
เรื่องมันมีอยู่ว่ามีคนมาตั้งกระทู้ในห้องศาลาประชาคมของพันทิป
เล่าเรื่องที่เธอพาแม่ที่อายุ 70 กว่าขวบไปรับการรักษาโรคเรื้อรังที่โรงพยาบาลแห่งนึง
แล้ววันนั้น จขกท ก็บังเอิ้ญ บังเอิญมีนัดเจอแพทย์ที่ รพ. แห่งนั้นพอดี

จขกท บอกว่าระหว่างที่เธอไปทำสิทธิ์บัตรทองอยู่ แม่ของเธอก็นั่งอยู่หน้าคลินิคคนเดียว
พอกลับมาก็พบว่าแม่กำลังอยู่กับพยาบาลวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งบอกกับ จขกท ว่า แม่ของเธอตรวจเสร็จแล้ว
จขกท บอกว่าเธอขอเข้าไปคุยกับหมอหน่อยได้มั้ย เพราะแม่เธอหลงๆลืมๆแล้วแถมหูไม่ค่อยได้ยิน
ที่คุยกะหมอเมื่อกี้คงไม่รู้เรื่องหรอกว่าอาการเป็นยังไง ต้องปรับยาแบบไหน
พยาบาลคนนั้นเริ่มขึ้นเสียง บอก จขกท ว่าไม่ต้องเข้าพบหมอหรอก
เอายาไป อีกหนึ่งเดือนค่อยเจอกัน
แต่ จขกท ก็ยังยืนกรานว่าอยากพบหมอ จนพยาบาลคนนั้นตะคอกใส่เธอว่า
เมื่อกี้หล่อนหายไปไหนมา!ทำไมไม่เข้าไปพบหมอพร้อมแม่ของเธอ!!!!
แล้ว จขกท กับพยาบาลคนนั้นก็ถกเถียงกันอย่างเมามันส์
จน จขกท ถึงขั้นจะถ่ายรูปพยาบาลคนนั้นไปร้องเรียนกะผู้บริหารของ รพ

ร้อนถึงแพทย์คนหนึ่งที่อยู่ห้องตรวจแถวนั้นต้องออกมาไกล่เกลี่ยให้
จขกท ก็บ่นว่าอะไรวะ กะอีแค่ขอเจอหมอที่ตรวจแม่ของเธอแค่แป๊บเดียว
ทำไมต้องมาตะคอกใส่กันด้วย ชั้นมารับบริการนะยะ!!!
ไม่ได้มาขอข้าวหล่อนแดก จะได้ตะคอกกันเหมือนหมูหมา

ชาวศาลาประชาคมก็เข้ามาให้กำลังใจ จขกท
บ้างก็ชื่นชม จขกท ที่กล้าเฉ่งใส่พยาบาลคนนั้นอย่างเมามันส์

ทีนี้มันดราม่าเมื่อมีอมยิ้มชื่อ “alone without lonely”
ซึ่งเธอออกตัวไว้ว่าเป็นศิษย์เก่าของสถาบันนี้ และเคยทำงานที่นี่อยู่พักหนึ่ง
อโลนเล่าให้ จขกท ฟังว่า เธอเองก็เคยเจอพยาบาลที่มีกิริยามารยาทเช่นนัั้น
แต่เธอไม่แหกปากลั่นตลาดแบบที่ จขกท ทำ
เธอเลือกที่จะแจ้งให้หัวหน้าของพยาบาลทราบ และติดต่อผู้บังคับบัญชาของพยาบาลคนนั้นโดยตรง

แล้วอโลนก็ถาม จขกท ว่า รพ ที่หล่อนพาแม่ไปเจอหมอน่ะ
คนไข้เยอะมวากกกกกก วันๆนึงหมอต้องตรวจไม่รู้กี่ร้อยคน
ถ้ามีญาติคนไข้เอาแต่ใจแบบหล่อนวันๆนึงเป็นสิบคน คนไข้คนอื่นมินั่งรอกันรากงอกเหรอยะ!!

ชาวไร้สังกัดได้อ่านความเห็นของอโลนก็เริ่มคล้อยตาม
บ้างก็เริ่มคิดว่า จขกท นั่นล่ะผิด!!!

จขกท ก็เข้ามาเถียงอโลนว่า
หล่อนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หล่อนจะไปรู้อะไร!!!!
พยาบาลคนนั้นขนาดหมอยังพูดเลยว่าพยาบาลคนนั้นแสดงกิริยาแบบนี้เป็นประจำ อย่าไปถือสา

และที่ จขกท ขอพบแพทย์เพื่อถามรายละเอียดการรักษา มันก็ไม่ได้ใช้เวลานานถึงขนาดจะทำให้คนไข้คนอื่นต้องรอจนรากงอก
แล้วที่สำคัญ ฉันก็พูดกะพยาบาลคนนั้นดีๆ ทำไมต้องมาตะคอกกันด้วย!!!
เห็นชั้นเป็นที่รองรับอารมณ์ของพยาบาลเหรอวะค๊ะ!!!

แล้ว จขกท ก็ด่าอโลนว่าเสียทีที่หล่อนเคยเป็นพยาบาลมาก่อน
แต่กลับคิดเข้าข้างแต่พวกพ้องของตน หัดคิดให้มันกลางๆซะบ้าง
อย่าให้ที่เรียนมาเน่าตายไปพร้อมกับหล่อน!!!
จขกท ก็บอกว่าที่เอ็งถามว่าทำไมถึงไม่รอเข้าไปหาหมอพร้อมกับแม่นั้น
เอ็งไม่เห็นใจกันบ้างเลยเหรอวะ กูนั่งในห้องแอร์เย็นๆตั้งนาน
มันปวดฉี่นะเว้ย!!!

สาดดดด ตูอ่านที่ จขกท พูดตอนแรกนึกว่าไม่ได้เข้าไปเจอหมอพร้อมแม่เพราะติดธุระทำสิทธฺ์บัตรทอง
หรือว่ารอตรวจอยู่อีกแผนกนึงซะอีก ที่แท้เอ็งไม่เข้าไปพร้อมแม่เพราะไปฉี่เนี่ยน๊ะ!!!!
อโลนก็ตอบ จขกท ว่าเขาไม่ได้กระแนะกระแหน จขกท นะเออ
ขนาดแค่นี้หล่อนยังหาว่าชั้นเสียมารยาท แล้วที่เธอไปด่าสวนพยาบาลคนนั้นมันไม่เสียมารยาทรึไง!!
ชั้นนะเคอะ ต่อให้เจอคนทำกิริยาหยาบคายใส่แบบพยาบาลคนนั้น
แต่ชั้นก็ไม่มีวันทำกิริยา ถ่อยๆทรามๆ กลับไปอย่างแน่นอน!!!
แล้วที่ จขกท เล่ามาพยาบาลคนนั้นก็แค่ตะคอกใส่ แต่ไม่เห็นจะใช้คำหยาบคายอะไรเลย
ทำไม จขกท ถึงตอบโต้เขาแบบหยาบคายไร้สกุลรุนชาติแบบนั้นล่ะคระ

แล้วอโลนก็สั่งสอน จขกท ว่า ถ้าวันนั้นหล่อนพูดดีๆกับพยาบาล
บอกว่าหล่อนก็กำลังรอตรวจเหมือนกัน เลยมาพบหมอพร้อมแม่ไม่ทัน
แค่นั้นเขาก็ไม่ตะคอกใส่หล่อนแล้ว
อโลนอวดว่าตัวชั้นก็พาแม่ไปหาหมอเหมือนหล่อน ชาวบ้านชาวช่องคนอื่นๆเขาก็ทำกัน
แต่ทำไมคนอื่นไม่มีปัญหาเหมือนหล่อน
จะเรียกร้องสิทธิอะไรก็หัดรู้จักหน้าที่ของตัวเองซะมั่ง
แล้วระวังตัวเอาไว้ ไปถ่อยใส่เขาระวังจะเจอคนสวนกลับมาแบบถ่อยๆพอกันนะเธอว์

จขกท ก็ตอบว่า เออตูรู้ว่าต้องรู้จักหน้าที่ก่อนจะมาเรียกร้องสิทธิ
แต่วันนั้นมีแต่คนมองพยาบาลคนนั้นเป็นตาเดียว ไม่เห็นมีใครกล้าพูดแบบที่หล่อนพล่ามในบอร์ดตอนนี้เลยฟ่ะ
แล้ว จขกท ก็สวนอโลนว่าถ้าหล่อนไม่รู้เรื่องมารยาทพื้นฐาน หล่อนก็ไม่สมควรจะจบพยาบาลแล้ววววว
ถ้าหล่อนเป็นพยาบาลจริงก็เอาความรู้หล่อนไปใช้ประโยชน์ดีกว่า
อย่ามาเอาความเป็นพยาบาลในสไตล์หล่อนมายัดเยียดให้คนอื่นแถวนี้

เวรละแม่คุณ เวลามีคนด่ากันที่ไหนชาวบ้านมันก็มองทั้งนั้น
ไม่ได้แปลว่าคนจ้องพยาบาลคนนั้นแล้วหล่อนจะเป็นฝ่ายถูกนะเออ
แล้ว จขกท ก็บอกต่อว่าแล้วหล่อนมีสิทธิอะไรยะมาหาว่าฉันถ่อยมั่งล่ะ ทรามมั่งล่ะ
หล่อนไม่ต้องหลังไมค์มาแล้วนะ ชั้นขี้เกียจตอบ เพราะชั้นทนความถ่อยของหล่อนไม่ได้!!!

