
เรื่องมันมีอยู่ว่ามีคนตั้งกระทู้ในห้องหว้ากอว่าไปเจอเว็บแปลกๆ
ที่คิดว่าน่าจะนำเสนอวิทยาศาสตร์ปลอม ( pseudoscience) ให้แก่ผู้เข้าชม
แล้วเขาก็โพส url ของเว็บที่ว่าตามนี้

พอเราตามเข้าไปดูก็เจอกับ “หมอแกน” ที่อ้างตัวว่าคิดค้นทฤษฎีโพเตโต้ เอ๊ย โพเพทัส
หรือมีชื่อไทยโก้ๆว่าทฤษฎีสนามแม่เหล็กแกน! ซึ่งสามารถรักษาได้สารพัดโรคโดยดึงพลังงานในอากาศมาฟื้นฟูสภาพเซลล์
นี่รูปการรักษาด้วยวิธีนี้ในจินตนาการ
ฮว้ากกก พลังสนามแม่เหล็ก 75 ชั้นบรรยากาศ
(ใครไม่เก็ตจงไปสอยการ์ตูนจีนเรื่องวอร์ลอร์ด เทพนักรบกลียุคมาอ่านโดยพลัน)
![]()
ซึ่งกระบวนนี้ผ่านการประมวลผลด้วยไมโครชิปที่สมองบริเวณท้ายทอย!!!
(WTF!!! มีคนมาฝังไมโครชิปที่หัวกูตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!!)
เจ้าของทฤษฎีนี้ยังโม้อีกว่ารักษาได้สารพัดโรค ตั้งแต่เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง มะเร็ง ผมร่วงหอบหืด!

พอเปิดเข้าไปอ่านในอัตตชีวประวัติของแกก็พบว่าไอ้นี่มันไม่ได้เรียนหมอมานี่หว่า
profile ก็พิลึกพิลั่นมาก ทำงานสารพัดจับฉ่ายไปหมดตั้งแต่ครูสอนอนุบาลยันสจ๊วต!
ที่สำคัญ มันเป็นหมอดูด้วย!!!! โอ้วว เจ๊ดเข้!

ในประวัติยังเขียนอีกว่าแกได้ทฤษฎีนี้ได้จากการหยั่งรู้! โดยหมอแกนบอกว่าจู่ๆทฤษฎีนี้ก็แว่บเข้ามาในหัว
เพราะชะตาฟ้าสั่งมาให้มันเป็นหมอ !
สงสัยฟ้าจะกำหนดให้เขามาเป็นหมอผี!!

(แล้วใครสอนเอ็งวะ มนุษย์ต่างดาวรึไง )

โดยมีเงื่อนไขว่าคนที่จะเข้ารักษาด้วยทฤษฎีนี้
ต้องเลิกยาเลิกการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันโดยเด็ดขาด

บ้าดีใช่มั้ยล่ะครับ
พอลองดูในเว็บหมอแกนที่บ้ายิ่งกว่านั้นคือเจ้าตัวเคยไปบรรยายให้กะ รพ ด้วย
ใครเชิญมันไปบรรยายให้หมอพยาบาลฟังวะ!!!!

คนก็เข้ามาให้ความเห็นกันอย่างขำๆ
บ้างก็ว่าไอ้ลวงโลกเอ๊ย ไอ้สิบแปดมงกุฎเอ๊ย
บ้างก็ยุว่าแจ้ง สคบ ให้ไปจับแม่มเลย
ต่อมามีอมยิ้มชื่อ KiChiKo เข้ามาเล่าให้ฟังว่าญาติเป็นความดันโลหิตสูงเคยไปรักษากะหมอแกนแล้วอาการดีขึ้น
แล้วก็โวยห้องนี้มันห้องวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หรือ ทำไมพวกเอ็งไม่ไปพิสูจน์ก่อนจะปรักปรำเขา

แล้วก็มีบัตรผ่านเข้ามาเล่ว่าลุกเป็นลมชัก รักษากะหมอแผนปัจจุบันยังไงก็ไม่ดีขึ้น
พอพาไปหาหมอแกนแล้วอาการดีขึ้น พัฒนาการก็ดีขึ้น
เงินทองก็ไม่ต้องจ่ายหมอแกน แค่ไปซื้อผักมาปั่นแดกเองเท่านั้น!

คนก็เข้ามาถามบัตรผ่านคนนี้ว่าแล้วรู้ได้ไงว่าที่ดีขึ้น
ไม่ใช่จากการรักษาต่อเนื่องของแพทย์แผนปัจจุบัน แต่หายปุบปับทันทีที่มาเจอหมอแกน
มีคนตั้งประเด็นสงสัยว่าไอ้บัตรผ่านที่ออกมาตอบแทนหมอแกนเนี่ยเป็นร่างทรงของใครรึเปล่า
เจ้าตัวก็ออกมาปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นร่างทรง แต่เป็นคนไข้ที่รักษากะหมอแกนจนอาการดีขึ้นเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง
แล้วเจ้าตัวก็ท้าว่าแน่จริงก็ไปพิสูจน์กะหมอแกนเลยซี่ จะตั้งทีมพิสูจน์หรือแจ้ง สคบ ก็ได้ ถ้ามีปัญญาพอ!

