
เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องชานเรือน มีคุณแม่ท่านหนึ่งชื่อ “Fall Foliage” มาตั้งกระทู้ถามพ่อแม่ทั้งหลายในห้องนี้ว่า
คิดอย่างไรกับการที่โรงเรียนของลูกพวกคุณซึ่งจ่ายค่าเทอมแสนแพงแต่กลับมี “เด็กพิเศษ” มาร่วมเรียนด้วยคะ?

สนใจอ่านเรื่องเด็กพิเศษเชิญที่ Url นี้ครับ
บรรดาพ่อแม่สมาชิกชานเรือนก็เข้ามาแสดงความเห็นกัน บ้างก็ถาม จขกท ว่า
คิดมากไปเป่าาา เด็กพิเศษเนี่ย ถ้าสอนเขาดีๆเผลอๆอาจจะเก่งกว่าเด็กปรกติก็ได้นา
ทำไมถึงคิดว่าเขาไม่สมควรเรียนที่เดียวกับลูกของหล่อนล่ะ หัดเปิดใจให้กว้างๆหน่อยสิ
ขนาดโรงเรียนเขายังรับเด็กพิเศษมาเรียนเลย แปลว่าเขาต้องพิจารณาละเอียดถี่ถ้วนดีแล้วล่ะน่า

บ้างก็หยอก จขกท ว่า อ๊ะๆๆ ชั้นอ่านใจหล่อนออกนะว่าเสียดายตังค์ใช่มั้ยล่ะ ที่ส่งลูกเรียนตั้งแพง
แต่ดันมาเจอเด็กพิเศษเป็นเพื่อนร่วมห้อง แหมๆๆ หัดให้โอกาสกับคนที่ด้อยโอกาสมั่งเถอะค่ะ คุณขาาาา
การเรียนกับเด็กพิเศษน่ะ มันจะทำให้ลูกของคุณมีความเห็นอกเห็นใจและรู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นะคะ

จขกท ก็ออกมาแย้งว่า ก็แล้วถ้าทางโรงเรียนเขาไม่แจ้งล่วงหน้าว่ามีนโยบายรับเด็กพิเศษ
และครูต้องเอาใจใส่กับเด็กพิเศษคนนั้นจนไม่มีเวลาไปดูแลเด็กคนอื่นๆเนี่ย แบบนี้จะดีแล้วเหรอคะ?
เด็กพิเศษสมควรจะเข้าเรียนที่โรงเรียนของเด็กพิเศษโดยเฉพาะเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?

ชาวชานเรือนก็พากันเข้ามาเทศนาสั่งสอน จขกท ว่าหัดคิดใจเขาใจเรามั่งเด่ะ
ถ้าเกิดเด็กพิเศษคนนั้นเกิดเป็นลูกของหล่อนมั่งล่ะ หล่อนจะคิดยังไงกับการที่มีผู้ปกครองคนอื่นมาตั้งกระทู้ถามแบบนี้

บ้างก็บอกว่า อุ๊ย โรงเรียนอะไรเนี่ย ดีจังเลย มีเปิดโอกาสให้เด็กทั่วไปกับเด็กพิเศษได้เรียนรู้ร่วมกันด้วย
จขกท โชคดีนะเคอะ ที่ส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนดีๆแบบนี้ และขอให้มั่นใจว่าต่อให้ครูต้องดูแลเด็กพิเศษมากกว่าเด็กปรกติ
แต่ก็ไม่กระทบต่อหน้าที่ในการดูแลสั่งสอนเด็กคนอื่นหรอกค่ะ

อมยิ้มคนนึงก็ถาม จขกท ด้วยความสงสัยว่า “เด็กพิเศษ” ที่พูดถึงเนี่ย เขาจัดอยู่ในกลุ่มไหน

จขกท ก็ตอบกลับว่าเด็กคนนั้นเป็นดาวน์ ซินโดรม และเธอก็ถามกลับชาวชานเรือนผู้อุดมไปด้วยศีลธรรมอันงดงามทั้งหลายว่า
พวกเธอไม่คิดเลยซักนิดเหรอว่าเด็กพิเศษก็สมควรจะให้ไปเรียนที่โรงเรียนเฉพาะของเด็กพิเศษเท่านั้น!?

อ่านข้อมูลเรื่องเด็กดาวน์เชิญที่ url นี้ครัฟ http://th.wikipedia.org/wiki/กลุ่มอาการดาวน์
อมยิ้มคนนึงก็ชี้แจง จขกท ว่าต่อให้เด็กพิเศษคนนั้นเป็นดาวน์ซินโดรม แต่ถ้าอาการไม่หนักหนาอะไรมาก
ก็น่าจะเรียนกับเด็กทั่วไปได้ตามปรกติ ดีซะอีกที่เด็กพิเศษจะได้พัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนทั่วไปตั้งแต่ชั้นอนุบาล
แต่ถ้าอาการของน้องคนนั้นหนักมากก็อาจจะต้องไปเรียนในโรงเรียนของเด็กพิเศษโดนเฉพาะค่ะ

แล้วหลังจากนั้นชาวชานเรือนก็เริ่มรุมกระหน่ำ จขกท อย่างเมามันส์ บ้างก็บอกว่า จขกท แม่มใจแคบ!!! โลกแคบ!!! ช่องแคบยิบรอลต้า!!!
หล่อนลองไป google ดูแถวต่างประเทศหน่อยสิยะ ว่าเขาถือว่าเด็กพิเศษมีสิทธิเท่าเทียมกับเด็กปรกติตั้งนานแล้ว!!
อย่าไปกีดกันเขาเลยค่ะ ต่อให้เป็นเด็กพิเศษแต่เขาก็เป็นคนเหมือนกับลูกของหล่อนนะยะ!!

