
เรื่องมันมีอยู่ว่าหลายวันก่อนนู้น อจ.เจษฎาที่แกออกมาเปิดโปงเรื่อง GT200 ติ้วหาระเบิดลวงโลก
อาจารย์แกมาบ่นๆในพันทิปว่า ทีวีหลายช่องมาสัมภาษณ์แกแต่ตัดเนื้อหาลงแค่บางส่วนที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
แอดมินเห็นว่าแบบนี้ท่าจะไม่ได้การ
เราต้องหาลู่ทางให้อจารย์แกได้เล่าเรื่องที่แกอยากเล่าให้ปวงชนชาวไทยรับรู้อย่างเต็มพิกัด
ว่าแล้วแอดมินก็ขึ้นเครื่องบินมุ่งตรงไปยังคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ กรุงเทพ
ตอนนั้นแอดมินคิดในใจว่า กูได้ข้ออ้างเข้าเมืองไปนวดปู๋แล้วโว้ย!!
แอดมินนัดเจอชาวดราม่าที่มีเจตนารมภ์ร่วมกันคือเปิดโปง GT200 ให้สิ้นซาก
ประกอบด้วยท่านหญิงเซร่าผู้ที่ชาวดราม่าทั้งหลายเคารพและยำเกรง
คุณเกาลัดที่รับหน้าที่ถ่าย VDO ตลอดการสัมภาษณ์
mod กิ๊กนะคะ ที่รับหน้าที่ถ่ายภาพตลอดการสัมภาษณ์
คุณ POPUP ที่ช่วยแกะเนื้อหาใน vdo มาเป็นบทความนี้
พอไปถึงตึกชีววิทยาที่จุฬาปุ๊บก็พบว่ามีผู้สื่อข่าวจากสถานี TPBS กำลังสัมภาษณ์อาจารย์อยู่พอดี

พวกเราก็นั่งรอและพูดคุยกับคุณ PastelSalad (จุฬา พิทยาภินันท์)
ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการแฉ GT200 มาตั้งแต่ต้นคนนึง
และคุณ Pastel คนนี้เองที่ติดต่อให้แอดมินได้สัมภาษณ์ อจ.เจษฎา
ระหว่างที่พูดคุยกัน แอดมินได้รับแถลงการณ์ของคณะวิทยาศาสตร์จุฬาจากคุณ Pastel
โดยเนื้อหาของแถลงการณ์นั้น ถ้าเอาความเห็นแอดมินนะ คณะวิทยาศาสตร์ของจุฬาแม่มแบบว่า
ถ้าพิสูจน์แล้วจริง กูเอาหน้าด้วยนะ ถ้าพิสูจน์แล้วไม่จริง มึงรับผิดชอบไปคนเดียวนะ อจ. เจษฎา
แถลงการณ์ของคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยจุฬา อ่านแล้วก็พิจารณากันเอาเองก็แล้วกันครับตอนแรกทางคณะออกแถลงการณ์ฉบับซ้ายซึ่งเนื้อหาแม่มบัดซบมาก แล้ววันต่อมาก็แก้ให้มันดูดีขึ้นนิดนึงแต่โดยส่วนตัวแอดมินว่าเนื้อหาแม่งก็เหมือนเดิมล่ะว๊ะ!!!
หลังผู้สื่อข่าวจาก TPBS สัมภาษณ์ อจ.เจษฎาเสร็จก็เป็นตาของพวกเฮาบ้าง

ลืมตาหน่อยครับอาจารย์
หลังจากทักทายกับ อจ.เจษฎาแล้วแอดมินก็เริ่มสัมภาษณ์ อจ.เจษฎา
อยากทราบว่าที่อาจารย์มาทำเรื่องนี้ ทำในฐานะอะไร
ทำในฐานะของนักวิทยาศาสตร์คนนึงในประเทศไทย และผมเตรียมไปพูดในสื่อต่างๆ ให้ชัดเจนด้วย
ว่าทำในฐานะนักวิทยาศาสตร์ของชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ
เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ออกสื่อเนี่ยอยากบอกว่าตนเองเป็นนักวิชาการอิสระ
คือ อาจ.พิสูจน์ GT200 โดยไม่เอาสถาบันเข้าไปยุ่งเกี่ยว?
ไม่ได้เอาสถาบันเข้าไปยุ่งเลย แต่คนก็รู้อยู่แล้วว่าผมอยู่ภาคชีววิทยา คือเขาก็ต้องไปสืบรู้ได้ว่าผมมีตำแหน่งหน้าที่อะไร
แล้วอาจารย์จบสาขาทางชีววิทยา ทำไมถึงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
ใช่ ตอนนี้ผมโดนประเด็นนี้อยู่ด้วย ตอนนี้มีอยู่สองประเด็น หนึ่งก็คือว่า ลักษณะของปัญหา GT200 เนี่ย
มันเป็นปัญหาที่คนทั่วๆ ไป ที่ ไม่ต้องจบวิทยาศาสตร์ปริญญาตรีก็ยังเข้าใจได้ว่ามันลวง
แค่มัธยมปลายยังทราบ ผมว่าแม้แต่สายวิทย์ชีวภาพที่ผมได้ FWD Mail มาเนี่ย อ่านเนื้อหาทั้งหมด ก็เข้าใจได้ว่ามันลวง
สมมติเราพูดว่าเราเห็นเครื่องที่มันทำงาน ชี้ วัดค่าต่างๆ ได้ จินตนาการเราไปก่อนเรียบร้อย
ว่าภายในเครื่องนี้ประกอบด้วยกลไกอะไรบ้าง แต่พอเรารู้ว่าข้างในมันไม่มีอะไรเลยและเข็มที่ว่านี้มันหมุนด้วยแกนหมุนเฉยๆ
แค่นั้นคุณก็น่าจะฉุกคิดได้แล้วว่า เครื่องนี้มันทำงานโดยหลักการมั่วๆ
เพราะหลักการของมันจะมีไฟฟ้า กลไล มีข้อต่อ มีแสงสี มันไม่มี นี่คือสเต็ปที่หนึ่ง
สเต็ปที่สอง จากหลักการที่บอกว่า คลื่นไฟฟ้าสถิตวิ่งเข้าหาคนจากตรงนี้ แล้วมันจะเกิดการล็อกเข้าหากันได้ด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าเนี่ย
ด้วยวิทยาศาสตร์กายภาพทั่วๆ ไปของม.ปลาย ก็น่าจะเข้าใจได้เหมือนกัน
โดยภาพรวมเนี่ย ใครๆ ก็เข้าใจได้ ส่วนอย่างที่สองเนี่ย ตัวผมเป็นนักเรียนทุน ทางวิทยาศาสตร์
หรือเรียกว่าทุน พสวท เป็นทุนที่สร้างนักวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ ซึ่งผมเป็นเด็กวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ ม.4
และเรามีเครือข่ายประมาณห้าหกร้อยคน ที่จบมาทำงานแล้ว ที่เรียนหนังสือก็ส่วนนึง
ผมเป็นนายกสมาคม พสวท ฉะนั้น ผมรับเรื่องนี้เข้ามาโดยที่สมาชิกของ พสวท เอาเรื่องเข้ามาเสนอและนั่งคุยกัน
และคนในกรรมการของสมาคมผม ซึ่งก็เป็นคนหลากหลายสาขา ไม่ใช่แต่ชีววิทยาอย่างเดียว
ก็มีความเห็นร่วมกัน ว่ามันลวงแน่ๆ และจากวันนั้น ถึงวันนี้ ความกังวลใจในตัวผมมาเป็นระยะๆ เหมือนกันว่า
เฮ้ย เราเรียนชีววิทยาใช่มั้ย เราพลาดอะไรบ้างหรือเปล่า เกิดเครื่องอย่างนี้มันเพี้ยนทำงานขึ้นมาได้
หรือถ้าเอาไปทดสอบจริง แล้วมันแม่นขึ้นมาเนี่ย จะทำอย่างไร ผมก็ต้องปรึกษาปัญหากับเพื่อน
ในสมาคมวิทยาศาสตร์ สายอื่นๆ ว่าข้างในมันโอเคมั้ย มันไม่มีเทคโนโลยีไหนในโลกทำได้ใช่มั้ย
ถ้าสมมติว่าเครื่องนี้ใช้ได้จริง และสิ่งที่อาจารย์พิสูจน์เป็นท็จ อ.จะรับผิดชอบอย่างไร
ผมรับผิดชอบได้ แล้วแต่ ผมรอสังคมเรียกร้อง แต่ตามหลักผมต้องรอว่าผู้บริหารของผมเขาเรียกร้องอะไร
ถ้าผู้บริหารบอก โอเค เจษฎาผิด เราจะทำการลงโทษคุณแบบตัดเงินเดือน หรือพักงาน หรือลาออก ต้องรับผิดอยู่ดี
แต่ข้อใหญ่เลย ถ้าเกิดผมพูดจริงขึ้นมา ผมไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่เกิดผลเสียอะไรกับประเทศมากกว่า
ตามที่มีแพทย์หญิงท่านหนึ่งบอกว่าเครื่องนี้เป็นแค่เครื่องชี้เป้าเท่านั้นแต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเครื่องมืออื่นอีกที เช่น ไอออนสแกนประเด็นคือการที่เราใช้เครื่อ GT200 แค่เพียงชี้เป้า จะเกิดผลเสียอย่างไร
ถ้าทุกคนเข้าใจ และได้มีโอกาสกลับไปดูรายการคมชัดลึกที่ผมเคยออกอากาศ
จะมีอยู่ชอทนึงที่ผมคว้าเครื่องขึ้นมา และผมลองใช้ นั้นคือครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้จับเครื่องนี้ และผมใช้ชี้ได้เลย
เราไม่เรียกว่ามันเป็นเครื่องชี้เป้า แต่มันเป็น เครื่องชี้ปรักปรำ น่ากลัวมั้ยฮะ
คือมันเป็นเครื่องที่บังคับใช้ได้ มันไม่ใช่เครื่องที่ถือแล้วมันจะหมุนไปเอง
ถ้าสมมติผมมีเครื่องตรวจจับแบบดิจิตอลอยู่แล้วมันไม่ค่อยแม่นเอาความไม่ค่อยแม่นของมันไปชี้เป้า
อันนี้เข้าใจ แต่ตามหลักของการทหารแล้ว ต้องเอาค่าความแม่นยำขึ้นก่อน
เขาบอกเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ โอเค เรามีเครื่องวิทยาศาสตร์อยู่เครื่องนึง ซึ่งมันไม่แม่น
ชี้ก่อน ไม่แปลก แต่ตอนนี้เรามีเครื่องมือตัวนึงที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ คนใช้บังคับได้ เพราะเป็นการชี้ปรักปรำที่ตัวคน
ตอนอาจ.ไปออกรายการช่องทีวีไทยได้คุยกับคุณอังคณาเรื่อง GT200 ว่าอย่างไรบ้างปล.หมายถึงคุณ อังคณา นีละไพจิตร ภรรยาทนายสมชายที่หายสาบสูญปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและความยุติธรรมของคนในพื้นที่สามจังหวัด
ผมเจอคุณอังคณามาหลายครั้งแล้ว ตอนที่ผมเข้ากระทรวง รัฐสภา คุณอังคณาก็จะเป็นฝ่ายที่อยู่ทางเรื่องของภาคใต้
เรื่องของคนที่เป็น NGO สิทธิของมนุษยชน และทุกครั้งจะได้ฟังเรื่องที่คุณอังคณาเล่าอยู่มากมาย
อาจารย์พอจะเล่าให้ฟังได้มั้ยครับ
ก็คือ เรื่องเบสิกง่ายๆ เลยว่าสมัยแรกที่มันมีเรื่องของภาคใต้บ่อยๆ ครั้งเนี่ย ก็จะมีการพาผู้ต้องสงสัย
ไปเข้าที่ค่ายอิงคยุทธ เพื่อนำไปสอบสวน ไปอบรม หรือเอาไปฝึกฟึ้นฟูวิชาชีพ
การที่นำผู้ต้องสงสัยจำนวนมากไปเนี่ย ก็เพราะเครื่องนั้นมันชี้ ถ้าสมมติเราเชื่อว่าเครื่องนี้มันใช้ได้จริง
พอเข้าไปหมู่บ้านก็ชี้คนนั้น ชี้คนนี้ คุณทั้งหมดเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะฉะนั้นพวกนี้ต้องไป จริงๆ
โดยไม่ต้องมีหลักฐานอะไรเลย?
