มากค่ะ และได้เรียนรู้จักเพื่อนนานา
ชาติที่เป็นระดับมันสมอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนกันค่ะ พี่โง่
กว่าเขามากและก็จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ ฉลาดกว่าเดิมมั้งหละ
การขี่จักรยานทำให้รู้ทิศทางลมดีค่ะ มีสองแห่งที่โปรดสุด
คือที่ร้าน BookStores อยู่ข้างไปรษณีย์ค่ะ กับตึกคอม.
ของมหา'ลัย ณ สถาบันแห่งนี้แหละที่สอนวิธีส่งอีเมล์ให้พี่
แต่ ว่าเรียนรู้มาแล้วก็ส่งให้เพื่อนใน Stanford กันเอง
คนอื่นเขายังไม่มี คอม.ใช้กันในตอนนั้นค่ะ แต่พี่มี 1 ตัว
จำไม่ได้ว่ารุ่นไหน แต่พี่ยกให้รุ่นน้องคนที่เรียนวิศวะอยู่
ตอนนั้นเขาเป็น UnderGrad. และเรียนต่อมาจนจบ PHD
ทุกวันนี้เขาก็ยังอยู่ในเขต Silicon Valley ค่ะ ทำบริษัท
เผอิญว่าเราจบจากโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวกันจากกทม.ค่ะ
บรรยากาศ รอบนอกของมหา'ลัยแห่งนี้ พี่ขอสรุปว่าน่าอยู่
เพราะมีถนนวนโค้งรอบอาคาร เรียน ต้องใช้รถแล่นรอบค่ะ
มีพิพิธภัณฑ์ด้วย แต่ว่ามีมัมมี่ เพราะฉะนั้น ตรงนั้นพี่ไม่ไป
เคยมีเพื่อนจากมธก.คนหนึ่งไปเรียนมานุษยวิทยา เขาไป
ถ่าย ภาพมัมมี่มา แล้วเอามาฝากที่พี่ แต่พี่ก็ไม่ชอบเช่นกัน
ก็เลยเอาไปให้ น้องคนที่เป็นวิศวะค่ะ เพราะคิดว่าเขาคงไม่
กลัวต่อมาเขาก็เอามาคืน มันจะวนอยู่อย่างนั้นหลายวัน
ในที่สุดเอาไปให้ห้องสมุดค่ะ
พี่ เห็นคำว่า Stanford จากกระทู้ของคุณ ก็เลยเข้ามาตอบ
ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงคำ ถามเพราะว่าพี่ไม่ใช่นักวิศวกรสาขา
ไหน แต่ว่าพี่อาจจะจำเรื่องราวในสมัยเรียนได้มากกว่าค่ะ
เพราะว่าพี่ทำงาน เป็นนักแปลและนักเขียน (ไม่รู้ดังรึเปล่า)
แต่เรื่องข้อมูลคะแนน ก็มีผู้รู้เฉพาะสาขามาตอบแล้วนี่คะ
พี่ก็ไม่แน่ใจว่า คุณยังสนใจที่นี่อยู่หรือเปล่า แต่ระหว่าง
แคลิฟอร์เนียกับแมสซาชจูเสทท์ พี่ชอบทางแคล.มากค่ะ
Harvard คงไม่อยู่ใน List ของคุณแต่พี่ transfer ไปที่นั่น
และได้ไปอยู่ในอีกบรรยากาศที่ New England,Boston
นาน หลายปี ตั้งแต่กลัวหนาวตายเพราะพายุหิมะจนกระทั่ง
สามารถเดินหันหลังสู้ กระแสลมกลางหิมะได้ในปีหลังๆ
ที่ MIT เคยมีงานจัดรวม นรท.ในเขต Mass.ครั้งหนึ่งค่ะ
พี่เคยไปลงคอร์สที่นั่น บรรยากาศต่างจาก Stanford แน่
แต่ก็มีแม่น้ำ Charles River ที่ทำให้อาณาจักรนั้นมีเสน่ห์
สำหรับ UC Berkeley พี่เคยไปเที่ยวชมเท่านั้น แต่ก็อยู่
บนเนินเขานะ ใกล้วัดไทยด้วย ปัจจุบันเขามีสมาคมนรท.