บ้างก็ด่า จขกท ว่าอีใจแคบเอ๊ย!!! กะอีแค่หล่อนจ่ายค่าเทอมแพงแล้วไงยะ
คิดว่าหล่อนมีสิทธิมากีดกันพ่อแม่คนอื่นไม่ให้ส่งลูกของเขาที่เป็น “เด็กพิเศษ” เข้าเรียนรีไง

บ้างก็บ่นว่าทุกวันนี้กรูก็ปวดตับกับการศึกษาไทยพอสมควรแล้วนะ พอมาเจอความเห็นของคุณผู้ปกครองอย่าง อี จขกท เนี่ย
กรูถึงกับตับอักเสบกันเลยทีเดียว นี่หล่อนรุ้มั้ยว่าพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษเขาลำบากลำบนแค่ไหนกว่าจะส่งลูกเข้าโรงเรียนได้
ต้องพอไปวัดไอคิวบ้างล่ะ ต้องสู้รบปรบมือกับโรงเรียน ครูบาอาจารย์ เพื่อเข็นให้ลูกเขาเข้าไปเรียนได้บ้างล่ะ
ดังนั้นหัดรู้จักเห็นอกเห็นใจและสงสารพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษกันมั่งเถิดค่ะ

หลังจากโดนสั่งสอนไปหลายดอกใหญ่ๆ จขกท ก็รำพึงรำพันว่าเว็บพันทิปมันเป็นโลกที่โกหกหลอกลวง
คนดีๆที่ยอมรับเด็กพิเศษมันมีแต่ในนี้ มีแต่บรรดาแม่ๆชาวชานเรือนที่พูดแต่ละคำศีลธรรมก็ท่วมเต็มปากทั้งนั้น
แต่โลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนเขาเห็นใจ หรืออยากให้ลูกตัวเองไปสุงสิงกับเด็กพิเศษร้อกกกกก
จขกท ก็บอกว่าขอโทษด้วยนะที่ชั้นต้องพูดความจริง แต่ความจริงก็คือโลกใบนี้มันช่างโหดร้ายไม่สวยงามเหมือนที่พวกหล่อนวาดฝัน
จขกท ก็บ่นต่อว่าอยากให้มีใครไปฉีดวัคซีนให้บรรดาพ่อแม่ของเด็กพิเศษจัง พวกเขาจะได้มีภูมิต้านทาน
ไม่เสียใจเวลาต้องออกไปเจอสังคมที่โหดร้ายในโลกของความเป็นจริงที่ว่า..
“เด็กพิเศษ ก็ยังเป็นเด็กพิเศษอยู่วันยังค่ำ”

เห็นดังนั้นชาวชานเรือนก็ถึงกับตบะแตก ส่วนมากก็เข้าใจว่า เอ๊ะ อี จขกท นี่
มันหาว่าพวกตูดีแต่พูดจาสวยหรูเริ่ดเลอในอินเตอร์เน็ท แต่ในโลกความเป็นจริงไม่มีใครทำอย่างที่พร่ำพูดเหรอยะ!!!
แล้วชาวชานเรือนก็พากันเข้ามารุมด่า จขกทเสียยกใหญ่ บ้างก็ไล่ จขกท ว่าหัดออกจากนอกกะลามาดูโลกภายนอกบ้างไป๊!!!

บ้างก็ถาม จขกท ว่ากะอีแค่ชาวชานเรือนคิดไม่ตรงกับหล่อน หล่อนถึงกับหาว่าชาวพันทิปในนี้เป็นสังคมที่มีแต่ความหลอกลวงเชียวเหรอยะ!!
เออ ที่หล่อนบอกว่าเด็กพิเศษ ยังไงมันก็เป็นเด็กพิเศษน่ะมันก็เป็นเรื่องจริง แต่ทำไมคนปรกติแบบหล่อนถึงไม่รู้จักเปิดใจยอมรับ!!
ถ้าไม่พอใจก็ย้ายลูกไปโรงเรียนอื่นไป๊!! หรือจะให้ทางโรงเรียนเขาไล่เด็กพิเศษคนนั้นออก
เพื่อให้บรรดาเด็กปรกติแบบลูกหล่อนได้เรียนหนังสือกันอย่างสบายใจล่ะ!!
ถ้ากะอีแค่เด็กพิเศษ ลูกหล่อนยังไม่มีปัญญาปรับตัวให้อยู่ในสังคมร่วมกันได้
ตอนลูกหล่อนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วโดนเจ้านายที่ทำงานด่า หล่อนมิต้องตามไปอาละวาดใส่เจ้านายของลูกหล่อนเลยรึไง!!

แล้ว จขกท ก็กลับมาโพสตอบบรรดาความเห็นของแม่ๆทั้งหลายที่รุมด่าเธอว่า ถ้าสังคมไทยมีคนที่เห็นอกเห็นใจและเอ็นดูเด็กพิเศษจริงๆ
ทำไมถึงมีพ่อแม่ผู้ปกครองส่งหนังสือนี้ให้ทางโรงเรียนคะ….รู้มั้ยว่าชั้นถึงกับร้องไห้ตอนที่คุณครูยื่นหนังสือฉบับนี้ให้กับดิฉันเลยนะ

