
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวานรายการทูไนท์โชว์ของต๋อยไตรภพ แกเอาเด็กๆจากโรงเรียน “powermindcamp” ไปออกรายการ
แล้วโชว์ในรายการว่าเด็กพวกนั้นสามารถปิดตาอ่านหนังสือ! ปิดตาเล่นไพ่ ปิดตาเล่นรูบิค ปิดตาเดินหาแม่!! และอีกสารพัดการละเล่นโดยการปิดตา!!!
ทางรายการและโรงเรียนอ้างว่าเป็นผลมาจากการฝึกฝน “สมองส่วนกลาง” ที่ทางโรงเรียนจัดคอร์สอบรมให้!!!
เย็ดโด้ว มึงฝึกให้คนปิดตาอ่านหนังสือได้!!! นี่มันนิวไทป์ชัดๆ มนุษยชาติกำลังจะเข้าสู้ยุคอวกาศแล้วว้อย!!!
แล้วหลังจากที่รายการแพร่ภาพออกไปก็มีชาวหว้ากอมาตั้งกระทู้ถกเถียงประเด็น “เด็กตาทิพย์” ว่ามันเป็นไปได้หรือไม่!?

อันนี้ข้อมูลจากเว็บของ powermindcamp ซึ่งอ้างว่าการฝึกกระตุ้นสมองส่วนกลางนั้น
สามารถดึงศักยภาพของเด็กให้กลายเป็นอัจฉริยะ บลาๆ ไปอ่านรายละเอียดในเว็บนู้นเอาเองเน้อ

แล้วชาวหว้ากอก็เข้ามาถกเถียงกันในกระทู้กันยกใหญ่ มีการ cap ภาพในรายการมาวิจารณ์
บ้างก็บอกว่าไอ้หนูพวกนี้มันแค่เล่นปาหี่ชัดๆ!!
บ้างก็ว่าไอ้พวกนี้มันแหงนหน้าซะสูง มันมองผ่านช่องว่างระหว่างจมูกกะผ้าอ่ะเด่ะ!!
![X9465430-397[1]](http://drama-addict.com/wp-content/uploads/2010/07/X9465430-3971-800x600.jpg)
หมอเจผู้คร่ำหวอดแห่งห้องหว้ากอก็มาร่วมถกเถียงด้วย
หมอเจบอกว่ามันเป็นทริคของนักมายากลที่มองผ่านช่องว่างระหว่างผ้าคาดตากับจมูก
ถ้าบักต๋อยไตรภพมันอยากให้การทดสอบน่าเชื่อถือมันต้องปิดตาให้สนิทไม่ให้มีรูลอดออกมาให้เห็นเลยสิฟะ
แต่เชื่อเด่ะถ้าปิดตาให้สนิทจริงๆ ไอ้หนูพวกนั้นมันทำอย่างที่เห็นในรายการไม่ได้ร้อกกกกกกก
แล้วหมอเจก็ออกปากท้าบักต๋อยไตรภพและผู้เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน ว่าพวกเอ็งกล้าป่าววววว
ตูขอท้าพิสูจน์ให้เห็นกันจะๆเลยว่าไอ้ปาหี่ของพวกเอ็งมันเป็นเรื่องจริงมั้ย
แต่วัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ทำการทดสอบตูจะเป็นคนเตรียมไปเองนะเฟ้ย

แล้วหมอเจก็ตั้งข้อสังเกตว่าบักต๋อยไตรภพ แกมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับไอ้โรงเรียนพลังจิตนั่นหรือเปล่าฟะ?
ถึงไม่เฉลียวใจเลยซักนิดว่ามันน่าจะเป็นปาหี่ แถมยังพูดประโคมโอ่ในรายการซะยังกับว่ามันเป็นพลังจิตซะงั้น
หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเข้ามาดูแลหน่อยเด่ะ ว่าปล่อยให้เผยแพร่ไอ้เรื่องแบบนี้ออกมาได้ไง
ไม่งั้นมันจะทำให้คนหลงเชื่อกันอย่างผิดๆว่า X-men มีจริงนะเฟ้ย!!

แล้วชาวหว้ากอก็แสดงความเห็นกัน ส่วนมากก็จะเห็นตรงกันว่ามันก็มายากลดีๆนี่เอง
ถึงจะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าฝึกฝนกันซักหน่อยก็คงทำได้แหงมๆ

บ้างก็บอกว่าไอ้พวกนั้นมันติงต๊องหลอกลวงกันชัดๆ!!!
ลองเอาผ้ามาปิดตาแบบไอ้หนูพวกนั้นดูดิ ตูยังมองลอดช่องว่างระหว่างจมูกกะแก้มได้สบายๆ
ยิ่งตอนปิดตาเดินหาแม่ เอ็งเล่นเดินแหงนหน้าซะขนาดนั้นมันจะมองไม่เห็นได้ยังไงฟะ!!!