แล้ว จขกท ก็บอกว่าที่ฉันมาเถียงฉอดๆๆกับหล่อนเนี่ย ไม่ได้แปลว่าชั้นว่างงานนะยะ
แต่ชั้นให้ลูกน้องเฝ้ากระทู้ให้ แล้วลูกน้องจะมารายงานชั้นเมื่อเห็นว่า
มีใครที่ไอเดียบิดเบี้ยวแบบหล่อนมาตอบกระทู้ยังไงล่ะ!!!

แล้ว จขกท ก็บอกว่าหล่อนจะพล่ามอะไรก็พล่ามไป
แต่ชั้นไม่ขอตอบความเห็นของหล่อนอีกเป็นครั้งที่สอง

อโลนยังไม่จบครับพี่น้องครับ เธอเข้ามาแขวะ จขกท ว่า
คำว่า “ถ่อย” “ทราม” ที่ชั้นใช้จิดกัดหล่อนเป็นคำสุภาพนะยะ
มันหยาบคายตรงไหนไม่ทราบ!!!!
ตรงไหนที่ชั้นตอบกระทู้ของหล่อนด้วยอารมณ์ หล่อนลองชี้มาให้ชั้นดูหน่อยซิ!!!

เหยดดดด ด่าคนอื่นว่าถ่อย ทรามเป็นคำสุภาพ ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย
แล้วอโลนก็สวน จขกท ว่าหล่อนอย่ามากล่าวว่าชั้นส่งหลังไมค์ไปด่าหล่อนนะยะ!!!
ด่ากันตรงๆหน้ากระทู้มันส์ เอ๊ย เปิดเผยกว่ากันเยอะ!!!
แล้วที่หล่อนมาตั้งกระทู้ขอความเห็นในบออร์ด ถ้าหล่อนไม่ยอมรับฟังความเห็นชาวบ้าน
ก็กลับบ้านไปซุกหัวอยู่ในกะลอต่อไปเถอะย่ะ
ว่าแต่ให้ลูกน้องเช็คกระทู้ให้ไม่กลัวเขารู้เหรอ
ว่าเจ้านายสันดานเป็นยังไง!!!

มีอมยิ้มคนนึงมาตอบอะไรก็ไม่รู้ เพราะมัน edit เอาเนื้อหาออกไปหมดแระ

แต่คนก็เข้าใจว่าอีอมยิ้มคนนี้น่าจะเป็นคนเดียวกับ จขกท
อโลนเห็น จขกท กลืนน้ำลายตัวเองกลับมาตอบกระทู้ก็หยันว่าไหนหล่อนบอกว่าจะไม่กลับมาตอบแล้วไงยะ กากส์นี่หว่า
อโลนอุทานเหยดดดดดดดดดด้วยความทึ่งว่า สมัยนี้ จขกท แม่มมีสิทธิห้ามไม่ให้คนมาออกความเห็นที่กระทู้ตัวเองด้วยว่ะ!!
อโลนยังย้ำว่ากรูขอย้ำอีกหนนะคะว่ากรูไม่เคยส่งหลังไมค์ไปด่าหล่อน ไม่ทราบว่ามึงอ่านภาษาไทยไม่ออกรึไงวะค๊ะ!!!!!
แล้ววันหลังจะมาตอบกระทู้อย่าเสือกลืมเปลี่ยน login นะคร๊าาาาาา ก๊ากๆๆๆๆๆ

แล้ว จขกท ก็กลับมาตอบอีกรอบแล้วบอกว่า
เป็นเพราะลูกน้องของเธอว์ ทนเห็นความถ่อยของหล่อนไม่ได้ไงยะ
เลยไปลากชั้นมาฉะกับหล่อนอีกรอบ
แล้ว จขกท ก็ชี้หน้าด่าอโลนฉอดๆว่า ถ้าหล่อนไม่ได้ร้อนตัวก็อย่ามาตอบกระทู้ อย่าเสือกหลังไมค์มาหาชั้นอีก
ส่วนที่ใช้อมยิ้มคนละอันมาตอบกระทู้ ก็อย่างที่ชั้นบอกไงยะว่าให้ลูกน้องมาตอบกระทู้แทน
แล้วคุณลูกน้องเขาจะใช้อมยิ้มอันอื่นหรือใช้บัตรผ่านอะไรมาตอบก็เรื่องของเขาเซ่ ชั้นเกี่ยวอะไรด้วยวะคะ!!!

หลังจากนั้นแม่มไม่เถียงกันด้วยสาระแล้วครับผม
นึกภาพป้าแก่ๆวัยกลางคนสองคนยืนกลางตลาแล้วชี้หน้าด่าอีกฝ่ายว่า
“อีสันดานนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

อีกฝ่ายก็สวนกลับแว๊ดๆๆ ว่ามึงนั่นล่ะสันดานนนนนนนนนน บลาๆ

แถมยังมีบัตรผ่านเข้ามาตามน้ำรุมทึ้งอโลนด้วยนะเออ

คือกรูว่าอีสองคนที่มันเถียงๆกันอยู่นี่ ตรรกะมันเพี้ยนพอกันลยว่ะ
จขกท นี่ถึงจะขี้โมโหไปหน่อย แต่ประเด็นที่เขาทำนี่ถือว่ารักษาสิทธิของตัวเองและแม่อย่างถูกต้อง
เพราะแม่อายุ 70 แก่แล้ว หูตาฟ้าฟาง ถ้าลูกหลานไม่อยู่ด้วย เวลาหมอถามเรื่องการคุมอาหาร การกินยา ใครจะตอบหมอ
หรือถ้าหมอจะแนะนำเรื่องการกินยากับการคุมอาหารให้ แล้วคนไข้ฟังไม่ได้ยิน มันจะมีประโยชน์อะไร
แต่ไอ้ที่ จขกท เถียงกับพยาบาลนี่ไม่รู้ว่ะ เพราะมันเป็นการเล่าความข้างเดียว เรื่องจริงๆอาจมีมากรายละเอียดกว่านี้แยะ
ปัจจุบันปัญหาการฟ้องร้องในวงการแพทย์ สาเหตุอันดับหนึ่งไม่ใช่การรักษาพลาด แต่เป็นการสื่อสารผิดพลาด
ลองดูจากดราม่านี้เป็นตัวอย่างได้เลย ถ้าทั้งสองฝ่ายถอยกันคนละก้าวเรื่องก็จบไปนานแล้ว
กระทู้นี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมคุณภาพ ที่คนตั้งกระทู้ก็จุดเดือดต่ำโดนแหย่นิดแหย่หน่อยก็แตก
ส่วนไอ้คนตอบกระทู้แม่มก็กวนประสาทเหลือเกิน สาดด พูดมาได้ ถ่อย ทราม เป็นคำสุภาพ
แบบนี้อีกหน่อยคำว่าถ่อย คงแพร่ระบาดไปทั่วเว็บพันทิปละมัง เพราะมันเป็นคำสุภาพที่ถูกจริตชาวพันทิปอย่างยิ่ง
อาห์แล้วดราม่านี้จะลงเอยอย่างไร ทั้งสองสาวจะนัดไปฟาดปากกนนอกจอหรือไม่
พวกเธอว์จงไปติดตามด้วยความระทึกในดวงฤทัยพลัน!!
—>พยาบาลวัยกลางคนชั้น5 เคาน์เตอ22 ที่ ศิริราช ทำไมต้องข่มผู้มารับบริการด้วยคะ หรือเหนว่าเขาไม่ได้เรียนพยาบาลแบบคุณ—
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U8824559/U8824559.html








