พี่หวังว่าคุณเด็กน้อยคงใช้ ความพยายามเต็มที่ ถึงแม้ว่า
พี่เองไม่มีวุฒิทางสาขาที่คุณสนใจ แต่ว่าพี่ก็ยังติดต่อกับ
รุ่นน้องคนที่ปัจจุบันมีบริษัทวิศวกรของเขาหุ้น กับเพื่อนค่ะ
ในฐานะที่เป็น CU Alumni พี่ก็ยินดีช่วยเหลือและเอาใจ
ช่วย ให้คุณประสบความสำเร็จนะคะ และหวังว่าจะมีแรง
บันดาลใจในการก้าวไปตาม ความใฝ่ฝันของคุณด้วย
หากว่าต้องการทราบเรื่องวิศวกรรมศาสตร์ของ Stanford
จากดร.คนหนึ่งที่มีประสบการณ์ทำงานในสหรัฐฯ สิบปี
คุณเด็ก น้อยทิ้งรหัสเมล์ไว้ พี่จะประสานให้กับรุ่นน้องคน
ที่พี่เคยเอารูปมัมมี่ ไปให้เขาน่ะค่ะ รับรองว่าเรา "ของจริง"
และไม่หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากเห็นคนเก่งก้าวหน้าค่ะ
ป.ล.คะแนน TOEFL 580 /GRE 1400 เท่าที่จำได้ ไม่ยากค่ะ เพราะว่ามีหนังสือให้เราศึกษา Try your best นะคะ
จากคุณ : Old_Grad - [ 17 ต.ค. 48 14:09:12 A:207.200.116.71 X: ] สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณเด็กน้อย
พี่กลับมาอีก ครั้งน่ะค่ะ คราวนี้เขียนภาษาไทยค่ะ
อันเนื่องจากว่าแป้นคีย์บอร์ดเป็น อักษรอังกฤษค่ะ กว่าจะ
พิมพ์ไทยได้มันพลาดบ่อยและต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม
พี่ จะเขียนเป็นอักษรไทยค่ะ เพราะว่านอกจากเรื่องคะแนน
ภาษาที่กฎเขาระบุแล้ว ถ้าคุณได้ทราบ ” บรรยากาศ”ของ
มหาวิทยาลัย คุณจะได้มีแรงบันดาลใจมากขึ้นด้วยค่ะ
Stanford Campus อยู่ต่อจากเมือง Palo Alto ซึ่งตั้งอยู่
ทางใต้ของซาน ฟรานซิสโก (ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง)
หากเข้าจากด้านหน้า จะต่อจากถนน University สองข้าง
เป็นแนวปาล์มเรียงระเบียบ มุ่งตรงไปสู่ Quadrangle ซึ่ง
ด้าน หน้ามีหอ Hoover Tower ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สถาบัน
และโบสถ์ที่อยู่บริเวณ ส่วนหน้ามีชื่อเสียงสวยงามมากค่ะ
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีสถาปัตยกรรมโบราณที่วิเศษสุด
ประตูวงโค้งและเสาหินที่ตั้งเรียงแนวไปใน ลานกว้าง
เหมือนกลับเข้าไปในแดนอารยธรรมโบราณเมื่อไปครั้ง
แรกค่ะ พี่ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในสหรัฐฯ
หลายรัฐตอนที่อยู่ปีสี่ที่ จุฬาฯ ทั้งนี้เพื่อไปเลือกสถาบันค่ะ
(เดี๋ยวจะเล่าถึง Harvard/MIT) และที่ที่ทำให้รู้สึกดีมาก
ก็คือ Stanford นี่ละค่ะ พี่สอบ TOEFL อยู่สองครั้งนะคะ
และสอบ GRE ในแคลิฟอร์เนีย กว่าที่จะได้เข้าไปวอร์คอิน
โดย ปกติ นักเรียนทุนเขามีที่พัก (Dom) แยกออกไป
คนโสดก็ตึกหนึ่ง คนสมรสแล้วพาคู่ไปด้วยก็อีกตึกหนึ่งค่ะ
แต่พี่เรียนโดยทุนส่วนบุคคล ต้องหาที่พักเอง ตอนแรก
พี่เช่า APT. อยู่ทาง Palo Alto แต่ว่าบรรยากาศไกลจาก
Campus มาก พี่จึงย้ายเข้าไปพักที่ Kingscote’s Garden
ซึ่งอยู่ในส่วนหลังของ Stanford ในสมัยนั้น ยี่สิบปีที่แล้ว
มี ทะเลสาบอยู่บริเวณดังกล่าว ชื่อ Lagutina Lake งามสงบ
และอยู่ใกล้กับ International Center ค่ะ ในฤดูร้อน
สถานที่นั้นจะเหมือนสวรรค์สำหรับคน ประเภทรักธรรมชาติ
พี่ไม่ใช่นักวิศวกรนะคะ แต่ว่ารู้จักกลุ่มนักเรียนไทยทุกคน
ในตอนนั้นมีประมาณ แปด คนค่ะ และส่วนใหญ่เป็น นรท.