หมอแมวคนดังหว้ากออีกรายก็ออกมาพูดในประเด็นนี้ว่า
ไอ้ที่เห็นในรายการมันคือการโฆษณาสถานศึกษาโดยอวดอ้างว่าเป็นการฝึกเพื่อพัฒนาสมอง
ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของรายการและบักต๋อยไตรภพ
ที่ต้องทำให้เห็นว่าการแสดงความสามารถนั้นโปร่งใส จะได้ไม่โดนครหานินทาว่าเป็นแค่ปาหี่!!!
ไอ้เรื่องที่เอ็งเอามาพูดเกี่ยวกับสมองส่วนกลางในรายการมันเป็นทฤษฎีใหม่ทั้งสิ้น!!
เป็นหน้าที่ของไอ้คนพูดที่ต้องเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือผลการทดลองมายืนยัน
ว่าไอ้ที่เอ็งอ้างเรื่องพลังสมองส่วนกลางนั้นเป็นเรื่องจริง!!
ไม่งั้นถ้าสุดท้ายไอ้การปิดตาอ่านหนังสือทั้งหลายแหล่กลายเป็นแค่ปาหี่
เด็กๆที่โดนล่อลวงให้เข้าไปพัฒนาสมองส่วนกลางก็จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
แทนที่จะเอาเวลาไปเล่นกับเพื่อนๆในวัยเดียวกัน ดันต้องไปนั่งฝึกมายากลหลอกเด็กราคาถูกเสียฉิบ!!!

แล้วหมอแมวก็บอกว่าต่อให้บักต๋อยไตรภพเอาเรื่องปิดตาอ่านหนังสือมาออกรายการก็ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงนา
เพราะก่อนหน้านี้บักต๋อยก็เคยหน้าแตก โดยเอาหมอตุ้ยคนเห็นผีมาออกรายการ แล้วเปิดคลิปให้หมอตุ้ยดู
ให้หมอตุ้ยบอกว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นภาพวีดีโอของผีจริงๆหรือไม่!! ซึ่งสุดท้ายก็มีคนออกมาแฉว่าไอ้คลิปที่ว่า
มันเป็นคลิปโฆษณาของสิงค์โปร์โว้ย!! ไม่ใช่คลิปถ่ายติดผีแบบที่หมอตุ้ยกับบักต๋อยอ้าง!!
แต่สุดท้ายบักต๋อยและรายการก็ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบ ปล่อยให้เรื่องราวเงียบหายไปกับกาลเวลาซะงั้น!!
ไอ้ครั้งที่แล้วมันเรื่องคนเห็นผียังพอว่า แต่คราวนี้มันเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาซึ่งถ้าให้ข้อมูลมั่วซั่วๆโดยไม่พิจารณา
ผลกระทบที่ตามมามันจะรุนแรงกว่าเหตุการณ์คราวก่อนหลายเท่า!!

อันนี้ภาพประกอบคลิปที่ว่า สนใจดูรายละเอียดได้ใน blog ของหมอแมวนะครับ
![X9465430-162[1]](http://drama-addict.com/wp-content/uploads/2010/07/X9465430-1621.jpg)
แค่นั้นไม่พอหมอแมวยังปรามาศว่าในเว็บของโรงเรียนนั่น บอกว่าเก็บค่าเรียนตั้งแพงหัวละเป็นหมื่น
แต่ทำไมสถานที่เรียนมันซอมซ่อจังฟะ เฟอร์นิเจอร์ก็ดูถู๊กถูกแบบที่ขายกันเกร่อตามโลตัสแมคโคร์นู่นนน
สภาพห้องเรียนก็ไม่เหมือนห้องเรียนเอาซะเลย เหมือนพวกห้องสัมมนาขายตรงซะมากกว่า
ซึ่งมันก็ชวนให้สงสัยซะเหลือเกินว่าไอ้สถาบันที่โฆษณาว่าตัวเองน่าเชื่อถือ ราคาแพง และได้รับการยอมรับในวงกว้างเนี่ย
มันน่าเชื่อถืออย่างที่อวดอ้างจริงหรือไม่!?

แล้วชาวหว้ากอก็ถกเถียงกันต่อ บ้างก็เรียกร้องให้บักต๋อยไตรภพออกมาแสดงความรับผิดชอบ
โดยจัดการทดสอบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้สังคมรับทราบ

ขนาดท่านประธานบริษัทที่ผลิตซีรียส์ “ท่านผู้นำฮาเฮ” ในเว็บดราม่ายังไปแจม
ท่านประธานบอกว่าถ้ามันทำได้จริง น่าเอาเทคนิคนี้ไปสอนคนตาบอดว่ะ

ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อบัตรผ่านคนนึงชื่อ “PIAPPLE” เข้ามาด่ากราดชาวหว้ากอว่า
พวกเอ็งมันเรียนสูงซักแค่ไหนวะ ถึงมีสิทธิมาตัดสินว่าการแสดงในรายการนั้นเป็นเรื่องหลอกลวง!?
แทนที่พวกเอ็งจะแสดงความคิดเห็นให้เป็นเรื่องเป็นราวว่าเขาทำแบบนั้นได้ยังไง
ดันมาหาว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงซะนี่!! มิน่าประเทศไทยมันถึงย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหนซักที
ยิ่งไอ้พวกที่ออกมาพูดว่า ทำไมไม่ไปสอนคนตาบอดบ้างล่ะ ทำไมไม่โกงไพ่บ้างล่ะ ไอ้พวกนี้มันปัญญาอ่อนสิ้นดี!!!