แล้ว จขกท ก็โพสภาพเอกสารฉบับหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นหนังสือที่กลุ่มผู้ปกครองยื่นให้กับผู้อำนวยการของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง
ใจความก็ประมาณว่าพวกหล่อนสังเกตว่ามีเด็กนักเรียนคนนึงที่เรียนปะปนกับลูกของพวกหล่อนเป็นดาวน์ซินโดรม
พวกเธอว์บอกกับ ผอ.ว่า การที่มีเด็กพิเศษมาเรียนร่วมกับเด็กปรกติอย่างบรรดาลูกๆของพวกหล่อนนั้นมันไม่เหมาะสม
สมควรจะไปเรียนที่โรงเรียนเฉพาะของเด็กพิเศษ มากกว่าที่จะมาเรียนร่วมกับเด็กที่มีพัฒนาการปรกติ
อีกทั้งการที่ครูต้องเอาเวลาส่วนใหญ่มาเอาใจใส่เด็กพิเศษคนนี้ มันเป็นการไม่ยุติธรรม
เพราะทำให้ครูไม่มีเวลามาดูแลลูกๆของพวกหล่อนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กคนอื่นๆในห้องล่าช้าตามไปด้วย
พวกเธอว์จึงขอสอบถามทางโรงเรียนว่า คิดยังไงถึงได้รับเด็กพิเศษคนนี้มาเข้าเรียน และขอให้ดำเนินการกับเด็กคนนี้ให้เหมาะสม
ก่อนที่พวกเธอว์จะหมดความไว้วางใจในโรงเรียนแห่งนี้
![N9324585-88[1]](http://drama-addict.com/wp-content/uploads/2010/06/N9324585-881.jpg)
อ่าวฉิบหายละพี่น้อง ดูท่าเด็กพิเศษที่ว่าจะเป็นลูกของ จขกท ซะเองเสียแล้ว
และเรื่องที่เธอเล่าก็ไม่ใช่ความเห็นของเธอในฐานะผู้ปกครองของเด็กทั่วไปที่ต้องทนเรียนกับเด็กพิเศษ
หากแต่เป็นความเห็นของผู้ปกครองเด็กพิเศษที่โดนพ่อแม่ของผู้ปกครองทั่วไปรังเกียจเดียดฉันท์
ชาวชานเรือนก็ถาม จขกท ว่าสรุปเรื่องที่เล่ามานี่คือเรื่องของลูกหล่อนใช่มั้ย? ลูกของหล่อนเป็นเด็กพิเศษคนนั้นใช่มั้ย?
แล้วกระแสของกระทู้ก็เปลี่ยนเป็นให้กำลังใจ จขกท บางคนก็ออกมาพูดแบบอ้อมแอ้มๆว่า
งั้นที่ชั้นด่าหล่อนไว้ก็ถือว่าด่าไอ้โรงเรียนใจร้ายนั่นแทนก็แล้วกัน บลาๆ

จขกท ก็ชี้แจงว่าที่ไม่บอกแต่แรกว่าเป็นแม่ของเด็กพิเศษคนนั้นเพราะเธออยากได้ความเห็นที่เป็นกลาง
ไม่ใช่เข้าข้างเธอเพราะเห็นว่าลูกของเธอเป็นเด็กพิเศษ แล้วเธอก็ขอบคุณชาวชานเรือนทั้งหลาย
ที่ยอมรับในตัวเด็กพิเศษ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ความเห็นในโลกอินเตอร์เน็ทเท่านั้น
แล้ว จขกท ก็บอกว่าขอเธอสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วเธอจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดอีกทีว่าเรื่องของลูกเธอมันเป็นมายังไง

บรรดาอมยิ้มที่ด่าหรือแขวะ จขกท เอาไว้ช่วงกลางๆกระทู้คงถึงกับเสียศูนย์กันเลยทีเดียวเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญที่ จขกท พูดแล้วแอดมินอ่านแล้วถึงกับสะอึกคือประเด็นที่แกบอกว่า
สังคมอินเตอร์เน็ทมีแต่คนโอบอ้อมอารีเห็นอกเห็นใจไม่แบ่งแยกเพราะความแตกต่าง
แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้นมันช่างโหดร้าย เต็มไปด้วยความแตกแยก กีดกัน
ที่พร้อมจะกันเด็กพิเศษออกไปเพียงเพราะเขาไม่ปรกติ แตกต่างออกไปจากลูกของตน
แอดมินมีคลิปโฆษณาอันนึงที่น่าสนใจอยากให้พ่อแม่พี่น้องชาวดราม่าได้ยลกัน
ดูจบแล้ว ก็มานั่งพิจารณากันว่าเมืองไทยที่ครั้งหนึ่งเราเคยเชื่อกันว่าเป็นเมืองที่ผู้คนต่างรักใคร่ เอื้อเฟื้อแบ่งปัน
ทุกวันนี้ไอ้ที่พูดๆมามันเป็นจริงซักกี่ส่วนกันเชียว พวกเราดีแต่พูดให้คนไทยรักกัน แต่ในอินเตอร์เน็ท
แต่ในชีวิตจริง เมื่อเจอสถานการณ์จริง เรากลับทำอีกอย่างซึ่งตรงข้ามกับที่เคยพูดไว้ในอินเตอร์เน็ทหรือไม่?
ประเด็นคือการแค่พูดแต่ในอินเตอร์เน็ทหรือนั่ง Retweet ข่าวไปวันๆมันไม่เพียงพอที่จะทำให้สังคมดีขึ้น
ถ้าอยากให้อะไรๆมันดีขึ้นจริง ปิดคอมพ์แล้วออกนอกบ้านไปปฎิบัติจริงได้แล้วไป๊ ชิ่วๆๆ!!
อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยอย่างไร ลูกของ จขกท จะได้เรียนต่อไปหรือไม่
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน
ถ้าคุณพบว่า อ.1 ที่ลูกเพิ่งเข้าไปเรียน มีเด็กพิเศษเรียนอยู่ด้วย คุณจะ
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N9324585/N9324585.html
ล่าสุดมีอัพเดทจาก จขกท แกมาเล่าเรื่องให้ฟังอย่างละเอียดว่าลูกของเธอหรือ “น้องเจวี”
น่าจะเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งแถวหาดใหญ่ ซึ่งเธอไม่ขอเปิดเผยชื่อ น้องเจวีเป็นเด็กดาวน์คนแรกของโรงเรียนแห่งนี้
เมื่อเธอได้รับจดหมายที่บรรดาผู้ปกครองยื่นให้ทางโรงเรียน แล้วทางโรงเรียนเอามามอบให้เธออีกทอด
เธอกลุ้มใจมากจึงปรึกษากับสามี และตกลงจะเขียนจดหมายให้น้องเจวีเอาไปแนะนำตัว ขอโอกาสกับบรรดาผู้ปกครองท่านอื่นๆ

เนื้อหาจดหมายที่ว่าครับ…..