แม่มมมาจนได้ดราม่านี้
เราเข้าข้างพยาบาลเต็มที่เลยค่ะ
เห็นนั่งทำงานกะโต๊ะอย่างนั้น งานเยอะนะ เยอะโคตรๆ แบบกินเวลาพักเที่ยงไปครึ่งนึงเลย
แถมยังงง มึน แถมยังต้องมาปวดขมับกะอีพวกญาติคนไข้เกรียนแตกอย่างอีนี่ไม่เว้นแต่ละวัน
มาบอกอิฉันไม่อยู่ตะกี๊ เข้าคุยใหม่ได้ไหม แน่นอนสิ ถ้าฉันเป็นพยาบาลนั้นฉันก็ต้องสงสัยว่า แล้วทำไมมึงไม่อยู่วะอีแสรด ไปมุดหัวอยู่ไหนมา หน้าที่เมิงต้องดูแลคนไข้ไม่ใช่รึไง
ถ้ามีงี้ซักวันละ 10 ราย พยาบาลก็เป็นคน ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเหมือนกัน
จะมาหาว่าไม่เหมาะจะเป็นพยาบาล ถ้าเขาไม่เหมาะจริงคุณเธอเอ๋ย ไม่อยู่ทนจนวัยทองหรอก
เรียนก็ยาก งานก็เสือกยากอีก แถมทำหนักกว่าหมอตั้งหลายเท่า เงินเดือนแม่งก็น้อยกว่า สาด
กุไม่ได้เป็นพยาบาล อย่ามาหาว่ากุอวยวิชาชีพนี้
ประจำเลยโรงพยาบาลนี้
ถ้าท่านมีรายได้เกินกว่าวันละ 500 บาท
โปรดใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน เพราะค่าบริการไม่แตกต่างกัน
หาหมอโรงพยาบาลรัฐ ค่ายา 30 บาท ค่าหยุดงาน 500 บาท = 530 บาท
หาหมอโรงพยาบาลเอกชน ค่ายาไม่ต่างกัน
สมุทร เริงรมณ์อโคจร wrote:
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
กุงงบอย wrote:
เข้าใจแหละฮร่าว่าหลายๆคนคิดว่าเรียก”ลูกค้า”มันฟังดูไม่ดี เป็นระบบนายทุนกันเกินไป แต่อ่านเหตุผลแล้วมันงงๆนะ… ขอแย้งนิส
งั้นช่างตัดผมก็เรียกคนมาตัดผมว่า”ลูกค้า”ไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ง้อให้มาตัด เสือกผมยาวขึ้นกันเองสินะเธอว์?
บริการรักษาก็ถือเป็นบริการอย่างหนึ่งน้อ
ยังไงก็ขออภัยที่อีเดี๊ยนเลือกใช้คำไม่ดีก็แล้วกัน แต่ขอแย้งนิดเพราะคิดว่าเหตุผลมันฟังดูแปลกๆ
ตลกดี
เจ๋ง สัส สัส wrote:
สอนค่ะ อยุ่ที่ตัวพยาบาลแต่ละคนเองจะทำหรือไม่
พยาบาลคนนั้นเค้าด่า=พยาบาลคนนั้นไม่ดี ไม่ใช่วิชาชีพเราไม่สอนค่ะ
พยาบาลก้ดราม่าได้สินะ
เราอ่านแล้วก็ว่าพอกันทั้งคู่ว่ะ
สงสัยอ่ะ ถ้ารู้ว่าแม่ตัวเองจะตรวจแล้วทำไมไม่ไปเข้าห้องน้ำก่อนหน้านั้น หรืออั้นไว้ก่อนอ่ะ
ก็จริงอยู่ว่าแม่เขาอาการหูไม่ดี แต่เราคิดว่าคนอื่นๆที่รอหมออยู่ก็อยากรักษาเหมือนกันนะ
จะให้ไปนั่งฟังหมออีกรอบก็น่าจะเกรงใจคนข้างหลังบ้าง เพราะว่าคุณหายตัวไปอ่ะทำไงได้
ส่วนพยาบาลแกก็วีนนั่นแหละ พูดดีๆคนมันก็รู้เรื่องแล้ว
สรุป มันก็ผิดทั้งคู่อ่ะแหละ
เคยเรียนแล้วอาจาร์ยบอกให้เรียกคนไข้ว่าลูกค้าเพื่อการบริการจะได้ดีขึ้น
เข้าใจค่ะว่าเดี็๋ยวนี้อะไรๆก็เน้นการบริการ
ไม่เถียงด้วยว่าการบริการของเอกชนจะดีกว่ารัฐบาล
แต่ก็อยากให้เข้าใจด้วยว่า
ลูกค้าที่คุณเรียกกัน ในแต่ละวันที่มารับบริการในโรงพยาบาลของรัฐ
มีมากกว่าของเอกชนมากค่ะ
ทำให้การบริการในบางครั้งก็ไม่ทั่วถึง
พยาบาลที่นั่งเคาท์เตอร์จะต้องทำอะไรบ้าง
ทั้งตรวจดูประวัติคนไข้ ทำแฟ้มประวัติ
สันดานนนนนนนนนน
สมุทร เริงรมณ์อโคจร wrote:
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ตอนกลับไทยไปคราวก่อนที่บ้านทำบัตรทองให้ไปตรวจสุขภาพ ก็เลยจำยอมไปก็ได้
แต่ไปถึงดันไม่ฟรี เสียตังค์แบบเอ๋อๆ ไปโคตรแพงพอๆ กะเอกชนเลย อันนี้อาจเพราะเราเองสื่อสารไม่ดีก็ได้ อะๆ ช่างมัน
แต่เสียดายตรงที่กุจ่ายตังค์แพ้งแพงดันต้องมานั่งรอโดนส่งตัวไปทางนั้นทางหนี รอนานมาก หมอหน้าหงิก พยาบาลบริการได้เสมอกันเท่าเทียม …แปลว่าปฏิบัติต่อคนไข้ทุกผู้เหมือนวัวควายเดินเข้าโรงเชือด ไม่เหยียบอีกแล้วเฟ้ย โรงบาลนั้นเนี่ย
แล้วก่อนหน้านั้นพาหมาไปหาหมอ รู้สึกว่าพยาบาลของโรงหมอหมาพูดจากับหมาดีกว่าที่เราเจอกับตัวที่รพ.คนอีก หึๆ ก็ไม่ได้ว่าไรนะ แค่เงียบๆ ไว้แล้วปลง
ดราม่านี้กร่อยว่ะ
ครับ ผมก็เชื่อว่า คนไข้ ไม่ได้มีความหมายระนาบเดียวกับ ลูกค้า
แต่ผมคิดว่า “คนไข้” สำคัญกว่า “ลูกค้า” อีกครับ
ผมคิดว่า “กรณีนี้” (หมายถึงคนป่วยกับคุณพยาบาล) ต่อให้คุณพยาบาลทำงานหนัก งานเยอะ เมนส์มา ลูกป่วย หัวหน้าตอแหล ลูกน้องจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ ฯลฯ ยังไง
คุณพยาบาลก็ไม่มีสิทธิ ที่จะใส่กับ “คนไข้” นะครับ ว่าแล้วก็เอาโอโล่ไปอมแก้เครียดซะสามเม็ดนะครับ
คนไข้ ไปหาหมอ เพราะอยากรับการรักษา เพราะอยากหายป่วย ไม่มีใครเขาอยากไปหางานให้คุณพยาบาลทำหรอกครับ แล้วที่เขาไปหาคุณ ๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน หรือไม่มีทางไปนะครับ แต่เขาไปหาพวกคุณ ๆ เพราะ เขาเชื่อว่า คุณจะตรวจพบ วิเคราะห์อาการ และ รักษาเขา “หาย” ได้ต่างหากครับ