ถ้าพวกมึงมีการศึกษาจริง ไม่มีวันพูดเรื่องแบบนี้หรอกว่ะ!!
เพราะคนที่มีการศึกษามันต้องรู้จักไปหาข้อมูลมาอ้างอิง ไม่ใช่พูดจาไร้สาระไปวันๆแบบนี้
แล้ว PIAPPLE ก็โยน URL ของเว็บแห่งหนึ่งให้ชาวหว้ากอเป็นวิทยาทาน แล้วบอกว่า
พวกเอ็งอ่ะลองไปอ่านในเว็บนี้ดูให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนแล้วค่อยมาถกเถียงกับตู!!

แล้ว PIAPPLE ก็ออกตัวว่าตูก็ไม่ได้เชื่อไอ้เรื่องพลังจิตอะไรพวกนี้หรอกนะ
แต่พวกเอ็งเคยเห็นต่างประเทศเขาใช้การสะกดจิตรักษาคนมั้ยล่ะ!? (แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพลังจิตวะ?)
ประเด็นของตูคือพวกเอ็งอ่ะ เอาแต่คุยกันไร้สาระ ไร้แก่นสาร เหมือนแม่ค้าปากตลาดเม้าท์แตกเรื่องผัวๆเมียๆของชาวบ้านไปวันๆ
คนไทยมันก็แบบนี้ล่ะว่ะ เชื่อคนอื่นง่าย แถมยังเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ถึงบ้านเมืองจะพัฒนามาซักเท่าไหร่
แต่จิตใจของคนไทยแม่งก็ไม่ได้พัฒนาตามเอาซะเล้ย!!!

ชาวหว้ากอโดนด่ากราดเหมารวมว่าเป็นพวกแม่ค้าปากตลาดช่างเมาท์ก็ทนไม่ไหว ออกมาตอบโต้มั่ง
อย่างอมยิ้มชื่อ “คุณชินโซ” เขาบอกว่าบ้านเมืองมันจะไม่พัฒนาก็เพราะมีแต่คนโดนหลอกง่ายแบบมึงนั่นล่ะ
ขนาดรายการระดับประเทศ ยังเอาเรื่องมั่วซั่วแบบนี้มาออกรายการแถมพิธีกรตัวดียังทำท่าทางแบบตื่นเต้นสุดๆอีก
ไอ้ประเด็นที่เอ็งบอกว่าพวกตูไม่เอาหลักวิชาการมาถกเถียงกันเนี่ย
สมัยหว้ากอแฉ GT200 หรือ NPfaster แม่มก็มีคนมาด่าพวกตูแบบนั้นเหมือนกัน แบบว่ากรูชินแล้วว่ะ

PAPPLE ก็เถียงกลับว่าสมัยพวกเอ็งแฉ GT200 หรือ NPfaster จะถกเถียงกันยังไงตูไม่สน
แต่ตอนนี้ตูอยากเห็นพวกเอ็งพูดถึงไอ้เรื่องปิดตาอ่านหนังสือนั่นด้วยสาระ ไม่ใช่มาพูดว่าโกหกหลอกลวงขี้โม้ปาวๆแบบนี้!!!

ท่านประธานที่โดนพาดพิงว่าปัญญาอ่อนเพราะเสนอความเห็นว่าน่าจะให้โรงเรียนนั้นไปสอนเทคนิคปิดตาอ่านหนังสือกับคนตาบอด
ก็เข้ามาโวยวายว่า อ่าวมึงมาหาว่ากรูปัญญาอ่อนได้ไง!!! กรูเสนอให้มันไปสอนคนตาบอดให้ใช้สมองส่วนกลางมองแบบที่โม้
มันแปลว่าความเห็นของกรูมันไร้การศึกษาและปัญญาอ่อนได้ยังไงวะ!?

อมยิ้มชื่อ macenjoy ก็เห็นด้วยกับท่านประธาน บอกว่าการที่มีคนเสนอให้เอาศาสตร์ในรายการไปสอนคนตาบอด
ให้มีโอกาสมองเห็นเหมือนคนปรกติเนี่ย มันเป็นความคิดเห็นที่ปัญญอ่อนตรงไหนวะ!?
กลับกัน ไอ้คนที่เอาเด็กตาดีๆมาปิดตา แล้วให้ทำในเรื่องที่เปิดตาทำก็ได้ต่างหาก ที่มันปัญญาอ่อนสิ้นดี!!