แล้วก็มีบัตรผ่านเข้ามาเสริมอีกรายว่าเป็นทั้งนมะเร็งเต้านม เบาหวาน ไขมันเส้นเลือดสูง ความดัน ภูมิแพ้
พอไปรักษากะหมอแกนหายเป็นปลิดทิ้ง! แล้วก็มีทำนองนี้อีกหลายรายเข้ามาโฆษณาชวนเชื่อคล้ายๆกัน

ปล .ถ้ามีคนบอกว่ารักษาเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้หายขาดได้
ให้คิดไว้ก่อนเลยครับว่าไอ้นี่ตอแหลแหงๆ เพราะโรคเรื้อรังพวกนี้ปัจจุบันยังรักษาให้หายขาดไม่ได้
แต่สามารถควบคุมอาการเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น ไตวาย เบาหวานขึ้นตา โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองตีบแตกตัน
ทีนี้มันเริ่มดราม่าเมื่อเจ้าบัตรผ่านชื่อ ลองของ
เข้ามาหยันคนเปิดประเด็นว่า ไหนว่าจะมาพิสูจน์ไงล่ะ แน่จริงก็มาเซ่!

แล้วก็เถียงว่าทฤษฎีโพเพทัสนี่ถ้าต้องมีงานวิจัยรองรับ สมองคนไทยก็ไม่ต้องพัฒนาแล้ว!
เอาแต่ตัวเลขสถิติมายืนยัน มันจะไปสู้ใช้ปฎิบัติจริงได้ยังไง!

อันนี้เป็นประเด็นสำคัญเลยนะที่ทำให้ทุกวันนี้ไอ้แพทย์เถื่อนแบบนี้ยังแพร่หลาย
เพราะคนไทยไม่ให้ความสำคัญกับสถิติและงานวิจัย
อันนี้ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง สมมุติคุณมีญาติคนนึงป่วยแล้วพาไปหาหมอผี
เขารดน้ำมนต์ให้ ญาติคุณบังเอิญหาย คุณก็เอามาป่าวประกาศเย้วๆว่า
จ๊าฟฟฟฟว่ะน้ำมนต์รักษาโรคได้ด้วย
ขณะที่คนป่วยอีกสิบคนที่คนอื่นพาไป อาจตายเรียบ แต่เขาก็จะไม่โทษหมอผี
แต่จะบอกว่ามันเป็นเวรกรรมของคนไข้ เขาไปสบายแล้วอย่าไปคิดไรมากเลย
แล้วเวลาหมอผีเอาไปโฆษณาเขาก็จะเอาไอ้ 1 คนที่หายไปโม้ซะเว่อร์เกินจริง
ส่วนอีก 9 คนที่ม่องเท่งอย่างอนาถๆก็เอาไปกลบฝังแล้วลืมๆมันไปซะ
แต่ถ้าคุณเอากระบวนการทางสถิติเข้าไปพิสูจน์มัน ลบความเบี่ยงเบนของข้อมูล
ลบ Bias ที่อาจเกิดขึ้นในงานวิจัย เอางานวิจัยมาวิเคราะห์แบบ meta-analysis
จนได้ผลสรุปออกมาแบบโป๊ะเช๊ะว่า
ไอ้วิธีการรักษาแบบนี้มันรักษาได้ผลจริงๆมั้ย!
แล้วจากนั้นในกระทู้ก็ถกเถียงแบบแถๆไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่
จนอมยิ้มชื่อ Jitwinyan เข้ามา ด่าบรรดาบัตรผ่าว่าหน้าม้าของหมอแกนชัดๆ

อย่ามาหลอกคนแถวนี้เลย พวกกูไม่โง่นะเว้ย

แล้วเจ้าบัตรผ่านก็เข้ามาแช่งว่า งั้นกูขอให้มึงเป็นโรคร้ายรักษาไม่หายบ้าง อยากรู้นักว่าเวลาสิ้นหวังมึงจะไปหาแพทย์ทางเลือกรึเปล่า!

อ่านแล้วโดนมั้ยครับ ผมว่าโดนนะความเห็นนี้
คนโพสเองถ้าไม่ใช่หน้าม้า เขาก็รู้อยู่ว่าวิธีรักษาแบบนี้มันหวังอะไรไม่ได้มาก
ไอ้ที่คนอื่นๆคิดว่าวิธีรักษาแบบนี้มันลวงโลก ใครๆก็รู้ บัตรผ่านคนนี้เองก็น่าจะรู้
แต่ที่เขาไปหาหมอแกนเพราะมันเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ
แล้วแบบนี้จะโทษพ่อแม่ โทษญาติที่พาไปหาหมอเถื่อนว่าโง่ได้เหรอครับ
ถ้าจะโทษกันจริงๆต้องโทษตั้งแต่ระบบการศึกษายันความเชื่อที่ปลูกฝังกันมาของสังคมไทยนี่ล่ะครับ
และที่ต้องกล่าวโทษมากที่สุดก็คงเป็น…
ไอ้คนที่เอาความสิ้นหวังของคนไข้และญาติๆมาหาแดกนั่นแหละครับ
เนื้อหาในกระทู้ที่เหลือก็ประมาณนี้ พอคนตั้งประเด็นสงสัยหมอแกน
ไอ้เจ้าบัตรผ่านคนอื่นๆก็จะเข้ามาเถียงๆแถๆตามเรื่องตามราวไม่ค่อยมีสาระอะไร
เห็นคนในกระทู้บอกว่าแจ้ง สคบ ไปแล้วเด๋วเราก็รอฟังผลกันก็แล้วกันว่าจะเป็นยังไงต่อไป
แต่ทุกวันนี้มีคนจำพวกที่หากินกับความสิ้นหวังของคนไข้มากขึ้น
ได้ผ่านไปดูเว็บหนึ่งมาครับ ดูแล้วให้ความรู้สึกแบบเดียวกับหม้อตุ๋นเป็ดมากเลย





























คลีนิคโพเพทัสอะไรนี่มันไปเปิดแถวบ้านผมแล้วอ่ะ เยื้องๆบ้านเลยคนเพียบ