สมัยที่ปู่ผมยังไม่เสีย ผมต้องขับรถพาปู่ผมไปสิริราช เป็นประจำ หมอนัดหกโมงต้องไปบ่ายสาม หมอนัดเก้าโมง ตีห้าต้องออกจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่บ้านผมก็มีฐานะพอจะส่งคุณปู่เข้าโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านได้สบาย ๆ แต่ปู่ผมเองไม่ยอมเข้าโรงพยาบาลอื่น เพราะ เชื่อมั่นว่า “หมอ และโรงพยาบาล” ที่ดูแลเขามาหลายปีรู้จักเขาดีที่สุด ก่อนปู่ผมจะเสียอาทิตย์นึง ถ้าไม่ใช่ว่าเขาถ่ายเป็นเลือดจนหมดแรงจะเถียงแล้ว ผมก็ไม่มีปัญญาพาเขาไปโรงพยาบาลจุฬาใกล้บ้านแทนได้แน่นอน
พวกผมทำงานกับสินค้า กับตัวเลข ความผิดพลาดเกิดแล้วแก้ไขชดใช้ได้ แต่พวกคุณมรึงทำงานกับชีวิตคนป่วย คนท้อง เด็ก และคนแก่นะเว้ยครับ ผิดพลาดไป ซื้ออะไหล่ทดแทน ซื้อของแทนชดใช้ก้นไม่ได้นะเว่ยครับ
นะเธอว์!!
แล้วทำไมไม่เอาเวลาที่มาเถียงชาวบ้านไปดูแลแม่วะ
ป้าสองคนแรงทั้งคู่
แต่ก็อยากให้คิดถึงใจเขาใจเรานะ คนไข้เดี๋ยวนี้เยอะจริงๆอ่ะ
Aya wrote:
อ่าวนั่นไม่ใช่หน้าที่เขาหรือครับ มีหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบก็ถูกแล้วนี่
งานนี้เข้าข้าง จขกท (เรื่องมารยาทพยาบาล)
ปล.พนักงานของ รพ.รัฐถือเป็นข้าราชการป่าวหว่า หยั่งงั้นก็กินเงินภาษีเต็มๆอะดิ
ทั้งถ่อยว์ทั้งทรามว์เลยเธอว์ อ๊ะ ไม่ได้ด่านะ นี่คำสุภาพ
พยาบาลดอกทอง
หมอเหี้ย ๆ ไม่ยอมรักษาคนไข้
หาได้ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการครับ
คิดว่า นังอโลนนี่น่าจะมาจาก รพ. นี้เหมือนกัน
ตรูไม่รู้ ตรูเมา
พูดได้อย่างเดียว อ่านเคสนี้แล้วปวดตับเป็นบ้าเลย
จะบอกว่า ใครต้องไปรักษาฟันที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ แล้วได้หมอชะนีห้องเบอร์ 5 หรือเบอร์ 6 นะ ทำใจไปได้เลย
(ที่บอกสองห้อง เพราะนังนี่นั่งสลับสองห้องนี้)
เคยไปหา แต่ฟันผุมาก อุดไม่ได้ ต้องรักษารากฟัน มันบอกว่าให้ลงคิวไว้
แล้วเดี๋ยวจะโทรตามมารักษา
รู้ไหมครับ
แม่ง 1 ปีครึ่งค่อยโทรมา
บอกว่าคิวเพิ่งว่าง
ดีนะ ไปหาหมอที่อื่นมาแล้ว
ไม่งั้นเชื้อลามตายไปแล้ว
นังหมอนี่ก็อ้างว่า เพิ่งว่าง ทั้ง ๆ ที่ตอนที่ดูคิว มันบอกว่า 30 กว่าคิวเอง แม่ง ปีครึ่ง
ก็ไปนะ ไปปุ๊บ มันก็บอกว่า ทำมาแล้วนี่
เราก็เลยบอก มีอีกซี่ ทำซี่นั้นแทนได้ไหม
มันบอก ไม่ได้หรอก หมอไม่ว่าง ต้องนัดคิวใหม่
เราก็งง อ้าว เหี้ย ไม่ว่างแล้วนัดกูมาทำไมวะ
..
มันก็มอง ๆ แล้วบอก อ้าวซี่นี้เคยล้างรากฟันมาแล้วนี่
เราบอกว่า ใช่ แต่มันนานแล้ว และผุเพิ่ม
มันก็ถามว่า ใครทำให้
เราก็บอกชื่อไป
ดันเป็นหัวหน้ามัน แต่แก่มากแล้ว แล้วก็บริหารแผนกอย่างเดียว ไม่ทำที่ รพ เท่าไหร่
มันก็บอก ให้เราไปหาหมอคนนี้ที่คลีนิคเค้าเอง
เราก็ไม่อยากจ่ายแพงไง ทำที่ รพ มันถูกกว่า ก็บอกนังหมอชะนีนี้ไป
มันก็ยืนยันว่า มันไม่ฉี่ทับรอยใคร
ทุเรศมากเลย
หมอป้า ๆ ใจดีห้องอื่นก็ไม่กล้าทำให้
เห็นพยาบาลบอกว่า อีหมอชะนีคนนี้มันแรง ด่าคนอื่นไปทั่ว
หมออื่นเลยไม่กล้า
เซ็งมาก
ดังนั้นอ่านของเจ้าของกระทู้แล้วเข้าใจเลย
…..กูเข้าข้าง จขกท.ว่ะ 555 อีอะโลนแม่งกวนตีนจิงๆอ่ะเสือกเรื่องชาวบ้าน ก่อให้เกิดดราม๊าส์
1.อีอะโลนกลับหลุมใหญ่บานมึงไป “พญา” > ใหญ่ “บาล” > บาน
2.อี จขกท.กลับรพ.เอกชนไปถ้ามึงมีปัญญา -*-
ป.ล. ทำแผลครั้งละหมื่นเหมือนเราสิจ๊ะ จะได้บริการเยี่ยงโรงแรมเลย ฮุฮุ
โอ้ววว แอดมินกลับมาขยันทำดราม่าแล้ว
ดีแล้วครับ พวกผมจะได้มีเสพย์กัน
นี่ขนาดผมมีสอบพรุ่งนี้ ผมยังต้องเปิดเวบนี้ก่อนอ่านหนังสือเลย
ชั้นว่าชั้นติด DRAMA แล้วล่ะพวกเธอว์
เข้าข้างจขกท. ค่ะ
แหม่ ต่อให้ไปเข้าห้องน้ำแล้วไงวะคะ ยังกะไอ้การรอคิวโรงบาลมันนานน้อยนักนี่
ได้ยินอยู่หลัดๆว่าอีกสองคิวจะถึงเลขตัวเองแล้ว อุตส่าห์ตื่นเต้นรอ สาดดดดดด รออีกหนึ่งชั่วโมง คนนะเฟร้ยไม่ได้ใช่หุ่น จะได้บังคับอะไรต่ออะไรได้ไปหมดน่ะ
รู้หรอกว่างานพยาบาลมันหนัก แต่ลูกค้า เอ๊ย คนไข้ที่เขากำเงินมาหานี่ทำงานเหนื่อยน้อยกว่าคุณนักล่ะ
ดราม่านี้ เฉยๆ แต่ก็ ได้ชมสันดานคน
ถ้าที่จขกท.เล่าเป็นเรื่องจริงนะเธอว์
หนูว่าคุณป้าพะบาลแหละผิด หงุดหงิดแล้วมีสิทธิ์ไรมาระบายใส่คนอื่น
โดนว๊ากคืนแบบนี้บ้างแหละดี จะได้รู้ว่าเวลาโดนว๊ากใส่มันน่าอิดโรยหัวใจขนาดไหน อิอิ
ส่วนคุณป้า A โลน หนูว่าเกรียนของแท้เรยค่ะ