ต่อมาหมอเจก็ตั้งกระทุ้แตกประเด็นว่า อยากตั้งตัวเป็น เจม แรนดี้ เมืองไทยว่ะเฮ้ย!!!
เจมส์ เรนดี (James Rendi) อดีตนักมายากล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ James Randi Educational Foundation
ซึ่งเป็นสถาบัน ที่ให้ความรู้และตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการอวดอ้างคุณภาพสินค้าและความสามารถพิเศษของมนุษย์เพื่อป้องกันการหลอกลวง
รวมทั้งผู้อวดอ้างว่า ตนเองมีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ ด้วยการตั้งเงินรางวัล 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านบาท)
ถ้าหากว่า สามารถพิเศษได้ว่า สามารถทำอย่างที่อวดอ้างได้จริง สมัยที่เมืองไทยกำลังแฉ GT200 กันแกก็ให้ความสนใจ
และมีการพูดถึงหมอพรดริฟท์ด้วยว่าถ้าสามารถไปพิสูจน์ให้แกเห็นว่า GT200 ใช้งานได้จริง แกจะให้ 1ล้าน$ไปเลยฟรีๆ!!!
Credit :www.philipmagicschool.com
หมอเจแกก็บอกว่าเพราะทุกวันนี้มันมีพวกหลอกลวงต้มตุ๋นให้คนเข้าใจผิดด้วยวิทยาศาสตร์เทียมกันเยอะเหลือเกิน
อย่างสมัย GT 200 นั่นปะไร แกจึงมาเชิญชวนให้ชาวหว้ากอร่วมกันลงขันจัดตั้งมูลนิธิหรือหน่วยงานคล้ายๆของ เจมส์ แรนดี้
ที่ออกมาจับผิดพวกหลอกลวงต้มตุ๋นพวกนี้ในเมืองไทยบ้าง!! โดยจะเริ่มจากไอ้เด็กตาทิพย์ในรายการบักต๋อยนี่ล่ะเป็นรายแรก!!!

นอกจากนี้หมอเจแกยังได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปถึง นสพ.ไทยรัฐและทีมงานของบักต๋อยในรายการทูไนท์โชว์
โดยชี้แจงเรื่องการอวดอ้างของโรงเรียนในรายการวันดังกล่าว ว่าสามารถฝึกฝนสมองส่วนกลางให้ใช้มองเห็น
และมีการอ้างในเว็บไซท์ของทางโรงเรียนว่าสมองส่วนกลางมีหน้าที่เชื่อมสมองส่วนซ้ายขวานั้น
ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางการแพทย์!!! และสิ่งที่เห็นในรายการน่าจะเป็นเพียงมายากลถูกๆหรือปาหี่หลอกเด็กเท่านั้น
หมอเจจึงได้เสนอให้ทางคอลัมภ์แจ๋วริมจอ นสพ ไทยรัฐ หรือทีมงานของต๋อยไตรภพ มาทำการทดลองเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง
มิฉะนั้นแล้วถ้าหากมีผู้หลงเชื่อ และจ่ายค่าอบรมสมองส่วนกลางซึ่งตกอยู่ที่คอร์สละหมื่นห้า ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง
ที่ต้องเสียเงินจำนวนค่อนข้างมากไปกับการฝึกที่ไม่ต่างอะไรกับการสอนเล่นกลทำมะด๊าาาทำมะดา


ประเด็นนี้ยังไม่ดราม่ามาก แต่แอดมินเอามานำเสนอเพราะคิดว่ามันน่าจะลุกลามกลายเป็นไฟลามทุ่งเหมือนสมัย GT200
ปัจจุบันนี้สื่อควรแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ตนนำเสนอให้มากขึ้น ถ้าจะพูดไปความวุ่นวายและปัญหาทางการเมืองไทย
ในช่วงหลายๆปีมานี้ ก็เกิดมาจากสื่อทั้งจากสื่อสีเหลืองอ๋อยอย่าง ASTV หรือสื่อสีแดงแจ๋อย่าง PTV เป็นผู้ปลุกปั้นทั้งหมดทั้งสิ้น
สื่อเป็นได้ทั้งสิ่งที่จะสร้างสรรค์สังคม หรือทุบสังคมให้ย่อยยับลงกับตา สิ่งที่สื่อนำเสนอออกไปแล้ว คนจำนวนไม่น้อยก็มักจะให้น้ำหนักและปักใจเชื่อ
แต่ข้อมูลที่สื่อนำเสนอออกไปไม่ใช่ก้อนขี้ ที่หย่อนลงชักโครก กดน้ำทิ้งแล้วก็หมดความรับผิดชอบกันแค่นั้น
ถ้าเรื่องที่นำเสนอนั้นดี ถูกต้อง เหมาะสม ก็ดีไป แต่ถ้าเป็นเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นเพื่อผลประโยชน์
สิ่งที่สื่อนำเสนอออกไปก็จะกลายเป็นขี้หมาเน่าๆที่ลอยไปตามสายน้ำ สร้างความเน่าเหม็นให้กับผู้คนที่อยู่ริมน้ำในพริบตา
ต๋อยไตรภพ จะออกมารับผิดชอบกับการนำเสนอข้อมูลที่น่าจะเป็นเรื่องลวงโลกผ่านรายการของตนหรือไม่!?
หรือต๋อยไตรภพจะปล่อยให้มันกลายเป็นแค่ขี้ก้อนหนึ่งที่จมหายไปพร้อมๆกับการกดชักโครกเพียงหนึ่งครั้ง!?
ดราม่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร!? พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!!
X-men เมืองไทย โปรดอย่าพลาดคืนนี้ในรายการ ทูไนโชว์ นะครับ ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9465430/X9465430.html
====ชักอยากเป็น เจม แรนดี้เมืองไทย หรือ มีใครซักคนทำ แล้วพวกเราคอยสนับสนุน ดีมั้ยเนี่ย =={แตกประเด็นจาก X9465430}
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9468043/X9468043.html


เจมส์ เรนดี (James Rendi) อดีตนักมายากล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ James Randi Educational Foundation





