มีเพื่อนเก่าร่วมมหาวิทยาลัยย้ายจากอีกรัฐมาต่อโท
ใน ช่วงนั้นจึงเป็นเวลาที่พี่มีความสุขมากค่ะ ที่พักในสวน
คิงสโคทส์นั้น จริงๆแล้วเขาไม่ให้นักศึกษาต่างชาติพักค่ะ แต่พี่มีคุณแม่ไปๆมาๆอยู่ด้วย และพร้อมจ่ายที่พักให้ด้วย
เพราะว่าทางบ้านเป็นห่วงมากค่ะ ทุกอย่างต้องปลอดภัย
ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความหมายมากสำหรับชีวิตของพี่
เพราะเป็นที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก (พี่ Ambitious ตั้งแต่เล็กค่ะ)
เพราะฉะนั้น พี่จะไม่เคยลืมวันเวลาที่ได้อยู่ที่นั่นเลยค่ะ
ยิ่งพี่เป็นนักเรียน ไทยคนเดียวในยุคนั้นที่มีที่พักส่วนบุคคล
ไม่ต้องอยู่หอพัก มีอาหารไทยทาน (คุณแม่ทำ) เพื่อนๆ
จะมาชุมนุมในคืนวันศุกร์ และร้องเพลง คิดถึงเมืองไทย ค่ะ
การเรียนหนักมาก ต้องเข้าออกห้องสมุดเป็นประจำค่ำเช้า
ก่อนหน้าปีที่พี่เข้ามีข่าวคดีข่ม ขืนแถบ East Palo Alto บ่อย
เพราะฉะนั้นพอค่ำมืด ก็จะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับที่พักค่ะ
แต่ว่าตอนทีพี่เรียนไม่มีคดีพวกนั้น เลย น้องวิศวะคนหนึ่ง
เขาบอกว่า เพราะอ้ายโม่งเห็นพี่น่ะค่ะ มันเลยเปลี่ยนใจ
ไปอาละวาดที่เมืองอื่น ไม่มาวุ่นวายกับนักเรียน Stanford
คำว่า Stanford สำหรับคนทั่วไปข้างนอกจะเขียนสะกด
สแตน ฟอร์ด แต่คนในจะทราบว่า ออกเสียง สแตนเฟิร์ด
มีสิ่งที่เป็นบรรยากาศ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คืออะไร
ทายสิคะ..อะไรเอ่ย..มีวงล้อหมุนไปในอาณา จักรกรีกเก่า
ใช่แล้วค่ะน้อง..มันคือ จักรยานค่ะ แทบทุกคนมีจักรยาน
พี่ เองมีรถ เอาจอดไว้ค่ะ ไปหาจักรยานมาถีบไปทั่วทุกมุม
เวลาว่างจากการเรียน พี่จะถีบ(จักรยานคู่ชีพ) ไปตามจุด
ที่ร่มรื่น มีต้นไม้สูงครึ้มรอบสถาบันและนั่งอ่านหนังสือค่ะ
เป็นชีวิตที่มีความสุข มากค่ะ และได้เรียนรู้จักเพื่อนนานา
ชาติที่เป็นระดับมันสมอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนกันค่ะ พี่โง่
กว่าเขามากและก็จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ ฉลาดกว่าเดิมมั้งหละ
การขี่จักรยานทำให้รู้ทิศทางลมดีค่ะ มีสองแห่งที่โปรดสุด
คือที่ร้าน BookStores อยู่ข้างไปรษณีย์ค่ะ กับตึกคอม.