โดยไม่ต้องมีหลักฐานอะไรเลย
เพียงแค่ GT200 ชี้?
ถูกต้อง และนั้นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อก่อน ปัจจุบันในสังคมจะเหลือน้อยเต็มที เพราะว่าคนจับไต๋ได้เยอะ คนเริ่มต่อต้านมากขึ้น
เอาแค่คนที่โดนในตรงนั้นน่ะ คือตัวเขาเองต้องไปอยู่ในค่ายอบรมนี้สามเดือน เพื่อรอส่งฟ้องต่อไป
และพอส่งฟ้องไปแล้วเนี่ย ศาลไม่รับฟ้อง เพราะเครื่องมือนี้ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในชั้นศาลได้ มันก็ปล่อยกลับมา
แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ชื่อเสียงเขาเสียไปและ ญาติพี่น้องเขาเสียไป
และสถานการณ์แบบนี้มันจะไม่ใช่แค่เกิดขึ้นในอดีต ต่อไปมันจะเกิดขึ้นเยอะแยะเต็มไปหมดในอนาคต
เพราะว่ามันจะมีเครื่องยี่ห้ออื่นๆที่เหมือน GT200 ตามมาอีกเป็นพรวน อันนี้ทำให้ผมคิดว่าต้องทุ่มเทแรงแล้วล่ะ
อย่างเจ้า อัลฟ่าซิกของ มหาดไทย บขส เพราะมีอยู่เคสนึงที่ผมได้รับมาว่า ขับรถไปจอดในปั้มน้ำมัน
และอยู่ดีๆ ก็มีทีมสักทีมนึง ดูเขาเป็นเจ้าหน้าที่ อส มาชี้รถเขา แล้วก็เชิญตัวเขาไปแล้วก็รื้อรถเขาใหญ่เลย แล้วไม่เจออะไร
เขาก็เสียเวลา อย่างน้อยที่สุดเสียไปแล้วเต็มๆ หนึ่งวัน แต่มันมีเคสประเภทนึงที่รื้อรถเลยแล้วประกอบเขาคืนไม่ได้
ประเภทเล็งรถไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วใช้เครื่องยิงน้ำทำลาย บึ้มไปเรียบร้อยแล้ว มอเตอร์ไซค์ทะลุเลย
แล้วช่วงวันสองวันนี้ มีข่าวมาเป็นระยะว่า ทหารหรือตำรวจ ใช้เครื่องนี้ตรวจพบวัตถุระเบิดหรือสิ่งเสพติดได้อาจารย์มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไรครับ
ตรงนี้อธิบายได้ครับ คือทำไมเราถึงเรียกร้องให้ทำการทดสอบในห้องปิด และไม่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง
เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราตรวจเจอแต่ละครั้งเนี่ย ดันเจอเพราะเครื่องจริงหรือไม่จริง โดยเบสิกแล้วเนี่ย
เท่าที่เราถามทหารชั้นผู้น้อย เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย เกือบทุกครั้งที่ลงไปพื้นที่แล้วสามารถทำสำเร็จได้ มีข่าวลือมาก่อน
มีข่าวลือ?
มีการข่าวกรองมาก่อน หรือแม้แต่ถ้าผมพูดกันตรงๆ ในจุดนี้ คอลัมน์ของหมอพรดริฟท์ ที่ตอบโต้พวกผม
เขาบอกว่า ตอนที่เขาไปตรวจที่ปอเนาะ และไปชี้เด็กสี่สิบเก้าคนเอาไปเข้าอิงคยุทธ
เขาเขียนลงจดหมายประมาณว่า รู้มานานแล้วล่ะหมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านที่การมั่วสุม
รู้มานานแล้วว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีปัญหา ทุกๆ ครั้งที่คุณรู้มานานแล้ว และถ้าคุณใช้โดยสุจริตใจ
เครื่องมันก็ชี้ไปเองด้วยหลักจิตใต้สำนึก แต่ถ้าคุณไม่ได้รู้มานานแล้ว แล้วไม่ได้ใช้โดยสุจริตใจ
แล้วคุณแกล้งเอาอะไรสักอย่างนึง ที่หน้าตาเหมือนเครื่องสักนิดนึงน่ะ
เป็นไปได้มั้ยครับ ว่าการใช้เครื่อง GT200 เพื่อที่จะเพื่อควบคุมตัวหรือจับกุมคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งๆที่รู้ว่าเครื่องมันไม่มีประสิทธิภาพ
มีคนสงสัยว่าอย่างนั้น ฉะนั้นกลับมาที่เรื่องการตรวจสารเสพติดพวกนั้น คิดเหรอว่าจะไม่มีข่าวมาก่อน
ผมคิดว่าทุกครั้งที่ ทำไม ปปส. ถ้า ปปส. ไม่สามารถจับข่าวกรองที่ดีได้ แสดงว่าที่ผ่านมาไม่เคยจับได้เลยใช่มั้ย
แต่เราก็จะมีเคสประจำเป็นระยะๆ ว่า เดี๋ยวจับคนนู้นได้ คนนี้ได้ จะจับได้ต้องมีข่าวกรองมาก่อน
สื่อก็ยังนำเสนอข่าวว่า เขาใช้แล้วได้ผลจริง แล้วก็มาเล่าประสบการณ์ แล้วทีนี้อาจารย์คิดว่าในทางการวิจัย ประสบการณ์ในทางการวิจัยเนี่ย คิดว่าเครื่องมือนี้เป็นแบบใด
คือส่วนใหญ่แล้วเนี่ย เครื่องมือพวกนี้เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยา เดี๋ยวผมขอเคลียร์ให้เสร็จเรื่องรถอะไรนั้นก่อนนะ
คือหนึ่งก็คือว่า ถ้ามีทางการข่าวมาเรียบร้อยแล้ว ว่าเป็นคนๆ ไหน เขาก็สามารถจะไปชี้ได้ครับ
ส่วนที่สองก็คือว่า ถ้าเกิดรถคันนั้นเนี่ย ค้น 80% ของรถคันนั้นมียาอยู่ ชึ้ใครก็โดนล่ะ เป็นไปในการเคลื่อนที่
แต่ว่าเคสนี้คงไม่ แต่สามว่ามีการจัดฉากหรือไม่ อันนี้ผมไม่ทราบ ถ้าเขาจัดเตรียมมาก็อีกกรณีหนึ่ง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการเอาไปใช้ในพื้นที่ ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ตามชายแดนภาคใต้ หรือหมู่บ้านตามชายแดน
พอไปชี้กดหาระเบิด ถ้าเกิดบ้านที่อยู่แถวนั้นมันมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ หรืออาวุธปืนเนี่ย
คนใต้เดี๋ยวนี้เขาพกอาวุธกันถ้วนหน้า ชี้ใครก็โดน แต่คนชี้จะมั่นใจ คนชี้จะรู้สึกว่ามันมีประสิทธิภาพ
เขาชี้ได้สำเร็จ เขาก็นับแต่ความสำเร็จเป็นหนึ่งครั้ง สองครั้ง แต่เขาไม่เคยนับว่าเขาหลุดไปกี่ครั้ง
อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ สมมติว่าอาจจะหลุดไปเจ็ดสิบครั้งแปดสิบครั้ง ก็ได้ แต่เขาจำความสำเร็จไว้
เขาก็จะรายงานเจ้านายทำนองว่า เขาสำเร็จ เขาสำเร็จ
แต่เขาก็มารีวิว ความผิดในคู่มือของ GT200 ว่าถ้าทดสอบพลาดเกิดขึ้น จะเป็นเพราะความผิดพลาดของผู้ใช้
ถูกต้อง เครื่องมือพวกนี้ถึงบอกว่ามันเป็น Downing ไง เหมือนพวกเดาสุ่มอะไรอย่างนี้ การเดาสุ่มขึ้นมา
และดาวซิ่งไม่เคยผิดพลาด?