พวกพร้อมจะเชื่อ มีอะไรออกทีวีหน่อยแม่งก็เชื่อกันละ มันพร้อมจะเชื่อกันจริงๆ
พอเอาไปเล่าต่อ คนที่ปกติไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แต่นับถือคนบางคนที่เชื่อก็เลยเชื่อตาม
เกิดเป็นโดมิโนเอฟเฟคอีก
แรนดี้เองก็เคยเรียกอาการแบบนี้ว่า โรคงมงาย คือแม้จะทำทริคมาหลอกแล้วเฉลย ก็ยังอุตสาห์มีคนเชื่อว่าจริง
คนเราบางคนนี่มันพร้อมจะเชื่อทุกอย่างที่สนับสนุนความคิดตัวเองจริงๆ ไม่ได้มีการตั้งคำถามหรือสงสัยอะไรเลย เหอๆ
นักมายากลมันยังเล่นเนียนกว่านี้เลย
เสียดายที่ไม่ได้ดู
แต่โดยส่วนตัวไม่เชื่อครับ เพราะนักมายากลที่เรารู้จักเค้าก็ทำอย่างนี้ได้ ทั้งปิดตาข้ามถนนใหญ่ ปิดตาขับรถด้วยความเร็วสูง เอาวัตถุอื่นๆมาปิดตาเพิ่มเติมพร้อมให้ตรวจสอบ
แต่อย่างว่า นักมายากลบอกตรงๆว่าเป็นมายากล คนดูก็สนุกทั้งๆที่รู้ว่าถูกหลอกด้วยทริก
แต่อย่างนี้มันไม่ใช่ครับ นี่คือการเอาทริกมาหลอกลวงต้มตุ๋นในเชิงพาณิชย์ ทำไมตำรวจถึงปล่อยไว้ล่ะครับ?
สอมงมนึษย์ใช้งานเฉลี่ย5% ถ้าดึงอีก5% จะเป็นคนเหนือคน
สมองคนเราก็ใช้งานเกือบ100%อยู่แล้วเฟร้ย เพราะสมองมันคุมทุกอย่างในร่างกาย
ถ้าสมองมันใช้งานแค่5%เหมือนที่มันอ้างนะ เราก็จะมีโอกาสตายจะการถูกยิงที่ศีรษะเพียง5%เช่นกัน
กุดูตอนแรกๆ กุเชื่อมันนะ
ดูไปดูมามันแปลกๆว่ะ แหงนหน้าตามหาแม่
1. เท่าที่ดูจากเว็บ http://powermindcamp.com มันจัดเป็นโรงเรียนหรือเปล่า จำได้ว่าขนาดโรงเรียนกวดวิชาทั่วไปการจะเปิดสอนได้ต้องทำเรื่องอนุญาติจากรัฐก่อนมิใช่หรือ แล้วโรงเรียนนี้เขาขอหรือยัง ไม่ขอมาเปิดได้หรือ หากขอแล้ว เอิ่มเขาพิจารณา่ผ่านมาได้อย่างไรคงต้องไปถามเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว
2. ไม่รู้ว่าการฝึกเจ้าสมองส่วนกลางอันนี้มันโม้หรือเปล่าหรอกนะ แต่ผลของมันหากไม่แตกต่างจากการฝึกเรียนสมาธิจริงๆ จะเีสียเงินค่าเรียนแพงๆฝึกไปทำไม จับเด็กสอนเขาเรื่องสมาธิไม่workกว่าหรือ
3. สุดท้ายกลัวว่าแม้ห้องหว้ากอจะมีเจตนาดี แต่ไม่มีใครรับไม้ต่อ(หรือรับอุจจาระ) อาจจะทำเนียนๆ ปล่อยผ่านไปกับสายลมก็เป็นไ้ด้น้อ
คนเราสมัยนี้ทำไปได้นะ
ในเว็ปเขาบอกว่า
ถาม : คนสามารถมองเห็นทะลุเสื้อผ้า และเห็นทุกคนเปลือยเปล่าโดยใช้คลื่นสมองที่ปล่อยออกมาจากสมองส่วนกลางได้ หรือไม่?
ตอบ : ไม่ได้, ไม่ได้, ไม่ได้ คนไม่สามารถมองทะลุเสื้อผ้าได้ ซึ่งอันที่จริงแล้วคลื่นสมองไม่เหมือนกับรังสีเอ๊กซเรย์ที่สามารถทะลุผ่าน เสื้อผ้าได้ หากแต่อะไรที่ตามองเห็นสมองก็จะเห็นด้วยเช่นกัน แต่หากอะไรที่ตาไม่สามารถมองเห็นได้สมองก็ไม่สามารถเห็นได้เช่นกัน
ทำไม่จะมองไม่ได้ล่ะในเมื่อมันก็จะเหมือนกับเอาผ้ามาปิดตานั่นแหล่ะ
โกหกขึ้นเว็ปมันซะเลย
ไม่หื่นคิดไม่ได้นะเนี่ย
จ่าไม่เซ็นหน้าตรัยพพ เด่วโดนฟ้องนะ
สื่อก็แบบนี้แหละ ทำผิดแล้วไม่ต้องขอโทษ รอคนลืม