จขกท ก็เล่าต่อว่าเธอและสามีพยายามทำทุกทางเพื่อให้ผู้ปกครองท่านอื่นๆให้โอกาสน้องเจวีได้เข้าเรียนกับเพื่อนๆที่เป็น “ปรกติ”
จขกท ไปติดต่อขอคุยกับแพทย์ที่ให้การดูแลเรื่องพัฒนาการของน้องเจวี แพทย์ท่านนั้นก็เขียนใบรับรองแพทย์ให้
และพร้อมจะไปชี้แจงให้ทางโรงเรียนและผู้ปกครองเข้าใจว่าน้องเจวีก็สามารถเข้าเรียนกับเพื่อนๆได้ตามปรกติ
แต่ทว่าทางโรงเรียนกลับเรียก จขกท และสามีไปชี้แจงว่าโรงเรียนของเขาเป็น รร.เอกชน และพ่อแม่จำนวนไม่น้อยไม่พอใจมากๆ
ที่รับเด็กดาวน์เข้ามาเรียนโดยไม่มีการคัดกรอง ถ้าผู้ปกครองไม่พอใจ ทางโรงเรียนก็จะลำบาก
จึงขอให้ จขกท และสามีเข้าใจทางโรงเรียนที่จะต้องตัดน้องเจวีทิ้งเพื่อ(รายได้จาก)นักเรียนคนอื่นๆในโรงเรียน
ถ้าน้องเจวีจะเรียนต่อที่โรงเรียนแห่งนั้น ก็ต้องจัดสถานที่หรือห้องเรียนไว้สำหรับน้องเจวีคนเดียว ไม่สามารถเรียนร่วมกับคนอื่นๆได้

และทางโรงเรียนจะขอระงับการมาโรงเรียนของน้องเจวีไปก่อน จนกว่าจะเจรจากับผู้ปกครองท่านอื่นลงตัว…

อ่านแล้วสะอึกมั้ยครับ…..อ่านแล้วก็อึ้งกับความคิดผู้บริหารของโรงเรียนเหมือนกันนะถ้าเป็นเรื่องจริง
โอเค โรงเรียนเอกชนต้องคำนึงถึงรายได้ อันนี้เราเข้าใจ แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็สำคัญยิ่งกว่าเงินนะครับ
ครั้งหนึ่งขงจื๊อเคยกล่าวว่าการปกครองรัฐนั้นต้องประกอบด้วยหลักสามประการ
หนึ่งประชาชนต้องอิ่มหมีพีมัน สองกองทัพเข้มแข็ง สามประชาชนศรัทธารัฐบาล
ขงจื๊อยังบอกอีกว่าถ้าต้องตัดอย่างใดอย่างหนึ่งออก อย่างแรกให้ตัดกองทัพ ถ้าตัดอีกข้อให้ตัดอาหาร
เพราะสุดท้ายมนุษย์ทุกคนยังไงก็ต้องตาย คนอดตายยังดีกว่าสิ้นศรัทธาต่อรัฐบาล
ขงจื๊อสรุปประเด็นว่า ขาดทัพ ขาดอาหารยังอยู่ได้ แต่ถ้ารัฐบาลขาดคุณธรรมจนประชาราษฏร์สิ้นศรัทธา
ประเทศเช่นนี้ไม่อาจดำรงอยู่ได้
ซึ่งเราสามารถเอาหลักการนี้มาใช้กับได้ทุกหน่วยงานทั้งรัฐบาลและเอกชน จะ โรงพยาบาลเอกชน โรงเรียนเอกชนก็ดี
เงินเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรเคลื่อนไหว แต่สุดท้ายถ้าถึงเวลาที่ต้องเลือก
แอดมินคิดว่าคุณต้องตัดเงินทิ้งเพื่อรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของวิชาชีพครับ








