ชีบอกว่าพะบาลก็ผิด แต่แม่งตำหนิจิ๊ดเดียว
แต่เล่นด่าจขกท.ซะไฟแล่บแปร๊บๆ
ดูยังไงก็เอียง เข้าข้างพวกเดียวกันเห็นๆ
ปล. หนูแอบงงว่าประโยคที่จขกท.ขึ้นเสียงกลับป้าพะบาลอะ มันถ่อยมากเรยเหรอคร่ะ (ถึงต้องประณามขนาดนั้น)
แสดงว่าคุณป้า A โลน นี่คงสุภาพมากเลยเนอะ (ถึงว่าจิ บอกว่าถ่อย+ทรามคือคำสุภาพ อิอิ)
เหอๆ
ปล.อีกที ทำไมวันนี้หนูตอบย๊าว ยาว อ๊ายๆ
อโลนแรกๆฟังดูดีมีเหตุผลนะ หลังๆมีหลุดเหมือนกัน
ตามวัฒนธรรมองค์กรแล้ว พยาบาล ผิด แน่นอน
“ไม่ต้องหรอก แม่คุยกับหมอแล้ว เอาแฟ้มนี้ไปจ่ายตังค์แล้วรับยาเลย”
ปัญญาอ่อน พูดออกมาได้ไง ไม่มีสามัญสำนึกในการให้บริการ ไม่มีสามัญสำนึกต่อองค์กร
“ปฏิเสธลูกเดียวไม่พยายามหาทางออกให้ลูกค้าเลย” ผิดเห็นๆ ผิดแบบไม่เกี่ยวว่าจะหยาบหรือไม่หยาบด้วย
common sense ในการแก้ปัญหาก็ไม่มี อย่างนี้จะเจริญในหน้าที่ไหมครับ
นี่ พยาบาล รพ. อะไร? เอกชน หรือรัฐบาล? ตอบอย่างกับข้าราชการหาเช้ากินค่ำ
เป็นผม ผมก็เช่ง เป็นผอ. ผอ.ก็เช่ง แต่คงไม่ด่าแบบคุณป้า จขกท. หรอก
แต่พยาบาล รพ.ศิริราช มันเป็นงี้จริงๆนะ หลายคนด้วย
สงสัยหาสามีไม่ได้กระมัง ไม่สิ น่าจะบอกว่า สามีหายมากกว่า เลยอารมณ์เสีย
พยาบาล รพ. นี้ปากเจ้าตูบอย่าบอกใครจริงๆ แถมกริยามรรยาทยังแย่อีกด้วย
ประหนึ่งว่า กูนั้นไม่มีเงินเลยต้องขอ พวกคุณๆเหล่าพยาบาลแดก
เพื่อนข้าพเจ้าก็เคยไป รพ. นี้ โดยจำเป็น เพื่อนข้าพเจ้านั้นมันยังด่าพยาบาลเลยว่า กูไม่ได้ขอมึง อย่าทำกริยาต่ำๆใส่กู
เพื่อนข้าพเจ้าเป็นลูกสาวเจ้าของร้านจิวอันใหญ่โตว์ บ้านมันเพชรจะกองท่วมตาย ยังด่ากระฉูดพยาบาลถุนเช่นนี้เลยนะเออว์
โรงพยาบาลนั่นมีจิตแพทย์ไหม?
พอกันทั้งคู่ คือไม่มีความเห็นใจกับเพื่อนมนุษย์ทั้งคู่
ทำดีเสมอตัวแต่กรุณาอย่าพลาดเชียว
ถ้าคุณพยาบาลเห็นใจคนไข้สักนิด ถ้าคนไข้มีความเห็นใจคนทำงานสักนิด
ปล.คนไข้ก็คือลูกค้าน่ะแหละครับ หมอก็ต้องมีลูกค้าเป็นคนไข้ ถ้าอยู่เอกชนก็คิดค่าบริการได้เองเป็นเคส อยู่รัฐบาลคิดเองไม่ได้ ได้ตามที่รัฐบาลเห็นสมควร แต่โดนด่าเท่าๆ กันทั้งคู่
ยิ่งเถียงกันยิ่งรั่ว
แต่คุณอโลนรั่วยิ่งกว่า = = ด่าจขกท. ดันพันคอตัวเองเข้าไปเต็มเหนี่ยว
เฮ้อ… พวกไม่ยอมมองดูตัวเอง
บังทอง wrote:
โอ้ว เพิ่งมาเห็นว่าเขียนไม่จบค่ะ
แค่อยากจะบอกว่าจำนวนคนไข้ที่เยอะ(มากๆ)ของรพ.รัฐบางทีก็ให้บรอการได้ไม่ทั่วถึงค่ะ
ยอมรับเรื่องนี้ว่าพยาบาลผิดเพราะมารยาทไม่ดี…แต่แอบเคืองๆที่หลายๆคนเหมารวมวิชาชีพพยาบาลไปทั้งหมด
ทั้งที่ดราม่านี้เราเองก็ฟังกันข้างเดียวทั้งนั้น
งานพยาบาลเหนื่อยค่ะ ท้อด้วย เรื่องมารยาทก็สำคัญ
แถมยังต้องเน้นการบริการอีก…….
ถ้าจะบอกว่าเห็นใจพยาบาลก็เดี๋ยวว่าอวยอีก…แต่ก็นะคะ….
ถ้ามีคนไข้มาขอแบบนี้หลายๆคนแล้วคนที่อยู่ข้างหลังยังไม่ถึงคิวไม่แย่เอาเหรอคะ?
ต้องคิดถึงว่าคนข้างหลังจะว่ายังไง แล้วคนนี้จะว่ายังไง หมอจะว่ายังไง
คิดหนักค่ะ
สันดารเดียวกันตีกันมันกแบบเนี้ย
ความจริง คำว่าถ่อย กับทราม ไม่ใช่คำไม่สุภาพแต่อย่างใด มันเป็นแค่ “คำแสดงกิริยา” กับ “ชี้สภาพ” เท่านั้นเองนะครับ ลองคิดกันดีๆ
ที่เอามาบอกว่าคนถ่อยงี้ มารยาททรามงี้ ฟังดูแล้วมันก็ไม่ใช่คำไม่สุภาพจริงๆ ความหมายมันคนละโยชน์กับคำว่า อิดวกส์ / อิแหรี้ย / จวย ฯลฯ
=w=a” เด็กภาษาเห็นเข้าใจกันผิดเลยแอบขัดใจเล็กน้อยครับ ไม่มีอะไร
ส่วนเรื่องที่ป้าๆเค้าเถียงกันก็ ….โตๆกันแล้ว หากมีใครสักคนยอมไปก่อน แม้อีกฝั่งอาจจะยังอยากแรงต่อ ก็ปล่อยไป อยากเห่าอะไรก็เชิญ เพราะถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไม่ลดละ นั่นเขาคนนั้นก็ได้ประจานตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
งานนี้พอกันทั้งคู่
เถียงกันได้สาระมาก
เศร้าใจประเทศนี้
เหมือนแว๊ดๆ กันกลางตลาดจริงๆ เลยเธอว์
แต่ว่านะอิเคสแบบนี้ก็เจอบ่อยเหมือนกัน เพราะเข้าออก รพ รัฐมาตั้งกะเด็ก
เจอทุกรูปแบบของพยาบาล คนไหนดีก้อดี ดี๊ ดี
คนไหนแมร่งแย่ ก็แว๊ดไม่เห็นหัวใครเลย โคตรเซง
ส่วนมากจะเป็นพวกป้าแก่ๆ ความอดทนต่ำน่ะ ชิส์ !!!
เคยเรียนพยาบาล แต่เรียนไม่จบ ย้ายคณะดีกว่า เหนื่อยอ่ะ ขี้เกียจ
แต่ก็เคยมีแฟนเป็นหมอนะ เคยเห็นเค้าดุผู้ช่วยเวลาทำผิด โครตโหด ไม่แปลกที่ ผู้ช่วยหรือพยาบาลจะเครียด
ไรการศึกษาพอๆกันอ่ะ ไอ้ที่ จขกท เล่าก็ไม่ได้เห็นก่ะตา คนตอบก็….
เพิ่งจะได้ความรู้ใหม่ว่า ถ่อยกับ ทรามเป็นคำสุภาพ
ตอนวัยรุ่นเคยไปขูดหินปูนที่โรงบาลรัฐ เจอหมอด่าว่า “ชั้นเรียนมาตั้งหลายปีจบมาต้องมานั่งขูดขี้ฟันให้เด็ก พ่อแม่ไม่เคยสอนให้แปรงฟันหรือไง”
แสด พอขูดเสร็จตอบแบบผู้ดีไปว่า “พ่อแม่ผมสอนให้แปรงฟันมาดีครับ” ชีเหวอรบตอบว่าชั้นไม่ได้ความว่าอย่างนั้นนะ พยาบาลกลัวจะดราม่ารีบลากตัวออกไปก่อน ออกมาเล่าให้แม่ฟังแม่จะไปวีนเองแต่ก็ไม่ได้วีนขี้เกียจเสียเวลานาน ช่วงหลังแผนกทำฟันเริ่มเจ๊งคนไม่ค่อยไปทำกันเพราะบริการห่วยแตกสุด
เลยโละทั้งแผนกทำใหม่หมดทุกวันนี้หมอและพยาบาลพูดจาดีมาก
งานคนทำงานบริการจะมาอ้างว่าอารมณ์เสียเพราะคนเยอะ เหนื่อยอะไรไม่ได้นะผมว่าเพราะมันคือหน้าที่คนที่มารับบริการเขาไม่รู้หรอกว่าวันๆคุณเจออะไรมาบ้าง(ผมเคยทำงานบริการมาก่อน)
จะมาเหวี่ยงใส่คนที่มารับบริการก็ไม่ถูก จะโกรธลูกค้างี่เง่าก็ไม่ผิดแต่เก็บไปด่ากับเพื่อนทีหลังดีกว่ามาเหวี่ยงกันต่อหน้า เพราะมันทำให้องค์กรเสื่อมเสีย(ถึงจะเป็นฝ่ายถูกก็เถอะ) โดยเฉพาะ นางพยาบาล อิมเมจนางฟ้าชุดขาว เกิดมายืนด่ากับคนไข้แบบนี้จะผิดหรือถูกก็ไม่รู้แต่เสียภาพพจน์ไปเต็มๆแล้ว
ดราม่าในพันทิปเกิดง่ายจะตายเพราะคนดังคนเก่าคนแก่ชอบโชว์ภูมิและตัดสินคนอื่นว่าควรทำงั้นงี้ด้วยคำพูดจิกกัดให้เจ็บใจเล่นๆ พอคนถูกด่าไม่ถูกใจก็ชอบงัดคำพูดว่า ถ้าไม่อยากให้คนเขาคอมเม้นท์ก็ไม่ต้องมาโพส หุหุ
กร๊าก ๆ
เหตุผลวิบัติทั้งคู่เลยว่ะค่ะ
บุคคลที่เกี่ยวข้องในดราม่านี้ล้วนผิดหมด แต่ไม่มีใครคิดว่าตัวเองผิดซักคน
อโลนก็แถเข้าข้างพวกตัวเอง
อิเจ๊นั่นก็จุดเดือดต่ำ
เออลืมชมจ่าว่า รูปปลากรอบ สุดยิด หาแบบนี้มาเยอะๆนะจ่า
สำนวนการเขียนก็ใช้ได้เลย กู๊ด
กุละชอบคุณพยาบาลที่มาเถียงกับ จขกท จริงๆ