ใช่ ถูกต้อง คือเครื่องมือไม่เคยเสีย คนใช้เครื่องพวกนั้นที่เสีย ในการใช้งานที่มันบอก
นี่คือจุดนึงที่เราจับได้แต่แรกเลยว่า ไอ้เครื่องนี้มันต้องลวงโลกแน่ๆ เพราะว่ามันไม่มีเครื่องมือไหนในโลกที่ว่า
คนใช้ไม่ดี สุขภาพไม่ดี แล้วเครื่องจะรวน ไม่งั้นต่อไป โวลต์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็เสียหมดเลย
ตามหลักเครื่องมือการแพทย์ก็เหมือนกัน อืม ไม่รู้นะ ผมว่ามันมี ถ้าถามตอบโต้ไปในนั้น มันมีอยู่สาระพัดเรื่องเลย
มันก็ไม่จบสักทีล่ะฮะ เพียงแต่ว่า จริงๆ ว่ากันตามวิจารณวิญญูชน ผมเห็นเครื่องอยู่ผมก็รู้ ณ วันนี้ผมโดนแปลกๆ อยู่หลายอย่าง
เช่น เราเริ่มใช้คำว่าไม้ล้างป่าช้า เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่ามันเหมือนเครื่องไปป่าช้าแล้วชี้โดน
ที่ชี้โดนไม่ใช่เพราะพลังจิต หรือไสยศาสตร์นะ เพราะว่าทั้งป่าช้าน่ะ มีแต่หลุมศพเต็มไปหมดเลย
เขาก็เริ่มว่าผมมาว่า ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาพิสูจน์เรื่องไสยศาสตร์ได้อย่างไร
อาจารย์มีอะไรจะฝากถึงชาวหว้ากอเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้บ้างมั้ยครับ
ชาวหว้ากอมีส่วนช่วยอย่างมาก เช่นเรื่องของการกระจาย Foward Mail ที่ผมได้ทำไว้ ขอให้สบายใจได้ว่า
ฟอร์เวิร์ดเมลล์ที่ส่งมาเนี่ย ของผมหมดเลย อาจจะตอบช้าหน่อยเพราะว่าผมเรียนต่อ คือทุกคืนตีสองตีสามเนี่ย
ผมก็เปิดไล่ส่งทุกวันๆ และตื่นมาหกโมงเช้า มาถึงจุฬาเจ็ดโมงเพื่อมาไล่ส่งเมลล์ใหม่ ทุกวันๆ
แผนเดิมเรามีแค่นั้นเองจริงๆ เราตั้งใจจะคุยตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา แล้วเราไม่คิดว่า BBC จะเข้ามาช่วยเราถึงขนาดนี้
เพราะฉะนั้น หนึ่งคือ ฟอร์เวิร์ดเมลล์ครับ ซึ่งยังต้องไล่ส่งอีกเยอะไปทั่วประเทศ
ตอนนี้ผมคิดว่าอาจารย์เป็นเหมือนหนังหน้าไฟ เพราะเวลาอาจารย์ออกมาแฉทุกคนก็มาช่วยกันแสดงความเห็นแต่พอโดนโจมตีอาจารย์จะโดนอยู่คนเดียว อาจารย์คิดว่าพวกเขาจะมีการออกมาแสดงตัว รวบรวมชื่อเพื่อสนับสนุนอาจารย์บ้างมั้ย
ผมกำลังเริ่มคิดถึงแผนที่สอง คือจริงๆ เราต้องคิดถึงแผนต่อๆไป แต่ว่าเราทำมาเต็มที่แล้วล่ะ
มันเหมือนเคลียร์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ยังไม่เชื่อเราอีก มันก็ต้องใช้กระบวนการทางสังคมบ้างแล้วล่ะ
จากเราใช้กระบวนการทางวิชาการ ทางวิทยาศาสตร์ให้คนเห็นความจริง แต่มันมาถึงขั้นที่ต้องใช้กระบวนการทางสังคม
มันไม่ใช่การกดดันนะ แต่หมายความว่า ให้ช่วยเห็นว่าเรามีพลังบ้างอยู่เหมือนกัน
ที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ เพราะเขาคิดว่าเราไม่มีพลัง โทษนะครับ ผมขอแตะการเมืองเพื่อให้เห็นภาพ
สมมติคนเสื้อแดงร้อยคน มายืนชุมนุมประท้วงไล่นายก ยิ่งตกใจกลัวเลย ผมนึกภาพ แต่ยังไม่เห็นนะ
ผมนึกว่าวันนึงเนี่ย เราเรียกประชุมกันเลย ใครก็ได้ที่เห็นกับผม ไม่ต้องเป็นคนที่เคยเข้าไปในหว้ากอก็ได้
ใครก็ได้ที่เห็นกับผมเนี่ย ไปเจอกันหน่อยมั้ย เอาที่หน้าพระรูปร.4 มั้ย
เพื่อความเป็นวิทยาศาสตร์ไทยสักครั้งนึง รวมตัวสักครั้งนึง หรือจะไปหน้าทำเนียบมันก็อาจจะแรงไป
แต่ก็อย่างน้อยเราก็มีพลัง ผมว่าวันนั้นสื่อก็คงจะสนใจบ้างล่ะ ถ้าวันนี้เราไม่ทำอะไร
สักพักมันจะเงียบไป และสิ่งต่างๆ จะเริ่มกลับมา
คือผมคิดว่าจะเอาประเด็นตรงนี้ไปตั้งในพันทิปเพื่อเรียกร้องให้คนมาลงชื่อให้สนับสนุนการตรวจสอบ

ผมคิดว่าเรามีตัวกลาง ก็น่าจะเริ่มทำละ ครั้งนึง ทีมงานของผมที่อยู่จุฬาเนี่ย ที่เคยออกทีวีบ่อยๆ
คือว่าเคยขอว่าจะใครช่วยกันมาลงชื่อเพื่อจัดทดสอบมั้ย ตอนนี้การทดสอบมันไม่ใช่หน้าที่ของเราแล้ว
โดยหลัก เราจะเป็นที่ปรึกษาเชิงวิชาการแทน หน้าที่หลักคือจากกมท. ความมั่นคงของรัฐ
ซึ่งเพิ่มไปให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ และ สวทช ซึ่งเขาก็ยังอีหลักอีเหลื่ออยู่ เขาบอก ถ้าไม่ส่งเครื่องมาให้ผม
ผมจะทดสอบได้อย่างไร ก็บอกว่าไม่มีใครขอเครื่องไปก็ไม่มีการทดสอบ แต่ผมเชื่อว่า
อย่างน้อยในเดือนนึงเนี่ย จัดแน่ๆ ตรงนั้นเนี่ย เราจะเข้าไปช่วยในเชิงวิชาการ เราจะเขาไปดูว่าทุกอย่างต้องเป็นกลาง เป็นธรรมจริงๆ
และหากมันเฮี้ยนใช้ได้ขึ้นมาจริงๆ ก็เจ๊งไป แต่ ณ วันนี้เราอาจจะต้องรวมตัวสักหน่อยแล้วว่า
ไอ้ที่ชอบพูดกันว่า หว้ากอ เนี่ย หนังสือพิมพ์บอกเราแค่ว่าเป็นแค่ชุมชนอินเตอร์เน็ต จริงๆ อินเตอร์เน็ตมันฟังดูโล่งๆ มากเกินไป
ผมไม่แคร์เรื่องจะเห็นคนที่หน่วยงานของผม มาลงชื่อที่ส่วนผม ผมคิดว่าผมออกมาขนาดเนี่ย
มันจะนึกว่าเดี๋ยวจะออกมากันใหญ่เลย เดี๋ยวอาจารย์คนนั้น ดอกเตอร์คนนี้ มหาลัยนั้น มหาลัยนี้
หน่วยงานนี้จะออกมาพูดว่า ผมช่วยเห็นด้วยนะ ซึ่งทุกคนมีแต่ส่งอีเมลล์มาหาผม และถ้ามันอยู่แค่ในอีเมลล์มันจะได้อะไร
มันไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม ฉะนั้น ผมกำลังคิดกับจุฬาว่า ผมอาจจะต้องเปิดกระทู้และก็ลงชื่อแบบเป็นทางการหน่อยมั้ย
ให้ชัดเจน และผมต้องการหน่วยงานด้วย และดูว่าทั้งลิสต์เราเนี่ย ได้ทั้งหมดกี่ชื่อ ได้สักร้อยชื่อผมก็น้ำตาไหลตื้นตันใจแล้วล่ะ
ครั้งที่แล้วเราได้ประมาณสามสิบกว่าคน แต่ถ้าได้สักร้อยชื่อผมก็มีความสุขละ
ผมคงกลับไปลงชื่อคนแรกเลย ว่าจะตั้งกระทู้ เดี๋ยวจะไปดูละกันครับ(ปล.แอดมินสัมภาษณ์เสร็จ ไปนวดปู๋ลืมตั้งกระทู้ซะสนิท)
ดีครับ ดี
มีประเด็นหนึ่ง เมื่อเช้า รองนายกออกมาบอกว่า คนที่ออกมาพูดในเรื่องนี้ พยายาม Discredit เครื่อง GT200 ในทางที่ไม่สร้างสรรค์เขาบอกว่าคนที่กล่าวหาว่า GT200 ไม่น่าเชื่อถือเนี่ย ควรจะเสนอเครื่องที่ใช้งานได้แทน GT200 จะดีกว่า อาจารย์คิดว่าอย่างไรกับประเด็นนี้ครับ
หนึ่งที่บอกว่า การที่ออกมาเนี่ย เหมือนกับว่าเป็นการแย้งโดยไม่ทราบสถานการณ์ต่างๆ
จริงๆแล้วคนที่ปกป้องเครื่องนี้อยู่เนี่ย ปกป้องโดยสร้างสรรค์หรือเปล่า ผมว่าปกป้องโดยไม่สร้างสรรค์นา
คือถ้าปกป้องด้วยความมั่นใจว่าตัวเองดีจริง ก็ต้องให้ข้อมูลต่างๆ กับประชาชนได้ว่า วิชาการของเครื่องนี้มันดีจริง
ไม่ใช่ว่าเพราะว่าคนอื่นก็ใช้ เห็นท่านสุเทพบอกว่า ประเทศอื่นอีกสี่สิบประเทศก็ใช้
มันเป็นประเทศด้อยพัฒนาหมดเลยที่ใช้อยู่
ประเทศใหญ่ๆไม่มีเลย
ไม่มีเลย ข้อสองก็คือว่า ผมไม่ได้พูดถึง GT200 ตัวเดียว ในฟอร์เวิร์ดเมลล์ที่เราเห็น
ก็น่าจะเห็นภาพชัดเจนมากว่ามีอีกหลายยี่ห้อมาก แล้วถ้าสมมติเราสำเร็จกับ GT200
และในอนาคตมันมีเครื่องใหม่เข้ามาอีก และคนยังไม่เข้าใจว่าเจ้านี่ มันเป็น Drowsing Rod
หรือว่ามันเป็นลวดคาดเดาสุ่มเนี่ย มันจะมีชื่อแปลกๆ หรือหน้าตาแปลกๆ ตามเข้ามาเรื่อยล่ะ ซึ่งมันอันตราย
โดยเราต้องการเคลียร์ทุกรูปแบบ กรรมาธิการความมั่นคงของรัฐยังเข้าใจผมเลย ท่านยังเข้าใจผมเลย
ว่าเครื่อง GT200 แล้วเครื่องอื่นๆ ที่มีลักษณะการทำงานเหมือนกัน ฉะนั้นรวมทั้งหมดในที่นี้
อันที่สามคือว่าจะใช้อะไรแทน ยืนยันว่า ไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ใดในโลกนี้ขณะนี้ที่ทำได้เหมือนเครื่อง GT200 แอบอ้างว่าทำได้
ปัญหาก็คือว่า ภาคใต้ ในขณะนี้ เนื่องจากมุสลิมอยู่อาศัยเป็นส่วนมากเราจึงใช้สุนัขเข้าไปดมกลิ่นตรวจวัตถุระเบิดหรือสารเสพย์ติดไม่ได้?