เพื่อนผมเรียนจบด็อกมายังเชื่อเลย
ทีวีมันเป็นสื่อสาธารณะน่าจะมีการตรวจสอบคัดกรองมากกว่านี้
เศร้าจ่ายจัง
เชดดดดดด
นี่คือกรรมวิธีผลิตนิวไทป์โดยไม่ต้องใช้ยาและการผ่าตัดสินะ ไม่ต้องไปอยู่ในอวกาศด้วย
ดูๆๆๆ แม่งมองลอดผ้าชัดๆ โอ้ว พลังจิต เท่สัดๆ
กุว่าถึงพิสูจไปก็เท่านั้นแหละว่ะ ดูอย่างgt200ดิพิสูจไปแล้วได้ไรวะแม่มก็ยังหน้าด้านใช้อยู่
เดี๋ยวแม่มก็คงอ้างที่เด็กปิดตาแล้วไม่เห็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ
@ มันส์ มันส์:
เพื่อนคุณน่าสมเพชจริงๆ
เหอะ wrote:
บ้า! ทำไมจะไม่มีจริง พระเจ้า น่ะ
ก็พระเจ้าเงาไง
ตอนคนรู้จักกู เอางานไปออก ต้องจ่ายเฮียต๋อยว่ะ เพราะมันคือการประชาสัมพันธุ์ แต่งงานนั้ กูนึกถึงพวกอับดุลปีดตาเล่นกลว่ะ อับดุลเอ๊ย
หมายเหตุ เด็กอายุเกิน 12 ขวบ อาจไม่สามารถปิดตามองเห็นได้
เด็กไม่นิ่ง เด็กไฮเปอร์ หรือควบคุมด้วยการทานยา กรุณาแจ้งทางศูนย์ด้วยค่ะ
สิ่งที่ให้ทางศูนย์ดูแลเป็นพิเศษ……………………………………………………………………………………………….
กรุณาโอนเงินมัดจำจำนวน 2,000 บาทมาที่บัญชี xxx-1-007xx-9 ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลเซ็นเตอร์พัทยา บัญชีกระแสรายวัน นามบริษัทเพาเวอร์มายด์แคมป์ จำกัด และรบกวนคุณส่ง แฟกซ์กลับมาที่เบอร์ 038-4xxxx6
ท้ายใบสมัคร ทำไมวะ เด็กเกิน 12 เนี่ยกลัวมันจับไต๋ได้เหรอไงเนี่ย
วิธีที่เอาผ้าปิดตาเดินนะ เราแหงนหน้าก็เห็นแล้วถ้ามันผูไชกไม่แน่นหน่ะ ตอนรับน้อง(ในฐานนึง)เลยยังมองทางได้หน่อยถึงจะไม่ชัดก็เหอะ
เวอร์ ถ้าทำงั้นได้จริง คนตาบอดสบายอย่างที่ เค้าว่าเลยอ่า ต่อไปคนตาบอดในโลกก็ไม่มีแล้ว เพราะไปฝึกไอ้โครงการนี้อ่า ใครเชื่อก็บ้าแล้ว ถ้าดูอีเด็กปาหี่พวกนี้ ดู Chris angel MindFreak ยังสนุกกว่านี้เยอะว่ะ
ถ้าใช้ได้จิงต้องใช้กับคนที่ตาบอดได้ด้วยสิ
โคตรปัญญาอ่อน