@ noy:
โรงเรียนดีๆ น่าจะแจ้งชื่อไว้นะคะ เผื่อผู้ปกครองจะหาโรงเรียนให้ลูก
เพราะลูกเราก็เป็นดาวน์ฯ จะหารร.ขึ้นป. 1 ยังหาไม่ได้เลยค่ะ
บางที่ก็ว่าเต็ม บางที่รับเฉพาะออทิสติก
ถ้าคุณ noy พอทราบรายชื่อรร.และได้กลับมาอ่าน
รบกวนขอรายชื่อรร.ด้วยนะคะ
รร.อนุบาลที่ลูกเราเรียนอยู่ http://www.lertnuwat.com ค่ะ
รับเด็กพิเศษ แต่จำนวนจำกัดค่ะ เพราะกลัวดูแลได้ไม่ทั่วถึง
เด็กพิเศษที่รร.นี้ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ถ้าได้เข้าเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาล
มีเด็กบางคนเข้ามาทีหลังและมีพฤติกรรมก้าวร้าว
จะมีครูช่วยฝึกและปรับพฤติกรรม ผ่านไป 2 เทอม
ตอนนี้น้องคนนี้อยู่ร่วมกับเด็กปกติได้ แต่ยังมีโลกส่วนตัวสูง
เท่าที่เราสังเกตเห็นตอนไปรับลูก เค้าจะมีสนใจเพื่อนๆ เป็นบางครั้ง
เช่น เพื่อนๆ ล้อมวงระบายเสีกันอยู่ เราเห็นน้องเค้าเดินวนรอบๆ วง
พอถามว่าอยากระบายสีมั๊ย น้องเค้าก็พยักหน้า
เราก็ส่งกระดาษกันสีให้ น้องเค้าก็รับไประบายสี
แต่ไม่ได้ร่วมวงกับเพื่อนๆ จะอยู่นอกวง
ขุดขึ้นมาอ่านดราม่าเก่าๆครับ ยอมรับดราม่านี้ซึ้งจริงๆ
GP wrote:
มึงก็เชื้อโรคของสังคมดีๆนี่เอง ว่ามะ?
เด็กปัญญาอ่อน มันก็ปัญญาอ่อนอยู่วันยังค่ำละวะ
ตอนกูเรียน กูไม่อยากเฉียดพวกมันเลยว่ะ แม่งเชื้อโรคของโรงเรียนดีๆนี่เอง ว่ามะ
คห.9 คุณมีสมองกว่าเด็กดาวน์แต่โพสมาได้ไงเนี่ย รู้ไหมสมองคุณต่ำกว่าเด็กพวกนี้อีกจะบอกให้
เค้าเลือกได้เค้าไม่อยากเกิดมาเป็นดาวน์หรอก ถ้าคนในครอบครัวเป็นแล้วคุณจะรู้ว่าเป็นอย่างไร
เวรจริงๆ เกิดมาครบ ปรกติแล้ว จิตใจต่ำ หนักแผ่นดินว่ะ
อยากให้คิดนิดนึง ?
อยากจะบอกให้รู้ว่าคนเราทุกคนเกิดมาครบ 32 ถือว่าโชคดีที่สุดแล้วเด็กพิการทุกคนถ้าเลือกได้ไม่มีใครอยากจะเป็นหรอก
เราเกิดมาสมบูรณ์เรามีโอกาสทุกอย่างที่จะทำอะไรก็ได้ มองเห็น ได้ยิน มีสมอง เดินได้ เราก็น่าจะทำแต่ความดีทำตัวให้มีความสุข
กับชีวิตเพราะอนาคตข้างหน้าเราทุกคนไม่หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา ถ้าวันนึงวันใดมันเกิดขึ้นกับเราหรือครอบครัวเรา
แล้วคุณลองคิดดูซิว่าเป็นอย่างไร เราควรมองโลกในแง่ดี ทำความดี รู้จักให้ความรัก ให้อภัย ให้โอกาส
ลูกดิฉันก็เป็นดาวน์ แต่จะเลี้ยงแบบปกติ พยายามไม่เครียด ไม่สนใจใครจะมองลูกเราอย่างไร ยังไงเค้าก็เป็นลูกของเรา สังคมไทย
เรายังแคบน้อยคนที่จะเปิดใจรับ มีแต่คนพูดว่าน่าสงสารจัง ดูเหมือนสมเพชร ซะมากกว่าส่วนในใจลึก ๆ ของคนเป็นแม่แล้วเค้าไม่ต้องการให้ใคร
มาสงสารหรอกให้ความรักเด็กจะดีกว่า รักด้วยใจจริง ดิฉันเข้าใจคำว่าเด็กดาวน์ก็คือเด็กปัญญาอ่อน ก็จริงที่เค้าพูดดาวน์ก็คือดาวน์ แต่เราในฐานะ
คนเป็นแม่ ก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่แม่จะทำได้ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็จะยอมทำเพื่อลูกทุกอย่าง แม้แต่เวลาเค้าเจ็บไข้ไม่สบาย เราก็พวานาขอ
อย่าให้เกิดอะไรกับลูก อย่าให้ลูกต้องจากเราไปนะ ถึงจะนอนนิ่ง นอนเฉย ๆ มีลมหายใจ เราก็ยอม ดีกว่าลูกต้องตายจากไป อย่างน้อยก็ได้กอดได้หอม
กันทุกวัน ดิฉันไม่ได้ขอความเห็นใจจากใคร เพราะไม่เกิดกับตัวก็จะไม่รู้หรอกว่าเป็นอย่างไร กว่าจะผ่านเรื่องแต่ละเรื่องไปได้มันขนาดไหน
ก็แค่อยากให้ทุกคนได้รู้ไว้ว่า เราเกิดมาพร้อมครบสมบูรณ์ โชคดีที่สุดแล้ว โชคดีกว่าคนพิการทุกคน อยู่ที่เราจะดำเนินชีวิตกันอย่างไรเท่านั้นเอง
ที่จะให้ประสบความสำเร็จกับชีวิต
ขอให้คุณพ่อคุณพ่อทุกคนคิดว่าลูกเราจะดีหรือไม่ดียังไงก็เป็นลูกของเราอยู่ที่เราจะให้ความรักและโอกาสกับเค้ามั๊ยเท่านั้นเอง/ แม่น้องซีต้า
เป็นดราม่าที่ป้าเช๊งตลกไม่ออก
เป็นดราม่าที่ป้าเช๊งเสียน้ำตา
จะไม่ขอให้กำลังใจอะไร
จะไม่ขอสาปแช่งใคร
แต่ตามความคิดเราแล้ว การที่มีเด็กดาวน์ในโรงเรียนส่งผลเสียบางอย่างกับเด็กนั้นเป็นเรื่องที่ไม่จริง
เพราะว่าในบางครั้ง เด็กๆอาจจะได้รับอะไรหลายๆอย่างจากเด็กพิเศษกลุ่มนี้
สำหรับเด็กๆแล้ว เด็กดาวน์ซินโดรมคือเพื่อนที่สามารถไว้ใจได้ เพราะเขาไม่ใช่คนที่จะไปพูดเสียๆหายๆให้ใครได้
แล้วในบางครั้งยังจะสามารถสร้างความสนุกสนานให้เพื่อนๆ ( ถ้าไม่มองในมุมกลั่นแกล้งนะ )
บางครั้งอาจจะเห็นเด็กพิเศษกลุ่มนี้โดนแกล้ง แต่คงไม่มีการกระทำถึงขนาดที่เห็นในหนังในละครหรอก
อาจจะแกล้งเล็กๆน้อยๆ ซึ่งเด็กๆจะเอ็นดูเด็กดาวน์มาก เพราะว่าเด็กดาวน์เขานิสัยน่ารัก เข้ากับคนได้ (บางครั้งอาจจะมีโมโหบ้าง เด็กๆก็จะถอยออกมา)
เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ได้จากเด็กพิเศษกลุ่มนี้ “มากกว่า” สิ่งที่เสียไปจากเด็กพิเศษกลุ่มนี้แน่นอน ขอคอนเฟิร์มคนนึง
ถึงเขาจะเรียนรู้ช้า แต่เขาก็เรียนรู้ได้
ถึงเขาจะซน แต่เขาก็ไม่แสบ
ถึงเขาจะพูดไม่คิด แต่เขาก็แคร์คนเป็น
ถึงเขาจะทำอะไรตามอารมณ์ แต่เขาก็ไม่ได้เลวร้าย
ถึงคนที่มองเด็กดาวน์ในมุมแย่ๆจะน้อยในสังคมเรา(ที่แสดงออก)และ (ที่ไม่แสดงออก) อีกจำนวนมาก
อยากฝากไว้ว่า อย่าสมเพชเขา เพราะเขาคือเด็กที่ถูกเรียกว่า “อัจฉริยะ”
แก้ไขด้านบนเป็น “ส่งผลเสียหลายๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่ไม่จริง” นะ!
อ่านแล้วอึ้ง รร.เราก็มีเด็กดาวน์ไอ้นี่แม่งชอบสั่งขี้มูกเวลาครูสอน
เอือมนิดๆอ่ะนะแต่มันก็เรียนพอได้อ่ะตกน้อยกว่าคนปกติบางคนด้วยซ้ำถ้าเอาจริงๆคนพวกนี้น่าสนับสนุนกว่าพวกเด็กเทคโนที่วันๆเอาแต่ตีกันแล้วแดกตังพ่อแม่ด้วยซ้ำไป ดีไม่ดีเกิดน้องเจวีแกโตไปอาจจะได้เป็นนักการเมืองเลยนะเฟ้ย
รึเปล่ายังไม่รู้ เอาเป็นว่ากูไม่กีดกันอ่ะเด็กดาวน์เรียนกะกรูไปกูไม่ได้โง่ลงนิหว่า
เป็นดราม่าที่อ่านแล้วหดหู่ชะมัด เราไม่รู้เลยว่าเด็กพิเศษถูกกีดกันขนาดนี้
น้อเงราก็เข้าข่ายเด็กพิเศษนะ แต่ไม่ใช่ดาวน์
นิสัยน้องเราแย่มากๆๆๆ แต่เราว่าไม่ใช่เพราะเขาเป็นเด็กพิเศษหรอก
ความจริงก็คือ เด็กพิเศษ ส่วนใหญ่ จะทำให้คนอื่นลำบาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือคนรอบข้าง แต่ไม่ใช่ว่าเด็กพวกนี้โง่
เขาก็แค่เด็กคนหนึ่ง ที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ต่างจากเด็กส่วนใหญ่
ซึ่งเด็กเหล่านี้ที่ถ้าหากได้รับความรักความเข้าใจ หล่อหลอมด้วยคุณธรรมจริยธรรม จากเด็ก ก็จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
อีกประเด็นที่น่าสงสาร คือลูกๆ ของพ่อแม่ที่มาร้องเรียนนั่นแหละ พ่อแม่เป็นซะอย่างนี้ ลูกก็คงหล่นใต้ต้นนั่นแหละ
โตขึ้นมาก็เป็นผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว มองโลกแคบ
ลิ้งค์นี้จ้า อ่านเต็มๆ
http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2010/06/N9324585/N9324585.html
น้ำตาไหลเลยอ่ะ น่าสงสาร T T
ถ้ายอมรับความจริงกัน และถ้าโรงเรียนเด็กพิเศษที่เป็นเอกชนดีดีมีอยู่ทั่วไป
ผู้ปกครองน่าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนเฉพาะมากกว่า ไม่ใช่เพราะคนอื่นรังเกียจ
แต่เป็นเพราะโรงเรียนเฉพาะมักจะเข้าใจเด็กพิเศษมากกว่า เอาใจใส่พัฒนาการของเด็กได้ดีกว่า
ผู้ปกครองหลายคนพยายามให้ลูกเรียนในโรงเรียนปกติที่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฉพาะไว้รองรับ
ผลเสียจะตกกับเด็กพิเศษเอง
โรงเรียนก็ผิดตั้งแต่แรกที่ยอมรับเด็กเข้าไปทั้งๆ ที่ตัวเองไม่พร้อม
ที่กทม.มีโรงเรียนที่รับเด็กพิเศษเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติ แต่ก็มีครูผู้ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการสอนเด็กพิเศษเป็นคนดูแลเด็ก
และรับเด็กพิเศษได้ในจำนวนจำกัด เขาก็ไม่มีปัญหาอะไร
ในต่างจังหวัดอาจจะอ่อนไหวกับเรื่องเด็กพิเศษมากกว่ากทม.มั้ง
เราทำงานกับเด็ก ยอมรับเลยว่า การรับมือกับเด็กพิเศษไม่ใช่เรื่องง่าย
ถ้ามีเด็กพิเศษเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับเด็กปกติ
ต้องระวังกันมากกว่าปกติ ถ้าพ่อแม่มาดูแลเด็กเองก็พอว่า
แต่ถ้าไม่มาเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ ทำให้ดูแลเด็กอื่นไม่ทั่วถึง
แม่ของเด็กพิเศษคนนี้ อยากรู้ว่าเวลาที่ลูกคุณไปโรงเรียน ครูต้องปฏิบัติต่อเขามากเกินไปจนละเลยลูกศิษย์คนอื่นหรือเปล่า
ผู้ปกครองของเด็กอื่นถึงได้ไม่พอใจ
เชี่ยยๆๆๆ โรงเรียนเก่ากรูนี่หว่า สาสค่าเทอม5หมื่น
http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2010/07/N9465442/N9465442.html
บทสรุปว่ะ
เก่งจริงๆเด็กพิเศษ
ที่โรงเรียนเก่าประถมเราก็เก่ง เก่ง”ลอก” แถมเด็กเส้นโรงเรียนบ.1
เข้าได้เพราะนามสกุล
น่าตกใจที่ ไม่มีชาวพันทิปถามก่อนรุมด่าเลยว่า จขกท เป็นอะไรกับเด็กคนนั้น
ต่อไปฟังอะไรมาจะพิจารณาอะไรต้องถามให้ดีก่อนแล้ว หุหุ
ตอนเรียนมัธยม กุเห็นเด็กเก่งในห้องคิงที่ว่าติดอันดับต้นๆ ของโรงเรียนร้องไห้ฟูมฟายเพราะเอ็นฯ ไม่ติดมานักต่อนักละ แต่กุไม่เคยเห็นเด็กออ(ทิสติก) หรือเด็กดาวน์ หรือแม้แต่เด็กปกติ (ที่ไม่ฉลาดนัก) แม่มฟูมฟายหรือรันทดชีวิตกะอีแค่เอ็นฯ ไม่ติดสักที