เป็นไปได้ครับ ผมคุยกับคุณอังคณาแล้ว กับคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายๆ คน
และอย่าลืมว่าในประเทศที่เขาเป็นประเทศมุสลิม ลองลงเครื่องบินไปสิฮะ สิ่งที่เขาใช้ตรวจคุณอย่างแรกคือสุนัขดมกลิ่น
ฉะนั้น เวลาปฏิบัติการจริง ผมพยายามจะบอกว่า เครื่องมือที่ใช้แทน GT200 ยังไม่มีจริงในโลก
แต่ว่าถ้ากระบวนการในการค้นหา หรือตรวจสอบ มันมีจริงอยู่แล้ว สมัยก่อนก่อนที่จะไม่มีเครื่องมือพวกนี้
ทหารไทยเรารบมาได้อย่างไร หรือไม่ถ้าปัจจุบัน ทหารอเมริกา ทหารชาติอื่นบนโลกเนี่ย ยังรบกันได้อย่างไร
ถ้าพูดกันตามที่พลเอกปฐมพงค์ ที่ท่านอยู่องค์กรอุนาโลม ท่านช่วยงานผมอยู่เนี่ย คือว่า เขาก็ฝึกการรบบุคคลใหม่เหมือนเดิม
ไอ้ GT200 ต่างหากที่อันตรายกับเขา เดินไปเรื่อยเดินไปเรื่อย ก็โดนยิงสิครับ นี่มันเป็นเป้านิ่งให้ยิงจากระยะไกลเลยนะ
แต่เราเชื่อว่ามันใช้ได้จริง ฉะนั้น หนึ่งเราต้องการไปฝึกการรบบุคคลใหม่ ถ่ายทอดใหม่ว่า
มันชอบว่าระเบิดตรงเสาสะพานตรงนี้นะ ต่อเชือกลงไปที่แม่น้ำนั้น พอระเบิดเสร็จปุ๊บ มันลงเรือแล้ววิ่งหนีเลย
ฉะนั้นต่อไป กระบวนการพวกเนี่ย พอมันถ่ายทอดเรียนรู้ เขาจะได้เข้าตรวจสอบได้ตามหลัก
แต่นี่มาถึง เครื่องชี้ เครื่องชี้ไปเรื่อย เดินเข้าหาเสาสะพาน ระเบิด ตาย นี่คือเคสจริงมาแล้วนะครับ
สองคือว่า มันมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์เยอะแยะเลย วางขายในโลกนี้ ที่ตรวจระยะใกล้ได้
ไอ้เครื่องตระกูล GT200 หรืออะไรก็ตามเนี่ย ความที่เขาอยากจะใช้มันมาก เพราะว่ามันตรวจระยะไกลได้
ซึ่งมันไม่มีจริงในโลก เครื่องที่มันตรวจได้จริง มันก็เอาสายมาใส่ให้เราเห็น มันก็เหมือนเครื่องวิทยาศาสตร์แล้ว
เครื่องไฟโด้ก็จะมีหัวจิ้ม ในระยะใกล้ แต่มันก็เป็นค่าตัวเลขจริงๆ ถึงแม้จะใช้ไม่สะดวกก็ตาม
เพื่อนผมก็อีเมลล์มาว่า มันมีไอเดียอีกเยอะที่จะสร้างเครื่องวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจระยะไกลขึ้นได้
ตรงนี้มันต้องสนับสนุนกัน แต่อย่าหวังจะพึ่งเครื่องมือมากเกินไป ต้องกลับมาที่คน และอย่างสุดท้ายที่ผมพยายามพูดเรื่องสุนัขเนี่ย
บอกแล้วว่าอิสลามเขาถือในระดับนึง ไม่ใช่ว่าถือร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้น ถ้าตรวจสอบแล้วเก็บกวาดให้เรียบร้อยก็โอเค
และเวลาตรวจจริงๆ ก็เคลียร์คนออกให้หมด แล้วเข้าตรวจพื้นที่ มันก็ไม่ต่างจากเครื่อง GT200 เท่าไหร่
สรุปว่าการใช้สุนัขในพื้นที่ยังเป็นไปได้
เป็นไปได้ ไม่เป็นปัญหา
ตอนนี้มีการใช้สุนัขอยู่ในพื้นที่มั้ยครับ
มีการใช้น้อย ข้ออ้างเชิงวิชาการ ก็คือบอกว่า สุนัขมันเหนื่อยได้ ซึ่งหากมันดมกลิ่นมากเกินไป
และจมูกมันอาจจะเสียประสิทธิภาพการดมกลิ่นไปบ้างก็ได้
ฉะนั้น เขาเลยอยากได้เครื่องบางอย่างที่จะสามารถทำงานได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย
อย่าลืมว่า สุดท้ายคุณโบ้ยคนเหนื่อยอยู่ดี และแถมว่าเป็นทหารจะไม่เหนื่อยได้อย่างไร
คุณก็ต้องไปรบ ไปลาดตระเวณ ยังไงก็ต้องเหนื่อยอยู่ดี จะไปคาดหวังว่าทหารไม่เหนื่อยได้อย่างไร
แต่สุนัขเอง ถึงข้อมูลทางเชิงวิชาการมันเหนื่อยได้ มีการแปรปรวนได้ แต่เท่าที่ผมฟังข่าวมามันแม่นกว่า GT200 อยู่ดี
ตอนนี้มีคนออกมาปกป้อง GT200 เขาออกมาปกป้องเพราะเขายังเชื่อว่า GT200 ใช้ได้จริง หรือว่าเขาปกป้อง GT200 ด้วยเหตุผลอื่น
ตอนนี้ผมได้ข้อมูล Exclusive มาจากสายผมที่อยู่ในพื้นที่ ในเชิงของการทหาร ว่า ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ไปแล้ว
แล้วก็มีแม่ทัพภาคต่างๆ และ ผบ.ทบ. ก็พูดในที่ประชุม ถามว่า ตกลงไอ้ GT200 ประสิทธิภาพดีมั้ย
คนก็ยกมือกันใหญ่เลย แต่พอถามว่ามีใครเคยใช้มั้ย ยกมือกันไม่กี่คน และเขาก็ถามว่า และที่ไม่เคยใช้ทำไมถึงรู้
ที่ประชุมตอบว่าก็เขาบอกกันว่ามันดี สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้นี่คือ “เขาบอกต่อกันมาว่ามันดี”
ตอนนี้ลองย้อนกลับไป ผมขอแทนว่า เหรียญควอนตัม หรือ NPFaster เหมือนเป๊ะเลย “เขาบอกกันว่ามันดี”
และพอซื้อมาใช้ มันก็ดูเหมือนเร่ง ดีขึ้นนะ เร่งไม่ดี วันนี้มันอาจจะรวนๆ หรือ วันนี้คุณพักผ่อนไม่เพียงพอ
เลยขับรถเร่งไม่ดี หรือว่าวันนี้พลังจิตคุณตก เลยทำให้เหรียญควอนตัมคุณไม่เปล่งอนุภาพออกมาเหมือนกันเป๊ะเลย
และ ผบ.ทบ. ก็ถามต่อไปว่า แล้วคนที่เคยใช้ดู มันเป็นอย่างไร ใช้แล้วพลาดมั้ย ที่ประชุมตอบ มันก็ได้ ก็ดีกว่าไม่มีนะครับ
มันจะอ้อมแอ้ม ไปเรื่อยๆ แต่ทั้งหมดเนี่ย ถ้าเราไปลองถามถึงผู้น้อย ผู้น้อยทุกคน ใครจะยอมให้เจ้านายตัวเองเสียหน้า
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทุกคนไปลองสัมภาษณ์กันดู ทีวีช่องไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ทีวีไทย ทีวีไทยเป็นช่องเดียวที่กล้าไปสัมภาษณ์
และคนก็กล้าตอบว่ามันมีปัญหา แต่ทุกคนก็ “ครับ ผมมั่นใจครับ” ขนาด ผบ.ทบ. บอกมั่นใจ รองนายกบอกมั่นใจ แกจะบอกไม่มั่นใจเหรอ
ฉะนั้น คุณจะไม่เคยได้ยินข่าวลบเกี่ยวกับไอ้เครื่องตระกูลนี้ทั้งหมดขึ้นไปถึงหูเลย และผมเข้าใจไปว่า นายทหารผู้ใหญ่
ก็ลูกน้องบอกมั่นใจ เขาก็ต้องเชื่อสิ หรือแม้แต่ ท่านนายก ก็ขนาดท่านรองนายกบอกมั่นใจ เขาก็ต้องเชื่อสิ
หลังจากการที่อาจารย์ออกมาเปิดเผยเรื่อง GT200 นี่ มีผลกระทบต่อชีวิตยังไงบ้างครับ
กระทบ เพราะว่าเหนื่อย จริงๆ แล้วก็คือ เราเริ่มเหนื่อยตั้งแต่สามสี่เดือนที่
หลงกลคุณจุฬาเข้ามาทำเรื่องนี้ด้วย มันเหมือนกับเอาวะ ถ้าตัดสินใจแล้ว คือชื่อเสียงมันต้องเสียแน่ แต่มันแค่ชื่อเสียงไง
มันยังไม่เคยรู้สึกว่าจะเสียกับชีวิต ครอบครัว หรือว่าหน้าที่การงานอะไรขนาดนั้น แต่บางทีก็อาจจะมีชื่อเสียว่านักวิทยาศาสตร์พูดไม่จริง
เพราะว่า ครั้งแรกๆ เราแค่ส่งเรื่องขึ้นกอง มท. เรารวบรวมหลักฐานทั้งหมด ให้กอง มท. ของรัฐสภาที่ 1 วุฒิสภาที่ 1
พูดเสร็จทุกคนบอกว่า โอว น่ากลัวมากเลย จะดำเนินเรื่องต่อให้ แล้วมันก็เงียบ ตอนนั้นเราดีใจนึกว่าจบแค่นั้น
แต่เพราะมันเงียบ ก็ต้องประสานงานไปที่กอง มท. ที่ 2 ไปรายการทีวี ไปที่ต่างๆ เพื่อว่าจะดันมันขึ้นไป แต่มันก็เงียบตลอด
คราวนี้ที่มันบังเอิญมีเรื่อง BBC เข้ามาเกี่ยวด้วย แล้วก็ฟอร์เวิร์ดเมลล์ที่เราเตรียมตัวทำก่อนหน้านั้นพอดีเข้ามาพร้อมๆ กัน