“ถ้าเป็นอย่างดิฉัน ดิฉันจะไม่ตะคอกกลับค่ะ ดิฉันจะแค่บอกกลับไปว่า คุณนี่ทรามจังเลย ถ่อยอย่างงี้บ้านไม่มีคนสั่งสอนสินะคะ เพราะมันเป็นคำสุภาพค่ะ 555+”
เออๆ มึงเทพ
กุล่ะเบื่อไอ้พวกผู้ดีตีนแดงในพันทิปนี่จริงจริ๊ง
ถ้าพวกมึงศิวิไลซ์จริงๆ คงไม่มานั่งเถียงกันไร้สาระแบบนี้หรอก สาส
ดราม่านี้อ่านแล้วเงิบ
พอๆ กัน
ปากจัดพอกันว่ะ
@ anonymouslycat:
ไตรภาคตะขาบไง เรทติ้งหลักร้อยเชียวนะเธอว์
ไม่ค่อยมันส์เลยว่ะเธอว์
ตรรกะเพี้ยนทั้งคู่้เหมือนแอดมินว่าอ่ะแหละ
แมร่งอ่านเสร็จละปวดกะโปก
เป็นระดับหัวหน้า รักแม่จริง พาเข้าเอกชน เถอะครับ คุณนาย
สา~ธุ ขออย่าให้พี่ตรูไปเจอกับอีจขกทเล้ย กุ๊กเข้!!
ถ้าอยากพบหมอ ก็รอจนหมดคิวแล้วค่อยพบล่ะกัน
ถ้าพยาบาลเป็นรูปดั่งหัวข้อข่าว… กุว่า แอดมิน ไม่ต้องพอแม่ไปใช้บริการแล้วล่ะ..
ถ้าถ่อยกับทรามไม่สุภาพ
ก็น่าจะมีคำสุภาพที่ความหมายเดียวกันดิครับ
เหมือนคำว่ากูมี คำสุภาพว่า ผม เหี้ยยังมีคำว่าตัวเงินตัวทองกับวรนุชเลย (ถือว่าสุภาพขึ้นมาอีกระดับ)
RERIGIOZ wrote:
ให้แม่มึงทำเป็นคนเดียวเถอะ อีดอกส์
เราก็เคยเจอนะเนี่ย พยาบาลแบบนี้
ไม่รุว่าเมนมาหรือไงไม่ทราบ ตะคอกใส่ซะงั้น ไร้เหตุผลเลยนะเธอววว์
ดราม่านี้มันส์พะยะค่ะ ปาก…ทั้งคู่
คือที่ดีแม่งก็มี
ที่ไม่ดีแม่งก็มี
ความผิดที่ผู้ป่วยเสือกซวยเอง
(อ้าว 555)
แต่เคสนี้กูว่า ปญอ.ทั้งคู่
กูเข้าใจว่า จขกท.มันมาโพสบ่น
แล้วพยาบาลแม่งก็ต่อความยาว
สรุป บ้าทั้งคู่วะ
ลูกกตัญญูพาแม่มาหาหมอ (แต่แอบขอแว่บไปฉี่แป๊บ)
กลายเป็นก่อดราม่ากับพยาบาลซะงั้น
ได้ความรู้ใหม่เยอะแยะเลยฮับ
1.คำว่า ถ่อยกับทราม ใช้แล้วจะสุภาพกว่าคำด่าทั่วไป (ดูตามสภาพพวกเธอว์แล้ว พวกเธอว์นี่ ทรามจริงๆ ถ่อยขั่กๆ ไม่โกรธชิมิ ชั้นพูดด้วยคำสุภาพแล้วนะ)
(หยั่งกะครูฝึกทหารแน่ะ )
(เหมือนจะเป็นเหตุผล)
(เอ้ะ รืคนไข้มันไม่ยอมจ่ายตัง แต่ลูกค้ามันจ่ายตังวะ?)
(!?)
2.โดนพยาบาลสั่งยังไง จงก้มหน้าก้มตาทำตามนั้น ไม่ต้องเถียงถ้ายังไม่อยากก่อดราม่า
3.พยาบาลเขาจะวีนใส่ยังไง จงก้มหน้าก้มตายอมรับไป เพราะเขาเครียด เขาทำงานหนักมามาก เห็นใจหน่อยสิเหวย!~
4.คนไข้ ไม่ใช่ ลูกค้า
5.คนไข้ฟังดูดีกว่าลูกค้า แต่ถ้าเรียกคนไข้ว่าลูกค้าจะทำงานได้ดีขึ้น
ส่วนเรื่องประกาศตัวว่า
“มาจากดราม่าเน้อว์~”
พอเหอะ …
ไม่เห้นด้วยว่ะ wrote:
กูว่าใช่ว่ะค่ะ เพราะจ่ายตังค์นะเออ
เราเองก็เคยต้องไปรพ.ศิริราชอยู่พักนึงนะ แต่สาเหตุเพราะโรคประจำตัว
คิวเขาก็มีหรอก แต่มันไม่ชัดเจนเพราะเขาจะเรียกชื่อเวลาถึงคิวเราเท่านั้น ไม่มีการบอกว่าใครเป็นคนต่อไป เพราะงั้นจะหวยออกเจอแบบ จขกท.ก็ไม่แปลก
แต่ไอ้เรื่องวีนกลางคนนี่ ผิดทั่งคู่ฟ่ะ
รู้สึกทั้งผู้รับ-ผู้ให้บริการทำตัวแร้งทั้งคู่
มีมือที่สามมาช่วยอวยผู้ร่วมวิชาชีพเดียวกันอีกต่างหาก ตบตีกันมันส์เลย
แต่เดี๋ยวนี้พยาบาลรพ.รัฐบางคนชอบทำตัวเป็นเทพอ่ะ
ไม่กี่วันมานี่แม่เล่าให้ฟังว่าคุณตาเพิ่งออกจากห้อง ICU ขอให้พยาบาลหยิบกระโถนให้หน่อย ชีพูดห้วนๆ ว่า’หยิบเอาเอง’ แล้วปัดตูดหนี แม่ปรี๊ดเลยว่าตอนตัวเองเป็นพยาบาลไม่เคยทำกับคนไข้แบบนี้นะ (ถ้าพยาบาลนางนั้นรู้ว่าแม่สนิทกะหัวหน้าคงไม่กล้าทำแบบนี้หรอก ฮา)
นึกสภาพสังเวียนต่อสู้(ด้วยปาก)
เป็นตลาดบางซ่อนข้างทางรถไฟ
“ถ่อย” กัีบ “ทราม” เป็นคำสุภาพสุดที่จะใช้ด่าแล้วนะเธอว์
ซึ่งจะพบเห็นการใช้คำเหล่านี้ได้บ่อยในรัฐสภาประเทศเทย
ปากตลาดจังเลยคะ
ดิชั้นคิดว่าไปตบกันจะดีกว่ามาด่ากันฉอดๆๆในบอร์ด
กระดวก
จ่าหมาน wrote:
เวลาคุณเข้าคิวซื้อของ ถ้ามันพ้นคิวของคุณแล้ว คุณก็ควรที่จะเข้าคิวเพื่อซื้อใหม่ไม่ใช่เหรอครับ
บอกกันดีๆก็ได้ครับ ไม่เห็นต้องมาด่ากันเลย
ลัลล้า wrote:
ถูกใจ ให้บัตรนวดปู๋เลย
่
ไปเสพกันเงียบๆได้มะ อย่าหลุดคำว่าดราม่าให้เค้าจับได้ดิ
แม่งไม่มันส์เลย
Drama ใหม่มาอีกแล้ว มือมืดปาขี้ใส่บ้านนายก
ช่างกล้าว่ะคนทำ
ถ้าถ่อยกันคนละก้าวเรื่องก็คงไม่จบ และชาวดราม่าก็จะเพลิดเพลินกันต่อไป
จบอีกแล้ว
สุดท้ายแม่งก็ชักรองเท้าแตะมาฟาดปากกันอยู่ดี
เฮ้อ ปัญญาชน กูละหน่าย
อยากโดนพยาบาลในรูปนวดปู๋อ่ะ
ป้าสองคนนี้ควรจะมาฟาดฟันกันต่อหน้า
คงมันส์น่าดูว์
= = ไม่เคยไปรักษารพ.แบบนี้อยู่แล้ว เพราะรู้ดีถึงบริการ…
แต่ถ้าที่เจ้าของกระทู้ว่ามา คุณพยาบาลก็มีส่วนผิด…เจอบ่อย เพื่อนเล่าให้ฟังเยอะถึงวิธีบริการ เวลาคนเยอะๆก็จะโมโหๆ แล้วเหมือนรีบๆไล่คนไข้
ยิ่งถ้าคนไหนถือพวกบัตร30 บาทนี่…ได้รับการดูแลยิ่งกว่าประชาชนชั้นสองอีกนะเออ
แต่จขกท. ก็มีส่วนผิดที่ไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์ตัวเอง,,…สถานที่สาธารณะนะเออไม่ใช่หลังบ้านตัว ที่จะมายืนเถียงกันฉอดๆๆ
ถ้าเป็นเจ้ก็แค่แจงให้พยาบาลทราบ ถ้าหล่อนไม่เห็นด้วยรึยังไงก็ช่างหัวแม่งค่ะ เราก็แค่ไปรับบัตรคิว หรือรอคิว รอพบหมออีกรอบ…จบ!
ส่วนคุณอะโลนตอนแรกๆก็ฟังดูมีตรรกะดี แต่ตอนหลังๆนี่ก็พอกันค่ะ ถ้าไม่บอกนี่นึกว่าจบจากที่อื่นนะเออ
ไอ้พวกที่ไปประกาศตัวในเวปที่เกิดดราม่าเนี่ย สงสัยอยากดังจัด
โดยที่ไม่รู้ว่าจะนำความหมั่นไส้มาสู่เวปนี้
เอ๋? หรือว่ามันเปงกลยุทธของผู้ม่ะประสงค์ดีต่อเวปนี้??
ถึงได้จงใจไปให้ชาวบ้านชาวเมืองเค้าหมั่นไส้ + จบดราม่าอย่างรวดเร็ว
แสรดดดดด อย่าให้รู้นะว่าใครทำ เดวพ่อจับมาบุนด้าเลย
ก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายละนะครับทั้ง จขกท. แล้วคุณอโลน
เป็นใคร ๆ ก็คงไม่อยากให้ใครมาขึ้นเสียงใช่มั้ยล่ะ แต่คุณเคยรู้มั้ยพยาบาลหลายๆ คนทำงานแบบผมยังอึ้ง
(เคยจีบพยาบาลมาก่อน)แม่ม..ทำไปได้ไงบางทีขึ้นเวร 16 ชั่วโมง(บ่อยด้วยนะ)
มันก็ไม่แปลกที่จะเห็นพยาบาลดุ หรือจิตหงุดหงิม
แล้วงานมันก็ไม่ใช่งานง่ายๆ เหมือนพวก เด็กเสริฟอะไรอย่างงั้นด้วย มันเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ งานมันก็เครียดเหมือนกันนะเออ เกิดฉีดยาพลาดคนไข้แขนเดี้ยง(เว่อร์ไป) ใครโดน พยาบาลไงที่โดน
ดราม่านี้ อยากบอกว่า จขกท. แม่ม ก็เดือดง่ายแถมถอยไม่เป็น ส่วนไอ้คนตอบก็กวนตรีนเอาโล่ห์เหมือนกันรู้ว่า จขกทใ แม่มเดือดง่ายยังจะแหย่ให้เดือด
ดราม่านี้สอนให้รู้ว่าพยาบาลไม่ใช่นางฟ้าอย่างที่คิดเสมอไป แต่เธอคือมารสาวเจ้าเสน่ห์ทีพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ(จริงนะเออขี้เหล้าเยอะจะตาย…กุเจอมากะตัวเองเลย)