อ่านจบแล้วกุว่าพ่อแม่ของเด็กปกติ (อาจรวมถึง ผอ. รร. นั้น) แม่มจิดผิดปกติกว่าเด็กพิเศษซะอีก
***หวังว่าจะมีเด็กพิเศษอย่างอามุโร่อยุ่มั่งอะนะ
**
ผมแนะนำโรงเรียนในกรุงเทพ (อยู่ย่านชานเมืองครับ) ให้ที่นึงแต่เป็นโรงเรียนสอนตั้งแต่อนุบาล-ชั้นป.6 (โรงเรียนสากลศึกษา บางแค)
เพราะเป็นโรงเรียนที่ผมเคยศึกษาตอนชั้นประถมมา เค้าจะจะรับนะครับเพราะตอนที่ผมอยู่ ป.6 ผมเห็นมีเด็กอนุบาลที่เป็นแบบเดียวกับน้องเหมือนกัน (แต่ผมจบมาก่อนเลยไม่รู้ว่าได้ขึ้นชั้นประถมไหม) แต่ถ้าระดับอนุบาลผมคิดว่าน่าจะได้นะครับ
ปัญหามันอยู่ที่โรงเรียน ” พร้อมหรือเปล่า” ตอนผมเรียนม.ต้น มีเด็กดาวน์คนนึง แก่กว่า3ปี แต่ดูหน้าเด็กๆ มาเรียนด้วยกันแรกๆก็ดีหรอกแต่เด็กเหล่านี้ขาด “โอกาสทางความคิด” เพื่อนชวนหลีสาวก็ไป หลอกให้ไปค้นกระเป๋าเพื่อนก็ไป หลอกเปิดกระโปรงหญิงก็ไป คนเขาก็รังเกียจ แถมแก้ตัวไม่เป็นอีก พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง กลายเป็นปัญหาของห้อง เด็กเหล่านี้ถ้าอยากเรียนร่วมกัน ต้องมีคนดูแลกันจริงๆ มีเพื่อนแท้คอยดันบ้าง อยู่ในห้องเลวๆก็เป็นแค่เครื่องมีอล่ะครับ
ส่วนตัวนะ ผมว่าไอ้เด็กดาวน์คนนี้น มันเป็นคนดีที่สุดในห้องว่ะ
ตอนเด็กๆ เราก้อเคยเรียนกับเด็กพิเศษนะ
ขอพูดตรงๆ ว่าตอนนั้นไม่ชอบเลย = =
มีความรู้สึกว่า ทำไมมันไม่ไปอยู่ห้องเด็กพิเศษฟร่ะ มาเรียนห้องปกติทำไม
พูดก้อพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ชอบโวยวายหาเรื่องชาวบ้านอีกต่างหาก คนก้อเลยไม่ค่อยชอบเด็กคนนั้น
เพื่อนๆเลยยิ่งชอบล้อ ยิ่งเรียนกับเด็กปกติ จะยิ่งรู้สึกเป็นปมด้อยรึป่าว
ดังนั้นเด็กพิเศษควรเรียนกับเด็กคนอื่นรึป่าว มันก้อแล้วแต่คน
ต้องติดตามดูแล้วก้อวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด เป็น case ๆ ไป นะ
ไม่ใช่ว่า น่าสงสารแล้วให้เรียนกับเด็กปกติได้ทุกคนหรอก
ความคิดแบบนี้ ริอาจมาตั้งร.ร.สอนคน
ทั้งร.ร. ทั้งผู้ปกครองที่แอนตี้มันมีสมองกันมั่งมั้ยวะ หะ!!
กุอ่านแล้วแค้นแทนจขกท.มากๆ กับเพื่อนมนุษย์ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เมิงยังสำรอกความคิดต่ำๆแคบๆของเมิงมาได้
เด็กพิเศษแล้วไงล่ะวะ ลองให้ลูกพวกเมิงเป็นเด็กพิเศษมั่ง กุจะดูดิ๊ ว่าเมิงยังจะมีหน้ามาสำรอกความต่ำออกมาได้อีกมั้ย
มีสมองไม่หัดคิด ไม่คำนึงถึงคนอื่น เห็นแก่ตัวชิปหาย แม่งมีการศึกษากันรึเปล่าวะ
ในหลวงยังบอกเลยว่า ให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
อ่านเืีรื่องนี้แล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ
คือถ้าเป็นเด็กพิเศษแบบ…ยังไงอ่ะ พิเศษรู้เรื่องอ่ะ เรียนรู้ได้ ก็น่าจะยกเว้นให้นะ
แต่ถ้าแบบ…โตแล้วยังไม่รู้เรื่อง เอาจริงๆ พอยิ่งโตขึ้น การแข่งขันก็ต้องสูงขึ้น เพื่อนๆก็ต้องรีบเรียน ต้องตั้งใจเรียน ถ้าสมมุติเด็กคนนั้นเป็นอย่างที่ว่าคือ เรียนก็ไม่เรียน แล้วยังรบกวนคนอื่น โอเค ยอมรับว่าเค้าเกิดมาเป็นอย่างนั้น ก็คงต้องให้ไปเรียนโรงเรียนพิเศษน่ะค่ะ
อย่างในกรณีนี้ ก็น่าจะรอดูก่อนนะ ในเมื่อน้องคนนี้เรียนรู้ได้ ก็น่าจะลองให้เค้าปรับตัวบ้าง
แล้วพอโตไปปุ๊บ เค้าอาจจะเหมือนเด็กปกติเลยก็ได้นะ แค่อาจจะมีบางเรื่องที่เพื่อนๆต้องช่วยกันบ้าง
อย่าไปรังเีกียจเด็กพิเศษเลย เราต้องให้โอกาสเค้ามากกว่า
(ดราม่านี้ขอทำตัวดีหนึ่งดราม่า 555′)
สำหรับความคิดเห็นผมนะครับ
การที่เด็กพิเศษต้องเรียนกับคนปกติทั่วไป ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่ครับ
ดีซะอีก เขาจะได้หัดเรียนรู้ว่าโลกข้างนอกเป็นอย่างไร และโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ก็ไม่ได้ดีเสมอไป บางครั้ง ก็มีสิ่งร้ายๆ ผ่านเข้ามาด้วย ยิ่งถ้าเขาได้เรียนรู้แล้ว เขาจะสามารถปรับตัวเอง และใช้ชีวิตในสังคมได้ครับ
ดราม่าที่ซึ้งที่สุดในสามโบก อ่านแล้วเศร้า
พ่อแม่พวกนี้ ใจแคบมากคับ
ร้องไห้่เลย พูดอะไรไม่ออกจริงๆ
เจวีและคุณพ่อคุณแม่ สู้ๆนะ โรคนี้มันเต็มไปด้วยคนป่วยทางใจ สู้และสร้างภูมิคุ้มกันผ่านมันไปให้่ได้
ตามไปดูคลิปพัฒนาการน้องแล้วร้องเลยอ่ะ
เป็นดราม่าที่ทำให้เข้าใจคำว่า “เวปโลกสวย” ขึ้นเป็นกอง
ในอินเตอร์เน็ตแม่งมีแต่พวกสร้างภาพ ศึลธรรมคับอก
พอเอาเข้าจริงแม่งก็แสดงสันดานเดิมออกมา
ป.ล. สู้ต่อไปนะครับ คุณพ่อคุณน้องของน้องเจวีและเด็กพิเศษทุกท่าน
น้ำตาไหลพรากกก