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หนึ่ง คือเหนื่อย เพราะว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผมนั่งเช็คข้อมูลกันทุกคืนๆ โดยเฉพาะอย่าง
ครั้งที่ภูมิใจมาก คือเรื่องของ BBC คือพอ BBC ออกมาปุ๊บว่า AT651 ใช่ไม่ได้ จริงๆ
ผมรู้ตั้งแต่เมื่อตอน New York Times ลงตอนเดือนพฤศจิกา ก่อนหน้านั้น เขาเริ่มเล่นเรื่องนี้ที่อิรักก่อนหน้านั้นแล้ว
แล้วเรื่องมันก็ต่อเนื่องมา เพียงแต่คนไทยไม่ได้ตามเรื่อง แต่พอมาจับตรงนี้ปุ๊บ สิ่งที่เราคิดในใจเลยคือว่า เอ๊ะ แล้ว GT200 ล่ะ
ถ้าคิดแบบนักวิชาการหรือคนที่มีปัญญาหน่อยก็คือ อ้อ จับหนึ่งตัว มันต้องได้ทุกตัวแน่ๆ
แต่เราไม่คิดว่าจะเจอปัญหาที่ ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมาบอกว่า มันคนละยี่ห้อกัน แค่นั้นเราแป้กเลย
มันคนละยี่ห้อกัน และคิดว่ายี่ห้อนึงมันใช้ไม่ได้ แล้วอีกยี่ห้อนึงใช้ได้ แสดงว่าที่คุณเชื่อว่ามันใช้ไม่ได้
เพราะมันเป็นเครื่องจริงๆ แต่เป็นสภาพไม่เต็มร้อย ไม่ใช่ว่าคุณเชื่อว่ามันลวงโลก
แล้วทีนี้ GT200 BBC เขาลงข่าวว่ามันเป็นตัวเดียวกัน
ฝีมือผม ๆ (อาจารย์เจษฎาทำหน้าหลั่ลล้าสุดขีด)
คืออาจารย์ไปติดต่อ BBC ให้เขาลงข่าว GT200 เพิ่มเติม
คือจริงๆ มันจะมีคนอื่นด้วย คือมีท่านอื่นด้วย เหมือนกับเราทำงานพร้อมๆ กัน เป็นทีม คือไปรื้อเจอว่า
คุณที่เป็นผู้รายงานข่าวคนเนี่ย เขาก็ไปโพสไว้ในอีกเว็บไซต์นึง รู้สึกเป็นเว็บไซต์ดั่งเดิมแรกๆ เลยของฝรั่ง
คือเขาพูดถึงสถานการณ์ปัญหาในประเทศไทย และเว็บนั้นจะพูดถึง GT200 ค่อนข้างบ่อย
เขาบอกเนี่ยไอทำเรื่อง AT651 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่จริง GT200 ก็ด้วยนะ แต่เหมือนกับเล่าให้ฟังเฉยๆ
เวลารายการเนี่ยมันสั้น ก็เลยตัดเอาเฉพาะ AT651 ลงไป เพราะว่า GT200 เนี่ยเขาคิดว่ามันแย่กว่า
คือเขาไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อ GT200 เพราะมันกากส์กว่า AT651
คือเขาคิดว่า AT651 เนี่ยมันดูดีกว่า GT200 ซะอีก เขาแงะการ์ดที่มันประกบออกมาดูมันยังเจอแผงวงจรอะไรบ้าง
คือไอ้แถบลวดที่ใช้เวลาซื้อซีดีแล้วมีตัวตรวจจับเวลาออกจากร้าน
แต่ GT200 เนี่ย แกะมาก็ไม่มีอะไร เขาก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องลง แต่ไม่คิดว่าคนไทยจะเป็นอย่างนี้
ผมก็เลย mail ไปขอเขา และก็อีเมลล์ประสานไปที่นักข่าวฝรั่งในไทยคนนึง นักข่าวฝรั่งคนนี้ก็ติดต่อไปที่ตัวแทน BBC
ในประเทศไทย BBC ประเทศไทยก็ติดต่อไป BBC ของภูมิภาค และโทรมาสัมภาษณ์ผม และเขาพูดภาษาอังกฤษเกือบครึ่งชั่วโมง
คือฟังแล้วเขาถามละเอียดยิบเลย คุณเป็นใคร คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร คุณทำไมสนใจเรื่องนี้
แล้วมันเกิดปัญหาอะไรกันแน่ แต่ประโยคแรกสุดเลยที่ถามคือว่า มีปัญหาอะไรเหรอ
มันก็พิสูจน์แล้วไงว่าเป็น Drownsing Rod ตัวนึง คุณมีปัญหาอะไรอีก คือผมก็อึ้งไป คือฝรั่งเขายังเข้าใจเลย
เขาต้องการพิสูจน์แค่ว่า เครื่องไหนในโลกนี้เป็น Drownsing Rod บ้าง เป็นไม้ชี้ศพบ้าง ก็จบ
คือตอนนี้คนไทยยังอยู่ในขั้นที่ว่ายังเชื่อ GT 200 อยู่
ใช่ เราก็เลยต้องอธิบาย no no no มันมีปัญหาว่าอย่างนี้นะ คนไทยมันคิดอย่างนี้นะ
เขาก็เลยอัดเสียงทั้งหมด และกำลังจะส่งตรงนี้ไปยัง BBC England เพื่อเขียน และภายในแค่ข้ามคืนเท่านั้น
ผมเช็คข่าวตอนตีสามตีสี่ทุกวัน ข้ามคืนปุ๊บ เขาอัพขึ้นเลย อัพเนื้อหาตรงนี้ขึ้นไปบนเว็บเลย
คือผมยังบอกว่า ขอ exclusive เป็นตอนพิเศษตอนนึงได้มั้ย ของ Newstant คือมันยาก
เพราะ Newstant เป็นรายการข่าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ อาจจะเหมือนข่าวสามมิติที่ทุกคนรอดู
ฉะนั้น อย่างน้อย เป็นความกรุณามาก ที่เขาอุตส่าห์ ตัดขึ้นในเว็บเขา และเขาไม่ขึ้นเปล่า ไปสัมภาษณ์รัฐบาลอังกฤษต่อ
ฉะนั้น ในนั้นเนี่ย ซึ่งน่าเสียดายว่า นักข่าวไทยไม่ตามกระแส ถ้าแปลตัวนั้นเนี่ย แรงกว่าอันแรกอีกเยอะเลย
มันแรงมากว่า AT651 และ GT200 เป็นเครื่องที่ wholey ineffective คือไม่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
และลงมาอีกบรรทัดนึงบอกว่า ขณะนี้ ประสานงานกับ UK Goverment แล้ว จะออกจดหมายเตือนคนทั้งโลก
ว่าเครื่องพวกนี้เป็นเครื่องลวงโลก และบรรทัดล่างๆ ยังบอกว่า รัฐบาลไทย รองนายกชื่อสุเทพบอกว่าไม่เป็นไร มันคนละยี่ห้อกัน
มีระบุชื่อท่านสุเทพด้วย?
เขียน ตรงนี้ไม่เอามาแปลกัน แล้วจะอึ้งไปเลย แล้วเขาบอกเลยว่าเขาจะตามไปสัมภาษณ์นายกไทยที่ดาวอส
ซึ่งผมก็เห็นว่าข่าวที่มาออกไทยตอนเนี่ย มีแต่สัมภาษณ์เชิงเศรษฐกิจให้ดู ผมว่าแกโดนสัมภาษณ์แล้ว
แต่โดนตัดออกไม่ให้เราดู มันมีกระบวนการอะไรมากมายที่ปกปอง ที่ผมคิดว่ามันจะตะแบงไปถึงไหน
คือเราก็นึกว่าส่งเรื่องจบ ไม่ก็ไม่จบซะที ผมกับคุณจุฬานี่ก็มีอะไรให้คุยเล่นกันได้ทุกวัน
แล้วพออาจารย์ออกมาแฉเรื่องนี้เนี่ย มีใครข่มขู่ หรือว่าพูดให้อาจารย์ยุติการแฉเรื่องนี้บ้างมั้ย
เราลองคุยกันแบบจริงๆ เลยดีกว่าว่า ไม่ได้มีเยอะขนาดที่กลัวกัน คือในเว็บเนี่ย เหมือนกับอาจารย์คงโดนหนักแน่อะไรพวกนี้
คือหนึ่งผมโดนโทรติดต่อเข้ามาเยอะจริง แต่ว่าเป็นการโทรสัมภาษณ์เยอะมาก
จากชีวิตอาจารย์ธรรมดาๆ คนนึงก็ยุ่งวุ่นวายมากขึ้น ที่โทรแบบเป็นทางการมาจากฝั่งตรงข้ามมีหนึ่งท่านเท่านั้น
เนื้อหาส่วนที่พูดเกี่ยวกับคนที่โทรมาข่มขู่ อจ.เจษฎาขอละไว้ในฐานที่เข้าใจครับเพราะเนื้อหาเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของ อจ.เจษฎาและเว็บดราม่ามาก แต่เข้าใจว่าสื่อน่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว
จากนั้นแอดมินก็ถามต่อถึงปฎิกิริยาที่ผู้บริหารของจุฬาฯมีต่ออาจารย์เจษฎา
นั้นก็คือผู้บริหารที่เฉ่งลงมาว่า คุณทำอะไร คุณเป็นอะไร คุณเป็นใคร คุณเป็นนักชีววิทยาไม่ใช่เหรอ
มายุ่งอะไรกับเรื่องนี้ และพอผมจะชี้แจง ก็ไม่ให้ผมชี้แจง ไม่ปกป้องกันเลย แล้วหลายคนบอกว่า
ผมโดนนักข่าวของทีวีไทยหลอกให้มีอารมณ์ นึกออกมั้ย คือในที่นี้ผมออกเมื่อคืน
ก็คือว่านักข่าวเขาก็เอาคำพูดในแถลงการณ์คณะมาอ่าน แล้วผมก็อึ้งไป ใช่มั้ยครับ
ประโยคที่บอกว่า “ถ้าอาจารย์แสดงความเห็นหรือข้อมูลโดยมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือเป็นการกระทำผิดทางวิชาการ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรง อาจารย์ผู้นั้นต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ” ?