อิตาไกรภพ มีส่วนได้ส่วนเสียแน่นอนเลยครับ ผมว่า
โห่ ไร้สาระสุดๆ แม่มจะมาทะเลาะอะไรกันเรื่องปัญญาอ่อน
แต่ถ้าไม่ทะเลาะก็ไม่มีดราม่าเสพโน้ะ
น่าเอาไปสอนคนตาบอดอย่างท่านประธานว่าจริงๆแหละ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ
อย่างน้อยให้คนตาบอดทำในสิ่งที่คนปกติทำได้ มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะ
ปล.มรุงจะปิดตาอ่านหนังสือทำซากอะไร อ่านดีๆก็ได้ ไม่มีใครว่า
แมร่งโคตรอภิมหาปัญญาอ่อนเลย มายากลชัดๆ
ถ้าแม่งทำได้จิง แม่งกลายเป็นอภิมหาเศรษฐี กลายเป็นบุคคลสำคัญของโลกไปแล้ว คงไม่เสียเวลามานั่งเก็บค่าเรียนแค่หมื่นกว่าบาทหรอก
แต่กุโคตรอเน็จอนาจใจ ที่ก็ยังมีพวกหลงเชื่ออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
แดจือฮวอน wrote:
ที่ว่าสมองเราใช่ไปเพียง 5 % ไม่ได้ใช้ทั้งหมด อ่ะเป็นเรื่องจริงนะ
แต่พวกปิดตาอ่านหนังสือนี่ โม้ทั้งเพ
คนตาบอด ไม่สามารถใช้วิธีการนี้ได้
เนื่องจากสมองส่วนกลางของคนตาบอด เสียหายมาก่อนแล้ว
เข้าจึยซะบ้างซี (กุคิดได้สดๆร้อน ๆเรยยทีเดียว)
เด็กโตกว่า12 ปี
อาจสามารถมองได้ ถ้าได้รับความร่วมมือจากเด็ก
แต่กุงงจริง ๆ ว่ามันจะปิดตาทำโน่นทำนี่ให้ลำบากทำไมฟระ
หรือมานจะฝึกไว้ เผื่ออนาคตข้างหน้าจะเกิดตาบอดขึ้นมา
ต่อไปศูนย์น่าจะเสริมทักษะการทำท่าน่าจ๋งจ๋าน การตกแต่งแผลให้ดูน่าหยะแหยง
และอื่น ๆอีก เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นไปอีก
JackkunG wrote:
ฮาหงายเงิบกับบร๊ะเจ้าเงา
แดจือฮวอน wrote:
สมองสองซีกของเราต้องทำงานพร้อมกันก็จริง แต่ว่าไม่สามารถทำได้เต็มที่ได้
เหมือนต้องเฉลี่ยความสามารถต่างๆให้ทั้งสองซีก แต่ทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ อันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันคะ
ที่ต่างประเทศเคยมีการทดลองส่งคลื่นรบกวนการทำงาน
ของสมองซีกไหนไม่รู้ เราจำไม่ได้ ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างสามารถจดจำอะไรได้ดีขึ้นขณะที่มีการรบกวน
การทำงาน แต่พอหยุด ก็ความสามารถก็กลับมาเท่าเดิม (ทดลองโดยให้จดจำภาพขณะที่มีคลื่นรบกวนและไม่รบกวนสักพัก แล้วให้ลอง
วาดรูปที่เห็น ตอนแรกไม่มีคลื่นรบกวน ผลออกมา ก็ภาพวาดปรกติรายละเอียดไม่มาก ต่อมาเอารูปคล้ายๆักันอีกรูปมาให้ดู แล้วทำ
อย่างเดิม แต่คราวนี้ตอนให้ดูรูปปล่อยคลื่นรบกวนไปด้วย ผลออกมาว่ากลุ่มตัวอย่างสามารถจดจำและวาดภาพได้มีรายละเอียดมากขึ้น
หลังจากนั้นจึงหยุดส่งคลื่นรบกวน และเอารูปใหม่ทำอย่างเดิม ก็ปรากฏว่าผลออกมาเหมือนครั้งแรก คือไม่ค่อยมีรายละเอียด)
ถ้าอยากให้การทำงานของสมองซีกไหนดีขึ้น ก็ต้องหยุดการทำงานของ
อีกซีกให้ได้ก่อน (สมองซีกขวาคือจินตการ คือสัญชาตญาณ ส่วนสมองซีกซ้ายคือเหตุผล) แต่การหยุดการทำงานของสมอง
อีกซีกหนึ่งก็จะทำให้เราพิการทางสมอง บางคนไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปรกติได้ เช่น ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้
มีปัญหาเรื่องการรับรู้ และบลาๆ แต่คนพวกนี้มักมีความสามารถพิเศษด้านหนึ่งสุดๆเหมือนกัน
สรุปแล้วก็คือสมองไม่ได้ทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นต์คะ
จึงไม่สามารถดึใช้ความสามารถสูงสุดของสมองซีกซ้ายขวาพร้อมๆกันได้
อัพเดทล่าสุด เห็นหมอเจว่าจะมีการพิสูจน์กันพุธนี้แหล่ะตัวเธอว์ แต่ก้ออ่ะนะโรงเรียนมิวแตนท์คงมีข้อต่อรองในการพิสูจน์เวิ้นเว้อแน่ๆเลยว่ะ
มีคนลงขันกันหลายตังค์แล้วด้วยนะ แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ชาวเราจงตามไปเสพย์กระทู้นี้โดยพลัน
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9478350/X9478350.html