ซึ้งอ่าาาา
น้องน่ารักมาก
พออ่านจบคุ้นๆมากจากความทรงจำสีจางๆสมัยประถมต้นๆว่าเออเราก็มีเพื่อนเป็นเด็กพิเศษนี่หว่า
จำได้ว่าเค้าก็คุยเล่นกับเราปกติทุกอย่าง รู้สึกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันเลยมั้งถ้าจำไม่ผิด
คืออยู่ในกลุ่มเดียวกับเราอะ นั่งโต๊ะกลุ่มเดียวกัน แต่จำได้ว่าครูจะเข้ามาดูแลเค้าบ่อยกว่าหน่อยตอนนั้นก็งงๆไม่เข้าใจ
แต่เค้าจะชอบงอนเรา เราต้องง้อเวลาเล่นกัน ก็สนิทกันมาเรื่อยๆ จนอยู่ๆเค้าก็หายไป เราก็ลืมไปเลย
เป็นความทรงจำลางๆแต่ยังจำได้ดี กล่องดินสอเค้าอลังการมาก เราชอบเอาไปเล่น^^
สัด กูเนี่ยแหละสมัยเรียนประถมมัธยมโดนจัดเป็นเด็กพิเศษ แต่เป็นสมาธิสั้นไม่ได้เป็นดาวน์ เรียนไม่เก่งหรอก ป่วยหยุดเรียนบ่อยมันเรียนไม่รู้เรื่อง แถมโดนแกล้งโดนกระทืบทุกวัน เพื่อนก็ไม่คบ เพราะตรรกะการคิดมันไม่เหมือนชาวบ้านและมีปัญหาทางการควบคุมอารม บอกตรงๆว่าเซ็งมาก แต่วันนี้พอมาย้อนคิด มันคงจะยิ่งเซ็งหนักไปใหญ่ถ้าความบกพร่องไม่ได้สูงมากถึงขนาดต้องไปอยู่โรงเรียนแบบพิเศษมากกว่าเว้ย พูดจากใจเลย ใครมันจะอยากเป็นตัวประหลาดวะ? ถึงการที่โดนจัดเข้าในกลุ่มเด็กพิเศษเนี่ย มันจะกลายเป็นไอ้เอ๋อไอ้ตัวประหลาดโดนล้อเลียนโดนรังเกียจโดนรุมกระทืบสารพัดจาดเพื่อนๆก็จริง แต่พวกกูก็พยายามสุดๆที่จะเป็นคนปกติธรรมดาอย่างชาวบ้านเขาเว้ย ทั้งหมดที่ต้องการคือโอกาสกับความเข้าใจตะหาก มันไม่ใช่โรคติดต่อนะเว้ย
ผม… ในฐานะนิสิตที่จะไปเป็นคุณครูไทยในอนาคต (ผมเรียนครูครับ) ขอสัญญาว่า หากเจอเด็กรณีนี้จะดูแลเด็กอย่างดีและเท่าเทียมกันทุกคน จะไม่แบ่งแยกเพียงเพราะอคติ หรือความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
ขอแสดงความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นคุณแม่คุณพ่อน้องเจวีด้วยนะครับ
นี่ถ้าตรูมีเงินมีอำนาจก็น่าเปิดโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษเหมือนกันนะเนี้ยะ น่าสนๆ
มีเพื่อนในห้องเป็นออทิสติกหนึ่งดาวน์หนึ่งสมาธิสั้นอีกหนึ่ง
แล้วครูก้จับให้มานั่งด้วยกันสามคนน่าห้อง
ทีนี้ก้ทะเลาะโวยวายทุกวันจนเรียนไม่ได้อะ
เพื่อนส่วนมาก(ทุกคนในชั้น)แอนตี้นะ แต่เราเฉยๆ เพราะเราเคยดูแลสามคนนี้อะ
ปอละออ.หนูพูดตามความจริงนะหนูไม่ซึนเดเระ
สวัสดีค่ะ แม่แจ๊ซเจ้าของกระทู้นะคะ ^^
ตอนนี้ทาง รร. ยอมรับ แล้วก็รักน้องเจวีแล้วค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากเพื่อนๆ web นี้
แล้วก็ขอบคุณ คุณจ่าฯ ด้วยนะคะ ที่เอากระทู้แม่แจ๊ซมาลง
แม่แจ๊ซลงความคืบหน้าล่าสุดที่กระทู้นี้ค่ะ
//// แม่แจ๊ซขออนุญาต จูงน้องเจวี ดาวน์ดวงน้อยๆ มาขอบคุณโรงเรียนพลวิทยาระบบสองภาษาค่ะ ^^\\\\
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N12058282/N12058282.html
ขอบคุณสำหรับกำลังใจอีกครั้งค่ะ
แม่แจ๊ซ
คนเราอยู่ด้วยกันได้ทุกคนแหละครับ
เปิดใจให้กันหน่อย
…ไม่เข้าใจว่าพวกชอบดูถูกคนอื่นมันมีปมด้อยอะไรในชีวิตมากมาย -*-