นี้เป็นประโยคที่มีในรายการ ซึ่งผมก็ช็อค เพราะจริงๆแล้วผมเพิ่งประชุมร่วมกับคณบดี กับผู้ร่วมบริหารคณะเมื่อตอนบ่าย
พูดง่ายๆ คือโดนสอบสวนมากกว่า แต่การสอบสวนเนี่ย คำสรุปของเขาคือ เดี๋ยวเขาจะจัดเสวนาวิชาการ
เอาความจริงหลายๆ อย่างทางเชิงวิทยาศาสตร์มาพูด เขากึ่ง เหมือนจะ support ผม
แต่เขาไม่เคยช่วยผมโดยตรงสักครั้งนึง ตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมา เขากึ่งๆ support ผม โดยการที่บอกว่า
อาจารย์ก็ยังมีอิสระภาพในการพูดต่อไป แต่ให้เบาๆ หน่อย อย่าก้าวร้าว อย่าเล่นมากเกินไป เป็นต้น
แต่ว่าเอกสารเนี่ย ถึงผมอ่านฉบับเต็มเนี่ย ผมก็รับไม่ได้ และถ้าคุณจะ support คนๆ นึง หรือลูกน้องตัวเองเนี่ย
แค่ท่อนนั้นโผล่มาเนี่ย มันเสียความรู้สึกมาก แม้ว่าจะอ้างว่าก่อนหน้านี้พูดถึงอิสรภาพทางวิชาการ
แต่ท่อนที่เขียนว่าถ้าพูดถูกก็เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แต่ตรงที่บอกว่าถ้าพูดผิด
แทนที่บอกว่า ถ้าพูดผิดโดยสุจริตใจ ดันบอกว่าพูดผิดโดยมีผลประโยชน์
นั่นแปลว่า ใครที่ยังไม่เคยรู้จักผมมาอ่านก็ต้องเข้าใจว่าผมรับเงินใครมา
แล้วอาจารย์ตอนนี้มีผลประโยชน์แอบแฝง หรืออะไรเกี่ยวกับเรื่อง GT200 อะไรพวกนี้มั้ยครับ
ก็เดี๋ยวคงถ้าทีวีไทยเขาออก เขาบอกว่าจะออกคืนวันพรุ่งนี้ จะได้เห็นว่าผมก็จนๆ ทำงานอยู่แค่นี้
ในช่องทีวีไทยมีตอนที่อาจารย์บอกว่ามีเงินเก็บอยู่แสนนึง
เอาให้เคลียร์ๆก็ผมมีอยู่สองแสนในอีกบัญชีนึง บัญชีวิจัยประมาณแสนกว่า และก็อาจจะมีสลากออมสิน คือผมเปิดเผยทรัพย์สินผมได้
ไม่เคยมีใครโอนเงินมาให้อาจารย์เรื่อง GT200 เลย?
ไม่มี เพราะผมบอกแล้วผมไม่ได้ต้องการเล่นแค่เครื่องเดียว ผมบอกว่าทุกยี่ห้อที่เป็น Drownsing
และส่วนอื่นเครื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ ใครจะแข่ง ใครจะสู้ผม มันมีอีก มาบอกว่าแสดงว่านี้ชวด ไฟโด้ ขายใช่มั้ย
หมายถึงเครื่องไอออนสแกน?
ไอออนสแกน ผมก็ขอ เอ้า จะพูดก็พูด แต่ถ้าว่ามันมียี่ห้ออื่นอีกล่ะ หรือยี่ห้ออื่นที่มีวิทยาศาสตร์ ทำเลย
หรือถามมาอีกว่า และอาจารย์คิดอย่างไรกับเรือเหาะ ผมก็ว่าเรื่องของเรือเหาะ มันเป็นวิทยาศาสตร์จริงๆ
แต่ว่าเรื่องพวกเนี่ย มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์อ่ะ เพราะแบบ มีอย่างเดียวคือ ผมไม่ได้อะไร
นักศึกษาจุฬาก็พูดว่าเดี๋ยวจบเรื่องนี้ อย่างมากก็มีคนมาเช็คแฮนด์ ยินดีด้วยนะ แล้วก็จบ แต่ว่ามันคงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา
อาจารย์คาดหวังกับคณะวิทยาศาสตร์ของจุฬาว่าควรจะออกมาแสดงตัวมั้ย หรืออย่างไร
ผมไม่คาดหวังแล้ว และก็อย่ามายุ่งกับผม แค่นี้พอ
แสดงว่าต่อจากนี้ไปอาจารย์จะไม่เคลื่อนไหวในนามของนักวิทยาศาสตร์จุฬา
ผมไม่เคยเคลื่อนไหวในนามของจุฬาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมตั้งใจจะบอกว่าผมเป็นนักวิชาการอิสระ
จริงๆ ตั้งแต่แรก ผมเคยคิด ผมยอมรับตามความจริง ตั้งแต่ผมเป็นอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์
ผมก็บอกว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์จุฬา เขาบอกโดยนามของผมเฉยๆ ไม่ได้แอบอ้างว่าผมเป็นนักวิทยาศาสตร์จุฬาแล้วต้องน่าเชื่อถือ
มันไม่มีข้อมูล แต่ตั้งแต่วันแรกที่โดนผู้บริหารว่าลงมาว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปเปื้อนสถาบัน
ผมก็พยายามจะบอกตลอดว่าผมเป็นนักวิชาการอิสระแม้ว่าเขาจะค้นประวัติหรืออะไรก็ตาม
และวันนี้ผมพยายามจะเน้นว่า ผมทำตรงนี้ในนามของหว้ากอละกัน เพราะผมคิดว่า โอเค ถ้าวันแรกๆ ผมพูดว่าหว้ากอ
มันอาจจะดูเหมือนแอบอ้างไปหน่อย เพราะผมก็ไม่รู้คนหว้ากออีกกี่หมื่นกี่พันคนเขาคิดเหมือนผมหรือเปล่า
ผมเชื่อว่าคนหว้ากอส่วนใหญ่ ผมอาจจะคิดในแง่ของ 90% 95 หรือ 99% ก็ได้ ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นเหมือนกับเรา
ผมว่าเราต้องผลักดันเรื่องนี้ต่อไป และเราไม่จำเป็นต้องพึ่งหน่วยงาน องค์กรไหน มาเป็น back เรา
ถ้าอาจารย์ถูกให้พักหรือออกจากทางราชการ ก่อนที่ GT200 จะได้ข้อสรุป อาจารย์จะยังคงดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปหรือเปล่า
ยิ่งง่ายเลยทีนี้ ถ้าเกิดผมได้เวลาเต็มที่นี่ ความจริงผมอยากสอนหนังสือ แต่ถ้าไม่ได้สอนหนังสือ
มีเวลาเต็มที่ ผมจะได้ไปทำอย่างอื่นอีก จะได้เต็มที่กับเรื่องนี้ เอาให้มันสุดๆ ไปเลย คือเราลงมาถึงขั้นนี้แล้ว มันไม่มีทางถอยแล้ว
แอดมินหมดคำถามแล้วให้คุณเซร่าถามมั่ง

มีในเรื่องของจรรยาบรรณของนักวิทยาศาสตร์ บางคนสงสัยว่าควรจะออกมาพูดตีแผ่ในเรื่องพวกนี้หรือไม่
ไม่มีข้อห้าม
แล้วสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นล่ะคะ?