Zerok wrote:
ไปโรงงานช๊อคโกแลตป่ะ
รร รัฐ คนไข้ไม่ใช่ลูกค้าเพราะไม่มีคนไข้โรงบาลก็ไม่เดือดร้อนสบายดีซะอีก วันๆทำงานงกๆไม่ได้คุ้มกับเงินเดือนเลย
รร. เอกชน จะเรียกคนไข้ว่าลูกค้าก็เรียกไปเถอะเพราะมันเป้นหยัววั้นจริงๆ
แล้วผมว่าถ้าอยากได้บริการแบบเอกชนก็จ่ายค่าบริการค่ายาแบบเอกชนให้เหมือนกันหมดซิ
ไม่ใช่จะเอาราคารัฐบาลแต่บริการเอกชน หมอพยาบาลก็คน
ตรรกะมันเพี้ยนพอๆกันเลย
แต่มันก็เป็นแบบนี้จริงๆนะ
หมอ/พยาบาลคนเดียวกันอยู่ที่รัฐกับเอกชนนี่ดูแลคนละเรื่องเลย
เคยไปหาตอนอยู่รา…คุยอะไรก็ไม่สนนักจดแม่งอยู่นั่นแหละยิ๊กๆๆๆๆ
พอไปเจออีกทีรพ.แถวๆถนนสาธร แม่งแทบกราบตีนคุยเลย
รายได้ต่างกันเลยให้ความสำคัญใช่มะ
มวยถูกคู่ ฆ่ามานๆๆๆ
รูปพยาบาลที่Adminเอามาลง
น่ารักว่ะ ชอบๆ
ช่วงนี้เจอแต่พยาบาลไม่รุนแรงและหมอก็หล่อ
จริงๆ แล้วถ้าจะเถียงเรื่องมารยาทพยาบาลนี่ ถ้าอ่านจากที่ จขกท เค้าเล่ามา ค่อนข้างเข้าข้าง จขกท
เพราะคนเรามันก็ต้องไปห้องน้ำอะไรบ้างถ้ารอนานๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐที่ชื่อเสียงดีมากสุดๆ หลายๆ แห่ง
ถ้าใครเคยเดินผ่านประจำ หรือเคยใช้บริการจะรู้ว่าคนเยอะแค่ไหน ยิ่งเป็น “บัตรทอง” นะคะ สุดๆ แห่งการรอคอยเป็นยิ่งยวด รับประกันเลย
เพราะเราเคยไปใช้บริการน่ะสิ – - วันนั้นเราปวดหัวและเจ็บคอเลยคิดว่าตัวเองเป็นทอลซิล พ่อบอกว่าทำไมลูกไม่ไปคลีนิค ก็เลยตอบว่ามีบัตรทอง
ก็ใช้สักหน่อย เราเดาะไปหาหมอตอน 10 โมง ได้ตรวจตอนเย็นๆ ยอมรับว่าเหนื่อยแล้วเหมือนจะป่วยกว่าเดิม เพราะต้องไปนั่งรอนานๆ เป็นเก้าอี้แข็งๆ รวมกับฝูงชน
แต่เราไม่โทษโรงพยาบาล เพราะในเมื่อของราคาไม่แพงทุกคนก็อยากใช้บริการทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงเข้าใจพยาบาลที่ไม่ยอมให้ จขกท เข้าไปพบคุณหมออีกครั้ง ซึ่ง
เปรียบเสมือนการเพิ่มคิวให้กับผู้ป่วยคนอื่นๆ เพราะ รพ ไม่ใช่ รพ เอกชน แถมยังเป็นสิทธิบัตรทองอีกต่างหาก คนยิ่งเยอะเป็นเท่าทวีคุณ ระยะเวลาที่เรานั่งรอตรวจนั้น
เหนื่อยมาก เฝ้าแต่ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงตาเรา มันเหนื่อยจริงๆ ค่ะ – - พยาบาลก็คงรักษาสิทธิ์ให้ผู้ป่วยคนอื่นน่ะ
แต่พยาบาลก็ไม่ควรเหวี่ยงใส่ผู้ป่วยนะคะ แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็อยากให้คิดว่าพยาบาลรัฐ คุณหมอของรัฐ ดีเท่าไหร่แล้วที่ท่านยังให้การรักษาเพื่อประชาชนที่ รพ รัฐอยู่
ไม่ถูกดึงดูดไปทำงาน รพ เอกชนจนหมด
ผมว่าอีเจ้าของกระทู้มันก้อไม่วางเเผนการขี้การเยี่ยวของมันเนอะถ้าคิวใกล้ๆก้อน่าจะอดทนอีกนิด
บอกว่ารอมานานเเล้วทำไมไม่ไปหาความสุขเข้าตัวตั้งเเต่เนิ่นๆละ
เเต่ถ้าขี้เเตกหรือหูรูดเสื่อมสภาพก้อขออภัยไว้
ณ ที่นี้
จะหาว่าอวยวิชาชีพพยาบาลก็ได้เพราะแฟนผมเป็นพยาบาล ทราบหรือไม่เวลาทำงานหน่ะ
จะด่าคนไข้ก็ด่าไม่ได้ คนที่รับกรรมเป็นใคร กรูสิว่ะ แสรด มันก็ใช่ที่จะใช้สิทธิ ของคนไข้
แต่จะเอาสิทธิไปอ้างตอนไปทำธุระส่วนตัว(ไป4หน่ะ) ไม่ก็ไม่ถูก ก็รู้ทั้งรู้ว่า เข้าห้องแอร์
แล้วคุณมรึงทำไมไม่ไปเข้าห้องน้ำก่อนเล่า จะไปเข้าทำspear อะไรตอนที่จะเข้าห้องแพทย์หน่ะ
1.พยาบาลก็คนเว้ย ไม่ใช่หุ่นให้บริการ(แถมหลังทำงานมาระบายคนไข้นิสัยแบบมรึงใส่กรูอีก)
2.ลองสลับกันดูป่ะ ให้แฟนตูไปด่ามั่ง ส่วนแก นั่งทำงานที่ต้องให้บริการคนป่วยวันๆเป็นร้อยๆคนหน่ะ จะได้รู้สึกว่าพยาบาลพวกเธอรู้สึกกันยังไง(แถมเจอคนไข้งี่เง่าแบบมรึงอีกหน่ะ คนที่จัดการเวลาไม่เป็น ผมว่าไม่สมควรจะเป็นผู้จัดการหรอก กะอีกแค่ปัญหาส่วนตัวยังจัดการไม่ได้ ก็คงไม่ต้องไปให้งานลูกน้องหรอก เชื่อเถอะ 56 ชม/วัน แกก็ไม่พอ อิ๊ดวกส์)
3.ขอออกความคิดเห็นส่วนตัวหน่อย “อิ๊ดวกส์ทำไมมรึงไม่ไปฉี่ก่อนเล่า”
4.ขออวยว่า พยาบาลไม่ผิดว่ะ อิ๊ดวกส์(ดอกทอง)นั่นผิดเต็มประตูแถมแถๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอีกสาด
5.แทนความรู้สึก>>>
จริงๆนะ ตั้งแต่ 30บาท มา บริการแย่ลงมากมาก
ขนาดตรูแค่ไปรับยาแทน ญาติเป็นเบาหวานแล้วสลูกเขาไม่ว่าง
และจากการที่ตรูเรียนมา กรูเลยรู้ว่าควรดูแลคนไข้ยังไง กรูเลยรีบไปแต่เช้า ไปถึงตั้งแต่ 7 โมงกว่าๆ
คนไข้ก็แค่ 50 กว่าคน เอาวะ ทันแน่รอบเช้า (จากประสบการณ์ที่เคยฝึกงานมา แค่ช่วงเช้ารับได้ 70+ หมอ 2)
แมร่งปรากฏว่า หมา เอ๊ย หมอ เสรือกอู้ไปคนนึง(กว่ามันจะมา 10.30น.) เลยมีหมอคนเดียว แมร่ง 50 คนสุดท้ายไม่ทัน
กรูเด้งไปรอบบ่อย สรุป นั่งรอตั้งแต่ 7โมงเช้า ได้รับยาตอน บ่าย2ครึ่ง จรวย โรงบาลรัฐจงจรวย
เป็นหมอค๊าบ
ผมขอโทษค๊าบบบ!!!
เพราะสามสิบบาททำให้ปัจจุบันคนตายเพราะจนน้อยลงอ่ะครับ เพราะไม่ว่าใครก็เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขได้ ก็เลยไม่มีเคสพ่อแก่แม่เฒ่าไม่มีตังค์นอนป่วยแห้งตายที่บ้านมาระยะนึงแล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือเมื่อมีคนเข้ามาใช้บริการเยอะเกินไปโดยบุคลากรไม่ได้เพิ่มตาม ก็เลยทำให้งานช้า คนไข้นั่งรอกันหน้าห้องเยอะมาก วันๆ หมอคนนึงตรวจคนไข้เป็น 100 คนเลยค๊าบบบบ
นับว่าเวลาที่หมอมาทำงานคือ 8 โมงใช่ป่ะครับ ถึงเที่ยงเนอะ แล้วเริ่มอีกทีตอนบ่ายถึง 4 โมงเย็น รวมเวลาทำงานได้ประมาณ 7 ชม. กว่าๆเอ้า ถ้ามีคนไข้ 100 คนหมอตรวจคนไข้ได้คนละ 4 นาทีอย่างเก่งเอ้า ซักประวัติทีก็กินไป 2-3 นาทีแระ แล้วมันจะมีเวลาดูแลคนไข้ได้มีประสิทธิภาพยังไงล่ะค๊าบบบ
ยังไม่นับรวมถึงคนไข้เรื่องมาก คนไข้ที่เข้ามาเอาแต่โวยวายจะเอานู่นเอานี่ท่าเดียว ไม่ฟังหมอ หมอถามอะไรก็ไม่ตอบหรือตอบไม่ตรงคำถาม จะทำให้คนไข้บางคนกินเวลาตรวจไปตั้ง 20 นาที คนไข้อาการหนักๆ 20 นาทีหมอไม่ว่าหรอก แต่ไอ้ปวดกบาลมาเฉยๆแล้วเรื่องมากขอเอ็กซ์เรย์ computer นี่หมอเข็ดขยาดค๊าบบบ
ทุกวันนี้ก็เลยต้องได้ตรวจล่วงเวลาจนถึงเย็น 6 โมง 1 ทุ่มนู่นแน่ะ
ถ้ามีใครไม่พอใจที่รอนานตอนนี้เหรอครับ… ก็ปล่อยค๊าบบบ
จะให้หมอออกไปทำความเข้าใจปลอบประโลมว่าหมอขอโทษที่ช้าาา กลับมาน๊าาาตัวเองแบบนี้หมอทำไม่ด้ายยยย เพราะจะนั่งฟังคนไข้จ่ม แก้ต่างแทนเจ้าพนักงานก็กินเวลาไป 20 นาทีแหล่ว 20 นาทีนั่นถ้าหมอ topspeed จริงๆ หมอตรวจคนไข้ได้อีกตั้ง 7 คนนะเอ้อ