ของมหา’ลัย ณ สถาบันแห่งนี้แหละที่สอนวิธีส่งอีเมล์ให้พี่
แต่ ว่าเรียนรู้มาแล้วก็ส่งให้เพื่อนใน Stanford กันเอง
คนอื่นเขายังไม่มี คอม.ใช้กันในตอนนั้นค่ะ แต่พี่มี 1 ตัว
จำไม่ได้ว่ารุ่นไหน แต่พี่ยกให้รุ่นน้องคนที่เรียนวิศวะอยู่
ตอนนั้นเขาเป็น UnderGrad. และเรียนต่อมาจนจบ PHD
ทุกวันนี้เขาก็ยังอยู่ในเขต Silicon Valley ค่ะ ทำบริษัท
เผอิญว่าเราจบจากโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวกันจากกทม.ค่ะ
บรรยากาศ รอบนอกของมหา’ลัยแห่งนี้ พี่ขอสรุปว่าน่าอยู่
เพราะมีถนนวนโค้งรอบอาคาร เรียน ต้องใช้รถแล่นรอบค่ะ
มีพิพิธภัณฑ์ด้วย แต่ว่ามีมัมมี่ เพราะฉะนั้น ตรงนั้นพี่ไม่ไป
เคยมีเพื่อนจากมธก.คนหนึ่งไปเรียนมานุษยวิทยา เขาไป
ถ่าย ภาพมัมมี่มา แล้วเอามาฝากที่พี่ แต่พี่ก็ไม่ชอบเช่นกัน
ก็เลยเอาไปให้ น้องคนที่เป็นวิศวะค่ะ เพราะคิดว่าเขาคงไม่
กลัวต่อมาเขาก็เอามาคืน มันจะวนอยู่อย่างนั้นหลายวัน
ในที่สุดเอาไปให้ห้องสมุดค่ะ
พี่ เห็นคำว่า Stanford จากกระทู้ของคุณ ก็เลยเข้ามาตอบ
ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงคำ ถามเพราะว่าพี่ไม่ใช่นักวิศวกรสาขา
ไหน แต่ว่าพี่อาจจะจำเรื่องราวในสมัยเรียนได้มากกว่าค่ะ
เพราะว่าพี่ทำงาน เป็นนักแปลและนักเขียน (ไม่รู้ดังรึเปล่า)
แต่เรื่องข้อมูลคะแนน ก็มีผู้รู้เฉพาะสาขามาตอบแล้วนี่คะ
พี่ก็ไม่แน่ใจว่า คุณยังสนใจที่นี่อยู่หรือเปล่า แต่ระหว่าง
แคลิฟอร์เนียกับแมสซาชจูเสทท์ พี่ชอบทางแคล.มากค่ะ
Harvard คงไม่อยู่ใน List ของคุณแต่พี่ transfer ไปที่นั่น
และได้ไปอยู่ในอีกบรรยากาศที่ New England,Boston
นาน หลายปี ตั้งแต่กลัวหนาวตายเพราะพายุหิมะจนกระทั่ง
สามารถเดินหันหลังสู้ กระแสลมกลางหิมะได้ในปีหลังๆ
ที่ MIT เคยมีงานจัดรวม นรท.ในเขต Mass.ครั้งหนึ่งค่ะ
พี่เคยไปลงคอร์สที่นั่น บรรยากาศต่างจาก Stanford แน่
แต่ก็มีแม่น้ำ Charles River ที่ทำให้อาณาจักรนั้นมีเสน่ห์
สำหรับ UC Berkeley พี่เคยไปเที่ยวชมเท่านั้น แต่ก็อยู่
บนเนินเขานะ ใกล้วัดไทยด้วย ปัจจุบันเขามีสมาคมนรท.