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9478350/X9478350.html
เมิงไปอ่านคอมเม้นที่ 184.232,257 ชื่อแอร์ รู้สึกเอาใจช่วยทางฝั่งโน้นเหลือเกิน มีมาบลัฟใส่หมอที่ขอท้าพิสูจน์ด้วย อีกดอกนี่
หมอ มา ชี้ แจง อีกรอบละว่ะ
โอ้ !!~ ของจิงชัดๆ มะเชื่อ ถามไตร**ดิ
สุดท้ายไอ้โรงเรียนสอนตาทิพย์นั่นก็ไม่กล้าให้คุณหมอพิสูจน์ด้วยการแถว่ากลัวเด็กจะไม่ปลอดภัย เย็ดเข้ แค่ให้ใส่แว่นที่มันทึบขึ้นไม่มีช่องให้มันมองลอดได้นี่ มันกลัวเด็กจะตายห่าเลยเหรอ ตอนเอามาออกรายการปาหี่ทำไมมึงไม่คิดบ้างว่าเด็กมันจะโดนสังคมเคลือบแคลงใจขนาดไหน ยังไงคนเขาไม่ได้โง่กันทั้งประเทศให้พวกมึงหลอกแดกได้ง่ายๆนะเว้ย
เซ็งวุ้ย สุดท้ายฉากจบแบบตอน GT200 ไม่มีผิด แถมคราวนี้ไม่ได้แม้แต่จะทดสอบด้วยซ้ำ
จบแย่กว่าGT200ไม่พิสูจน์กันแปลว่าลวงโลกชัวร์
เกลียดชิบพวกหลอกแดรก
ตุ้ยเห็นผีห่าเหวอะไรผมไม่รู้จัก
แต่ผมจำได้แม่นคือ
“ช้างน้ำ”ที่ออกรายการไทวไลท์โชว์ครับ
ใครจำได้บ้างเอ่ย
ส่วนเรื่องพลังสมอง
ถ้าจำไม่ผิด ในสารคดีมีบอกนะว่าถ้าใช้สมองเต็มร้อยเมื่อไหร่ คนนั้นจะม่องเท่งเพราะความร้อนในสมองจะมากเกินไปจนสมองไหม้ (เหมือนสะเอ่อโอเวอร์คล๊อค CPU แบบโง่ๆ น่ะแหละแถมสมองคนก็ติดฮีทซิ๊งค์หรือเจาะรูระบายอากาศเพิ่มไม่ได้ซะด้วย)
ตอนแรกๆก็เกือบเชื่อ
//นิวไทป์ว่ะเว้ยเห้ย 
เยรดดดดเข้
แมร่งแหงนขึ้นฟ้าซะงั้น 
พอไปเห็นไอเด็กปิดตาหาแม่
สุดท้ายก็แค่ปาหี่ล่ะฟระ
กุว่าพวกที่เสนอให้ทำโน่นทำนี่มาก ๆมันออกจะอวดรู้ไปหน่อย ทางโรงเรียนแม่งเลยอ้างได้ว่าเรื่องมวาก
อดดูทดลองเลย ทั้งที่จริง ๆก็อดอยู่แล้วแหละ แต่มานยังหาทางออกม่ะได้อ่ะ
ไม่เชื่อเด็ดขาด ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปล่อยให้สิ่งที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ให้ชัดเจนมาออกทีวีแบบนี้
“เดี๋ยวนี้ลูกชอบปิดตาอ่านหนังสือ เล่นเกม ดูทีวี” จากแม่ผู้รักลูก(จนเกินไป)
อีกหน่อยคงกลายพันธุ์เป็นฮีโร่ในดอทเอตัวที่แลกเลือดได้ กับ Anti-Mage เอาเข้าไป
อ้าว ไม่มีการพิสูจน์แล้วซะงั้นแบบนี้แจ้งสคบ.ได้มั้ย ถือว่าหลอกลวงผู้บริโภคได้มั้ย
อย่าหวังเพิ่งอะไรกับหน่วยงานรัฐเลย เขาไม่มาตรวจสอบหรอก จนกว่าเครื่องตรวจระเบิดมหัศจรรย์ของเขาจะชี้ไปที่ศูนย์ฝึกนะ
ปิดตาเดินหาแม่!!
ตกเก้าอี้คอมเลย
หงายเงิบ~
ผมดูนะ คิดได้ตั้งแต่ดูแล้วละ..ว่าทำไมเด็กมากกว่า 12 ปีถึงไม่รับสอน
“กลัววจับไต๋ได้ละสิ”
คุณต๋อย: หนูเห็นอะไรบ้าง?
เด็ก1: “เห็นสมองส่วนกลางค่ะ”
———————————
คุณต๋อย: หนูเห็นอะไรบ้าง?
เด็ก2: “เห็นสมองส่วนกลางครับ”
———————————
คุณต๋อย: หนูเห็นอะไรบ้าง?
เด็ก3: “เห็นสมองส่วนกลาง”
——-
….
ถ้ามันเห็นผ่านช่องจมูกจิงแล้วมันทายไพ่ถูกได้ไง ทั้งๆที่คนดูและน้องๆเค้าไม่เห็นเลขในไพ่อ่ะ
ip wrote:
พูดอะไรวะ? งง แปลภาษาไทยให้เป็นภาษาไทยทีเด๊ะ
มหาเมพ lnw3k wrote:
เขาน่าจะเข้าใจว่าไอ้ช่องจมูกเนี่ยคือ รูจมูก ไม่ใช่ช่องว่างระหว่างผ้า กับจมูกน่ะคะ
อ่าว น้องครับ ใช้สมองส่วนกลางเดินหาระเบิดเร็วครับ
ถ้ามันทำไม่ได้ก็เท่ากับส่งลูกไปให้โรงเรียนสอนโกหกหน้าตายสิ
ตอนกุดู กุโคตรฮาเลยหวะ แหงนหน้าเดิน
ตื่นมายังไปเล่าให้เพื่อนฟังอีก ฮากันทั้งแก๊ง เมื่อได้ดูคลิปรายการ
ในความเป็นจริงอัจฉริยะสร้างไม่ได้และอีกอย่างบางครั้งถ้าเส้นประสาทของมนุษย์ถูกทำลาย
ร่างกายจะหาทางผ่านอื่นไปสู่สมองถ้าส่วนรับรู้ไม่เสียหายถ้าคุฌลองหาดูนักวิทยาศ่าสตร์สร้างเครื่องคล้าย
กล้องส่งสัญญานผ่านลิ้นไปสู่สมองสำหรับคนตาบอดจะเห็นว่านี้เป็นการใช้ตัวรับรู้
ตัวอื่นที่ไม่ใช้ตาแต่จะเห็นได้ว่ายังไงเราก็ไม่สามารถใช้ประสาทสัมผัสที่เาียหายได้
เอาสก็อตเท้ปสีดำแปะซะให้มิดก็หมดเรื่องแล้ว ไม่ลงทุนเล้ย