คือมีปัญหานิดนึงตรงด้านจรรยาบรรณของนักวิทยาศาสตร์มันไม่ชัดเจนไม่เหมือนทางการแพทย์
แต่เอาจรรยาบรรณของนักวิชาการ คือการเผยแพร่เรื่องที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นเรื่องจริง
หรือไม่มีผลประโยชน์อื่นแอบแฝง แค่นั้นผมครบละ และผมเนี่ยออกสื่อแต่ละสื่อเพราะเขาขอผมไปออก
แต่มันมีนักวิชาการเยอะมากในโลกนี้ ที่เขาพยายามเดินสาย โทรขอนักข่าวเพื่อออกสื่อให้ตัวเองมีชื่อเสียง
ซึ่งผมไม่เคยขอ เขาเป็นคนขอผม แล้วแต่ว่าใครโชคดีโทรติด เพราะส่วนใหญ่จะเต็มสายหมดเลย
ฉะนั้นในมุมกลับต่างหาก คือในที่นี้ไม่ใช่เรื่องจรรยาบรรณ มันคืออุดมการณ์ต่างหาก
อุดมการณ์วิทยาศาสตร์คือกล้าที่จะแสดงความจริงทางวิทยาศาสตร์ เอาง่ายๆ เลย
คนที่เป็นแม่แบบในใจผมเลยก็คือ ชาร์ล ดาร์วิน นักชีววิทยา เขาใช้เวลา 25-30 ปีในการตัดสินใจเรื่องที่เขาคิดมาตลอดทั้งชีวิต
ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า และถึงวันนึง เขาก็กล้าตัดสินใจ และตีพิมพ์ แล้วก็เปลี่ยนแปลงโลกนี้โดยสิ้นเชิงในเรื่องวิวัฒนาการ
ถ้าเขาตัดสินใจว่า เก็บไปเถอะ ณ วันนั้นเขาอายุ 60 ชื่อเสียงเขาเป็นเลขาของราชบัณฑิตอังกฤษ
และถ้าเขาตัดสินใจว่าจะเกษียณ มีความสุขกับชีวิต เขาก็อยู่ได้ เขาก็มีความสุขไปคนนึง แต่โลกเราก็จะยังย่ำอยู่กับที่
เราก็ยังเชื่อว่า ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมา และโลกก็แบนต่อไป กลับไปสู่ไอแซค นิวตัน กาลิเลโอ หรืออะไรก็ตาม
แต่คนแบบนี้ ไม่รู้สิ ผมโดนสอนด้วยความคิดแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ ว่า เราต้องกล้าจะเปลี่ยนในสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง
นั้นก็หมายถึงว่า นักวิทยาศาสตร์ นอกจากจะมีอุดมการณ์หรือความสามารถหรืออะไรก็ตามแต่ ก็ควรที่จะมีความกล้าที่จะออกมาพูด
ถูกต้อง เอาเบสิกว่า ที่เขาตีพิมพ์ paper ผลงานวิจัยกัน เขากล้าที่จะแสดงผลงานใช่มั้ย ผิดตรงไหนล่ะ
ถ้าเกิดมีคนมาบอกว่า อย่าตีพิมพ์ paper นะ มันจะกระทบต่อสังคม และเขาก็บอกว่า ไม่ตีพิมพ์ก็ได้
ความรู้ตรงนั้นมันก็จะหายไป ถ้าเขาผ่านกระบวนการความรู้ ที่ศึกษามาอย่างดี มีกระบวนการทดลองมาอย่างดีแล้ว
และก็ไม่ตีพิมพ์ เพียงเพราะว่า อย่านะ เดี๋ยวกระทบสังคม และยิ่งถ้าเกิดได้รู้ว่า ถ้ากระทบสังคม
และสังคมนั้นเป็นสังคมลวงแล้วด้วย และเขาไม่กล้า ความรู้นั้นก็จะหายไปจากโลก แต่ผมยังเชื่อว่า ผมน่ะมีข้อผิด ผมยอมรับ ว่าผมมีข้อผิดเรื่อง approach หรือวิธีการที่ออกไป อาจจะดูรุนแรงเกินไปมั้ย
มันอาจจะดูก้าวร้าวไปมั้ย หรือมันอาจจะดูเป็นเรื่องเล่นเกินไปมั้ย แต่ผมมีความมั่นใจว่า ทุกครั้งที่ผมได้ทำเรื่องนี้เนี่ย มันทำให้เหตุการณ์ในช่วงสี่วัน เปลี่ยนสื่อมวลชนที่ส่วนใหญ่บอกว่าเครื่องนี้มันใช้ได้จริง
และนักวิทยาศาสตร์พูดอะไรไร้สาระ ผมเชื่อว่าสื่อมวลชนส่วนใหญ่ขณะนี้ รู้ว่าเครื่องนี้มันใช้ไม่ได้จริง หรือสื่อมวลชนบางส่วน เริ่มมาช่วยผมด้วยซ้ำ และถ้าผมไม่เคยออกมาเปิดเผยทางนี้ ไม่ทุ่มเทกับทางนี้
มันจะไม่เห็เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
อันนี้น่าจะเป็นคำถามแรกค่ะ คือว่าประเด็นอะไรที่อาจารย์จะเริ่มทำ GT200
อ่า ตั้งแต่แรกเลย ก็รู้ว่าเครื่องมือตัวนึงเนี่ย มันใช้งานจริงๆ ไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ และมันลวงโลก ก็จบ
อาจารย์ไปเจอมันจากไหนคะ
คุณจุฬา (PastelSalad ในพันทิป)
ให้ข้อมูลมา?
ใช่ จริงๆ ถ้าเราบอกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่หว้ากอได้อย่างไรดีกว่า อันนี้มันต้องย้อนกลับไปอีก ตั้งแต่ช่วงมิถุนาปีที่แล้ว
ที่มีคุณ Geneticist เป็นคนแรกที่โพสเข้ามาว่า เครื่องมือที่บ้านเราเห็นใช้กันอยู่มันใช้ไม่ได้
ก็เลยเกิดการถกเถียงกัน ตัวผมน่ะยังไม่เข้ามาสู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก ผมมาเข้าตอนช่วงเดือนตุลา
ตั้งแต่สุไหงโกลก นี่คือจุดเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย มากๆ สุไหงโกลกเป็นครั้งแรกที่เครื่องนี้มันทำงานพลาด แล้วคนรู้
มันมีเครื่องที่ทำงานพลาดแล้วคนไม่รู้อีกตั้งเยอะ ไม่รู้แล้วถึงตายก็มีตั้งเยอะ
แต่ไม่เป็นข่าว ฉะนั้น พอได้รู้ แล้วถ้าเครื่องสักอย่างนึงมันทำงานพลาด จบคือจบ
แต่เครื่องสักอย่างนึงทำงานพลาดเพราะผู้ใช้ มีความอ่อนแอ ไม่มีศักยภาพเพียงพอ เราจึงแก้ไขโดยการเพิ่มคนไปเดินถือลวด
แล้วถ้าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่แล้วคุณฟังประโยคนี้อยู่ คุณไม่ “อื้ส” ขึ้นมาเนี่ย คุณกลับไปเรียนหนังสือใหม่ได้แล้ว
หรือคุณก็เลิกโครงการนี้ไปเลยดีกว่า ตามนี้ จังหวะที่”อื้ส” ขึ้นมาก็คือเอาข้อมูลมาดูสิ มันเกิดอะไรขึ้น
อยากให้ฝากถึงนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ๆ หรือรุ่นเก่าก็ได้ ควรจะจุดประกายเขาอย่างไรให้หันมากระตือรือร้นหรือออกมาตีแผ่ความจริง
ผมว่า อย่าเพิ่งเอาผมเป็นแม่แบบ ผมกลัวว่าถ้าเอาผมเป็นแม่แบบ ต่อไปจะได้เสี่ยงชีวิตกันทั้งวงการ
คงไม่สนุกเท่าไหร่ด้วย เปิดเผยมันทุกเครื่องเลย ตอนนี้คนเริ่มถามแล้ว อาจารย์คิดอย่างไรกับ CCTV ภาคใต้ล่ะครับ
คิดอย่างไรกับเครื่องบินที่สั่งเข้ามาใหม่ครับ มันจะหาเรื่องผมตายทุกคนเลยนะ จริงๆ ถ้าตามหลักไม่มีเรื่องนี้นะ
ทีวีไทยต้องสัมภาษณ์ผมเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่สองพันเก้า เพราะมันลวงโลกอีกแล้ว
คือได้ข่าวว่าประเทศออสเตรเลียนี่ฉีดกันทั้งประเทศเลย
แล้วคุณได้ข่าวเรื่องคนที่ได้รับผลกระทบจากการรับวัคซีนนี้หรือยัง เช่นการแพ้
รู้ว่ามีอาการแพ้
คุณรู้หรือเปล่าว่าก่อนคุณจะฉีด คุณต้องเซ็นต์รับรอง ก่อนว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป คุณจะไม่ฟ้องร้องเขา
ไม่ทราบค่ะ
มันมีอะไรเยอะกับเรื่องพวกนี้ ที่พี่คงจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ผมทำนายไว้ตั้งแต่ตอนนู้นแล้วว่า คอยดูนะ
ถ้าวัคซีนมันมาเมื่อไหร่ เป็นเรื่อง แต่ว่า ถ้ามาเรื่องนี้ก็คือว่า ผมว่าผมอยากเห็นนักวิทยาศาสตร์
หรือคนที่จบวิทยาศาสตร์ หรือทำงานให้วิทยาศาสตร์ ออกมาเป็นไอดอลให้สังคมไทยหน่อยได้มั้ย
เอาง่ายๆ ทำไมรายการวิทยาศาสตร์ทุกรายการ สารคดีวิทยาศาสตร์ทุกรายการ คนที่เป็นพิธีกรอยู่
คนที่เป็นนักพากย์ หรือทำสคริป ไม่ได้จบวิทยาศาสตร์เลยนะ ทุกรายการถ้าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์
ไปนั่งฟังอยู่ แปลผิดทั้งนั้นเลยนี่นา เมืองนอกไม่ใช่นะ เมืองนอกคนจบวิทยาศาสตร์
ครึ่งนึง ค่อนนึงเลยในประเทศ ทำงานสื่อสารวิทยาศาสตร์ นักข่าวในทีวีแต่ละช่องเนี่ย จะเป็นนักข่าวสายทหาร
หรือทหารเก่า นักข่าวสายวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์เก่า นักข่าวสายสาธารณสุข
คนทำงานสาธารณสุขเก่า ผมอยากให้วงการวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่วันๆ ก็ อ้า อยู่ในห้องทำงาน paper กี่ paper
ไม่ใช่ว่าผมไม่มี paper นะ ผมก็มีสอง paper ปีที่ผ่านมาเนี่ย คือไม่ใช่เอาแต่ว่าผลงาน
และก็มีดูว่าได้ทุนวัจัยเท่าไหร่ แต่มันอยู่ที่ว่าความรู้ที่คุณมีอยู่เนี่ย คุณถ่ายทอดให้สังคมมากแค่ไหน
และในมุมที่คนเขารู้เรื่องมั้ย เพราะไม่งั้นเราก็กลับมาเหมือนเดิม ไอ้บรรดาของประหลาดๆ