นี่ยังไม่รวมเรื่อง 30 บาทที่สัญญาว่าจะจ่ายให้ตามยอดแต่ม่างไม่จ่ายมาซะทีทำเอารพ.ติดหนี้ตัวแดงกันเป็นลาบเลือด ไม่มีเงินพอจ่ายค่ายาจ่ายเงินเดือนเจ้าหนี้ที่รพ.อีกนะ
ค่ายาบางทีต้องอะลุ้มอะล่วยแปะขี้มูกไว้ก่อนว่าเดี๋ยวจะจ่ายคืนให้ทีหลังอีกนะ!!!
แต่ถึงยังไงหมอก็จะพยายามใช้สิ่งที่มีดูแลพวกคุณให้ดีที่สุดนะครับ ผิดพลาดอะไรตรงไหนถ้าไม่หนักหนาสาหัสมากก็หยวนๆอภัยให้กันบ้างเต๊อะ นะๆๆๆ คนดี
ผมขอโทษคร๊าบบบบบบบบ
ปอลิง. แต่ถ้าที่รพ.มีแม่คุณพยาบาลอย่างนั้นก็ดีเนอะ
@ giiii:
ทั้งพยาบาลทั้งหมอแหละ ถ้ากดสวิทช์ถูกที่ล่ะก็ตัวดราม่าเลยนะตัวเธ๊อว์
@zeno
)
สงสัยหมอจริงวุ้ย ก็จริงแหละโรงพยาบาลรัฐเด๋วนี้ปัญหาตัวแดงเกิดขึ้นแทบทุกที่เลยอ่ะ
ปัจจุบันเรื่องค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลมีสูงมาก
แต่ที่เรามาบ่นเพราะจังหวัดเรามันมีปัญหาอยู่อย่างคือ หมอ แย่งกันไปเรียน ทำให้หมอไม่พอ – -
เลยทำให้การบริการไม่ค่อยทัน( หมอไม่เกิน 2 คน/แห่ง ถ้ามีประชุมมา ชาวบ้านนั่งรอไปเหอะ )
แล้วชาวบ้านที่มา ก็เพราะเขาป่วย แล้วให้คนป่วยนั่งรอเป็นครึ่งวัน ไม่ตายก็บุญแล้ว
สุดท้ายที่บริการมันไม่ค่อยทันก็เพราะพวกหมอๆนี่แหละ ดูถูกสายสาธารณสุข ไม่สนับสนุนกัน
พอสายสาธารณสุขมาขอขึ้นเป็นวิชาชีพ หมอเนี่ยออกมาเบรกก่อนเพื่อนเลย
ทั้งที่ถ้าสนับสนุนสายงานสาธารณสุขให้มากกว่านี้ เขาจะช่วยให้ชาวบ้านมาพึ่งโรงพยาบาลน้อยลงแท้ๆ
อยากให้หมอๆหันมามองเรื่องนี้บ้าง ถ้าแค่กำลังตัวเองดูแลคนไข้ไม่ไหว ทำไมยังตั้งแง่ดูถูกพวกสายสาธารณสุข
(ไม่ได้เจาะจงคนใดคนหนึ่ง มองในภาพรวมของสมาคมแพทย์)
ถ้าหมอตั้งใจให้บริการจริงมันก็โอเคอ่ะ แต่ส่วนใหญ่ที่เจอ ใช้ทุนครบมีโอกาสชิ่งก็ชิ่งทันที
คิดแค่มาใช้ทุน แล้วก็ไปเรียนต่อ โดยไม่คำนึงเลยว่าหมอไม่พอ
คิดถึงแต่โอกาสตัวเอง รายได้ตัวเอง ปัจจุบันเลยเรียกหมอเฉยๆ ไม่อยากจะเรียกคุณหมอ ซักเท่าไหร่
เพราะสุดท้ายก็ไม่ได้คิดช่วยคนเป็นหลัก คิดแค่ว่ามันทำรายได้ให้ตัวเองก็เลยทำแค่นั้นเอง
(แล้วยังจะไปหากำไรจากการเปิดคลินิกอีก ซาบซึ้งมากๆเลย
ปล1.หมอที่ดีก็อยากให้กำลังใจ แต่หาไม่ค่อยเจอนี่สิ เหนื่อยใจ
ปล2.มาบ่นไปงั้น มีเพื่อนที่ทำงานด้านสาธารณสุขเยอะ
@ เอมิลี่สีเลือด:
เรื่องสายสาธารณสุขเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
หลังๆลองมาสัมผัสงานฝั่งนี้แล้วก็พอเข้าใจว่าที่มันทำไม่ได้มีประสิทธิภาพมากพอจะลดคนป่วยได้ เพราะคนทำมันน้อย งบสนับสนุนน้อย ประสบการณ์ก็ดันไม่ค่อยมีในบางพื้นที่อีกแน่ะ
คนทำงานเป็นนักระบาดของอำเภอ จังหวัด ส่วนใหญ่จะหมดกำลังใจจนกระทั่งไฟมอดกลับไปทำงานเช้าชามเย็นชามก็เพราะเขาไม่มีเงินสนับสนุนให้นี่แหละ ทำงานเหนื่อยฟรี เงินเดือนไม่เพิ่ม ขั้นก็เท่าเดิมเพราะเอางานไปประเมินแบบแท่งไม่ได้
เรื่องหมอเบรคสายสาธารณสุข… ไม่เคยได้ยินแฮะ สงสัยตกข่าว แต่ฟังๆดูก็คิดว่าเป็นไปได้แหละ ในกระทรวงพวกไดโนเสาร์เยอะจะตายชัก
อยากเล่าบ้าง เจอกะตัว รพ เอกชนนะเนี่ย!!!
เราพึ่งไปใช้บริการุงเทพคริสเตียนสีลม ผู้ป่วยในมา รู้สึกไม่ประทับใจมาก ขาดความเป็นมืออาชีพ และการบิรการที่ดี เคยได้ยินแต่ว่า
พยาบาลที่จบที่นี่อ่อนความรู้และประสบการณ์ แต่เห็นใกล้บ้านเรา เรามีไข้สูง อาเจียน ไป 2ครั้ง
ก็เลยไป เจอจริงๆ เราพอมีความรู้เรื่องสิทธผู้ป้วย อยู่บ้าง ในการต้องการทราบข้อมูลการเจ็บป่วยของเรา มีสิทธิ์ทำได้ โดยไม่ต้องร้องขอ เพราะว่า ผ่านไปเกือบ 24 หลังจากการตรวจต่างๆ เราไม่ทราบว่าเป็นอะไร และไม่มีใครสามารถ บอกเราได้ เพราะ เราต้องเบิกประกัน และต้องเตรียมเงินค่ใช้จ่าย กรณีเคลมไม่ได้ พยาบาลว่าหมอจะมาแจ้งเอง รอรอทั้งวัน แย่มาก เราเลยไปแจ้งเคาเตอร์อดูข้อมูลของเรา พยาบาล ท่านนั้นก็ดีอธิบายให้เราฟัง แต่หัวหน้าพยาบบาล มาดึงชารท์ไปเลย บอกว่าต้องต้องขออนุญาติหมอก่อน อยากรู้ไรไปถามหมอ เราก็แจ้งแล้วเราเป็นคนไข้ ทำไมข้อมูลของเราถึงรู้ไม่ได้
แถมทำหน้าตาท่าทางไม่เป็นมิตรมาก เราอยาก ตอบกลับให้หน้าหงายไปเลย ป้าไม่จบพยาบาลมาหรือไง ถึงไม่รู้จักสิทธิของผู้ป่วย หรือแก่เป็นหัวหน้าเพราะอาศัยว่าอยู่มานาน แย่นะ พยาบาลเป็นผู้ร่วมงานกับแพทย์หรือคนรับใช้กันแน่ น่าจะกลับไปเรียนใหม่นะสิทธิของผู้ป่วย พยาบาลที่นี่ค่าบริการวันละ 800
เราจะเห็นพยาบาลเฉพาะ ยาก่อนมื้อเช้า และเย็น เช็ดตัวที่นี่9โมงกว่าขนาดญาติเช็ดให้ ชุดคนไข้ต้องร้องขอและต้องตาม น้ำเกลือและยาที่ให้หมด ต้องคอยดู และเรียกพยาบาลเอาเอง ตกลงว่า เรามาอยู่รพ ทำไมให้เสียเงิน สุดท้าย เราถามแพทย์ว่าเราป่วยเป็นอะไร ได้รับแจ้งว่าไข้หวัดธรรมดา แต่ใบรับรองแพทย์ระบุ AGE ติดเชื้อทางเดินอาหารฝากเพื่อนๆพิจารณาดู ไหวไหม จะเลือกรักษาที่นี่ แต่แพทย์บางท่านคงจะดี แต่โชคร้ายของเรา ที่เจอคนไม่ดีเอง
รพ.สมุทรปราการเป็นรพ.ของจังหวัดที่มีชื่อเสียง จะเสียก็ตรงที่มีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพมาทำงานปะปนอยู่ด้วยนี่แหละ รพ.ตัวอย่างต้องที่รพ.จุฬาครับบริการอยู่ในเกณฑืที่ดี ขอแค่พูดจากับคนป่วยดีๆก็พอแล้ว ผมพาแม่ไปรักษาที่รพ.สมุทรปราการมาเหมือนกัน ที่ตึกศัลยกรรมหญิงชั้นแปดผมโดนตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปากดีในห้องฉุกเฉินแล้วครับพูดจาไม่ดีไม่ให้คำแนะนำ และตะคอกใส่ด้วย พอขึ้นไปบนชั้นแปดพยาบาลท้องโตให้แม่ผมเซ็นต์ชื่อแกก็บอกกับพยาบาลว่าแกเซ็นต์ไม่ได้เพราะแกไม่ได้เรียนหนังสือ แม่ผมเป็นคนบ้านนอกครับ พยาบาลคนนั้นก็ตะคอกใส่แม่ผมต่อหน้าผมว่าต้องเซ็นต์ชื่อให้ได้ไม่เซ็นต์ไม่ได้ ผมก็เดินไปที่เคาเตอร์ขอยืมแท่นสแต้มหมึกมาให้แม่พิมพ์ลายนิ้วมือแค่นั้นเองจบ เห็นมั้ยเรื่องง่ายๆแต่พยาบาลไร้สมองคนนี้ทำไม่ได้ คนไข้ชั้นนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุรุ่นแม่รุ่นยายกันทั้งนั้นจะพูดจาอะไรก็คิดถึงแม่ตังเองบ้าง หรือว่าไม่มีแม่กันก็ไม่รู้ ไม่ทราบว่าที่รพ.นี้มีหัวหน้าพยาบาลรับผิดชอบลูกน้องนอกแถวบ้างหรือปล่าวครับ ยังไงรพ.แห่งนี้ก็ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนอยู่น๊ะครับ อย่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่ไม่ดีมาทำลายชื่อเสียงของรพ.นี้เลยครับ