พี่หวังว่าคุณเด็กน้อยคงใช้ ความพยายามเต็มที่ ถึงแม้ว่า
พี่เองไม่มีวุฒิทางสาขาที่คุณสนใจ แต่ว่าพี่ก็ยังติดต่อกับ
รุ่นน้องคนที่ปัจจุบันมีบริษัทวิศวกรของเขาหุ้น กับเพื่อนค่ะ
ในฐานะที่เป็น CU Alumni พี่ก็ยินดีช่วยเหลือและเอาใจ
ช่วย ให้คุณประสบความสำเร็จนะคะ และหวังว่าจะมีแรง
บันดาลใจในการก้าวไปตาม ความใฝ่ฝันของคุณด้วย
หากว่าต้องการทราบเรื่องวิศวกรรมศาสตร์ของ Stanford
จากดร.คนหนึ่งที่มีประสบการณ์ทำงานในสหรัฐฯ สิบปี
คุณเด็ก น้อยทิ้งรหัสเมล์ไว้ พี่จะประสานให้กับรุ่นน้องคน
ที่พี่เคยเอารูปมัมมี่ ไปให้เขาน่ะค่ะ รับรองว่าเรา “ของจริง”
และไม่หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากเห็นคนเก่งก้าวหน้าค่ะ
ป.ล.คะแนน TOEFL 580 /GRE 1400 เท่าที่จำได้ ไม่ยากค่ะ เพราะว่ามีหนังสือให้เราศึกษา Try your best นะคะ
จากคุณ : Old_Grad – [ 17 ต.ค. 48 14:09:12 A:207.200.116.71 X: ]

คุณเด็กน้อย
At Stanford University, all Faculties require
not only students’ high-qualifications in educational
background, but also Top Level of Financial Status .
I got in with 3.9 GPA from Chula,and remarkable
ESL’s certificate for Graduates Foreign Students
from another Institution. Still, I was admitted in
conditions of Special Student to further my studies
in The American Culture & Basic Computer Program
for Graduates,before enrolling to the Master
Degree’s Program. This famous University certainly
conducts students to work hard in each course,
no time to play around for YEARS. Ultimately, those
who graduated with academic acknowledgements
shall be “the Head of their field” . That’s why they
must hold the highest scores as possible to enter,
in order to exit with prospective future. Four or Five
of Thai Students ,who were there in the same year
with me, chaired in the Head of their Office in BKK.
Only one Engineer ,got his PHD plus another Master
Degree in Computer Sciences. He studied 8 years!
Some of my closed friends also graduated PHD from
Massachusetts Institute of Technology, this one
is quite well-known in the Engineering Management.
All of these people were scholars, they were #one
from their point, then they returned to serve the
Country. But I have been living here,as I attended
the program based on my private financial budget.
Wish you luck, if you can put your endeavors to
graduate from Stanford, and firmly set your life in
Thailand,your future will be on the bright side ever.
จากคุณ : Old_Grad. – [ 15 ต.ค. 48 04:24:15 A:207.200.116.74 X
มีอีกมากมายเลย quote เจ๋่ง ๆ ของป้าในกระทู้เก่า ๆ
นี่โชคดีนะแกแค่อัจฉริยะด้านการแต่งกลอน ถ้าหากแกเป็นพวกสายวิทย์ เราว่าป้าแกต้องกลายเป็น Unabomber แน่เลยว่ะ (ศาสตราจารย์สติเฟื่อง
ที่เที่ยวส่งจดหมายระเบิดไปให้คนอื่น ๆ เจ็บตายกันหลายคน)

ยาวไป กุไม่อ่าน เออ…เอ็งเก่งเทพจากที่บลาๆ มา กุก็บ้าจี้อ่านอยู่ได้ อินี่อวยตัวเองสุดติ่ง
แต่กุจะแปลให้ว่า PHD ย่อมาจากอะไร อ่ะ งงล่ะเส่ะ ไม่ต้องเปิดดิค ฟังกุนี่

P – Pretty
H – Huge
D – D**k

ตัวสุดท้าย เซ็นเซอร์…จินตนาการเองเว้ย :smile:

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
แอบรัก Admin
400

จะได้ที่ 400 มั้ยเนี่ย – -*

ถูกใจให้เลีย: Thumb up 0 Thumb down 0
Leave a Reply

 
WP-Backgrounds by InoPlugs Web Design and Juwelier Schönmann