ที่มีอยู่มากมายในเมืองไทย ไม่เห็นว่ามีใครมาแก้ไขให้ เวลาเจอเหตุการณ์สมมติปลาประหลาด
แทนที่จะมีนักชีววิทยาด้านปลาออกมาพูด กลายเป็นสัตวบาล เป็นกรมประมง มันต้องมีคนที่มากกว่านั้นออกมา
อยากทราบว่า ทุกวันนี้อาจารย์มีกำลังใจจากที่ใดบ้างคะ
อย่างที่คุณจุฬาเขารู้ ผมเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าผมเข้าไปที่ประชุมคณะบดี เมื่อวานนี้
คือตอนแรกผมนึกว่าเขาจะเข้าไปหารือว่าเราจะจัดประชุมวิชาการอย่างไรดี นึกว่าจะ support เต็มที่
หรือบอกว่า วงการวิทยาศาสตร์ เห็นด้วยกับอาจารย์ที่พูดมา และเราพร้อมรณรงค์เรื่องการทดสอบ
กลายเป็นว่าผมเข้าไป โดนสอบสวนบ้างล่ะ ตรงนั้นเริ่มจากความจริงใจ และพอผมออกมาเนี่ย
คนที่หนึ่งก็คือคุณจุฬาแน่ๆ นั่งคุยกัน เขาก็ยังอยู่ เราก็ยังอยู่ ยังไม่เป็นอะไรไปทั้งคู่
สองก็คือ พอกลับมาถึงห้องทำงานตัวเอง เปิดเน็ตขึ้นมา โอโห โพสกระทู้กันไป สามร้อยแล้ว
มาอีกทีห้าร้อยแล้ว ที่บอกว่า สู้เขานะๆ โอเค ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกว่า เราไม่ถูกต้อง เราทำอย่างนี้
มันก็กระทบคนนั้น คนนี้ ซึ่งเรารับฟังนะ ไม่ใช่ไม่รับฟัง มันเรื่องจริง ผมรู้ แต่ว่าเราก็ยังต้องทำต่อไป
แล้วคนที่จะ push เราต่อไปเนี่ย ไม่ใช่แค่ noname สักคนนึง ซึ่งแค่นั้นเราก็ happy แล้วนะ
แต่ว่ามันก็จะเริ่มมีแบบเพื่อนอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง คนที่เราไม่เจอมานาน ผมมีเพื่อนผมที่ไม่ได้เจอกันมาสิบห้าปี
พยายามตามหาเบอร์ผม เพื่อโทรมาบอกว่า สู้เขานะ ทั้งนี้เมื่อตอนสิบห้าปีที่แล้ว
เป็นคนที่เกลียดกันเลย เกลียดผมไม่นับหน้ากัน คือเรารู้ว่า เราไม่ได้เดินคนเดียวแล้ว you’ll never walk alone ใช่มั้ยฮะ
ก็จะเริ่มมาเรื่อยๆ เพียงแต่ว่า ก็อยากให้มีใครออกมาข้างหน้าบ้างนะ ไม่ใช่อยู่เพียงแค่คนเดียว
(หัวเราะ) ก็ยังงงว่าทำไมมีแค่คนสองคน
ถ้านับเพิ่ม ก็มีดร.อนุภาพ ที่ออกรายการด้วยใช่มั้ยฮะ ผมยังไม่ดูเทป แต่ผมเข้าใจว่า มีน้องผมอยู่คนนึงก่อนหน้านี้
คือ ดร.นพดล ในช่วงสกู๊ปก่อนหน้านั้น เป็นอาจารย์วิศวะไฟฟ้า ธรรมศาสตร์ เขาก็โทรคุยกับผม
เขาบอกว่าเพิ่งรู้เรื่องว่าเป็นอย่างนี้ เขาก็บอกว่า พี่พูดถูกแล้ว แล้วก็ให้เบอร์ทีวีไทยไปซะเลย
น้องเขาก็ยอมให้ทีวีไทยไปถ่าย แล้วก็สัมภาษณ์ว่าไฟฟ้าสถิตมันใช้ไม่ได้ยัง แต่ที่มีคนจำนวนมากเลยที่
ผมว่านักข่าวคงถามหมดแล้วล่ะ ว่าใครให้ความเห็นบ้าง นักข่าวเขาคงไม่วิ่งมาถามผมคนเดียวหรอก
เพราะว่า source มันน้อยเกินไป แต่ว่าทำไมมันไม่มีใครออกมาสัมภาษณ์ตรงนี้ นี่มันมากกว่า
และก็ตอนนี้ผมได้เปิดเมลล์แวบๆ ก็เห็นว่ามีฝรั่งอยู่เหมือนกัน และเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้
ไม่ใช่แค่เอามันส่วนตัว แต่คือความถูกต้องของวิทยาศาสตร์ นั้นคืออุดมการณ์ส่วนตัว คือความถูกต้องของวิทยาศาสตร์
แต่เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำเนี่ย มันทราบไปถึงคนทั้งโลก คือไม่ใช่แค่คนไทยส่วนเดียว ถ้าเราทำตรงนี้ได้เนี่ย
คนทั้งโลกจะได้ประโยชน์ไปด้วย จะมีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่เขาโยนเครื่องนี้ทิ้ง
คุณดูข่าวอิรัก อัฟกานิสถานสิ มันตายกันทุกวัน
เพราะเครื่องนี้
ใช่ ถ้าเราทำสำเร็จ มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมรอเห็นความสำเร็จอันนี้อยู่
จริงๆ ก็ลืมบอกว่าที่บ้านด้วย ที่ช่วย backup อย่างเต็มที่ (ยกชาขึ้นมาจิบ)
คุณเซร่า : ก็ยังมีแรงอีกหลายๆ แรง อย่างเช่นในเว็บดราม่า…”
(แทบสำลัก) เอ้ย!!ลืมๆ โปรโมตหน่อย!! กำลังใจที่มาแบบกระทันหันมากเลยก็คือ
ตอนที่เราเริ่มทำฟอร์เวิร์ดเมลล์ ตอนนั้นยังไม่มีของ BBC ใช่มั้ย เราฟอร์เวิร์ดเมลล์ไป ความจริงอยากบอกว่าผมคือ
antigt200 ที่คอยรับเมลล์ส่งต่อนี่ล่ะ วันนี้มาสิบเมลล์ โอเค อยู่ๆ ก็พรวด เฮ้ย!! ทำไมเมลล์มันมาเต็มไปหมดเลย”
(แอดมินทำท่าตกใจ) antigt200ในเว็บกรูนี่ อจ.เจษฎาเหรอว๊ะ!!
คุณเซร่า: คือตอนแรกนี่ เป็นแอดมิน แอดมินลงชื่อไว้นานแล้ว แล้วคุณจุฬามาคุยด้วย ก็เลยส่งชื่อให้อาจารย์แล้วจากนั้นก็ไปรณรงค์ในไออาร์ซี หรือในเว็บดราม่า และคงมีคนที่เห็นด้วยกับอาจารย์
กระทันหันเลย เราเห็นภาพได้จากเมลล์ตัว antigt200 อยู่ๆ พรวด ห้าสิบเมลล์ นั่ง copy-paste
และนี่ก็มีคนบอกว่าลงเว็บดราม่า ต้องขออภัยไม่รู้จักจริงๆ ไม่รู้แม้กระทั่งดราม่าแปลว่าอะไร
ตอนนี้เก็ตเลย ว่าผมเห็นกำลังตรงนั้นมาก และ ณ วันนี้ เมลล์ที่เข้ามาทุกวัน ยังมีเข้ามาอีก มันจะมีช่วงที่ซาๆ ไปบ้าง
เพราะเรื่องมันยังไม่ดราม่าถึงขนาดนั้น แต่พอถึงขนาดนี้ มันจะมีเข้ามาค่อนนึงเลย
ไม่ใช่แค่ครึ่งนะ ที่บอกว่า ตามมาจากเว็บดราม่า ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด
ขอขอบคุณพี่หรือน้องคนนั้นในอินเตอร์เน็ต ทั้งๆที่เราไม่เคยเจอตัวกันก็จริง
ผมไม่คิดว่า social network มันจะมีพลังขนาดนี้มาก่อน
แอดมิน : เราก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์เจษฏา มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
อ.เจษฏา – “ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมาก” (ไหว้)
อ.เจษฏา - “ยาวอย่างนี้เอาลงไหวเหรอเนี่ย”
แอดมิน – “ถ้าตัดต่อคงแค่สี่สิบห้านาทีครับ”
เกาลัค – “พูดด้วย ราตรีสวัสดิ์ พี่น้องชาวไทย”
แอดมิน – “อะไร ต้องพูดด้วยเหรอ”
คุณเซร่า – “ดราม่ามั้ยสาด”
แอดมิน – “หนุ่มสาวเอยพวกเธอว์จงเสพย์ดราม่า”

ปล. ฟังเพลงนี้ประกอบการอ่านบทความจะได้อารมณ์อย่างยิ่ง
บทเพลง gt200 จาก ประมูลเรคคอร์ด!!










































โอ้วความเห็นดุเดือด ไม่มีปัญญาอ่านจริงๆ จะตีสามตาจะปิดแล้ว
เอาเป้นว่อ่านบทสัมภาษท์จบก็แล้วกัน 555
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ อ. นะคะ เราเองก็ไม่ค่อยได้ตามเรื่องนี้โดยละเอียด
แต่ยังไงก็ยืนข้าง อ. คะ เรายืนข้างคนที่มีเหตุผล พิสูจน์ได้
ไม่ยืนข้างพวกที่กินภาษีประชาชน เอาไปทำงบประมาณหลอกลวงพวกนั้นหรอก
แต่ก็ดีคะ ทำให้ได้เห็นอะไรดีดีเยอะเลย จุฬา สถาบันที่เขาว่าสูงส่ง มิหน้าเล่า จึงได้ปกป้องแต่พวกสูงส่งด้วยกันเอง
แทนที่จะพิทักษ์ความถูกต้อง
อ่าาา ไม่ทราบว่าตอนนี้อ.เจษฎาเป็นไงบ้างอ่าคะ
เคยติดตามอ่านข่าวนี้ แล้วก็เงียบหายไปเลย
เป็นกำลังใจให้อาจารย์นะคะ
สนับสนุกอาจารย์ เจษดา งับ ใครด่าฟันเเม่งเลยจ่า
อ่านอิหมวยไตรภาค ล่อซะ 2 ชั่วโมง
พรุ่งนี้จะมาอ่าน
นอนก่อนแล้วกันครับ
แอดมินเป็นคนเมืองเหรอ
อ่านมาหลายหัวข้อละรู้สึกสำเนียงเมืองๆ ยังไงพิกล
อาจารย์ เจษฏา ชาบู ชาบู อาจารย์เทพ มากคะ
ต้อนหน่วยงานรัฐซะงาย เงิบ
เป็นกำลังใจให้ อ.เอก เจษฎาค่ะ
เดี๋ยวนี้เป็นครูบาอาจารย์มาดดีขึ้นจมหู
ตอนเป็นประธานเชียร์ แบกเป้เดินแข็งทื่อ ดิฉันเม้าท์ว่าเป็นไอ้ขี้เก็กประจำ
ปล. ฝากคิดถึงความคิดถึงถึง อ.นก ศศิธรด้วยนะคะ
ว่างๆ จะแวะไปเที่ยวหาที่คณะค่ะ จุ๊บๆ
คนจริงครับ คนแบบนี้ที่ประเทศต้องการ ไม่ใช่ไอ้พวกที่สักแต่พูด แต่ไม่ทำเหี๊ย….อะไรซักอย่าง นับถือจากใจ ขอบคุณเว็บดีๆ
สนับสนุน อ.เจษ อีกเสียงครับ
บร๊ะ รักดราม่านะ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างนะ ขอบคุณที่เหนื่อยเพื่อความสุขของพวกเรา (อย่างน้อยก็ผมคนนึงอ่ะ). (: